“LE SSERAFIM” เป็นวงที่มีแนวเพลงโดดเด่น พร้อมกับท่าเต้นที่แข็งแกร่ง สมดั่งชื่อเพลง “FEARLESS” ที่เป็นเพลงเดบิวต์และเป็นเพลงไตเติ้ล ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ทุกคนได้มารู้จักกับทั้ง 5 สาว ซึ่งหลังจากเดบิวต์วงก็ได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดีจนได้รับรางวัล Rookie Of The Year จากงาน The 37th Golden Disc Awards และ The 32nd Seoul Music Awards ไปครอง นอกจากนี้ทั้ง 5 สาว ยังคว้ารางวัล Performance of the year ในงาน AAA 2024 Asia Artist Awards ที่จัดขึ้นที่ประเทศไทยอีกด้วย
“Talk to Me ให้ความรู้สึกเหมือนหนังปาร์ตี้สยองขวัญ แต่หนังเรื่องนี้จะถูกขับเคลื่อนด้วยตัวละครมากกว่าครับ” แดนนีกล่าว “เราชื่นชอบความท้าทายของเรื่องราวที่ถูกจำกัด เกี่ยวกับตัวละครสามตัว และโฟกัสไปที่ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาครับ”
ครอบครัวที่แตกร้าว
สำหรับลอรา (แซลลี ฮอว์กินส์) ผู้ซึ่งความลับของเธอเป็นสิ่งที่ขับเคลื่อนเรื่องราว สองพี่น้องได้แรงบันดาลใจส่วนหนึ่งมาจากแนวทางของภาพยนตร์ที่ย้อนกลับไปไกลถึงภาพยนตร์คลาสสิกปี 1962 เรื่อง What Ever Happened to Baby Jane? ซึ่งโฟกัสไปที่ตัวละครจิตใจแตกสลาย ผู้ปลีกตัวจากโลกแห่งความเป็นจริง เข้าสู่แฟนตาซีมืดหม่นที่พวกเขาสร้างขึ้นมาเอง ในตอนที่แฟนตาซีนั้นถูกทำลายลงโดยโลกรอบตัวพวกเขา ปฏิกิริยาที่พวกเขามีต่อการบุกรุกนั้นมักจะเหมือนกับการลงแดงที่รุนแรง มีหลายสิ่งที่ทรงพลังยิ่งกว่าภาพเพ้อฝันที่ปลอบประโลมจิตใจ
“เราอยากเลือกบิลลีมาแสดงใน Talk to Me ครับ” แดนนีตั้งข้อสังเกต แต่พวกเขาก็ตื่นเต้นที่มีโอกาสอีกครั้งหนึ่งที่จะได้ร่วมงานกับเขาในภาพยนตร์เรื่องนี้ “เขาเป็นนักแสดงดาวรุ่ง เป็นคนที่ยินดีกับการผลักดันตัวเองให้พัฒนาขึ้นไปอีก”
ตอนแรกก็ด้วยวิญญาณชวนสยองจากอีกโลกหนึ่งใน Talk to Me และในตอนนี้ก็ด้วยผีร้ายผู้รุกรานใน Bring Her Back พี่น้องฟิลิปโปไม่เคยเหนื่อยกับการจินตนาการถึงงานสำหรับทีมแต่งหน้ามากพรสวรรค์ของพวกเขาเลย พวกเขาเลือกใช้ทั้งเมค-อัพ เอฟเฟ็กต์ กรุ๊ป (เอ็ม.อี.จี.) จากซิดนีย์และสแคร์ครูว์ สตูดิโอส์จากเมลเบิร์นของแลร์รี แวน เดนโฮเวน สำหรับภาพยนตร์เรื่องนี้
“ตอนที่ผมอ่านบทหนังเรื่อง Bring Her Back ผมก็รู้สึกอึ้งกับมันจริงๆ ครับ” แวน เดนโฮเวน ผู้มีส่วนร่วมในการทำงานเอฟเฟ็กต์ที่น่าจดจำใน Tal to Her ด้วยเช่นกัน กล่าว “มันเป็นหนังที่ดำเนินเรื่องช้า น่าขนลุกและผมก็รู้สึกว่าตัวละครมีความแตกต่างและน่าสนใจจริงๆ เราไม่ค่อยเจออะไรแบบนั้นในหนังสยองขวัญทุกวันนี้หรอกครับ”
Bring Her Back ก็เช่นเดียวกัน ด้วยพิธีกรรมที่มืดหม่น และเต็มไปด้วยลางร้าย ที่ปรากฏให้เห็นในคลิปวิดีโอสั้นๆ ตลอดทั้งเรื่อง พิธีกรรมนั้นเป็นคำตอบในทันทีสำหรับสิ่งที่เกิดขึ้นกับโอลิเวอร์ แต่มันเป็นแค่พื้นผิวของตำนานที่มีอยู่จริงในภาพยนตร์เรื่องนี้เท่านั้น
“โอลิเวอร์ในฐานะตัวละครเป็นตัวแทนของความโศกศร้าและลักษณะที่มันสามารถกลืนกินคุณทั้งเป็นได้” แดนนีกล่าวสรุป “นั่นเป็นปีศาจร้ายในเรื่องนี้ ความเจ็บปวดที่กัดกินและไม่มีวันสิ้นสุดของความเศร้าโศกที่ไร้การคลี่คลาย เทปวิดีโอของพิธีกรรมนั้นเป็นการปรับเปลี่ยนโฮมวิดีโอของลอราในแบบบิดเบี้ยว ซึ่งเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สะท้อนถึงกระบวนการทำใจของเธอที่ผิดธรรมชาติ”เช่นเดียวกับที่ Talk to Me จบลงในแบบกว้างใหญ่อย่างน่าตื่นเต้น แสดงให้เห็นว่าเรื่องราวในภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของโลกที่ใหญ่กว่าและสมบูรณ์กว่า ผลกระทบที่ตามหลอนและไม่อาจสั่นคลอนของ Bring Her Back ก็เกิดขึ้นได้ด้วยความรู้สึกสมจริงและความมุ่งมั่นที่มีต่อศิลปะแขนงนี้ที่คู่หูผู้สร้างภาพยนตร์คู่นี้ได้นำมาสู่ผลงานภาพยนตร์เรื่องใหม่ของพวกเขา
โจนาห์ ผู้เป็นลูกชายของนักแสดงสองคน มีพรสวรรค์ที่ทั้งละเอียดอ่อนและลึกซึ้งในแบบที่ไม่ค่อยปรากฏนักในนักแสดงที่อายุเท่าเขาการได้รับเลือกให้แสดงนำในบทแองกัสสำหรับภาพยนตร์เรื่อง How To Make Gravy เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความสามารถในการถ่ายทอดอารมณ์ของโจนาห์ รวมถึงความโดดเด่นบนหน้าจอของเขา ระหว่างแสดงร่วมกับเพื่อนร่วมแสดงอย่างแดเนียล เฮนแชล, ฮิวโก้ วีฟวิง, เคท มัลวานีย์และเดมอน เฮอร์ริแมน นอกจากนี้ เขายังได้รับเลือกเป็นหนึ่งในนักแสดงนำของภาพยนตร์เรื่อง Bring Her Back ด้วย
แดนนี & ไมเคิล ฟิลิปโป – ผู้กำกับ
พี่น้องฝาแฝดแดนนีและไมเคิล ฟิลิปโปเป็นคู่หูมือเขียนบท/ผู้กำกับชาวออสเตรเลีย ผู้โด่งดังจากการเคลื่อนไหวออนไลน์ของพวกเขาในแวดวงการ์ตูนสยองขวัญและแอ็กชัน Talk To Me ภาพยนตร์เรื่องแรกของพี่น้องฟิลิปโปเปิดตัวทั่วโลกในงานเทศกาลภาพยนตร์ซันแดนซ์ปี 2023 และถูกซื้อสิทธิโดยเอทเวนตี้โฟร์ในสงครามแย่งชิงประมูล ไม่นานหลังจากนั้น Talk To Me เปิดตัวที่งานเบอร์ลินาเล และงานเทศกาลภาพยนตร์เซาธ์บายเซาธ์เวสต์ หลังจากที่เข้าฉายในช่วงฤดูร้อนปี 2023 ภาพยนตร์เรื่องนี้กลายเป็นภาพยนตร์สยองขวัญที่ทำรายได้สูงสุดตลอดกาลของเอทเวนตี้โฟร์และเป็นภาพยนตร์ที่ทำรายได้สูงสุดตลอดกาลอันดับสองในประวัติศาสตร์ของเอทเวนตี้โฟร์ ภาพยนตร์เรื่องนี้ทำรายได้ไปกว่า 92 ล้านเหรียญในบ็อกซ์ออฟฟิศทั่วโลก นอกจากนั้น มันยังได้รับเสียงวิจารณ์ชื่นชมและได้รับคะแนนวิจารณ์สูงอีกด้วย (ได้รับคะแนน 98% ทางเว็บไซต์รอทเทน โทเมโทส์) เกียรติยศที่ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับรวมถึงการได้รับการเสนอชื่อชิง 11 รางวัลเอเอซีทีเอ อวอร์ด ซึ่งเป็นรางวัลสูงสุดด้านภาพยนตร์ของออสเตรเลีย ในปี 2024
ผลงานเรื่องแรกของมือเขียนบทบิล ฮินซ์แมนคือ Talk to Me ซึ่งเขาร่วมเขียนบทกับผู้กำกับแดนนี ฟิลิปโป เขาได้ร่วมงานกับทั้งแดนนีและไมเคิลในโปรเจ็กต์ต่างๆ มาตั้งแต่ปี 2011
อธิบายผลงานหรือไอเดียสร้างสรรค์ ภายใต้หัวข้อ “พลาสติกไม่ไร้ค่า ถ้ากล้าเปลี่ยนมุมมอง” เพื่อสร้างมูลค่าให้ขยะผ่านการรีไซเคิล ในรูปแบบไฟล์ PDF ความยาวไม่เกิน 3 หน้ากระดาษ A4 (ฟอนต์ Angsana New ขนาดขั้นต่ำ 16) ส่งผ่าน Google Form
ประกาศผลทีมที่ผ่านเข้ารอบ :
วันที่ 27 มิถุนายน 2568 ผ่านช่องทาง www.gyucreative.com และ Official SNS ของ G-Yu Creative ทั้งนี้ผู้ที่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายจะต้องมานำเสนอผลงานบนเวทีงาน SPOGOMI WORLD CUP 2025 THAILAND Qualifiers วันเสาร์ที่ 12 กรกฎาคม 2568 ณ พาร์คพารากอน สยามพารากอน โดยมีเวลาให้ 10 นาทีสำหรับการนำเสนอ และจะประกาศผลรางวัลเมื่อจบการนำเสนอของทุกทีม