​‘วันนอร์’นัดถกงบฯปี69 เปิดรายงาน‘กมธ.ฯ’พบปรับลดเกือบ 9 พันล้าน

​‘วันนอร์’นัดถกงบฯปี69 เปิดรายงาน‘กมธ.ฯ’พบปรับลดเกือบ 9 พันล้าน

​‘วันนอร์’นัดถกงบฯปี69 เปิดรายงาน‘กมธ.ฯ’พบปรับลดเกือบ 9 พันล้าน

วันอาทิตย์ ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 14.12 น.

“วันนอร์”นัดถกงบฯปี69 วาระสอง-สาม 13-15 ส.ค. เปิดรายงาน กมธ.ฯพบรายการปรับลดเกือบ 9 พันล้าน โยกให้ 7 หน่วยงาน-2 แผนงานทำภารกิจสำคัญ พร้อมรายการเปลี่ยนแปลงลดงบ”สธ.” 70 ล้าน โยกให้”13 อบจ.” ขณะที่”อบจ.พะเยา”ได้เติมงบเกือบ 10 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผูัแทนราษฎร ได้นัดประชุมสภาฯ วาระพิเศษ ระหว่างวันที่ 13 – 15 ส.ค.นี้ เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท ซึ่งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญ ที่มี นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง เป็นประธาน กมธ.ได้พิจารณาแล้วเสร็จ ในวาระ 2 – 3

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในรายงานของ กมธ.ระบุว่า งบประมาณปี 2569 ที่ตั้งแต่ 3,780 ล้านล้านบาท กมธ.มีมติปรับลดทั้งสิ้น รวม 8,920 ล้านบาท โดยทุกกระทรวงและส่วนราชการถูกปรับลดงบประมาณ ทั้งนี้ มีกระทรวงและส่วนราชการที่ปรับลด สูงสุด 5 อันดับ ได้แก่

1.กระทรวงมหาดไทย ปรับลด 2,148 ล้านบาท สำหรับรายการที่ปรับลดส่วนใหญ่เป็นค่าครุภัณฑ์ ค่าที่ดิน สิ่งก่อสร้างอาคารต่างๆ ของส่วนราชการ

2.หน่วยงานรัฐสภา 880 ล้านบาท

3.กระทรวงคมนาคม 795 ล้านบาท

4.กระทรวงสาธารณสุข 693 ล้านบาท

5.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 459 ล้านบาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับงบประมาณที่ปรับลดดังกล่าว ตามรายงานของ กมธ.ได้จัดสรรให้ส่วนราชการตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เสนอตามความเหมาะสม และจำเป็น รวม 8,690 ล้านบาท และจัดสรรให้หน่วยงานของรัฐสภา ศาลองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ และองค์กรอัยการ รวม 230 ล้านบาท

สำหรับส่วนราชการที่ได้รับงบประมาณเพิ่มเติม ประกอบด้วย

1.รัฐวิสาหกิจ ตั้งเพิ่มจำนวน 4,914 ล้านบาท เพื่อใช้เป็นค่าที่ดินและสิ่งก่อสร้างงานโยธาตามสัญญาสัมปทานฯโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์ – ศูนย์วัฒนธรรม กทม.

2.กระทรวงการคลัง ตั้งเพิ่มจำนวน 1,568 ล้านบาท เพื่อใช้ในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศปี 2569

3.งบกลาง ตั้งเพิ่มจำนวน 1,000 ล้านบาท เพื่อใช้เป็นเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น กรณีป้องกันและแก้ไขสถานการณ์ที่กระทบต่อความสงบเรียบร้อย ความมั่นคง  ภัยพิบัติสาธารณะร้ายแรง และภารกิจจำเป็นเร่งด่วนของรัฐ

4.กระทรวงแรงงาน ตั้งเพิ่มจำนวน  1,000 ล้านบาท เพื่อใช้เป็นเงินสมทบกองทุนประกันสังคม สำหรับผู้ประกันตนตามมาตรา 33 และ มาตรา 39

5.กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ตั้งเพิ่มจำนวน 153 ล้านบาท เพื่อเป็นเงินสนับสนุนการปรับสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยสำหรับคนพิการ

6.หน่วยงานของศาล ตั้งเพิ่มจำนวน 83 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายดำเนินงานการพิจารณาพิพากษาคดีที่รวดเร็ว มีคุณภาพ

7.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตั้งเพิ่มจำนวน 20 ล้านบาท เพื่อใช้ในปฏิบัติการดัดแปรสภาพอากาศแก้ปัญหาฝุ่นพีเอ็ม 2.5 ส่วนของวัสดุเชื้อเพลิงและหล่อลื่น

นอกจากนั้น ยังได้ตั้งเพิ่มในส่วนของ 2 แผนงาน ได้แก่ แผนงานบูรณาการ ตั้งเพิ่มจำนวน 20 ล้านบาท เป็นค่าใช้จ่ายในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้ติดสารเสพติดที่เข้าสู่กระบวนการบำบัดและพัฒนาพฤตินิสัย , แผนงานบุคลากรภาครัฐ จำนวน 160 ล้านบาท เพื่ออุดหนุนค่าใช้จ่ายบุคลากร 6 หน่วยงาน อาทิ สำนักงานอัยการสุงสุด 78 ล้านบาท สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) 32 ล้านบาท สำนักงานศาลปกครอง 27 ล้านบาท สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) 13 ล้านบาท สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) 6.9 ล้านบาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รายงานของ กมธ.ยังได้แจ้งรายละเอียดถึงงบประมาณในส่วนของรายการเปลี่ยนแปลง ได้แก่ กระทรวงมหาดไทย ที่ปรับลดงบประมาณของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ลง 114 ล้านบาท และได้เติมให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้แก่ เทศบาลเมืองโคกกลอย อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา 35 ล้านบาท เทศบาลเมืองประโคนชัย อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ 21 ล้านบาท เทศลาลเมืองลำปลายมาศ อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ 23 ล้านบาท และเทศบาลตำบลเขาหินซ้อน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทา 33 ล้านบาท กระทรวงสาธารณสุข ได้ปรับลดงบส่วนของสำนักปลัดกระทรวงสาะธารสุข 70 ล้านบาท ไปจัดสรรให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 13 แห่ง อาทิ อบจ.ประจวบคีรีขันธ์ 8.6 ล้านบาท อบจ.ยะลา 5 ล้านบาท อบจ.ร้อยเอ็ด 6 ล้านบาท อบจ.พะเยา 9.7 ล้านบาท อบจ.ตาก 7.8 ล้านบาท เป็นต้น

‘รัฐบาล’เชิญชวนร่วมงานวันแม่แห่งชาติ พร้อมเลื่อนประชุม ครม.เป็นอังคาร 19 ส.ค.

'รัฐบาล'เชิญชวนร่วมงานวันแม่แห่งชาติ พร้อมเลื่อนประชุม ครม.เป็นอังคาร 19 ส.ค.

‘รัฐบาล’เชิญชวนร่วมงานวันแม่แห่งชาติ พร้อมเลื่อนประชุม ครม.เป็นอังคาร 19 ส.ค.

วันอาทิตย์ ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 13.27 น.

‘รัฐบาล’เชิญชวนร่วมงานวันแม่แห่งชาติ พร้อมเลื่อนประชุม ครม.เป็นอังคาร 19 ส.ค.

เมื่อวันที่ 10 ส.ค.2568 นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และในโอกาสวันแม่แห่งชาติ ซึ่งตรงกับวันอังคารที่ 12 ส.ค.2568 รัฐบาลได้จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์และทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล พิธีถวายเครื่องราชสักการะและวางพานพุ่ม และพิธีจุดเทียน ถวายพระพรชัยมงคล ณ ท้องสนามหลวง และพร้อมขอเชิญชวนประชาชนร่วมกิจกรรมที่หน่วยงานต่าง ๆ จัดขึ้นทั่วประเทศ เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนชาวไทย

ส่วนการประชุมคณะรัฐมนตรีในวันอังคารที่ 12 ส.ค.นี้ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) แจ้ง “งด” การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยจะไปดำเนินการประชุม ครั้งต่อไปจะเป็นวันอังคารที่ 19 ส.ค.2568

‘ทักษิณ’ส่งโดรน10ชุด ให้กองทัพปกป้องชายแดนไทย มทภ.2เป็นผู้แทนรับมอบ

'ทักษิณ'ส่งโดรน10ชุด ให้กองทัพปกป้องชายแดนไทย มทภ.2เป็นผู้แทนรับมอบ

‘ทักษิณ’ส่งโดรน10ชุด ให้กองทัพปกป้องชายแดนไทย มทภ.2เป็นผู้แทนรับมอบ

วันอาทิตย์ ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 13.19 น.

‘ทักษิณ’ส่งโดรน 10 ชุด มูลค่า3ล้านบาท โดยมี มทภ.2  ผู้แทนกองทัพบก รับมอบ เสริมศักยภาพในการลาดตะเวน ป้องกันตัวเองของทหาร 

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 10 ส.ค.68 ห้องรับรอง กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 2 พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 เป็นผู้แทนกองทัพบก ในการรับมอบอากาศยานไร้คนขับ จำนวน 10 ชุด มูลค่ารวม 3,000,000 บาท (สามล้านบาท) จาก นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และงบประมาณสนับสนุน จำนวน 50,000 บาท (ห้าหมื่นบาท) จากคณะนักเรียนเตรียมทหารรุ่น 10 โดยมี พล.ต.ต.สุรสิทธิ์ สังขพงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรี ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นผู้แทนในการส่งมอบ

พล.ท.บุญสิน กล่าวว่า ในนามของกองทัพบก และกองทัพภาคที่ 2 ขอขอบคุณ ที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการมอบอุปกรณ์ให้ในวันนี้ ซึ่งถือว่ามีความสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งในสถานการณ์ปัจจุบัน เพื่อนำไปช่วยเสริมศักยภาพในการลาดตะเวน ป้องกันตัวเองของทหาร และปกป้องชายแดน เพื่อชาติเพื่อแผ่นดินไทยของเรา.

‘อรรถกร’ลงพื้นที่บุรีรัมย์ ปล่อยขบวน’หญ้า-อาหารสัตว์พระราชทาน ช่วยเหลือเกษตรกร

'อรรถกร'ลงพื้นที่บุรีรัมย์ ปล่อยขบวน'หญ้า-อาหารสัตว์พระราชทาน ช่วยเหลือเกษตรกร

‘อรรถกร’ลงพื้นที่บุรีรัมย์ ปล่อยขบวน’หญ้า-อาหารสัตว์พระราชทาน ช่วยเหลือเกษตรกร

วันอาทิตย์ ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 13.01 น.

“อรรถกร”ลงพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ ช่วยเหลือเกษตรกร ปล่อยขบวน’หญ้า-อาหารสัตว์พระราชทาน พร้อมเร่งสำรวจ ฟื้นฟูความเสียหายพื้นที่เกษตร-สัตว์เลี้ยง ชง ครม.อนุมัติเยียวยาเพิ่ม 

เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2568 นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวระหว่างลงพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อเยี่ยมและให้กำลังใจข้าราชการกระทรวงเกษตรฯ และเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากเหตุปะทะบริเวณพื้นที่ชายแดนว่า ถือเป็นข่าวดีที่ไม่มีข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ และสูญเสีย รวมถึงประชาชนส่วนใหญ่สามารถทยอยกลับเข้าที่พักอาศัยได้แล้ว แต่ปัญหาที่ตามมาคือการดำเนินชีวิตหลังเหตุการณ์ ซึ่งยังคงได้รับผลกระทบ ทั้งความเสียหายต่อชีวิต ทรัพย์สิน และสภาพจิตใจของประชาชน จำเป็นต้องได้รับการฟื้นฟูและดูแลอย่างต่อเนื่องจากภาครัฐ

นายอรรถกร กล่าวต่อว่า ในส่วนของพื้นที่เกษตรและสัตว์ที่ได้รับความเสียหายนั้น วันนี้เรายังไม่สามารถสํารวจได้ครบทั้งหมด เนื่องจากว่าในหลาย ๆ พื้นที่ก็ยังเป็นพื้นที่ที่อันตราย ดังนั้น ตนก็ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ด้วย แต่หลังจากนี้เมื่อสามารถเข้าพื้นที่ได้แล้วเราก็จะเร่งรัดในการลงไปสํารวจความเสียหายไม่ให้มีการตกหล่นแน่นอน เพื่อนำข้อมูลไปเสนอต่อคณะรัฐมนตรีในการเยียวยา รวมถึงการสนับสนุนเครื่องมือ อุปกรณ์ และปัจจัยการผลิตทางการเกษตร เพื่อให้เกษตรกรได้รับการช่วยเหลืออย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

“การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการรับฟังปัญหาโดยตรงจากเกษตรกรเพื่อให้ความช่วยเหลือและมาตรการเยียวยาตรงกับความต้องการที่แท้จริง และตนจะติดตามผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์จะกลับสู่ภาวะปกติ โดยได้ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน เพื่อฟื้นฟูชีวิตความเป็นอยู่ของเกษตรกรในพื้นที่อย่างเร่งด่วน รวมถึงได้ทำงานร่วมกับกระทรวงมหาดไทย ในการที่จะใช้เงินจากกองทุนต่าง ๆ เพื่อนำมาเยียวยาประชาชนและเกษตรกรที่ได้รับผลเสียหาย“นายอรรถกร กล่าว

ทั้งนี้ จ.บุรีรัมย์ มีข้อมูลพื้นที่และสัตว์ที่ได้รับผลกระทบ ใน 3 อำเภอ คือ อ.บ้านกรวด 118 หมู่บ้าน 9 ตำบล เกษตรกร 220 ครัวเรือน , อ.ละหานทราย 27 หมู่บ้าน 6 ตำบล เกษตรกร 359 ครัวเรือน และ อ.เฉลิมพระเกียรติ 27 หมู่บ้าน 2 ตำบล เกษตรกร 11 ครัวเรือน โดยการนำหญ้าอาหารสัตว์มามอบช่วยเหลือในครั้งนี้ จะมีสัตว์เลี้ยงที่ได้รับการช่วยเหลือเป็นโค 3,510 ตัว , กระบือ 161 ตัว , สุกร 694 ตัว , สุนัข-แมว 307 ตัว รวมทั้งสิ้น 4,672 ตัว ซึ่งในเหตุการณ์สู้รบกันดังกล่าวได้ส่งผลให้มีสัตว์เลี้ยงของเกษตรเสียชีวิต ได้แก่ โค 3 ตัว ของเกษตรกร 3 ราย , สุกรตาย 5 ตัว ของเกษตรกร 2 ราย.

012

‘ดนุพร’ชวนปชช.ติดตามถกงบวาระ 2 ชี้เป็นเรื่องความเหมาะสมจำเป็น

‘ดนุพร’ชวนปชช.ติดตามถกงบวาระ 2 ชี้เป็นเรื่องความเหมาะสมจำเป็น

‘ดนุพร’ชวนปชช.ติดตามถกงบวาระ 2 ชี้เป็นเรื่องความเหมาะสมจำเป็น

วันอาทิตย์ ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 12.56 น.

‘ดนุพร’ ชวน ปชช.ติดตามถกงบวาระ 2 บอกเป็นเรื่องความเหมาะสมจำเป็น-เป็นเม็ดเงินขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ

10 สิงหาคม 2568 เมื่อเวลา 10.00 น.  ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายดนุพร ปุณณกันต์ สส.บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรค พท. แถลงกรณีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ระหว่างวันที่ 13-15 สิงหาคม เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญในการกำหนดทิศทางเศรษฐกิจของประเทศ พรรค พท.มุ่งมั่นจะจัดสรรงบประมาณเพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้น ที่เต็มไปด้วยความท้าทาย ซึ่งในชั้นคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญฯ มีตัวแทนจากทุกพรรคการเมืองเข้าร่วมพิจารณา ต่างถกถึงความจำเป็นในการจัดสรรไม่ว่าจะเป็นโครงการของกระทรวงคมนาคม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม หรือกระทรวงการต่างประเทศ ถึงความจำเป็นเหมาะสมในการจัดสรรงบประมาณ 

“จึงฝากไปถึงประชาชนให้รับทราบว่าจะมีการพิจารณา ซึ่ง สส.แต่ละคนจะอภิปรายตามที่สงวนคำแปรญัตติไว้ และขอให้เชื่อมั่นว่าเมื่องบประมาณเสร็จสิ้นแล้วจะเตรียมนำเม็ดเงินนี้ไปแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนให้กับประเทศชาติที่ได้ประเชิญปัญหา ทั้งปัญหาเศรษฐกิจหรือปัญหาต่างๆ ที่เชื่อว่าเม็ดเงินนี้จะเป็นประโยชน์ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ” นายดนุพร กล่าว.

‘นันทนา’โร่แจงปมโผล่มอบปริญญาฯ’ฮุน เซน’ ลั่นเจอปฏิบัติการ’ดิสเครดิต’

'นันทนา'โร่แจงปมโผล่มอบปริญญาฯ'ฮุน เซน' ลั่นเจอปฏิบัติการ'ดิสเครดิต'

‘นันทนา’โร่แจงปมโผล่มอบปริญญาฯ’ฮุน เซน’ ลั่นเจอปฏิบัติการ’ดิสเครดิต’

วันอาทิตย์ ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 12.45 น.

‘ตัวแม่พันธุ์ใหม่’เคลื่อนไหวแล้ว! ลั่นเจอปฏิบัติการ ‘ดิสเครดิต’ จากการท้าทาย ‘อำนาจสีน้ำเงิน’ โร่แจงปมโผล่มอบปริญญาฯให้ ‘ฮุน เซน’ ยันไม่เกี่ยวข้องกับ ‘ม.เกริก’ แล้ว หนุนถอดถอนเซ่นการกระทำเลวร้ายต่อไทย

เมื่อวันที่ 10 ส.ค.2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่โลกออนไลน์มีการเผยแพร่ภาพน.ส.นันทนา นันทวโรภาส สมาชิกวุฒิสภา (สว.) เดินทางไปมอบปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาการสื่อสารทางการเมือง ให้กับสมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชาในขณะนั้น เมื่อวันที่ 19 มี.ค.2562 ถึงกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา โดยขณะนั้นน.ส.นันทนา ดำรงตำแหน่งเป็นคณบดีวิทยาลัยสื่อสารการเมือง มหาวิทยาลัยเกริก ท่ามกลางสถานการณ์ความตรึงเครียดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ในปัจจุบัน อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ขุดเจออีก! ภาพ‘นันทนา’โผล่‘เขมร’ ร่วมคณะ‘ม.เกริก’มอบปริญญา‘ฮุน เซน’ ชาวเน็ตกดดันเพิกถอน

โดยชาวเน็ตในโลกออนไลน์ มีการเรียกร้องน.ส.นันทนา และมหาวิทยาลัยเกริก ออกมาแสดงท่าทีหรือดำเนินการต่อปริญญากิตติมศักดิ์ดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นการเพิกถอน หรือการชี้แจงเหตุผลที่ยังคงเกียรติยศนี้ไว้ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุด น.ส.นันทนา ได้ชี้แจงผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว “ดร.นันทนา นันทวโรภาส” ระบุว่า ปฏิบัติการ “ดีสเครดิต” เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากการท้าทายอำนาจสีน้ำเงิน !

ขอเรียนว่า ภาพนี้เป็นภาพเหตุการณ์เมื่อ 6 ปีที่แล้ว ที่ทางสภาวิทยาลัยเกริกมอบปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ แก่นายฮุน เซน ผู้นำกัมพูชาขณะนั้น 

ในฐานะคณบดี ดิฉันได้ติดตามอธิการบดี ไปร่วมพิธีพร้อมกับคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยเกริก

การมอบปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์แก่บุคคลใด จะกระทำได้ก็แต่โดยมติของสภามหาวิทยาลัย

ซึ่งนับตั้งแต่มาเป็นวุฒิสมาชิก ดิฉันก็ได้ลาออกจากตำแหน่งคณบดีรวมทั้งตำแหน่งบริหารอื่น ๆ ทุกตำแหน่งของมหาวิทยาลัยเกริก ในปัจจุบัน จึงมีสถานะเป็นเพียง “คนนอก” เท่านั้น

หากพิจารณาถึง การกระทำอันเลวร้ายของฮุนเซน ต่อประเทศไทย เช่นนี้ ดิฉันมีความเห็นเช่นเดียวกับประชาชนคนไทยทั้งหลาย ที่ต้องการเรียกร้องให้สภามหาวิทยาลัยเกริก พิจารณา ถอดถอนปริญญากิตติมศักดิ์จากฮุนเซน เช่นเดียวกันกับที่สภามหาวิทยาลัยรามคำแหงได้มีมติไปก่อนหน้าแล้ว

‘อดีตรมช.มท.’สอนมวย’ภูมิธรรม-เดชอิศม์’เพิกถอนโฉนด’เขากระโดง’ 2 วันเสร็จ เป็นไปไม่ได้

'อดีตรมช.มท.'สอนมวย'ภูมิธรรม-เดชอิศม์'เพิกถอนโฉนด'เขากระโดง' 2 วันเสร็จ เป็นไปไม่ได้

‘อดีตรมช.มท.’สอนมวย’ภูมิธรรม-เดชอิศม์’เพิกถอนโฉนด’เขากระโดง’ 2 วันเสร็จ เป็นไปไม่ได้

วันอาทิตย์ ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 11.59 น.

‘อดีตรมช.มหาดไทย’สอนมวย’ภูมิธรรม-เดชอิศม์’เพิกถอนโฉนด’เขากระโดง’ต้องทำตามขั้นตอนกฎหมาย 2 วันเสร็จ เป็นไปไม่ได้ ชี้ข้อแตกต่างที่ดินสนามกอล์ฟอัลไพน์ ศาลชี้ชัดเป็นธรณีสงฆ์ทั้งแปลง

เมื่อวันที่ 10 ส.ค.2568 นายนิพนธ์ บุญญามณี อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเคยกำกับดูแลกรมที่ดิน กล่าวถึงกรณีปัญหาที่ดินเขากระโดง จ.บุรีรัมย์ ว่า ผู้ที่เกี่ยวข้องไม่ว่าเจ้าหน้าที่ หรือผู้บริหารกระทรวง ไม่ควรเร่งรีบออกมาพูด หรือสั่งการ ควรศึกษาเอกสารข้อมูลให้ชัดเจน เพราะมีเอกสารข้อมูลจำนวนมาก และไม่ควรตัดใจแก้ปัญหาด้วยอารมณ์ สมัยตนเป็นรมช.มหาดไทย ได้รับมอบหมายให้กำกับดูแลกรมที่ดิน ปัญหาที่ดินเขากระโดง อธิบดีกรมที่ดินขณะนั้น ได้ทำรายละเอียดเสนอมา 3-4 หน้า หลังอ่านแล้วได้เซ็นว่าทราบ และสั่งการให้อธิบดีทำตามขั้นตอนของระเบียบกฎหมาย

นายนิพนธ์ กล่าวต่อว่า ที่ดินจำนวน 5,000 กว่าไร่ที่ระบุว่า เป็นของการรถไฟฟ้าแห่งประเทศ (รฟท.) และศาลฏีกาได้สั่งให้เป็นที่ดินของการรถไฟนั้น ในรายละเอียดศาลฎีกาได้สั่งเฉพาะชาวบ้าน 35 รายที่ขอออกโฉนดและการรถไฟฯได้ยื่นร้องคัดค้าน ไม่ได้สั่งว่า ที่ดินทั้งหมดเป็นของการรถไฟฯ และศาลปกครองได้สั่งให้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดำเนินการ

‘ปัญหาที่ดินเขากระโดงพระราชกฤษฎีกาไม่ได้กำหนดแนวเขตชัดเจน และที่ผ่านมาการรถไฟฯ ไม่ได้ชี้แนวเขตที่ชัดเจน กรมที่ดินจึงไม่สามารถดำเนินการเพิกถอนออกสารสิทธิ์ได้ เพิกถอนเฉพาะชาวบ้าน 35 รายที่ศาลฎีกาสั่ง ส่วนอีก 900 กว่ารายไม่ได้มีการกำหนดมีการฟ้องร้องไม่มีการกำหนดแนวเขตที่ชัดเจน ที่ผ่านกรมที่ดินได้ออกโฉนดให้ชาวบ้านตามขั้นตอนถูกต้องตามกฎหมาย ถ้าจะให้เพิกถอนต้องมีคำสั่งศาล ไม่เช่นนั้นอธิบดีกรมที่ดินที่ฟ้อง ที่ผ่านมามีอธิบดีกรมที่ดิน 2 คนขอย้ายตัวเอง เพราะไม่สามารถดำเนินการตามคำสั่งของฝ่ายการเมืองได้’ อดีตรมช.มหาดไทย กล่าว

นายนิพนธ์ กล่าวต่อว่า ทราบว่า การรถไฟฯ ได้ดำเนินการฟ้องร้องให้เพิกถอนเอกสารสิทธิ์ ซึ่งการรถไฟฯไม่มีความสามารถดำเนินการเอง จึงส่งให้อัยการสูงสุดดำเนินการฟ้องร้อง ซึ่งอัยการสูงสุดก็ยังไม่มีคำสั่งออกมา

“การดำเนินการปัญหาที่ดินเขากระโดงมีความซับซ้อน ต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดไม่เช่นนั้นจะถูกฟ้องได้ จะทำตามอารมณ์ความรู้สึกไม่ได้ เพราะกระทบต่อชาวบ้าน 900 กว่ารายที่ถือโฉนดที่ดิน ตามที่นายภูมิธรรม เวชชยชัย รองนายกฯ และรมว.มหาดไทย และนายเดชอิศม์ ขาวทอง รมช.มหาดไทย ที่กำกับดูแลกรมที่ดิน ระบุว่า จะเพิกถอนเอกสารสิทธิ์ภายใน 2 วันนั้น ก็จะรอดูว่า สามารถทำได้หรือไม่ อธิบดีกรมที่ดินคนใหม่ที่จะเข้ามาจะกล้าดำเนินการหรือไม่” นายนิพนธ์ กล่าว

นายนิพนธ์ กล่าวด้วยว่า กรณีที่ดินเขากระโดงกับที่ดินสนามกอล์ฟอัลไพน์มีความแตกต่างกันที่ดินสนามกอล์ฟอัลไพน์เป็นที่ดินมรดกที่ยกให้วัด และศาลฎีกาสั่งให้เป็นของวัดชัดเจน จึงต้องเพิกถอน หากไม่เพิกถอนก็จะเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ไม่ซับซ้อนเหมือนที่ดินเขากระโดง

เขากระโดงระอุ! งัดเอกสารโต้แหลก‘คกก.มาตรา 61’ ยันเพิกถอนที่ดิน‘เขากระโดง’ไม่ได้

เขากระโดงระอุ! งัดเอกสารโต้แหลก‘คกก.มาตรา 61’ ยันเพิกถอนที่ดิน‘เขากระโดง’ไม่ได้

เขากระโดงระอุ! งัดเอกสารโต้แหลก‘คกก.มาตรา 61’ ยันเพิกถอนที่ดิน‘เขากระโดง’ไม่ได้

วันอาทิตย์ ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 10.55 น.

เขากระโดงระอุ! งัดเอกสารโต้แหลก ‘คกก.มาตรา 61’ สองชุดในปี 52-67 ยันเพิกถอนที่ดิน ‘เขากระโดง’ ไม่ได้ เหตุ‘รฟท.’ รับไร้แผนที่ ‘แนบท้ายพระราชกฤษฎีกา ปี 2462’ พ่วงกม. ‘จัดซื้อที่ดินปี 2464’ อ้างหาไม่พบ เพราะล่วงเวลามา 85 ปี แต่ใช้ ‘แผนที่ ทหาร’ แทน ขณะที่ข้อต่อสู้ใน ‘ศาลฎีกา-ศาลปกครอง’ ใช้หลักฐานกลุ่ม ‘สมัชชาคนจนปี 39’ แทน สอดรับข้อมูลปี 64 ตอกย้ำยอมรับไม่มีแผนที่แนบพรฎ.2ฉบับเช่นกัน

เมื่อวันที่ 10 ส.ค.2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ออกมายืนยันการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) มีแผนที่แนบท้ายพระราชกฤษฎีกา(พ.ร.ฎ.) เวนคืนที่ดินพื้นที่เขากระโดง จ.บุรีรัมย์นั้น

ล่าสุดได้ตรวจสอบย้อนหลัง พบเอกสารที่นายสุชาติ เต็งสุวรรณ ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานการออกหนังสือสำคัญกรมที่ดิน ได้ทำบันทึกข้อความถึงนายอนุวัฒน์ เมธีวิบูลวุฒิ อธิบดีกรมที่ดิน(ในขณะนั้น) โดยลงนามรับรองวันที่ 18 มี.ค.2552 เรื่องการเพิกถอนโฉนดที่ดินที่ออกในเขตที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทยบริเวณเขากระโดง เกี่ยวกับผลการสอบสวนคณะกรรมการสอบสวนเพื่อดำเนินการตามมาตรา 61 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน 

เกี่ยวกับตรวจสอบโฉนดที่ดินเลขที่ 3466 และ 8564 ต.อิสาน อ.เมืองบุรีรัมย์ จ.บุรีรัมย์ บนเนื้อที่ประมาณ 5,083 ไร่ที่ไม่ชอบ เพราะได้ออกในเขตที่ดินของการรถไฟนั้น

โดยในตอนหนึ่งของเอกสาร พบเหตุผลที่กรมที่ดิน  ไม่สามารถเพิกถอน และยุติเรื่องสอบ เพราะ รฟท. ไม่สามารถจัดส่งรูปแผนที่ตามพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตสร้างทางรถไฟหลวงต่อจาก จ.นครราชสีมา ถึง จ.อุบลราชธานี พ.ศ. 2462 มาแสดงได้

แต่ได้จัดส่งแผนที่นครราชสีมา (บุรีรัมย์) ของกรมแผนที่ทหาร พ.ศ. 2464 ลงวันที่ 13ก.พ. 2552 มาให้แทน โดยระบุว่า  “ค้นหาไม่พบ เนื่องจากเวลาได้ผ่านมานานถึง 85 ปีเศษแล้ว” พบแต่แผนที่นครราชสีมา (จ.บุรีรัมย์) จากกรมแผนที่ทหาร พ.ศ. 2464 ซึ่งสามารถเทียบเคียงได้เพราะปรากฏแนวเขตทางรถไฟส่วนที่แยกไปยังที่ย่อยศิลาตรงกันซึ่งเป็นการจัดทำการสำรวจในระหว่างปี พ.ศ. 2464 ถึง 2465 ซึ่งจัดทำเสร็จภายหลังพระราชกฤษฎีกาจัดซื้อที่ดินฯพ.ศ. 2464 และไม่มีการแจ้งว่าได้ดำเนินการจากหลักฐานใด

จึงน่าจะเป็นการสำรวจจัดทำรูปแผนที่ภูมิประเทศตามที่ปรากฏในภาคสนามทั่วไป จึงเป็นเหตุให้กรมที่ดิน ไม่เชื่อว่าที่ดินข้อพิพาทดังกล่าวเป็นที่ดิน อยู่ในแนวเขตทางรถไฟตามพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตสร้างทางรถไฟหลวงฯ 2462

นอกจากนี้ ยังพบว่านายเจนกิจ เชฏฐวาณิชย์ ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักมาตรฐาน กรมที่ดิน ได้ทำบันทึกข้อความถึงนายพรพจน์ เพ็ญพาส อธิบดีกรมที่ดิน(ในขณะนั้น) ในวันที่ 18 ต.ค.2567 แจ้งเรื่องการเพิกถอนหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินที่ออกทับซ้อนกับที่ดินของการรถไฟฯ เกี่ยวกับผลการตั้งคณะกรรมการสอบสวนตามมาตรา 61 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน เพื่อตรวจสอบที่ดินในท้องที่ต.เสม็ด และต.อิสาณ อ.เมืองบุรีรัมย์ จ.บุรีรัมย์ จำนวน 992 ฉบับเป็นหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินที่ออกไปโดยคลาดเคลื่อนหรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย

โดยคณะกรรมการสอบสวนฯ ได้พบว่า เอกสารที่ รฟท. นำไปใช้ตามคำพิพากษาของศาลปกครองกลาง คดีหมายเลขแดงที่ 582/2566 และประกอบการต่อสู้คดีตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 842-476/2560 และคำพิพากษาศาลฎีกาที่8027/2561   

จึงน่าเชื่อได้ว่าแผนที่ที่ปรากฏตามคำพิพากษาไม่ใช่แผนที่ตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการจัดซื้อที่ดินและอสังหาริมทรัพย์อย่างอื่นเพื่อสร้างทางรถไฟสายตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้กรมรถไฟหลวงจัดการสร้าง ประกาศลงวันที่ 7พ.ย.2464 (ประกาศราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 25พ.ย.2464)

แต่ รฟท. ใช้รูปแผนที่แสดงต่อศาลฯ จัดทำขึ้นเมื่อปี 2531 และปี 2539 เป็นการจัดทำขึ้นตามมติที่ประชุมคณะกรรมการประสานการแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐส่วนจังหวัด  สันนิษฐานว่าน่าจะจัดทำขึ้นตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 22เม.ย.2539 และมีมติที่ประชุมการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรกลุ่มสมัชชาคนจนเมื่อวันที่15เม.ย.2537

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำไปประกอบการพิจารณาแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรกลุ่มสมัชชาคนจน

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ ยังพบเอกสาร ที่ระบุ วันที่ 27ก.ย.2564 ที่นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ อธิบดีกรมที่ดิน(ในขณะนั้น) ได้ทำหนังสือ ที่ มท. 0516.2/3530 ถึงผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย เรื่องขอให้เพิกถอนโฉนดที่ดินที่ออกทับที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย  

โดย สาเหตุที่ไม่สามารถเพิกถอนที่ดินได้ เนื่องจาก รฟท. แจ้งว่า ไม่สามารถจัดส่งหลักฐานแผนที่ประมาณที่กำหนดแนวเขตทางรถไฟเพื่อสำรวจและทำการสงวนหวงห้าม ตามพระราชกฤษฎีกา กำหนดเขตสร้างทางรถไฟต่อจากนครราชสีมาถึงอุบลราชธานี พ.ศ.2462 มาประกอบการพิจารณา และไม่มีแผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการจัดซื้อที่ดินและอสังหาริมทรัพย์อย่างอื่นเพื่อสร้างทางรถไฟสายตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้กรมรถไฟแผ่นดินจัดสร้าง ปี 2464  

ต้องไม่มีใครตกหล่น!! ‘รัฐบาล’เดินหน้ามาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบชายแดน

ต้องไม่มีใครตกหล่น!! 'รัฐบาล'เดินหน้ามาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบชายแดน

ต้องไม่มีใครตกหล่น!! ‘รัฐบาล’เดินหน้ามาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบชายแดน

วันอาทิตย์ ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 10.20 น.

ต้องไม่มีใครตกหล่น!! ‘รัฐบาล’เดินหน้ามาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบชายแดนไทย-กัมพูชา ด้าน 7 รมต. ลงพื้นที่คุยท้องถิ่น-ปชช. ก่อนสรุปแนวทางเยียวยาล็อต 2 เสนอ ครม.  

เมื่อวันที่ 10 ส.ค.2568 นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลขอยืนยันว่ามีความพร้อมในการเยียวยาพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย – กัมพูชา ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 5 ส.ค.2568 ในกรณีผู้เสียชีวิตที่เป็นประชาชนทั่วไปรายละ 8 ล้านบาท และข้าราชการทหาร-ตำรวจ รายละ 10 ล้านบาท นอกจากนี้ ผู้ที่ได้รับผลกระทบในระดับต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นบาดเจ็บสาหัส บาดเจ็บเล็กน้อย ทุพพลภาพ ก็จะได้รับการเยียวยาเช่นกัน โดยไม่มีการตกหล่นจากมาตรการเยียวยาดังกล่าวอย่างแน่นอน

“นอกจากมาตรการตาม มติครม. ดังกล่าวแล้ว หน่วยงานราชการต้นสังกัดอย่าง กระทรวงกลาโหม จะดูแลครอบครัวญาติพี่น้องของข้าราชการทหารที่เสียชีวิต ให้ได้รับสวัสดิการต่าง ๆ สิทธิการรับราชการเป็นกรณีพิเศษ เพื่อตอบแทนคุณความดีที่ได้เสียสละชีวิตรักษาอธิปไตยของประเทศ” นายจิรายุ ระบุ

สำหรับการเยียวยาบ้านเรือนประชาชนที่ได้รับความเสียหายนั้น การลงพื้นที่ของนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และนางสาวจิราพร สินธุไพร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่จังหวัดสุรินทร์วานนี้  เป็นการเดินทางลงไปทำงานกับท้องถิ่นโดยตรง เพื่อรับฟังข้อมูล ข้อเสนอแนะ ทั้งจากประชาชน และผู้ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ เพื่อนำมากำหนดแนวทางการเยียวยา ทั้งในด้านความเสียหายทางการเกษตร ปศุสัตว์ และบ้านเรือนของประชาชน เพื่อรวบรวมกำหนดออกเป็นรายละเอียดในการเยียวยาครั้งที่สอง ในส่วนทรัพย์สินที่เสียหาย เพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรีต่อไป

นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้มอบหมาย 7 รัฐมนตรี ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม ปชช. ในพื้นที่พักพิงชั่วคราวทั้งหมด 12 แห่ง 4 จังหวัด ได้แก่ สุรินทร์ ศรีสะเกษ บุรีรัมย์ และอุบลราชธานี เพื่อเร่งรัดมาตรการช่วยเหลือ เยียวยา ตั้งแต่เมื่อวานนี้ 9 ส.ค. 68 อาทิ นางสาวจิราพร สินธุไพร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ จ.สุรินทร์ และวันนี้ อาทิตย์ที่ 10 ส.ค. 68 นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ลงพื้นที่ จ.สุรินทร์ นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วยนางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ จ. ศรีสะเกษ นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ลงพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ และนางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ จ.อุบลราชธานี 

‘สำหรับเรื่องการเยียวยา ร้านสะดวกซื้อ 7-11 ที่ปั๊ม ปตท. บ้านผือ อ.กันทรลักษณ์ ที่ได้รับเสียหายจากผลกระทบการยิงระเบิด BM-21 จากฝั่งกัมพูชานั้น สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ได้แจ้งว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ใช่ภาวะสงคราม เป็นเหตุการณ์ปะทะตามชายแดนเท่านั้น ดังนั้น บริษัทประกันฯ จะปฏิเสธการคุ้มครอง ไม่ได้ ต้องรับผิดชอบเยียวยาผู้เสียหายที่ได้ทำประกัน สำหรับประชาชนคนใด ที่ได้ทำประกันภัยไว้ ขอให้เร่งตรวจสอบสิทธิประโยชน์ของตนอีกครั้ง’ นายจิรายุ ย้ำ

เขมรก็คือเขมร!! ปัดวางทุ่นบอมบ์ชายแดน ทำทหารไทยเจ็บ3นาย

เขมรก็คือเขมร!! ปัดวางทุ่นบอมบ์ชายแดน ทำทหารไทยเจ็บ3นาย

เขมรก็คือเขมร!! ปัดวางทุ่นบอมบ์ชายแดน ทำทหารไทยเจ็บ3นาย

วันอาทิตย์ ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 09.40 น.

เขมรก็คือเขมร!! ออกแถลงการณ์โต้ข้อกล่าวหา ปมทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดในพื้นที่ชายแดนเจ็บ 3 นาย จี้ไทยเคารพข้อตกลงในที่ประชุม GBC

เมื่อวันที่ 10 ส.ค.2568 หน่วยงานจัดการทุ่นระเบิดและช่วยเหลือผู้พิการจากทุ่นระเบิดของกัมพูชา (หน่วยงานทุ่นระเบิด) ออกแถลงการณ์ปฏิเสธ ต่อแถลงการณ์ของกระทรวงการต่างประเทศไทย ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 9 ส.ค.2568 ซึ่งกล่าวหาว่ากัมพูชาวางทุ่นระเบิดใหม่

หน่วยงานทุ่นระเบิดยืนยันว่า กัมพูชายังคงยึดมั่นในจุดยืนอย่างแน่วแน่ที่จะไม่มีการใช้ และจะไม่ใช้ทุ่นระเบิดใหม่โดยเด็ดขาด กัมพูชามีความภาคภูมิใจในฐานะรัฐภาคีของอนุสัญญาห้ามใช้ทุ่นระเบิดต่อต้านบุคคล ซึ่งกัมพูชาให้สัตยาบันในปี 2542 และได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติจากผลสำเร็จในการกำจัดทุ่นระเบิด โดยไม่มีการใช้ทุ่นระเบิดต่อต้านบุคคลแต่อย่างใด

กัมพูชาได้กำจัดทุ่นระเบิดต่อต้านบุคคลไปแล้วกว่า 1 ล้านลูก และซากวัตถุระเบิดจากสงครามอีกกว่า 3 ล้านลูก ซึ่งช่วยชีวิตผู้คนจำนวนมาก และมอบพื้นที่ปลอดภัยให้แก่ชุมชน จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีการสืบสวนอย่างเป็นทางการ และโปร่งใสเพื่อยืนยันข้อเท็จจริงเกี่ยวกับประเด็นนี้

ดังนั้น ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องควรงดเว้นจากการออกแถลงการณ์สาธารณะใดๆ การกล่าวหาโดยปราศจากข้อเท็จจริง จะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเจตนารมณ์ของการหยุดยิง และลดความไว้วางใจระหว่างกันในสถานการณ์นี้

กัมพูชาคาดหวังว่าฝ่ายไทยจะเคารพข้อตกลงที่เห็นพ้องกันในที่ประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปกัมพูชา-ไทย (GBC) โดยเฉพาะข้อที่ 2 ซึ่งระบุว่า ทั้งสองฝ่ายจะต้องไม่เคลื่อนย้ายกองกำลัง รวมถึงไม่ลาดตระเวนเกินตำแหน่งที่ตั้งของตน

หน่วยงานทุ่นระเบิดของกัมพูชา พร้อมให้ความร่วมมือกับฝ่ายไทย ประชาคมอาเซียน และประชาคมทุ่นระเบิดนานาชาติ เพื่อยึดมั่นในสันติภาพ และส่งเสริมความปลอดภัย