เด้งฟ้าผ่า! ‘บุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์’ปลัดแรงงาน เข้ากรุ’ผู้ตรวจฯ สำนักนายกฯ’

เด้งฟ้าผ่า! 'บุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์'ปลัดแรงงาน เข้ากรุ'ผู้ตรวจฯ สำนักนายกฯ'

เด้งฟ้าผ่า! ‘บุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์’ปลัดแรงงาน เข้ากรุ’ผู้ตรวจฯ สำนักนายกฯ’

วันอังคาร ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 14.49 น.

วันที่ 5 สิงหาคม 2568 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบให้ นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน ไปดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการพิเศษ ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี 

ทั้งนี้ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติอนุมัติตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เสนอแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญ สังกัดกระทรวงมหาดไทย ให้ดำรงแหน่งประเภทบริหารระดับสูง รวม 6 ตำแหน่ง เพื่อสับเปลี่ยนหมุนเวียน และทดแทนตำแหน่งที่ว่าง ประกอบด้วย

1.นายพรพจน์ เพ็ญพาส อธิบดีกรมที่ดิน ดำรงตำแหน่ง รองปลัดกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง

2.นายเชษฐา โมสิกรัตน์ รองปลัดกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง ดำรงตำแหน่ง อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

3.นายขจรเกียรติ รักพานิชมณี ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา สำนักงานปลัดกระทรวง ดำรงตำแหน่ง อธิบดีกรมที่ดิน

4.นายภาสกร บุญญลักษม์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ดำรงตำแหน่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง สำนักงานปลัดกระทรวง

5.นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง สำนักงานปลัดกระทรวง ดำรงตำแหน่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี สำนักงานปลัดกระทรวง

6.นายสันติ รังษิรุจิ ผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง ดำรงตำแหน่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา สำนักงานปลัดกระทรวง

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นต้นไป

โต้กลับ‘อุ๊งอิ๊งค์’ ‘ลูกนิวัติ’ซัดเทศกาลดนตรี EDM ย้อนแย้ง

โต้กลับ‘อุ๊งอิ๊งค์’ ‘ลูกนิวัติ’ซัดเทศกาลดนตรี EDM ย้อนแย้ง

โต้กลับ‘อุ๊งอิ๊งค์’ ‘ลูกนิวัติ’ซัดเทศกาลดนตรี EDM ย้อนแย้ง

วันอังคาร ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 14.40 น.

เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2568 ผู้ใช้เฟซบุ๊ก “Ammahit Kongpien” ซึ่งเป็นลูกชายของ นิวัติ กองเพียร คอลัมนิสต์ชื่อดัง ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก ระบุว่า “1,650,000,000 ซื้อแฟรนไซน์ EDM ทำไมไม่สร้าง IP งานเอง ย้อนแย้ง #softpower”

ทั้งนี้ จากกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการที่รัฐบาล อนุมัติงบประมาณ 1,650 ล้านบาท ให้กับกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ในการจัดงานเทศกาลดนตรี EDM (Tomorrowland) ขึ้นในปี 2569 ที่ประเทศไทย (ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ‘สรวงศ์’แจง รัฐบาลอนุมัติงบ 1,650 ล้าน เทศกาลดนตรี EDM)

โดยก่อนหน้านี้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เคยโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ถึงความคืบหน้าของการดึง Music Festival ชื่อดังระดับโลกมายังประเทศไทย อย่าง Tomorrowland ที่ใกล้จะมาจัดที่ไทยแล้ว

ทั้งนี้ Tomorrowland เป็นหนึ่งในงานเทศกาลดนตรีแนวแนวอิเล็กทรอนิกส์แดนซ์ หรือ EDM ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในโลก เกิดที่เมืองบูม ประเทศเบลเยียม โดยเริ่มจัดขึ้นครั้งแรกในปี ค.ศ.2005

อานิสงส์‘ฮุน เซน’ ทำ‘กองทัพไทย’ได้‘กริพเพน-เรือดำนำ’เพิ่ม

อานิสงส์‘ฮุน เซน’ ทำ‘กองทัพไทย’ได้‘กริพเพน-เรือดำนำ’เพิ่ม

อานิสงส์‘ฮุน เซน’ ทำ‘กองทัพไทย’ได้‘กริพเพน-เรือดำนำ’เพิ่ม

วันอังคาร ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 14.31 น.

เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2568 นายนพนันท์ อรุณวงศ์ ณ อยุธยา นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านจีนศึกษา ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก Noppanan Arunvongse Na Ayudhaya ระบุว่า เสียดาย Shopee ส่งของช้า กว่าจะได้รับของก็อีกหลายปี แต่ก็ยังดีกว่าไม่รู้ร้อนรู้หนาวต่อไปเรื่อยๆ

ขอบคุณฮุนเซ็นที่ช่วยทำให้นักการเมืองไทยและคนไทยทุกภาคส่วนเข้าใจความสำคัญของอาวุธยุทโธปกรณ์อย่างถ่องแท้

ขอให้รักษาชีวิตให้ดี หากรอบหน้าหลายปียังมีอีกจะได้ตื่นเต้นไม่จืดชืดกับรสขาติเดิมๆ

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันนี้ (5 ส.ค.) คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบในการจัดซื้อเครื่องบินกริพเพน 1 ฝูงบิน จำนวน 4 เครื่อง พร้อมกับ เรือดำน้ำ ตามที่กองทัพอากาศ (ทอ.) และกองทัพเรือ (ทร.) เสนอ

‘กมธ.สธ.’ซัด‘พรรคการเมือง’ หยุดให้ร้าย‘รพ.-บุคลากรการแพทย์’ชายแดนไทย-กัมพูชา

‘กมธ.สธ.’ซัด‘พรรคการเมือง’ หยุดให้ร้าย‘รพ.-บุคลากรการแพทย์’ชายแดนไทย-กัมพูชา

‘กมธ.สธ.’ซัด‘พรรคการเมือง’ หยุดให้ร้าย‘รพ.-บุคลากรการแพทย์’ชายแดนไทย-กัมพูชา

วันอังคาร ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 14.17 น.

“กมธ.สาธารณสุข”ซัด”พรรคการเมือง” หยุดให้ร้าย”โรงพยาบาล-บุคลากรการแพทย์”ชายแดนไทย-กัมพูชา พร้อมแสดงจุดยืนต่อการวิพากษ์วิจารณ์ที่ไม่เข้าใจข้อเท็จจริง ซึ่งบั่นทอนขวัญกำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้เสียสละ

เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2568 คณะกรรมาธิการสาธารณสุข วุฒิสภา นำโดย นายประพนธ์ ตั้งศรีเกียรติกุล ประธานคณะกรรมาธิการฯ แถลงข่าวแสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นในพื้นที่ชายแดน จ.อุบลราชธานี ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อการให้บริการสาธารณสุขของสถานพยาบาลในพื้นที่ รวมถึงส่งผลต่อความปลอดภัยและความเป็นอยู่ของประชาชนจำนวนมากทั้งฝั่งไทยและประเทศเพื่อนบ้าน

นายประพนธ์ กล่าวต่อว่า คณะกรรมาธิการฯ จึงขอแถลงข้อเท็จจริงและแสดงจุดยืน ดังนี้ 1.สถานการณ์ชายแดนกระทบรุนแรงต่อระบบบริการสุขภาพ คณะกรรมาธิการฯ ขอยืนยันว่า เหตุความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนจ.อุบลราชธานี เป็นวิกฤตรุนแรงที่กระทบต่อความมั่นคงและระบบบริการสาธารณสุขโดยตรง สถานพยาบาลหลายแห่งเสียหายต้องหยุดให้บริการ ขณะที่ประชาชนจำนวนมากต้องอพยพเพื่อความปลอดภัย โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ ในฐานะโรงพยาบาลศูนย์ระดับเขตที่ดูแลประชาชนใน 5 จังหวัด ประกอบด้วย อุบลราชธานี ศรีสะเกษ ยโสธร อำนาจเจริญ และมุกดาหาร รวมทั้งศูนย์พักพิงหลายแห่ง จำเป็นต้องปรับระบบบริการให้สอดคล้องกับภาวะฉุกเฉินเพื่อดูแลผู้ป่วยทั้งชาวไทยและประเทศเพื่อนบ้านอย่างทั่วถึง โดยยึดหลักมนุษยธรรมและความปลอดภัยของผู้ป่วยเป็นสำคัญ ขอเรียกร้องให้ทุกภาคส่วนโดยเฉพาะทางรัฐ สื่อมวลชน และฝ่ายการเมือง ร่วมกันสนับสนุนและปกป้องผู้ปฏิบัติงานด่านหน้า ซึ่งกำลังเสียสละอย่างเต็มกำลัง เพื่อให้ระบบบริการสุขภาพในพื้นที่ชายแดนยังคงดำเนินต่อไปได้อย่างมั่นคง มีศักดิ์ศรี และไม่ถูกบั่นทอนด้วยความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน

นายประพนธ์ กล่าวอีกว่า 2.การปรับระบบบริการของโรงพยาบาล เป็นไปตามหลักมนุษยธรรมและเพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วยทุกกลุ่ม ขอเน้นย้ำว่า การที่โรงพยาบาลต้องปรับลดบริการบางประเภทเป็นเพียงมาตรการชั่วคราวเพื่อจัดลำดับความสำคัญในการให้บริการในภาวะวิกฤต โดยยังคงเปิดให้บริการในส่วนที่จำเป็นอย่างเต็มกำลังและยังคงดูแลผู้ป่วยทุกเชื้อชาติอย่างเท่าเทียม 3.ขอประณามการให้ร้ายบุคลากรทางการแพทย์ และการบิดเบือนข้อมูล ซึ่งบั่นทอนขวัญกำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้เสียสละ โดยปราศจากข้อเท็จจริงที่เป็นธรรมต่อโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์และบุคลากรทางการแพทย์ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ภายใต้สถานการณ์ยากลำบาก การบิดเบือนข้อเท็จจริงในช่วงเวลาที่เจ้าหน้าที่กำลังทำงานเพื่อปกป้องชีวิตของประชาชน ถือเป็นการกระทำที่ไร้ความรับผิดชอบและไม่สมควรอย่างยิ่ง

นายประพนธ์ กล่าวต่อว่า 4.ขอเรียกร้องให้พรรคการเมืองบางพรรคหยุดใช้สถานการณ์วิกฤตเป็นเครื่องมือทางการเมือง ในช่วงเวลาที่ประเทศกำลังเผชิญกับภัยคุกคามต่อความมั่นคงและความปลอดภัยของประชาชน การที่พรรคการเมืองบางพรรคออกมาแสดงความเห็นในลักษณะให้ร้ายโรงพยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์โดยไม่เข้าใจข้อเท็จจริงของสถานการณ์ในพื้นที่ชายแดนเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง คณะกรรมาธิการฯ เห็นว่า การแสดงความเห็นทางการเมืองในภาวะวิกฤตควรตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง ความรับผิดชอบ และความเคารพต่อผู้ปฏิบัติงานด่านหน้า ไม่ใช่การฉวยโอกาสสร้างความเข้าใจผิดในสังคม 5. ขอยืนยันเจตนารมณ์ในการสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์ ทหาร และประชาชนในพื้นที่ชายแดนทุกคนและขอยืนหยัดเคียงข้างให้กำลังใจแก่บุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่ทหาร และประชาชนในพื้นที่ชายแดนที่ได้รับผลกระทบ พร้อมทั้งให้การสนับสนุนและประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ระบบบริการสุขภาพยังคงดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่อง มีประสิทธิภาพและปลอดภัยสำหรับทุกชีวิตที่อยู่ในพื้นที่

‘ภูมิธรรม’สั่ง ครม. ยกร่างจ่อฟ้อง ‘อาญา-แพ่ง’ ระดับโลก ปม ‘เขมร’ เปิดฉากยิงไทย

'ภูมิธรรม'สั่ง ครม. ยกร่างจ่อฟ้อง 'อาญา-แพ่ง' ระดับโลก ปม 'เขมร' เปิดฉากยิงไทย

‘ภูมิธรรม’สั่ง ครม. ยกร่างจ่อฟ้อง ‘อาญา-แพ่ง’ ระดับโลก ปม ‘เขมร’ เปิดฉากยิงไทย

วันอังคาร ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 14.14 น.

“ภูมิธรรม ”สั่ง“ครม”ยกร่างเตรียมฟ้อง อาญา-แพ่ง ระดับโลก ปมกัมพูชาเปิดฉากยิงไทย ตายเจ็บสูญเสีย หนักเตรียมพร้อมทุกมิติเต็มร้อย เร่งเก็บกู้วัตถุระเบิดและเอกซเรย์ให้จบในแต่ละพื้นที่ พร้อมจัดการเฟคนิวส์

เมื่อวันที่ 5 ส.ค.68 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ถึงข้อสั่งการนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะรักษาการนายกรัฐมนตรีเรื่องการดำเนินคดีตามกฎหมาย จากกรณีที่กัมพูชาใช้กำลังทหารและอาวุธยุทโธปกรณ์รุกรานอธิปไตยของไทยจนเกิดความสูญเสียแก่ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน กำลังพลและทางราชการเป็นจำนวนมาก

โดยให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการ กรณีที่ต้องดำเนินการทางกฎหมายอย่างไร ทั้งทางอาญาและทางแพ่ง ทั้งใน และ ระดับโลก รวมทั้งกฎหมายอื่นๆด้วย จึงขอมอบหมายให้ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เป็นหน่วยงานหลัก ดำเนินการประชุมหารือร่วมกับหน่วยงานที่ได้รับความเสียหาย เช่น กองทัพบก กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข  และอื่นๆ โดยให้เชิญเลขาธิการ กฤษฎีกา เข้าร่วมประชุมเพื่อช่วยให้คำแนะนำทางกฎหมายในการดำเนินคดีกับผู้สั่งการและผู้เกี่ยวข้องตามกฎหมาย ดังกล่าวโดยเร็วที่สุด เพื่อนำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษ รวมทั้งเรียกร้อง ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นจากการกระทำดังกล่าว รวมทั้งแจ้งให้ประชาชนผู้เสียหายทราบถึงสิทธิในการฟ้องร้องคดีอาญา และฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากผู้สั่งการด้วย 

นายจิรายุ กล่าวว่า สถานการณ์ชายแดนไทย – กัมพูชาแม้มีการหยุดยิงแล้ว โดยขณะนี้การประชุม GBC ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ก็กำลังดำเนินการกันอยู่ ในช่วงวันที่4 -7 สิงหาคม แต่ยังมีภารกิจภายในประเทศที่หลายหน่วยงานยังต้องดำเนินการ คือ

1. การเก็บกู้ วัตถุระเบิด ที่กองทัพกัมพูชายิงเข้ามา และยังมีหลงเหลืออยู่ในชุมชนและพื้นที่ ของพลเรือน ขอให้หน่วยงานด้านความมั่นคง ดำเนินการด้วยความระมัดระวัง และให้ความสำคัญกับความปลอดภัยทั้งกับเจ้าหน้าที่และประชาชน 

2. ช่วงที่ผ่านมาพบ“โดรน”ที่บินเข้ามามากผิดปกติ และฝ่าฝืน ข้อห้ามที่ทางการประกาศไว้ ขอให้สำนักงานการบินพลเรือน กระทรวงคมนาคม ร่วมกับ ฝ่ายความมั่นคง จัดระบบการรับแจ้งเหตุจากประชาชน และตรวจสอบข้อเท็จจริงหากพบว่ามีการกระทำผิดกฎหมาย ขอให้เร่งดำเนินการบังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำผิดทันที

3. ให้ฝ่ายปกครอง กระทรวงมหาดไทย เร่งประเมินสถานการณ์ร่วมกับ  ศบ.ทก. ของรัฐบาล และกองทัพ เพื่อให้ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง เพื่อให้ประชาชนทยอยให้ประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาได้อย่างปลอดภัย

นายจิรายุ กล่าวต่อว่า การป้องกันและแก้ไขปัญหาการเผยแพร่ข่าวปลอม (Fake News) ช่วงที่ผ่านมา การเผยแพร่ข่าวปลอม  มีปริมาณเพิ่มขึ้นและส่งผลกระทบรุนแรงมากขึ้น โดยเฉพาะการเผยแพร่ผ่านทางโซเชียลมีเดียในช่วงเวลาที่สถานการณ์มีความอ่อนไหว และประชาชนมีความต้องการทราบข้อมูลข่าวสาร โดยเฉพาะในสถานการณ์ปะทะกันที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งประเทศไทยถูกโจมตีทางออนไลน์ จากการเผยแพร่ข่าวปลอมฝ่ายตรงข้าม  ที่พยายามบิดเบือนและสร้างความแตกแยกให้เกิดขึ้นในสังคมไทย

ทั้งนี้ ขอให้ทุกหน่วยงาน ช่วยกันรณรงค์ให้ประชาชนรับฟังข่าวสารด้วยความระมัดระวัง ให้ตรวจสอบก่อนที่จะส่งต่อข่าวหรือข้อมูล สำหรับหน่วยงานรัฐโดยเฉพาะหน่วยงาน ด้านความมั่นคง ต้องมีการมอบหมายผู้ติดตามข่าวสารตลอดเวลาเมื่อพบเฟคนิวส์จะได้แก้ไข  ชี้แจง และตอบโต้ได้อย่างให้ทันท่วงทีนอกจากนี้ ขอให้กระทรวงดีอี ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบและวิเคราะห์ข่าวในสื่อสังคมออนไลน์ และดำเนินการตรวจติดตามเฟคนิวส์ ที่ถูกเผยแพร่ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อแก้ไขความเข้าใจผิดโดยเร็ว รวมทั้งประสานกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดำเนินการตามกฎหมายในกรณีที่มีความจำเป็นด้วย

‘ภูมิธรรม’อ่านแถลงการณ์ เผยครม.เยียวยาทหาร-ปชช.เสียชีวิต8-10ล้าน ยันมีแผนรับมือภาษีทรัมป์

'ภูมิธรรม'อ่านแถลงการณ์ เผยครม.เยียวยาทหาร-ปชช.เสียชีวิต8-10ล้าน ยันมีแผนรับมือภาษีทรัมป์

‘ภูมิธรรม’อ่านแถลงการณ์ เผยครม.เยียวยาทหาร-ปชช.เสียชีวิต8-10ล้าน ยันมีแผนรับมือภาษีทรัมป์

วันอังคาร ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 14.10 น.

‘ภูมิธรรม’อ่านแถลงการณ์’ก้าวผ่านสองวิกฤต เดินหน้าไปด้วยกัน’ ครม.ไฟเขียวจ่ายเยียวยาเหตุปะทะไทย-กัมพูชา ทหารเสียชีวิต 10 ล้าน-ปชช. 8 ล้าน ยันมีแผนรับมือภาษีทรัมป์ ช่วยผู้ประกอบการ-เกษตรกร 

เมื่อวันที่ 5 ส.ค.2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี อ่านแถลงการณ์รัฐบาล ว่า คำแถลงการณ์รัฐบาล “ก้าวผ่านสองวิกฤต เดินหน้าไปด้วยกัน” พี่น้องประชาชนชาวไทยทุกท่าน ในห้วงเวลาที่ผ่านมา ประเทศไทยได้ก้าวผ่านสถานการณ์สำคัญสองประการที่ท้าทาย และส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจของประเทศ เราเผชิญกับสถานการณ์ความรุนแรงบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา นับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2568 ที่ผ่านมา รัฐบาลไทยได้อดทนอดกลั้นต่อการยั่วยุ การนำเสนอข่าวปลอมที่ทำลายความไว้วางใจทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ ที่สำคัญรัฐบาลยึดมั่นในการเลือกใช้แนวทางสันติวิธีภายใต้กรอบกฎหมายระหว่างประเทศ และตามหลักมนุษยธรรมมาโดยตลอด

นายภูมิธรรม กล่าวว่า พี่น้องประชาชนชาวไทยทุกท่านเราชาวไทยมีเอกลักษณ์ที่สืบทอดกันมา คือ ความเป็นคนที่รักสงบ อยู่ร่วมกันบนพื้นฐานของความเข้าใจในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ที่มีต่อกันและกัน แต่เมื่อเกิดความขัดแย้งที่นำไปสู่การสูญเสียของประชาชนผู้บริสุทธิ์ ด้วยปฏิบัติการที่ไร้มนุษยธรรม รัฐบาลจำเป็นต้องดำเนินมาตรการตอบโต้ในทันที ทั้งทางการทหาร การข่าว และการต่างประเทศอย่างรอบด้าน และเด็ดขาด เพื่อปกป้องอธิปไตย และชีวิตของประชาชนในชาติ และทำให้สถานการณ์กลับมาเป็นปกติโดยเร็วที่สุด ซึ่งขณะนี้เหตุการณ์ปะทะบริเวณชายแดนได้สิ้นสุดลงแล้วเบื้องต้น และได้เริ่มเข้าสู่การเจรจา เพื่อแก้ไขปัญหานี้ร่วมกันผ่านการประชุม GBC ตามหลักสันติวิธี ซึ่งประเทศไทยของเราได้ยึดมั่นมาโดยตลอด

นายภูมิธรรม กล่าวว่า รัฐบาลขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักของครอบครัวทุก ๆ ครอบครัว และพี่น้องประชาชนทุกท่านในจังหวัดชายแดนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้ ซึ่งแม้ว่าความสูญเสียที่เกิดขึ้นจะประเมินเป็นมูลค่ามิได้ แต่รัฐบาลจะขอผนึกกำลังจากทุกภาคส่วน เพื่อชดเชยความสูญเสียต่อชีวิต ทรัพย์สิน และรายได้ของพี่น้องประชาชนทุกคนที่ได้รับผลกระทบ โดยคณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติเงินเยียวยาให้แก่ครอบครัวทหาร เจ้าหน้าที่ราชการที่เสียชีวิต รวมรายละ 10,000,000 บาท และครอบครัวประชาชนที่เสียชีวิต รวมรายละ 8,000,000 บาท พร้อมทั้งได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบและวิเคราะห์ข่าวในสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อป้องกันข่าวปลอม ที่มุ่งหมายและส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ และความปลอดภัยของประชาชน

นายภูมิธรรม กล่าวอีกว่า สถานการณ์สำคัญอีกประการหนึ่ง คือไทยเราต้องประสบกับมาตรการภาษีการค้าจากสหรัฐอเมริกา ซึ่งรัฐบาลขอยืนยันว่าได้ดำเนินการในเรื่องดังกล่าวอย่างรอบคอบและต่อเนื่อง โดยยึดหลักผลประโยชน์ของประเทศเป็นสำคัญ การที่สหรัฐอเมริกาประกาศอัตราภาษีการค้าของไทยที่ร้อยละ 19 จึงสะท้อนให้เห็นถึงความพยายาม และผลจากการทำงานอย่างใกล้ชิดของรัฐบาลและผู้เกี่ยวข้องทุกคน ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนทำให้ไทยยังคงมีศักยภาพแข่งขันได้ในเวทีโลก และยังคงความได้เปรียบประเทศคู่แข่งขันในภูมิภาค ซึ่งอาจถือได้ว่านี่คือโอกาสใหม่ของไทยในการเปิดประตูสู่การขยายตัวทางเศรษฐกิจโลก

นายภูมิธรรม กล่าวว่า อย่างไรก็ดี รัฐบาลทราบดีว่าการเปลี่ยนแปลงกติกาและโครงสร้างทางเศรษฐกิจใหม่ของโลก ย่อมทำให้ทุกประเทศต้องมีการปรับตัว ดังนั้นรัฐบาลจึงได้กำหนดมาตรการทางการเงิน ทั้งมาตรการ Soft loan มาตรการพักชำระหนี้ การส่งเสริมให้คนไทยใช้สินค้าที่ผลิตภายในประเทศ และการตั้งงบประมาณเพื่อสนับสนุนและรองรับการปรับตัวของผู้ประกอบการไทย ทั้งรายใหญ่และรายย่อย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การสร้างความเข้มแข็งให้แก่พี่น้องเกษตรกรไทย เพื่อให้มั่นใจว่าทุกคนจะสามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงนี้ไปด้วยกันได้อย่างมั่นคง 

นายภูมิธรรม กล่าวด้วยว่า บทเรียนจากเหตุการณ์ทั้งสองที่เกิดขึ้นนี้ ทำให้พวกเราต่างได้เรียนรู้ว่าการจะก้าวผ่านอุปสรรคต่างๆ จำเป็นต้องอาศัยความสามัคคีของพวกเราชาวไทยทุกคนเพื่อเป็นพลังในการขับเคลื่อน ขณะนี้ก็ถึงเวลาที่เราคนไทยทุกคนจะจับมือร่วมใจกัน มองตรงไปยังโอกาสและความท้าทายข้างหน้า เพื่อเริ่มก้าวเดินไปสู่จุดมุ่งหมายเดียวกันอีกครั้ง นั่นคือการสร้างประเทศไทยให้มีแต่ความสงบร่มเย็น และเพื่อประชาชนทุกคนได้อยู่ดีมีสุขโดยเร็ว

เช็ครายชื่อ! ครม.มีมติแต่งตั้งข้าราชการหลายตำแหน่ง

เช็ครายชื่อ! ครม.มีมติแต่งตั้งข้าราชการหลายตำแหน่ง

เช็ครายชื่อ! ครม.มีมติแต่งตั้งข้าราชการหลายตำแหน่ง

วันอังคาร ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 14.06 น.

ครม.อนุมัติแต่งตั้ง”ขจรเกียรติ”ผู้ว่าฯฉะเชิงเทรา นั่ง”อธิบดีกรมที่ดิน”แทน”พรพจน์”โยกไปนั่งรองปลัดฯแทน พร้อมตั้ง”เชษฐา”รองปลัดฯขึ้นอธิบดี”ปภ.” โยก”ภาสกร”อธิบดีกรมป้องกันฯไปเป็น”ผู้ว่าฯระยอง”

เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติอนุมัติตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เสนอแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญ สังกัดกระทรวงมหาดไทย ให้ดำรงแหน่งประเภทบริหารระดับสูง รวม 6 ตำแหน่ง เพื่อสับเปลี่ยนหมุนเวียน และทดแทนตำแหน่งที่ว่าง ประกอบด้วย

1.นายพรพจน์ เพ็ญพาส อธิบดีกรมที่ดิน ดำรงตำแหน่ง รองปลัดกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง

2.นายเชษฐา โมสิกรัตน์ รองปลัดกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง ดำรงตำแหน่ง อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

3.นายขจรเกียรติ รักพานิชมณี ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา สำนักงานปลัดกระทรวง ดำรงตำแหน่ง อธิบดีกรมที่ดิน

4.นายภาสกร บุญญลักษม์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ดำรงตำแหน่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง สำนักงานปลัดกระทรวง

5.นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง สำนักงานปลัดกระทรวง ดำรงตำแหน่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี สำนักงานปลัดกระทรวง

6.นายสันติ รังษิรุจิ ผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง ดำรงตำแหน่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา สำนักงานปลัดกระทรวง

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นต้นไป

ทั้งนี้ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติอนุมัติแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหาร ระดับสูง กระทรวงศึกษาธิการ เพื่อทดแทน ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งจะเกษียนอายุราชการ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 ดังนี้ นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ดำรงตำแหน่ง เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และนายสุรศักดิ์ อินศรีไกร ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ ดำรงตำแหน่ง รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ

ทบ.แจง’กัมพูชา’ปล่อยเฟกนิวส์ ใส่ร้ายไทยวางแผนลอบสังหาร’ฮุนเซน-ฮุนมาเนต’

ทบ.แจง'กัมพูชา'ปล่อยเฟกนิวส์ ใส่ร้ายไทยวางแผนลอบสังหาร'ฮุนเซน-ฮุนมาเนต'

ทบ.แจง’กัมพูชา’ปล่อยเฟกนิวส์ ใส่ร้ายไทยวางแผนลอบสังหาร’ฮุนเซน-ฮุนมาเนต’

วันอังคาร ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 14.03 น.

โฆษก ทบ.แจง กัมพูชา ปล่อยเฟกนิวส์ ใส่ร้ายไทย วางแผนลอบสังหาร ฮุนเซน-ฮุนมาเนต

5 สิงหาคม 2568 ที่กองบัญชาการกองทัพบก พลตรีวินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ชี้แจงกรณีสื่อกัมพูชา นำเสนอข่าว โดยอ้างข้อมูล จากหน่วยข่าวกรอง ว่าไทย วางแผนลอบสังหาร สมเด็จฮุนเซน อดีตนายก และประธานวุฒิสภา นายฮุนมาเน็ต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ว่าเป็น เฟกนิวส์ ไม่มีความน่าเชื่อถือ เหมือนหลายๆ ข่าวที่ผ่านมา 

#กองทัพอากาศ ยืนยัน “ข่าวปลอม” กรณี สื่อกัมพูชาอ้างถึงแผนการสังหารผู้นำกัมพูชาด้วยอากาศยานทหารของไทย

กองทัพอากาศยึดมั่นในหลักคุณธรรมและกฎหมายสากล ทุกปฏิบัติการทางอากาศดำเนินการภายใต้ สิทธิในการป้องกันตนเองตามกฎบัตรสหประชาชาติ มาตรา (51) และเป็นไปตามกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด โดย ยึดหลักความชอบธรรมในการป้องกันตนเอง เป็นสำคัญ

‘คุณหญิงสุพัตรา’ยกคำพูด‘ชวน หลีกภัย’ ‘ประเทศรุ่งเรือง เมื่อบ้านเมืองสุจริต’

‘คุณหญิงสุพัตรา’ยกคำพูด‘ชวน หลีกภัย’ ‘ประเทศรุ่งเรือง เมื่อบ้านเมืองสุจริต’

‘คุณหญิงสุพัตรา’ยกคำพูด‘ชวน หลีกภัย’ ‘ประเทศรุ่งเรือง เมื่อบ้านเมืองสุจริต’

วันอังคาร ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 13.42 น.

เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2568 คุณหญิงสุพัตรา มาศดิตถ์ อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ภาพข้อความลงบนเฟซบุ๊ก “Supatra Masdit” ซึ่งเป็นคำพูดของ นายชวน หลีกภัย อดีตประธานรัฐสภา ที่ระบุว่า “แม้วันเวลาจะผ่านไป แต่ความจริง ความถูกต้อง ยังดำรงอยู่เสมอ ประเทศรุ่งเรือง เมื่อบ้านเมืองสุจริต” ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๘

‘เสธ.เบิร์ด’มั่นใจนานาชาติเชื่อมั่นไทย รู้ทันกลโกงเขมร ห่วง’ภูมะเขือ-ตาควาย’เขมรจ้องยึดกลับ

‘เสธ.เบิร์ด’มั่นใจนานาชาติเชื่อมั่นไทย รู้ทันกลโกงเขมร ห่วง'ภูมะเขือ-ตาควาย'เขมรจ้องยึดกลับ

‘เสธ.เบิร์ด’มั่นใจนานาชาติเชื่อมั่นไทย รู้ทันกลโกงเขมร ห่วง’ภูมะเขือ-ตาควาย’เขมรจ้องยึดกลับ

วันอังคาร ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 13.17 น.

‘เสธ.เบิร์ด’มั่นใจนานาชาติเชื่อมั่นไทย รู้ทันกลโกงเขมร เผยห่วง’ภูมะเขือ-ตาควาย’เขมรเร่งเติมกำลัง จ้องยึดกลับ 

เมื่อวันที่ 5 ส.ค.2568 พล.ต.วันชนะ สวัสดี รองโฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย ให้เกียรติสัมภาษณ์ในรายการ “สีสันการเมือง แบบ เด้งเด้ง” ซึ่งดำเนินรายการโดย “บุญระดม จิตรดอน” ทางช่องยูทูบ “แนวหน้าออนไลน์” ถึงความมั่นใจในความไว้ใจของนานาประเทศต่อประเทศไทย เมื่อเทียบกับประเทศกัมพูชา จากสถานการณ์ชายแดน พล.ต.วันชนะ กล่าวว่า มั่นใจ 100 เปอร์เซ็นต์ อย่างในประเทศอาเซียน หากเราคุยระหว่างบุคคล หรือทางการทหาร ก็เป็นเสียงเดียวกันว่าเขมรไว้ใจไม่ได้

เมื่อออกไปสู่สังคมโลก อย่างกรณี ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีประเทศกัมพูชา ได้ร้องขออย่างเป็นทางการต่อคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC)  ให้รีบดำเนินการแก้ไขสิ่งที่เขาเรียกว่า “การรุกรานทางทหารที่วางแผนไว้ล่วงหน้า” โดยกองกำลังไทยตามแนวชายแดนกัมพูชา-ไทย ซึ่งเรื่องนี้เป็นเครื่องยืนยันชัดเจนที่ทำให้เขมรเสียหน้าสุด เพราะหลังจากพูดคุย 2 ประเทศ UNSC ก็ไมได้มีแถลงการณ์ทางการอะไรออกมา แต่ให้ 2 ประเทศไปคุยกันเอง นี่คือข้อยืนยันอีกอย่างหนี่งว่า นานาชาติรู้ทันกลโกงของเขมร

เมื่อถามว่า สรุปสถานการณ์ที่ผ่านมา ในช่วงสถานการณ์สู้รบ 5 วันเต็มๆ เราสามารถยึดครองจุดไหนได้บ้าง และจุดไหนที่ยังเป็นประเด็นปัญหามีความเสี่ยงสูงสุด พล.ต.วันชนะ กล่าวว่า สำหรับปฏิบัติการของฝ่ายไทย สามารถลุกไปเป็นเส้นปฏิบัติการที่ควรจะเป็นอยู่แล้ว ส่วนเขมร เสียเส้นปฏิบัติการของเขาล่าถอยไป คือตลอดแนวชายแดนที่ยันกันอยู่ เดิมทีเคยมีเส้นปฏิบัติการที่ทั้งสองฝ่ายล้ำไปล้ำมา จึงเกิดเขตแดนพิพาท

โดยเขตแดนพิพาทดังกล่าว เขมรใช้วิธีการค่อยๆ รุกคืบเข้ามา แล้วมาตั้งอยู่ในดินแดนพิพาทเหล่านั้น ซึ่งยังไงเขาก็ไม่ได้ไปอยู่แล้ว แต่ปัจจุบันเขตแดนพิพาทเหล่านั้น ไทยได้ตีกลับคืนไปเป็นเขตแดนของฝั่งไทย ในแผนที่ 1:50,000 

เมื่อถามว่าจุดไหนอันตรายที่สุด ที่เขมรจ้องจะต้องตีกลับให้ได้ พล.ต.วันชนะ กล่าว่า ภูมะเขือ กับตาควาย ซึ่งจุดตาควายที่เป็นจุดอันตราย และเขมรพยายามตีกลับคืน เนื่องจากว่า ภูมิประเทศเขาได้เปรียบเรา ทั้งนี้เนิน 350 เขายังยึดคืนอยู่ได้ เพราะเป็นเขตแดนของเขาจริงๆ ซึ่งบางคนอาจบอกว่าทำไมไม่ใช้เครื่องบินโจมจีไปเลย พอโจมตีแล้วนำกำลังขึ้นไปยึดนั้น ในท้ายที่สุดมันยึดไม่ได้ ความหมายคือพื้นที่เนินสูงตรงนั้น จะเป็นพื้นที่อันตรายในการถูกระดมยิงจากอาวุธระยะไกล ดังนั้นการนำกำลังขึ้นไปพื้นที่นั้นก็ไม่ปลอดภัย ที่สำคัญเนิน 350 เป็นดินแดนของเขา อย่างไรก

“สิ่งบอกเหตุของเขมรในตอนนี้นั้นคือเขมรมีการโยกย้ายกำลัง เพื่อจะมาเพิ่มเติมใน 2 จุดนี้ คือภูมะเขือ และตาควาย”