ทรัมป์ลงนามคำสั่งด่วน ผลักดันพลังงานนิวเคลียร์ 4 เท่าภายใน 25 ปี

ทรัมป์ลงนามคำสั่งด่วน ผลักดันพลังงานนิวเคลียร์ 4 เท่าภายใน 25 ปี

24 พ.ค. 2568 09:02 น.

ทรัมป์ลงนามคำสั่งด่วน ผลักดันพลังงานนิวเคลียร์ 4 เท่าภายใน 25 ปี

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารหลายฉบับเพื่อเร่งการพัฒนาอุตสาหกรรมนิวเคลียร์ของสหรัฐฯ โดยมีเป้าหมายที่จะเพิ่มการผลิตพลังงานนิวเคลียร์ขึ้น 4 เท่าภายใน 25 ปี เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านเชื้อเพลิงนิวเคลียร์

วันที่ 23 พฤษภาคม 2568 เว็บไซต์ข่าววอชิงตัน โพสต์ รายงานว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารหลายฉบับ เพื่อเร่งการพัฒนาอุตสาหกรรมนิวเคลียร์ของสหรัฐฯ โดยมีเป้าหมายที่จะเพิ่มการผลิตพลังงานนิวเคลียร์ขึ้น 4 เท่าภายใน 25 ปีข้างหน้า

โดยระหว่างพิธีลงนามคำสั่งในห้องรูปไข่ ที่ทำเนียบขาว ทรัมป์กล่าวอย่างมั่นใจว่า พลังงานนิวเคลียร์คืออุตสาหกรรมร้อนแรง และถึงเวลาที่สหรัฐฯ จะทำให้มันยิ่งใหญ่

รายงานข่าวระบุว่า คำสั่งเหล่านี้รวมถึงการปรับโครงสร้างคณะกรรมการกำกับดูแลพลังงานนิวเคลียร์ เพื่อเร่งกระบวนการอนุมัติโครงการใหม่ภายใน 18 เดือน และการใช้พระราชบัญญัติการผลิตเพื่อการป้องกัน เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ 

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยและอดีตเจ้าหน้าที่คณะกรรมการกำกับดูแลพลังงานนิวเคลียร์ได้แสดงความกังวลว่า การเร่งรัดกระบวนการอาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยสาธารณะและความน่าเชื่อถือของอุตสาหกรรมในระยะยาว

ทางด้านนักวิเคราะห์มองว่า โอกาสที่สหรัฐฯ จะบรรลุเป้าหมายแทบเป็นไปไม่ได้ เพราะปัจจุบันสหรัฐฯ ยังไม่มีเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์รุ่นใหม่ที่เปิดใช้งานเชิงพาณิชย์แม้แต่เตาเดียว และในรอบเกือบ 50 ปี สหรัฐฯ เพิ่งสร้างเตาใหม่สำเร็จเพียง 2 เตาในรัฐจอร์เจีย ซึ่งทั้งสองเตานั้นก็ล่าช้าและงบบานถึง 17,000 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 6.2 แสนล้านบาท.

สงครามอวกาศมาแล้ว โกลเดน โดม VS โดรนยานแม่

สงครามอวกาศมาแล้ว โกลเดน โดม VS โดรนยานแม่

24 พ.ค. 2568 05:48 น.

สงครามอวกาศมาแล้ว โกลเดน โดม VS โดรนยานแม่

วันเสาร์สบายๆวันนี้ไปคุยเรื่อง “สงครามอวกาศ” กันนะครับ เรื่องในหนังที่กำลังจะกลายเป็นเรื่องจริง ประธานาธิบดีทรัมป์ เพิ่งประกาศที่ทำเนียบขาว วันอังคาร (20 พ.ค.) เปิดตัว “ระบบป้องกันขีปนาวุธแห่งอนาคต” มูลค่า 175,000 ล้านดอลลาร์ แต่สำนักงบประมาณรัฐสภาสหรัฐฯประเมินจะใช้งบสูงกว่า 542,000 ล้านดอลลาร์ใน 20 ปี ทรัมป์ตั้งชื่อระบบนี้ว่า “Golden Dome” เลียนแบบชื่อ Iron Dome ของอิสราเอล แต่มีขนาดใหญ่กว่า มาก ทรัมป์ยังประกาศแต่งตั้ง พลเอกไมเคิล เกตลีน  จากกองกำลังอวกาศสหรัฐฯ เป็นผู้รับผิดชอบโครงการนี้ ทรัมป์ได้เปรียบเทียบความยิ่งใหญ่ของโครงการ “โกลเดน โดม” ว่ายิ่งใหญ่ระดับ “โครงการแมนแฮตตัน” (Manhattan Project) ซึ่งเป็นโครงการลับพัฒนาและทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

ทรัมป์ ยังประกาศด้วยว่า “นี่เป็นวันที่ยิ่งใหญ่สำหรับอเมริกา การออกแบบโดมนี้จะผสานรวมกับระบบป้องกันประเทศที่เรามีอยู่ (เช่น NORAD ระบบป้องกันภัยอวกาศอเมริกาเหนือ) และน่าจะพร้อมใช้งานเต็มรูปแบบก่อนที่วาระของผมจะสิ้นสุดลง” วาระการดำรงตำแหน่งของทรัมป์จะสิ้นสุดลงในเดือนมกราคม 2029 อีก 3 ปีเศษ

ไปดูรายละเอียด โครงการ Golden Dome ของทรัมป์กันนะครับ ทรัมป์คุยว่า ระบบป้องกันขีปนาวุธ “โกลเดน โดม” จะประกอบไปด้วยเทคโนโลยีแห่งอนาคต ทั้งภาคพื้นดิน ทะเล และอวกาศ รวมทั้งระบบตรวจจับจากฐานทัพในอวกาศ และสามารถยิงสกัดกั้นการโจมตีได้ด้วย สามารถยิงสกัดกั้นขีปนาวุธที่ยิงมาจากอีกฟากหนึ่งของโลก หรือยิงมาจากอวกาศ ระบบสามารถสกัดกั้นอาวุธความเร็วเหนือเสียง และหัวรบแบบ Fobs (Fractional orbital bombardment systems) ซึ่งเป็นระบบขีปนาวุธที่ยิงขึ้นไปโคจรรอบโลกก่อนยิงลงสู่เป้าหมายบนโลก

คุณ Shashank Joshi บรรณาธิการข่าวด้านกลาโหมของอีโคโนมิสต์ วิเคราะห์ว่า ระบบการทำงานของ Golden Dome อาจต้องใช้ ดาวเทียมหลายพันดวงเพื่อตรวจจับสถานที่และขีปนาวุธของข้าศึก เพื่อใช้ฐานสกัดกั้นในอวกาศยิงขีปนาวุธของข้าศึก ฟังแล้วเหมือนหนังสงครามอวกาศเลย แต่เขาไม่เชื่อว่าโครงการนี้จะสำเร็จใน 3 ปีที่ทรัมป์อยู่ในตำแหน่ง  และโครงการนี้จะดูดงบประมาณกลาโหมสหรัฐฯอีกมหาศาลเลยทีเดียว

วันเดียวกันกับที่ ประธานาธิบดีทรัมป์ เปิดตัว Golden Dome ที่ทำเนียบขาว สถานีโทรทัศน์ CCTV จีน ก็เปิดตัว “อากาศยานไร้คนขับ จิ่วเทียน (Jiu Tian)” อาวุธใหม่ของจีนที่กำลังทดสอบช่วงสุดท้าย จะเสร็จสิ้นภารกิจเดือนมิถุนายนนี้ จิ่วเทียน เป็นโดรนขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้นมาเป็น “ยานแม่” หรือ “โดรนยานแม่” มีปีกยาว 25 เมตร ใช้เครื่องยนต์เจ็ทเทอร์โบแฟนเครื่องเดียว บินได้สูงถึง 15 กิโลเมตรเหนือพื้นโลก มีพิสัยการบินไกลถึง 7,000 กิโลเมตร เขี้ยวเล็บที่น่ากลัวของ “ยานแม่จิ่วเทียน” ก็คือ สามารถติดตั้ง “โดรนหรือขีปนาวุธ” ขนาดเล็กได้มากถึง 100 ลำ/ลูก และยังมี“โดรนกามิกาเซ่” ที่ยิงจาก 2 ช่องยิงข้างลำตัวโดรนเสริมอีกด้วย “โดรนยานแม่จิ่วเทียน” จะเป็น “ตัวเปลี่ยนเกม” (Game Changer) ในสงครามยุคใหม่เลยทีเดียว

ศักยภาพของโดรน “จิ่ว เทียน” เทียบได้กับโดรน MQ-9 Reaper และ RQ-4 Global Hawk ของสหรัฐฯเลขทีเดียว แต่ที่เหนือกว่าโดรนสหรัฐฯก็คือ โดรนแม่จิ่วเทียน มีฟังก์ชันที่สามารถปล่อยโดรนลูกได้ถึง 100 ลำ หรือยิงขีปนาวุธบนอวกาศได้ถึง 100 ลูก ซึ่งโดรนสหรัฐฯยังไม่มี

เมื่อปฏิบัติการรบ “โดรนจิ่วเทียน” จะปล่อย “โดรนตรวจการณ์” ออกไปก่อน เพื่อลาดตระเวน และตรวจสอบระบบอิเล็กทรอนิกส์ บินดูเหนือเป้าหมายก่อนปล่อยฝูงโดรนเข้าโจมตี ลดความเสี่ยงของเครื่องบินรบที่มีนักบิน นอกจากโดรนยานแม่จิ่วเทียนแล้ว จีนยังมี เครื่องบินทิ้งระเบิดล่องหนพิสัยไกลไร้คนขับ CH–5 ยานไร้คนขับติดตั้งเรดาร์พิสัยไกล WZ–9 Divine Eagle และ โดรนตรวจการณ์ WZ–7 ที่บินได้เร็วเหนือเสียง ดูศักยภาพการรบของกองทัพจีนในวันนี้แล้ว น่าจะไปไกลกว่าสหรัฐฯเยอะแล้ว.


“ลม เปลี่ยนทิศ”

คลิกอ่านคอลัมน์ “หมายเหตุประเทศไทย” เพิ่มเติม

ทรัมป์ขู่เก็บภาษีนำเข้า 50% จาก EU และ 25% กับ Apple หากไม่ผลิต iPhone ในสหรัฐ

ทรัมป์ขู่เก็บภาษีนำเข้า  50% จาก EU และ 25% กับ Apple หากไม่ผลิต iPhone ในสหรัฐ

24 พ.ค. 2568 04:37 น.

ทรัมป์ขู่เก็บภาษีนำเข้า 50% จาก EU และ 25% กับ Apple หากไม่ผลิต iPhone ในสหรัฐ

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศจะขึ้นภาษีนำเข้าจากยุโรป และสินค้าจาก Apple หากยังไม่ย้ายฐานการผลิตกลับประเทศ หวั่นเป็นการจุดชนวนสงครามการค้าอีกรอบ

วันที่ 24 พฤษภาคม 2568 นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้โพสต์ข้อความบน Truth Social ประกาศขู่จะเรียกเก็บภาษีนำเข้าสูงถึง 50% กับสินค้าทุกชนิดจากสหภาพยุโรป (EU) และ 25% กับผลิตภัณฑ์ของ Apple หากยังไม่มีการย้ายฐานการผลิต iPhone กลับมายังสหรัฐฯ

ผู้นำสหรัฐฯ ระบุว่า การเจรจากับอียูไม่มีความคืบหน้า พร้อมประกาศว่าได้เสนอให้เริ่มเก็บภาษี 50% กับ EU ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน ปีนี้ โดยยืนยันว่าจะไม่มีการเก็บภาษี หากสินค้าเหล่านั้นผลิตหรือประกอบภายในสหรัฐฯ

โดยนโยบายใหม่นี้ทำให้สินค้าจากกลุ่มพันธมิตรเก่าแก่ของสหรัฐฯ อย่าง EU ต้องเผชิญภาษีสูงกว่าสินค้าจากจีน ซึ่งเพิ่งถูกลดภาษีนำเข้าลงมาเหลือ 30% เพื่อเปิดทางสู่การเจรจาระหว่างสองประเทศ แม้ที่ผ่านมาทรัมป์จะอ้างว่านโยบายภาษีของเขาเป็นการกดดันจีนและหาทางเจรจาใหม่กับพันธมิตร แต่คำขู่ล่าสุดกลับสร้างความสับสนต่อกลยุทธ์ดังกล่าว เพราะ EU อาจตกอยู่ในสถานะเสียเปรียบกว่าจีน ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า กลยุทธ์ของ EU เองก็ล้มเหลวเช่นกัน

ทางด้านนายมาร์เซล ฟรัตเชอร์ นักเศรษฐศาสตร์เยอรมนี ให้ระบุว่า กลยุทธ์ของคณะกรรมาธิการยุโรปและเยอรมนีในความขัดแย้งทางการค้ากับทรัมป์นั้นล้มเหลวโดยสิ้นเชิง และเป็นความล้มเหลวที่ทุกคนมองออกตั้งแต่ต้น ซึ่งทรัมป์มองเห็นความลังเลและการประนีประนอมของยุโรปเป็นจุดอ่อน

ขณะที่ก่อนหน้านี้ EU ได้พยายามเสนอให้ยกเลิกภาษีนำเข้าทั้งหมดแบบค่อยเป็นค่อยไป แต่ทรัมป์ยังคงยืนกรานเก็บภาษี 10% เป็นฐานกับสินค้าส่วนใหญ่ ก่อนนำมาสู่การตัดสินใจยกระดับความตึงเครียดในครั้งนี้ ซึ่งหากมีการเก็บภาษีตามประกาศจริง อาจส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานและราคาสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ในสหรัฐฯ รวมถึงความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างสหรัฐฯ กับยุโรปในระยะยาว.

รัสเซีย-ยูเครน แลกเปลี่ยนเชลยศึกฝ่ายละ 390 คน หลังบรรลุข้อตกลงจากการเจรจาโดยตรงครั้งแรกในรอบ 2 ปี

รัสเซีย-ยูเครน แลกเปลี่ยนเชลยศึกฝ่ายละ 390 คน หลังบรรลุข้อตกลงจากการเจรจาโดยตรงครั้งแรกในรอบ 2 ปี

23 พ.ค. 2568 23:53 น.

รัสเซีย-ยูเครน แลกเปลี่ยนเชลยศึกฝ่ายละ 390 คน หลังบรรลุข้อตกลงจากการเจรจาโดยตรงครั้งแรกในรอบ 2 ปี

รัสเซีย-ยูเครน แลกเปลี่ยนเชลยศึกครั้งใหญ่สุดนับแต่สงคราม 2022 แต่ละฝ่ายได้กลับบ้านรวม 780 ชีวิต หลังบรรลุข้อตกลงจากการเจรจาโดยตรงครั้งแรกในรอบ 2 ปี แม้ยังไร้ความคืบหน้าเรื่องหยุดยิง

วันที่ 22 พฤษภาคม 2568 สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น รายงานว่ารัสเซียและยูเครนได้ดำเนินการแลกเปลี่ยนตัวเชลยสงครามครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่รัสเซียเริ่มการรุกรานยูเครนอย่างเต็มรูปแบบในปี 2565 โดยแต่ละฝ่ายส่งกลับเชลยรวม 390 คน แบ่งเป็นทหาร 270 นาย และพลเรือน 120 คน

การแลกเปลี่ยนเชลยสงครามครั้งนี้เกิดขึ้นบริเวณชายแดนยูเครนกับเบลารุส และถือเป็นผลลัพธ์จากการเจรจาโดยตรงที่นครอิสตันบูล ของตุรกี เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

ทางด้านโฆษกกระทรวงกลาโหมรัสเซียระบุว่า แม้ก่อนหน้านี้จะมีการแลกเปลี่ยนตัวนักโทษขนาดเล็กหลายครั้ง แต่ครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกที่มีพลเรือนจำนวนมากรวมอยู่ด้วย โดยในกลุ่มเชลยมีทั้งผู้ที่ถูกยูเครนจับกุมในระหว่างการสู้รบล่าสุดบริเวณแคว้นคูร์สค์ ใกล้ชายแดนรัสเซีย และผู้ถูกคุมขังมาตั้งแต่ปี 2565

ด้านนายวลาดิเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน กล่าวผ่านโซเชียลมีเดียว่า กำลังพาชาวยูเครนกลับบ้าน” และยืนยันว่าทางการกำลังตรวจสอบข้อมูลของผู้ที่ได้รับการปล่อยตัวทุกคนอย่างละเอียด โดยศูนย์ประสานงานเชลยศึกของยูเครนระบุว่า เชลยที่ได้รับการปล่อยตัวครั้งนี้เป็นทหารที่ต่อสู้อยู่ในหลายพื้นที่ตั้งแต่เคียฟ เชอร์นีฮิฟ ซูมี ไปจนถึงแนวรบหลักอย่างโดเนตสค์ คาร์คิฟ และเคอร์ซอน.

อ.ต.ก.เปิดตลาดเกษตรไทยในฟิลิปปินส์ เสริมแกร่งสินค้าเกษตรมูลค่าสูงสู่เวทีโลก

อ.ต.ก.เปิดตลาดเกษตรไทยในฟิลิปปินส์ เสริมแกร่งสินค้าเกษตรมูลค่าสูงสู่เวทีโลก

อ.ต.ก.เปิดตลาดเกษตรไทยในฟิลิปปินส์ เสริมแกร่งสินค้าเกษตรมูลค่าสูงสู่เวทีโลก

วันเสาร์ ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 13.51 น.

องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดตัวกิจกรรมภายใต้โครงการ “ส่งเสริมตลาดสินค้าเกษตรเมืองร้อนมูลค่าสูงสู่ตลาดโลก (Thailand Intertrade)” ผ่านการเข้าร่วมงานแสดงสินค้า IFEX Connect 2025 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 22–24 พฤษภาคม 2568 ณ World Trade Center Metro Manila กรุงมะนิลา สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ โดยนับเป็นครั้งแรกที่ อ.ต.ก. ขยายกิจกรรมเชิงรุกสู่ตลาดฟิลิปปินส์อย่างเป็นรูปธรรม

นายปณิธาน มีไชยโย ผู้อำนวยการองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) เปิดเผยว่า การเข้าร่วมงานในครั้งนี้มีเป้าหมายหลักในการเปิดตลาดสินค้าเกษตรมูลค่าสูงของไทยไปยังตลาดต่างประเทศอย่างยั่งยืน โดยฟิลิปปินส์ถือเป็นตลาดศักยภาพในภูมิภาคอาเซียนที่มีความต้องการบริโภคสินค้าเกษตรคุณภาพสูงจากไทยอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังเป็นจุดเชื่อมโยงสำคัญในการขยายสู่ตลาดภูมิภาคโดยรอบ

“การเปิดตัวในวันแรกได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากผู้เข้าร่วมงาน สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคชาวฟิลิปปินส์ที่มีต่อสินค้าเกษตรไทย ซึ่งในครั้งนี้ อ.ต.ก. ได้คัดสรรสินค้าเกษตรคุณภาพสูงมาร่วมจัดแสดง อาทิ ข้าวหอมมะลิ ข้าวเหนียว ข้าวกล้อง มะพร้าวอบกรอบ ทุเรียนและมังคุดแบบ Freeze Dried รวมถึงผลไม้แปรรูปแบบ Soft Dried อย่างสับปะรด ฝรั่ง ขนุน มะม่วง และกระเจี๊ยบแดง ซึ่งล้วนได้รับความสนใจจากผู้บริโภคในท้องถิ่นเป็นอย่างมาก และในวันแรกสามารถเจรจาคู่ค้าได้ถึง 15 คู่ค้า ที่สนใจในสินค้าเกษตรของเรา” นายปณิธานกล่าว

นอกจากการนำเสนอผลิตภัณฑ์เกษตรไทยแล้ว ภายในงานยังมีการจัดกิจกรรมส่งเสริมวัฒนธรรมไทย เพื่อสร้างประสบการณ์ด้านวัฒนธรรมควบคู่กับการส่งเสริมภาพลักษณ์สินค้าเกษตรไทยในมิติใหม่ ช่วยเพิ่มความน่าสนใจและสร้างความประทับใจให้กับผู้เข้าชมงาน การจัดงาน IFEX Connect 2025 ในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญของการพัฒนาเชิงกลยุทธ์ในการขยายตลาดสินค้าเกษตรไทยสู่สากล ซึ่งไม่เพียงแต่สร้างการรับรู้ในระดับนานาชาติ แต่ยังช่วยเสริมสร้างโอกาสใหม่ทางเศรษฐกิจให้แก่เกษตรกรไทย สู่การมีรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว

สำหรับงาน IFEX Connect 2025  นับเป็นหมุดหมายสำคัญของ อ.ต.ก. ในการสร้างเครือข่ายการค้าสินค้าเกษตรในระดับภูมิภาคและระดับโลกอย่างเป็นระบบ โดยเน้นการขับเคลื่อนผ่านความร่วมมือทั้งภาครัฐและเอกชน ตลอดจนการส่งเสริมภาพลักษณ์สินค้าเกษตรไทยให้เป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติ ซึ่ง อ.ต.ก. จะยังคงดำเนินภารกิจนี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อผลักดันให้สินค้าเกษตรไทยมีความแข็งแกร่งในตลาดโลก และเป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ

-(016)

กรมวิชาการเกษตร เผย’นฤมล’สั่งระงับน้ำยางข้นนำเข้าจากต่างประเทศแล้ว

กรมวิชาการเกษตร เผย'นฤมล'สั่งระงับน้ำยางข้นนำเข้าจากต่างประเทศแล้ว

กรมวิชาการเกษตร เผย’นฤมล’สั่งระงับน้ำยางข้นนำเข้าจากต่างประเทศแล้ว

วันศุกร์ ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 17.44 น.

กรมวิชาการเกษตร เผย’นฤมล’สั่งระงับน้ำยางข้นนำเข้าจากต่างประเทศแล้วทันที ด้าน’สมาพันธ์สวนยาง’ชม ทำงานรวดเร็ว ขอบคุณที่ให้ความเป็นธรรมกับเกษตรกร 1.7 ล้านคน

เมื่อวันที่ 23 พ.ค.2568 นายธรรมรัตน์ ทองมี ผู้อำนวยการกองการยาง กรมวิชาการเกษตร เปิดเผยถึงกรณีที่สมาพันธ์สวนยางฯ ได้ส่งจดหมายเปิดผนึกเพื่อสอบถามถึงสาเหตุที่กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อนุญาตให้นำเข้ายางธรรมชาติ น้ำยางข้นสูตรเฉพาะจากต่างประเทศว่า ศ.ดร นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มีคำสั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประชุมเพื่อตรวจสอบในเรื่องดังกล่าวจนได้ข้อสรุปว่า สถานการณ์ราคายางตกต่ำเนื่องจากผลกระทบจากมาตรการการเก็บภาษีของสหรัฐอเมริกา กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ดำเนินการตามนโยบายที่จะดำเนินการแก้ไขปัญหาราคายางอย่างต่อเนื่อง โดยการบังคับใช้พระราชบัญญัติควบคุมยาง พ.ศ. 2542 ให้มีประสิทธิภาพ

“กระทรวงเกษตรฯได้ขอความร่วมมือผู้ประกอบการชะลอการนำเข้าน้ำยางข้นที่มีคุณภาพเทียบเท่าและเป็นไปตามมาตฐานยางที่ประเทศไทยสามารถผลิตได้เข้ามาในราชอาณาจักรไทยตามมาตรา 26 แห่งพระราชบัญญัติควบคุมยาง พ.ศ.2542 เพื่อช่วยรักษาเสถียรภาพราคายางและลดผลกระทบต่อเกษตรกรในประเทศ ซึ่งเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาได้มีดำเนินการชี้แจงกับผู้ประกอบการให้ทราบถึงข้อเท็จจริงเรียบร้อยแล้ว และจะมีหนังสือแจ้งเวียนถึงผู้ประกอบการอย่างเป็นทางการด้วย“นายธรรมรัตน์ กล่าว

ด้านดร.อุทัย สอนหลักทรัพย์ นายกสมาคมสหพันธ์ชาวสวนยางแห่งประเทศไทย  กล่าวว่า ทางกลุ่มเกษตรกรสวนยางต้องขอบคุณ ศ.ดร นฤมล ที่ทำงานแก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็ว และได้ให้ความเป็นธรรมแก่เกษตรกรไทย 1.7 ล้านคน

62 ปีกรมพัฒนาที่ดินมุ่งขับเคลื่อนการเกษตรไทย

62 ปีกรมพัฒนาที่ดินมุ่งขับเคลื่อนการเกษตรไทย

62 ปีกรมพัฒนาที่ดินมุ่งขับเคลื่อนการเกษตรไทย

วันศุกร์ ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 17.34 น.

ครบรอบ 62 ปี กรมพัฒนาที่ดิน จัดยิ่งใหญ่ เปิดบ้าน โชว์นวัตกรรม “ดิน” ขับเคลื่อนเกษตรไทยสู่ความยั่งยืน พร้อมเปิดตัว “พด. 16 นวัตกรรมการใช้จุลินทรีย์ควบคุมไส้เดือนฝอยรากปม” ช่วยเกษตรกรลดต้นทุน ลดการใช้สารเคมีและส่งเสริมการเกษตรปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อม

วันนี้ (23 พ.ค.) นายอัครา พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีเปิดงานวันสถาปนากรมพัฒนาที่ดิน ครบรอบ 62 ปี จัดขึ้นในหัวข้อ “ดินนำ น้ำตาม สู่ความยั่งยืนเกษตรไทย” โดยมี นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หน่วยงานเครือข่ายด้านการพัฒนาที่ดิน เจ้าหน้าที่กรมพัฒนาที่ดิน ทั้งในส่วนกลางและภูมิภาค หมอดินอาสา และประชาชนทั่วไป เข้าร่วม ณ กรมพัฒนาที่ดิน ถนนพหลโยธิน เขตจตุจักร กรุงเทพฯ โอกาสนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ให้เกียรติมอบโล่รางวัลเชิดชูเกียรติข้าราชการพลเรือนดีเด่น ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 และรางวัลหมอดินอาสาดีเด่น พร้อมเยี่ยมชมนิทรรศการผลสำเร็จการดำเนินภารกิจของกรมพัฒนาที่ดิน เทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการพัฒนาที่ดิน พบปะเกษตรกร และหมอดินอาสาที่มาร่วมจัดแสดงผลผลิตทางการเกษตร

นายอัครา กล่าวว่า ขอแสดงความยินดีกับความสำเร็จและความเจริญก้าวหน้าของกรมพัฒนาที่ดิน เนื่องในวันสถาปนา ครบรอบ 62 ปี กรมพัฒนาที่ดิน เป็นหน่วยงานหนึ่งในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มีบทบาทสำคัญในการบริหารจัดการที่ดินและพัฒนาฟื้นฟูปรับปรุงบำรุงดิน เพื่อให้เกษตรกรสามารถใช้ประโยชน์ที่ดินได้อย่างเหมาะสมยั่งยืน เพิ่มพื้นที่ดินดีตามศักยภาพของที่ดินและเชิงลุ่มน้ำ การพัฒนาที่ดินด้วยระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ การจัดการดินและปุ๋ยให้เหมาะสมกับพืช เพื่อลดต้นทุนการผลิต รวมทั้งการส่งเสริมเกษตรกรรมยั่งยืนตามศาสตร์พระราชา โดยมีเครือข่ายหมอดินอาสาเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนงาน และส่งเสริมให้เกษตรกร มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สร้างโอกาส สร้างรายได้ และสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน ส่งเสริมการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ ป้องกันบรรเทาภัยอันเกิดจากภาวะโลกร้อน เสริมสร้างการมีส่วนร่วมในกระบวนการพัฒนาและจัดการที่ดิน เพื่อขับเคลื่อนทรัพยากรเกษตรยั่งยืน รองรับเกษตรสมัยใหม่ และสินค้าเกษตรมูลค่าสูง ด้วยองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม

ด้าน ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน กล่าวว่า กรมพัฒนาที่ดิน มีภารกิจหลักในการวางแผนและพัฒนาทรัพยากรดินให้อุดมสมบูรณ์ เพื่อเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร และให้มีการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างยั่งยืน ด้วยวิสัยทัศน์ “เป็นองค์การอัจฉริยะทางดิน ขับเคลื่อนการใช้ที่ดินอย่างเหมาะสม 15 ล้านไร่ ภายในปี 2570” โดยในปี 2568 กรมพัฒนาที่ดินได้กำหนดทิศทางการพัฒนาที่สำคัญ ได้แก่ การพัฒนาสู่เกษตรทันสมัยด้วยเทคโนโลยีด้านการเกษตร การยกระดับการบริหารจัดการน้ำ การฟื้นฟูทรัพยากรดินและรักษาสมดุลของระบบนิเวศการส่งเสริมเศรษฐกิจสีเขียว การรับมือกับภัยธรรมชาติ และการพัฒนาระบบราชการดิจิทัล โดยตลอดระยะเวลา 62 ปี และปีต่อ ๆ ไป กรมพัฒนาที่ดินจะมุ่งมั่นและร่วมมือการทำงานเพื่อเกษตรกร โดยบูรณาการร่วมกับหน่วยงานภายในสังกัดฯ ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคีเครือข่าย เพื่อขับเคลื่อนภาคการเกษตร ด้วยการบริหารจัดการดินและน้ำ ที่สอดคล้องตามนโยบายรัฐบาลและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์และแผนพัฒนาระดับต่าง ๆ ในแต่ละห้วงเวลา เพื่อให้เกษตรกรใช้ประโยชน์ที่ดินได้อย่างเหมาะสมยั่งยืน มีอาชีพและรายได้ที่มั่นคง สร้างความมั่งคั่งทางอาหาร และรักษาสมดุลของระบบนิเวศไปพร้อมกัน

สำหรับกิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย พิธีสมโภชพระศรีปฐพีพัฒนมุณี พิธีสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ พิธีสงฆ์ พิธีเปิดงาน พิธีมอบรางวัลเชิดชูเกียรติแก่หน่วยงาน ข้าราชการ และหมอดินอาสาดีเด่น การจัดนิทรรศการ “6 ทศวรรษ กรมพัฒนาที่ดิน” นิทรรศการแบบจำลองการจัดการทรัพยากรดิน การเปิดตัว “พด.16 แบคทีเรียควบคุมไส้เดือนฝอยรากปม” และผลสำเร็จการดำเนินภารกิจของกรมพัฒนาที่ดิน กิจกรรม Kick off ขับเคลื่อนวันดินโลก ปี 2568 ในหัวข้อ “Healthy Soil for Healthy Cities” ซึ่งกรมพัฒนาที่ดิน กำหนดจัดงานวันดินโลกปี 2568 ระหว่างวันที่ 5 – 9 ธันวาคม ณ กรมพัฒนาที่ดิน เขตจตุจักร กรุงเทพฯ กิจกรรม HR Open house และกิจกรรม KPI พัฒนาความรู้ รวมทั้งการจำหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร จากหมอดินอาสา และเกษตรกรทุกภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วประเทศ

015

‘นฤมล’เผย’มหกรรมพืชสวนโลก’ จ.อุดรธานี เงินสะพัดกว่า 3.2 หมื่นล้าน มั่นใจเสร็จทันตามเวลา

'นฤมล'เผย'มหกรรมพืชสวนโลก' จ.อุดรธานี เงินสะพัดกว่า 3.2 หมื่นล้าน มั่นใจเสร็จทันตามเวลา

‘นฤมล’เผย’มหกรรมพืชสวนโลก’ จ.อุดรธานี เงินสะพัดกว่า 3.2 หมื่นล้าน มั่นใจเสร็จทันตามเวลา

วันศุกร์ ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 15.33 น.

‘นฤมล’เผย’มหกรรมพืชสวนโลก’ จ.อุดรธานี เงินสะพัดกว่า 3.2 หมื่นล้าน มั่นใจเสร็จทันตามเวลา พร้อมเชิญ ปชช.ร่วมเป็นเจ้าภาพต้อนรับ นทท.จากทั่วโลก 
 
เมื่อวันที่ 23 พ.ค.2568 เวลา 09.00 น.ศ.ดร นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า งานมหกรรมพืชสวนโลก ที่จังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569 ถือว่า เป็นงานระดับโลกที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยมุ่งเน้นการมีส่วนร่วมกับประชาชนในท้องถิ่นให้มีบทบาทร่วมคิด ร่วมสร้าง ซึ่งจะเป็นการปลูกฝังความภาคภูมิใจและการเป็นเจ้าภาพร่วมกันได้เป็นอย่างดี ในส่วนของผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้นในช่วงการจัดงาน 134 วันนั้น คาดว่าจะมีจำนวนผู้เข้าร่วมงานกว่า 3.6 ล้านคน ทำให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) เพิ่มขึ้นและมีกระแสเงินสดหมุนเวียนเข้าสู่ประเทศกว่า 32,000 ล้านบาทจากการขยายตัวของนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาร่วมงาน ก่อให้เกิดการกระตุ้นการใช้จ่าย รวมถึงการใช้จ่ายเงินของภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง 

นอกจากนี้ อัตราการจ้างงานระหว่างการจัดงานก็จะเพิ่มขึ้นประมาณ 81,000 ตำแหน่ง ซึ้งการจ้างงานดังกล่าวเกิดจากการขยายตัวจากกิจกรรมหรือธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการจัดงาน กิจกรรมด้านการท่องเที่ยว และกิจกรรมทางเศรษฐกิจอื่นๆ อันจะส่งผลดี เป็นการป้องกันการไหลออกของแรงงานท้องถิ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการกำหนดให้ทุกประเทศที่จะมาจัดแสดงจะต้องจ้างแรงงานท้องถิ่นในการจัดทำสวนเท่านั้น

ศ.ดร นฤมล กล่าวต่อว่า กระทรวงเกษตรฯได้กำชับและให้แนวทางกับทุกหน่วยงานในการสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจกับความยั่งยืนของทรัพยากรธรรมชาติ โดยการจัดงานดังกล่าวอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ หรือ AIPH ซึ่งให้ความสำคัญกับแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืน มีการกำหนดให้มีการศึกษาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ และการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังส่งเสริมการสร้างความตระหนักรู้ในเรื่องสิ่งแวดล้อมให้แก่ประชาชนและผู้เข้าร่วมงานอย่างทั่วถึง โดยงานยังเปิดโอกาสให้ประเทศต่าง ๆ ได้นำเสนอวิถีการใช้ชีวิตกับพืชพรรณ และสายน้ำ การอยู่ร่วมกัน อาศัยพึ่งพากันระหว่างคนกับธรรมชาติ ส่งเสริมให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และการพัฒนาต่อยอด ซึ่งไม่จำกัดอยู่แค่ในด้านพืชสวนเท่านั้น แต่รวมไปถึงการพัฒนาคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนอีกด้วย
 
ทั้งนี้ ศ.ดร นฤมล เปิดเผยว่า ตนได้รับรายงานด้านความคืบหน้าการก่อสร้างอาคาร ระบบสาธารณูปโภค และงานภูมิสถาปัตย์ จากกรมวิชาการเกษตรว่าได้ส่งมอบพื้นที่ให้แก่ผู้รับจ้างก่อสร้างเข้าพื้นที่เพื่อดำเนินการก่อสร้างฯ แล้ว และมั่นใจว่าจะสามารถดำเนินการก่อสร้างอาคาร ระบบสาธารณูปโภค และงานภูมิสถาปัตย์ แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนดเพื่อให้ทันเปิดงานในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ได้อย่างแน่นอน 

“มหกรรมพืชสวนโลก จ.อุดรธานี พ.ศ. 2569 ไม่เพียงเป็นการแสดงศักยภาพของประเทศไทยในการเป็นเจ้าภาพงานระดับโลกเท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน เสริมสร้างทักษะ เปิดโอกาสทางเศรษฐกิจ และสร้างการมีส่วนร่วมในทุกระดับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมวิชาการเกษตร ร่วมกับ จังหวัดอุดรธานี และ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (สสปน.) จึงขอเชิญประชาชนร่วมเป็นเจ้าภาพต้อนรับผู้มาเยือนจากทั่วโลก พร้อมนำเสนออัตลักษณ์ของไทยสู่เวทีนานาชาติ ระหว่างวันที่ 1 พ.ย.69 – 14 มี.ค.70 ณ พื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด ตำบลกุดสระ อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี“ศ.ดร นฤมล กล่าว

ทั้งนี้ งานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569 จัดขึ้นภายใต้แนวความคิด Diversity of Life: Connecting People, Water and Plants for Sustainable Living ที่สื่อถึงความหลากหลายแห่งสรรพชีวิต สายสัมพันธ์แห่งผู้คน สายน้ำ และพืชพรรณสู่การดำรงชีวิตที่ยั่งยืน โดยมีการออกแบบแผนแม่บทของโครงการให้สอดคล้องกับลักษณะทางกายภาพของพื้นที่จัดงานของจังหวัดอุดรธานีซึ่งเป็นการจัดงานบนพื้นที่ชุ่มน้ำ (Wetland) ครั้งแรกของโลก โดยมุ่งเน้นการวาง Roadmap ควบคู่ไปกับแผนการพัฒนาจังหวัดอุดรธานี โดยได้ตั้งเป้าหมายเพื่อการส่งเสริมและพัฒนาท้องถิ่นไทยน่าอยู่อย่างยั่งยืนสู่สังคมสีเขียว สอดรับกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน

กรมพัฒนาที่ดิน ครบรอบ 62 ปี โชว์นวัตกรรม ‘ดิน’ ขับเคลื่อนเกษตรไทยสู่ความยั่งยืน

กรมพัฒนาที่ดิน ครบรอบ 62 ปี โชว์นวัตกรรม ‘ดิน’ ขับเคลื่อนเกษตรไทยสู่ความยั่งยืน

กรมพัฒนาที่ดิน ครบรอบ 62 ปี โชว์นวัตกรรม ‘ดิน’ ขับเคลื่อนเกษตรไทยสู่ความยั่งยืน

วันศุกร์ ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 15.14 น.

23 พฤษภาคม วันสถาปนาครบรอบ 62 ปี กรมพัฒนาที่ดิน จัดยิ่งใหญ่ เปิดบ้าน โชว์นวัตกรรม “ดิน” ขับเคลื่อนเกษตรไทยสู่ความยั่งยืน พร้อมเปิดตัว “พด. 16 นวัตกรรมการใช้จุลินทรีย์ควบคุมไส้เดือนฝอยรากปม” ช่วยเกษตรกรลดต้นทุน ลดการใช้สารเคมีและส่งเสริมการเกษตรปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อม

23 พฤษภาคม พ.ศ. 2568 นายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีเปิดงานวันสถาปนากรมพัฒนาที่ดิน ครบรอบ 62 ปี จัดขึ้นในหัวข้อ “ดินนำ น้ำตาม สู่ความยั่งยืนเกษตรไทย” โดยมีคณะผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หน่วยงานเครือข่ายด้านการพัฒนาที่ดิน เจ้าหน้าที่กรมพัฒนาที่ดิน ทั้งในส่วนกลางและภูมิภาค หมอดินอาสา และประชาชนทั่วไป เข้าร่วมงานกว่า 2,500 คน ณ กรมพัฒนาที่ดิน ถนนพหลโยธิน เขตจตุจักร กรุงเทพฯ

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ขอแสดงความยินดี ในความสำเร็จและความเจริญก้าวหน้า ของกรมพัฒนาที่ดิน เนื่องในวันสถาปนา ครบรอบ 62 ปี กรมพัฒนาที่ดิน เป็นหน่วยงานหนึ่ง ในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มีบทบาทสำคัญยิ่ง ในการบริหารจัดการที่ดิน และพัฒนาฟื้นฟูปรับปรุงบำรุงดิน เพื่อให้เกษตรกรสามารถใช้ประโยชน์ที่ดินได้อย่างเหมาะสมยั่งยืน เพิ่มพื้นที่ดินดีตามศักยภาพของที่ดินและเชิงลุ่มน้ำ การพัฒนาที่ดินด้วยระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ การจัดการดินและปุ๋ยให้เหมาะสมกับพืช เพื่อลดต้นทุนการผลิต รวมทั้งการส่งเสริมเกษตรกรรมยั่งยืนตามศาสตร์พระราชา โดยมีเครือข่ายหมอดินอาสาเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนงาน และส่งเสริมให้เกษตรกร มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สร้างโอกาส สร้างรายได้ และสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน ส่งเสริมการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ ป้องกันบรรเทาภัยอันเกิดจากภาวะโลกร้อน เสริมสร้างการมีส่วนร่วมในกระบวนการพัฒนาและจัดการที่ดิน เพื่อขับเคลื่อนทรัพยากรเกษตรยั่งยืน รองรับเกษตรสมัยใหม่ และสินค้าเกษตรมูลค่าสูง ด้วยองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม โอกาสนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ให้เกียรติมอบโล่รางวัลเชิดชูเกียรติข้าราชการพลเรือนดีเด่น ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 และรางวัลหมอดินอาสาดีเด่น พร้อมเยี่ยมชมนิทรรศการผลสำเร็จการดำเนินภารกิจของกรมพัฒนาที่ดิน เทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการพัฒนาที่ดิน พบปะเกษตรกร และหมอดินอาสาที่มาร่วมจัดแสดงผลผลิตทางการเกษตร

​ด้าน ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน กล่าวว่า กรมพัฒนาที่ดิน มีภารกิจหลัก ในการวางแผนและพัฒนาทรัพยากรดินให้อุดมสมบูรณ์ เพื่อเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร และให้มีการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างยั่งยืน ด้วยวิสัยทัศน์ “เป็นองค์การอัจฉริยะทางดิน ขับเคลื่อนการใช้ที่ดินอย่างเหมาะสม 15 ล้านไร่ ภายในปี 2570” โดยในปี 2568 กรมพัฒนาที่ดิน ได้กำหนดทิศทางการพัฒนาที่สำคัญ ได้แก่ การพัฒนาสู่เกษตรทันสมัยด้วยเทคโนโลยีด้านการเกษตร การยกระดับการบริหารจัดการน้ำ การฟื้นฟูทรัพยากรดินและรักษาสมดุลของระบบนิเวศการส่งเสริมเศรษฐกิจสีเขียว การรับมือกับภัยธรรมชาติ และการพัฒนาระบบราชการดิจิทัล

​สำหรับงานวันสถาปนาครบรอบ 62 ปี มีกิจกรรมประกอบด้วย พิธีสมโภชพระศรีปฐพีพัฒนมุณี พิธีสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ พิธีสงฆ์ พิธีเปิดงาน พิธีมอบรางวัลเชิดชูเกียรติแก่หน่วยงาน ข้าราชการ และหมอดินอาสาดีเด่น การจัดนิทรรศการ “6 ทศวรรษ กรมพัฒนาที่ดิน” นิทรรศการแบบจำลองการจัดการทรัพยากรดิน การเปิดตัว “พด.16 แบคทีเรียควบคุมไส้เดือนฝอยรากปม” และผลสำเร็จการดำเนินภารกิจของกรมพัฒนาที่ดิน กิจกรรม HR Open house  และกิจกรรม KPI พัฒนาความรู้ รวมทั้งการจำหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร จากหมอดินอาสา และเกษตรกรทุกภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วประเทศ

​ตลอดระยะเวลา 62 ปี และปีต่อ ๆ ไป กรมพัฒนาที่ดิน จะมุ่งมั่นและร่วมมือการทำงานเพื่อเกษตรกร โดยบูรณาการร่วมกับหน่วยงานภายในสังกัดฯ ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคีเครือข่าย เพื่อขับเคลื่อนภาคการเกษตร ด้วยการบริหารจัดการดินและน้ำ ที่สอดคล้องตามนโยบายรัฐบาลและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์และแผนพัฒนาระดับต่าง ๆ ในแต่ละห้วงเวลา เพื่อให้เกษตรกรใช้ประโยชน์ที่ดินได้อย่างเหมาะสมยั่งยืน มีอาชีพและรายได้ที่มั่นคง สร้างความมั่งคั่งทางอาหาร และรักษาสมดุลของระบบนิเวศไปพร้อมกัน

-(016)

แถลงข่าวนิทรรศการพิเศษ ภาพถ่ายจากฟิล์มกระจก ชุด “หอพระสมุดวชิรญาณ” ครั้งที่ 3

แถลงข่าวนิทรรศการพิเศษ ภาพถ่ายจากฟิล์มกระจก ชุด “หอพระสมุดวชิรญาณ” ครั้งที่ 3

แถลงข่าวนิทรรศการพิเศษ ภาพถ่ายจากฟิล์มกระจก ชุด “หอพระสมุดวชิรญาณ” ครั้งที่ 3

วันเสาร์ ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

พนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร,ท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน ,นิติกร กรัยวิเชียร ผอ.โครงการส่งเสริมศิลปวัฒน ธรรม บมจ.ไทยเบฟเวอเรจ แถลงข่าวนิทรรศการพิเศษ ภาพถ่ายจากฟิล์มกระจก ชุด “หอพระสมุดวชิรญาณ” ครั้งที่ 3 ในชื่อนิทรรศการ “Glass Plate Negatives: Circles of Centres” โดยมี สำรวย นักการเรียน ,รัชนก โคจรานนท์ ,วิรัช เมฆสัมพันธ์ และ กฤตติกา ทนุกูลเกียรติ ร่วมภายในงาน ณ พระที่นั่งอิศราวินิจฉัย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร