‘ราโด’ (Rado) แบรนด์นาฬิกาชื่อดังจากประเทศสวิสเซอร์แลนด์ จัดงาน “Rado Novelties 2025” สุดยิ่งใหญ่แห่งปี

'ราโด' (Rado) แบรนด์นาฬิกาชื่อดังจากประเทศสวิสเซอร์แลนด์ จัดงาน “Rado Novelties 2025” สุดยิ่งใหญ่แห่งปี

‘ราโด’ (Rado) แบรนด์นาฬิกาชื่อดังจากประเทศสวิสเซอร์แลนด์ จัดงาน “Rado Novelties 2025” สุดยิ่งใหญ่แห่งปี

วันศุกร์ ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 15.05 น.

สัมผัสความงดงามของเรือนเวลาหรูระดับโลกจาก ราโด (Rado) แบรนด์นาฬิกาจากสวิตเซอร์แลนด์ ที่ล่าสุด ริโค่ สไตเนอร์ (Rico Steiner) รองประธานฝ่ายการตลาดต่างประเทศ ราโด (Rado) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และธีรเนตร ภัทรวุฒิพงศ์ ผู้บริหารแบรนด์ ราโด (Rado) ประเทศไทย ได้จัดงาน Rado Novelties 2025 สุดยิ่งใหญ่ อวดโฉมเรือนเวลาหรูน่าสะสมแห่งปีจากคอลเลกชั่นดัง ไม่ว่าจะเป็น กัปตัน คุก (Captain Cook), อะนาตอม (Anatom), ทรู สแควร์ (True Square), ไดสตาร์ (DiaStar), เซนทริกซ์ (Centrix) และ ลา คูโปล (LaCoupole) ให้เหล่าคนรักนาฬิกาได้ยลโฉมพร้อมกันอย่างใกล้ชิด

โดยงานนี้ได้รับเกียรติจาก 2 นักแสดงชื่อดัง ได้แก่ อาเล็ก-ธีรเดช เมธาวรายุทธ และ มิ้นท์-รัญชน์รวี เอื้อกูลวราวัตร มาร่วมถ่ายทอดสไตล์อันโดดเด่นผ่านเรือนเวลาดีไซน์หรู รวมถึงเหล่าเซเลบริตี้แฟนคลับแบรนด์ อาทิ อภินรา ศรีกาญจนา, พรรษมน พิริยะเมธา, ภิพัชรา แก้วจินดา, ณรงค์ฤทธิ์ ศรีตลานนท์ และอีกมากมาย

ราโด (Rado) แบรนด์นาฬิกาหรูสัญชาติสวิตเซอร์แลนด์ ที่มีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนาน เริ่มต้นขึ้นในปีค.ศ. 1917 โดยพี่น้องตระกูล Schlup ที่ก่อตั้ง บริษัท Schlup & Co. ขึ้นในเมืองเลงนาว ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ราโด (Rado) นับได้ว่าเป็นผู้สรรสร้างนวัตกรรมเรือนเวลาระดับโลกที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น “Master of Materials” ด้วยสุดยอดผลงานออกแบบไฮเทคเซรามิก (High-Tech Ceramics) อันล้ำสมัย ผสมผสานเข้ากับเทคโนโลยีด้านวัสดุศาสตร์จากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ได้อย่างลงตัว

ริโค่ สไตเนอร์ (Rico Steiner) กล่าวว่า “ราโด (Rado) ยึดมั่นในปรัชญาแห่งการหลอมรวมระหว่างนวัตกรรมด้านวัสดุศาสตร์เข้ากับงานดีไซน์ที่ล้ำสมัย ซึ่งสะท้อนถึงตัวตนของแบรนด์ในฐานะ Master of Materials อย่างแท้จริง งาน Rado Novelties 2025 ครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงการเปิดตัวนาฬิการุ่นใหม่ หากแต่เป็นการแสดงวิสัยทัศน์ของแบรนด์ ในการสร้างสรรค์เรือนเวลาที่ก้าวล้ำเหนือกาลเวลา ผ่านเทคโนโลยีอันล้ำยุค งานฝีมือระดับสูง และแรงบันดาลใจจากศิลปะและวัฒนธรรมจากหลากหลายมุมโลก เรามีความภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้นำเสนอความงดงามและความเชี่ยวชาญเหล่านี้สู่สายตาชาวไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญที่ให้การตอบรับอย่างอบอุ่นเสมอมา”

ด้าน ธีรเนตร ภัทรวุฒิพงศ์ กล่าวเสริมว่า “งาน Rado Novelties 2025 ในวันนี้ ถือเป็นการรวมที่สุดของงานออกแบบและนวัตกรรมไว้ในที่เดียว เราภูมิใจที่ได้นำเสนอเรือนเวลาไฮไลท์หลากหลายรุ่น ทั้งรุ่นใหม่ล่าสุดและรุ่นพิเศษที่สะท้อนถึงวิวัฒนาการของราโด (Rado) ในทุกมิติ เรามั่นใจว่าคนไทยจะสัมผัสได้ถึงความพิถีพิถันในทุกองค์ประกอบ ไม่ว่าจะเป็นความเบาสบาย ความแข็งแกร่งทนทาน หรือความร่วมสมัยของดีไซน์ ที่สามารถสะท้อนตัวตนและไลฟ์สไตล์ของผู้สวมใส่ได้อย่างลงตัว ราโด (Rado) จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ให้ความสำคัญทั้งเรื่องคุณภาพและสไตล์ในทุกช่วงเวลาของชีวิต”

โดยงาน Rado Novelties 2025 ในครั้งนี้ ได้จัดแสดงสุดยอดเรือนเวลาหรูจากหลากหลายคอลเลกชั่นดัง โดยมีเรือนไฮไลท์ ได้แก่ กัปตัน คุก ไฮเทคเซรามิก สเกเลตัน (Captain Cook High-Tech Ceramic Skeleton) รุ่น R32192152 สัญลักษณ์แห่งการผจญภัยสุดยิ่งใหญ่ที่ทั้งอบอุ่นและแข็งแกร่ง นับเป็นความสำเร็จอย่างต่อเนื่องของนาฬิกาซีรีส์นี้ โดยเรือน R32192152 ประดับด้วย PVD สีโรสโกลด์บนเม็ดมะยมและขอบเบเซล (Bezel) คริสตัลแซฟไฟร์ทรงกล่องอันเป็นเอกลักษณ์ ที่ปกป้องหน้าปัดสีควันบุหรี่สุดล้ำ เผยให้เห็นถึงกลไกสเกเลตันอันยอดเยี่ยม โดยขอบเบเซล (Bezel) ของตัวเรือนได้รับการเสริมแต่งด้วยไฮเทคเซรามิกแกะสลักด้วยเลเซอร์สีดำด้านเหมือนกับตัวเรือนและสายคริสตัลแซฟไฟร์บนฝาหลังทำจากไทเทเนียมเคลือบ PVD สีดำ มาพร้อมกลไกอัตโนมัติ R808 ซึ่งมีอัญมณี 25 เม็ดพร้อมสปริงบาลานซ์นิวาครอง (Nivachron™) ป้องกันสนามแม่เหล็กและพลังงานสำรองอันน่าทึ่งกว่า 80 ชั่วโมง และคุณสมบัติกันน้ำได้ลึกถึง 30 บาร์ (300 ม.) และอีก 2 คอลเลกชั่นจากตระกูล กัปตัน คุก (Captain Cook) ได้แก่ กัปตัน คุก โอเวอร์โพล (Captain Cook Over-Pole) รุ่น R32193018 เรือนเวลาสุดคลาสสิกที่ผลิตออกมาในจำนวนจำกัดเพียง 1,962 เรือนเท่านั้น ด้วยเสน่ห์แบบย้อนยุคที่ผสมผสานกับการผลิตนาฬิกาสมัยใหม่ จากการถ่ายทอดจิตวิญญาณของนาฬิกา Over-Pole Worldtimer ในตำนานจากปี 1962 สู่ปัจจุบัน นาฬิการุ่นใหม่นี้ถูกตีความในรูปแบบที่ทันสมัยด้วยขอบเบเซล (Bezel) ไฮเทคเซรามิกสีดำ ตกแต่งด้วยการพิมพ์ชื่อเมืองเคลือบทอง พร้อมคริสตัลแซฟไฟร์ทรงกล่อง ทำให้นาฬิกาเรือนนี้ดูโดดเด่นสง่างามเหนือกาลเวลา นอกเหนือไปจากการให้กลิ่นอายแห่งวันวานแล้ว กลไกไขลานด้วยมือ R862 ยังให้พลังงานสำรองกว่า 80 ชั่วโมง ซึ่งเหมาะสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวันเป็นอย่างยิ่ง ด้วยตัวเรือนสแตนเลสสตีลขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 39 มม. เคลือบ PVD สีทองแบบคลาสสิก มาพร้อมสายแบบถอดเปลี่ยนได้ 2 สาย ได้แก่ สายนาฬิกาแบบเมล็ดข้าวสีทองและสายหนังสีน้ำตาล และ กัปตัน คุก ไฮเทคเซรามิก โครโนกราฟ (Captain Cook High-Tech Ceramic Chronograph) นาฬิกาโครโนกราฟอัตโนมัติ ในดีไซน์สุดปราณีตสวยงาม พร้อมตัวเรือน สายข้อมือ และขอบเบเซล (Bezel) ที่ทำจากไฮเทคเซรามิก นาฬิการุ่นนี้สะท้อนถึงวิวัฒนาการอันสมบูรณ์แบบของ กัปตัน คุก (Captain Cook) ที่เป็นการผสมผสานเสน่ห์แบบวินเทจของรุ่นดั้งเดิมปีใน 1962 เข้ากับวัสดุที่ทันสมัย พร้อมฟังก์ชันจับเวลายอดนิยมอย่างโครโนกราฟ โดยมี 2 รุ่น ได้แก่ R32190153 ตัวเรือนไฮเทคเซรามิกสีดำเนื้อแมตต์ ตกแต่งด้วยดีเทลสีโรสโกลด์ และรุ่น R32189313 ตัวเรือนทำจากพลาสม่าไฮเทคเซรามิกที่มีหน้าปัดและขอบเบเซล (Bezel) สีเขียวเข้มน่าค้นหา

ถัดมาที่ อะนาตอม (Anatom) จากการเปิดตัวเมื่อปี 1983 การออกแบบที่นับว่าเป็นการปฏิวัติของวงการนาฬิกาและสร้างความฮือฮาไปทั่วโลก ครั้งนี้อะนาตอม (Anatom) กลับมาด้วยสายข้อมือไฮเทคเซรามิกอันล้ำสมัย สวมใส่สบาย และเพิ่มความสง่างามยิ่งกว่าเดิม นาฬิกา 3 รุ่นใหม่นี้ เป็นการออกแบบที่ต่อยอดจากเอกลักษณ์ในรุ่นดั้งเดิมด้วยดีไซน์โค้งมนแต่เฉียบคม การออกแบบคริสตัลแซฟไฟร์ทรงกระบอกและขอบเอียงช่วยสร้างรูปทรงเฉพาะตัวที่ค่อยๆ แคบลงจนกลมกลืนไปกับสายนาฬิกา โดยรุ่น R10200152 เป็นการผสมผสานไฮเทคเซรามิกสีดำเข้ากับหน้าปัดเคลือบแล็กเกอร์สีดำสนิท ที่จะเผยให้เห็นลายเส้นแนวนอนที่เว้นระยะห่างกันอย่างไม่สม่ำเสมอ แต่ดูสะดุดตา และข้อต่อตรงกลางสแตนเลสชุบ PVD สีเหลืองทองขัดเงา และอีกรุ่นที่น่าสนใจคือ R10203102 รุ่นพลาสม่าไฮเทคเซรามิกหน้าปัดสีเทาเคลือบแล็กเกอร์และข้อต่อตรงกลางตกแต่งด้วยสแตนเลสชุบ PVD สีโรสโกลด์ขัดเงา และรุ่น R10201152 ที่ผสมผสานไฮเทคเซรามิกสีดำเข้ากับหน้าปัดเคลือบแล็กเกอร์สีดำสนิทด้วยเช่นกัน และข้อต่อตรงกลางสแตนเลสขัดเงา ให้ความสุขุมลุ่มลึกอย่างน่าค้นหา โดยทุกเวอร์ชันขับเคลื่อนด้วยกลไกอัตโนมัติพร้อมพลังงานสำรอง 72 ชั่วโมง และสปริงบาลานซ์นิวาครอง (Nivachron™M)

คอลเลกชั่นถัดมา ทรู สแควร์ ออโตเมติก สเกเลตัน (True Square Automatic Skeleton) ความสง่างามทางเทคนิคจากการออกแบบทางเรขาคณิตที่ชัดเจนและแม่นยำ ด้วยหน้าปัดที่มีโครงสร้าง 2 ชั้น โดยมีการตัดกรอบที่ถูกจัดวางอย่างชาญฉลาดทำให้ได้มุมมองที่น่าสนใจของกลไกอัตโนมัติ R808 แบบเปลือยพร้อมสปริงนิวาครอง (Nivachron™) และพลังงานสำรองกว่า 80 ชั่วโมง โดดเด่นด้วยสะพานสองตัวที่วางขนานกันบนหน้าปัดช่วยเน้นย้ำถึงความสวยงามของเทคนิคการทำงาน พร้อมเครื่องหมายบอกเวลาที่มีการเดินของเข็มอย่างพิถีพิถัน และการเคลือบสารเรืองแสงซูเปอร์-ลูมิโนวา (Super-LumiNova®) สีขาว บนเครื่องตำแหน่งบอกเวลาหลักชั่วโมง โดยมี 2 รุ่นด้วยกัน ได้แก่ R27196152 ตัวเรือนและเม็ดมะยมพลาสม่าไฮเทคเซรามิกเนื้อแมตต์ และรุ่น R27197152 ตัวเรือนและเม็ดมะยมไฮเทคเซรามิกเนื้อแมตต์

รวมถึง ไดสตาร์ ออริจินัล ออโตเมติก (DiaStar Original Automatic) ประวัติศาสตร์ของนาฬิกาที่ขึ้นชื่อเรื่องการป้องกันรอยขีดข่วนเรือนแรกของโลก ดีไซน์โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ในรูปแบบนาฬิกาขนาดเล็ก สีสันสดใส แม่นยำ และคงทน โดยปีนี้ไดสตาร์ (DiaStar) ได้เปิดตัวใหม่ 3 รุ่น ในขนาดใหม่ที่เล็กลงพร้อมเฉดสีใหม่ ได้แก่ R12170343 หนัาปัดขัดเงาสีฟ้าทะเลสาบธารน้ำแข็ง, R12170333 หนัาปัดขัดเงาสีม่วงดอกรักเร่ และ R12170323 หนัาปัดขัดเงาสีเขียวเทอร์ควอยซ์ พร้อมเข็มนาฬิกาชุบโรเดียมเคลือบสารเรืองแสงซูเปอร์-ลูมิโนวา (Super-LumiNova®) สีขาว ตัวเรือนคริสตัลแซฟไฟร์ และขอบเบเซล (Bezel) ทำจากวัสดุเซรามอส (Ceramos™) สีแพลตตินัมอันเป็นเอกลักษณ์ โดยตัวเรือนทรงรีมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเพียง 30 มม. และมาพร้อมกับกลไก Rado R586 ที่พลังงานสำรองกว่า 48 ชั่วโมง

และ ไดสตาร์ ออริจินัล x เตช ชัวร์ฮาน สเปเชียล อิดิชั่น (DiaStar Original X Tej Chauhan Special Edition) รุ่น R12165155 มาในดีไซน์ที่เสมือนหลุดออกมาจากโลกแห่งนิยายวิทยาศาสตร์ ซึ่งนับเป็นผลงานผ่านการร่วมมือกันครั้งที่ 2 ระหว่าง ราโด (Rado) และนักออกแบบชาวอังกฤษ ผู้ซึ่งนำอัตลักษณ์อันโด่งดังของไดสตาร์ (DiaStar) มาออกแบบใหม่ได้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจ โดดเด่นด้วยขอบเบเซล (Bezel) ที่ทำจากเซรามอส (Ceramos™) พร้อมเคลือบ PVD สีเหลืองทอง โดยมีกระจกคริสตัลแซฟไฟร์ที่ครอบหน้าปัดสีดำด้านซึ่งมีแทร็คบอกนาทีที่พิมพ์ด้วยสีเงินและสีน้ำเงิน ทั้งหมดนี้ล้วนสะท้อนถึงความเชี่ยวชาญด้านวัสดุของ ราโด (Rado) พร้อมการแกะสลักบนฝาปิดตัวล็อกแบบพับ และวันที่ในแบบอักษรของ Tej Chauhan เข็มชั่วโมงและเข็มนาทีเคลือบด้วยสารเรืองแสงซูเปอร์-ลูมิโนวา (Super-LumiNova®) สีขาว และเข็มวินาทีสีเหลืองเรืองแสง มาพร้อมสายรัดข้อมือยางทรงหมอน ทำงานด้วยกลไกอัตโนมัติ R764 ที่มีพลังงานสำรองยาวนาน 80 ชั่วโมงและสปริงบาลานซ์นิวาครอง (Nivachron™) ทำหน้าที่ป้องกันสนามแม่เหล็ก จึงสามารถรับประกันความแม่นยำและความน่าเชื่อถือได้เป็นอย่างดี

ต่อมาที่นาฬิการุ่นยอดนิยมของเหล่าสุภาพสตรี ราโด (Rado) เซนทริกซ์ ออโตเมติก ไดมอนด์ โอเพ่น ฮาร์ท (Centrix Automatic Diamonds Open Heart) โดดเด่นด้วยดีไซน์สไตล์เฟมินีนที่ดึงดูดทุกสายตา ด้วยรายละเอียดอันเป็นเอกลักษณ์ พร้อมช่องที่เปิดโชว์บนหน้าปัดเพื่อเผยให้เห็นกลไกอันพลิ้วไหวอย่างน่าหลงใหลภายในเรือนเวลา โดยนาฬิการุ่นเซนทริกซ์ (Centrix) นั้น สื่อถึงการมาจากจักรวาลของนาฬิกา Swiss made ที่เวลาคือการเคลื่อนไหวและเพชรคือดวงดาวที่กำลังส่องแสงอยู่บนท้องฟ้า นับเป็นการผสมผสานระหว่างสองวัสดุอันอย่างสแตนเลสสตีลและไฮเทคเซรามิกที่สะท้อนให้เห็นถึงความคลาสสิกและความทันสมัยได้อย่างลงตัว โดยเรือนเวลาจากตระกูลนี้แบ่งเป็นรุ่น ‘Super Jubilé’ จำนวน 2 รุ่น ได้แก่ ตัวเรือนสีน้ำตาลรุ่นยอดนิยมสุดหรู R30029942 และตัวเรือนสีขาว R30029932 ที่ตกแต่งหน้าปัดด้วยเพชรแท้จำนวน 86 เม็ด บริเวณส่วนโค้งด้านล่างของสะพานที่ตกแต่งอยู่บนหน้าปัดลวดลายเปลือกหอยมุก และยังมีรุ่น ‘Jubilé’ ที่ประดับเพชรแท้จำนวน 12 เม็ด ได้แก่ เรือนสีขาว R30029922, เรือนสีพลาสม่า R30029912, เรือนสีน้ำตาล R30029902 บนหน้าปัดขนาด 35 มม.

ปิดท้ายที่ ลา คูโปล (LaCoupole) ความงามสง่าดุจเทพปั้นที่ได้แรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมโดมแบบโค้งในยุคเรเนซองส์นั้น ได้ถูกถ่ายทอดโดยการนำเอกลักษณ์รูปทรงโดมมาออกแบบให้กลมกลืนไปกับรูปแบบสีของแต่ละรุ่น ด้วยลวดลายคลื่นนูนที่อัดแน่นด้วยแล็กเกอร์แวววาวสร้างเอฟเฟกต์ 3 มิติอันโอ่อ่าบนหน้าปัด ขณะที่ตำแหน่งบอกเวลาทำจากเพชรจำนวน 11 เม็ด พร้อมช่องวันที่ที่มีขอบขัดเงาสะท้อนถึงความหรูหราและเปี่ยมเสน่ห์ ด้านสายนาฬิกาทำจากไฮเทคเซรามิกประกอบกับสแตนเลสที่ผสมผสานความสง่างามเข้ากับความสบายในการสวมใส่อย่างสูงสุด มาพร้อมฝาปิดหลังเรือนที่มีรายละเอียดอย่างปราณีต ในรูปแบบของมงกุฎจับเหลี่ยมมุมที่เข้ากันกับลวดลายคลื่นบนหน้าปัด โดยมีทั้งหมด 3 รุ่นด้วยกัน ได้แก่ R22241703 ตัวเรือนพลาสม่าไฮเทคเซรามิกสีดำขัดเงา, R22242703 ตัวเรือนไฮเทคเซรามิกสีน้ำตาลขัดเงา และรุ่น R22240703 ตัวเรือนพลาสม่าไฮเทคเซรามิกสีขาวขัดเงา

ด้านเหล่าเซเลบริตี้และนักแสดงชื่อดัง ยังได้ร่วมเผยเคล็ดลับการเลือกเรือนเวลาเสริมลุคในแบบฉบับของตนเอง เริ่มต้นที่นักธุรกิจสาว อภินรา ศรีกาญจนา เผยว่า “การเลือกนาฬิกาไม่ใช่แค่เรื่องของแฟชั่นหรือความสวยงาม แต่คือการเลือกสิ่งที่สะท้อนตัวตนและไลฟ์สไตล์ของเรา เราจะให้ความสำคัญกับเรื่องคุณภาพเป็นหลัก ทั้งในด้านวัสดุ ความปราณีตในการออกแบบ และความคุ้มค่าในการใช้งาน อย่างตัวเรือนในรุ่น เซนทริกซ์ ออโตเมติก ไดมอนด์ โอเพ่น ฮาร์ท สีขาว (Centrix Automatic Diamonds Open Heart) เป็นรุ่นที่เราชอบมากๆ เพราะให้ภาพลักษณ์ที่ดูเฟมินีน เรียบหรู ช่วยเสริมลุคของเราให้ดูสง่างาม มีความมั่นใจ แต่ก็ยังให้ความรู้สึกอ่อนโยนอยู่ด้วย”

ถัดมาที่ดีไซน์เนอร์สาว ภิพัชรา แก้วจินดา เล่าว่า “เรามองว่านาฬิกาเป็นเหมือนเครื่องประดับชิ้นสำคัญที่ช่วยคอมพลีตลุคของเราให้สมบูรณ์แบบ เราจะเลือกนาฬิกาที่สามารถแมทช์เข้ากับสไตล์ของเราได้ในทุกๆ วัน ทั้งในวันทำงานหรือวันสบายๆ อย่างตัวเรือน รุ่น เซนทริกซ์ ออโตเมติก ไดมอนด์ โอเพ่น ฮาร์ท สีนํ้าตาล (Centrix Automatic Diamonds Open Heart) มีดีไซน์สไตล์เฟมินีนที่ดึงดูดสายตา ผสมความคลาสสิกและความทันสมัย สามารถปรับเข้ากับลุคได้หลากหลาย ไม่ว่าจะลุคหวาน เท่ หรือมินิมอล เลยตอบโจทย์เรามาก”

ปิดท้ายที่นักแสดงหนุ่มหล่อ อาเล็ก-ธีรเดช เมธาวรายุทธ เผยว่า “นาฬิกาเป็นหนึ่งในเครื่องประดับที่เราให้ความสำคัญมาก นอกจากจะสามารถใช้ดูเวลาแล้วยังเป็นไอเทมที่ช่วยเสริมบุคลิกและภาพลักษณ์ของเราให้ดูโดดเด่นมากยิ่งขึ้น อย่างเรือนที่เราเลือกวันนี้จะเป็น กัปตัน คุก ไฮเทคเซรามิก สเกเลตัน R32192152 (Captain Cook High-Tech Ceramic Skeleton) ซึ่งมีดีไซน์ที่โดดเด่นและมีเอกลักษณ์ หน้าปัดแบบสเกเลตันสีควันบุหรี่ช่วยเพิ่มลูกเล่นให้กับลุคได้อย่างลงตัว ความพิเศษของเรือนนี้คือทั้งเบา แข็งแรง และทนทาน ทำให้ใส่แล้วรู้สึกมั่นใจและคล่องตัวในทุกโอกาส”

พบกับเรือนเวลาหรูจากแบรนด์ ราโด (Rado) นาฬิกาคุณภาพมาตรฐานตามแบบฉบับ Swiss made ได้ที่ เคาน์เตอร์ ราโด (Rado) ณ ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ ตัวแทนจำหน่าย และร้านค้าออนไลน์อย่างเป็นทางการใน Lazada สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 02-146-8402 และ Line Official Account @radothailand

เปิดศูนย์ ‘MUT – Imperial SABER Lab’ ยกระดับเทคโนโลยีขั้นสูงต่อยอดงานวิจัยด้านเซมิคอนดักเตอร์ สู่ศูนย์กลางนวัตกรรมอาเซียน

เปิดศูนย์ 'MUT – Imperial SABER Lab' ยกระดับเทคโนโลยีขั้นสูงต่อยอดงานวิจัยด้านเซมิคอนดักเตอร์ สู่ศูนย์กลางนวัตกรรมอาเซียน

เปิดศูนย์ ‘MUT – Imperial SABER Lab’ ยกระดับเทคโนโลยีขั้นสูงต่อยอดงานวิจัยด้านเซมิคอนดักเตอร์ สู่ศูนย์กลางนวัตกรรมอาเซียน

วันศุกร์ ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 14.48 น.

“ศุภมาส” เปิดศูนย์ “MUT – Imperial SABER Lab” แห่งแรกของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ความร่วมมือกระทรวง อว.- Imperial มหาวิทยาลัย Top 5 ของโลก ยกระดับเทคโนโลยีขั้นสูงต่อยอดงานวิจัยด้านเซมิคอนดักเตอร์ ปัญญาประดิษฐ์และไบโอเซนเซอร์ ขับเคลื่อนไทยสู่การเป็น “ศูนย์กลางนวัตกรรม” ภูมิภาคอาเซียน เผย SABER Lab เป็นสัญลักษณ์อันทรงพลังของการสร้างเครือข่ายนักวิจัยรุ่นใหม่ของไทยให้ก้าวไกลในระดับสากล

น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานเปิดห้องปฏิบัติการ MUT – Imperial Semiconductor AI & BioSensor Electronics Research Laboratory (SABER Lab) และร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร (MUT) และ Imperial (Imperail College London) ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของประเทศไทยในการยกระดับขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีขั้นสูง ต่อยอดงานวิจัยด้านเซมิคอนดักเตอร์ ปัญญาประดิษฐ์ และไบโอเซนเซอร์ พร้อมขับเคลื่อนประเทศสู่การเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ทั้งนี้ ภายในงานมีผู้บริหารระดับสูงจากกระทรวง อว.เข้าร่วม อาทิ ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผอ.สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี  ผู้ช่วยปลัดกระทรวง อว. ศ.ดร.สุรินทร์ คำฝอย รอง ผสอวช. โดยมี รศ.ดร.ภานวีย์ โภไคยอุดม อธิการบดีและคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานครพร้อมด้วย Provost of Imperial College, Prof. Ian Walmsley Prof. Pantelis Georgiou, Director of Research & SABER Lab  Prof. Nigel Brandon, Dean of the Faculty of Engineering  และ Prof. Tim Green, Head of Department of Electrical and Electronic Engineering  ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น

น.ส.ศุภมาส เปิดเผยว่า กระทรวง อว. มุ่งมั่นที่จะเตรียมความพร้อมและพัฒนากำลังคนเพื่อรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ซึ่งเป็นไปตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล กระทรวง อว.มีแผนงานที่ครอบคลุมทุกระดับ ตั้งแต่บุคลากรในภาคอุตสาหกรรม นักวิจัย ไปจนถึงการผลิตบัณฑิตระดับปริญญาตรี โท และเอก โดยในอีก 5 ปีข้างหน้า กระทรวง อว. ตั้งเป้าผลิตกำลังคนด้านเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง 80,000 คน, ด้านยานยนต์ไฟฟ้า (EV) 150,000 คน และด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) 50,000 คน พร้อมทั้งสนับสนุนโครงการพัฒนากำลังคนทั้งในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเหล่านี้

“การเปิด SABER Lab ซึ่งเป็นห้องปฏิบัติการวิจัยด้าน AI, เซมิคอนดักเตอร์ และไบโอเซนเซอร์อิเล็กทรอนิกส์ ถือเป็นก้าวสำคัญของประเทศไทย ห้องปฏิบัติการอันทันสมัยแห่งนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานครและ Imperial ซึ่งสะท้อนถึงวิสัยทัศน์ร่วมกันในการสร้างสรรค์อนาคตแห่งนวัตกรรม และที่สำคัญคือการบ่มเพาะคนรุ่นใหม่ที่มีทักษะสูงเพื่อเป็นผู้ขับเคลื่อนความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีอย่างยั่งยืน  ความร่วมมือนี้สอดคล้องกับวาระสำคัญระดับชาติของประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการเตรียมความพร้อมกำลังคนสำหรับอนาคต เพื่อสนับสนุนเป้าหมายของเราในด้านเซมิคอนดักเตอร์, ไบโอเซนเซอร์ และ AI ดังที่นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำว่าการลงทุนในบุคลากรสำหรับภาคส่วนที่มีศักยภาพสูงเหล่านี้มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว เสถียรภาพทางเศรษฐกิจ และการเติบโตอย่างยั่งยืนของประเทศไทย” น.ส.ศุภมาส กล่าวและว่า

ที่สำคัญ  SABER Lab ไม่ได้เป็นเพียงศูนย์วิจัยเท่านั้น แต่ยังเป็นเวทีสำคัญที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาไทยได้ทำงานร่วมกับนักวิจัยชั้นนำระดับโลก ได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง และเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานอันทันสมัย ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีของโลกในศตวรรษที่ 21

รมว.กระทรวง อว. กล่าวต่อว่า MUT–Imperial SABER Lab เป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุนนโยบายของกระทรวง อว. ในการพัฒนา “ศูนย์พัฒนากำลังคนด้านเซมิคอนดักเตอร์แห่งชาติ” ซึ่งดำเนินการโดย 3 มหาวิทยาลัยชั้นนำของไทย ได้แก่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ และ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง โดย MUT มีบทบาทสำคัญในการฝึกอบรมเพื่อ Upskill และ Reskill บุคลากร รวมถึงการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับนานาชาติ หนึ่งในความร่วมมือที่สำคัญคือกับ Imperial ซึ่งนำไปสู่การก่อตั้ง SABER Lab แห่งนี้และเพื่อเติมเต็มเป้าหมายการพัฒนากำลังคน ทาง MUT ได้จัดสรรทุนการศึกษาระดับปริญญาเอกจำนวน 5 ทุนต่อปี สำหรับนักศึกษาไทยที่สนใจศึกษาต่อด้านเซมิคอนดักเตอร์ที่ Imperial อย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 5 ปี โดย SABER Lab จะเป็นศูนย์กลางในการสนับสนุนงานวิจัย การพัฒนา และการสร้างเครือข่ายนักวิจัยรุ่นใหม่ของไทยให้ก้าวไกลในระดับสากล

น.ส.ศุภมาส กล่าวทิ้งท้ายว่า หวังเป็นอย่างยิ่งว่าห้องปฏิบัติการแห่งนี้จะเป็นสัญลักษณ์อันทรงพลังที่แสดงให้เห็นถึงสิ่งที่เราสามารถบรรลุได้ เมื่อสถาบันการศึกษา รัฐบาล และพันธมิตรระหว่างประเทศมารวมพลังกัน กระทรวง อว. ตั้งตารอที่จะได้เห็นความก้าวหน้าด้านการวิจัย การพัฒนาบุคลากร และการนำไปประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมที่จะเกิดขึ้นจากความร่วมมือครั้งนี้ เพื่อประโยชน์ของทั้งสองประเทศและประชาคมโลก ในการร่วมกันสร้างสรรค์อนาคตที่ชาญฉลาดและยั่งยืนยิ่งขึ้น

-(016)

สำนักงานพาณิชย์อิตาเลียนประจำประเทศไทยขอเชิญเยี่ยมชม ‘อิตาเลี่ยน พาวิเลี่ยน’ในงาน THAIFEX – Anuga Asia 2025

สำนักงานพาณิชย์อิตาเลียนประจำประเทศไทยขอเชิญเยี่ยมชม 'อิตาเลี่ยน พาวิเลี่ยน'ในงาน THAIFEX - Anuga Asia 2025

สำนักงานพาณิชย์อิตาเลียนประจำประเทศไทยขอเชิญเยี่ยมชม ‘อิตาเลี่ยน พาวิเลี่ยน’ในงาน THAIFEX – Anuga Asia 2025

วันศุกร์ ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 14.48 น.

ขอเชิญพบกับการกลับมาอีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่ของ “อิตาเลียน พาวิเลียน” ในงาน THAIFEX – Anuga Asia 2025 งานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มที่ดีที่สุดในเอเชียแปซิฟิก ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 8 บูธ W01–W43 และ V02 -V44

“อิตาเลี่ยน พาวิเลี่ยน” จัดขึ้นโดยสำนักงานพาณิชย์อิตาเลียนประจำประเทศไทย โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อส่งเสริมโอกาสทางการค้า สร้างพันธมิตรทางธุรกิจ และประสานความร่วมมือเพื่อต่อยอดอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มจากประเทศอิตาลีให้เติบโตอย่างต่อเนื่องในภูมิภาคเอเชีย “อิตาเลียน พาวิเลียน” ประกอบไปด้วยบริษัทชั้นนำด้านอาหารและเครื่องดื่ม 38 บริษัทจากประเทศอิตาลี ที่นำผลิตภัณฑ์อาหารและวัตถุดิบคุณภาพพรีเมียมมาจัดแสดง    รวมทั้งยังมีการจัดกิจกรรมหลายรูปแบบขึ้นบริเวณ ITA เล้าจน์ บูธ W33 ที่ตั้งอยู่ในพาวิเลี่ยน เพื่อมอบประสบการณ์ที่สะท้อนถึงแก่นแท้ของอาหารอิตาเลียนอย่างแท้จริงเปาลา กุยด้า (Paola Guida) ข้าหลวงพาณิชย์ประจำสำนักงานพาณิชย์อิตาเลียนประจำประเทศไทย กล่าวถึงการกลับมาของ “อิตาเลี่ยน พาวิเลี่ยน” ในงาน THAIFEX – Anuga Asia 2025 ครั้งนี้ว่า

“ดิฉันมีความมั่นใจอย่างยิ่งว่า บริษัทชั้นนำของอิตาลีจะนำเสนอความเป็นเลิศในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มจากอิตาลีซึ่งเป็นที่ยอมรับในระดับสากลได้อย่างสมศักดิ์ศรี”

“ดิฉันขอเรียนเชิญทุกท่านแวะเยี่ยมชม “อิตาเลียน พาวิเลียน” เปิดโอกาสการเจรจาธุรกิจกับผู้ผลิตในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มระดับแนวหน้า ลิ้มรสชาติความอร่อยแบบต้นตำรับของอาหารอิตาเลียน สัมผัสประสบการณ์ที่น่าจดจำกับคลาสไวน์สุดพิเศษจากซอม เมอลิเยร์มืออาชีพ ณ ITA เล้าจ์ ที่ตั้งอยู่ภายใน “อิตาเลียน พาวิเลียน”

อย่าพลาด!! ไฮไลท์เด่นภายในอิตาเลียนพาวิเลียน:

  • พบกับ 38 บริษัทชั้นนำจากอิตาลี: พร้อมโอกาสเจรจาธุรกิจแบบเอ็กซ์คลูซีฟกับบริษัทอิตาเลียนที่อยู่ในตลาดการค้าระหว่างประเทศ    
  • ลิ้มลองอาหารและไวน์อิตาเลียนต้นตำรับ: สัมผัสรสชาติแบบดั้งเดิมที่ส่งตรงมาจากหลากหลายภูมิภาคของประเทศอิตาลี
  • สาธิตการทำพิซซ่าและอาหารอิตาเลียน: โดยเชฟผู้เชี่ยวชาญ ณ ITA เล้าจ์ บูธ W33 ฮอลล์ 8
  • ร่วมเฉลิมฉลองมรดกทางอาหารอันทรงคุณค่าของอิตาลีในเวทีเสวนา: “อาหารอิตาเลียน: มรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่า ที่ขอรับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากยูเนสโก”

อย่าพลาดโอกาสลิ้มลองความอร่อยจากอิตาลี – “อิตาเลียน พาวิเลียน” ขอนำเสนอคลาสเวิร์กช็อปไวน์อิตาเลี่ยนจาก Tops Wine Cellar และ IC Wine โดยซอมเมอลิเยร์มืออาชีพ จิบกาแฟชิลๆ จาก Espresso Bolognese พักน้ำดื่มบริสุทธิ์จาก San Benedetto รวมถึงชิมผลิตภัณฑ์อาหารอิตาเลียนที่จัดร่วมกับพันธมิตรอย่าง Gourmet One และ Food Delite ชมการสาธิตและชิมพิซซ่าแบบดั้งเดิมโดยเชฟจากร้านอาหาร Peppina ที่ได้รับการสนับสนุนจากบริษัท Cirio (Conserve Italia) รวมทั้งยังมีกิจกรรมสาธิตการทำอาหารที่เชฟ จาก ALMA, The Food School จะมาถ่ายทอดรสชาติอาหารอิตาเลียนแบบดั้งเดิม โดยใช้วัตถุดิบคุณภาพ “Made in Italy” หลากชนิดจากบริษัทผู้ร่วมแสดงสินค้าในพาวิเลียน

เตรียมพบกับบริษัทชั้นนำจากประเทศอิตาลีทั้ง 38 บริษัท ที่พร้อมสร้างความร่วมมือและเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อส่งเสริมการตลาดผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มคุณภาพสูงจากอิตาลีให้เติบโตต่อเนื่องทั้งในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชีย โดยวันที่ 27 – 30 พฤษภาคมจะเป็นวันเจรจาธุรกิจ และในวันสุดท้ายวันที่ 31 พฤษภาคมจะเปิดให้ประชาชนและผู้สนใจทั่วไปเข้าชม

อีกหนึ่งหนึ่งในกิจกรรมสำคัญที่พลาดไม่ได้ – เวทีเสวนาหัวข้อ “อาหารอิตาเลียน: มรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่า ที่ขอรับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากยูเนสโก” จะจัดขึ้นใน วันที่ 29 พฤษภาคม เวลา 15.30 – 16.30 น. ณ เวที Future Food Experience+ ฮอลล์ 5 การเสวนานี้จะพาทุกท่านไปพบกับรากฐานทางวัฒนธรรมด้านอาหารอิตาเลียนอันลึกซึ้งและทรงคุณค่าระดับโลก“อิตาเลียน พาวิเลียน” หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้ต้อนรับทุกๆ ท่าน ในงาน THAIFEX–Anuga Asia 2025 เพื่อร่วมสัมผัสและแบ่งปันความเป็นเลิศในแบบอิตาเลียนที่แท้จริง

ผู้สนใจสามารถ DOWNLOAD E-Catalog ได้ที่ https://bit.ly/3SMYRMU

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่: คุณนิติธรรม วีรการณ์ โทร. 098 971 9591

Line ID:  aforall    Email: idothailand@yahoo.com

ผู้ประกอบการชั้นนำจากประเทศอิตาลีจำนวน 38 บริษัท ได้แก่

บูธ W01           ACETIFICIO ANDREA MILANO S.R.L. น้ำส้มสายชูและเครื่องปรุงรสภายใต้แบรนด์ Andrea Milano และแบรนด์อื่นๆ ในเครือ

บูธ V02            SABATINO ผลิตภัณฑ์จากเห็ดทรัฟเฟิล ซอส และวัตถุดิบกึ่งสำเร็จรูปสำหรับอุตสาหกรรมอาหาร

บูธ W03           BEST ITALIAN SELECTION S.R.L. มะเขือเทศ ไวน์ ซอส น้ำส้มสายชูบัลซามิกพืชตระกูลถั่ว พาสต้า และผลิตภัณฑ์เบเกอรี่

บูธ V04          FIAMMA VESUVIANA S.R.L. ผักกระป๋อง พาสต้าที่ทำจากเซโมลิน่าข้าวสาลีดูรัมและน้ำมันมะกอก

บูธ W05           A.R. TARTUFI   ซอสทรัฟเฟิล น้ำมันทรัฟเฟิล และผลิตภัณฑ์พิเศษอื่นๆ จากทรัฟเฟิล

บูธ V06            BISCOTTIFICIO VERONA S.R.L. – MARINI บิสกิตเลดี้ฟิงเกอร์ อมาเร็ตติ พัฟคันตูชินี ทิรามิสุ และบิสกิตหลากหลายชนิด

บูธ W07         CAMPO D’ORO S.R.L. GUSTO VERO DI SICILIA ผลิตภัณฑ์ถนอมอาหารซอสพร้อมใช้ เพสโต้ แยม และครีมหวานสำหรับทาขนมปัง

บูธ V08          DAVIA S.P.A. ผลิตภัณฑ์มะเขือเทศ และมะเขือเทศถนอมอาหาร

บูธ W09           PASTIFICIO GRANORO พาสต้าแห้ง มะเขือเทศถนอมอาหาร น้ำมันมะกอกบริสุทธิ์ และแป้งหลากชนิด

บูธ V10            ANTICHI COLLI S.R.L. น้ำส้มสายชูบัลซามิก ซอสเข้มข้น น้ำส้มสายชูไวน์น้ำส้มสายชูราสป์เบอร์รี่ และเครื่องปรุงรสต่าง ๆ

บูธ W11           BASSO FEDELE & FIGLI S.R.L. น้ำมันมะกอก น้ำมันจากกากมะกอก น้ำมันอโวคาโด น้ำมันพิสตาชิโอ น้ำมันดอกทานตะวัน และน้ำมันผสม

บูธ V12          PASTIFICIO LIGUORI พาสต้าเซมอลินาจากข้าวสาลีดูรัม

บูธ W13           GRUPPO MILO S.P.A.  พาสต้าและขนมขบเคี้ยว

บูธ V14            LATTERIE INALPI – DAIRY PRODUCTS นมผง ชีสแปรรูป เนย มาสคาโปเน โยเกิร์ต ครีมหวาน และชีส

บูธ W15           SULPIZIO TARTUFI S.R.L. เห็ดทรัฟเฟิล ซอส ชีสทรัฟเฟิล น้ำมัน ริซอตโต เกลือและไส้กรอกทรัฟเฟิล

บูธ V16            COPPOLA FOODS มะเขือเทศ ซอส ถั่ว ผัก น้ำมันมะกอก น้ำส้มสายชู ข้าว พาสต้าและครีมโกโก้

บูธ W17           COMEX COMPANY อาหารกระป๋อง

บูธ V18            ACETIFICIO MENGAZZOLI S.N.C. น้ำส้มสายชูบัลซามิก น้ำส้มสายชูจากไวน์ น้ำส้มสายชูจากแอปเปิล น้ำส้มสายชูจากผลไม้ เกลซ และเครื่องปรุงรส

บูธ W19           SELEKTIA TARTUFI ทรัฟเฟิลสด แช่แข็ง ถนอมอาหาร และอบแห้ง

บูธ V20            OLEIFICI MASTURZO S.R.L. น้ำมันมะกอกบริสุทธิ์ น้ำมันจากกากมะกอกน้ำมันดอกทานตะวัน และน้ำส้มสายชูบัลซามิก

บูธ W21           PASTIFICIO FRATELLI DE LUCA S.R.L. พาสต้าแห้ง

บูธ V22          TEDESCO GROUP S.R.L. บิสกิต พาเนตโตเน ครัวซองต์ และขนมขบเคี้ยวรสเค็ม

บูธ W23           NOVI S.R.L. มะเขือเทศกระป๋อง พืชตระกูลถั่ว ผลไม้ ผัก น้ำมัน ข้าว และซอสต่าง ๆ

บูธ V24            POLICOM S.R.L. เครื่องดื่มจากพืช ครีมถั่ว และวัตถุดิบจากถั่วสำหรับอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม

บูธ W25           LA FABBRICA DELLA PASTA DI GRAGNANO พาสต้าทำมือแบบดั้งเดิมจากเมืองกรัญญาโน (Gragnano)

บูธ V26            MOLINO F.LLI CHIAVAZZA S.P.A. แป้งจากธัญพืช ผสมแป้งสำหรับทำขนม ยีสและผลิตภัณฑ์ปลอดกลูเตน

บูธ W27           TENUTE GIROLAMO DI GIROLAMO PIERO ไวน์ IGP และ DOP

บูธ V28            CIRIO (CONSERVE ITALIA) มะเขือเทศและผักถนอมอาหาร ซอส และน้ำผลไม้

บูธ W35           F.LLI SACLÁ S.P.A. เพสโต้ ซอส และอาหารเรียกน้ำย่อยในขวดแก้ว

บูธ V36            RIZZOLI EMANUELLI S.P.A. ผลิตภัณฑ์อาหารทะเลกึ่งถนอมอาหาร

บูธ W37           F.I.R.M.A. ITALIA S.P.A. อาหารสำเร็จรูปแบบอบแห้ง

บูธ V38          TENUTA PATRUNO PERNIOLA ผลิตภัณฑ์ไวน์

บูธ W39           BASSO SEBASTIANO S.R.L. – MASER FORMAGGI อิตาเลี่ยนชีส

บูธ V40          PASTA OTTIMA – ITALIAN TASTY ALIMENTS S.R.L. พาสต้า ซอส เพสโต้ผักถนอมอาหาร บิสกิต เคเปอร์ น้ำส้มสายชู และน้ำมันปรุงรส

บูธ W41           SASSONE S.R.L. ทรัฟเฟิลสดและแห้งแบบถนอมอาหาร ผลิตภัณฑ์จากป่าและวัตถุดิบกึ่งสำเร็จรูปสำหรับอุตสาหกรรม

บูธ V42            LUXUREAT TRUFFLEAT ทรัฟเฟิลสดและผลิตภัณฑ์อิตาเลียนพรีเมียมทั้งแบบมีและไม่มีทรัฟเฟิล

บูธ W43           PONTI S.P.A. SOCIET Á BENEFIT น้ำส้มสายชูบัลซามิก น้ำส้มไวน์ ซอสเข้มข้น เพสโต้ ผัก ซอส และของดองต่าง ๆ

บูธ V44            CASEIFICIO GHIDETTI S.R.L.  อิตาเลียนชีส กรานาปาดาโนพาร์มีจาโนเรจเจียโน มอซซาเรลลา บูราตตา มาสคาโปเน

สำนักงานพาณิชย์อิตาเลียน (Italian Trade Agency – ITA) เป็นหน่วยงานของรัฐบาลที่มีภารกิจในการสนับสนุนการพัฒนาธุรกิจจากประเทศอิตาลีในต่างประเทศ และส่งเสริมการการลงทุนจากต่างประเทศสู่ประเทศอิตาลี ด้วยโครงสร้างองค์กรที่ทันสมัย มีเครือข่ายสำนักงานในต่างประเทศอย่างครอบคลุม ITA พร้อมให้บริการข้อมูล ความช่วยเหลือ คำปรึกษา ส่งเสริมการตลาด และการฝึกอบรมแก่ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมของอิตาลี โดยใช้เครื่องมือการสื่อสารและการส่งเสริมการตลาดแบบหลายช่องทางที่มีประสิทธิภาพ รวมทั้งยังมีบทบาทในการส่งเสริมความเป็นเลิศของสินค้าที่ผลิตในประเทศอิตาลี (Made in Italy) ให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล

‘คุณกฤษณ์’ควง’น้องณภัทร’โชว์โมเมนต์ดีต่อใจมอบเสื้อผ้าใหม่

'คุณกฤษณ์'ควง'น้องณภัทร'โชว์โมเมนต์ดีต่อใจมอบเสื้อผ้าใหม่

‘คุณกฤษณ์’ควง’น้องณภัทร’โชว์โมเมนต์ดีต่อใจมอบเสื้อผ้าใหม่

วันศุกร์ ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 14.43 น.

ปรบมือ คุณพ่อ+ลูกชาย  คุณกฤษณ์ และคุณณภัทร ณรงค์เดช  ชวนเพื่อนๆมาร่วมทำความดีอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 และในปีนี้ 2025 ได้แบ่งปันสิ่งดีดีต่อสังคมด้วยการบริจาคเสื้อผ้าใหม่ อุปกรณ์การเรียนรู้ ของใช้จำเป็นให้แก่เด็กๆและเลี้ยงอาหารกลางวันแก่เด็กเล็กกว่า 80 ชีวิต ทั้งสองท่านมอบรอยยิ้ม ความรัก ความอบอุ่นสุดฮีลใจ โดยทุกปีทั้งคุณพ่อ+ลูกชาย มีความตั้งใจ เล็งเห็นความสำคัญในการตอบแทนสังคม ทั้งคู่เชื่อว่าความรัก ความเมตตาจะเป็นตัวขับเคลื่อนสังคมให้น่าอยู่ยิ่งขึ้น นับเป็นตัวอย่างครอบครัวที่ดีอย่างมาก ณ มูลนิธิเด็ก่อนในสลัม ในพระอุปภัมภ์ สาขาเสือใหญ่ รัชดาภิเษก ที่ผ่านมา

‘เบิร์ด เทคนิค’โพสต์เดือด! ซัดกฎหมายไทยมันอ่อน หลังยกฟ้อง คดี’แตงโม’

'เบิร์ด เทคนิค'โพสต์เดือด! ซัดกฎหมายไทยมันอ่อน หลังยกฟ้อง คดี'แตงโม'

‘เบิร์ด เทคนิค’โพสต์เดือด! ซัดกฎหมายไทยมันอ่อน หลังยกฟ้อง คดี’แตงโม’

วันเสาร์ ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 15.29 น.

‘เบิร์ด เทคนิค’โพสต์เดือด! ซัดกฎหมายไทยมันอ่อน หลังยกฟ้อง คดี’แตงโม’

จากกรณี ศาลจังหวัดนนทบุรี ยกฟ้อง 4 จำเลย คดีแตงโม ไม่ได้ประมาท ปมแตงโมพลัดตกสปีดโบ๊ทจมแม่น้ำดับ ด้าน ทนายเดชา ระบุไม่มีประจักษ์พยาน ศาลเชื่อแตงโมเดินไปท้ายเรือจนพลัดตกเอง สั่งลงโทษ‘จ็อบ’แค่ข้อหาแจ้งความเท็จฯ-ทิ้งสิ่งปฏิกูลฯ สั่งจำคุก 2 เดือน-ปรับ 8 พันบาท ให้รอลงอาญา ด้าน‘แม่แตงโม’ยังคาใจ ไม่เชื่อคนในเรือไม่มีส่วนร่วม รอปรึกษาอัยการ จ่อยื่นอุทธรณ์คดี ภายใน 1 เดือน

(อ่านข่าว) : ศาลนนทบุรีพิพากษาคดี ‘แตงโม’ ยกฟ้อง4จำเลย ข้อหาประมาททำให้ผู้อื่นเสียชีวิต 

ล่าสุด “เบิร์ด เทคนิค” แฟนหนุ่มของ “แตงโม” ได้โพสต์ข้อความผ่านสตอรี่ ระบุว่า “กฎหมายประเทศไทยมันอ่อนเกินไป คนรวยมีตังค์ รู้จักคนใหญ่คนโตแม่xรอด คุกมีไว้ขังคนจนมากกว่าคนรวยใช่มั้ยเนี่ย (พร้อมอีโมจิชูนิ้วกลาง) “

009

Celebrity Gossip : 25 พฤษภาคม 2568

Celebrity Gossip : 25 พฤษภาคม 2568

Celebrity Gossip : 25 พฤษภาคม 2568

วันเสาร์ ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 14.31 น.

– บรูซ สปริงส์ทีน ตำนานร็อกวัย 75 ปี ที่กำลังเดินสายทัวร์คอนเสิร์ต Land of Hope and Dreams ที่ยุโรป และมีกำหนดจบทัวร์ในเมืองมิลาน 1 วันก่อนวันชาติสหรัฐฯ 4 กรกฎาคม ใช้โอกาสนี้โจมตีรัฐบาล โดนัลด์ ทรัมป์ ระหว่างขึ้นเวทีที่เมืองแมนเชสเตอร์ ประเทศอังกฤษ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ว่าเป็นรัฐบาลทุจริต ไร้ความสามารถ และทรยศต่อประเทศ พร้อมชวนผู้ชม “เปล่งเสียงต่อต้านเผด็จการ และปล่อยเสียงแห่งเสรีภาพดังกึกก้อง!” อย่างไรก็ตาม สปริงส์ทีนยืนยันว่า อเมริกาที่เขาร้องเพลงถึงมาตลอด 50 ปีแม้จะมีข้อบกพร่อง แต่ก็ยังเป็นประเทศที่ยิ่งใหญ่ และมีประชาชนที่ยิ่งใหญ่ ทุกคนจะผ่านช่วงเวลานี้ไปได้ ด้านทรัมป์สวนแรงผ่าน Truth Social ระหว่างเดินทางกลับจากตะวันออกกลางว่า“เห็นว่าไอ้บรูซ สปริงส์ทีน ที่ ‘ถูกยกย่องเกินจริง’ ไปประเทศนอกเพื่อด่าประธานาธิบดีสหรัฐฯ ผมไม่เคยชอบมัน ไม่ชอบเพลงมัน ไม่ชอบการเมืองฝั่งซ้ายสุดโต่งของมัน และที่สำคัญ มันไม่ใช่คนมีพรสวรรค์อะไรเลย — แค่คนจู้จี้ เสียงดัง และน่ารำคาญ ที่คลั่งไบเดนจนหน้ามืด”

– ทอม ครูซ เผยระหว่างร่วมงานพรีเมียร์  Mission: Impossible – The Final Reckoning ที่นิวยอร์กเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ว่าเขายังไม่คิดวางมือจากการแสดง แม้หนังภาคล่าสุดของ Mission: Impossible จะมีคำว่า Final อยู่ในชื่อก็ตาม ครูซบอกเป็นนัยว่านี่อาจเป็นการอำลาบท อีธาน ฮันต์ ที่เขารับบทมาตั้งแต่ปี 1996 รวมทั้งตลอด 8 ภาคของแฟรนไชส์นี้ อย่างไรก็ตาม แม้จะอำลาบทนี้ แต่ครูซยังยืนยันว่าเขาจะไม่หยุดแสดงภาพยนตร์แน่นอน และจะยังรับบทแอ็กชันต่อไปอีกหลายสิบปี พร้อมกล่าวถึงความประทับใจตลอดการร่วมงานกับผู้กำกับ คริสโตเฟอร์ แม็คควอร์รี ที่เขายกย่องว่ามีมุมมองการเล่าเรื่องที่โดดเด่น และกำลังเตรียมโปรเจกต์ใหม่ร่วมกันอีกในอนาคต Mission: Impossible – The Final Reckoning มีกำหนดเข้าฉายในโรงภาพยนตร์วันที่ 23 พฤษภาคมนี้ ด้วยความยาว 169 นาที

– หลังจาก แอร์ริน เดอ นีโร ลูกสาวของ โรเบิร์ต เดอ นีโร นักแสดงระดับตำนาน ออกมาเปิดเผยตัวตนว่าเธอเป็นหญิงข้ามเพศ ล่าสุด เดอ นีโร ผู้พ่อ ก็ออกแถลงการณ์แสดงความรักและการสนับสนุนต่อเธออย่างเปิดเผยในฐานะลูกสาว ไม่ต่างจากที่เขารักและสนับสนุนแอรอนในฐานะลูกชาย  แอร์ริน ซึ่งเป็นหนึ่งในลูกๆ 7 คนของ เดอ นีโร บอกเล่าถึงประสบการณ์ส่วนตัวย้อนเล่าถึงวัยเด็กว่า เธอรู้สึกแตกต่างจากสมาชิกคนอื่น ๆ ในครอบครัวอย่างชัดเจน เพราะเป็นคนรูปร่างใหญ่ ขณะที่คนอื่นในครอบครัวค่อนข้างผอม หรือรูปร่างดี แถมยังไม่เคยมีแฟนเมื่อเข้าสู่วัยรุ่นและคนรอบข้างเริ่มมีความรัก แม้ในช่วงหนึ่ง แอร์รินจะเคยเปิดตัวว่าเป็นชายรักชาย แต่เธอกลับถูกวิจารณ์อย่างรุนแรงจากชุมชน LGBTQ ด้วยกันเอง เพียงเพราะไม่เคยเข้ากับมาตรฐานความงามในกลุ่มนั้นได้เลย

– คริส บราวน์ นักร้องนักแต่งเพลงคนดังชาวอเมริกัน วัย 36 ปี รอดคุก ได้รับการประกันตัวด้วยวงเงิน 5 ล้านดอลลาร์ในสัปดาห์นี้ หลังถูกตำรวจนครบาลกรุงลอนดอนของอังกฤษ บุกเข้าจับกุมตัวที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ในเมืองแมนเชสเตอร์ ประเทศอังกฤษ เมื่อช่วงเช้าตรู่วันที่ 15 พ.ค. ตามเวลาท้องถิ่น ระหว่างเดินทางมาอังกฤษเพื่อทัวร์คอนเสิร์ต และถูกตั้งข้อหาทำร้ายร่างกายโดยเจตนา ซึ่งเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่บราวน์ถูกกล่าวหาก่อเหตุทำร้ายร่างกายผู้เสียหายที่ไนท์คลับแห่งหนึ่งกลางกรุงลอนดอนเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2023 และถูกนำตัวขึ้นศาลในเวลาต่อมา ก่อนที่ผู้พิพากษาจะเมตตาอนุญาตให้เขาได้ประกันตัว เปิดทางให้เขาขึ้นเวทีทัวร์คอนเสิร์ตต่อไปได้ตามแผน โดยมีกำหนดจะขึ้นเวทีแสดงคอนเสิร์ตหลายแห่งทั่วสหราชอาณาจักรในช่วงเดือนมิถุนายน-กรกฎาคมนี้

– เจโฮป ไอดอลหนุ่มจากบอยแบนด์ดัง BTS ให้สัมภาษณ์พิเศษกับ Billboard เผยถึงศิลปินที่ตนอยากร่วมงานด้วย คือรีฮันนา นักร้องสาวชื่อดัง เพราะเขาชื่นชอบเธอในฐานะศิลปินตั้งแต่เขาเป็นเด็กแล้ว และรอคอยอย่างมีความหวังสำหรับอัลบัมใหม่ของเธอที่ไม่รู้ว่าจะปล่อยออกมาอีกเมื่อไหร่ หลังบทสัมภาษณ์ของเขาถูกนำมาเผยแพร่ในสังคมออนไลน์ ก็ถูกแชร์ไปวิจารณ์ทั่วอินเทอร์เน็ต บางส่วนบอกให้เขาเลิกหวังเรื่องร่วมงานกับ รีฮันนา เพราะตอนนี้นักร้องสาวไม่ได้โฟกัสเรื่องงานเพลงแล้ว ขณะที่บางส่วนก็ลุกลามไปไกล วิจารณ์เขาเรื่องที่กล้าบอกว่าชอบ รีฮันนา ตั้งแต่เด็ก เหมือนอายุห่างกันนับสิบๆปี ทั้งๆที่อายุห่างกันเพียง 6 ปี เท่านั้นเช่น อย่างไรก็ตาม แฟนคลับของ เจ-โฮป ก็รีบมาชี้แจงโดยยืนยันว่าแม้อายุของทั้งคู่จะห่างกันเพียง 6 ปีแต่ รีฮันนา เริ่มต้นเส้นทางในวงการบันเทิงตั้งแต่ 20 ปีก่อน เธอพาผลงานเดบิวต์ Pon de Replay เข้ามาติดชาร์ตทั่วโลกเมื่อปี 2005 และตอนนั้น เจ-โฮป ก็อายุเพียงแค่ 11 ปีเท่านั้น 

คนสวยโกอินเตอร์! ‘ญาญ่า อุรัสยา’สวมบอดี้สูทยาวแบรนด์หรู ร่วมชมโชว์ในฐานะ House Ambassador

คนสวยโกอินเตอร์! 'ญาญ่า อุรัสยา'สวมบอดี้สูทยาวแบรนด์หรู ร่วมชมโชว์ในฐานะ House Ambassador

คนสวยโกอินเตอร์! ‘ญาญ่า อุรัสยา’สวมบอดี้สูทยาวแบรนด์หรู ร่วมชมโชว์ในฐานะ House Ambassador

วันเสาร์ ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 13.23 น.

24 พฤษภาคม 2568 เดินทางอีกครั้งในฐานะ House Ambassador ของแบรนด์หรูระดับโลก Louis Vuitton สำหรับนางเอกดัง ‘ญาญ่า’ อุรัสยา เสปอร์บันด์ ซึ่ง ‘ญาญ่า’ เดินไปประเทศฝรั่งเศสเพื่อไปชมแฟชั่นโชว์ Louis Vuitton Cruise 2026 งานการรังสรรค์ของดีไซเนอร์ชื่อดัง Nicolas Ghesquièreหัวเรือใหญ่ของแบรนด์

‘ญาญ่า’ มาในชุดฟินาเล่จากลุคที่ 61 จากคอลเลกชั่น Fall/Winter 2025 ที่เปิดตัวไปแล้วในช่วงปารีส แฟชั่น วีก ‘ญาญ่า’ สวมชุดบอดี้สูทเต็มตัวสีเทา คลุมไหล่สไตล์ฟิวเจอร์ริสติก พร้อมรองเท้าบู๊ตหนังสีดำ ฟินิชลุคสุดเฉี่ยวด้วยถือกระเป๋าของLouis Vuitton

โดยอินสตาแกรมของ ‘ญาญ่า’  @urassayasก็ได้โพสต์คลิปเปิดเบื้องหลังการเตรียมตัวมาร่วมชมโชว์ในงานด้วย ทำเอาคนในวงการบันเทิงและแฟนๆ แห่ชมความสวยเท่แต่น่ารักของสาวญาญ่า รวมถึง ‘แม่แก้ว’ คุณแม่ของ’ณเดชน์ คูกิมิยะ’ถึงกับอดใจไม่ไหว เข้ามาอวยยศว่าที่ลูกสะใภ้ว่า “สวยที่สุด” พร้อมกับแปะอีโมจิหัวใจ 

‘ตั้ม วราวุธ’ออกจากห้องไอซียูแล้ว ผู้จัดการโพสต์ภาพยกมือไหว้ขอบคุณกำลังใจ

'ตั้ม วราวุธ'ออกจากห้องไอซียูแล้ว ผู้จัดการโพสต์ภาพยกมือไหว้ขอบคุณกำลังใจ

‘ตั้ม วราวุธ’ออกจากห้องไอซียูแล้ว ผู้จัดการโพสต์ภาพยกมือไหว้ขอบคุณกำลังใจ

วันเสาร์ ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 12.31 น.

24 พฤษภาคม 2568 จากกรณีที่นักแสดงชื่อดัง ‘ตั้ม วราวุธ’ ประสบอุบัติเหตุบาดเจ็บหนักถูกหามตัวส่งโรงพยาบาล ซึ่งทีมแพทย์ทำการผ่าตัดและให้พักรักษาตัวในห้อง ICU อาการค่อยๆ ดีขึ้นตามลำดับตามที่ได้นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น 

ล่าสุดผู้จัดการส่วนตัวแจ้งอัปเดตอาการ ‘ตั้ม วราวุธ’ ได้ออกจากห้อง ICU มาพักฟื้นที่ห้องปกติแล้ว โดยโพสต์ข้อความผ่านทางไอจีส่วนตัว @thanyatorn_g พร้อมข้อความระบุว่า “วันนี้หมวยขออนุญาต อัปเดตอาการของ “ตั้ม” นะคะ วันนี้ ตั้มได้ย้ายออกจากห้อง ICU แล้วค่ะ แต่ยังต้องพักฟื้นอยู่ที่โรงพยาบาล ถ้าอาการอื่น ๆ ดีขึ้นจะอัปเดตอีกครั้งนะคะ #ขอบคุณทุกๆกำลังใจค่ะ ❤️” ซึ่งก็มีเพื่อนดารานักแสดงและแฟนคลับที่ติดตามอาการของ ‘ตั้ม วราวุธ’ เข้ามาคอมเมนต์แสดงความห่วงใยกันเป็นจำนวนมาก

‘แฟนทิพย์’ ซิงเกิลเดบิวต์ละมุนหัวใจจาก ‘Cream Soung’

‘แฟนทิพย์’ ซิงเกิลเดบิวต์ละมุนหัวใจจาก ‘Cream Soung’

‘แฟนทิพย์’ ซิงเกิลเดบิวต์ละมุนหัวใจจาก ‘Cream Soung’

วันเสาร์ ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

หลังคว้าหัวใจผู้ชมจากรายการ WannabeLove Cream Soung (ครีม สรวง) ศิลปินสาวเสียงหวาน ขวัญใจคนดู พร้อมเปิดตัวก้าวแรกในวงการเพลง อย่างเป็นทางการกับค่าย Wanlove Music ด้วยซิงเกิล   เดบิวต์ชื่อว่า แฟนทิพย์

บทเพลงที่พูดแทนใจของคนแอบรักคนที่อยู่ในจุดที่ไม่กล้าบอก แต่หัวใจเต้นแรงทุกครั้งที่ได้เห็นรอยยิ้มของอีกคน “แฟนทิพย์” ถ่ายทอดมุมมองรักใส ๆ แบบซื่อตรงและไม่เรียกร้อง ผ่านเสียงร้องของครีมที่ทั้งน่ารักและน่าหลงใหลผสมกลิ่นอายป๊อปละมุนละไม ให้ความรู้สึกเหมือนแสงแดดอ่อน ๆ ในวันที่ใจเต้นไม่เป็นจังหวะ เพลงนี้เขียนโดย BADMIXY นักแต่งเพลงสายฟีลกู้ดที่เข้าใจหัวใจคนแอบรักได้อย่างลึกซึ้งและยังได้เพื่อนสนิทจากรายการอย่าง วาด  ญานิน มาร่วมร้องเติมสีสันให้เพลงสดใสมากยิ่งขึ้นในส่วนของเพลงนี้ยังมีท่อนฮุกและแรปสุดน่ารัก ยังสะท้อนหัวใจของใครหลายคนที่อยากแค่ได้ชอบต่อไปแบบนี้นาน ๆ ไม่ต้องการคำว่ารัก ขอแค่เธอยังไม่มีใคร ให้ฉันแอบเรียกเธอว่า “ที่รัก” อยู่ในใจแบบนี้ก็พอ เพลงนี้  Cream Soung ถ่ายทอดออกมาได้อย่างน่ารัก ครบเครื่อง ในส่วนมิวสิกวิดีโอ แฟนทิพย์ ก็หวานกรุ้มกริ่มไม่แพ้เนื้อเพลง บอกเล่าเรื่องราวแอบรักอย่างมีชีวิตชีวา ปลุกความทรงจำในหัวใจของคนที่เคยชอบเขาอยู่ฝ่ายเดียว ได้อย่างละมุนและอบอุ่น “แฟนทิพย์” ของ Cream Soung พร้อมแล้วที่จะเข้าไปอยู่ในใจคุณ ฟังและรับชม MV ได้แล้ววันนี้ทาง YouTube: WANLOVEMUSIC

เจ็บสุด!’นนท์ อินทนนท์’ถูกแฟนเก่าหักหลังคบซ้อนกับคนใกล้ตัวที่ไว้ใจ

เจ็บสุด!'นนท์ อินทนนท์'ถูกแฟนเก่าหักหลังคบซ้อนกับคนใกล้ตัวที่ไว้ใจ

เจ็บสุด!’นนท์ อินทนนท์’ถูกแฟนเก่าหักหลังคบซ้อนกับคนใกล้ตัวที่ไว้ใจ

วันเสาร์ ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เปิดใจ “นนท์ อินทนนท์” นักแสดงและ Tiktoker สายฮา ในรายการ เบิ้ล AM  ยอมรับเคยคบผู้หญิงทั้งที่รู้ตัวว่าไม่ใช่ เพราะกลัวทำพ่อแม่เสียใจต้องปิดบังตัวตน และครั้งหนึ่งเคยมีความรักกับศิลปินแต่ไม่สามารถเปิดเผยได้ เจ็บสุดในชีวิต! ที่ปรึกษาเรื่องรักกลายเป็นคนที่แย่งแฟนไปต่อหน้าต่อตา จากอดีตที่ต้องใช้ชีวิตภายใต้แรงกดดันมาตลอด จนวันนี้กล้าก้าวข้ามกำแพง เพื่อเป็นตัวเองอย่างแท้จริง

มีความรัก ?

นนท์ อินทนนท์ : ช่วงนี้มีแฟน มีความรัก มีเบบี้

เราแพ้ท้องแทนแฟนหรือว่าอะไร ?

นนท์ อินทนนท์ : แพ้จริงๆ

กี่เดือน ?

นนท์ อินทนนท์ : ตามฟีลแล้วแต่คนจะถาม ถ้าถามช่วงนี้ ออนแอร์ช่วงไหนล่ะ ตอบไม่ได้ให้คนหาคำตอบกันเอง คือเราถือเคล็ดจริงๆ ชอบดูดวงอย่างที่บอกไป แล้วก็จะมีผลต่อความรักเลยถ้าพูดว่ามีลูกกี่เดือน สามีคือใคร ถ้าเปิดหน้าจะเลิกกัน

ได้ปรึกษาหมอไหมพวกจิตเวช ?

นนท์ อินทนนท์ : เขาดูแล้วๆ เขาบอกว่ามันอยู่ที่จิต

ได้ข่าวว่าชอบ ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก จริงไหม ?

เบิ้ล ปทุมราช : ชอบมากตั้งแต่เด็กแล้วครับ ชอบที่พี่เขาเป็นผู้หญิงห้าวๆ แล้วก็ตลก 

ตอนนี้คิดว่าเราเป็นอะไรระหว่าง ดารา พิธีกร อินฟูลฯ หรือว่าคนที่อยุ่ในวงการเฉยๆ ?

นนท์ อินทนนท์ : เป็นคนที่ชอบทำงาน ชอบให้คนยิ้ม เป็นคนที่รู้สึกว่าอยากมอบ Positive ให้กับทุกคนตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของการทำงานหรือว่าลงคลิป คนที่เขาคอมเมนต์กลับมา หรือคนที่เป็นซึมเศร้า ทักเรามาหลายคนว่าเขาหายและรู้สึกดีขึ้น อย่างมีเคสหนึ่งที่เขากำลังจะปลิดชีพเขาแล้ว แล้วมีช่วงบังเอิญที่มือไปโดยหรืออะไรที่คลิป TikTok เด้งขึ้นมา เป็นคลิปที่เรากำลังแซวเพื่อนหรืออะไร แล้วเขาก็ขำคลิปนั้น แล้วเขาก็ดูคลิปของเราไปจนถึงอันสุดท้าย แล้วเขาก็รู้สึกว่าความสุขของเขาไม่จำเป็นต้องขึ้นอยู่กับใครเลย ซึ่งตอนนั้นเขาน่าจะอกหัก พอคนมีรอยยิ้ม หรือตลกในสิ่งที่เราทำ มันกลายเป็นความสุขของเรา

ถ้าเกิดคอมเมนต์ที่เราอ่านเป็นเรื่องดราม่า ?

นนท์ อินทนนท์ : มีคอมเมนต์ดราม่า ก็จะมีบอกว่าเพื่อนดาราเยอะจัง ไปเกาะหรือเปล่า คือคนจะติดภาพอินฟูลฯ อยู่ เขาก็จะรู้สึกว่าแบบพอเรามีเพื่อนดาราเยอะเหมือนเราไปเกาะดาราหรือเปล่า แต่ ณ ตอนนี้คนเข้าใจแล้ว พอเราเข้ามาอยู่ในวงการนี้ เราก็ต้องมีเพื่อนที่อยุ่ในวงการนี้ บางคนคือเรารู้จักกันมาเป็น 10 ปีแล้ว

แล้วถ้าเกิดวันหนึ่งที่รู้สึกเศร้าทำยังไงเพื่อฮีลใจตัวเอง ?

นนท์ อินทนนท์ : มีช่วงหนึ่งที่เราจัดการตัวเองไม่ได้เหมือนกัน พอเรามอบความสุขให้คนอื่นเยอะ คนคาดหวังจะได้เสียงหัวเราะ ไปนั่นไปนี่คนจะคาดหวังว่าทุกอย่างจะตลกหมด กลายเป็นว่าเรากดดันกับตัวเอง จนเราต้องไปหาที่พึ่ง คือเราต้องไปหาหมอเพื่อดูว่าเป็นอะไรหรือเปล่า ซึ่งเราเป็นคนเป็นแพนิก ซึ่งเกิดจากการที่เราเป็นคนขี้กังวล ขี้เกรงใจ คุณหมอก็เลยให้ทานยาอยุ่ช่วงหนึ่ง แต่ ณ ตอนนี้โอเคแล้ว รู้สึกว่าการออกกำลังกายช่วยได้ เพราะเราจะโฟกัสเรื่องกล้ามเนื้อนั่นนี่ แล้วก็ไปทำบุญ สวดมนต์ เราจะเป็นคนชอบให้ตัวเองฮีลตัวเอง ไม่ชอบเอาเรื่องไปให้ใคร

แสดงว่ามีปมเป็นคนซีเรียสไหม ?

นนท์ อินทนนท์ : ซีเรียส ยิ่งเรื่องงานซีเรียสมาก รวมถึงเรื่องชีวิตคู่ด้วย

จริงไหมที่เคยคบผู้หญิงเพื่อทดแทนความรู้สึก ?

นนท์ อินทนนท์ : ตอนนั้นไม่ได้คบทดแทน คบเพราะว่าเราชอบเขาจริงๆ คือตอนนั้นก็เริ่มน่าจะรู้ตัวว่าเป็น LGBTQ แต่ก็ไม่ได้ยอมรับเพราะลึกๆ เรามีกำแพง เพราะไม่อยากให้คุณพ่อคุณแม่เสียใจ ก็เลยปิดบังตัวเองมา ใช้ชีวิตในความกดดัน ใช้ชีวิตแบบที่เราต้องเป็นแบบที่คนอื่นอยากให้เป็นมาโดยตลอด พอมองย้อนกลับไปรู้สึกว่าเราสามารถเป็นตัวเองได้ เด็กๆสมัยนี้ที่ยังปิดบัง กดดัน ต้องทำเพื่อคนอื่นมากขนาดนั้นบางทีก็อยากให้แคร์หัวใจตัวเองบ้าง เพราะเราสามารถมีความสุขได้เลยไม่ได้เดือดร้อนใคร เราไม่ได้ทำอะไรผิด พอเราได้เป็นตัวเองรู้สึกว่ามีความสุขมากขึ้น เราสามารถทำอะไรทุกอย่างได้อย่างเต็มที่ มอบความสุขให้กับทุกคนได้อย่าง 100% พอเรามาทำงานตรงนี้ มาอยู่หน้ากล้อง มาเป็นแบบอย่างบางอย่างให้กับเด็กๆ หรือคนที่เขาดูเรา สามารถทำตัวของเราได้ดีขึ้นไปอีกโดยที่เป็นตัวเรา

ตอนที่คบผู้หญิงเป็นยังไง ?

นนท์ อินทนนท์ : เดี๋ยวไล่ Timeline ให้ฟัง คบผู้หญิงก่อน แล้วก็มีแฟนเป็นผู้ชาย 3 คน แล้วหลังจากแฟนผู้ชายก็มาคบกับผู้หญิงอีก 3 คน คือเราไม่ได้หาตัวเองไม่เจอนะ แต่เรารู้สึกดีกับเขา คุยเป็นเพื่อนเป็นอะไรคือฝั่งผู้หญิงเขาคิดกับเราเพราะเราเท่ห์มากครับช่วงนั้น แต่หลังจากที่บอกเลิกเขาไปผู้หญิงทุกคนเราโทรไปขอโทษ แล้วบอกเขาว่าไม่ได้ตั้งใจจะหลอก ไม่คิดจะหลอก ขออโหสิกรรม ซึ่งเขาก็บอกเราว่าก็ไม่ได้คิดว่าเราจะหลอก เพราะเขาก็รู้สึกดีกับเรา และคิดว่าเรารู้สึกดีกับเขาจริงๆ แต่หลังจากนี้ไม่ได้แล้วชายล้วน

เคยมีความรักที่เปิดเผยไม่ได้ ?

นนท์ อินทนนท์ : มี คือหลังจากคบผู้หญิงคนแรกไป มาอยู่ มศว. มีแฟนเป็นผู้ชายคนหนึ่ง เรายังปิดบังทุกคนอยู่มีแค่เพื่อน 2-3 ที่รุ้ว่าเราคุยกับคนนี้ คุยกันไปมาทุกอย่างแฮปปี้มาก แล้วมีช่วงหนึ่งที่เขาคนนี้กำลังจะเข้าไปเป็นนักร้องในสังกัดหนึ่ง แล้วเขาก็ต้องเก็บตัว แล้วสมัยก่อนยังไม่เปิดเรื่อง LGBTQ มาก แล้วก็มีช่วงที่เราพยายามที่จะเข้าใจ เพราะรู้ว่าสิ่งนี้คือการเจริญเติบโตของเขา ถึงแม้ว่าตอนนั้นเราจะเด็กมาก เพื่อนก็เป่าหูว่ารู้สึกว่าเขาไม่เหมือนเดิมกับเรา แต่เราก็พยายามที่จะไม่ตัดสินเขา แล้วก็มีโมเมนต์หนึ่งที่เราเดินกันที่ห้างสรรพสินค้า แล้วจะมีจุดหนึ่งที่คนเยอะมาก เขาก็หันมาบอกว่าเดี๋ยวไปเจอกันข้างหน้านะแล้วก็เดินออกไปเลย แล้วก็เลยรู้สึกไม่ดี เราก็มีความน้อยเนื้อต่ำใจเล็กๆ ด้อยค่าตัวเอง ตอนนั้นก็ยังไม่มีวุฒิภาวะมากพอ ก็เสียใจมาก จากนั้นความรักมันก็เริ่มมีคำถาม หาคำตอบไม่ได้กลายเป็นว่าทุกอย่างไม่มีความสุข พ่นสิ่งไม่ดีใส่กัน แล้วเขาก็ไปมีคนอื่น การมีคนอื่นของเขาในวันนั้นทำให้รู้สึกว่าเราไว้ใจคนยากขึ้นมาจนถึงวันนี้ เพราะว่าเขาไปคบกับคนที่ให้คำปรึกษาเรา คือเราขอคำปรึกษาจากคนๆหนึ่ง เรื่องแฟนของเรา ดีจังเลยเขาน่ารักกับเรามาก พาไปกินข้าวดูแลเขาเหมือนคนในบ้าน พอวันหนึ่งเรารู้จากพี่ที่สนิทมากๆ แล้วมีคลิปให้เราเห็นว่าแฟนเรากับคนนี้ที่เราไว้ใจขึ้นคอนโดไปด้วยกัน   

สามารถติดตาม “เบิ้ล AM” ได้ที่ช่องทาง Facebook: WE DO , Youtube: WE DO วันพฤหัสบดี เวลา 19.00 น. คลิกชมคลิปย้อนหลัง  :  https://www.youtube.com/watch?v=AotM9HBzu-Q&ab_channel=WEDOสามารถติดตามและอัปเดตข่าวสารรายการ เบิ้ล AMFacebook: WE DO Channel – Instagram: Woody World Channel YouTube: WE DO – TikTok: woodyworld