‘ศิริกัญญา’มองเป็นข่าวดีไทยได้‘ภาษีสหรัฐ’19% จี้เปิดเงื่อนไข‘ปิดดีล’-เตรียมเงินเยียวยา

‘ศิริกัญญา’มองเป็นข่าวดีไทยได้‘ภาษีสหรัฐ’19% จี้เปิดเงื่อนไข‘ปิดดีล’-เตรียมเงินเยียวยา

‘ศิริกัญญา’มองเป็นข่าวดีไทยได้‘ภาษีสหรัฐ’19% จี้เปิดเงื่อนไข‘ปิดดีล’-เตรียมเงินเยียวยา

วันศุกร์ ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 11.27 น.

‘ศิริกัญญา’มองเป็นข่าวดีไทยได้ภาษีสหรัฐ 19% เท่าเพื่อนบ้านอาเซียน จี้รัฐบาลเปิดเงื่อนไขปิดดีลสินค้าใดบ้างจะกระทบ แนะเตรียมเงินเยียวยาไว้เลย เร่งอนุมัติงบกลางฉุกเฉิน รับปัจจัยด้านมั่นคงมีผล คาด หาก ไทย-กัมพูชา ปะทะอีกโดนขู่ขึ้นภาษีอีกแน่ เหตุ การเสนอชื่อรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ยื่นได้ถึง ต.ค. เชื่อ ‘ทรัมป์’ หวังเป็น 1 คนที่ถูกเสนอชื่อ

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 1 สิงหาคม 2568 ที่รัฐสภา น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์ถึงการจัดเก็บภาษีนำเข้าสหรัฐอเมริกาที่ประเทศไทยได้ 19% ว่า หลังจากที่เราเห็นของประเทศอื่นด้วย 19% ถือเป็นข่าวดี เพราะอยู่ในระดับเดียวกับประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน เช่น อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และกัมพูชา ขณะที่เวียดนามอยู่ที่ 20% ถือว่าประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง แม้ว่า 19% จะอยู่ในระดับที่ค่อนข้างสูง แต่สิ่งที่น่ากังวลต่อไปคือเงื่อนไขต่างๆ ที่ยังไม่ได้มีการเปิดเผย ซึ่งไม่ใช่ของประเทศไทยประเทศเดียว แต่รวมถึงประเทศอื่น และเงื่อนไขที่ต้องมีทุกประเทศคือเงื่อนไขของสินค้าที่ต้องผ่านทางที่จะต้องถูกเก็บภาษีมากกว่านี้ แต่กลับไม่มีรายละเอียดว่าสินค้าประเภทไหนที่จะต้องผ่านทาง

น.ส.ศิริกัญญา กล่าวด้วยว่า โดยทางสหรัฐอเมริกาก็มีแนวคิดเข้มงวดในการตรวจสอบองค์ประกอบข้างในว่าเป็นของประเทศไหนมากกว่า คือมีสัดส่วนที่ผลิตในภูมิภาคนั้นเท่าไหร่ และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มอัตราขึ้น รวมถึงกลไกต่างๆ ที่จะใช้ช่วยเหลือเยียวยา ผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น ซึ่งไม่ใช่เกิดเฉพาะผู้ส่งออก แต่รวมไปถึงเกษตรกรและการที่กำหนดสัดส่วนของวัตถุดิบภายในภูมิภาคสูงมากเกินไป ก็อาจจะกระทบกับห่วงโซ่อุปทานในภูมิภาคนี้

เมื่อถามว่า นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ระบุว่ามีการเสนอนำเข้า 0% แต่อาจไม่ครบทุกรายการ มีสินค้าใดบ้างที่น่ากังวล น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า สินค้าที่ถูกนำไปเปิดตลาดให้ลดภาษีลงเหลือ 0% ตนยังไม่แน่ใจว่ามีสินค้าอะไรบ้าง แต่ที่น่าจับตามอง แน่นอนว่าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ไม่ใช่จะลดภาษีนำเข้าเหลือ 0% แต่คงจะมีการกำหนดเลยว่าจะนำเข้ากี่ล้านตันต่อปี เป็นต้น หรือสินค้าเกษตรอื่นๆ ที่น่ากังวล จะเป็นพวกเนื้อสัตว์ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหมู เนื้อไก่ หรือเนื้อวัว ที่มีความอ่อนไหว หากจะมีการเปิดตลาดให้กับสหรัฐ

น.ส.ศิริกัญญา กล่าวอีกว่า เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ก็มีการเปิดเผยว่าสินค้าสำคัญๆ จะไม่มีการเปิดตลาด เช่น ข้าว น้ำตาล เป็นต้น แต่สุดท้ายคงต้องรอฟังเงื่อนไขทั้งหมดว่ามีการนำอะไรไปเจรจาบ้าง รวมถึงเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องกับการค้าด้วย ซึ่งเราต้องให้ทางรัฐบาลเร่งรัดเปิดเผยโดยเร็ว เพราะเงื่อนไขต่างๆ เหล่านี้ต้องรับฟังความคิดเห็นจากผู้ที่ส่วนได้ส่วนเสีย ไม่ว่าจะเป็นเกษตรกร หรือผู้ประกอบการอื่นๆ

น.ส.ศิริกัญญา กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม ต้องทำให้เป็นไปตามมาตรา 178 ของรัฐธรรมนูญ การตกลงกันเรื่องการลงทุน การค้าต่างๆ ที่อาจเกิดผลกระทบอย่างมหาศาลในระบบเศรษฐกิจ จำเป็นต้องมีการรับฟังความคิดเห็น ในที่สุดต้องผ่านรัฐสภาให้ความเห็นชอบ

เมื่อถามถึง กรณีที่สินค้าบางประเภทที่สหรัฐฯ ใช้ต้นทุนสูง ไทยอาจจะเปิดให้เข้ามาแข่งขัน เช่น ปลานิล เพราะไม่ค่อยกระทบคนไทย แต่ขณะเดียวกันสินค้าที่กระทบคนไทย เช่น ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์อาจจะจำกัดมากขึ้น เช่น ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เปลี่ยนจากรับของประเทศเพื่อนบ้านมารับจากสหรัฐแทน น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า แน่นอนว่าจะเป็นเงื่อนไขต่อมา ในท้ายที่สุดเราจะไม่มีทางทราบเลยว่าหากเปิดจริงจะเกิดผลกระทบอะไรบ้าง

น.ส.ศิริกัญญา กล่าวอีกว่า โดยสินค้า 0% ตนคิดว่าทางรัฐบาลคงจะระมัดระวังอย่างที่สุด เพื่อให้เกิดผลกระทบกับคนในประเทศน้อยที่สุด แต่เรายังไม่ทราบอยู่ดีว่า 90% ของสินค้าทั้งหมดที่ไปเปิด 0% มีอะไรบ้าง เช่น ปลานิล จริงๆ ก็มีชื่อว่าทิลาเพีย ไม่ได้มีแค่ปลานิลอย่างเดียว อาจจะรวมถึงปลาทับทิมหรือปลาอื่นๆ ในวงศ์นั้นด้วย ซึ่งต้องมาตรวจสอบรายละเอียดกันอีกครั้ง หากเป็นพิกัดศุลกากรของทิลาเพียนี้ จะมีสินค้าตัวไหนที่กระทบกับปลาภายในประเทศบ้าง เพราะบางครั้งก็ไม่ได้สู้กันตรงๆ กับประเภทสินค้า หากนำมาแล้วเป็นสินค้าทดแทนได้และราคาถูกกว่า ก็เป็นไปได้ที่จะมีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค เช่น ตอนที่มีปลาดอลลี่เข้ามาแล้วราคาถูก ทำให้ปลาอื่นๆ ที่เป็นปลาน้ำจืดเกิดผลกระทบเช่นเดียวกัน

น.ส.ศิริกัญญา กล่าวอีกว่า ส่วนข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ต้องรอฟังอย่างเดียวว่าจะเยียวยาให้เกษตรกรอย่างไร เพราะที่ผ่านมามีการพูดถึงเรื่องนี้น้อยมากว่าการนำข้าวโพดจากสหรัฐเข้ามาจะกระทบกับราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศแน่นอน มีเพียงการกำหนดราคารับซื้อที่สูงขึ้นกว่าราคาตลาดนิดหน่อย แต่กลายเป็นว่าผู้ประกอบการก็ไม่รับซื้อจากเกษตรกร

น.ส.ศิริกัญญา กล่าวด้วยว่า ฉะนั้น ต้องเร่งทำความเข้าใจกับเกษตรกรและพูดถึงเรื่องมาตรการเยียวยา หากเราไปดูมาตรการที่อยู่ในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่วนใหญ่แล้วหมื่นกว่าล้านเป็นการให้สินเชื่อผู้ประกอบการที่อยู่ในภาคส่งออก เพื่อพยุงการก้าวงาน แต่เกษตรกรกลับได้รับโดรนเพื่อการเกษตร แต่ไม่ได้เยียวยาอย่างแท้จริงในเรื่องจำเป็นเร่งด่วน

เมื่อถามว่า ควรตั้งงบไว้เท่าไหร่ น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า ตอนนี้จาก 1.57 แสนล้านบาทที่เป็นงบกระตุ้นเศรษฐกิจโดยรวม เพิ่งมีการอนุมัติไปแค่ 1.1 แสนล้านบาท ยังคงเหลืออยู่ 4 หมื่นกว่าล้านบาท แต่ตอนนี้ได้ข่าวว่าจะมีการพูดคุยว่าต้องใช้ไปในเรื่องอื่นๆ เช่น เรื่ององค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ก็ยังไม่ได้มีการอนุมัติงบในส่วนนั้น ดังนั้น มีการตุนไว้แล้ว 4 หมื่นล้านบาท ที่อาจจะต้องใช้ในเรื่องอื่น ไม่ใช่เรื่องการให้สินเชื่ออย่างเดียว แต่เป็นการเตรียมความพร้อมและเยียวยาผลกระทบ

น.ส.ศิริกัญญา กล่าวต่อว่า ตนคิดว่าไม่เพียงพอเท่าไหร่ในการที่จะต้องเตรียมรับมือ แต่ก็ยังมีงบกลางในส่วนของเงินใช้จ่ายสำรองฉุกเฉินและจำเป็น ซึ่งขณะนี้ขณะนี้มีการอนุมัติไปแล้วประมาณ 2 หมื่นกว่าล้าน จากที่สภาอนุมัติไป 9.6 หมื่นล้าน เท่ากับว่ายังมีเหลืออยู่ประมาณ 6 หมื่นล้าน ขอให้รัฐบาลเร่งนำงบกลางเงินสำรองใช้จ่ายฉุกเฉินตรงนี้ มาเบิกจ่ายเพื่อพยุงเศรษฐกิจ และแก้ไขผลกระทบที่เกิดขึ้น

เมื่อถามว่า หากเปรียบเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านที่ได้ภาษี 19% เท่ากันมองว่าเป็นเพราะปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับเงื่อนไขที่เราเสนอไปหรือว่าด้านความมั่นคง น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า เป็นปัจจัยของทุกเรื่อง หนึ่งในเรื่องที่ในเรื่องที่ไทยได้ภาษี 19% เท่ากับกัมพูชาอาจมีปัจจัยเรื่องความมั่นคง ร่วมด้วยเพราะท้ายที่สุดการเจรจาหยุดยิงก็เป็นผล ซึ่งการหยุดยิงเกิดขึ้นจริงแม้จะล่าช้าไปเล็กน้อย จึงทำให้ไทยและกัมพูชาไม่ได้อยู่ในเรทที่ถูกทำโทษ เพิ่มจากประเทศอื่นๆในภูมิภาค

เมื่อถามถึง ที่มีการวิเคราะห์ว่าเวียดนามได้ประกาศว่าภาษี 20% ก่อนประเทศอื่น จะเป็นตัวล่อเป้า ในการยื่นข้อเสนอของประเทศอื่นหรือไม่ น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า เห็นด้วย เนื่องจากการเปิดข้อตกลงของเวียดนามก่อนเป็นการบรัฟแบบหนึ่ง เพราะเวียดนามคงให้ข้อเสนอที่ค่อนข้างกว้างขวางในการเปิดตลาดสินค้าแทบทุกรายการ ดังนั้น การที่หลายประเทศเห็นดีลของเวียดนามก่อน จึงเป็นการกระตุ้นและหลายประเทศให้เปิดตลาดมากขึ้น เพื่อให้ได้ อัตราภาษีต่ำกว่าหรือเท่ากับเวียดนาม

เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่ว่าหลังจากนี้จะมีการเปลี่ยนแปลงอัตราภาษีอีก น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นได้ในอนาคต เพราะหลังจากที่มีการประกาศอัตราภาษีในหลายประเทศทั่วโลกออกมา ไม่ทันขาดคำทรัมป์ก็ขึ้นภาษีแคนาดา จาก 25% เป็น 35% เนื่องจากการไปสนับสนุนปาเลสไตน์ จึงเป็นความไม่แน่นอน ที่เราจำเป็นต้องอยู่กับมัน ภายใต้ประธานาธิบดีที่ชื่อโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ต้องเตรียมพร้อมหลายเรื่องในอนาคต ที่ไม่ทราบว่าจะออกมาตรการอะไร ประหลาดๆ ออกมาหรือไม่

น.ส.ศิริกัญญา กล่าวต่อว่า ต้องอย่าลืมว่ารายการสินค้าที่เคยขึ้นมาก่อนหน้านี้ก็มีการขึ้นต่อ เช่น ทองแดง แล้วก่อนหน้านี้การขึ้นภาษีที่ยังคงที่อยู่ที่ 25% เช่น ส่วนรถยนต์ เป็นต้น ซึ่งเป็นสิ่งที่เราต้องจับตาดูต่อไปว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงหลังจากนี้หรือไม่

เมื่อถามว่า การปะทะตามแนวชายแดนไทยกัมพูชาที่อาจจะยังไม่จบ มีโอกาสที่ภาษีจะขึ้นอีกหรือไม่ น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า ถ้าการเจรจาหยุดยิงไม่เป็นผลและกลับมาปะทะกันใหม่ คิดว่าทางประธานาธิบดีสหรัฐอาจจะใช้จุดนี้ มาเป็นข้อเรียกร้องโดยการขู่ขึ้นภาษี อีกรอบหนึ่งก็อาจจะเป็นไปได้ เพราะกำหนดการยื่นเสนอชื่อของผู้ที่จะได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ จะเกิดขึ้นต้นเดือนตุลาคม จึงแอบเดาว่าประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา อยากให้มีคนเสนอชื่อเหมือนกัน แล้วถ้าสามารถเจรจาให้เกิดการหยุดยิงได้ระหว่างไทยกับกัมพูชา ก็อาจจะเป็นหนึ่งในเรื่องที่ทรัมป์ ถูกเสนอชื่อให้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพได้

หันดูสันดานตัวเองก่อน! ‘นิธิพัฒน์’ตอกกลับคนตั้งคำถาม จะรักชาติ ทำไมต้องคลั่ง?

หันดูสันดานตัวเองก่อน! 'นิธิพัฒน์'ตอกกลับคนตั้งคำถาม จะรักชาติ ทำไมต้องคลั่ง?

หันดูสันดานตัวเองก่อน! ‘นิธิพัฒน์’ตอกกลับคนตั้งคำถาม จะรักชาติ ทำไมต้องคลั่ง?

วันศุกร์ ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 11.22 น.

วันที่ 1 สิงหาคม 2568 นายนิธิพัฒน์ พันธุ์ธุมจินดา อดีตนักศึกษาเกาหลี และผู้ประกอบการส่งออกปลาสวยงาม โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Nitipat Bhandhumachinda ระบุว่า  มีคำถามในโพสต์หนึ่งว่า คุณสามารถรักชาติรักสถาบันฯ โดยไม่ต้องคลั่งหรือเกลียดชังใครได้หรือไม่

ซึ่งผมก็อยากตอบมากๆว่า ผมก็รักชาติของผมเงียบๆเหมือนกับผมรักบ้านที่ผมอยู่ และผมก็รักเคารพสถาบันเหมือนเคารพรักพ่อแม่ ที่ไม่เคยต้องไปประกาศให้ใครรู้

ถ้าคุณมรึงไม่ปีนเข้ามาขโมยของบ้านผม หรือไม่มีอะไรทำก็จะเผาบ้านผมเล่น คุณคิดว่าอยู่ๆผมจะแสดงความรัก ความหวงแหนบ้านผมทำด๋อยอะไร

และถ้าคุณไม่เอาพ่อเอาแม่ผมไปด่า สาดเสียเทเสียโดยปราศจากมูลความจริง 

อยู่ๆผมจะโกรธจะเกลียดคุณไหม

ก่อนจะคิดว่าใครเขาโกรธ เขาเกลียด หรือเขาคลั่งอะไร

หันดูสันดานและการกระทำของตัวเองก่อนไม่ดีกว่าหรือครับ

ทิ้งบอมบ์ภูมิธรรม!‘จตุพร’ถล่มยับเจรจาหยุดยิงทำไทยเสียเปรียบ ถูกรุมกินโต๊ะจน‘ตีโง่’

ทิ้งบอมบ์ภูมิธรรม!‘จตุพร’ถล่มยับเจรจาหยุดยิงทำไทยเสียเปรียบ ถูกรุมกินโต๊ะจน‘ตีโง่’

ทิ้งบอมบ์ภูมิธรรม!‘จตุพร’ถล่มยับเจรจาหยุดยิงทำไทยเสียเปรียบ ถูกรุมกินโต๊ะจน‘ตีโง่’

วันศุกร์ ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 11.12 น.

‘จตุพร’ฟาด‘ภูมิธรรม’เจรจาหยุดยิงตกเป็นเครื่องมือ‘อันวาร์’ ทำไทยเสียเปรียบถูกรุมกินโต๊ะจนตีโง่ คาด‘สงครามไทย-กัมพูชา’ยังไม่ยุติ ยิ่งน่ากังวลห่วงใยคนชายแดน ลั่นประชาชนรักษาชาติบ้านเมืองต้องออกมาสำแดงพลังหนุนช่วยกองทัพ-คนอพยพอยู่ศูนย์พักพิง อย่าลืมนัด 2 ส.ค.ที่อนุสาวรีย์ชัยฯ

1 สิงหาคม 2568 นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊คไลฟ์รายการประเทศไทยต้องมาก่อน เมื่อวันที่ 31 ก.ค.2568 ว่า การสู้รบตามชายแดนไทย-กัมพูชา ยังน่ากังวล เพราะนายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการนายกฯ และ รมว.มหาดไทย ไปเจรจาหยุดยิงเสียเปรียบและตกเป็นเครื่องมือของอันวาร์ อิบราฮิม นายกฯ มาเลเซีย ดังนั้น คนไทยต้องสำแดงพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตยในวันที่ 2 ส.ค.นี้ ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ตั้งแต่เวลา 12.00 น.-21.00 น

“ขอให้คนที่ไม่เป็นภาระและสามารถเดินทางมาได้ ไม่ว่าจะอยู่ภูมิภาคใด ภาคเหนือที่น้ำไม่ท่วม ภาคอีสานที่ไม่อยู่แนวชายแดน ภาคกลาง กทม.ปริมณฑล ท่านมาร่วมสำแดงพลังกัน เพราะการร่วมพลังแผ่นดินมีความจำเป็นภายใต้สถานการณ์นี้ที่วันข้างหน้าเอาแน่นอนอะไรไม่ได้เลย”

นายจตุพร กล่าวว่า ตนเชื่อว่าแม้รัฐบาลพยายามสกัดกั้นปิดหูปิดตาการรับรู้ข่าวสารการสำแดงพลังแผ่นดินทุกรูปแบบ แต่เมื่อสงครามไทย-กัมพูชาไม่มีอะไรดีขึ้นและการปะทะกันยังไม่ยุติ ดังนั้น การชุมนุมแสดงพลังแผ่นดิน 2 ส.ค.นี้ จึงคาดจะมีผู้รักชาติบ้านเมืองมาร่วมจำนวนมากไม่แตกต่างจากการสำแดงพลังเมื่อเมื่อ 28 มิ.ย. ที่ผ่านมา สิ่งสำคัญประชาชนไม่พอใจนายภูมิธรรม รักษาการนายกฯ ไปเสียรู้กับการเจรจาหยุดยิงโดยไม่มีเงื่อนไขเท่ากับถูก 3 ประเทศ คือ กัมพูชา มาเลเซีย และสหรัฐ สมคบคิดกันรุมบีบให้ไทยทำข้อตกลงหยุดยิง แสดงว่าไทยตกเป็นเครื่องมือของอันวาร์ อิบราฮิม

“การเจรจาหยุดยิงเหมือนเล่นไพ่ดัมมี่ อันวาร์ อิบราฮิมกับสหรัฐและนายฮุน มาเนต นายกฯ กัมพูชา รู้เห็นเป็นพวกเดียวกันหมดเท่ากับ 3 รุมหนึ่งจึงถูกกดดันให้ตีโง่ และที่เจ็บใจตอนเดินออกจากการแถลงการณ์เจรจายังให้นายภูมิธรรมไปก่อน แล้วนายกฯ มาเลเซียเดินกอดคอฮุน มาเนต ออกไป ซึ่งภาษากายอธิบายถึงการรู้เห็นเป็นใจกัน”

นายจตุพร กล่าวว่า นายภูมิธรรม ไปเจรจาไม่ตรวจสภาพทั้ง 11 สมรภูมิชายแดนหรือไม่ว่า ไทยได้เปรียบเสียเปรียบที่จุดไหน และยังไปเกรงใจอันวาร์ อิบบราฮิม ที่ขณะนี้ถูกคนในประเทศขับไล่ออกจากตำแหน่ง ดังนั้น การเดินเกมการเมืองครั้งนี้จึงโง่บัดซบที่สุด

นายจตุพร กล่าวว่า นายภูมิธรรมบอกได้คุยและนำข้อเสนอของกองทัพบก 6 ข้อไปเจรจา แต่ได้คุยถึงยุทธภูมิ 11 จุดหรือไม่ว่า ยังมีปัญหา และถ้ายังไม่พร้อมก็ไม่ควรไปเจรจา อีกอย่างเมื่อกัมพูชาผิดเงื่อนไขการหยุดยิงถึง 2 วัน แล้วทำไมไม่ให้กองทัพเข้าไปจัดการในพื้นที่ปราสาทตาควาย

“เมื่อเจรจาผิดพลาดแล้วเขาไม่ทำตาม พอไปทำตามเราก็เสียเปรียบ แม้เราได้มาหลายที่ ซึ่งเป็นที่ของเรา แต่กรณีปราสาทตาควายสะท้อนให้เห็นว่า การไปเจรจาของนายภูมิธรรมนั้น มันสร้างความเสียหายจริงๆ แล้วการจะไปเจรจาระดับ จีบีซี วันที่ 4 ส.ค.นี้ เราทักท้วงตั้งแต่แรกแล้วว่า โง่หรือไงที่ไปเจรจาที่พนมเปญ” นายจตุพร กล่าว

นายจตุพร กล่าวว่า นอกจากนี้นายทักษิณ ชินวัตร เสมียนประเทศเคยการันตีว่า ไทย-กัมพูชา แข่งกันดำน้ำอึด ไม่มีการรบทำสงครามกันเด็ดขาด แล้วสุดท้ายรบกัน ซึ่งจะว่าอย่างไง การพูดเช่นนี้ยิ่งทำให้คนตามชายแดนตายใจ หลงเชื่อกันไปมาก

ส่วนด้านมนุษยธรรม โดยถกเถียงกรณี รพ.สรรพสิทธิประสงค์ อุบลราชธานี ไม่รับรักษาคนกัมพูชานั้น นายจตุพร กล่าวว่า กลายเป็นเรื่องที่ไม่เป็นเรื่องเลย เพราะในสถานการณ์สงครามและไทยปิดด่านทุกด่าน แล้วคนกัมพูชาจะเข้ามารักษาตัวในไทยได้อย่างไร ยกเว้นคนกัมพูชาที่อยู่ในไทยแล้วต้องรับรักษาเพื่อมนุษยธรรม ดังนั้น เรากำลังมาเถียงในเรื่องปัญญาอ่อน ไม่สมเหตุสมผลกันเลย

อย่างไรก็ตาม เมื่อการสู้รบยังไม่ยุติ จึงขอให้พี่น้องมาร่วมสำแดงพลังปกป้องแผ่นดินไทยกัน เพราะเราทนเห็นนักการเมืองอ่อนแอ โหลยโท่ยไปเจรจาหยุดยิงไม่มีเงื่อนไขกันไม่ไหว ทั้งๆ ที่รู้ว่า ไทยถูกรุกราน แล้วยังไปเจรจาเสียเปรียบอีก ดังนั้น สถานการณ์เช่นนี้จึงน่ากังวลที่สุด

‘บิ๊กเล็ก’เผย’กัมพูชา’รับบินถก GBC ที่มาเลย์ ยืนยันดีลซื้อกริพเพนสวีเดนไม่มีปัญหา

'บิ๊กเล็ก'เผย'กัมพูชา'รับบินถก GBC ที่มาเลย์  ยืนยันดีลซื้อกริพเพนสวีเดนไม่มีปัญหา

‘บิ๊กเล็ก’เผย’กัมพูชา’รับบินถก GBC ที่มาเลย์ ยืนยันดีลซื้อกริพเพนสวีเดนไม่มีปัญหา

วันศุกร์ ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 10.46 น.

“บิ๊กเล็ก” แจง ย้ายที่ประชุม จีบีซีไปมาเลเซีย เหตุรบ.กัมพูชาปลุกปั่นปชช.ให้เกลียดไทย ไม่เห็นด้วยส่งผู้สังเกตการณ์เข้าร่วม เพราะเป็นการหารือทวิภาคี โต้ ดีลซื้อกริพเพนสวีเดนไม่มีปัญหา

วันที่ 1 สิงหาคม 2568 เวลา 09.40 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมช.กลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา (ศบ.ทก.) ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุม สมช. ถึงการประชุมคณะกรรมการ ชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา (จีบีซี) ที่ไทยขอเปลี่ยนสถานที่ประชุมจากกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา ไปที่ประเทศมาเลเซีย ในวันที่ 4-7 ส.ค. แทน ว่า ทราบจากผู้ช่วยทูตทหารประจำกัมพูชาแจ้งกลับมาว่ากัมพูชาตอบรับแล้ว เพราะเราได้แจ้งไปว่า รัฐบาลกัมพูชาให้ข่าวที่ทำให้ประชาชนกัมพูชาเกลียดชังคนไทย ดังนั้นการที่ประชุมต้องไปประชุมหลายวันอาจเกิดความไม่เรียบร้อยได้ จึงอยากให้ไปประชุมในประเทศที่สาม ซึ่งเราได้ประสานมาเลเซียแล้ว และทางกัมพูชาได้ตอบรับแล้ว ส่วนสาเหตุที่ขอขยายระยะเวลาประชุมจากวันเดียวเป็น 3 วันเพราะวาระที่เราเตรียมการไปหารือเวลาเพียงหนึ่งวันไม่น่าจะจบ และหากประชุมวันที่ 4-7 ส.ค. ยังไม่จบ อาจต้องขยายเวลาหรือเลื่อนไปประชุมครั้งต่อไป โดยเราคำนึงถึงผลประโยชน์ของชาติ ถ้าไม่เป็นไปตามที่กำหนดก็ต้องพิจารณาเลื่อนไปครั้งต่อไป จนกว่าจะได้ตามที่รัฐบาลมุ่งหมาย 

ผู้สื่อข่าวถามว่า สาเหตุที่เปลี่ยนสถานที่เป็นเพราะไม่ไว้ใจกัมพูชา ใช่หรือไม่ พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า ไม่ใช่ไม่ไว้ใจกัมพูชา แต่เราไม่ไว้ใจสถานการณ์ ตอนนี้เขาปลุกปั่นทำให้คนกัมพูชาไม่เข้าใจคนไทย การที่เราไปประชุมและอยู่ท่ามกลางคนกัมพูชา ลองคิดดูว่าระหว่างวันที่ 4-6 ส.ค. ซึ่งฝ่ายเลขาฯของเราอยู่ที่นั่นจะเป็นอย่างไร ตนเป็นห่วงทีมงาน จึงคิดว่าไม่เหมาะสม จึงต้องพูดคุยกัน และตนไม่เข้าใจเหมือนกันว่า เราอยู่ในช่วงเจรจาหยุดยิง ทำไมฝ่ายกัมพูชาจึงออกข่าวสร้างความไม่เข้าใจให้กับประชาชน ทั้งที่ฝ่ายเราพยายามยึดว่าความตึงเครียดที่เกิดจากรัฐบาล ประชาชนไม่เกี่ยว ตนพูดกับประชาชนเสมอให้ปฏิบัติกับคนกัมพูชาที่อยู่ในประเทศไทยตามปกติ เพราะเขาไม่เกี่ยวกับนโยบายของรัฐบาล แต่ทางกัมพูชาพูดให้คนมีความรู้สึกไม่ดีกับคนไทย การที่คณะกรรมการของเราไปอยู่ที่นั่น 3 วัน เป็นเรื่องที่ทำให้เรากังวล เราจึงขอเปลี่ยนสถานที่เพื่อความเรียบร้อย

เมื่อถามว่า เป้าหมายที่เราจะไปยื่นต่อกัมพูชา รวมถึงสิ่งที่เราจะไม่ยอมรับจากกัมพูชามีอะไรบ้าง พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า หากตนพูดไปเขาจะทราบหมด ต้องขออภัยด้วย เมื่อถามย้ำว่า ในการเจรจาจะหยิบยกพื้นที่ปราสาทตาควายมาคุยด้วยหรือไม่ พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า สิ่งที่ถามมานี้เป็นเรื่องที่ตนต้องขอไว้ก่อน ต้องขออภัย อะไรตอบได้จะตอบ แต่บางเรื่องที่ตอบไปแล้วทำให้เราเสียเปรียบ ต้องขออภัยสื่อ แต่ยืนยันว่าตนตั้งใจจะทำให้ดีที่สุด เพราะปัจจุบันเราอยู่ท่ามกลางความคาดหวังของประชาชน ตนเลยเครียดว่าจะทำอย่างไรให้ประชาชนพอใจ ซึ่งจะพยายาม

เมื่อถามว่า การประชุมครั้งนี้จะมีผู้สังเกตการณ์เป็นจีนและสหรัฐอเมริกาเหมือนครั้งที่ผ่านมาหรือไม่ พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า “คงไม่ใช่ ต้องหารือแต่ผมต้องหารือกับหน่วยที่เกี่ยวข้องก่อน เพราะเพิ่งทราบจากฝ่ายเลขาฯว่ามีการขอผู้สังเกตการณ์ แต่ความคิดของผม ครั้งนี้เป็นการประชุมแบบทวิภาคี เป็นกลไกปกติที่คุย 2 ประเทศ ต่างจากการเจรจาหยุดยิงเมื่อครั้งที่แล้วที่เป็นการไกล่เกลี่ย แต่ครั้งนี้เป็นการประชุมทวิภาคี และในเงื่อนไขการเจรจาครั้งที่ผ่านมาก็ไม่มีเรื่องนี้”

เมื่อถามถึงกรณีสื่อกัมพูชาและสื่อมาเลเซียนำเสนอข่าวว่ารัฐบาลสวีเดนจะระงับการเซ็นสัญญาซื้อขายเครื่องบินกริพเพนให้กับไทย หลังถูกนำมาใช้ในการโจมตีทางอากาศในช่วงที่ผ่านมา พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า ตนยังไม่ได้รับรายงานเรื่องนี้ แต่ไม่น่ามีปัญหาอะไร เพราะความสัมพันธ์ของไทย-สวีเดนไม่มีปัญหา 

‘พิชัย’สุดปลื้มภาษี 19% สะท้อนมิตรภาพไทย-สหรัฐฯ สร้างความเชื่อมั่นนักลงทุน เปิดประตูเศรษฐกิจ

'พิชัย'สุดปลื้มภาษี 19% สะท้อนมิตรภาพไทย-สหรัฐฯ สร้างความเชื่อมั่นนักลงทุน เปิดประตูเศรษฐกิจ

‘พิชัย’สุดปลื้มภาษี 19% สะท้อนมิตรภาพไทย-สหรัฐฯ สร้างความเชื่อมั่นนักลงทุน เปิดประตูเศรษฐกิจ

วันศุกร์ ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 10.01 น.

วันที่ 1 สิงหาคม 2568 นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง  โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า การประกาศ Tariff rate ที่ 19% สะท้อนถึงมิตรภาพและความเป็นพันธมิตรที่แน่นแฟ้นระหว่างไทย–สหรัฐฯ ช่วยให้ไทยยังคงแข่งขันได้ในเวทีโลก สร้างความเชื่อมั่นต่อนักลงทุน และเปิดประตูสู่การขยายตัวทางเศรษฐกิจ รายได้ และโอกาสใหม่ ๆ ให้กับประเทศไทย

การทำงานยังไม่สิ้นสุด รัฐบาลตระหนักถึงผลกระทบต่อผู้ประกอบการและพี่น้องเกษตรกร จึงได้จัดเตรียมมาตรการรองรับอย่างรอบด้าน ทั้งงบประมาณ Soft Loan เงินอุดหนุน มาตรการภาษี และการปฏิรูปกฎระเบียบที่จำเป็น เพื่อยกระดับให้ไทยสามารถปรับตัวและก้าวสู่โลกเศรษฐกิจในอนาคตได้อย่างมั่นใจ

ผลการเจรจาครั้งนี้เป็นสัญญาณให้ประเทศไทยต้องเร่งปรับตัว เดินหน้าสร้างเศรษฐกิจที่มั่นคง แข็งแกร่ง และพร้อมรับมือกับความท้าทายของโลกในอนาคต

ขอบคุณทีมไทยแลนด์สำหรับความทุ่มเทและความพยายามอย่างเต็มที่ในสถานการณ์ที่ยากจะควบคุม แต่เรายังมีภารกิจอีกมากที่ต้องสู้ต่อไป เพื่อประเทศไทยของพวกเราทุกคน

‘ออมสิน’พักหนี้อัตโนมัติ 3 เดือน! ช่วยลูกหนี้น้ำท่วม-ชายแดนไทย-กัมพูชา

'ออมสิน'พักหนี้อัตโนมัติ 3 เดือน! ช่วยลูกหนี้น้ำท่วม-ชายแดนไทย-กัมพูชา

‘ออมสิน’พักหนี้อัตโนมัติ 3 เดือน! ช่วยลูกหนี้น้ำท่วม-ชายแดนไทย-กัมพูชา

วันศุกร์ ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 09.46 น.

ออมสินออกมาตรการเร่งด่วน พักหนี้ 3 เดือน พร้อมยกดอกเบี้ย ช่วยลูกหนี้ชายแดนและพื้นที่น้ำท่วม

นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ความไม่สงบบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา และเหตุอุทกภัยในหลายจังหวัดภาคเหนือที่ยังคงส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชนอย่างต่อเนื่อง ธนาคารออมสิน ในฐานะสถาบันการเงินเพื่อสังคมได้เร่งออกมาตรการ “พักหนี้อัตโนมัติ ไม่คิดดอกเบี้ย” เพื่อช่วยบรรเทาภาระของลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรง

มาตรการดังกล่าวครอบคลุมลูกหนี้เกือบทุกกลุ่ม โดยธนาคารจะพักชำระหนี้ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยเป็นระยะเวลา 3 เดือน และที่สำคัญ ดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าว ธนาคารจะยกเว้นให้ทั้งหมด โดยลูกหนี้ไม่ต้องชำระคืนภายหลัง เมื่อครบกำหนดพักหนี้ ลูกค้าจะกลับไปชำระหนี้ตามเงื่อนไขของสัญญาเดิมตามปกติ

กลุ่มเป้าหมายของมาตรการนี้ ได้แก่ ลูกหนี้ที่มีภูมิลำเนา ที่อยู่อาศัย หรือสถานที่ประกอบอาชีพในพื้นที่ประสบภัยพิบัติตามที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ประกาศไว้ ธนาคารจะทำการแจ้งสิทธิ์โดยตรงผ่านทาง SMS หรือจดหมายไปยังลูกค้าที่เข้าเกณฑ์ หากลูกหนี้รายใดไม่ประสงค์เข้าร่วมมาตรการ สามารถแจ้งความจำนงได้ที่สาขาธนาคารใกล้บ้าน หรือที่ GSB Contact Center โทร. 1115

ทั้งนี้ ในกรณีที่ลูกหนี้ได้รับแจ้งสิทธิ์แต่ต้องการชำระหนี้ตามปกติ ธนาคารจะนำเงินที่ชำระงวดนั้นไปตัดลดเงินต้นเต็มจำนวนเพื่อให้ลูกค้าได้รับประโยชน์สูงสุด อย่างไรก็ตาม มาตรการนี้ไม่ครอบคลุมสินเชื่อบางประเภท ได้แก่ สินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่, สินเชื่อชีวิตสุขสันต์, สินเชื่อตามนโยบายรัฐ (PSA) และสินเชื่อสำหรับผู้มีรายได้ประจำ ซึ่งสามารถตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมได้ผ่านเว็บไซต์ธนาคารออมสิน

“รัฐบาลมุ่งมั่นเดินเคียงข้างพี่น้องประชาชนทุกคน พร้อมเร่งขับเคลื่อนมาตรการช่วยเหลือในทุกมิติ เพื่อให้ทุกคนสามารถฟื้นตัวและกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมั่นคงโดยเร็วที่สุด” นางสาวศศิกานต์ กล่าว

‘2 อารมณ์’คนไทย ต่อผู้ป่วยกัมพูชา ปมดราม่า’รพ.สรรพสิทธิประสงค์’

'2 อารมณ์'คนไทย ต่อผู้ป่วยกัมพูชา ปมดราม่า'รพ.สรรพสิทธิประสงค์'

‘2 อารมณ์’คนไทย ต่อผู้ป่วยกัมพูชา ปมดราม่า’รพ.สรรพสิทธิประสงค์’

วันศุกร์ ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 09.35 น.

วันที่ 1 สิงหาคม 2568 นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์คลิปพร้อมข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า”2 อารมณ์ ต่อผู้ป่วยกัมพูชา”

หลังจากโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ ได้ออกแถลงการณ์เกี่ยวกับการรักษาพยาบาลคลินิกพิเศษนอกเวลา 4 ข้อ ได้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงเนื้อหาของแถลงการณ์ฉบับดังกล่าวว่า อาจขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชนหรือไม่ เนื่องจากการที่โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ ได้ปฏิเสธผู้ป่วยที่เป็นชาวกัมพูชา จนพรรคประชาชน ออกแถลงการณ์ ยกอนุสัญญาเจนีวา 4 ฉบับ ลงวันที่ 12 สิงหาคม 2492 ที่ประเทศไทยได้ลงนามเมื่อปี 2497 ว่า ด้วยกฎการทำสงครามและหลักสิทธิมนุษยชนในยามสงคราม ภาค 2 ข้อ 12 ขึ้นมา

หลังจากนั้นมีกระแสดรามาออกมาวิพากษ์วิจารณ์กันทั้ง 2 ฝ่าย มีทั้งฝ่ายเห็นด้วยกับแถลงการณ์ของโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ ก็สนับสนุนและเห็นว่าทำถูกต้อง เพราะประเทศกัมพูชา ทหารของกองทัพกัมพูชาได้โจมตีโรงพยาบาลของประเทศไทย ยิงต่อสู้กับทหารกองทัพไทยจนได้รับความบาดเจ็บ ล้มตาย มีประชาชนบาดเจ็บ เสียชีวิต จึงเกิดกระแสอารมณ์ความไม่พอใจ

ในขณะเดียวกันพรรคประชาชน ก็ยึดเอาหลักการของอนุสัญญาเจนีวาขึ้นมากล่าวอ้าง เกรงว่าประเทศไทยตกเป็นเหยื่อ ถูกกล่าวหาว่าละเมิดหลักสิทธิมนุษยชนได้ นอกจากนี้มีบุคคลสำคัญในวงการทางการแพทย์และสาธารณสุข เช่น นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้ออกมาปฏิเสธว่า ไม่มีนโยบายที่จะปฏิเสธรับผู้ป่วยไม่ว่าชาติใด รวมไปถึงบุคลากรทางการแพทย์หลายคน ก็ออกมาเรียกร้องให้โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ ประกาศยกเลิกแถลงการณ์ที่ได้ประกาศมาก่อนหน้านี้

ในที่สุดนายแพทย์มนต์ชัย วิวัฒนาสิทธิผล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ ได้ออกแถลงการณ์อีกฉบับหนึ่ง เพื่ออธิบายเหตุผล ซึ่งแถลงการณ์ฉบับแรกมีเนื้อหา 4 ข้อ แต่ไม่มีเหตุผลอธิบายในรายละเอียด ส่วนแถลงการณ์ฉบับใหม่ มีเนื้อหา 5 ข้อ และได้มีเนื้อหาเหตุผลรองรับทุกข้อ จึงทำให้เห็นว่าการปฎิบัติของโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ ตามแถลงการณ์ฉบับใหม่ ไม่ขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชน และไม่ขัดต่ออนุสัญญาเจนีวา

จากปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้น สามารถเข้าใจได้ว่า เป็นความเห็นของคน 2 กลุ่ม คือกลุ่มแรกต้องการความถูกต้อง ยึดหลักการเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติระยะยาว ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งเกิดขึ้นจากความรู้สึกที่ไม่พอใจ ต่อพฤติกรรมของกองทัพกัมพูชา ที่กระหน่ำโจมตีฝ่ายพลเรือน โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรงพยาบาล เมื่อทำลายโรงพยาบาลแล้วก็ไม่ควรที่จะมาใช้บริการโรงพยาบาลอีก

ทั้งหมดนี้เป็นความรู้สึกของประชาชนคนไทย ที่มีต่อคนกัมพูชา และขอให้เข้าใจว่า ประเทศไทยยังยึดอยู่ในหลักอนุสัญญาเจนีวา และสามารถอธิบายเหตุผลความจำเป็นให้สังคมเข้าใจแล้ว.

ทบ.นำทูต-ผู้แทน-ผู้ช่วยทูตทหาร ลงพื้นที่พิสูจน์ทหารกัมพูชา โจมตีพลเรือน

ทบ.นำทูต-ผู้แทน-ผู้ช่วยทูตทหาร ลงพื้นที่พิสูจน์ทหารกัมพูชา โจมตีพลเรือน

ทบ.นำทูต-ผู้แทน-ผู้ช่วยทูตทหาร ลงพื้นที่พิสูจน์ทหารกัมพูชา โจมตีพลเรือน

วันศุกร์ ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 09.27 น.

ทบ.นำ เอกอัครราชทูต -อุปทูต-ผู้แทน รวม 11 ประเทศ และผู้ช่วยทูตทหาร 23 ประเทศ ลงพื้นที่พิสูจย์ ทหารกัมพูชา ยิงพลเรือน โจมตี โรงเรียน-โรงพยาบาล-ปั้มน้ำมัน-ร้านสะดวกซื้อ พังยับ

วันที่ 1 สิงหาคม 2568 ท่าอากาศยานกองบิน6 (บน.6,)ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบก (ศปส.ทบ.) นำคณะ ผู้ช่วยทูตทหาร 23 ประเทศ และสื่อมวลชน สังเกตการณ์พื้นที่พลเรือน โรงพยาบาล ที่ได้รับผลกระทบ จากสถานการณ์ไทย-กัมพูชา รับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์ในพื้นที่ ได้รับความเสียหาย การละเมิดข้อตกลงหยุดยิงของฝ่ายกัมพูชา 

จากนั้นเดินทางไปพื้นที่ทหารกัมพูชายิงจรวดใส่ร้านสะดวกซื้อ สถานีบริการนำมัน ปตท.บ้านมือ ต.หนองหญ้าลาดือ.กัทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งทำให้ประชาชนคนไทยเสียชีวิต 8 คน หนึ่งในนั้นเป็นเด็กอายุ 7-8 ปี บาดเจ็บจำนวน 10 คน 

และเดินทางต่อ ร.ร.ภูมิชรอลวิทยา ต.เสาธงชัย เพื่อสังเกตการณ์ พื้นที่ได้รับความเสียหาย และเดินทางไปยัง รพ.สต.บ้านชำเม็ง ต.เสาธงชัย สังเกตการณ์ พื้นที่ที่ได้รับความเสียหาย ก่อนจะเดินทางต่อไปยังศูนย์พักพิง วิทยาลัยเทคโนโลยี กันทรลักษ์

โดย พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก(ทบ.)กล่าวถึงการลงพื้นที่ว่า  วันนี้ก็เป็นการพาเอกอัคราชทูต อุปทูต ทูตทหาร สื่อต่างประเทศ รวมทั้งสื่อไทยในพื้นที่ รวมเกือบ 200 คนแยกกันเดินทางไปก่อน วันนี้วัตถุประสงค์การพาไปดูพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ ดูเรื่องหลักๆคือผลกระทบจากการใช้อาวุธทหารกัมพูชามาที่เป้าหมายพลเรือน ได้แก่โรงพยาบาล โรงเรียน มีปั๊มน้ำมันในร้านสะดวกซื้อ และปิดท้ายไปที่ศูนย์พักพิงชั่วคราวว่ามีประชาชนที่ไม่ได้เกี่ยวข้องได้รับผลกระทบเพียงใด เอกอัคราชทูต อุปทูต ทูตทหาร และสื่อต่างประเทศจะได้เห็น จะเป็นโอกาสดีที่จะให้ผู้ที่ไปในวันนี้ได้สื่อสารไปในระดับสากล 

“เป้าหมายหลักของเราเน้นเรื่องของข้อเท็จจริง เราอาจจะไม่เหมือนกับฝั่งกัมพูชา โดยเฉพาะสถานที่หรือจุดที่เราไปทั้งหมดนั้นเป็นจุดเกิดเหตุที่เกิดขึ้นจริงๆ แต่ละจุดเหล่านั้นค่อนข้างห่างจากพื้นที่การสู้รบเป็นหลาย 10 กิโลเมตร โดยต่างประเทศที่ไปสังเกตดูทุกคนก็ยังพูดถึงกองทัพบกที่ได้ออกมาชี้แจงได้ได้ให้กำลังใจกันเป็นการส่วนตัว ว่าเราสามารถตอบสนองต่อข่าวได้เร็วมาก ทุกคนน่าจะมีความเห็นตรงกันในเรื่องนี้”โฆษก ทบ.กล่าว 

สำหรับ เอกอัครราชทูต 3 ประเทศ:บรูไน, ญี่ปุ่น,  เมียนมา
ระดับ อุปทูต 3 ประเทศ : มาเลเซีย, สปป. ลาว, อินโดนีเซีย,
ผู้แทนทางการทูตระดับต่าง ๆ 5 ประเทศ  สหรัฐฯ, สิงคโปร์, จีน, เวียดนาม, ฟิลิปปินส์

รวม 11 ประเทศ

ผู้ช่วยทูตทหาร รวม 23 ประเทศ  
1. จีน 
2. มาเลเซีย 
3. ปากีสถาน 
4. เกาหลีใต้ 
5. รัสเซีย 
6. สิงคโปร์ 
7. เยอรมัน 
8. อินเดีย 
9. ลาว 
10. แคนาดา 
11. ฝรั่งเศส 
12. สหรัฐอเมริกา 
13. ฟิลิปปินส์ 
14. ญี่ปุ่น 
15. เวียดนาม 
16. อิตาลี 
17. เนเธอร์แลนด์ 
18. อินโดนิเซีย 
19. สวีเดน 
20. สวิตเซอร์แลนด์ 
21. บรูไน 
22. ทูร์เคีย 
23. สหราชอาณาจักร

ทภ.2 ส่งทหารเขมร 2 นาย ‘บาดเจ็บ-สติฟั่นเฟือน กลับ’กัมพูชา’วันนี้ ควบคุมตัวไว้ 18 นาย

ทภ.2 ส่งทหารเขมร 2 นาย 'บาดเจ็บ-สติฟั่นเฟือน กลับ'กัมพูชา'วันนี้ ควบคุมตัวไว้ 18 นาย

ทภ.2 ส่งทหารเขมร 2 นาย ‘บาดเจ็บ-สติฟั่นเฟือน กลับ’กัมพูชา’วันนี้ ควบคุมตัวไว้ 18 นาย

วันศุกร์ ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 09.14 น.

โฆษก ทบ. ระบุ กองทัพภาคที่ 2 ส่งทหารกัมพูชาจำนวน 2 นาย บาดเจ็บ-มีสติฟั่นเฟือน กลับกัมพูชาวันนี้ โดยยึดตามอนุสัญญาเจนีวา ทำให้เหลือทหารกัมพูชาที่ยังควบคุมตัวไว้ 18 นาย

1 ส.ค. 68 พลตรีวินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ระบุถึงการควบคุมตัวทหารกัมพูชา 18 นาย หลังเหตุปะทะ ในพื้นที่ซำแตจังหวัดศรีสะเกษ ว่า ปัจจุบัน ทหาร กัมพูชา ที่ควบคุมตัวได้ในพื้นที่การรบมี จำนวน  20 คน  ดำเนินการไปตามกระบวนการขั้นตอนของฝ่ายทหาร

โดยยึดปฏิบัติตามกฏบัตรสหประชาชาติ และอนุสัญญาเจนีวา ในสถานะเชลยศึก ยืนยันว่า กองทัพภาคที่ 2 ให้ดูแลอย่างดีตามหลักมนุษยธรรมที่เป็นสากล 

โดยวันนี้ในเวลาประมาณ 10.00 น. จะมีส่งกลับกัมพูชา 2 คน  เนื่องจากป่วยหนัก และสติฟั่นเฟือน  ซึ่งตามอนุสัญญาเจนีวาระบุให้สามารถส่งกลับได้สำหรับกรณีดังกล่าว ทางกองทัพภาคที่ 2 จึงพิจารณาส่งกลับไป ทำให้จะเหลืออยู่ในการควบคุมดูแล จำนวน 18 คน

‘อ.ไชยันต์’สงสัย? สหรัฐฯอยู่เบื้องหลังทั้งม็อบ’เยาวชน-ฮุนเซน’

'อ.ไชยันต์'สงสัย? สหรัฐฯอยู่เบื้องหลังทั้งม็อบ'เยาวชน-ฮุนเซน'

‘อ.ไชยันต์’สงสัย? สหรัฐฯอยู่เบื้องหลังทั้งม็อบ’เยาวชน-ฮุนเซน’

วันศุกร์ ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 08.51 น.

วันที่ 20 มิถุนายน 2568 ศ.ดร.ไชยันต์ ไชยพร อาจารย์ประจำภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก Chaiyan Chaiyaporn ระบุว่า สงสัย ! หลังลือว่าสหรัฐฯสนับสนุนม็อบเยาวชนต้านสถาบันฯ มาคราวนี้ สนับสนุนฮุนเซนอีก