กดหัวใจรัวๆ! ‘นุ่น วรนุช’โชว์ความแซ่บ ในชุดเกาะอกแอบเซ็กซี่เบาๆ

กดหัวใจรัวๆ! 'นุ่น วรนุช'โชว์ความแซ่บ ในชุดเกาะอกแอบเซ็กซี่เบาๆ

กดหัวใจรัวๆ! ‘นุ่น วรนุช’โชว์ความแซ่บ ในชุดเกาะอกแอบเซ็กซี่เบาๆ

วันจันทร์ ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 15.16 น.

ยังคงเป็นขวัญใจแฟนคลับทุกวัยแบบไม่มีตก สำหรับนางเอกตัวแม่ “นุ่น วรนุช” ที่ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปี ออร่าความสวย ความหน้าเด็กก็ยังคงเปล่งประกายไม่มีแผ่ว ล่าสุด นุ่นโพสต์ภาพลงอินสตาแกรมส่วนตัวในลุคสุดแซ่บ สวยสะกดตา กับ ชุดเกาะอกตัวจิ๋วสีดำ แมตช์กับ กางเกงยีนส์ขาสั้น เผยหุ่นสวยเป๊ะ และความมั่นใจที่เต็มพิกัด ทำเอาทั้งหนุ่มๆ และสาวๆ เข้ามากดไลก์กันแบบรัวๆ

ปรบมือรัวๆ!! LEMONY เตรียมบินลัดฟ้า โชว์ศักยภาพทางดนตรีบนเวที AXEAN Festival 2025

ปรบมือรัวๆ!! LEMONY เตรียมบินลัดฟ้า โชว์ศักยภาพทางดนตรีบนเวที AXEAN Festival 2025

ปรบมือรัวๆ!! LEMONY เตรียมบินลัดฟ้า โชว์ศักยภาพทางดนตรีบนเวที AXEAN Festival 2025

วันจันทร์ ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 14.47 น.

ขอปรบมือให้รัวๆ กับวง LEMONY วงอัลเทอร์เนทีฟร็อกสุดจี๊ดจากค่ายสนามหลวงมิวสิก ในเครือ GMM MUSIC ที่ประกอบไปด้วย ทีม-อานันท์ พัวนิรันดร์ (ร้องนำ), แรก-คณิน กุมประสิทธิ์ (กีตาร์), เอฟ-ทรงพล เดชสุวรรณ (เบส) และ แชมป์-สิทธิกร กลัดเพชร (กลอง) ที่แสดงพลังโชว์จนล้นสเตจ จนครองใจคณะกรรมการผู้แทนในอุตสาหกรรมดนตรีระดับนานาชาติ คว้าสิทธ์ในการเข้าร่วมโชว์ในงาน  AXEAN Festival ภายใต้โครงการ Brand The Band โดย CEA และ ฟังใจ เตรียมบินลัดฟ้าไปโชว์ศักยภาพทางระหว่างวันที่ 13-14 กันยายนนี้ ณ เกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย AXEAN Festival ถือเป็นเทศกาลดนตรีนานาชาติที่เปิดเวทีให้ศิลปินจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้โชว์ผลงานต่อสายตาโปรโมเตอร์ ผู้จัดงานเทศกาล และผู้ฟังจากทั่วโลก โดยในปีนี้ LEMONY ได้รับโอกาสที่ดีนี้ ตอกย้ำศักยภาพทางดนตรีที่พร้อมก้าวสู่เวทีสากล

โดยทางวงกล่าวถึงความสำเร็จในครั้งนี้ว่า “ขอขอบคุณอย่างสุดซึ้งสำหรับโอกาสอันยิ่งใหญ่นี้ครับ พวกเราซาบซึ้งใจอย่างยิ่งที่ได้รับคัดเลือกให้เป็นตัวแทนไปแสดงศักยภาพในงาน ASEAN FESTIVAL ที่บาหลี การตัดสินใจของคณะกรรมการทุกท่าน รวมถึงการสนับสนุนจากทีมงานเบื้องหลังทุกคน ถือเป็นเกียรติอย่างสูงสุด และที่สำคัญที่สุด ขอขอบคุณแฟนเพลงและผู้สนับสนุนทุกท่านที่คอยส่งแรงใจมาให้เสมอมา ความสำเร็จในครั้งนี้จะเป็นแรงผลักดันให้พวกเรามุ่งมั่นที่จะทำหน้าที่อย่างดีที่สุดครับ”

LEMONY ขึ้นชื่อเรื่องการแสดงสดที่เต็มไปด้วยพลังดิบและเอกลักษณ์ทางดนตรีเฉพาะตัว จนถูกจับตามองในฐานะวงร็อกรุ่นใหม่ที่น่าจับตาที่สุดวงหนึ่งของไทย การได้ไปยืนบนเวที AXEAN Festival ครั้งนี้ จึงเป็นอีกก้าวสำคัญที่สะท้อนความสามารถของศิลปินไทยที่พร้อมแข่งขันในระดับโลก!

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่:

YOUTUBE : @sanamluangmusicofficial

Facebook : LEMONYBAND / sanamluangmusicofficial

Instagram : lamonyband / sanamluangmusicofficial

X : SanamluangMusic

TikTok : lemonyband / SanamluangMusic

#lemonyband #SanamluangMusic #GMMMUSIC #BrandTheBand #AxeanFestival2025

‘ฟ่านปิงปิง’เข้ารับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ‘ดาโต๊ะกิตา’จากรัฐมะละกาประเทศมาเลเซีย

‘ฟ่านปิงปิง’เข้ารับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ‘ดาโต๊ะกิตา’จากรัฐมะละกาประเทศมาเลเซีย

‘ฟ่านปิงปิง’เข้ารับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ‘ดาโต๊ะกิตา’จากรัฐมะละกาประเทศมาเลเซีย

วันจันทร์ ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 12.14 น.

นักแสดงชื่อดังชาวจีน ฟ่านปิงปิง ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง “ดาโต๊ะกิตา (Datuk Kita)” หรือ “ดาโต๊ะกิตา (Datuk Kita) กิตติมศักดิ์” จากรัฐมะละกา ประเทศมาเลเซีย นับเป็นศิลปินชาวจีนแผ่นดินใหญ่คนแรกที่ได้รับเกียรติอันทรงคุณค่านี้

การได้รับตำแหน่งดังกล่าวเป็นการตอกย้ำถึงบทบาทอันทรงพลังของเธอในฐานะทูตสันถวไมตรีการท่องเที่ยว ซึ่งก่อนหน้านี้เธอได้สร้างผลงานที่เป็นรูปธรรมอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การได้รับการแต่งตั้งเป็น “ทูตสันถวไมตรีการท่องเที่ยวรัฐมะละกา” จนสามารถกระตุ้นจำนวนนักท่องเที่ยวชาวจีนให้เพิ่มสูงขึ้นถึง 224% นอกจากนี้ ยังมีการเผยแพร่เรื่องราวเกี่ยวกับความร่วมมือนี้ออกไปในวงกว้าง โดยมีหัวข้อที่เกี่ยวข้องมียอดคลิกสูงถึง 1.5 พันล้านครั้งบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียความสำเร็จเหล่านี้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ฟ่านปิงปิงไม่ได้เป็นเพียงแค่ผู้โปรโมตการท่องเที่ยว แต่ยังเป็นผู้เชื่อมโยงการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมระหว่างจีนและมาเลเซียได้อย่างยอดเยี่ยม การได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ “ดาโต๊ะ” ในครั้งนี้จึงถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จครั้งสำคัญของเธอ และเป็นเครื่องยืนยันถึงความทุ่มเทในการทำหน้าที่นี้อย่างแท้จริง ‘ฟ่านปิงปิง’ เขียนอย่างภาคภูมิใจในเวยโป๋ของเธอ ดังนี้

“ทั่วโลกมีแต่ประชุมตอนเช้าตรู่กันหมดเลยเหรอ? เมื่อคืนทำงานเสร็จแล้วรีบเดินทางไปถึงมะละกาตอนตีสอง พอคิดว่าต้องตื่นมาแต่งหน้าตอนตีห้า เท่ากับได้นอนแค่สามชั่วโมงเต็ม ๆ เพื่อให้ได้นอนเพิ่มอีกหนึ่งชั่วโมง ฉันเลยไม่ล้างเครื่องสำอางแล้วนอนหลับไปเลยเป็นครั้งแรกในชีวิต ไม่น่าเชื่อว่าตื่นขึ้นมาแล้วเครื่องสำอางยังอยู่ครบถ้วน นี่น่าจะเป็นพรสวรรค์อย่างหนึ่งนะ!ครั้งนี้ฉันได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ “ดาโต๊ะกิตา (Datuk Kita) กิตติมศักดิ์” ที่มอบโดยผู้ว่าการรัฐมะละกา ซึ่งเป็นรางวัลอันทรงเกียรติและสร้างกำลังใจให้ฉันอย่างมาก ขอบคุณมาเลเซีย ขอบคุณมะละกา ที่นี่คือดินแดนแห่งโชคของฉันจริง ๆ! ตั้งตารอที่จะมีเรื่องราวดี ๆ ร่วมกับมะละกาอีกมากมาย… สู้ ๆ นะ แม่หญิงฟ่าน! บอกตัวเองเสมอว่าทุกย่างก้าวมีความหมาย ชีวิตนี้ไม่มีทางเดินที่ไร้ค่า…”

ที่มาhttps://weibo.com/3952070245/5203176114358363

ยิ่งฟังยิ่งคุ้น… ‘บอย พีซเมคเกอร์’ โพสต์ถาม ‘จะเคลมว่าเป็นของเค้าอีกมั้ย?’

ยิ่งฟังยิ่งคุ้น… ‘บอย พีซเมคเกอร์’ โพสต์ถาม  ‘จะเคลมว่าเป็นของเค้าอีกมั้ย?’

ยิ่งฟังยิ่งคุ้น… ‘บอย พีซเมคเกอร์’ โพสต์ถาม ‘จะเคลมว่าเป็นของเค้าอีกมั้ย?’

วันจันทร์ ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ยิ่งฟังยิ่งคุ้นหู!? ล่าสุด บอย อนุวัฒน์ หรือ บอย พีซเมคเกอร์ ได้โพสต์เพลงที่ทำนองยิ่งฟังยิ่งเหมือนเพลง‘ส่วนเกิน’ของตัวเองที่แต่งเองร้องเองแต่กลับถูกเอาไปแต่งเนื้อเพลงใหม่ แต่ทำนองฟังแล้วรู้เลย  “เพลงคุ้นหูมาก คุ้นๆว่าผมเเต่งเองทั้งเนื้อร้องและทำนอง  เค้าจะเคลมว่าเป็นของเค้าอีกมั้ย? ”#ส่วนเกิน #บอยพีซเมคเกอร์

#boypeacemakerhttps://www.facebook.com/share/v/15rXV7GHLT/?mibextid=wwXIfr งานนี้แฟนเพลงต่างเข้ามาคอมเมนต์สนั่นโซเชียล ฟ้องลิขสิทธิ์เลยครับ , เคลมทุกอย่าง5555 , สำเนียงภาษาไม่ควรเอามาร้องเพลง มันไม่อิน , โดนแล้วคุณบอย  5555, ทำไมฟังแล้วปวดหัวคะ

ดาราสาวดังขับรถหรูเข้าด่านไม่ยอมเป่า ไฮโซหนุ่มกร่างท้าต่อยตำรวจ

ดาราสาวดังขับรถหรูเข้าด่านไม่ยอมเป่า ไฮโซหนุ่มกร่างท้าต่อยตำรวจ

ดาราสาวดังขับรถหรูเข้าด่านไม่ยอมเป่า ไฮโซหนุ่มกร่างท้าต่อยตำรวจ

วันอาทิตย์ ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 16.23 น.

กลายเป็นประเด็นร้อน เมื่อมีรายงานว่า “มารี เบรินเนอร์” นางเอกลูกครึ่งชื่อดังวัย 33 ปี ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกตรวจวัดแอลกอฮอล์ระหว่างขับรถหรูมากับ หนุ่มไฮโซรายหนึ่ง

แหล่งข่าวเผยว่า ขณะถูกเรียกตรวจ มารี ไม่ยอมลงจากรถและไม่ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ ขณะที่ชายไฮโซที่โดยสารมาด้วย ได้ลงจากรถและแสดงพฤติกรรมก้าวร้าว พยายามอ้างว่ารู้จักผู้บังคับบัญชาระดับสูง พร้อมทั้งแสดงอาการไม่พอใจ ใช้ถ้อยคำหยาบคาย เช่น “ไอ้เห้”, “ไอ้สั-” ต่อว่าเจ้าหน้าที่อย่างรุนแรง รวมถึงมีท่าทีท้าต่อย

ในที่สุด เจ้าหน้าที่ตัดสินใจควบคุมตัวทั้งคู่ไปยัง สน.วังทองหลาง โดยแจ้งข้อหา เมาแล้วขับ และทำการตรวจสอบเพิ่มเติม

โดย มารี เบรินเนอร์ ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวหลังใช้หลักทรัพย์ประกันตัวในวงเงิน 20,000 บาท ขณะที่ฝ่ายชายถูกแจ้งข้อหา ดูหมิ่นและขัดขวางเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่ ก่อนอนุญาตให้ประกันตัวในภายหลัง

‘อุ๋ม อาภาศิริ’งามสง่าในชุดไทย โพสต์ซึ้งภาคภูมิใจในความเป็นไทย

'อุ๋ม อาภาศิริ'งามสง่าในชุดไทย โพสต์ซึ้งภาคภูมิใจในความเป็นไทย

‘อุ๋ม อาภาศิริ’งามสง่าในชุดไทย โพสต์ซึ้งภาคภูมิใจในความเป็นไทย

วันอาทิตย์ ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 15.18 น.

ยังคงเปล่งประกายเสมอ สำหรับนักแสดงและนางแบบที่อยู่วงการบันเทิงมาอย่างยาวนาน สำหรับ “อุ๋ม อาภาศิริ นิติพล” ที่ล่าสุดได้เผยลุคงดงามสง่าใน ชุดไทยเรือนต้น ผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว พร้อมข้อความซึ้งใจถึงความรู้สึกภาคภูมิใจทุกครั้งที่ได้สวมใส่ชุดประจำชาติไทย

“เป็นนางแบบมานานใส่เสื้อผ้ามาหลากหลาย แต่ทุกครั้งที่ได้ใส่ชุดไทยไม่ว่าจะใส่เดินแบบหรือไปงาน ความภูมิใจในความเป็นไทยมันเต็มเปี่ยมไปทั้งหัวใจ เรามีชุดประจำชาติ เป็นชุดไทยพระราชนิยม 8 แบบที่มีความสง่างามและเอกลักษณ์ที่โดดเด่น ที่อุ๋มใส่เป็นชุดไทยเรือนต้น ตัดเย็บโดยพี่โจ้ @joe_surface จับคู่สีได้น่ารักมีปักชายผ้าเพิ่มเสน่ห์ของผ้าไหมไทยขึ้นมาอีก

#soproudtobethai #เรารักราชวงศ์จักรี #สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ #rpasiri #thaisilk #joesurface คนถามมาเยอะเลยร้านพี่เขาอยู่พัฒนาการ30 ค่ะ”

พท.ไม่ได้สกัดกั้น! ‘วิสุทธิ์’ย้ำปมปิดประชุมก่อนเสนอญัตติ MOU 43-44

พท.ไม่ได้สกัดกั้น! 'วิสุทธิ์'ย้ำปมปิดประชุมก่อนเสนอญัตติ MOU 43-44

พท.ไม่ได้สกัดกั้น! ‘วิสุทธิ์’ย้ำปมปิดประชุมก่อนเสนอญัตติ MOU 43-44

วันจันทร์ ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 14.33 น.

“วิสุทธิ์”ย้ำปมปิดประชุมก่อนเสนอญัตติ MOU 43-44 “พท.”ไม่ได้สกัดกั้น แต่”วิปค้าน”ไม่ยอมมาตอบให้ชัดเจนเอง ชี้พรุ่งนี้มาบอกได้เลย ถ้าอยากจะเสนอก็ยินดี ลั่นไม่ได้ปิดหนี ถามจะกลัวอะไร พูดดีก็เป็นศรีแก่พรรคท่าน ถ้าพูดในทางร้ายไม่เข้าใจเหตุผล ก็จะเสียหาย เชื่อหากคดี”อิ๊งค์”ไม่เป็นคุณ ก็ยังมีเวลา ไม่ต้องรีบเลือก”นายกฯใหม่”ขนาดนั้น

เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2568 ที่รัฐสภา นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล กล่าวถึงการประชุมในวันพฤหัสบดีที่ 21 ส.ค.ที่ผ่านมา ซึ่ง นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ทำหน้าที่เป็นประธาน ได้มีการปิดการประชุมไปก่อนที่ฝ่ายค้านเตรียมเสนอญัตติด่วน เพื่อขอให้สภาพิจารณาบันทึกความเข้าใจ MOU 43 – 44 ที่ นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สส.กระบี่ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) เป็นผู้เสนอ ว่า จริงๆ แล้ว เราต้องบอกว่า การเสนอทำได้ แต่เวลาที่มาเจรจานั้น ต้องตกลงกันทั้ง 2 ฝ่าย ทั้งวิปรัฐบาลและวิปค้าน

นายวิสุทธิ์ อธิบายว่า วันนั้นตนก็เดินไปถามเอง ไม่ใช่วิปฝ่ายค้านเดินมาหาตน ว่าหากเร่งด่วนอย่างนี้ ก็ต้องมีการประชุมลับ ขณะเจรจา มีการพิจารณาเรื่องรายงานกองทุนสื่อสร้างสรรค์ ซึ่งเราไม่ทราบว่า มีผู้อภิปรายกี่คน และเมื่อเวลาผ่านไปพอสมควรแล้ว เขาก็ยังไม่มีการเข้ามาตกลง ประธานจึงเห็นว่าไม่มีเรื่องใหม่เข้ามา และไม่มีวาระต่อ จึงได้ปิดการประชุม

อย่างไรก็ตาม ยังคงสามารถเจรจากันได้ หากฝ่ายค้านอยากนำเรื่องญัตตินี้มาเจรจากัน ก็มาตกลงกันก่อน เพราะไม่ใช่ว่าประธานวิปจะตัดสินใจแทนพรรคอื่นได้ เราไปพรรคร่วมรัฐบาล จะทำอะไรก็ต้องปรึกษาหารือกัน พรรคอื่นจะ 30 หรือ 60 เสียง ก็ต้องปรึกษาหารือ ให้เกียรติกัน ไม่ใช่ว่าจะตัดสินใจได้ทันที โดยในวันนี้ตนก็จะถามในที่ประชุมวิปด้วย

ส่วนมีการตั้งข้อสังเกตเป็นการสกัดญัตตินี้หรือไม่ นายวิสุทธิ์ มองว่า การพูดญัตตินี้ ต้องดูว่าเกี่ยวข้องกับความมั่นคงอย่างไร มีข้อดีข้อเสียอย่างไร พูดจากันในสภาได้

“แต่คุณไม่มาตอบผมเอง ในการตกลงว่า จะเอาแบบไหน มันไม่ชัดเจน ประธานก็เลยปิด ไม่ได้ปิดหนี กลัวอะไร พูดดีก็เป็นศรีแก่พรรคท่าน ถ้าพูดในทางร้ายไม่เข้าใจเหตุผลก็จะเสียหาย วันนั้น พรรคผมก็ได้เชิญตัวแทนกระทรวงต่างประเทศเข้ามาชี้แจงด้วยซ้ำไป แล้วก็ได้รับความร่วมมือ ไม่ใช่ว่าหนี ไม่จำเป็นต้องหนี กลัวทำไม ใครพูดดี ก็ได้คะแนนไป ถ้าพูดทำให้บ้านเมืองเสียหาย ก็ต้องรับผิดชอบ เพราะเกี่ยวกับความมั่นคง และประเทศชาติบ้านเมือง ละเอียดอ่อน ต้องปรึกษาหารือกัน” นายวิสุทธิ์ กล่าวย้ำ

นายวิสุทธิ์ กล่าวต่อว่า วันนี้พรุ่งนี้มาบอกได้เลย ถ้าคุณอยากจะเสนอญัตตินี้ ก็เข้ามา ยินดีไม่มีปัญหา พวกตนเตรียมพร้อมอยู่แล้ว เพราะก็เป็นโอกาสดีที่ได้ชี้แจง และมีฝ่ายความมั่นคงเข้ามาชี้แจง จะได้ทราบ ได้เตรียมการอธิปราย ว่าดีหรือไม่ดีอย่างไร

เมื่อถามย้ำว่า แสดงว่าวันในวันนั้น ไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจนใช่หรือไม่ นายวิสุทธิ์ กล่าวว่า หากไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน ก็ถามหน้าบัลลังก์ได้ ซึ่งตนได้ให้บอกเขารอก่อน ตนเดินไปหาสองรอบสามรอบดูในกล้องก็ได้ เดินไปถามว่า จะเอาอย่างไร ยืนยันว่า ไม่ได้ปิดกั้น อะไรเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติบ้านเมือง ทำได้เลย ไม่มีปัญหา

เมื่อถามถึงกรณีที่ฝ่ายค้านระบุมีการตกลงกันจบแล้ว นายวิสุทธิ์ กล่าวว่า ไม่ได้คุยกับตนจบ เขาบอกว่าจะมาให้คำตอบตน ก็ต้องพูดให้ชัดๆ การเมืองจะตีกินอะไรก็ไม่ว่ากัน แต่ข้อเท็จจริงคือ คุณมาบอกตนว่า จะให้คำตอบเรื่อง จะตั้งหรือไม่ตั้งกรรมาธิการ ตนเลยตอบไปว่า คุณต้องบอกว่า จะเอาแบบไหน ให้เขาพูดไปแบบนี้ ไม่ใช่พอไม่ทัน ประธานที่ไม่รู้เรื่อง เขาก็ปิด เขาทำหน้าที่อยู่ เขาไม่ได้ลงมาถามว่า คุยอะไรกัน จะทำอะไรกัน เมื่อหมดวาระแล้วเขาก็ปิด ต้องให้ความเป็นธรรมกับนายไชยาด้วย ย้ำว่า “ไม่มีใครหนีพวกคุณหรอกครับ หนีไปทำไม”

นายวิสุทธิ์ กล่าวยืนยันอีกว่า ขณะที่อยู่หน้าบัลลังก์ ตนไม่ได้บอกให้ปิด ไปถามเจ้าหน้าที่ได้ ตนบอกแค่ว่า ให้ตกลงกันที่ได้ก่อน ถ้าตกลงกันได้ ก็สามารถประชุมกันต่อไปได้ ทำไมต้องปิดหนี

ส่วนถือเป็นการแทรกแซงการทำงานของประธานหรือไม่ นายวิสุทธิ์ ระบุว่า ไม่ได้แทรกแซง ไม่เช่นนั้นประธานจะรู้ได้อย่างไร เพราะท่านนั่งอยู่ข้างบน ญัตติด่วนด้วยวาจา ไม่ใช่เรื่องที่เขียนขึ้นมา แต่เป็นเรื่องที่ต้องเสนอ แล้วข้างบนจะทราบได้อย่างไร เขาจะต้องทำหน้าที่ หากไม่ไปบอกข้างหน้าจะรู้ได้อย่างไร ก็ลองไปถามว่า หน้าบัลลังก์ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร หากผิดพลาดไปจากนี้ ตนยินดีรับผิดชอบทุกอย่าง

เมื่อถามถึงกรณีคดีคลิปเสียงนายกรัฐมนตรี หากผลออกมาไม่เป็นคุณ สภาจะเดินต่อไปอย่างไร จะต้องมีกระบวนการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีใหม่ ในวันที่ 1 ก.ย.เลยหรือไม่ นายวิสุทธิ์ กล่าวว่า ยังไม่ต้องขนาดนั้น มีเวลาเยอะแยะ ในพรรคใจเย็นอยู่แล้ว ไม่มีปัญหาอะไร เราคาดหวังอยู่แล้วว่า จะไม่มีปัญหาเกิดขึ้น

‘สุชาติ’ฮึ่ม!‘พศจ.ลพบุรี’เกียร์ว่างปม‘พระอลงกต’ สั่งตั้งกก.สอบ-จ่อเด้งเข้าส่วนกลาง

‘สุชาติ’ฮึ่ม!‘พศจ.ลพบุรี’เกียร์ว่างปม‘พระอลงกต’ สั่งตั้งกก.สอบ-จ่อเด้งเข้าส่วนกลาง

‘สุชาติ’ฮึ่ม!‘พศจ.ลพบุรี’เกียร์ว่างปม‘พระอลงกต’ สั่งตั้งกก.สอบ-จ่อเด้งเข้าส่วนกลาง

วันจันทร์ ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 14.28 น.

‘สุชาติ’ฮึ่ม!‘พศจ.ลพบุรี’เกียร์ว่างปม‘พระอลงกต’ สั่งตั้งกก.สอบ-จ่อเด้งเข้าส่วนกลาง

25 สิงหาคม 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุชาติ ตันเจริญ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการตรวจสอบพระราชวิสุทธิประชานาถ หรือพระอลงกต อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ จ.ลพบุรี ว่า ตนได้รับทราบเท่ากับสื่อ แต่ที่เห็นได้ชัดจากเหตุการณ์ตั้งแต่เริ่มบวช โดยบัญชีสัทธิวิหาริก วัน เดือน ปี เกิด ไม่ตรงกับใบสุทธิ รวมถึงการเปลี่ยนชื่อเป็นนายเกรียงไกร เพ็ชร์แก้ว และสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เกี่ยวกับมูลนิธิที่รับบริจาค แต่เมื่อถามว่ามูลนิธิเกี่ยวข้องอย่างไรกับวัด ก็ไม่มีใครกล้าตอบ ตรงนี้ให้ พศ.ไปสอบสวนอยู่ และเมื่อเราบริจาค 1 บาทให้กับมูลนิธิ แต่มูลนิธิเป็นของวัด นั่นต้องแสดงว่าเงินบริจาคต้องเป็นของวัด

“เมื่อเกิดเหตุการณ์แบบนี้เราฉุกคิดได้ว่าจะต้องสังคายนา ปฏิรูปวงการพระพุทธศาสนา ซึ่งจะมีการปรึกษากับมหาเถรสมาคม (มส.) ว่าถึงเวลาหรือยังที่เราจะสังคายนาพระภิกษุทั้งประเทศ ยอมให้มีการทำประวัติ ตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะ รวมถึงการตรวจบัญชีทรัพย์สิน ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ที่ทำให้พระเสียผู้เสียคน เสียความเป็นสมณเพศ เพราะมีทรัพย์สินโดยที่คนไม่รู้ว่าเป็นเงินของวัดหรือเงินส่วนตัว” นายสุชาติ กล่าว

นายสุชาติ กล่าวว่า ก่อนจะสังคายนาพระ ต้องมีการสังคายนา พศ.เสียก่อน โดยวันนี้ (25 ส.ค.) นางอุดมพร เอกเอี่ยม รองเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ซึ่งได้รับการแต่งตั้งเป็น ผอ.พศ.คนใหม่ และนายอิทธิพร จันเอี่ยม ผอ.พศ.คนปัจจุบัน จะมาพบและรับมอบนโยบายจากตน ซึ่งตนเคยให้นโยบายไปก่อนหน้านี้ว่าสำนักพุทธศาสนาจังหวัด (พศจ.) แต่ละจังหวัดต้องรู้ว่าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นในวัดที่จังหวัดตัวเองรับผิดชอบ

“อย่าง จ.ลพบุรี ที่มีเหตุการณ์เกิดขึ้นมาหลายปี ทำไม พศจ.ลพบุรีไม่รู้เรื่อง ไม่มีข้อมูล จนปัจจุบันก็ยังไม่มีข้อมูลอะไรเลย ถึงเวลาแล้วหรือยังที่จะต้องสังคายนา พศ. อย่างกรณี พศจ.ลพบุรีต้องไปดูว่าคนเก่าทำอะไรไว้ และทำไมคนปัจจุบันไม่ทำงาน ควรที่จะเอาเข้ามาอยู่สำนักงานที่พุทธมณฑลแล้วหรือยัง ควรที่จะเปลี่ยนคนทำงานแล้วหรือยัง โดยจะให้ ผอ.พศ.พิจารณาตั้งคณะกรรมการตรวจสอบความหย่อนยาน ความบกพร่อง ประสิทธิภาพในหน้าที่ที่ทำงาน ทั้งที่ตนให้นโยบายไปแล้วก็ยังไม่ทำงาน ฉะนั้น ตรงนี้ถือว่าไม่สนองนโยบายของรัฐบาล” นายสุชาติ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่าการสังคายนารอบนี้จะทำให้ทุกอย่างจบ และทำให้พระพุทธศาสนากลับมาเป็นที่นับถือของชาวพุทธได้หรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า มันเป็นมาร้อยปีแล้ว คงต้องใช้เวลา ซึ่งจะต้องไปขอความร่วมมือจาก มส. เพราะเป็นผู้ปกครองสงฆ์ว่าเขายินยอมให้สังคายนาหรือไม่ จะยินยอมให้มีการตรวจสอบทรัพย์สินหรือไม่ โดยก่อนหน้านี้ตนได้เคยไปหารือกับ มส.ในหลายประเด็น แต่ยังไม่ได้มีการพูดถึงเรื่องสังคายนา ซึ่งเหตุการณ์ปัจจุบันที่เกิดขึ้นมันรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ มีเรื่องใหม่ๆ เข้ามาเรื่อยๆ รวมถึงพระที่ครองสมณเพศอาจมีข้อปฏิบัติที่ไม่ถูกต้องนัก ไม่เคร่งครัดในพระธรรมวินัย ก็ถึงเวลาที่ต้องเรียกศรัทธาจากประชาชนคืน

เมื่อถามว่า กรณีของพระอลงกตที่มีความผิดชัดเจนในเรื่องการเก็บศพผู้ป่วยโรคเอดส์ไว้ และข้อสังเกตเรื่องเลขบัตรประชาชน พศ.จะดำเนินการอะไรได้บ้าง นายสุชาติ กล่าวว่า ให้ ผอ.พศ.ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบว่าจะดำเนินการอะไร ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือหย่อนยานหรือไม่ เพราะสื่อรู้ ประชาชนรู้ แต่ พศจ.ลพบุรีไม่รู้  เมื่อถามย้ำว่า พศ.ได้รายงานแล้วหรือยังว่า ได้มีการไปพูดคุยกับพระอลงกตแล้วหรือยัง นายสุชาติ กล่าวว่า ยังไม่ได้รับรายงานอะไรเลย

‘มทภ.2’แสดงความเสียใจ ต่อครอบครัวพลทหารเสียชีวิต ย้ำกองทัพดูแลสุขภาพจิตกำลังพล

'มทภ.2'แสดงความเสียใจ ต่อครอบครัวพลทหารเสียชีวิต ย้ำกองทัพดูแลสุขภาพจิตกำลังพล

‘มทภ.2’แสดงความเสียใจ ต่อครอบครัวพลทหารเสียชีวิต ย้ำกองทัพดูแลสุขภาพจิตกำลังพล

วันจันทร์ ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 14.10 น.

แม่ทัพภาคที่ 2 แสดงความเสียใจต่อครอบครัวพลทหารที่เสียชีวิต ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ชายแดนไทย–กัมพูชา พร้อมย้ำกองทัพบกให้ความสำคัญกับสิทธิและการดูแลสุขภาพจิตของกำลังพลอย่างใกล้ชิด

25 สิงหาคม 2568 พลโทบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวถึงกรณี ที่ พลทหาร พิทยุตม์ โสดา กำลังพลสังกัด กองพันทหารราบที่ 21 หน่วยเฉพาะกิจที่ 2 ซึ่งเสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ชายแดนไทย – กัมพูชา เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2568 เวลา 18.15 น. ภายในห้องสุขา บริเวณหน้าปราสาทตาเมือนธม อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ ว่าน้องมีอาการทางสุขภาพ โดยตนเองได้แจ้งให้หน่วยดูแลเป็นอย่างดีเพราะถือว่าเสียชีวิตระหว่างปฎิบัติหน้าที่ อันนี้เราต้องให้กำลังใจและก็ดูแลเรื่องสิทธิกำลังพลให้ดีที่สุด 

ส่วนเรื่องสิทธิกำลังพลที่ปฎิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดนทางกองทัพภาคที่ 2 ได้ดำเนินการดูแลอย่างไรนั้นกล่าวว่า นี้เป็นเรื่องหนึ่งที่เราให้หมอสนาม เข้าไปคัดกรองน้องทหารเป็นรายบุคคล ซึ่งในหน่วยผู้บังคับหน่วยก็จะรู้รายละเอียดแต่ละบุคคล โดยจะคัดกรองผ่านจิตแพทย์ ใครที่มีอาการสูงเสี่ยงหรืออยู่ในเกณฑ์ที่ อันตรายเราก็จะนำตัวออกไปข้างนอก เพื่อให้ได้พบปะกับญาติพี่น้อง ให้มีอาการดีขึ้นต่อไป.

‘มทภ.2’อนุมัติยิงทันทีหาก‘ทหารเขมร’รุกอธิปไตย-วางทุ่นระเบิด พร้อมรับมือ‘ฮุน เซน​’ทุกรูปแบบ

‘มทภ.2’อนุมัติยิงทันทีหาก‘ทหารเขมร’รุกอธิปไตย-วางทุ่นระเบิด พร้อมรับมือ‘ฮุน เซน​’ทุกรูปแบบ

‘มทภ.2’อนุมัติยิงทันทีหาก‘ทหารเขมร’รุกอธิปไตย-วางทุ่นระเบิด พร้อมรับมือ‘ฮุน เซน​’ทุกรูปแบบ

วันจันทร์ ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 13.43 น.

‘แม่ทัพภาคที่2’อนุมัติ ยิงตอบโต้ทันที หากพบ‘ทหารกัมพูชา’รุกล้ำอธิปไตย-วางทุ่นระเบิด พร้อมรับมือ‘ฮุน เซน​’นั่งรักษาการประมุข​ เชื่อมีความพยายามดิสเครดิตกองทัพ หลังถูกปล่อยคลิปเก่า-ทำโพลเห็นด้วยหรือไม่ทหารนั่งนายกฯ

25 สิงหาคม 2568 ที่กองบัญชาการกองทัพบก พลโท บุญสิน พลาดกลางแม่ทัพภาคที่2 (มทภ.2) กล่าวถึงการประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค ไทย -กัมพูชา สมัยวิสามัญ (Regional Border Committee ) หรือ  RBC บริเวณจุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำ ตำบลไพรพัฒนา อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ วันที่27 ส.ค.ว่า ข้อเสนอในการหารือ ไม่ต่างกับ พื้นที่ของกองทัพภาคที่1 และกองทัพเรือ ประมาณ 3 ข้อ เพื่อทำความเข้าใจตรงกัน ทั้ง การเก็บกู้ทุ่นระเบิด การรักษาอธิปไตย ซึ่งกันและกัน อยู่บนพื้นฐานปกติ

พลโท บุญสิน ยืนยันว่า ข้อเสนอเรียกร้องให้กัมพูชาร่วมเก็บกู้วัตถุระเบิดกับไทย ต้องครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด ตลอดแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ไม่ใช่เฉพาะ พื้นที่ที่มีการปักปันเขตแดนที่ชัดเจนแล้ว แต่ยังไม่ทราบว่าทางกัมพูชาจะรับเงื่อนไขนี้หรือไม่

ส่วนจะนำไปสู่ความสำเร็จในการแก้ไขปัญหาหรือไม่นั้นก็ถือเป็นส่วนหนึ่ง แต่สุดท้ายแล้วก็ขึ้นอยู่กับนโยบายของระดับผู้นำกัมพูชามากกว่า ว่าจะมีแนวทางอย่างไร เพราะหน่วยทหารในระดับภูมิภาคของทหารกัมพูชามีหน้าที่รับคำสั่ง หากข้อใดได้ข้อยุติ ก็จะนำไปหารือในระดับอื่นต่อไป

พลโท บุญสิน ยังกล่าวถึงกรณีที่ทางฝ่ายกัมพูชา ยื่นข้อเสนอให้ไทยรื้อรั้วลวดหนาม แลกกับการเก็บกู้ทุ่นระเบิดนั้น เป็นคนละประเด็นกัน เราไม่รับข้อเสนอนี้อยู่แล้ว รั้วลวดหนาม คือแนวตั้งกำลังของฝ่ายไทย

“ส่วนกรณีกองกำลังBHQ กัมพูชา แอบซุ่มดูการลาดตระเวน ของทหารไทยนั้น เป็นการสันนิษฐาน ซึ่งทหารไทยก็ทำการตอบโต้ หากรุกล้ำอธิปไตยของไทยเราก็ยิง เขามาในลักษณะเคลื่อนที่เร็ว ซึ่งตนได้ให้แนวทางกับกำลังพลไปแล้ว หากพบเจอให้ตอบโต้ทันที รวมถึงการลอบวางทุ่นระเบิดด้วย”

พลโท บุญสิน ยังระบุต่อว่ากัมพูชายังละเมิดการหยุดยิง ด้วยการวางทุ่นระเบิด เนื่องจากเป็นนโยบายของระดับผู้บังคับบัญชา ของเขา แต่ทั้งนี้เรามีมาตรการในการประท้วง ตอบโต้ฝ่ายกัมพูชาอยู่ตลอด พร้อมระบุไปว่า อย่าทำอีก เนื่องจากเป็นการรุกล้ำอธิปไตยของไทย

เมื่อถามว่า ข้อตกลงในเวทีทวิภาคี จะสามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้จริงหรือไม่ พลโท บุญสิน ระบุว่า ก็เป็นไปตาม ที่เราเข้าใจ

เมื่อถามย้ำว่า สามารถคาดหวังได้หรือไม่ทั้งกรอบ RBC คณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) ไทย-กัมพูชา คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม ไทย-กัมพูชา(JBC) พลโท บุญสิน กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับผู้บริหารของกัมพูชา หากได้รับสัญญาณมา การเจรจาก็จะมีผลต่อการปฏิบัติ ในทางตรงกันข้าม แม้กำลังพลชั้นผู้น้อยกัมพูชา รับทราบแล้ว แต่หากไม่ใช่ นโยบาย ของผู้บริหาร ก็ไม่สามารถคาดหวังได้

เมื่อถามว่า มีโอกาสที่เราจะได้เห็นกองกำลังทั้ง 2 ฝ่ายปรับลดกำลัง นำอาวุธหนักออกจากพื้นที่หรือไม่ พลโท บุญสิน กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับรัฐบาลของสองประเทศ หน่วยปฏิบัติงานในพื้นที่ไม่สามารถตัดสินใจได้ พร้อมทั้งย้ำว่า เวลาราชการเพียง 1 เดือน ไม่กังวลอะไร

พลโท บุญสิน ยังตอบโต้กรณีโฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชา บิดเบือนข้อมูล อย่างต่อเนื่องว่า เรามีหลักฐานเชิงประจักษ์อยู่แล้ว คุยนำคณะทูต ผู้ช่วยทูตทางทหารและผู้ที่เกี่ยวข้องลงไปในพื้นที่ ในส่วนของกัมพูชา ก็เป็นการปฏิบัติที่เขามีสิทธิ์จะพูดได้ ส่วนจะมีมูลหรือไม่ ก็ต้องมาพิสูจน์ด้วยหลักฐาน ปัจจุบันนี้ทุ่นระเบิดก็ยังมีอยู่ในพื้นที่ การปฏิบัติงานก็ต้องเป็นไปด้วยความระมัดระวัง

พลโท บุญสิน ยังกล่าวถึงการประชุมหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก ในวันนี้ว่า ผบ.ทบ. ได้ขอบคุณกำลังพลทุกนายที่ปฏิบัติหน้าที่ ด้วยความทุ่มเทและเสียสละ เพื่อปกป้องอธิปไตยของประเทศ ซึ่งท่านระบุว่า พร้อมที่จะสนับสนุนในทุกด้าน

เมื่อถามว่ากรณีสมเด็จฮุน เซน นั่งรักษาการประมุขแห่งรัฐของกัมพูชา ส่งผลต่อสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา หรือไม่ พลโท บุญสิน กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับนโยบายของสมเด็จฮุน เซน ไม่ว่าจะออกมาแนวทางไหน เราก็พร้อมรับมือ ในส่วนของไทยก็ขึ้นอยู่กับรัฐบาลเช่นกัน

เมื่อถามว่า ในวันที่ 29 ส.ค. นี้ จะมีการตัดสินคดีคลิปสนทนาของนายกรัฐมนตรีกับสมเด็จฮุน เซน จะส่งผลต่อสถานการณ์ชายเดิมกัมพูชาหรือไม่ พลโท บุญสิน ระบุว่า ถือเป็นเรื่องของการเมือง ในส่วนเรื่องของชายแดนเราก็ทำหน้าที่ปกป้องอธิปไตย คงไม่เกี่ยวกับเรื่องการเมือง

เมื่อถามว่ามีความพยายามที่จะติดเครติดกองทัพหรือไม่ เช่นการปล่อยคลิปเก่านายทหารทำร้ายกำลังพล และการทำโพลสำรวจความคิดเห็น โดยใช้หัวข้อสนับสนุนให้ทหาร เป็นนายกฯหรือไม่ พลโท บุญสิน กล่าวว่า มีส่วน ในส่วนของกองทัพเรามีความมุ่งมั่นอยู่แล้ว ปฏิบัติตามกรอบและหน้าที่ที่ถูกต้อง ใช้ความจริงใจในการทำงานเพื่อประเทศชาติบ้านเมือง ซึ่งเชื่อว่าประชาชนจะเข้าใจ รับรู้ได้

เมื่อถามย้ำว่าหากผลวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในคดีคลิปเสียงสนทนากับสมเด็จฮุน เซน ของนายกรัฐมนตรีออกมาเป็นลบ ซึ่งส่งผลให้รัฐบาลเกิดสุญญากาศ จะส่งผลต่อพื้นที่ชายแดนหรือไม่ พลโท บุญสิน​ กล่าวว่า​ ต้องดูสภาพแวดล้อม​ทั่วไป​ เนื่องจากต้องวิเคราะห์หลายๆอย่างร่วมกัน​ พร้อมยืนยันว่าเราไม่ได้เป็นฝ่ายเริ่มก่อนอยู่แล้ว เพราะเรามุ่งมั่นที่จะยึดถือในเส้นเขตแดน

เมื่อถามต่อว่าหากผลเป็นลบจะกระทบต่อการหารือ การประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป หรือ GBC​ ที่จะเกิดขึ้นในช่วงต้นเดือนกันยายนนี้หรือไม่ พลโท บุญสิน​ มองว่า​ ข้าราชการประจำก็ต้องทำงานอยู่​ ไม่น่าจะเกี่ยวข้องหรือส่งผลอะไร​ การเมืองก็ว่ากันไป​

พลโท บุญสิน กล่าวถึงการประชุมหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก ในวันนี้ว่า ผบ.ทบ. ได้ขอบคุณกำลังพลทุกนายที่ปฏิบัติหน้าที่ ด้วยความทุ่มเทและเสียสละ เพื่อปกป้องอธิปไตยของประเทศ ซึ่งท่านระบุว่า พร้อมที่จะสนับสนุนในทุกด้าน