สว.ปัดคว่ำงบ’69 เตรียมพิจารณา1-2ก.ย.นี้

สว.ปัดคว่ำงบ’69 เตรียมพิจารณา1-2ก.ย.นี้

สว.ปัดคว่ำงบ’69 เตรียมพิจารณา1-2ก.ย.นี้

วันศุกร์ ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สว.ปัดคว่ำงบ’69 เตรียมพิจารณา1-2ก.ย.นี้

สว.พิสิษฐ์”โต้ข่าว“วุฒิสภา” เล็งคว่ำงบฯปี’69 เผยเตรียมพิจารณา 1-2 กันยายนนี้ ยันไม่มีการข่มขู่ให้ลงมติใดๆ แล้วแต่เอกสิทธิ์แต่ละคน ด้าน“วิสุทธิ์”ดักคอวุฒิสภาไม่มีสิทธิ์โหวตคว่ำงบฯ’69 ทำได้แค่เห็นชอบหรือไม่เท่านั้นเชื่อไร้ปัญหา ต้องจบในเดือนหน้า

เมื่อวันที่ 21สิงหาคม2568 นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สมาชิกวุฒิสภา(สว.) ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญกิจการวุฒิสภา (วิปวุฒิสภา) แถลงถึงการประชุมวุฒิสภาว่า วุฒิสภาจะมีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 ในวันที่ 1-2 ก.ย.นี้ โดยกำหนดเนื้อหาการพิจารณาออกเป็น 4 ภัยคือ 1.ภัยเศรษฐกิจ เช่น หนี้ครัวเรือนหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้น รายได้ประชาชนลดลง ราคาสินค้าเกษตรกรตกต่ำ 2.ภัยความมั่นคง เช่น ความขัดแย้งตามแนวชายแดนระหว่างไทยกัมพูชา ความไม่สงบในศาลจังหวัดชายแดนภาคใต้ 3.ภัยธรรมชาติ เช่น อุทกภัย ภัยแล้งที่เกิดซ้ำซาก รวมถึงสารพิษที่ออกจากโรงงานอุตสาหกรรมและ4.ภัยทางสังคม เช่น ปัญหายาเสพติด พนันออนไลน์ บุหรี่ไฟฟ้าในโรงเรียน ซึ่งหากดูจากร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ ฉบับดังกล่าวแล้ว จะเห็นว่าไม่ได้สะท้อนการแก้ปัญหาทั้ง 4 ด้านเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง

นายพิสิษฐ์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญฯ ของวุฒิสภา จะสรุปประเด็นและข้อสังเกตต่างๆรายงานภายในวันที่ 25-26 สิงหาคมนี้เพื่อส่งให้ประธานวุฒิสภา บรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมต่อไป โดยสว.จะพิจารณาทั้ง 3 วาระรวดอย่างเร่งด่วนและอยู่ภายใต้กรอบของระยะเวลาตามรัฐธรรมนูญมาตรา 143 ที่กำหนดให้พิจารณาภายในระยะ 20 วัน

“ขอยืนยันว่ากรณีที่มีการกล่าวหาว่าวุฒิสภาจะมีมติคว่ำร่าง พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวนั้น ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใดเพราะการพิจารณาพรบ.ครั้งที่ผ่านมาถือเป็นเอกสิทธิ์ของสมาชิกวุฒิสภาแต่ละคนมาโดยตลอดไม่มีการบังคับขู่เข็ญหรือใช้อำนาจใดๆ ในการลงมติ” นายพิสิษฐ์ กล่าว

เมื่อถามว่า จะมีการดำเนินการอย่างไรกับคนที่ กล่าวหา นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า ตนขอตอบในฐานะส่วนตัว ซึ่งตนเคยอ่านวลี วลีหนึ่งที่บอกว่า Imagination is more important than knowledge. ซึ่งตนไม่เคยเข้าใจประโยคนี้ถ่องแท้เท่าวันนี้ คือจินตนาการสำคัญกว่าการเรียนรู้ ผู้ที่กล่าวหา ตนคิดว่าหากจะพูดเป็นภาษาชาวบ้านคือมโนสำคัญกว่าข้อเท็จจริงที่ตนแจ้งไป ส่วนการที่จะไปตอบโต้อะไรต่างๆ ตนคิดว่าไม่มีความจำเป็น

เมื่อถามว่า ในวุฒิสภาไม่มีการพูดคุยกันเรื่องนี้เลยใช่หรือไม่ นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า ไม่มี ย้ำว่าใครจะโหวตอย่างไร ถือเป็นเอกสิทธิ์ของแต่ละคน

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล(วิปรัฐบาล) กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าววุฒิสภาเตรียมโหวตคว่ำร่างพระราชบัญญัต(พ.ร.บ.)งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569ว่า ตนทราบจากสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรว่า มีการนำเสนอไปสู่วุฒิสภา เมื่อวันที่ 18 ส.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งวุฒิสภามีหน้าที่พิจารณาให้เสร็จสิ้นภายใน 20 วัน โดยใน 20 วันนี้วุฒิสภาก็ต้องมีการพิจารณาให้จบ มีหน้าที่เห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วยเท่านั้น ไม่มีสิทธิ์ไปแปรญัตติ หรือเปลี่ยนแปลงใดๆ ทั้งสิ้น และหากครบเวลา 20 วัน วุฒิสภายังพิจารณาไม่แล้วเสร็จ ก็ถือว่าวุฒิสภาเห็นชอบตามสภาผู้แทนราษฎร หาก สว.ให้ความเห็นชอบก็ทูลเกล้าฯแต่ถ้าไม่เห็นชอบก็จะส่งกลับมายังสภาผู้แทนราษฎร ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 143 วรรค 4 ซึ่งจะสามารถบรรจุลงระเบียบวาระให้สภาผู้แทนราษฎรได้โหวตอีกครั้งหนึ่ง และหากผลการโหวตเกินกึ่งหนึ่งของสภาผู้แทนราษฎร ก็ถือว่างบฯ นั้น ได้ผ่านการพิจารณาแล้ว สามารถทูลเกล้าฯ เพื่อลงพระปรมาภิไธย และประกาศเป็นกฎหมายได้

ดังนั้น จึงไม่ได้กังวลในเรื่องนี้ เพราะวุฒิสภามีหน้าที่นำไปพิจารณา อย่างไรในเดือนหน้าก็ต้องจบตามหลักการ ไม่ได้มีปัญหาอะไร เพราะมีแนวทางการปฏิบัติของทั้งสองสภาอยู่แล้ว สำหรับแนวโน้มไม่เห็นด้วยนั้น ก็ไม่เป็นไร วุฒิสภาไม่มีสิทธิ์โหวตคว่ำอะไร ส่วนกังวลว่าจะเป็นเกมการเมืองถูกนำไปอภิปรายโจมตีหรือไม่นั้น วุฒิสภามีหน้าที่แค่ให้ความเห็นชอบกับการพิจารณาหรือไม่ จะเปลี่ยนแปลงแก้ไขใดๆ ทั้งสิ้นไม่ได้เลย

เมื่อถามถึงการประชุมสภาฯเมื่อวันที่ 20ส.ค.ที่หลายคนมองว่าเป็นการชิงปิดประชุมก่อนเพื่อป้องกันองค์ประชุมล่ม ประธานวิปรัฐบาล ชี้แจงว่า ตนฟังข่าวก็ตกใจ เพราะมีการเขียนว่ารองประธานสภาคนที่หนึ่งปิดหนีการนับองค์ประชุม แต่เมื่อวานนี้ ไม่มีการนับองค์ประชุม เพราะเราได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง ซึ่งทุกคนได้เห็นแล้วว่า มีกว่า 165 มาตรา และมีการลงมติตลอดเวลา

“เมื่อวานนี้สภาฯทำงานกันหนักมาก ไม่ว่าจะฝ่ายค้านหรือรัฐบาล ทุกคนทั้งทุ่มเทกันเต็มที่ ปัญหาคือบางมาตรามีคนแปรญัตติ ขณะที่บางมาตรา ไม่มีการแปรญัตติ และมีคนอธิบายเพียง 1-2 คนเท่านั้น เหนื่อยกันมาก แทบจะหาทางออกไปทานข้าวไม่ได้ บางคนที่ไปห้องน้ำก็บ่นว่า กลับมาแทบไม่ทัน เพราะมีการกดออกตลอด” นายวิสุทธิ์ กล่าว

นายวิสุทธิ์ กล่าวว่า เมื่อจบการพิจารณาร่างพ.ร.บ.การขนส่งรางไป เราก็มองว่าเยอะแล้ว เพราะมีการพิจารณาร่างพ.ร.บ.การบริหารจัดการระบบตั๋วร่วมอีก ไปไกลมากแล้ว แต่ทุกคนยังสู้อยู่ ก็สงสารว่าทุกคนเหนื่อยมาก พิจารณาไปถึง 39 มาตราจาก 54 มาตรา ตนจึงเดินไปบอกกับประธานในที่ประชุมว่า ขออนุญาตปิดการประชุม เพราะวันนี้ทำงานหนักมากแล้ว นอกจากนี้ยังมีเหตุผลที่สส.มุสลิม จะต้องประกอบศาสนกิจ หรือการละหมาด จึงขออนุญาตตนว่า ต้องออกไปตั้งแต่ 17.00 น. ตนจึงขอไว้ว่า ขอให้ถึง 18.00 น. แต่เมื่อถึงเวลากว่า 18.40 น. ก็ยังพิจารณาไม่เสร็จ ดังนั้น จึงมองว่าเขาควรประกอบศาสนกิจ ซึ่งได้ทำเป็นกิจวัตรอยู่แล้ว จึงเดินไปบอกประธานเองว่า ขอปิดการประชุม ให้ทุกคนได้พักบ้าง เพราะหนักกันมาทั้งวัน

“ขอบคุณฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านที่ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ การปิดประชุมเมื่อวานนี้ ไม่ใช่เพราะประธานอยากปิด แต่ผมเป็นคนไปร้องขอ เพราะหากขาด สส.มุสลิมไป 30-40 คน ก็จะเป็นปัญหาเรื่ององค์ประชุมอีก แม้ว่าฝ่ายค้านอยากจะให้พิจารณาต่อ แต่ทุกคนก็เห็นว่า เราทำงานทุ่มเทอย่างเต็มที่ ไม่ใช่ชิงปิดกันองค์ประชุมไม่ให้ล่ม ผมมองว่าผลลัพธ์นั้น คุ้มค่า ย้ำว่า ไม่มีการเล่นการเมือง ฝ่ายค้าน และรัฐบาลไม่ได้มีปัญหาอะไรกัน” ประธานวิปรัฐบาล กล่าว

เมื่อถามว่า หากรอบหน้าฝ่ายค้านชิงขอนับองค์ประชุมก่อนเวลาช่วงเย็น จะเป็นปัญหาหรือไม่ นายวิสุทธิ์ กล่าวว่า เชื่อว่า ฝ่ายค้านคงไม่ได้เล่นเกมอะไร ทุกคนปฏิบัติหน้าที่ เมื่อวานนี้ มีการลงคะแนนร้อยกว่าครั้งถือว่าหนักที่สุดแล้ว เราทำกันอย่างเต็มที่ เพราะอยากให้กฎหมายตั๋วร่วมไปถึงพี่น้องประชาชน ให้ได้ใช้ 20 บาทตลอดสาย และเป็นความหวังของประชาชนรากหญ้า ที่จะใช้รถไฟฟ้า

แนวหน้าวาทะเด็ด

แนวหน้าวาทะเด็ด

แนวหน้าวาทะเด็ด

วันศุกร์ ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

“คุณธรรม คือ “ใจดี” จริยธรรม คือ “ทำดีต่อผู้อื่นตามหลักสังคม” วินัย คือ “ทำตามกฎอย่างเคร่งครัด” หากมีทั้ง 3 อย่างร่วมกัน จะทำให้บุคคลนั้นเป็นที่ยอมรับและน่าเคารพในสังคมอย่างแท้จริง”

นายวัส ติงสมิตร

อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา

อดีตประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

‘ปุ้ม สุรนันทน์’พลิกตำรา! กางจริยธรรมตุลาการศาลรธน. โจทย์ที่อิ๊งค์ต้องตอบ

'ปุ้ม สุรนันทน์'พลิกตำรา! กางจริยธรรมตุลาการศาลรธน. โจทย์ที่อิ๊งค์ต้องตอบ

‘ปุ้ม สุรนันทน์’พลิกตำรา! กางจริยธรรมตุลาการศาลรธน. โจทย์ที่อิ๊งค์ต้องตอบ

วันพฤหัสบดี ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 21.39 น.

‘ปุ้ม สุรนันทน์’พลิกตำรา! กางจริยธรรมตุลาการศาลรธน. โจทย์ที่อิ๊งค์ต้องตอบ

เมื่อวันที่ 21 ส.ค.2568 นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า “ถ้าลองอ่าน “มาตรฐานทางจริยธรรมของ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ รวมทั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และหัวหน้าหน่วยธุรการของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ พ.ศ. 2561” (ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 135 ตอนที่ 5 ก 30 มกราคม 2561 หน้า 13) ซึ่งใช้เป็นพื้นฐานในการพิจารณาคดี ในความเห็นของผม นายกรัฐมนตรี แพทองธาร ชินวัตร ต้องตอบโจทย์ดังต่อไปนี้

หมวด 1 มาตรฐานทางจริยธรรมอันเป็นอุดมการณ์

ข้อ 6 ต้องพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ เอกราช อธิปไตย บูรณภาพ แห่งอาณาเขตและเขตที่ประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตย เกียรติภูมิและผลประโยชน์ของชาติ ความมั่นคงของรัฐ และความสงบเรียบร้อยของประชาชน

ข้อ 7 ต้องถือผลประโยชน์ของประเทศชาติเหนือกว่าประโยชน์ส่วนตน

หมวด 2 มาตรฐานทางจริยธรรมอันเป็นค่านิยมหลัก

ข้อ 11 ไม่กระทำการอันเป็นการขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนกับประโยชน์ส่วนรวม ทั้งนี้ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม

ข้อ 17 ไม่กระทำการใดที่ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์ของการดำรงตำแหน่ง

ข้อ 19 ไม่คบหาสมาคมกับคู่กรณี ผู้ประพฤติผิดกฎหมาย ผู้มีอิทธิพล หรือผู้มีความประพฤติหรือผู้มีชื่อเสียงในทางเสื่อมเสีย อันอาจกระทบกระเทือนต่อความเชื่อถือศรัทธาของประชาชนในการปฏิบัติหน้าที่

หมวด ๓ จริยธรรมทั่วไป

ข้อ 25 รักษาความลับของทางราชการตามกฎหมาย และระเบียบแบบแผนของราชการ

รูป: ข่าวว่านายกฯใช้ตำราฝรั่งมาประกอบคำชี้แจง เลยต้องไปค้นตำราด้านจริยธรรม Ethics สมัยเรียนหนังสือมาเป็นภาพประกอบ”

DSI ลุยบุรีรัมย์ หาหลักฐานแนวเขตที่ดิน’เขากระโดง’ พบออกโฉนดทับที่ดินการรถไฟฯ

DSI ลุยบุรีรัมย์ หาหลักฐานแนวเขตที่ดิน'เขากระโดง' พบออกโฉนดทับที่ดินการรถไฟฯ

DSI ลุยบุรีรัมย์ หาหลักฐานแนวเขตที่ดิน’เขากระโดง’ พบออกโฉนดทับที่ดินการรถไฟฯ

วันพฤหัสบดี ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 21.10 น.

DSI ลงพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ หาหลักฐานแนวเขตที่ดิน’เขากระโดง’ของการรถไฟที่ทำขึ้นตามคำสั่งศาล – พบหลักฐานบางส่วนมีการออกโฉนด ชี้มีแนวโน้มรับเป็นคดีพิเศษ

เมื่อวันที่  21 ส.ค.2568 พันตำรวจตรี ณฐพล ดิษยธรรม ผู้อำนวยการกองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมคณะพนักงานสืบสวนที่ 97/2568 เดินทางไปยังแขวงการทางรถไฟลำปลายมาศ อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ เพื่อประสานงานและขอรับข้อมูลและหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับที่ดินเขากระโดงที่เป็นของการรถไฟแห่งประเทศไทย หรือที่ดินรถไฟ เพื่อนำไปประกอบการตรวจสอบกับข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายแห่งที่ได้รวบรวมมาก่อนหน้านี้ ประกอบด้วย สำนักงานที่ดินบุรีรัมย์ ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดบุรีรัมย์ และกระทรวงการคลัง

จากการตรวจสอบพบว่า แผนที่ที่การรถไฟแห่งประเทศไทยที่ทำร่วมกับสำนักงานที่ดินบุรีรัมย์ ตามคำสั่งศาลปกครองแสดงพื้นที่เดิม 5,083 ไร่ แต่การวัดในระบบใหม่เมื่อเดือนกรกฎาคม 2567 พบพื้นที่จริง 4,414 ไร่ พร้อมตรวจสอบว่าพื้นที่ส่วนหนึ่งมีสิ่งปลูกสร้างทับทางสาธารณะ ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบการขออนุญาต เป็นหน้าที่ของฝ่ายปกครองท้องที่ เช่น อำเภอ หรือเทศบาล ในการกล่าวโทษผู้กระทำความผิดตามกฎหมาย  ซึ่งจากสารบบของสำนักงานที่ดิน พบว่าตั้งแต่ปี 2513 – 2539 มีทั้งการรับรองและไม่รับรองจากการรถไฟ นอกจากนี้ ยังพบมีการทำนิติกรรมต้องสงสัยในโฉนดหลายแปลง รวมถึงหน่วยงานรัฐ 12 หน่วยงาน ที่เข้ามาอยู่ในพื้นที่ของการรถไฟ ซึ่งจะต้องตรวจสอบต่อไป 

พันตำรวจตรี ณฐพล กล่าวอีกว่า แผนที่เก่าที่ทำตั้งแต่ปี 2531 แสดงให้เห็นเส้นทางรถไฟและพื้นที่ขุดหินที่ใช้ในการรถไฟ ขณะที่โฉนดบางส่วนจำนวน 513 ไร่ ที่ได้รับการรับรองแนวเขตโดยเจ้าหน้าที่การรถไฟ ยังอยู่ในเขตของการรถไฟซึ่งต้องตรวจสอบต่อไป รวมทั้งการสร้างสิ่งปลูกสร้างทับที่สาธารณะจะต้องนำข้อมูลมาวิเคราะห์ต่อไป ซึ่งเป็นหลักฐานที่ได้จากการลงพื้นที่ 3 วัน จะถูกนำเสนอเป็นลำดับขั้นตอน และมีความเป็นไปได้ที่จะพัฒนาเป็นคดีพิเศษ 
 

เจียวไข่ให้เชลย! ‘เสธ.เบิร์ด’ลั่นความลับจากฮุนเซนหรือเชลยเขมร อันไหนแซ่บกว่า?

เจียวไข่ให้เชลย! 'เสธ.เบิร์ด'ลั่นความลับจากฮุนเซนหรือเชลยเขมร อันไหนแซ่บกว่า?

เจียวไข่ให้เชลย! ‘เสธ.เบิร์ด’ลั่นความลับจากฮุนเซนหรือเชลยเขมร อันไหนแซ่บกว่า?

วันพฤหัสบดี ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 20.33 น.

21 สิงหาคม 2568 พล.ต.วันชนะ สวัสดี รองโฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย โพสต์คลิปวิดีโอขณะกำลังเจียวไข่ให้กับเชลยศึกชาวกัมพูชาทั้ง 18 คน พร้อมทั้งระบุข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Wanchana Sawasdee ว่า

“หลังจากนี้ความลับที่จะหลุดออกจากปากฮุนเซนกับความลับที่ออกจากปากเชลยศึก 18 คนอันไหนจะแซ่บกว่ากัน

เมื่อความลับที่ฮุนเซนบอกว่าจะเปิดเผยนั้นไม่รู้ว่ามีจริงหรือไม่ หรือถ้ามีแต่จะแซ่บหรือไม่นั้น เรายังบอกไม่ได้ และคาดว่าหลังจากนี้ก็คงจะไม่ได้มีความลับอะไรเพิ่มอีก

ส่วนความลับที่จะออกจากปาก 18 เชลย นั้นยังมีโอกาสได้เพิ่มอยู่เสมอ เมื่อเฉลยศึกทั้ง 18 คนรู้สึกไม่ปลอดภัยถ้าไทยส่งตัวพวกเขาเหล่านี้กลับไปสู่เขมร จึงอาจสมัครใจอยากบอกอะไรเพิ่มให้กับไทยบ้างก็ได้

เอาไว้ผมไปทอดไข่เจียวเป็นอาหารเสริมสักมื้อให้กับ18เชลยบ้างก็คงจะดี เรื่องทอดไข่ก็พอได้อยู่ ดูจากคลิปก็พอได้นะ แล้วจะไปทอดไข่เจียวให้นะครับน้องๆ เชลย”

‘จตุพร’ฟันฉับ! ‘2พ่อลูกชินวัตร’ไม่รอดคดี ปลุก’มวลชน’สู้ อดทน ไม่ใจอ่อน อย่าเพิ่งหวังน้ำบ่อหน้า

'จตุพร'ฟันฉับ! '2พ่อลูกชินวัตร'ไม่รอดคดี ปลุก'มวลชน'สู้ อดทน ไม่ใจอ่อน อย่าเพิ่งหวังน้ำบ่อหน้า

‘จตุพร’ฟันฉับ! ‘2พ่อลูกชินวัตร’ไม่รอดคดี ปลุก’มวลชน’สู้ อดทน ไม่ใจอ่อน อย่าเพิ่งหวังน้ำบ่อหน้า

วันพฤหัสบดี ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 19.56 น.

‘จตุพร’ฟันฉับ! ‘2พ่อลูกชินวัตร’ไม่รอดคดี ปลุก’มวลชน’สู้ อดทน ไม่ใจอ่อน อย่าเพิ่งหวังน้ำบ่อหน้า เตรียมพร้อมรอนัดหมายใหม่ ร่วมกำหนดชะตากรรมประเทศ มองข้ามช็อตขอ’นายกฯ-รัฐบาล’ใหม่ ร่วมมือประชาชนให้ถูกต้อง เด็ดขาด รักชาติ ไม่โกง ขู่สภาฯ ปิดประชุมหนีล่มซ้ำซากแบบนี้ เดี๋ยวจะเจอคนไปล่ม

เมื่อวันที่ 21 ส.ค.2568 ที่ลานประชาชน อาคารรัฐสภา นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน ขึ้นเวทีกล่าวปราศรัยปิดท้ายในการจัดกิจกรรมชุมนุมของกลุ่มรวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตย เพื่อเรียกร้องให้สภาฯยกเลิกMOU43-44 ตอนหนึ่งท่ามกลางสายฝนที่โปรยปรายลงมาว่า เหตุการณ์ของบ้านเมืองนับตั้งแต่วันนี้ไป ที่เรามาเรียกร้องให้ยกเลิกMOU43-44 หลายพรรคการเมือง และรองประธานสภาฯทั้ง2คนได้มารับเรื่อง คนเสนอญัตติจากพรรคภูมิใจไทยก็มา ด้วยความวาดหวังกันว่า สภาฯจะได้พิจารณา อย่างน้อยก็จะเป็นสารตั้งต้น  นำพาให้รัฐบาลได้ตัดสินใจยกเลิก MOU43-44 แต่เข้าไปในสภาฯ ประชุมกันนกกระจอกยังไม่ทันกินน้ำ ก็ปิดประชุมสภาฯล่มกันอีกแล้ว ปัญหาคือถ้าสภาฯทำตัวล่มซ้ำซากแบบนี้ เดี๋ยวจะเจอคนไปล่มสภาฯ ทีเวลาหาเสียงเลือกตั้งดิ้นรนกันเกือบตายเพื่อเป็นสส. 

นายจตุพร กล่าวต่อว่า สส.ซีกรัฐบาล และรัฐบาล ควรขอบคุณกลุ่มรวมพลังแผ่นดินฯด้วยซ้ำ เพราะเรามายื่นไมตรีให้สภาฯได้แก้ไขตามระบบรัฐสภา ก่อนหน้าก็พยายามบอกกันว่านี่เป็นการเรียกร้องรัฐประหาร แต่พอมาเรียกร้องระบบรัฐสภา มันก็ชิงปิดประชุมไปเฉย ตั้งแต่เกิดเหตุพิพาทไทย-กัมพูชา จริงๆควรได้มีการอภิปรายทั่วไปเพื่อหล่อหลอมหัวใจคนไทยทั้งชาติให้มีความเป็นหนึ่งเดียวในเรื่องความรักชาติ แต่ปรากฎว่าไม่มี วันนี้มีสส.เข้าชื่อ แต่ก็ปิดสภาฯหนีเสียอีก งบประมาณสร้างสภาฯเป็นหมื่นล้านให้ประชุม แล้วมันก็ไม่อยากประชุมสภาฯ หรือว่ามันไม่อยากจะมีสภาฯ รัฐบาลจะอยู่อีกกี่วัน ตนไม่ทราบ วันนี้แทนที่จะพูดเรื่องปัญหาชาติบ้านเมือง เรื่องMOU43-44 ที่อาจนำพาไปสู่เงื่อนไขการเสียดินแดนได้ทุกขณะ การที่เรามีรัฐบาลที่ตกเป็นเบี้ยล่าง เหมือนอยู่ใต้อาณัติ จะสั่งรบก็รบไม่เต็ม จะเอาเครื่องบินไปทิ้งระเบิดเดี๋ยวกลัวไอพวกนั้นจะเปิดคลิป ซ้ำยังลากประเทศที่3ประเทศที่4มาเกี่ยวข้อง รวมถึงไปเจรจาหยุดยิงในวันเฉลิมพระชนมพรรษา และยังเสียปราสาทตาควาย ถ้ารัฐบาลเอาใจใส่ สนใจความรักชาติของประชาชนวันนี้สภาฯคงไม่ล่มแบบไม่มีเหตุผล

“พรุ่งนี้10โมงเช้าเสมียนประเทศ ต้องเดินทางไปศาลอาญาเพื่อไปฟังคำพิพากษาในคดีมาตรา112 และคดีพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ แน่นอนว่าข่าวลือสะพัดว่ารอด  ข่าวดีมาก่อนทุกครั้ง ข่าวร้ายตอน10โมง บางคนก็จินตนาการไปใหญ่ หากคดีในวันพรุ่งนี้เป็นคุณ ไปไหนก็ได้ในโลกนี้ ไม่ว่านรกสวรรค์ ไม่ต้องขออนุญาตใครแล้ว เวลาคนต้องคดีก็คิดรอดกันทุกคน แต่ผมก็เชื่อซื้อหวยตรงกันข้ามว่าไม่รอด ส่วนคดีของน.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ ในวันที่29ส.ค.นี้จะเป็นอย่างไรไม่รู้ แต่ประชาชนตัดสินตั้งแต่วันที่คลิปเสียงหลุดแล้ว ผิดมาตั้งแต่วันนั้น ก็มีคนถามว่า หากรอดแล้วจะเป็นอย่างไร ไม่เห็นยาก ก็ไปอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ การอยู่หรือไปของรัฐบาล ไม่ใช่อยู่ที่ศาลฯเพียงอย่างเดียว มันขึ้นอยู่กับประชาชนว่ามีความไว้วางใจรัฐบาลหรือไม่ ผลโพลบอกว่าคนเชื่อกองทัพ 75 % เชื่อรัฐบาล4%กว่า คุณจะอยู่ให้เหลือ0หรือ จะสร้างสถิติหรือ” นายจตุพร กล่าว

นายจตุพร กล่าวด้วยว่า ต่อให้ข่าวลือโดยเฉพาะเรื่องดีลลับอินเดีย ขอให้สบายใจ บ้านเมืองนี้มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ มันไม่มีใครให้คนชั่วปล้นความยุติธรรมไปได้จากแผ่นดินนี้ไม่ว่าหน้าไหนก็ตาม อย่างที่ตนบอก รอดก็ไปเจอประชาชน ไม่รอดจะจัดตั้งรัฐบาลต่อสงครามก็ไม่จบ เราจะปล่อยให้รัฐบาลที่มีพรรคหลักเดิมบริหารอยู่ในภายใต้อาณัติกัมพูชาไม่ได้การเปลี่ยนแปลงใดๆต่อไปนี้ ประชาชนจะปล่อยให้บ้านเมืองถูกย่ำยีครั้งแล้วครั้งเล่าไม่ได้ พอกันทีประเภทเตะหมูเข้าปากหมา ดังนั้นต้องตามไปเตะปากหมาเพื่อจะได้ถึงปากประชาชนเสียบ้าง  วันนี้ถ้าเราไม่จัดการเรื่องทุจริตคอร์รัปชั่นอย่างเด็ดขาด เราไม่มีวันเปลี่ยนแปลงประเทศนี้ได้ เราต้องการเปลี่ยนแปลงประเทศไปในทางที่ถูกต้อง แบบประเภทจัดการคนโกงคนหนึ่งแล้งส่งอำนาจให้คนโกงคนหนึ่งมันควรจะหมดไปแล้ว เพราะฉะนั้นใครที่เข้ามาใหม่ ต้องร่วมมือกับประชาชนสร้างประเทศให้ถูกต้อง เอาผลประโยชน์ของชาติเป็นหลัก ธำรงไว้ซึ่งสถาบันหลักของชาติ  สร้างความแข็งให้ประชาชน 

“ที่ผ่านมาเราสู้กันเรื่องเฉพาะทางการเมือง แต่ครั้งนี้เป็นเรื่องบ้านเมืองโดยเฉพาะ การกำหนดจังหวะย่างก้าวไม่ว่าผลลัพธ์ทางการเมืองแบบใด เราต้องเจอกันบนท้องถนนอย่างแน่นอน เมื่อพึ่งอะไรไม่ได้ก็ต้องพึ่ง2มือ2เท้าของตัวเองสิ่งที่เราเคยประกาศไว้ว่าจะนัดพร้อมกันที่อนุสาวรีย์ชัยฯ แล้วเดินไปทำเนียบรัฐบาล เราคงจะได้เดินทางไปถึงวันนั้นมันอยู่ที่หัวใจเราถ้าเราไม่ยอมแพ้ เราต้องไว้วางใจตัวเอง อย่าไปไหวหวั่น วันนี้เราต้องการรัฐบาล ใหม่ที่มีความเด็ดขาด ไม่มีคลิปที่พวกนั้นมาขู่ได้ ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนในกัมพูชา มีความสามารถในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของชาติ ต้องรักชาติเหนือสิ่งอื่นใด เราอยากได้นายกฯแบบนั้น และไม่ขี้โกงนี่คือคุณสมบัติหลัก ที่บอกว่ารวยแล้วไม่โกงเราเห็นอยู่แล้วว่ามันไม่เคยมีจริง รวยแล้วก็ยิ่งโกง โกงแล้วก็ยิ่งรวย“ นายจตุพร กล่าว

นายจตุพร กล่าวด้วยว่า การร่วมกันกำหนดชะตากรรมของประเทศจากนี้ไป ประชาชนต้องอดทน แข็งใจ สู้ และกำหนดอนาคตพร้อมกัน อย่าใจอ่อน อย่าไปหวังน้ำบ่อหน้า เราต้องบอกได้ว่าแผ่นดินนี้ใครจะทำอะไรโดยพลการไม่ได้อีกต่อไป ไม่ว่าจะเป็นต่างชาติ กลุ่มทุน รัฐบาลฉ้อฉลต่างๆ เราหวังว่าจะส่งประเทศดีๆให้กับพลเมืองดีๆในอนาคตขอย้ำอีกครั้งว่าทั้ง2คดีของนายทักษิณ และน.ส.แพทองธาร รวมถึงคดีชั้น14 ตนเชื่อว่าไม่รอด ถ้าพวกนั้นไม่รอดประเทศไทย และคนไทยทุกคนก็รอดหมด ดังนั้นการนัดหมายในครั้งหน้า ขอรอประเมินสถานการณ์ในอีกไม่กี่วัน ก็จะแจ้งให้ทราบ ขอให้ประชาชนเตรียมพร้อม เรานัดหมายกันได้ทุกวัน หวังว่าการนัดหมายครั้งหน้าจะเป็นจุดชี้ขาดสถานการณ์บ้านเมืองเรา

จากนั้นทางกลุ่มฯ ได้ร่วมกันร้องเพลงชาติไทย และประกาศยุติการชุมนุมในเวลาประมาณ18.05น.

‘ทบ.’โร่แจงวงถกกองเลขาฯ RBC ยังไม่ล่ม เผยไทยเสนอ 3 ข้อ เขมรขอกลับไปถาม’ฮุนมาเนต’

'ทบ.'โร่แจงวงถกกองเลขาฯ RBC ยังไม่ล่ม เผยไทยเสนอ 3 ข้อ เขมรขอกลับไปถาม'ฮุนมาเนต'

‘ทบ.’โร่แจงวงถกกองเลขาฯ RBC ยังไม่ล่ม เผยไทยเสนอ 3 ข้อ เขมรขอกลับไปถาม’ฮุนมาเนต’

วันพฤหัสบดี ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 19.28 น.

‘ทบ.’โร่แจงวงประชุมกองเลขาฯ RBC ยังไม่ล่ม ด้าน’ทภ.1’เผยไทยเสนอ 3 ข้อ กัมพูชาตัดสินใจไม่ได้ ขอกลับไปหารือ’ฮุนมาเนต’

เมื่อวันที่ 21 ส.ค.2568 เพจเฟซบุ๊ก “ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองทัพภาคที่ 1” ได้โพสต์ข้อความระบุว่า “การประชุม RBC ยังไม่ล่ม อยู่ระหว่างการตรวจสอบเอกสาร” 

ส่วนวันนี้ (21 ส.ค.2568) ได้มีการประชุมระหว่างกองเลขานุการฝ่ายไทยและฝ่ายกัมพูชา ณ สโมสรนายทหาร มณฑลทหารบกที่ 19 ค่ายสุรสิงหนาท อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว โดยฝ่ายไทย นำโดย พลตรี สุรวิชญ์ แดงจันทร์ เสนาธิการกองทัพภาคที่ 1 และฝ่ายกัมพูชา นำโดย พลโท ซอ กึมปะ รองผู้บัญชาการภูมิภาคทหารที่ 5 พร้อมคณะ รวม 5 นาย

ที่ประชุมได้หารือและยืนยันการดำเนินการตาม 13 ข้อตกลง จากการประชุม GBC ที่มาเลเซีย เมื่อ 7 ส.ค.2568 พร้อมกันนี้ ฝ่ายไทยได้เสนอข้อเพิ่มเติมอีก 3 ข้อ (รวมเป็น 16 ข้อ) ประกอบด้วย

1.ให้เก็บกู้ทุ่นระเบิดร่วมกัน
2.ร่วมปราบสแกมเมอร์ 
3.จัดสรรพื้นที่ชายแดนให้ถูกต้อง

ขณะที่ ฝ่ายกัมพูชา ยังไม่ได้ให้การยอมรับต่อข้อเสนอเพิ่มเติมในทันที โดยจำเป็นต้องนำกลับไปพิจารณาในระดับผู้บังคับบัญชา (ฮุน มาเนต) ต่อไป

หลังจากนั้น กองเลขาฯ ทั้ง 2 ฝ่าย จะนำเสนอร่วมมาคุยกันอีกครั้ง หากตกลงกันได้ก็ลงนามร่วมกัน แล้วนำเสนอต่อที่ประชุมใหญ่ RBC ในวันที่ 22 ส.ค.2568

ต่อมา พ.อ.ริชฌา สุขสุวานนท์  รองโฆษกกองทัพบก กล่าวยืนยันว่า จากการตรวจสอบของกองทัพภาคที่ 1 พบว่า การประชุม RBC ระดับเลขานุการ ซึ่งจัดขึ้นในวันนี้ ณ เวลาปัจจุบัน (1900 น.) ยังคงเป็นการหารือโดยใช้การประชุมผ่านการสื่อสารทางโทรศัพท์และอีเมล ตามที่ทางฝ่ายกัมพูชาประสานมา

ซึ่งในขณะนี้กระบวนการดังกล่าวยังคงดำเนินการอยู่ ณ ห้องประชุมสโมสรนายทหาร มณฑลทหารบกที่ 19 ค่ายสุรสิงหนาท อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว โดยการประชุมดังกล่าวไม่ได้มีการยกเลิกแต่อย่างใด

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : จับตาถก RBC 22 ส.ค. ส่อแววล่ม! หลัง’เขมร’ยังไม่โผล่ร่วมประชุมทีมเลขาฯ วันนี้

‘วีรพัฒน์’ชี้‘ทักษิณ’รอดคดี‘ม.112’ เหตุถ้อยคำไม่เข้าข่ายองค์ประกอบ

‘วีรพัฒน์’ชี้‘ทักษิณ’รอดคดี‘ม.112’ เหตุถ้อยคำไม่เข้าข่ายองค์ประกอบ

‘วีรพัฒน์’ชี้‘ทักษิณ’รอดคดี‘ม.112’ เหตุถ้อยคำไม่เข้าข่ายองค์ประกอบ

วันพฤหัสบดี ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 18.37 น.

‘วีรพัฒน์’ชี้‘ทักษิณ’รอดคดี‘ม.112’ เหตุถ้อยคำไม่เข้าข่ายองค์ประกอบ กังขาทหารกดดันให้ดำเนินคดีหรือไม่

21 ส.ค.2568 ที่รัฐสภา นายวีรพัฒน์ ปริยวงศ์ นักกฎหมายอิสระ กล่าวถึงกรณีศาลอาญานัดตัดสินนายทักษิณ ชินวัตรอดีตนายกรัฐมนตรี ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ในวันที่ 22 สิงหาคมนี้ ว่า น่าจะมีโอกาสพ้นผิด จำได้ว่าในวันที่เกิดเหตุ ตนอ่านข่าวและดูถ้อยคำแล้ว ไม่น่าจะเข้าองค์ประกอบความผิด ก็ให้ศาลพิจารณาไปตามพยานหลักฐาน อย่าลืมว่ากระบวนการยุติธรรมในขณะนั้นไม่ปกติ ถูกทหารกดดันให้ไปดำเนินคดีหรือไม่

‘กมธ.นิรโทษฯ’ถกมาตรา 3 หาช่องอุ้มช่วย‘เยาวชน’โดนคดี‘ม.112’ นัดเคาะโหวต 28 ส.ค.นี้

‘กมธ.นิรโทษฯ’ถกมาตรา 3 หาช่องอุ้มช่วย‘เยาวชน’โดนคดี‘ม.112’ นัดเคาะโหวต 28 ส.ค.นี้

‘กมธ.นิรโทษฯ’ถกมาตรา 3 หาช่องอุ้มช่วย‘เยาวชน’โดนคดี‘ม.112’ นัดเคาะโหวต 28 ส.ค.นี้

วันพฤหัสบดี ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 18.24 น.

‘กมธ.นิรโทษฯ’ถกมาตรา 3 หาช่องอุ้มช่วย‘เยาวชน’โดนคดี‘ม.112’ นัดเคาะโหวต 28 ส.ค.นี้

21 สิงหาคม 2568 ที่รัฐสภา ในการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.) สร้างเสริมสร้างสังคมสันติสุข พ.ศ… สภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เป็นประธานกมธ.ฯ วาระพิจารณามาตรา 3 ว่าด้วยการไม่นิรโทษกรรมให้แก่ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ซึ่งที่ประชุมได้ใช้เวลาเกือบ 3 ชั่วโมงในการพิจารณา แต่ยังไม่ได้ข้อสรุปว่าจะแก้ไขอย่างไร

ทั้งนี้ นายณัฐวุฒิ ได้แจ้งต่อที่ประชุมว่า จะมีการนัดประชุมนัดถัดไปในวันที่ 28ส.ค.นี้ เวลา 13.00 น. โดยขออนุญาตว่าเมื่อเปิดประชุมจะขอลงมติมาตรา 3 ทันที เพื่อพิจารณาต่อในมาตรา 4 เนื่องจากวันนี้มีการพูดคุยกันอย่างละเอียดครบถ้วนแล้ว

จากนั้นเวลา 16.00 น. นายวีรพัฒน์ ปริยวงศ์ โฆษกกมธ.ฯ กล่าวภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุมมีมติให้แก้ไขข้อความเดิมในมาตราดังกล่าว และมีการเสนอแนวคิดต่างๆ ว่าแม้จะนิรโทษกรรมให้แก่ผู้ที่กระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ไม่ได้ ก็จะพยายามหาวิธีการอื่น เพื่อช่วยบรรเทาความขัดแย้ง เพราะเป้าหมายสำคัญของกฎหมายฉบับนี้ คือการสร้างเสริมสังคมสันติสุข เหมือนเป็นการเปิดประตูมาตรา 112 ที่เป็นความขัดแย้งของสังคม จะแก้ไขปัญหาอย่างไร อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมมีการระมัดระวังที่จะแก้ไขไม่ให้ขัดต่อหลักการ เพื่อป้องกันไม่ให้มีการตีตกกฎหมายหรือนำกฎหมายไปฟ้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ

“ในที่ประชุมมีการพูดถึงแนวทางต่างๆ มากมาย เช่น หากนิรโทษกรรมมาตรา 112 ไม่ได้ จะมีลดโทษได้หรือไม่ หรือบรรเทาโทษ หรือปล่อยตัวชั่วคราวได้หรือไม่ อย่างไร ซึ่งกมธ.จะต้องมีการหารือกันต่อไป”นายวีรพัฒน์ กล่าว

ด้านน.ส.พนิดา มงคลสวัสดิ์ สส.สมุทรปราการ พรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะโฆษก กมธ.ฯ กล่าวว่า สำหรับมติที่ประชุมให้ปรับแก้ข้อความในมาตรา 3 คือ 12 ต่อ 11 เสียง ซึ่งในสัปดาห์หน้าจะมีการพิจารณาว่าจะปรับแก้ในรูปแบบใด โดยในที่ประชุมวันนี้มีการอภิปรายกันอย่างกว้างขวางเสนอข้อเสนอไว้ 4-5 ข้อเสนอ เช่น ต่อท้ายมาตรา 3 ว่ามิให้บังคับใช้กับเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี เป็นต้น ย้ำว่ามาตรา 3 ยังไม่จบต้องมีการพิจารณากันอีกครั้ง

น.ส.พนิดา กล่าวต่อว่า สิ่งหนึ่งที่ที่ประชุมเห็นตรงกันคือเด็กและเยาวชนที่ถูกดำเนินคดีจำนวนมาก ไม่ได้คิดร้ายกับประเทศนี้ เพียงแค่เห็นต่างกับผู้มีอำนาจเท่านั้น ซึ่งข้อยกเว้นของมาตรา 3 อาจทำให้ปิดโอกาสในการได้รับนิรโทษกรรม

จับตาถก RBC 22 ส.ค. ส่อแววล่ม! หลัง’เขมร’ยังไม่โผล่ร่วมประชุมทีมเลขาฯ วันนี้

จับตาถก RBC 22 ส.ค. ส่อแววล่ม! หลัง'เขมร'ยังไม่โผล่ร่วมประชุมทีมเลขาฯ วันนี้

จับตาถก RBC 22 ส.ค. ส่อแววล่ม! หลัง’เขมร’ยังไม่โผล่ร่วมประชุมทีมเลขาฯ วันนี้

วันพฤหัสบดี ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 17.59 น.

‘กัมพูชา’ส่อเค้าเบี้ยววงประชุมเลขาฯ RBC จ.สระแก้ว พื้นที่ ทภ.1  จับตาประชุมวงใหญ่ 22 ส.ค. ประกาศเลื่อน ซ้ำรอย ทภ. 2  หรือไม่

เมื่อวันที่ 21 ส.ค.2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาคไทย-กัมพูชา (RBC) สมัยวิสามัญระดับเลขานุการ เดิมมีกำหนดจัดขึ้น ณ สโมสรนายทหาร มณฑลทหารบกที่ 19 จ.สระแก้ว ในเวลา  14.00 น. ซึ่งกองทัพภาคที่ 1 นำโดย พลตรี สุรวิชญ์ แดงจันทร์ เสนาธิการ กองทัพภาคที่  1 เป็นประธานคณะทำงาน กองเลขานุการฯ ฝ่ายไทย และภูมิภาคทหารที่  5 ของกัมพูชา นำโดย พลโท ซอ กึมปะ
รองผู้บัญชาการภูมิภาคทหารที่ 5  เป็นประธานคณะทำงาน 

โดยในการประชุมจะเป็นการนำข้อตกลง 13  ข้อ จากการประชุมระหว่างไทยและกัมพูชาที่ได้มีการประชุมในระดับ GBC ( คณะกรรมการชายแดนทั่วไป ) ณ กรุงกัวลาล้มเปอร์ สหพันธรัฐมาเลเซีย เมื่อวันที่ 7 ส.ค.มาทำข้อตกลง รวมทั้งข้อหารือเพิ่มเติมในพื้นที่ เพื่อกำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหาตามแนวชายแดน และการรักษาความสงบเรียบร้อยระหว่างสองประเทศ

ทั้งนี้เพื่อนำไปสู่การจัดทำร่างบันทึกข้อตกลงระหว่าง 2 ประเทศ ในการประชุม RBC  ชุดใหญ่ ในวันพรุ่งนี้ซึ่งตามกำหนด จะมี พลโท อมฤต บุญสุยา แม่ทัพภาค 1 เป็นประธานฝ่ายไทยและมี พลเอก ซอมโอน ผู้บัญชาการภูมิภาคทหารที่ 5 เป็นประธาน ฝ่ายกัมพูชา

ทั้งนี้ผลจากการที่วงประชุมเลขาฯ วันนี้ไม่เกิดขึ้น ทำให้หลายฝ่ายจับตาว่าการประชุม RBC ในพื้นที่กองทัพภาคที่ 1 ในวันพรุ่งนี้จะต้องถูกเลื่อนออกไปเหมือนในพื้นที่กองทัพภาคที่ 2 ที่มีการเลื่อนแจ้งจากกัมพูชา เลื่อนจาก 21 ส.ค.ไปเป็นวันที่ 27 ส.ค.  

อย่างไรก็ตาม การไม่เดินทางมาร่วมประชุมครั้งนี้ของฝ่ายกัมพูชา ไม่ได้มีการแจ้งล่วงหน้าแต่อย่างใด  โดยทางฝ่ายไทยได้รอจนถึง  17.00 น.  และยังคงมีเจ้าหน้าที่ประจำห้องประชุม นอกจากนี้มีการสั่งอาหารกล่องมาให้ทีมเตรียมข้อมูล

ด้านสื่อมวลชน ได้สอบถามเจ้าหน้าที่ ได้รับคำตอบว่า ยังคงรอฝั่งกัมพูชา ขณะที่สื่อมวลชนส่วนหนึ่งได้ทยอยเดินทางกลับหลังรอตลอดช่วงบ่าย และเห็นว่าทางไทยควรกำหนดเส้นตาย และแจ้งฝ่ายกัมพูชา และถ้าหากเลย เวลา ทางกัมพูชาไม่มา ไทยก็มีสิทธิที่จะแจ้งให้ผู้สังเกตการณ์ และนานาประเทศได้ทราบว่าไทยได้เตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่ในการจัดการประชุม RBC เพื่อต่อยอด GBC จากมาเลเซีย แต่ทางฝ่ายกัมพูชา เป็นฝ่ายเบี้ยวเอง