‘แอ๊ด คาราบาว’ซัดเดือด! ‘รัฐพันลึก’จัดงบ 1.6 พันล้าน จัดเทศกาลดนตรี EDM

'แอ๊ด คาราบาว'ซัดเดือด! 'รัฐพันลึก'จัดงบ 1.6 พันล้าน จัดเทศกาลดนตรี EDM

‘แอ๊ด คาราบาว’ซัดเดือด! ‘รัฐพันลึก’จัดงบ 1.6 พันล้าน จัดเทศกาลดนตรี EDM

วันจันทร์ ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 22.13 น.

วันที่ 4 สิงหาคม 2568 ศิลปินเพื่อชีวิตชื่อดัง “ยืนยง โอภากุล” หรือ “แอ๊ด คาราบาว” ออกมาโพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊ก ระบุข้อความว่า ภาษีของพี่น้องประชาชนในมือของนักโกงบ้านกินเมืองชาติชั่ว “รัฐพันลึก” คุณทำอะไรลงไปครับ

ท่านครับ ผมว่าพวกท่านไม่ใช่คนแล้วครับ

ทราบข่าวการอนุมัติงบประมาณให้กระทรวงวัฒนธรรม 1,650,000,000 บาท(อ่านว่าหนึ่งพัน-หกร้อย-ห้าสิบล้านบาท เผื่อคนของบางพรรคมันอ่านไม่ออก) หากชั่งน้ำหนักเงินแบงค์พันก็จะหนัก 1 ตันกับอีก 650 กิโลกรัม ใส่รถกระบะบรรทุกได้เต็มคันแบบต้องเสริมแหนบ(คอกกระบะสูงหน่อย) เพื่อจัดงาน #เทศกาลดนตรีปาร์ตี้EDM 

ได้ยินแล้วแทบช็อค นี่พวกท่านรู้ข่าวสารบ้านเมืองบ้างไหม มันถูกฝาถูกตัวแค่ไหน มันจำเป็นต่อบ้านเมืองเพียงใด กระทรวงวัฒนธรรมจำเป็นต้องอวดศิลปะวัฒนธรรมมากกว่าจะไปจัดปาร์ตี้ดนตรีแบบนี้ไหม แล้วในนั้นไม่มีหมา เอ๊ย! ไม่มีใครทักท้วงบ้างเลยหรือ เงินเกือบสองพันล้านจะเอาละลายทำเพื่ออะไร บ้านเมืองกำลังเดือดร้อน ประชาชนต้องลำบากขนาดนี้ พวกมึง เอ๊ย! พวกท่านยังจะมีใจจัดงานแบบนี้กันหรือ
หากมีเงินก้อนนี้อยู่แล้ว ถือไว้นิ่งๆ ในคลังก่อนดีไหม

1. เยียวยาทหาร ตำรวจตระเวนชายแดน ทหารพราน อาสาสมัคร และประชาชนที่บาดเจ็บล้มตายไปในงานนี้ ขอศพละ 7.5 ล้าน คนเจ็บก็ว่ากันไปตามขนาดบาดแผลและความเสียหายอวัยวะ แต่ต้องไม่น้อยกว่า 2 ล้านบาท

2. เยียวยาประชาชนที่อพยพออกมาจากที่อาศัย 

3. เยียวยาเจ้าของสถานที่ที่เสียหายในครั้งนี้ทั้งหมด รวมถึงงบประมาณที่ชดเชยต้องเพียงพอในการสร้าง/ซ่อมแซมให้กลับมาคงเดิมและเพิ่มเติมคือค่าเสียโอกาส

4. สำรองจ่ายสดเพื่อชดเชยค่าเสียโอกาสทำมาหากินของประชาชนที่อพยพออกจากเคหสถานทุกคน อย่างน้อยคนละ 3 หมื่นบาท

5. กันงบประมาณไว้ส่วนหนึ่ง ในการรักษาสภาพจิตใจของผู้ป่วยที่ประสบเหตุทางด้านจิตใจไม่ปกติเพราะเหตุแห่งการสู้รบ

เงินพันกว่าล้านที่ทำตามทั้ง 5 ข้อที่ว่ามา อาจไม่เพียงพอแต่ก็ยังดีที่มีทุนเริ่มต้นไว้ ดีกว่าเอาไปละเลงเล่นเหมือนเงินโคตรพ่อโคตรแม่ของพวกท่านเอง และไม่ต้องถามว่าใช้เงินก้อนนี้แล้วจะหาจากไหนมาคืน ก็ฟ้องศาลอาญาโลกสิครับ ข้อหาอาชญากรโลกที่ตระกูลฮุนทำขึ้นมา และฟ้องร้องค่าเสียหายที่เรียกว่า #ค่าปฏิกรรมสงคราม รวมถึงการละเมิดอนุสัญญาต่างๆ แม้กระทั่งละเมิดการตกลงหยุดยิงในเวลาที่กำหนด และการปล่อยข่าวลวงโลกจากหน่วยงานของรัฐกัมพูชาเอง 
หยุดเถิดครับ

เงาหัวจะไม่มีแล้ว หยุดหาเวรกรรมใส่ตัวเองและตระกูลเสียเถิด เงินห้าพันล้านที่ละเลงไปกับคำว่าซอฟท์พาวเวอร์มันมีค่าอะไรกลับมาบ้าง นอกจากอีบ้าเร่ขายผ้าขาวม้าแบบนั้น หากไม่รักชาติบ้านเมืองก็อย่ามาทำลายสถานที่ที่ทำให้รวยอยู่ได้เช่นทุกวันนี้เลย 

ผมอยากเห็นคนจริงในคณะรัฐบาลปาหี่ชุดนี้ อยากเห็นท่านกล้าลุกขึ้นมาขวางทางทำมาหาแดก เอ๊ย! หางบประมาณจากเรื่องนี้ ร้อยวันพันปีไม่เคยเห็นจะมามีความสนใจกระทรวงวัฒนธรรม แต่พออีนี่ เอ๊ย! พอมีลูกของก็อตฟาเธอร์ผู้กำลังจะแย่เข้ามา แหม! สรรหาทางกอบโกยกันได้อีกเนาะ

ผมขอเถิด ขอให้ตาสว่างกันขึ้นมาบ้าง บ้านเมืองกำลังเกิดปัญหาหนัก หากพวกมึงไม่คิดจะช่วยอะไรก็อย่าพากันผลาญได้ไหม ต้องรอให้ชาติบ้านเมืองล่มจมไปก่อนจึงจะสาแก่ใจใช่ไหม รู้ไหมว่าเขาเรียกทำเนียบรัฐบาลและรัฐสภาว่าอย่างไร เขาเรียกโนแมนแลนด์ เข้าใจไหม แปลออกกันไหม No Man’s Land

Cr. : ทิดโส โม้ระเบิด

กลาโหมเตือนความจำคนเขมร จากวันที่หนีตายมาพึ่งไทย วันนี้กลับหันปากกระบอกปืนมาใส่เรา

กลาโหมเตือนความจำคนเขมร จากวันที่หนีตายมาพึ่งไทย วันนี้กลับหันปากกระบอกปืนมาใส่เรา

กลาโหมเตือนความจำคนเขมร จากวันที่หนีตายมาพึ่งไทย วันนี้กลับหันปากกระบอกปืนมาใส่เรา

วันจันทร์ ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 22.01 น.

วันที่ 4 กรกฎาคม 2568 เฟซบุ๊กเพจ สำนักโฆษกกระทรวงกลาโหม โพสต์ภาพพร้อมข้อความ เกี่ยวกับประวัติศาสตร์การอพยพของชาวกัมพูชาในปี 1979 ที่อพยพมายังประเทศไทย หลบหนีกลุ่มเขมรแดง โดยข้อความระบุว่า “จากคนที่หนีตาย… สู่คนที่หันปากกระบอกปืนกลับมา เมื่อ ‘เขมร’ ลืมทุกอย่างที่ไทยเคยมอบให้”

“ปี 1979 … ชาวกัมพูชานับแสน นับล้าน วิ่งหนีตายจากนรกบนดินที่ชื่อว่า “เขมรแดง” ข้ามพรมแดนมายังไทย ในสภาพหมดเรี่ยวแรง หิวโหย และเกือบสิ้นลมหายใจ คนไทย…เปิดประตูให้เขาพักพิง”

“ตอนนั้น… ประเทศไทยไม่ได้เป็นเพียง “เพื่อนบ้าน” แต่กลายเป็น “ที่พึ่งสุดท้าย” เราส่งอาหาร เราเปิดค่ายพักพิง เราช่วยเหลือทั้งในนามรัฐบาล องค์กรพัฒนาเอกชน และแม้แต่ชาวบ้านธรรมดา ๆ ที่ยอมแบ่งข้าวเพียงคำเดียวให้ผู้ลี้ภัยชาวกัมพูชา”

“การอพยพที่ไม่มีแผนที่ เริ่มตั้งแต่ต้นปี 1979 จนถึงต้นยุค 1980s มีชาวกัมพูชาจำนวนมหาศาล บางแหล่งบอกว่ารวมกันถึง 6 แสนถึง 8 แสนคน อพยพอย่างไร้ทิศทาง บางคนเดินเท้าเป็นร้อยกิโลเมตรจากกลางประเทศกัมพูชา หลายคนไร้เอกสาร ไม่มีอาหาร ไม่มีเป้าหมาย”

“จุดหมายเดียวที่หวังพึ่งได้ คือ ชายแดนฝั่งตะวันออกของประเทศไทยโดยเฉพาะบริเวณ อรัญประเทศ, ช่องจอม, กาบเชิง, ปราจีนบุรี, ศรีสะเกษ”

“ค่ายผู้ลี้ภัยบนผืนดินไทย ไทยตั้ง “ค่ายพักพิง” หลายแห่งเพื่อรองรับชาวเขมรที่หนีตาย ในฐานะประเทศเพื่อนบ้าน ต้อนรับด้วยความระวัง เพราะสถานการณ์ยังปะทุอยู่ แต่เราก็ยัง “ยื่นมือ” ให้พวกเขา… โดยไม่ลังเล ค่ายผู้ลี้ภัยจึงถูกตั้งขึ้นชั่วคราว เช่น ค่ายคลองลึก ค่ายเขาอีด่าง ค่าย Site Two และ Site B

“บางคนมาไทยในร่างเปลือยเปล่า แต่กลับจากไทยในสภาพพร้อมจะยืนได้อีกครั้ง… มีเด็กกัมพูชาหลายพันคนโตขึ้นในค่ายผู้ลี้ภัยบนแผ่นดินไทย บางคนเรียนหนังสือที่ครูไทยสอน บางคนรอดชีวิตจากวัณโรค เพราะหมอไทยรักษา บางครอบครัวเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่นี่ ก่อนย้ายไปแคนาดา อเมริกา หรือกลับเขมรในเวลาต่อมา”

สำนักโฆษกกระทรวงกลาโหม ทิ้งท้ายว่า “แต่ใครจะคิดว่า… เพียงไม่กี่สิบปีต่อมา เขมรกลับลืมทุกอย่าง!!!”

‘ศุภชัย’ ยัน ‘เขากระโดง’ ไม่มีใครบุกรุก ย้อนเกล็ด ‘เดชอิศม์’ แต่ที่รุกแน่ๆ ‘หัวเขาแดง’

'ศุภชัย' ยัน 'เขากระโดง' ไม่มีใครบุกรุก ย้อนเกล็ด 'เดชอิศม์' แต่ที่รุกแน่ๆ 'หัวเขาแดง'

‘ศุภชัย’ ยัน ‘เขากระโดง’ ไม่มีใครบุกรุก ย้อนเกล็ด ‘เดชอิศม์’ แต่ที่รุกแน่ๆ ‘หัวเขาแดง’

วันจันทร์ ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 21.39 น.

‘ศุภชัย’ ยัน ‘เขากระโดง’ ไม่มีใครบุกรุก ย้อนเกล็ด ‘เดชอิศม์’ ญาติถูกจำคุก รุกโบราณสถาน ‘หัวเขาแดง’ จะว่าอย่างไร

วันที่ 4 สิงหาคม 2568 นายศุภชัย ใจสมุทร ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมาย พรรคภูมิใจไทย โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว กรณีที่ศาลจังหวัดสงขลา มีคำพิพากษาให้จำคุก 6 ปี  นางณัฐณรันต์ จันทร์สว่าง, นายชาญชญา จันทร์สว่าง และนายกอง จันทร์สว่าง คดีบุกรุกโบราณสถานเขาน้อย จ.สงขลาว่า เขากระโดงไม่มีใครบุกรุก แต่ที่บุกรุกแน่ๆ คือโบราณสถานหัวเขาแดง จ.สงขลา และผู้ทำผิดคือ พี่สาว พี่เขย หลานชายของ นายเดชอิศม์  ขาวทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยศาลมีคำพิพากษาให้จำคุก 6 ปี และให้ชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน  10.5 ล้านบาท ขอถามว่าเรื่องนี้ นายเดชอิศม์ จะว่าอย่างไร

ชาวบุรีรัมย์ผู้มีเอกสารสิทธิฯ ที่ดินเขากระโดง 5,083ไร่ เตรียมแถลงที่สนามช้างฯ 7 ส.ค.นี้

ชาวบุรีรัมย์ผู้มีเอกสารสิทธิฯ ที่ดินเขากระโดง 5,083ไร่ เตรียมแถลงที่สนามช้างฯ 7 ส.ค.นี้

ชาวบุรีรัมย์ผู้มีเอกสารสิทธิฯ ที่ดินเขากระโดง 5,083ไร่ เตรียมแถลงที่สนามช้างฯ 7 ส.ค.นี้

วันจันทร์ ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 20.00 น.

‘คนบุรีรัมย์ – ผู้ประกอบการ – นิติบุคคล’ 995 ราย ที่ถือเอกสารสิทธิ ‘ที่ดินเขากระโดง 5,083ไร่’ ใช้สนามช้างฯเตรียมแถลงโต้ ‘มท.’ เล่นงานเพิกถอน7ส.ค.นี้

วันที่ 4 สิงหาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 7 ส.ค.นี้ เวลา 10.30 น. ที่สนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต  จ.บุรีรัมย์  ประชาชนชาวบุรีรัมย์ ผู้ประกอบการธุรกิจ และนิติบุคคลผู้มีเอกสารสิทธิครอบครองที่ดิน ถูกต้องตามกฎหมาย ในพื้นที่ที่การรถไฟฯ อ้างสิทธิ ซึ่งได้รับผลกระทบจากการแถลงข่าวของรมว.มหาดไทย และ รมช.มหาดไทย ร่วมกันแถลงข่าว เพิกถอนเอกสารสิทธิที่ดินเขากระโดง จ.บุรีรัมย์ 5,083 ไร่  (995 ราย)  พร้อมจะนำสื่อมวลชน ลงพื้นที่ 5,083 ไร่ที่ได้รับผลกระทบจากการแถลงข่าวของนายภูมิธรรม เวชยชัย  รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย   นายเดชอิศม์ขาวทอง รมช.มหาดไทย ในฐานะกำกับดูแลกรมที่ดิน ที่ร่วมกันแถลงข่าวการดำเนิอนการกรณีที่ดินเขากระโดงจ.บุรีรัมย์ เมื่อวันที่ 1 ส.ค.68  ที่ออกมาระบุว่าเป็นที่หลวง โดยสั่งเพิกถอนตั้งแต่วันที่ 2 ส.ค.68 เป็นต้นไป

รายงานข่าวแจ้งว่า นายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ไม่ได้ร่วมแถลงข่าวในวันที่ 7 ส.ค.นี้  โดยจะส่งทนายเข้าร่วมแถลงข่าวแทน 

แม่ทัพภาคที่ 2 เข้าสภา รับมอบเงิน 4 ล้าน บรรเทาทุกข์ประชาชนเดือดร้อน ชายแดน‘ไทย-กัมพูชา’

แม่ทัพภาคที่ 2 เข้าสภา รับมอบเงิน 4 ล้าน บรรเทาทุกข์ประชาชนเดือดร้อน ชายแดน‘ไทย-กัมพูชา’

แม่ทัพภาคที่ 2 เข้าสภา รับมอบเงิน 4 ล้าน บรรเทาทุกข์ประชาชนเดือดร้อน ชายแดน‘ไทย-กัมพูชา’

วันจันทร์ ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 19.19 น.

‘แม่ทัพภาคที่2’ เข้าสภาฯรับมอบเงิน 4 ล้านช่วยชายแดนไทย กัมพูชา เผยมีคำสั่งทุกภาครับมือ ’โดรน’ ป่วน ชวนปชช.เกาะติดผลการประชุมGBC ยัน ‘เขมร’ ขอร้อง ‘ไทย’ ช่วยเก็บกู้ระเบิด ‘ปราสาทตาควาย’ เป็นเฟคนิวส์

วันที่ 4 สิงหาคม 2568 เมื่อเวลา 18.00 น. ที่รัฐสภา พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา คนที่1 มอบเงินบริจาคจากพระเทพภาวนาวชิรคุณ วิ. เจ้าอาวาสวัดโสธรวรารามวรวิหารและเจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทรา จำนวนเงิน 4 ล้านบาท เพื่อนำไปช่วยเหลือบรรเทาความทุกข์ของประชาชนผู้ประสบภัยจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนไทยกัมพูชา โดยมีพล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 เป็นตัวแทนเดินทางมารับมอบ

พล.อ.เกรียงไกร กล่าวว่า ตนได้เดินทางไปนมัสการเจ้าอาวาสวัดวัดโสธรวรารามวรวิหาร ซึ่งท่านเมตตาให้ตนเป็นผู้แทนรับมอบงบประมาณซึ่งเป็นเงินที่ประชาชนนำมาถวายเป็นพุทธบูชา ซึ่ง ท่านเป็นห่วงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ชายแดนไทยกัมพูชาที่  จึงได้มอบเงินจำนวนนี้เพื่อบรรเทาทุกข์ให้กับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจังหวัดละ 1ล้านบาทจำนวน4จังหวัดได้แก่ สุรินทร์ บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี โดยแม่ทัพภาคที่2 จะนำงบดังกล่าวไปมอบให้กับผู้ว่าราชการจังหวัดดำเนินการเพื่อบรรเทาทุกข์ให้กับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนประสบเหตุไม่ว่าจะเป็นการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน งบประมาณที่มอบให้สามารถบรรเทาทุกข์ได้ในส่วนหนึ่ง

พล.ท.บุญสิน กล่าวว่าต้องขอบคุณเจ้าอาวาสวัดโสธรวรารามวรวิหาร ประธานวุฒิสภา รองประธานวุฒิสภา และสว. ตนจะนำงบประมาณดังกล่าวไปมอบให้กับผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อใช้จ่ายให้เกิดประโยชน์สูงสุด เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบทั้งที่พักอาศัยรวมถึงศูนย์อพยพ จากนั้นจะสรุปค่าใช้จ่ายให้เจ้าอาวาสและวุฒิสภาได้รับรับทราบต่อไป

เมื่อถามว่าถึงการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (General Border Committee – GBC) ในวันที่7ส.ค. พล.ท.บุญสิน กล่าวว่า ต่างฝ่ายต่างหยุดยิง เราได้ให้โอกาสกำลังทหารของกัมพูชา มานำตัวผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตกลับไปยังประเทศ โดยเราจะอำนวยความสะดวกในการที่จะนำทหารแต่ละฝ่ายโดยเฉพาะฝ่ายกัมพูชาไปรักษา และขอความร่วมมือไม่ให้มีการยิง ซึ่งเราก็ไม่ยิงเราปฏิบัติตามข้อตกลงอยู่แล้วและขอให้ทุกคนติดตามผลการประชุม

เมื่อถามถึงกรณีที่ พล.ท.มาลี โสเจียตา โฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชา อ้างว่าไทยละเมิดข้อตกลงข้อ เท็จจริงเป็นอย่างไร พล.ท.บุญสิน กล่าวว่า เรามีการปะทะกันก่อนที่จะมีการจะเกิดข้อตกลง แต่เมื่อมีข้อตกลงเราก็หยุดยิง เป็นการเป็นการปฏิบัติตามเส้นเขตแดนอยู่แล้วภายใต้กรอบเส้นปฏิบัติการของเราไม่รุกนอกประเทศ เราต้องหยุดอยู่ตรงไหนอยู่ตรงนั้น เลื่อนจุดประสานเขตออกไปเพราะที่ผ่านมามีการลุกล้ำเขตแดนที่ไทย เราก็หยุดอยู่แล้ว ไม่ได้ปฏิบัตินอกเหนือจากกฎเกณฑ์การหยุดยิง 

เมื่อถามถึงกรณีที่มีคำสั่งงดบินโดรน พล.ท.บุญสิน กล่าวว่าในส่วน 20 จังหวัดตนได้มีการประชุมกับผู้ว่าฯในฐานะเป็นผู้อำนวยการ รักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร(ผอ.รมน.) รวมกับผู้การตำรวจภูธรทั้งสองภาค ให้ไปดำเนินการแก้ไข และค้นหาบุคคลที่ขัดคำสั่งของสมช. ที่ห้ามบินโดรนเด็ดขาด ซึ่งปัจจุบันก็จับได้หลายคนอยู่ในระหว่างการสอบสวนทางลึกว่าเป็นใครมาจากไหน ตนได้ขอให้ตำรวจดำเนินการตามกฏหมายถึงที่สุดอย่าเพิ่งเชื่อที่เขาพูด
อย่างไรก็ตามเรามีความพร้อมในทุกพื้นที่ ทุกค่ายทุกสถานที่ราชการผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้รับผิดชอบ เช่นโรงไฟฟ้า ศาลากลาง สถานีตำรวจ แชะค่ายทหารต้องรับผิดชอบทั้งหมด อย่าอยู่เฉยๆ ทั่วประเทศต้องช่วยกันดู นี่เป็นการปฏิบัติเพราะทุกวันนี้เป็นการปฏิบัติโดยเทคโนโลยีสมัยใหม่ ฝากประชาชนช่วยกันเป็นหูเป็นตา

เมื่อถามว่าการติดตามข้อมูลข่าวสารอยากฝากถึงประชาชนอย่างไรบ้าง พล.ท.บุญสิน กล่าวว่า ขอให้ประชาชนได้ติดตามสื่อหลักของกองทัพ หรือรัฐบาลไม่ว่าจะเป็นกระทรวงกลาโหม กองทัพบก และกองทัพภาคที่สองส่วนหน้าที่อยู่ในจังหวัดสุรินทร์อยู่แล้ว ซึ่งมีการอัพเดทข่าวทุกวันขอให้ประชาชนได้ติดตาม

เมื่อถามถึงข้อเท็จจริงข่าวที่ระบุว่าทหารกัมพูชาขอร้องให้ทหารไทยไปช่วยเก็บกู้ระเบิดในปราสาทตาควาย แม่ทัพภาคที่2 กล่าวว่า ไม่มี เป็นเฟคนิวส์ ขอให้ประชาชนระมัดระวังการติดตามข่าว และอยากให้ติดตามเฉพาะเพจหลักจากกองทัพเท่านั้น แต่ก็ยอมรับว่ามีแรงกดดันจากทำหน้าที่ในครั้งนี้ ตนขอทำอย่างดีที่สุดและรายงานผู้บังคับบัญชาตลอด 

ครม.เตรียมอนุมัติ จ่ายเงินเยียวยาเพิ่ม ‘ปชช.-ทหาร’ เสียชีวิต 8-10 ล้าน

ครม.เตรียมอนุมัติ จ่ายเงินเยียวยาเพิ่ม 'ปชช.-ทหาร' เสียชีวิต 8-10 ล้าน

ครม.เตรียมอนุมัติ จ่ายเงินเยียวยาเพิ่ม ‘ปชช.-ทหาร’ เสียชีวิต 8-10 ล้าน

วันจันทร์ ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 17.59 น.

‘ภูมิธรรม’ เผย เตรียม ชง ครม. ขยายงบจ่ายเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิตเพิ่ม หลังสะพัดเพิ่มรายละ 8-10 ล้านบาท ขอรอผลประชุมพรุ่งนี้ ซัดผู้ว่าฯอ้างเบิกจ่ายงบไม่ได้ให้คนอื่นมาทำแทน ปัดตอบประชุมจีบีซีได้ข้อสรุป โยนแม่ทัพภาค 2 แก้ปัญหาโดรนบินว่อนพื้นที่ชายแดน

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 4 ส.ค. 68 ที่กระทรวงมหาดไทย นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีพบโดรนบินรุกล้ำแนวชายแดนประเทศไทย หลังจากออกประกาศห้ามบินโดรนทั่วประเทศ แต่ยังพบการฝ่าฝืน ว่า ก็เหมือนที่เราประกาศว่าห้ามมีโจร-ผู้ร้าย แต่โจรผู้ร้ายก็ยังทำอยู่ เราก็มีหน้าที่ติดตามจับกุม และตนสั่งการไปยังพล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 แล้วตั้งแต่เมื่อวันที่ 3 ส.ค. 68 ว่าให้ประชุมร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดทั้งหมด 10 จังหวัด ซึ่งก็ว่ากันไป และเป็นเรื่องของพื้นที่ ส่วนอำนาจในการจัดการดำเนินการก็มีหลายภาคส่วน  

เมื่อถามว่า การเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา นายภูมิธรรม กล่าวว่า เท่าที่รับฟังและตรวจสอบ ทางผู้ว่าราชการจังหวัดเขาบอกว่าทำแล้ว แต่ขณะที่ สส.พรรคภูมิใจไทยออกมาระบุว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดยังไม่สามารถเบิกงบเยียวยาได้ จึงทำน.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รมช.มหาดไทย โทรศัพท์หาผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ในทันที ซึ่งผู้ว่าฯอุบลฯ บอกว่าจ่ายหมดแล้ว ดังนั้นเรื่องข้อมูลตนมองว่า “ต้องฟังหูไว้หู เพราะเท่าที่ฟัง ขณะนี้ผู้ว่าฯจ่ายเยียวยาหมดแล้ว“ แต่หากมีข้อมูลยืนยันว่าผู้ว่าฯไม่ทำก็ต้องรับผิดชอบ 

เมื่อถามว่า จะขอดูเรื่องงบประมาณที่เบิกจ่ายจริงหรือไม่ เนื่องจากมีการกล่าวว่าถึงเวลาแล้วไม่สามารถเบิกจ่ายได้ นายภูมิธรรม ย้ำว่า ”ถ้าทำไม่ได้ก็ให้คนอื่นมาทำแทนก็เท่านั้น” 

ก่อนที่นายภูมิธรรมจะเดินออกจากวงสัมภาษณ์ในทันที ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามกรณีการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป ไทย-กัมพูชา (GBC)ระหว่างไทยกัมพูชาจะได้ข้อยุติหรือไม่เพราะมีประชาชนบางจังหวัดอพยพออกจากบ้านเรือนเป็นครั้งที่ 2 แล้ว นายภูมิธรรม ไม่ตอบคำถามดังกล่าว

ผู้สื่อข่าวถามย้ำ ถึงกรณีการเยียวยาให้กับประชาชนที่เสียชีวิตจากเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา นายภูมิธรรม กล่าวเพิ่มเติมว่าขณะนี้ได้มีการพิจารณาขยายเงินเยียวยาเพิ่มเติมแล้ว หลังได้ข้อตกลงจากทางคณะกรรมการพิจารณาให้ครอบครัวผู้เสียชีวิตได้รับเงินเยียวยา 1 ล้านบาท แต่วันที่ 5 ส.ค. จะนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)เพื่อหารือเรื่องจ่ายเงินเยียวยาเพิ่มเติม ซึ่งจะเป็นเท่าใดนั้นยังไม่สามารถเปิดเผยได้ ขอให้รอฟังผลมติที่ประชุมครม.ในวันที่ 5 ส.ค. ส่วนกระแสข่าวที่จะอนุมัติวงเงินรายละ 8-10 ล้านบาทนั้น นายภูมิธรรม ย้ำคำเดิมว่า ขอให้รอมติที่ประชุม ครม. ว่าจะอนุมัติเท่าไหร่นั้น ตนยังไม่ทราบ

‘ภูมิธรรม’ยันใช้มาตรฐานเดียวกันสอบทั้งเขากระโดง-ที่ดินอัลไพน์ เผยไม่ใช่การกลั่นแกล้ง

‘ภูมิธรรม’ยันใช้มาตรฐานเดียวกันสอบทั้งเขากระโดง-ที่ดินอัลไพน์ เผยไม่ใช่การกลั่นแกล้ง

‘ภูมิธรรม’ยันใช้มาตรฐานเดียวกันสอบทั้งเขากระโดง-ที่ดินอัลไพน์ เผยไม่ใช่การกลั่นแกล้ง

วันจันทร์ ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 17.42 น.

‘ภูมิธรรม’ยันใช้มาตรฐานเดียวกันสอบทั้งเขากระโดง-ที่ดินอัลไพน์ เผยไม่ใช่การกลั่นแกล้ง ลั่นพร้อมทำสุดความสามารถสางปัญหาให้จบ 

เมื่อวันที่ 4 ส.ค.2568 ที่กระทรวงมหาดไทย นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากนางกรุณา ชิดชอบ รองประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ยูไนเต็ดว่าการเพิกถอนที่ดินเขากระโดง เป็นการกลั่นแกล้งหรือไม่ ว่า ไม่ใช่การกลั่นแกล้ง สิ่งที่ทำมาทั้งหมด เป็นเรื่องที่ค้างคา เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่อยู่ดีๆ จะหยิบยกขึ้นมา เป็นเรื่องที่สื่อมวลชนถามตนทุกวัน ภาคประชาชนก็สอบถามเข้ามา มีหน่วยงานมาประท้วง จึงทำให้เรื่องนี้มีความชัดเจน จึงได้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมา ซึ่งมีความเห็นทางกฎหมายที่แตกต่างกัน และสามารถพิสูจน์ทราบได้ว่าที่ดินดังกล่าวนี้เป็นของรัฐมาตั้งแต่ต้น เมื่อเป็นเช่นนี้กฎหมายให้ดำเนินการอย่างไรเราก็ทำตามกฎหมาย 

เมื่อถามว่า แนวทางการเยียวยา โดยเฉพาะภาคเอกชนที่เข้ามาทำสนามฟุตบอล และสนามแข่งรถ จะดำเนินการให้เช่าที่ดินที่หรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ตนยังตอบไม่ได้ให้ว่ากันไปตามกฎหมาย ซึ่งเป็นเรื่องที่กรมที่ดิน และการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ต้องพิสูจน์ทราบร่วมกัน ส่วนจะเป็นอย่างไรให้เป็นไปตามกระบวนการ เรื่องที่ดินก็ต้องเป็นไปตามนี้ ตนไม่สามารถตอบอะไรได้ จบแล้ว 

เมื่อถามว่า ที่ดินอัลไพน์จะใช้ความเด็ดขาดและมาตรฐานเดียวกับที่ดินเขากระโดงหรือไม่ นายภูมิธรรม ยืนยันว่า จะใช้มาตรฐานเดียวกัน มีการตรวจสอบในลักษณะเดียวกันไม่มียกเว้น

เมื่อถามย้ำว่า ที่ดินอัลไพน์อยู่ในขั้นตอนใด นายภูมิธรรม กล่าวว่า ต้องไปดูรายละเอียด ศาลสั่งอย่างไร ต้องไปดำเนินการตามนั้น ถ้าหากยังไม่มีการดำเนินการก็ต้องกลับมาทบทวน ไม่ต้องห่วง ตนให้ความเป็นธรรม อะไรที่เป็นเรื่องค้างคา ก็จะจัดการให้

เมื่อถามว่า ในสมัยที่ยังดำรงตำแหน่งเป็นรมว.มหาดไทย เรื่องที่ยังค้างคาต้องถูกสะสางให้จบโดยเฉพาะที่ดิน 2 กรณีใช่หรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ตนเองจะทำสุดความสามารถ สมัยที่อยู่กระทรวงพาณิชย์ ตนเองก็ทำ และสมัยที่ตนอยู่กระทรวงกลาโหมก็ทำ กรณีอุยกูร์ก็ทำมาแล้ว เรือดำน้ำก็ทำมาแล้ว เมื่อมาที่นี่แล้วเจอกรณีเช่นนี้ก็ทำ ถ้าไม่โดนย้ายก่อนก็จะทำ แต่หากไม่อยู่แล้วโดนย้ายไปก่อนก็ช่วยไม่ได้

‘ภูมิธรรม’เซ็นปลดล็อคพนันโป๊กเกอร์ ถูกกฎหมาย มีผลแล้วตั้งแต่ 30 ก.ค.

'ภูมิธรรม'เซ็นปลดล็อคพนันโป๊กเกอร์ ถูกกฎหมาย มีผลแล้วตั้งแต่ 30 ก.ค.

‘ภูมิธรรม’เซ็นปลดล็อคพนันโป๊กเกอร์ ถูกกฎหมาย มีผลแล้วตั้งแต่ 30 ก.ค.

วันจันทร์ ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 17.35 น.

‘ภูมิธรรม‘ เซ็นปลดล็อคพนันโป๊กเกอร์ ถูกกฎหมาย 30 ก.ค.ที่ผ่านมา หวังจัดแข่งขันกีฬานานาชาติ ย้ำ ยังเปิดแค่เฉพาะราย-กรณี พร้อมตั้งคณะกรรมการศึกษาข้อกฎหมายเพิ่มเติม 

วันที่ 4 สิงหาคม 2568 เวลา 13.00 น. ที่กระทรวงมหาดไทย นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีการเซ็นคำสั่งกระทรวงมหาดไทย เปิดทางให้พนันโป๊กเกอร์ถูกกฎหมาย ว่า เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ต้องดูในแง่ข้อกฎหมาย ขณะนี้ มองกันว่าหากโป๊กเกอร์ถูกกฎหมายก็จะเป็นเรื่องกีฬาและการแข่งขันระดับนานาชาติ ซึ่งอาจจะมีกฎระเบียบที่เป็นปัญหาและอุปสรรค ต้องให้ทางฝ่ายกฎหมายไปดูเพื่อให้เกิดความเหมาะสม และจะให้ดำเนินการอย่างไร แนวโน้มก็อาจจะต้องยกเลิกกฎระเบียบ และเปิดให้เป็นการกีฬา โดยอยากจะให้มีการดูแลตรงนี้ให้เข้มข้น อะไรที่ใช่ก็ใช่ อะไรที่ไม่ใช่ก็ไม่ใช่ ซึ่งตนขอดูรายละเอียดทั้งระบบ 

เมื่อถามว่า ได้เซ็นยกเลิกประกาศเพื่อให้โป๊กเกอร์ถูกกฎหมายไปแล้วใช่หรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ถูกต้อง ตนเซ็นไปแล้ว ซึ่งรายละเอียดที่จะเปิดต้องมีกระบวนในการแก้ ไม่ใช่อยู่ๆจะมาเซ็น แต่มีกรอบระเบียบที่ดำเนินการอยู่ 

เมื่อถามว่า หากเปิดให้ถูกกฎหมาย ยังมีเรื่องใดที่กังวลอยู่หรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ตนไม่กังวล 

เมื่อถามย้ำว่า จะเป็นการมอมเมาในเรื่องการพนันหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า กฎหมายเรื่องโป๊กเกอร์นี้มีมาเป็น 10 ปีแล้ว ซึ่งขณะนี้ทางสมาคมกีฬาทั้งหลาย รวมทั้งนานาชาติสากล ประกาศว่าเป็นกีฬา เมื่อเป็นกีฬาเราก็ต้องหาทางเปิด เพื่อจะให้เกิดการแข่งขันขึ้นในโอกาสต่อๆไป ถ้าจะให้เหมาะสมก็จะต้องเป็นรายเฉพาะกรณีให้ไปทำกก่อน และต้องดำเนินการโดยเร็ว เราจึงได้ออกประกาศยกเลิก เพื่อให้เปิดได้ ขณะเดียวกันก็ต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นมาให้ผู้รับผิดชอบไปดูแลเรื่องการแก้กฎหมายให้ถูกต้อง เพราะตอนนี้ได้ปลดล็อคไป แต่ยังไม่ใช่ปลดล็อคถาวร ส่วนเรื่องอื่นๆที่เกี่ยวกับการพนันก็ต้องถูกควบคุมอยู่

เมื่อถามว่า ห่วงในเรื่องการมอมเมาการพนันหรือไม่  นายภูมิธรรมกล่าวว่า ทำให้ถูกกฎหมาย

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายภูมิธรรม ได้ลงนามเซ็นคำสั่งกระทรวงมหาดไทย ที่ 2253/2568 เรื่อง ยกเลิกคำสั่งกระทรวงมหาดไทย ที่ 490/2501  ลงวันที่ 28 ก.ค. 2501  โดยมีรายละเอียดที่เป็นการสมควรปรับปรุงหลักเกณฑ์ในการพิจารณาอนุญาตให้เล่นการพนันไพ่โป๊กเกอร์ หรือไพ่เผ ท้ายบัญชี ข. หมายเลข 21 แห่งพระราชบัญญัติการพนัน พุทธศักราช 2478 ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ดังนั้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 17 แห่งพระราชบัญญัติการพนัน พุทธศักราช 2478 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยจึงให้ยกเลิกคำสั่งกระทรวงมหาดไทย ที่ 490/2501 ลงวันที่ 28 ก.ค. 2501 เรื่อง วางหลักเกณฑ์ในการพิจารณาอนุญาตให้เล่นการพนัน ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ 30 ก.ค.2568 

‘ภูมิธรรม’ ยังกั๊กชงตั้งอธิบดีที่ดิน เข้าครม.พรุ่งนี้ รอดูส่งชื่อทันหรือไม่

‘ภูมิธรรม’ ยังกั๊กชงตั้งอธิบดีที่ดิน เข้าครม.พรุ่งนี้ รอดูส่งชื่อทันหรือไม่

‘ภูมิธรรม’ ยังกั๊กชงตั้งอธิบดีที่ดิน เข้าครม.พรุ่งนี้ รอดูส่งชื่อทันหรือไม่

วันจันทร์ ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 17.25 น.

‘ภูมิธรรม’ ยังกั๊กชงตั้งอธิบดีที่ดินเข้า ครม. 5 ส.ค.นี้ รับขณะนี้กำลังเกลี่ยตำแหน่งระดับ 10 ส่วนตำแหน่งผู้ว่าฯเชียงใหม่-เพชรบุรีที่ว่างอยู่ดูก่อนเสนอชื่อทันหรือไม่

วันที่ 4 สิงหาคม 2568 เวลา 13.00 น. ที่กระทรวงมหาดไทย นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการแต่งตั้งอธิบดีกรมที่ดินคนใหม่ว่าจะนำเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)วันที่ 5 ส.ค.หรือไม่ ว่า  พรุ่งนี้จะเอาเข้าครม. แต่วันนี้จะรอดูว่าส่งเรื่องทันหรือไม่  

เมื่อถามว่า อธิบดีกรมที่ดินคนใหม่จะเป็นนายเชษฐา โมสิกรัตน์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทยหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ขอให้พรุ่งนี้เรียบร้อยก่อนค่อยว่ากัน ยังไม่มีการโยกย้ายตำแหน่งเยอะ แต่เป็นช่วงที่ต้องทำเรื่องการโยกย้ายระดับ 10

เมื่อถามว่า ตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดเพชรบุรีที่ยังคงว่างอยู่ จะมีการเสนอเข้าที่ประชุมครม.ในวันที่ 5 ส.ค. หรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ยังไม่ได้คิดเลย และยังไม่มีการโยกย้ายผู้ว่าราชการจังหวัดตอนนี้ ถ้ามีก็มีเพียงประปราย แต่ยังไม่ได้คิด โดยผู้ว่าราชการจังหวัดที่ย้ายจะมีขั้นตอนอยู่แล้ว ที่จะมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดดูแลแทน

เมื่อถามว่า จะรอเกษียณอายุราชการแล้วแต่งตั้งล็อตเดียวใช่หรือไม่ นายภูมิธรรมกล่าวว่า ทำได้หลายวิธี เมื่อถามย้ำว่า วันที่ 5 ส.ค. จะมีการเสนอในที่ประชุมครม.หรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ยังไม่ได้มีการโยกย้ายชุดใหญ่ ทำเท่าที่จำเป็นเช่นครั้งที่แล้วที่มีการโยกย้าย 2 กรม ซึ่งครั้งนี้ถ้าต้องมีการโยกย้ายก็ทำ ขอดูรายละเอียดรอให้ ครม. อนุมัติแล้วว่ากัน 

เมื่อถามว่า ครบรอบ 1 เดือนที่ดำรงตำแหน่งรมว.มหาดไทย มองว่ามีการขับเคลื่อนกลไกของกระทรวงตามที่ใจหวังแล้วหรือไม่ นายภูมิธรรม ยิ้ม และถามกลับว่า นี่ครบเดือนแล้วเหรอ ลืมไปแล้วว่าทำงานครบเดือน พร้อมกล่าวต่อว่า ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการปกติ ขณะที่นโยบายอีกหลายเรื่องที่ต้องดำเนินการต่ออย่างวันที่ 7 ส.ค. ก็จะมีการประชุมผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ และกำนันผู้ใหญ่บ้าน เพื่อจะมอบนโยบาย และนอกจากนี้ก็จะมีการตั้งคณะทำงานอีกหลายชุด เพื่อทำงานผลักดันด้านเศรษฐกิจฐานราก ยาเสพติด เพราะขณะนี้กลไกต่างๆ ก็ขับเคลื่อนไป แต่การทำงานของแต่ละคนยังกระจัดกระจายอยู่บ้างจึงจะใช้กลไกของคณะทำงานดังกล่าว เพื่อประสานการทำงานให้เป็นหนึ่งเดียว

นายภูมิธรรม กล่าวต่อว่า ถือว่าการทำงานขณะนี้เป็นปกติ ทุกคนขับเคลื่อนกลไกการทำงานของตนเอง อย่างอธิบดีกรมการปกครอง และอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นคนใหม่มาก็เริ่มทำงานของเขาเลย 

‘หมอมิ้ง’เตรียมชงข้อตกลง’ภาษีทรัมป์’ เข้าสภาเห็นชอบ

'หมอมิ้ง'เตรียมชงข้อตกลง'ภาษีทรัมป์' เข้าสภาเห็นชอบ

‘หมอมิ้ง’เตรียมชงข้อตกลง’ภาษีทรัมป์’ เข้าสภาเห็นชอบ

วันจันทร์ ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 17.15 น.

“หมอมิ้ง”เตรียมชงข้อตกลงภาษีทรัมป์ เข้าสภาเห็นชอบ ย้ำปท.อยู่ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ เชื่อผ่าน 2 วิกฤติ “ภาษี- ชายแดน” พร้อมเดินหน้าสู่อนาคตที่ดีกว่า

วันที่ 4 สิงหาคม 2568 เวลา 13.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงขั้นตอนของรัฐบาลภายหลังมีการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ เพื่อรับมือมาตรการภาษีสหรัฐอเมริกา ว่า นพ.พรหมินทร์ กล่าวว่า วันนี้บ้านเมืองเราได้ผ่านวิกฤติเบื้องต้นคือ 1.การรบที่ชายแดน เพราะมีการหยุดยิงและมีความสงบกลับมา ซึ่งเชื่อว่าการประชุมจีบีซีจะเป็นการเริ่มต้นเพื่อพูดคุยแก้ปัญหา 2.วิกฤติการเจรจาภาษีทรัมป์ ซึ่งเป็นวิกฤติของหลายประเทศทั่วโลก สำหรับประเทศไทยเราได้ข้อยุติที่สำคัญ ที่เป็นประโยชน์ต่อภาคเศรษฐกิจ

นพ.พรหมินทร์ กล่าวว่า ยืนยันว่าหน้าที่ของรัฐบาลยังไม่จบ เพราะเมื่อผ่านพ้นวิกฤติและเมื่อได้คำตอบที่ชัดเจนก็สามารถดำเนินการ ไทยก็สามารถดำเนินการค้า และเปิดตลาดได้มากขึ้น สามารถส่งออกเทียบเคียงได้กับคู่แข่ง ไม่มีอะไรเสียเปรียบและได้เปรียบกว่าบางประเทศเสียอีก

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลต้องเข้าไปดูแลแก้ไขโครงสร้าง นาทีนี้เป็นจุดเปลี่ยนที่จะพาประเทศมองไปข้างหน้า และประชาชนทั้งประเทศต้องรวมใจกันเป็นหนึ่ง วันนี้ศัตรูของเราไม่ใช่คนในประเทศ แต่ต้องรวมใจกันฟันฝ่าและมองถึงอนาคต เมื่อผ่าน 2 วิกฤตินี้ ที่ถือว่าเป็นหัวเลี้ยวหัวต่อ ก็จะนำไปสู่สิ่งที่ดีกว่า

เมื่อถามว่า ได้มีการประสานไปยังสภาผู้แทนราษฎรเพื่อให้มีการพิจารณาข้อตกลงภาษีสหรัฐฯ นพ.พรหมินทร์ กล่าวว่า ได้มีการชี้แจงเบื้องต้นแล้วว่าเป็นมติครม.เป็นกรอบในการเจรจา ซึ่งดำเนินการต่อไปแน่นอน และเมื่อผ่านความเห็นของสภาก็จะเป็นการดำเนินการอย่างถูกต้องตามกฎหมาย