‘กลุ่มเซ็นทรัล’ และบริษัทในเครือ เดินหน้าขับเคลื่อน ‘การศึกษา’ สร้างโอกาสที่เท่าเทียม เสริมศักยภาพเด็กไทยสู่อนาคตที่ยั่งยืน

‘กลุ่มเซ็นทรัล’ และบริษัทในเครือ เดินหน้าขับเคลื่อน ‘การศึกษา’ สร้างโอกาสที่เท่าเทียม เสริมศักยภาพเด็กไทยสู่อนาคตที่ยั่งยืน

‘กลุ่มเซ็นทรัล’ และบริษัทในเครือ เดินหน้าขับเคลื่อน ‘การศึกษา’ สร้างโอกาสที่เท่าเทียม เสริมศักยภาพเด็กไทยสู่อนาคตที่ยั่งยืน

วันเสาร์ ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

“การศึกษา” ไม่ใช่เพียงทางรอดของชาติ แต่คือรากฐานของการพัฒนาที่ยั่งยืนในทุกมิติ กลุ่มเซ็นทรัลและบริษัทในเครือ รวมพลังเดินหน้า “สร้างโอกาส” เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ เปิดพื้นที่แห่งการเรียนรู้ ให้ทุกคนสามารถเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพเพื่อเพิ่มศักยภาพเด็กและเยาวชนไทยให้พร้อมรับมืออนาคตอย่างแข็งแกร่ง ผ่านการมอบทุนการศึกษา การฝึกอาชีพ และโครงการด้านการศึกษาที่หลากหลายและครอบคลุมทุกช่วงวัยทั้งในและนอกห้องเรียน เพื่อผลักดันการเรียนรู้อย่างมีคุณภาพอย่างแท้จริง พร้อมก้าวสู่สังคมที่เท่าเทียมและเติบโตไปด้วยกัน

พิชัย จิราธิวัฒน์  กก.บริหาร กลุ่มเซ็นทรัล

เซ็นทรัลพัฒนา ร่วมกับ กระทรวงศึกษาธิการเปิดพื้นที่ห้างทั่วประเทศ สร้างเวทีเรียนรู้แก่เยาวชน

รร.เซ็นทาราทำข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ (MOU)

พิชัย จิราธิวัฒน์  กรรมการบริหาร กลุ่มเซ็นทรัล กล่าวว่า  กลุ่มเซ็นทรัล และบริษัทในเครือ มองว่าในยุคปัจจุบัน การศึกษาไม่ได้จำกัดเพียงแค่การเรียนในห้องเรียนอีกต่อไป แต่ต้องเป็นการเรียนรู้ตลอดชีวิตที่ตอบโจทย์โลกแห่งความจริง เด็กไทยควรได้ฝึกคิด ฝึกลงมือทำ และเรียนรู้จากประสบการณ์ตรง พร้อมได้รับการสนับสนุนจากครอบครัว ชุมชน ภาครัฐ และภาคเอกชน เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่โลกการทำงานในอนาคตอย่างมั่นใจ พร้อมยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง ผ่านโครงการและความร่วมมือหลากหลายรูปแบบทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อสร้างโอกาสในการเรียนรู้ที่เท่าเทียมและยั่งยืน

เซ็นทรัลรีเทลเวียดนามกับโครงการ One Mall – One School

ท็อปส์ จับมือ ยูนิเซฟ กับโครงการ เด็กทุกคนอ่านได้ Every Child Can Read

บีทูเอส จัดโครงการแข่งขัน “หนูน้อยรักการอ่าน”

โครงการ “เซ็นทรัล ทำ” โครงการด้านความยั่งยืนของกลุ่มเซ็นทรัล เดินหน้าส่งเสริมการศึกษาอย่างต่อเนื่อง ด้วยความเชื่อว่า หัวใจของการศึกษา คือ “การพัฒนาความรู้” เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของเยาวชน เพิ่มโอกาสในการสร้างอาชีพที่มั่นคงและส่งเสริมให้นำองค์ความรู้ไปปรับใช้และต่อยอดในชีวิตจริงนอกห้องเรียน โดยจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ในแนวทาง 8 ด้าน ได้แก่ หลักสูตรทางวิทยาศาสตร์ ภาษาอังกฤษและภาษาจีน เศรษฐกิจพอเพียง คุณธรรมจริยธรรม การอบรมโค้ชครู ความรู้ด้านสิ่งแวดล้อม การพัฒนาสถานศึกษาและการมอบทุนการศึกษาโดยศูนย์การเรียนรู้เหล่านี้ยังเป็นแหล่งต้นแบบให้กับโรงเรียนอื่นๆ ที่มาศึกษาดูงานและนำไปขยายผลได้อีกด้วย

Power of Love by Power Buy

อาชีวะดูงาน ศูนย์ CFR FDC

บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC มุ่งมั่นส่งเสริมการศึกษาอย่างต่อเนื่องผ่านโครงการต่างๆ ทั้งในประเทศไทยและเวียดนาม ได้แก่ ทุนทวิภาคีเซ็นทรัล โดยผนึกกำลังร่วมกับสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ ให้เยาวชนได้รับโอกาสทางการศึกษาที่สูงขึ้นและสร้างอาชีพที่มั่นคง,บริษัท เมพ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)ร่วมมือกับกทม.นำระบบห้องสมุดออนไลน์ ไฮบรารี่ (Hibrary)ให้บริการภาคสังคมภายใต้โครงการ “BKK x Hibrary อีบุ๊กฟรีอยู่เขตไหนอ่านได้ทุกที่,ท็อปส์ จับมือยูนิเซฟ ประเทศไทย เดินหน้ายกระดับการอ่านของเยาวชนไทย สานต่อความสำเร็จโครงการ “เด็กทุกคนอ่านได้ Every Child Can Read” อย่างต่อเนื่อง เข้าสู่ปีที่ 5 ,บีทูเอส จัดกิจกรรม B2S School Road เสิร์ฟความสุข สนุกกับกิจกรรม อ่าน-เขียน-เรียน-เล่น ให้กับน้องๆ นักเรียนทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น 276 โรงเรียน 22 จังหวัด นอกจากนี้จัดโครงการแข่งขัน “หนูน้อยรักการอ่าน” ภายใต้หัวข้อ “ยิ่งอ่าน ยิ่งสร้าง แรงบันดาลใจ” พร้อมมอบ E-library ห้องสมุด บีทูเอส คลับ”,เพาเวอร์บาย จัดโครงการ “Power of Love by Power Buy” พร้อมทุนการศึกษา แก่เด็กมูลนิธิออทิสติกไทย ,เซ็นทรัล รีเทล เวียดนามมีส่วนร่วมในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาที่ดีขึ้นในเวียดนามเป็นหนึ่งในลำดับความสำคัญสูงสุดของโครงการ CSR ของ Central Retail ในเวียดนาม กับโครงการ “One Mall – One School” โดยมีพันธกิจในการสนับสนุนสถานศึกษาในท้องถิ่นทุกครั้งที่มีการเปิด GO! Mall แห่งใหม่

เซ็นทรัล เรสเตอรองส์ กรุ๊ป สนับสนุนฝึกงาน นร.นักศึกษา

โรงเรียนวัดดอนชัย

บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN ผู้นำเบอร์หนึ่งอสังหาริมทรัพย์ไทย ผู้พัฒนาธุรกิจศูนย์การค้า,คอมมูนิตี้มอลล์,ที่อยู่อาศัย, อาคารสำนักงาน และโรงแรมทั่วประเทศ ภายใต้โมเดลธุรกิจ ‘The Ecosystem for All’ สร้างมิติใหม่ให้วงการการศึกษาไทย จับมือกับกระทรวงศึกษาธิการเปิดพื้นที่ห้างทั่วประเทศ สร้างเวทีเรียนรู้แก่เยาวชน จัดโครงการ “เรียนดี มีความสุข สู่อนาคตที่สดใส” นอกจากนี้ เปิดตัว Preschool รูปแบบใหม่ “First Class Preschool” ศูนย์พัฒนาเด็กปฐมวัยสองภาษาที่มุ่งเน้นการพัฒนาทักษะที่สำคัญในช่วง 1-6 ปี เสริมสร้างตัวตนเด็กๆ พร้อมทักษะสมอง Executive Functions (EF) วินัยเชิงบวก และการพัฒนารอบด้านทั้งด้านร่างกาย สังคม อารมณ์ และการสื่อสารทั้งสองภาษา ,บริษัท โรงแรม เซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) ทำข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) ในการพัฒนาวิชาชีพด้านโรงแรมและบริการ และจัดโครงการฝึกงานของนักศึกษาทั้งในและต่างประเทศ ,บริษัท เซ็นทรัล เรสเตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด หรือ CRG สนับสนุนฝึกงานนักเรียนนักศึกษา ในโครงการ ทวิภาคี สหกิจศึกษาและฝึกงาน, โครงการทวิภาคีต่างชาติ,โครงการทวิภาคีกลุ่มทักษะเฉพาะ และโครงการทวิภาคีคนพิการ

วท.ปักธงชัย

First Class Preschool

กลุ่มเซ็นทรัล เชื่อมั่นเสมอว่า “การศึกษา” คือจุดเริ่มต้นสำคัญของการเปลี่ยนแปลง และเป็นพื้นฐานที่มั่นคงในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและสร้างสังคมที่เท่าเทียม กลุ่มเซ็นทรัล จึงมุ่งมั่นเดินหน้าส่งเสริมการเรียนรู้อย่างยั่งยืน ลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา พร้อมเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนทุกภูมิภาคได้เข้าถึงองค์ความรู้ที่จำเป็นสำหรับการเติบโตอย่างมีศักยภาพ เพื่ออนาคตที่แข็งแรง และร่วมกันสร้างสังคมที่ยั่งยืน

ปิดฉาก BEING Thailand 2025 ตอกย้ำไทย ‘ผู้นำด้านเศรษฐกิจสุขภาพยุคใหม่’ ระดับโลก

ปิดฉาก BEING Thailand 2025 ตอกย้ำไทย ‘ผู้นำด้านเศรษฐกิจสุขภาพยุคใหม่’ ระดับโลก

ปิดฉาก BEING Thailand 2025 ตอกย้ำไทย ‘ผู้นำด้านเศรษฐกิจสุขภาพยุคใหม่’ ระดับโลก

วันเสาร์ ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ประเทศไทย มุ่งยกระดับแนวคิดด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี หลังจากเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมในอุตสาหกรรมนี้มากว่า 4 ทศวรรษ ท่ามกลางกระแสใหม่ที่คำว่า “Well-being” กำลังกลายเป็นหัวใจสำคัญของยุคนี้

เมื่อเทรนด์สุขภาพทั่วโลกเปลี่ยนแปลงไปตามพฤติกรรมของผู้บริโภคและนักเดินทาง ประเทศไทยก็ได้รับการยอมรับมากขึ้นในฐานะผู้นำที่รู้เท่าทันและปรับตัวได้อย่างชาญฉลาดในโลกของเศรษฐกิจสุขภาพ ที่งาน Being Thailand 2025 ณ จังหวัดภูเก็ต ประเทศไทยถูกจับตามองในบทบาทสำคัญในการผลักดันการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ การบริการ การดูแลสุขภาพ และตลาดผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับ “สุขภาวะ” มากยิ่งขึ้น โดยสะท้อนให้เห็นถึงภาพลักษณ์ใหม่ของประเทศในเวทีระดับนานาชาติด้านสุขภาพและไลฟ์สไตล์

Viona Zhang, Paul Keen และ Sumi Soorian 

ตลอดเวลากว่า 30 ปี ประเทศไทยได้พัฒนา “ระบบนิเวศสุขภาพ” ที่มีความหลากหลาย จากจุดเริ่มต้นที่เน้นการทำสปาและการบำบัดแบบองค์รวม สู่การเติบโตเป็นตลาดสุขภาพที่ครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่รีสอร์ตที่เน้นการยืดอายุขัย การแพทย์แบบผสมผสาน ไปจนถึงผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์เพื่อสุขภาพ โดยเมืองท่องเที่ยวสำคัญอย่างภูเก็ตได้เปลี่ยนโฉมไปเป็นศูนย์กลางด้านสุขภาวะที่ครบครัน ทั้งในแง่โครงสร้างพื้นฐานทางการแพทย์ แบรนด์โรงแรมระดับโลก และอสังหาริมทรัพย์รุ่นใหม่ที่รองรับไลฟ์สไตล์สุขภาพอย่างแท้จริง

Viona Zhang รองกรรมการผู้จัดการ C9 Hotelworks กล่าวว่า “เศรษฐกิจสุขภาพของไทยในวันนี้ ไม่ได้แค่ขยายตัว แต่กำลังปรับทิศทางเพื่อเตรียมพร้อมรับอนาคต ซึ่งงาน Being Thailand 2025 ได้กลายเป็นเวทีสำคัญที่นำผู้คนในอุตสาหกรรมมาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง วิเคราะห์แนวโน้มตลาด และหารือถึงแนวทางการปรับกลยุทธ์ธุรกิจให้ตอบรับกับความต้องการรูปแบบใหม่ที่กำลังจะมาถึง”

งานนี้ถูกออกแบบในรูปแบบ B2B ที่เน้นการเชื่อมโยง สร้างแรงบันดาลใจ และแบ่งปันองค์ความรู้ ผ่านเสวนาจากผู้เชี่ยวชาญ การแลกเปลี่ยนแนวคิดเชิงกลยุทธ์ และกิจกรรมด้านสุขภาวะที่ผู้เข้าร่วมได้มีส่วนร่วมอย่างใกล้ชิด พร้อมช่วยเปิดโอกาสให้เกิดการมีส่วนร่วมที่มีคุณภาพระหว่างผู้เล่นจากหลากหลายอุตสาหกรรม ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงแก่นแท้ของ “สุขภาวะ” ที่เน้นประสบการณ์และการลงมือปฏิบัติ

ข้อมูลจากรายงาน Wellness Economy Report 2025 โดย C9 Hotelworks เผยให้เห็นภาพรวมและแรงขับเคลื่อนของอุตสาหกรรมสุขภาพในไทย โดยพบว่ามูลค่าการใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในประเทศไทยเพิ่มขึ้นจาก 194,000 ล้านบาท (5.39 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในปี 2022 เป็น 419,000 ล้านบาท (11.64 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในปี 2023 ซึ่งการเติบโตได้รับแรงหนุนหลักจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว คิดเป็นสัดส่วนจาก 23% เป็น 40% ของตลาดท่องเที่ยวเชิงสุขภาพทั้งหมด ทั้งนี้ มูลค่ารวมของเศรษฐกิจสุขภาพไทยในปี 2023 อยู่ที่ 1.4 ล้านล้านบาท (38.89 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ส่งผลให้ประเทศไทยติดอันดับหนึ่งในสิบของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

ขณะที่เทรนด์สุขภาพยังคงส่งอิทธิพลต่อพฤติกรรมของผู้บริโภคในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าและรองเท้าสำหรับออกกำลังกาย ที่ครองส่วนแบ่งตลาดถึง 52% ของตลาดในกลุ่มสุขภาพทางกาย ขณะที่อาหารและเครื่องดื่มที่ติดฉลากเพื่อสุขภาพก็มีมูลค่าตลาดรวมสูงถึง 198,000 ล้านบาท (5.50 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งการเติบโตนี้สะท้อนให้เห็นว่า “สุขภาพ” ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ประจำวัน มากกว่าแค่การดูแลตัวเองเฉพาะช่วงวันหยุดหรือทริปท่องเที่ยว

นอกจากนี้ แนวโน้มการพัฒนาในธุรกิจโรงแรมและที่พักก็เปลี่ยนแปลงไป โดยจากเดิมที่บริการด้านสุขภาพมักจำกัดอยู่ในรีสอร์ตเฉพาะทาง แต่ปัจจุบัน แนวคิดด้านสุขภาวะได้ถูกผสานเข้ากับโรงแรมในหลายระดับมากขึ้น เห็นได้จากการเปิดตัวของโครงการใหม่อย่าง Clinique La Prairie แห่งแรกในเอเชียที่ตรีวนันดา ภูเก็ต และโครงการ Silver Wellness & Residence โดย BDMS ในกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่าประเทศไทยกำลังปรับภาพลักษณ์สู่การเป็นศูนย์กลางด้านการยืดอายุขัย การดูแลสุขภาพที่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ และการใช้ชีวิตในสภาพแวดล้อมแบบองค์รวม

ทั้งนี้ งาน Being Thailand 2025 ได้เปิดเวทีให้เกิดการแลกเปลี่ยนเชิงลึกและการสร้างพันธมิตรระดับภาคการท่องเที่ยว อสังหาริมทรัพย์ สุขภาพผู้บริโภค การแพทย์ และการลงทุน พร้อมตอกย้ำบทบาทของประเทศไทยในฐานะผู้นำด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์และต้นแบบการบูรณาการแนวคิด “สุขภาวะ” ที่เข้ากับยุทธศาสตร์ระดับชาติและการเติบโตของภาคเอกชน

กรมวิทย์ฯ เตือนอันตรายจากเห็ดพิษช่วงหน้าฝน แนะวิธีสังเกตเห็ดพิษ บางชนิดคล้ายกับเห็ดที่รับประทานได้

กรมวิทย์ฯ เตือนอันตรายจากเห็ดพิษช่วงหน้าฝน  แนะวิธีสังเกตเห็ดพิษ บางชนิดคล้ายกับเห็ดที่รับประทานได้

กรมวิทย์ฯ เตือนอันตรายจากเห็ดพิษช่วงหน้าฝน แนะวิธีสังเกตเห็ดพิษ บางชนิดคล้ายกับเห็ดที่รับประทานได้

วันเสาร์ ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เตือนอันตรายจากเห็ดพิษในช่วงฤดูฝน  แนะวิธีสังเกตเห็ดพิษ พร้อมวิธิปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนนำส่งโรงพยาบาล

นายแพทย์ยงยศ ธรรมวุฒิ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่า ในช่วงหน้าฝนนี้ ศูนย์พิษวิทยา และฝ่ายศึกษาสายพันธุ์เชื้อราก่อโรค สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้รับตัวอย่างเพื่อตรวจวิเคราะห์ชนิดของเห็ด ซึ่งเป็นเห็ดที่มีผู้ป่วยรับประทานแล้วเข้าโรงพยาบาล โดยมีเห็ดพิษที่ส่งตรวจยืนยันในช่วงหน้าฝนนี้ ได้แก่ เห็ดระโงกหินหรือเห็ดระงากขาว เห็ดระงากหมวกดำ เห็ดถ่านเลือด เห็ดหมวกจีน เห็ดคันร่มพิษ เห็ดหัวกรวดครีบเขียว ซึ่งเห็ดพิษบางชนิดจะมีลักษณะคล้ายกับเห็ดที่รับประทานได้ ดังนั้น  กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จึงมีวิธีคัดแยกเบื้องต้นในการจำแนกเห็ดพิษกับเห็ดไม่มีพิษ

เห็ดระโงกหิน หรือเห็ดระงากขาว และเห็ดระงากหมวกสีดำ สร้างพิษกลุ่ม Amatoxins เมื่อรับประทานเห็ดพิษกลุ่มนี้ผู้ป่วยจะเกิดอาการภายใน 6-24 ชั่วโมง มีอาการท้องร่วง เป็นตะคริวที่ท้อง คลื่นไส้ อาเจียนแสดงอาการประมาณ 1 วัน หลังจากนั้นมีอาการตับและไตวายและอาจเสียชีวิต วิธีการคัดแยก เห็ดระโงกหินหรือเห็ดระงากขาวและเห็ดระงากหมวกสีดำ มีพิษ ผิวหมวกเห็ดบริเวณขอบหมวกไม่มีริ้วคล้ายซี่หวี และก้านตันตลอดแนวเมื่อผ่าก้านเห็ด เห็ดระโงกขาวที่รับประทานได้ ผิวหมวกเห็ดสีขาวครีม สีเหลือง ผิวเรียบมันวาว ขอบหมวกมีริ้วคล้ายซี่หวีและก้านกลวงตลอดแนวเมื่อผ่าก้านเห็ด ในกรณีของเห็ดระโงกไส้เดือนหรือเห็ดขี้ไก่เดือน ผิวหมวกเห็ดสีน้ำตาลเข้มกลางหมวกแล้วค่อยๆจางลงมาที่ขอบ ผิวเรียบ ขอบหมวกมีริ้วคล้ายซี่หวีและก้านกลวงตลอดแนวเมื่อผ่าก้านเห็ด

นายแพทย์ยงยศ ธรรมวุฒิ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์

เห็ดถ่านเลือด จะเกิดอาการภายใน 2 ชั่วโมง มีอาการระคายเคืองระบบทางเดินอาหาร ต่อมาหลังจาก 6 ชั่วโมง มีอาการเจ็บกล้ามเนื้อ ตับและไตวายและอาจเสียชีวิต วิธีการคัดแยก เห็ดถ่านเลือดมีพิษ หมวกเห็ดทรงกรวยขนาดใหญ่ สีน้ำตาลเข้มถึงสีดำ ครีบห่างสีเหลืองอมน้ำตาล และมีน้ำยางสีแดงเมื่อผ่าดอกเห็ด เห็ดถ่านเล็กที่รับประทานได้ หมวกเห็ดรูปทรงชามคว่ำขนาดเล็ก สีขาวอมเทาถึงดำ ครีบถี่สีขาว และไม่พบน้ำยางสีแดงเมื่อผ่าดอกเห็ด

เห็ดหมวกจีน สร้างสารพิษมัสคารีน และเห็ดคันร่มพิษ มีลักษณะคล้ายเห็ดโคนหรือเห็ดปลวกที่กินได้หลายชนิด และเห็ดหมวกจีนมีพิษบางชนิดมักขึ้นใกล้กับจอมปลวกเหมือนกับเห็ดโคนทำให้ชาวบ้านเข้าใจผิดว่าเป็นเห็ดโคนกินได้และเกิดเหตุการณ์บ่อยครั้ง เมื่อรับประทานเห็ดพิษกลุ่มนี้ผู้ป่วยจะเกิดอาการภายใน 30 นาที-2 ชั่วโมง มีอาการเหงื่อออกมาก น้ำตาไหล น้ำลายไหล ผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงชีพจรเต้นช้า และอาจทำให้เสียชีวิตได้ภายในครึ่งชั่วโมง ส่วนเห็ดคันร่มพิษสร้างสารพิษ ทำให้เกิดอาการระคายเคืองระบบทางเดินอาหาร คลื่นไส้ อาเจียน และอาจเกิดสภาวะหายใจลำบาก วิธีการคัดแยก เห็ดหมวกจีน ผิวหมวกเห็ดหยาบ กลางหมวกเห็ดเป็นปุ่มนูน ขอบหมวกฉีกเมื่อบานครีบมีสีเหลืองอมน้ำตาล และสีชมพูอมน้ำตาล เห็ดคันร่มพิษ ผิวเรียบ กลางหมวกเห็ดเป็นปุ่มนูน ครีบมีสีชมพูอมน้ำตาล

เห็ดหัวกรวดครีบเขียว เมื่อรับประทานเห็ดพิษกลุ่มนี้ผู้ป่วยจะเกิดอาการภายใน 15 นาที- 4 ชั่วโมง ทำให้ระคายเคืองระบบทางเดินอาหาร คลื่นไส้ อาเจียน เป็นตะคริวที่ท้อง และท้องเสีย วิธีการคัดแยก เห็ดหัวกรวดครีบเขียว หมวกเห็ดทรงชามคว่ำ บริเวณกลางหมวกมีเกล็ดขนาดใหญ่ ครีบมีสีขาวแล้วเปลี่ยนเป็นสีเขียวปนเทาเมื่อแก่ และก้านมีวงแหวนขอบสองชั้น

เห็ดก้อนฝุ่น หรือเห็ดไข่หงส์ (Scleroderma) ห้ามรับประทาน เมื่อรับประทานเห็ดพิษกลุ่มนี้จะเกิดอาการระคายเคืองระบบทางเดินอาหารภายใน  1 ถึง  3 ชั่วโมง โดยมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย นอกจากนี้ยังสามารถก่อให้เกิดอาการมึนงง ตามัว และสภาวะหายใจลำบาก วิธีการคัดแยก เห็ดก้อนฝุ่น พบลักษณะคล้ายรากหรือก้านดอก ผิวไม่เรียบคล้ายมีเกล็ดปกคลุม และเมื่อผ่าดอกเห็ดอาจพบการเปลี่ยนสี  ส่วนเห็ดเผาะหรือเห็ดถอบ ที่รับประทานได้ ลักษณะของเห็ดเผาะหนังจะมีผิวเรียบ ดอกเห็ดหนาและแข็ง ส่วนเห็ดเผาะฝ้าย ผิวเรียบมีเส้นใยที่เป็นขุยสีขาวปกคลุม ดอกอ่อนนุ่ม โดยทั้ง 2 ชนิดต้องไม่พบลักษณะคล้ายรากหรือก้านดอก

การป้องกันการกินเห็ดพิษ สามารถทำได้ ดังนี้ 1. ควรรับประทานเห็ดที่รู้จักและต้องมั่นใจจริงๆว่าเป็นเห็ดที่รับประทานได้ 2. ควรปรุงเห็ดให้สุกก่อนรับประทาน โดยเฉพาะเห็ดระโงกในระยะไข่ 3. ผู้ที่มีอาการภูมิแพ้เกี่ยวกับเห็ดให้หลีกเลี่ยงการรับประทานเห็ด 4. อย่ารับประทานเห็ดพร้อมกับดื่มสุรา เพราะเห็ดบางชนิดจะปรากฎอาการพิษเมื่อดื่มแอลกอฮอล์  5. เมื่อเกิดอาการพิษจากการรับประทานเห็ดควรรีบไปพบแพทย์ทันที

สำหรับการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ทำได้โดยให้รับประทานผงถ่าน (activated charcoal) โดยบดละเอียด 2 ถึง 3 ช้อนโต๊ะต่อน้ำ 1 แก้ว ผสมกับน้ำให้ข้นเหลว เพื่อดูดสารพิษของเห็ดในทางเดินอาหาร และรีบนำผู้ป่วยไปหาหมอหรือส่งโรงพยาบาล พร้อมกับนำเห็ดที่เหลือจากกินไปด้วย เพื่อให้แพทย์ใช้ประกอบการวินิจฉัย รักษาตามอาการ โดยสามารถส่งตรวจสอบชนิดของเห็ดพิษทางห้องปฏิบัติการศูนย์พิษวิทยา สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โทร. 0 2951 0000 ต่อ 99716 และศูนย์ประสานงานการตรวจวิเคราะห์และเฝ้าระวังโรคทางห้องปฏิบัติการ โทร. 0 2951 1485

โรงพยาบาลสัตว์อารักษ์ เปิดตัวศูนย์รังสีวินิจฉัยสัตว์เลี้ยง ด้วยเทคโนโลยี MRI และ CT Scan ทันสมัยที่สุดในประเทศไทย

โรงพยาบาลสัตว์อารักษ์ เปิดตัวศูนย์รังสีวินิจฉัยสัตว์เลี้ยง  ด้วยเทคโนโลยี MRI และ CT Scan ทันสมัยที่สุดในประเทศไทย

โรงพยาบาลสัตว์อารักษ์ เปิดตัวศูนย์รังสีวินิจฉัยสัตว์เลี้ยง ด้วยเทคโนโลยี MRI และ CT Scan ทันสมัยที่สุดในประเทศไทย

วันเสาร์ ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

โรงพยาบาลสัตว์อารักษ์ เดินหน้ายกระดับมาตรฐานการรักษาในยุค Pet Humanization เปิดตัว ARAK’S ADVANCED MRI & IMAGING CENTER อย่างเป็นทางการ ณ โรงพยาบาลสัตว์อารักษ์ สำนักงานใหญ่ สาขาทองหล่อ  พร้อมเทคโนโลยี MRI และ CT Scan รุ่นใหม่ล่าสุด ที่ผสานระบบ AI เพื่อการวินิจฉัยที่แม่นยำ รวดเร็ว และปลอดภัย เสมือนการรักษาในโรงพยาบาลระดับมนุษย์

สพ.ญ. ทัศวรินทร์ กาญจนฉายา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้งโรงพยาบาลสัตว์อารักษ์ 

ภายใต้แนวคิด “มากกว่าการรักษา คือความใส่ใจ” โรงพยาบาลสัตว์อารักษ์ มุ่งมั่นส่งมอบบริการแบบ Patient-Centric ที่ให้ความสำคัญสูงสุดกับคุณภาพชีวิตของสัตว์เลี้ยง ด้วยการนำเข้าเครื่อง MRI รุ่น 1.5 Tesla และระบบ CT Scan ที่ให้ความละเอียดสูง พร้อมระบบ AI วิเคราะห์ภาพที่ช่วยลดเวลาการตรวจเหลือเพียง 30 นาที จากเดิมที่ใช้เวลาถึง 1 ชั่วโมง เพิ่มความปลอดภัยให้กับสัตว์เลี้ยง และลดความจำเป็นในการวางยาสลบซ้ำซ้อน

สพ.ญ. ทัศวรินทร์ กาญจนฉายา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้งโรงพยาบาลสัตว์อารักษ์ กล่าวว่า “เราก่อตั้งโรงพยาบาลสัตว์อารักษ์จากความตั้งใจที่อยากมอบการดูแลรักษาที่ดีที่สุดให้กับ ‘เพื่อนที่ดีที่สุดของเรา’ โดยเชื่อว่าสัตว์เลี้ยงควรได้รับการดูแลเทียบเท่ากับมนุษย์ ด้วยเทคโนโลยีและมาตรฐานระดับสูง ผสานความใส่ใจอย่างมืออาชีพ

ศูนย์รังสีวินิจฉัยใหม่นี้ ยังได้รับการออกแบบให้เชื่อมต่อกับห้องผ่าตัดโดยตรง ช่วยให้สามารถส่งต่อการรักษาได้อย่างทันท่วงที หากพบความผิดปกติจากการตรวจ MRI หรือ CT Scan โดยมีการร่วมวางแผนการรักษาโดยทีมสัตวแพทย์เฉพาะทางจากหลากหลายสาขา (Multidisciplinary) เพื่อให้ครอบคลุมทุกมิติด้านสุขภาพ” 

นอกจากบริการทางการแพทย์ระดับสูง โรงพยาบาลสัตว์อารักษ์ยังตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของกลุ่ม Pet Parents ยุคใหม่ ด้วยบริการส่งเสริมสุขภาพแบบองค์รวม ทั้ง Pet Pool สระว่ายน้ำสำหรับสัตว์เลี้ยง และ Pet Park พื้นที่ออกกำลังกาย ภายใต้สิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัย

ARAK’S ADVANCED MRI & IMAGING CENTER ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของโรงพยาบาลสัตว์อารักษ์ ในการยกระดับวงการสัตวแพทย์ไทยให้ก้าวทันเทคโนโลยีโลก พร้อมตอกย้ำภาพลักษณ์ของแบรนด์ในฐานะผู้นำด้านการดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยงที่เข้าใจหัวใจของ Pet Parents อย่างแท้จริง

“เราเชื่อว่าสุขภาพและชีวิตของเพื่อนตัวน้อยๆ เริ่มต้นจากการวินิจฉัยที่แม่นยำและรวดเร็ว ศูนย์รังสีวินิจฉัยแห่งใหม่นี้จึงไม่ใช่แค่การเพิ่มขีดความสามารถของโรงพยาบาล แต่คือการยกระดับมาตรฐานการรักษาสัตว์เลี้ยงไทยให้ก้าวสู่ระดับสากล” สพ.ญ. ทัศวรินทร์ กล่าวทิ้งท้าย

สัมผัสนวัตกรรมล่าสุดหรือนัดหมายรับคำปรึกษาได้ที่โรงพยาบาลสัตว์อารักษ์ สาขาทองหล่อ และอีก 4 สาขาทั่วประเทศ  Website: http://www.arakanimal.comLINE OA: @arakanimal โทร: 02-106-9977 Facebook: Arak Animal Hospital โรงพยาบาลสัตว์อารักษ์ Instagram: arak.aminal

โลตัส เปิดแคมเปญ ‘Good Vibes Everyday’ ให้นักชอปได้เพลิดเพลินกับสินค้าดิสนีย์

โลตัส เปิดแคมเปญ ‘Good Vibes Everyday’ ให้นักชอปได้เพลิดเพลินกับสินค้าดิสนีย์

โลตัส เปิดแคมเปญ ‘Good Vibes Everyday’ ให้นักชอปได้เพลิดเพลินกับสินค้าดิสนีย์

วันเสาร์ ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

โลตัส เอาใจสาวกดิสนีย์ ร่วมกับ เดอะ วอลท์ ดิสนีย์ ประเทศไทย เปิดตัวแคมเปญ “Good Vibes Everyday” ให้นักช้อปได้เป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์ลายลิขสิทธิ์แท้จากวอลท์ ดิสนีย์ ทั้งของใช้ในบ้านและสินค้าไลฟ์สไตล์ในราคาสุดคุ้ม รวมถึงสินค้าใหม่สุดเอ็กซ์คลูซีฟในธีมภาพยนตร์ดิสนีย์ที่จะทยอยเปิดตัวออกมาตลอดทั้งปี อาทิ คอลเลกชันซัมเมอร์และ Back to School ในธีมสติทช์ ซึ่งสร้างกระแสต้อนรับภาพยนตร์ไลฟ์แอ็กชัน “Lilo & Stitch” (ลีโล & สติทช์) ที่ทุกคนต่างตั้งตารอที่มีกำหนดฉายในวันที่ 22 พฤษภาคมนี้

วรวรรณ เพียรลิขิตวงศ์ และ ปรีชา อาชามงคล ผอ.ลิขสิทธิ์สินค้าอุปโภคบริโภค เดอะ วอลท์ ดิสนีย์ ประเทศไทย

วรวรรณ เพียรลิขิตวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานทรานฟอร์เมชั่น บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา โลตัสสามารถครองใจผู้บริโภคชาวไทยอย่างต่อเนื่อง ด้วยการนำเสนอสินค้าดีไซน์น่ารักคาแรกเตอร์ดิสนีย์ที่หลากหลายทั้งของใช้ในบ้านและสินค้าไลฟ์สไตล์ในราคาสุดคุ้ม ประสบความสำเร็จด้วยยอดขายที่เติบโต “เราจึงมุ่งมั่นเดินหน้าร่วมมือกับดิสนีย์สร้างสรรค์ความสุขให้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 ผ่านแบรนด์และกลยุทธ์การตลาดปี 2568 ซึ่งจะเน้นการนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ผสานดีไซน์ทันสมัย สวยงาม และเป็นเอกลักษณ์ ตลอดจนคุณภาพดีเยี่ยมในราคาสุดคุ้ม ในขณะเดียวกัน เรายังมอบประสบการณ์ชอปปิงที่น่าประทับใจและโดดเด่นให้กับลูกค้าโลตัสและคนรุ่นใหม่อีกด้วย”

ในปี 2568 นี้ ลูกค้าโลตัสจะได้พบกับสินค้าคุณภาพดี ดีไซน์ทันสมัยหลากหลายประเภทที่ตอบโจทย์นักชอปทุกเพศทุกวัย ตั้งแต่สินค้าไลฟ์สไตล์ที่เป็นของใช้ในบ้านจากแบรนด์ Momento เสื้อผ้าแฟชันสุดอินเทรนด์สำหรับเด็กยุคใหม่และวัยรุ่นเจนซีจากแบรนด์ MeStyle ตลอดจนสินค้าตามฤดูกาลดีไซน์พิเศษ สินค้าอิเล็กทรอนิกส์และไลฟ์สไตล์ยอดนิยมรุ่นใหม่ ไปจนถึงสินค้าธีมภาพยนตร์ดิสนีย์สุดสนุกในราคาคุ้มค่า โดยวางจำหน่ายที่โลตัสทุกสาขาทั่วประเทศ

ในขณะที่กลุ่มลูกค้าเจนซีมีบทบาทมากขึ้น โลตัสจึงมุ่งสร้างสรรค์สินค้าให้ตอบโจทย์ความชื่นชอบของลูกค้ากลุ่มวัยรุ่น ซึ่งมองหาความทันสมัย ความโดดเด่น ซอฟต์พาวเวอร์ และความเอ็กซ์คลูซีฟ จึงพยายามหาแนวทางใหม่ๆ ที่น่าสนใจอย่างต่อเนื่อง โดยร่วมมือกับดิสนีย์ ออกคอลเลกชันใหม่ๆ ที่มีชีวิตชีวาและโดนใจลูกค้ามากยิ่งขึ้น ตลอดจนเพื่อมอบความสุขและความรู้สึกดีๆ ให้กับประสบการณ์การชอปปิงของลูกค้าโลตัส เพื่อเป็นการเติมเต็มประสบการณ์ในการชอปสินค้าดิสนีย์ที่โลตัส เราได้จัดกิจกรรมการตลาดสนุกๆ แบบอินเทอร์แอคทีฟมากมายตลอดทั้งปี ให้ทุกคนได้เก็บภาพสวยๆ และเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์สุดพิเศษ ทั้งภายในห้างและนอกสถานที่ และออนไลน์ โดยทุกคนสามารถร่วมกิจกรรมเหล่านี้ได้ อาทิ กิจกรรม “Mickey & Friends Elephant Pants Tuk Tuk on Tour” ณ จุดแลนด์มาร์กสำคัญทั่วไทย และกิจกรรมออนไลน์ อย่าง Stitch Dance Challenge นอกจากนี้ เตรียมพบกับสินค้าใหม่สุดเอ็กซ์คลูซีฟในธีมภาพยนตร์ดิสนีย์ที่จะทยอยเปิดตัวออกมาตลอดทั้งปี อาทิ คอลเลกชันซัมเมอร์และ Back to School ในธีมสติทช์ ซึ่งสร้างกระแสต้อนรับภาพยนตร์ไลฟ์แอ็กชัน “Lilo & Stitch” (ลีโล & สติทช์) ที่ทุกคนต่างตั้งตารอ

พบกับคอลเลกชัน “Good Vibes Everyday” ได้แล้ววันนี้ที่โลตัสทุกสาขาที่ร่วมรายการทั่วประเทศ รวมทั้งโซนดิสนีย์ที่จัดขึ้นในพื้นที่โลตัส ทั้ง 11 สาขาที่กำหนด (รามอินทรา,ศรีนครินทร์,สุขุมวิท 50, นอร์ธ ราชพฤกษ์, ภูเก็ต, ถลาง, อยุธยา, บางนา, อุบลราชธานี, สระบุรี และพัทยา) หรือชอปสะดวกทางออนไลน์ได้ที่ http://www.lotuss.com, แอปพลิเคชัน Lotus’s SMART App และร้านโลตัสบนแพลตฟอร์ม Shopee และ Lazada ตั้งแต่วันนี้จนถึง 31 ธันวาคม 2568

คุณแหน : 24 พฤษภาคม 2568

คุณแหน : 24 พฤษภาคม 2568

คุณแหน : 24 พฤษภาคม 2568

วันเสาร์ ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 02.00 น.

ll มูลนิธิเด็กโรคหัวใจ ในพระอุปถัมภ์ของ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ จัดคอนเสิร์ตการกุศลสไตล์เพลงจากบรอดเวย์ วันที่ 25 พ.ค.14.30 น.ณ โรงละคร M THEATRE รายได้สมทบทุนผ่าตัดเด็กโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด”คืนหัวใจให้ชีวิต” …พบกับบทเพลงจากละครบรอดเวย์ ที่ประทับใจ อาทิ Moulin Rouge / Hairspray / Hercules /The Prince of Egypt จากนักร้องกิตติมศักดิ์คับคั่ง นำโดย สุดาพิมพ์ โพธิภักดิฯลฯ…

ll เพื่อนวิทยาลัยการทัพเรือรุ่น 31(2542 ) นัดชุมนุมกัน โดยมิได้ประท้วงเรื่องใด แต่เป็นการปะทะสังสรรค์สุดแสนธรรมดา ของบรรดาเพื่อนที่รักกัน ในวันที่ 12 มิ.ย. 11.30 น.ที่ราชนาวีสโมสร ท่าช้าง พล.ร.อ.ยอดชาย รักสำหรวด ประธานรุ่นจัดใหญ่ 26 ปี รุ่นนี้ มีแม่ทัพเรือถึง 2 คนคือ พล.ร.อ.สุรศักดิ์ หรุ่นเริงรมย์ กับ พล.ร.อ.ณะ อารีนิจ …เพื่อน 71 คนช่วยติดต่อภายใน 25 พ.ค.นี้ด้วย…

ll เบิร์ธเดย์ปีที่ 97 ของ ภญ.ขจิตพรรณ ไทยเพ็ชร วันที่ 25 พ.ค. ลูกหลานจะพาไปทำบุญ ที่วัดสุทัศน์ เสาชิงช้า…ขอให้สุขสันต์วันเกิด มีความสุขมากๆ สุขภาพแข็งแรง…

ll ขอแสดงความยินดีกับ จินตนา ปภุสสโร ที่บุตรสาวคนโต สพญ.ดร.วีจาริน ปภุสสโร อิฐรัตน์ เรียนตั้งแต่ปริญญาตรี ต่อปริญญาโท และ เอก ที่คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯ รับปริญญาเอกไปเมื่อปลายปีที่แล้ว เสียดายคุณพ่อ อดีตรองอธิบดีฯ วีรวัฒน์ จากไปเมื่อหลายปีก่อน ไม่ทันได้เห็นความสำเร็จของลูกสาวคนโปรด…

ll ช่วงนี้โควิดยังระบาดอยู่ เพื่อความปลอดภัยในสุขภาพ ไฉไล โกมารกุล ณ นคร เลยขอเลื่อนนัดเพื่อนๆสมัยเรียนมัธยมปลายเทเวศน์ศึกษา(กลุ่มเชียงดาวรำลึก) ที่นัดไว้ 26 พค.นี้ไปก่อน เพราะมีโปรแกรมต้องเดินทางไปอิตาลีกับครอบครัวปลายเดือนนี้…

ll ขอเชิญพี่ๆศิษย์เก่า มช. มาร่วมงานประเพณีรับน้องรถไฟ มช.ปี 2568 ในวันที่ 8-9 มิ.ย.ที่สถานีรถไฟหัวลำโพง เวลาบ่ายโมงตรง…กิจกรรมอบอุ่นประสาลูกช้าง…

ll เก็บกระรอกพเนจรตั้งชื่อว่า”เจ้าปีใหม่”มาเลี้ยงที่บ้านตั้งแต่ปีที่แล้ว ตั้งแต่แรกเกิดยังไม่ลืมตาเลยด้วยซ้ำ กวาง- กมลชนก โกมลฐิติ ดีใจมากที่ เลี้ยงดูกระรอกน้อย”เจ้าปีใหม่” จนแข็งแรง และซุกซนอย่างมีความสุขถึงทุกวันนี้…

ll เริ่มต้นในปี 2558 ร.ต.หญิง ธนพร ผลชานิโก ลูกสาวของ รองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ทัศนีย์ ผลชานิโก ได้รับราชการ สังกัด ร.พ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ, ปี 2559 เป็น ร.ท. , ปี 2561 เป็น ร.อ. , ปี 2565 เป็น น.ต. , และล่าสุดเมื่อ 15 พ.ค.ได้เข้าร่วมพิธีประดับเครื่องหมายยศเป็น น.ท….ทศวรรษแรกเติบโตอย่างมั่นคง ก้าวเข้าสู่ทศวรรษที่ 2 ขอให้แข็งแรง และก้าวหน้าอย่างสง่างามต่อไป…

ll ฟังข่าวดีๆของคนไทยกันบ้าง…รายงานข่าวจาก มหาวิทยาลัยมหิดล เผยผลงานวิจัยล่าสุด พบว่า “แกงเลียง”อาหารรสเลิศของไทย เป็นอาหารที่สามารถยับยั้งเซลมะเร็งได้ผลถึง 40% …มหัศจรรย์อาหารไทยโดยแท้…

ll ไปเดินเล่นที่กรุงปารีสครั้งล่าสุด เจ- เจตริน วรรธนะสิน เล่าให้เพื่อนๆฟังว่า กรุงปารีสเปิดวี๊ว่อๆ(เปิดเสียงไซเรน)เก่งมาก เมื่อออกมาเดินร่อนตอนกลางคืน ได้ยินเสียงดังโหยหวนถี่มาก ทำให้หัวใจกระตุกตามไปด้วย !!…
 

บารอนเนส

มูลนิธิสิริวัฒนภักดี ไทยเบฟ – TCC GROUP สนับสนุนการจัดแสดงดนตรีเฉลิมพระเกียรติเนื่องในวาระ 70 พรรษากรมสมเด็จพระเทพฯ

มูลนิธิสิริวัฒนภักดี ไทยเบฟ - TCC GROUP สนับสนุนการจัดแสดงดนตรีเฉลิมพระเกียรติเนื่องในวาระ 70 พรรษากรมสมเด็จพระเทพฯ

มูลนิธิสิริวัฒนภักดี ไทยเบฟ – TCC GROUP สนับสนุนการจัดแสดงดนตรีเฉลิมพระเกียรติเนื่องในวาระ 70 พรรษากรมสมเด็จพระเทพฯ

วันศุกร์ ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 18.13 น.

มูลนิธิสิริวัฒนภักดี ไทยเบฟ และ TCC GROUP สนับสนุนการจัดแสดงดนตรีเฉลิมพระเกียรติเนื่องในวาระ 70 พรรษาสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี “ROYAL JAZZ for THE CHAIPATTANA FOUNDATION” รายได้เพื่อมูลนิธิชัยพัฒนา โดยไม่หักค่าใช้จ่าย

เตรียมจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่เพื่อเฉลิมพระเกียรติเนื่องในวาระ 70 พรรษา สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี กับการจัดแสดงดนตรี “ROYAL JAZZ for THE CHAIPATTANA FOUNDATION” ที่จัดขึ้นโดย มูลนิธิสิริวัฒนภักดี บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) และ TCC GROUP (กลุ่มไทยเจริญคอร์ปอเรชั่น) ร่วมกับเครือข่ายพันธมิตร รายได้เพื่อมูลนิธิชัยพัฒนา โดยไม่หักค่าใช้จ่าย

พบกับบทเพลงพระราชนิพนธ์อันทรงคุณค่า จากวงดนตรีแจ๊สบิ๊กแบนด์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้แก่ ชะตาชีวิต, สายฝน, ความฝันอันสูงสุด, ใกล้รุ่ง, แสงเทียน, ยามเย็น ฯลฯ ร่วมขับร้องโดยศิลปินคุณภาพ นภ พรชำนิ, เบน ชลาทิศ, คิว สุวีระ , รัดเกล้า อามระดิษ , บี พีระพัฒน์ , ลีเดีย ศรัณย์รัชต์ , โก้ Mr.Saxman , อาร์ม กรกันต์ ,  

มาเรียม เกรย์ , แนน สาธิดา , นิว นภัสสร , ฟางข้าว The Voice , เบิร์ด เอกชัย , เกล โสพิชา และ VIETRIO ที่จะมารวมกัน  ที่ ONE BANGKOK FORUM โครงการ วัน แบงค็อก (One Bangkok) โดยจะมีการแสดงทั้งหมด 3 รอบ ดังนี้ วันศุกร์ที่ 30 พฤษภาคม 2568 เวลา 14.00 น. (รอบนักเรียน/นักศึกษา) เวลา 19.00 น. (รอบบุคคลทั่วไป) และวันเสาร์ที่ 31 พฤษภาคม 2568 เวลา 19.00 น. (รอบบุคคลทั่วไป) บัตรราคา 3,500 / 2,500 / 2,000 และ 1,000 บาท (บัตรเข้าชมการแสดงดนตรี สามารถลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า) เริ่มจำหน่ายบัตรตั้งแต่วันจันทร์ที่ 19 พฤษภาคม 2568 ทาง THAITICKETMAJOR

-(016) 

มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ มอบเครื่องผลิตออกซิเจน-อุปกรณ์การแพทย์ ส่งเสริมการดูแลผู้ป่วยในพื้นที่ จ.ราชบุรี

มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ มอบเครื่องผลิตออกซิเจน-อุปกรณ์การแพทย์ ส่งเสริมการดูแลผู้ป่วยในพื้นที่ จ.ราชบุรี

มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ มอบเครื่องผลิตออกซิเจน-อุปกรณ์การแพทย์ ส่งเสริมการดูแลผู้ป่วยในพื้นที่ จ.ราชบุรี

วันศุกร์ ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 17.20 น.

23 พฤษภาคม 2568 นางเธียรรัตน์ นะวะมะวัฒน์ ประธานมูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ พร้อมด้วย นายศรัณญู สอนกำเนิด รักษาการผู้จัดการฝ่ายชุมชนสัมพันธ์ บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) พร้อมคณะทีมงาน ได้เดินทางลงพื้นที่ สนับสนุนการดูแลรักษาผู้ป่วยทางเดินหายใจในพื้นที่ อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี เพื่อส่งมอบเครื่องผลิตออกซิเจน จำนวน 12 เครื่อง มูลค่า 214,800 บาท ปรอทวัดไข้ดิจิตอล 100 ชิ้น มูลค่า 7,500 บาท และ ปรอทวัดไข้อินฟราเรด 50 ชิ้น มูลค่า 32,500 บาท รวมทั้งสิ้นเป็นมูลค่ากว่า 254,800 บาท

สำหรับการมอบเครื่องมือการผลิตออกซิเจนครั้งนี้ แบ่งเป็นการส่งมอบให้แก่โรงพยาบาลดำเนินสะดวก ในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข จำนวน 10 เครื่อง ซึ่งมี นายแพทย์สันติ สุขหวาน ผู้อำนวยการโรงพยาบาล และ แพทย์หญิงบุปผา เจริญสิน รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ เป็นผู้แทนรับมอบ และอีก 2 เครื่อง ได้ทำการมอบให้แก่เทศบาลตำบลหลักเมือง อันเป็นศูนย์กลางสำคัญของชุมชน ซึ่งมีตัวแทนได้แก่ นายนรเศรษฐ์ รุ่งจรูญ ปลัดเทศบาลตำบลหลักเมือง เป็นผู้รับมอบเพื่อนำไปใช้ทำประโยชน์ในชุมชนต่อไป

ด้านนางเธียรรัตน์ ประธานมูลนิธิฯ กล่าวว่า “เราเชื่อว่าทุกคนควรมีโอกาสได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน จังหวัดใดก็ตาม การมอบเครื่องผลิตออกซิเจนในวันนี้ คือสิ่งเล็กๆ ที่เราตั้งใจส่งต่อด้วยหัวใจ เพื่อให้โรงพยาบาลดำเนินสะดวกและเทศบาลตำบลหลักเมือง ได้มีเครื่องมือช่วยชีวิตที่จำเป็น ดังนั้นเราจึงไม่ได้มอบเพียงเครื่องมือแพทย์ แต่เราต้องการมอบความหวัง และกำลังใจ ให้กับผู้ป่วยในพื้นที่ เพราะเราเชื่อในพลังของความร่วมมือ และหัวใจบริสุทธิ์ที่ไม่ทอดทิ้งกัน”

โดยกิจกรรมในครั้งนี้ สะท้อนถึงความร่วมมืออันแนบแน่นระหว่างภาคประชาสังคม ภาครัฐ ภาคเอกชน ในการร่วมเสริมสร้างสังคมแห่งการแบ่งปัน และสนับสนุนระบบสาธารณสุขในระดับท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรม

-(016)

SJM เปิด’แกลเลอรีศิลปะ แกรนด์ ลิสบัว พาเลซ’พร้อมนิทรรศการแรก ‘The Lisboa, Stories of Macau’

SJM เปิด'แกลเลอรีศิลปะ แกรนด์ ลิสบัว พาเลซ'พร้อมนิทรรศการแรก 'The Lisboa, Stories of Macau'

SJM เปิด’แกลเลอรีศิลปะ แกรนด์ ลิสบัว พาเลซ’พร้อมนิทรรศการแรก ‘The Lisboa, Stories of Macau’

วันศุกร์ ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 16.02 น.

SJM Resorts, S.A. (SJM) เปิดตัว “แกลเลอรีศิลปะ แกรนด์ ลิสบัว พาเลซ” ณ Grand Lisboa Palace Resort Macau อย่างเป็นทางการ พร้อมจัดแสดงนิทรรศการแรก “The Lisboa, Stories of Macau” ที่ถ่ายทอดความหลากหลายทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์อันยาวนานของมาเก๊าผ่านสายตาผู้คนและเทคโนโลยีอินเทอร์แอคทีฟ

เรียกได้ว่า SJM Resorts, S.A. (SJM) เป็นส่วนหนึ่งของมาเก๊าและมีรากฐานมาอย่างยาวนาน เต็มเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่นที่จะอนุรักษ์มรดกทางประวัติศาสตร์อันล้ำค่าของมาเก๊า พร้อมทั้งส่งเสริมความหลากหลายทางวัฒนธรรม ภายใต้หลักการ “การตอบแทนและการเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมและสนับสนุนมาเก๊า อีกทั้งยังเชื่อมโยงกับโลกภายนอก” เสมอมา ในปีนี้ SJM Resorts, S.A. (SJM) จึงได้ฤกษ์เปิดตัวพื้นที่แห่งใหม่ของศิลปะและวัฒนธรรมที่สำคัญ “แกลเลอรีศิลปะ แกรนด์ ลิสบัว พาเลซ” ณ Grand Lisboa Palace Resort Macau

พิธีเปิดจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่โดยมีบุคคลสำคัญจากหลากหลายหน่วยงานภาครัฐ รัฐบาลแห่งเขตบริหารพิเศษมาเก๊า เหล่าแขกผู้มีเกียรติจากแวดวงศิลปะและวัฒนธรรม กลุ่มธุรกิจการค้า กลุ่มอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และสื่อมวลชนเข้าร่วมงานมากมาย อาทิ เช่น นายโฮ เฮา หวา รองประธานคณะกรรมการแห่งชาติ สภาที่ปรึกษาทางการเมืองประชาชนจีน, นางไป่ ปิง รองผู้อำนวยการ กรมประชาสัมพันธ์และวัฒนธรรม สำนักงานประสานงานรัฐบาลกลางจีนประจำเขตบริหารพิเศษมาเก๊า, นายชุ่ย ไซ่ เชียง รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งเขตบริหารพิเศษมาเก๊า, นายอเล็กซานเดร โชเซ ดอส ไรส์ ไลเตา กงสุลใหญ่โปรตุเกสประจำมาเก๊าและฮ่องกง, นางกัวะ เหม่ย อี้ ผู้อำนวยการแผนกพัฒนาศิลปะการแสดง สำนักงานกิจการวัฒนธรรมเขตบริหารพิเศษมาเก๊า, และ นางดาเนียลา เดอ ซัวซ่า เฟา หัวหน้าฝ่ายการบริหารและการเงิน สำนักงานการท่องเที่ยวของรัฐบาลมาเก๊า โดยมี นางเดซี โฮ กรรมการผู้จัดการของ SJM และเหล่าผู้บริหารให้การต้อนรับ

โดยแกลเลอรีศิลปะแห่งใหม่นี้ ตั้งอยู่บนชั้น 2 ของ Grand Lisboa Palace Resort Macau และเปิดตัวด้วยนิทรรศการแรกภายใต้ชื่อ “The Lisboa, Stories of Macau” ซึ่งถ่ายทอดเรื่องราวทางวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์และเต็มไปด้วยเสน่ห์ของมาเก๊าที่สั่งสมมายาวนานกว่า 500 ปี ผ่านการแลกเปลี่ยนผสมผสานระหว่างโลกตะวันออกและตะวันตกตั้งแต่สมัยราชวงศ์หมิงและชิง นิทรรศการนี้รวบรวมทั้งสถานที่สำคัญ ประเพณีพื้นถิ่น เรื่องเล่าในเมือง ไปจนถึงประสบการณ์ส่วนตัว และเทคโนโลยีอินเทอร์แอคทีฟ เพื่อพาผู้ชมย้อนเวลาสู่ประวัติศาสตร์และการหลอมรวมทางวัฒนธรรมของมาเก๊า

นางเดซี โฮ กรรมการผู้จัดการของ SJM กล่าวว่า “แกลเลอรีศิลปะ แกรนด์ ลิสบัว พาเลซ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ SJM ในการ ‘ขับเคลื่อนการท่องเที่ยวด้วยวัฒนธรรม และส่งเสริมวัฒนธรรมผ่านการท่องเที่ยว’ สำหรับนิทรรศการแรกภายใต้ชื่อ “The Lisboa, Stories of Macau” เราได้สร้างเวทีทางวัฒนธรรมที่เปิดกว้างเพื่อส่งเสริมพลังทางวัฒนธรรมและซอฟต์พาวเวอร์ของมาเก๊า พร้อมกระชับสายสัมพันธ์ระหว่างประชาชนกับมรดกท้องถิ่น บอกเล่าเรื่องราวของมาเก๊าผ่านเสียงของประชาชนอย่างแท้จริง นอกจากนี้ เรายังเปิดโอกาสให้เหล่านักสร้างสรรค์ท้องถิ่นได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาภูมิทัศน์ทางวัฒนธรรมที่หลากหลายและมีคุณภาพยิ่งขึ้น”

นิทรรศการ “The Lisboa, Stories of Macau” ให้ความสำคัญกับผู้คน ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และสถานที่สำคัญต่างๆ ของมาเก๊า ผสมผสานองค์ประกอบที่หลากหลายและสร้างสรรค์ เพื่อนำเสนอเรื่องราวของมาเก๊าในมุมมองที่ซับซ้อนและมีมิติหลายด้าน ผู้ชมจะได้สัมผัสกับการเล่าเรื่องของมาเก๊าผ่านมุมมองของคนมาเก๊าเอง ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการ ศิลปิน นักกีฬา พ่อค้าในอดีต คนลากสามล้อ พนักงานโรงแรม หรือแม้แต่นักเรียน ผ่านทางสื่อหลากหลายรูปแบบ ได้แก่ โมเดลจำลอง โปรเจกชันเสมือนจริง ถนนจำลอง สิ่งของหายาก รวมถึงเทคโนโลยี      อินเทอร์แอคทีฟล้ำสมัย ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ชมได้สัมผัสและโต้ตอบกับบุคคลในประวัติศาสตร์อีกด้วย

นิทรรศการเริ่มต้นด้วยภาพยนตร์พาโนรามา 180 องศา ความยาว 5 นาที ถ่ายทอดวิวัฒนาการของมาเก๊า ตั้งแต่การเป็นเมืองท่าการค้าในยุคราชวงศ์หมิง สู่การเป็นศูนย์กลางการค้าระหว่างประเทศภายใต้การปกครองของโปรตุเกส และการพัฒนาอย่างรวดเร็วหลังกลับคืนสู่มาตุภูมิ บอกเล่าผ่านรูปภาพของมังกรอันเป็นสัญลักษณ์ของ เรื่องราว “ลูกหลานแห่งมังกร” แห่งมาเก๊า

ตั้งแต่บริเวณด้านหน้าของพื้นที่นิทรรศการ ผู้ชมจะได้พบกับเรือมังกรทองอันงดงามที่ทำด้วยไม้ คอยให้การต้อนรับแขกผู้มีเกียรติทุกท่าน ซึ่งเปรียบเสมือนตัวแทนแห่งการบอกเล่าเรื่องราวทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอันยาวนานของมาเก๊า ในห้องจัดแสดงหลักแบ่งเป็น 8 โซน ถ่ายทอดเรื่องราวของเมืองมาเก๊าในอดีต ปัจจุบัน อนาคต ผ่านสถานที่สำคัญต่างๆ ได้แก่ 1) วัดกวนอิม 2) โรงแรมลิสบัว มาเก๊า 3) โรงละคร Dom Pedro V 4) Tap Seac  5) ซากประตูโบสถ์เซนต์พอล 6) Casa Garden 7) วัดอาม่า และ 8) San Ma Lo แต่ละโซนบอกเล่าเรื่องราวและแง่มุมอันหลากหลายของมาเก๊าผ่านการใช้มัลติมีเดียและเทคโนโลยีอินเทอร์แอคทีฟเสมือนจริง นอกจากนั้นยังมีบริเวณโซนพื้นที่อินเทอร์แอคทีฟ ที่นำเสนอเรื่องราวของไอคอนิคแลนด์มาร์คสำคัญของมาเก๊ากว่า 30 แห่ง รวมไปถึงเกร็ดความรู้ทางประวัติศาสตร์กว่า 50 เรื่องราวที่หลายคนอาจจะไม่เคยรู้มาก่อน

ภายในแกลเลอรียังมีพื้นที่จัดแสดงที่เรียกว่า “The Lisboa Collection” ซึ่งจะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนในการนำเสนอนิทรรศการต่างๆ ไปเรื่อยๆ ซึ่งในการเปิดตัวครั้งแรกนี้ เริ่มต้นด้วยคอลเลกชัน “สมบัติจีน: ศิลปะราชสำนักสมัยราชวงศ์ชิง” ซึ่งจัดแสดงผลงานหายากจากคอลเลกชันของทาง SJM และ Sociedade de Turismo e Diversões de Macau, S.A. (“STDM”) เช่น บัลลังก์ไม้ลงรักของจักรพรรดิ์คังซี เป็นต้น

นอกจากนั้น ยังมีร้านของที่ระลึกที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์ต่างๆ อันถ่ายทอดเรื่องราวและดีไซน์ของมาเก๊า ซึ่งเป็นการร่วมมือกับศิลปินและแบรนด์อิสระท้องถิ่นต่างๆ รวมไปถึงยังมีคอลเลคชั่นของหนังสือศิลปะสุดหรูอันโด่งดังระดับโลกอย่าง Taschen ที่คัดสรรมาเป็นพิเศษสำหรับที่นี่อีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้น นิทรรศการแห่งนี้ยังเปิดโอกาสและเปิดพื้นที่พิเศษให้กับเหล่าศิลปินและหลากองค์กรจากทั่วโลก ร่วมจัดแสดงผลงานศิลป์ต่างๆ เพื่อส่งเสริมการศึกษา ศิลปะ และการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมอีกด้วย

นิทรรศการ “The Lisboa, Stories of Macau” ไม่เพียงเชื่อมโยงผู้ชมกับรากเหง้าทางวัฒนธรรมของมาเก๊า แต่ยังสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่สืบสานมรดกท้องถิ่นอันล้ำค่านี้ต่อไป อีกทั้งช่วยขับเคลื่อนการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระดับนานาชาติ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของจีนในการสร้างความเชื่อมั่นทางวัฒนธรรม และยกระดับความแข็งแกร่งทางวัฒนธรรมของประเทศอย่างยั่งยืน

นิทรรศการ The Lisboa, Stories of Macau ตั้งอยู่ที่ แกลเลอรีศิลปะ แกรนด์ ลิสบัว พาเลซ ชั้น 2 โรงแรม Grand Lisboa Palace Resort Macau เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 11.00 – 19.00 น. (รอบสุดท้าย เวลา 18.00 น.) โดยสามารถเข้าชมได้ฟรี

เปิดโครงการ ‘ฮีโร่พันธุ์ใหม่…หัวใจเข้มแข็ง’

เปิดโครงการ ‘ฮีโร่พันธุ์ใหม่...หัวใจเข้มแข็ง’

เปิดโครงการ ‘ฮีโร่พันธุ์ใหม่…หัวใจเข้มแข็ง’

วันศุกร์ ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 15.35 น.

ทวีศักดิ์ จันทร์วีระเสถียร อธิบดีผู้พิพากษาสมทบศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง เป็นประธานเปิดโครงการ “ฮีโร่พันธุ์ใหม่…หัวใจเข้มแข็ง”  โดยมี สุดถนอม กรรณสูต  หัวหน้าโครงการ “ฮีโร่พันธุ์ใหม่…หัวใจเข้มแข็ง”  พร้อมด้วยวิทยากรรับเชิญ พ.ต.ต.ธัญพีรสิษฐ์ จุลพิภพ (สารวัตรแจ๊ะ) และทีมสืบสวนนครบาล ,อิง ภาสกรนที ประธานผู้พิพากษาสมทบในศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ผู้จัดตั้งโครงการ ร่วมกันจัดกิจกรรมให้กับเยาวชนที่ตกเป็นผู้ต้องหาโดยมีเจตจำนงให้เยาวชนกลับตัวเป็นคนดีคืนสู่สังคม โดยมี มนสิการ สำราญสำรวจกิจ ผู้พิพากษาสมทบ,สมชาย ทองสีมัน รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ,อรรณพ ศักดิ์ศิริญดากุล เลขานุการศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง  และ รุ่งอรุณ รุ่งทองคำกุล ผู้อำนวยการฯ ร่วมในงาน ณ ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม ที่ผ่านมา

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้เป็นรูปแบบพี่สอนน้อง โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อสร้างความตระหนักรู้ในคุณค่าของตนเอง พัฒนาศักยภาพ ปรับเปลี่ยนวิธีคิด ลดภาวะเสี่ยงต่อปัญหายาเสพติด และปัญหาอาชญากรรม เปลี่ยนแปลงเยาวชนกลุ่มเสี่ยงให้เป็นพลังของชาติสืบไป