‘วราวุธ’เผย’เพื่อไทย’ยังไม่ส่งสัญญาณถึงพรรคร่วมรัฐบาล คาดรอฟังศาลรธน. 29 สค.

'วราวุธ'เผย'เพื่อไทย'ยังไม่ส่งสัญญาณถึงพรรคร่วมรัฐบาล คาดรอฟังศาลรธน. 29 สค.

‘วราวุธ’เผย’เพื่อไทย’ยังไม่ส่งสัญญาณถึงพรรคร่วมรัฐบาล คาดรอฟังศาลรธน. 29 สค.

วันอังคาร ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 12.24 น.

“วราวุธ”เผยเพื่อไทยยังไม่ส่งสัญญาณถึงพรรคร่วมรัฐบาล ปมคลิปเสียงฮุนเซน คาดรอฟังศาล รธน. 29 สค.ก่อน

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม  ที่ทำเนียบรัฐบาล  นายวราวุธ  ศิลปอาชา  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ในฐานะหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีวันที่ 29 สิงหาคมนี้ ที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีการวินิจฉัยคดีนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม สนทนากับฮุน เซน ประธานวุฒิสภา กัมพูชา มีสัญญาณอะไรจากทางฝั่งพรรคเพื่อไทยหรือไม่ และหากเกิดอุบัติเหตุทางกาคเมืองจะไปต่ออย่างไรว่า ขณะนี้ยังไม่มีสัญญาณอะไร ที่เกี่ยวกับคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ ไม่มีการพูดจากัน คาดว่าให้ผ่านวันที่ 29 สิงหาคมไปแล้วคาดว่าจะมีการหารือ

แกนนำเพื่อไทยย้ำไม่มีแผนสำรอง มั่นใจ ‘อิ๊งค์’ รอดปมคลิปเสียง ที่ศาลรัฐธรรมนุญจะวินิจฉัย 29 ส.ค.

แกนนำเพื่อไทยย้ำไม่มีแผนสำรอง มั่นใจ ‘อิ๊งค์’ รอดปมคลิปเสียง ที่ศาลรัฐธรรมนุญจะวินิจฉัย 29 ส.ค.

แกนนำเพื่อไทยย้ำไม่มีแผนสำรอง มั่นใจ ‘อิ๊งค์’ รอดปมคลิปเสียง ที่ศาลรัฐธรรมนุญจะวินิจฉัย 29 ส.ค.

วันอังคาร ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 12.11 น.

“สุริยะ” บอกไม่มีแผนสำรอง มั่นใจ“อิ๊งค์”ไม่ผิดจริยธรรมร้ายแรง  ด้าน”มนพร“ ยันเพื่อไทยไม่เตรียมแผนรับมือคำตัดสิน 29 ส.ค.นี้ ลั่น ผลเป็นบวกหรือลบ นายกฯก็ชื่อ “แพทองธาร” รอถกประชุมพรรค ตั้งวอร์รูมหรือไม่

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม ให้สัมภาษณ์กรณีศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยคดีคลิปเสียงของน.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.วัฒนธรรม ในวันที่ 29 สิงหาคม รัฐบาลมีแผนสำรองหรือไม่ว่า ไม่มี มีแผนเดียว  เพราะคิดว่าสิ่งที่ น.ส.แพทองธารทำไปไม่น่าจะผิดจริยธรรมร้ายแรง เพราะหากจะให้ถอดถอนต้องทำผิดจริยธรรมร้ายแรงแต่ดูแล้วไม่เข้าเงื่อนไข

ผู้สื่อข่าวถามว่าหากผลวินิจฉัยวันที่ 29 สิงหาคมเป็นลบจะกระทบนโยบายต่างๆของรัฐบาลที่จะเดินหน้าหรือไม่ นายสุริยะกล่าวว่า ตนเชื่อว่าวันที่ 29 สิงหาคม นายกฯไม่น่าจะมีปัญหา

เช่นเดียวกับ นางมนพร เจริญศรี รมช.คมนาคม ในฐานะ ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญเตรียมอ่านคำวินิจฉัยคดีของน.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กรณีคลิปเสียงสนทนากับฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา วันที่ 29 สิงหาคม หากเกิดอุบัติเหตุนายกฯ นโยบายต่างๆ ของพรรคเพื่อไทยจะไปต่อได้หรือไม่ว่า เป็นเรื่องของศาลรัฐธรรมนูญ ตนไม่ขอพูดถึงกระบวนการตัดสินของศาล

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะเตรียมรับมือหรือไม่ นางมนพรกล่าวว่า ไม่ได้มีปัญหาอะไร เนื่องจากเรื่องยังไม่เกิด ยืนยันว่าขณะนี้ยังไม่มีแผน ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นบวกหรือลบ คนที่เป็นนายกฯก็ยังเป็น น.ส.แพทองธาร

ถามว่า พรรคเพื่อไทยจะตั้งวอร์รูมคอยมอนิเตอร์คำวินิจฉัยของศาลหรือไม่ นางมนพร กล่าวว่า ยังไม่ทราบ ต้องรอฟังผลการประชุม ส.ส.พรรคช่วงบ่ายวันเดียวกันนี้ ซึ่งจะเป็นหนึ่งในวาระการหารือปกติ แต่ตนขอส่งกำลังใจให้นายกฯ

‘พริษฐ์’ฉะ2รองปธ.สภาฯไม่เป็นกลาง เหตุลงมติเห็นชอบร่างพ.ร.บ.งบฯ 69-ชิงปิดประชุมก่อนเวลา

‘พริษฐ์’ฉะ2รองปธ.สภาฯไม่เป็นกลาง  เหตุลงมติเห็นชอบร่างพ.ร.บ.งบฯ 69-ชิงปิดประชุมก่อนเวลา

‘พริษฐ์’ฉะ2รองปธ.สภาฯไม่เป็นกลาง เหตุลงมติเห็นชอบร่างพ.ร.บ.งบฯ 69-ชิงปิดประชุมก่อนเวลา

วันอังคาร ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 11.43 น.

‘พริษฐ์’ มองสองรองปธ.สภาฯ ไม่เป็นกลาง เหตุ ลงมติเห็นชอบร่างงบฯ 69-ชิงปิดประชุมก่อนเวลา ถาม หนีถกเอ็มโอยู 43 และ 44 หรือไม่ ย้อนสอน ‘ไชยา’ อ้างนั่งบัลลังก์ 10 ชม. หากนับดีๆ แค่ 6 ชม. ชี้ ไม่มีเหตุจำเป็นต้องปิดประชุมบ่าย 3 

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม ที่รัฐสภา นายพริษฐ์  วัชรสินธ์ สส.บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะคณะกรรมการประสานงานพรรคการเมืองฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร (วิปฝ่ายค้าน) ให้สัมภาษณ์ถึงวาระการประชุมสภาฯสัปดาห์นี้ว่า หลายคนอาจกังวล เพราะเห็นถึงการปฏิบัติหน้าที่ที่อาจไม่เป็นกลางของรองประธานสภาฯ ซึ่งหากย้อนไปสองสัปดาห์เราจะเห็นว่านายฉลาด ขามช่วง  รองประธานสภาฯ คนที่ 2 ลงมติเห็นชอบกับร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 แต่ที่ผ่านมาโดยธรรมเนียมปฏิบัติเราจะเห็นว่าในการลงมติใดๆ ประธานสภาฯ และรองประธานสภาฯ มักจะใช้วิธีการงดออกเสียง หรือไม่ลงมติเลย

 “ยิ่งเป็นญัตติที่มีความเห็นต่างที่ชัดเจน เช่น การอภิปรายไม่ไว้วางใจ หรือร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ พ.ศ.2569 ย้ำว่าประธานสภาฯ และรองประธานสภาฯ มักจะใช้วิธีการงดออกเสียง เพราะตามข้อบังคับเขียนไว้ชัดเจนว่าท่านต้องปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นกลาง แต่รองประธานสภาฯ คนที่ 2 กลับลงมติเห็นชอบกับร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ พ.ศ.2569 วาระ 3” นายพริษฐ์ กล่าว

นายพริษฐ์กล่าวต่อว่า สัปดาห์ที่ผ่านมาเราก็เห็นการปิดประชุมสภาฯ ตั้งแต่ช่วงเวลา 15.00 น. ตนประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) อยู่ก็งงว่าทำไมจึงปิดประชุม โดยนายไชยา พรหมา รองประธานสภาฯ คนที่ 1 ซึ่งตนก็สับสนกับการให้สัมภาษณ์ของท่านที่บอกว่านั่งบนบัลลังก์ 10 ชั่วโมง แต่หากบวกลบอย่างไรก็ไม่ถึง 10 ชั่วโมง เพราะมีการสลับสับเปลี่ยนกับประธานอีก 2 คน และแม้ว่านายไชยานั่งบนบัลลังก์คนเดียวอย่างไรก็ไม่ถึง 10 ชั่วโมง ข้อหาจะนับตั้งแต่เวลา 09.00 น. ถึงเวลา 15.00 น. ก็แค่ 6 ชั่วโมง จึงงงว่า 10 ชั่วโมงมาจากไหน

นายพริษฐ์กล่าวด้วยว่า ตนคิดว่าในภาพรวมจึงเกิดคำถามว่า ตกลงแล้วรองประธานสภาฯ ทั้งสองท่านปฎิบัติหน้าที่อย่างเป็นกลางตามข้อบังคับหรือไม่ เนื่องจากนายฉลาดได้ลงมติเห็นชอบกับร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ พ.ศ.2569 และนายไชยาก็ปิดประชุมเร็ว ทำให้เกิดการตั้งคำถามว่าเป็นการหลีกเลี่ยงไม่ให้สภาฯพิจารณาญัตติเกี่ยวกับการตั้งกมธ. เพื่อมาศึกษาการบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลกัมพูชาว่าด้วยการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบก หรือเอ็มโอยู 2543 และเอ็มโอยู 2544 หรือไม่   ดังนั้น จึงคาดหวังว่าสัปดาห์นี้คงมีคำตอบและคำชี้แจงจากรองประธานสภาฯ เพื่อให้สมาชิกในสภามั่นใจว่ารองประธานสภาจะปฏิบัติหน้าที่เป็นกลางจริง

”อย่างไรก็ตาม เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาได้เห็นการสัมภาษณ์ที่โบ้ยกันไปกันมา ถึงการปิดประชุมสภาฯ ว่าเกิดจากอะไร ซึ่งผมยืนยันว่าวิปฝ่ายค้านชัดเจนมาโดยตลอด และวันนั้นระเบียบวาระการประชุมก็ยังมีญัตติและรายงานค้างพิจารณาอยู่กว่า 10 ฉบับ จึงไม่มีเหตุจำเป็นใดที่ต้องปิดประชุมตั้งแต่เวลา 15.00 น. จึงอดสงสัยไม่ได้ว่า ปิดประชุมเพื่อเลี่ยงเอ็มโอยู 2543 และ 2544  ยืนยันว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อนและสำคัญ การที่เราใช้เวทีสภามาถกข้อดีข้อเสียเป็นสิ่งที่ควรทำ“นายพริษฐ์กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า มองว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเกมการเมืองหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า ตนยังไม่เห็นเหตุความจำเป็นในการปิดประชุม เพราะประสานไปแล้วระหว่างวิปว่าจะมีการเลื่อนระเบียบวาระญัตติยกเลิกเอ็มโอยู 2543 และ 2544 ขึ้นมา ซึ่งถือเป็นญัตติที่ประธานสภาฯ วินิจฉัยแล้วว่าเป็นญัตติด่วน แล้วเหตุใดจึงไม่จำเป็นต้องพิจารณา

ศาลประทับฟ้อง! ‘เสี่ยเฮ้ง’ฟ้องหมิ่น‘ไอซ์-สหัสวัต’ปมซื้อตึก Skyy9

ศาลประทับฟ้อง! ‘เสี่ยเฮ้ง’ฟ้องหมิ่น‘ไอซ์-สหัสวัต’ปมซื้อตึก Skyy9

ศาลประทับฟ้อง! ‘เสี่ยเฮ้ง’ฟ้องหมิ่น‘ไอซ์-สหัสวัต’ปมซื้อตึก Skyy9

วันอังคาร ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 11.38 น.

ศาลประทับฟ้อง! “เสี่ยเฮ้ง”ฟ้องหมิ่น”ไอซ์-สหัสวัต” 2 สส.ปชน.ปมซื้อตึก Skyy9 นัดสอบคำให้การ 3 พ.ย. ทนายเผยการวิจารณ์ต้องมีขอบเขต เผยฟ้องครั้งนี้เป็นการปกป้องสิทธิ์

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 26 สิงหาคม 2568 ที่ห้องพิจารณา 809 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำสั่งชั้นไต่สวนมูลฟ้อง ที่ นายสุชาติ ชมกลิ่น รมช.พาณิชย์ และ สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) เป็นโจทก์ฟ้อง น.ส.รักชนก ศรีนอก หรือ ไอซ์ สส.กทม.พรรคประชาชน (ปชน.) และนายสหัสวัต คุ้มคม สส.ชลบุรี พรรคประชาชน ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1 – 2 ในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา พร้อมเรียกค่าเสียหาย 50 ล้านบาท จากการที่จำเลยทั้งสองกล่าวหาว่า นายสุชาติ โจทก์ มีส่วนเกี่ยวข้องทุจริตการที่สำนักงานประกันสังคมเข้าซื้อตึก Skyy9 ในสมัยที่นายสุชาติ เป็น รมว.แรงงาน ซึ่งล้วนเป็นเรื่องเท็จ ทำให้โจทก์เสียหาย เสื่อมเสีย ชื่อเสียงถูกดูหมิ่นเกลียดชัง

ศาลพิเคราะห์คำเบิกความในชั้นไต่สวนมูลฟ้องโจทก์แล้วเห็นว่า จำเลยทั้งสองจัดแถลงข่าวกับสื่อมวลชนกล่าวหาว่าโจทก์กระทำการตามฟ้องจำเลยทั้งสองทำหน้าที่ สส.ฝ่ายค้าน มีหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของฝ่ายรัฐบาลเกี่ยวข้องกับการซื้อตึก Skyy9 ของ รมว.แรงงาน โดยจำเลยทั้งสองสามารถใช้ข้อมูลข่าวสาร หรือการตรวจสอบสอบถามได้อย่างเสรีในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร จัดการนำเรื่องมาเปิดเผยต่อสาธารณะซึ่งจำเลยที่ 1 ก็ทราบดีว่าการแถลงข่าวอาจทำให้ถูกฟ้องได้ ภายใต้รัฐธรรมนูญให้สิทธิโดยชอบในการที่บุคคลใดจะติชมด้วยความเป็นธรรมสามารถทำได้ตามสิทธิ์มีการติชมด้วยความสุจริตและความจริงและหลักฐานที่เพียงพอ การที่จำเลยทั้งสองแถลงข่าวเกี่ยวกับการซื้อตึกไม่มีน้ำหนักเพียงพอว่าโจทย์เกี่ยวข้องกับการซื้อตึกดังกล่าวอย่างไร เป็นการกล่าวหาโจทก์ตามสื่อมีลักษณะเชิญชวนให้ประชาชนขุดคุ้ยให้ตรวจสอบและทำให้สาธารณชนเชื่อไปตามที่จำเลยแถลงข่าว จึงไม่ถือว่าจำเลยทั้งสองติชมโดยสุจริต ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายเข้าองค์ประกอบความผิดตามฟ้อง จึงให้ประทับรับฟ้องคดีไว้พิจารณา หมายเรียกจำเลยทั้งสองมาสอบคำให้การวันที่ 3 พฤศจิกายน นี้ เวลา 09.00 น.

ด้าน นายเฉลิมชัย ศรียุภักดิ ทนายความของนายสุชาติ เปิดเผยว่า ศาลมีคำสั่งว่าเรื่องนี้มีมูลครบองค์ประกอบความผิดตามที่โจทก์ได้นำเสนอพยานหลักฐานต่อศาล โดยเหตุผลศาลมองว่า นายสุชาติเป็นบุคคลสาธารณะก็จริง แต่ต้องมีขอบเขตในการวิพากษ์วิจารณ์ แต่กรณีนี้ศาลมองว่าเป็นการใส่ความ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ซึ่งตอนนี้จำเลยก็ยังไม่ได้ตกเป็นผู้กระทำความผิดแค่คดีมีมูลก็จะต้องสู้คดีกันต่อไป เมื่อถามว่า จะมีการไกล่เกลี่ยหรือไม่ นายเฉลิมชัย กล่าวว่า เรื่องนี้ยังไม่ทราบ ให้ไปสอบถามนายสุชาติเอง

‘ภูมิใจไทย’โต้‘ปธ.วิปรัฐบาล’ ปมญัตติยกเลิก MOU 43-44

‘ภูมิใจไทย’โต้‘ปธ.วิปรัฐบาล’ ปมญัตติยกเลิก MOU 43-44

‘ภูมิใจไทย’โต้‘ปธ.วิปรัฐบาล’ ปมญัตติยกเลิก MOU 43-44

วันอังคาร ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 11.31 น.

“ภูมิใจไทย”โต้”ปธ.วิปรัฐบาล” ยันคุยจบก่อนประธานปิดประชุม 20 นาที ปมญัตติยกเลิก MOU 43-44 จับตาสัปดาห์นี้ได้ถกหรือไม่ ลั่นหากยังไม่ได้พิจารณาต้องคุยกันยาว

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2568 ที่รัฐสภา น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย สส.อุบลราชธานี โฆษกพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์กรณีญัตติด่วนขอให้ยกเลิก MOU 43-44 หลังจากที่ประธานที่ประชุมสภาฯ อ้างผิดพลาดทางการสื่อสาร ว่า ญัตติดังกล่าวยังอยู่ในวาระที่พิจารณา พรรคภูมิใจไทยยืนยันที่จะให้สภาพิจารณาญัตติต่อ ซึ่งญัตติที่ค้างอยู่เป็นของ นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สส.กระบี่ พรรคภูมิใจไทย ซึ่งเกี่ยวกับ MOU 43-44 แต่ยังมีอีกญัตติของพรรคภูมิใจไทยที่ขอให้ตั้งกรรมาธิการเพื่อพิจารณาเนื้อหารายละเอียดผลเสีย ซึ่งยืนยันว่าจะเดินหน้าญัตติดังกล่าวต่อ

เมื่อถามว่า อาทิตย์นี้จะมีความผิดพลาดเหมือนอาทิตย์ที่ผ่านมาหรือไม่ โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยได้ยืนยันกับประธานวิปพรรคร่วมรัฐบาลแล้วว่าจะเดินหน้าญัตติดังกล่าวต่อเมื่อวานนี้

เมื่อถามถึงสถานการณ์ที่ดูมีความพยายามไม่อยากให้พิจารณาเรื่องนี้ซึ่งอาจมีการประชุมลับด้วยนั้น น.ส.แนน บุณย์ธิดา กล่าวว่า ล่าสุดได้มีการยืนยันแค่ว่าจะเดินหน้าญัตติดังกล่าวต่อ แต่เรื่องอื่นๆ ต้องมีการคุยกันอีกครั้งว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อ เพราะมีเสียงเรียกร้องมาจากสัปดาห์ที่แล้วที่ไม่ได้มีการประชุม เพราะเนื้อหา MOU 43-44 มีเนื้อหาที่สั้นมากไม่น่าจะเป็นประชุมลับแต่ก็ต้องคุยกันอีกครั้ง ซึ่งวันนี้ฝ่ายค้านจะมีการพูดคุยกันน่าจะได้ข้อสรุปออกมา

เมื่อถามว่า ถ้าวันที่ 28 ส.ค.นี้ ไม่ได้พิจารณาอีกจะทำอย่างไร น.ส.แนน บุณย์ธิดา กล่าวว่า ก็ต้องถามกลับไปที่วิปรัฐบาลว่าเหตุในการไม่ได้พิจารณาคืออะไร ซึ่งเมื่อสัปดาห์ที่แล้วคนที่ บอกว่าไม่ให้พิจารณาคือ นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ซึ่งทำหน้าที่เป็นประธานในขณะนั้น และประธานวิปรัฐบาล แต่ถ้าสัปดาห์นี้ไม่ได้พิจารณาอีกคงต้องคุยกันยาว และขอฝากสื่อมวลชนไปถามว่าเพราะอะไรเพราะสองสัปดาห์ติดแล้วยังไม่ได้พิจารณา

เมื่อถามถึงเหตุผลที่ฝ่ายรัฐบาลให้มาว่าผู้ที่อยู่บนบัลลังก์ไม่ทราบเรื่องเลยนั้นฟังขึ้นหรือไม่ โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า โดยปกติการประสานงานฝ่ายค้าน ประสานผ่านวิปรัฐบาล ซึ่งผู้ที่จะประสานกับประธานในที่ประชุมคือตัวแทนจากวิปรัฐบาล เมื่อสัปดาห์ที่แล้วประธานในที่ประชุมคงเห็นได้ชัดว่ามีการพูดคุยกันไปมาในห้องประชุมระหว่างวิปฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล ซึ่งตามข่าวที่ออกมาประธานบอกว่าไม่ได้แจ้งวาระ ดังนั้น จึงอยู่ที่ทางวิปรัฐบาลกับประธานที่ทำหน้าที่ในห้องประชุมว่าไม่ประสานงานกัน

น.ส.แนน บุณย์ธิดา ยังกล่าวถึง นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะประธานวิปรัฐบาลที่ออกมาระบุ วิปรัฐบาลรอคำตอบจากฝ่ายค้าน ว่าตกลงจะเอาอย่างไรกับญัตติว่า ตนยืนยันว่าสรุปให้ทุกอย่าง ก่อนที่ประธานจะกล่าวปิดประชุมมากกว่า 20 นาที เพราะครั้งแรกที่พูดคุยกันประธานวิปรัฐบาลไปคุยกับประธานวิปฝ่ายค้าน ในโซนที่นั่งพรรคประชาชน และเดินมาพูดคุยกันต่อที่นั่งพรรคภูมิใจไทย ซึ่งมีการพูดคุยกัน โดยทางวิปรัฐบาลขอเป็นประชุมลับ และเมื่อได้ข้อสรุปก็กลับมาคุยกันใหม่ ว่าขอไม่ตั้งกรรมาธิการวิสามัญได้หรือไม่ ให้ส่งเรื่องไปที่กรรมาธิการสามัญแทนได้หรือไม่ ซึ่งมีการพูดคุยกันแล้วว่าจะส่งไปที่คณะไหน เพราะมีในเรื่องของกระทรวงการต่างประเทศ และเรื่องของความมั่นคง

“จึงมีการตกลงกันว่าจะส่งเรื่องไปยังคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐฯ ที่มี นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) เป็นประธานฯ โดยนายรังสิมันต์ บอกว่า หากสภาส่งไปก็จะตั้งคณะอนุกรรมธิการให้ ซึ่งนี่คือข้อตกลงที่เราคุยกันเรียบร้อยแล้ว ขั้นสุดท้ายประธานวิปพรรคร่วมฝ่ายค้านเดินมาบอกว่าหลังจากเสร็จวาระรับทราบรายงานให้ขอเลื่อนญัตติเหล่านี้ขึ้นมา จังหวะนั้นเองประธานในที่ประชุมก็สั่งปิดประชุมทันที ดังนั้น การรอสัญญาณคงไม่น่าใช่ เพราะเราคุยกันเสร็จเรียบร้อยแล้วในห้องประชุม” โฆษกพรรคภูมิใจไทย ระบุ

‘ภูมิใจไทย’จ้องจับตา! ผลชี้ชะตาคดี‘คลิปเสียงนายกฯ’ 29 ส.ค.

‘ภูมิใจไทย’จ้องจับตา! ผลชี้ชะตาคดี‘คลิปเสียงนายกฯ’ 29 ส.ค.

‘ภูมิใจไทย’จ้องจับตา! ผลชี้ชะตาคดี‘คลิปเสียงนายกฯ’ 29 ส.ค.

วันอังคาร ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 11.25 น.

“ภูมิใจไทย”จ้องจับตา! ผลชี้ชะตาคดี”คลิปเสียงนายกฯ” 29 ส.ค. เล็งยื่นซักฟอก ม.151-152 ดาบสองต่อหากรอด

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2568 ที่รัฐสภา น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย สส.อุบลราชธานี โฆษกพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญ จะอ่านคำวินิจฉัยคดีคลิปเสียงสนทนาระหว่าง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ว่า คงไม่ใช่เพียงภูมิใจไทยที่จะเกาะติดคำวินิจฉัย แต่น่าจะเป็นทุกพรรคการเมือง

เมื่อถามว่า จะเป็นจุดเปลี่ยนสถานการณ์ทางการเมืองหรือไม่ น.ส.แนน บุณย์ธิดา กล่าวว่า ไม่ขอก้าวล่วงคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ แต่ถ้าพูดในมุมของการทำหน้าที่ของสภาผู้แทนราษฎร ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาล ก็ยังคงทำหน้าที่ได้ตามปกติ เพราะแยกหน้าที่กันชัดเจนกับฝ่ายบริหาร แต่สำหรับฝ่ายบริหารก็แน่นอนว่าอาจมีการเปลี่ยนแปลงซึ่งสำหรับสภาชุดนี้ มีการเปลี่ยนไป 2 ชุดแล้ว ดังนั้นหากจะมีอะไรเกิดขึ้นก็คงเป็นส่วนของฝ่ายบริหาร

เมื่อถามว่า หากนายกรัฐมนตรีรอด พรรคภูมิใจไทยจะดำเนินการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจต่อเลยหรือไม่ โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ขอรอดูคำวินิจฉัยของศาลก่อนว่าจะออกมาเป็นอย่างไร ขอให้รอดูวันที่ 29 ส.ค.แต่พรรคภูมิใจไทยยังคงยืนยันเช่นเดิมว่าจะยังคงยื่นญัตติอภิปรายทั่วไป โดยไม่ลงมติตาม 152 และยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจมาตรา 151

ทำไมเรือธงอืด!‘พริษฐ์’ ข้องใจรบ.เลื่อนคิกออฟรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย

ทำไมเรือธงอืด!‘พริษฐ์’ ข้องใจรบ.เลื่อนคิกออฟรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย

ทำไมเรือธงอืด!‘พริษฐ์’ ข้องใจรบ.เลื่อนคิกออฟรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย

วันอังคาร ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 11.25 น.

ทำไมเรือธงอืด! ‘พริษฐ์’ ข้องใจ ‘รัฐบาล’ เลื่อนคิกออฟรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ลั่นอย่ามาโทษสภาฯไม่ผ่านกม.3ฉบับโยงนโยบาย ชี้รบ.ถือเสียงข้างมากอยู่แล้ว ยัน ‘ปชน.’ เห็นด้วยแค่ในหลักการ แต่วิธีการอาจจะยัง

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายของรัฐบาลอาจเลื่อนออกไป เนื่องจากกฎหมาย 3 ฉบับที่เกี่ยวข้องกับนโยบายยังไม่สามารถผลักดันได้ในสภาฯว่า วาระการประชุมสภาฯ สัปดาห์นี้จะมีการพิจารณาร่างกฎหมายที่มีความเชื่อมโยงกับรัฐบาลโดยตรง ซึ่งมี 3 ฉบับได้แก่ พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ขนส่งทางราง, พ.ร.บ.ตั๋วร่วม, และพ.ร.บ. รฟม. ซึ่งจุดยืนของพรรคประชาชนต่อนโยบายนี้ ยืนยันว่าโดยหลักการนั้นเห็นด้วย กับการทำให้ขนส่งสาธารณะเข้าถึงประชาขน สะดวก ราคาถูก และครอบคลุม ทั้งรถไฟฟ้าและรถเมล์ แต่ทางพรรค ปชน.มีความเป็นห่วงเกี่ยวกับวิธีการที่รัฐบาลได้ดำเนินการ ทั้งเรื่องงบประมาณ ซึ่งอาจมีความเสี่ยง หรือเอื้อต่อเอกชนรายใดหรือไม่

นายพริษฐ์กล่าวต่อว่า เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้ว ทำให้จุดยืนของพรรค ปชน.ต่อร่างกฎหมาย 3 ฉบับนี้ ก็อาจมีความแตกต่างกันออกไปบ้าง ซึ่งทั้ง พ.ร.บ.ราง และพ.ร.บ.ตั๋วร่วม พรรคมีความเห็นชอบกับร่าง แต่ต้องมีความพยายามผลักดันสาระสำคัญที่อยู่ในร่างประกบของเรา ให้เข้าไปอยู่ในร่างของกรรมาธิการที่จะผ่านสภาออกมา เช่น พ.ร.บ.ตั๋วร่วมที่มีทั้งร่างของ ครม.และร่างของภาคประชาชน ทางตัวแทนของเราก็ประสบความสำเร็จ ได้ผลักดันหลายประเด็นให้เข้าไปอยู่ในร่างของกรรมาธิการ โดยเฉพาะประเด็นที่สำคัญต่อปากท้องของประชาชน ซึ่งคำนิยามเรียกว่าค่าโดยสารร่วม ซึ่งทำให้การคำนวณค่าโดยสารไม่คิดค่าแรกเข้าซ้ำซ้อนกัน และสามารถดำเนินการลดค่าโดยสารให้กับประชาชนได้ ขณะที่ร่าง รฟม.เราก็มีความกังวลเกี่ยวกับร่างดังกล่าว สอดคล้องกับจุดยืนที่กังวลต่อวิธีการและแหล่งที่มาของเงินที่รัฐบาลเลือกใช้

 “รัฐบาลยังออกมาประกาศว่าอาจเลื่อนโครงการรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ออกจากเดดไลน์ 1 ตุลาคม จึงขอตั้งคำถามกลับไปยังรัฐบาลว่าเหตุใดจึงเกิดความล่าช้าตรงนี้ และนโยบายเรือธง จะทำได้ก็ต่อเมื่อกฎหมาย 3 ฉบับผ่านใช่หรือไม่ เพราะรัฐบาลยังไม่สามารถตอบได้อย่างชัดเจน และเหตุใดจึงประกาศวันบังคับใช้นโยบายเป็น 1 ตุลาคม แล้วยังไม่สามารถทำได้ เพราะในเมื่อรัฐบาลก็มีเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรอยู่แล้ว แม้จะเป็นฝ่ายค้านเองที่เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย แต่รัฐบาลถือเสียงข้างมากในสภาฯ ทำไมไม่สามารถได้เสียงข้างมากผลัดดันนโยบายเรือธงได้ แต่ในเมื่อไม่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย 3 ฉบับนี้ก็ไม่ควรมาโทษว่ายังไม่ผ่านออกมาและใช้เป็นเหตุเลื่อนออกไป อาจมาจากการวางแผนที่ไม่รอบคอบของรัฐบาลเอง” นายพริษฐ์ กล่าว

ยกฟ้อง’โตโต้’หมิ่นเบื้องสูง ศาลชี้ไม่พิสูจน์ได้ว่าใครเป็นคนโพสต์ข้อความ

ยกฟ้อง'โตโต้'หมิ่นเบื้องสูง ศาลชี้ไม่พิสูจน์ได้ว่าใครเป็นคนโพสต์ข้อความ

ยกฟ้อง’โตโต้’หมิ่นเบื้องสูง ศาลชี้ไม่พิสูจน์ได้ว่าใครเป็นคนโพสต์ข้อความ

วันอังคาร ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 11.10 น.

ยกฟ้อง”โตโต้”หมิ่นเบื้องสูง ศาลชี้ไม่พิสูจน์ได้ว่าใครเป็นคนโพสต์ข้อความ ทั้งเจ้าตัวถูกจับที่ ตชด.ภ.1 เจ้าตัวยันไม่คิดฟ้องกลับ โวมาศาลทุกครั้ง ไม่เคยใช้เอกสิทธิ์คุ้มครอง

เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 26 สิงหาคม 2568 ที่ห้องพิจารณาคดี 809 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีดูหมิ่นสถาบัน หมายเลขดำ อ.3012/64 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 8 เป็นโจทก์ฟ้อง นายปิยรัฐ จงเทพ หรือ โตโต้ สส.กทม.พรรคประชาชน (ปชน.) และอดีตหัวหน้าการ์ดกลุ่ม WEVO เป็นจำเลย ในความผิดดูหมิ่นสถาบัน ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 , พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14

กรณีเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2563 จำเลยได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัวทำนองประณามการกระทำของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สลายกิจกรรมการขายกุ้งของกลุ่มวีโว่ ช่วงการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 รวมทั้งข้อความบางส่วนได้พาดพิงถึงการใช้เงินภาษีของสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นการดูหมิ่น แสดงความอาฆาตมาดร้าย สถาบันเบื้องสูง

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลพิเคราะห์คำเบิกความและพยานหลักฐานทั้งสองฝ่ายที่นำสืบหักล้างแล้วเห็นว่า ข้อความที่ปรากฏตามเพจเฟซบุ๊กของจำเลย ซึ่งเปิดเป็นสาธารณะ มีการโพสต์ถึงการทำงานของจำเลย และจำเลยเคยได้ไลฟ์สด โดยเพจดังกล่าวมีแอดมินเพจทั้งหมด 5 คน โดยไม่มีพยานหลักฐานชัดเจนว่า ใครเป็นคนโพสต์ข้อความดังกล่าว ทั้งนี้ ข้อความที่โจทก์ฟ้องนั้น มีหลักฐานว่า ปรากฏบนเฟซบุ๊กในเวลา 14.15 น.ของวันที่ 31 ธันวาคม 2563 แต่ในขณะนั้นจำเลยถูกควบคุมตัว ตั้งแต่เวลา 12.30 น.ที่กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 1 (บก.ตชด.ภ.1) โดยระหว่างนั้นจำเลยถูกควบคุมตัว และได้ประกันตัวในวันที่ 2 มกราคม 2564 พยานหลักฐานโจทก์จึงมีความสงสัย จึงยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลย พิพากษายกฟ้อง

ภายหลัง นายปิยรัฐ เปิดเผยว่า ศาลให้เหตุผลยกฟ้องว่าเนื่องจากโจทก์ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าสิ่งที่ตนเองถูกกล่าวหานั้นเป็นการกระทําของตัวเอง แม้แต่เพจที่มีการนําเสนอว่าเป็นเพจของตนเองนั้นก็ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่ามีแอดมินหรือผู้ใดเป็นผู้โพสต์ รวมถึงศาลได้ชี้ชัดให้เห็นว่า ขณะที่ตนเองถูกกล่าวหาว่าโพสต์ข้อความนั้น ตัวยังถูกควบคุมตัวอยู่ที่ ตชด.ภาค 1 ซึ่งไม่สามารถใช้เครื่องมือสื่อสารได้ คดีไม่มีมูล ศาลจึงพิพากษายกฟ้อง

ส่วนจะมีการฟ้องดําเนินคดีกลับหรือไม่นั้น นายปิยรัฐ ระบุว่า ไม่ได้มีความคิดที่จะแจ้งความกลับ เพราะคิดว่านี้เป็นบทเรียนให้สังคมไทยได้รู้ว่าคดีมาตรา 112 นั้น สามารถนํามาใช้กลั่นแกล้งกันได้ แม้ผู้ที่ถูกฟ้องจะอยู่ภายใต้การควบคุมของเจ้าหน้าที่รัฐก็ตามยังสามารถส่งเรื่องถึงศาลได้

นายปิยรัฐ กล่าวเพิ่มเติมว่า ตนยังเหลือคดีมาตรา 112 อีกหนึ่งคดีที่ศาลจังหวัดอุบลราชธานี ขณะนี้อยู่ระหว่างสืบพยาน ซึ่งลักษณะการต่อสู้ยังคงยืนยันในหลักการว่าพยายามที่จะต่อสู้ตามข้อเท็จจริงเช่นเดียวกันกับศาลอาญาและศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ที่ศาลพิพากษายกฟ้องคดีมาตรา 112 ทั้ง 2 คดีต่อเนื่องกัน นี่แสดงให้เห็นว่าต่อไปนี้ใครโดนคดีมาตรา 112 อาจจะต้องมาขึ้นศาลและเสียเวลาชีวิตไป 1 – 2 ปี

ทั้งนี้ นายปิยรัฐ กล่าวทิ้งท้ายว่า ที่ผ่านมาตนถูกฟ้องดําเนินคดีมากกว่า 20 คดี ซึ่งตนเดินทางเข้ารับฟังคําพิพากษาทุกคดี ไม่มีว่าจะอยู่ในสมัยประชุมสภาฯ หรือไม่ โดยไม่เคยใช้เอกสิทธิ์ สส.แม้แต่ครั้งเดียว

– 006

‘อิ๊งค์’ประชุมครม.ผ่านซูม ‘เลขาฯนายกฯ’ซัดคนไทยบางกลุ่มปั่นเฟกนิวส์คดีนายกฯลามถึงศาล

'อิ๊งค์'ประชุมครม.ผ่านซูม 'เลขาฯนายกฯ'ซัดคนไทยบางกลุ่มปั่นเฟกนิวส์คดีนายกฯลามถึงศาล

‘อิ๊งค์’ประชุมครม.ผ่านซูม ‘เลขาฯนายกฯ’ซัดคนไทยบางกลุ่มปั่นเฟกนิวส์คดีนายกฯลามถึงศาล

วันอังคาร ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 11.05 น.

‘อิ๊งค์’ ไม่ลาครม. เข้าประชุมผ่านซูม “เลขาฯนายกฯ” ซัดคนไทยบางกลุ่มปั่นเฟกนิวส์คดีนายกฯอิ๊งค์ลามถึงศาล เผย ทหาร ตร. ฝ่ายปกครอง สนธิกำลังจัดการโล่มนุษย์กัมพูชาล้ำแดนผิดกม.

 เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม   ที่ห้องประชุม 501 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยวันเดียวกันนี้ นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รมว.การต่างประเทศ ลาประชุม ขณะที่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.วัฒนธรรม ประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์  อย่างไรก็ตาม ในการประชุม ครม. 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา น.ส.แพทองธาร ได้ลาการประชุม และได้ปรากฏตัวอีกครั้งในวันศาลรัฐธรรมนูญนัดไต่สวนคดีคลิปเสียงเมื่อวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา   ทั้งนี้ วันที่ 27 สิงหาคม น.ส.แพทองธาร มีกำหนดการเป็นประธานการแถลงข่าวการประกาศผลการคัดเลือกศิลปินแห่งชาติ พุทธศักราช 2567 เวลา 11.00 น. ที่ศูนย์ประชุมกระทรวงวัฒนธรรม ชั้น 8 อาคารวัฒนธรรมวิศิษฏ์ กระทรวงวัฒนธรรม

ด้าน นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า น.สแพทองธารยื่นแถลงปิดคดีเป็นรายลักษณ์อักษรต่อศาลรัฐธรรมนูญกรณีคลิปเสียงตามกำหนดเมื่อวันที่ 25 สิงหาคมแล้ว ซึ่งเรามั่นใจว่าทำสิ่งที่ถูกต้องตลอด เพราะฉะนั้นก็เชื่อว่าศาลจะพิจารณาอย่างดี  

ผู้สื่อข่าวถามว่า น.สแพทองธารจะเดินทางไปฟังคำวินิจฉัยด้วยตัวเองในวันที่ 29 สิงหาคมหรือไม่ นพ.พรหมินทร์ กล่าวว่า นายกฯจะไปหรือไม่ ไม่สำคัญเท่ากับปัญหาของประเทศชาติในขณะนี้ เพราะปัญหาประเทศชาติขณะนี้ยังอยู่เรื่องปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชาว่า สิ่งที่เกิดขึ้นการปฏิบัติการทางการทหาร ซึ่งคลี่คลายลงไปมากแล้ว ขณะนี้เป็นเรื่องของการต่างประเทศและเรื่องข้อมูลข่าวสาร ซึ่งเราทำได้ดี โดยนายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รมว.การต่างประเทศ ปฏิบัติภารกิจอยู่ที่ยุโรป คงจะได้ไปพูดถึงกรณีอนุสัญญาออตตาวา ซึ่งมีการลักลอบฝังทุ่นระเบิดและผิดข้อตกลง Mou43 ซึ่งมีคนเรียกร้องให้ยกเลิก แต่แท้จริงแล้ว Mou43 เป็นเงื่อนไขสำคัญที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติในขณะนี้

นพ.พรหมินทร์กล่าวอีกว่า กรณีที่กัมพูชาใช้ประชาชนเป็นโล่มนุษย์เคลื่อนไหวไม่เป็นไปตามกฎเกณฑ์ ดังนั้น การบริหารจัดการของเราต้องให้ทันกับสถานการณ์ การที่ใช้โล่มนุษย์แล้วเข้ามาในดินแดนของไทยผืนแผ่นดินตรงนั้นที่มีการวางลวดหนามหีบเพลงเป็นเขตแดนของประเทศไทย เพราะฉะนั้นเมื่อเข้ามาในดินแดนไทยก็ผิดกฎหมายไทย ขณะนี้ทางศูนย์บริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา (ศบ.ทก.) ได้สั่งการทหาร ตำรวจ และมหาดไทย ร่วมกันเข้ามาปฏิบัติงานแล้ว ปรับรูปแบบต่างๆ แปรเปลี่ยนให้ทันกับสถานการณ์ และในทางต่างประเทศเรื่องข้อมูลข่าวสาร ความเป็นเอกภาพสำคัญ และที่สำคัญที่สุดคือความเป็นเอกภาพของประชาชนไทย เอกภาพของรัฐบาลไทยและทหาร ตนคิดว่าวันนี้สิ่งที่ต้องการคือทำอย่างไรให้คนไทยรวมกันอย่างเป็นเอกภาพเพื่อปกป้องอธิปไตยและผลประโยชน์สำคัญของพี่น้องประชาชนคนไทย

 ถามว่า หากผลคำวินิจฉัยของศาลออก ได้ทั้งบวกและลบ แต่หากผลออกมาเป็นลบ เรื่องที่รัฐบาลกำลังดำเนินการเรื่องความขัดแย้งระหว่างประเทศ จะกระทบมากน้อยแค่ไหน นพ.พรหมินทร์ กล่าวว่า ก็ชัดเจน ความประสงค์ของฝั่งตรงข้ามคือ สร้างให้ประเทศไทยอ่อนแอ สร้างความขัดแย้งภายในประเทศ และวันนี้จะสังเกตว่ามีความพยายามทำเฟกนิวส์ คนไทยบางคนบางกลุ่มก็ยังใช้การทำเฟกนิวส์สร้างให้เกิดความขัดแย้งและอ่อนแอกันภายใน เมื่อวันที่ 25 สิงหาคมศาลรัฐธรรมนูญได้ออกมาชัดเจน จัดการกับการทำเฟกนิวส์ที่ทำจนล้ำเส้นเกินไป ไปทำแม้กระทั่งกับศาล ตนว่าตรงนั้นสำคัญมาก บางครั้งมัวแต่เล่นผลประโยชน์ทางการเมืองมากกว่าผลประโยชน์ประเทศชาติ ตนว่าสิ่งเรานั้นคือศัตรูที่แท้จริงของคนไทย

 เมื่อถามว่า การประชุมครม.วันนี้ น.ส.แพทองธาร จะเข้าร่วมประชุมหรือไม่ นพ.พรหมินทร์ กล่าวว่า นายกฯเข้าประชุมครม.ผ่านระบบซูม   ถามต่อว่า หากหลังวันที่ 29 สิงหาคม น.ส.แพทองธาร ได้กลับมาปฎิบัติหน้าที่สถานการณ์ชายแดนจะคลี่คลายกว่านี้หรือไม่ นพ.พรหมินทร์ กล่าวว่า อย่างไรก็แล้วแต่ในฐานะที่เราเป็นรัฐบาลอยู่ เราจะปกป้องพื้นแผ่นดินไทย อธิปไตยไทย และผลประโยชน์ของประชาชนไทยถึงที่สุด

‘เลขากฤษฎีกา’ปัดตอบ! ‘อิ๊งค์’ชิงไขก๊อก ต้องจำหน่ายคดีหรือไม่

‘เลขากฤษฎีกา’ปัดตอบ! ‘อิ๊งค์’ชิงไขก๊อก ต้องจำหน่ายคดีหรือไม่

‘เลขากฤษฎีกา’ปัดตอบ! ‘อิ๊งค์’ชิงไขก๊อก ต้องจำหน่ายคดีหรือไม่

วันอังคาร ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 10.52 น.

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรมว.วัฒนธรรม หากมีการลาออกก่อนวันที่ศาลธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัย ในวันที่ 29 ส.ค.นี้ ศาลจะมีการจำหน่ายคดีหรือไม่ โดย นายปกรณ์ ตอบเพียงว่า เรื่องนี้ตนไม่ทราบทางศาล ต้องไปถามศาล ซึ่งอย่ากดดันอะไรเลย เพราะเหลืออีกไม่กี่วัน