‘ภูมิธรรม’สั่ง‘ปลัด มท.’สอบข้อเท็จจริงปมหนังสือเวียนสั่ง‘นายอำเภอ’รับ‘เดชอิศม์’ลงพื้นที่สงขลา

‘ภูมิธรรม’สั่ง‘ปลัด มท.’สอบข้อเท็จจริงปมหนังสือเวียนสั่ง‘นายอำเภอ’รับ‘เดชอิศม์’ลงพื้นที่สงขลา

‘ภูมิธรรม’สั่ง‘ปลัด มท.’สอบข้อเท็จจริงปมหนังสือเวียนสั่ง‘นายอำเภอ’รับ‘เดชอิศม์’ลงพื้นที่สงขลา

วันจันทร์ ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 13.05 น.

‘ภูมิธรรม’สั่ง‘ปลัด มท.’สอบข้อเท็จจริงปมหนังสือเวียนสั่ง‘นายอำเภอ’รับ‘เดชอิศม์’ลงพื้นที่ แซะยุคนี้ไม่ต้องเดินตามเหมือนยุคก่อน

18 สิงหาคม 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ทำหนังสือเวียนถึงนายอำเภอในจังหวัดให้จัดคิวมารับ-ส่ง นายเดชอิศม์ ขาวทอง รมช.มหาดไทย เวลาลงพื้นที่ จ.สงขลา ว่า ตนได้สอบถามไปแล้วว่ามันเกิดอะไรขึ้น เพราะนโยบายของตนพูดชัดเจนแล้วว่าไม่ต้องมาเดินตาม ที่ผ่านมาจะเห็นว่าตนไม่มีใครมาเดินเหมือนสมัยก่อนที่เดินตามกันเป็นขบวน อธิบดีทุกคนต้องมาเดินตาม ของตนไม่มี เฉพาะตนที่มีปัญหาหรือคนที่มีงานจะต้องคุยกันก็มาแค่นั้น ตรงนี้ทำให้ดูแล้ว ซึ่งได้สอบถามไปที่ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้รับการชี้แจงว่ามีคนทำทำหนังสือขึ้นมาถึงผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา แต่ผู้ว่าฯไม่ได้เซ็น เสร็จแล้วมีการแสกนขึ้นมา ซึ่งทางปลัดกระทรวงมหาดไทยสั่งไปแล้วว่าให้ไปตามหาให้ได้และชี้แจงกลับมา โดยได้ให้ไปดำเนินการตามกระบวนการ เป็นเรื่องที่ทางปลัดจะต้องไปดูแล

ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้มีการสอบถามนายเดชอิศม์หรือไม่ ว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร นายภูมิธรรม กล่าวว่า ยังเลย ตนยังไม่ได้เจอ เมื่อถามย้ำว่า จะต้องมีคำสั่งลงไปหรือไม่ ว่าจะต้องไม่มีเหตุการณ์แบบนี้อีก นายภูมิธรรม กล่าวว่า เดี๋ยวตนจะไปสอบถามปลัดกระทรวงมหาดไทย เพราะเรื่องนี้ทางปลัดเขารับที่จะไปดำเนินการ หาข้อสรุปมา และรายงานให้ตนทราบ

‘ผู้ตรวจการแผ่นดิน-อสส.’ลงนาม MOU เสริมพลังคุ้มครองสิทธิ–ช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน

‘ผู้ตรวจการแผ่นดิน-อสส.’ลงนาม MOU เสริมพลังคุ้มครองสิทธิ–ช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน

‘ผู้ตรวจการแผ่นดิน-อสส.’ลงนาม MOU เสริมพลังคุ้มครองสิทธิ–ช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน

วันจันทร์ ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 12.53 น.

ผู้ตรวจการแผ่นดินจับมืออัยการสูงสุด ลงนาม MOU เสริมพลังคุ้มครองสิทธิ–ช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน  เชื่อมระบบส่งต่อดิจิทัล  ลดขั้นตอนและเข้าถึงความเป็นธรรมง่ายขึ้น

วันที่ 18 สิงหาคม 2568 ที่สำนักงานคณะกรรมการผู้ตรวจการแผ่นดิน นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต  ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน และนายไพรัช  พรสมบูรณ์ศิริ อัยการสูงสุด ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการคุ้มครองสิทธิและการช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน ระหว่างสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน และสำนักงานอัยการสูงสุด    เพื่ออำนวยความสะดวกและช่วยเหลือประชาชนให้เข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้อย่างรวดเร็วและเป็นธรรม  ผ่านระบบส่งต่อข้อมูลดิจิทัล การพัฒนาบุคลากร และการเผยแพร่ความรู้สิทธิทางกฎหมายอย่างต่อเนื่อง

 นายสมศักดิ์  กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้มอบประโยชน์โดยตรงให้กับประชาชนอย่างชัดเจน  โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล ไม่ว่า ประชาชนรายใดเกิดปัญหาหรือความเดือดร้อนสามารถยื่นเรื่องร้องเรียน   หรือขอคำปรึกษาทางกฎหมายที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินหรือสำนักงานอัยการสูงสุด และจะได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง   โดยไม่ต้องติดต่อหลายหน่วยงาน  ระบบส่งต่อข้อมูลดิจิทัลช่วยให้เรื่องถึงมือหน่วยงานที่รับผิดชอบได้อย่างรวดเร็ว  ปลอด ภัยและลดขั้นตอนรวมถึงค่าใช้จ่าย

ด้านนายไพรัช  กล่าวว่า วันนี้จึงนับเป็นนิมิตหมายที่ดีของพี่น้องประชาชนทั้ง 76 จังหวัดทั่วประเทศ  กรณีประสบความเดือดร้อน หรือความไม่เป็นธรรม จะมีสำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัด(สคชจ.)  เป็นผู้ให้คำปรึกษาแนะนำและส่งต่อเรื่องร้องเรียนไปยังสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน  ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบการแก้ไขความเดือดร้อนหรือความไม่เป็นธรรมของประชาชน

‘รวมพลังแผ่นดินฯ’นัดชุมนุมหน้า‘สภา’ 21 ส.ค. จี้เลิก MOU 43-44

‘รวมพลังแผ่นดินฯ’นัดชุมนุมหน้า‘สภา’ 21 ส.ค. จี้เลิก MOU 43-44

‘รวมพลังแผ่นดินฯ’นัดชุมนุมหน้า‘สภา’ 21 ส.ค. จี้เลิก MOU 43-44

วันจันทร์ ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 12.15 น.

‘รวมพลังแผ่นดินฯ’นัดชุมนุมหน้า‘สภา’ 21 ส.ค. จี้เลิก MOU 43-44 ยื่นศาลรธน.ขอถ่ายทอดสดไต่สวน‘อิ๊งค์’

18 สิงหาคม 2568 เวลา 10.00 น. ที่โรงแรมรัตนโกสินทร์ คณะรวมพลังแผ่นดิน ปกป้องอธิปไตย นำโดย นายจตุพร พรหมพันธุ์ , นายพิชิต ไชยมงคล , นายนิติธร ล้ำเหลือ , นายสมชาย แสวงการ และสมาชิกอื่นๆ ร่วมกันแถลงข่าวนัดชุมนุมในวันที่ 21 สิงหาคม 2568 ที่หน้ารัฐสภา เพื่อแสดงจุดยืนในหลายประเด็นสำคัญ โดยเฉพาะ MOU 43 และ 44 ที่ส่งผลกระทบต่อประเทศ

ทั้งนี้ กลุ่มรวมพลังแผ่นดิน เชิญชวนคนรักชาติร่วมฟังผลประชุม MOU 43 และ 44 ที่หน้ารัฐสภาในวันที่ 21 สิงหาคม พร้อม เตรียมยื่นหนังสือต่อศาลรัฐธรรมนูญขอร่วมฟังคำวินิจฉัยกรณีคลิปเสียง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ทั้งวันที่ 21 และ 29 ที่จะถึงนี้

นายพิชิต เปิดเผยว่า การชุมนุมครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเรียกร้องในประเด็นต่างๆ อาทิ ข้อพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา โดยกลุ่มรวมพลังแผ่นดิน ต้องการแสดงเจตจำนงเกี่ยวกับบันทึกความเข้าใจ (MOU) ฉบับที่ 43 และ 44 ที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ทางบกและทางทะเล เนื่องจากมีการพิจารณาเรื่องนี้ในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งหลายฝ่ายมองว่าอาจส่งผลกระทบต่ออธิปไตยของชาติ รวมถึงความกังวลเกี่ยวกับประเด็นที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรมของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เดินทางกลับมาประเทศไทยแต่ยังไม่เคยต้องโทษจำคุกจริง แม้ว่าศาลฎีกาจะนัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 9 กันยายนนี้ อีกทั้ง ประเด็นคลิปเสียงระหว่าง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กับสมเด็จฮุน เซน อดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ที่ตนเชื่อว่าอาจเป็นสาเหตุของข้อพิพาทชายแดน ซึ่งศาลจะนัดไต่สวนในวันที่ 21 สิงหาคมนี้

ขณะที่ นายสมชาย แสวงการ อดีตสมาชิกวุฒิสภา ได้ร่วมแสดงความเห็น โดยระบุว่าเหตุการณ์สู้รบที่ชายแดนไทย-กัมพูชาเป็นผลมาจากคลิปเสียงดังกล่าว และมองว่าการกระทำของ น.ส.แพทองธาร มีความรุนแรงกว่ากรณีการกระทำผิดของอดีตนายกฯ คนอื่นๆ ที่เคยถูกยื่นถอดถอน นอกจากนี้ นายสมชายยังกล่าวถึงเรื่อง MOU 43 และ 44 ว่าเป็นปัญหาที่นำไปสู่ความขัดแย้ง เพราะเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ด้านพลังงานในอ่าวไทย ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อพื้นที่ของประเทศไทยได้ ในวันที่ 19 สิงหาคม ตนและคณะจะยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอให้ถ่ายทอดสดการไต่สวน น.ส.แพทองธาร และเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 21 สิงหาคม เพื่อให้ประชาชนรับทราบข้อมูลโดยทั่วกัน พร้อมทั้งจะยื่นคำร้องขอเข้ารับฟังการไต่สวนด้วยตัวเองในวันดังกล่าว รวมถึงการฟังคำวินิจฉัยในวันที่ 29 สิงหาคมด้วย

ทั้งนี้ กลุ่มรวมพลังแผ่นดิน ขอเชิญชวนประชาชนร่วมชุมนุมในวันพฤหัสบดีที่ 21 สิงหาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป ณ ลานประชาชน หน้าอาคารรัฐสภา เพื่อเรียกร้องให้ยกเลิก MOU 43 และ 44 และร่วมกันปกป้องอธิปไตยของชาติ

ด้านนายจตุพร พรหมพันธุ์ เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาทางกลุ่มมีการชุมนุมใหญ่ 2 ครั้ง และจะมีการนัดชุมนุมใหญ่ครั้งที่ 3 ในอนาคต แต่การชุมนุมวันที่ 21 สิงหาคมนี้ ยังไม่ถือเป็นการชุมนุมใหญ่ แต่เป็นการชุมนุมนัดพิเศษ และไม่ได้ไปฉลองวันเกิดให้แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ซึ่งมีวันคล้ายวันเกิดในวันดังกล่าว แต่เป็นการแสดงพลังของประชาชน เตรียมความพร้อมเพื่อขับเคลื่อนเจตนารมณ์ทางการเมือง ว่าในอนาคตจะทำอะไรอย่างไรบ้าง ซึ่งในวันที่ 21 สิงหาคมนี้ จะเชิญตัวแทนพรรคการเมืองทุกพรรคมารับหนังสือจาก กลุ่มมวลชนรวมพลังแผ่นดิน ปกป้องอธิปไตย ด้วย

‘ดร.ดิเรกฤทธิ์’ชี้ช่องพิสูจน์ชั้น 14 จริงเท็จอย่างไร ต้องขอดูกล้องวงจรปิดที่บ้านจันทร์ฯ

'ดร.ดิเรกฤทธิ์'ชี้ช่องพิสูจน์ชั้น 14 จริงเท็จอย่างไร ต้องขอดูกล้องวงจรปิดที่บ้านจันทร์ฯ

‘ดร.ดิเรกฤทธิ์’ชี้ช่องพิสูจน์ชั้น 14 จริงเท็จอย่างไร ต้องขอดูกล้องวงจรปิดที่บ้านจันทร์ฯ

วันจันทร์ ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 12.10 น.

วันที่ 18 สิงหาคม 2568 ดร.ดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม ประธานสถาบันประชาธิปไตยสุจริต และอดีตสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก ระบุว่า “เคยเสนอแล้วครับ ถ้าจะดูว่าอยู่ชั้น 14 จริงเท็จอย่างไร ให้ขอดูกล้องวงจรปิดที่บ้านจันทร์ฯ”

‘รมช.พาณิชย์’เผยพบ‘บ.นอมินีต่างชาติ’กว่า4.6หมื่นแห่ง หากินบนแผ่นดินไทย ลั่นต้องปราบให้เด็ดขาด

‘รมช.พาณิชย์’เผยพบ‘บ.นอมินีต่างชาติ’กว่า4.6หมื่นแห่ง หากินบนแผ่นดินไทย ลั่นต้องปราบให้เด็ดขาด

‘รมช.พาณิชย์’เผยพบ‘บ.นอมินีต่างชาติ’กว่า4.6หมื่นแห่ง หากินบนแผ่นดินไทย ลั่นต้องปราบให้เด็ดขาด

วันจันทร์ ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 11.59 น.

“สุชาติ ชมกลิ่น” เผยพบ “บริษัทนอมินีต่างชาติ” หากินในประเทศไทยเป็นจำนวนกว่า 46,000 แห่ง ลั่นต้องปราบให้เด็ดขาด เพื่อประโยชน์คนไทย-ร้านค้า ขอ สว. ช่วยดันกฎหมายยึดทรัพย์​

เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2568 ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา ที่มี พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา คนที่1 ทำหน้าที่ประธานการประชุม โดยในช่วงกระทู้ถามเป็นหนังสือ นายสุชาติ ชมกลิ่น รมช.พาณิชย์ ตอบกระทู้เรื่องผลกระทบจากปัญหาการค้าปลีกข้ามชาติประเภทการค้าศูนย์เหรียญ ตั้งถามโดยยนายชูชีพ เอื้อการณ์ สมาชิกวุฒิสภา(สว.) ตอนหนึ่งว่า หลังจากที่มีคำสั่งของนายกรัฐมนตรี ต่อการตั้งคณะกรรมการเพื่อปราบปรามนอมินีที่นักลงทุนต่างชาติใช้ช่องทางกฎหมายหากินบนแผ่นดินไทย ซึ่งจากการทำงาน  8-10 เดือนที่ผ่านมา พบว่ามีธุรกิจกว่า 46,000 บริษัทที่เข้าข่ายนอมินี เช่น ที่ข้างกระทรวงพาณิชย์ พบว่า สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ยึดทรัพย์อาคารหรู บ้านพักติแม่น้ำ ซึ่งกฎหมายของกระทรวงพาณิชย์บอบบาง ต้องทำงานร่วมกับหลายหน่วยงาน  และขณะนี้ ปปง. เตรียมผลักดันกฎหมายเกี่ยวกับนอมินี ให้เป็นกฎหมายเข้ามูลฐานความผิดยึดทรัพย์ เช่น กฎหมายฟอกเงิน ดังนั้นตนขอฝากสว. หากกฎหมายเข้ามาให้ผลักดัน ซึ่งมีประโยชน์กับคนไทย

นายสุชาติ ชี้แจงต่อว่า ขณะนี้กระทรวงพาณิชย์ ทำระบบจับตาความเคลื่อนไหวของบัญชีธุรกิจต่างๆ ของผู้ประกอบการที่จดทะเบียนที่พบว่ามีพฤติกรรมจดทะเบียนซซ้ำซ้อน เช่น เจ้าของคนเดียวกัน 10-20 บริษัท  มีเลขที่อยู่เลขเดียวกัน ซึ่งได้ส่งให้กรมสรรพากตรวจสอบ ส่วนที่กังวลว่าจะตรวจสอบอย่างนั้น ในขั้นตอนสามารถทำได้หลายอย่างเช่น การเสียภาษี ดูบิลการขาย แต่กรมสรรพากรตรวจสอบไม่เฉพาะบิลการขายเท่านั้น เพราะเมื่อได้รับข้อมูลเรื่องนอมินีแล้ว ต้องเฝ้าระวัง และตรวจสอบ บิลสั่งสินค้าเข้า  ดูสินค้าคงเหลือ ดูผู้ประกอบการข้างเคียง เป็นต้น

นายสุชาติ ชี้แจงกล่าวต่อว่าสำหหรับการตรวจสอบความเคลื่อนไหวของบริษัทที่จดทะเบียน ตามขั้นตอนต้องส่งงบการเงิน 1 ปีหลังจดทะเบียน แต่ในระบบที่ออกแบบเพื่อตรวจสอบสามารถตรวจสอบความเคลื่อนไหว เช่น การเปลี่ยนเจ้าของ บริษัทนอมินีจำนวนมากที่เจอ  46,000 รายเป็นธุรกิจที่ซ้ำซ้อนกันหรือไม่ ขณะที่ประเด็นร้านค้าศูนย์เหรียญ  และตรวจสอบโกงดังนั้นเป็นประเด็นที่ต้องตรวจสอบและเอาผิด ยึดทรัพย์สินค้าหรือดำเนินคดีให้ถึงที่สุดไม่ใช่แค่ปรับ

“ผมไม่นิยมที่ออกไปทำงานแต่โทษเบาบาง ทำให้พวกที่ทำผิดกฎหมายไม่เกรงกลัว ดังนั้นผมจะทำให้เต็มที่ ผมพยายามทำงานให้รัฐบาล ให้กระทรวงพาณิชย์ ทำงานให้ประชนดีที่สุด ผมไม่สนับสนุนทุนต่างชาติที่เอาเปรียบคนไทยแน่นอน ผมรับผิดชอบดูกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ดังนั้นเมื่อมีการตั้งข้อสังเกตแล้ว หากให้ผมลงมาทำแต่ทำไม่ได้ถือว่าผมทำงานไม่สำเร็จ ตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายผมต้องทำให้ได้ และตั้งใจปราบนอมินี เพื่อคนไทยและร้านค้าไทย ทั้งนี้ในการทำงานต้องทำงานควบคู่กับกรมสรรพากร และต้องหารือกับสว.ด้วย” นายสุชาติ ชี้แจง

‘หมอวรงค์’เรียกม็อบชุมนุมสภาฯ 21 ส.ค.นี้ จี้ยกเลิก MOU43-MOU44

'หมอวรงค์'เรียกม็อบชุมนุมสภาฯ 21 ส.ค.นี้ จี้ยกเลิก MOU43-MOU44

‘หมอวรงค์’เรียกม็อบชุมนุมสภาฯ 21 ส.ค.นี้ จี้ยกเลิก MOU43-MOU44

วันจันทร์ ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 11.46 น.

‘หมอวรงค์’เรียกม็อบชุมนุมสภาฯ 21 ส.ค.นี้ จี้ยกเลิก MOU43-MOU44 

เมื่อวันที่ 18 ส.ค.2568 นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานพรรคไทยภักดี โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า “ขอเชิญร่วมชุมนุม เพื่อเรียกร้องให้สภามีมติยกเลิก mou43 mou44 วันพฤหัสบดีที่ 21 ส.ค.นี้ เวลา 10.00น.ที่รัฐสภา”

ใส่ให้โลกเห็น! รัฐบาลเชิญชวนทุกภาคส่วนร่วมส่งเสริมใส่ชุดผ้าไทย ร่วมสืบสานพระราชปณิธาน

ใส่ให้โลกเห็น! รัฐบาลเชิญชวนทุกภาคส่วนร่วมส่งเสริมใส่ชุดผ้าไทย ร่วมสืบสานพระราชปณิธาน

ใส่ให้โลกเห็น! รัฐบาลเชิญชวนทุกภาคส่วนร่วมส่งเสริมใส่ชุดผ้าไทย ร่วมสืบสานพระราชปณิธาน

วันจันทร์ ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 11.27 น.

ใส่ชุดไทยให้โลกเห็น! รัฐบาลเชิญชวนทุกภาคส่วนร่วมสืบสานพระราชปณิธานและเฉลิมพระเกียรติ ส่งเสริมการใส่ชุดผ้าไทย ผลักดันซอฟต์พาวเวอร์ สืบสานภูมิปัญญาไทย สร้างงาน สร้างรายได้ หนุนเศรษฐกิจชุมชนสู่เวทีโลก

เมื่อวันที่ 18 ส.ค.2568 น.ส.ศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลมีนโยบายขับเคลื่อน Soft Power อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของไทยสู่ระดับนานาชาติ ส่งเสริมสนับสนุนผ้าไทย เพื่อให้ประชาชน และชุมชน มีอาชีพ มีรายได้ ส่งเสริมเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา รัฐบาลได้ดำเนินโครงการ พร้อมสนับสนุน ส่งเสริมการใส่ผ้าไทยมาอย่างต่อเนื่อง 

ซึ่งสอดคล้องกับพระดำรัสสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ความว่า 

“ขอเชิญสตรีไทยทุกวัยนะคะ ตั้งแต่เด็กจนถึงผู้ใหญ่ น้อง ๆ LGBTQ พี่ ๆ LGBTQ ทุกท่าน ที่มีจิตใจเป็นหญิงนะคะ ทุกท่านที่อยู่วงการแฟชั่นและไม่แฟชั่น คนไทยทุกอายุทุกท่านเลย ก็อยากเชิญชวนให้ใส่ชุดไทยทั้ง 8 แบบอย่างภาคภูมิใจนะคะ แล้วก็ใส่ให้มีความเข้าใจ ใส่ให้คนรู้ทั่วโลกว่านี่เรามาจากประเทศไทย แล้วเราใส่อย่างถูกต้องตามหลักที่ทรงพระราชทานและออกแบบ คัตติ้งถูก ทุกอย่างถูกต้อง ส่วนเรื่องสีเรื่องการทอก็แล้วแต่ทุกคนจะสรรหา”

ทั้งนี้ เพื่อเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 47 พรรษา ของสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี รัฐบาล โดยกระทรวงวัฒนธรรมเปิดโอกาสให้นิสิต นักศึกษาไทย คณะออกแบบแฟชั่นสิ่งทอจากสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ ได้ออกแบบและตัดเย็บชุดผ้าไหมให้กับทูตานุทูต และนางแบบนายแบบกิตติมศักดิ์ เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ด้านแฟชั่นในระดับนานาชาติ และยังเป็นการขยายความร่วมมือผ่านเส้นทางทางการทูต ชูผ้าไหม Soft Power ไทยสู่ระดับโลก

“รัฐบาลขอเชิญชวนทุกภาคส่วน ร่วมกันส่งเสริมสนับสนุนผลิตภัณฑ์ให้ใช้และสวมใส่ชุดผ้าไทยเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง นอกจากจะเป็นการสืบสานพระราชปณิธานสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อการอนุรักษ์และสืบสานภูมิปัญญาของคนไทยแล้ว ยังเป็นการสนับสนุนการสร้างอาชีพ สร้างงาน สร้างรายได้กับผู้ประกอบการในชุมชน อันเป็นกลไกการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ให้มีความมั่นคง สามารถพึ่งพาตนเองได้ และเกิดการหมุนเวียนในห่วงโซ่ทางเศรษฐกิจระดับประเทศต่อไป” น.ส.ศศิกานต์ กล่าว

‘ประธานสภาฯ’ตั้งแท่นรอ พร้อมสอบปม‘สส.’ซื้อตัว 10 กิโลฯ

‘ประธานสภาฯ’ตั้งแท่นรอ พร้อมสอบปม‘สส.’ซื้อตัว 10 กิโลฯ

‘ประธานสภาฯ’ตั้งแท่นรอ พร้อมสอบปม‘สส.’ซื้อตัว 10 กิโลฯ

วันจันทร์ ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 11.24 น.

‘สส.’ทุกคนมีหน้าที่ของตัวเอง!‘ประธานสภาฯ’ชี้เป็นหน้าที่‘วิปรัฐบาล’ทำให้องค์ประชุมเกินกึ่งหนึ่ง ยันพร้อมสอบปม‘สส.’ซื้อตัว 10 กิโลฯ หากมียื่นเรื่องมา

18 สิงหาคม 2568 เวลา 10.00 น. ที่รัฐสภา นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร เดินเยี่ยมชมโรงอาหารแห่งใหม่ และได้มีการพบปะกับพ่อค้าแม่ค้า พร้อมสอบถามถึงราคาอาหาร

จากนั้นนายวันมูหะมัดนอร์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังเดินเยี่ยมชมโรงอาหารแห่งใหม่ถึงกรณีที่เสียงรัฐบาลปริ่มน้ำ ว่าเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการประสานงาน (วิป) แต่ละฝ่าย เสียงของรัฐบาลก็เป็นหน้าที่ของวิปรัฐบาลที่จะทำอย่างไรให้องค์ประชุมเกินกึ่งหนึ่ง เมื่อมีการประชุมสภาฯ และการประชุมร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 วาระ 2 และ 3 ที่ผ่านมา ก็มีการตรวจสอบองค์ประชุมทุกมาตราและผ่านไปได้ ซึ่งคิดว่าหากมีการประสานงานกันดี ทุกคนรู้หน้าที่ของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นสส. ของรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน ทุกคนก็มีหน้าที่ที่ต้องทำเป็นของตัวเอง และการประชุมสภาก็ดำเนินต่อไปได้

เมื่อถามว่า ที่ราบรื่นผ่านไปได้อาจเป็นเพราะการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ แต่หากเป็นกฎหมายอื่น อาจจะทำให้มีความกังวลหรือไม่ นายวันมูหะมัดนอร์  กล่าวว่า ไม่ว่าจะเป็นการประชุมเพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯหรือกฎหมายอื่น หากมีการลงมติ ตรวจสอบองค์ประชุมก็ต้องดำเนินการไปตามนั้น ทุกคนมีหน้าที่ปฏิบัติตาม เพราะรัฐบาลก็มีเสียงเกินกึ่งหนึ่ง จะมากหรือน้อยหากมีเสียงเกินกึ่งหนึ่งก็เป็นองค์ประชุมและลงมติได้ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร

เมื่อถามว่า  ที่ผ่านมามีการปิดประชุมก่อน จะทำให้งานด้านนิติบัญญัติล่าช้าหรือไม่ นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่า หากองค์ประชุมไม่ครบตามข้อกฎหมายหรือข้อบังคับก็ไม่สามารถที่จะดำเนินการไปได้ ก็ต้องปิดประชุม ซึ่งต้องดูไป โดยในสัปดาห์หน้าหรือสัปดาห์ถัดไป จะมีกฎหมายหลายฉบับที่จะเข้ามา ตนคิดว่าหาก็องค์ประชุมมากแต่สมาชิกอยู่ในห้องประชุมไม่ครบ ก็ไม่มีประโยชน์อะไร แต่หากองค์ประชุมปริ่มน้ำแล้วสมาชิกมาครบเกินกึ่งหนึ่ง เราก็สามารถที่จะดำเนินการไปได้ เป็นการปฎิบัติหน้าที่ตามปกติเมื่อมีฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล หากรัฐบาลต้องการให้กฎหมายของรัฐบาลผ่าน รัฐบาลก็ต้องดูแลสมาชิกให้เกินกึ่งหนึ่งจะมากหรือน้อยก็ได้

เมื่อถามถึง กรณีมีกระแสข่าวซื้อตัวสส. 10 กิโลนั้น นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่า อยากให้มีการเปิดเผย ไม่อยากให้มีการอ้ำอึ้ง เพราะเป็นข่าวที่เมื่อปรากฏออกมาทำให้เป็นภาพที่ไม่ดีต่อสมาชิกของสภา เมื่อทราบก็ควรที่จะเปิดเผย แต่หากไม่กล้าเปิดเผยก็ควรที่จะเปิดเผยต่อวิปหรือแกนนำได้  ประธานสภาฯ ก็ยินดีที่จะรับข้อมูลนี้แล้วตรวจสอบให้เพราะเราไม่อยากให้สภาเรามีข่าวเช่นนี้ เนื่องจากข่าวเช่นนี้บางครั้งก็เป็นข่าวที่ไม่จริงเป็นการพูดไปมากันโดยขาดความรับผิดชอบ และคิดว่าเป็นสถานการณ์ที่คงไม่มีใครไปทำอะไรให้เกิดความเสียหาย

เมื่อถามว่า หากมีตัวตนของคนที่มาซื้อจริงๆ จะต้องมีการตรวจสอบกัน นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่า หากมีหลักฐานยื่นมาเป็นเอกสาร มีตัวตนของผู้ที่ยื่นแล้วจะสามารถที่จะรับผิดชอบได้ ก็ยินดีที่จะตรวจสอบ

เมื่อถามว่า ต้องมีการยื่นข้อมูลไปอย่างเดียวเลยใช่หรือไม่ นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่า แหล่งข่าวจริงหรือไม่จริง เราไม่รู้ เพราะจากที่ตนเห็นในข่าว ทางฝ่ายสส.เอง เขาก็อยากให้มีการเปิดเผยและตรวจสอบจากผู้ที่อ้างว่ามีโทรศัพท์มาแต่ก็ไม่ได้บอกชื่อ ซึ่งเมื่อไม่มีความชัดเจน เราก็ตรวจสอบไม่ได้ ฉะนั้น จึงอยากให้มีการตรวจสอบให้มีความชัดเจนเพราะข่าวเช่นนี้ทำให้เกิดความเสียหายและหากตรวจสอบแล้วเจอ ก็ต้องมีการดำเนินการตามกฎหมาย

หนุนเด็กไทยทัศนศึกษา ‘สุโขทัย-อยุธยา-พระบรมมหาราชวัง’ เชื่อสร้างความรักชาติแบบไม่ยัดเยียด

หนุนเด็กไทยทัศนศึกษา 'สุโขทัย-อยุธยา-พระบรมมหาราชวัง' เชื่อสร้างความรักชาติแบบไม่ยัดเยียด

หนุนเด็กไทยทัศนศึกษา ‘สุโขทัย-อยุธยา-พระบรมมหาราชวัง’ เชื่อสร้างความรักชาติแบบไม่ยัดเยียด

วันจันทร์ ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 11.11 น.

วันที่ 18 สิงหาคม 2568 ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หรือ ดร.เอ้ ได้โพสต์ข้อความ ระบุว่า ผมสนับสนุนให้ “เด็กไทยทุกคน” มีโอกาสไป “ทัศนศึกษา” (อย่างปลอดภัย) ที่สุโขทัย อยุธยา และพระบรมมหาราชวังสักครั้งในชีวิต จะเป็นการเรียน “ประวัติศาสตร์ไทย” สร้าง “ความรักชาติ” ที่สัมผัสได้ไม่น่าเบื่อ ไม่ยัดเยียด

‘ธนกร’ห่วงทหารชายแดนไทย-กัมพูชา ฝาก‘สธ.-ทบ.’ส่งทีมจิตแพทย์ดูแลหลังเหตุปะทะ

‘ธนกร’ห่วงทหารชายแดนไทย-กัมพูชา ฝาก‘สธ.-ทบ.’ส่งทีมจิตแพทย์ดูแลหลังเหตุปะทะ

‘ธนกร’ห่วงทหารชายแดนไทย-กัมพูชา ฝาก‘สธ.-ทบ.’ส่งทีมจิตแพทย์ดูแลหลังเหตุปะทะ

วันจันทร์ ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 11.00 น.

‘ธนกร’ห่วงเจ้าหน้าที่ทหารชายแดนไทย-กัมพูชา ฝาก‘สธ.’ผนึก‘ทบ.’ส่งทีมจิตแพทย์ดูแลหลังเหตุปะทะ ขอ ครอบครัว-ชุมชน ช่วยดูแลจิตใจ ชื่นชมทุกนายกล้าหาญพร้อมทำเพื่อชาติ

18 สิงหาคม 2568 นายธนกร วังบุญคงชนะ อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รองหัวหน้าพรรคและสส.บัญชีรายชื่อพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวว่า ภายหลังเหตุปะทะบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาเมื่อปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาหลายวัน เกิดการสูญเสียชีวิตเจ้าหน้าที่ทหารและพลเรือน และได้รับบาดเจ็บ ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวได้สร้างบาดแผลผลกระทบในความรู้สึกและจิตใจต่อบุคคลในครอบครัวผู้สูญเสีย ทั้งทหารและประชาชนทั่วไปทั้งทางตรงและทางอ้อมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ส่วนตัวรู้สึกเป็นห่วงอย่างมาก จำเป็นที่ทั้งครอบครัว ชุมชนต้องช่วยกันให้กำลังใจ สนับสนุนให้ความช่วยเหลือทุกด้านในทันที  โดยเฉพาะด้านจิตใจ

ทั้งนี้ ตนขอฝากทางกระทรวงสาธารณสุข ช่วยส่งทีมจิตแพทย์ทุกระดับ เร่งลงพื้นที่สำรวจและประเมินสภาพจิตใจของประชาชนทั้ง 7 จังหวัดชายแดนที่รับผลกระทบ ร่วมกับกองทัพบกที่ได้ส่งทหารเหล่าแพทย์ทีม M-MCATT ไปดูแลกำลังพลที่ปฏิบัติราชการสนามชายแดน ประเมินสภาพจิตใจหลังการสู้รบอย่างต่อเนื่องแล้ว 

“ขอให้ทั้งกระทรวงสาธารณสุข ร่วมกันกับทีมแพทย์จากกองทัพบก ลงไปดูแลทั้งกำลังพลและพี่น้องประชาชนในพื้นที่ 7 จังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากเหตุสู้รบ ให้เกิดความทั่วถึง เพราะหลังการปะทะนอกจากความสูญเสียทางกายแล้ว สิ่งสำคัญมากไม่แพ้กันคือบาดแผลทางจิตใจที่เกิดขึ้นกับทั้งพี่น้องคนไทย กลุ่มเปราะบาง เด็กคนชรา ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาในการรักษา ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทีมแพทย์และทหารกล้าทุกนายเสียสละปกป้องอธิปไตย ทำเพื่อประเทศมาโดยตลอดหลังการสู้รบรัฐบาลและทุกหน่วยงานต้องเร่งเข้าไปดูแลทุกด้านทันที” นายธนกร กล่าว