ออกนอกประเทศได้! ‘ทักษิณ’ดีใจรอด112 ลั่นเข้าฟังคดีชั้น 14

ออกนอกประเทศได้! ‘ทักษิณ’ดีใจรอด112 ลั่นเข้าฟังคดีชั้น 14

ออกนอกประเทศได้! ‘ทักษิณ’ดีใจรอด112 ลั่นเข้าฟังคดีชั้น 14

วันศุกร์ ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 13.20 น.

วันที่ 22 สิงหาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้มีนักการเมืองคนสำคัญรวมถึงครอบครัวของนายทักษิณ อาทิเช่น นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช อดีตรมว.คลังและน.ส.พินทองธา คุณากรณ์วงศ์ ลูกสาวคนกลางของนายทักษิณ เดินทางมาให้กำลังใจและร่วมฟังคำพิพากษาด้วย

ภายหลังนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความของนายทักษิณ ให้สัมภาษณ์ว่า  ศาลยกฟ้องนายทักษิณ โดยใช้เหตุผลหลากหลายเหตุผล และการพิสูจน์ของโจทก์ไม่สมกับภาระการพิสูจน์ตามฟ้อง โดยเรื่องนี้จากการสัมภาษณ์ที่เกาหลีใต้ศาลได้ใช้หลักการในการชั่งน้ำหนักตัววัตถุพยาน ศาลเชื่อว่ามีการสัมภาษณ์จริงที่นั่น แต่บทสัมภาษณ์มีมากกว่าที่ปรากฏอยู่ภายในคลิปวิดีโอซึ่งเป็นบางส่วนและมีถ้อยคำตรงกัน เมื่อจำเลยให้การปฏิเสธ จึงไม่ใช่หน้าที่จำเลยที่ต้องพิสูจน์ให้ชัดเจนว่าเป็นการตัดต่อหรือไม่ เพราะส่วนนี้เป็นหน้าที่ของโจทก์ แต่เมื่อโจทก์ไม่ได้พิสูจน์ให้ชัดเจนว่าไม่ได้ตัดต่อ ซึ่งศาลรับฟังด้วยความระมัดระวังและเห็นว่าน่าเชื่อว่ามีการสัมภาษณ์ แต่การสัมภาษณ์ดังกล่าวจะสามารถตีความและรับฟังได้ว่าหมายถึงบุคคลตามมาตรา 112 หรือไม่นั้น ศาลพิจารณาประกอบด้วยหลักไวยากรณ์ ตามหลักไวยากรณ์ มีประธาน กริยาและกรรม ซึ่งศาลท่านมองว่าประธานเป็นบุคคลที่ไม่ได้เฉพาะเจาะจงว่าเป็นบุคคลตามมาตรา 112 แม้จะมีสรรพนามว่า”เขา” ซึ่งพยานบางปากนำมาตีความพิจารณาโดยใช้หลักอะไรของพยานแต่ละคนก็ตามศาลเห็นว่ารับฟังได้น้อยมากไม่น่าเชื่อถือ เนื่องจากพยานที่เป็นพยานความเห็นมีอคติ ซึ่งฝั่งจำเลยก็พิสูจน์ว่าพยานความเห็นเคยแสดงออกทางเมืองอย่างไรบ้างในอดีต มีใครให้การแบบขัดแย้งและไม่เป็นกลางในชั้นสอบสวนและชั้นศาลบ้าง บางถ้อยคำก็นึกคำขึ้นเอาเองว่าตัวนายทักษิณ น่าจะพูดแบบนั้น เพื่อให้แปลความว่าหมายถึงบุคคลตามมาตรา 112 

นายวิญญัติ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ศาลยังใช้พจนานุกรมของต่างประเทศ ว่าความหมายตามที่ปรากฎในคำฟ้องหมายถึงอะไรบ้าง ตนไม่ขอลงรายละเอียดในส่วนนี้ แต่รับฟังได้ว่าความหมายดังกล่าวไม่ได้หมายถึงพระมหากษัตริย์ เมื่อเป็นเช่นนั้นองค์ประกอบความผิด องค์ประกอบภายนอก จึงไม่เข้าข่ายความผิดตามมาตรา 112 และองค์ประกอบที่เป็นการกระทำต้องทำให้เข้าใจว่าหมายถึงบุคคลใด

นายวิญญัติ กล่าวอีกว่า ศาลยังเห็นว่าพยานที่เกี่ยวข้องในคดีนี้ของฝ่ายจำเลย มีความรู้ และเชี่ยวชาญ ได้แปลความและพยานที่จำเลยอ้างทั้งหมดและตั้งแต่ต้นนายทักษิณก็ปฏิเสธอย่างหนักแน่นอยู่แล้ว จึงเป็นภาระการพิสูจน์ของฝ่ายโจทก์ ทั้งเรื่องของการนำคลิปวิดีโอมา การแปลความ น่าเชื่อถือหรือไม่ และเรื่องการสอบสวนในอดีตว่ามีความเป็นมาเป็นอย่างไร

เมื่อถามว่ามีความกังวลใจที่อัยการยื่นอุทธรณ์ในชั้นต่อไปหรือไม่ นายวิญญัติ กล่าวว่า คดีนี้ศาลยกฟ้อง การอุทธรณ์เป็นหน้าที่ของอัยการซึ่งเป็นโจทก์จะพิจารณาว่ามีประเด็นอะไรที่จะอุทธรณ์หรือไม่ ซึ่งการจะอุทธรณ์ประเด็นใดบ้าง มักจะอุทธรณ์ในข้อกฎหมาย ถ้าข้อกฎหมายยังเห็นไม่ตรงกันก็อาจจะอุทธรณ์ได้ แต่เรื่องนี้ข้อเท็จจริงค่อนข้างชัดเจนแล้ว ตนยืนยันว่าไม่กังวลถ้าจะมีการอุทธรณ์ ทางทีมทนายความก็มีหน้าที่แก้อุทธรณ์ “อย่างที่ตนได้บอกไป การอุทธรณ์ไม่ใช่จะสักแต่จะอุทธรณ์อย่างเดียว ต้องดูว่ามีสาระสำคัญหรือข้อกฎหมายที่ควรจะอุทธรณ์หรือไม่ ตนทำคดีการเมืองมาหลายเรื่องก็ไม่เห็นว่าจะมีการอุทธรณ์ทุกเรื่อง เดี๋ยวสังคมก็ไปกดดันว่าจะต้องให้อัยการอุทธรณ์เหมือนกับที่กดดันให้ดำเนินคดีนายทักษิณ และความเห็นของสังคมที่ทำลายและแย่งชิงอำนาจซึ่งตนไม่อยากใช้คำว่าเป็นเรื่องการเมือง เพราะนี่คือปัญหาของกระบวนการยุติธรรมในปัจจุบัน ตนจึงไม่อยากให้ศาลตกเป็นเครื่องมือของความขัดแย้ง”

เมื่อถามว่าภายหลังจากศาลพิพากษายกฟ้อง นายทักษิณมีท่าทีอย่างไรบ้าง นายวิญญัติ กล่าวว่า นายทักษิณยิ้มพร้อมกล่าวขอบคุณทีมทนายความ พร้อมบอกว่าหลังจากนี้จะได้ทำคุณประโยชน์และทำงานเพื่อประเทศชาติอย่างเต็มที่ ส่วนบรรยากาศในช่วงการฟังคำพิพากษา นายทักษิณมีท่าทางเรียบเฉยและใช้สมาธิในการฟังคำพิพากษาของศาล และเมื่อศาลอ่านถึงท่อนที่ว่าพยานโจทก์ไม่มีนำหนักเพียงพอ นายทักษิณยิ้มและดีใจซึ่งถือเป็นเรื่องปกติของผู้ที่ตกเป็นจำเลยอยู่แล้ว โดยเฉพาะข้อกล่าวหานี้ที่ตนมองว่าเป็นข้อกล่าวหาที่นำมาเล่นงานนายทักษิณและเจ้าตัวก็ตกเป็นเหยื่อ ตอนนี้ก็ถือว่าได้พิสูจน์ตัวเองและเดินเข้าสู่กระบวนการอย่างเต็มที่ซึ่งผลก็ออกมาตามที่ทุกคนเห็นในวันนี้

เมื่อถามว่า การยกฟ้องครั้งนี้เป็นไปตามพยานหลักฐาน ไม่ใช่เรื่องสองมาตรฐานหรือไม่ นายวิญญัติ กล่าวว่า ตนพูดได้เต็มปากในฐานะทนายความของนายทักษิณว่า ศาลได้นำคำถามค้านของจำเลยไปพิจารณาประกอบกับพยานของโจทก์จำนวนมาก ตนนึกย้อนกลับไปก็ดีใจว่าได้ทำเต็มที่แล้ว และหลายคนจับตามองว่าสิ่งที่เป็นสาระสำคัญคืออะไร ซึ่งตนอาจจะเปิดเผยในอนาคตอันใกล้ 

เมื่อถามว่าคดีนี้เกี่ยวกับมาตรา 112 เช่นเดียวกับ คดีมาตรา 112 ที่ประชาชนและนักเคลื่อนไหวทางการเมืองโดนมาตรานี้เล่นงานเช่นเดียวกัน จะมีการนำไปเปรียบเทียบกันหรือไม่ นายวิญญัติกล่าวว่า มาตรา 112 เป็นที่จับตาหรือไม่ ตนมองว่าเรื่องที่จับตาเกี่ยวข้องกับการเมืองไทย ประเทศไทยอยู่ได้เพราะการเมือง พยายามทำให้การเมืองเป็นปัญหา การฟ้องคดี 112 ก็เป็นส่วนหนึ่ง และผู้มีอำนาจรัฐก็นำมาตรานี้มาใช้กับผู้เห็นต่าง “ตนไม่ได้หมายความว่าผู้ที่โดนคดี 112 ทุกคนจะต้องได้รับความเห็นใจ แต่ตนอยากให้แยกการกระทำของแต่ละคนที่มีการโต้แย้งในสภาว่าเป็นเรื่องของข้อกฎหมาย เป็นเรื่องของการตีความ ซึ่งตนมองว่าส่วนใหญ่มาตรา 112  ถูกนำมาใช้ในทางการเมือง

เมื่อถามว่าหลังจากนี้นายทักษิณจะสามารถเดินทางออกนอกประเทศได้หรือไม่ นายวิญญัติ กล่าวว่า ตอนนี้ข้อหานี้ยกฟ้องแล้ว ถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ คำสั่งขออกนอกประเทศหลังจากนี้ทีมทนายความจะยื่นคำร้องเพิกถอนในเร็ว ๆ นี้อย่างแน่นอน ส่วนการเดินทางไปในช่วงนี้หรือไม่นั้น นายทักษิณคงไม่เดินทางไปในเร็ววันนี้อย่างแน่นอน 

เมื่อถามว่าการเตรียมพยานหลักฐานก่อนหน้านี้ นายทักษิณได้บอกอะไรเพิ่มเติมกับทีมทนายความหรือไม่ นายวิญญัติ กล่าวว่า นายทักษิณไม่ได้บอกอะไรกับทีมทนายความ แต่ใส่ใจทุกเรื่องทั้งการสืบพยานที่ได้เป็นคนลุกขี้นมาซักค้านพยานทุกปากด้วยตนเองอย่างละเอียดว่าเรื่องนี้เป็นอย่างไร

เมื่อถามว่าภายหลังจากนี้มีอะไรอยากฝากถึงสังคมว่าภายหลังจากที่ยกฟ้องแล้วสามารถเดินทางออกนอกประเทศได้ สังคมจะกังวลว่าจะมีการหลบหนีก่อนที่จะนัดฟังคำสั่งคดีชั้น 14 หรือไม่ นายวิญญัติ กล่าวว่า นายทักษิณยืนยันว่าจะเข้าฟังการนัดฟังคำสั่งคดีชั้น 14 อย่างแน่นอน บุคคลที่ชอบคิดว่านายทักษิณจะหนี หรือเอาผลประโยชน์เข้าครอบครัว ตนคงไม่กราบวิงวอนบุคคลเหล่านี้ให้เลิกคิด เพราะเป็นไปได้ยาก ซึ่งบุคคลเหล่านี้มักจะอาศัยกินบุญเก่า คิดว่าตนพูดแล้วจะมีคนฟังหรือเป็นเรื่องจริงทุกอย่าง อันนี้อยู่ที่สติปัญญาของบุคคลในสังคม และอยากฝากบุคคลในสังคมให้ใช้สติปัญญาในการรับฟังบุคคลกลุ่มนี้ด้วย ที่ผ่านมาก็พิสูจน์อยู่แล้วว่านายทักษิณไม่ได้หลบหนีและสู้คดีดังกล่าวมาโดยตลอด.

ขณะที่ระหว่างที่นายทักษิณ เดินทางลงบันไดศาล มีสีหน้ายิ้มแย้ม และพูดเบาๆ ว่า  ยกฟ้อง  ก่อนขึ้นรถยนต์เบนท์ลี่ สีดำ ทะเบียน ฐฐ 267 เดินทางกลับ  โดยมีมวลชนเสื้อแดงประมาณ100คนโห่ร้องด้วยความดีใจ

‘ภูมิธรรม’ ยันจ่ายชดเชยปชช.ได้รับผลกระทบ เหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา ตามระเบียบเดิม

‘ภูมิธรรม’ ยันจ่ายชดเชยปชช.ได้รับผลกระทบ เหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา ตามระเบียบเดิม

‘ภูมิธรรม’ ยันจ่ายชดเชยปชช.ได้รับผลกระทบ เหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา ตามระเบียบเดิม

วันศุกร์ ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 13.14 น.

“ภูมิธรรม” ยัน จ่ายชดเชย ปชช. ได้รับผลกระทบ เหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา ตามระเบียบเดิม บอก มอบ มท.2 คุย หน่วยงานเยียวยาเพิ่ม โว ทำได้ดีกว่าทุกรัฐบาลที่ผ่านมา

วันที่ 22 สิงหาคม 2568 เวลา 11.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการจ่ายค่าเยียวยาประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ถูกมองว่าไม่สมเหตุสมผล ว่า เป็นเพียงจุดเล็กๆ ซึ่งจะมีการพิจารณาแก้ปัญหาต่อไป เพราะ จริงๆเรื่องนี้มีกฎระเบียบอยู่แล้ว เราจึงพยายามฝ่ากฎระเบียบด้วยการมีมติใหม่ๆออกมา เมื่อคืนที่ผ่านมาตนได้มอบหมายให้ นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รมช.มหาดไทย ประชุมร่วมกับสำนักงบประมาณ  คณะกรรมการกฤษฎีกา กรมบัญชีกลาง และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากส่วนใหญ่ต้องเริ่มต้นที่กฎระเบียบก่อน ดังนั้นขออย่าไปดูเรื่องการชดเชยค่าสังกะสี 73 บาท เพราะขณะนี้เรากำลังเพิ่มขั้นตอนต่างๆ พร้อมยืนยันว่า การจ่ายชดเชยในครั้งนี้เป็นการจ่ายโดยใช้ระเบียบข้อบังคับเดิม แต่หากอะไรที่ดูแล้วสามารถเพิ่มให้ได้และชัดเจนว่าเกิดจากเหตุนอกประเทศที่ปะทะกันรุนแรง จนเป็นเหตุให้ได้รับผลกระทบทั้งเสียชีวิตและทรัพย์สินก็จะดูแลให้ เพราะการแก้ตรงนี้พิเศษกว่าที่อื่น 

“ยืนยันว่า ที่ทำมาดีกว่าทุกรัฐบาลและทุกสมัย ผมมองว่าเรื่องนี้ยังไม่เป็นเรื่องที่ใหญ่ แต่สำหรับเรื่องใหญ่ๆเดี๋ยวจะดูแลให้ เพราะยังมีอีกหลายร้อย หลายพันเรื่องที่เราจะต้องจ่าย เพราะฉะนั้นอันนี้ต้องคำนึงและต้องดูแลตามกฎระเบียบ เรื่องหลังคาสังกะสีทะลุ ได้ 73 บาทนั้น เรื่องนี้ไม่ใช่ประเด็นจึงขออย่าไปคิดเรื่องนั้น”

‘ภูมิธรรม’ปัด‘ทักษิณ’รอดคดี 112 เป็นสัญญาณการเมือง แต่เพราะบริสุทธิ์

‘ภูมิธรรม’ปัด‘ทักษิณ’รอดคดี 112 เป็นสัญญาณการเมือง แต่เพราะบริสุทธิ์

‘ภูมิธรรม’ปัด‘ทักษิณ’รอดคดี 112 เป็นสัญญาณการเมือง แต่เพราะบริสุทธิ์

วันศุกร์ ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 13.09 น.

‘ภูมิธรรม’ปัด‘ทักษิณ’รอดคดี 112 เป็นสัญญาณการเมือง แต่เพราะบริสุทธิ์ เชื่อทุกคดีไม่กระทบอายุรัฐบาล มั่นใจสิ่งที่ทำไม่มีผิดกฎหมาย บอกยังไม่ได้คุย‘อิ๊งค์’หลังไปแจงศาลรัฐธรรมนูญปมคลิปเสียง

22 สิงหาคม 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ในฐานะแกนนำพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ศาลอาญายกฟ้องนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในคดีความผิดมาตรา 112 จะเป็นผลบวกต่อรัฐบาลหรือไม่ ว่า ตนเพิ่งทราบว่าพ้นเรื่องมาตรา 112 ไปแล้ว และศาลได้ยกฟ้องเพราะไม่มีข้อมูลที่เป็นจริงในการพิจารณา ดังนั้นถือเป็นข้อยุติ ศาลพิจารณาเป็นเรื่องๆ อย่าไปผูกโยงกัน ไม่เช่นนั้นจะเป็นการละเมิดอำนาจศาล

เมื่อถามว่า หมายความว่าอย่าเอาคำพิพากษาของศาล มาผูกกับสัญญาณการเมืองใช่หรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ไม่มีสัญญาณทางการเมืองหรอก แต่คือความเป็นจริง ที่ศาลพิจารณาตามความเหมาะสม

เมื่อถามว่า ผลออกมาแบบนี้ จะทำให้ขวัญกำลังใจของสมาชิกพรรคเพื่อไทยดีขึ้นหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ขวัญและกำลังใจสมาชิกพรรคเพื่อไทยดีมาตลอด เพราะเรามั่นใจในสิ่งที่ทำ ว่าไม่มีอะไรที่ผิดกฎหมาย

เมื่อถามว่า จากคดีความต่างๆ ขณะนี้ มั่นใจใช่หรือไม่ว่ารัฐบาลจะอยู่จนครบวาระ นายภูมิธรรม กล่าวว่า มั่นใจว่าเราบริสุทธิ์ใจ เราตั้งใจบริหารและทำประโยชน์ให้ประเทศชาติ เพราะฉะนั้น เมื่อเรารับอาสามาแล้ว เราจะทำให้ดีที่สุด อะไรที่เกิดขึ้นและเป็นปัญหาคดีความ ก็ขอให้ว่าไปตามกระบวนการทางกฎหมาย ไม่ได้มีผลอะไรต่อเรา เพราะเรารู้ว่าศาลใช้ดุลยพินิจ พิจารณาตามความยุติธรรมอย่างเหมาะสม

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรมว.วัฒนธรรม เดินทางไปชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญ กรณีคลิปเสียงสนทนากับ ฮุน เซน ได้พูดคุยกับนายกฯ หลังจากนั้นหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ยังไม่ได้พูดคุยกันเลย เพราะเมื่อวาน (21 ส.ค.) ตนทำงานจนดึก วันนี้ก็ตื่นสายหน่อย เพราะตื่นเช้ามาหลายสัปดาห์แล้ว

‘ภูมิธรรม’ให้รอฟังผลRBC หลังไทยยื่นเงื่อนไขเพิ่ม 3 ข้อ ขอเตรียมใจเจรจาเขตแดนไม่จบง่ายๆ

‘ภูมิธรรม’ให้รอฟังผลRBC หลังไทยยื่นเงื่อนไขเพิ่ม 3 ข้อ ขอเตรียมใจเจรจาเขตแดนไม่จบง่ายๆ

‘ภูมิธรรม’ให้รอฟังผลRBC หลังไทยยื่นเงื่อนไขเพิ่ม 3 ข้อ ขอเตรียมใจเจรจาเขตแดนไม่จบง่ายๆ

วันศุกร์ ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 13.02 น.

‘ภูมิธรรม’ให้รอฟังผลประชุม RBC วันนี้ หลังฝ่ายไทยยื่นเงื่อนไขเพิ่ม 3 ข้อ บอกวานนี้‘กัมพูชา’มาประชุมดึกไม่มีปัญหา เหตุเป็นเพียงประชุมฝ่ายเลขาฯ ขอเตรียมใจเจรจาเขตแดนในโลกนี้ไม่มีที่ไหนจบง่ายๆต้องได้ประโยชน์ร่วมกัน

22 สิงหาคม 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาคไทย–กัมพูชา สมัยวิสามัญหรือ RBC ระดับเลขานุการ ระหว่างกองทัพภาคที่ 1 (ไทย) และกองบัญชาการทหารภูมิภาคที่ 5 (กัมพูชา) ที่ไทยยื่นเสนอเพิ่ม 3 ข้อ 1.คือการเก็บทุ่นระเบิดร่วมกัน  2.การปราบปรามสแกมเมอร์ และ 3.เป็นข้อเสนอใหม่จากปัญหาชุมชน ที่รุกล้ำพื้นที่จ.สระแก้ว โดยเสนอ จัดสรรพื้นที่ชายแดนใหม่ เป็นห่วงหรือไม่ว่าจะทำให้การประชุมครั้งนี้ไม่ราบรื่นว่า ตนไม่ขอเดา ให้เขาคุยกันก่อนไม่ต้องเดา

ผู้สื่อข่าวถามว่า เมื่อคืนนี้ที่มีการคุยกันในระดับฝ่ายเลขาฯมีการรายงานแนวโน้มกลับมาให้ทราบหรือไม่  นายภูมิธรรม กล่าวว่า วันนี้จะเป็นการประชุม RBC ที่คุยกันในระดับแม่ทัพภาค ส่วนเมื่อคืนนี้เป็นการประชุมในฝ่ายเลขานุการ ไม่มีอะไรที่น่ากังวล จะนัดตีหนึ่ง เที่ยงคืน หรือ 4 โมงเย็น ได้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับความพร้อมของแต่ละฝ่าย เพราะเจ้าหน้าที่เขาต้องเตรียมตัวก่อนที่จะมีการประชุมจริง ก็ขอให้แม่ทัพภาคเขาคุยกัน อย่าไปเดา เราก็มีเหตุผลของเราที่จะเสนอไปว่ามีความจำเป็นอย่างไร ซึ่ง3 ข้อที่เสนอไปเป็นเงื่อนไขที่คิดว่าเป็นปัญหาหรือเป็นประโยชน์กับเราก็สามารถทำได้ ไม่ใช่ว่าเรามาคิดว่าเป็นประโยชน์กับเราฝ่ายเดียว มันเป็นความเหมาะสมถูกต้อง ที่เราควรจะต้องเสนอ ก็รอให้เขาคุยกันก่อน

“เรื่องเขตแดนในความเป็นจริงก็ต้องเตรียมใจไว้ ว่ามันไม่ได้จบง่ายๆ ในโลกนี้ยังไม่มีอันไหนที่จบง่ายต้องว่ากันไปและหาทางออก ที่จะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ของทุกๆฝ่ายเพื่อไม่ให้กระทบอธิปไตยของประเทศใช้ประโยชน์ร่วมกัน อย่างไรก็แล้วแต่ละประเทศจะไปคุยกัน อย่าเพิ่งไปคิดว่ามันจะเป็นอย่างโน้นอย่างนี้  และอย่าไปคิดว่ามันจะต้องจบ” นายภูมิธรรม กล่าว

เมื่อถามย้ำว่าเมื่อวานนี้ฝ่ายของกัมพูชาไม่ได้มาตามเวลานัดหมาย นายภูมิธรรม กล่าวว่า ก็บอกไปแล้วว่าเป็นเวลานัดหมายที่เขานัดหมายกัน เวลาที่ฝ่ายไทยหรือฝ่ายกัมพูชานัด ถ้ามีอะไรที่ขัดข้องก็ต้องรอกัน มันไม่ใช่เรื่องที่ว่าจะมาเกี่ยงโน้น เกี่ยงนี่ เพราะถ้ายังคุยกันไม่จบ เขาก็จะมาคุยไม่ได้ อย่าไปจับจุดเล็กจุดน้อย ให้เอาเรื่องใหญ่ๆ ดีกว่า

‘ดีเอสไอ’ฮึ่ม!จ่อดำเนินคดีคนขัดหมายเรียกพยานคดี‘ฮั้ว สว.’ เรียก 72 ราย 5 จว.มาแค่ 18 ราย

‘ดีเอสไอ’ฮึ่ม!จ่อดำเนินคดีคนขัดหมายเรียกพยานคดี‘ฮั้ว สว.’ เรียก 72 ราย 5 จว.มาแค่ 18 ราย

‘ดีเอสไอ’ฮึ่ม!จ่อดำเนินคดีคนขัดหมายเรียกพยานคดี‘ฮั้ว สว.’ เรียก 72 ราย 5 จว.มาแค่ 18 ราย

วันศุกร์ ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 11.56 น.

‘ดีเอสไอ’จ่อดำเนินคดีคนขัดหมายเรียกพยาน‘คดีฮั้ว สว.’ หลังออกหมายเรียก 72 ราย 5 จังหวัด มาเพียง 18 ราย

22 สิงหาคม 2568 กรมสอบสวนคดีพิเศษ(DSI) เผยแพร่เอกสารข่าวระบุว่า ได้รับรายงานว่าจากการลงพื้นที่ของคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ 24/2568 กรณีการได้มาซึ่ง สว. โดยการสมคบกันในความผิดฐานฟอกเงินของบุคคลหรือคณะบุคคลที่กระทำความผิดฐานอั้งยี่ฯ ตามมาตรา 209 แห่งประมวลกฎหมายอาญาและกฎหมายอื่นที่เกี่ยว ข้องเพื่อสอบปากคำพยาน หลังออกหมายเรียกพยานในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี ,อำนาจเจริญ ,นครราชสีมา ,บุรีรัมย์ และชัยภูมิ จำนวน 72 ราย ให้มาให้ปากคำ ระหว่างวันที่ 20 – 22 สิงหาคม 2568 ณ สถานีตำรวจภูธรเมืองอุบลราชธานี ศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษเขตพื้นที่ 3 (นครราชสีมา) สถานีตำรวจภูธรเมืองอำนาจเจริญ สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดบุรีรัมย์

ในครั้งนี้เบื้องต้นมีพยานมาพบเพื่อให้การตามหมายเรียก 18 ราย ซึ่งพยานที่ออกหมายเรียกในครั้งนี้ บางส่วนเป็นบุคคลที่พบว่ามีความเชื่อมโยงกับเส้นทางทางการเงินกับกลุ่มผู้ต้องสงสัยและบางส่วนเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาในแต่ละกลุ่มอาชีพ ซึ่งเป็นผู้ชนะการคัดเลือกในระดับอำเภอ ระดับจังหวัด หรือได้เข้าคัดเลือกในระดับประเทศ แล้วไม่ได้ลงคะแนนให้ตนเอง

ทั้งนี้ คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษจะได้ติดตามให้พยานตามหมายเรียกมาให้การเพื่อประโยชน์ทางคดี และประโยชน์ของตัวพยานเอง จึงขอประชาสัมพันธ์ให้ทราบว่าผู้ใดหากไม่ให้ถ้อยคำต่อพนักงานสอบสวนคดีพิเศษตามหมายเรียก อาจถูกดำเนินคดีตามกฎหมายมาตรา 41 พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษฯซึ่งมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

‘แพทองธาร’โพสต์ทันที! โชว์ภาพข่าว’ทักษิณ’พ้นคดี ม.112 ลงไอจีสตอรี่

'แพทองธาร'โพสต์ทันที! โชว์ภาพข่าว'ทักษิณ'พ้นคดี ม.112 ลงไอจีสตอรี่

‘แพทองธาร’โพสต์ทันที! โชว์ภาพข่าว’ทักษิณ’พ้นคดี ม.112 ลงไอจีสตอรี่

วันศุกร์ ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 11.50 น.

‘แพทองธาร’โพสต์ทันที! โชว์ภาพข่าว’ทักษิณ’พ้นคดี ม.112 ลงไอจีสตอรี่

จากกรณีมีรายงานว่า ศาลอาญาได้พิจารณายกฟ้อง นาย ทักษิณ ชินวัตร จากข้อหาประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ทันที่ที่ทราบผลทางคดี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ได้โพสต์ภาพข่าวจากสำนักข่าวแห่งหนึ่ง ที่มีข้อความระบุว่า “ทักษิณรอดคดี ม.112 สัมภาษณ์สื่อเกาหลีใต้ ดูหมิ่นสถาบัน ปี 2558” ลงในสตอรี่อินสตาแกรมของตนเอง ingshin21 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ด่วน! ศาลยกฟ้อง’ทักษิณ’ พ้นผิดคดีมาตรา112

เปิดข้อเสนอ 5 แนวทาง‘ร่างนิรโทษกรรม ม.112’ ปล่อยผี‘เยาวชนต่ำกว่า 18 ปี’ขณะทำผิด

เปิดข้อเสนอ 5 แนวทาง‘ร่างนิรโทษกรรม ม.112’ ปล่อยผี‘เยาวชนต่ำกว่า 18 ปี’ขณะทำผิด

เปิดข้อเสนอ 5 แนวทาง‘ร่างนิรโทษกรรม ม.112’ ปล่อยผี‘เยาวชนต่ำกว่า 18 ปี’ขณะทำผิด

วันศุกร์ ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 11.41 น.

‘กมธ.สันติสุขฯ’ยันไม่ลดเงื่อนไข‘นิรโทษกรรม ม.112’ แต่ปรับปรุงเนื้อหาให้เหมาะสม เปิดข้อเสนอ‘5 แนวทาง’ พบไม่เอาโทษ‘เยาวชนต่ำกว่า 18 ปี’ขณะกระทำความผิด

22 สิงหาคม 2568 นายเกชา ศักดิ์สมบูรณ์  สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ ในฐานะรองประธานกรรมาธิการ(กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. … สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงการพิจารณาเนื้อหามาตรา 3 ซึ่งเป็นบทยกเว้นไม่นิรโทษกรรม 3 กลุ่ม คือ คดีทุจริตคอร์รัปชั่น คดีมาตรา 112 และคดีความผิดร้ายแรงทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ซึ่งมติของกมธ.วานนี้ (21 ส.ค.) มีมติให้ปรับปรุงเนื้อหาว่า ที่ประชุมลงมติเสียงข้างมากเห็นว่ามาตราดังกล่าวควรแก้ไขปรับปรุงให้ครอบคลุมสมบูรณ์ แต่ในเบื้องต้นยังไม่มีข้อเสนอชัดเจนเช่น มีการหารือถึงควรแยกคดีเยาวชนออกจากคดีของผู้ใหญ่ แต่ในเงื่อนไขที่เป็นข้อยกเว้นนิรโทษกรรม 3 กลุ่มนั้นยังไม่มีการแก้ไขให้ผิดไปจากเดิม

“การนิรโทษกรรมให้กับเยาวชนที่อายุไม่ถึง 18 ที่มีข้อสังเกตในคดีความผิดมาตรา 112 นั้นยังไม่มีข้อสรุป ว่าจะแก้ไขอะไร ในถ้อยคำใดบ้าง ต้องรอดู ซึ่งในชั้นนี้คดีผิดมาตรา 112 ยังไม่ถูกตัดออกไป ยังถือเป็นข้อยกเว้นไม่นิรโทษกรรมให้ ส่วนเนื้อหามาตรา 3 จะปรับปรุงอย่างไรนั้นต้องหารือในที่ประชุมอีกครั้งในสัปดาห์หน้า” นายเกชา กล่าว

ขณะที่นายนิกร จำนง กมธ.ฯ กล่าวว่า ที่ประชุม กมธ.วานนี้ (21 ส.ค.) ยังไม่มีข้อสรุปถึงสาระที่ต้องปรับปรุงแก้ไขอย่างไรก็ดียอมรับว่าในการหารือของกมธ. มีความเห็นเสียงข้างมากให้ปรับปรุงเนื้อหา ทั้งนี้ตนถือเป็นกมธ.ที่เป็นเสียงข้างน้อยที่เห็นว่าควรคงไว้ตามเนื้อหาเดิม เพราะหากแก้ไขเปลี่ยนแปลงใดๆ อาจจะทำให้ขัดกับหลักการที่สภาฯได้รับ และส่งผลให้ไม่ได้รับความเห็นชอบจากสภาฯ ได้ อย่างไรก็ดีในรายละเอียดว่าจะปรับปรุงรูปแบบใดนั้น ยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจนต้องรอการประชุมในสัปดาห์หน้าอีกครั้ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับข้อเสนอของกมธ. ฝั่งที่เห็นด้วยกับการให้ปรับปรุงเนื้อหามาตรา 3 ของร่างพ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข พบว่ามีข้อเสนอ 5 แนวทาง  ได้แก่

1.เสนอให้ตัดเงื่อนไขการนิรโทษกรรมส่วนของการกระทำความผิดต่อส่วนตัวออกไป

2.ให้เพิ่มเติมถ้อยคำให้ ผู้กระทำความผิดที่อายุไม่เกิน 18 ปีในขณะที่กระทำความผิดได้รับการนิรโทษกรรม

3.ให้เพิ่มเงื่อนไขห้ามนิรโทษกรรม กับความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 297 ฐานที่ทำให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส

4.เป็นข้อเสนอที่ผสมระหว่างแนวทางที่สองและแนวทางที่สาม เข้าด้วยกัน คือ เพิ่มเงื่อนไขห้ามนิรโทษกรรม กับความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 297 ฐานที่ทำให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส และเว้นการเอาผิดผู้กระทำความผิดที่อายุไม่เกิน 18 ปีในขณะที่กระทำผิด

5.ได้ปรับปรุงเนื้อหา โดยเพิ่มเงื่อนไขห้ามนิรโทษกรรมให้กับความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 297 ฐานที่ทำให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส

นอกจากนี้ถ้อยคำที่กำหนดห้ามนิรโทษกรรมการทำผิดต่อส่วนตัว หรือการกระทำที่ต้องรับผิดชอบต่อบุคคลที่ไม่ใช่หน่วยงานของรัฐเป็นการเฉพาะรายหรือเฉพาะกลุ่มออกไป เหลือไว้เพียง ผู้ที่กระทำความผิดหรือถูกกล่าวหาว่ากระทำขณะเดียวกันยัง ได้เติมถ้อยคำเพิ่มเติมด้วยว่า ความผิดไม่ยอมรับเงื่อนไขการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำตามที่คณะกรรมการกำหนด

ทบ.อนุมัติให้กำลังพลติดอาร์ม ‘ธงชาติไทย’ บนบ่า แสดงอัตลักษณ์นักรบเพื่อชาติ

ทบ.อนุมัติให้กำลังพลติดอาร์ม 'ธงชาติไทย' บนบ่า แสดงอัตลักษณ์นักรบเพื่อชาติ

ทบ.อนุมัติให้กำลังพลติดอาร์ม ‘ธงชาติไทย’ บนบ่า แสดงอัตลักษณ์นักรบเพื่อชาติ

วันศุกร์ ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 11.30 น.

เตรียมพร้อม แสดงอัตลักษณ์นักรบไทย “ธงไตรรงค์บนบ่า คือหัวใจที่พร้อมยืนหยัดเพื่อชาติ”

22 ส.ค. 68 โรงเรียนสงครามพิเศษ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า “Ready to Uphold the Identity of Thai Warriors. The Tricolor on our shoulders is the heart that stands firm for the Nation.

กองทัพบก : อนุมัติให้กำลังพลประดับ แผ่นธงชาติไทยบนบ่าชุดฝึกและชุดสนาม เพื่อสะท้อน อัตลักษณ์ของทหารไทยปลูกฝัง อุดมการณ์–ความรักชาติ–ความสามัคคี และแสดงออกถึง เกียรติยศ ศักดิ์ศรี ของนักรบทุกนาย

โดยให้ติดบริเวณไหล่ด้านซ้ายของเครื่องแบบฝึกหรือเครื่องแบบสนามจนกว่าสถานการณ์ชายแดนจะกลับสู่ภาวะปกติ หรือจนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง

The Royal Thai Army has approved the wearing of the Thai national flag patch on training and field uniforms. It represents the identity of Thai soldiers, instills patriotism, unity, and loyalty, and reflects the honor and dignity of every warrior.”

.-008 
 

ประมวลภาพ! ‘ทักษิณ’ลงจากศาลด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม หลังยกฟ้อง ม.112

ประมวลภาพ! 'ทักษิณ'ลงจากศาลด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม หลังยกฟ้อง ม.112

ประมวลภาพ! ‘ทักษิณ’ลงจากศาลด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม หลังยกฟ้อง ม.112

วันศุกร์ ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 11.30 น.

วันที่ 22 สิงหาคม 2568 ภายหลังศาลอาญา อ่านคำพิพากษาในคดีดูหมิ่นสถาบันฯ หมายเลขดำ อ.1860/2567 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 8 เป็นโจทก์ฟ้องนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นจำเลยในความผิดฐานดูหมิ่นสถาบันฯ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 จากกรณีการให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศเมื่อปี 2558 ซึ่งนายทักษิณ เดินทางมาฟังคำพิพากษาด้วยตนเอง

หลังศาลอ่านคำพิพากษากว่า 1 ชั่งโมง โดยมีรายงานว่า ศาลมีคำวินิจฉัยว่า การทำคลิปให้สัมภาษณ์ที่เต็มหรือมากกว่าคลิปวิดีโอเป็นเพียงบางส่วนของคำให้สัมภาษณ์ซึ่งมีถ้อยคำที่จำกัด ซึ่งศาลเชื่อว่ามีคำสัมภาษณ์จริงที่มีมากกว่านี้ คลิปที่มีมาเป็นเพียงบางส่วน โดยโจทก์ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าคลิปตัดต่อหรือไม่ และคำพูดของจำเลยไม่ได้เจาะจงถึงพระมหากษัตริย์ จึงยกผลประโยชน์ให้จำเลย พิพากษายกฟ้อง

เวลา 10:40 น. นายทักษิณ ชินวัตร  เดินลงจากศาลด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม  ก่อนเดินลงจากศาลด้านหน้า ได้ถวายความเคารพพระบรมฉายาลักษณ์ จากนั้นได้โบกมือทักทายคนที่มารอ ก่อนจะขึ้นรถตู้เพื่อเดินทางกลับ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : เปิดเหตุผล! ศาลยกฟ้อง’ทักษิณ’ คดี ม.112

ปิ๊งไอเดีย‘รองเท้านิลมังกร’ลดความรุนแรงระเบิด จ่อส่งต้นแบบให้‘แม่ทัพภาคที่ 2’

ปิ๊งไอเดีย‘รองเท้านิลมังกร’ลดความรุนแรงระเบิด จ่อส่งต้นแบบให้‘แม่ทัพภาคที่ 2’

ปิ๊งไอเดีย‘รองเท้านิลมังกร’ลดความรุนแรงระเบิด จ่อส่งต้นแบบให้‘แม่ทัพภาคที่ 2’

วันศุกร์ ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 11.29 น.

‘วุฒิพงศ์’ปิ๊งไอเดีย‘รองเท้านิลมังกร’หวังลดความรุนแรงจากแรงระเบิดเขตชายแดนไทย-กัมพูชา จ่อส่งต้นแบบให้‘แม่ทัพภาคที่ 2’สัปดาห์หน้า

เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 22 สิงหาคม 2568 ที่รัฐสภา น.ต.วุฒิพงศ์ พงศ์สุวรรณ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในฐานะคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การทหาร และประธานคณะอนุกมธ.ด้านไซเบอร์และเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ วุฒิสภา แถลงกรณีต้นแบบรองเท้านิลมังกร (สไปเดอร์บูท) เพื่อลดแรงระเบิด ว่า จากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาทหารไทยจำนวนมากที่สูญเสียขาจากทุ่นระเบิดของกัมพูชาส่งผลให้เกิดความสะเทือนใจกับประชาชน รวมถึงขวัญและกำลังใจของทหารแนวหน้า ทำให้มีการแชร์รองเท้าที่อยู่เคยใช้ระหว่างสงครามรัสเซียและยูเครน ซึ่งตนและทีมงานได้ไปค้นคว้าพบว่าสิ่งประดิษฐ์เหล่านี้ถูกคิดค้นมาตั้งแต่ก่อนปี 2000 แล้วโดยประเทศแคนาดา ซึ่งมีโมเดลชัดเจนที่ยูเครนนำไปใช้ เราจึงถอดแบบมาจากสิ่งประดิษฐ์นั้น

น.ต.วุฒิพงศ์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ เราได้ใช้เครื่องพิมพ์แบบสามมิติและประสานงานกับโรงงานที่พิมพ์สามมิติปรากฏว่าโรงงานเหล่านั้นพร้อมจะสนับสนุน โดยไม่คิดมูลค่าทางการออกแบบการประกอบเป็นรูปร่างเหมือนที่เห็นต้นแบบในวันนี้ แต่ยังไม่แล้วเสร็จดีต้องรออีกประมาณหนึ่งสัปดาห์ จึงจะได้ต้นแบบออกมา ซึ่งจะเปลี่ยนต้นแบบโดยใส่คลาสที่จะมีความแข็งแรงที่สามารถต้านแรงระเบิดได้ สิ่งเหล่านี้ได้พิสูจน์แล้วในสงครามรัสเซียยูเครน ซึ่งเดิมทหารยูเครนและชาวบ้านขาหักไปประมาณ 2 หมื่นคน แต่เมื่อมีรองเท้านี้คนยูเครนขาขาดไม่ถึง 10 คนต่อปี ซึ่งใช้แล้วจะสามารถลดแรงปะทะได้มาก

“หากใส่รองเท้าคอมแบททหาร เมื่อถูกระเบิด จะโดนตัดที่ข้อเท้าพอดี แต่ถ้าใช้รองเท้านิลมังกร ซึ่งเป็นรองเท้าที่ถูกยกพื้นขึ้นมา จะทำให้หน่วยลาดตระเวนนั้นไม่บาดเจ็บหรือบาดเจ็บเล็กน้อย ไม่ถึงขั้นขาขาด และหากจะใส่ให้กับทหารที่เดินนำแถว จะสามารถลดแรงกระแทกได้ถึง 70 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้น การที่เราจะช่วยลดความเสี่ยงก็จะเกิดประโยชน์อย่างยิ่ง อย่างไรก็ตาม ตอนใส่แรกๆ อาจจะเดินลำบาก แต่ก็ต้องฝึกในการลาดตระเวน” น.ต.วุฒิพงศ์ กล่าว

น.ต.วุฒิพงศ์ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม ตนมองว่าสิ่งเหล่านี้จะเป็นสิ่งที่สร้างขวัญและกำลังใจให้กับประเทศแล้ว และจะทำลายขวัญและกำลังใจของกัมพูชาในการวางทุ่นระเบิด สิ่งสำคัญคือโรงงานเหล่านี้เมื่อแบบออกมาแล้ว มีโรงงานหลายโรงงานที่พร้อมผลิตให้กับทหารไทย ซึ่งแบบที่ได้ออกแบบมาจะได้แจกจ่ายไปยังผู้ที่พร้อมผลิต โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ย้ำว่า มีอยู่หลายโรงงานที่พร้อมสนับสนุน ทั้งนี้ รองเท้าต้นแบบตัวจริงจะแล้วเสร็จในสัปดาห์หน้าและจะส่งไปที่กองทัพภาคที่สอง เพื่อทำการทดสอบต่อไป