ไทยเบฟฉลอง 50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย – จีน สนับสนุนการแข่งขันวอลเลย์บอลหญิงคู่พิเศษ

ไทยเบฟฉลอง 50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย – จีน  สนับสนุนการแข่งขันวอลเลย์บอลหญิงคู่พิเศษ

ไทยเบฟฉลอง 50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย – จีน สนับสนุนการแข่งขันวอลเลย์บอลหญิงคู่พิเศษ

วันเสาร์ ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) สนับสนุนการแข่งขันวอลเลย์บอลหญิงคู่พิเศษระหว่าง ทีมสาธารณรัประชาชนจีน กับ ทีมชาติไทย เพื่อร่วมเฉลิมฉลองในวาระครบรอบ 50 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย – จีน  โดยมี ฐาปน สิริวัฒนภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วย สรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา สมพร ใช้บางยาง นายกสมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย มร.หยาง เสี่ยวหลง ที่ปรึกษาแผนกวัฒนธรรม สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ร่วมด้วยคณะผู้บริหาร นำโดย ธารทิพย์ ศิรินุพงศ์, นันทิกา นิลวรสกุล, ภาวินี ไชยสิทธิ และ แพทริค หอรัตนชัย ร่วมเป็นเกียรติ ณ อินดอร์ สเตเดียม หัวหมาก

ฐาปน สิริวัฒนภักดี กล่าวถึงการสนับสนุนการแข่งขันวอลเล่ย์บอลนัดประวัติศาสตร์ครั้งนี้ว่า บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) มีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการจัดการแข่งขันวอลเล่ย์บอลหญิงคู่พิเศษ เนื่องในวาระครบรอบ 50 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน ที่ผูกพันแน่นแฟ้นมาอย่างยาวนาน ผ่านการแลกเปลี่ยน ด้านเศรษฐกิจการค้า ด้านศิลปวัฒนธรรม รวมถึงด้านการกีฬา  ไทยเบฟ ได้ให้การสนับสนุนกีฬาวอลเล่ย์บอลอย่างยาวนานกว่า 30 ปี ทั้งนี้ เพื่อต้องการส่งเสริม และผลักดัน นักกีฬาของไทยให้มีศักยภาพพร้อมแข่งขันบนเวทีระดับสากล ตลอดจนการสร้างรากฐานแนวคิด “Sportsmanship” ในนิยามว่า “มากกว่ากีฬา คือน้ำใจนักกีฬา” ให้แก่นักกีฬา และเยาวชนไทย  และหลังเสร็จสิ้นการแข่งขันคู่พิเศษในวันนี้ นักกีฬาจากทั้งสองประเทศ มีกำหนดแข่งขันในรายการวอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์โลก ซึ่งเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของวอลเลย์บอลไทย ที่ได้รับเกียรติจากสหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติ (FIVB) ให้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันที่ได้จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 22 สิงหาคม ถึงวันที่ 7 กันยายน นี้ และขอชวนคนไทยทุกคนร่วมส่งกำลังใจให้กับนักกีฬาทั้งสองประเทศในการแข่งขันครั้งนี้

มูลนิธิ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ จัด BAB Talk ‘คิดถึงมณเฑียร บุญมา’

มูลนิธิ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่  จัด BAB Talk ‘คิดถึงมณเฑียร บุญมา’

มูลนิธิ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ จัด BAB Talk ‘คิดถึงมณเฑียร บุญมา’

วันเสาร์ ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

มูลนิธิ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ ร่วมกับ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) จัดกิจกรรม BAB Talk หนึ่งในกิจกรรมภายใต้ เทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติบางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ ในหัวข้อ “คิดถึงมณเฑียร บุญมา” โดย ศาสตราจารย์ ดร.อภินันท์ โปษยานนท์ ประธานอำนวยการ และผู้อำนวยการศิลป์ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ จอช แฮร์ริส ศิลปินและผู้เชี่ยวชาญด้านพิพิธภัณฑ์ อภิสิทธิ์ หนองบัว ศิษย์และผู้ช่วยของ มณเฑียร บุญมา  ศ .กมล เผ่าสวัสดิ์ อาจารย์ร่วมสอนกับมณเฑียร บุญมา  ธวัชชัย พันธุ์สวัสดิ์ ศิษย์และผู้ช่วยของ มณเฑียร บุญมา มาร่วมแลกเปลี่ยน สนทนา และรำลึกเรื่องราวของ “มณเฑียร บุญมา” อย่างลึกซึ้ง ภายในร้าน BAB Cafe ณ ชั้น 1 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

ศ. ดร.อภินันท์ โปษยานนท์

อภิสิทธิ์ หนองบัว ศิษย์และผู้ช่วยของ มณเฑียร บุญมา เผยว่า “ผมรู้สึกดีใจที่ได้มาร่วมงาน BAB Talk ในวันนี้ และมีส่วนทำให้เด็กรุ่นใหม่รู้จักอาจารย์มณเฑียรมากขึ้น วันนี้ผมเห็นว่ากว่า 20% ของผู้ชมเป็นเด็กรุ่นใหม่ สำหรับผมการทำงานร่วมกับอาจารย์เป็นเวลานานเช่นนี้ เกิดจากแพชชั่นที่เรามีต่อผลงานของท่าน อาจารย์มณเฑียรมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวชัดเจน ยกตัวอย่างเช่น การทำภาพพิมพ์ที่ไม่เหมือนใครและประสบความสำเร็จอย่างโดดเด่น และทุกครั้งที่ได้เห็นผลงานเหล่านี้ ผมก็อดไม่ได้ที่จะระลึกถึงความตั้งใจ ความละเอียด ของอาจารย์ที่ซ่อนอยู่ในทุกชิ้นงาน

อภิสิทธิ์ หนองบัว

ผลงานของอาจารย์จำนวนมากมีคุณค่าต่อแวดวงสถาบันการศึกษา เพราะสามารถเป็นแรงบันดาลใจและต่อยอดให้คนรุ่นใหม่พัฒนาผลงานต่อไปได้ ทุกวันนี้งาน installation, Media Art ผมเชื่อว่ามีผล อาจจะไม่ได้โดยตรง ยกตัวอย่างจากหลายผลงานที่พิสูจน์แล้วว่า คนไทยสามารถสร้างสรรค์ผลงานที่ก้าวสู่เวทีนานาชาติได้สำเร็จ”

ศ .กมล เผ่าสวัสดิ์

ติดตามข่าวสาร และตารางกิจกรรมของเทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ Bangkok Art Biennale) เพิ่มเติมได้ทาง  Facebook และ Instagram : Bkkartbiennale

นิสิตศศินทร์ชนะเลิศการแข่งขัน Family Enterprise Case Competition – Asia Pacific 2025

นิสิตศศินทร์ชนะเลิศการแข่งขัน Family Enterprise Case Competition – Asia Pacific 2025

นิสิตศศินทร์ชนะเลิศการแข่งขัน Family Enterprise Case Competition – Asia Pacific 2025

วันเสาร์ ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ขอแสดงความยินดีกับทีม “205 Advisory” นิสิตสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาฯ (Sasin School of Management) Mr. Pascal Gallina, ภัทริยา ปิยะวิโรจน์, อรรัมภา อมรเกษมวงศ์, ปาลิน สุนทรชัย นิสิต MBA 2025 ที่ชนะเลิศการแข่งขัน Family Enterprise Case Competition – Asia Pacific 2025 (FECC-AP) เป็นการแข่งขัน Case Competition ด้านธุรกิจครอบครัว (Family Enterprise)ระดับภูมิภาคที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาระดับ ป.โทได้มีเวทีนำเสนอไอเดียและแผนธุรกิจครอบครัวซึ่งเป็นธุรกิจที่มีความสำคัญอย่างมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเอเชีย การแข่งขันจัดขึ้นเมื่อวันที่ 14-16 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยมีทีมจาก Nagoya University of Commerce and Business จากญี่ปุ่น รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ทั้งนี้ทีม “205 Advisory” จากศศินทร์จะได้เข้าร่วมแข่งขัน Schlesinger Global Family Enterprise Case Competition (SG-FECC) ระดับโลกที่เวอร์มอนต์ สหรัฐอเมริกาในเดือนมกราคม 2569

ซัมซุงสร้างพลเมืองเท่าทันดิจิทัล ผ่าน Samsung Innovation Campus 2025

ซัมซุงสร้างพลเมืองเท่าทันดิจิทัล ผ่าน Samsung Innovation Campus 2025

ซัมซุงสร้างพลเมืองเท่าทันดิจิทัล ผ่าน Samsung Innovation Campus 2025

วันเสาร์ ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ซัมซุง เดินหน้ายกระดับทักษะดิจิทัลแก่เยาวชนไทยในโครงการ Samsung Innovation Campus 2025 จุดประกายความคิดสร้างสรรค์และสร้างโอกาสสำหรับอนาคตที่ดีกว่า ผ่านโปรแกรมการเรียนการสอนที่เน้นการทำจริง เพื่อปู่ทางเยาวชนให้พร้อมก้าวสู่ยุคดิจิทัลอย่างยั่งยืน  โดยในปี 2568 มีจำนวนนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาเข้าร่วมโครงการมากถึง 6,501 คน พร้อมเปิดมุมมองคุณครูและนักเรียนจากโรงเรียนฤทธิยะวรรณาลัย ผ่านเรื่องราวความประทับใจที่ได้นำความรู้จากโครงการไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน 

สิทธิโชค นพชินบุตร President of Mobile Experience Division บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์

นายสิทธิโชค นพชินบุตร President of Mobile Experience Division บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ กล่าวว่า “โครงการ Samsung Innovation Campus สะท้อนความมุ่งมั่นของซัมซุงในฐานะผู้นำด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมระดับโลก ภายใต้พันธกิจเพื่อสังคม Together for Tomorrow, Enabling People – มุ่งสร้างพลังคน มุ่งสร้างอนาคตที่ดีร่วมกัน เพื่อพัฒนาทักษะดิจิทัลให้เยาวชนไทยอย่างเท่าเทียม ผ่านการเรียนรู้ที่นำไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน และสร้างนวัตกรรมเพื่อผู้คนและสังคม โครงการนี้ดำเนินแล้วกว่า 40 ประเทศ เข้าถึงเยาวชนกว่า 35,000 คนทั่วโลก และในประเทศไทยได้ขยายสู่โรงเรียน 11 แห่ง ครอบคลุม 9 จังหวัด พัฒนานักเรียนกว่า 6,500 คนให้พร้อมก้าวสู่อนาคตดิจิทัลอย่างยั่งยืน”

หัวใจของการสอนยุคใหม่ คือให้เด็กได้ลงมือทำจริง

นางสาวประนอม ศุภศร ครูผู้สอนวิชาการคำนวณ โรงเรียนฤทธิยะวรรณาลัย หรือ ครูน้อย มองว่า โครงการ SIC มีประโยชน์มาก จุดเด่นที่ชัดเจนคือ การส่งเสริมด้านการพัฒนาทักษะ การคิดวิเคราะห์ และการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ ที่เน้นการเรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติ (Hands-on Learning) ทำให้นักเรียนมีความคิดสร้างสรรค์ กล้าแสดงออก ทำงานเป็นทีม และมีทัศนคติที่ดีต่อเทคโนโลยีมากขึ้น อีกทั้งตั้งเป้าหมายจะนำเทคโนโลยีไปใช้ในอนาคต หลังจากที่ครูได้นำความรู้จากการอบรม เช่น แนวคิดการคิดเชิงคำนวณมาประยุกต์ใช้ในการสอน โดยโครงการนี้ก็ช่วยเปิดโลกการสอนใหม่ๆ ให้ครูได้เรียนรู้การใช้เทคโนโลยีมาช่วยออกแบบกิจกรรมกระตุ้นให้นักเรียนใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือในการแก้ปัญหา และออกแบบบทเรียนที่ตอบโจทย์ผู้เรียนมากขึ้น ทำให้บรรยากาศในห้องเรียนสนุก เด็กมีส่วนร่วม และรู้สึกภูมิใจที่ได้สร้างสรรค์ผลงานของตัวเอง

“การได้เข้าร่วมโครงการจากซัมซุง ทำให้ครูได้พัฒนศักยภาพอย่างรอบด้าน นำความรู้และเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาใช้อย่างมั่นใจ ในยุคที่โลกเปลี่ยนเร็ว มีทั้ง AI และเครื่องมือใหม่ ๆ อย่าง ChatGPT หรือ Gemini ซึ่งทำให้เด็กสามารถสร้างงาน เช่น สติกเกอร์หรือโมเดลได้เอง วันนี้เราไม่ได้สอนแค่ให้เด็กใช้โปรแกรม แต่สอนให้เขาคิด วิเคราะห์ และแก้ปัญหาได้ด้วยตนเอง โดยหัวใจของการสอนยุคใหม่ คือ ให้เด็กได้ลงมือทำจริง และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น การวางแผนเดินทาง การแก้ปัญหา หรือการใช้เทคโนโลยีเพื่อพัฒนาตนเอง โครงการนี้จึงไม่ใช่แค่การอบรม แต่คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ทั้งครูและนักเรียนเติบโตไปพร้อมกัน” ครูน้อยกล่าว

เรียนรู้ AI อย่างรู้เท่าทัน ใช้เป็นประโยชน์ทั้งวันนี้และอนาคต

ด.ญ. ชิณาณา นิลคำ

ด้าน ด.ญ. ชิณาณา นิลคำ นักเรียนชั้นมัธยมปีที่ 1  โรงเรียนฤทธิยะวรรณาลัย บอกว่า การเรียนรู้ในโครงการ SIC เน้นการลงมือปฏิบัติจริง ทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความสนุก ช่วยให้มีความเข้าใจมากขึ้น ทั้งวิชาการคำนวณ การเขียนโปรแกรมภาษา Python และทักษะพื้นฐานการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ที่สามารถนำมาช่วยแบ่งเบาภาระในการเรียนและในชีวิตประจำวันได้หลายอย่าง เช่น การช่วยเขียนเรียงความ การสืบค้นข้อมูลเพิ่มเติม เป็นต้น แต่ AI ก็มีผลเสียแฝงอยู่ด้วย ดังนั้น หากจะนำมาใช้ให้เป็นประโยชน์ก็ต้องรู้จักข้อดีและข้อเสียอย่างละเอียด โดยสิ่งที่ได้เรียนรู้เพิ่มเติมคือ การแยก AI กับสิ่งที่เป็นจริง ทำให้รู้จักสังเกต และพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบ เพื่อไม่ให้ถูกหลอก อีกทั้งนำไปใช้ในทางที่ถูกต้อง นอกจากนี้ ยังได้ทักษะในการพรีเซนต์เพิ่มเติมอีกด้วย

“หนูสนใจเรียนรู้เรื่องเทคโนโลยีเพิ่มเติมอยู่ตลอดเวลา เพราะเป็นผลดีต่อทั้งวันนี้และในอนาคต ตอนนี้ AI พัฒนาขึ้นทุกวัน คิดว่าต้องได้ใช้แน่ ๆ โดยเฉพาะในอาชีพทนายที่เป็นความฝันของหนู ซึ่งต้องมีการสืบค้นข้อมูล หรือข้อกฎหมายมากมาย แม้การก้าวสู่ยุคดิจิทัลจะมีข้อดี ทำให้เรามีเครื่องมืออำนวยความสะดวกมากขึ้น แต่ก็มีข้อเสีย เช่น ทำให้เด็กติดจอและสมาธิสั้น มีการหลอกลวงทางออนไลน์ จึงอยากให้เพื่อน ๆ รู้จักใช้เทคโนโลยีในทิศทางที่ดีมีประโยชน์ต่อการเรียนและในชีวิตประจำวัน ต้องขอบคุณซัมซุงที่ทำโครงการดี ๆ เพื่อให้เด็กได้เรียนรู้และก้าวทันเทคโนโลยีด้วยความสนุก ซึ่งอยากให้ทำโครงการต่อไปเรื่อย ๆ“

สร้างแรงบันดาลใจเด็กที่กลัวเทคโนโลยี อยากเป็นตำรวจไซเบอร์

ด.ช.กรณพัฒน์ เกิดนาวี

ปิดท้ายที่มุมมองของ ด.ช.กรณพัฒน์ เกิดนาวี นักเรียนชั้นมัธยมปีที่ 1  โรงเรียนฤทธิยะวรรณาลัย  บอกว่า ก่อนหน้านี้มองว่าเทคโนโลยีเป็นเรื่องยากและ ไม่ค่อยเข้าใจมากนัก แต่ตอนนี้มีความสนใจและมองเห็นประโยชน์ของเครื่องมือดิจิทัลชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะการนำ AI มาใช้ในการเรียนและในชีวิตประจำวัน โดยใช้เป็นแหล่งค้นคว้าหาข้อมูลและความรู้เพิ่มเติม เช่น เวลาเจอโจทย์ที่ไม่เข้าใจก็จะถาม AI ก่อน แล้วค่อยถามคุณครูอีกครั้งเพื่อความมั่นใจ อย่างไรก็ตาม การใช้ AI ต้องแยกให้ได้ว่าอะไรจริงหรือถูกสร้างขึ้น ซึ่งการเรียนในโครงการ SIC ทำให้รู้วิธีสังเกต การรู้จักกลั่นกรองข้อมูล นอกจากนี้ ยังสอนการใช้งานเครื่องมืออย่าง Python รวมทั้งเทคโนโลยีใหม่ ๆ ทั้งนี้ สิ่งสำคัญที่สุดคือ ช่วยพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ

“ขอขอบคุณซัมซุงที่ทำให้ผมชอบเทคโนโลยีมากขึ้น จากการเรียนที่ได้ลงมือปฏิบัติจริง ทำให้รู้สึกสนุกและเข้าใจสิ่งที่เรียนรู้มากขึ้น ขอให้ทำโครงการต่อไปเรื่อย ๆ เพราะช่วยเสริมทักษะให้เด็กได้จริง ๆ ในอนาคตผมอยากเป็นทหารหรือตำรวจไซเบอร์ เพื่อจะได้ช่วยเหลือผู้คนจากภัยคุกคามบนโลกออนไลน์ ซึ่งสิ่งที่ได้เรียนรู้จะมีการต่อยอดนำใช้ในอาชีพอย่างแน่นอน อยากฝากทุกคนว่าเทคโนโลยีมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ต้องใช้อย่างมีจริยธรรมและไม่เบียดเบียนผู้อื่น” 

โครงการ Samsung Innovation Campus 2025 ไม่เพียงมอบความรู้ด้านดิจิทัลให้กับเยาวชน แต่ยังปลูกฝังทักษะคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา และการใช้เทคโนโลยีอย่างรู้เท่าทัน เพื่อให้ก้าวสู่อนาคตอย่างมั่นใจ เสียงสะท้อนจากทั้งครูและนักเรียนคือหลักฐานที่แสดงถึงพลังของการเรียนรู้ผ่านการลงมือทำจริง ซึ่งซัมซุงเชื่อมั่นว่าจะเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างพลเมืองดิจิทัลคุณภาพ พร้อมขับเคลื่อนสังคมไทยสู่อนาคตที่ยั่งยืน

คุณแหน: 30 สิงหาคม 2568

คุณแหน: 30 สิงหาคม 2568

คุณแหน: 30 สิงหาคม 2568

วันเสาร์ ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 02.00 น.

ll สมาคมแห่งสถาบันพระปกเกล้า ประกาศเกียรติคุณมอบรางวัล โล่เกียรติยศ “บุคคลแห่งปี” ให้แก่ พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 เพื่อเชิดชูเกียรติ ในฐานะผู้นำทหาร ผู้สร้างคุณูปการสำคัญต่อความมั่นคงของชาติ โดยพิธีมอบรางวัลจะมีขึ้นใน วันที่ 5 ก.ย. ซึ่งตรงกับ วันสถาปนาสถาบันพระปกเกล้า…รางวัลอันทรงเกียรตินี้ ไม่ได้มีการมอบเป็นประจำทุกปี และครั้งนี้ พล.ท.บุญสิน เป็นบุคคลที่ 2 ที่ได้รับโล่เกียรติยศ ต่อจาก พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา องคมนตรีและอดีตนายกรัฐมนตรี…สมาคมฯให้เหตุผลในการคัดเลือก พล.ท.บุญสิน ว่า เป็นนายทหารผู้มีบทบาทโดดเด่นในการปกป้องอธิปไตยของชาติ โดยเฉพาะในช่วงวิกฤตความขัดแย้งชายแดนไทย–กัมพูชา ที่เขาได้แสดงภาวะผู้นำอย่างเข้มแข็ง ทั้งในฐานะผู้เจรจา ผู้สั่งการ และผู้ควบคุมสถานการณ์ไม่ให้ลุกลาม อีกทั้งยังนำกองกำลังเข้ายึดคืนพื้นที่สำคัญ 11 จุดในเวลาเพียง 5 วัน 4 คืน ด้วยการสูญเสียน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ จนได้รับการยอมรับทั้งในประเทศและนานาชาติ…นอกจากบทบาทในสนามรบ พล.ท. บุญสิน ยังมีผลงานโดดเด่นด้านการรักษาความมั่นคงภายในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 20 จังหวัด การเป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้ด้านความมั่นคงในสถาบันการศึกษาและหน่วยงานรัฐ ตลอดจนการปราบปรามขบวนการค้ายาเสพติดริมแม่น้ำโขง มูลค่ารวมกว่า 10,000 ล้านบาท ซึ่งล้วนสะท้อนถึงความมุ่งมั่นอุทิศตนเพื่อประเทศชาติและประชาชน…ด้วยเหตุนี้ พล.ท.บุญสิน จึงได้รับการยกย่องให้เป็น บุคคลแห่งปี 2568 ของสมาคมพระปกเกล้า อันเป็นรางวัลที่ตอกย้ำถึงความเสียสละ ความกล้าหาญ และความเป็นผู้นำที่ยึดมั่นในอุดมการณ์เพื่อชาติ…

ll ระหว่างนี้ สถาบันพัฒนาการประชาสัมพันธ์ กรมประชาสัมพันธ์ นำผู้เข้ารับการฝึกอบรมหลักสูตร “นักบริหารงานประชาสัมพันธ์ระดับสูง” รุ่นที่ 62 เดินทางศึกษาดูงาน ณ เมืองฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น นำโดย คเชนทร์ กรรณิกา รองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ พร้อมด้วย กุลปราณี ชาลีวงศ์ ผอ.สถาบันพัฒนาการประชาสัมพันธ์ ร่วมรับการฝึกอบรมได้เข้าศึกษาดูงานและรับฟังการบรรยายสรุปด้าน“Soft power Hokkaido Tourism” ณ มหาวิทยาลัยฮอกไกโด…

ll โรงพยาบาลนนทเวช จัดงาน มหกรรมสุขภาพดี NTV Health Expo2025 (ฉลองครบรอบ 44 ปี )วันที่ 1-7 ก.ย.68 เวลา 08.30-16.30 น.) ณ โถงด้านหน้าชั้น 1 พบกับกิจกรรมเสวนาแพทย์เฉพาะทาง, แพคเกจตรวจสุขภาพในราคาพิเศษ พร้อมกิจกรรมลุ้นรับของรางวัลมากมาย สอบถามเพิ่มเติม ที่แผนกลูกค้าสัมพันธ์ โทร.02-596-7888 ต่อ 2155 …-0- หลังลาไปให้กำเนิดบุตรสาว พรสวรรค์ จารุพันธ์ กลับมาประจำทำงานตามปกติแล้ว…

ll ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวในการจากไปของ รุ่งนภา จันทร์อ่อน อดีตเลขาฯคู่ใจของอดีตรองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ เตือนใจ สินธุวนิก งานพระราชทานเพลิงศพผ่านไปเรียบร้อยแล้ว…

ll เมื่อหลายวันก่อน ประสงค์ วงศ์หนองเตย ส่งขนมเต้าซ้อเปี๊ยะ จากร้านขนมศุภวัลย์ อ.ห้วยยอด จ.ตรัง มาให้ พรทิพย์ สาริกบุตร คนกรุงเทพฯได้ลองชิมความอร่อยเป็นครั้งแรก…ผู้รับอิ่มเอมเปรมใจเป็นยิ่งนัก !!…

บารอนเนส

‘เที่ยว – ฟิน – กิน’ Thai SELECT ปี 2 หนุนร้านอาหารไทยรับตราสัญลักษณ์

‘เที่ยว - ฟิน – กิน’ Thai SELECT ปี 2 หนุนร้านอาหารไทยรับตราสัญลักษณ์

‘เที่ยว – ฟิน – กิน’ Thai SELECT ปี 2 หนุนร้านอาหารไทยรับตราสัญลักษณ์

วันศุกร์ ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 16.50 น.

นายจตุพร บุรุษพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดแคมเปญ ‘เที่ยว ฟิน กิน Thai SELECT ปี2’ ว่า กระทรวงพาณิชย์ โดย กรมพัฒนาธุรกิจการค้าร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรชั้นนำ จัดแคมเปญ ‘เที่ยว ฟิน กิน Thai SELECT ปี 2’ สานต่อความสำเร็จและต่อยอดส่งเสริมผู้ประกอบการร้านอาหารไทยที่ได้รับตราสัญลักษณ์ Thai SELECT จากกระทรวงพาณิชย์ โดยหน่วยงานพันธมิตรชั้นนำที่เข้าร่วมแคมเปญฯ มอบสิทธิพิเศษแก่ผู้บริโภคและร้านอาหาร

นายจตุพร กล่าวว่า อาหารไทยคือ Soft Power ที่สำคัญ เมื่อไปต่างประเทศ คนทั่วโลกนึกถึงความเป็นไทยก็มักนึกถึงอาหารไทยและมวยไทย Thai SELECT จึงเป็นเครื่องมือยกระดับมาตรฐานร้านอาหารไทยให้คนมั่นใจ ทั้งรสชาติ คุณภาพ ราคา และความซื่อสัตย์ อยากให้ Thai SELECT เป็นทูตวัฒนธรรม ช่วยประชาสัมพันธ์อาหารไทยให้กับต่างชาติ สิ่งสำคัญคือทำให้ผู้บริโภคเชื่อใจได้ และผู้ประกอบการอยู่ได้อย่างยั่งยืน

แคมเปญ เที่ยว ฟิน กิน Thai SELECT จะเป็นโอกาสที่นักท่องเที่ยว นักชิม นักรีวิวสายครีเอเตอร์ ได้ร่วมสนุกพร้อมลิ้มลองรสชาติอาหารไทยแท้ที่เป็นเอกลักษณ์ประจำชาติไทย และหลากหลายเมนูที่ได้รับความนิยมจากนักชิมต่างชาติ นอกจากจะได้อิ่มท้องอิ่มอร่อยแล้ว ยังมีโอกาสได้ลุ้นรับโชคมากมาย โดยแคมเปญเที่ยว ฟิน กิน Thai SELECT ปี 2 เริ่มแล้วตั้งแต่วันนี้ – วันที่ 15 ตุลาคม 2568

ปัจจุบัน (ข้อมูล ณ วันที่ 1 สิงหาคม 2568) มีร้านอาหารที่ได้รับตราสัญลักษณ์ Thai SELECT จากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ จำนวน 496 ร้าน แบ่งเป็น กรุงเทพมหานคร 82 ร้าน ภาคเหนือ 96 ร้าน ภาคกลาง 107 ร้านภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 87 ร้าน ภาคใต้ 87 ร้าน และ ภาคตะวันออก 37 ร้าน

ดูรายละเอียดแคมเปญฯ หรือค้นหาร้านอาหาร Thai SELECT ทั่วประเทศ พร้อมรับสิทธิประโยชน์อีกมากมายที่ LINE OA: @thaiselect และ Facebook: Thai SELECT Thailand หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กองธุรกิจบริการ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ โทรศัพท์ 0 2547 5954 e-Mail : service@dbd.go.th, Call Center 1570 และ http://www.dbd.go.th

‘เดือนเต็ม สาลิตุล’โพสต์ภาพสุดเจ็บแสบ แผ่นดินไทยสูงขึ้น หลังบ่าย 3

'เดือนเต็ม สาลิตุล'โพสต์ภาพสุดเจ็บแสบ แผ่นดินไทยสูงขึ้น หลังบ่าย 3

‘เดือนเต็ม สาลิตุล’โพสต์ภาพสุดเจ็บแสบ แผ่นดินไทยสูงขึ้น หลังบ่าย 3

วันเสาร์ ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 09.07 น.

เดือนเต็ม สาลิตุล โพสต์ภาพสุดเจ็บแสบ แผ่นดินไทยสูงขึ้น หลังบ่าย 3 

เดือนเต็ม สาลิตุล นักแสดงชื่อดัง ล่าสุดได้โพสต์ภาพท่ามกลางสถานการณ์การเมือง พร้อมระบุว่า ภาพถ่ายจากดาวเทียม ณ เวลา ประมาณ 15:30 น. แผ่นดินไทยสูงขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด ขณะที่โพสต์นี้ได้มีแฟนเพจเข้ามาแสดงความคิดเห็นไปในทิศททางเดียวกันและถูกแชร์ไปกว่า 3.8 พันครั้ง 

โอ๊ยเล่าเรื่อง ‘เขาชุมทองคะนองชุมโจร’

โอ๊ยเล่าเรื่อง 'เขาชุมทองคะนองชุมโจร'

โอ๊ยเล่าเรื่อง ‘เขาชุมทองคะนองชุมโจร’

วันเสาร์ ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.41 น.

หนังไทยในโครงการทีไทยทีมันส์ ของ Netflix ผลงานการจับมือทำของ วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง กับ หม่ำ-เพ็ชรทาย วงษ์คำเหลา ที่เคยสร้างความชื่นชอบ มาแล้วจากใน  เมอร์เด้อเหรอฆาตกรรมอิหยังวะ  ซึ่ง ‘เขาชุมทอง คะนองชุมโจร’.. พาไป.. โลดโผนโจนทะยานบนเส้นทางหลากอารมณ์ ทั้งดุเดือดด้วยฉากบู๊ระเบิดภูเขาเผากระท่อม และยิ้มร่าน้ำตารินไปกับปมรักซ้อน–ซ่อนเงื่อน–เพื่อนทรยศ

โกหว่า ทุ่งสง จอมโจรในตำนานแห่งแดนปักษ์ใต้ ผู้ยึดมั่นในอุดมการณ์ปล้นคนรวยช่วยคนจน กับ แก๊งสมุนเด็กกำพร้าสุดแสบ วางแผน ปล้นขบวนรถไฟของทหารญี่ปุ่น จนทำให้เขาต้องกลับมาเจอกับ  หลวงอรุณภิวัฒน์ ที่หักหลัง ทำให้เขาติดคุกกลายเป็นโจร แย่ง ชมจันทร์เมียรักไปขณะเดียวกัน เด็กๆ ในแก๊งๆ ก็เกิดเรื่องรักสามเส้า  จง ลานสกา ดันไปรัก ชมเพ็ญ ลูกสาว หลวงอรุณภิวัฒน์ โดยที่ไม่รู้ว่า  ญาดา นบพิตำ แอบรักเขามาตั้งแต่เด็ก โดยมี ดำ สิชล หลงรัก ‘ญาดา’ ความแค้นส่วนตัว ความรักที่ผิดที่ผิดทาง และมิตรภาพที่ถูกทดสอบ จึงเริ่มขึ้น 

เขาชุมทอง คะนองชุมโจร  ชัดเจน ในความเป็น หนังบู๊ตลก ดูสบาย ขายตลกในแบบ หม่ำ มกจ๊ก กับ บั้งไฟฟิลม์   ที่ได้ วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยงมาเป็นผู้กำกับ ตัวหนังเลยออกมาแบบครึ่งๆ ลูกผสมงานโปรดักชั่นดีงามชวนให้นึกถึง สีสันจัดจ้าน ตัวละคร ที่ย้อมสีย้อนยุคสวยงามใน ฟ้าทะลายโจร ผลงานมาสเตอร์พีชของ วิศิษฏ์ กับ หนังตลกในแบบ บั้งไฟฟิลม์ ที่เน้นๆนำหนัง ที่ หม่ำ ชื่นชอบ มาสร้างใหม่ ในแบบที่เป็นตัวเอง  เขาชุมทอง คะนองชุมโจร พาย้อนกลับไปสู่ ยุคหนังไทยเก่าๆ หนังยุค 16 มม. บรรยากาศมาแบบจัดเต็ม ตัวละครในชุดเครื่องแต่งกาย อาวุธ การต่อสู้ พาหนะ รถ ม้า รถไฟ มาแบบเต็มๆ ฉากแอ็คชั่น ก็ไม่เลวนัก ดูได้เพลินๆ

หม่ำ เด่นมากๆ ในบท โกหว่า ศูนย์กลางของเรื่อง ดูดีกับการเป็น พ่อบุญธรรมของ เด็กๆ ช่วยส่งบทให้ หลายคนเด่นขึ้น ขำๆไปกับ นิกกี้ ดันบทรักให้กับ แบงค์ รักหวานกับ นัท มีเรีย  บทตลกก็มาในแบบที่คุ้นเคย แม้ฉากบู๊อาจจะดูแหม่งๆ 

แบงค์-ธิติ มหาโยธารักษ์ หล่อเนี้ยบ น่ารัก เล่นแบบสบายๆ บู๊ดูดี กับบท จง ลานสกา ที่มา ใน มาด พระเอกหนังไทย แบบเต็มๆ 

นิล-ชิงดวง ดอยเกอร์ส รับบท ญาดา นบพิตำ น่ารัก ในแบบ แก่นๆ ดูขึ้นมากๆ กับชุดคาวบอย ไฝ ที่แก้ม เพิ่มเสน่ห์ เป็น ตัวละคร ที่คนดูน่าจะรัก 

ปอนด์-โอภาภูมิ ชิตาพัณ มาในบท ดำ สิชล ที่ดูเงียบๆ ขรึมๆ ดูเด็กลดวัยลงจากที่คุ้นตาใน ละครจักรๆ วงศ์ๆ ด้วยความเรียบของบท เลยทำให้ ดำ เรียบไปด้วย รวมทั้ง ด้วย วัย(จริง) ที่มากกว่า อีกสามคนพี่น้อง เลยรู้สึกว่า โดดไปจากพี่น้อง แต่ก็เล่นดีนะ 

นิกกี้-ณฉัตร จันทพันธ์ รับบท มนต์ ร่อนพิบูลย์ เล่นแบบยียวน ในแบบที่คุ้นเคยกันดี เน้นๆ บทตลก มากกว่า แอ็คชั่น

พีพี-ปุญญ์ปรีดี คุ้มพร้อม รอดสวาสดิ์ รับบท ชมเพ็ญ สวยใส ในแบบ นางเอกหนังไทย ดูน่ารักๆ หน้าตาท่าทาง ถอดแบบพิมพ์เดียวกับ แม่ในเรื่อง

นัท-มีเรีย เบนเนเดดตี้  เป็น ชมจันทร์ แฟนเก่า หม่ำ แม่ พีพี สวยน่ารัก เล่นดี เล่นน่ารัก มีพลัง สะกด คนดูได้ในทุกๆ ฉาก 

บ่าววี-วีรยุทธิ์ นานช้า รับบท หลวงอรุณภิวัฒน์ ตัวร้ายของเรื่อง เล่นได้ร้ายหน้าตายโดยมี  เคตะ อาราอินกับ เปรอน ยาสุ มารับบท นายทหารญี่ปุ่นแต่ที่โดดมากๆ ไม่น่าใส่เข้ามาคือ น้าค่อม  เสน่ห์อีกอย่างของ เรื่อง คือการให้ ตัวละครพูดใต้ แหล่งใต้ กันทุกคนสิ่งที่ชอบมากๆ คือ เพลงและดนตรีประกอบ ที่มีความไพเราะ เพราะมากๆ ดีมากจนทำให้ ดูเรื่องนี้ ได้แบบไม่น่าเบื่อ แม้ ตัวหนัง อาจจะดูธรรมดา ไม่ค่อยสนุกนัก แต่ เพราะ ดนตรีกับเพลง เข้ามา ขยี้ ดึงให้อยู่กับตัวหนังได้จนจบเพลง  ชุมทางเขาชุมทอง ที่ดึงเอาเสียงร้องต้นฉบับของ ระพิน ภูไท ออกมา ใส่ดนตรีออเคสต้าวงใหญ่ เพราะสุดๆ หรือ เพลงเศร้าท้าย เรื่อง ฟังเพราะเหงาๆ ชอบมากฟังแล้วเคล้มน้ำตาซึม จนต้อง ย้อนฟังซ้ำไปมา

เขาชุมทอง คะนองชุมโจร  อาจจะเป็น หนังที่ไม่โดนใจ สร้างความผิดหวัง ไม่สนุก   แต่ก็เป็นเรื่องของ ความชอบ รสนิยม ยังมี อีกหลายคนที่ดูสนุกดูแล้วชอบ หนังไม่ได้เลวร้าย มีข้อบกพร่อง แต่ก็ดูได้สนุกเรื่อยๆ ดูได้แบบเพลิน ถ้าฉายโรงใหญ่ หลายคนอาจจะบ่น เสียดายเงิน แต่ พอ มาเป็น สตรีมมิ่ง ถ้าไม่สนุก ไม่ชอบ ก็เลือกดูเรื่องอื่น ซะ ไม่เสียเงินเพิ่มอยู่แล้ว สนุกสนาน เพลินไปภาพ ภาพสวย เพลงเพราะในระดับ 6/10 คะแนน

‘แตงกวา จิณห์นิภา’ นักข่าวออนไลน์ช่อง 8 คว้ารางวัล ‘นักข่าวน้ำดี’

‘แตงกวา จิณห์นิภา’ นักข่าวออนไลน์ช่อง 8 คว้ารางวัล ‘นักข่าวน้ำดี’

‘แตงกวา จิณห์นิภา’ นักข่าวออนไลน์ช่อง 8 คว้ารางวัล ‘นักข่าวน้ำดี’

วันเสาร์ ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

 “แตงกวา” หรือ จิณห์นิภา บัวแสงใส นักข่าวออนไลน์ช่อง 8 ในเครือ อาร์เอส กรุ๊ป สร้างความภูมิใจในด้านผลงานข่าว อีกครั้ง หลังจากรับโล่เกียรติคุณ “นักข่าวน้ำดี” ในงานการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2568 ครบรอบ 60 ปี สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย มอบโดย คุณวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎรและประธานรัฐสภา ณ ห้องประชุมทานตะวัน ชั้น 2 โรงแรมคิงปาร์ค อเวนิว เขตประเวศ กรุงเทพฯ โดยหลังรับรางวัล “แตงกวา” เปิดใจถึงความรู้สึกว่า

 “การได้รับรางวัลนี้ ถือว่าเป็นเกียรติประวัติที่สำคัญ และเป็นกำลังใจที่ยิ่งใหญ่ในการทำงานค่ะ เพราะหน้าที่นักข่าวออนไลน์ ไม่ได้มีเพียงการรายงานข่าวที่ถูกต้อง แต่ยังต้องลงพื้นที่จริง ค้นหาความจริง และเป็นกระบอกเสียงแทนพี่น้องประชาชน การได้ทำงานเพื่อสังคม เพื่อประชาชน คือสิ่งที่ทำให้แตงกวาเชื่อมั่นว่า ทุกข่าวที่เราเล่าออกไปอย่างมีคุณภาพ ถูกต้อง แม่นยำ สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ดี และทำให้ประชาชนได้รับรู้ข่าวสารอย่างครบถ้วนทุกมิติค่ะ”แฟนๆ สามารถติดตามข่าวช่อง 8 ได้ทุกแพลตฟอร์มของช่อง 8 และรับชมผ่านทางหน้าจอช่อง 8 กดเลข 27 เพื่อไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวข่าวสารที่ถูกต้อง รวดเร็ว และเชื่อถือได้ ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านข่าว เพราะ ข่าวช่อง 8 ที่นี่ของจริง

‘เจ เปรม’ ขึ้นเวทีกับศิลปินระดับโลก ในงาน Spirit of the Country จุดประกายภารกิจ ‘Cool the World’

‘เจ เปรม’  ขึ้นเวทีกับศิลปินระดับโลก ในงาน Spirit of the Country  จุดประกายภารกิจ ‘Cool the World’

‘เจ เปรม’ ขึ้นเวทีกับศิลปินระดับโลก ในงาน Spirit of the Country จุดประกายภารกิจ ‘Cool the World’

วันศุกร์ ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 20.44 น.

เจ เปรม”  หรือ เจ เปรม เทพหัสดิน ณ อยุธยา เตรียมก้าวสู่เวทีโลกครั้งสำคัญ โดยขึ้นเวทีระดับโลก ในงาน “Spirit of the Country” ที่ Grand Renaissance Concert Hall แนชวิลล์ ประเทศสหรัฐอเมริกา  ในวันพุธที่ 27 สิงหาคมนี้ และได้ร่วมเวทีเดียวกันกับ Blackpink, BTS, ONE OK ROCK, Muse และ Peter Frampton

ครั้งนี้ไม่ใช่แค่เพียงคอนเสิร์ตเท่านั้น เป็นการจัดงานเพื่อให้ทั่วโลกได้ตระหนัก การหยุดปัญหายาเสพติดในกลุ่มวัยรุ่น และรวมพลังแฟนเพลงทั่วโลก เพื่อเปลี่ยนแปลงสังคมไปในทางที่ดีขึ้น โดยในครั้งนี้ “เจ เปรม” ยังได้ขึ้นแสดงเพลงใหม่ ที่ได้นักเพลงเจ้าของรางวัลแกรมมี่ระดับนานาชาติ อย่าง Stokes Nielsen , Fred Wilhelm ถือเป็นจุดเริ่มต้นของอัลบั้มสากลอีกด้วย

ในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์ของ Cool the World โดย Snake Brand เจ เปรม ได้นำดนตรีมาผสานกับภารกิจ จุดประกายเยาวชน ให้ลุกขึ้นปกป้องโลกจากภาวะโลกร้อน และสร้างอนาคตที่ดีกว่าเดิม

การแสดงคอนเสิร์ตในครั้งนี้จะถูกบันทึกและจะถูกออกอากาศไปทั่วโลก โดยผ่าน “Comcast” ในวันที่ 30 ธันวาคม 2568 ที่ครอบคลุมกว่า 60 ประเทศทั่วโลก

แฟน ๆ ทุกคนสามารถร่วมส่งกำลังใจให้กับ “เจ เปรม” และโครงการ “Cool the World” กับก้าวสำคัญในเวทีระดับโลกในทุกช่องทางโซเชียลมีเดียของ  Cool The World