กต.โต้เขมร! ใส่ร้ายไทยหวังลอบสังหาร’ฮุน เซน-ฮุน มาเนต’

กต.โต้เขมร! ใส่ร้ายไทยหวังลอบสังหาร'ฮุน เซน-ฮุน มาเนต'

กต.โต้เขมร! ใส่ร้ายไทยหวังลอบสังหาร’ฮุน เซน-ฮุน มาเนต’

วันอังคาร ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 11.42 น.

กต.โต้ รมต. สารสนเทศกัมพูชา กล่าวหาฝ่ายไทยวางแผนลอบสังหารประธานวุฒิสภา ฮุน เซน และนายกรัฐมนตรี ฮุน มาเนต

5 สิงหาคม 2568 กระทรวงการต่างประเทศ ออกแถลงการณ์ เกี่ยวกับการรายงานข่าวและโพสต์บนโซเชียลมีเดียของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสารสนเทศกัมพูชา ที่มีข้อกล่าวหาว่า ฝ่ายไทยกำลังวางแผนลอบสังหารประธานวุฒิสภา ฮุน เซน และนายกรัฐมนตรี ฮุน มาเนต โดยอ้างแหล่งข่าวกรองต่างประเทศ นั้น

นายนิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ขอปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว ซึ่งขาดการไตร่ตรองอย่างมีเหตุผลโดยสิ้นเชิง โดยข้อกล่าวหาดังกล่าว มีเจตนาเพียงเพื่อใส่ร้ายไทยเท่านั้น

ทั้งนี้ ขอย้ำว่าการสร้างข่าวเท็จในขณะที่ทั้งสองฝ่ายอยู่ระหว่างการหารือ GBC นั้น นอกจากจะไม่สร้างสรรค์แล้ว ยังเป็นการทำลายเจตนารมณ์ของการหารือเพื่อคลี่คลายสถานการณ์อย่างสันติด้วย

‘อิ๊งค์’ลาประชุม! ‘ภูมิธรรม’นั่งหัวโต๊ะถกครม.

'อิ๊งค์'ลาประชุม! 'ภูมิธรรม'นั่งหัวโต๊ะถกครม.

‘อิ๊งค์’ลาประชุม! ‘ภูมิธรรม’นั่งหัวโต๊ะถกครม.

วันอังคาร ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 11.36 น.

‘ภูมิธรรม’นั่งหัวโต๊ะนำประชุมครม. ด้าน‘อิ๊งค์-อรรถกร’ลาประชุม

เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม ที่ห้องประชุม 501 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยวันเดียวกันนี้มีครม.แจ้งลาประชุม 2 คน ได้แก่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.วัฒนธรรม  นายอรรถกร ศิริลัทธิยากร รมว.เกษตรและสหกรณ์ โดยนายอรรถกรติดภารกิจลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมจังหวัดน่าน

ขณะที่ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมช.กลาโหม ร่วมประชุมครม.ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ เนื่องจากเดินทางไปร่วมงานวันสถาปนาโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ครบรอบ 138 ปี ในฐานะศิษย์เก่า รุ่นที่ 31 ที่จังหวัดนครนายก และนายอัครา พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ร่วมประชุมครม.ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์เช่นกัน

เชื่อมีนัยหวังผล! โฆษก ทบ.เมินส่ง 18 เชลยศึกกัมพูชากลับประเทศ

เชื่อมีนัยหวังผล! โฆษก ทบ.เมินส่ง 18 เชลยศึกกัมพูชากลับประเทศ

เชื่อมีนัยหวังผล! โฆษก ทบ.เมินส่ง 18 เชลยศึกกัมพูชากลับประเทศ

วันอังคาร ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 11.30 น.

“โฆษก ทบ.”เมินส่ง 18 เชลยศึกกัมพูชากลับประเทศ เชื่อมีนัยหวังใช้เป็นเครื่องมือดิสเครดิตไทย ดักคอ”ฮุนเซน”อย่าเคลม ปมเชิญ ICRC ดูความเป็นอยู่วันนี้

เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2568 ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณีกัมพูชาพยายามเรียกร้องส่งตัวเชลยศึกกัมพูชากลับประเทศว่า ทราบกันดีว่า เรื่องนี้อยู่ในระบบตามกลไกกฎหมายระหว่างประเทศเรียบร้อยแล้ว เชื่อว่าความพยายามดังกล่าวมีนัยแอบแฝง เพื่อหวังทำลายความน่าเชื่อถือฝ่ายไทยในสายตาชาวโลก แต่เชื่อว่าไม่มีผล เพราะฝ่ายไทยดำเนินการทุกอย่างไปตามกรอบกฎหมายและกติกาสากลอย่างเปิดเผยและตรงไปตรงมา ต่างจากทางฝ่ายของกัมพูชาเอง

กรณีเชลยศึกกัมพูชา ขอเรียนว่า ฝ่ายไทยมีความจำเป็นและมีเหตุผลในการควบคุมตัวตามกฎหมายสากลระหว่างประเทศและอนุสัญญาเจนีวา ด้วยการดูแลเป็นอย่างดี ทั้งนี้ ที่ผ่านมายึดตามอนุสัญญาเจนีวา และตามหลักกติกาสากล ไทยได้ส่งกลับทหารกัมพูชาอย่างเป็นทางการคืนไปจำนวน 18 ศพ ผ่านขั้นตอนที่ถูกต้อง ในลักษณะเป็นการให้เกียรติ ต่อผู้สูญเสียถึงแม้จะเป็น ทหารกัมพูชาซึ่งอยู่ฝ่ายตรงข้าม

นอกจากนั้น ที่ผ่านมาเมื่อวันที่ 1 ส.ค.ฝ่ายไทยได้ส่งทหารกัมพูชากลับอีกจำนวน 2 คน ที่มีอาการบาดเจ็บสาหัส และสติฟั่นเฟือนโดยไทยได้ ดูแลรักษาพยาบาลเป็นอย่างดี ก่อนไทยดำเนินการส่งกลับตามช่องทางอย่างถูกต้องตามอนุสัญญาเจนีวา แต่กลับปรากฏว่า ทางฝ่ายกัมพูชามีหนังสือการฟ้องสำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ  OHCHR ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศไทยจึงได้มีหนังสือถึง (OHCHR) ตอบโต้ประท้วงข้อกล่าวหาดังกล่าว ของฝ่ายกัมพูชาในทันที ซึ่งท่าทีดังกล่าวของฝ่ายกัมพูชาจึงดูย้อนแย้งกับความจริงที่ปรากฏหลายอย่างหลายประการ กองทัพไทยจึงขอตั้งคำถามย้อนกลับไปที่ฝ่ายกัมพูชาว่า

1.ในเรื่องของการจัดการศพของทหารกัมพูชาเองที่ตกค้างในพื้นที่การรบฝั่งกัมพูชาทำไมจึงไม่มาจัดเก็บ และจัดการให้เรียบร้อยถูกต้องตามหลักมนุษยธรรมสากล เพื่อให้เกียรติทหารของตัวเอง และคำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ อย่างที่ฝ่ายไทยได้ดำเนินการส่งศพทหารกัมพูชากลับโดยยึดถือและให้เกียรติในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ในช่วงที่ผ่านมา

2.ตามมารยาททางการทูตและธรรมเนียมปฏิบัติที่ดีระหว่างประเทศ ถึงแม้ว่าไทย และกัมพูชาจะมีความตึงเครียดขัดแย้งกัน ต่อกรณีที่ฝ่ายไทยได้ดำเนินการส่งกลับศพ ทหารกัมพูชากลับไป 18 ศพ และส่งเชลยศึกกัมพูชากลับไปให้ 2 คน กลับไม่พบไม่เห็นฝ่ายกัมพูชามีท่าทีใดๆ ที่แสดงออกว่าได้ให้ความสำคัญกับเรื่องเหล่านี้จริง และไม่เคยแสดงความขอบคุณใดๆ ให้กับฝ่ายไทยในเรื่องนี้

ในทางตรงกันข้าม เชลยศึกกัมพูชา 2 คนดังกล่าว กลับไปพูดบิดเบือนข้อเท็จจริง และกล่าวหาฝ่ายไทย ทั้งๆ ที่ได้ลงบันทึกการแสดงเจตนาตนเองภายใต้หลักกฏหมายระหว่างประเทศและหลักสิทธิมนุษยชน แต่ก็ยังกล่าวหาให้ร้ายฝ่ายไทยในขณะที่ถูกควบคุมตัว  ซึ่งถือเป็นพฤติกรรมที่เลวร้าย ไม่มีความเป็นสุภาพบุรุษ ไร้ซึ่งเกียรติและศักดิ์ศรีของผู้ที่เป็นทหาร

อย่างไรก็ตาม ในวันนี้ 5 ส.ค.กองทัพบก กองทัพภาคที่ 2 และกระทรวงการต่างประเทศ ได้เชิญ ICRC มาตรวจสอบสภาพความเป็นอยู่ และดูวิธีการปฎิบัติต่อเชลยศึกของฝ่ายไทย รวมทั้งจะได้พูดคุยกับเชลยศึกหมดทั้ง 18 คน เพื่อเป็นข้อพิสูจน์เชิงประจักษ์ว่า ฝ่ายไทยได้ปฏิบัติถูกต้องตามกฎหมายระหว่างประเทศและอนุสัญญาเจนีวา ทุกขั้นตอนการดำเนินการมีลักษณะโปร่งใส พร้อมที่จะรับการตรวจสอบจากสังคมโลกได้ในทุกกรณี

“ฝ่ายเรามีการเชิญ ICRC มาดูสภาพเชลยศึกในวันนี้ ไม่ใช่เกิดจากการเรียกร้องของ ฮุน เซน แต่อย่างใด กัมพูชาคงทราบว่า เรามีการเชิญ ICRC ดังกล่าวอยู่แล้ว จึงรีบกลับลำว่า เกิดจากการเรียกร้องจากกัมพูชา” โฆษก ทบ.ระบุ

‘วันนอร์’นัดเลือกรองประธานสภาฯคนที่หนึ่ง 7 ส.ค. ก่อนถกงบ 69 วาระ 2-3 วันที่ 13-15 ส.ค.

'วันนอร์'นัดเลือกรองประธานสภาฯคนที่หนึ่ง 7 ส.ค. ก่อนถกงบ 69 วาระ 2-3 วันที่ 13-15 ส.ค.

‘วันนอร์’นัดเลือกรองประธานสภาฯคนที่หนึ่ง 7 ส.ค. ก่อนถกงบ 69 วาระ 2-3 วันที่ 13-15 ส.ค.

วันอังคาร ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 11.17 น.

“วันนอร์” นัดเลือกรองประธานสภาคนที่หนึ่ง 7 ส.ค. ชี้สมาชิกทุกคนมีสิทธิ์ชงชื่อชิงเก้าอี้ ‘รองฯคนที่ 1’ ได้ ก่อนถกงบ 69 วาระ 2-3 วันที่ 13-15 ส.ค. ลากยาวถึง16 ส.ค.หรือไม่ โยน ‘วิป 2 ฝ่าย’ คุยเคาะ

เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม ที่รัฐสภา นายวันมูหะมัดนอร์  มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงการบรรจุระเบียบวาระเลือกรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 ว่า  ได้มีการบรรจุระเบียบวาระไว้ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรวันที่ 7  สิงหาคม เรียบร้อยแล้ว ซึ่งอยู่ในระเบียบวาระอื่นๆ ต้องให้ทางสภาขอเลื่อนระเบียบวาระขึ้นมาเพื่อพิจารณาก่อน เพราะมีความจำเป็นที่จะต้องมีรองประธานสภาผู้แทนราษฎรอีกหนึ่งคน  เนื่องจากวันที่ 13-15 สิงหาคมนั้น จะมีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569  วาระ 2 และ 3  ซึ่งอาจต้องพิจารณาทั้งกลางวันและกลางคืน ประธานสองคนอาจไม่ทัน จึงอยากให้พิจารณาเลือกในวันที่ 7 สิงหาคม

นายวันมูหะมัดนอร์กล่าวต่อว่า  ส่วนจะเลือกใครนั้น ตามรัฐธรรมนูญและข้อบังคับของสภาฯ เป็นอำนาจหน้าที่ของสมาชิกทุกคนที่จะเสนอได้ และคนได้เสียงข้างมากก็จะเป็นรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 โดยพรรคการเมืองต่างๆ อาจจะไปคุยกันก่อนได้ จึงต้องรอดูว่าจะเป็นอย่างไร

ผู้สื่อข่าวถามว่า ในส่วนของการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ มีการจัดสรรเวลาไว้แล้วหรือไม่ นายวันมูหะมัดนอร์กล่าวว่า ตามที่พูดคุยและมีการประสานภายใน ยังไม่ได้มีการพูดคุยอย่างเป็นทางการนั้น เมื่อมีหนังสือชัดเจนรัฐบาลต้องส่งเอกสารมาให้สมาชิกที่จะอภิปรายวาระ 2 และ 3 ได้แล้ว  ส่วนจะใช้เวลาเท่าไหร่ ต้องให้คณะกรรมการประสานงานในสภาผู้แทนราษฎร (วิป) ทั้งฝ่ายค้าน รัฐบาล และตัวแทนของรัฐบาล ไปพูดคุยกันเพื่อกำหนดโดยประมาณ เพราะการพิจารณาในวาระ 2 เราไม่สามารถทราบได้ชัดเจนว่าต้องใช้เวลาเท่าไหร่ เพราะขึ้นอยู่กับสมาชิกที่สงวนคำแปรญัตติทั้งกรรมาธิการและ สส.

นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวต่อว่า หากมีความประสงค์ที่จะอภิปรายเยอะ ก็ต้องใช้เวลาเยอะ แต่ปีที่แล้วหากตนจำไม่ผิดก็เป็น 3 วัน แต่จะพิจารณาในช่วงกลางคืนด้วย บางครั้งอาจจะถึงเวลา 02.00 น. ก็มี ฉะนั้น ต้องให้วิปทั้งสองฝ่ายและรัฐบาลไปพูดคุยกัน

เมื่อถามว่า มีแนวโน้มที่จะลากยาวไปถึงวันที่ 16 สิงหาคมหรือไม่  นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่า ไม่อาจทราบได้ แต่ต้องมีการประสานกันก่อน และระหว่างที่มีการพิจารณาตั้งแต่วันที่ 13 สิงหาคม วิปทั้งสองฝ่ายก็จะมีการประสานกันเป็นระยะๆ เพื่อให้การอภิปรายเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่เสียเวลามากจนเกินไป เพราะบางมาตราอาจมีผู้ที่ประสงค์จะอภิปรายเป็นจำนวนมาก ซึ่งเขาอาจประสานกันได้ว่าจะให้ใครเป็นผู้อภิปราย หากเป็นพรรคเดียวกัน

‘สรวงศ์’แจงปมปลดล็อกโป๊กเกอร์ ต้องแยกกับสถานการณ์ชายแดน บอกต้องหาเงินเข้าประเทศด้วย

'สรวงศ์'แจงปมปลดล็อกโป๊กเกอร์ ต้องแยกกับสถานการณ์ชายแดน บอกต้องหาเงินเข้าประเทศด้วย

‘สรวงศ์’แจงปมปลดล็อกโป๊กเกอร์ ต้องแยกกับสถานการณ์ชายแดน บอกต้องหาเงินเข้าประเทศด้วย

วันอังคาร ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 11.02 น.

‘สรวงศ์’แจงปมปลดล็อกโป๊กเกอร์ ต้องแยกกับสถานการณ์ชายแดน บอกต้องหาเงินเข้าประเทศด้วย ยันทำตามขั้นตอน จัดเป็นกีฬารอจัดตั้งสมาคม ยันเล่นต้องขออนุญาตก่อน หากมีการพนันถือว่าผิด กม. ปัดเอี่ยวเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ 

เมื่อเวลา 09.45 น. วันที่ 5 ส.ค.2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่กระทรวงมหาดไทยมีคำสั่งเปิดทางให้พนันโป๊กเกอร์ถูกกฎหมาย ซึ่งเป็นเรื่องที่การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เป็นผู้เสนอให้กระทรวงมหาดไทยเห็นชอบ ว่า เรื่องนี้ได้เข้าที่ประชุมคณะกรรมการ ททท. ประกาศเป็นกีฬาเรียบร้อย ซึ่งเอกสารต้องใช้เวลาทำประมาณ 1 เดือน และการที่โป๊กเกอร์จะจัดเป็นกีฬาได้นั้น จะต้องมีการจัดกีฬาสาธิตขึ้นมา

ดังนั้นสิ่งที่นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ลงนามไป เป็นการยกเลิกคำสั่งของกระทรวงมหาดไทย พ.ศ. 2501 ที่ยกเลิกการห้ามเล่นโป๊กเกอร์โดยเด็ดขาด แต่ไม่ใช่การยกเลิกโดยเด็ดขาดจริงๆ เพราะยังมีบัญชี ข. อยู่ ปัจจุบันยังเป็นเฉพาะรายหรือเฉพาะอีเวนท์ และต้องรอขั้นตอนการจัดตั้งสมาคมกีฬาโป๊กเกอร์ให้เสร็จสิ้นก่อน ซึ่งหลังจากนั้นเป็นอำนาจของนายภูมิธรรม ในการนำออกจากบัญชี ข. ทั้งนี้ การแข่งขันทุกครั้งจะต้องผ่านสมาคม ยืนยันว่าทุกอย่างทำตามกระบวนการ ไม่มีอะไรเร่งด่วน 

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะต้องมีขั้นตอนรับฟังความคิดเห็นหรือไม่ นายสรวงศ์ กล่าวว่า ตอนนี้ถูกประกาศเป็นชนิดกีฬาแล้ว และกำลังดำเนินการจัดตั้งสมาคม ยืนยันว่าไม่ใช่การทำเพื่อให้เล่นการพนัน ต้องแยกให้ชัด เพราะทั่วโลกยอมรับโป๊กเกอร์ว่าเป็นกีฬาแล้ว และตนเข้าใจว่าในอนาคตจะถูกประกาศเป็นชนิดกีฬาในเอเชียนเกมส์ด้วย 

นายสรวงศ์ กล่าวว่า การจัดอีเวนท์แต่ละครั้ง ต้องให้แน่ใจว่าไม่มีการพนันมาเกี่ยวข้อง เนื่องจากกีฬาโป๊กเกอร์มีความเสี่ยงสุ่มเสี่ยงเพราะมีไพ่เข้ามาเกี่ยว แต่ในเมื่อสากลยอมรับว่าเป็นชนิดกีฬาจะมีการประกาศเป็นกีฬาโอลิมปิคในอนาคตคล้ายกับอีสปอร์ต ส่วนจะต้องรับฟังความเห็นหรือไม่นั้น เรื่องนี้ค่อนข้างละเอียดอ่อนในการจัดแต่ละครั้ง ย้ำว่าการจัดแต่ละครั้งต้องได้รับความเห็นชอบจากสมาคม 

เมื่อถามย้ำว่า หากจัดโดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากสมาคม จะถือว่าการพนันใช่หรือไม่ นายสรวงศ์ กล่าวว่า ถ้าอะไรที่เป็นการพนันก็ถือว่าผิดหมด หากมีการพนันเข้ามาเกี่ยวก็ถือว่าผิดกฎหมาย ย้ำว่าประชาชนเล่นไม่ได้ หากไม่มีการขออนุญาต 

เมื่อถามว่า มีคนไปเชื่อมโยงเรื่องนี้กับกฎหมายเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ที่รัฐบาลอยากจะผลักดัน นายสรวงศ์ กล่าวทันทีว่า ”ไม่เกี่ยวเลยครับ คนละเรื่อง“ หากเป็นการพนันผิดแน่นอน เรื่องนี้เป็นเรื่องเฉพาะกิจ เรื่องการพนันเป็นเรื่องที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยก็เป็นกังวล  ชัดเจนว่าการพนันผิดกฎหมาย 

เมื่อถามว่า มีคนมองว่าการผ่านเรื่องดังกล่าวในช่วงนี้ไม่เหมาะสม เพราะตรงกับช่วงที่มีเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา นายสรวงศ์ กล่าวว่า ต้องแยกกัน เพราะการกีฬา การหาเงินเข้าประเทศ หรือการทำงานแบบอื่นต้องควบคู่กันไป อย่าไปเอามาปนกัน อยากให้แยกกัน 

‘วันนอร์’ ประณาม ‘กัมพูชา’ ใส่ร้ายไทย งัดหลักฐานชี้แจงให้ทั่วโลกรู้ความจริง

‘วันนอร์’ ประณาม ‘กัมพูชา’ ใส่ร้ายไทย งัดหลักฐานชี้แจงให้ทั่วโลกรู้ความจริง

‘วันนอร์’ ประณาม ‘กัมพูชา’ ใส่ร้ายไทย งัดหลักฐานชี้แจงให้ทั่วโลกรู้ความจริง

วันอังคาร ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 10.58 น.

‘วันนอร์’ ประณาม ‘กัมพูชา’ ใส่ร้ายไทย จำเป็นต้องแจงให้ทั่วโลกรู้ความจริง  ย้ำจุดยืน ‘สภาฯ ไทย’ ดันสร้างสันติสุขรักษาชีวิต ‘ปชช.-ทหาร’ เตรียมลงพื้นที่รับฟังสรุปพร้อมมอบของ 10 ส.ค.นี้

เมื่อวันที่ 5  สิงหาคม  ที่รัฐสภา นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงการออกแถลงการณ์หลายภาษาเสนอแนวทางของรัฐสภาไทยต่อสถานการณ์ไทย – กัมพูชา ว่า  ปัญหาชายแดนไทยกัมพูชากองทัพ รัฐบาลรวมถึงกระทรวงการต่างประเทศก็ได้ดำเนินการเป็นอย่างดีแล้ว แต่ส่วนของสภาฯ เนื่องจากประธานรัฐสภาของกัมพูชาได้ไปแถลงการณ์ในการประชุมสหภาพรัฐสภา (IPU) และการประชุมสภาสตรีในทางที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง โดยบอกว่าประเทศไทยริเริ่มสงครามก่อนใช้อาวุธเคมี

นายวันมูหะมัดนอร์กล่าวต่อว่า  ดังนั้น ในนามประธานรัฐสภาของไทยจึงต้องชี้แจงไปยังสมัชชารัฐสภา IPU และองค์กรที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งรัฐสภาของประเทศต่างๆ เพื่อให้เห็นตรงกันว่าปัญหาชายแดนที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากฝ่ายไทย และฝั่งตรงข้ามได้ให้ข้อมูลอันเป็นเท็จโดยเอาการกระทำของฝ่ายตนเองมาใส่ร้ายกองทัพไทย รัฐสภาขอปฏิเสธเพราะเรามีเอกสารหลักฐาน ภาพที่แสดงชัดเจนว่าทางฝ่ายกัมพูชาได้ยิงลงโรงพยาบาลและ ร้านสะดวกซื้อทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตถึง 9 คน

นายวันมูหะมัดนอร์กล่าวด้วยว่า ท่าทีของสภาแสดงอย่างชัดเจนว่าเราต้องการรักษาสันติภาพ สันติสุข และรักษาชีวิตประชาชนทหารไม่ต้องการให้เกิดความเสียหาย และไม่ให้มีผลกระทบต่อประชาชนที่อยู่ชายแดน อะไรที่เราสามารถทำให้เกิดสันติภาพกับพี่น้องประชาชนชายแดนได้ แล้วทหารที่อยู่แนวหน้าไม่ให้เกิดความเดือดร้อน เราก็จะดำเนินการให้ในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติ

นายวันมูหะมัดนอร์กล่าวอีกว่า โดยในวันที่ 10 สิงหาคมนี้จะลงพื้นที่เพื่อฟังบรรยายสรุปว่าสถานการณ์ตอนนี้เป็นอย่างไรหลังจากการเจรจาหยุดยิง พร้อมมอบของจำเป็นที่กองทัพต้องการ ซึ่งได้รับบริจาคมาจากประชาชน และเนื่องจากในวันดังกล่าวใกล้กับวันที่ 12 สิงหาคม ซึ่งเป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษาของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จึงถือโอกาสถวายเป็นพระราชกุศล ในการดูแลทหารชายแดนและประชาชน จากนั้นในช่วงเย็นจะไปเยี่ยมทหารและประชาชนที่ยังอยู่ในโรงพยาบาลที่จังหวัดนครราชสีมาด้วย

‘ภูมิธรรม’ปัดปลดล็อกโป๊กเกอร์เป็นกีฬา ปูทางรับ’เอ็นเตอร์เทนเมนท์ฯ’ บอกแค่สร้างโอกาสแข่งขัน

'ภูมิธรรม'ปัดปลดล็อกโป๊กเกอร์เป็นกีฬา ปูทางรับ'เอ็นเตอร์เทนเมนท์ฯ' บอกแค่สร้างโอกาสแข่งขัน

‘ภูมิธรรม’ปัดปลดล็อกโป๊กเกอร์เป็นกีฬา ปูทางรับ’เอ็นเตอร์เทนเมนท์ฯ’ บอกแค่สร้างโอกาสแข่งขัน

วันอังคาร ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 10.45 น.

‘ภูมิธรรม’ปัดปลดล็อกโป๊กเกอร์เป็นกีฬา ปูทางรับ’เอ็นเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์’ ชี้หยิบกม.เก่า 67 ปีมาสังคยานา หวังสร้างโอกาสแข่งขันระดับสากล

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 5 ส.ค.2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีการเซ็นคำสั่งกระทรวงมหาดไทย เปิดทางให้พนันโป๊กเกอร์ถูกกฎหมาย ซึ่งออกมาในช่วงนี้มีความเหมาะสมหรือไม่ ว่า ทุกอย่างเป็นไปตามกฏหมายแต่ปี พ.ศ.2501 ถึงเวลานี้ก็ 67 ปีแล้วคงต้องทบทวน ประเด็นคือขณะนี้มีการประกาศว่าโป๊กเกอร์ไม่ใช่การพนัน แต่เป็นกีฬาในระดับสากลด้วย ซึ่งทางกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา ได้เสนอเรื่องนี้เข้ามาที่เป็นการพนันประเภท ข. ก็จะมีการยกเลิก และฟื้นฟู สังคายนากฎหมายใหม่ ซึ่งเป็นการยกให้เพื่อให้มีโอกาสเข้าไปแข่งกีฬาระดับสากลเท่านั้นไม่มีเรื่องอื่นใด

เมื่อถามว่า เหตุใดจึงไม่มีการแจ้งให้ประชาชนรับรู้ล่วงหน้าเลย แต่อยู่ดีๆ ก็ประกาศออกมา นายภูมิธรรม ร้อง “โอ้โหพูดแบบนี้เหมือนกับว่าทุกเรื่องเราต้องมาบอกประชาชนก่อนตัดสินใจ นี่เป็นเรื่องการบริหารจัดการ เป็นเรื่องที่เราชี้แจงได้ เชื่อว่าจะไม่มีปัญหา”

เมื่อถามว่า เป็นการปูทางไว้รอเอนเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ใช่หรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ไม่เกี่ยวกันเลย

‘ภูมิธรรม’ปัดโยก’ขรก.มหาดไทย’ จ้องล้างบางเครือข่ายสีน้ำเงิน บอกทำตามความเหมาะสมชี้แจงได้

'ภูมิธรรม'ปัดโยก'ขรก.มหาดไทย' จ้องล้างบางเครือข่ายสีน้ำเงิน บอกทำตามความเหมาะสมชี้แจงได้

‘ภูมิธรรม’ปัดโยก’ขรก.มหาดไทย’ จ้องล้างบางเครือข่ายสีน้ำเงิน บอกทำตามความเหมาะสมชี้แจงได้

วันอังคาร ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 10.33 น.

‘ภูมิธรรม’ปัดโยก’ขรก.มหาดไทย’ จ้องล้างบางเครือข่ายสีน้ำเงิน บอกทุกอย่างเป็นไปตามความเหมาะสมชี้แจงได้

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 5 ส.ค.2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีกระแสข่าวโยกย้ายอธิบดีกรมที่ดิน และอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จะเข้าสู่การพิจารณาในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้จริงหรือไม่ ว่า ตนจะขึ้นไปดู เพราะเพิ่งเอามาดูเหมือนเข้าเป็นวาระจร

เมื่อถามว่า การโยกย้ายครั้งนี้จะเป็นการล้างบางข้าราชการเครือข่ายสีน้ำเงินใช่หรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า “ท่านไปคิดเรื่องล้างบางหมด การบริหารราชการแผ่นดินก็จะทำไม่ได้ ทั้งหมดเป็นไปตามความเหมาะสม ความชอบธรรม และมีเหตุผลอธิบายได้ทุกกรณี” นายภูมิธรรม ระบุ

ไม่ต้องมีใครกระซิบ! ‘หมอวันชัย’ฟันฉับ อนาคตการเมืองไทย

ไม่ต้องมีใครกระซิบ! 'หมอวันชัย'ฟันฉับ อนาคตการเมืองไทย

ไม่ต้องมีใครกระซิบ! ‘หมอวันชัย’ฟันฉับ อนาคตการเมืองไทย

วันอังคาร ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 10.14 น.

เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2568 นายวันชัย สอนศิริ ทนายความชื่อดัง และอดีตสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก ระบุว่า หมอวันชัย..ไม่ต้องมีใครกระซิบ

ช่วงเดือน สิงหา กันยา ตุลา 2-3 เดือนนี้ มีสถานการณ์ทางการเมืองที่น่าจับตามองในหลายเรื่อง ซึ่งจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงหรือการดำรงอยู่ของรัฐบาลและบุคคลสำคัญ บ้างก็ทำนายทายทักหรือตัดสินไปแล้ว ตามอารมณ์ตามความรู้สึกทางการเมืองของแต่ละคน แต่สำหรับผมขอมองด้วยเหตุผลข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายแต่ละเรื่องดังนี้..

1. คดีคลิปเสียงนายกอุ๊งอิ๊งคงตัดสินไม่เกิน 15 วันต่อแต่นี้ คุณทักษิณเคยพูดไว้ว่า ถ้ารอดก็ทำงานต่อ ถ้าไม่รอดก็เลือกคนอื่นมาทำงานต่อไป ไม่เห็นมีอะไร พรรคเพื่อไทยก็ยังเป็นแกนนำรัฐบาล นั่นก็หมายความว่า คดีนี้จะตัดสินให้รอดหรือไม่รอดเป็นไปได้ทั้งนั้น ผมจึงบอกว่าเรื่องนี้ 50-50 จะออกมาทางไหนก็ไม่มีผลกระทบต่อรัฐบาล

2. คดี 112 ของคุณทักษิณตัดสินวันที่ 22 สิงหา ผมว่ารอด ไม่มีอะไร ผ่านฉลุยทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย น่าจะผ่านไปได้สบายมาก

3. คดีคุณทักษิณชั้น 14 ศาลนัดฟังคำวินิจฉัยวันที่ 9 กันยา ใครจะให้การอย่างไรก็ว่ากันไป แต่ผมจับใจความจากอาจารย์วิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกฯ และ รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมในขณะนั้น ที่ให้การว่า ที่ต้องเอาคุณทักษิณไปขังไว้ชั้น 14 ด้วยเหตุผล 3 ประการคือ 1. เป็นอดีตนายกรัฐมนตรี 2. เพื่อความปลอดภัย และ 3. เพื่อดูแลรักษาคนป่วย ตรงนี้แหละมีน้ำหนัก และก็เชื่อว่าคำวินิจฉัย คงไม่มีอะไรกับคุณทักษิณที่จะต้องกลับเข้าไปในคุกอีก จบแล้ว

4. คดีคุณทักษิณครอบงำพรรคการเมือง เรื่องนี้เห็นร้องกันมาร้องกันไปหลายครั้งแล้ว ก็คงจะต้องร้องกันเสียงแหบนั่นแหละ

5. คดีรัฐบาลเศรษฐา และรัฐบาลอุ๊งอิ๊งโยกงบเงินกู้ ทำดิจิตัลวอลเล็ท ครม.-สส.-สว. ที่ยกมือสนับสนุน ผิดรธน. ม.144 ใครต่อใครบอกว่าศาลรัฐธรรมนูญคงตัดสินโล๊ะทั้งกระบิ ส่วนผมเห็นว่าผ่านได้สบายบรื๋อ คนที่แช่งชักหักกระดูกก็คงจะผิดหวังไปตามๆกัน

6. คดีฮั้วสว.-อั้งยี่ซ่องโจร เดินมาถึงทางสุดท้าย เหมือนที่ดินรถไฟเขากระโดง เตรียมตายโหงไปพร้อมๆกัน

ที่มองๆกันว่าไม่รอด ผมว่าบางคนรอด บางคนไม่รอด แต่ดูแล้วรัฐบาลยังไปได้ตลอดรอดฝั่ง แม้จะมีสถานการณ์ทั้งภายในและภายนอก คนชุมนุมประท้วงขับไล่ ยังไงๆก็ไปได้รอด เพราะหมอปลายก็ถูกพรายกระทืบไปแล้ว ส่วนผมหมอวันชัยไม่ต้องมีใครกระซิบ แต่ดูจากข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย และสถานการณ์ที่เป็นจริง ทั้งดวงดาวแห่งการเปลี่ยนแปลงที่ยังแข็งปึ๊กของรัฐบาล..ทนทุกกระแส..และผ่านตลอด

ใครจะติดคุก!‘ศุภชัย’ รอดู ‘ภูมิธรรม’จะสร้างมาตรฐานเดียวกัน เคส‘อัลไพน์-เขากระโดง’

ใครจะติดคุก!‘ศุภชัย’ รอดู ‘ภูมิธรรม’จะสร้างมาตรฐานเดียวกัน เคส‘อัลไพน์-เขากระโดง’

ใครจะติดคุก!‘ศุภชัย’ รอดู ‘ภูมิธรรม’จะสร้างมาตรฐานเดียวกัน เคส‘อัลไพน์-เขากระโดง’

วันอังคาร ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 10.06 น.

ใครจะติดคุกรายต่อไป! ‘ศุภชัย’ รอดู ‘ภูมิธรรม’ จะสร้างมาตรฐานเดียวกัน เคส‘อัลไพน์-เขากระโดง’

เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม  นายศุภชัย ใจสมุทร ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมาย พรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีที่นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ออกมาระบุ จะใช้มาตรฐานเดียวกันในการจัดการเรื่องของสนามกอล์ฟอัลไพน์ กับเขากระโดงว่า อยากจะทบทวนให้ฟังว่า ตั้งแต่นางเนื่อม ชำนาญชาติศักดา ได้ทำพินัยกรรมยกที่ดินจำนวน732 ไร่ ให้กับวัดธรรมิการามวรวิหาร จ.ประจวบคีรีขันธ์ วันที่ 22 พ.ย.2512  ต่อมานางเนื่อมถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 22พ.ค.2514 จึงมีการตั้งผู้จัดการมรดก แทนที่ที่ดินดังกล่าวจะถูกจดทะเบียนโอนให้เป็นกรรมสิทธิ์ของวัดก็หาไม่ เพราะพระราชเมธาภรณ์ อดีตเจ้าอาวาส แสดงเจตจำนงจะขายที่ดินของวัด แต่ผู้จัดการมรดกเดิมที่มีจำนวน 3 คนไม่ยอมอดีตเจ้าอาวาสจึงตั้งมูลนิธิมหามกุฏฯ ให้เป็นผู้จัดการมรดก ต่อมาได้โอนที่ดินทั้งสองแปลงให้แก่มูลนิธิมหามกุฏฯแล้วจดทะเบียนขายให้แก่บริษัท อัลไพน์ เรียลเอสเตท กับ บริษัท อัลไพน์ กอล์ฟแอนด์สปอร์ตคลับ ในวันที่ 31 ส.ค. 2533 รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 130 ล้านบาท  โดยบริษัทดังกล่าวมีนางอุไรวรรณ เทียนทอง (ภรรยาของนายเสนาะ เทียนทอง) และนายชูชีพ หาญสวัสดิ์ เป็นผู้ถือหุ้น

นายศุภชัยกล่าวต่อว่า ต่อมาทางบริษัทอัลไพน์ฯ ได้ขายหุ้นให้กับคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ซึ่งในปี 2544 อธิบดีกรมที่ดินได้เพิกถอนการจดทะเบียนการโอนที่ดินเพื่อคืนที่ดินนั้นให้กับวัดเป็นที่ธรณีสงฆ์แล้ว ต่อจากนั้นปี 2545 นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองปลัดกระทรวง (รักษาการปลัดกระทรวงมหาดไทย ขณะนั้น) มีคําสั่งให้เพิกถอนคําสั่งของอธิบดีกรมที่ดินนั้น แล้วก็คืนโฉนดที่ดินให้กับบริษัทอัลไพน์ฯ ในที่สุดคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เห็นว่า นายยงยุทธ ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ แล้วก็ถูกดําเนินคดีในศาลอาญาทุจริต จนปีพ.ศ. 2563 ศาลพิพากษาให้นายยงยุทธ จําคุก 2 ปี ตามคําพิพากษา นั่นคือในส่วนของกรณีอัลไพน์ฯ

นายศุภชัยกล่าวอีกว่า สำหรับกรณีที่ดินเขากระโดง เรื่องนี้ที่มีการเสนอให้มีการเพิกถอนโฉนดที่ดินมาตั้งแต่ปีพ.ศ.2552 ซึ่งอธิบดีกรมที่ดินในขณะนั้น ได้มีตั้งคณะกรรมการตามมาตรา 61 ประมวลกฎหมายที่ดิน ในที่สุดคณะกรรมการชุดนั้นก็เห็นว่าการออกเอกสารสิทธิ์โฉนดที่ดิน น.ส.3 ไม่ได้คลาดเคลื่อน และไม่ชอบด้วยกฎหมาย อธิบดีกรมที่ดินในขณะนั้นก็ได้เห็นชอบกับคณะกรรมการ และให้ยุติเรื่องไม่เพิกถอนเอกสารสิทธิ์  เรื่องนี้ก็มีมาจนกระทั่งปีพ.ศ. 2564 การรถไฟได้ไปฟ้องกรมที่ดิน ขอให้ใช้อํานาจเพิกถอนที่ดิน แต่ศาลปกครองมีคําพิพากษาให้กรมที่ดินไปตั้งคณะกรรมการตามมาตรา 61 เหมือนตอนปี 2552 ที่อธิบดีตั้งมาครั้งหนึ่งแล้ว และรอบนี้ผลก็เหมือนกันคือ มีความเห็นตามคณะกรรมการที่เสนอว่า การออกเอกสารสิทธิ์ไม่ได้คลาดเคลื่อน หรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย และมีความเห็นชอบตามมตินั้น คือไม่เพิกถอน พอไม่เพิกถอน สิ่งที่เกิดขึ้นคือเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา 21 กรกฎาคม 2568 นายภูมิธรรม ได้ให้นายเดชอิศม์ ขาวทอง รมช.มหาดไทย ตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 7 คน ซึ่ง 7 คนนี้ให้ไปตรวจสอบคําสั่งของอธิบดีกรมที่ดินที่เห็นชอบในการไม่เพิกถอน และหลังจากนั้น เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา มีคําสั่งว่า “ให้มีการเพิกถอนโฉนดที่ดิน”

นายศุภชัย กล่าวต่อว่า จากการที่ได้ไล่เรียงตามลำดับไทม์ไลน์จนมาถึงตรงนี้ มีการตั้งข้อสังเกตว่า แสดงว่ามีคนที่ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเรื่องของการให้เพิกถอนเรื่องนี้ ซึ่งตนไม่ทราบว่าใครที่จะต้องรับผิดชอบบ้าง เพราะกรณีที่เห็นชอบให้ไม่เพิกถอน มีตั้งแต่ อธิบดีกรมที่ดิน รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงมหาดไทย ก็มีความเห็นเหมือนกันหมด รวมทั้งคณะกรรมการที่ตั้งไปตามมาตรา 61 หรือการตั้งคณะกรรมการที่ตั้งมาโดย มท.3 ตามคำสั่งของ มท.1 ให้มาตรวจสอบอธิบดีกรมที่ดินเรื่องนี้ ก็มีประเด็นว่ามันชอบ หรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย

 “ถ้าบอกว่านายยงยุทธ ที่ติดคุกไป ผมก็อยากรู้เหมือนกันว่าในที่สุดแล้ว กรณีเรื่องเขากระโดง จะมีการติดคุกกันเหมือนกับกรณีเรื่องของอัลไพน์ฯหรือไม่ ผมอยากติดตามดูว่า ใครจะติดคุกในกรณีเรื่องเขากระโดงบ้าง“ นายศุภชัย กล่าว