‘ภูมิธรรม’ย้ำแล้วย้ำอีก!! ปลดล็อก’โป๊กเกอร์’เพื่อการกีฬา หวังจัดแข่งระดับสากล

'ภูมิธรรม'ย้ำแล้วย้ำอีก!! ปลดล็อก'โป๊กเกอร์'เพื่อการกีฬา หวังจัดแข่งระดับสากล

‘ภูมิธรรม’ย้ำแล้วย้ำอีก!! ปลดล็อก’โป๊กเกอร์’เพื่อการกีฬา หวังจัดแข่งระดับสากล

วันพฤหัสบดี ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 13.55 น.

‘ภูมิธรรม’แจงปลดล็อก’โป๊กเกอร์’เพื่อการกีฬา หวังจัดแข่งระดับสากล ย้ำจะต้องขออนุมัติจากจังหวัดก่อน ยันไม่เอื้อประโยชน์ 

เมื่อวันที่ 7 ส.ค.2568 ที่อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ชี้แจงกรณีปลดล็อก โป๊กเกอร์ ออกจากบัญชีการพนัน เพื่อเปิดทางให้ประเทศไทยสามารถจัดการแข่งขันกีฬาระดับสากลได้ว่า เรื่องนี้มีมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2501 เป็นเวลากว่า 67 ปี ซึ่งขณะนี้มีความต้องการยกระดับโป๊กเกอร์ให้เป็นกีฬา เพื่อใช้แข่งขันในระดับนานาชาติ เมื่อเป็นเช่นนั้นจึงต้องแก้ปัญหาให้สอดรับกัน โดยต้องดำเนินการเพื่อให้มีการแข่งขัน

นายภูมิธรรม กล่าวว่า ดังนั้นเฉพาะหน้าจึงยกเว้นรายการเดียว ซึ่งมีการบอกว่า จะมีปัญหาเรื่องการปฏิบัติไม่เหมือนกัน จึงใช้คำว่า ยกเลิกเลย เพื่อให้ใช้ปฏิบัติได้และมีการแต่งตั้งคณะกรรมการมาดูแล แต่การยกเลิกเลยไม่ได้หมายความว่า เล่นอิสระ เหมือนที่มีการร้องกัน และไม่ได้ปล่อยให้มีการเล่นการพนันแบบอิสระ ยังจะต้องขออนุญาตเช่นเดิม ผู้ที่จะขออนุญาตต้องขอผ่านจังหวัด แล้วให้อธิบดีกรมการปกครอง และปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้เซ็นอนุมัติ ดังนั้นเรื่องการดูแล ยังคงเข้มงวดเหมือนเดิม และอย่าเอาประเด็นอะไรที่จะแก้ไขปัญหาประเทศมาขยายความแบบเรื่องอื่น ขอความกรุณา 

เมื่อถามว่า ที่มีประเด็นว่า มีการลงนามออกคำสั่งในวันที่ 31 ก.ค. และวันที่ 1 ส.ค.ก็มีการจัดการแข่งขันโป๊กเกอร์ นายภูมิธรรม ระบุว่า จะลงนามวันไหนก็ไม่มีปัญหา จะหยุดวันที่ 30-31 ก.ค.ก็สามารถดำเนินการได้ทันที ซึ่งกรณีนี้คือ การแก้ปัญหาที่กำลังจะเกิด อย่ามองว่าเพื่อประโยชน์อะไร ซึ่งไม่เกี่ยวกับเรื่องประโยชน์ แต่เป็นการแก้ไขปัญหาประเทศ ให้เป็นไปตามที่สมาคมกีฬาโป๊กเกอร์เสนอ

‘ภูมิธรรม’รับฟัง ทหารชายแดนใต้ร้องเยียวยาเทียบเท่าเหตุชายแดนไทย-กัมพูชา”

'ภูมิธรรม'รับฟัง ทหารชายแดนใต้ร้องเยียวยาเทียบเท่าเหตุชายแดนไทย-กัมพูชา

‘ภูมิธรรม’รับฟัง ทหารชายแดนใต้ร้องเยียวยาเทียบเท่าเหตุชายแดนไทย-กัมพูชา”

วันพฤหัสบดี ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 13.51 น.

‘ภูมิธรรม’ รับเสียงสะท้อนทหารสามจังหวัดชายแดนใต้เรียกร้องเยียวยาเทียบเท่าเหตุชายแดนไทย-กัมพูชา โยน ผู้เกี่ยวข้องพิจารณา ยัน ที่ทำอยู่เป็นเฉพาะกรณีสร้างขวัญกำลังใจจากการสู้รบศึกนอกประเทศ

7 สิงหาคม 2568 เมื่อเวลา 11.15 น. ที่อิมแพคเมืองทองธานี นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงเสียงสะท้อนจากทหารในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ถึงเงินเยียวยาเจ้าหน้าที่รัฐที่เสียชีวิตและทุพพลภาพ จากเหตุความรุนแรงไม่เทียบเท่ากับเงินเยียวยากรณีการประทะบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ว่า ให้ส่วนที่เกี่ยวข้องไปดูเรื่องนี้ต่อ ซึ่งที่ทำเฉพาะหน้านี้เป็นเรื่องของขวัญกำลังใจของคนที่กำลังรบจริงๆ และกำลังเผชิญศึกจากภายนอก ซึ่งกระทบกับอธิปไตยของชาติ อันนี้เป็นการเยียวยาเฉพาะกรณี ไม่ได้ให้ไปทั้งหมด 

เมื่อถามว่า ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้จะถือโอกาสรื้อระเบียบการเบิกจ่ายงบประมาณเยียวยาใหม่ทั้งหมดหรือไม่ เพราะมีเสียงสะท้อนว่าไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน นายภูมิธรรม กล่าวว่า เดี๋ยวให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องไปพิจารณา

‘ภูมิธรรม’มอบนโยบายมหาดไทย ลั่นไม่ได้ข่มขู่-อำนาจบาตรใหญ่ แต่มีแกะดำมาเป็นราชการ​

‘ภูมิธรรม’มอบนโยบายมหาดไทย ลั่นไม่ได้ข่มขู่-อำนาจบาตรใหญ่ แต่มีแกะดำมาเป็นราชการ​

‘ภูมิธรรม’มอบนโยบายมหาดไทย ลั่นไม่ได้ข่มขู่-อำนาจบาตรใหญ่ แต่มีแกะดำมาเป็นราชการ​

วันพฤหัสบดี ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 13.40 น.

‘ภูมิธรรม’มอบนโยบายมหาดไทย ลั่นมีแกะดำมาเป็นราชการ ขอใช้ใจแก้ไขปัญหาเพื่อประชาชน ชี้เจ้าหน้าที่รัฐทำตัวเป็นอุปสรรค​ต้องปรับเปลี่ยน​ ยันไม่ข่มขู่-อำนาจบาตรใหญ่​แต่อยากเห็นการแก้ไขที่เป็นรูปธรรม ซัดคนวิจารณ์แก้โป๊กเกอร์เป็นกีฬา เอาไปบิดเบือนโจมตีเอื้อบางกลุ่ม

เมื่อวันที่ 7 ส.ค.2568 ที่อิมแพค เมืองทองธานี นายภูมิธรรม​ เวชยชัย​ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย​ รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี​ กล่าวมอบนโยบายสำคัญเร่งด่วนของกระทรวงมหาดไทย (8 Quick Wins: 3 ไร้ทุกข์ 5 สร้างสุข) และการขับเคลื่อนการป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด​ แก่ผู้ว่าการ​จังหวัด​ ผู้การจังหวัด​ และหัวหน้าส่วนราชการทั่วประเทศ​ 

โดยนายภูมิธรรม​ กล่าวว่า​ กระทรวงมหาดไทยมีกลไกครบถ้วนในการประสานกันทุกภาคส่วน หากเราสามารถรวบรวม และดึงเอาความร่วมมือของทุกจังหวัด นำนโยบายรัฐบาลไปดำเนินการถึงมือประชาชน ในการช่วยแก้ไขปัญหาวิกฤติของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมิติที่เป็นภัยคุกคามไม่ว่าจะเป็นยาเสพติด สงครามไซเบอร์ สแกมเมอร์ พนันออนไลน์ หรือเรื่องการมีชีวิตที่ดีขึ้นของประชาชน ซึ่งความรับผิดชอบของกระทรวงมหาดไทยในการดูแลเศรษฐกิจฐานราก และการดูแลประชาชนทั้งในระดับจังหวัด อำเภอ ไปจนถึงหมู่บ้านทั่วประเทศ

นายภูมิธรรม​ กล่าวว่า​ ตนต้องการสื่อสารความตั้งใจของตน และรมช.มหาดไทยทั้ง 2 คน ในการนำนโยบายต่างๆมาแปลให้เป็นรูปธรรมสามารถแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนได้ วันนี้เรามากันพร้อมเพียง ผู้บริหาร ผู้ว่าราชการจังหวัด และผู้ปฏิบัติงานทั้งหมด เพราะฉะนั้นสิ่งที่สื่อสารในวันนี้จะมีความสำคัญเป็นอย่างมาก ตนมาเพื่อตอกย้ำและให้รู้สึกว่าจะนำนโยบายต่างๆ เหล่านี้ไปปฏิบัติให้ได้เพราะนี่คือหัวใจ

ทั้งนี้กระทรวงมหาดไทยถือเป็นหน่วยงานที่ปฏิบัติงานใกล้ชิด และส่งผลต่อประชาชนโดยรวม ในการขับเคลื่อนงานของกระทรวงมหาดไทย ต้องแสดงความตั้งใจมุ่งมั่นในการที่บำบัดทุกข์บำรุงสุขให้กับประชาชน ซึ่งมหาดไทยต้องดีกว่าเดิม ขอให้มองไปที่การรวมใจเป็นหนึ่งเดียว และเป็นที่พึ่งของประชาชน เพราะฉะนั้นเป้าหมายสำคัญในการที่จะขับเคลื่อนงานของกระทรวงมหาดไทย นับตั้งแต่นี้เป็นต้นไปคือการสร้างความสุขที่ยั่งยืนของประชาชนทั้งประเทศผ่าน 8 นโยบายเร่งด่วน ประกอบไปด้วยนโยบายที่ดูแลเรื่องความไร้ทุกข์ให้กับประชาชน 3 ด้านและนโยบายในการสร้างสุขให้กับชุมชนสังคมและประชาชนอีก 5 ด้าน คือ 3 ไร้ทุกข์และค่าสร้างสุข

โดยนโยบาย​ 3 ไร้ทุกข์​ ถือเป็นเรื่องที่สำคัญและต้องทำให้ได้เพราะเป็นเรื่องที่เกาะกินใจประชาชนทุกส่วน เราได้ยินกันทุกชุมชนเรื่องปัญหายาเสพติดเป็นไปทุกส่วนอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เป็นวิกฤติ​ คุกคามชีวิตครอบครัว และประชาชนทั้งประเทศ​ และที่น่าเสียใจ เสียดายคือทุกส่วนที่เกี่ยวข้องมีส่วนของข้าราชการ ตนไม่ได้ตำหนิข้าราชการ รู้ว่าทุกคนทำงานมาอย่างหนักได้เต็มที่ แต่ก็ยังมีแกะดำมาอยู่ในราชการ มีส่วนสนับสนุน และส่งเสริม ตนคิดว่าวันนี้ต้องหยุด และพอได้แล้ว ต้องจัดการเรื่องนี้อย่างจริงจัง และตนคิดว่าในการดำเนินงานอย่างนี้ ถ้าข้าราชการทุกหมู่เหล่าทุกกระทรวงที่บริหารราชการอยู่ในพื้นที่ภายใต้การนำของผู้ว่าราชการจังหวัด เราจะสามารถแก้ไขปัญหายาเสพติดได้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่อยากเห็นนับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปคือ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทำหน้าที่เป็นแม่ทัพบัญชาการ และบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานด้านความมั่นคงทุกฝ่าย แก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างจริงจังจึงจะสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้

นายภูมิธรรม​ ยังกล่าวว่า​ ตนสั่งให้ RE x-ray ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้ค้า และผู้เสพยาเสพติดทั้งในระดับหมู่บ้าน ชุมชน ตำบล ถึงระดับจังหวัด และอยากให้ให้ความสำคัญกับประชาชนที่อยู่ในเหตุการณ์ในพื้นที่ที่ประสบภัยอยู่ส่งเสริมการมีส่วนร่วม แจ้งเบาะแสอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านเครือข่ายตาสับปะรด​ การ RE x-ray สามารถทำได้เลยไม่ต้องใช้เครื่องมืออะไรแต่ต้องใช้ใจในการแก้ไขปัญหา

นาย​ภูมิธรรม​ กล่าวว่า​ จากนี้เป็นต้นไปกระบวนการตลอด 3 เดือนนี้ ในเบื้องต้นจะต้องเห็นการตรวจสอบ การพูดคุย และการสร้างหมู่บ้านสีขาวให้เกิดขึ้น แต่ต้องดำเนินการกับผู้ที่ไปมีส่วนเกี่ยวข้องทั้งผู้ค้า ผู้ขาย ผู้ผลิตทั้งหมดอย่างเต็มที่ เพื่อให้ได้ผลเป็นที่ประจักษ์​ รวมไปถึงต้องยกระดับกระบวนการบำบัดรักษาไม่เช่นนั้นจะไม่หมด ปราบแล้ว ปล่อยกลับไปก็มีปัญหาเหมือนเดิม​  ส่วนการสร้างศูนย์ฟื้นฟู​ ในพื้นที่ต่างๆ​ อย่าติดกฎระเบียบมากนัก​ เพราะจะเป็นปัญหาอุปสรรค ไม่ใช่ยึดแต่กฎระเบียบแล้วไม่ทำอะไรเลย  พร้อมกล่าวย้ำว่า​ ใครทำตัวเป็นอุปสรรค​ นิ่งเฉยจะต้องปรับเปลี่ยน​  ตนไม่ได้มาข่มขู่ข้าราชการ​ หรือมาใช้อำนาจบาตรใหญ่​ แต่อยากเห็นการแก้ไขปัญหาที่ประชาชนเขารู้สึกและอยากแก้ไขปัญหาได้อย่างจริงจัง

นาย​ภูมิธรรม​ ยังกล่าวถึงการเร่งจัดระเบียบสังคมและการปราบปรามผู้มีอิทธิพล​ เรื่องนี้จะต้องหาทางแก้ไข ซึ่งต้องยอมรับว่า มีอีกหลายพื้นที่ ที่ต้องมีการกวาดล้างเชิงรุก ขณะเดียวกันสถานบันเทิงต่างๆ หรือแหล่งมั่วสุม จะต้องเร่งจัดระเบียบ ตนเชื่อว่าเรา x-ray มาเรารู้ และมีข้อมูลอยู่ในมือ แต่ข้อมูลเหล่านั้นจะต้องแปลให้เป็นรูปธรรม​ และจะต้องสร้างพื้นที่ทั่วประเทศไทยให้เป็นที่ปลอดภัยของทุกคน ซึ่งถือว่าเป็นหน้าที่ที่สำคัญทำให้เป็นเมืองสมัยใหม่ 

ส่วนเรื่องปัญหาภัยพิบัติ ทราบดีอยู่แล้วว่าจะเกิดช่วงไหนอย่างไร แต่จะต้องมีการวางแผนรับมือเชิงรุก ไม่ต้องรอให้เกิดขึ้นแล้วตามแก้ เรื่องไหนจัดการได้จัดการเลย

ขณะที่การสร้าง 5 ประการ​ คือการแก้ไขหนี้ครัวเรือน ต้องทำให้ประชาชนมีการออมและมีวินัยทางการเงินถือเป็นเรื่องใหญ่ และกระทรวงมหาดไทยถือเป็นหน่วยงานสำคัญในการสร้างเศรษฐกิจฐานราก​ ต้องคิดค้นว่าแต่ละพื้นที่มีอะไรดี และสามารถพัฒนาต่อยอดได้อย่างไร​ และเรื่องหนี้ครัวเรือน อยากให้มีการจัดตั้งกลไกพิเศษ สนธิกำลังกรมการปกครอง อำเภอ​  เจ้าหน้าที่ตำรวจ​ สอดส่องดูแลช่วยเหลือประชาชนเพื่อป้องกันการปล่อยเงินกู้หนี้นอกระบบ

ส่วนเรื่องการศึกษาต้องเร่งสร้างเสริมสุขภาวะการศึกษา​ ชุมชน​ หมู่บ้าน​ เพื่อชีวิตที่ดี วันนี้ประเทศเราก้าวหน้าไปมาก อย่าง 30 บาทรักษาทุกโรคได้รับการยอมรับ​ จากทั่วโลก แต่สิ่งที่ยังมีปัญหา แต่ยังไม่แน่ใจว่ามีความคิดเอาใจใส่เรื่องนี้เพียงพอหรือไม่ แต่ก็ยอมรับว่ามีบางส่วนเริ่มคิดแล้ว คือเรื่องการดูแลสังคมผู้สูงอายุ วันนี้เรามีผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้น จึงจำเป็นต้องมีระบบผู้สูงอายุรองรับ จึงอยากฝากทุกภาคส่วนไปร่วมกันคิด

นายภูมิธรรม กล่าวย้ำว่า หลักการแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะเรื่องการเบิกจ่ายงบประมาณ เมื่อครั้งที่ตนและน.ส.แพทองธาร​ ชินวัตร​ นายก​รัฐมนตรี​ และรมว.วัฒนธรรมได้เดินทางลงพื้นที่อุทกภัยจ.เชียงราย ก็ประสบปัญหา​ในเรื่องการเบิกจ่ายที่ต้องผ่านหลายขั้นตอน​ จึงอยากให้นั่งพูดคุยและตกลงแล้วก็เซ็นเลยทีเดียว​ เรารอได้​ แต่เขารอไม่ได้​ จึงต้องเปลี่ยนแปลงอะไร​ในหน่วยงานที่มีปัญหา อะไรที่ขัดแย้งทำเลยไม่ต้องกลัวเสียงวิพากษ์วิจารณ์ 

นายภูมิธรรม กล่าวอีกว่า เหมือนอย่างที่ตนแจ้งปัญหาเรื่องโป๊กเกอร์​ก็ด่ากันว่ากำลังสร้างให้ประเทศเป็นแหล่งการพนัน ไม่ใช่​ โลกเปลี่ยนไปแล้ว สิ่งที่สามารถมาใช้เป็นกีฬาได้แล้ว​ กฎระเบียบที่ตนแก้เขียนมาตั้งนานแล้ว แต่พอแก้กลายเป็นเฉพาะเจาะจง​ ให้สิทธิ์เฉพาะบางคน​ ก็ต้องแก้เพราะต้องการส่งเสริม​ เพราะกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา​ ต้องการสร้างพื้นที่​ให้ประชาชนสามารถทำได้เป็นกีฬา ยืนยันว่าแม้จะมีการปลดก็ต้องมีการขออนุญาต เอาไปบิดเบือนด่าว่าผู้ปฏิบัติงาน​ เขากำลังทำสิ่งที่ดี​ จะวิจารณ์ไม่ว่าแต่ต้องวิจารณ์บนความเข้าใจของปัญหา การทำให้รัฐบาลอ่อนแอลง​ เวลานี้เรากำลังเผชิญกับศึกชายแดน ไม่ใช่หยิบยกความผิดพลาดต่างๆที่เกิดขึ้นคนทำงานก็มีความผิดพลาดอยู่แล้ว แต่ผิดพลาดแล้วต้องเรียนรู้ว่าเราจะแก้ไขปัญหาอย่างไร

นายภูมิธรรม​ ย้ำในช่วงท้ายว่า หากใช้ประชาชนไปศูนย์กลาง​ รองรับโลกที่เปลี่ยนแปลงไป ตนว่าเราสามารถฝ่าวิกฤติได้วันนี้ต้องมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างอีกหลายอย่าง จึงอยากให้ทำงานให้รวดเร็วทันใจนำเทคโนโลยีต่างๆมาใช้​ เพื่อที่จะเพิ่มความรวดเร็ว ไม่ใช่ใช้บุคลากรเพียงอย่างเดียว พร้อมย้ำว่า วันนี้รัฐบาลเอาจริง​ พร้อมที่จะดำเนินการ หัวใจสำคัญ​ในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ถือเป็นภารกิจที่สำคัญ วันนี้ยาเสพติดทั้งหมด​ ไปไม่ใช่เป็นเพียงความฝันหรือเป็นผักชีโรยหน้า อยากให้ทุกฝ่ายรับทราบและนโยบายนี้เป็นนโยบายที่เข้มข้นเด็ดขาด ต้องทำให้สำเร็จและอยากเห็นเป็นรูปธรรม และตนจะมีส่วนเข้าไปเร่งกระตุ้นดำเนินการในหลายเรื่องอยากให้ ทุกท่านเข้มแข็งเคร่งครัดกับสิ่งที่ตนได้เน้นย้ำ

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า ว่าที่พ.ต.อดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ได้เดินทางเข้ามาร่วมการประชุมมอบนโยบายสำคัญของกระทรวงมหาดไทยในวันนี้ด้วย โดยได้เดินเข้าห้องประชุมพร้อมกับคุยโทรศัพท์ตลอดเวลา ขณะเดียวกันมีสีหน้าที่ดูเคร่งเครียด 

โดยผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามหลังมีคำสั่งให้ย้ายกลับไปช่วยราชการที่กระทรวงมหาดไทย แต่เจ้าตัวยกมือปฏิเสธตอบคำถาม 

ไม่ใช่ความผิดรัฐบาล! ‘ธีรรัตน์’โยนบาปเป็นความผิดพลาดของ‘จ.อุบลราชธานี’

ไม่ใช่ความผิดรัฐบาล! ‘ธีรรัตน์’โยนบาปเป็นความผิดพลาดของ‘จ.อุบลราชธานี’

ไม่ใช่ความผิดรัฐบาล! ‘ธีรรัตน์’โยนบาปเป็นความผิดพลาดของ‘จ.อุบลราชธานี’

วันพฤหัสบดี ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 13.38 น.

ไม่ใช่ความผิดรัฐบาล! “ธีรรัตน์”โยนบาปเป็นความผิดพลาดของ”จ.อุบลราชธานี” เบิกจ่ายงบช่วยประชาชนน้อย ขออย่าฉวยเอาข้อมูลไม่จริงโจมตี”รัฐบาล”

เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2568 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม โดยในช่วงกระทู้ถามสด น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รมช.มหาดไทย ตอบกระทู้ถามสดของ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ตั้งกระทู้ถามแนวทางช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งชายแดนไทย – กัมพูชา และสอบถามในประเด็นการเบิกจ่ายเงินราชการเพื่อช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะพื้นที่ จ.อุบลราชธานี ที่เบิกจ่ายไปเพียง 5 หมื่นบาท รวมถึงกรณีย้ายผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ว่า ในประเด็นของพื้นที่ จ.อุบลราชธานี ตนลงพื้นที่ไปตั้งแต่วันที่ 27 ก.ค.โดยเข้าเยี่ยมศูนย์อพยพ และมอบหมายสั่งการให้จังหวัดหากิจกรรมที่เกี่ยวกับการผ่อนคลายความเคลียดให้ประชาชน และเห็นการปฏิบัติงานจนมีการตั้งกระทู้ถามเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า ในพื้นที่เบิกจ่ายไม่ได้ ทำให้ตนโทรศัพท์สอบถามผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี เพื่อให้ทราบปัญหาและแก้ไข ซึ่งคำตอบที่ได้รับคือเบิกได้ทั้งหมด ทั้งนี้ ตนไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้กลับไปในพื้นที่ 3 ส.ค.เพื่อเยี่ยมผู้ได้รับบาดเจ็บ และตรวจสอบว่ามีสิ่งผิดปกติ ทำเอกสารล่าช้า หรือใช้เงินของ อปท.หรือไม่

“ได้รับทราบข้อมูลว่ามีการใช้เงินท้องถิ่น สิ่งของเงินบริจาค ได้รับทราบตัวเลขว่าเงินบริจาค จำนวน 5.5 ล้านบาท และจังหวัดอื่น 1 – 2 ล้านบาท ถือว่าบกพร่อง เพราะในการจัดประชุมใช้จ่ายเงินทดรองราชการที่เพิ่มเติมขอให้ใช้จ่ายเงินดังกล่าวทันที แม้ระเบียบว่าให้ใช้เงินท้องถิ่นก่อนก็ตาม เนื่องจากมีความจำเป็นเร่งด่วน เพราะมีประชาชนอพยพจำนวนมาก ให้ใช้งบ 100 ล้านบาท และงบทดรองราชการที่เหลืออยู่” น.ส.ธีรรัตน์ ชี้แจง

รมช.มหาดไทย ชี้แจงต่อว่า สำหรับการเบิกจ่ายไม่ใช่เบิกไม่ได้ แต่ไม่มีตัวเลขส่งมาส่วนกลาง เป็นความผิดพลาดของจังหวัด ไม่ใช่รัฐบาล ดังนั้น เมื่อได้ข้อมูลที่ถูกต้องขอให้ประชาชนมั่นใจกับรัฐบาลที่สื่อสารข้อมูลจริง ข้อมูลเดียว ไม่ใช้อคติ หรือเกมการเมืองในภาวะนี้ เราตั้งใจดูแลประชาชนให้ดีที่สุด

น.ส.ธีรรัตน์ ชี้แจงต่อว่า ข้อมูลการเบิกจ่ายนั้นตนได้ติดตามสอบถาม ตั้งแต่มี สว.คนหนึ่งบอกว่า ตอนนี้เงินท้องถิ่นถังแตก ทำให้ตนสอบถาม และทราบว่าเป็นข้อความเป็นเท็จ ท้องถิ่นไม่ได้ถังแตก ดังนั้น จึงเป็นการกลั่นกรองข้อมูลก่อนนำเสนอ ส่วนตัวเลขการเบิกจ่ายของท้องถิ่นนั้น ตนรู้ก่อนที่ กมธ.การปกครองฯ จะประชุม ซึ่งตนไม่แน่ใจว่ารายละเอียยดอาจอาศัยช่องตัวเลขที่น้อยไปนำเสนอ เพื่อโจมตีรัฐบาล โดยไม่ฟังว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร สำหรับการชดเชยเยียวยาผู้ประกอบการและแรงงาน ทราบว่าส่วน รมต.ที่เกี่ยวข้องกับการคลังได้พิจารณาชดเชยและเยียวยา

‘ภูมิธรรม’ มอบนโยบายปราบยาเสพติด ผ่านกลไกความร่วมมือ 3 ฝ่าย

‘ภูมิธรรม’ มอบนโยบายปราบยาเสพติด ผ่านกลไกความร่วมมือ 3 ฝ่าย

‘ภูมิธรรม’ มอบนโยบายปราบยาเสพติด ผ่านกลไกความร่วมมือ 3 ฝ่าย

วันพฤหัสบดี ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 13.32 น.

‘ภูมิธรรม’ มอบนโยบายปราบยาเสพติด ผ่านกลไกความร่วมมือ 3 ฝ่าย ร่วมป้องกันปราบปรามฟื้นฟูผู้เสพฯ พร้อมตั้ง KPI ภายใน 3 เดือนเห็นผลเป็นรูปธรรม 

7 สิงหาคม 2568 เมื่อเวลา 10.15 น. ที่อิมแพคเมืองทองธานี นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี กล่าวมอบนโยบายปราบปรามยาเสพติด โดยได้เน้นย้ำนโยบาย ว่าประเทศไทยจะต้องปลอดยาเสพติดทั่วทั้งแผ่นดิน ภายใน 3 เดือนนี้ต้องเห็นผลเป็นรูปธรรม โดยจะมีตัวชี้วัด (KPI) สำคัญคือ ประชาชนในชุมชนต้องบอกว่าไม่มียาเสพติด

นายภูมิธรรม ยังระบุด้วยว่า ภายใน 3 เดือนนี้จะเป็นจุดแตกหัก และเป็นผลของการแก้ปัญหายาเสพติด ซึ่งหัวใจทั้งหมดอยู่ที่หมู่บ้านและชุมชน โดยใช้กลไกความมั่นคงในระดับพื้นที่ร่วมกันทั้ง 3 ฝ่ายคือ ผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด และนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด  นอกจากนี้ ยังมีในส่วนของทหารที่รับผิดชอบซีลชายแดนในการสกัดเบื้องต้นด้วย รวมถึงอีกหลายภาคส่วน ถ้าพร้อมใจกันก็ทำงานร่วมกันได้ และเพื่อให้การขับเคลื่อนการดำเนินการแก้ไขปัญหายาเสพติดเกิดผล อย่างเป็นรูปธรรม ตนขอมอบแนวทางดำเนินงานให้ทุกส่วนเร่งรัดดำเนินการ ดังนี้ 

เรื่องแรก คือมาตรการป้องกัน ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัด และผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด ร่วมกันบูรณาการประสานแลกเปลี่ยนข้อมูล วางกำลังและจัดกำลังร่วมกัน เพื่อสนับสนุนภารกิจของกันและกัน โดยเน้นย้ำให้ใช้กลไกชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) อาสาสมัครรักษาดินแดน ในการช่วยสอดส่อง พร้อมชื่นชมจังหวัดร้อยเอ็ด และจังหวัดน่าน ที่เป็นโมเดลต้นแบบ  ขณะเดียวกัน ให้ทุกฝ่ายช่วยกันควบคุม ขจัดพื้นที่เสี่ยงที่จะเป็นแหล่งมั่วสุมยาเสพติด และใช้เครือข่ายชุมชน เป็นเครือข่ายตาสับปะรดในการช่วยป้องกันคนในชุมชนยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด นอกจากนี้ขอให้ทุกจังหวัดและทุกหน่วยงานน้อมนำหลักการและแนวคิดของกองทุนแม่ของแผ่นดินมาช่วยสนับสนุน เสริมสร้างพลังแห่งความดีของสมาชิกในหมู่บ้านและชุมชน ในการร่วมป้องกันปัญหายาเสพติดอย่างยั่งยืน ขอให้ผู้ว่าฯและผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดจัดทำข้อมูลเพื่อระบุหมู่บ้านชุมชนที่เป็นพื้นที่เสี่ยงเพื่อนำมาตรการเชิงรุกเข้าควบคุม จัดระเบียบสังคม และควบคุมสถานที่เสี่ยง สถานบันเทิง ที่เป็นแหล่งมั่วสุมยาเสพติด ไม่ให้เป็นแหล่งกระจายยาเสพติด ตัดวงจรและสกัดกั้นการเข้าถึงยาเสพติดทุกพื้นที่ ตลอดจนตั้งจุดตรวจ จุดสกัด เพื่อเป็นการยับยั้งโอกาสในการเกิดการกระทำความผิด ขอให้กำชับและเน้นย้ำให้นายอำเภอใช้มาตรการซีล สต็อป เซฟ ตรวจพื้นที่ชายแดน และช่องทางธรรมชาติอย่างเข้มข้น และขยายมาตรการให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศ

ขณะที่มาตรการปราบปราม ให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานยึดหลักเด็ดขาด โปร่งใส ไม่ละเว้น การที่ชาวบ้านรู้แต่เจ้าหน้าที่ไม่รู้ถือเป็นความผิด ต้องสืบสวนขยายผลจับกุมผู้เกี่ยวข้องทุกระดับ ควบคู่กับการค้นหาผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติดในทุกพื้นที่ตามมาตรการรีเอ็กซเรย์ โดยทำงานร่วมกันอย่างไร้รอยต่อระหว่างตำรวจ ทหาร หน่วยความมั่นคงในพื้นที่และกลไกฝ่ายปกครอง โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้นำในการปราบปรามตามบริบทและความเหมาะสมของพื้นที่ ให้ใช้กลไกฝ่ายปกครองในพื้นที่ สนับสนุนการหาข่าว ซึ่งเรื่องการข่าวเป็นเรื่องสำคัญ ถ้าการข่าวแม่นยำจะตรวจจับได้ลึกถึงผู้ค้า ผู้บงการ ขณะเดียวกันได้ใช้กลไก สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) เข้ามาเกี่ยวข้องในการตรวจสอบให้ลึกไปถึงต้นทาง หากพบก็จะใช้กลไกเหล่านี้ ในการยึดทรัพย์ผู้ค้าโดยเฉพาะรายใหญ่

ส่วนมาตรการบำบัดฟื้นฟู ขอให้ผู้ว่าและสาธารณสุขจังหวัด บูรณาการร่วมกันอย่างใกล้ชิด เพื่อคืนคนคุณภาพสู่สังคม ผู้เสพต้องได้รับโอกาสในการเริ่มต้นชีวิตใหม่ โดยยึดการปฏิบัติตามหลักการผู้เสพคือ ผู้ป่วย ส่งเข้าบำบัดรักษา แทนการดำเนินคดี ลดการตีตราและสร้างโอกาสในการเรียนรู้และสร้างอาชีพให้ผู้ผ่านการบำบัด ให้กลับเข้าสู่สังคมอย่างเป็นสุขและเป็นธรรม 

ขณะเดียวกันให้พัฒนาการดำเนินงานของศูนย์ฟื้นฟู ทั้งในระดับอำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ควบคู่ไปกับการยกระดับศูนย์บำบัดยาเสพติดในพื้นที่ให้มีมาตรมาตรฐานเดียวกัน ดำเนินการหนึ่งจังหวัด หนึ่งสถานฟื้นฟูผู้เสพยาเสพติดเป็นอย่างน้อย และพัฒนาระบบติดตามผู้ผ่านการบำบัดอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าผู้ผ่านการบำบัดจะไม่กลับไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดซ้ำอีก

นายภูมิธรรม กล่าวว่า เพื่อให้มาตรการที่ตนได้มอบนโยบายเห็นผลเป็นรูปธรรม ภายใน 3 เดือน ขอให้ปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติดอย่างเข้มข้น ดังนี้ ผลการดำเนินงานในการสกัดกั้นยาเสพติด ในจังหวัดชายแดนเปรียบเทียบกับในจังหวัดทั่วประเทศ คือ ชายแดนมีการจับกุมจำนวนมาก ขณะที่ในพื้นที่ภายในต้องมีจำนวนลดลง ในการจับกุมผู้ค้า ต้องสามารถขยายผลถึงเครือข่ายได้ จำนวนผู้พิเศษที่เข้าสู่กระบวนการบำบัดฟื้นฟู จะต้องนำทุกรายเข้ากระบวนการฟื้นฟู การดำเนินคดีเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด หากพบเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องจะต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างเข้มข้นและทันที และการขยายเครือข่ายพลังชุมชนเพื่อป้องกันและเฝ้าระวังยาเสพติดให้ครอบคลุมทุกหมู่บ้าน ทุกชุมชน จะต้องทำให้หมู่บ้านและชุมชนเป็นพื้นที่ปลอดยาเสพติดทั่วประเทศ

ทั้งนี้ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ตนเชื่อมั่นในความมุ่งมั่นเพื่อดำเนินงานอย่างจริงจังของกลไกมหาดไทย และทุกระดับ พลังการบูรณาการผ่านหน่วยงานหลักของประเทศ ในการแก้ปัญหายาเสพติด ทุกหมู่บ้าน ทุกชุมชนจะต้องปลอดภัยจากปัญหายาเสพติด ขอขอบคุณและเป็นกำลังใจให้ทุกท่าน ทุ่มเททำงานอย่างมุ่งมั่นจริงจัง เราจะเอาชนะปัญหาร่วมกัน ด้วยการป้องกัน ป้องปรามปราบปรามบำบัดฟื้นฟู และสร้างภูมิคุ้มกันให้กับสังคมไทย ปลอดภัยยาเสพติดทุกพื้นที่ เพื่อให้การดำเนินการ NO DRUGS NO DEALERS สู่ ZERO DRUGS ประเทศไทยต้องปลอดยาเสพติด.

‘ภูมิธรรม’ยัน!ทำตามคำสั่งศาล ปมเพิกถอนที่ดิน’เขากระโดง’

'ภูมิธรรม'ยัน!ทำตามคำสั่งศาล ปมเพิกถอนที่ดิน'เขากระโดง'

‘ภูมิธรรม’ยัน!ทำตามคำสั่งศาล ปมเพิกถอนที่ดิน’เขากระโดง’

วันพฤหัสบดี ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 13.28 น.

“ภูมิธรรม”ยัน! ทำตามคำสั่งศาล ปมเพิกถอนที่ดิน”เขากระโดง” ชี้หากประชาชนมองถูกริดรอนสิทธิ์สามารถร้องกระบวนการยุติธรรมได้ บอกเดี๋ยวค่อยว่ากัน หลังสื่อถามจ่อฟ้อง”อธิบดีที่ดินคนเก่า”หรือไม่

เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2568 ที่อิมแพค อารีน่า เมืองทองธานี นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่มีประชาชนในพื้นที่เขากระโดง รวมตัวกันคัดค้านการเพิกถอนโฉนดที่ดินเขากระโดง ให้เป็นที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย ว่า การแก้ไขปัญหาในครั้งนี้ เป็นการแก้ไขปัญหาตามหลักกฎหมาย เพราะเราปกครองด้วยระบอบกฎหมาย แต่เมื่อหากรู้สึกว่าถูกรอนสิทธิ์ ก็สามารถร้องขอกระบวนการยุติธรรมได้เลย เราไม่ได้ปฏิเสธ หากเราทำตรงนั้นไม่ถูกต้อง จะแก้ปัญหาก็ว่ากันต่อไป แต่ขณะนี้ เรากำลังปฏิบัติตามคำสั่งศาลฎีกา ซึ่งศาลฎีกายืนยันว่าเป็นที่ดินของรัฐ และเป็นมาตั้งแต่ต้น เราก็ปฏิบัติตาม เพราะฉะนั้นการยกเลิกเป็นไปตามกฎหมาย อย่างแท้จริงทั้งหมด ส่วนคนที่รู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม ก็สามารถเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เราไม่ได้ปิดกั้นสิทธิ์

เมื่อถามว่า ขณะนี้กระบวนการยกเลิกอยู่ในขั้นตอนใด นายภูมิธรรม กล่าวว่า ขณะนี้ได้ดำเนินการไปตามหลักเกณฑ์ และให้หลักการไปแล้ว มีการเปลี่ยนแปลงตัวอธิบดีกรมที่ดิน ก็ต้องรออธิบดีคนใหม่เข้ามาดำเนินการ ตนไม่ได้แทรกแซงกระบวนการ และตนได้บอกไปแล้วว่า ถ้าได้ตัดสินใจไปตามอำนาจศาลที่มีอยู่ ผู้มีอำนาจหน้าที่ก็ต้องปฏิบัติ หากไม่ปฏิบัติก็จะโดนมาตรา 157 คือการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ แต่ตนไม่ขอเปิดเผยในรายละเอียด ขอให้ไปสอบถามกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง

โดยในช่วงท้ายผู้สื่อข่าวถามว่า จะย้อนกลับไปดำเนินคดีกับอธิบดีกรมที่ดินคนเก่า หรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า เดี๋ยวค่อยไปว่ากัน

ไม่เข้าใจทำไมไม่เบิกงบฯ ‘ภูมิธรรม’เผยไม่ได้คุย’ผู้ว่าฯอุบลฯ’หลังสั่งเด้ง

ไม่เข้าใจทำไมไม่เบิกงบฯ 'ภูมิธรรม'เผยไม่ได้คุย'ผู้ว่าฯอุบลฯ'หลังสั่งเด้ง

ไม่เข้าใจทำไมไม่เบิกงบฯ ‘ภูมิธรรม’เผยไม่ได้คุย’ผู้ว่าฯอุบลฯ’หลังสั่งเด้ง

วันพฤหัสบดี ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 13.26 น.

“ภูมิธรรม”เผยไม่ได้คุย”ผู้ว่าฯอุบลราชธานี”หลังสั่งเด้ง ชี้ไม่เข้าใจทำไมไม่เบิกงบฯ มอบ”รองผู้ว่าฯ”เบิกจ่ายเงินดูแลประชาชน

เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2568 ที่อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการลงนามคำสั่งโยกย้ายผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ว่า ปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้มีอำนาจในการเซ็นลงนาม ซึ่งได้เซ็นเรียบร้อยแล้ว โดยให้มาช่วยราชการสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย โดยยังไม่ได้มีกรอบระยะเวลาในการช่วยราชการ ซึ่งในขณะนี้ใกล้ช่วงเวลาโยกย้ายอยู่แล้ว ตอนนี้ให้มาช่วยราชการก่อน เพื่อเปิดทางให้รองผู้ว่าราชการจังหวัดคนที่หนึ่ง สามารถดำเนินการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน ได้รับเงินช่วยเหลือเยียวยาได้อย่างเต็มที่

ส่วนเมื่อโยกย้ายผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี จะทำให้เกิดปัญหาในการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่หรือไม่ นายภูมิธรรม ย้ำว่า รองผู้ว่าราชการจังหวัดดูแลอยู่แล้ว และให้ผู้ตรวจราชการเขต 14 ซึ่งดูแลจังหวัดเหล่านี้ ไปกำกับดูแลอีกที ซึ่งจะสามารถนำเงินมาถึงมือประชาชนได้เร็วที่สุด เพราะเป็นเหตุประสบภัยที่ ต้องเร่งดำเนินการและดูแล

เมื่อถามว่า ได้มีโอกาสพูดคุยกับผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานีหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ยังเลย เพราะเมื่อเช้าเพิ่งได้ข้อมูลที่ชัดเจน ซึ่งก่อนหน้านี้ ตนก็ยังไม่ได้ข้อมูลที่ชัดเจน เมื่อได้ข้อมูลที่ชัดเจน และพบว่าก็เป็นความจริง ตอนที่มี สส.พรรคการเมืองหนึ่ง ถามว่าที่จังหวัดอุบลราชธานีไม่ได้เงิน ซึ่งเราก็สงสัยอยู่ และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยได้โทรสอบถาม โดยผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานีได้ยืนยันแล้ว แต่ผลออกมา ทำให้แปลกใจ ว่าตนขยายเงินให้ 100 ล้านบาท แต่ทำไมตัวเลขถึงออกมาน้อย จริงๆ ควรจะดูแล นี่คือเสียงบ่นที่ประชาชนรู้สึก ซึ่งไม่เข้าใจเหตุผลของท่านเหมือนกัน ตอนนี้จึงดึงกลับมาช่วยราชการที่กระทรวงก่อน และทุกอย่างจะดำเนินการไม่ให้สะดุด พี่น้องประชาชน ได้รับเงินอย่างที่เราได้ขยายวงเงินไปแล้ว เพื่อไปดูแลเขา

เมื่อถามว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ได้ชี้แจงว่าได้ใช้เงินบริจาคไปก่อน ถือว่าฟังขึ้นหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ใช้ไปก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่ก็ต้องให้ทั่วถึง แล้วเงินที่มีทั่วถึง ทำไมถึงไม่ให้ จะเก็บเอาไว้อย่างไร ก็ไม่เข้าใจ

‘ธนกร’หนุน’มทภ. 2’ ตรึงกำลัง 11 พื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา

'ธนกร'หนุน'มทภ. 2' ตรึงกำลัง 11 พื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา

‘ธนกร’หนุน’มทภ. 2’ ตรึงกำลัง 11 พื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา

วันพฤหัสบดี ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 13.20 น.

“ธนกร”หนุน”มทภ. 2” ตรึงกำลัง 11 พื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ลั่น!ไม่ยอมถอยเด็ดขาด ยันปกป้องอธิปไตยที่แลกมาด้วยชีวิตทหารกล้า-ประชาชน ชี้เหมาะสม ครม.ไฟเขียวซื้อกริพเพน เชื่อเสริมเขี้ยวเล็บยกระดับศักยภาพกองทัพเต็มที่ มั่นใจทำประเทศในภูมิภาคเกรงใจ-ไม่กล้าหือ

เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2568 นายธนกร วังบุญคงชนะ อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รองหัวหน้าพรรค และ สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ระบุว่า จากที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 5 ส.ค.ที่ผ่านมา มีมติเห็นชอบเห็นชอบให้กองทัพอากาศ จัดซื้อเครื่องบินกริพเพน จากประเทศสวีเดน เพิ่ม 4 ลำ ตนเห็นว่า เหมาะสมแล้ว หลังจากที่สถานการณ์ปะทะขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย – กัมพูชา ที่ผ่านมา คนไทยทุกคนได้เห็นศักยภาพของทั้งเครื่องบินรบ F16 และกริพเพนมาแล้ว ว่ามีแสนยานุภาพศักยภาพในการสกัดและโจมตีเป้าหมายทางทหารอย่างแม่นยำและมีประสิทธิภาพสูงมาก โดยมองว่าทั้งกริพเพน จะเป็นการเสริมศักยภาพสร้างความแข็งแกร่ง และยกระดับขีดความสามารถของกองทัพไทยในการปกป้องอธิปไตยของประเทศ ให้เข้มแข็งและพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น ทำให้ประเทศเพื่อนบ้านและกลุ่มประเทศในภูมิภาคอาเซียน เกรงใจและให้เกียรติไทยมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ นายธนกร ระบุว่า ตนขอสนับสนุนกองทัพบก โดย พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ที่ยังคงสั่งตรึงกำลังทหารเพื่อปกป้องอธิปไตยทั้ง 11 จุดพื้นที่ชายแดน ที่ทหารไทยได้สละเลือดเนื้อ สละชีวิตปกป้องเอาไว้ จะต้องไม่ยอมถอยเด็ดขาด เพราะทุกตารางนิ้วทั้งหมดเป็นผืนแผ่นดินของไทย โดยเชื่อว่าการประชุมเจรจาทวิภาคีระหว่างไทยกับกัมพูชาที่จะปิดการประชุมร่วมกันในวันนี้ จะได้ข้อยุติที่ดี ทั้งการหยุดยิง และจะต้องมีความชัดเจนเรื่องความรับผิดชอบต่อการสูญเสียทั้งชีวิต การบาดเจ็บของประชาชนพลเรือนและบ้านเรือนที่อยู่อาศัย โรงพยาบาล ปั๊มน้ำมัน และร้านค้าและอื่นๆ ที่ต้องพังเสียหายจากกัมพูชาทั้งหมดด้วย

“ไทยต้องเร่งฟ้องร้องต่อองค์กรระหว่างประเทศ ให้เอาผิดสมเด็จฮุน เซน และ ฮุน มาเนต นายกฯ กัมพูชา ในคดีก่ออาชญากรรมสงคราม รวมทั้งคดีแพ่งและอาญาให้ถึงที่สุด ขอให้กำลังใจกองทัพ แม่ทัพภาคที่ 2 และกำลังพลทุกนาย ปกป้อง 11 พื้นที่บนอธิปไตยของไทยไว้ ต้องไม่ยอมถอยเด็ดขาด เพราะทุกตารางนิ้วถูกแลกมาด้วยเลือดเนื้อและชีวิตของทั้ง 15 วีรบุรุษทหารกล้า และต้องสูญเสียพลเรือนประชาชนผู้บริสุทธิ์ มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก และต้องอพยพอีกกว่า 300,000 คน ในครั้งนี้ ซึ่งกัมพูชาจะต้องออกมารับผิดชอบ เพราะเป็นผู้เริ่มก่อเหตุยิงพลเรือน และผิดสัญญาในข้อตกลงหลายฉบับ” นายธนกร ย้ำ

‘กัลฟ์’ตั้งกองทุน 100 ล้าน เป็นขวัญกำลังใจทหารและครอบครัว

'กัลฟ์'ตั้งกองทุน 100 ล้าน เป็นขวัญกำลังใจทหารและครอบครัว

‘กัลฟ์’ตั้งกองทุน 100 ล้าน เป็นขวัญกำลังใจทหารและครอบครัว

วันพฤหัสบดี ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 13.01 น.

“สารัชถ์”เข้า ทบ.มอบเงินผ่าน”ผบ.ทบ.-มทภ.2″ให้ทหารชายแดนไทย-กัมพูชา พร้อมเผย”กัลฟ์”ตั้งกองทุน 100 ล้านบาท เป็นขวัญกำลังใจทหารและครอบครัว ขณะที่”บีทีเอส”มอบ 50 ล้านบาท ช่วยเหลือ-เยียวยากำลังพล

เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2568 ที่กองทัพบก บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF นำโดย นายสารัชถ์ รัตนาวะดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ได้จัดตั้งกองทุนมูลค่า 100 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือและเยียวยาทหารที่ได้รับบาดเจ็บ หรือเสียชีวิตจากการปฏิบัติภารกิจด้านความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนไทย – กัมพูชา โดยมีเป้าหมายหลักในการยกระดับคุณภาพชีวิต และมอบขวัญกำลังใจแก่เหล่าทหารและครอบครัว ให้สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างเข้มแข็ง โดยมี พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก และ พลโท บุญสิน พาดกลางแม่ทัพภาคที่ 2 เป็นผู้รับมอบ

นอกจากการจัดตั้งกองทุนแล้ว GULF ยังคงเดินหน้าสานต่อภารกิจเพื่อสังคมในพื้นที่ชายแดนไทย – กัมพูชา อย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสังคมและยืนหยัดเคียงข้างผู้เสียสละเพื่อประเทศชาติ โดยที่ผ่านมาที กัลฟ์อาสา ได้ร่วมกันจัดทำและส่งมอบถุงยังชีพ “GULF Care” จำนวนกว่า 2,000 ชุด ให้แก่ทหารที่ปฏิบัติภารกิจด้านความมั่นคง รวมถึงประชาชนที่ได้รับผลกระทบในศูนย์พักพิงตามจังหวัดต่างๆ เช่น บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี และยังได้สนับสนุนงบประมาณเพื่อการบริหารจัดการภายในศูนย์พักพิงอีกด้วย ที่สำคัญ GULF ยังได้มอบเงินช่วยเหลือจำนวน 1.2 ล้านบาท ให้แก่ทหารที่ได้รับบาดเจ็บจากการเหยียบกับระเบิดในระหว่างปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนเพื่อปกป้องอธิปไตยในพื้นที่ช่องบก จังหวัดอุบลราชธานี

นายสารัชถ์ กล่าวถึงแรงบันดาลใจที่มอบเงิน 100 ล้านบาท ให้กับกองทัพบก ว่า คุณพ่อของตนก็เป็นทหาร พอมีเหตุการณ์เกิดขึ้นมา ตนได้มีโอกาสพูดคุยกับกองทัพ ซึ่งกลุ่มบริษัทของตนมีธุรกิจในเรื่องของโทรคมนาคม ดาวเทียม ที่นำไปช่วยกองทัพช่วงแรก ซึ่งตอนนั้นแม่ทัพภาคที่ 2 ได้ติดต่อมา เรื่องของสัญญาณโทรศัพท์ในพื้นที่ห่างไกลที่ไม่สามารถติดต่อได้ เราจึงนำสัญญาณดาวเทียมไปช่วย หลังจากนั้นไม่ได้คาดคิดว่าสถานการณ์จะรุนแรงขึ้น ซึ่งตอนที่มีทหารบาดเจ็บขาขาด ตนก็ได้นำเงินไปบริจาคให้กลับครอบครัว แต่พอมีเหตุการณ์เสียชีวิตของทหาร และทหารที่บาดเจ็บมากขึ้น จึงได้ปรึกษากับกลุ่มบริษัทและครอบครัว ว่าเราในฐานะที่เป็นบริษัทของคนไทย ที่มีกำลังอะไรก็ตามที่สามารถเข้าไปช่วยกองทัพหรือความมั่นคงได้ ก็ยินดีจะเข้าไปช่วย โดยสิ่งที่เราไปช่วยคือครอบครัวของทหาร และทหารที่เสียชีวิต บาดเจ็บ ทุพพลภาพ ซึ่งคนไทยทุกคนมีความรักชาติ ก็อยากให้ความขัดแย้งมันสิ้นสุดลงไป แต่ระหว่างที่มันมีอยู่อะไรก็ตามที่เราเป็นคนไทย เราช่วยกับกองทัพได้ ช่วยทหารที่อยู่แนวหน้าได้ ก็เป็นสิ่งที่ทุกคนพึงกระทำ โดยวันนี้ได้ตั้งกองทุนจำนวน 100 ล้านบาท มอบให้กับทหารที่เสียชีวิตและบาดเจ็บ แต่จะไม่เกี่ยวกับเรื่องของยุทโธปกรณ์

นายสารัชถ์ ยังกล่าวเพิ่มเติม ว่า วันนี้จากการติดตามก็เห็นว่าคนไทยมีความเป็นห่วงเรื่องของอธิปไตยของประเทศไทย และห่วงความปลอดภัยของชาวบ้านที่อยู่ตามแนวชายแดน ห่วงสวัสดิภาพความปลอดภัยของทหารที่อยู่แนวหน้า เชื่อว่าทุกคนมีความรักชาติอยากจะช่วยคนละไม้คนละมือ ช่วยเท่าที่ช่วยได้หรือบริจาคเงินคนละนิดละหน่อย เชื่อว่าทหารแนวหน้าจะมีกำลังใจมากขึ้น

ด้าน แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวว่า ในนามกองทัพบก และกองทัพภาคที่ 2 ขอบคุณบริษัทกัลฟ์ ที่ได้มอบงบประมาณช่วยเหลือน้องๆ ลูกหลานทหารแนวหน้า ที่ได้รับผลกระทบจากการปฎิบัติภารกิจครั้งนี้ หลังจากนี้ทางกองทัพจะตั้งคณะกรรมการ เพื่อนำเงินงบประมาณที่ได้ ไปใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุด ตามวัตถุประสงค์ของบริษัท

ขณะที่ นายคีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ รถไฟฟ้าบีทีเอส นำคณะผู้บริหารของบริษัทฯ “มอบเงินสนับสนุนกองทัพ 50 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือ และเยียวยากำลังพลของกองทัพ” โดยมี พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ.ทบ.และ พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 เป็นผู้แทนรับมอบ ณ ห้อง จปร.ชั้น 2 อาคารพิพิธภัณฑ์เฉลิมพระเกียรติกองทัพบก หลังจากเมื่อวานนี้ (6 สิงหาคม 2568) ได้มอบเงินสนับสนุนให้รัฐบาล 50 ล้านบาท นำไปเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบบริเวณชายแดนไทย – กัมพูชา รวมเป็นเงินทั้งหมด 100 ล้านบาท

สำหรับเงินสนับสนุนจำนวน 50 ล้านบาท ที่มอบให้กับกองทัพบก , กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ จะนำไปช่วยเหลือ และเยียวยากำลังพล ที่ได้รับบาดเจ็บ ทุพพลภาพ หรือเสียชีวิต จากสถานการณ์ความไม่สงบบริเวณชายแดนไทย – กัมพูชา ตลอดจนนำไปดูแลครอบครัวของกำลังพลที่ได้รับผลกระทบ และหากวงเงินสนับสนุนยังเหลืออยู่ บริษัทฯ ยินดีให้นำไปใช้ตามความเหมาะสม เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด

นายคีรี กล่าวว่า ดีใจที่ได้มีโอกาสแสดงถึงความจริงใจ และห่วงใยต่อทั้งสามเหล่าทัพ ที่ได้กรุณาเสียสละเพื่อประชาชนและประเทศชาติของเรา โดยได้มอบเงินก้อนแรกให้กับทางรัฐบาล วันนี้มีโอกาสมามอบให้กับกองทัพ ต้องขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่งที่ได้ให้เกียรติเรา เป็นโอกาสที่อยากให้ทุกๆ คน ช่วยกันสนับสนุนและแสดงความจริงใจให้กองทัพ เชื่อว่ากองทัพของเรามีความสามารถ มีความแข็งแกร่งที่จะรักษาประเทศชาติของเราอย่างแน่นอน

ขณะที่ พลโท บุญสิน กล่าวถึงความรู้สึกหลังรับมอบเงินสนับสนุนจากบีทีเอส ว่า ต้องขอบคุณคุณคีรี และคณะผู้บริหารบริษัทบีทีเอสเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้นำงบประมาณมามอบให้กับทางกองทัพบก และกองทัพภาคที่ 2 โดยจะนำงบประมาณดังกล่าวไปใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างคุ้มค่าที่สุด ผ่านคณะกรรมการที่สามารถตรวจสอบได้ และชัดเจนในการปฏิบัติ ซึ่งเป็นน้ำใจของพี่น้องคนไทยทุกคน

สำหรับเงินสนับสนุนจากดังกล่าว พลโท บุญสิน ระบุว่า ส่วนหนึ่งจะนำไปพัฒนาเทคโนโลยีของกองทัพ และอีกส่วนหนึ่งจะนำไปช่วยเหลือพี่น้องทหารที่ได้รับผลกระทบจากการปฎิบัติภารกิจในครั้งนี้ ทั้งผู้เสียชีวิตและผู้ที่ได้รับบาดเจ็บโดยทั่วถึง

– 006

รัฐบาลหน้าแหก!! ชงเลื่อนวาระเลือกรองปธ.สภาฯ มาก่อน แต่องค์ประชุมมาไม่ครบ

รัฐบาลหน้าแหก!! ชงเลื่อนวาระเลือกรองปธ.สภาฯ มาก่อน แต่องค์ประชุมมาไม่ครบ

รัฐบาลหน้าแหก!! ชงเลื่อนวาระเลือกรองปธ.สภาฯ มาก่อน แต่องค์ประชุมมาไม่ครบ

วันพฤหัสบดี ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 12.18 น.

เลือกรองปธ.สภาฯคนที่1ขลุกขลัก! ’สส.รัฐบาล’ ชิงชงขอเลื่อนระเบียบวาระมาก่อน แต่ตามองค์ประชุมกันวุ่น สมาชิกมาไม่ครบ ‘วิโรจน์’ อัดไม่พร้อมจะขอเลื่อนขึ้นมาทำไม ขณะที่ ‘ปธ.วิปรัฐฯ’ แจงผู้แทนฯหลายคนไปงานระดับชาติกำลังตามอยู่-บางคนป่วยอยู่รพ.ก็ให้ถอดสายน้ำเกลือมา  สุดท้ายต้องเลื่อนวาระไปอยู่หลังกระทู้

เมื่อวันที่ 7 ส.ค.2568 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม โดยภายหลังเปิดให้สมาชิกหารือ ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระ นายวัชรพล ขาวขำ สส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย เสนอเลื่อนวาระเลือกรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ที่ว่างลงแทนนายพิเชษฐ์เชื้อเมืองพาน ขึ้นมาพิจารณาก่อนการพิจารณากระทู้ถามสดด้วยวาจา แต่สส.พรรคฝ่ายค้าน โดยเฉพาะพรรคประชาชน ไม่เห็นด้วย อาทิ นายชุติพงศ์ พิภพภิญโญ สส.ระยอง พรรคประชาชน กล่าวว่า ต้องการให้พิจารณากระทู้ถามสดก่อน และฝ่ายค้านก็อยู่ตรงนี้อยู่แล้ว อยู่แบบเจมส์ เรืองศักดิ์ คืออยู่อย่างไร้ตัวตน ก็รอดูว่าจะพาคนมาลงมติได้มากแค่ไหน”

นายวันมูหะมัดนอร์ ต้องขอมติว่าจะเห็นด้วยให้เลื่อนวาระเลือกประธานสภาฯคนที่1 มาพิจารณาก่อนหรือไม่ ทำให้ที่ประชุมต้องรอสมาชิกมาแสดงตน แต่ต้องรอสมาชิกที่ประชุมกรรมาธิการห้องต่างๆ  ซึ่งประธานสภาฯ จะรอจนถึงเวลา11.25 น. 

ด้านนายชัยชนะ เดชเดโช รมช.สาธารณสุข ในฐานะสส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ เสนอให้พักการประชุม10 นาที เพื่อรอสมาชิก เพราะมีการประชุม กมธ.หลายห้อง ประธานฯจึง ชี้แจงว่า ไม่เป็นไร ความจริงก็ต้องเป็นความจริง ถ้าหากมีการแสดงผลแล้ว องค์ประชุมไม่ถึงกึ่งหนึ่ง วันนี้ก็ต้องเลิกการประชุม

ขณะที่นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายว่า ตนเข้าใจดีว่า หลายคนก็ประชุมกมธ. แต่ถ้าเกิดถึงขั้นต้องพักการปรเะชุม ก็ต้องตั้งคำถามว่าจะเสนอเลื่อนวาระขึ้นมาทำไม ถ้าไม่มีความพร้อม ประชาชนเขาจับจ้องกันอยู่ว่าสภาจะล่มอีกหรือไม่ กดออดรัวๆให้ถูกห้องได้ยินเสียง คุณที่วิ่งอยู่สายเอเชียจะได้เหาะมาตนไม่เข้าใจว่ายังมาไม่ถึงจะเลื่อนวาระทำไมขอให้ถอนออกไปดีกว่าเพื่อที่จะได้ถามกระทู้สดเพราะรัฐมนตรีก็รออยู่ เพราะเป็นกระทู้เรื่องความเดือดร้อนของเกษตรกรชาวสวนลำไยทำไมต้องให้ชาวสวนลำไยต้องมารอสภาพแบบนี้

“ผมขอความกรุณาจากฝ่ายรัฐบาล ถ้าไม่พร้อมอย่าทำแบบนี้ ท่านถอนเถอะแล้วหลังกระทู้ มากันครบ ค่อยมาเลือกรองประธานฯ จริงๆผมอยากเสนอ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว สส.น่าน พรรคเพื่อไทย เพราะเสียงหูของผมยังก้องด้วยเสียงของนายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน อดีตรองประธานสภาฯคนที่1 ว่าอยากเป็นก็ขึ้นมา” นายวิโรจน์ กล่าว

นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวอีกครั้งว่า ขอรออีก 2 นาทีต้องแสดงผล และไม่เป็นไรได้เท่าไหนก็เท่านั้นครบหรือไม่ครบก็เป็นไปตามที่ได้แสดงตน มีปัญหาอะไรก็แก้ไขกันต่อไป วันนี้ก็เป็นไปตามที่ปรากฎ ถึงแม้เราจะเสียดาย พร้อมกดออดเรียกสมาชิก นายอดิศร เพียงเกษ สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ได้ลุกขึ้นแจ้งว่า ร.ต.อ.เฉลิมอยู่ บำรุง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กำลังเดินเข้ามา 

ส่วนนายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน(วิปฝ่ายค้าน) เสนอให้ถอนญัตติเลือกรองประธานสภาฯคนที่1 ออก แล้วถามกระทู้สด เมื่อจบ 3 กระทู้สด สมาชิกก็น่าจะมากันครบแล้ว เชื่อว่าคงไม่มีใครมาแสดงตนตอนนี้แล้วรีบกลับกันก่อนที่กระทู้สดจะจบ ถึงตอนนั้นองค์ประชุมอาจจะครบก็ได้

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานวิปรัฐบาล อภิปรายว่า วันนี้มีรัฐมนตรีหลายคนไปเปิดงานที่อิมแพ็คเมืองทองธานี ซึ่งเป็นงานระดับชาติ และมีสส.พรรคเพื่อไทย ก็ป่วยอยู่โรงพยาบาล ก็ให้ถอดเข็มน้ำเกลือมาเลย ตนเห็นว่าเพื่อให้การประชุมสภาฯเป็นไปได้ตามระเบียบวาระ และความเรียบร้อย ตนก็ขอถอนญัตติการเลือกรองประธานสภาฯคนที่หนึ่ง ออกไปก่อนแล้วพิจารณาไปตามระเบียบวาระ ก็จะสามารถตามทุกคนมาได้มั่นใจว่าครบองค์ประชุม

ทำให้นายวัชรพล ถอนวาระเลือกรองประธานสภาฯคนที่1ออกไปก่อน และให้พิจารณาตามระเบียบวาระไปตามปกติ