เปิดหลักฐาน! ‘พีระพันธุ์’แจกถุงยังชีพ ติดสติกเกอร์ รูป-ชื่อตัวเอง (คลิป)

เปิดหลักฐาน! 'พีระพันธุ์'แจกถุงยังชีพ ติดสติกเกอร์ รูป-ชื่อตัวเอง (คลิป)

เปิดหลักฐาน! ‘พีระพันธุ์’แจกถุงยังชีพ ติดสติกเกอร์ รูป-ชื่อตัวเอง (คลิป)

วันศุกร์ ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 17.57 น.

วันที่ 2 พฤษภาคม 2568  สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) ได้เผยแพร่ข่าว “เปิดหลักฐาน ‘พีระพันธุ์’ แจกถุงยังชีพติดสติกเกอร์ตัวเอง -‘พิมพ์ภัทรา’ โชว์คลิปหรา tiktok”

โดยมีเนื้อหาดังนี้  กรณีสำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) ได้รับการเปิดเผยข้อมูลจากแหล่งข่าวสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ว่า ขณะนี้ ป.ป.ช.อยู่ระหว่างไต่สวนคดี รัฐมนตรีรายหนึ่งในรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เกี่ยวกับกรณีการแจกถุงยังชีพช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วมที่ได้รับการสนับสนนถุงยังชีพมาจากรัฐวิสาหกิจหลายแห่ง แต่มีการติดสติกเกอร์ชื่อตนเองข้างถุง ขณะที่ภายในถุงมีข้าวสารของตนเองรวมอยู่ด้วย และยังไปร่วมแจกถุงยังชีพด้วยตัวเอง พฤติการณ์ดังกล่าวเข้าข่ายการกระทำฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมของ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และผู้ดํารงตําแหน่งในองค์กรอิสระ รวมทั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และหัวหน้าหน่วยงานธุรการของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ พ.ศ. 2561 ข้อ 17 ที่ระบุว่า ไม่กระทําการใดที่ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์ของการดํารงตําแหน่ง ประกอบ ข้อ 27 วรรคสองระบุว่า การฝ่ฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจรยธรรมในหมวด 2 และหมวด 3 จะถือว่ามีลักษณะร้ายแรงหรือไม่ ให้พิจารณาถึงพฤติกรรมของการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติ เจตนาและความร้ายแรงของความเสียหายที่เกิดจากการฝ่าฝืนหรือไมปฏิบัติ นั้น 

เบื้องต้น คณะไต่สวนคดีนี้ ได้มีการทำหนังสือเรียกตัวรัฐมนตรีรายนี้มารับทราบข้อกล่าวหา ในวันที่ 15 พฤษภาคม 2568 และให้ใช้สิทธิ์ชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา ก่อนสรุปสำนวนเสนอที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.เพื่อพิจารณาสำนวนการไต่สวนต่อไป ถ้าหาก ป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิด ก็จะมีการส่งสำนวนฟ้องร้องคดีต่อศาลฏีกาต่อไป

ล่าสุด สำนักข่าวอิศรา ได้รับการยืนยันข้อมูลเป็นทางการแล้วว่า รัฐมนตรีปริศนา ที่ถูก ป.ป.ช.แจ้งข้อกล่าวกรณีนี้ คือ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน 

ส่วนหลักฐานที่ ป.ป.ช.นำมาใช้ประกอบการไต่สวนคดีนี้ คือ ภาพจากคลิปวิดีโอ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค  ระหว่างลงพื้นที่เยี่ยมประชาชนในจังหวัดแห่งหนึ่ง และมีการมอบถุงยังชีพ ซึ่งมีสติกเกอร์รูป – ชื่อ นายพีระพันธุ์ ติดอยู่ข้างถุงยังชีพ ซึ่งคลิปวิดีโดังกล่าว เคยถูกเผยแพร่ใน tiktok ของ นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ที่ใช้ชื่อว่า ปุ้ย พิมพ์ภัทรา เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2567 

ขณะที่ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า ยังไม่ได้รับแจ้งจาก ป.ป.ช. แต่รู้เรื่องแล้ว เพราะกลั่นแกล้งมาตั้งนานแล้ว 

ส่วนกรณี นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ในรัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี ที่มีการส่งแชร์รูปภาพการจัดส่งถุงยังชีพของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ไปยังผู้ประสบภัยน้ำท่วม ที่อำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช และมีสติ๊กเกอร์ของนางสาวพิมพ์ภัทรา ติดอยู่ที่ถุงยังชีพจนมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ในช่วงเดือนธันวาคม 2567 นั้น 

สำนักข่าวอิศรา รายงานไปแล้วว่า ป.ป.ช.ไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหา นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล เนื่องจากเห็นว่าไม่ได้ไปร่วมแจกถุงยังชีพด้วย และพอทราบเรื่องก็สั่งให้มีการแกะชื่อตนเองออก พร้อมชี้แจงว่าเป็นการเข้าใจผิด และขอโทษต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ต่างจาก นายพีระพันธุ์  ที่ถูก ป.ป.ช.แจ้งให้มารับทราบข้อกล่าวหา ที่ไปร่วมแจกถุงยังชีพด้วยตนเอง และมีรูปภาพด้วย

อย่างไรก็ดี คดีนี้ ป.ป.ช.ยังไม่ได้มีการสรุปสำนวนชี้มูลความผิด  นายพีระพันธุ์ แต่อย่างใด นายพีระพันธุ์ยังถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ‘พีระพันธุ์’ยังไม่ทราบ! ป.ป.ช.แจ้งข้อกล่าวหาคดีแจกถุงยังชีพ

ขอบคุณข้อมูล : สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org)

https://www.tiktok.com/embed/v2/7449915067233062151?lang=th-TH&referrer=https%3A%2F%2Fwww.naewna.com%2Fpolitic%2F881553Watch on TikTok

‘อดีตแม่ยก ปชป.’ยืนยัน’ชวน’ ยังไม่สิ้นมนต์ขลัง-ยังเป็นปูชนียบุคคล

'อดีตแม่ยก ปชป.'ยืนยัน'ชวน' ยังไม่สิ้นมนต์ขลัง-ยังเป็นปูชนียบุคคล

‘อดีตแม่ยก ปชป.’ยืนยัน’ชวน’ ยังไม่สิ้นมนต์ขลัง-ยังเป็นปูชนียบุคคล

วันศุกร์ ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 17.05 น.

วันที่ 2 พฤษภาคม 2568 นางกาญจนี วัลยะเสวี หรือ ติ๊งต่าง อดีตแม่ยกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ ภาพยืนข้างกับนายชวน หลีกภัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ และอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมข้อความระบุว่า #คุณชวนปูชนียบุคคลของประชาธิปัตย์ หลังผลการเลือกตั้งซ่อมที่นครฯ ดิฉันมั่นใจว่าคุณชวนยังมีความสำคัญต่อพรรคปชป. ท่านยังเป็นเสาหลักของพรรค

ลองคิดดูหากวันนี้พรรคไม่มีคุณชวน จะมีใครทำให้มวลชนเห็นคุณค่าของพรรค อย่างน้อยท่านยังทำให้เห็นว่าแท้จริงพรรคปชป.คือสถาบัน คนในพรรค – กรรมการบริหารพรรคมาแล้วก็ไป บางสิ่งที่ใครทำไม่ถูก ท่านก็ใช่จะทำตามมติพรรคในทุกเรื่อง(ในสิ่งที่ไม่เหมาะไม่ควร) ท่านทำด้วยวิธีการ “งดออกเสียง”

คุณชวนยังไม่สิ้นมนต์ขลัง

#แม่ยกยืนยัน

มท.ต้อนรับ’รัฐมนตรีฯญี่ปุ่น’ ถกพัฒนาระบบแจ้งเตือนภัย Cell Broadcast

มท.ต้อนรับ'รัฐมนตรีฯญี่ปุ่น' ถกพัฒนาระบบแจ้งเตือนภัย Cell Broadcast

มท.ต้อนรับ’รัฐมนตรีฯญี่ปุ่น’ ถกพัฒนาระบบแจ้งเตือนภัย Cell Broadcast

วันศุกร์ ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 16.46 น.

‘มหาดไทย’ ต้อนรับ ‘รัฐมนตรีฯญี่ปุ่น’ ถกให้คำแนะนำ-ฟังแนวคิดไปปรับใช้ ‘ระบบ Cell Broadcast’ รับมือภัยพิบัติยัน ‘ปภ.’ เดินหน้าทดสอบ คาดเปิดใช้ได้จริงก.ค.นี้ 

2 พฤษภาคม 2568 เมื่อเวลา 09.00 น. ที่กระทรวงมหาดไทย (มท.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ให้การต้อนรับ นายโทกาชิ ฮิโรยูกิ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกิจการภายในและการสื่อสารญี่ปุ่นจากนั้นได้เปิดเผยว่า นายโทกาชิ ได้มีการให้คำแนะนำถึงระบบการแจ้งเตือนภัยแบบ Cell Broadcast ที่กระทรวงมหาดไทยได้กำลังดำเนินการทดสอบระบบอยู่ ให้มีการพัฒนาเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง โดยเปรียบเทียบกับระบบการแจ้งเตือนภัยของประเทศญี่ปุ่น ที่สามารถแจ้งได้อย่างรวดเร็ว และมีการแบ่งกลุ่มเป้าหมายได้แบบเฉพาะกลุ่มนอกเหนือจากการอยู่ในสถานที่เป้าหมาย เช่น มีการส่งการแจ้งเตือนให้ผู้ที่อยู่บนรถไฟหรือในระบบขนส่งสาธารณะในรูปแบบหนึ่ง และผู้ที่อยู่นอกระบบขนส่งสาธารณะอีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งเป็นแนวทางที่จะต้องมีการทดสอบ และพัฒนา ขยายให้ครอบคลุมต่อไป  แต่ในเบื้องต้นในช่วงแรกของการทดสอบ ณ ขณะนี้ ต้องดำเนินการแจ้งเตือนผ่านการใช้เครือข่ายขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในครอบคลุมถึงกลุ่มเป้าหมายในแต่ละจุดก่อน โดย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จะเริ่มดำเนินการทดสอบขนาดเล็กในวันนี้เป็นครั้งแรก และคาดว่าจะสามารถดำเนินการใช้ได้จริงด้วยระบบที่สมบูรณ์ในช่วงเดือนก.ค.นี้

‘สส.ปชน.’ซัด’ดีอี​-กสทช.’ล้มเหลวจัดการโฆษณา​พนันออนไลน์​ เข้าถึงง่ายทุกที่ทุกเวลา​

'สส.ปชน.'ซัด'ดีอี​-กสทช.'ล้มเหลวจัดการโฆษณา​พนันออนไลน์​ เข้าถึงง่ายทุกที่ทุกเวลา​

‘สส.ปชน.’ซัด’ดีอี​-กสทช.’ล้มเหลวจัดการโฆษณา​พนันออนไลน์​ เข้าถึงง่ายทุกที่ทุกเวลา​

วันศุกร์ ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 16.41 น.

‘สส.ปชน.’ซัด’ดีอี​-กสทช.’ไม่มีปัญญาจัดการโฆษณา​พนันออนไลน์​ หลังพบเข้าถึงง่ายทุกที่ทุกเวลา​ ทำคนถูกหลอก​ จี้​ ลงโทษ-เอาผิด​ ขจัดให้ได้ก่อน​ เปิดพนันออนไลน์-กาสิโนแบบถูกกฎหมาย​ ​

เมื่อวันที่ 2 พ.ค.2568 ที่รัฐสภา นายภัณฑิล น่วมเจิม สส.กทม. พรรคประชาชน​ แถลงถึงปัญหาโฆษณาพนันออนไลน์​ รบกวนประชาชน​ว่า​ สืบเนื่องจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม (ดีอี)​ ระบุว่า​ นายกรัฐมนตรี​ ​ให้ไปศึกษาแนวทางทำพนันออนไลน์ถูกกฎหมาย และเมื่อช่วงต้นเดือนเมษายน​ ก็มีการเสนอกาสิโนถูกกฎหมายขึ้นมา ตนจึงมองว่า​เป็นข้อแลกเปลี่ยนกันหรือเปล่า​ระหว่าง 2 พรรคการเมือง​ แต่สิ่งที่ตนเองมองเห็นคือ​ กระทรวงดีอี และ​ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ไม่มีปัญญา และล้มเหลวต่อการจัดการโฆษณา​พนันออนไลน์ ทุกวันนี้พนันออนไลน์​ เข้าถึงได้ง่ายทุกที่ทุกเวลา​ มีการเด้งเข้ามาในแอฟพลิชั่นหลายแพลตฟอร์ม เสี่ยงต่อการทำให้ผู้ใช้บริการถูกละเมิด และยังไม่รวมถึงเครื่องมือที่เว็บพนันใช้หลอกลวง​ประชาชน​ ดังนั้น​หากยังจัดการพนันออนไลน์ผิดกฎหมายไม่ได้ รัฐบาล​ไม่ควรทำการพนันให้ถูกกฎหมาย​ 

“ดังนั้น​ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง​ ควรสั่งปิดช่องทางพนันออนไลน์ทั้งหมด ถ้าจะเปิดพนันถูกกฎหมาย ควรจะปิดพวกนี้ให้ได้หมดก่อน​ เพราะถ้าพนันออนไลน์ผิดกฎหมายมันง่าย ใครจะไปเล่นแบบถูกกฎหมาย ต้องปิดโดยทันทีไม่ต้องไปขออนุญาตศาล​ภายหลัง​ รวมไปถึงอายัดบัญชีที่เกี่ยวข้อง และสถาบันการเงินจะต้องรับผิดชอบด้วย​ เพราะรู้ช่องทางการเงินอยู่แล้ว​ เหตุใดจึงจะเอาผิดไม่ได้​ พร้อมควรกำหนดโทษผู้สนับสนุนทั้งทางการเงินและการโฆษณาและนอกจากนั้นควรสร้างระบบที่ป้องกันการติดพนัน” นายภัณฑิลกล่าว

‘ดร.เสรี’เดือดจัด! บอกประเทศไทยตกอยู่ในอำนาจคนชั่ว-โง่-สอพลอ

'ดร.เสรี'เดือดจัด! บอกประเทศไทยตกอยู่ในอำนาจคนชั่ว-โง่-สอพลอ

‘ดร.เสรี’เดือดจัด! บอกประเทศไทยตกอยู่ในอำนาจคนชั่ว-โง่-สอพลอ

วันศุกร์ ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 16.40 น.

วันที่ 2 พฤษภาคม 2568 ดร.เสรี วงษ์มณฑา นักวิชาการด้านการตลาดและการสื่อสาร  โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า บางคนก็ชั่วเกินกว่าจะหาคำใดๆมาบรรยาย

บางคนก็โง่ดักดาน ไม่มีความรู้ ไม่มีความสามารถ แต่ทะเยอทะยานเกินตัว ยโสโอหังอวดดี ไม่มีการพัฒนา

นายหนึ่ง น่าจะเป็นคนมีความรู้ มีความสามารถพอจะทำหน้าที่ได้ แต่กลับเป็นคนสอพลอตอแหล อ่อนน้อมค้อมตนจนน่าสมเพช

หลายคนทำตัวเป็นข้าข้า อวยยศอวยศักดิ์เจ้านายและคุณหนูแบบไม่รู้สึกละอายอะไรเลย คนแบบนี้ก็ชั่วไม่น้อยกว่านาย

ประเทศไทยตกอยู่ในอำนาจคนเลว คนชั่ว คนโง่ คนสอพลอตอแxล คนที่พร้อมจะพายเรือให้โจรนั่งมากมาย เราจึงตกอยู่ในสภาพเช่นนี้

เฮงรับ ครม.สัญจร! ทะเบียนรถนายกฯ ‘กท 888’ ตรงเผง รางวัลที่ 1

เฮงรับ ครม.สัญจร! ทะเบียนรถนายกฯ 'กท 888' ตรงเผง รางวัลที่ 1

เฮงรับ ครม.สัญจร! ทะเบียนรถนายกฯ ‘กท 888’ ตรงเผง รางวัลที่ 1

วันศุกร์ ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 16.31 น.

คอหวยเฮลั่น! ทะเบียนรถ ‘นายกฯอิ๊งค์’ ลงพื้นที่’สกลนคร-นครพนม‘ให้โชคออก 88 ตรงๆ

2 พ.ค.2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 28 เม.ย.ที่ผ่านมา น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ตรวจราชการที่จังหวัดสกลนครและประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) จังหวัดนครพนม โดยนายกฯได้ใช้รถยนต์โตโยต้าอัลพาร์ด สีดำ ทะเบียน กท 888 กรุงเทพมหานคร ใช้ในการปฎิบัติภารกิจดังกล่าว โดยคอหวยไม่พลาดส่องทะเบียนรถลุ้นหวย

ล่าสุดปรากฏว่า หลังสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ประกาศผลรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลงวดประจำวันที่ 2 พ.ค.2568 รางวัลที่ 1 เลข 213388 ซึ่งตรงกับเลขทะเบียนรถนายกฯ ทำให้มีชาวจังหวัดนครพนมและประชาชนที่ติดตามการเดินทางมาตรวจราชการครั้งนี้ได้รับโชคไปตามๆกัน

ตรวจหวย : ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำวันที่ 2 พฤษภาคม 2568

009

อิ่มบุญ! ‘คุณหญิงสุดารัตน์-ครอบครัว’ทำบุญวันเกิด ณ วัดสระเกศฯ

อิ่มบุญ! 'คุณหญิงสุดารัตน์-ครอบครัว'ทำบุญวันเกิด ณ วัดสระเกศฯ

อิ่มบุญ! ‘คุณหญิงสุดารัตน์-ครอบครัว’ทำบุญวันเกิด ณ วัดสระเกศฯ

วันศุกร์ ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 16.24 น.

คุณหญิงสุดารัตน์ พร้อมครอบครัว ทำบุญใหญ่วันคล้ายวันเกิด ณ วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร อิ่มบุญ อบอุ่นหัวใจ พร้อมสักการะพระบรมสารีริกธาตุ ณ ภูเขาทอง เสริมสิริมงคลชีวิต

เมื่อ 1 พฤษภาคม 2568 ที่ผ่านมา เนื่องในวันคล้ายวันเกิดของคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย ได้จัดพิธีทำบุญเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต โดยมีครอบครัว ญาติสนิท มิตรสหาย และบุคคลใกล้ชิดร่วมพิธีอย่างเรียบง่าย บรรยากาศเป็นไปด้วยความสงบ แต่เปี่ยมล้นไปด้วยความรัก ความอบอุ่นของครอบครัว ความเคารพในพระพุทธศาสนา และมิตรไมตรีของผู้มาร่วมงาน ซึ่งเต็มไปด้วยรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และน้ำใจที่ถ่ายทอดถึงกันอย่างจริงใจ ณ วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีความสำคัญทางพุทธศาสนาและเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวพุทธมายาวนาน

ในช่วงเช้า คุณหญิงสุดารัตน์ พร้อมครอบครัว ได้ร่วมกันถวายภัตตาหารเพล แด่พระภิกษุสงฆ์ โดยมีพระพรหมสิทธิ กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วยพระเถระผู้ใหญ่ร่วมประกอบพิธี อาทิ พระพรหมวชิรโพธิวงศ์ เจ้าอาวาสวัดไทยพุทธคยา บรรยากาศในพิธีเป็นไปอย่างสงบ งดงามและเปี่ยมด้วยความเลื่อมใส ทุกคนต่างตั้งจิตอธิษฐาน อุทิศบุญกุศลให้แก่บรรพบุรุษและผู้มีพระคุณ พร้อมอธิษฐานขอพรให้ประเทศชาติและพี่น้องประชาชนชาวไทยผ่านพ้นวิกฤติการณ์ต่างๆ และกลับมามีความสุขอีกครั้ง

ต่อมาในช่วงเย็น ได้ประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์วันเกิด ณ ศาลาการเปรียญ วัดสระเกศฯ โดยได้รับเมตตาจากพระพรหมสิทธิ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และพระธรรมวชิรปัญญาจารย์ (เจ้าคุณเทียบ) ผู้บริหารและอาจารย์สถาบันพระไตรปิฎกศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ซึ่งยังเป็นพระอาจารย์ที่เคยสอนภาษาบาลีให้คุณหญิงสุดารัตน์ ในช่วงที่ศึกษาในระดับปริญญาเอกพุทธศาสตร์ ได้เมตตามาให้พรในพิธีด้วย

ภายหลังพิธีสงฆ์เสร็จสิ้น คุณหญิงสุดารัตน์ พร้อมคณะ ได้ร่วมกันประกอบพิธีห่มผ้าพระเจดีย์ ณ ยอดภูเขาทอง หรือ “บรมบรรพต” ซึ่งประดิษฐานองค์พระบรมสารีริกธาตุอันทรงคุณค่ายิ่ง โดยพระบรมสารีริกธาตุดังกล่าว ได้รับทูลเกล้าฯถวายแด่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 จากผู้สำเร็จราชการอังกฤษประจำอินเดีย ภายหลังนักโบราณคดีได้ค้นพบผอบบรรจุพระบรมสารีริกธาตุซึ่งจารึกอักษรพรหมมีว่าเป็นขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

การเดินขึ้นยอดภูเขาทองในครั้งนี้ เต็มไปด้วยความศรัทธา ทุกย่างก้าวเป็นการบูชาคุณแห่งพระพุทธเจ้า และเป็นโอกาสในการตั้งจิตขอพรอันบริสุทธิ์ เพื่อความเจริญทั้งทางโลกและทางธรรม

คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวขอบคุณทุกท่านที่มาร่วมบุญในวันเกิด โดยขออำนาจคุณพระรัตนตรัย ได้โปรดคุ้มครอง ให้ทุกท่านพบเจอแต่ความสุข สุขภาพแข็งแรง พบแต่สิ่งที่ประเสริฐและเป็นมงคลไปตลอดชีวิต

“ขอให้ประเทศไทยและคนไทยรอดพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปให้ได้ ขอให้ความสุข และเศรษฐกิจที่ดี กลับมาสู่ชีวิตคนไทยทุกคนอีกตรั้ง” คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าว

โปรดพระราชทานสมณศักดิ์ ‘พระครูปลัดสุวัฒนศีลคุณ’ วัดบางพลีใหญ่กลาง เป็น ‘พระวชิรคณาทร’

โปรดพระราชทานสมณศักดิ์ 'พระครูปลัดสุวัฒนศีลคุณ' วัดบางพลีใหญ่กลาง เป็น 'พระวชิรคณาทร'

โปรดพระราชทานสมณศักดิ์ ‘พระครูปลัดสุวัฒนศีลคุณ’ วัดบางพลีใหญ่กลาง เป็น ‘พระวชิรคณาทร’

วันศุกร์ ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 16.23 น.

วันที่ 2 พฤษภาคม 2568 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศ เรื่อง พระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ มหิศรภูมิพลราชวรางกูร กิติสิริสมบูรณอดุลยเดช สยามินทราธิเบศรราชวโรดม บรมนาถบพิตร พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์

พระครูปลัดสุวัฒนศีลคุณ (จรูญ) วัดบางพลีใหญ่กลาง จังหวัดสมุทรปราการ เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญ มีนามว่า “พระวชิรคณาทร”

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม พุทธศักราช 2568

สำหรับ พระครูปลัดสุวัฒนศีลคุณ (จรูญ) เป็นพระนักพัฒนา ชาวบ้านส่วนมากจะเรียกท่านว่า “พระครูแจ้” ปัจจุบันเป็นเจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลาง โดยมีโครงการช่วยเหลือผู้ป่วย ผู้พิการและคนยากไร้อย่างต่อเนื่อง ทำให้มีศิษยานุศิษย์เลื่อมใสศรัทธาเป็นจำนวนมาก

‘ปชน.’แฉแหลก‘สภาฯ-สว.’ของบฯ‘เรียนภาษาจีน 2.3 ล้าน-โรงหนัง 180 ล้าน-ห้องประชุม 99 ล้าน

‘ปชน.’แฉแหลก‘สภาฯ-สว.’ของบฯ‘เรียนภาษาจีน 2.3 ล้าน-โรงหนัง 180 ล้าน-ห้องประชุม 99 ล้าน

‘ปชน.’แฉแหลก‘สภาฯ-สว.’ของบฯ‘เรียนภาษาจีน 2.3 ล้าน-โรงหนัง 180 ล้าน-ห้องประชุม 99 ล้าน

วันศุกร์ ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 16.21 น.

‘ปชน.’สบช่องแฉเปิง‘สภาฯ-สว.’ของบฯ69แหลก ‘เรียนภาษาจีน 2.3 ล้าน-ทุ่มเงินทำโรงหนังขั้น 4D 180 ล้าน – สร้างห้องประชุม 1,500 ที่นั่ง 99 ล้าน’ เหน็บเลียนแบบ ‘สตง.’ หรือไม่ ซัดไม่อายปชช.หรือไง บี้เปิดเผยโปร่งใส อย่าทำอ้ำอึ้ง

เมื่อวันที่ 2 พ.ค.2568 ที่รัฐสภา นายภัณฑิล น่วมเจิม สส.กทม. พรรคประชาชน แถลงว่า วานนี้ (1พ.ค.) ตนได้เข้าไปรับฟังคำชี้แจงข้อมูลคำของบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 ของรัฐสภา จากทางสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ในที่ประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาฯ ซึ่งตนมองว่าค่อนข้างร้ายแรง ในฐานะที่เราตรวจสอบการใช้เงินภาษีของประชาชนของหน่วยงานทั้งประเทศ แต่หากเราไม่สามารถตรวจสอบองค์กรตนเองได้แสดงว่ามีปัญหา โดยหมวดงบสร้างใหม่ที่เป็นโครงการขนาดใหญ่ มีการของบก่อสร้างและปรับปรุงพื้นที่บริเวณพิพิธภัณฑ์รัฐสภา จำนวน 42 ล้านบาท โดยมีงบผูกพันไปถึงปี 2570 อีกประมาณ 90 ล้านบาท รวม 120 ล้านบาท ตนสงสัยว่ามีความจำเป็นอะไรที่ของบขนาดนั้น ประชาชนได้จะได้ประโยชน์อะไร

นายภัณฑิล กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังมีโครงการพัฒนาระบบโรงภาพยนตร์ 4D ในสภาฯ ไม่ใช่มีแค่แสงสีเสียง แต่จะมีลมมีฝนมีแรงสั่นสะเทือนเหมือนที่เราไปชมในห้างสรรพสินค้า งบประมาณจำนวน 180 ล้านบาท ซึ่งเราได้ถามถึงความจำเป็น จะส่งเสริมประชาธิปไตยอย่างไร ซึ่งทางผู้บริหารสำนักงบประมาณ ก็ตอบคำถามไม่ได้ ไม่ทราบรายละเอียด จึงได้ทำหนังสือไปถึงฝ่ายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายอาคาร และสถานที่เพื่อให้ได้คำตอบ ขณะเดียวกันยังมีการของบฯทำโครงการปรับปรุงไฟส่องสว่างห้องสัมมนา ชั้น B1 และ B2 จำนวน 118 ล้านบาท ก็ไม่เข้าใจว่าจะเติมไฟไปทำไม อยากไปสอบถามฝ่ายอาคารเหมือนกันว่าไฟเสียหรือไม่ จะเปลี่ยนไฟให้สว่างอลังการหรืออย่างไร ถ้าหากของเก่ายังใช้ได้อยู่

นายภัณฑิล กล่าวอีกว่า ในส่วนของศาลาแก้วบริเวณหน้าอาคารรัฐสภาทั้งสองหลัง มีการของบปรับปรุง 123 ล้านบาท ซึ่งมีการระบุว่า จะทุบทำใหม่ เพราะมีน้ำรั่วซึมลงไปบริเวณชั้นล่างลานจอดรถ แต่ที่ผ่านมาก็ยังไม่เคยเปิดใช้งาน แต่จะทุบทำใหม่ ตนถามหน่อยว่าไม่อายประชาชนเลยใช่หรือไม่ การของบปรับปรุงห้องประชุม CB406 งบ 118 ล้านบาท ซึ่งตนก็ใช้อยู่เป็นประจำ ก็ไม่เห็นมีปัญหาอะไร ซึ่งได้รับคำชี้แจงว่ามีเรื่องขอมา การปรับปรุงพื้นที่อาคารรัฐสภา 117 ล้านบาท เดิมอยู่ที่ชั้น 1 แต่บริเวณดังกล่าวมีความตั้งใจทำเป็นห้องสันทนาการของสโมสรรัฐสภา ถึงแม้ว่าแผนเดิมจะจัดให้อยู่บริเวณชั้น B2 ซึ่งงบที่ขอมาสามารถทำร้านอาหารได้เลย ตนได้ถามไปทางประธานสภาฯ แต่ยังไม่ได้คำตอบ รวมถึงมีการของบจัดทำระบบภาพระบบเสียงห้องประชุม 1,500 ที่นั่ง 99 ล้านบาท เราจะเลียนแบบสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.)ใช่หรือไม่ เราจะเอาไปรับรองใคร จึงขอเรียกร้องขอความโปร่งใส รายละเอียดความจำเป็น

นายภัณฑิล กล่าวว่า ในส่วนของวุฒิสภา มีการขอตั้งเบี้ยประชุมคณะกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญการพิทักษ์และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ วุฒิสภา 30 คน เบี้ยประชุมคนละ 1,500 บาท ที่แปลกคือวางการประชุมไว้ 52 ครั้งต่อปี คือประชุมทุกอาทิตย์ แปลกใจว่ามีกมธ.ทุกอาทิตย์โดยไม่มีวันหยุด ซึ่งเขาชี้แจงว่าตั้งเผื่อไว้ ขอประมาณงบ 2.34 ล้านต่อปี และที่น่าสนใจคือค่าใช้จ่ายในการเพิ่มทักษะภาษาจีนสำหรับ สว. ตนตกใจที่ใช้เงินหลวงไปเรียนภาษาจีน โดยของบ 2.3 ล้านบาท อ้างว่าเรียนเสร็จจะมีการบินไปเข้าแคมป์ที่ประเทศจีน โดยขอเฉพาะเจาะจง 15 คน

“ความชอบธรรมอยู่ตรงไหน ประหลาดมาก ถึงเงินไม่ได้มาก แต่ขอเรียนภาษาจีน ถ้าขอเจ้าหน้าที่สภาฯ ยังพอเข้าใจได้ แต่สำหรับสว.จะเรียนคาดหวังผลอะไร” นายภัณฑิล กล่าว

นายภัณฑิล กล่าวว่า ตนเรียกร้องให้เปิดเผยกับประชาชน ตนไม่สามารถยกมือผ่านได้ในวาระ 1 หรือวาระ 2 ในสภาฯ เพราะไม่ชอบธรรม เราจะตอบประชาชนอย่างไรที่เราตรวจสอบคนอื่นแต่ในเมื่อตัวเราเองยังไม่สามารถตอบสังคมได้ ทุกคนอ้ำอึ้งไม่รู้จะตอบอย่างไร โดยขั้นตอนต่อไปตนจะเรียกผู้ออกแบบมาถามถึงเจตนาดั้งเดิมของการออกแบบสภาแห่งนี้ว่า แต่ละพื้นที่เอาไว้ใช้ทำอะไร ประชาชนได้ประโยชน์ตรงไหน

พระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ พระราชทานยศ ‘จ่าสิบเอก พลาน พิงภูงา’ ข้าราชการในพระองค์

https://www.naewna.com/politic/881504

พระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ พระราชทานยศ 'จ่าสิบเอก พลาน พิงภูงา' ข้าราชการในพระองค์

พระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ พระราชทานยศ ‘จ่าสิบเอก พลาน พิงภูงา’ ข้าราชการในพระองค์

วันศุกร์ ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 16.08 น.

วันที่ 2 พฤษภาคม 2568 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่พระบรมราชโองการ ประกาศ พระราชทานยศข้าราชการในพระองค์ฝ่ายทหารชั้นสัญญาบัตร ความว่า

มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานยศข้าราชการในพระองค์ฝ่ายทหาร ชั้นสัญญาบัตร อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 15 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ประกอบมาตรา 4 และมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการในพระองค์ พ.ศ. 2560 มาตรา 10 มาตรา 13 และมาตรา 15 แห่งพระราชกฤษฎีกาจัดระเบียบราชการและการบริหารงานบุคคลของราชการในพระองค์ พ.ศ. 2560 และมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติยศทหาร พุทธศักราช 2479

จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานยศข้าราชการในพระองค์ฝ่ายทหาร ชั้นสัญญาบัตร ให้แก่ จ่าสิบเอกพลาน พิงภูงา เป็น ร้อยตรี

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 22 เมษายน พุทธศักราช 2568 ประกาศ ณ วันที่ 24 เมษายน พุทธศักราช 2568 เป็นปีที่ 10 ในรัชกาลปัจจุบัน