‘ลิณธิภรณ์’ยันไม่ได้พูด! ‘นายกฯอิ๊งค์’จะกลับมาทำงาน 29 ส.ค.

'ลิณธิภรณ์'ยันไม่ได้พูด! 'นายกฯอิ๊งค์'จะกลับมาทำงาน 29 ส.ค.

‘ลิณธิภรณ์’ยันไม่ได้พูด! ‘นายกฯอิ๊งค์’จะกลับมาทำงาน 29 ส.ค.

วันอังคาร ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 15.41 น.

“ลิณธิภรณ์”ยันไม่ได้พูด! “นายกฯอิ๊งค์”จะกลับมาทำงาน 29 ส.ค. ย้ำชัดรอคำตัดสินศาลรธน.

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2568 น.ส.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ รมช.ศึกษาธิการ กล่าวถึงการติดตามคดีที่ประธานวุฒิสภา ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ขอให้วินิจฉัยว่าความเป็นรัฐมนตรีของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรมว.วัฒนธรรม สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่ จากกรณีคลิปสนทนาทางโทรศัพท์ระหว่างนายกรัฐมนตรีไทย กับ สมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ว่า ในฐานะรัฐมนตรีคนหนึ่งในคณะรัฐมนตรีนี้ ขอยืนยันว่ารัฐบาลและฝ่ายการเมืองที่เกี่ยวข้อง ไม่คิดแทรกแซงหรือก้าวล่วงอำนาจศาลรัฐธรรมนูญ และพร้อมรอติดตามการลงมติของตุลาการ เคารพคำวินิจฉัยที่จะมีกำหนดอ่านในวันที่ 29 ส.ค.

น.ส.ลิณธิภรณ์ กล่าวว่า การพิจารณาคดีของศาลรัฐธรรมนูญ เป็นกลไกสำคัญของกระบวนการยุติธรรมที่ต้องเคารพอย่างเคร่งครัด น.ส.แพทองธาร ในฐานะผู้ถูกร้อง ก็ให้ความร่วมมือกับกระบวนการตั้งแต่ต้น เพื่อธำรงไว้ซึ่งนิติรัฐและความสง่างามของระบบการเมืองไทย จึงขอให้สังคมร่วมกันติดตามคำวินิจฉัยในท้ายที่สุด เพื่อให้ประเทศสามารถเดินหน้าต่อไปได้

“ดิฉันขอเรียนย้ำว่า นายกฯ แพทองธาร มีกำลังใจเต็มที่ในการทำงานเพื่อประชาชน และพร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามกฎหมายทุกขั้นตอน ไม่เคยคิดจะหลีกเลี่ยงหรือก้าวล่วง และพร้อมเคารพต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญทุกประการ” น.ส.ลิณธิภรณ์ กล่าว

ส่วนเพจ ดร.หญิง ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ โพสต์ข้อความว่า “หลังประชุม ครม.เสร็จ เดินผ่านนักข่าว นักข่าวถามบรรยากาศ ดิฉันยืนยัน ครม.ทุกคนให้กำลังใจนายกฯ อิ๊งค์ และนายกฯ อิ๊งค์ ว่าคิดถึงทุกคน และรอผลวันศุกร์ แต่ดิฉันไม่มีพูดวันศุกร์กลับมาทำงานนะคะ”

‘อนุทิน’ปัดเตรียมนั่ง‘นายกฯ’ กระเซ้ามีแต่เลิฟรูม ไม่มีวอร์รูมลุ้นจับตาขี้ชะตา‘อิ๊งค์’

‘อนุทิน’ปัดเตรียมนั่ง‘นายกฯ’ กระเซ้ามีแต่เลิฟรูม ไม่มีวอร์รูมลุ้นจับตาขี้ชะตา‘อิ๊งค์’

‘อนุทิน’ปัดเตรียมนั่ง‘นายกฯ’ กระเซ้ามีแต่เลิฟรูม ไม่มีวอร์รูมลุ้นจับตาขี้ชะตา‘อิ๊งค์’

วันอังคาร ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 15.23 น.

“อนุทิน”ปัดเตรียมนั่ง”นายกฯ” กระเซ้ามีแต่เลิฟรูม ไม่มีวอร์รูมลุ้นจับตาชี้ชะตา”อิ๊งค์”ปมคลิปเสียงหลุด

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2568 ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยปมคลิปเสียงสนทนาระหว่าง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กับ สมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ในวันที่ 29 ส.ค.นี้ พรรคภูมิใจไทยจะมีการตั้งวอร์รูมติดตามคดี หรือไม่ว่า “ไม่มี วอร์รูมจะไปรบกับใครเล่า มีแต่เลิฟรูม” ทั้งนี้ เมื่อถามว่า ได้เตรียมความพร้อมในการเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไปหรือไม่ นายอนุทิน ระบุสั้นๆ ว่า “ไม่มีครับ”

ตอกย้ำแผ่นดินไทย! ‘เสธ.เบิร์ด’ลุยบ้านหนองจาน จี้อพยพคนเขมรกลับประเทศ

ตอกย้ำแผ่นดินไทย! 'เสธ.เบิร์ด'ลุยบ้านหนองจาน จี้อพยพคนเขมรกลับประเทศ

ตอกย้ำแผ่นดินไทย! ‘เสธ.เบิร์ด’ลุยบ้านหนองจาน จี้อพยพคนเขมรกลับประเทศ

วันอังคาร ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 14.43 น.

“เสธ.เบิร์ด”ลุยบ้านหนองจาน ตอกย้ำแผ่นดินไทย ซัด”ฮุนเซน”ไม่ได้โง่แต่ขี้โกง จี้อพยพคนเขมรกลับประเทศ หากนิ่งไทยจะเดินหน้าผลักดันเอง

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2568 ที่บ้านหนองจาน ต.โดนหมากมุ่น อ.โคกสูง จ.สระแก้ว พล.ต.วันชนะ สวัสดี รองโฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย ให้สัมภาษณ์ระหว่างลงพื้นที่บ้านหนองจาน ว่า จุดที่เรายืนอยู่ในขณะนี้คือบ้านหนองจาน อยู่ในเขตของประเทศไทย ปัจจุบันตอนนี้ หลักเขตที่ไทยและกัมพูชายอมรับตรงกัน คือหลักเขตที่ 46 และ 47 ซึ่งมีหลักเขตอยู่จริง แต่พื้นที่ที่อ้างสิทธิ์ระหว่างหลักเขตพื้นที่ 46 และ 47 เราอ้างสิทธิ์ไม่ตรงกัน นั่นหมายความว่ามีพื้นที่ที่อ้างสิทธิ์ทับซ้อนกันอยู่ แต่สิ่งที่แน่ที่สุดคือ หลักเขตที่กัมพูชาได้เซ็นยอมรับเมื่อปี 49 ที่กัมพูชาอ้างสิทธิ์ มันมีหมู่บ้านของเขาที่ล้ำมาในแผ่นดินไทยอย่างชัดเจน ตนฝากไปถึงว่าผู้ที่มาเซ็นยอมรับไว้เมื่อปี 49 ว่าคุณจะต้องจัดการกับหมู่บ้านเหล่านี้ โดยทำแผนอพยพประชาชนให้แล้วเสร็จ และจะต้องมีเวลากำหนด คุณต้องอพยพออกไป เพราะนี่เป็นการละเมิดอย่างชัดเจน

แต่หมู่บ้านแห่งนี้อาจจะมีข้อแตกต่างจากบ้านหนองหญ้าแก้วนิดหน่อยคือ บ้านหนองหญ้าแก้วไม่ได้เป็นพื้นที่ศูนย์อพยพมาก่อน แต่พื้นที่บ้านหนองจานเป็นศูนย์อพยพมาก่อน แต่ตนยืนยันเหมือนเดิมว่าพื้นที่ที่เรายืนอยู่ตรงนี้เป็นแผ่นดินไทย สิ่งที่เราได้เปรียบคือ ไม่ว่าคุณจะยอมรับหลักเขตหรือไม่ แต่ตรงนี้คุณล้ำเขตแดนอย่างแน่นอน ฮุน เซน ไม่ใช่คนโง่ แต่เป็นคนโกง ถึงพยายามที่จะฮุบเอาแผ่นดินของไทยไป

“เราอยากเรียกร้องให้อพยพประชาชนชาวกัมพูชาที่ล่วงล้ำแผ่นดินไทยออกไป ซึ่งมีประมาณ 50 ครัวเรือน ในพื้นที่เกือบ 60 ไร่ ถ้าไม่เป็นไปตามข้อตกลงนั้น เราจะใช้สิทธิ์ผลักดันต่อไป ฮุน เซน ไม่ใช่คนโง่ แต่เป็นคนขี้โกง แม้กระทั้งเส้นที่เขาอ้างสิทธิ์ก็ยังล้ำมาในแผ่นดินไทย จึงเรียกร้องให้เขาทำแผนอพยพประชาชนออกไป ส่วนพื้นที่ที่ทั้งสองฝ่ายอ้างสิทธิ์จะต้องมาคุยกันต่อในการประชุม JBC จุดที่เราเรียกร้องอยู่นอกเหนือ MOU43 เพราะเขาล้ำมาในแผ่นดินไทย ถ้าเขายังไม่ยอมทำ เราก็ต้องทำแผนของเรา เพื่อผลักดันเขาออกไป”

ขณะที่ เพจเฟซบุ๊ก “ข่าวทหาร” ได้โพสต์คลิปวีดีโอพร้อมข้อความระบุว่า “เสธ.เบิร์ด” ลงพื้นที่ #บ้านหนองจาน ได้ประกาศชัดๆ ให้รัฐบาลเขมรจัดการกับ ปชช.ของตัวเองโดยด่วน มิฉะนั้น กองกำลังของฝ่ายไทย (ทัพภาค 1) มีความชอบธรรม และมีความพร้อม ในการผลักดันชาวกัมพูชา..ออกจากประเทศไทย ในขณะที่มวลชนชาวไทย ที่มาร่วมชุมนุมอยู่ตรงนั้นก็พร้อมปะทะ

Cr : ช้างเผือก

#สระแก้ว #TruthFromThailand

อินไซด์ครม.! สะพัด‘อิ๊งค์’ถามกลางวง ก่อนเขี่ยชื่อคู่กรณี‘ภูมิธรรม’พ้นนักเรียนวปอ.

อินไซด์ครม.! สะพัด‘อิ๊งค์’ถามกลางวง ก่อนเขี่ยชื่อคู่กรณี‘ภูมิธรรม’พ้นนักเรียนวปอ.

อินไซด์ครม.! สะพัด‘อิ๊งค์’ถามกลางวง ก่อนเขี่ยชื่อคู่กรณี‘ภูมิธรรม’พ้นนักเรียนวปอ.

วันอังคาร ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 14.41 น.

อินไซด์ครม.! สะพัด‘อิ๊งค์’ถามกลางวง ก่อนเขี่ยชื่อคู่กรณี‘ภูมิธรรม’พ้นนักเรียนวปอ.

26 สิงหาคม 2568 รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล ระบุว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติถอนชื่อ รศ.ดร.ธนพร ศรียากูล ผู้อำนวยการสถาบันวิเคราะห์การเมืองและนโยบาย ออกจากรายชื่อนักศึกษาหลักสูตรวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) ปี 2569 รุ่น 69 เนื่องจากมีผู้แทนหลายองค์กร ยื่นเรื่องร้องเรียนว่า รศ.ดร.ธนพร ไม่มีความเหมาะสม ที่จะเข้าเรียนในหลักสูตรดังกล่าว เนื่องจากสร้างความเสื่อมเสียให้กับองค์กร

สืบเนื่องจากในที่ประชุม ครม. น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ได้สอบถามกลางที่ประชุมครม. และให้ความเห็นเกี่ยวกับรายชื่อนักศึกษา วปอ.บางคน ในที่ประชุม ครม. วันนี้ด้วย โดยสอบถามว่าใครเป็นผู้มีอำนาจพิจารณารายชื่อออก

จากนั้น นายชัยชนะ เดชเดโช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้แจ้งต่อที่ประชุม ว่า ได้รับการร้องเรียนจากตัวแทนสมาคมประมง อ้างว่ามีผู้ร้องเรียน รศ.ดร.ธนพร ให้คำแนะนำไม่เหมาะสม จนทำให้ไม่สามารถแก้ไขปัญหาประมงเมื่อหลายปีก่อน และ เป็นปัญหาต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน

ขณะที่ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ซึ่งทำหน้าที่ประธานการประชุม ครม. และเป็นคู่กรณีที่เพิ่งจะยื่นฟ้อง หมิ่นประมาท รศ.ดร.ธนพร จากกรณีวิพากษ์วิจารณ์เรื่องสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ไม่ได้แสดงความเห็นในเรื่องนี้

‘พรหมินทร์’แจง‘อิ๊งค์’ไม่มาทำเนียบฯเลี่ยงตอบคำถามมากมาย หวั่นกระทบคดีคลิปเสียง

‘พรหมินทร์’แจง‘อิ๊งค์’ไม่มาทำเนียบฯเลี่ยงตอบคำถามมากมาย หวั่นกระทบคดีคลิปเสียง

‘พรหมินทร์’แจง‘อิ๊งค์’ไม่มาทำเนียบฯเลี่ยงตอบคำถามมากมาย หวั่นกระทบคดีคลิปเสียง

วันอังคาร ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 14.24 น.

‘พรหมินทร์’ขอแก้ข่าว ปัด‘อิ๊งค์’พูดเกี่ยวกับคดีกลางวงครม. ชี้ไม่มาทำเนียบฯเลี่ยงตอบคำถามมากมาย

เมื่อเวลา 13.45 น.วันที่ 26 สิงหาคม 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า ตนขอชี้แจงกรณีที่มีข่าวเกี่ยวกับ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรมว.วัฒนธรรม พูดในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่พูดอะไรเกี่ยวข้องกับศาล ขอแก้ข่าวตรงนี้ว่าข้อเท็จจริงนายกฯทราบดีว่าขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาคดีของศาลรัฐธรรมนูญ การที่น.ส.แพทองธาร ตัดสินใจเข้าร่วมประชุมคณะรัฐมนตรีผ่านระบบซูม ก็เพราะต้องการหลีกเลี่ยงการตอบคำถามสื่อมวลชนที่อาจจะตั้งคำถามมากมาย โดยเกรงว่าจะกระทบกระเทือนต่อรูปคดี ซึ่งเป็นการตัดสินใจที่ชัดเจน

ทั้งนี้ในการประชุมครม.วันนี้ นายกฯเข้าประชุมในฐานะรมว.วัฒนธรรม เพราะมีวาระที่เกี่ยวข้องและต้องอธิบายชี้แจงก็ทำหน้าที่ตรงนั้น โดยตอนท้ายของการประชุม นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯและรมว.มหาดไทย ในฐานะรักษาราชการนายกฯ ได้ถือโอกาสกล่าวให้กำลังใจน.ส.แพทองธาร ซึ่งน.ส.แพทองธาร เพียงกล่าวขอบคุณคณะรัฐมนตรีและข้าราชการที่ทำงานให้กับคณะรัฐมนตรีเท่านั้น ทั้งนี้หากการตัดสินเป็นไปในทางที่ดีก็มีโอกาสที่จะกลับมา ไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกับข้อพิจารณาของศาลเพราะนายกฯทราบดีว่าสิ่งที่เกิดขึ้นขณะนี้คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลตนขอยืนยันเรื่องนี้

ครม.ให้กำลังใจนายกฯ ขอ 29 ส.ค.ได้รับข่าวดี ด้าน’แพทองธาร’หวังได้กลับมาทำงาน

ครม.ให้กำลังใจนายกฯ ขอ 29 ส.ค.ได้รับข่าวดี ด้าน'แพทองธาร'หวังได้กลับมาทำงาน

ครม.ให้กำลังใจนายกฯ ขอ 29 ส.ค.ได้รับข่าวดี ด้าน’แพทองธาร’หวังได้กลับมาทำงาน

วันอังคาร ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 14.09 น.

“ภูมิธรรม”นำ ครม.ให้กำลังใจ”นายกฯอิ๊งค์” ขอ 29 ส.ค.นี้ได้รับข่าวดี ด้าน”แพทองธาร”ขอบคุณ-คิดถึงทุกคน จับตามอนิเตอร์”ทำเนียบฯ”ฟังศาลชี้ชะตา

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่มี นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุม โดย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรมว.วัฒนธรรม ได้เข้าร่วมประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์เป็นครั้งแรก

โดย น.ส.แพทองธาร วิดีโอคอนเฟอเรนซ์เข้ามาในห้องประชุม ครม.ตั้งแต่ต้นจนจบการประชุม ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส และสดใส ไม่มีสีหน้าเคร่งเครียดแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม ก่อนปิดการประชุม นายภูมิธรรมได้เป็นตัวแทนรัฐมนตรี กล่าวอวยพรและให้กำลังใจนายกฯ หวังว่าในวันที่ 29 ส.ค.จะได้รับข่าวดี ขณะที่นายกฯ กล่าวขอบคุณทุกคนที่ให้กำลังใจ และคิดถึงทุกคน ซึ่งรัฐมนตรีในห้องประชุมได้ปรบมือให้กำลังใจนายกฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ในวันที่ 29 ส.ค.นี้ น.ส.แพทองธาร จะติดตามการอ่านคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ทำเนียบรัฐบาล กรณีที่ประธานวุฒิสภาส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 10 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่าความเป็นรัฐมนตรีของ น.ส.แพทองธาร สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ จากกรณีคลิปเสียงสนทนา กับ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา

เช็ครายชื่อ! ครม.มีมติแต่งตั้งข้าราชการหลายตำแหน่ง

เช็ครายชื่อ! ครม.มีมติแต่งตั้งข้าราชการหลายตำแหน่ง

เช็ครายชื่อ! ครม.มีมติแต่งตั้งข้าราชการหลายตำแหน่ง

วันอังคาร ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 14.04 น.

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุม ครม.มีมติแต่งตั้ง นายมณเฑียร คณาสวัสดิ์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ไปดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมควบคุมโรค , นายพงศธร พอกเพิ่มดี รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ตามที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เสนอ

นอกจากนี้ ครม.ยังมีมติแต่งตั้ง นายโชคชัย วิเชียรชัยยะ อธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุ , น.ส.สนธยา บุณยภูษิต ผู้ตรวจราชการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ตามที่กระทรวง พม.เสนอ

ทั้งนี้ ครม.มีมติอนุมัติตามที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เสนอแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญ สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง จำนวน 6 ราย เพื่อทดแทนผู้ดำรงตำแหน่งที่จะเกษียณอายุราชการ และทดแทนตำแหน่งที่ว่าง ดังนี้

1.นางภัทริยาวรรณ พันธุ์น้อย ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ดำรงตำแหน่ง รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

2.นายภูธร จันทะหงษ์ ปุณยจรัสธำรง ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ดำรงตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง

3.นายสุรพงษ์ เอิมอุทัย ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ดำรงตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง

4.นายนิยม ไผ่โสภา รองศึกษาธิการภาค สำนักงานศึกษาธิการภาค 3 สำนักงานปลัดกระทรวง ดำรงตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง

5.นายเสริมฤทธิ์ หวายฤทธิ์ธนกุล รองเลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สำนักงานปลัดกระทรวง ดำรงตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง

6.นายภูมิพัทธ เรืองแหล่ ผู้ช่วยเลขาธิการสภาการศึกษา สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ดำรงตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง

โดยกรณีการแต่งตั้งข้าราชการลำดับที่ 1 – 3 และลำดับที่ 6 ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุทั้งสองฝ่ายได้ตกลงยินยอมในการโอนแล้ว ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป

ขณะที่ ครม.มีมติอนุมัติตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กษ.) เสนอแต่งตั้งข้าราชการการเมือง จำนวน 3 ราย ดังนี้

1.นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

2.นายธนสาร ธรรมสอน ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ [ปฏิบัติหน้าที่เลขานุการรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (นายอัครา พรหมเผ่า)]

3.นายธัญญวัฒน์ พากเพียร ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (นายอัครา พรหมเผ่า)

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 26 สิงหาคม 2568 เป็นต้นไป

‘สกลธี’สับแหลก‘เพื่อไทย’ ถาม‘รถไฟฟ้า 20 บาท’จะตลอดสายกี่โมง?

‘สกลธี’สับแหลก‘เพื่อไทย’ ถาม‘รถไฟฟ้า 20 บาท’จะตลอดสายกี่โมง?

‘สกลธี’สับแหลก‘เพื่อไทย’ ถาม‘รถไฟฟ้า 20 บาท’จะตลอดสายกี่โมง?

วันอังคาร ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 13.54 น.

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2568 นายสกลธี ภัททิยกุล อดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก Sakoltee Phattiyakul ระบุว่า รถไฟฟ้า 20 บาทจะตลอดสายกี่โมง??? และยั่งยืนไหม???

เอาจริงๆ ผมใจหายนะ ถ้านโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายของพรรคเพื่อไทย จะไม่ทันใช้ในวันที่ 1 ต.ค.นี้ เพราะผมคิดว่าประชาชนที่เดินทางในกรุงเทพมหานครก็เฝ้ารอนโยบายนี้เพื่อจะได้ลดค่าใช้จ่ายประจำวัน แม้ส่วนตัวจะไม่เห็นด้วยก็ตาม
ที่ผมบอกว่าไม่เห็นด้วย ไม่ใช่ว่าไม่เห็นด้วยกับการลดราคาให้ถูกลงเพื่อที่พี่น้องประชาชนจะเข้าถึงได้ง่ายขึ้นนะครับ แต่ไม่เห็นด้วยกับการลดราคาลงให้ถูกลงมากจนเกินไป จนต้องนำเงินไปอุดหนุนต่อปีจำนวนมาก

และเมื่อดูจากข้อมูลที่ปรากฏตามสื่อต่างๆ ก็ชี้ให้เห็นว่าราคา 20 บาทนี้น่าจะตรึงได้แค่ 1-2 ปีเท่านั้น โดยใช้เงินเงินอุดหนุนปีละประมาณ 7-8 พันล้านบาทต่อปี (และอาจจะมากกว่านั้น) และถ้าทำต่อก็ต้องถมเงินมาอุดหนุนต่อเนื่องอีกทุกปี ซึ่งเงินจำนวนที่เอาไปอุดหนุนนี้สามารถนำไปลงทุนรถไฟฟ้าสายใหม่ได้ทั้งในกรุงเทพฯ หรือในต่างจังหวัดหัวเมืองใหญ่

เหมือนกับสักแต่ทำให้ได้ตัวเลข 20 บาทเพื่อนำไปหาเสียงต่อเท่านั้น แต่ไม่ดูถึงความยั่งยืนของค่าโดยสารในระยะยาว ซึ่งเป็นสิ่งที่พรรคเพื่อไทยและชอบใช้หาเสียงเพื่อดึงดูดให้น่าสนใจ และประชาชนจำนวนมากก็มักจะเชื่อนโยบายหวานซ่อนยาพิษแบบนี้ โดยไม่มองถึงระยะยาว

สิ่งที่ระบบขนส่งสาธารณะของบ้านเราควรจะเร่งทำก็คือ การทำให้ค่าโดยสารถูกลงโดยสะท้อนความเป็นจริงของต้นทุนและมีความยั่งยืน และใช้บัตรใบเดียว (integrated public transportation card) ในการใช้บริการขนส่งสาธารณะให้ได้เหมือนต่างประเทศ จะทำให้เกิดความสะดวกสบายทั้งกับคนไทยและชาวต่างชาติที่มาเที่ยวบ้านเรา

ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบการ์ดหรือ QR code ในมือถือก็ตาม เช่น บัตร Octapus card ของฮ่องกง หรือ Oyster card ของอังกฤษ ฯลฯ โดยในหลายประเทศ ได้พ่วงบริการอื่นเช่นสามารถใช้บริการในร้านสะดวกซื้อและร้านต่างๆ ได้ด้วย ซึ่งนอกจากจะสะดวกแล้วยังเป็นคลังข้อมูลมหาศาลให้ประเทศนำไปใช้ประโยชน์ต่อได้

ดังนั้นราคาที่ถูกลงและเหมาะสมโดยไม่นำเงินงบประมาณไปอุดหนุนให้เป็นภาระมากเกินไปน่าจะเป็นคำตอบ และต้องเร่งรวมเป็นการใช้บัตรใบเดียวโดยที่ไม่ต้องเสียค่าแรกเข้าซ้ำซ้อนให้ได้ครับ อันนี้เป็นความท้าทายของฝ่ายบริหารเพราะต้องทำทางออกกฎหมายรองรับและเจรจากับเอกชนซึ่งเป็นเจ้าของสัมปทานที่มีมากกว่ารายเดียว

ดูจากการบริหารงานแบบนี้ น่าเป็นห่วงพรรคเพื่อไทยมากๆ จากที่เคยขึ้นชื่อเรื่องการบริหารเศรษฐกิจด้วยความฉับไว บัดนี้แทบจะไม่เหลืออะไรให้เป็นผลงานไปขายในการเลือกตั้งครั้งหน้า

ดูจากเศรษฐกิจในประเทศที่แนวโน้มขาลงอย่างต่อเนื่อง ข้าวของแพงแผ่นดิน รายย่อย SMEs ล้มหายตายจาก ตลาดหุ้นไร้ปัจจัยหนุน การลงทุนต่างประเทศขาดหาย อุตสาหกรรมใหม่ไม่เกิด แนวโน้มการว่างงานสูงขึ้น การแจกเงิน 10,000 เป็นไปตามเป้าเหมือนพายุหมุนลงชักโครกละลายเงินงบประมาณไปหลายแสนล้านโดยไม่เกิดประโยชน์ และขี้โม้ไว้ว่าจะทำเป็น digital สุดท้ายก็แค่แจกปกติ

ไม่นับเหตุการณ์ล่าสุดที่วุฒิภาวะและความน่าเชื่อถือของทั้งนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลได้หมดไปกับเหตุการณ์ ไทย-กัมพูชา แล้วถ้าเรื่องรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายยังไม่สำเร็จอีก ผมยังไม่เห็นผลงานอะไรที่เป็นชิ้นเป็นอันจากรัฐบาลพรรคเพื่อไทยจากที่ผ่านมาเกือบสามปีเลยครับ

ขึ้นต้นเป็นรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายแต่ไม่รู้ทำไมมันถึงมาจบที่หายนะในอนาคตของพรรคเพื่อไทยได้อย่างไร

ขอดูซักนโยบายที่เป็นประโยชน์กับประเทศแบบยั่งยืนจะได้ไหมครับ???

#รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย

‘ภูมิธรรม’สั่งการทุกองคาพยพ พร้อมรับมือ‘พายุคาจิกิ’ 1-2 วันนี้ ตลอด 24 ชม.

‘ภูมิธรรม’สั่งการทุกองคาพยพ พร้อมรับมือ‘พายุคาจิกิ’ 1-2 วันนี้ ตลอด 24 ชม.

‘ภูมิธรรม’สั่งการทุกองคาพยพ พร้อมรับมือ‘พายุคาจิกิ’ 1-2 วันนี้ ตลอด 24 ชม.

วันอังคาร ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 12.54 น.

‘ภูมิธรรม’สั่งการทุกองคาพยพ พร้อมรับมือ‘พายุคาจิกิ’ 1-2 วันนี้ ตลอด 24 ชม.

26 ส.ค.68 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายจิรายุ  ห่วงทรัพย์   โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงข้อสั่งการนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี โดยนายภูมิธรรม สั่งการให้กรมอุตุนิยมวิทยา และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ติดตามสถานการณ์พายุคาจิกิอย่างใกล้ชิดตลอด24 ชม.  เพื่อตัดสินใจ แจ้งเตือนภัย สื่อสารให้ทั่วถึงเหมาะสม ด้วยระบบต่าง ๆ โดยเฉพาะระบบ cell broadcast และเตรียมการกู้ภัยในพื้นที่ ที่ได้ผลกระทบอย่างทันการณ์

 นอกจากนี้ สำหรับการบริหารจัดการระบบคลาวด์ภาครัฐ เพื่อให้ประเทศไทยมีฐานข้อมูลกลางของรัฐในการจัดเก็บข้อมูลขนาดใหญ่ที่มีมาตรฐาน เป็นระบบ ครบถ้วน และมีความปลอดภัย ให้ทุกส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐที่มีการตั้งงบประมาณเพื่อจัดซื้อ จัดจ้าง หรือเช่าใช้บริการระบบ  คลาวด์ (Cloud) ชะลอการดำเนินการดังกล่าวไว้ก่อน  เพื่อรอความชัดเจนเกี่ยวกับแนวทางการ  บูรณาการโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัล (National Cloud) ของประเทศไทย จากกระทรวงดีอี  ในฐานะหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล เพื่อประกอบการดำเนินการ โดยให้ กระทรวงดีอี เร่งเสนอแนวทางดังกล่าวต่อ ครม. ภายใน 1 เดือน

รัฐบาลย้ำไม่ยอมให้‘กัมพูชา’ใช้พลเรือนเป็นโล่มนุษย์ รุกล้ำอธิปไตยของไทยอย่างเด็ดขาด

รัฐบาลย้ำไม่ยอมให้‘กัมพูชา’ใช้พลเรือนเป็นโล่มนุษย์ รุกล้ำอธิปไตยของไทยอย่างเด็ดขาด

รัฐบาลย้ำไม่ยอมให้‘กัมพูชา’ใช้พลเรือนเป็นโล่มนุษย์ รุกล้ำอธิปไตยของไทยอย่างเด็ดขาด

วันอังคาร ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 12.41 น.

รัฐบาลย้ำสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา เป็นเรื่องสำคัญของประเทศ ให้‘กองทัพ’ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ ไม่ยอมให้‘กัมพูชา’ใช้พลเรือนเป็นโล่มนุษย์รุกล้ำอธิปไตยของไทยอย่างเด็ดขาด พร้อมสั่งจัดการปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์จากกัมพูชาอย่างต่อเนื่อง

26 สิงหาคม 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายจิรายุ  ห่วงทรัพย์   โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงข้อสั่งการนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรีถึงการแก้ไขปัญหาชายแดน ไทย-กัมพูชา ว่าให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การสนับสนุนทรัพยากรต่าง ๆ ให้กับกองทัพ ทั้งนี้ นายภูมิธรรม ขอบคุณทหารหาญที่ประจำอยู่ชายแดนทั่วประเทศไทย ในทุกพื้นที่  โดยเฉพาะบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ต้องอดทนอดกลั้นจากการยั่วยุของฝ่ายกัมพูชา ทั้งปฏิบัติการทางทหาร และการใช้โล่มนุษย์ ที่อาศัยประชาชนนำหน้าเคลื่อนไหวด้วยวิธีการต่าง ๆ ในการนี้ หากกองทัพต้องการสนับสนุนอุปกรณ์หรือทรัพยากรเร่งด่วนใดๆ ขอให้แจ้ง  ศบ.ทก.  ดำเนินการประสาน จัดการให้ทันที  โดยให้หน่วยงานต่าง ๆ  ยึดถือว่า สถานการณ์ชายแดนเป็นเรื่องสำคัญของประเทศ

นอกจากนี้ ยังมีข้อสั่งการให้ ศบ.ทก. ประสานการปฏิบัติให้มีผลสัมฤทธิ์ กระชับความเป็นเอกภาพทั้งการทหาร การต่างประเทศ การสื่อสารประชาสัมพันธ์  รวมถึงการปฏิบัติการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงมหาดไทย รวมถึงมาตรการอื่น ๆ อาทิ เข้มงวดกับปฏิบัติการห้ามไม่ให้พลเรือนกัมพูชารุกล้ำเขตแดนอย่างผิดกฎหมาย และการติดตามเร่งรัดปราบปรามอาชญากรรมด้านสแกมเมอร์