‘พุทธิพงษ์’ ยก ‘นพ.ประสิทธิ์’ ชี้ความเชื่อมั่น ความเชื่อถือไม่ได้สร้างมาเพียงวันเดียว

'พุทธิพงษ์' ยก 'นพ.ประสิทธิ์' ชี้ความเชื่อมั่น ความเชื่อถือไม่ได้สร้างมาเพียงวันเดียว

‘พุทธิพงษ์’ ยก ‘นพ.ประสิทธิ์’ ชี้ความเชื่อมั่น ความเชื่อถือไม่ได้สร้างมาเพียงวันเดียว

วันอังคาร ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 17.32 น.

27 พ.ค. 68 นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โพสต์ข้อความระบุว่า “ความเชื่อมั่น…ความเชื่อถือไม่ได้สร้างมาเพียงวันเดียว…

ความเชื่อถือจากสาธารณะมักเกิดขึ้น จากการสะสมคุณงามความดีความซื่อสัตย์สุจริต ผลงานเป็นที่ประจักษ์ อาจต้องใช้เวลาตลอดชีวิต ดังนั้นจากเรื่องที่เกิดขึ้นในการตรวจสอบความถูกต้องและความเป็นธรรมในแต่ละเรื่องผู้ที่เป็นผู้รับผิดชอบการดำเนินการเรื่องสำคัญนอกจากผลลัพธ์ที่ออกมาว่ามีความน่าเชื่อถือมากหรือน้อยแล้ว หลักๆจะอยู่ที่คณะกรรมการประสบการณ์และความเชื่อถือของคณะกรรมการนั้นๆเป็นสำคัญ

ศาสตราจารย์นายแพทย์ประสิทธิ์เป็นบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ ความซื่อสัตย์ ความมุ่งมั่นในหน้าที่การงานของตัวเองมาสม่ำเสมอต่อเนื่อง เป็นที่รู้จักกันมายาวนาน ได้รับผิดชอบงานในตำแหน่งสำคัญมากมาย ได้แสดงฝีมือและความตั้งใจที่ดีมาตลอด ยกตัวอย่างเช่นท่านได้เคยดำรงตำแหน่งคณบดี คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล และที่สำคัญที่สุดในวันที่คนไทยทั้งประเทศได้ร่วมกันเป็นหนึ่งเดียว ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ในหลวง ร.9 ก็คุณหมอท่านนี้ เป็นหนึ่งในสองคนที่ได้ขึ้นถวายความรับผิดชอบอัญเชิญพระโกศทองใหญ่ตลอดเส้นทางจนถึงมณฑลพิธีท้องสนามหลวง

เชื่อว่าคนไทยหลายคนคงรู้จักชื่อของ ศ. ดร. นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ผู้ทำหน้าที่สำคัญในริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ด้วยการประคองพระโกศทองใหญ่ ในพิธีอัญเชิญพระบรมโกศ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช คุณหมอประสิทธิ์ได้ให้สัมภาษณ์สุดประทับใจว่า “จะขอเป็น 2 มือ ที่ทำหน้าที่นี้แทนคนไทย 68 ล้านคนนั้น”

ผมเชื่อมั่นและศรัทธาในคุณหมอประสิทธิ์ครับ เราจะสนับสนุนคนดี ผมเชื่อว่ามีพี่น้องประชาชนคนไทยอีกจำนวนมากที่เชื่อมั่นและศรัทธาในคุณหมอครับ #ความจริงมีหนึ่งเดียว #คนดีต้องมีที่ยืน #ช่วยกันสนับสนุนคนดี”

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก : นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์

.-008 

‘กล้าธรรม‘ แต่งตั้ง ‘อนุดิษฐ์’นั่งประธานยุทธศาสตร์-จะกวาด สส.ไม่ต่ำกว่า 100 คน

‘กล้าธรรม‘ แต่งตั้ง ‘อนุดิษฐ์’นั่งประธานยุทธศาสตร์-จะกวาด สส.ไม่ต่ำกว่า 100 คน

‘กล้าธรรม‘ แต่งตั้ง ‘อนุดิษฐ์’นั่งประธานยุทธศาสตร์-จะกวาด สส.ไม่ต่ำกว่า 100 คน

วันอังคาร ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 17.22 น.

พรรคกล้าธรรม มีมติแต่งตั้ง ‘อนุดิษฐ์’นั่งประธานยุทธศาสตร์พรรค พร้อมต้อนรับ“มารุต ชุ่มขุนทด”ย้ำ มั่นใจ แนวทางยึด ปชช.เป็นหลักจะกวาด สส.ได้ไม่ต่ำกว่า 100 คน

วันที่ 27 พฤษภาคม 2568 เวลา 16.00 น. พรรคกล้าธรรม(กธ.) แถลงข่าวภายหลังประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค และ สส.ของพรรค โดย นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรค เปิดเผยว่า คณะกรรมการบริหารพรรค และ สส.ของพรรค มีมติเห็นชอบให้แต่งตั้ง น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ สมาชิกพรรคกล้าธรรม เป็นประธานยุทธศาสตร์พรรค และนายการุณ โหสกุล เป็นผู้ช่วยประธานยุทธศาสตร์พรรค ซึ่งตนได้ลงนามแต่ตั้งเรียบร้อยแล้ว โดยทั้ง 2 ท่านจะช่วยกำหนดยุทธศาสตร์ในการทำงานการเมืองของพรรคกล้าธรรมวันนี้ต้องขอขอบคุณอย่างเป็นทางการที่มาร่วมงานกับพรรคกล้าธรรม 

จากนั้น นางนฤมลและนายไผ่ ลิกค์ สส. กำแพงเพชร ในฐานะเลขาธิการพรรค ได้ร่วมสวมเสื้อพรรคให้กับทั้ง 2 ท่าน และต้อนรับนายมารุต ชุ่มขุนทด อดีตผู้สมัครนายก อบจ.นครนครราชสีมา ที่ได้คะแนนกว่า 180,000 คะแนน เข้ามาร่วมงานกับพรรคกล้าธรรม พร้อมระบุว่า จากนี้จะมีบุคคลทยอยเข้ามาร่วมงานกับพรรคกล้าธรรมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ อย่างที่เคยให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนไป 

ด้าน น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวว่า เราทั้ง 2 คนมีความรู้และประสบการณ์ในการวางยุทธศาสตร์ของพรรคการเมืองมาพอสมควร วันนี้ต้องขอขอบคุณหัวหน้าพรรค ประธานที่ปรึกษาพรรค กรรมการบริหารพรรค และ สส.ทุกท่านที่มีมติเห็นชอบให้ตนมาทำหน้าที่เป็นประธานยุทธศาสตร์โดยตนจะได้ใช้ความรู้ ความสามารถ มาดำเนินยุทธศาสตร์ของพรรคให้พรรคเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน ตนเชื่อว่า การที่เรายึดพี่น้องประชาชนเป็นหลักนั้นมาถูกทางแล้ว และหลังจากนี้คงจะมีการนำเอาความต้องการและปัญหาของพี่น้องประชาชนเข้าสู่ฐานข้อมูลของพรรคเพื่อที่จะนำไปกำหนดเป็นนโยบายที่ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชน เพื่อให้พรรคกล้าธรรมเป็นทางเลืองอีกพรรคหนึ่งให้กับประชาชน

“ผมได้พัฒนาเครื่องมือเอาไว้เรียบร้อยแล้ว อีก 30 วันต่อจากนี้จะมีการรวบรวมข้อมูลทั้งหมด และเมื่อระบบเสร็จสมบูรณ์ก็จะสามารถเปิดรายละเอียดเครื่องมือเหล่านี้ผ่านสื่อมวลชนไปยังพี่น้องประชาชนให้สามารถเข้าถึงพรรคกล้าธรรมได้ง่ายขึ้น ทั้งในรูปแบบเว็บไซต์ LINE OA รวมถึงแอพพลิเคชั่นอื่นๆ และสื่อโซเชียลมีเดียทุกแพลตฟอร์ม ผมมั่นใจว่าหลังจากที่เราได้ปรับทัพและขับเคลื่อนยุทธศาสตร์โดยยึดเอาความต้องการของประชาชน พรรคกล้าธรรมจะได้ สส.ไม่ต่ำกว่า 100 คน”

ด้านนายการุณ กล่าวว่า หลังจากนี้เราจะลงพื้นที่เชิงรุกไปพบกับตัวผู้แทนและผู้สมัครของพรรค เพื่อจะรับฟังข้อมูลและนำมาเตรียมพร้อมรับศึกเลือกตั้ง โดยเรานับถอยหลังอีก 300 วัน อาจจะมีศึกเร็ว ๆ นี้ เพราะเราไม่สามารถคาดการณ์ได้ เราจะคัดสรรคนที่มีความสามารถและทำเพื่อประชาชนมากที่สุดมาเป็นตัวแทนให้กับประชาชนได้เลือก

เช่นเดียวกับนายมารุต ที่ระบุว่า วันนี้ได้มาเปิดตัวกับพรรคกล้าธรรม ได้เปิดมุมการเมืองที่น่าสนใจ ซึ่งน่ายินดีมากที่พรรคได้ น.อ.อนุดิษฐ์และนายการุณมาเป็นประธานยุทธศาสตร์ของพรรค ที่จะทำให้พรรคได้ขับเคลื่อนโดยเน้นการใช้เทคโนโลยีมาแก้ปัญหาของประเทศและประชาชน เป็นอีกหนึ่งแนวทางที่น่าสนใจ

‘ทักษิณ’โชว์วิสัยทัศน์ ประกาศสงครามยาเสพติดกับ’ว้าแดง’

'ทักษิณ'โชว์วิสัยทัศน์ ประกาศสงครามยาเสพติดกับ'ว้าแดง'

‘ทักษิณ’โชว์วิสัยทัศน์ ประกาศสงครามยาเสพติดกับ’ว้าแดง’

วันอังคาร ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 17.04 น.

“ทักษิณ”โชว์วิสัยทัศน์ แข็งกร้าว”เราไม่ควรปราณีกับศัตรู” ประกาศสงครามยาเสพติดกับ”ว้าแดง” เผย 1-2 เดือน ส่ง รมว.กต.เคลียร์เพื่อนบ้าน ผนึกกำลังต้าน”ว้าแดง”ต้องเลิกผลิตยานรก ลั่นถ้าคุณยังผลิต คุณคือศัตรูของประเทศไทย แนะตั้งศูนย์บำบัดยาเสพติดทุกอำเภอ ดึงงบดิจิทัลวอลเล็ตมาใช้ เชื่อ ปชช.ไม่โกรธ ย้ำให้”มท.-ตร.-สธ.-ศธ.-กห.”จับมือเป็นปาท่องโก๋ ปราบยาเสพติด อย่าทำงานแบบไฟไหม้ฟาง ขออาสา”นายกฯ”ไปเดินเล่นต่างจังหวัด เสาะหาบ้านพ่อค้ายา แล้วจะกลับมาฟ้อง”มท.1″ให้ไปสืบทรัพย์

เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2568 ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และที่ปรึกษาประธานอาเซียน กล่าวปาฐกถาพิเศษ “ยาเสพติด อาชญากรรมข้ามชาติ มุมมองและความท้าทายต่อการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน” ในการประชุมคณะกรรมการติดตาม เร่งรัดการดำเนินงานป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด ครั้งที่ 3/2568

โดยมีรัฐมนตรี นายตำรวจระดับสูง นัการเมือง และข้าราชการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมฟัง วิสัยทัศน์ของนายทักษิณ อาทิ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม , นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย , นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุข , พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม , พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. , พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และตัวแทนหน่วยงาน เป็นต้น พร้อมมีการประชุมทางไกลผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์

โดย นายทักษิณ ปาฐกถาพิเศษตอนหนึ่งว่า ยาเสพติดเป็นภัยคุกคามปัจจุบัน และอนาคต คือทำลายลูกหลานเรา เยาวชนเรากำลังถูกทำลาย ไม่มีอะไรเกินมือ และสมองเรา วันนี้ต่างคนต่างทำงานไปเรื่อยๆ ไม่สำเร็จขาดการบูรณาการ ที่มีทิศทางที่ชัดเจน ตนดีใจที่ได้รับเชิญ ความจริงอึดอัดอยากพูดเรื่องนี้มานาน ชาวบ้านบอกเศรษฐกิจวันนี้รอได้ แต่ยาเสพติดรอไม่ไหวแล้ว เดือดร้อนไปหมดแล้ว นอนผวากันหมด เมื่อตอนตนป่วย ดูทีวีเห็นเด็กที่ไล่ฆ่าปู่ย่าตายายพ่อแม่ ตอนนั้นเกิดเรื่องที่มหาวิทยาลัยเกษตรฯ ตนได้สั่งให้ลุยเรื่องนี้ ตนจึงอยากใช้ประสบการณ์มาเล่าให้ฟัง ซึ่งคงไม่พูดเรื่องความหลัง แต่เป็นสิ่งที่จะต้องมาปรับกับปัจจุบัน

สมัยก่อนพ่อค้ารายใหญ่อยู่ในประเทศไทย การผลิตอยู่ต่างประเทศครึ่งหนึ่ง ไทยครึ่งหนึ่ง แต่วันนี้การผลิตแทบจะ 100% อยู่ที่ว้าแดง รู้จุดแล้วแปลว่าเฉยไม่ได้ พ่อค้ารายใหญ่หลบหนีไปอยู่ข้างบ้านหมด แต่ก็ยังมีเครือข่ายในประเทศไทย เจ้าหน้าที่แกล้งไม่รู้เรื่องหรือไม่อยากรู้เรื่อง วันนี้การแก้ปัญหาต้องประยุกต์จากของเก่ากลับมาเป็นเรื่องใหม่ ทุกหน่วยงานต้องมีใจ เพราะอันตรายเหล่านี้กำลังมาถึงลูกหลานเรา

ตัวยาที่ผลิตใช้ทำยาเสพติดคือคาเฟอีน แม้จะมีหลายอย่าง ตลาดยาเสพติดใหญ่ที่สุด ในเพื่อนบ้าน คือประเทศไทย เพราะมีตังค์ที่สุด ตอนนี้มีหน่วยงานที่จัดการยาเสพติด 29 หน่วย ไม่รู้ว่ามากไป เพราะความหอมหวานของงบประมาณหรือไม่  ยาเสพติดเข้าประเทศไทยตรงๆ มาทางเรือ ด้วยคอนเทนเนอร์ ศุลกากรวันนี้มีตู้เข้ามา 6 ล้านตู้ เครื่องเอ็กซเรย์มีไม่พอ เอ็กซเรย์ไม่หมด เปิดตู้บ้าง ไม่เปิดตู้บ้าง ตั้งใจไม่เปิดตู้ก็มี ไม่รู้ คาเฟอีนลงเรือที่เขมร มาที่แหลมฉบัง วันนี้ที่เราแย่สู้ประเทศอื่นไม่ได้ ถอยลง เพราะระบบราชการเราถูกวางไว้ต่างคนต่างทำ ขาดเจ้าภาพและวัดเคพีไอ วันนี้ต้องกลับมาเข้ามาสู่ยุคการบริหารแบบการบริหารองค์กร ที่ผ่านมาเราไม่ได้บริหาร แต่เราทำธุรกรรม คือทำให้เสร็จไปวันๆ ไม่มียุทธศาสตร์ ไม่มีเป้าหมาย

แหล่งผลิตอยู่ในว้าแดง เขตติดต่อสามเหลี่ยมทองคำ รัฐฉาน วันนี้ตนมีความสัมพันธ์กับเพื่อนบ้านค่อนข้างดี เพราะเป็นคนแก่ที่ยังมีชีวิตอยู่ จึงพยายามไล่ตามความสัมพันธ์กับเพื่อนบ้านให้เกิดประโยชน์ แต่บังเอิญไปไหนไม่ค่อยได้ ดังนั้น ถึงเวลาที่เราจะต้องขอความร่วมมืออย่างจริงจังกับประเทศเพื่อนบ้าน แหล่งผลิตถ้าเมียนมาบอกว่าจัดการไม่ได้ เพราะเป็นชนกลุ่มน้อย เราคงต้องขอจัดการเองมั้ง เพราะมันเป็นศัตรูของเรา มันอยู่ในพื้นที่ไหน ถ้าเขาจัดการไม่ได้ เราต้องขออนุญาต วิธีจัดการของเราก็มีวิธี ที่สากลรับได้ และต้องจัดการเรื่องแหล่งผลิต คิดว่าอีกไม่กี่เดือน 1 – 2 เดือนนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ จะต้องไปพบปะกับเพื่อนบ้านทั้งหมด เพื่อผนึกกำลังกันให้ว้าแดง เลิกผลิตยาเสพติด ถ้าคุณยังผลิต คุณคือศัตรูของประเทศไทย เราไม่ควรมีความปราณีกับศัตรู นี่เป็นสิ่งที่ตนคิดว่ารัฐบาลจะต้องมีความชัดเจนต้องเกิดขึ้น

การลำเลียง ผ่านชายแดนไทยไปทางลาวผ่านแม่น้ำโขง การจับเป็นปลายทาง แต่เราต้องดักจับทุกรูปแบบ ที่สำคัญ มันต้องจบที่หมู่บ้าน และชุมชน ต้องสีขาวให้ได้ ดังนั้น ความร่วมมือของส่วนราชการสำคัญมาก สมัยก่อนตนให้เอ็กซเรย์ทุกตารางนิ้วของประเทศไทย สำคัญที่สุด ตำรวจและปกครอง จะต้องเป็นปาท่องโก๋ ต้องไปด้วยกัน จับมือกัน ต้องรักกัน ต่างคนต่างทำไม่ได้ ผู้การ กับผู้ว่า นายอำเภอกับผู้กำกับ ปลัดอำเภอกับสารวัตร ทำให้เราสามารถซอยย่อยลงไป เอกซเรย์จัดการได้หมด สำคัญที่สุดอย่าให้พ่อค้ายา ที่ทุกคนรู้หมดในชุมชนเหล่านั้น อย่าให้มันอยู่ในหมู่บ้าน ให้ไปอยู่ที่อื่น ต้องจับกุมไปอยู่ในเรือนจำ เป็นภารกิจที่สำคัญ จึงตนจึงขออนุญาตนายกรัฐมนตรี ว่าตนว่างๆ แก่แล้ว ไม่มีอะไร จะไปต่างจังหวัด ไปดูแต่ละชุมชนว่าหมู่บ้านไหน มีเรื่องยาเสพติดตนจะได้มารายงานรัฐมนตรีมหาดไทย ว่าขณะนี้ พ่อค้ายา อยู่สบายมากเลย ทรัพย์ก็ไม่โดนยึด ขอให้รัฐมนตรีไปสืบทรัพย์หน่อยได้หรือไม่ ตนว่าจะเป็นคนขี้ฟ้องหน่อยเดินไปเล่นๆ และฟ้องไปเรื่อยๆ

นายทักษิณ กล่าวว่า ที่สำคัญวันนี้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ซึ่งมีทุกพื้นที่ โดยมี3 ส่วนหนึ่งคือกำลังของ กอ.รมน. ส่วนที่สองคือกำลังของการช่วยราชการ และส่วนที่สามคือตามตำแหน่งงาน ซึ่งมีงบประมาณอยู่ปีละ 7,000 กว่าล้าน เอาไปใช้งานภาคใต้ 3,000 กว่าล้าน อีก 4,000 กว่าล้านใช้ทั่วไป โดยตนมองว่าเที่ยวนี้จะเป็นการพิสูจน์ เพราะมีคนบอกให้ยุบกอ.รมน.ทิ้ง แต่ตนก็ยังไม่เชื่อว่าจะยุบหรือไม่ยุบดี ดังนั้น กอ.รมน.จะเป็นคนคิดเอง ว่าควรจะยุบหรือไม่ และในพื้นที่ภาคใต้และงานยาเสพติด กอ.รมน.ก็จะต้องมีบทบาทอย่างเข้มแข็ง เด็ดขาดไม่เช่นนั้นคนก็จะฟ้องอีกว่าช่วยยุบเถอะ เพราะเสียดาย 7,000 กว่าล้าน

นายทักษิณ ยังแสดงความเป็นห่วงเรื่องการบำบัดซึ่ง อ้างอิงว่าครั้งนั้นการปราบปรามใช้ค่ายทหารเพราะคลีนและไม่มีฉี่ม่วง แต่มีการตรวจจับพบว่ามีการกระจายเรื่องยาเสพติดไปยัง นายก อบต. วันนี้จึงอยากฝากว่างบประมาณ 157,000 ล้านบาท ที่คิดว่าจะเอาไปทำอะไรนั้นเห็นว่า ส่วนหนึ่งหากนำไปจัดการเรื่องปัญหายาเสพติดให้เด็ดขาดภายในสิ้นปี 2568 นี้ เชื่อว่าประชาชนจะไม่โกรธ เรื่องการเลื่อนดิจิทัลวอลเล็ตออกไป พร้อมเสนอแนะควรตั้งศูนย์บำบัดในแต่ละอำเภอ หรือตั้งในอำเภอที่มีความสมัครใจ จะทำให้การบำบัดผู้ติดยาเสพติดสามารถแก้ไขปัญหาได้ แต่การบำบัดก็ไม่เพียงพอจะต้องคลีนชุมชนให้ได้ด้วย

นายทักษิณ ยังหยิบยกกรณีในสมัยก่อนสิ่งใดทำดีทำถูกต้องจะมีการให้รางวัล เช่น ค่านำจับ ขณะนั้นเศรษฐกิจดี แต่ปัจจุบันเป็นหนี้เยอะ เสนอให้จัดทำนีวอร์ดควบคู่กับการแก้ไขปัญหายาเสพติดเชื่อว่าสามารถเอาอยู่ แล้ววันนี้คิดว่า ผบ.ตร.และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ต้องออกไปกินข้าวกันบ่อยขึ้นเพื่อวางแผนว่าจะทำอย่างไรให้ผู้ว่าราชการจังหวัด และตำรวจทำงานร่วมกัน ซึ่งหากตรงไหนไม่ถูกกันก็ให้เปลี่ยนที่อยู่ เพื่อให้เกิดการทำงานอย่างสามัคคี ซึ่งจังหวะดังกล่าวนั้น นายอนุทิน ได้หันไปยิ้มและพยักหน้ากับพลตำรวจเอกกิตติ์รัฐ

นายทักษิณ กล่าวต่อว่า ขณะเดียวกันตนก็เป็นห่วงกระทรวงศึกษาธิการ เพราะการให้การศึกษาความรู้กับเด็กเยาวชนเป็นเรื่องสำคัญ เพราะต้องมีการปลูกฝังตั้งแต่ชั้นอนุบาล โดยหยิบยกการศึกษาญี่ปุ่นปลูกฝังเด็กตั้งแต่อนุบาลเรื่องการรักษาความสะอาดจนกลายเป็นวัฒนธรรม แต่วันนี้กระทรวงศึกษาของไทยอาจารย์ต้องเขียนรายงานอย่างเดียวเพื่อที่จะได้เลื่อนวิทยฐานะ จึงไม่มีเวลาสอนหรืออบรม ต้องมีการแก้ไขในชุดนี้

ส่วนกระทรวงสาธารณสุขต้องเน้นเรื่องการบำบัดให้เต็มที่ อย่าคิดว่าเด็กเหล่านี้เป็นโรคจิต เพราะเด็กบางครั้งไปเจอยาที่มีปฏิกิริยากับร่างกายและ ไปผสมค็อกเทล กัญชาและกันชง จนทำให้เกิดภาวะทางจิตมีอาการคลั่ง ดังนั้นจะต้องให้การศึกษาเด็กควบคู่กับการบำบัดโดยกระทรวงสาธารณสุข

นายทักษิณ ยังหยิบยกการซีลชายแดน ที่ต้องขอความร่วมมือจากทหารและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในการสกัดช่องทางขนส่งยาเสพติดทางธรรมชาติ ชี้ว่าชายแดนเป็นปัญหาหนึ่งของการค้ายา ค้าอาวุธ ปัญหาค้ามนุษย์ คอลเซ็นเตอร์ ขนสินค้าจากเพื่อนบ้าน วันนี้เรื่องของชายแดนต้องขอตำรวจชายแดน ทหาร และกรมศุลกากรต้องเอาจริงเอาจัง อย่าเข้าสุภาษิต “เข้าเกียร์ว่าง…ได้ตังค์ใช้” พร้อมกันนี้ฝากไปยังหัวหน้าส่วนราชการทุกคนขอให้จริงจังกับการแก้ไขปัญหา

นายทักษิณ ย้ำอีกว่า การปราบปรามยาเสพติดครั้งนี้ ต้องไม่ใช่ไฟไหม้ฟางแต่จะต้องทำต่อเนื่อง อย่าให้มีพ่อค้ายาเสพติดเหลืออยู่ในชุมชนให้ประกาศใครยุ่งกับยาเสพติด อย่าไปญาติดีด้วย จะต้องมีการสกัดทุกทาง วันนี้ถ้าใครยุ่งกับยาเสพติดคือศัตรูของประเทศไทย ขณะที่วันนี้ว้าแดงรวยมากและมีเครื่องมือทุกอย่าง ที่เราจับได้เยอะเพราะเราเข้มแข็งขึ้น และที่เขามีการผลิตเยอะขึ้น เพราะเขาซื้อเครื่องมือมาจากจีนซึ่งเป็นของดีหมด วันนี้เรากลับจีนต้องร่วมมือกันอย่างจริงจัง สกัดกลั้นให้ได้ เพราะถือว่านี่คือศัตรูของประเทศไทย และเราจะต้องหาข่าวให้ได้ ว่าทำที่ไหนอย่างไร พิกัดไหน ที่สำคัญถ้าจะต้องใช้ไฟฟ้าจากไทยก็จะต้องตัด จะให้ไฟฟ้าจากไทยมาใช้ผลิตยาเสพติดไม่ได้ และถ้าใช้ระบบสื่อสารจากไทยก็ต้องตัด ใครไม่ร่วมมือก็ถือว่าเป็นปฏิปักษ์ต่อประเทศตัวเอง ข้อหาสมรู้ร่วมคิดหรือเป็นผู้สนับสนุน ไม่มีอะไรเกินกำลังพวกเรา

เรื่องภาคใต้ก็ไม่ยาก หากต้องพูดคุยกันก็พูดคุยอย่างตรงไปตรงมา แต่ถ้าคุยไม่รู้เรื่องหากจะต้องทุบก็ต้องทุบต้องเด็ดขาด วันนี้อย่าเยาะแหยะ คุยก็ไม่จริงจังปราบปรามก็ไม่จริงจัง ใครจะกลัวเรา ต้องชัดเจน แล้วเราช่วยกันเอกซเรย์ทุกพื้นที่ ที่ไหนไม่มีก็ประกาศเลย อำเภอนี้สีขาว ให้รางวัลไปเลย กระทรวงมหาดไทยอาจมีระบบที่จูงใจ ตำรวจอาจมีระบบที่จูงใจ ใครทำพื้นที่สีขาวมีรางวัลมีโปรโมชั่น ทุกคนทำงานก็อยากให้ผู้บังคับบัญชารับรู้ อย่าให้ประเพณีไม่ทำผิดฝังอยู่ในสังคม ถ้าเราเน้นตรงนี้พร้อมกับนำบทเรียนเก่าๆ มา ซึ่งอันเก่าตนเน้นทฤษฎีอุปสงค์อุปทาน ตามหลักเศรษฐศาสตร์ ตรงนี้ยังใช้ได้อยู่

นายทักษิณ กล่าวว่า วันนี้เด็กไทยโตขึ้นมาก็จะสู้เขาไม่ได้ ทั้งระบบการศึกษา ระบบเศรษฐกิจที่ทำให้ลูกหลานเรียนได้ไม่เต็มที่ หรือเทคโนโลยีที่ตามเขาไม่ทัน แต่ที่หนักสุดคือยาเสพติด ดังนั้นถ้าวันนี้ไม่ทำให้ประชาชนเข้มแข็ง เราจะแข่งขันกับเขาไม่ได้ อยากให้ทุกคนตระหนักว่ายาเสพติดคือปัญหาของชาติต้องช่วยกัน อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยกันโดยเฉพาะมหาดไทยกับตำรวจ เอ็กซเรย์ทุกพื้นที่ และให้ชาวบ้านช่วยเฝ้าระวัง

นายทักษิณ กล่าวต่อว่า วันนี้สิ่งที่ตนยังสงสัย คือเรื่องของการติดตามเครือข่าย ที่หลบหนีออกไปนอกประเทศ แต่ยังมีการติดต่อกับผู้ค้ารายย่อยในประเทศ ว่ามีข้อมูลในส่วนนี้อยู่ และจะต้องไล่บี้ให้ถึงที่สุด ตนเชื่อว่าตำรวจไทยทำได้ และตำรวจไทยจะต้องได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงมหาดไทย ท่านปลัดต้องไปขอไม้แขวนเสื้อมาไว้ซัก 10 ไม้ ใครไม่ทำงานก็ให้มาอยู่ในไม้แขวนเสื้อ รับรองขึ้นหมดภายในไม่กี่วัน

“ตอนที่ตนอยู่นั้น ตนจะถามว่าทำได้หรือไม่ถ้าทำไม่ได้จะให้คนอื่นมาทำแทน ถ้าเขารู้ว่าเราจริงจัง เขาจะจริงจังตาม ตนจะรับอาสานายกฯ อิ๊งค์ ไปเยี่ยมชาวบ้าน ที่ไหนมาฟ้องตนว่าตรงไหนไม่ดี ตนจะฟ้องปลัดมหาดไทยต่อ” นายทักษิณ กล่าว

‘ทักษิณ’ตลกข่าวเฟกนิวส์หนีออกต่างประเทศ ซัดแต่งนิยายน้ำเน่า เลอะเทอะ

'ทักษิณ'ตลกข่าวเฟกนิวส์หนีออกต่างประเทศ ซัดแต่งนิยายน้ำเน่า เลอะเทอะ

‘ทักษิณ’ตลกข่าวเฟกนิวส์หนีออกต่างประเทศ ซัดแต่งนิยายน้ำเน่า เลอะเทอะ

วันอังคาร ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 17.00 น.

“ทักษิณ”แนะ กัญชา-กัญชง-ใบกระท่อม ต้องควบคุมอย่างชัดเจน ตลกข่าวเฟคนิวส์หนีออกต่างประเทศ ซัดแต่งนิยายน้ำเน่า วันนี้คนไทยต้องตั้งหลักให้ดีอย่าให้คนจูงได้ง่าย

วันที่ 27 พฤษภาคม 2568 เวลา 13.45 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ภายหลังนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและที่ปรึกษาประธานอาเซียน กล่าวปาฐกถาพิเศษ “ยาเสพติด อาชญากรรมข้ามชาติ มุมมองและความท้าทายต่อการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน” ในการประชุมคณะกรรมการติดตาม เร่งรัดการดำเนินงานป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด ครั้งที่ 3/2568 เสร็จสิ้น ได้เปิดให้ผู้เข้าร่วมประชุมได้ซักถาม โดย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม ถามว่า ขณะนี้มีนำพืชบางชนิดมาผสมกัน เช่น กัญชาผสมใบกระท่อม ทำให้ต่างประเทศมองว่าไทยเป็นแหล่งผลิตยาเสพติด ควรมีมาตรการอะไรหรือไม่

นายทักษิณ กล่าวว่า เราเป็นประเภทที่ ขวาไม่ดีไปซ้าย ซ้ายไม่ดีไปขวา ไม่ได้ยึดทางสายกลาง การเสรีต้องควบคุม ต้องดูตัวอย่างจากหลายประเทศที่เปิดกัญชาเสรีที่ไม่ได้เดือดร้อนไม่ได้มีปัญหา เพราะเขามีการควบคุมที่ดี บางอย่างไม่ต้องแก้กฎหมายเป็นมติคณะรัฐมนตรีก็ได้ เราไม่ควบคุมตั้งแต่เรื่องการท่องเที่ยว ที่นักท่องเที่ยวมองว่าหาซื้อกัญชาที่ไหนก็ได้ ไม่ควบคุมเรื่องของการปรุงที่พบตามข่าว เช่น บราวนี่ใส่กัญชา คนไทยบางทีไม่ศึกษา พระพุทธเจ้าบอกว่าโลภ โกรธ และหลง ทำให้โง่ ไม่ได้โง่เพราะไอคิวต่ำ แต่โง่เพราะจิตเสียหาย ที่ใจมันโลภ เป็นอกุศล รวมถึงโง่เพราะความไม่รู้ความมีกิเลส ชี้นำสังคมและสอนคนฉลาดให้โง่เหมือนเขา

“วันนี้มีคนปล่อยข่าวว่าผมหนีไปแล้ว และผมเพิ่งกลับมาวันนี้ ซึ่งหนีไปทางช่องทางธรรมชาติ แต่เครื่องบินจอดไว้ที่นี่ ออกช่องทางธรรมชาติและบินไปที่อื่น ไปกันใหญ่ ผมไม่อยากให้ทุกท่านแต่งนิยาย พร้อมยกตัวอย่าง เจ.เค.โรว์ลิง ที่ไปนั่งดื่มกาแฟทั้งวันและแต่งนิยายเรื่องแฮร์รี่ พอตเตอร์จนดัง จนรวย อันนี้เขาใช้จินตนาการแต่งนิยายให้เกิดประโยชน์ แต่ของเรานิยายน้ำเน่าชิบหาย สงสัยว่าช่องเจ็ดสีสอนไว้ดี ก็เลยทำให้แต่งนิยายจินตนาการเลอะเทอะ หลอกไปหลอกมาเชื่อตัวเองอีก บอกว่านายกฯ อิ๊งค์ไปรอลอนดอน และผมก็จะหนีตามไป เป็นเรื่องที่ตลก วันนี้คนไทยต้องตั้งหลักให้ดีอย่าให้คนจูงได้ง่าย เฟคนิวส์มาจากสองช่องทางคือหนังสือพิมพ์ที่ไม่มีคนอ่านแล้ว และทีวีตกรุ่น พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าสื่อออนไลน์ของสังคมไทยไม่มีการเซ็นเซอร์เลย“ นายทักษิณ กล่าว

พ.ต.อ.ทวี ยังสอบถามถึงแนวคิดหนึ่งอำเภอหนึ่งศูนย์บำบัด ที่อาจจะต้องพูดคุยกับศาลที่มีการลงโทษให้ไปอยู่ในสถานควบคุมความประพฤติ สำหรับผู้เสพคือผู้ป่วย นายทักษิณ กล่าวว่า ตนเป็นคนเริ่มคำว่าผู้เสพคือผู้ป่วย เพราะอยู่ในคุกเยอะมาก เป็นการลดประชากรในคุก โดยเอาเข้าไปอยู่ในค่ายทหาร 4 เดือน ก่อนส่งกลับคืนชุมชน ซึ่งในระยะเวลานั้นเราได้ทำการปราบปรามควบคุม และผู้ป่วยยังได้ไปล้างความอยาก นอกจากนี้ตนไม่อยากให้ยาเสพติดอยู่ในชุมชน อย่างไรก็ตามกฎหมายไม่ควรตายเกินไป เราต้องดูพฤติกรรมเป็นหลัก

ขณะที่ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนได้ถามถึงบทบาทขององค์การปกครองส่วนท้องถิ่นที่จะช่วยแก้ปัญหายาเสพติด และความหมายของคำว่าผู้ว่าฯ CEO นายทักษิณกล่าวตอบว่า เรื่องผู้ว่า CEO รัฐมนตรีมหาดไทยคงจะต้องไปพิจารณากันว่า คำว่าผู้ว่า CEO ตนต้องการเน้นให้ผู้ว่าฯ มียุทธศาสตร์ มีเป้าหมายในการพัฒนาจังหวัดไม่ใช่บริหารไปวันๆ บริหารอย่างมียุทธศาสตร์มีเป้าหมาย แล้วต้องเอาอำนาจทั้งหมดไปรวมศูนย์อยู่ที่ผู้ว่าฯ เพื่อได้สั่งการ ศูนย์ราชการที่อยู่ร่วมกันได้ เพราะไม่มีเจ้าภาพจึงมอบให้ผู้ว่าฯ เป็นเจ้าภาพ และอีกอย่างที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดจะช่วยได้คือการบำบัด ที่จะช่วยดูว่าสถานที่ไหนอำเภอไหน สามารถปรับเป็นศูนย์บำบัดได้ เราก็จะสามารถของบประมาณไปพัฒนา

โชว์โอบไหล่‘อนุทิน’ ‘ทักษิณ’ลั่น‘พท.-ภท.’ยังกอดกันอยู่ เชื่อไม่มีเปลี่ยนตัว‘นายกฯ’กลางคัน

โชว์โอบไหล่‘อนุทิน’ ‘ทักษิณ’ลั่น‘พท.-ภท.’ยังกอดกันอยู่ เชื่อไม่มีเปลี่ยนตัว‘นายกฯ’กลางคัน

โชว์โอบไหล่‘อนุทิน’ ‘ทักษิณ’ลั่น‘พท.-ภท.’ยังกอดกันอยู่ เชื่อไม่มีเปลี่ยนตัว‘นายกฯ’กลางคัน

วันอังคาร ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 16.58 น.

“ทักษิณ”เมิน”จตุพร-สนธิ”สวมกอดผนึกกำลังต้าน บอกขนไม่ลุก-อย่าไปใส่ใจ รับเจอ”เนวิน”เป็นประจำล่าสุด 2 เดือนที่แล้ว ก่อนโชว์โอบไหล่”อนุทิน” ลั่น”พท.-ภท.”ตอนนี้ก็ยังกอดกันได้อยู่ เชื่อไม่มีเปลี่ยนตัว”นายกฯ”กลางคัน “ยุบสภา”ยังอีกนาน รัฐบาลไม่มีสั่นคลอน เผยสงสาร”ลุงป้อม”ลื่นล้มไม่รู้เป็นยังไงบ้าง

เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2568 ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีปรากฏภาพ ระหว่าง นายจตุพร พรหมพันธ์ุ แกนนำคณะหลอมรวมประชาชน และอดีตประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กับ นายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) สวมกอดกันบนเวที ในงาน “ความจริงมีหนึ่งเดียว ครั้งที่ 2/2568” ที่หอประชุมเล็ก (ศรีบูรพา) ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ว่า “ก็หลากหลายอารมณ์”

ผู้สื่อข่าวถามว่า การจับมือกันระหว่างนายสนธิ กับนายจตุพร ที่มีการประกาศว่าจะร่วมมือกันต่อต้านระบอบทักษิณ เมื่อได้ฟังอย่างนี้แล้วมีความรู้สึกขนลุกหรือไม่ นายทักษิณ กล่าวว่า “ไม่รู้ว่าอะไรลุก ขนไม่ลุก” ก่อนบอกว่า “อย่าไปสนใจ อย่าไปใส่ใจ ตนมีลูกเมีย มีหลานต้องเลี้ยงเอง ตนไม่ต้องเลี้ยงลูกเมียคนอื่น”

ผู้สื่อข่าวจึงถามว่า มีโอกาสที่จะเห็นภาพระหว่างนายทักษิณ กับ นายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ยูไนเต็ด ครูใหญ่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ได้สวมกอดกันบ้างหรือไม่ ทำให้นายทักษิณ ตอบว่า “ผมเจอกันหลายรอบ เจอกันเป็นประจำ”

เมื่อถามว่า เจอกันล่าสุดเมื่อไหร่ นายทักษิณ หันหน้าไปมอง นายนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ที่ยืนอยู่อยู่ข้างๆ ก่อนพูดว่า “เดือนกว่าเองมั้ง” แต่นายอนุทิน ตอบนายทักษิณว่าสองเดือน ทำให้นายทักษิณ หันมาพูดกับสื่อใหม่ว่า สองเดือน

เมื่อถามว่า หลายฝ่ายมองว่ามีสงครามตัวแทนระหว่างพรรค นายทักษิณ กล่าวว่า อย่าไปสนใจ อย่าไปใส่ใจ ทุกอย่างมีกติกาของมันอยู่แล้ว หนึ่งมีกติกา สองเราก็ต้องมีมารยาทในการร่วมรัฐบาลต่อกันอยู่แล้ว

เมื่อถามถึงกระแสการเมือง ที่ขณะนี้เจอปั่นทั้งซ้ายทั้งขวา นายทักษิณ กล่าวว่า ไม่เป็นไร บังเอิญตนเป็นคนที่ไม่รู้ร้อนรู้หนาว เพราะแก่แล้ว แต่ตนห่วงคนปั่น กลัวจะเครียดแล้วเส้นโลหิตในสมองแตก ติดเตียงตนเป็นห่วง ขี้เกียจไปเยี่ยม

เมื่อถามว่า กระแสปั่นนี้ ปั่นไปถึงเรื่องความสั่นคลอนของพรรคร่วมรัฐบาลด้วยหรือไม่ นายทักษิณ กล่าวว่า ไม่มี ไม่เกี่ยวเลย พรรคร่วมรัฐบาลจะไปสั่นคลอนได้อย่างไร ไม่มีอะไรเลย ก็อยู่ด้วยกันทุกวันนี้

ส่วนจะอยู่ด้วยกันจนจบสมัยเลยหรือไม่ นายทักษิณ กล่าวว่า อยู่กันจนจบแน่นอน ไม่ต้องห่วงเลย

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า จะไม่มีการเปลี่ยนนายกรัฐมนตรีกลางคันใช่หรือไม่ นายทักษิณ ตอบว่า ไม่มี ยุบสภาแล้วเลือกตั้งใหม่ ให้ประชาชนตัดสิน แต่ยังอีกนาน ยังไม่ใช่ตอนนี้

ส่วนพรรคเพื่อไทย (พท.) กับพรรคภูมิใจไทย จะกอดคอไปด้วยกันจนจบใช่หรือไม่ นายทักษิณ ตอบทันทีว่า “ก็ตอนนี้ยังกอดได้อยู่” พร้อมยกมือขึ้นโอบไหล่นายอนุทิน ซึ่งนายอนุทินยิ้มแล้วยกมือไหว้

เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้มีเรื่องสงครามตัวแทน และพุ่งเป้าไปถึงผู้อยู่เบื้องหลัง เช่นกรณีของ นางกุสุมาลวตี ศิริโกมุท อดีตผู้สมัคร สว.ที่ไปยื่นยุบพรรคภูมิใจไทย นายทักษิณ กล่าวว่า ตนไม่ได้เจอนางกุสุมาลวตี มากี่ปีแล้วเนี่ย เขาออกจากพรรคไทยรักไทยไปตั้งนานแล้ว ออกไปย้ายไม่รู้กี่พรรค ไม่เจอตั้งนาน ยังไม่รู้เลย

เมื่อถามย้ำว่า เป็นห่วงนายอนุทินหรือไม่ เพราะตอนนี้โดนร้องเรื่องจริยธรรมด้วย นายทักษิณ กล่าวว่า โอ้ย เขาเอาตัวรอด ไม่ต้องห่วง ผ่านร้อนผ่านหนาวมาขนาดนี้ ไม่หวั่นไหวหรอก

เมื่อถามว่า ได้เห็นภาพ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ลื่นล้มแล้วหรือยัง นายทักษิณ กล่าวว่า “สงสาร ไม่รู้เป็นไงบ้าง”

‘ทักษิณ’รับคุย’น้องปู’บ้าง หลังศาลสั่งชดใช้คดีจำนำข้าว เผยรอดูสถานการณ์ได้กลับไทยหรือไม่

'ทักษิณ'รับคุย'น้องปู'บ้าง หลังศาลสั่งชดใช้คดีจำนำข้าว เผยรอดูสถานการณ์ได้กลับไทยหรือไม่

‘ทักษิณ’รับคุย’น้องปู’บ้าง หลังศาลสั่งชดใช้คดีจำนำข้าว เผยรอดูสถานการณ์ได้กลับไทยหรือไม่

วันอังคาร ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 16.37 น.

‘ทักษิณ’รับคุย’ยิ่งลักษณ์’บ้าง หลังศาลปกครองสูงสุดสั่งชดใช้คดีจำนำข้าว บอกคดีต้องสู้กันไป เผยรอดูสถานการณ์’ปู’ได้กลับไทยหรือไม่ เหตุตอนนี้มีคนปั่นพายุอยู่

เมื่อวันที่ 27 พ.ค.2568 ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาเรื่องคดีจำนำข้าว ว่า ศาลได้อธิบายอีกครั้งหนึ่ง ว่า เรื่องนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ เป็นโจทก์เขาไม่ได้เป็นจำเลย คือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ฟ้องว่า กระทรวงการคลังทำไม่ถูก ใช้มติศาลปกครองไม่ถูก และจะปรับเงิน 35,000 ล้านบาท แต่เท่าที่มีการตรวจสอบพบว่า มีบางอย่างที่ถูก และไม่ถูก แต่สรุปแล้วปรับได้ไม่เกิน 10,000 ล้านบาท และการจะปรับได้เช่นนั้นต้องไปตกลงกันว่า กระทรวงการคลังได้รับการชดเชยมาจากคนอื่นแค่ไหน อย่างไร ถ้าขายได้อย่างไร เบ็ดเสร็จแล้วเสียหายจริงหรือไม่ หากเสียหายจริงแต่ไม่เกิน 10,000 ล้านบาท ก็ปรับได้ไม่เกิน 10,000 ล้านบาท นี่คือกติกาที่ออกมาเช่นนั้น ทั้งนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ก็ยังมีสิทธิ์ที่จะเสนอพิจารณาใหม่ได้ ภายใน 90 วัน

เมื่อถามว่า ได้มีการพูดคุยกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ บ้างหรือไม่ นายทักษิณ กล่าวว่า คุยบ้าง 

เมื่อถามว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังดีอยู่หรือไม่ นายทักษิณ กล่าวว่า ในเรื่องคดีก็ต้องสู้ไป ซึ่งเป็นเรื่องของแพ่ง ไม่เกี่ยวกับอาญา

เมื่อถามว่า จะเป็นอุปสรรคการเดินทางกลับประเทศไทยของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ หรือไม่ นายทักษิณ กล่าวว่า “รอให้เหตุการณ์ทุกอย่างสงบ ตอนนี้มีคนปั่นพายุอยู่ เดี๋ยวพายุก็หมด ส่วนคนที่ปั่นพายุนั้นไม่ทราบว่าเป็นใคร เป่าอยู่นั่น แต่เดี๋ยวก็จบแล้วไม่มีอะไร”

‘ทักษิณ’ ชี้ ปมฮั้ว สว. ต้องปล่อยตามกระบวนการ หยุดกลางคันไม่ได้ ไม่งั้นคดีค้าง

'ทักษิณ' ชี้ ปมฮั้ว สว. ต้องปล่อยตามกระบวนการ หยุดกลางคันไม่ได้ ไม่งั้นคดีค้าง

‘ทักษิณ’ ชี้ ปมฮั้ว สว. ต้องปล่อยตามกระบวนการ หยุดกลางคันไม่ได้ ไม่งั้นคดีค้าง

วันอังคาร ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 16.34 น.

“ทักษิณ” ชี้ ปมฮั้วสว. เป็นไปตามกระบวนการ เชื่อ  หากบริสุทธิ์ก็อธิบายให้บริสุทธิ์ ไม่มีปัญหา บอก เรื่องหยุดกลางกระบวนการไม่ได้ ไม่งั้นคดีค้าง

วันที่ 27 พฤษภาคม 2568 เวลา 14.55 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องการฮั้วสว. ว่า จุดเริ่มต้นของเรื่องนี้เกิดจากการที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตั้งคณะกรรมการขึ้นมา เพราะมีการร้องเรียนไปที่กกต. จึงตั้งกรรมการขึ้นมาโดยมีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เข้าร่วมด้วย

โดยมีพยานหลักฐานต่างๆไหลไปที่ดีเอสไอ เขาจึงทำตามหน้าที่ ไม่ต้องมีใครไปสั่ง ถ้าไม่ทำเขาอาจจะโดนมาตรา 157 เมื่อเขามีพยานหลักฐาน ส่วนสว. หรือผู้ถูกกล่าวหาก็แก้ไปตามประมวลกฎหมาย ทุกอย่างเมื่อมีกระบวนการเข้าไปแล้ว ก็ต้องจบที่กระบวนการ เหมือนตนที่ถูกทหารเกี่ยวเบ็ดไว้ 112 ตอนสมัยปฏิวัติ เมื่อตนกลับมาก็ต้องเข้าสู่กระบวนการให้จบ เราบริสุทธิ์ก็อธิบายให้บริสุทธิ์ ไม่มีปัญหาอะไร เรื่องนี้เมื่อมีกระบวนการแล้ว การจะหยุดกลางกระบวนการไม่ได้ ไม่งั้นทุกคนก็ยังมีปัญหาหรือคดีค้างอยู่

‘ทักษิณ’ลั่น!ไม่จำเป็นก็ไม่อยากออกมา แทงกั๊ก 13 มิ.ย.นี้ไปศาลเองหรือไม่

'ทักษิณ'ลั่น!ไม่จำเป็นก็ไม่อยากออกมา แทงกั๊ก 13 มิ.ย.นี้ไปศาลเองหรือไม่

‘ทักษิณ’ลั่น!ไม่จำเป็นก็ไม่อยากออกมา แทงกั๊ก 13 มิ.ย.นี้ไปศาลเองหรือไม่

วันอังคาร ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 16.18 น.

“ทักษิณ”เมินคนปล่อยข่าวลือหนีออกนอกประเทศ ซัดแค่ต้องการให้เป็นความจริง บอกไม่อยากใส่ใจอะไรมาก ลั่นไม่จำเป็นก็ไม่อยากออกมา แทงกั๊ก 13 มิ.ย.นี้ไปศาลเองหรือไม่

เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2568 ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีมีกระแสข่าวลือหลบหนีออกนอกประเทศ ว่า ก่อนอื่นจะแปลให้ฟังก่อนว่า ข่าวลือแปลว่าอะไร ข่าวลือแปลว่า ข่าวที่คนปล่อยอยากให้เป็นจริง ซึ่งส่วนใหญ่คือไม่จริง ส่วนใครที่เป็นคนปล่อยนั้นก็มีอยู่ไม่กี่คน อย่าไปสนใจมาก ตนไม่ค่อยใส่ใจอะไรมากมาย

เมื่อถามว่า วันที่ 13 มิ.ย.ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จะมีการนัดพร้อม และไต่สวนกรณีการพักรักษาตัวที่ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ จะเดินทางไปเองหรือไม่ นายทักษิณ กล่าวว่า ถามทนายอยู่ว่าเขาให้ไปหรือไม่ เพราะความจริงแล้วจะไปหรือไม่ไปก็ได้ แต่ต้องมีทนายไป

เมื่อถามย้ำว่า จะเดินทางไปเองหรือไม่ นายทักษิณ กล่าวว่า ยังไม่ทราบ มีเวลาตั้งหลายวัน วันที่ 12 มิ.ย.ตอนเที่ยงคืนค่อยตัดสินใจ ต่อข้อถามว่า เมื่อสถานการณ์เป็นเช่นนี้จำเป็นต้องไปศาลเองเพื่อเรียกความเชื่อมั่นหรือไม่ นายทักษิณ กล่าวว่า “ไม่มีอะไรเลย จริงๆ แล้วจะไปหรือไม่ไป ก็เป็นเรื่องของความร่วมมือกับศาล ถ้าศาลต้องการข้อมูลเราก็ให้ได้ ไม่มีปัญหา ไม่มีอะไรที่จะไปตื่นเต้น อย่ามาตื่นเต้นแทนผมซิ”

เมื่อถามว่า มีการเชื่อมโยงความเคลื่อนไหวของนายทักษิณ กับสถานการณ์การเมือง หรือรัฐบาล นายทักษิณ กล่าวว่า หากไม่จำเป็นตนก็ไม่อยากออกมา อยากอยู่เงียบๆ สบายๆ อายุมากแล้ว อย่าใช้งานตนเยอะ

เมื่อถามว่า มองอย่างไรที่มีการมองว่านายทักษิณจะไม่ไปไหน เพราะลูกสาวเป็นนายกฯ นายทักษิณ กล่าวว่า “ไม่มีเหตุผลอะไรเลย แหม่ อุตส่าห์กลับมาแล้วก็มาทำงาน และมีพระบรมราชโองการ มีพระมหากรุณาธิคุณ ลดโทษแล้ว บอกให้ผมใช้ความรู้ ความสามารถช่วยเหลือประชาชนในบ้านเมือง ผมก็ต้องรับด้วยเกล้าฯ รับใส่เกล้าฯ ไว้ เพราะเป็นเรื่องที่เป็นหน้าที่ผม”

‘ทักษิณ’ซัดเดือด! ‘แพทยสภา’ไม่มีจริยธรรมเสียเอง หลังแฉไลน์หลุด

'ทักษิณ'ซัดเดือด! 'แพทยสภา'ไม่มีจริยธรรมเสียเอง หลังแฉไลน์หลุด

‘ทักษิณ’ซัดเดือด! ‘แพทยสภา’ไม่มีจริยธรรมเสียเอง หลังแฉไลน์หลุด

วันอังคาร ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 15.41 น.

“ทักษิณ”ซัดเดือด”แพทยสภา”ไม่มีจริยธรรมเสียเอง หลังแฉไลน์หลุดแพทยสภาด่าตน ก่อนมีมติ เชื่อ”สมศักดิ์”มีข้อมูลทุกอย่าง แต่ต้องคิดเยอะหน่อย

เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2568 ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่แพทยสภามีมติลงโทษแพทยสภา 3 คน กรณีการพักรักษาตัวนายทักษิณ ที่ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ ว่า “แพทยสภามีหน้าที่ดูเรื่องจริยธรรมของแพทย์ บางทีแพทยสภาก็ไม่มีจริยธรรมเสียเองก็มี”

“ไลน์กลุ่มหลุดออกมา แพทยสภาบางคนด่าผมอยู่ในไลน์กลุ่ม แล้วแพทยสภาอีกคนหนึ่งก็ตอบเป็นสติกเกอร์ไปว่า YES ซึ่งยังไม่ทันพิจารณาเลย อย่างนี้เรียกว่าจริยธรรมมีปัญหาซะเอง” นายทักษิณ กล่าว

เมื่อถามว่า แสดงว่าในแพทยสภามีไส้ศึกใช่หรือไม่ ท่านถึงได้ไลน์ที่หลุดออกมา นายทักษิณ กล่าวว่า ทุกฝ่ายถ้ารักษากติกา และรักษาจริยธรรมในวิชาชีพ ไม่มีปัญหา

เมื่อถามว่า เรื่องนี้ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ตอบได้หรือไม่ เพราะต้องตัดสินเรื่องวีโต้แล้ว นายทักษิณ กล่าวว่า ตนเชื่อว่ารัฐมนตรีสมศักดิ์ มีข้อมูลทุกอย่าง และต้องคิดเยอะหน่อย

เมื่อถามว่า ไม่ได้กังวลใช่หรือไม่ที่แพทยสภาได้ตัดสินออกมาเช่นนี้ นายทักษิณ กล่าวว่า ก่อนมา น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ซื้อเป็ดโฟร์ซีซั่นมาฝาก สบาย ได้กินข้าวหมดจาน สบายๆ ไม่ได้คิดเยอะเลย เพราะอายุขนาดนี้จะไปคิดอะไรเยอะ อย่ามาชวนตนคิดเยอะสิ ตนไม่คิดเยอะ

เมื่อถามว่า หมายความว่าถ้าผลออกมาเป็นลบจริงๆ นายทักษิณก็พร้อมใช่หรือไม่ นายทักษิณ กล่าวว่า “โอ้ อย่าพึ่งสรุป ไม่มีอะไรต้องสรุปล่วงหน้า ตนเชื่อว่าผู้พิพากษาที่พิจารณา ก็ยังไม่สามารถสรุปได้ เพราะต้องดูพยานหลักฐาน ดูการสืบพยานโจทก์ พยานจำเลย ฉะนั้น อย่าไปสืบเอง อย่าไปทำนายอะไรล่วงหน้า อย่าไปคาดการณ์ล่วงหน้า ไม่มีอะไร”

อย่าเลือกปฏิบัติ! ‘สว.กอบ’พร้อมรับทราบข้อกล่าวหาคดี‘ฮั้ว’ บี้เรียกสอบ‘สว.สำรอง’ด้วย

อย่าเลือกปฏิบัติ! ‘สว.กอบ’พร้อมรับทราบข้อกล่าวหาคดี‘ฮั้ว’ บี้เรียกสอบ‘สว.สำรอง’ด้วย

อย่าเลือกปฏิบัติ! ‘สว.กอบ’พร้อมรับทราบข้อกล่าวหาคดี‘ฮั้ว’ บี้เรียกสอบ‘สว.สำรอง’ด้วย

วันอังคาร ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 15.50 น.

‘กอบ’พร้อมรับทราบข้อกล่าวหาคดี‘ฮั้ว’ 4 มิ.ย.นี้ บี้เรียก‘สว.สำรอง’สอบด้วย อย่าเลือกปฏิบัติ ด้าน‘ฉัตรวรรษ’ลามจี้‘ดีเอสไอ’ตามตัวผู้ต้องหา‘คดีฟอกเงิน’บางคน อย่าปล่อยปละละเลย ขู่เข้าให้ข้อมูล‘ป.ป.ช.’

27 พฤษภาคม 2568 ที่รัฐสภา พ.ต.อ.กอบ อัจนากิตติ สมาชิกวุฒิสภา(สว.) แถลงว่า ได้รับหมายเรียกจากคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนกลาง คณะที่26 ที่มีพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)ร่วมคณะ แจ้งให้ไปรับทราบข้อกล่าวหาฮั้วเลือกสว. ต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ในวันที่ 4 มิ.ย. ตนพร้อมจะเดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหา มั่นใจไม่ได้กระทำผิด

อย่างไรก็ตาม ขอตั้งข้อสังเกตหมายเรียกของคณะกรรมการไต่สวนฯเป็นการเขียนกว้างๆ ระบุพฤติการณ์กระทำผิดแบบเหวี่ยงแห ไม่ระบุความผิดชัดเจน ไม่มีอะไรเป็นข้อเท็จจริงที่น่าเชื่อถือ ไม่ระบุพยานเอกสาร พยานบุคคล พยานวัตถุ ก่อนหน้านี้ดีเอสไอพยายามก้าวล่วงมาในเขตอำนาจของกกต. โยงเรื่องฮั้วสว.เป็นการเมือง ไม่ยอมปฏิบัติหน้าที่ของตัวเอง โดยเฉพาะกรณีที่มีเอกสารจากอัยการส่งถึงอธิบดีดีเอสไอเร่งรัดติดตามตัวนายณฐพร โตประยูร อดีตที่ปรึกษาประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน มาดำเนินคดีหลังตกเป็นผู้ต้องหาคดีฟอกเงิน แต่ดีเอสไอละเลยไม่ส่งตัวบุคคลดังกล่าวให้อัยการ ปล่อยให้เดินลอยนวลต่อหน้าดีเอสไอแถลงข่าวกล่าวหาผู้อื่น โดยแกล้งมองไม่เห็น การกระทำดังกล่าวเป็นการใช้กฎหมายตรงไปตรงมาของดีเอสไอหรือไม่ สว.เตรียมยื่นตามช่องทางดำเนินคดีกับดีเอสไอตามอำนาจที่ทำได้  

เมื่อถามว่า ล่าสุดสว.สำรอง แฉคลิปเสียงต่อรองฮั้วเลือกสว.นครพนม พ.ต.อ.กอบ กล่าวว่า ไม่ทราบ แต่กกต.มีหน้าที่สอบสวนให้เกิดความกระจ่าง อย่างมีเหตุผล ถ้ารู้ว่ามีการกระทำผิดก็ต้องดำเนินคดี มาตรวจสอบแต่เฉพาะพวกตน เหตุใดไม่เรียกสว.สำรองมาให้ข้อมูลด้วย เท่ากับเลือกปฏิบัติหรือไม่

เมื่อถามว่ามองว่ากรณีฮั้ว สว.ควรเรียกสอบ กลุ่มสว.สำรองด้วยใช่หรือไม่ พ.ต.อ.กอบ กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับกกต.จะใช้กฎหมาย ให้สุจริตเที่ยงธรรมแค่ไหน ส่วนกรณีสว.บางกลุ่ม ขอให้ชะลอกระบวนการเลือกองค์กรอิสระในการเปิดประชุมวุฒิสภา สมัยวิสามัญ วันที่ 30 พ.ค.นี้นั้น ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎหมาย ถ้ากฎหมายไม่ได้ระบุไว้ก็ทำไม่ได้ 

เมื่อถามย้ำว่า แสดงว่าการขอให้สว.ชะลอกระบวนการเลือกองค์กรอิสระ ทำไม่ได้ พ.ต.อ.กอบ กล่าวว่า ถ้าไม่มีกฎหมายระบุไว้ ก็ทำไม่ได้ ชะลอไม่ได้ ขณะที่ความกังวลอาจจะทำให้การเลือกองค์กรอิสระเป็นโมฆะนั้น อะไรที่ทำโดยสุจริต ก็ไม่ผิดกฎหมาย

ด้านพล.ต.ต.ฉัตรวรรษ แสงเพชร สว. กล่าวว่า คดีผู้ต้องหาฟอกเงินบางคนที่ดีเอสไอไม่ตามตัวมาดำเนินคดี จะหมดอายุความวันที่ 15มิ.ย. ปล่อยให้ผู้ต้องหาลอยนวล ทั้งที่อัยการสูงสุดส่งหนังสือมาถึงดีเอสไอให้เร่งนำตัวมาส่งอัยการ แต่กลับไม่ดำเนินการ ดังนั้น ถ้าคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เรียกตนไปให้ข้อมูล กรณีที่ยื่นเรื่องให้เอาผิดดีเอสไอแทรกแซงคดีฮั้วเลือกสว. ตนจะนำเอาประเด็นนี้ไปให้ข้อมูลเพิ่มเติมต่อป.ป.ช.ด้วย