‘นันทนา’โวยแหลก! ขน‘3 พยาน’มาเก้อ ‘กก.จริยธรรม วุฒิสภา’ไม่ให้เข้า

‘นันทนา’โวยแหลก! ขน‘3 พยาน’มาเก้อ ‘กก.จริยธรรม วุฒิสภา’ไม่ให้เข้า

‘นันทนา’โวยแหลก! ขน‘3 พยาน’มาเก้อ ‘กก.จริยธรรม วุฒิสภา’ไม่ให้เข้า

วันอังคาร ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 13.17 น.

“นันทนา”โวยแหลก! ขน”3 พยาน”มาเก้อ “กก.จริยธรรม วุฒิสภา”ไม่ให้เข้า หลังถูกสอบพาดพิง”สว.ขายหมู” ด้าน”ทนายอนันตชัย”ขู่ฟ้อง”ป.ป.ช.”เช็คบิลกราวรูด ลั่นเดี๋ยวรู้นรกมีจริง ยัน”แดง กองมา”ภูมิใจในอาชีพไม่ถือว่าด้อยค่า

เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2568 ที่รัฐสภา น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สมาชิกวุฒิสภา (สว.) แถลงว่า ตนเพิ่งออกมาจากการเข้าชี้แจงคณะกรรมการจริยธรรม วุฒิสภา เนื่องจากถูกร้องเรื่องจริยธรรมกรณีอภิปรายว่า คนขายหมู ได้มาเป็นกรรมาธิการพัฒนาการเมืองวุฒิสภา โดยได้นำพยาน 3 คน มาให้ปากคำ คือ นายอนัตชัย ไชยเดช ทนายความ , นายโอฬาร ถิ่นบางเตียว และนายศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ นักวิชาการ แต่ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น ที่ประชุมคณะกรรมการจริยธรรมฯ กลับมีมติไม่ให้นำพยานเข้าชี้แจง เพราะโดยกระบวนการได้มีหนังสือเชิญตนเข้าชี้แจง และตนได้แจ้งว่าจะนำพยานเข้าให้ปากคำล่วงหน้า และก่อนหน้านี้ คณะกรรมการฯ ได้เชิญตนเข้าให้ปากคำ แต่ตรงกับวันที่ไปให้ปากคำกับศาล คดีที่มีการร้องหมิ่นประมาท ในเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกับคณะกรรมการจริยธรรม ที่พิจารณาจริยธรรมของตนอยู่ และอีกวันตรงกับวันที่ตน ชี้แจงญัตติร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ จึงได้ขอเข้าชี้แจงพร้อมพยานในวันนี้ (5 ส.ค.) แต่กลับไม่เข้าไป จึงถือว่าตนไม่ได้รับความเป็นธรรม

ด้าน นายอนันตชัย กล่าวว่า ตนได้รับมอบหมายจาก น.ส.นันทนา ให้เป็นทนายความในคดีของศาลแขวงดุสิต คดี อ.ที่ 562/2568 นางแดง กองมา สว. ฟ้องหมิ่นประมาท โดยตนได้ไปไต่สวนในวันที่ 29 ก.ค.ที่ผ่านมา ปรากฏว่า นางแดง มาศาล และได้รับทุกข้อว่ามีความภาคภูมิใจในการเป็นคนขายหมู และหากมีคนพูดถึงก็รู้สึกภูมิใจ การวิพากษ์วิจารณ์สามารถทำได้ และฉายา “คนขายหมู” เป็นฉายาที่ภูมิใจมาก ดังนั้น หากใครเอ่ยในเรื่องการขายหมู ก็ถือว่ามีเกียรติมีศักดิ์ศรี

นายอนันตชัย กล่าวต่อว่า จึงเห็นว่าการวิพากษ์วิจารณ์ของ น.ส.นันทนา สามารถทำได้ เพราะมีความเชี่ยวชาญชำนาญในเรื่องของการพัฒนาการเมือง ขณะที่นางแดงไม่เคยทำการเมืองมาก่อน การได้เป็นสมาชิกวุฒิสภาถือเป็นครั้งแรก ดังนั้นอาชีพขายหมู ถือเป็นข้อเท็จจริงที่มีอยู่จริง ไม่ใช่เรื่องการดูหมิ่นดูแคลน และการวิพากษ์วิจารณ์ บุคคลที่เข้าไปเป็นคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พัฒนาการเมือง วุฒิสภา ที่ไม่ตรงปก นางแดงก็บอกว่าสามารถวิพากษ์วิจารณ์ได้ และเมื่อถามนางแดงว่า คิดว่าเป็นการด้อยค่าหรือไม่ นางแดงตอบว่าเป็นการคิดไปเองว่าด้อยค่า ตนจึงขอย้อนถามว่า มาฟ้องทำไม ทั้งนี้ ตนจึงนำเอกสารเหล่านี้ มาชี้แจงต่อคณะกรรมการจริยธรรม แต่ไม่ทราบว่าจะหนีทำไม

“อยากถามว่า สว.ที่เป็นกรรมการจริยธรรมกลัวอะไร กลัวผมหรือ ขอบอกว่าไม่ต้องกลัว เดี๋ยวผมนจะเช็คบิล โดยจะไปยื่นเรืองต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจิตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ขอให้เตรียมรับมือผมไว้ให้ดี ผมดักบ่อล่อปลาไว้หมดแล้ว เดี๋ยวไปเจอที่ ป.ป.ช.แล้วกัน ขออะไรก็ไม่ให้ คัดค้านอะไรก็ไม่โอเค แม้แต่นางแดงยังภูมิใจ แล้วพวกคุณจะมาเอาอะไร คุณมีนัยยะอะไรหรือเปล่า ที่อยู่ๆ มามัดมือชก ผ่านด่านผมไปให้ได้ก่อน ท่าน สว.ที่เป็นกรรมการจริยธรรมทั้งหลาย คุณก็รู้จักผมดี แล้วเดี๋ยวคุณจะรู้ว่านรกมีจริง เดี๋ยวผมจะไป ป.ป.ช. คุณจะรู้ว่าระนาว ผมทำคดีมาเยอะ และเป็นคนเตรียมเอกสารด้วย ผมไม่ใช่ทะแนะ ผมเป็นคนยื่นและทำตามระเบียบ เพราะเราเป็นนักกฎหมาย การทำงานของเรามีหลักมีเกณฑ์” นายอนันตชัย กล่าว

‘นักวิชาการ’ชี้หายนะปลดล็อก’Poker’ จี้สส.-สว.เข้าชื่อร้องศาล รธน.เช็คบิล’ภูมิธรรม’

'นักวิชาการ'ชี้หายนะปลดล็อก'Poker' จี้สส.-สว.เข้าชื่อร้องศาล รธน.เช็คบิล'ภูมิธรรม'

‘นักวิชาการ’ชี้หายนะปลดล็อก’Poker’ จี้สส.-สว.เข้าชื่อร้องศาล รธน.เช็คบิล’ภูมิธรรม’

วันอังคาร ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 13.14 น.

จากกรณีนายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงนามปลดล็อกพนันโป๊กเกอร์ (Poker ) ให้เป็นกิจกรรมถูกกฎหมายเมื่อวันที่ 30 ก.ค. 68 โดยอ้างว่าเพื่อจัดแข่งขันกีฬานานาชาติ โดยระบุว่า ปัจจุบันยังเปิดแค่เฉพาะราย-กรณี พร้อมตั้งคณะกรรมการศึกษาข้อกฎหมายเพิ่มเติมนั้น

เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2568 รศ.ดร.ชิดตะวัน ชนะกุล อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  เปิดเผยว่า ในกรณีการพนัน Poker ผลการศึกษาในต่างประเทศพบว่า ผู้ที่เล่น Poker ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มเปราะบาง ได้แก่ ผู้ติดการพนัน และผู้มีรายได้น้อย โดยหลักฐานเชิงประจักษ์พบว่า ชุมชนที่ยากจนมีค่าใช้จ่ายในการเล่นพนัน Poker ต่อหัว สูงกว่าเมืองที่ประชากรมีค่าเฉลี่ยของรายได้สูง ทั้งหมดนี้เป็นปัจจัยที่ทำให้ประชากรกลุ่มเปราะบางไม่สามารถผลักดันตัวเองให้หลุดพ้นจากความยากจนได้ 

นอกจากนี้ การเล่น Poker ทำให้ประชาชนไม่มีเงินเก็บ รวมถึงเป็นหนี้สินเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ปัญหาอาชญากรรม เช่น การปล้นจี้ ฉกชิงวิ่งราว สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ในประเด็นด้านเศรษฐกิจ การเล่น Poker ของประชาชน ทำให้รายได้ของธุรกิจค้าปลีกลดลงอย่างมาก โดยเฉพาะในชุมชนที่ประชากรส่วนใหญ่ยากจน เนื่องจากมีการลดการใช้จ่ายในส่วนอื่น ๆ เช่น อาหาร เสื้อผ้า เพื่อนำเงินจำนวนดังกล่าวมาเล่นพนัน ไม่นับรวมผลิตภาพของแรงงานในระบบเศรษฐกิจที่ต่ำลง หนี้ครัวเรือนที่ทะยานสูงขึ้น จนกลายเป็นปัญหาต่อเศรษฐกิจในระดับมหภาค นอกเหนือจากปัญหาอาชญากรรม  ปัญหาหนี้ครัวเรือน และการถดถอยทางเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญที่จะเกิดขึ้น

“การพนัน Poker ถูกกฎหมายจะทำให้ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจในประเทศทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้น เพราะเงินที่เล่น Poker ของคนจน จะเข้ารัฐเป็นบางส่วน แต่เงินส่วนใหญ่ของนักพนัน  Poker ที่ยากจนเหล่านี้จะไหลบ่าไปเป็นกำไรของเจ้าของธุรกิจ Poker ซึ่งในกรณีประเทศกำลังพัฒนาที่มีการทุจริตคอร์รัปชันที่รุนแรง ธุรกิจ Poker มักมีนักการเมืองหรือเจ้าหน้าที่รัฐที่ทุจริตคอร์รัปชันอยู่เบื้องหลัง”รศ.ดร.ชิดตะวัน กล่าว

ทั้งนี้ ตามประมวลจริยธรรมของข้าราชการการเมือง พ.ศ. 2564 ข้อ 6 (5) กำหนดว่า ข้าราชการการเมืองต้องเปิดเผยหรือให้ข้อมูลข่าวสารอันอยู่ในความรับผิดชอบของตน อย่างถูกต้อง ครบถ้วน และไม่บิดเบือน แก่ประชาชน ดังนั้น การไม่เปิดเผยข้อมูลอันควรต้องบอกแก่ประชาชนของนายภูมิธรรม จึงเป็นการไม่ปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมของข้าราชการการเมือง พ.ศ. 2564 ข้อ 6 (5) ซึ่งสส. หรือสว.ที่มีหน้าที่โดยตรงในการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล สมควรเสนอคำร้องตามมาตรา 82 ประกอบมาตรา170 วรรคสามของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า นายภูมิธรรม มีพฤติการณ์ที่ไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ หรือมีพฤติกรรมฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตามมาตรา 160 (4) (5) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 อันเป็นเหตุให้ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามมาตรา 170 (4) หรือไม่

ด่วน!ครม.อนุมัติจัดซื้อ’กริพเพน’ เสริมแข็งแกร่ง-ปกป้องอธิปไตยเหนือน่านฟ้า

ด่วน!ครม.อนุมัติจัดซื้อ'กริพเพน' เสริมแข็งแกร่ง-ปกป้องอธิปไตยเหนือน่านฟ้า

ด่วน!ครม.อนุมัติจัดซื้อ’กริพเพน’ เสริมแข็งแกร่ง-ปกป้องอธิปไตยเหนือน่านฟ้า

วันอังคาร ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 12.57 น.

ทอ.ระบุ ครม.อนุมัติจัดซื้อเครื่องบินขับไล่ Gripen ให้กองทัพอากาศ เสริมความแข็งแกร่ง ปกป้องอธิปไตยเหนือน่านฟ้า

เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2568 เพจเฟซบุ๊ก “กองทัพอากาศไทย Royal Thai Air Force” ได้โพสต์ข้อความ “Saab JAS 39 Gripen E/F … Ready for Take Off ครม.อนุมัติจัดซื้อเครื่องบินขับไล่ทดแทนแบบ Saab JAS 39 Gripen ให้กองทัพอากาศเสริมความแข็งแกร่งเพื่อดำรงขีดความสามารถในการรักษาอธิปไตยเหนือน่านฟ้าสืบไป #Gripen #UnbeatableAirForce”

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.อ.พันธุ์ภักดี พัฒนกุล ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) เตรียมเดินทางไปลงนามสัญญาการจัดซื้อเครื่องบินขับไล่กริพเพนฝูงใหม่ จำนวน 4 ลำ ในห้วงเดือน 23 – 27 ส.ค.นี้ อย่างไรก็ตาม เครื่องบินขับไล่กริพเพนฝูงใหม่ กลายเป็นประเด็น ภายหลังกองทัพอากาศไทย ใช้เครื่องกริพเพนที่ประจำการอยู่ ปฏิบัติการปกป้องอธิปไตยชายแดนไทยกัมพูชา

นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันนี้ คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบในการจัดซื้อเครื่องบินกริพเพน 1 ฝูงบิน จำนวน 4 เครื่อง พร้อมกับ เรือดำน้ำ ตามที่กองทัพอากาศ (ทอ.) และกองทัพเรือ (ทร.) เสนอ

‘ผบ.ทสส.’กำชับแนวทางถก’GBC’ ยึดผลประโยชน์ของชาติ-ศักดิ์ศรีไทย

'ผบ.ทสส.'กำชับแนวทางถก'GBC' ยึดผลประโยชน์ของชาติ-ศักดิ์ศรีไทย

‘ผบ.ทสส.’กำชับแนวทางถก’GBC’ ยึดผลประโยชน์ของชาติ-ศักดิ์ศรีไทย

วันอังคาร ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 12.50 น.

“ผบ.ทหารสูงสุดไทย”ประชุมทางไกลกับฝ่ายเลขาฯ จีบีซี กำชับแนวทางยึด กม.ไทย-ระหว่างประเทศ ผลประโยชน์ของชาติ-ศักดิ์ศรีไทย ในการพูดคุย มุ่งหวังสองฝ่ายหยุดยิงอย่างยั่งยืน รักษาความมั่นคงในพื้นที่และความปลอดภัยของประชาชน

เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2568 ศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา (ศบ.ทก.) ได้เผยแพร่การประชุมของเลขานุการ GBC ของฝ่ายไทย ในวันนี้ เวลา 09.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) ว่า เป็นการหารือต่อเนื่องในประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงกับฝ่ายกัมพูชา เพื่อได้ข้อตกลงหยุดยิงที่มีความยั่งยืน และสามารถรักษาความมั่นคงในพื้นที่และความปลอดภัยของประชาชนได้

โดยในช่วงเช้าวันนี้ พล.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) ได้เข้าประชุมทางไกล (วิดีโอคอนเฟอเรนซ์) เพื่อให้กำลังใจ และให้แนวทางต่อที่ประชุม ให้ยึดกฎหมายประเทศไทย กฏหมายระหว่างประเทศ ผลประโยชน์ของชาติ และศักดิ์ศรีของประเทศไทยเป็นหลัก

– 006

‘โฆษก ทบ.’เชื่อ’สังคมโลก’เข้าใจ ปม’กัมพูชา’บิดเบือนระเบิด MK-84

'โฆษก ทบ.'เชื่อ'สังคมโลก'เข้าใจ ปม'กัมพูชา'บิดเบือนระเบิด MK-84

‘โฆษก ทบ.’เชื่อ’สังคมโลก’เข้าใจ ปม’กัมพูชา’บิดเบือนระเบิด MK-84

วันอังคาร ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 12.35 น.

“โฆษก ทบ.”เชื่อ”สังคมโลก”เข้าใจ ปม”กัมพูชา”บิดเบือนระเบิด MK-84 อ้างเป็นของไทย และไม่จริงใจเก็บทุ่นระเบิด

เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2568 ที่กองบัญชาการกองทัพบก พลตรีวินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณี นายเฮง รัตนา ผู้อำนวยการ CMAC กัมพูชา อ้างว่า “ทีมผู้เชี่ยวชาญยืนยันว่า ระเบิด MK-84 ที่พบมีหมายเลขล็อต IMI 96G015-11 และผลิตในปี 2539 (1996) โดยไทยอาจซื้อจาก IMI (Israel Military Industries) ซึ่งมีสิทธิ์ในการผลิตและจำหน่ายระเบิดรุ่นนี้ จึงไม่ใช่ระเบิดที่เหลือจากสงครามอินโดจีนอย่างแน่นอน” ว่า กองทัพไทยเชื่อว่าสังคมโลกจะเข้าใจเรื่องนี้เป็นอย่างดี ว่าที่ผ่านมากัมพูชาพยายามบิดเบือนข้อเท็จจริงมาอย่างต่อเนื่อง ต่อกรณีนี้ขอเรียนว่า การทำงานของ CMAC กัมพูชา ในช่วงที่ผ่านมา ไม่จริงใจต่อการเก็บกวาดทุ่นระเบิดบริเวณแนวชายแดนไทย – กัมพูชา หลายพื้นที่พบมีความล่าช้ากว่ากำหนดเวลามาตลอด ไม่เหมือนของ TMAC ฝ่ายไทย

จากการพิจารณาจากรูปลักษณะกายภาพของระเบิด MK-84 ที่ กัมพูชา อ้างถึง เมื่อดูจากสภาพแวดล้อมรูปลักษณะ และร่องรอยที่เกิดขึ้นจากการตกกระทบแล้ว ปรากฏชัดเจนว่า ไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้นในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาแน่นอน

ทั้งนี้ กรณีข้อกล่าวอ้างเรื่องระเบิด MK-84 เป็นของกองทัพอากาศไทย นั้น ได้รับการประสานข้อมูลมาว่า กองทัพอากาศไม่เคยมีการจัดซื้อระเบิดรุ่นดังกล่าว จากแหล่งที่กล่าวอ้างถึง โดยกองทัพอากาศไทย มีแนวทางการจัดซื้อยุทโธปกรณ์จากกลุ่มพันธมิตรที่ได้รับการรับรองผ่านความร่วมมือทางกระทรวงกลาโหมเท่านั้น การพิสูจน์หลักฐานต่างๆ ควรผ่านการตรวจสอบจากองค์กรที่เป็นกลางและมีความน่าเชื่อถือในดับระดับสากล มิใช่องค์กรจากฝ่าย กพช.ฝ่ายเดียว

ยืนยันการปฏิบัติการทางอากาศของกองทัพอากาศไทย เป็นการใช้สิทธิในการป้องกันตนเองตามกฎบัติสหประชาชาติ มาตรา 51 และอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ และหลักความชอบธรรมตามสิทธิป้องกันตนเองอย่างเคร่งครัด อีกทั้งขอให้ กพช.ใช้ข้อมูลที่ผ่านการตรวจสอบทางเทคนิคจากองค์กรที่เป็นกลาง เพื่อหลีกเลี่ยงการบิดเบือนข้อมูลในห้วงเวลาที่สถานการณ์มีความละเอียดอ่อน

ทอ.โต้กัมพูชา ไม่เคยจัดซื้อระเบิด MK-84 จากอิสราเอล

ทอ.โต้กัมพูชา ไม่เคยจัดซื้อระเบิด MK-84 จากอิสราเอล

ทอ.โต้กัมพูชา ไม่เคยจัดซื้อระเบิด MK-84 จากอิสราเอล

วันอังคาร ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 12.25 น.

ทอ.โต้กัมพูชา ไม่เคยจัดซื้อระเบิด MK-84 จากอิสราเอล แนะให้ใช้ประเทศที่สามเป็นกลางตรวจสอบ ย้ำการปฏิบัติการอยู่ภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ-มนุษยธรรม และการป้องกันตัวเอง

เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2568 จากกรณี นายเฮง รัตนา ผู้อำนวยการ ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดกัมพูชา หรือ CMAC อ้างระเบิด MK-84 ขุดพบ ไม่ใช่ระเบิดเก่า และคาดว่าไทยอาจซื้อจากประเทศอิสราเอล นั้น

ล่าสุด แหล่งข่าวกองทัพอากาศ เผิดเผยว่า 1.กองทัพอากาศไม่ได้จัดซื้อระเบิดจากแหล่งที่กล่าวอ้าง 2.กองทัพอากาศจัดซื้อยุทโธปกรณ์จากพันธมิตรที่ได้รับการรับรองผ่านความร่วมมือทางกลาโหมเท่านั้น 3.การพิสูจน์ควรผ่านการตรวจสอบจากบุคคลที่ 3 ที่เป็นกลาง 4.การปฏิบัติการทางอากาศของไทย เป็นการใช้สิทธิในการป้องกันตนเองตามกฎบัติสหประชาชาติ ม.51 และกองทัพอากาศให้ความสำคัญต่อการปฏิบัติการที่อยู่ภายใต้กรอบของกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ และหลักความชอบธรรมตามสิทธิป้องกันตนเองอย่างเคร่งครัด

“กองทัพอากาศขอให้ทุกฝ่ายใช้ข้อมูลที่ผ่านการตรวจสอบทางเทคนิคจากองค์กรที่เป็นกลาง เพื่อหลีกเลี่ยงการบิดเบือนข้อมูลในห้วงเวลาที่สถานการณ์มีความละเอียดอ่อน” แหล่งข่าว ทอ.ระบุ

บิดเบือน-ใส่ร้าย! ‘พลภูมิ’นำทีม สก.เพื่อไทย แจ้งความ’ไอซ์ รักชนก’

บิดเบือน-ใส่ร้าย! 'พลภูมิ'นำทีม สก.เพื่อไทย แจ้งความ'ไอซ์ รักชนก'

บิดเบือน-ใส่ร้าย! ‘พลภูมิ’นำทีม สก.เพื่อไทย แจ้งความ’ไอซ์ รักชนก’

วันอังคาร ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 12.23 น.

“พลภูมิ”นำทีม”สก.เพื่อไทย”แจ้งความ”ไอซ์ รักชนก” หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา ปมโพสต์บิดเบือน-ใส่ร้าย

เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2568 นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงวัฒนธรรม ฐานะแกนนำภาค กทม.พรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย นายจิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย และ สก.พรรคเพื่อไทย ได้แก่ นางชญาดา วิภัติภูมิประเทศ สก.เขตคันนายาว นายเนติภูมิ มิ่งรุจิราลัย สก.เขตบึงกุ่ม น.ส.มธุรส เบนท์ สก.เขตสะพานสูง และ น.ส.นภัสสร พละระวีพงศ์ สก.เขตบางกะปิ เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.บางชัน เพื่อดำเนินคดีกับ น.ส.รักชนก ศรีนอก ส.ส.กทม.พรรคประชาชน ฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 328

นายพลภูมิ กล่าวว่า สาเหตุที่ สก.ของพรรคเพื่อไทย ต้องเข้าแจ้งความในวันนี้ เนื่องจากเมื่อวันที่ 4 ส.ค.โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว “รักชนก ศรีนอก” ระบุว่า “ขอให้ประชาชนทุกท่าน ร่วมไว้อาลัยให้กับสภา กทม.และ สก.พรรคเพื่อไทย กลัวโดนจับโป๊ะ จับโกง จับทุจริตใช้วิธีโหวต เพื่อเขี่ยโควตาคนนอกพรรคประชาชน…” และอีกตอนหนึ่งระบุว่า “คนพวกนี้คิดว่าจะทำอะไรก็ได้ในสภา จะโกหกอะไรก็ได้ เพราะประชาชนไม่ค่อยสนใจสภา กทม.” นอกจากนี้ ยังโพสต์ชื่อและลิ้งค์เพจเฟซบุ๊กของ สก.พรรคเพื่อไทย ทั้ง 4 คนที่เข้าแจ้งความในวันนี้ ทำให้ได้รับความเสียหายต่อชื่อเสียง ถูกสังคมเข้าใจผิด และถูกลดความน่าเชื่อถือในฐานะผู้แทนของประชาชน โดยเห็นว่าการใช้สิทธิเสรีภาพในการแสดงออกของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ต้องกระทำบนพื้นฐานของข้อเท็จจริง ไม่ใช่เพื่อสร้างวาทกรรมโจมตีอย่างไร้ความรับผิดชอบ

นายพลภูมิ กล่าวต่อว่า ตลอดเวลาที่ตนทำงานกับ สก.พรรคเพื่อไทย ได้เห็นความทุ่มเท เห็นการลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง และการทำงานร่วมกับประชาชนในทุกปัญหา การบริหารงบประมาณในระดับเขตมีขั้นตอนที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และต้องผ่านการกลั่นกรองในสภา ทุกคนทำงานภายใต้กรอบอำนาจหน้าที่โดยไม่มีข้อครหาใดทั้งสิ้น แต่เมื่อมีบุคคลสาธารณะ เป็นถึง สส.ออกมาใช้คำว่า “จับโป๊ะ จับโกง” และ “จะโกหกอะไรก็ได้” โดยไม่มีหลักฐาน นอกจากจะเป็นการดูหมิ่นผู้แทนท้องถิ่นแล้ว ยังบั่นทอนศรัทธาของประชาชนที่มีต่อสภากรุงเทพมหานครอย่างร้ายแรง เราไม่ได้ดำเนินคดีเพื่อตอบโต้ แต่เพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของผู้ที่ทำงานหนักโดยสุจริต และเพื่อรักษามาตรฐานของการเมืองที่ตั้งอยู่บนความรับผิดชอบ ไม่ใช่วาทกรรมปลุกกระแสแบบฉาบฉวย

ด้าน นายจิรวัฒน์ กล่าวว่า สำหรับกรณีนี้ทางทีมกฎหมายได้พิจารณาแล้วเป็นการสร้างความเสียหาย เพราะมีการกล่าวหาว่ามีการทุจริต ดังนั้นวันนี้จึงต้องมาแจ้งความดำเนินคดีกับ น.ส.รักชนก จนถึงที่สุด เพราะเวลาที่ท่านเป็นนักการเมือง ไม่ใช่ว่าอยากจะพูดอยากจะกล่าวหาใครก็ได้ หรือพูดเอาสนุก พูดเอาเท่ การพูดหรือการโพสต์อะไรควรจะต้องมีความรับผิดชอบ โดยเฉพาะผู้ที่เป็น สส.เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่ง สก.ทุกคนมีความตั้งใจในการทำงานเพื่อพี่น้องประชาชน ไม่ใช่ท่านเอาดีเข้าตัวอยู่คนเดียว

นายเนติภูมิ กล่าวว่า สิ่งที่ตนรับไม่ได้คือการเหมารวมว่า คนพวกนี้จะโกหกอะไรก็ได้ ทั้งที่เราทุกคนทำงานภายใต้สายตาของประชาชนทุกวัน การโพสต์กล่าวหาลอยๆ แบบนี้ ทำให้คนไม่รู้ข้อเท็จจริงเกิดความเข้าใจผิด ตนไม่สามารถยอมได้ โดยเฉพาะการมาทำลายความตั้งใจของผมและทีมงาน

ด้าน น.ส.นภัสสร กล่าวว่า คำพูดที่ว่ากลัวโดนจับโกง เป็นถ้อยคำรุนแรงที่ไม่มีมูลความจริง พวกตนไม่เคยมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำทุจริตใดๆ และการเหมารวมว่าทั้งกลุ่ม สก.เพื่อไทยมีพฤติกรรมเช่นนั้น ถือเป็นการใส่ร้ายอย่างไม่ยุติธรรม ตนขอยืนยันว่าเราจะใช้สิทธิตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด เพื่อรักษาเกียรติและความศรัทธาจากประชาชนในพื้นที่ กลุ่ม สก.ผู้เสียหายทั้ง 4 คนยืนยันว่าการดำเนินคดีครั้งนี้ไม่ใช่เพื่อการโต้ตอบทางการเมือง แต่เพื่อปกป้องชื่อเสียง ศักดิ์ศรี และความถูกต้องในหน้าที่ของผู้แทนประชาชนในระดับท้องถิ่น พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่อยู่ในแวดวงการเมืองใช้สิทธิเสรีภาพในการแสดงออกด้วยความรับผิดชอบ และเคารพต่อข้อเท็จจริงในสังคมประชาธิปไตย

– 006

’นฤมล‘ปัดตอบ’อรรถกร‘ลาประชุมครม. เหตุไม่พอใจผลเจรจา‘ภาษีทรัมป์’

’นฤมล‘ปัดตอบ’อรรถกร‘ลาประชุมครม. เหตุไม่พอใจผลเจรจา‘ภาษีทรัมป์’

’นฤมล‘ปัดตอบ’อรรถกร‘ลาประชุมครม. เหตุไม่พอใจผลเจรจา‘ภาษีทรัมป์’

วันอังคาร ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 12.11 น.

’นฤมล‘ ไม่รู้ ’อรรถกร‘ ลาประชุม ครม. เหตุไม่พอใจผลเจรจา ‘ภาษีทรัมป์’คาดลงพื้นที่ฟื้นฟู จ.น่าน

เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล  นางนฤมล  ภิญโญสินวัฒน์ รมว.ศึกษาธิการกล่าวถึงกรณีมีกระแสข่าวว่ารัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ของพรรคกล้าธรรม (กธ.) จะไม่เข้าร่วมประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เนื่องจากไม่พอใจผลการเจรจาภาษีสหรัฐฯว่า ที่มีการพูดคุยกัน ไม่มีเรื่องนี้ แต่โดยหลักการตอนตนเองเคยเป็นรมว.เกษตรฯ ก็เคยพูดว่าไม่อยากให้เอาผลประโยชน์ของพี่น้องเกษตรกรไปแลก เนื่องจากมองว่าสิ่งที่ได้กลับมาจะไม่คุ้มกับพี่น้องเกษตรกรกว่า 30 ล้านคน

นางนฤมลกล่าวต่อว่า แต่ในกรณีที่นายอรรถกร ศิริลัทธยากร  รมว.เกษตรและสหกรณ์ ได้ลาการประชุม ครม.วันนี้ ตนเข้าใจว่า ติดภารกิจที่จังหวัดน่าน เพื่อไปช่วยฟื้นฟูโรงเรียน และบ้านพักของพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ที่ยังไม่สามารถกลับมาใช้ชีวิตตามปกติได้ ยังมีดินโคลนจำนวนมาก

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 1 สิงหาคมที่ผ่านมา ตนลงพื้นที่พร้อมนายอัครา พรหมเผ่า รมช.กระทรวงเกษตรฯ โดยมีร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรมไปด้วย และขอให้กระทรวงเกษตรฯนำเครื่องมือมาช่วยล้างดินโคลนให้โรงเรียน ซึ่งมีกำหนดเปิดเรียนวันที่ 4 สิงหาคมที่ผ่านมา แต่คาดว่าน่าจะเปิดไม่ทัน จึงได้มีการร้องขออุปกรณ์จากกระทรวงเกษตรฯ เข้าไปช่วยเหลือ ส่วนนายอรรถกร ลาประชุม ครม. ไปจังหวัดนานหรือไม่ ต้องไปถามนายอรรถกรเอง ตนยังไม่ทราบเหมือนกัน

จับตา!ครม.เคาะเงินเยียวยาเหยื่อปะทะชายแดนไทย-เขมร ‘ภูมิธรรม’ชี้อาจน้อยกว่า 8-10 ล้าน

จับตา!ครม.เคาะเงินเยียวยาเหยื่อปะทะชายแดนไทย-เขมร ‘ภูมิธรรม’ชี้อาจน้อยกว่า 8-10 ล้าน

จับตา!ครม.เคาะเงินเยียวยาเหยื่อปะทะชายแดนไทย-เขมร ‘ภูมิธรรม’ชี้อาจน้อยกว่า 8-10 ล้าน

วันอังคาร ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 12.03 น.

 ‘ภูมิธรรม’ไม่รู้ทหารกัมพูชาตายเท่าไหร่ บอกไม่อยากเอาตัวเลขมาเป็นประเด็น ต้องให้เกียรตินักรบ ย้ำ “กริพเพน – เรือดำน้ำ” จบตั้งแต่นั่งรมว.กลาโหม หลังจากนี้รอครม.เคาะ ยันยังไม่ปิดศูนย์อพยพ ขอให้ฟังทหาร  ปัดจ่ายเยียวยาผู้เสียชีวิตจากเหตุปะทะชายแดน อาจไม่ถึง 8-10 ล้าน 

เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม  ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการเสียชีวิตของทหารกัมพูชา จากเหตุปะทะบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชามีการรายงานตัวเลขกี่ราย เนื่องจากมีรายงานข่าวเสียชีวิตหลักพันนายว่า นี่ก็ไปฟังข่าวอีก ตนไม่รู้ว่าจริงๆ เป็นตัวเลขเท่าไหร่ และเราคงไม่มานั่งรายงานเรื่องนี้ เพราะการชนะหรือไม่ชนะ ไม่ได้อยู่ที่จำนวนศพ เราให้เกียรตินักรบทุกคนที่เข้ามาอยู่ในสมรภูมิ ไม่ควรจะเอาเรื่องการเสียชีวิตมาเล่นเป็นประเด็น

ส่วนเรื่องเงินเยียวยาเหตุปะทะบริเวณแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ก็จะเข้าสู่การพิจารณาในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้เหมือนกัน เท่าที่เสนอไปก็จะดูว่าให้เพิ่มจากที่เคยได้รับไปแล้ว

ผู้สื่อข่าวถามว่า สำหรับผู้เสียชีวิตเป็นตัวเลข 8-10 ล้านบาท จริงหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ไม่จริงทั้งหมด เพราะก็มีน้อยกว่านี้ ขณะนี้ข่าวลือเยอะ

ถามว่า มีกระแสข่าวว่าบางศูนย์อพยพให้ประชาชนกลับบ้าน เนื่องจากจะมีการปิดศูนย์อพยพแล้วจริงหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ไม่จริง ทางทหารยังไม่อนุญาตให้เข้าไป หากมีความบกพร่องหรือการบริหารจัดการที่ไม่ถูกต้อง ก็พิจารณาว่าใครที่ทำให้เกิดปัญหาโดยตั้งใจ แต่ถ้าไม่ตั้งใจค่อยมาว่ากัน ซึ่งไม่มีสิทธิ์มาทำอะไรให้เกิดปัญหา

เมื่อถามว่า ศูนย์อพยพจะไม่สั่งการให้ชาวบ้านกลับบ้านใช่หรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ไม่ใช่สั่งไม่สั่งการ แต่สถานการณ์ขณะนี้ทหารบอกว่ายังไม่ปลอดภัย เมื่อยังไม่ปลอดภัยก็จัดการไปตามสมควร ยังต้องดูแลชีวิตทรัพย์สินประชาชน ซึ่งได้สั่งผู้ว่าราชการจังหวัดไปทั้งหมดแล้ว และหากตรงไหนมีการดึงเงินเอาไว้อย่างที่เป็นข่าวก็ต้องจัดการ อย่างกรณีที่น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รมช.มหาดไทย ตอบสส.ที่ถามในสภาว่าผู้ว่าฯอุบลราชธานี บ่นอย่างนั้นอย่างนี้ ก็โทรไปสอบถาม ซึ่งผู้ว่าฯอุบลราชธานี บอกว่าเรียบร้อยหมดแล้ว ดังนั้น หากได้ฟังเรื่องอะไรมาที่เป็นลบ ซึ่งตอนนี้เยอะเหลือเกิน ตนได้สั่งการให้จัดการกับข่าวปลอมแล้ว ก็อย่าหยิบเรื่องนี้ให้มาเป็นปัญหา

ถามต่อว่า ที่ประชุมครม.วันนี้ จะพิจารณากรณีกรณีกองทัพอากาศ เสนอเพิ่มขีดความสามารถกองทัพด้วยการจัดซื้อเครื่องบินกริพเพนหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า น่าจะมี แต่ยังไม่แน่ใจว่าจะเข้าพิจารณาในการประชุมครม.ครั้งนี้หรือไม่ แต่ตนเซ็นผ่านเข้าครม.ไปก่อนหน้านี้แล้ว รวมถึงการจัดซื้อเรือดำน้ำของกองทัพเรือ ก็เป็นเรื่องที่ค้างก่อนที่ตนจะออกมาจากตำแหน่งรมว.กลาโหม ซึ่งจะได้จบไป ตนจัดการเรียบร้อยหมดแล้ว อยู่ที่ครม.จะพิจารณาเรื่องสัญญาหรืออะไรต่างๆให้จบ เขาจะได้ปรับแผนให้เรียบร้อย

‘เสธ.เบิร์ด’เผยไทยพร้อมรับสถานการณ์ หลังเขมรเสริมกำลังต่อเนื่อง ซัด‘ฮุน เซน’เป็นบุคคล‘โมฆะบุรุษ’

‘เสธ.เบิร์ด’เผยไทยพร้อมรับสถานการณ์ หลังเขมรเสริมกำลังต่อเนื่อง ซัด‘ฮุน เซน’เป็นบุคคล‘โมฆะบุรุษ’

‘เสธ.เบิร์ด’เผยไทยพร้อมรับสถานการณ์ หลังเขมรเสริมกำลังต่อเนื่อง ซัด‘ฮุน เซน’เป็นบุคคล‘โมฆะบุรุษ’

วันอังคาร ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 12.03 น.

‘เสธ.เบิร์ด’เผยไทยเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ หลังเขมรทยอยเสริมกำลังต่อเนื่อง ลั่น‘ฮุน เซน’เป็นบุคคล‘โมฆะบุรุษ’

เมื่อวันที่ 5 ส.ค.2568 พล.ต.วันชนะ สวัสดี รองโฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย ให้เกียรติสัมภาษณ์ในรายการ “สีสันการเมือง แบบ เด้งเด้ง” ซึ่งดำเนินรายการโดย “บุญระดม จิตรดอน” ทางช่องยูทูบ “แนวหน้าออนไลน์” ถึงสถานการณ์ชายแดนไทย กัมพูชา โดย พล.ต.วันชนะ กล่าวว่า สถานการณ์ขณะนี้เรียกว่าอยู่ในช่วงเตรียมพร้อม 100 เปอร์เซ็น เพราะฝ่ายเขมรเขาประชิดแนวชายแดน ทยอยเพิ่มเติมกำลังตลอดอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ความพร้อมของเราขึ้นอยู่กับฝ่ายเขมร เพราะท่าทีของเราคุกคามตลอดเวลา

“สถานการณ์ปัจจุบันไว้วางใจไม่ได้ เพราะนิสัยเขมรไม่สามารถไว้วางใจได้ สามารถทำลายทุกกฎที่มีอยู่ได้ ตนขอให้คำจำกัดความ ฮุน เซน เป็นบุคคลที่เรียกว่า “โมฆะบุรุษ” คือพร้อมที่จะเอาอะไรก็ได้ ไม่เอาอะไรก็ได้ ตามใจเขาเลย ก็ฝากแฮปปี้เบิร์ดเดย์ไปถึงโมฆะบุรุษด้วย”

เมื่อถามว่า เคยเจอแบบนี้หรือไม่ ภาวะที่เป็นคำโกหกแบบบันลือโลก พล.ต.วันชนะ กล่าวว่า เขาไม่สนใจความจริงอะไรเลย แต่คำโหหกแบนนี้ อาจจะได้กระแสในระยะแรกๆ แต่ในอนาคตระยะที่จะต้องยันกันด้วยข้อมูล เขาจะสู้เราไม่ได้ เพราะเขาจะจำนนด้วยหลักฐาน อย่างเฟกนิวส์เรื่องไทยปล่อยชีวะเคมีผ่านเครื่องบิน แค่เรื่องนี้เรื่องเดียว ความน่าเชื่อถือของเขมรก็หมดไปในสังคมโลกแล้ว