SABATON วงพาวเวอร์เมทัลอันดับ 1 ของโลก ปล่อยซิงเกิลใหม่’Templars’

SABATON วงพาวเวอร์เมทัลอันดับ 1 ของโลก ปล่อยซิงเกิลใหม่'Templars'

SABATON วงพาวเวอร์เมทัลอันดับ 1 ของโลก ปล่อยซิงเกิลใหม่’Templars’

วันเสาร์ ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

BETTER NOISE MUSIC ประกาศการเซ็นสัญญากับ SABATON วงดนตรีพาวเวอร์เมทัลอันดับ 1 ของโลกและหนึ่งในวงดนตรีที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดของสวีเดน พร้อมปล่อยซิงเกิลใหม่ “Templars” ซึ่งเป็นผลงานชิ้นแรกจากอัลบั้มสตูดิโอชุดที่ 11 ที่จะออกในเร็วๆ นี้

ซิงเกิล “Templars” ยังมาพร้อมกับมิวสิกวิดีโอสุดตระการตาที่ถ่ายทำในป้อมปราการประวัติศาสตร์ขนาดใหญ่สองแห่งในเซอร์เบีย นำเสนอเรื่องราวสมมติเกี่ยวกับการยืนหยัดครั้งสุดท้ายของอัศวินเทมพลาร์ที่สาบานว่าจะปกป้องความลับของคณะ เมื่อกองทัพของศัตรูที่มาโจมตีกล่าวหาว่าเป็นพวกนอกรีตและเรียกร้องให้ยอมจำนนในนามของกษัตริย์ฟิลิปที่ 4 แห่งฝรั่งเศส อัศวินเทมพลาร์ไม่ยอมจำนนและเลือกที่จะสู้จนถึงที่สุด ไม่นานหลังจากนั้น พวกเขาก็พ่ายแพ้ทีละคนในสนามรบจนกระทั่งเหลือนักรบเพียงคนเดียว ในการปะทะครั้งสุดท้ายที่สิ้นหวัง อัศวินเทมพลาร์เอาชนะผู้บัญชาการของศัตรูได้ก่อนจะถอยกลับไปที่ปราการ อัศวินเทมพลาร์เสียสละชีวิตด้วยการเผาปราการเพื่อทำลายความลับของคำสั่งให้สูญหายไปในประวัติศาสตร์ เนื่องจาก Thobbe Englund หนึ่งในอดีตสมาชิกวงที่กลับมาร่วมวงอีกครั้งหลังจากห่างหายไปเกือบแปดปี เพื่อนร่วมวงจึงอยากเฉลิมฉลองการกลับมาของเขาในรูปแบบที่น่าจดจำด้วยการให้เขารับบทแสดงเป็นอัศวินเทมพลาร์คนสุดท้าย ที่ยืนหยัดในการต่อสู้ครั้งสุดท้ายที่ยิ่งใหญ่นี้ ในตอนแรกทีมงานวางแผนให้เขาสวมหมวกกันน็อคเพื่อให้สตันต์แมนสามารถเข้ามาทำหน้าที่ในฉากต่อสู้ที่ท้าทายได้ แต่อย่างไรก็ตามสุดท้ายแล้วเขาตัดสินใจแสดงเอง ในขณะที่การต่อสู้ได้รับการออกแบบท่าเต้นอย่างรอบคอบ ก็มีการแสดงสดที่เพิ่มความเข้มข้นให้กับการต่อสู้ ทั้งคู่สวมชุดเกราะหนัก 40 กิโลกรัม และปะทะกันอย่างรุนแรงจนเกิดแรงกระแทกจนเหมือนแผ่นดินไหว ในขณะการถ่ายทำ Thobbe กำลังป่วยเป็นไข้แต่เขายังคงแสดงได้อย่างยอดเยี่ยม ซึ่งถือเป็นการแสดงที่สมกับเป็นตำนานสมกับการกลับมาเติมเต็มสร้างความสำเร็จให้กับวง SABATON

สองสาวสุดซี้ ‘อันดา-ลูกแก้ว’ มีเซอร์ไพร์ส!

สองสาวสุดซี้ ‘อันดา-ลูกแก้ว’ มีเซอร์ไพร์ส!

สองสาวสุดซี้ ‘อันดา-ลูกแก้ว’ มีเซอร์ไพร์ส!

วันเสาร์ ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

แฟน ๆ #อนันกมล จากสองสาวสุดซี้ “อันดา อนันตา เตียวิรัตน์” และ “ลูกแก้ว กมลลักษณ์ แสงทรัพย์สิน” เตรียมรับความสวยโซจึ้ง! Anda & Lookkaew : Photo-book Limited Quantity! กับเซตภาพถ่ายคอนเซปต์สุดพิเศษ ที่บอกเล่าเรื่องราว ของ “อันดา” และ “ลูกแก้ว” เพื่อได้ร่วมเก็บโมเมนต์ที่บอกเล่าเรื่องราวความผูกพันธ์ ที่ “อันดา” และ “ลูกแก้ว” มีต่อแฟนคลับ ท้องฟ้า ของ “อันดา” และ แฟนคลับ ลูกโลก ของ “ลูกแก้ว”  ในแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน

สำหรับใครที่อยากเป็นเจ้าของกับ Anda & Lookkaew : Photo-book Limited Quantity! สุดเซอร์ไพรส์ จาก สองสาวสุดซี้ “อันดา อนันตา เตียวิรัตน์” และ “ลูกแก้ว กมลลักษณ์ แสงทรัพย์สิน” เตรียมวอร์มนิ้วให้พร้อมแล้วกด Pre-order Anda & Lookkaew : Photo-book Limited Quantity! ผ่านทาง Line : @HunterMall ได้ตั้งแต่วันอังคารที่ 29 เมษายน 2568 จนถึงวันจันทร์ที่ 5 พฤษภาคม 2568 พร้อมสิทธิ์ FANSIGN กับสองสาว ในงาน Fan Meeting ของ “อันดา” ได้ในวันเสาร์ที่ 24 พฤษภาคม 2568 และ ในงาน Fan Meeting ของ “ลูกแก้ว”  ได้ในวันเสาร์ที่ 31 พฤษภาคม 2568

แอบกระซิบว่ามีจำนวนจำกัด! ทุกคนห้ามพลาดรีบกด Pre-Order เลยน๊าาา…

โอ๊ยเล่าเรื่อง ‘โหมโรง เดอะ มิวสิคัล2568’

โอ๊ยเล่าเรื่อง 'โหมโรง เดอะ มิวสิคัล2568'

โอ๊ยเล่าเรื่อง ‘โหมโรง เดอะ มิวสิคัล2568’

วันเสาร์ ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ดีใจมากๆ ตั้งตารอดูตั่งแต่ รู้ข่าวว่า โหมโรงเดอะมิวสิคัล จะคืนเวที กลีบมารีสเตทใกม่ เปิดแสดงอีกครั้ง ในวาระครบรอบ 10 ปี
โหมโรง เดอะมิวสิคัล เปิดแสดงรอบแรก  ประเดิมเปิด โรงละครเคแบงก์สยามพิฆเนศ ที่เปิดทำการครั้งแรก 31 มีนาคม 2558 โดยเปิดแสดงในปีนี้ถึง 2 ครั้ง รีสเตทในเดือนพฤศจิกายน  และ ถูกนำมารีสเตท ใหม่อีกครั้ง ในช่วงเดือน พฤษภาคม  ปี 2561

ได้ดู โหมโรง เดอะมิวสิคัล ครั้งแรก เมื่อ วันศุกร์ที่ 3 เมษายน 2558 และดูซ้ำ ตอนรีสเตท ทั้งสองครั้ง และก็ชอบทั้งสามเวอร์ชั่นโหมโรง ฉบับหนังใหญ่ เป็นหนังไทยที่ได้ดูมาไม่ต่ำกว่า30-40รอบ เฉพาะตอนเข้าโรงฉายดูไป 10 รอบ 3 วันแรก ดูซ้ำ3 รอบ จัดเป็น หนังไทยในดวงใจ อันดับต้นๆ เสียน้ำตาทุกครั้งที่ได้ดูในชีวิต รักชอบเรื่อง ที่พูดถึง ดนตรีไทย การตีระนาด มีแค่ โหมโรง กับละครช่อง7 สี 2 เรื่อง ระนาดเอก กับ ทิพย์ดุริยางค์

น่าเสียดาย ฉบับที่นำมาสร้าง เป็นละครโทรทัศน์ นั้น อยากดู แต่ ไม่เคยได้ดูสักตอนเดียว คิดที่เวลา ออกอากาศ สมัยนั่น ยังไม่มีสตรีมมิ่ง ด้วย เลยอดดูการกลับมา รีเสตท ในรอบ 10 ปี เหมือนกับ การได้กลับมาเจอ ของรัก ของชอบอึกครั้ง บรรยากาศเดิมๆ ดีๆ เก่าๆ ขิง โหมโรงเดอะมิวสิคัล กลับมาครบ มีเปลี่ยนแค่ นักแสดงหลักบางคนแม้ โหมโรง เดอะมิวสิคัล คือ ละครเวทีอันดับต้นๆที่อยู่ในใจ รักชอบ ยังจำภาพ/รายละเอียดต่างๆ ได้ดี แต่กับ เพลงร้อง อาจจะลืมเลือนไปบ้าง ซึ่งกลายเป็นเรื่องดี ไม่มีการเปรียบเทียบ

โหมโรง เดอะ มิวสิคัล (2568) รอบที่ดูคือรอบมิตรสหาย รอบแรกที่แสดงจริงบนเวที เลยอาจจะเต็มไปด้วยข้อผิดพลาด การแสดงอาจจะยังไม่ดี แต่ด้วย ความชอบ ในตัวเรื่อง เห็นถึงความตั้งใจของนักแสดง/ทีมงาน เลยมองข้าม ความไม่สมบูรณ์ ข้อผิดพลาด และข้อตำหนิติเตียน จนสนุกไปกับละคร

โหมโรงเดอะมิวสิคัล นำเสนอในแบบของละครเพลงแนวมิวสิคัล ตัวละครร้องเพลงเล่าเรื่อง เล่าความรู้สึก ผ่านเนื้อเรื่องตัดสลับ2 ช่วงอายุคือ นายศร ตั้งแต่เด็กจนเริ่มมีชื่อเสียง กับท่านครูในยุคสมัยที่ศิลปวัฒนธรรมไทย กำลังถูกต่างชาติคุกคาม รายละเอียดต่างๆ คล้ายกับในเวอร์ชั่นหนังใหญ่ เพียงแต่มีการดัดแปลง บางสิ่งบางอย่าง บางช่วงอาจจะดูดีเมื่อเป็นหนัง แต่ไม่เหมาะกับการแสดงสด บางอย่างตัดไปทำให้เรื่องกระชับดูดีขึ้น บางส่วนใส่เข้ามา เรื่องจะได้สนุกมากขึ้น

สังข์-ธีรวัฒน์ อนุวัตรอุดม ผู้กำกับ นำ โหมโรง เดอะมิวสิคัล กลับมาใหม่ แทบจะถอดของเดิมมาเป๊ะๅ ยังคงดีงาม ออกมาดูสมบูรณ์ปราณีต เสื้อผ้า/หน้า/ผม มาแบบจัดเต็ม เล่าเรื่องเข้าใจง่าย จังหวะต่างๆ ดูลงตัวทั้งการเล่าเรื่องพูดคุยปกติ หรือเล่าด้วยเสียงเพลง การตัดสลับไปมาสองยุคดูดีมีลูกเล่น ฉากต่างๆ ดูดี ฉากโชว์มัลติมีเดียก็ไม่เลว
มีการดัดแปลง บางช่วงบางฉาก เพื่อให้ทันสมัย เพิ่มความสนุกมากขึ้น ได้โดยแทบจะไม่รู้สึก ถึงการเปลี่ยนแปลง
โปรดักชั่นเริ่ดๆ ไม่ใหญ่มากมาย แต่ออกมาดี สวยงาม ในทุกๆ ส่วน ชอบการจัดแสง ที่เพิ่มความขลังให้กับ ดนตรีไทย ฉากทั้งในธรรมชาติ ในวัง ในเมือง ดีมากๆ

โหมโรงเดอะมืวสิคัล ยังคงเป็น ละครเวที ที่แสดงความเป็นไทย ดนตรีไทย มาผสมผสานกับ ละครเวทีแนวมิวสิคัล ได้แบบลงตัว รวมทั้ง ตัดสลับไปมา ในสองช่วงวัย ศรสมัยวัยรุ่น กับท่านครูในวัยชรา ที่ทำออกมาได้ดี

การได้ดู โหมโรงเดอะมิวสิคัล ฉบับนี้ ทำให้ น้ำตาซึมโดยไม่รู้ตัว ตั้งแต่ เริ่มมีเสียงดนตรีไทยดังออกมาจากบนเวที และทุกๆ ฉากทุกๆ ตอน ที่มีเสียงดนตรีไทย ที่ทะลุอินเข้าไปถึงข้างใน เป็นน้ำตา แห่งความสุขเสียงดนตรีไทย ภาพดนตรีไทยบนเวที ชวนให้ นึกย้อนไปถึง ภาพเก่าๆ บรรยากาศเดิมๆ ที่เคยเล่นดนตรีไทย ตีระนาดในวัยเด็ก

ด้วยความที่เป็นละครเวที ทำให้หลายฉาก โดนใจ เข้าไปถึงข้างใน ดูสมจริง มากกว่า ตอนเป็น หนังหรือละครทีวี ที่อาจจะรู้สึกใช้การตัดต่อ ใช้นักแสดงแทนด้วยความที่เป็นเรื่องของดนตรี เมื่อมาดูสดๆ เลยให้ความรู้สึกใกล้ชิด ดูเป็นธรรมชาติ เหมือนมานั่งดู การแสดงดนตรีติดขอบเวที

ฉากประชันดนตรี ชวนให้นึกถึง ตอนไปดู ประชันวงดนตรี ระดับโรงเรียน หรือแบบใหญ่ๆ อย่างวัดพระพิเรนทร์ หรือ ฉากวงดนตรี ในบ้านท่านครู ใช่เลยบรรยากาศครอบครัวสมัยเรียนดนตรีไทย มาแบบเต็มๆในฉบับนี้ มีหลายๆ ฉากหลายๆ ทั้งฉากโชว์ ฉากใหญ่ ฉากเล็ก ที่ชอบ มากๆ อาทิ ฉาก ประชันระนาด ศรกับขุนอิน ยังคงสุดยอดดีงาม ต้องชม อาร์ม ที่ดูเก่งขึ้น มากกว่าเดิม ข้อแขน ฝีมือในการตีระนาดดีงาม มากๆ (ต้องชม ครูเบิ่ง ขุนอิน ที่ปล่อยฝีมือ ช่วยให้ ภาพบนเวที ออกมาดีงาม)
ต้องชมทั้ง อาร์ม กับ ครูเบิ่ง ที่รับส่งการตีระนาด ได้ดี มากๆ

ช่วงที่ เทิด มา บ้านพ่อครูครั้งแรก วงดนตรีไทยในบ้าน กับ เพลงแนะนำเครื่องดนตรีไทย กลายเป็น ฉากที่ชอบมากที่สุด ดูดี ดูอบอุ่น มากที่สุด เพลงไพเราะเนื้อเพลงเยี่ยม ผสมกับ เสียงดนตรีไทย รอบวง ที่มีพลังมากๆ ฉากนี้อยอุ่น น่ารักมากกกกก ฉากศร นอนบนเรือ เริ่มคิดกลับมาเล่นดนตรีไทยอีกครั้ง ภาพที่สวยงามมากจริงๆ ขยี้ด้วย เสียงร้องของ อาร์ม
แต่ที่ทำให้ ขนลุก..ยิ้มทั้งน้ำตา ตื้นตัน มากๆ แบบคาดไม่ถึง กลับไม่ใช่ ฉากในละคร กลายเป็น ช่วงละครจบ ครูเบิ่ง นำทีม นักแสดงที่เล่นดนตรีมาพร้อมระนาดเอก เต็มเวที เป็นการปิดท้าย ที่งดงามอีกฉากหนึ่งที่ชอบ ยิ้มมากๆ คือ เด็กน้อยในชุดนักแสดง ที่มากับเพลงปลุกใจ ดูน่ารักมากๆ ดีใจ..ที่ใส่ เพิ่มฮานี้เข้ามา ทำให้ ความรู้สึก เรื่องการเมือง ดูเบาลง

หรือ ฉากสุดท้าย ของท่านครู ที่ล้อมด้วย แม่โชติ ลูกชาย ทิวกับเทิด เล่นเอาน้ำตาซึมก่อนที่จะ ส่งท้ายด้วย เสียงร้องเพลงของ เด็กชายศร นายศร และ ท่านครูแม้โดยรวม จะชอบ มากมาย แต่ สิ่งที่กลับไม่ต่อยโดน ไม่ค่อยอิน นัก ในฉบับนี้ คือ ในส่วนของ ทหาร เรื่องของท่านผู้นำ มันดูลอยๆ เลยทำให้ดูแล้วเฉยๆพี่ตู่-นพพล โกมารชุน พลังล้นเหลือ คือ ท่านครู ที่ใช่ ดูอบอุ่น ใจดี เล่นดี นิ่งๆ ดูเป็นธรรมชาติ ทำให้ละครดูอบอุ่นในช่วงอยู่กับ ลูกศิษย์ ดูจริงจังดราม่าเมื่อต้องปะทะกับทหาร หรือน้ำตาซึมเมื่อต้องจากไปไม่เพียงแต่พลังการแสดงที่ดีงามบนเวที ฉากร้องเพลง ทุกฉาก อาจจะไม่ ใสกิ๊ก เหมือนนักร้องอาชีพ แต่ก็ส่งพลัง เป็นธรรมชาติ ออกมาจากข้างในจริงๆ ไม่ใช่การแสดง
เช่นเดียวกับ การตีระนาด..เชื่อว่าเป็นท่านครู จริงๆ

อาร์ม-กรกันต์ สุทธิโกเศศ สุดยอดมากๆ เล่นเก่งมากๆ เป็น ศร นักระนาดที่ใช่ น้ำเสียงสีหน้าท่าทางออกมาดีงาม ที่ต้องชมคือ การตีระนาด ที่ไม่ธรรมดา ดูพริ้วไหว สมกับที่เป็นสุดยอดมือระนาดจริงๆ (แม้อาจจะมีบางช่วงที่ฟังแล้ว เพี้ยนไปบ้างก็ตาม) รวมทั้ง เสียงร้องเพลง ทั้งช่วง ที่ร้องเล่าเรื่อง แสดงความรู้สึกในใจ หรือ เพลงรักกับ แนน-สาธิดา

ครูเบิ่ง-ทวีศักดิ์ อัครวงษ์ ยังคงเป็น ขุนอิน ที่ดูเหมาะ ตีระนาดดูดุดัน ฉากดวลที่แพ้ให้ศร ก็ทำได้เนียน เก่งครับ เล่นดีดูดุในตอนที่เอาชนะ หรือทำให้ น้ำตาซึม ตอนที่ ศรมากราบ แล้วพูดส่งท้าย

จ๋าย ไททศมิตร-อิชณน์กร พึ่งเกียรติ์รัศมี มาดเข้มๆ กับบท พันโทวีระ น้ำเสียงการแสดงดีมากๆ ตอนต้นๆ อาจจะเฉยๆ แต่พอถึง ฉากท้ายไคลแม็กซ์ ที่ปะทะกับ พ่อครู ส่งพลังรับส่งบทได้อย่างยอดเยี่ยม หลังจากได้ยินเสียง เพลง ลาวดวงเดือน ของท่านครู คือ ฉากดราม่าที่สุดฉากหนึ่งของละคร
น่าเสียดาย ที่แม้จะเล่นดี แต่เพราะ รูปร่างความสูง เลยรู้สึกว่าดูกลืนๆ ไปกับ ลูกน้องนายทหาร ไม่ดูเด่นโดด ออกมาเหมือนที่ โย่ง อาร์มแชร์ -อนุสรณ์ มณีเทศ แสดงไว้ในฉบับก่อน

แม่โชติ แนน-สาธิดา พรหมพิริยะ มาไม่กี่ฉาก แต่เสียงร้องความน่ารักก็ช่วยเติมส่วนความหวาน ได้มากทีเดียว ละลายไปกับ เพลงลั่นทม ดูแล้วรักไปกับฉากรักของ แนน กับ อาร์ม
อาร์ม-แนน เหมือนถูกสต๊าฟ แม้จะผ่านมาถึง 10 ปี แล้ว แต่ก็ยังดูเด็กเหมือนเดิมส่วน แม่โชติ ในวัยชรา ใหม่-ณัฐฐา ลอยด์ ที่ดูอบอุ่น สมกับเป็นคู่ชีวิตกับท่านครู (อาจจะดูลดวัย ดูเด็กกว่าที่ ดวงใจ หทัยกาญจน์ กับ สุดา ชื่นบาย เคยแสดงเอาไว้)

ศรัทธา ศรัทธาทิพย์ กลับมารับบท ครูเทียม อีกครั้ง มาไม่เยอะ แต่ก็เสียงหัวเราะ ดูไปยิ้มไป ขำไป ในทุกๆ ฉาก ฉากร้องเพลงสอน ศร นั้น น่ารัก ชวนให้นึกถึง เสียงร้องของ เจี๊ยบ-วัชระ ปานเอี่ยม กับวงเฉลียงบท ครูเทียม คาใจ อยู่นิด ตั่งแต่ หนังใหญ่ คือ เป็นครูที่เก่ง ขนาด ขุนอิน ยังทัก น่าจะมีฉากโชว์ ตีระนาด สักนิด น่าจะดี 555

นาย-มงคล สะอาดบุญญพัฒม์ ขยับจากบท ทิว เพื่อนศร จากครั้งที่แล้ว มารับบท เปี๊ยก ที่เรียกเสียงหัวเราะ ในมุขคำพูดท่าทางขำๆ ในช่วงต้น แต่น่าเสียดาย ที่พอมาถึง ช่วงชะตากรรมท้ายเรื่อง เพราะภาพตลก แม้จะเล่นดีดูจริงจัง ดูน่าสงสาร แต่ก็ไม่ทำให้เสียงน้ำตา เหมือนที่ เอ๋ เชิญยิ้ม ทำได้ในเวอร์ชั่นที่แล้วเพลงโชว์ ที่ นาย ร้อง น่ารักๆ ออกแนววงเฉลียง อย่างชัดเจน

แบ๊งค์-เฉลิมรัฐ จุลโลบล ดูน่ารักๆ กับบท เทิด ลูกทืว ผู้มาพร้อมกับฉิ่งคู่ใจ ที่ได้เล่นทั้งบทสบายๆ ผ่อนคลาย บทแอ็คชั่นเล็กๆ หรือดราม่า และที่ดีที่สุดกับฉาก ที่ยก มือไหว้ ผู้พันวีระ ในตอนท้ายบอม- สุทธิศักดิ์ สินเจริญ มารับบท ครูสิน พ่อศร กับ ณัฐชัย สิรินันทโชติ เป็นทิววัยหนุ่ม ก็เล่นได้ดี เข้าฉากด้วยกัน ส่งบทไปมาในหลายฉาก
เด็กชายศร ที่แสดงโดย น้องเก้า-ดช.เกิดเก้า ธีระพันธ์ ก็ดูน่ารักๆ ที่มีเด็กชายทิว คู่หู ที่เล่นได้น่ารัก แบบ แพ็คคู่

นักแสดงหลักๆ ทุกๆ คนโอเค แต่ที่อยากชม จากใจจริง คือ ทีมนักแสดงสมทบทุกๆคน ทั้งที่มาในส่วนดนตรีไทย นักดนตรี หรือคอรัส ที่เข้ามารับบทสมทบสลับกันไปมาในหลายบท ทำให้เรื่องออกมาดูสมบูรณ์ดูดีมากๆนักแสดงดนตรีไทย เล่นเป็นธรรมชาติ ทำให้ เสียงดนตรีไทย ในเรื่อง ดูดี ฟังไพเราะ ก้องกังวาน. เสนาะหูตลอดเรื่อง
เพลงแสนคำนึง จีนดอกไม้ เพลงเชิดต่อตัว และทุกๆ เพลงดนตรีไทย ฟังแล้ว ทะลุเข้าข้างใน ไพเราะ โดนใจ เข้าไปถึงข้างในนักแสดงทีมคอรัส นักเต้น ชัดเจนในความเป็น ละครเวทีแนวมิวสิคัล หลายคนคุ้นๆ หน้าคุ้นตา มาจากละครเวทีเรื่องอื่นๆแต่คนที่อยากชมมากเป็นพิเศษคือ คนที่เล่นเป็นเสด็จ ที่มาพร้อกับ น้ำเสียงที่ทรงพลังกังวานการแสดงละครเวทีมาแบบจัดเต็ม ทุกฉากที่ออกเรียกรอยยิ้ม ฉีกภาพมาดเข้มจากฉบับในหนังหรือคนที่รับบทเป็น ทิววัยชราสลับกับบทเสด็จอีกท่านที่มาดูประชัน มาน้อยแต่ดูดี

ท้ายสุด..สุดท้าย.. อยากจะขอบคุณพี่อิทธิสุนทร วิชัยลักษณ์ ที่คิดเรื่องนี้ขึ้นมาผู้กำกับ สังข์ ครูเอ้-อัษฏาวุธ สาคริก และ เวิร์คพ้อยท์ ที่ทำให้เกิด และนำ ละครเวทีที่น่าอัศจรรย์เรื่องนี้คืนเวที อีกครั้งขอบคุณนักแสดง/. นักดนตรี/นักร้อง ทีมงาน ทุกๆ ฝ่าย ทุกคน ที่ทำให้ละครสนุกและต้องขอบคุณ ท่านครูหลวงประประดิษฐ์ไพเราะ ที่ทำให้ ดนตรีไทย ไม่มีวันตาย จนถึงทุกวันนี้โหมโรงเดอะมิวสิคัล ฉบับนี้ ดีงาม ชอบมากรักมาก ไม่แพ้เวอร์ชั่นก่อนๆ เข้าไปอยู่ในอันดับต้นๆ ของละครเวทีในดวงใจ จัดเป็นละครเวทีที่ดีที่สุดของ เวิร์คพอยท์
อาจจะไม่ใช่ ละครเวทีที่ดีที่สุด แต่ก็ สามารถเข้าไปสู่ในใจ ..ได้ไม่ยากนักแนะนำๆ คอละครเวทีต้องไม่พลาด จัดแสดงวันที่ 4 – 18 พฤษภาคมนี้ณ โรงละครเคแบงก์สยามพิฆเนศ
ซื้อบัตรผ่านระบบ Thaiticketmajor เท่านั้น !ซื้อบัตรสูงสุดได้ 6 ใบ / ครั้ง (แต่ไม่จำกัดจำนวนครั้งในการซื้อ)โทร 02-262-3456

สัมผัสความเจ็บปวดในฤดูร้อน ในเพลง ‘ลมร้อน’ ผลงานล่าสุดจากวง Famoso

สัมผัสความเจ็บปวดในฤดูร้อน ในเพลง 'ลมร้อน'  ผลงานล่าสุดจากวง Famoso

สัมผัสความเจ็บปวดในฤดูร้อน ในเพลง ‘ลมร้อน’ ผลงานล่าสุดจากวง Famoso

วันเสาร์ ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

หลังจากฝากผลงานอย่างจัดเต็มถึง 3 ซิงเกิลในปีที่ผ่านมา Famoso วงจากค่าย GeneLab ในเครือ GMM MUSIC ซึ่งประกอบไปด้วย ทรัพย์ – ธนทรัพย์ คงสงวน (ร้องนำ)เอก – เอกพันธ์พงษ์ ปะจันสี (ซินธิไซเซอร์แซกโซโฟน)แทน – ปรมินทร์ บรรณวงษา (กีตาร์)แทนคุง – คณภัค แพทย์โอสถ (กีตาร์) และ วา – วาทิต สมบุญลาภ (กลอง) ก็กลับมาอีกครั้งกับซิงเกิลแรกของปี อย่าง ‘ลมร้อน (Blow Away)’ เป็นเพลงที่จะพาคนฟังกลับไปทบทวนถึงความรักที่เคยสวยงามในช่วงเวลาหนึ่ง และเมื่อกาลเวลาเปลี่ยน ทุกอย่างที่เคยมั่นคงก็สามารถแปรเปลี่ยนได้เช่นเดียวกัน

“สำหรับบางคน ฤดูร้อนอาจเป็นแค่เพียงอากาศ แต่กับบางคน ลมร้อนคือสิ่งที่พัดพาความทรงจำเก่าๆ กลับมาย้ำเตือนถึงความเจ็บปวดที่ไม่เคยเลือนหายไปตามฤดูกาล” ในส่วนของดนตรี Famoso ยังคงรักษาเอกลักษณ์ของพวกเขาไว้อย่างดี ด้วยการใช้จังหวะช้าค่อนกลาง เมโลดี้ชวนให้ล่องลอยอยู่ความคิด และเนื้อหาที่ค่อย ๆ เพิ่มความเข้มข้นให้กับอารมณ์และความรู้สึกของเพลงได้อย่างลึกซึ้ง

POKMINDSET คลั่งรักไม่หยุดปล่อย Visualizer ‘GPS’ เอาใจคนหลงเธอ ไม่หลงทาง!

POKMINDSET คลั่งรักไม่หยุดปล่อย Visualizer ‘GPS’ เอาใจคนหลงเธอ ไม่หลงทาง!

POKMINDSET คลั่งรักไม่หยุดปล่อย Visualizer ‘GPS’ เอาใจคนหลงเธอ ไม่หลงทาง!

วันเสาร์ ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ปล่อยรัวไม่เกรงใจใคร! “POKMINDSET (ป็อกไมนด์เซต) หรือ  ภัสสรกรณ์ จิราธิวัฒน์” แดดดี้แร็ปเปอร์สายดริป หลังปล่อยอัลบั้มเต็มชุดใหม่ล่าสุดในรอบ 10 ปี จัดเต็ม 8 เพลงใหม่แบบจุกๆ ไปเมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา จึงได้เวลาทยอยปล่อย MV และ Visualizer ให้แฟนๆได้รับชมพร้อมฟังเพลงไปด้วยกัน 

ล่าสุดเป็นคิวของ Visualizer เพลง “GPS” โดยเพลงนี้ได้แรงบันดาลใจจากมีมเด็ดบนโซเชียลมีเดีย “GPS ไม่สำคัญ เพราะตอนนี้ฉันหลงเธอ ไม่ได้หลงทาง!” ที่มาพร้อมดนตรีมีเดียมกึ่งช้า แต่ยังมีกรูฟให้ได้ขยับเต้น โดยเนื้อเพลงพูดถึงการหลงรักผู้หญิงคนนึงมาก ๆ ตกหลุมรักซ้ำ ๆ รักจนหัวปักหัวปำหาทางออกไม่เจอ เอาใจแฟนเพลงสาย นักหลง(รัก) ได้เป็นอย่างดี นับเป็นการทวงคืนฉายา เจ้าพ่อเพลงกระแส ที่ไม่ว่าโซเชียลจะมีมุกหรือมีมเด็ดอะไร เจ้าตัวก็สามารถหยิบเอามารังสรรค์ให้ออกมาเป็นผลงานเพลงได้เสมอจริง ๆ โดยเพลงนี้ ‘ป๊อก’ ได้โปรดิวเซอร์คู่ใจอย่าง DeejayB และเพื่อนพ้องในวงการมากมายมาร่วมสร้างสรรค์ผลงานเพลงชินนี้อีกด้วย ด้านวิชวลไลเซอร์ (Visualizer) ‘ป๊อก’ ยังเอาใจสายโซเชียล เสิร์ฟผลงาน “Vertical Visualizer” กับเพลง “GPS” ที่เจ้าตัวลงทุนเดินทางไปถ่ายทำไกลถึงลอสแอนเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกาให้แฟนเพลงรับชมง่ายแบบเต็มๆตา ไม่ต้องพลิกโทรศัพท์มือถือให้เสียอรรถรส มอบอารมณ์การออกเดินทางตามหา “รักแท้” แบบสุดๆร่วมออกเดินทางพร้อม “GPS – POKMINDSET” ได้แล้ววันนี้ทาง Youtube: POKMINDSET (@POKMINDSETofficial)

‘หนุ่ม แท่ง’ พาทัวร์ความสวยงาม ‘วัดธรรมมงคล’

‘หนุ่ม แท่ง’ พาทัวร์ความสวยงาม ‘วัดธรรมมงคล’

‘หนุ่ม แท่ง’ พาทัวร์ความสวยงาม ‘วัดธรรมมงคล’

วันเสาร์ ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

รายการ “หนุ่มแท่ง อารามทัวร์” 2 พิธีกร หนุ่ม-คงกระพัน แสงสุริยะ และแท่ง-ศักดิ์สิทธิ์ แท่งทอง  พาท่านผู้ชมมาเที่ยววัดใจกลางกรุงเทพ “วัดธรรมมงคล” ซึ่งวัดแห่งนี้มีเกจิสายป่า เป็นถึงลูกศิษย์ที่เคยเดินธุดงค์กับหลวงปู่มั่น  และยังเป็นวัดที่มีพระเจดีย์สูงเป็นอันดับต้น ๆ ของประเทศ  โดยที่ชั้นบนสุด มีพระบรมสารีริกธาตุให้ได้กราบสักการะ เรียกว่าสร้างไว้อย่างสวยงามและยิ่งใหญ่จริง ๆ

มาถึงที่นี่ หนุ่ม-แท่งขอพาทัวร์ทุกมุม แน่นอนว่าเริ่มต้นด้วยการกราบขอพรหลวงพ่อพระองค์ดำ ด้วยวิธีการที่ถูกต้อง แฟน ๆ ห้ามพลาด จากนั้น หนุ่ม แท่ง พาท่านผู้ชมขึ้นมาชั้น 14 ของพระมหาเจดีย์ มากราบสักการะพระบรมสารีริกธาตุ จากนั้นไปต่อกันที่ศาลาพระพุทธมงคลธรรมศรีไทย และชมความสวยงามของอุโบสถ  รวมทั้งประวัติของ วัดธรรมมงคล และประวัติของสมเด็จพระญาณวชิโรดม (วิริยังค์ สิรินฺธโร) ศิษย์หลวงปู่มั่น พลาดไม่ได้กับเรื่องราวตำนานเกี่ยวกับวัดแห่งนี้   จะมีเรื่องราวตำนานความศักดิ์สิทธิ์อย่างไร รอติดตามในรายการด้านวัตถุมงคล หลวงพ่อวิริยังค์  เป็นที่ตามหาของเหล่าลูกศิษย์เป็นอย่างมาก เนื่องจากจำนวนการสร้างที่น้อย ซึ่งเหล่าลูกศิษย์ ต่างรู้ดีถึงพุทธคุณครอบจักรวาลของวัตถุมงคลของศิษย์สายหลวงปู่มั่น ผู้ที่มีเก็บไว้ต่างหวงแหน แทบจะไม่มีให้เช่ากันเลยทีเดียวนอกจากพาทัวร์วัดครบถ้วนแล้ว ก็ต้องไปหาของอร่อยกินรอบวัด วันนี้พาไปที่ ร้านเฮงหอยทอดชาวเล   ร้านดังในตำนานของคนภูเก็ต ที่ตอนนี้เปิดที่กรุงเทพมหานครเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จุดเด่นของร้านต้องยกให้เรื่องความบางกรอบจากแป้งสูตรลับเฉพาะ และกระทะทอดไซส์ยักษ์ที่ทางร้านออกแบบมาเพื่อทำหอยทอดโดยเฉพาะ สายหอยทอดต้องมาลองความอร่อยสักครั้งโดย  หนุ่ม-แท่ง เผยถึงความประทับใจในวันนี้ว่า  “เป็นอีกวัดที่เดินทางมาสะดวก ที่จะมาเที่ยวชมความสวยงาม และมาขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์  วันหยุดไม่ได้ไปไหน ยังมีวัดสวย ๆ ใกล้กรุงเทพให้ได้มาทำบุญไหว้พระ”ไปเที่ยวพร้อมกับ หนุ่ม-แท่ง ในรายการ “หนุ่มแท่ง อารามทัวร์” วันเสาร์ที่ 3 พฤษภาคมนี้  เวลา 13.20 น. ทาง ช่อง  7HD กด  35   ดูย้อนหลังได้ที่  BUGABOO.TV  และ YouTube : Ch7HD  

‘ไอซ์ ศรัณยู’ ชวน ‘Bamm’ feat. ซิงเกิ้ลใหม่ ‘ขอให้รวย’ พร้อมเสิร์ฟความสนุกสุดโจ๊ะ!!

‘ไอซ์ ศรัณยู’ ชวน ‘Bamm’ feat. ซิงเกิ้ลใหม่ ‘ขอให้รวย’ พร้อมเสิร์ฟความสนุกสุดโจ๊ะ!!

‘ไอซ์ ศรัณยู’ ชวน ‘Bamm’ feat. ซิงเกิ้ลใหม่ ‘ขอให้รวย’ พร้อมเสิร์ฟความสนุกสุดโจ๊ะ!!

วันเสาร์ ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

แฟนๆ  ไอซ์ ศรัณยู  เตรียมม่วน เตรียมโจ๊ะสุดมันส์ ไปกับเพลง “ขอให้รวย” ซิงเกิ้ลแรกจากอัลบั้มเต็มชุดใหม่ในรอบทศวรรษของศิลปินเสียงดียิ้มเก่ง “ไอซ์ ศรัณยู” ที่กลับมาพร้อมพลังเต็มเปี่ยม กับแนวเพลงแดนซ์สนุกสนานในสไตล์ที่ถนัด ถ่ายทอดความตั้งใจผ่านบทเพลงเพื่อส่งคำอวยพรให้คนไทยทุกคนมีความมั่งคั่งทั้งทรัพย์สินและความสุขอย่างทั่วถึง   เพลงนี้ยังมีความพิเศษด้วยการนำท่อนฮุก “ขอให้รวย ขอให้รวย” จากบทเพลงลูกทุ่งอมตะที่มีชื่อเดียวกัน ที่ต้นฉบับขับร้องโดยราชินีเพลงลูกทุ่ง “พุ่มพวง ดวงจันทร์” มาเรียบเรียงและถ่ายทอดใหม่ในรูปแบบที่ร่วมสมัย ให้กลิ่นอายที่คุ้นเคยแต่ทันสมัยยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังได้วง T-Pop ชื่อดังอย่าง Bamm มาร่วม Featuring เติมสีสันและลูกเล่นให้เพลงนี้มีมิติที่หลากหลายและสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น

ไอซ์ เล่าถึงการทำงานในเพลงนี้ว่า “ซิงเกิ้ลนี้ถูกวางตั้งแต่แรกว่าอยากจะทำให้เพลงมีความเป็นลูกทุ่งขึ้นมามากกว่าเดิม  อยากได้เพลงที่มีจังหวะสามช่ารถแห่เข้ามานิดนึง จากที่เคยทำ ยกมาทั้งสวน ที่มีความโมเดิร์นป๊อปผสมกลิ่นความเป็นลูกทุ่งนิดๆ  พอมาเพลงนี้ไอซ์ก็อยากก้าวเข้ามาในเพลงลูกทุ่งมากขึ้น  แต่ก็ยังคงความเป็นป๊อบอยู่ด้วยในเพลง  ก็จะมีน้องๆ T-pop คือวง Bamm  เข้ามา Feat. ให้ด้วยครับ  ไอซ์ตั้งใจทำเพลงนี้สำหรับเฉลิมฉลอง แต่ก็ไม่ได้อยากเจาะจงในเทศกาลใดเป็นพิเศษ แล้วก็สรุปออกมาว่าอยากให้เพลงนี้เป็นเพลงของทุกๆ คนที่อยากจะรวย ทุกๆ ครึ่งเดือนครับ ก็ถือว่าเป็นเพลงพลังบวกที่อยากให้ทุกคนมีความสนุก อยากให้ทุกคนรวยทรัพย์รวยสุข  ฟังเพลงนี้แล้วอยากให้มีความสุขตามเนื้อเพลงเลยครับ  ส่วนท่าเต้นเพลงนี้ไม่ยากครับเต้นตามกันได้ง่ายๆ  สามารถเข้าไปเล่นใน Tiktok กันได้นะครับ ก็ขอฝากเพลงขอให้รวยเข้าให้ทุกคนเข้าไปดู MV และฟังกันเยอะๆ นะครับ ทางช่อง Youtube GrammyGold Official ครับ”

‘ทรงไทย’แทคทีม ‘D GERRARD’ ปล่อยซิงเกิ้ลใหม่ ‘อวสาน(FINAL)’ สื่อความรู้สึกการจากลา

‘ทรงไทย’แทคทีม ‘D GERRARD’ ปล่อยซิงเกิ้ลใหม่ ‘อวสาน(FINAL)’ สื่อความรู้สึกการจากลา

‘ทรงไทย’แทคทีม ‘D GERRARD’ ปล่อยซิงเกิ้ลใหม่ ‘อวสาน(FINAL)’ สื่อความรู้สึกการจากลา

วันเสาร์ ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

กลับมาให้ได้หายคิดถึง สำหรับวงร็อคขวัญใจคนไทย กับวง “ทรงไทย” วงไทยร็อกที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแห่งค่าย “ข้าวสาร เอ็นเตอร์เทนเม้นท์” โดยมีสมาชิกทั้ง 4คนคือ “ปีเตอร์, อาร์ม, เกมส์” และ “แบงค์” ล่าสุดได้จัดเต็มปล่อยซิงเกิ้ลใหม่กับเพลง “อวสาน(FINAL)” ที่แทคทีมฟีทเจอริ่ง กับแร๊ปเปอร์ชื่อดังอย่าง “D GERRARD” ซึ่งเพลงนี้ได้ถูกปล่อยไปไม่นานก็กลายเป็นกระแสโดนใจหลายคน ที่กำลังเจอการจากลา แถมหลายยังออกปากคอมเม้นท์ยังบอกอีกว่า เป็นเพลงช้าที่แร๊พโครตเดือด!! ซึ่งเพลงนี้ได้ผู้ประพันธ์คำร้อง และ ทำนองโดย “ กิตติลักษณ์ โรหิตาจล” เรียบเรียงดนตรี “เจนณรงค์ อินทเสน”

สำหรับเพลง “อวสาน(FINAL)” สื่อให้เห็นการจากลาในทุกๆรูปแบบ ที่ไม่ว่าจะ สภาวะไหน ทุกอย่างล้วนมีการจากลา ทุกคนปฏิเสธไม่ได้ว่าทุกสิ่งย่อมมีจุดสิ้นสุด ตามครรลองของมัน เป็นเรื่องน่าเศร้า แต่สุดท้ายมันต้องเป็นอย่างนั้น อยากให้มองว่าเป็นเรื่องที่น่าจดจำ เมื่อวันและเวลาผ่านไป สิ่งนี้เราจะเรียกมันว่า “อวสาน”

‘เนย วรัฐฐา’ใช้ชีวิตสุดโต่งปาร์ตี้หนักจนร่างพัง! ‘แจม ชรัฐฐา’เคยร้องไห้สติแตก นอนซมเพราะซึมเศร้า

‘เนย วรัฐฐา’ใช้ชีวิตสุดโต่งปาร์ตี้หนักจนร่างพัง! ‘แจม ชรัฐฐา’เคยร้องไห้สติแตก นอนซมเพราะซึมเศร้า

‘เนย วรัฐฐา’ใช้ชีวิตสุดโต่งปาร์ตี้หนักจนร่างพัง! ‘แจม ชรัฐฐา’เคยร้องไห้สติแตก นอนซมเพราะซึมเศร้า

วันเสาร์ ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สองพี่น้องฝาแฝด เนย วรัฐฐา และ แจม ชรัฐฐา อดีตสมาชิกวง Neko Jump เปิดใจในรายการ Prime Cast ย้อนเล่าถึงประสบการณ์ในวงการบันเทิง ช่วงวัยรุ่นที่ชีวิตเต็มไปด้วยการปาร์ตี้หนักหน่วงและพักผ่อนน้อยจนร่างพัง และจุดเปลี่ยนที่ทำให้หันมาดูแลสุขภาพกายและใจมากขึ้น พร้อมเผยประสบการณ์ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า วิธีการก้าวผ่านช่วงเวลาเหล่านั้น

ได้ข่าวว่ามีใครเป็นคนปาร์ตี้หนักสมัยก่อน ?

เนย วรัฐฐา : จริง ๆ ช่วงที่ปาร์ตี้หนักเลย คือช่วงที่ยังทำงานอยู่ ช่วงที่ยังทำงานเป็น เนโกะจัมพ์ อยู่ เพราะว่ามันเหมือนรู้สึกว่าเราทำงานอย่างเดียวแล้วไม่มีเวลาพัก ไม่มีเวลาเที่ยว ไม่มีเวลาอยู่กับเพื่อน เพราะฉะนั้นพอเลิกงานเสร็จปุ๊บก็เลยรู้สึกว่าเราจะไม่กลับบ้าน ต้องหาที่ลงอะไรอย่างงี้ ก็จะแบบไปปาร์ตี้ ช่วงนั้นอายุประมาณ 19-20 เปิดโลกการดื่มอะไรอย่างงี้ ลองกินเหล้า กินเบียร์ เป็นยังไง ไวน์เป็นยังไง แชมเปญเป็นยังไง ค็อกเทล กินทุกอย่างเลย รู้สึกว่า เวลาเมามันสนุกดี ได้ผ่อนคลาย ช่วงนั้นก็เลยแทบจะทุกวันเลย  หลังเลิกงานคือไปแล้วก็กินจนถึงร้านปิด ไม่งั้นก็ต่อบ้านเพื่อนที่ไปด้วยกัน แล้วก็กลับมาถึงบ้านตอนเช้า แล้วก็อาบน้ำแต่งตัวไปทำงานต่อ ขึ้นรถตู้ไปต่อค่ะ แล้วก็หลับเวลาที่เราอยู่บนรถ

แจม ชรัฐฐา : คือเนยเขาไปต่อขั้นที่ว่า ปกติตอนที่เป็นนักร้องก็จะมีทัวร์ยาว ก็คือตื่นเช้ามา 7 -8 โมง ขึ้นรถตู้ที่ RS แล้วก็ไปตามรายการ ถ่ายนี่ ทำนั่น เล่นคอนเสิร์ต จนคอนเสิร์ตสุดท้ายกว่าเราจะเสร็จงาน บางทีก็ถึงประมาณตี 2 -3 แล้วพอหลังจากนั้น เนยก็คือรันยาว

เนย วรัฐฐา : ไม่นอน เพราะว่าตอนนั้นรู้สึกว่าไม่ได้ต้องการนอน รู้สึกต้องการผ่อนคลาย แล้วตอนนั้นผ่อนคลายของเรา คือเหมือนแบบฉันอยากจะกินเหล้า

แจม ชรัฐฐา : เราก็จะใช้ชีวิตคนละแบบกันเลย เรากลับบ้านนอนอย่างเดียว รักการนอนมาก

จริงๆ แล้ว เนย แจม นิสัยต่างกันไหม ?

แจม ชรัฐฐา : จริง ๆ แล้วมันมีดีเทลที่ต่าง แต่ว่าความชอบพื้นฐานมันก็รวม ๆ กว้าง ๆ เหมือนกัน

แล้ว เนย ใช้ชีวิตอย่างงั้นมาสักพัก มีช่วงที่ร่างกายไม่ไหวไหม ?

เนย วรัฐฐา : มีค่ะ คือว่าเราก็ทำอย่างงั้นไปเรื่อย ๆ จนถึงจุดหนึ่ง รู้สึกว่าทำอย่างนี้ไปถึงเมื่อไหร่ สงสัยกับตัวเองว่าเราจะต้องหาความผ่อนคลายความสนุกจากการที่ออกไปดื่มไปเที่ยวทุก ๆ ครั้ง ถ้าอยู่เฉย ๆ แล้วแฮปปี้ไม่ได้เลยเหรอ มันสงสัยกับตัวเองต้องทำไปถึงเท่าไหร่ 40-50 เหรอ เรารู้แล้วว่ามันสนุกยังไง รู้แล้วว่ามันเป็นยังไง ผลลัพธ์เป็นยังไง รู้สึกว่าเราอายุก็เริ่มเยอะขึ้น แล้วกลับมาคิดว่าหลังจากนี้จะเลิกดื่ม จะไม่ทำแบบนั้นอีกแล้ว แล้วก็จะพยายามมีความสุขและแฮปปี้ได้ด้วยตัวเองโดยที่ไม่ต้องพึ่งสิ่งพึ่งพาภายนอก เราเป็นคนที่ถ้าตัดสินใจก็จะทำตามนั้นเลย อีกวันหนึ่งก็บอกเพื่อนเลยว่าแบบต่อไปนี้ไม่ดื่มแล้วนะ จะไม่กินเหล้าแล้ว แต่ไปด้วยนะ ชอบไปนั่งคุย คือเป็นคนแบบซีเรียสกับสิ่งที่ตัวเองคิดหรือตัดสินใจ

หลังจากนั้น เนย ก็คือเริ่มหันมาดูแลสุขภาพมากขึ้น ?

เนย วรัฐฐา : ใช่ ก็คือเปลี่ยนทางเลย เพราะเรารู้สึกว่าใช้ตัวเองแบบสุดไปแล้ว ทีนี้ก็ต้องแบบกลับมาดูแลตัวเองได้แล้ว

แล้วเริ่มยังไงกันบ้าง ?

เนย วรัฐฐา : ก็เลิกกินเหล้าเลย แล้วก็จะเป็นคนจินตนาการตัวเองว่าต่อไปนี้ฉันคือสาว healthy สุขภาพดี แล้วเราก็จะจินตนาการว่าคนที่เป็นแบบนี้กิจกรรมเขาคืออะไร ตื่นเช้าออกกำลังกาย กินอาหารคลีน ทานอาหาร healthy มีสุขภาพจิตที่ดี ใช้แบบผลิตภัณฑ์ที่ออร์แกนิก กลับมาดูแลตัวเอง รวมถึงหาหนังสืออ่าน หาข้อมูลไปเรียนบ้าง  ต้องบอกว่าเป็นช่วงที่ enjoy มาก คือหมายถึงว่า สนุก ไม่ฝืนเลย เหมือนเราเป็นอีกคนหนึ่ง

 แจม ชรัฐฐา : ของแจมก็ไม่ได้ไปสุดโต่งเหมือนเนย เราก็จะชอบอะไรที่มันสงบๆมากกว่า ชอบอยู่กับตัวเอง ชอบอะไรเงียบๆ นอน ชอบอยู่บ้านเลี้ยงหมา ไปดำน้ำ เพราะเราค้นพบแล้วว่าการเข้าวงการใหม่ๆสนุกกับการเจอคน สนุกกับแสงสี พอเริ่มโต รู้สึกว่าเราไม่ใช่คนแบบนั้น กลับมาจากทำงานแล้วรู้สึกหมดพลังงานกับการยิ้มจังเลย วิธีการใช้ชีวิตของเราก็เลยจะเปลี่ยนไปด้วย กิจกรรมที่เฮฮาก็เลยไม่ค่อยมี

แต่ทั้ง 2 คนเป็นนักกินอาหารเสริมใช่ไหม ?

เนย วรัฐฐา : จริง ๆ ก็ทั้งคู่ ก่อนจะซื้อวิตามินจะดูว่าเราขาดอะไร จะดูจากอาหารการกินของเราด้วย จะเลือกซื้อที่อันไหนรู้สึกว่าเราต้องเสริม

แจม ชรัฐฐา : แต่มันจะมีช่วงที่แจมแบบบ้าทานอาหารเสริม ทานเยอะมาก เป็นทาสการตลาด ตอนนั้นคือกินทุกอย่าง ไม่รู้ว่าเข้าไปแล้วมันช่วยอะไรได้บ้าง แต่ว่าตอนนั้นเราคิดว่าต้องรีบกินตั้งแต่เนิ่น ๆ ตั้งแต่อายุยังไม่เยอะ แต่ทุกวันนี้ทานแบบมีความรู้แล้ว

แต่แจมไม่มีปัญหาเรื่องการนอนเลยใช่ไหม ?

แจม ชรัฐฐา : นอนเยอะไปจริงๆ นอน 5 ทุ่ม ตื่น 11 โมง ยาวๆ

เนย วรัฐฐา : บางวันก็เที่ยง เขาเคยนอนแบบแทบจะ 12 ชั่วโมง ตื่นมาแล้วใช้ชีวิตแค่ 2-3 ชั่วโมง แล้วบอกเนยเราง่วง ต้องบอกว่าเธอนอนเยอะจนเธอมึนไปหมดแล้ว แล้วเขาก็ง่วงตลอดเวลาทั้งๆที่นอนเยอะมาก เขาสามารถหลับได้ทุกที่แม้กระทั่งตอนกำลังดำน้ำ ในสนามบอลก้เคย

แจม ชรัฐฐา : ตอนนี้กลับมาปกติแล้ว เราใช้วิธีการตั้งนาฬิกาปลุก ปลุกแล้วตื่น แล้วตื่นเลยลุก แต่พอมารู้ทีหลังว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของโรคจริงๆ

เป็นอะไร ?

แจม ชรัฐฐา : เป็นซึมเศร้า เราไม่รู้ ก่อนที่จะไปหาหมอ คือเราเป็นแบบนี้ของเรามานานแล้วไม่รู้ตัว พอไปหาหมอก็เลยเข้าใจว่าก่อนหน้านั้น เรานอนเยอะมากมากเลย มันเกิดจากแบบนี้

เกิดขึ้นเพราะอะไร ?

แจม ชรัฐฐา : กรณีของแจมมันไม่ได้เกิดขึ้น เพราะว่าเราเจอเรื่องกระทบจิตใจรุนแรงหรืออะไรขนาด นั้น แต่ว่ามันเป็นที่เคมีในสมองมันผิดปกติ แล้วเราก็ไม่รู้ตัว แต่ว่ามันอาจจะ Trigger โดยการทำงานแล้วเราเป็นคนเครียด เป็นคนจริงจังกับการทำงานมาก เครียดมากกับทุกอย่าง กลัวทำไม่ดี ไม่เพอร์เฟกต์ เมื่อก่อนจะกังวลกับทุกคำพูดของทุกๆคนบนโลกนี้ เลยทำให้เราเครียดดดยไม่รู้ตัว ไม่คิดว่าสิ่งนี้มันจะไปกดอยู่กับร่างกายของเราจนทำให้ฟังก์ชั่นในการหลั่งสารต่างๆ ของเคมีสมองมันผิดปกติ แล้วมันก็ค่อยๆ จนพัง อยู่ดีๆ ทำงานแล้วก็สติแตกร้องไห้ ต้องเดินไปเข้าห้องน้ำ ไปฮึบตัวเอง โดยที่ไม่มีใครมาว่าหรืออะไร อันนี้เป็นจุดที่ทำให้เรารู้สึกว่ามันเป็นอะไร หมอบอกว่ามันสะสมมาได้ตั้งแต่เด็กอันนี้ก็เลยเดาว่าตัวเองว่าเราเป็นคนเก็บอารมณ์ ร้องไห้ เสียใจ ก็จะอยู่ในตัวเองอย่างเดียว แล้วเราทำงานตั้งแต่อายุ 16 คิดว่ามันน่าจะแบบสะสมขึ้นไปเรื่อยๆ จนถึงวันที่มันระเบิดออกมา

‘โอบ – ไอซ์ – เจเลอร์’ จัดเต็มเพลงคัฟเวอร์สุดใกล้ชิด ครบจบทุกความสนุก

‘โอบ - ไอซ์ - เจเลอร์’ จัดเต็มเพลงคัฟเวอร์สุดใกล้ชิด ครบจบทุกความสนุก

‘โอบ – ไอซ์ – เจเลอร์’ จัดเต็มเพลงคัฟเวอร์สุดใกล้ชิด ครบจบทุกความสนุก

วันเสาร์ ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ครั้งนี้ กรีนเวฟ 106.5 เอฟเอ็ม ทำเอาแสบตาไปหมดกับความหล่อออร่าจับของ 3 ศิลปิน โอบ  โอบนิธิ, ไอซ์ พาริส และ เจเลอร์ กฤษณภูมิ บนเวที Cover Night Live BOY BELOVED ที่ชวนทั้ง 3 หนุ่มมาจัดเต็ม  ทั้งเพลงตัวเองและเพลงคัฟเวอร์ ให้สนุก ฟิน อิน แบบใกล้ชิด และอบอุ่นหัวใจกันสุดๆ

ประเดิมต้อนรับด้วยเพลงเดี่ยวของแต่ละคนทั้งเพลง งอนตลอด – ไอซ์ พาริส / เสียงสอง – เจเลอร์ และ ไม่อยากจะคุย – โอบ ก่อนเข้าสู่พาร์ท Solo ซึ่งแต่ละคนตั้งใจเลือกเพลงที่มีความหมายมาร้องให้ฟังกันบนเวทีนี้ เริ่มด้วยเพลง หัวใจไม่ใช่กระดาษ  – เจเลอร์ เลือกเพราะเป็นเพลงที่ใช้ออดิชันเข้าวง  9×9 ไนน์บายนาย และเพลงโปรดอย่าง จากคนอื่นคนไกล , เผลอรักหมดใจ ส่วน ไอซ์ พาริส เลือกเพลง ส่วนลึก / ผิดที่ไว้ใจ / เหนื่อยไหมหัวใจ ที่ทำให้หลายคนเซอร์ไพรส์จริง  เพราะที่ร้องได้แบบจัดเต็มเก็บทุกตัวโน้ตกันไปเลยทีเดียว  ต่อด้วยคิวของ โอบ มาปิดท้ายแบบเพลงซึ้งเซ็ทใหญ่ตั้งใจเลือกเพลง คนไม่เอาถ่าน มาร้องให้คุณพ่อ-คุณแม่ทำเอาซึ้งกันทั้งฮอลล์ แถมยังมี ปราง กัญญ์ณรัณ มาให้กำลังใจถึงขอบเวทีอีกด้วย

เข้าสู่ช่วงสุดท้ายรวมตัว 3 หนุ่ม โอบ ไอซ์ และเจเลอร์ กลายเป็นบอยแบนด์เฉพาะกิจ! กับเซ็ทเพลงเร็วมาเติมความคึกคักทั้งเพลง ฮัก / เนื้อคู่ และ รักเธอไปทุกวัน ที่เรียกว่าทั้งมันส์และป่วนสุดๆ  เพราะแต่ละคนก็ลงมาทักทายแฟนเพลงด้านล่างแบบใกล้ชิด  เรียกว่ามาทำให้คัฟเวอร์ไนท์ ไลฟ์ ของกรีนเวฟ  ครั้งนี้พิเศษสุดๆ ทำดี ทำถึง ได้ใจแฟนๆ แฮปปี้กันมากเว่อร์ เพราะนอกจากจะได้มาฟังเพลงคัฟเวอร์ที่หาฟังจากเวทีไหนไม่ได้แล้วยังได้ใกล้ศิลปินกันสุดๆ ส่วน Cover Night Live ครั้งหน้าจะเป็นศิลปินคนไหน ติดตามลุ้นกันได้ที่ กรีนเวฟ 106.5 เอฟเอ็ม บอกเลยฟินแน่นอน