ทั่วไทยส่งกำลังใจ/สิ่งของไปชายแดน ดูแล‘ทหาร-ปชช.’ กองทัพสั่งทีมเยียวยาจิตใจลงพื้นที่

ทั่วไทยส่งกำลังใจ/สิ่งของไปชายแดน ดูแล‘ทหาร-ปชช.’ กองทัพสั่งทีมเยียวยาจิตใจลงพื้นที่

ทั่วไทยส่งกำลังใจ/สิ่งของไปชายแดน ดูแล‘ทหาร-ปชช.’ กองทัพสั่งทีมเยียวยาจิตใจลงพื้นที่

วันพฤหัสบดี ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ทั่วไทยส่งกำลังใจ/สิ่งของไปชายแดน ดูแล‘ทหาร-ปชช.’ กองทัพสั่งทีมเยียวยาจิตใจลงพื้นที่
สธ.มอบยาโรคผิวหนัง พม.ดูแลกลุ่มเปราะบาง รบ.รับเงินบริจาค58ล้าน ช่วยเหลือผู้ประสบภัย

“กองทัพไทย”ส่ง“ทีมเยียวยาจิตใจฉุกเฉิน”ลงพื้นที่ดูแลทหาร-พลเรือนที่ได้รับบาดเจ็บ รวมถึงครอบครัวทหารผู้เสียชีวิตที่ได้รับผลกระทบสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา สธ.สถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ สนับสนุนยารักษาโรคผิวหนัง แก่กำลังพลทหารในพื้นที่ชายแดน พม.ส่งทีมดูแลทั้งด้านจิตใจและกายภาพกลุ่มเปราะบาง ในศูนย์พักพิงชั่วคราว ‘ภูมิธรรม’รับมอบสิ่งของ-เงินบริจาครวม 58 ล้านบาท จากองค์กรภาคเอกชนเพื่อใช้ฟื้นฟูเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา‘สพม.กาฬสินธุ์’มอบสิ่งของ-วัตถุมงคล’หลวงปู่ศิลา’ ส่งใจจากยะลา!! บุคลากร-นศ.กว่า 3,500 คน ร่วมร้องเพลงชาติ ส่งกำลังใจทหารกล้า-ปชช.ที่ได้รับผลกระทบชายแดน

เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2568 เพจเฟซบุ๊ก”กองบัญชาการกองทัพไทย Royal Thai Armed Forces Headquarters”ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความระบุว่า”ร่องรอยบาดแผลจากสงคราม ไม่เพียงทิ้งบาดแผลทางกาย ยังทิ้ง“บาดแผลทางใจ”ที่ยังไม่จางหาย
“กองบัญชาการกองทัพไทยเร่งส่งชุดเยียวยาจิตใจฉุกเฉิน RTARF M-MCATT (Military Mental Health Crisis Assessment and Treatment Team) ประกอบด้วย จิตแพทย์ พยาบาลจิตเวช นักจิตวิทยาคลินิก ในการลงพื้นที่เข้าให้ความช่วยเหลือเยียวยาจิตใจกำลังพลทหารที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์การปะทะและครอบครัวกำลังพลทหารที่เสียชีวิต รวมถึงพลเรือนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชารวมกว่า 400 ราย

โดย RTARF M-MCATT ผนึกกำลังร่วมกับโรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์ โรงพยาบาลค่ายวีรยุทธโยธิน โรงพยาบาลสรรพสิทธิที่ประสงค์ โรงพยาบาลสุรินทร์”

สธ.สนับสนุนยารักษาโรคผิวหนัง

สถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้ดำเนินการจัดส่งยารักษาโรคผิวหนัง เพื่อสนับสนุนการดูแลสุขภาพกำลังพลของ กรมทหารราบที่31 รักษาพระองค์ ซึ่งเข้าปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา ตามแผนยุทธการของกองกำลังสุรนารี กองทัพภาคที่ 2 จังหวัดสุรินทร์ ตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม 2568

นายแพทย์ สกานต์ บุนนาค รองอธิบดีกรมการแพทย์เปิดเผยว่าสถาบันโรคผิวหนังเล็งเห็นถึงความเสี่ยงของโรคผิวหนังที่กำลังพลมักประสบในสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นสูง มีเหงื่อสะสมและต้องเผชิญกับแมลงหรือพืช ที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองจึงได้จัดส่งยารักษาโรคผิวหนังที่จำเป็นเช่นยาน้ำกัดเท้า ยารักษาเชื้อรา ยาฆ่าเชื้อ ยาลดผื่นคันและยาบรรเทาอาการผิวหนังอักเสบ เพื่อสนับสนุนการดูแลรักษาโรคผิวหนังเบื้องต้นในพื้นที่ปฏิบัติภารกิจที่เกี่ยวข้อง

ส่งยาเวชภัณฑ์ดูแลรักษาให้ทหารกล้า

นายแพทย์วีรวัต อุครานันท์ ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนัง กล่าวว่าทหารในพื้นที่ชายแดนมักประสบกับปัญหาโรคผิวหนังจากการปฏิบัติหน้าที่ทั้งจากความอับชื้น การสัมผัสสิ่งสกปรกหรือการถูกแมลงกัดต่อยจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่หน่วยงานทางการแพทย์จะต้องมีความพร้อมในการดูแลและรักษา การสนับสนุนยาครั้งนี้ไม่เพียงเป็นการตอบสนองต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเท่านั้น แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมสุขภาพอนามัยของกำลังพลอย่างยั่งยืน โดย“สถาบันโรคผิวหนัง ร่วมส่งต่อยาและเวชภัณฑ์ เพื่อสนับสนุนภารกิจด้านสาธารณสุข ในช่วงเวลาสำคัญของประเทศ”

วราวุธ’กำชับทีมพม.ดูแลในศูนย์ฯ

ที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ให้สัมภาษณ์ถึงการดูแลกลุ่มเปราะบางในศูนย์พักพิงชั่วคราวบริเวณจังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชาว่า เป็นอีกหนึ่งเรื่องสำคัญ ที่ประชุมกระทรวงนำมาหารือวันนี้ และได้มีโอกาสพูดคุยกับทีมพม.หนึ่งเดียวจังหวัดในหลายจังหวัดที่อยู่ตามแนวชายแดนอาทิ จังหวัดศรีสะเกษ บุรีรัมย์ สระแก้ว ยังมีพี่น้องประชาชนอยู่ในศูนย์พักพิงชั่วคราวจำนวนมาก และยังขาดแคลนหลายสิ่งหลายอย่าง พม.ต้องขอขอบคุณผู้ใหญ่ใจดีที่นำสิ่งของบริจาคมามอบให้จำนวนมากทั้งเงินบริจาคและสิ่งของต่างๆ และบางครั้งเงินบริจาคที่ได้รับมานั้น เราต้องออกไปตามหาซื้อสิ่งของต่างๆ ในช่วงเวลาวิกฤตเช่นนี้อาจจะหาซื้อไม่ได้ง่าย ซึ่งกระทรวง พม. ได้เร่งทยอยนำสิ่งของบริจาคกระจายไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราวต่างๆรวมไปถึงพื้นที่ที่เกิดปัญหาอุทกภัยทางภาคเหนือด้วยเช่นกัน

ดูแลทั้งด้านจิตใจและกายภาพ

กระทรวง พม.จะดูแลทั้งด้านกายภาพและที่สำคัญ คือ ด้านจิตใจ เพราะว่าสภาพของประชาชนที่เข้าไปอยู่ในศูนย์พักพิงชั่วคราว มีความตื่นตระหนกมากพอสมควรอยู่แล้ว การไปอยู่ในพื้นที่รวมกันอย่างนี้ การพูดคุยกันสิ่งที่สำคัญที่ต้องระวังเป็นอย่างยิ่ง คือ เรื่องข่าวปลอมทั้งหลาย บางครั้งอาจไม่ได้มีเจตนาแต่การที่พูดไปปากต่อปาก จากหนึ่งบวกหนึ่งจะกลายเป็น สิบเอ็ดจึงขอฝากพี่น้องประชาชนว่าการบริโภคข่าวสารข่าวจากสื่อในช่วงนี้ ขอให้ใช้วิจารณญาณและการไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วน อย่าหลงเชื่อง่ายเกินไป จนทำให้เกิดความเครียด

ย้ำจนท.ต้องหาวิธีคลายเครียดตัวเองด้วย

นายวราวุธกล่าวอีกว่าการดูแลสภาพจิตใจของพี่น้องประชาชนที่อยู่ในศูนย์พักพิงชั่วคราว ทางกระทรวง พม.มีเจ้าหน้าที่คอยดูแลพูดคุยอยู่ตลอด แต่จากจำนวนของพี่น้องประชาชนที่อยู่ในศูนย์พักพิงชั่วคราวในพื้นที่หลายๆจุดซึ่งพื้นที่บางจุดมีผู้อพยพเป็นหมื่นคน เมื่อเทียบกับจำนวนเจ้าหน้าที่ของกระทรวงพม.บวกกับกระทรวงสาธารณสุข เราต้องเห็นใจเจ้าหน้าที่เหมือนกัน เนื่องจากเราทำงานกันตลอด24ชั่วโมง ขณะเดียวกัน ตนได้กำชับไปยังเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานว่าเรารับเรื่องเครียดมาแล้วอย่าลืมหาวิธีคลายเครียดให้กับตัวเองด้วยมิฉะนั้นจะเกิดความเครียดเพิ่มมากขึ้น ซึ่งการติดตามในแต่ละเคส การเข้าไปพูดคุยในแต่ละเคส เป็นเรื่องที่มีความสำคัญไม่แพ้กัน ทั้งก่อนและหลังเกิดเหตุ จำเป็นต้องมีการฟื้นฟูสภาพจิตใจต่าง ๆ ด้วย

‘ภูมิธรรม’รับมอบสิ่งของ-เงินบริจาค58ล้าน

ช่วงบ่าย ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี เป็นประธานรับมอบสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัยจากหน่วยงานและองค์กรภาคเอกชน เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งเป็นการบริจาคผ่าน กองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัยสำนักนายกรัฐมนตรี โดยมีนางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีและนางชื่นชีวัน ลิมป์ธีระกุล รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เข้าร่วม

โดยนายภูมิธรรมรับมอบสิ่งของและเงินจากหน่วยงานและองค์กรภาคเอกชน เพื่อใช้ฟื้นฟูเยียวยาประชาชน ช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการปะทะตามแนวชายแดนไทย –กัมพูชาได้แก่ 1.บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ รถไฟฟ้า BTS มอบเงินช่วยเหลือ จำนวน 50,000,000 บาท 2.มูลนิธิเรนวูด (ประเทศไทย)มอบเงินช่วยเหลือ จำนวน 2,573,888 บาท ประกอบด้วย เงินสด เครื่องมือแพทย์ และเครื่องอุปโภคบริโภค และ 3.สมาคมแต่จิ๋วแห่งประเทศไทย ชมรม 9 สมาคมจีน และสมาคมจีนอำเภอต่าง ๆ มอบเงินช่วยเหลือ จำนวน 2,490,000 บาท

ทั้งนี้ ช่วงเช้า มูลนิธิเพื่อสัมพันธภาพไทย-จีน ร่วมกับบริษัทหยงซิง สตีล (ไทยแลนด์)จำกัดได้มอบเงินช่วยเหลือ จำนวน 3,000,000บาท เพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย–กัมพูชาด้วย

‘กาฬสินธุ์’มอบสิ่งของ-’หลวงปู่ศิลา’

ที่ศูนย์พักพิงชั่วคราว จ.สุรินทร์ ดร.วิภา สายรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) กาฬสินธุ์ พร้อมด้วย ดร.จารุวรรณ รัตนมาลี ผู้อำนวยการโรงเรียนกาฬสินธุ์พิทยาสรรพ์ และผู้บริหาร บุคลากร ครู นักเรียน โรงเรียนในสังกัด 55 แห่ง ร่วมกันนำเครื่องอุปโภคบริโภคและเครื่องใช้ที่จำเป็น มอบให้แก่ศูนย์พักพิงชั่วคราว จ.สุรินทร์ พร้อมส่งมอบวัตถุมงคล“หลวงปู่ศิลา”เพื่อความเป็นสิริมงคล และสร้างขวัญกำลังใจแก่ทหารกล้าที่อยู่แนวหน้า มณฑลทหารบกที่ 25 โดยมี รศ.ฉลอง สุขทอง อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ และพลตรีไชยนคร กิจคณะ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 25 จ.สุรินทร์ เป็นผู้แทนรับมอบ

ดร.วิภา สายรัตน์ ผู้อำนวยการ สพม.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า จากเหตุการณ์ความไม่สงบ ในจังหวัดชายแดน 4 จังหวัด ประกอบด้วย จ.บุรีรัมย์ จ.สุรินทร์ จ.ศรีสะเกษ และ จ.อุบลราชธานี มานานกว่า 10 วันนั้น ด้วยความห่วงใยและเห็นอกเห็นใจเจ้าหน้าที่ทหาร ตลอดทั้งตำรวจตระเวนชายแดน พี่น้องประชาชน ที่ต้องอพยพไปพำนักตามสถานพักพิงจุดต่างๆ เพื่อความปลอดภัย ต้องการกำลังใจและสิ่งของจำเป็นเครื่องใช้ในยามฉุกเฉิน

ทั้งนี้ เพื่อส่งต่อกำลังใจถึงเจ้าหน้าที่ทหารหาญ ที่ศูนย์พักพิงชั่วคราว จ.สุรินทร์ ถือเป็นอีกหนึ่งกำลังใจ ที่ สพม.กาฬสินธุ์ มอบให้กับทหารกล้า เจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ที่ทำหน้าที่ปกป้องอธิปไตย รวมทั้งนำส่งต่อธารน้ำใจถึงพี่น้องประชาชน ตามศูนย์พักพิงชั่วคราวในโอกาสเดียวกันอีกด้วย

ส่งใจจากยะลา3,500คนส่งใจให้ทหารไทย

วันเดียวกัน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศิริชัย นามบุรี อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ได้นำคณะผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร และนักศึกษากว่า 3,500 คน ร่วมกิจกรรม “เคารพธงชาติและร้องเพลงชาติไทย” เพื่อแสดงพลังแห่งความรักชาติ ความสามัคคี และความจงรักภักดีต่อสถาบันหลักของชาติ ภายในงานเต็มไปด้วยความพร้อมเพรียง

โดยผู้เข้าร่วมกิจกรรมพร้อมใจกันสวมเสื้อสีเหลืองแสดงถึงความจงรักภักดีและพลังแห่งความสามัคคี ยังมีการถือป้าย แสดงความรักชาติ ปกป้องอธิปไตย พร้อมโบกธงชาติไทย เพื่อแสดงความหวงแหนในอธิปไตยของชาติไทย และร่วมส่งแรงใจไปยังเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานตามแนวชายแดน ไทย-กัมพูชา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญด้านความมั่นคง โดยเน้นย้ำถึงบทบาทของเยาวชนและประชาชนในการร่วมกันปกป้องและธำรงไว้ซึ่งชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และผืนแผ่นดินไทย

น้ำใจชาวกระบี่ส่งตรงถึงทหารกล้า

วันเดียวกัน นายอังกูร ศีลาเทวากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ มอบหมายให้ พ.อ.ธีรพันธ์ แพเรือง หัวหน้าสำนักงานจังหวัดกระบี่ พร้อมด้วย พ.อ.อนุศิษฏ์ เพ็ชรเรือนทอง หัวหน้ากลุ่มงานนโยบายแผนและการข่าว กอ.รมน.จว.กระบี่และเจ้าหน้าที่เดินทาง ไปมอบสิ่งของที่รับบริจาคช่วยเหลือและเป็นกำลังใจแก่ผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ในพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ และสุรินทร์

โดยสิ่งของดังกล่าวได้รับบริจาคจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน นักการเมือง วัดและประชาชนชาวจังหวัดกระบี่ ผู้มีจิตศรัทธาจากทุกภาคส่วน ที่ต้องการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยร่วมกันบริจาคเป็นจำนวนมากไม่ว่าจะเป็น ข้าวสาร อาหารแห้ง ผ้าอนามัย ยาและเวชภัณฑ์ น้ำดื่ม เครื่องนุ่งห่ม ขนมขบเคี้ยวต่าง ๆ และอื่น ๆ ที่จำเป็นในการดำรงชีพ โดยจังหวัดกระบี่นำรถตู้ 1 คัน รถ 6 ล้อ 2 คัน รถ 10 ล้อ 1 คัน ในการนำน้ำใจจากจังหวัดกระบี่ เดินทางไปส่งมอบให้ผู้ได้รับความเดือดร้อน

ขอขอบคุณทุกพลังและน้ำใจของคนกระบี่และคนไทยทุกคน ที่ส่งถึงทหารกล้าและประชาชนผู้ได้รับผลกระทบชายแดนไทย-กัมพูชา เพราะ ‘คนไทย ไม่ทิ้งกัน

ปชป.ลงพื้นที่สุรินทร์ช่วยปชช.ศูนย์พักพิง

นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการลงพื้นที่ของสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ในการจัดถวายภัตตาหารเพลแด่พระภิกษุสงฆ์และประชาชน ด้วยก๋วยเตี๋ยว ณ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตสุรินทร์และเยี่ยมเยียนให้กำลังใจประชาชนผู้อพยพจากเหตุการณ์ปะทะทางทหารระหว่างชายแดนไทย – กัมพูชา ที่จ.สุรินทร์ เมื่อวานนี้ (5สิงหาคม )ว่า เมื่อวานนี้ ตนและคณะสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ได้แก่น.ส.ภคอร จันทรคณา เลขานุการที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย คณะทำงานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคฯ ได้มีการถวายภัตตาหารเพลแด่พระภิกษุสงฆ์ 35 รูป และจัดตั้งโรงทานก๋วยเตี๋ยวให้ประชาชนผู้อพยพจำนวน 215 คน และ มอบเส้นหมี ลูกชิ้นเพื่อปรุงอาหาร ที่มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตสุรินทร์ ต.นอกเมือง อ.เมือง จ.สุรินทร์ ขณะนี้ทางศูนย์พักพิงฯ ต้องการบริจาคสิ่งของจำเป็นสำหรับการดำรงชีวิตเป็นจำนวนมาก ซึ่งตนและทางคณะก็ได้มีการมอบสิ่งของอีกจำนวนหนึ่งไว้ให้กับทางศูนย์พักพิงด้วย

แจงสภาสิ้นส.ค.นี้ ‘ขุนคลัง’เร่งเตรียมข้อตกลงภาษีทรัมป์

แจงสภาสิ้นส.ค.นี้ ‘ขุนคลัง’เร่งเตรียมข้อตกลงภาษีทรัมป์

แจงสภาสิ้นส.ค.นี้ ‘ขุนคลัง’เร่งเตรียมข้อตกลงภาษีทรัมป์

วันพฤหัสบดี ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

“พิชัย”เผย เจรจาภาษีสหรัฐฯ ในส่วนปลีกย่อย ยังอยู่ระหว่างคุยรายละเอียด เร่งเตรียมข้อตกลงภาษีทรัมป์แจงสภาฯ สิ้นสิงหาคมนี้ หวังมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ดันจีดีพีโตร้อยละ 3-5

เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2568 นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกฯและรมว.คลัง กล่าวว่า ขณะนี้สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งจัดทำรายละเอียดข้อตกลงภาษีนำเข้าของสหรัฐร้อยละ 19 รวมถึงข้อกฏหมายที่เกี่ยวข้องหลายด้าน คงต้องใช้เวลาจัดเตรียม คาดว่าเสนอสภาได้ในช่วงเดือนสิงหาคมนี้ หลังจากได้ชี้แจงนโยบายของรัฐให้กับซีอีโอชั้นนำของโลก ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ มองว่าจะสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน เพื่อขยายการลงทุนในประเทศ

สำหรับการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจหลายด้านในช่วงนี้ ยังคาดหวังมุ่งผลักดันจีดีพี ให้เพิ่มขึ้นตามศักยภาพร้อยละ 3-5 หากไม่มีอุปสรรคใดๆ เข้ามากระทบเพิ่มเติม ทุกฝ่ายต้องร่วมกันแก้ปัญหาอื่นหลายด้าน เพราะหากไม่ได้รับการแก้ไขโอกาสจีดีพีจะปรับตัวขึ้นไปคงลำบาก จึงต้องอาศัยความร่วมมือทั้งจากภาครัฐและภาคเอกชน

นายพิชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐบาลยังเดินหน้าให้กระทรวงคลัง แบงก์ชาติ ผลักดันแนวคิด ในการตั้งบริษัทบริหารสินทรัพย์ (AMC) เพื่อซื้อรับซื้อหนี้เสียออกจากระบบ โดยต้องหารือกับธนาคาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดให้ AMC เป็นแบบใด เข้ามาจัดการหนี้ภาคประชาชนอย่างไร เพราะยังหวังให้เป็นเครื่องมือแก้ปัญหาหนี้ NPL ของระบบ

กรณี ครม. เห็นชอบโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจเฟส 2 เหลืออีก 25,000 ล้านบาทนั้น นายพิชัย กล่าวว่า ยังมีอีกหลายโครงการที่จำเป็นต้องใช้เงินส่วนนี้ เช่น นำมาใช้เกี่ยวกับปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา สามารถนำมาใช้ได้ จึงต้องให้หลายหน่วยงานช่วยกันฟื้นฟูเศรษฐกิจชายแดนให้กลับมาค้าขายเป็นปกติเหมือนเดิม.

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2568 นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯและรมว.มหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธานในการประชุมหารือกับผู้บริหารบริษัทชั้นนำระดับโลก ภายใต้ชื่องาน “Prime Minister Meets Investors: Confidence in Thailand’s Future” ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พร้อมด้วย นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกฯและรมว.คลัง และผู้บริหารระดับสูงของภาครัฐ โดยมีผู้บริหารจากบริษัทระดับโลกเข้าร่วม 30 บริษัท จากสหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ จีน ไต้หวัน และสิงคโปร์ บริษัทชั้นนำทั้ง 30 ราย ส่วนใหญ่เป็นบริษัทรายใหม่ที่ได้ตัดสินใจเข้ามาขยายการลงทุนขนาดใหญ่ในไทยในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา มีมูลค่าเงินลงทุนรวมกว่า 550,000 ล้านบาท และได้ช่วยสร้างงานให้บุคลากรไทยกว่า 53,000 ตำแหน่ง อยู่ในอุตสาหกรรมเป้าหมาย 4 สาขาหลัก ได้แก่ 1) เซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง เช่น Infineon, Analog Devices, Sony Technology, Haier, Foxsemicon 2) ยานยนต์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ เช่น Changan, BYD, Sunwoda, Continental 3) ดิจิทัล เช่น Google, Tiktok และ 4) อุตสาหกรรมเทคโนโลยีชีวภาพและอาหาร เช่น Mead Johnson, Nestle เป็นต้น

การหารือระดับสูงระหว่างผู้นำรัฐบาลและผู้บริหารของบริษัทชั้นนำระดับโลกในครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนต่างชาติในการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ภายหลังจากความสำเร็จของทีมไทยแลนด์ในการเจรจาภาษีกับสหรัฐอเมริกา โดยรัฐบาลไทยต้องการสื่อสารให้นักลงทุนต่างชาติได้ทราบถึงความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนนโยบายสนับสนุนการลงทุนอย่างต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม เพื่อให้ภาคธุรกิจสามารถเติบโตได้อย่างมั่นคง ท่ามกลางความท้าทายจากภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจโลกที่ผันผวน

นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ได้ใช้เวที “PM Meets Investors” เน้นย้ำต่อกลุ่มนักลงทุนว่า รัฐบาลไทยพร้อมเดินหน้าเชิงรุก มุ่งเปลี่ยนความท้าทายให้เป็นโอกาสในการยกระดับความแข็งแกร่งของระบบนิเวศทางธุรกิจในประเทศ ผ่านมาตรการและกลไกสนับสนุนต่าง ๆ

ภายหลังเสร็จสิ้นการหารือ ได้มีพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MoU) 3 ฝ่าย ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน และบริษัทผู้ผลิต PCB จำนวน 6 ราย เพื่อดำเนินโครงการความร่วมมือพัฒนากำลังคนระดับอาชีวศึกษา รองรับอุตสาหกรรมการผลิตแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์

‘ณัชชญ์พงศ์’ แจ้งความ ถูกปลอมลายเซ็น ยื่นประธานวุฒิสภา ส่ง ศาล รธน. สอย 136 ส.ว.

‘ณัชชญ์พงศ์’ แจ้งความ ถูกปลอมลายเซ็น ยื่นประธานวุฒิสภา ส่ง ศาล รธน. สอย 136 ส.ว.

‘ณัชชญ์พงศ์’ แจ้งความ ถูกปลอมลายเซ็น ยื่นประธานวุฒิสภา ส่ง ศาล รธน. สอย 136 ส.ว.

วันพุธ ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 21.17 น.

ยุ่งแล้ว! ‘สว.ณัชชญ์พงศ์’ เข้าแจ้งความ ‘สน.บางโพ’ ถูกสวมรอยปลอมลายเซ็นยื่นชง ‘ประธานวุฒิสภา’ ส่ง ‘ศาลรัฐธรรมนูญ’ สั่ง136 สว.จากคดีฮั้ว หยุดปฏิบัติหน้าที่

วันที่ 6 สิงหาคม 2568 เมื่อเวลา 16.09 น. นายณัชชญ์พงศ์ วงศ์มุลาลี สมาชิกวุฒิสภา(สว.) ได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางโพ หลังพบว่ามีชื่อลายมือชื่อของตัวเองปรากฏอยู่ในเอกสารที่นำไปยื่นคำร้องถึงประธานวุฒิสภา ขอให้ส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อพิจารณาวินิจฉัยให้ สว.ที่ต้องคดีฮั้วเลือกจำนวน 136 คน หยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว โดยเจ้าตัวยืนยันว่า ไม่ได้ลงนามเอง และไม่เคยมอบอำนาจให้บุคคลใดลงชื่อแทน

นายณัชชญ์พงศ์ เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเช้าขณะอยู่ปฎิบัติหน้าที่อยู่ที่อาคารรัฐสภา ได้รับแจ้งจากบุคคลที่รู้จักว่า มีภาพเอกสารเผยแพร่ในแอปพลิเคชันไลน์ ซึ่งมีชื่อของตนปรากฏในฐานะผู้ร่วมลงลายมือชื่อสนับสนุน สว.รายหนึ่ง พร้อมลายเซ็นประกอบอย่างครบถ้วนเพื่อส่งให้ประธานวุฒิสภาพิจารณาเรื่องดังกล่าว จึงต้องมาแจ้งลงบันทึกประจำวัน เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็น การปลอมแปลง

“ผมไม่เคยเห็นเอกสารฉบับดังกล่าวมาก่อน และไม่เคยลงนามใด ๆ รวมถึงไม่ได้มอบอำนาจให้ผู้ใดลงชื่อแทน จึงเกรงว่า เหตุการณ์นี้อาจเกี่ยวข้องกับการแอบอ้าง หรืออาจนำไปสู่ผลกระทบต่อชื่อเสียงและทรัพย์สินของตนในอนาคต จึงมาพบพนักงานสอบสวนเพื่อบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานโดยในชั้นนี้ผู้แจ้งยังไม่มีความประสงค์จะร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนเพื่อให้ดำเนินคดีแต่อย่างใด “นายณัชชญ์พงศ์ กล่าว 

ราชกิจจาฯ เผยแพร่ประกาศ สิ้นสภาพความเป็นพรรคการเมือง

ราชกิจจาฯ เผยแพร่ประกาศ สิ้นสภาพความเป็นพรรคการเมือง

ราชกิจจาฯ เผยแพร่ประกาศ สิ้นสภาพความเป็นพรรคการเมือง

วันพุธ ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 20.41 น.

วันที่ 6 สิงหาคม 2568  เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้งเรื่อง พรรคเปลี่ยนอนาคตสิ้นสภาพความเป็นพรรคการเมือง

ตามที่นายทะเบียนพรรคการเมืองโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการการเลือกตั้งได้มีประกาศนายทะเบียนพรรคการเมือง ลงวันที่ 18 เมษายน 2565 เรื่อง รับจดทะเบียนจัดตั้งพรรคเปลี่ยนอนาคต ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 นั้น

นายอัครนันท์ อริยศรีพงษ์ หัวหน้าพรรคเปลี่ยนอนาคต ได้มีหนังสือแจ้งต่อนายทะเบียนพรรคการเมืองว่า ในการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคเปลี่ยนอนาคต เมื่อวันที่ ๒๐ มีนาคม 2568 ที่ประชุมมีมติเอกฉันท์เห็นชอบให้เลิกพรรคเปลี่ยนอนาคต ตามข้อบังคับพรรคเปลี่ยนอนาคต พ.ศ. 2564 ข้อ 110 กรณีดังกล่าว จึงเป็นเหตุให้พรรคเปลี่ยนอนาคตสิ้นสภาพความเป็น พรรคการเมือง ตามมาตรา 91 วรรคหนึ่ง (7) แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560

คณะกรรมการการเลือกตั้งจึงประกาศให้พรรคเปลี่ยนอนาคตสิ้นสภาพความเป็นพรรคการเมืองตามมาตรา 91 วรรคหนึ่ง (7) และวรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2568

อิทธิพร บุญประคอง

ประธานกรรมการการเลือกตั้ง

นักวิชาการ มธ.มั่นใจศพทหารเขมร ไม่เสี่ยงโรคระบาด เหตุเสียชีวิตเกิน 48 ชั่วโมง ไวรัสสลายตัวแล้ว

นักวิชาการ มธ.มั่นใจศพทหารเขมร ไม่เสี่ยงโรคระบาด เหตุเสียชีวิตเกิน 48 ชั่วโมง ไวรัสสลายตัวแล้ว

นักวิชาการ มธ.มั่นใจศพทหารเขมร ไม่เสี่ยงโรคระบาด เหตุเสียชีวิตเกิน 48 ชั่วโมง ไวรัสสลายตัวแล้ว

วันพุธ ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 20.09 น.

นักวิชาการธรรมศาสตร์ ยันศพทหารกัมพูชาเกลื่อนชายแดน ไม่เสี่ยงเกิดโรคระบาด เทียบเคียงเหตุการณ์สึนามิ แม้คนเสียชีวิตมากแต่ไม่ได้เกิดมลพิษในสิ่งแวดล้อม แค่ส่งกลิ่นเหม็นรบกวน ระบุ พ้น 1 เดือน ศพเหลือแต่กระดูก

จากกรณีที่ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ได้รับรายงานสถานการณ์ปัญหากลิ่นศพทหารกัมพูชาบริเวณแนวชายแดน จากการที่รัฐบาลและกองทัพกัมพูชา ได้ปล่อยศพทหารจำนวนมากไว้ในพื้นที่การสู้รบโดยไม่จัดการหรือกำจัดอย่างเหมาะสมซึ่งอาจส่งผลกระทบทั้งต่อสุขภาพและสภาพจิตใจของทหารไทยที่อยู่ในพื้นที่แนวหน้า รวมถึงอาจมีประชาชนเกิดการหวั่นวิตกต่อมลภาวะต่างๆที่เป็นพิษ เช่น การแพร่ระบาดของเชื้อโรคที่มากับลำน้ำ สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง 

นพ.ทศนัย พิพัฒน์โชติธรรม อาจารย์ประจำภาควิชานิติเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เปิดเผยว่า สถานการณ์ศพชายแดนไม่ได้มีความน่ากังวลอย่างที่คิด จึงไม่อยากให้ประชาชนเกิดความหวั่นวิตกเกินความเป็นจริง เพราะหากเปรียบเทียบกับเหตุการณ์ภัยพิบัติสึนามิ เมื่อปี 2547 แม้จะมีผู้คนเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก ทว่าก็ไม่ได้นำมาสู่การแพร่ระบาดของเชื้อโรค หรือมลพิษที่ส่งผลกระทบร้ายแรงต่อสิ่งแวดล้อมแต่อย่างใด

นพ.ทศนัย กล่าวว่า สิ่งที่หลงเหลือภายในร่างกายมนุษย์หลังจากเสียชีวิตคือไวรัสและแบคทีเรีย กรณีของไวรัสโดยส่วนใหญ่เมื่อระยะเวลาผ่านไปเกินกว่า 48 ชั่วโมงก็จะสูญสลายหายไป อีกทั้งไม่สามารถสติดเชื้อจากระยะไกลได้ ต้องมีการสัมผัสแบบใกล้ชิดเท่านั้น และกรณีของแบคทีเรีย คือสิ่งที่ทำให้ร่างกายเกิดการย่อยสลายจนเน่าเปื่อย โดยจะสิ่งกลิ่นเหม็นให้กับผู้คนที่อยู่ใกล้ ซึ่งสิ่งนี้กำลังส่งผลกระทบต่อทหารไทยที่อยู่ด่านหน้าบริเวณชายแดนกัมพูชาอยู่ ณ ขณะนี้

“หลังจากเสียชีวิตศพจะเน่ามากๆ อยู่ราว 3 -5 วัน หรือที่ภาษาทั่วไปเรียกว่าขึ้นอืด ทำให้หลายวันที่ผ่านมาผู้คนกล่าวถึงกันเยอะในเรื่องกลิ่นหลังจากนั้นเมื่อโดนแดดศพก็จะเริ่มแห้ง ในระยะนี้กลิ่นจะเริ่มลดลงมากกว่าช่วงแรก แต่จะมีเรื่องของหนอนแมลงที่เข้ามาตอมศพ ราว 1 – 2 สัปดาห์ แล้วเนื้อเยื่อจะค่อยๆ สลายๆ จนเริ่มเห็นกระดูก เมื่อเดินทางเข้าสู่สัปดาห์ที่ 3 – 4 ศพจะเริ่มแห้งเหลือแต่โครงกระดูก กลิ่นก็จะค่อยๆ หายไป เว้นแต่อยู่ในระยะที่ใกล้มากๆ ภาวะกลิ่นเหม็นเหล่านี้ส่วนใหญ่เกิดจากไฮโดรเจนซัลไฟด์ (H₂S) หรือที่รู้จักกันในชื่อก๊าซไข่เน่าจากกระบวนการย่อยสลาย หากเกิดในพื้นที่ปิด อับลม ไม่มีอากาศถ่ายเทอาจเกิดอันตรายแก่คนที่อยู่ใกล้ได้ แต่ตรงพื้นที่ชายแดนเข้าใจว่าเป็นที่โล่ง มีอากาศถ่ายเท จึงไม่น่ากังวลอะไร” นพ.ทศนัย กล่าว

นักวิชาการธรรมศาสตร์ ยังกล่าวต่อไปด้วยว่า แม้จะมีหนอน แมลง จำนวนมากที่ตอมศพ แต่ส่วนตัวมองว่าไม่เสี่ยงต่อการเกิดการแพร่ระบาดของเชื้อโรคผ่านพาหะเหล่านั้น เพราะหากเชื่อในสมมติฐานที่ว่าผู้ที่จะมาเป็นทหารอาชีพย่อมมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง ไม่มีประวัติเป็นโรคติดต่อร้ายแรงก็ไม่มีความน่ากังวล เพราะเมื่อศพเน่าสลายก็จะมีเชื้อแบคทีเรียเช่นเดียวกับสิ่งมีชีวิตอื่นที่เสียชีวิตและเน่าเหมือนกัน ซึ่งพบได้ในสิ่งแวดล้อมทั่วไป

ทั้งนี้ การเสียชีวิตจากการปะทะสู้รบแตกต่างจากการเสียชีวิตจากโรคติดต่อ เช่น การเกิดอหิวาตกโรคในอดีตที่เป็นเชื้อก่อโรคและมีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมากในพื้นที่เดียวกันและไม่ได้มีการจัดการอย่างถูกสุขลักษณะ ก็จะสุ่มเสี่ยงต่อการมีพาหะอย่างแมลง หรือหนอนที่นำไปสู่การแพร่ระบาดเชื้อโรคในวงกว้าง รวมไปถึงการปนเปื้อนลงสู่แม่น้ำ จนประชาชนไม่สามารถอุปโภค บริโภคน้ำได้ อย่างไรก็ตาม การปนเปื้อนเชื้อโรคลงสู่แม่น้ำจนส่งผลกระทบในวงกว้างก็อาจจะต้องเกิดจากจำนวนศพที่กระจุกตัวอยู่ในพื้นที่เดียวกัน และไม่ห่างไกลจากแม่น้ำมากนัก ซึ่งในกรณีของชายแดนกัมพูชาไม่ได้เป็นเช่นนั้น

“จึงอยากจะฝากไปยังประชาชนว่าไม่ต้องวิตกกังวลมากเกินไป และหากเจอศพที่อยู่ในพื้นที่ซึ่งสามารถจัดการได้ ก็สามารถจัดการได้ผ่านวิธีการที่ดีที่สุดคือการกลบฝังหรือโรยปูนขาว แต่ในแง่ของหน่วยงานรัฐ ส่วนตัวยอมรับว่ามีความเห็นใจ เพราะเหตุการณ์ไม่ได้เกิดขึ้นในไทย หากเกิดในพื้นที่เรา หน่วยงานก็จะต้องเข้าไปจัดการอยู่แล้ว จึงเห็นใจว่าหน่วยงานและผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ที่ไม่สามารถดำเนินการจัดการศพข้ามเขตแดนได้ นอกจากการแจกหน้ากาก N 95 เพื่อบรรเทามลภาวะจากกลิ่นเน่าเหม็น หรือแจ้งเฝ้าระวังในมิติอื่นๆ ให้ประชาชนทราบ อย่างไรก็ตาม แม้จะบอกว่ายังไม่มีสิ่งที่น่ากังวล แต่เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่น ในระยะถัดไปอาจจะจัดให้มีการตรวจวัดคุณภาพน้ำหรือยืนยันด้วยข้อมูลเชิงประจักษ์ในด้านอื่นๆ เพื่อความสบายใจได้” นักวิชาการธรรมศาสตร์ กล่าว

‘หมอวี’ถามรัฐบาล! อนุญาตเล่นโป๊กเกอร์เหมาะสมหรือไม่? หวั่นถูกมองเป็นการเก็บเบี้ยก่อนเลือกตั้ง

‘หมอวี’ถามรัฐบาล! อนุญาตเล่นโป๊กเกอร์เหมาะสมหรือไม่? หวั่นถูกมองเป็นการเก็บเบี้ยก่อนเลือกตั้ง

‘หมอวี’ถามรัฐบาล! อนุญาตเล่นโป๊กเกอร์เหมาะสมหรือไม่? หวั่นถูกมองเป็นการเก็บเบี้ยก่อนเลือกตั้ง

วันพุธ ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 19.41 น.

สว.วีระพันธ์ ตั้งคำถามรัฐบาล อนุญาตเล่นโป๊กเกอร์ถูกกฎหมายเหมาะสมหรือไม่? หวั่นถูกมองเป็นการเก็บเบี้ยก่อนเลือกตั้ง

วันที่ 6 สิงหาคม 2568 นพ.วีระพันธ์ สุวรรณนามัย สมาชิกวุฒิสภา (สว.) โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก Veerapun Suvannamai ระบุว่า  ปัญหาในประเทศมากมาย ปัญหาในรัฐบาลก็เยอะแยะ แต่กลับอนุญาตให้คนไทยได้เล่นไพ่โป๊กเกอร์ถูกกฎหมาย สำคัญมากที่ต้องทำตอนนี้จริงๆ หรือครับ?

หากคนคิดไม่ดีกับรัฐบาลอาจมองว่า เป็นการเก็บเบี้ยก่อนเลือกตั้งได้นะครับ

นพ.วีระพันธ์ สุวรรณนามัย

ประธานกรรมาธิการ วิ Entertainment Complex วุฒิสภา

๖ สิงหาคม ๒๕๖๘

‘บิ๊กเล็ก’มั่นใจ 90% บินเจรจา GBC แย้ม สัญญาณดี เผย’ศบ.ทก.’แถลงข้อสรุป 8 ส.ค.นี้

'บิ๊กเล็ก'มั่นใจ 90% บินเจรจา GBC แย้ม สัญญาณดี เผย'ศบ.ทก.'แถลงข้อสรุป 8 ส.ค.นี้

‘บิ๊กเล็ก’มั่นใจ 90% บินเจรจา GBC แย้ม สัญญาณดี เผย’ศบ.ทก.’แถลงข้อสรุป 8 ส.ค.นี้

วันพุธ ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 19.01 น.

“บิ๊กเล็ก” มั่นใจ 90% บินเจรจา GBC แย้ม สัญญาณดี เผย ศบ.ทก. แถลงข้อสรุป 8 ส.ค.นี้

วันที่ 6 สิงหาคม 2568 เวลา 18.20 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดเล็กนัดพิเศษ ก่อนจะเดินทางไปเจรจาคณะกรรมการเขตแดนทั่วไป (จีบีซี) ในวันที่ 7 สิงหาคม ที่ประเทศมาเลเซีย ว่า มีความมั่นใจเกิน 90 เปอร์เซ็นต์ เพราะระดับที่ 1 วัดจากกองเลขา ระดับที่ 2 วัดผลการประชุมในวันที่ 7 สิงหาคม และระดับที่ 3 วัดขั้นตอนการปฏิบัติจริง หากเขาทำเรื่อยๆ ก็เป็นสัญณาณดีเรื่อยๆ

เมื่อถามว่า มีความกังวลว่าจะมีอะไรเป็นตัวแปรหรือไม พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า กังวลนิดเดียว เนื่องจากมีผู้สังเกตการณ์จากประเทศต่างๆ เขาก็คงไม่กล้า ที่คิดแบบนี้เราคิดไม่เป็น เราลำบากตรงนี้ เพราะตนคิดแบบตรงไปตรงมา ทั้งนี้ ในวันที่ 8 สิงหาคม ช่วงเช้าจะมีการเปิดตัวโฆษก ศบ.ทก.คนใหม่ และในเวลา 12.00 น. จะมีการแถลงสรุปผลโดย ศบ.ทก.

‘รมช.มท.’สั่งแจงด่วน! งบช่วยชายแดนอุบลฯ เบิกจ่ายเพียง 55,600 บาท ขัดแย้งตัวเลขจังหวัดใกล้เคียง

'รมช.มท.'สั่งแจงด่วน! งบช่วยชายแดนอุบลฯ เบิกจ่ายเพียง 55,600 บาท ขัดแย้งตัวเลขจังหวัดใกล้เคียง

‘รมช.มท.’สั่งแจงด่วน! งบช่วยชายแดนอุบลฯ เบิกจ่ายเพียง 55,600 บาท ขัดแย้งตัวเลขจังหวัดใกล้เคียง

วันพุธ ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 18.54 น.

รมช.มหาดไทย สั่งแจงด่วน งบช่วยชายแดน อุบลฯ เบิกจ่ายเพียง 55,600 บาท ขัดแย้งตัวเลขจังหวัดใกล้เคียง ขณะที่ สุรินทร์ เบิกจ่ายสูงถึง 55.1 ล้าน ศรีสะเกษ 46.8 ล้าน บุรีรัมย์ 14.1 ล้านบาท

วันที่ 6 สิงหาคม 2568 ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และ สส.กทม.พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ได้รับรายงานตัวเลขการเบิกจ่ายงบประมาณเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุปะทะบริเวณชายแดนในหลายจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยพบว่าจังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างมาก มีการเบิกจ่ายเพียง 55,600 บาท ขณะที่จังหวัดใกล้เคียงอย่างจังหวัดสุรินทร์ มีการเบิกจ่ายสูงถึง 55.1 ล้านบาท ศรีสะเกษ 46.8 ล้านบาท และบุรีรัมย์ 14.1 ล้านบาท

รมช.มหาดไทย ระบุว่า แม้ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานีจะชี้แจงต่อสภาว่าได้เบิกจ่ายงบหมดแล้ว และมีการใช้งานโรงครัวพระราชทาน รวมถึงการรับบริจาคเพิ่มเติม แต่ความแตกต่างของตัวเลขดังกล่าวจำเป็นต้องได้รับการตรวจสอบโดยเร็ว เพราะไม่ใช่ปัญหาการขาดงบประมาณจากส่วนกลาง แต่เป็นเรื่องของประสิทธิภาพในการบริหารจัดการงบประมาณในระดับจังหวัด

รมช.มหาดไทย ยังเปิดเผยว่า ได้สั่งการให้สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดอุบลราชธานี (ปภ.) รายงานรายละเอียดการใช้จ่ายทั้งหมดจากทุกแหล่งงบประมาณ รวมถึงเงินบริจาค เพื่อประกอบการพิจารณาและดำเนินการในขั้นตอนต่อไป

‘ไฮโซเท่ากัน’! ‘ช่อ พรรณิการ์’สลัดลุคเท่าเทียมสวมชุดหรูเดินพรมแดง

‘ไฮโซเท่ากัน’! ‘ช่อ พรรณิการ์’สลัดลุคเท่าเทียมสวมชุดหรูเดินพรมแดง

‘ไฮโซเท่ากัน’! ‘ช่อ พรรณิการ์’สลัดลุคเท่าเทียมสวมชุดหรูเดินพรมแดง

วันพุธ ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 18.20 น.

6 สิงหาคม 2568 บรรยากาศค่ำคืนแห่งวัฒนธรรมสุดหรูที่ เมืองไทยรัชดาลัย เธียเตอร์ เป็นไปอย่างคึกคักในงาน Gala Night การแสดงมิวสิคัลระดับตำนาน The Phantom of the Opera โดยมีแขกผู้มีเกียรติจากหลากหลายวงการเข้าร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง

หนึ่งในแขกที่ได้รับความสนใจอย่างมากคือ นางสาวพรรณิการ์ วานิช แกนนำคณะก้าวหน้า ซึ่งปรากฏตัวในลุคหรูหราและสง่างามด้วยชุดสูทโครงสวยจากแบรนด์ไทยระดับไฮแฟชั่น “โพเอม” (POEM) เดินสวยสับเข้างาน โดย พรรณิการ์ วานิช ยังควงคู่มากับ ฌอน ชวนล ไคสิริ ผู้ก่อตั้งและครีเอทีฟไดเรกเตอร์ของแบรนด์ POEM สร้างความโดดเด่นบนพรมแดงท่ามกลางสายตาของผู้ร่วมงาน 

https://www.tiktok.com/embed/v2/7535130104431693064?lang=th-TH&referrer=https%3A%2F%2Fwww.naewna.com%2Fpolitic%2F904992

‘บิ๊กเล็ก’ชี้วงถก GBC ‘เขมร’ จริงใจระดับ 1 ปัดยกเลิก MOU43 เหตุยังมีประโยชน์

'บิ๊กเล็ก'ชี้วงถก GBC 'เขมร' จริงใจระดับ 1 ปัดยกเลิก MOU43 เหตุยังมีประโยชน์

‘บิ๊กเล็ก’ชี้วงถก GBC ‘เขมร’ จริงใจระดับ 1 ปัดยกเลิก MOU43 เหตุยังมีประโยชน์

วันพุธ ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 18.20 น.

‘บิ๊กเล็ก’ชี้วงถก GBC สะท้อนเขมรจริงใจระดับที่ 1 รอผลคุยระดับ รมต.กลาโหมพรุ่งนี้ ยัน คุยปมหยุดยิง ไม่เกี่ยวเขตแดน ลั่น ไม่ยกเลิก MOU43 เหตุยังมีประโยชน์ใช้อ้างสิทธิ์กล่าวหา รับประเทศที่สามร่วมสังเกตุการณ์ มีผลเสีย

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 6 สิงหาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดเล็กนัดพิเศษ ถึงความคืบหน้าการประชุมคณะกรรมการเขตแดนทั่วไป (จีบีซี) ว่า เบื้องต้นเรียบร้อย ข้อเสนอที่ได้มีการเสนอไปมีการเห็นชอบร่วมกัน แต่ในรายละเอียดได้ขอให้เขามาชี้แจง ที่สภาความมั่นคงว่าตรงกับที่ สมช.อนุมัติไปหรือไม่ ตนขอดูรายละเอียดอีกนิด เมื่อถามว่า กัมพูชายอมรับข้อเสนอที่เราเสนอไปทั้งหมดหรือไม่ พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า ใช่

เมื่อถามว่า ที่ผ่านมามีข้อตกลงหยุดยิง แต่ก็ยังมีสถานการณ์อยู่บ้าง จะดำเนินการอย่างไรพล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า ก็ต้องกำกับกันต่อไป จริงๆ เป็นเรื่องที่น่ายินดี เพราะส่วนตัวเห็นว่าทางกัมพูชา มีความจริงใจที่จะหยุดยิงจากการบรรลุข้อตกลงในระดับกองเลขา ทั้งนี้ ตนแบ่งไว้ 3 ระดับ ระดับกองเลขาถือว่าจริงใจระดับที่ 1 ซึ่งก็ผ่านแล้ว และในวันที่ 7 สิงหาคมนี้ ที่จะมีการประชุมระดับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของทั้ง 2 ประเทศ ก็จะวัดความจริงใจระดับที่ 2 ถ้าเป็นไปตามนี้ ไทยและกัมพูชาก็ผ่านความจริงใจไป 2 ระดับ เหลือแต่ระดับ 3 ว่าเมื่อปฏิบัติจริงเขาทำตามหรือไม่ 

พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า โดยปกติเวลาประชุมกองเลขาของจีบีซี ฝ่ายกัมพูชามักจะรอข้อเสนอจากฝ่ายเรา และจะให้ข้อพิจารณาในการแลกเปลี่ยนมา ซึ่ง 3 วันที่ผ่านมาได้รับข้อสรุปที่น่าพอใจ และตนขอดูในวันที่ 7 สิงหาคมอีกครั้งหนึ่ง

เมื่อถามว่า ข้อเสนอที่ยื่นไปมีเงื่อนเวลาหรือไม่ พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า มีเรื่องระยะเวลา แต่ขอดูรายละเอียดก่อนว่าการประชุมในวันที่ 6 สิงหาคมนี้เป็นอย่างไร ขอให้ทุกคนสบายใจได้ อย่างไรก็ตาม เรายึดถือผลประโยชน์ของชาติเป็นหลัก คำนึงถึงอธิปไตย และอยากเน้นย้ำว่า การประชุมจีบีซี ที่มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมทั้ง 2 ประเทศเป็นประธาน กรอบการพิจารณาส่วนใหญ่จะมุ่งไปที่ด้านความมั่นคงในเรื่องการหยุด และยังมีงานอีกหลายอย่าง ทั้งการเรียกร้องค่าเสียหายของพลเรือน หรือเรื่องต่างๆ รวมถึงกรณีเขตแดน ที่เรายังไม่พูดถึง แต่จะรอให้เข้าคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (เจบีซี) ทั้งนี้ ขั้นตอนต่างๆ ต้องรอบคอบ หน่วยงานต่างๆ ต้องพิจารณา

พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า เมื่อวันที่ 5 สิงหาคมที่ผ่านมา ในที่ประชุม ครม. นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ได้สั่งการแล้วว่าให้เลขาธิการ สมช. เป็นประธานการประชุมพิจารณาแบ่งมอบงานเรียบร้อย เพื่อให้ประชาชนสบายใจว่าเรื่องไหนใครเป็นคนทำ โดยในส่วน ศบ.ทก. มุ่งที่ปัญหาเฉพาะหน้า เมื่อถามว่า เงื่อนไขที่เสนอที่ทางกัมพูชาจะต้องขอนำกลับไปทบทวน เป็นเรื่องอะไรบ้าง พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า ยังไม่ทราบ ยังไม่ได้พูดคุย ขอรอฟังในที่ประชุมวันนี้ทีเดียว เพื่อจะได้ข้อสรุป

เมื่อถามว่า หากประชุมจีบีซีเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปในการพูดคุยกับคณะกรรมการอื่นๆ จะง่ายขึ้นหรือไม่ พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า น่าจะง่ายขึ้น และยังมีกลไกที่เกี่ยวข้อง คือคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (อาร์บีซี) ที่เป็นระดับล่างลงไป ซึ่งในที่ประชุมจีบีซีในเรื่องการหยุดยิง และรายละเอียดการปรับกำลัง การวางกำลัง จะให้อาร์บีซีเป็นผู้กำหนด แต่จีบีซีจะตีกรอบไว้ให้ ส่วนอีกกลไกหนึ่งคือเจบีซี ซึ่งเป็นสิ่งที่ฝ่ายกัมพูชาบ่ายเบี่ยงมาตลอด เป็นการพูดคุยทวิภาคีเรื่องเขตแดน เพราะทางกัมพูชาไม่ยอมรับเรื่องนี้ อยากให้นำขึ้นศาลโลก ซึ่งเรากำลังพูดคุยกันอยู่ เมื่อถามว่า หากกัมพูชาต้องการขึ้นศาลโลก ทำไมไทยจึงไม่ยกเลิก MOU 43 พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า MOU 43 ยังมีประโยชน์ เพราะปัจจุบันที่เรากล่าวหากัมพูชากับนานาประเทศได้ เพราะเขาผิด MOU 43 หากไม่มี MOU 43 ก็ไม่มีกติกาอ้างอิงที่จะไปกล่าวหาเขาได้ ได้แค่กล่าวหา แต่ไม่มีกรอบที่จะอ้าง

เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่ว่าการหารือในวันที่ 7 สิงหาคม จะไม่จบเนื่องจากเมื่อคืนที่ผ่านมา คณะพูดคุย ยังคงต้องโทรเพื่อขอการตัดสินใจที่กรุงพนมเปญ พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า ตอนแรกก็รู้สึกกังวล แต่เมื่อฝ่ายเลขานุการยืนยันก่อนเดินทางกลับว่าทุกอย่างเรียบร้อย ก็คลายความกังวลแต่ท้ายที่สุดต้องรอฟังรายละเอียด ไม่อยากฟังทางโทรศัพท์ สู้ฟังทีเดียวเลยดีกว่า

พล.อ.ณัฐพล กล่าวย้ำว่า ข้อตกลงการหยุดยิงยังเป็น 8 ข้อเหมือนเดิม แต่มีอีก 6 ประเด็น ที่เป็นเรื่องอื่นๆ แต่เกี่ยวข้องกัน แต่เท่าที่ฟังเขาก็รับข้อเสนอทั้งหมด ซึ่งเมื่อช่วงบ่ายหากดูจากสื่อกัมพูชา เขาบอกว่าไม่ได้เต็มใจรับนั้น เรื่องเหล่านั้นไม่มีปัญหา เราคุยกันด้วยเอกสาร อย่าไปพูดอย่างอื่น อาจจะทำข้อมูลคลาดเคลื่อนก็ได้ ย้ำว่าให้ยึดเอกสารหากเห็นพ้องต้องกัน และมองว่าเป็นเรื่องที่ดีที่ระหว่างการประชุมก็จะมีผู้สังเกตการณ์ร่วมเจรจากับทางกัมพูชา เพราะอย่างน้อยมีประเทศที่ 3 ที่ 4 ที่ 5 เป็นพยานว่าเราตกลงกันอย่างนี้ แต่ยอมรับว่ามีผลเสีย เนื่องจากควรพูดคุยกันด้วยทวิภาคีมากกว่า