138 ปี’วันสถาปนา จปร.’ ‘บิ๊กเล็ก’รับอบอุ่น กลับมาห้อมล้อมพี่น้องทหาร

138 ปี'วันสถาปนา จปร.' 'บิ๊กเล็ก'รับอบอุ่น กลับมาห้อมล้อมพี่น้องทหาร

138 ปี’วันสถาปนา จปร.’ ‘บิ๊กเล็ก’รับอบอุ่น กลับมาห้อมล้อมพี่น้องทหาร

วันอังคาร ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 10.06 น.

“พล.อ.ณัฐพล”ร่วมงาน 138 ปี วันสถาปนา จปร. ฮือฮา”พล.อ.เฉลิมพล”ตัวเต็ง รมว.กลาโหม ร่วมด้วย ด้าน”รมช.กลาโหม”รับอบอุ่น กลับมาห้อมล้อมพี่น้องทหาร

เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2568 ที่โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า จังหวัดนครนายก พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม รักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะศิษย์เก่าโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้ารุ่นที่ 31 ได้เดินทางไปวางพานพุ่มถวายสักการะพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ห้องพระบารมีปกเกล้า ภายในกองบัญชาการโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า เนื่องในวันพระราชทานกำเนิด โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ครบ 138 ปี 5 สิงหาคม 2568

โดยมีผูับังคับบัญชาระดับสูงของกองทัพ อาทิ พล.อ.สนิธชนก สังขจันทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม ในฐานะศิษย์เก่าโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้ารุ่นที่ 35 พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะศิษย์เก่าโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้ารุ่นที่ 37 พล.อ.ธิติชัย เทียนทอง รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด ในฐานะศิษย์เก่าโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้ารุ่นที่ 35 เดินทางไปร่วมพิธีกันเป็นจำนวนมาก

นอกจากนี้ ในช่วงเช้าก่อนที่จะมีฝนตกลงมา ได้มีผู้บังคับหน่วยของกองทัพในปัจจุบัน และอดีตผู้บังคับบัญชาขั้นสูงของกองทัพ เช่น พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด ในฐานะศิษย์เก่าโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่นที่ 32 เดินทางไปร่วมวางพานพุ่มถวายสักการะพระบรมรานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว บริเวณด้านหน้ากองบัญชาการโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้ากันโดยพร้อมเพรียงเช่นเดียวกัน ส่วนในช่วงบ่ายจะมีงานรั้วแดงกำแพงเหลือง ซึ่งเป็นพิธีแสดงมุทิตาจิต ต่ออดีตครู อาจารย์ และนายทหารปกครองฯ

ทั้งนี้ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงการมาร่วมงานพระราชทานกำเนิดโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ครบรอบ 138 ปี และได้พบกับผู้บัญชาการทหารบก ห้อมล้อมนายทหารในกองทัพบก แตกต่างจากที่ผ่านมา ในวงการเมือง อย่างไรว่า วันนี้ก็รู้สึกอบอุ่น และได้ให้กำลังใจ และให้ผู้บัญชาการทหารบก เร่งเสนอเรื่องความต้องการเสริม ความมั่นคงและความพร้อมรบให้มากยิ่งขึ้นเพราะรัฐบาลเตรียมการ ในการสนับสนุนอย่างเต็มที่ขอให้กองทัพเสมอมา รวมทั้งได้โทรศัพท์ไปพูดคุยและเร่งรัดกับผู้บัญชาการทหารสูงสุดในเรื่องนี้ด้วย

ทั้งนี้ การประชุมคณะรัฐมนตรีวันนีั มีวาระการพิจารณาโครงการจัดซื้อเครื่องบินขับไล่กริพเพน E/F ของกองทัพอากาศ

สำหรับ พล.อ.เฉลิมพล มีชื่อนั่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในช่วงเดือนกันยายนนี้ หลังครบ 2 ปี เว้นวรรคทางการเมือง เหตุดำรงตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภา

– 006

‘ไตรศุลี’ไล่บี้‘รัฐบาล’ เร่งช่วยเหลือเยียวยา ปชช.แนวชายแดนไทย-กัมพูชา

‘ไตรศุลี’ไล่บี้‘รัฐบาล’ เร่งช่วยเหลือเยียวยา ปชช.แนวชายแดนไทย-กัมพูชา

‘ไตรศุลี’ไล่บี้‘รัฐบาล’ เร่งช่วยเหลือเยียวยา ปชช.แนวชายแดนไทย-กัมพูชา

วันอังคาร ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 09.59 น.

ชาวบ้านเดือดร้อนอย่างมาก! “ไตรศุลี”ไล่บี้”รัฐบาล” เร่งอุ้มช่วยเหลือเยียวยาประชาชนอพยพตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ทำกิจการร้านค้าปิดตัวขาดรายได้ รวม”กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน-ชรบ.-อบต.-จิตอาสา”เสียสละดูแลพื้นที่ อัดไร้มาตรการดูแลคนตัวเล็ก ซัดล่าช้า ขาดประสิทธิภาพ

เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2568 น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล นายทะเบียนพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวว่า ตนขอเรียกร้องแทนพี่น้องประชาชนตามแนวชายแดนไทย – กัมพูชา ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์สู้รบในพื้นที่จังหวัดชายแดน โดยเฉพาะในอีสานตอนใต้ ไม่ว่าจะเป็น ศรีสะเกษ อุบลราชธานี สุรินทร์ บุรีรัมย์ โดยเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งกำหนดและออกมาตรการเยียวยาอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะประชาชนที่ต้องอพยพออกจากพื้นที่และขาดรายได้จากการไม่สามารถประกอบอาชีพได้ตามปกติผู้ประกอบการรายย่อย พ่อค้า แม่ค้าในตลาดที่ต้องปิดร้านในช่วงที่พื้นที่ยังไม่ได้ประกาศรับรองความปลอดภัย ตลอดจนกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ชรบ. เจ้าหน้าที่ อบต. เทศบาล จิตอาสาที่เสียสละดูแลพื้นที่และความเรียบร้อยและปลอดภัยในศูนย์อพยพ

“ตอนนี้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก ทั้งรายได้ที่หายไป บ้านที่เสียหาย และสภาพจิตใจที่บอบช้ำ แต่กลับยังไม่มีมาตรการจากรัฐที่ชัดเจนหรือเป็นรูปธรรมแม้แต่น้อย ขนาดผู้ประกอบการปั๊มน้ำมันที่ถูกลูกหลงจากการยิงระเบิดที่ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งมีข่าวโด่งดังไปทั่วโลก ยังต้องเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เองเพื่อร้องขอความช่วยเหลือเพราะไม่มีหน่วยงานไหนยื่นมือเข้ามาช่วยหรือให้ความเชื่อมั่นว่าเขาจะได้รับการดูแลอย่างไร พี่ๆ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ชรบ. เจ้าหน้าที่ อบต. เทศบาล จิตอาสา เขาเสียสละมาก เสี่ยงอันตราย คนเหล่านี้เขาก็มีครอบครัวลูกหลานควรได้รับการดูแลด้วย” น.ส.ไตรศุลี กล่าว

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า การที่ตนต้องออกมาเรียกร้องในครั้งนี้ก็เพราะหวั่นเกรงว่าประชาชนในพื้นที่จะถูกมองข้ามและถูกทอดทิ้ง เนื่องจากตั้งแต่เกิดเหตุการณ์จนถึงขณะนี้ยังไม่ปรากฏว่ารัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณหรือวางแนวทางช่วยเหลืออย่างเป็นระบบ ประชาชนในพื้นที่ต้องพึ่งพาการช่วยเหลือกันเองจากจิตอาสาและการรับบริจาคจากภาคประชาสังคมและเอกชนนอกพื้นที่ ทั้งนี้ ขอให้รัฐบาลเร่งตั้งคณะทำงานเพื่อพิจารณา และกำหนดมาตรการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ขาดรายได้ในช่วงที่มีการอพยพเร่งด่วน พร้อมกำหนดมาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจในพื้นที่หลังเหตุการณ์คลี่คลาย เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาดำรงชีวิตได้อย่างปกติและมั่นคงเร็วที่สุด

“นี่ไม่ใช่เวลาที่รัฐบาลจะนิ่งเฉยหรือทำงานแบบขาดประสิทธิภาพ การจัดการล่าช้าเช่นนี้ยิ่งตอกย้ำความล้มเหลวในการบริหารจัดการวิกฤต พี่น้องประชาชนควรได้รับการดูแลโดยทันที ไม่ใช่ต้องดิ้นรนเอาเองในยามวิกฤตแบบนี้ เราอยากเห็นการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างรวดเร็วเหมือนกับที่พวกท่านรวดเร็วในเรื่องของการโยกย้ายข้าราชการหรือจัดการผลประโยชน์ทางการเมืองด้วย” น.ส.ไตรศุลี กล่าว

ยังจำได้ไหม! ‘ไทย’ช่วย’เขมร’นับล้านคน แต่วันนี้กลับหันกระบอกปืนใส่’ไทย’

ยังจำได้ไหม! 'ไทย'ช่วย'เขมร'นับล้านคน แต่วันนี้กลับหันกระบอกปืนใส่'ไทย'

ยังจำได้ไหม! ‘ไทย’ช่วย’เขมร’นับล้านคน แต่วันนี้กลับหันกระบอกปืนใส่’ไทย’

วันอังคาร ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 09.45 น.

เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2568 นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ คณะกรรมการศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์ชายแดนไทย – กัมพูชา (ศบ.ทก.) กล่าวเชิญชวนพี่น้องประชาชนร่วมกัน ทบทวนประวัติศาสตร์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในปี 1979 หรือเมื่อปี พ.ศ.2522

“คนไทย” ด้วยความมีน้ำใจมีน้ำใจ มีความเป็นมนุษย์ ได้ให้การต้อนรับให้ข้าว ให้น้ำ ให้ที่พักพิงกับชาว “เขมร” กว่าล้านคนตามแนวชายแดนในสงครามเขมรแดง และทุกปัญหาของชาวเขมร (คลิกที่นี่ : https://www.facebook.com/share/p/1F1gbmwtgK/?)

‘นิพิฏฐ์’ซัด‘นักการเมือง’ เมินจัดการ‘ผู้นำกัมพูชา’สังหารพลเรือนไทย

‘นิพิฏฐ์’ซัด‘นักการเมือง’ เมินจัดการ‘ผู้นำกัมพูชา’สังหารพลเรือนไทย

‘นิพิฏฐ์’ซัด‘นักการเมือง’ เมินจัดการ‘ผู้นำกัมพูชา’สังหารพลเรือนไทย

วันอังคาร ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 08.58 น.

เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2568 นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีต สส.พัทลุง ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก ระบุว่า การสู้รบที่สังหารพลเรือนของกัมพูชา

-สำหรับผม การสู้รบที่โจมตีพลเรือน เป็นเรื่องใหญ่มาก สังคมโลกไม่ว่าชนชาติไหน ไม่ควรมีผู้นำที่สังหารพลเรือน แม้การวางทุ่นระเบิดสังหารบุคคลก็ทำไม่ได้

-จึงไม่มีเหตุผลใดที่สังคมโลกจะปกป้องผู้นำทหารแบบนี้

-การนำผู้นำแบบนี้ขึ้นศาลศาลอาญาระหว่างประเทศจึงเป็นสิ่งที่“ต้องทำ”

-ในอดีตผู้นำกัมพูชาก็สังหารพลเมืองของตัวเอง ครั้งนี้สังหารพลเรือนไทย

-เด็กของเราไม่ควรตายในอ้อมกอดแม่ในร้านสะดวกซื้อ เขาควรมีชีวิตที่เติบโต และ มีความสุขบนแผ่นดินของเขา

-ผมได้ทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีให้ใช้ภาวะความเป็นผู้นำปกป้องพลเรือน ด้วยการนำผู้นำกัมพูชาขึ้นศาลอาญาระหว่างประเทศ

-เสียดายนักการเมืองของเรา ไม่ใส่ใจเรื่องนี้

-ทำสงครามข่าวสารในเชิงรุกบ้างเถอะครับ

-จากนี้ ขอให้คนไทยช่วยกันติดตามว่ารัฐบาลจะทำหรือไม่/

ว่าด้วยเรื่อง‘เชลยศึก’ ‘อดีตบิ๊กข่าวกรอง’ดัก‘นักการเมืองไทย’อย่าแปลงร่างเป็น‘เขมร’

ว่าด้วยเรื่อง‘เชลยศึก’ ‘อดีตบิ๊กข่าวกรอง’ดัก‘นักการเมืองไทย’อย่าแปลงร่างเป็น‘เขมร’

ว่าด้วยเรื่อง‘เชลยศึก’ ‘อดีตบิ๊กข่าวกรอง’ดัก‘นักการเมืองไทย’อย่าแปลงร่างเป็น‘เขมร’

วันอังคาร ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 08.39 น.

เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2568 นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และอดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก Nantiwat Samart ระบุว่า เชลยศึก

ทหารเขมรที่ทหารไทยควบคุมตัวไว้​18​คน
ต้องเรียกว่าเชลยศึก​ คำนี้ถูกต้อง
ฝ่ายกัมพูชาไม่ได้สนใจเชลยศึก
แค่ขอให้ไทยส่งตัวคืน​อ้างว่า​ถูกจับตัวหลังหยุดยิง

แต่ที่จะแดดิ้นตายคือนักการเมืองไทย
ขอไม่ให้ใช้คำว่าเชลยศึก​ ไม่รู้ว่าทำไม

หากทหารเขมรถูกจับในพื้นที่อื่นที่ไม่ใช่พื้นที่สู้รบ
เราจะเรียกว่า​ คนหลบหนีเข้าเมืองผิดกฎหมาย
แต่ทั้ง​ 18​ คนถูกควบคุมจากพื้นที่สู้รบ
จึงต้องเรียกว่า​ เชลยศึก​
ไม่เรียกเชลยศึกจะให้เรียกอะไร​ เชลยรัก

เชลยศึกต้องปฎิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศ
ต้องดูแลอย่างดี​ตามความตกลงระหว่างประเทศ

สุดท้าย​เชลยศึกต้องมีการส่งตัวคืน
หรือแลกเแลี่ยนตัวเชลยศึกระหว่างกัน
โดยมีสักขีพยานจากต่างประเทศมาร่วม
ผลการซักถามฝ่ายทหารคงมีหลักฐาน
บันทึกหลักฐานเพื่อเตรียมแสดงกับต่างประเทศ

นักการเมืองไทยอย่าแปลงร่างเป็นเขมรนะ

ศึกป่วนฟ้า! ‘ดร.สามารถ’ยกเหตุทำไม’โดรน’จึงสำคัญ?

ศึกป่วนฟ้า! 'ดร.สามารถ'ยกเหตุทำไม'โดรน'จึงสำคัญ?

ศึกป่วนฟ้า! ‘ดร.สามารถ’ยกเหตุทำไม’โดรน’จึงสำคัญ?

วันอังคาร ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 07.58 น.

เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2568 ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และอดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก ระบุว่า “โดรน” ตาบนฟ้า “เห็นก่อน รู้ก่อน ยิงก่อน”

ในอดีต…สงครามวัดกันที่จำนวนทหาร ปืน รถถัง และฐานที่มั่น แต่ในศตวรรษที่ 21 นี้ ผู้ชนะไม่ใช่แค่คนที่มีกองทัพใหญ่ที่สุด แต่คือคนที่ “ควบคุมฟ้า” ได้ก่อน และไม่มีใครทำหน้าที่นั้นได้ดีไปกว่า “โดรน”

1. ทำไมโดรนจึงสำคัญ?

(1) เป็นเครื่องมือหาข้อมูลที่แม่นยำที่สุด สอดแนมแนวรบ…เห็นศัตรูก่อนแม้แอบอยู่ในป่า

โดรนทำหน้าที่เหมือนดวงตาบนฟ้า คอยสอดแนม ตรวจจับ และรายงานความเคลื่อนไหวของศัตรูแบบเรียลไทม์ ในสงครามไม่มีอะไรสำคัญไปกว่า “ข้อมูล”…และโดรนคือเครื่องมือหาข้อมูลที่แม่นยำที่สุด แม้ในป่าเขาและในภูมิประเทศที่ซับซ้อน

(2) ลดความเสี่ยงต่อทหาร ลดการสูญเสีย

การส่งโดรนติดอาวุธเข้าทำลายเป้าหมายคือการตัดสินใจที่ฉลาด ลดความสูญเสีย แทนที่จะส่งทหารเข้าไปเสี่ยงตาย โดรนสามารถเข้าทำลายจุดยุทธศาสตร์ได้อย่างรวดเร็ว และแม่นยำ โดรนคือเกราะป้องกันชีวิตของคนที่อยู่แนวหน้า เพราะทุกชีวิตมีค่า

(3) ราคาถูก แต่พลังทำลายสูง

โดรนโจมตีสมัยใหม่มีราคาถูกกว่าจรวดหรือเครื่องบินรบหลายเท่า แต่กลับสามารถทำลายเป้าหมายอย่างแม่นยำ แม้ประเทศเล็กๆ ก็สามารถสร้างสมดุลทางทหารกับคู่ต่อสู้ที่ใหญ่กว่าได้ด้วย “กองทัพโดรน”

(4) พลิกเกมได้ภายในเวลาสั้นๆ

โดรนสามารถรุก โจมตี หรือถอยได้อย่างรวดเร็วภายในไม่กี่นาที ไม่ต้องรอคำสั่งซับซ้อน ไม่ต้องเติมน้ำมัน ไม่ต้องการรันเวย์ การรบที่รวดเร็วคือการรบที่ได้เปรียบ

2. กัมพูชาใช้โดรนสู้กับไทย!

แม้ยังไม่มีข้อมูลยืนยันอย่างเป็นทางการว่ากัมพูชาซื้อโดรนติดอาวุธจากประเทศใด แต่มีสัญญาณที่น่ากังวลว่าโดรนจำนวนหนึ่งถูกนำมาใช้ในภารกิจลาดตระเวนทางอากาศในพื้นที่ใกล้ชายแดน “แม้ยังไม่ยิง…แต่มันกำลังสอดแนม!”

วันนี้กัมพูชาซื้อโดรนรบจากต่างประเทศ พรุ่งนี้อาจมีที่ปรึกษาทหารต่างชาติเดินเข้าฐานพนมเปญ

และมะรืนนี้…อาจมีระเบิดลอยมาจากฟ้า ถึงเวลาแล้วที่เรา “ต้องปกป้องท้องฟ้าไทยให้ปลอดภัยกว่าที่เคย!”

3. แล้วประเทศไทยล่ะ?

เรามีทหารที่มีขีดความสามารถสูง มีเทคโนโลยีพื้นฐาน แต่ถ้าขาดการพัฒนาเรื่องโดรนอย่างจริงจัง ประเทศของเราจะ “เสียเปรียบ” ในสนามรบยุคใหม่อย่างร้ายแรง

ที่ผ่านมา ไทยอาจยังไม่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มประเทศผู้นำด้านโดรนหรือเทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับ (Unmanned Aerial Vehicle หรือ UAV) แต่ก็ได้เริ่มมีการลงทุนวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง แม้ความพร้อมด้านงบประมาณยังจำกัด

ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลจึงควรพิจารณาสนับสนุนให้กองทัพ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีงบประมาณเพียงพอในการวิจัยและพัฒนาโดรน รวมทั้งระบบต่อต้านโดรน (Anti-Drone System) อย่างครบวงจร

อย่าลืมว่า “ศึกบนดินอาจยืดเยื้อ แต่ศึกบนฟ้าตัดสินเร็ว”

ก้าวไม่ถึงจุดนั้น! ปิดประตู’นายกฯคนนอก’ ชื่อ’แคนดิเดต’ยังวนเวียน

ก้าวไม่ถึงจุดนั้น! ปิดประตู'นายกฯคนนอก' ชื่อ'แคนดิเดต'ยังวนเวียน

ก้าวไม่ถึงจุดนั้น! ปิดประตู’นายกฯคนนอก’ ชื่อ’แคนดิเดต’ยังวนเวียน

วันอังคาร ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 07.33 น.

เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2568 นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช ได้โพสต์คลิปพร้อมข้อความลงบนเฟซบุ๊ก “เทพไท – คุยการเมือง” ในหัวข้อ “ปิดประตู นายกฯคนนอก” ระบุว่า แม้ว่าวันนี้ จะมีกระแสข่าวออกมาว่า หากนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ลาออกก่อนศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัย หรือนางสาวแพทองธาร ถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี อาจมีการเสนอนายกรัฐมนตรีคนใหม่ มาจากมาตรา 5 ของรัฐธรรมนูญปี 2560 ทำให้มีแกนนำจากพรรคเพื่อไทยหลาย คนออกมาปฏิเสธ และต่อต้านนายกรัฐมนตรีคนนอก จากมาตรา 5 กันเป็นพัลวัน

สำหรับผมในฐานะนักสังเกตการณ์ทางการเมือง เห็นว่า เมื่อนางสาวแพทองธาร ออกมายืนยันว่า จะไม่มีการลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีก่อนศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัย และนายแพทย์พรหมมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ก็ออกมายืนยันเช่นเดียวกันว่า นางสาวแพทองธาร จะไม่ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีก่อนศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยแน่นอน เพราะเชื่อมั่นว่าสามารถชี้แจงข้อกล่าวหาได้ และกระทำไปโดยความบริสุทธิ์ใจ

ก็เป็นสิ่งที่นางสาวแพทองธาร และนายแพทย์พรหมมินทร์ จะออกมายืนยันกับสังคมและเรียกความเชื่อมั่นจากสังคม ในสถานการณ์การเมืองที่อยู่ในลักษณะหัวเลี้ยวหัวต่อเช่นนี้ เชื่อว่าถึงนาทีสุดท้ายนายทักษิณ ชินวัตร ผู้เป็นพ่อ คงไม่ยอมให้ลูกสาวตายคาศาลรัฐธรรมนูญ จะต้องมีการสะกิด ส่งสัญญาณให้นางสาวแพทองธาร ลาออกจากนายกรัฐมนตรีก่อนแน่นอน

ส่วนประเด็นเรื่องนายกรัฐมนตรีคนนอก หรือนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 5 แห่งรัฐธรรมนูญ ปี 2560 เป็นการสร้างกระแส โยนหินถามมากกว่า ส่วนตัวเห็นว่า ยังมีนายกรัฐมนตรีที่เป็นแคนดิเดตจากพรรคการเมืองต่างๆอีกหลายคน ที่สภาผู้แทนราษฎรสามารถเลือกเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ได้ หลังจากนางสาวแพทองธารพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแล้ว แคนดิเดตของพรรคเพื่อไทย ยังมีนายชัยเกษม นิติสิริ อีกหนึ่งคน พรรครวมไทยสร้างชาติ มีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายพีระพันธ์ สาลีรัฐวิภาค พรรคภูมิใจไทย มีนายอนุทิน ชาญวีรกุล พรรคประชาธิปัตย์ มีนายจุรินทร์ ลักษณะวิศิษฎ์

ถ้าดูรายชื่อแคนดิเดตของพรรคการเมืองแล้ว เชื่อว่าอันดับแรก นายทักษิณคงผลักดันให้นายชัยเกษม นิติสิริ เป็นนายกรัฐมนตรีก่อน แต่อาจจะไม่ผ่านด่านของฝ่ายอนุรักษ์นิยม เพราะนายชัยเกษม มีปัญหาเรื่องทัศนคติเกี่ยวกับ มาตรา 112 ส่วนนายอนุทิน ชาญวีรกุล เชื่อว่านายทักษิณ คงไม่สนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรี เพราะยังมีปัญหาทางการเมืองอยู่ และจะเป็นปัญหาทางการเมืองกับพรรคเพื่อไทย จะต้องไปแข่งขันกันในสนามเลือกตั้ง ที่มีตลาดการเมืองเดียวกัน

ถ้าให้นายทักษิณเลือกระหว่างนายอนุทินกับพลเอกประยุทธ์ ผมเชื่อว่านายทักษิณจะเลือกพลเอกประยุทธ์มากกว่า เพราะอย่างน้อย ก็เป็นการตอบแทนบุญคุณในวันที่นายทักษิณกลับเข้ามาประเทศ ในสมัยที่พลเอกประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี และพลเอกประยุทธ์ไม่ได้ไปต่อทางการเมืองอีกแล้ว ไม่ใช่คู่แข่งทางการเมือง

เพราะฉะนั้นนายกรัฐมนตรีคนนอก นายกรัฐมนตรีมาตรา 5 การเมืองไทยคงยังก้าวไปไม่ถึงจุดนั้น และเชื่อว่านายกรัฐมนตรีคนใหม่ ถ้าหากนางสาวแพทองธารมีอันเป็นไป นายกรัฐมนตรีคนใหม่ ยังอยู่ในรายชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคการเมืองต่างๆเช่นเดิม

ชายแดนปกติ!!! จับตา’ไทย-กัมพูชา’ถก GBC วันที่สอง

ชายแดนปกติ!!! จับตา'ไทย-กัมพูชา'ถก GBC วันที่สอง

ชายแดนปกติ!!! จับตา’ไทย-กัมพูชา’ถก GBC วันที่สอง

วันอังคาร ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 07.17 น.

สถานการณ์ชายแดนไทยปกติ ช่วงค่ำวานนี้ -เช้านี้ ขณะที่ไทย -กัมพูชา ยังคงอยู่ระหว่างการประชุม GBC เป็นวันที่ 2 ที่มาเลเซีย

เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2568 นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี คณะกรรมการศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์ชายแดนไทย – กัมพูชา (ศบ.ทก.) เปิดเผยรายงานสถานการณ์ภาพรวมบริเวณชายแดนไทย – กัมพูชา ว่า เหตุการณ์ทั่วไปถึงเช้าวันนี้ ยังคงเป็นปกติ ไม่มีรายงานเหตุรุนแรงบริเวณแนวชายแดนไทย – กัมพูชา ในทุกพื้นที่ 7 จังหวัดชายแดน ขณะที่หน่วยงานความมั่นคงยังคงเฝ้าระวังวางกำลังตามแนวปฏิบัติการตามแผน

ทั้งนี้ ไทยและกัมพูชา ยังอยู่ระหว่างการประชุม GBC ระหว่างวันที่ 4 – 7 ส.ค.68 โดยวันที่ 4 – 6 ส.ค.68 เป็นการประชุมฝ่ายเลขานุการ และวันที่ 7 ส.ค.68 เป็นการประชุมหลัก

พท.อ้างมี‘ชัยเกษม’แคนดิเดตนายกฯ ไม่เอา‘คนนอก’ ‘วิสุทธิ์’ย้ำรองปธ.คนที่1

พท.อ้างมี‘ชัยเกษม’แคนดิเดตนายกฯ ไม่เอา‘คนนอก’ ‘วิสุทธิ์’ย้ำรองปธ.คนที่1

พท.อ้างมี‘ชัยเกษม’แคนดิเดตนายกฯ ไม่เอา‘คนนอก’ ‘วิสุทธิ์’ย้ำรองปธ.คนที่1

วันอังคาร ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

พท.อ้างมี‘ชัยเกษม’แคนดิเดตนายกฯ ไม่เอา‘คนนอก’ ‘วิสุทธิ์’ย้ำรองปธ.คนที่1 เป็นโควตาของ‘เพื่อไทย’ ‘อิ๊งค์’แจงศาลรธน.แล้ว ปมคลิปเสียงคุยฮุนเซน

ชูศักดิ์”จวกนายกฯคนนอก คาใจหาก“แพทองธาร” พ้นตำแหน่ง เหตุใดมองข้าม“ชัยเกษม-แคนดิเดตนายกฯคนอื่น”ด้าน“พรหมินทร์”เผยส่งคำชี้แจงศาลคดีคลิปเสียงแล้ว ปัดมาตรการรองรับหากผิดคาด มั่นใจความบริสุทธิ์ใจ ต้องการปกป้องอธิปไตยแผ่นดินไทย ปัดข่าวนายกฯชิงลาออก’ศรีสุวรรณ”จี้’ปปช.เร่งส่งศาลรัฐธรรมนูญ ชี้ขาด484สส.-สว.และครม.ฝ่าฝืน ม.144โยกงบชำระหนี้-ดอกเบี้ยเงินกู้ ธนาคารรัฐ5แห่ง ไปใช้ในโครงการดิจิทัลวอลเล็ต3.5หมื่นล้าน โอนเข้ากองทุน ส.ส.–ส.ว.เทียบคำวินิจฉัยศาลรธน.ฟัน’พิเชษฐ์’

เมื่อวันที่ 4สิงหาคม2568 ที่รัฐสภา นายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่1พ้นสมาชิกภาพ เนื่องจากกระทำขัดต่อมาตรา144 จะมีการกำชับเรื่องการพิจารณาร่าง พรบ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 สภาผู้แทนราษฎร อย่างไร เพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอย ว่า คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญคล้ายจะชี้ว่า นายพิเชษฐ์ มีส่วนกับการแปรญัตติ ศาลจึงวินิจฉัยไปตามนั้น

พท.ยันโยกงบแจก1หมื่นไม่ผิดกม.

เมื่อถามถึง กรณีที่มีผู้ร้องว่า ครม.ทั้งคณะ รวมถึง สส.ทั้งสภา กระทำผิดมาตรา144 สืบเนื่องจากการพิจารณาเห็นชอบงบประมาณในโครงการดิจิทัลวอลเล็ตนั้น นายชูศักดิ์ กล่าวว่า ตามที่ตนจับหลักการจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญได้ว่า ถ้า พรบ.งบประมาณฯ ผ่านสภาไปแล้ว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ลงพระปรมาภิไธยแล้ว ศาลจะไม่ไปยุ่ง ดังนั้น ศาลจึงไม่รับคำร้องในส่วน พรบ.งบประมาณฯปี2568 เนื่องจากเป็นกฎหมายแล้ว มีการลงพระปรมาภิไธยแล้ว ศาลจึงรับคำร้องเฉพาะร่าง พรบ.งบประมาณฯ ปี2569 ที่กำลังพิจารณาอยู่ ครม.ก็ดี สส.ก็ดี ต่างก็พิจารณาไปตามที่หน่วยรับงบประมาณเสนอมา เขาทำตามหน้าที่และอำนาจที่มีอยู่ เว้นแต่จะมีข้อเท็จจริงว่าเขาไปเกี่ยวข้องไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ก็อีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีข้อเท็จจริงนั้น โดยผู้เสนอโครงการดิจิทัลวอลเล็ตก็ไม่เข้าข่ายเช่นกัน

ลั่นไม่เอาแนวคิดนายกฯคนนอก

นายชูศักดิ์ ให้สัมภาษณ์กรณีแนวคิดนายกรัฐมนตรีคนนอก หาก น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้พ้นจากตำแหน่งว่า จากประสบการณ์ของตนที่ผ่านมา ส่วนใหญ่นายกรัฐมนตรีคนนอกจะมาจากแนวคิดนอกระบบ สังเกตดูว่า นายกฯจากมาตรา7หรือมาตราใดๆ มักจะเข้ามาในช่วงเวลาที่มีสถานการณ์แบบนี้ ซึ่งเป็นแนวคิดที่ปฏิเสธการเมือง และนำอำนาจนอกระบบมาเป็นรัฐบาล ส่วนตัวคิดว่าเป็นไปได้ยาก คราวนี้ก็ชัดเจน ถามว่าทำไมคุณข้าม นายชัยเกษม นิติสิริ นอกจากคุณชัยเกษมก็ยังมีคุณอนุทิน ชาญวีรกูล สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย หรือใครต่อใคร ถ้ามันเกิดอะไรขึ้น คนเหล่านี้ก็ยังคงเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี แต่ก็จะถูกข้ามจากระบบไปเลย

อี๊งค์’ส่งคำชี้แจงคลิปเสียง’ลุงฮุน’แล้ว

ด้าน นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกฯให้สัมภาษณ์กรณีส่งคำชี้แจงเพิ่มเติมให้ศาลรัฐธรรมนูญคดีคลิปเสียง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี สนทนากับ’ฮุน เซน’ประธานวุฒิสภากัมพูชา หลังขอขยายกรอบเวลาครั้งที่2 ออกไปถึงวันที่ 4ส.ค.เป็นวันสุดท้าย ว่า เอกสารต่างๆพร้อมแล้ว ซึ่งตนได้เซ็นไปสักครู่นี้ หลังจากนายกฯได้ลงนามไว้ โดยตัวแทนนายกฯกำลังเดินทางไปส่งที่ศาล เมื่อถามว่า มั่นใจในคำชี้แจงมากน้อยแค่ไหน นพ.พรหมินทร์ กล่าวว่า ตนมีความมั่นใจในความบริสุทธิ์ใจในสถานการณ์ต่างๆที่จะทำให้ประเทศพ้นจากภัยวิกฤตในเรื่องของความรุนแรง ซึ่งถือเป็นเจตนาสำคัญ

ตอบเรื่องจริยธรรมยึดข้อกม.ชัดเจน

เมื่อถามว่า จากสิ่งที่เราชี้แจงไปหากดูตามข้อกฎหมายเข้าข่ายผิดจริยธรรมหรือไม่ นพ.พรหมินทร์ กล่าวว่า ตนคิดว่าเรื่องนี้ข้อเท็จจริงบวกกับสิ่งแวดล้อมต่างๆ รวมถึงข้อกฎหมายต่างๆได้ชี้แจงอย่างรอบคอบ คำชี้แจงของนายกฯระบุในการแก้ข้อกล่าวหาต่างๆที่พูดถึงเรื่องจริยธรรมอย่างชัดเจน มีการอ้างถึงตัวบทกฎหมายไว้ด้วย ดังนั้นต้องแล้วแต่ศาลว่าจะวินิจฉัยอย่างไร เมื่อถามว่าได้เตรียมมาตรการรองรับหรือไม่หากผลการตัดสินออกมาไม่เป็นไปตามที่เราคาดหวังไว้ นพ.พรหมินทร์ กล่าวว่า เหตุการณ์ที่ไม่เป็นไปอย่างที่คาดคือขณะนี้เราคาดการณ์ว่าเจตนารมณ์ของเราถูกต้อง ก็หวังว่าจะได้รับการพิจารณาอย่างเป็นธรรม ดังนั้นก็รอคำตัดสินของศาล เมื่อถามว่า ที่ผ่านมาศาลได้มีให้นายกฯไปชี้แจงด้วยตัวเองหรือไม่ นพ.พรหมินทร์ กล่าวว่า ตนไม่ทราบ แต่ปกติเราทำคำชี้แจงไปก็แล้วแต่ศาลจะพิจารณาอย่างไร หรือดำเนินการอย่างไรต่อ แต่เท่าที่ตนเคยหาข้อมูลไว้เบื้องต้นคือศาลคงจะต้องส่งให้ผู้ฟ้องก่อน เพื่อดูว่าคำร้องหรือคำแก้ต่างๆเป็นอย่างไรบ้าง ซึ่งศาลต้องพิจารณาทั้งส่วนของทางศาลเองด้วย

ย้ำนายกฯไม่ลาออก-ทำตามขั้นตอนกม.

เมื่อถามว่า มีข่าวว่า นายกฯอาจตัดสินใจลาออกจริงหรือไม่ นพ.พรหมินทร์ กล่าวว่า ยืนยันว่ายังไม่มี วันนี้ไม่มีเพราะเราดำเนินการตามตัวบทกฎหมาย และยืนยันความถูกต้องของเรา เมื่อถามถึงในส่วนของคดีอาญาที่อัยการจะมีการเชิญนายกฯไปด้วย นพ.พรหมินทร์ กล่าวว่า ก็เดี๋ยวว่ากันไปตามขั้นตอน ขณะนี้ถ้ามีตรงไหน ถ้ามีการร้องจริง ก็คงต้องไปแก้ข้อกล่าวหาตามตัวบทกฎหมาย แต่ยืนยันเจตนารมณ์และวิธีการต่างๆไม่ได้มีอะไรผิดเลย

อังคณา’ดักคอขวางสภาฯเลือกนายกฯ

นางอังคณา นีละไพจิตร สมาชิกวุฒิสภา(สว.) ให้สัมภาษณ์กรณีที่หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้น.ส.แพทองธาร ชินวัตร พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ขั้นตอนการเลือกนายกฯคนใหม่จะเป็นอย่างไรว่า จริงๆแล้วแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ยังเหลือนายชัยเกษม นิติสิริ ซึ่งหากเป็นไปตามขั้นตอนน.ส.แพทองธาร ถูกศาลฯสั่งให้พ้นจากตำแหน่งนายกฯ พรรคเพื่อไทยควรเสนอนายชัยเกษม มาเป็นนายกฯ ยกเว้นนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ไม่ไว้วางใจนายชัยเกษม ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นในพรรคร่วมรัฐบาลมีคนที่เป็นแคนดิเดตนายกฯเหลืออยู่หรือไม่ หากไม่เหลือก็ต้องกลับมาที่สภาฯเพื่อถาม ซึ่งในส่วนของวุฒิสภาหมดอำนาจเลือกนายกฯแล้ว ฉะนั้น อำนาจในการเลือกนายกฯทั้งหมดอยู่กับสภาผู้แทนราษฎร

“อย่างไรก็ตามพรรคเพื่อไทยเหลือแคนดิเดตอีก1คนและหวังว่า หากเกิดอุบัติเหตุเช่นนั้นจริงๆ พรรคเพื่อไทยยังเสนอ นายชัยเกษม ได้และมีหลายคนพูดถึงเรื่องยุบสภา แต่เลขากฤษฎีกาก็ออกมาให้ความเห็นว่า นายกฯรักษาการไม่สามารถยุบสภาได้ ซึ่งเมื่อไม่สามารถยุบสภาได้ และน.ส.แพทองธารไม่สามารถไปต่อได้ ก็ควรให้แคนดิเดตนายกฯที่เหลือขึ้นมาทำหน้าที่” นางอังคณา กล่าว เมื่อถามถึงกรณีที่มีการพูดถึงนายกฯคนนอก ตามกฎหมายสามารถมาได้หรือไม่ นางอังคณา กล่าวว่า มาได้ หากไม่มีแคนดิเดตของพรรคร่วมรัฐบาลที่จะเป็นนายกฯได้ แต่อย่างไรเรื่องต้องกลับมาที่สภาฯ ให้พิจารณาในการสรรหาผู้ที่เหมาะสมมาทำหน้าที่นายกฯต่อไป เป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ แต่นายทักษิณคงไม่ปล่อยให้เป็นเช่นนั้น ส่วนตัวคิดว่านายทักษิณจะใช้อำนาจที่มีอยู่ในการที่จะไม่ปล่อยให้การตั้งนายกฯเป็นอำนาจสภา

ศรีฯ’จี้ปปช.ชงศาลฟัน484สส.-ครม.

ที่สำนักงานใหญ่ ปปช.จังหวัดนนทบุรี นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้เดินทางมายื่นคำร้องต่อคณะกรรมการ ปปช.เพื่อให้เร่งชี้มูลความผิดเหล่าผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง 484ราย ประกอบด้วย ส.ส.309คน ส.ว.175คน กรรมาธิการงบประมาณและสมาชิก ครม.ทั้งของนายเศรษฐาและของ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร กรณีโยกงบประมาณจากการชำระหนี้-ดอกเบี้ยเงินกู้ ธนาคารรัฐ 5แห่ง ไปใช้ในโครงการดิจิทัลวอลเล็ต 3.5หมื่นล้านบาท และการโอนงบเข้า‘กองทุนส.ส.–ส.ว.’ ถือเป็นการกระทำที่อาจขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา144 วรรคหนึ่งและสองหรือไม่

เนื่องจากศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยเมื่อวันที่ 1ส.ค.68 กรณี นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่1 ให้ความเห็นชอบการจัดทำโครงการและให้เสนองบประมาณของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร 3โครงการ ในการพิจารณา(ร่าง)พรบ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568และ2569 มีการเสนอการแปรญัตติ หรือการกระทำด้วยประการใดๆ ที่มีผลให้ สส.สว.หรือกรรมาธิการ มีส่วนไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมในการใช้งบประมาณรายจ่าย ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 144 วรรคสอง หรือไม่ ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญ มีคำวินิจฉัยกรณีดังกล่าว มีผลให้ผู้ถูกร้องมีส่วนไม่ว่า ทางตรงหรือทางอ้อมในการใช้งบประมาณ2569 มิใช่เป็นเพียงดำเนินการกิจการของสภาอย่างปกติ ไม่เข้าข้อยกเว้นตามรัฐธรรมนูญ มาตรา185 (2) จึงเป็นผู้กระทำการฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ มาตรา144วรรคสอง จึงสั่งให้ผู้ถูกร้องสิ้นสุดสมาชิกภาพ สส.และเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้ถูกร้อง มีกำหนด 10ปีนั้น

นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า คำวินิจฉัยของศาลดังกล่าวถือเป็นบรรทัดฐาน มีผลผูกพันรัฐสภา ครม. ศาล องค์กรอิสระและหน่วยงานรัฐ ซึ่งนำมาเทียบเคียงได้กับกรณีที่ ส.ส.-ส.ว.รวม 484คนและ ครม.ชุดนายเศรษฐาและชุด น.ส.แพทองธาร จึงขอให้ปปช.เร่งชี้มูลความผิดฝ่าฝืนมาตรา144 ดังกล่าวโดยเร็ว ซึ่งอาจจะหมดอายุความในวันที่ 9ส.ค.นี้ หาก ปปช.เพิกเฉยหรือประวิงเวลาอาจเข้าข่ายฝ่าฝืน รัฐธรรมนูญ234(1) ซึ่งประชาชนสามารถเข้าชื่อกันถอดถอน ปปช.ตามมาตรา236 ประกอบ ป.อ.มาตรา157 ได้

สะถิระ’รับชิงรองประธานสภาคนที่1

นายสะถิระ เผือกประพันธุ์ สส.ชลบุรี พรรคกล้าธรรม (กธ.) ให้สัมภาษณ์ว่า ตนยอมรับว่าคือบุคคลที่พรรคกล้าธรรมได้พิจารณาความเหมาะสม เพื่อเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 แทน นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน อดีตรองประธานสภาฯที่พ้นจากตำแหน่ง ซึ่งตนพร้อมทำหน้าที่ในทันที ด้วยความตั้งใจที่จะเป็นตัวกลางประสานงานทุกฝ่ายในสภาและทำหน้าที่ด้วยความเป็นธรรม ยึดหลักการของระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และผลประโยชน์ของชาติและประชาชนเป็นสำคัญ ตำแหน่งรองประธานสภาคนที่1 ไม่ใช่โควต้าของพรรคใดพรรคหนึ่งโดยเฉพาะ แต่เป็นตำแหน่งที่ทุกพรรคสามารถเสนอชื่อบุคคลของพรรคขึ้นมาได้ ตามระบอบประชาธิปไตย ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะแสดงความพร้อมและศักยภาพ พรรคกมีแนวทางชัดเจนในการทำงานร่วมกับประชาชน โดยยึดหลักฟังเสียงประชาชนและทำเพื่อประชาชน ที่ผ่านมาตนและพรรคกล้าธรรม มีบทบาทเด่นในเวทีสภาฯ ทั้งการอภิปราย เสนอกฎหมาย และสะท้อนเสียงของชาวบ้านจากทุกภูมิภาคเข้าสู่กระบวนการแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นว่า เรามีศักยภาพเหมาะสมและไม่น้อยหน้าพรรคการเมืองใดแน่นอน

วิสุทธ์ย้ำรองปธ.คนที่1ของ’เพื่อไทย’

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวถึงโควตารองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ว่าเนื่องจากตำแหน่งดังกล่าว เป็นของ นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ซึ่งเป็นของพรรคเพื่อไทย รู้กันโดยทั่วกันว่า เป็นของเพื่อไทยอยู่แล้ว เมื่อถามว่า พรรคกล้าธรรมอยากจะได้ตำแหน่งนี้จะพูดคุยกันหรือไม่ นายวิสุทธ์ กล่าวว่า ทุกพรรคล้วนอยากได้หมด แต่ข้อเท็จจริงเป็นของพรรคเพื่อไทย ไม่ใช่พรรคอื่น เมื่อถามถึงกรณี สส.พรรคกล้าธรรม โพสต์ขอตำแหน่งนี้ จะทำให้มีปัญหากันหรือไม่ นายวิสุทธ์ กล่าวว่า ไม่มีปัญหา การเจรจาก็รู้กันอยู่แล้วว่าใครควรอยู่ในตำแหน่งใด ซึ่งการแบ่งครม.ก็แบ่งกันแล้ว ไม่มีปัญหาอะไร โดยตำแหน่งรองประธานสภาฯ คนที่1 ทุกคนรอผลสรุปจากที่ประชุมพรรคเพื่อไทยวันที่ 5สิงหาคม ตอนเย็น เมื่อถามว่า จะไม่มีเหตุที่พรรคกล้าธรรมโหวตคว่ำใช่หรือไม่ นายวิสุทธิ์ กล่าวว่า ไม่มีใครอยากคว่ำอะไร หรือทำให้เกิดการทะเลาะวิวาท ทุกพรรครักชอบกันดี วันนี้ในระดับหัวหน้าพรรค พูดคุยตกลงกันได้ ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร

แนวหน้าวาทะเด็ด

แนวหน้าวาทะเด็ด

แนวหน้าวาทะเด็ด

วันอังคาร ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

“ในฐานะประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งไทยและกัมพูชายังไงก็ย้ายประเทศหนีกันไม่ได้ ยังไงก็ต้องอยู่ด้วยกันตรงนี้ การแก้ปัญหาร่วมกันจึงเป็นเรื่องสำคัญ และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือชีวิตของประชาชนของทั้งสองฝ่าย ซึ่งจะต้องได้รับความเคารพ”

นางอังคณา นีละไพจิตร

สมาชิกวุฒิสภา(สว.)