วธ.จัดกิจกรรมวันพ่อแห่งชาติ น้อมรำลึกร.9 ชมนิทรรศการ-แสดงศิลปวัฒนธรรม 1-6 ธ.ค.นี้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – วธ.จัดกิจกรรมวันพ่อแห่งชาติ น้อมรำลึกร.9 ชมนิทรรศการ-แสดงศิลปวัฒนธรรม1-6ธ.ค.นี้ (naewna.com)

วธ.จัดกิจกรรมวันพ่อแห่งชาติ น้อมรำลึกร.9 ชมนิทรรศการ-แสดงศิลปวัฒนธรรม1-6ธ.ค.นี้

วธ.จัดกิจกรรมวันพ่อแห่งชาติ น้อมรำลึกร.9 ชมนิทรรศการ-แสดงศิลปวัฒนธรรม1-6ธ.ค.นี้

วันจันทร์ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563, 16.27 น.

รัฐบาล มอบวธ.จัดกิจกรรมวันพ่อแห่งชาติ น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณในหลวงรัชกาลที่ 9 จัดริ้วขบวนพาเหรดยิ่งใหญ่ ชมนิทรรศการอัครศิลปิน การแสดงศิลปวัฒนธรรม 1 – 6 ธ.ค.นี้

 30 พฤศจิกายน 2563 นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (รมว.วธ.) เปิดเผยว่า รัฐบาลมีนโยบายในการเทิดทูนสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ และทำนุบำรุงศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม จึงได้มอบหมายให้หน่วยงานภาครัฐจัดกิจกรรมเนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติและวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม 2563 ระหว่างวันที่ 1 – 6 ธันวาคม 2563 เวลา 10.00 – 21.00 น. บริเวณถนนสนามไชย สวนสราญรมย์ และมิวเซียมสยาม

โดยในส่วนของกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ได้รับมอบหมายให้จัดกิจกรรม ดังนี้ 1.จัดนิทรรศการ “อัครศิลปิน” นำเสนอพระอัจฉริยภาพของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร 9 ด้าน ประกอบด้วย (1) พระอัจฉริยภาพด้านจิตรกรรม นำสำเนาภาพวาดฝีพระหัตถ์ และภาพจิตรกรรมที่ทรงวินิจฉัยมาจัดแสดง (2) พระอัจฉริยภาพด้านประติมากรรม จัดแสดงงานประติมากรรมที่ทรงวินิจฉัย (3) พระอัจฉริยภาพด้านวรรณศิลป์ นำหนังสือทรงพระราชนิพนธ์มาจัดแสดง และมหาราชานุสาสนี (คำสอนของมหาราช) ในหนังสือผ่านระบบ INTERACTIVE Touchscreen(4) พระอัจฉริยภาพด้านการถ่ายภาพ นำเสนอสำเนาภาพถ่ายฝีพระหัตถ์

(5) พระอัจฉริยภาพด้านวาทศิลป์ นำเสนอวีดีทัศน์พระบรมราโชวาทและพระราชดำรัสในโอกาสสำคัญต่างๆ (6) พระอัจฉริยภาพด้านนาฏศิลป์และดนตรี นำเสนอข้อมูลที่ทรงอุปถัมภ์การแสดงโขน ละคร ศิลปะการแสดง และดนตรี (7) พระอัจฉริยภาพด้านดุริยางคศิลป์ นำบทเพลงพระราชนิพนธ์ ผ่านระบบเทคนิค Sounddome (8) พระอัจฉริยภาพด้านหัตถศิลป์และงานออกแบบ นำเสนอวีดีทัศน์ผ่านระบบการฉาย mapping บนเรือใบมดที่ทรงออกแบบและต่อขึ้นด้วยพระองค์เอง และ(9 ) พระอัจฉริยภาพด้านงานสถาปัตยศิลป์ นำเสนอข้อมูลงานสถาปัตยศิลป์ที่พระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชดำริและพระบรมราชวินิจฉัย ระหว่างวันที่ 1 – 6 ธันวาคม 2563 เวลา 10.00 – 21.00 น. ณ บริเวณสนามหญ้าด้านข้างหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน ถนนสนามไชย กรุงเทพฯ

2.จัดริ้วขบวนพาเหรด “เรื่องราวชาวไทย ใต้ร่มพระบรมโพธิสมภาร” ระหว่างวันที่ 1 – 4 ธันวาคม 2563 และวันที่ 6 ธันวาคม 2563 เวลา 17.00 – 18.00 น. โดยเริ่มต้นขบวนตั้งแต่มิวเซียมสยาม ถึงบริเวณหน้าศาลฎีกา ประกอบด้วย 6 ขบวน ดังนี้ ริ้วขบวนที่ 1 สยามภักดีภิรมย์รัฐ (ภาคกลาง) ประกอบด้วย วงกลองยาวและขบวนเครื่องแต่งกายวิรัชสราญรมย์แสดงเอกลักษณ์การแต่งกายในยุครัตนโกสินทร์ พร้อมด้วยกลุ่มชาติพันธุ์มอญ ไททรงดำ ลาวครั่ง และไทยเบิ้ง ริ้วขบวนที่ 2 ล้านนาภิวัฒน์ร่มพระบารมี (ภาคเหนือ) เสนอประเพณีและวัฒนธรรมของคนเมือง ประกอบด้วยการตีกลองสะบัดชัย ฟ้อนนกกิงกะหลา เต้นโตและฟ้อนขันดอก พร้อมด้วยกลุ่มชาติพันธุ์ไทใหญ่ อาข่า ม้งและกะเหรี่ยง ริ้วขบวนที่ 3 อีสานสามัคคีคุณากร (ภาคอีสาน) แสดงประเพณีและวัฒนธรรมของชาวอีสานตอนบนและตอนล่าง ได้แก่ บายศรีสู่ขวัญ เซิ้งบั้งไฟ  ผีตาโขนและตุงอีสาน พร้อมด้วยกลุ่มชาติพันธุ์ภูไท ไทยพวน ไทย้อ และกุย

​ริ้วขบวนที่ 4 ถิ่นทักษิณาทรวัฒนธรรม (ภาคใต้) แสดงวัฒนธรรมการแต่งกายและวัฒนธรรมของชาวใต้ ได้แก่ โนรา ตารีบุหงา และเปอรานากันหรือบะบ๋ายะหยา มาสคอตอ้ายเท่ง และอ้ายหนูนุ้ย พร้อมด้วยกลุ่มชาติพันธุ์ซาไก มอแกน ไทยใหม่ และอูรักลาโว้ย ริ้วขบวนที่ 5 ชุมชนน้อมนำมโนภักดิ์ (ชุมชนนานาชาติ ศาสนิกสัมพันธ์) ประกอบด้วย 4 ศาสนิกชน คือ ซิกซ์ ฮินดู มุสลิมและคริสต์ และริ้วขบวนที่ 6 รวมใจจงรักนิรันดร ประกอบบทเพลงพระราชนิพนธ์ที่นำมาดัดแปลงดนตรีใหม่ ให้มีความสนุกสนาน เช่น เต้นฮิปฮอป สวิงแดนซ์ เพอร์คัชชั่น ป๊อปปิ้ง และ3.จัดการแสดงทางวัฒนธรรมของชุมชนชาวไทย ชุด “บุปผาสักการะน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ” ในพิธีจุดเทียนมหามงคล วันที่ 5 ธันวาคม 2563 เวลา 19.25 น. ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง ซึ่งเป็นการแสดง 4 ภาคประกอบด้วย ภาคเหนือ ฟ้อนขันดอก ภาคกลาง ระบำร่มฉัตร ภาคใต้ รำตาลีบุหงา และภาคอีสาน ฟ้อนมาลัยข้าวตอก

​รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวอีกว่า ขณะเดียวกันกรมศิลปากร กรมส่งเสริมวัฒนธรรม และสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย ร่วมกับศิลปินสาขาต่างๆ จัดกิจกรรมการแสดง ระหว่างเวลา 16.00 – 20.00 น. ณ เวทีการแสดงนิทรรศการ “อัครศิลปิน” บริเวณสนามหญ้าด้านข้างหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน ได้แก่ วันที่ 1 ธันวาคม เวลา 16.00 – 17.00 น. การแสดง Brass Ensemble น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ โดย วงดุริยางค์เยาวชนไทยในพระอุปถัมภ์ฯ (Thai Youth Orchestra:TYO) เวลา 18.00- 19.00 น. การแสดงดนตรีไทยร่วมสมัย “วงกอไผ่” โดยนายอนันต์ นาคคง ศิลปินศิลปาธร สาขาดนตรี ประจำปี 2562 และเวลา 19.00 – 20.00 น. การบรรเลงและขับร้องเพลงพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 9 โดยสำนักการสังคีต กรมศิลปากร วันที่ 2 ธันวาคม เวลา 16.00 – 17.00 น. การแสดงเพลงอีแซวรำลึกในหลวงรัชกาลที่ 9 โดยแม่ขวัญจิต ศรีประจันต์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (เพลงพื้นบ้าน-อีแซว) ปี 2539 เวลา 18.00 – 19.00 น. การแสดงนาฏศิลป์ร่วมสมัย ชุด “คิดถึง น้อมนำ ทำตาม” โดยคณะ The Creations Dance นาฏศิลป์สร้างสรรค์ และเวลา 19.00 – 20.00 น. การบรรเลงและขับร้องเพลงพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 9 โดยสำนักการสังคีต กรมศิลปากร  

​วันที่ 3 ธันวาคม เวลา 16.00 – 17.00 น. การแสดงลำตัดน้อมรำลึกในหลวงรัชกาลที่ 9 โดยแม่ศรีนวล ขำอาจ ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ศิลปะพื้นบ้าน-ลำตัด) ประจำปี 2562 เวลา 18.00 – 19.00 น. การแสดงร่วมสมัยชุด “คนเดียวที่คิดถึง” โดยนายมานพ มีจำรัส ศิลปินศิลปาธร สาขาศิลปะการแสดง ปี 2548 และเวลา 19.00 – 20.00 น. การบรรเลงและขับร้องเพลงพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 9 โดยสำนักการสังคีต กรมศิลปากร วันที่ 4 ธันวาคม เวลา 16.00 – 17.00 น. การแสดงของพ่อโดยคณะนักร้องประสานเสียงเยาวชนไทย เวลา 18.00 – 19.00 น. การแสดงการขับร้องวงประสานเสียง โดยคณะ Mu Choir วงขับร้องประสานเสียง มหาวิทยาลัยมหิดล และเวลา 19.00 – 20.00 น. การบรรเลงและขับร้องเพลงพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 9 โดยสำนักการสังคีต กรมศิลปากร

​วันที่ 5 ธันวาคม เวลา 13.30 – 14.30 น. การแสดงเพลงทรงเครื่อง “รักของพ่อ” โดยคณะแม่บัวผัน เวลา 14.30 – 15.10 น. การแสดงดนตรี กวี ศิลป์ ชื่อชุด “น้อมนำคำพ่อสอน” จากวงดนตรีวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล ประกอบการวาดทรายจากอาจารย์ก้องเกียรติ กองจันดี ควบคุมการแสดงโดย ดร.ณรงค์ ปรางค์เจริญ ศิลปินศิลปาธร สาขาคีตศิลป์ ประจำปี 2550 และเวลา 15.10 – 16.00 น. การบรรเลงและขับร้องเพลงพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 9 โดยสำนักการสังคีต กรมศิลปากร และวันที่ 6 ธันวาคม เวลา 16.00 – 17.00 น. การแสดงสืบสานดุริยศิลป์ ใต้ร่มพระบารมี โดยวงดุริยางค์เครื่องลมเยาวชนไทย(Thai Youth Winds:TYW) เวลา 18.00 – 19.00 น. การแสดงหุ่นกระบอกร่วมสมัย เรื่อง “พระเนมิราชชาดก” โดยคณะบ้านตุ๊กตุ่นและเวลา 19.00 – 20.00 น. การบรรเลงและขับร้องเพลงพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 9 โดยสำนักการสังคีต กรมศิลปากร สอบถามรายละเอียด สายด่วนวัฒนธรรม 1765 หรือโทร. 0 2209 3615 – 19 ในวันและเวลาราชการ

สพฐ.ชี้นักเรียนแต่งไปรเวทไปเรียน 1 ธ.ค. เป็นสิทธิ แต่ผิดระเบียบ ลงโทษตามกฎ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – สพฐ.ชี้นักเรียนแต่งไปรเวทไปเรียน 1 ธ.ค.เป็นสิทธิ แต่ผิดระเบียบ ลงโทษตามกฎ (naewna.com)

สพฐ.ชี้นักเรียนแต่งไปรเวทไปเรียน 1 ธ.ค.เป็นสิทธิ แต่ผิดระเบียบ ลงโทษตามกฎ

สพฐ.ชี้นักเรียนแต่งไปรเวทไปเรียน 1 ธ.ค.เป็นสิทธิ แต่ผิดระเบียบ ลงโทษตามกฎ

วันจันทร์ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563, 15.39 น.

วันที่ 30 พฤศจิกายน 2563 นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) กล่าวถึงกรณีที่มีกลุ่มนักเรียนเลวออกมาเชิญชวนนักเรียนให้ใส่ชุดไปรเวทมาโรงเรียนในวันที่ 1 ธ.ค. ซึ่งเป็นเปิดภาคเรียนวันแรกของเทอม 2  นั้น ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) มีหน้าที่รับผิดชอบในการจัดการศึกษาของโรงเรียน จึงอยากชี้แจงถึงการทำงานในบทบาทหน้าที่ข้าราชการ ซึ่งต้องยึดถือปฏิบัติตามกฏหมายเพื่อเป็นเครื่องมือในการทำงาน จึงอยากทำความเข้าใจเรื่องการแต่กาย  ตาม พ.ร.บ.เครื่องแบบนักเรียน 2551 และมีระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยเครื่องแบบนักเรียน ที่รองรับ พ.ร.บ.ปี 2551 ซึ่งตนเข้าใจว่า เจตนารมย์ที่มี พ.ร.บ.และมีระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยเครื่องแบบนักเรียนขึ้นมานี้ ไม่ต้องการลิดรอนสิทธิเสรีภาพของนักเรียน  แต่ต้องการให้เกิดความปลอดภัยกับตัวนักเรียนซึ่งเป็นเรื่องสำคัญ เพราะถ้านักเรียนใส่ชุดนักเรียนก็จะแตกต่างจากคนทั่วไป ผู้ใหญ่ก็จะได้ดูแลเด็กที่อยู่ในชุดเครื่องแบบนักเรียน หรือขึ้นรถเมย์ก็ได้ลดครึ่งราคา หรือนักเรียนที่โตเมื่อเห็นคนแก่ขึ้นรถมานักเรียนก็จะลุกให้คนแก่นั่ง ซึ่งก็จะเห็นบทบาทของนักเรียนที่มีคุณธรรมมีความเอื้ออาทร 

เลขาธิการ กพฐ. กล่าวต่อว่า ในการสร้างคนให้มีระเบียบวินัยก็ต้องสร้างผ่านกิจกรรมหรือวิถีชีวิตประจำวัน ซึ่งการแต่งกายก็เป็นอีกวิธีหนึ่งในการสร้างคนให้มีระเบียบ มีวินัย มีความรับผิดชอบ ที่สามารถดูได้ว่าถูกระเบียบ หรือผิดระเบียบ เป็นการเริ่มต้นสร้างวินัยของคนในชาติได้ จึงเป็นที่มาของ พ.ร.บ.และระเบียบการแต่งชุดนักเรียน  นอกจากนี้ การแต่ชุดนักเรียนยังเป็นการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ได้ เพราะทุกคนแต่งชุดนักเรียนเหมือนกันทั้งหมด ถ้าไม่กำหนดระเบียบการใส่ชุดนักเรียนไว้ นักเรียนที่มีฐานะดีก็อาจจะใส่ชุดไปรเวทที่มีราคาแพงๆ ส่วนเพื่อนที่ไม่มีเงินก็ต้องพยายามหาก็จะกลายเป็นความเหลื่อมล้ำเกิดขึ้น 

ดังนั้น ที่มาของระเบียบการแต่กายของนักเรียน คงไม่มีเจตนาที่จะมุ่งทำร้ายหรือลิดรอนสิทธิ์ของนักเรียน แต่เป็นการมุ่งที่จะคุ้มครองดูและนักเรียน หรือเป็นกลไกลการฝึกความมีวินัยให้กับนักเรียนมากกว่า ฉะนั้น เมื่อระเบียบกำหนดไว้ ก็เป็นธรรมดาของคนที่อยู่ในสังคมไม่ว่าประเทศไหน ก็มีรัฐธรรมนูญ และมีกฏหมายของประเทศนั้น แม้แต่ในครอบครัวก็มีกฤลฏกติกาของครอบครัวในการอยู่ร่วมกัน เพราะฉะนั้น ถ้าโรงเรียนไม่มีระเบียบ ไม่มีกฏกติกา เพราะเด็กมาจากครอบครัว พ่อแม่ที่แตกต่างกันทั้งเชื้อชาติ ศาสนา และความเชื่อต่าง ๆ เมื่อมาอยู่รวมกันก็ต้องมีกติกากลาง เพื่อให้การใช้ชีวิตในการอยู่ร่วมกันที่แต่ละคนต้องรู้ว่าทำอะไรได้ ทำอะไรไม่ได้ ทำอะไรถูก ทำอะไรผิด เพื่อให้อยู่ร่วมกันได้ในสังคม ซึ่งโรงเรียนก็เป็นสังคมหนึ่ง ที่ทุกคนมาจากครอบครัวที่แตกต่างกันแล้วมาอยู่ในที่เดียวกัน  ฉะนั้น ถ้าแต่งชุดนักเรียนเหมือนกัน มีตราสัญลักษณ์เหมือนกัน ก็จะเป็นการบ่งบอกว่าเราคือสมาชิกของโรงเรียนนี้สังคมนี้  ตนจึงคิดว่าเป็นเรื่องปกติที่ต้องมีระเบียบว่าด้วยการแต่ชุดนักเรียนขึ้นมา

“ที่ผ่านมาทุกโรงเรียนก็ได้ถือปฏิบัติ และนักเรียนก็ได้ทำหน้าที่ของตนเองไปตามระเบียบและกฏกติกา อย่างไม่มีปัญหาใดๆ และผมก็เชื่อว่าโรงเรียน ครู รวมถึงผู้ปกครองก็ยังไม่มีการเรียกร้องว่าไม่ให้เด็กใส่ชุดนักเรียน ส่วนที่วันนี้มีน้องๆกลุ่มหนึ่ง มาเรียกร้องว่า อยากใส่ชุดตามสบายไปรเวทไปโรงเรียนได้  ผมว่าก็เป็นสิทธิ์ที่น้องๆจะเสนอความต้องการที่มีความเห็นต่างไปจากระเบียบที่มีอยู่ แต่การเสนอความเห็นจะต้องเข้าสู่ขบวนการแก้ไขกฏหมายหรือระเบียบซึ่งเป็นข้อปฏิบัติที่ถูกต้อง การคิดต่างไม่เป็นไร แต่ว่าวิธีการต้องถูกต้อง เพราะทุกอย่างเกิดขึ้นโดยระเบียบ โดยกฏหมาย 

เพราะถ้าจะให้มีการเปลี่ยนแปลงก็ต้องนำสู่ขบวนการแก้ไขปรับปรุงระเบียบ เมื่อปรับปรุงระเบียบเสร็จเรียบร้อยแล้ว ถ้าเสียงคนส่วนใหญ่เห็นพ้องด้วยว่าการใส่ชุดไปรเวทไปเรียนเป็นสิ่งที่ชอบ ที่ดี และคนในประเทศเห็นด้วย ก็เข้าสู้ขบวนการแก้ไข และเมื่อแก้ไขระเบียบแล้ว ก็ปฏิบัติตามนั้น ผมว่านั้นคือขบวนการที่ชอบและถูกต้อง แต่วันนี้น้องๆเชิญชวนในลักษณะที่ระเบียบยังไม่ได้แก้ไข ก็เท่ากับเป็นการเชิญชวนให้น้องๆคนอื่นไม่ปฏิบัติตามระเบียบ กติกา ซึ่งผมเองมีความเชื่อว่าน้องๆนักเรียนที่อยู่ในโรงเรียนคงมีวิจารณญาณที่จะวินิจฉัยว่า เขาจะปฏิบัติตามระเบียบหรือเขาจะปฏิบัติตามคำเชิญชวน ผมคิดว่าถ้าเขาได้ใช้วินิจฉัยตรงนี้แล้ว ก็ควรจะปฏิบัติตามระเบียบ เพราะเป็นข้อบังคับซึ่งกำหนดไว้ให้ปฏิบัติ ถ้าไม่ปฏิบัติก็จะหมายความว่ามีบกพ่องต่อระเบียบนั้น ก็จะมีผลต่อคะแนนความประพฤติ ซึ่งก็จะมีผลกระทบต่อน้องๆนักเรียน ดังนั้น น้องๆนักเรียนควรใช้วิจารณะญาณในการคิดไต่ตรองว่าจะเลือกปฏิบัติตามระเบียบ หรือจะเลือกตามคำเชิญชวน ถ้าเห็นด้วยกับการใส่เครื่องแบบนักเรียน หรือถ้าไม่เห็นด้วยกับการใส่เครื่องแบบนักเรียน ก็แสดงความเห็นได้ แต่ก็ควรรอการเปลี่ยนแปลงระเบียบก่อน ไม่ควรไปปฏิบัติซึ่งขัดต่อระเบียบที่ยังไม่ได้มีการแก้ไข เพราะน้องๆทุกคนต้องการอยู่ในสังคมที่มีระเบียบ มีวินัย ซึ่งเกี่ยวกับความรับผิดชอบต่อตนเองและต่อสังคมในการอยู่ร่วมกัน เพราะถ้าทุกคนปฏิบัติตามระเบียบกฏกติกาก็จะทำให้เกิดความสุขสงบในสังคมได้ ซึ่งกลุ่มน้อง ๆเชิญชวนได้ เพราะเป็นสิทธิ แต่การปฏิบัติเป็นสิ่งที่น้อง ๆต้องวินิจฉัยว่าจะเลือกปฏิบัติแบบไหนที่เป็นคุณ หรือเป็นความสุขกับน้อง ๆในระยะยาวในการอยู่ร่วมกัน” เลขาธิการ กพฐ. กล่าว 

นายอัมพร กล่าวอีกว่า ขณะนี้ตนได้สื่อสารกับผู้อำนวยการโรงเรียนต่าง ๆไปแล้ว ว่า ถ้ามีนักเรียนแต่งชุดไปรเวทไปเรียนจะทำอย่างไร ณ วันนี้ ตนยังไม่อยากให้คาดเดาว่าเหตุการนี้จะเกิดขึ้นที่โรงเรียนใดบ้าง แต่ยังเชื่อว่านักเรียนจะมีวิจารณญาณในการที่จะตัดสินใจ และทางโรงเรียนคงต้องถือปฏิบัติตามระเบียบกติกาที่ถือปฏิบัติร่วมกันมา เพราะเป็นกติกากลาง ที่ตกลงร่วมกันระหว่างผู้ปกครอง นักเรียน คุณครู และกรรมการสถานศึกษาในแต่ละโรงเรียนที่ยึดถือเป็นแนวปฏิบัติ  แต่ถ้าในอนาคตต้องการแก้ไขกฏระเบียบ ก็ต้องนำเข้าสู่ขบวนการปรับปรุงแก้ไขกติกา แล้วค่อยปฏิบัติตามกติกาใหม่ แต่ในตอนนี้คงต้องถือปฏิบัติตามกติกาที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน แต่เราก็ไม่ละเลยเสียงสะท้อนของน้อง ๆที่ว่าการแต่ไปรเวทจะดีกว่าอย่างไร เพราะปัจจุบันนี้โรงเรียนก็เปิดให้นักเรียนแต่ชุดไปรเวทซึ่งเป็นชุดประจำท้องถิ่นมาเรียนสัปดาห์ละ  1 วัน อยู่แล้ว บางวันก็ใส่ชุดกีฬา จึงไม่ได้กำหนดตายตัวว่าทุกคนจะต้องใส่ชุดนักเรียนตลอดทุกวัน เป็นการเปิดโอกาสให้นักเรียนทดลงใส่ชุดที่หลากหลายเพื่อความแตกต่างของแต่ละโรงเรียน

“ส่วนที่กลุ่มนักเรียนนัดใส่ชุดไปรเวท ไปเรียนในวันที่ 1 ธ.ค.เพื่อแสดงเชิงสัญลักษณ์ นั้น ผมมองว่าเป็นเรื่องปกติ เพราะทุกวันก็มีนักเรียนแต่งกายผิดระเบียบอยู่แล้ว ครูคงไม่ไปหมายหัว หรือมองว่าคนทำผิดคือโจรผู้ร้าย ครูคงไม่มีจิตใจแบบนั้นแนนอน ครูทำบนพื้นฐานความเอื้ออาทร เพราะครูมีหน้าที่อบรมดูแลนักเรียนให้เป็นนคนดี ถ้าเด็กไม่ปฏิบัติตามระเบียบครูก็ต้องชี้ให้เห็นว่าเขาทำผิดกติกาสังคมอย่างไร การลงโทษนักเรียนก็มีระเบียบว่าด้วยการลงโทษนักเรียนอยู่แล้ว คุณครูทำเกินกว่าระเบียบการลงโทษนักเรียนก็ทำไม่ได้อยู่แล้ว จะกลายเป็นการละเมิดสิทธิ์ ซึ่งระหว่างคุณครูกับนักเรียนก็ต่างมีกฏหมายคุ้มครองอยู่แล้ว ก็ต้องถือปฏิบัติตามกติกา ดังนั้น ก็ให้ดูที่เจตนา เพราะบางคนมีชุดนักเรียนชุดเดียวฝนตกเปียกจึงต้องใส่ชุดปกติมาโรงเรียนได้ แต่ถามว่า กับการที่เขาไม่มาโรงเรียนสิ่งไหนจะเสียหายมากกว่ากัน ดังนั้น จึงให้ครูดูว่าเด็กเขามีปัญหาอะไรจึงไม่ใส่ชุดนักเรียนมา อยากให้มองแยกว่าการมาโรงเรียนก็เป็นเรื่องหนึ่ง ส่วนการแต่กายก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ส่วนถ้าไม่ใส่ชุดนักเรียนมาในวันที่โรงเรียนกำหนด ครูก็คงให้เด็กเข้าเรียนปกติ แต่ทางโรงเรียนก็ต้องชี้แจ้งว่าเขาไม่ปฏิบัติตามระเบียบอย่างไร และถามว่าทำไมจึงไม่ใส่ชุดนักเรียนมา และผู้ปกครองก็ต้องเข้ามามีส่วนร่วมในการหาแนวทางพูดคุยกับน้องๆนักเรียน หากผิดระเบียบการแต่งกายก็ว่าด้วยความผิดระเบียบการแต่งกาย มีโทษอย่างไรก็ว่าไปตามระเบียบ  แต่ต้องดูที่เจตนา ความจำเป็น ไม่ใครใส่ชุดไปรเวทมาเรียนถือเป็นความผิดหมด ส่วนเรื่องชุดนักเรียนทาง สพฐ.ได้จัดสรรงบเรียนฟรีให้นักเรียน 5 อย่าง เช่น ฟรีค่าเล่าเรียน หนังสือเรียน อุปกรณ์การเรียน เครื่องแบบ ชุดนักเรียน และกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ให้กับนักเรียนทุกคนอยู่แล้ว”

เลขาธิการ กพฐ. กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มนักเรียนอ้างว่ากฏระเบียบในทางกฏหมายศักดิ์น้อยกว่าข้อกำหนดในรัฐธรรมนูญ นั้น ตนเข้าใจว่าในรัฐธรรมนูญคือสูงสุด และ พ.ร.บ.รองลงมา แต่สุดท้ายโดยกฏหมายลูกจะขัดต่อกฏหมายแม่ไม่ได้อยู่แล้ว เพราะฉะนั้น ระเบียบที่กระทรวงศึกษาธิการ ออกมาจะต้องไม่ขัดกับรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว เพราะรัฐธรรมนูญเปิดช่องทางให้จึงสามารถออกระเบียบกติกาได้ ซึ่งรัฐธรรมนูญอาจพูดไว้กว้าง ๆ แต่เวลาลงรายละเอียดเชิงลึกก็ต้องมีการเฉพาะ

เชิญชวนปชช.ร่วมพิธีสวดเจริญมหามงคลรวมศาสนา สืบสานพระราชปณิธาน ‘ธรรมราชินี’ 3 ธ.ค. #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – เชิญชวนปชช.ร่วมพิธีสวดเจริญมหามงคลรวมศาสนา สืบสานพระราชปณิธาน’ธรรมราชินี’ 3 ธ.ค. (naewna.com)

เชิญชวนปชช.ร่วมพิธีสวดเจริญมหามงคลรวมศาสนา สืบสานพระราชปณิธาน'ธรรมราชินี' 3 ธ.ค.

เชิญชวนปชช.ร่วมพิธีสวดเจริญมหามงคลรวมศาสนา สืบสานพระราชปณิธาน’ธรรมราชินี’ 3 ธ.ค.

วันจันทร์ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563, 11.53 น.

ขอเชิญชวนประชาชน ร่วมในพิธีสวดเจริญมหามงคลรวมศาสนา 3 ธันวาคม 2563 สืบสานพระราชปณิธาน “ธรรมราชินี” รวมใจภักดิ์ น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ “พ่อแห่งแผ่นดิน” เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพล อดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร 5 ธันวาคม 2563 โดยพิธีดังกล่าว ประกอบด้วย การบำเพ็ญ พระราชกุศลอุทิศถวายพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพล อดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรและสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราช การเจริญพระพุทธมนต์และสวดถวายพระพรชัยมงคล 5 ศาสนา ได้แก่ ศาสนาพุทธ ศาสนาอิสลาม ศาสนาคริสต์ ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู และศาสนาซิกข์ ในวันพฤหัสบดี ที่ 3 ธันวาคม 2563 ณ พระลานพระราชวังดุสิต ตั้งแต่เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป

โอกาสนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดพิมพ์หนังสือสวดมนต์รวมศาสนา สำหรับพระราชทานแก่ประชาชนที่มาร่วมพิธีด้วย โดยการแต่งกายด้วยชุดสุภาพ หรือชุดตามหลักศาสนา สำหรับข้าราชการ แต่งชุดเครื่องแบบปกติขาว
 

‘เสมา1’ ชูแผนจัดการศึกษาเพื่อการผลิต-พัฒนากำลังคนตามช่วงวัย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ‘เสมา1’ชูแผนจัดการศึกษาเพื่อการผลิต-พัฒนากำลังคนตามช่วงวัย (naewna.com)

'เสมา1'ชูแผนจัดการศึกษาเพื่อการผลิต-พัฒนากำลังคนตามช่วงวัย

‘เสมา1’ชูแผนจัดการศึกษาเพื่อการผลิต-พัฒนากำลังคนตามช่วงวัย

วันจันทร์ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563, 07.21 น.

“เสมา1″ชูแผนจัดการศึกษาเพื่อการผลิตและพัฒนากำลังคนตามช่วงวัย ดึงบิ๊กดาต้า-ดิจิทัล ขับเคลื่อนการพัฒนา

เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2563 ที่ผ่านมา นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการสภาการศึกษา เมื่อเร็วๆ นี้ ว่า ที่ประชุมได้พิจารณา แผนการจัดการศึกษาเพื่อการผลิตและพัฒนากำลังคนตามช่วงวัย พ.ศ.2563 – 2570 โดยมีการนำเรื่องต่างๆ ที่สำคัญมาวางเพื่อจัดแนวความคิด ซึ่งเราต้องการคนดีมีความสามารถและตอบโจทย์ของตลาดที่สามารถทำงานได้ ส่วนแนวทางในการพัฒนาคนทุกช่วงวัยของประเทศจะสามารถทำได้อย่างไรก็จะต้องมีหลักในการพิจารณา

“การจัดการศึกษาตามช่วงวัยได้แบ่งเป็น 4 ช่วงวัย เช่น ช่วงปฐมวัย วัยเด็ก วัยรุ่น วัยทำงานผู้สูงอายุ และในแต่ละช่วงวัยก็มีความแตกต่างกันในการพัฒนา” รมว.ศธ.กล่าว

นายณัฏฐพล กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ ตนได้รับทราบการทำงานของคณะอนุกรรมการชุดต่างๆ ซึ่งในวันนี้มีการรายงาน 3 คณะ และมีจุดเน้นร่วมอีก 3 คณะ รวมเป็น 6 คณะที่มีจุดเน้นเหมือนกัน คือ เรื่องบิ๊กดาต้า และเรื่องดิจิทัล ในการขับเคลื่อนการพัฒนาคน พัฒนาหลักสูตร และขบวนการต่างๆ ในการขับเคลื่อนการศึกษา จึงแสดงให้เห็นว่าในทุกๆ เรื่องที่เรากำลังขับเคลื่อนการศึกษาอยู่นี้ จะต้องมีเรื่องบิ๊กดาต้า เรื่องดิจิทัล และการประเมินด้านดิจิทัลเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ซึ่งเป็นการพลิกโฉมการทำงานของการศึกษาไทยที่นำความพร้อม ความทันสมัยของเทคโนโลยีเข้ามาเพื่อลดความซ้ำซ้อนและเพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น ให้การค้นหาข้อมูลมีความรวดเร็วขึ้น เพื่อจะช่วยให้การตัดสินใจได้ดีขึ้นด้วย

หนุ่มสุราษฎร์เดินเท้ามุ่งหน้าพระบรมมหาราชวัง เพื่อรับเสด็จ’ในหลวง ร.10′ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – หนุ่มสุราษฎร์เดินเท้ามุ่งหน้าพระบรมมหาราชวัง เพื่อรับเสด็จ’ในหลวง ร.10′ (naewna.com)

หนุ่มสุราษฎร์เดินเท้ามุ่งหน้าพระบรมมหาราชวัง เพื่อรับเสด็จ'ในหลวง ร.10'

หนุ่มสุราษฎร์เดินเท้ามุ่งหน้าพระบรมมหาราชวัง เพื่อรับเสด็จ’ในหลวง ร.10′

วันอาทิตย์ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563, 17.02 น.

หนุ่มสุราษฎร์ เดินเท้า 582 กิโลเมตร เพื่อรับเสด็จ “ในหลวง ร.10” และร่วมงานวันพ่อแห่งชาติ 5 ธ.ค.ตามความตั้งใจ

29 พ.ย.63 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพงษ์ศักดิ์ จันทร์พฤกษ์ อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 18/2 หมู่ที่ 5 ต.โมถ่าย อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งเดินเท้าออกจากวัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหาร อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี ตั้งแต่วันที่ 14 พฤศจิกายน 2563 มุ่งหน้ามายังพระบรมหาราชวัง และท้องสนามหลวง กรุงเทพมหานคร เพื่อร่วมพิธีวันพ่อแห่งชาติ 5 ธ.ค.2563 และเฝ้าฯ รับเสด็จ พระบามสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตามที่ตั้งใจไว้

ซึ่งการเดินเท้าเป็นครั้งที่ 6 นี้ เพราะทราบว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะเสด็จพระราชดำเนินในวันที่ 5 ธันวาคม 2563 ทำให้ดีใจมากที่จะได้เฝ้ารับเสด็จฯด้วย เพราะในหัวใจของตนเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์และจะเดินเท้ามาร่วมพิธีสำคัญตลอดมาด้วยระยะทาง 582 กิโลเมตร ขณะนี้ได้เดินถึงปั๊มน้ำมัน ปตท. ต.บางแก้ว อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม แล้ว คาดว่าในวันพรุ่งนี้ (30 พ.ย.) จะเดินเท้ามาถึงสนามหลวง

มท. ชวนเที่ยวชมนิทรรศการ ‘ความสุขที่พ่อให้’ ในวันพ่อแห่งชาติ 1-6 ธ.ค. ตลอดถนนสนามไชย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – มท.ชวนเที่ยวชมนิทรรศการ‘ความสุขที่พ่อให้’ในวันพ่อแห่งชาติ 1-6 ธ.ค.ตลอดถนนสนามไชย (naewna.com)

มท.ชวนเที่ยวชมนิทรรศการ‘ความสุขที่พ่อให้’ในวันพ่อแห่งชาติ 1-6 ธ.ค.ตลอดถนนสนามไชย

มท.ชวนเที่ยวชมนิทรรศการ‘ความสุขที่พ่อให้’ในวันพ่อแห่งชาติ 1-6 ธ.ค.ตลอดถนนสนามไชย

วันอาทิตย์ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563, 10.40 น.

มท.ชวนเที่ยวชมนิทรรศการ‘ความสุขที่พ่อให้’ในวันพ่อแห่งชาติ 1-6 ธ.ค.ตลอดถนนสนามไชย

29 พฤศจิกายน 2563 นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลกำหนดจัดงานวันพ่อแห่งชาติ ในระหว่างวันที่ 1-6 ธ.ค.2563 เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และเพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ณ พื้นที่ถนนสนามไชย สวนสราญรมย์จนถึงสถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ (มิวเซียมสยาม) กรุงเทพมหานคร ซึ่งภายในงานดังกล่าว กระทรวงมหาดไทย ร่วมจัดกิจกรรมเพื่อร่วมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ภายใต้นิทรรศการชุด  “ความสุขที่พ่อให้” หัวข้อ “เย็นศิระเพราะพระบริบาล” และนิทรรศการ “ความดีที่แบ่งปัน”

ปลัดมท. กล่าวต่อว่า สำหรับนิทรรศการ “ความสุขที่พ่อให้” หัวข้อ “เย็นศิระเพราะพระบริบาล” เป็นการจัดแสดงภาพถ่ายและการฉายวีดิทัศน์ที่หาชมได้ยากเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่เสด็จฯ ไปทรงเยี่ยมและพระราชทานความช่วยเหลือแก่ราษฎร เพื่อ “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” ในพื้นที่จังหวัดต่าง ๆ และนิทรรศการความรู้การน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล” มาใช้แก้ไขปัญหาความยากจนของประชาชนในระดับครัวเรือนด้วยความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม

ในส่วนของนิทรรศการ “ความดีที่แบ่งปัน” เป็นการนำเสนอการขับเคลื่อนงานกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาที่สำคัญ เช่น การพัฒนาแหล่งน้ำ การพัฒนาสถานที่สาธารณะ และการสาธารณสุข เป็นต้น รวมทั้งการนำเสนอการขับเคลื่อนงานจิตอาสาภัยพิบัติ โดยนำเสนอพระราชดำรัสของในหลวงรัชกาลที่ 9 เกี่ยวกับ “อาสาสมัคร” สืบสาน รักษา ต่อยอด ซึ่งเป็นที่มาของจิตอาสาพระราชทาน นิทรรศการมีชีวิตแสดงการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีไฟป่าและหมอกควัน และจุดถ่ายภาพแบบจำลองอากาศยานเฮลิคอปเตอร์ ปภ. KA-32 ทั้งนี้ ในบริเวณการจัดนิทรรศการทั้ง 2 ส่วนข้างต้น จะมีการให้บริการจุดถ่ายภาพที่ระลึก ทั้งยังมีกิจกรรมให้ประชาชนร่วมสนุกและรับของที่ระลึกภายในงาน เช่น พันธุ์กล้าไม้ดอกทองอุไร เมล็ดพันธุ์ผักสวนครัว ปุ๋ยจากผักตบชวา หมวก กระบอกน้ำ หน้ากากผ้า และถุงผ้า เป็นต้น

“ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนเที่ยวชมงานวันพ่อแห่งชาติ ร่วมเยี่ยมชมและสนุกกับกิจกรรมในนิทรรศการ “ความสุขที่พ่อให้” และ นิทรรศการ “ความดีที่แบ่งปัน” ของกระทรวงมหาดไทยได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ในระหว่างวันที่ 1-6 ธ.ค.นี้ ตั้งแต่เวลา 10.00 – 21.00 น. ณ บริเวณถนนสนามไชยตลอดเส้นทาง” ปลัดมท. กล่าว

สวนดุสิตโพลเปิด 5 เรื่องคนไทย ‘อยากเรียนรู้’ จ่าย 1 พัน เรียน 1 วันรู้เรื่อง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – สวนดุสิตโพลเปิด 5 เรื่องคนไทย‘อยากเรียนรู้’ จ่าย1พัน เรียน 1 วันรู้เรื่อง (naewna.com)

สวนดุสิตโพลเปิด 5 เรื่องคนไทย‘อยากเรียนรู้’ จ่าย1พัน เรียน 1 วันรู้เรื่อง

สวนดุสิตโพลเปิด 5 เรื่องคนไทย‘อยากเรียนรู้’ จ่าย1พัน เรียน 1 วันรู้เรื่อง

วันอาทิตย์ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563, 07.59 น.

สวนดุสิตโพลเปิด 5 เรื่องคนไทย‘อยากเรียนรู้’ จ่าย1พัน เรียน 1 วันรู้เรื่อง

29 พฤศจิกายน 2563 “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ หัวข้อ “สิ่งที่คนไทย “อยากเรียนรู้” ในปี 2020” จำนวนทั้งสิ้น 1,089 คน (สำรวจทางออนไลน์) ระหว่างวันที่ 23-26 พฤศจิกายน 2563 เพื่อสะท้อนความคิดเห็นของประชาชนกรณีจากกระแสการเปลี่ยนแปลงต่างๆของโลกที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ล้วนส่งผลกระทบโดยตรงต่อการดำรงชีวิตของประชาชน ทำให้คนในยุคนี้จำเป็นต้องปรับตัวและพัฒนาตนเองอยู่เสมอด้วยวิธีการเพิ่มเติมทักษะใหม่ๆ เพื่อใช้ทั้งในแง่การทำงานและใช้ชีวิต สรุปผลได้ ดังนี้

1.  “5 เรื่อง” ที่คนไทยสนใจอยากเรียนรู้เพิ่มเติม คือ

อันดับ 1 เทคโนโลยี 65.63%

อันดับ 2 การดูแลสุขภาพ 60.11%

อันดับ 3 ความรู้ในการหารายได้ 51.47%

อันดับ 4 การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า/การเอาตัวรอด 47.79%

อันดับ 5 ภาษา 43.29%

2. ณ วันนี้ คนไทยต้องการแสวงหาความรู้เพิ่มเติม เพื่ออะไร

อันดับ 1 เพื่อการใช้ชีวิตที่ดีขึ้น 66.82%

อันดับ 2 เพื่อความทันสมัย 52.59%

อันดับ 3 เพื่อการทำงานที่ดีขึ้น 50.74%

อันดับ 4 เพื่อประกอบอาชีพ 46.40%

อันดับ 5 เพื่อหารายได้เพิ่มเติม 45.66%

3.  รูปแบบ/วิธีการเรียนรู้ที่สนใจ คือ

อันดับ 1 เรียนจากยูทูปเป็นตอนๆ 68.81%

อันดับ 2 เรียนออนไลน์ 61.09%

อันดับ 3 ฝึกปฏิบัติ/ลงมือทำ 51.06%

4. ประเภทหน่วยงานจัดฝึกอบรมที่สนใจ คือ

อันดับ 1 สถาบันการศึกษาที่ฝึกอาชีพ 58.36%

อันดับ 2 ภาครัฐ 55.04%

อันดับ 3 ภาคเอกชน 46.07%

5.  ระยะเวลาฝึกอบรมที่เหมาะสม คือ

อันดับ 1 ประมาณ 1 วัน 37.33%

อันดับ 2 ประมาณ 2 วัน 22.36%

อันดับ 3 ประมาณครึ่งวัน 21.98%

อันดับ 4 มากกว่า 2 วัน 18.33%

6.  อัตราค่าใช้จ่ายที่เหมาะสม /ยินดีจะจ่าย คือ

อันดับ 1 ประมาณ 1,000 บาท 68.41%

อันดับ 2 ประมาณ 2,000 บาท 24.27%

อันดับ 3 ประมาณ 3,000 บาท 7.32%

* หมายเหตุ ผู้ตอบสามารถระบุความคิดเห็นได้มากกว่า 1 เรื่อง (ค่าร้อยละจึงคำนวณในแต่ละข้อ)

นางสาวพรพรรณ บัวทอง นักวิจัย สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต กล่าวว่า ปี 2020 กำลังจะผ่านไป คนไทยจึงอยากเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นเพื่อพร้อมรับสถานการณ์ในปี 2021 ทักษะทางด้านเทคโนโลยีเป็นสิ่งที่สนใจมากที่สุด รองลงมาคือเรื่องสุขภาพซึ่งก็สอดรับกับสถานการณ์โควิด-19 ที่ยังคงแพร่ระบาดอยู่ในขณะนี้ นอกจากนี้ยังสนใจความรู้เกี่ยวกับการหารายได้ การแก้ปัญหาต่าง ๆ รวมถึงภาษาที่สองและสาม สะท้อนให้เห็นว่าคนไทยพร้อมจะพัฒนาตนเองเพื่อเป็นพลเมืองในศตวรรษที่ 21 เพื่อให้ก้าวทันโลก ทันสมัย สร้างรายได้ และมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นนั่นเอง

ด้าน ดร.วรเวชช์ อ่อนน้อม ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาทุนมนุษย์ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต กล่าวว่า จากผลการสำรวจของสวนดุสิตโพล เห็นได้ว่าคนไทยรับรู้ได้ถึงความเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีอย่างรวดเร็วซึ่งมีผลกระทบโดยตรงต่อวิถีการดำเนินชีวิต เป็นสาเหตุให้คนไทยต้องตื่นตัวที่จะเรียนรู้ให้เท่าทันในเทคโนโลยีใหม่ อีกประเด็นที่สนใจอยากเรียนรู้คือ เรื่องสุขภาพ เห็นได้จากกิจกรรมเพื่อสุขภาพเป็นที่นิยมมากขึ้น ทั้งการวิ่ง ฟิตเนส โยคะ หรือแม้กระทั่งมวยไทย คนไทยจึงสนใจการเรียนรู้ในการดูแลรักษาสุขภาพอย่างถูกวิธีตามช่วงวัย รวมถึงโภชนาการอาหารที่เหมาะสม โดยรูปแบบการเรียนรู้เป็นรูปแบบใหม่ คือ เรียนจาก Application YouTube ซึ่งมีอยู่อย่างมากมาย 

อย่างไรก็ตาม จากผลสำรวจสะท้อนให้เห็นว่าเนื้อหาใน YouTube ถ้าผลิตจากสถาบันการศึกษาที่เชี่ยวชาญและได้รับการยอมรับจะได้รับความนิยมมากขึ้น ส่วนการอบรมในรูปแบบเดิม คนไทยยังไว้วางใจที่จะมาอบรมที่สถาบันการศึกษา โดยระยะเวลาในการอบรมขึ้นอยู่กับเนื้อหาที่จะมาอบรม ส่วนค่าอบรมขึ้นอยู่กับความคุ้มค่าระหว่างเงินที่จ่ายกับสิ่งที่จะได้กลับมาเพื่อพัฒนาให้มีชีวิตที่ดีขึ้น

ทั่วไทยเตรียมพร้อม 5 ธ.ค. จัดงานวันพ่อแห่งชาติ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ทั่วไทยเตรียมพร้อม5ธ.ค. จัดงานวันพ่อแห่งชาติ (naewna.com)

ทั่วไทยเตรียมพร้อม5ธ.ค. จัดงานวันพ่อแห่งชาติ

ทั่วไทยเตรียมพร้อม5ธ.ค. จัดงานวันพ่อแห่งชาติ

วันอาทิตย์ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ทั่วไทยเตรียมพร้อม 5 ธ.ค. จัดงานวันพ่อแห่งชาติ

มหาดไทย สั่งทุกจังหวัดทั่วไทยเตรียมการจัดกิจกรรมเนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ “ในหลวงรัชกาลที่ 9” วันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม

เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ตามที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้ประชุมส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในการจัดกิจกรรมเนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ 5 ธ.ค.63 เมื่อวันที่ 18 พ.ย. และวันที่ 23 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยที่ประชุมมีมติมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทย แจ้งหน่วยงานในสังกัดและจังหวัดจัดกิจกรรมและจัดพิธีเนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพฯ พร้อมกับส่วนกลางนั้น ทางพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ได้มอบหมายให้ดำเนินการประสานทุกจังหวัดเตรียมการจัดกิจกรรมเนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ 5 ธ.ค.63 ให้เป็นไปตามมติที่ประชุม และสมพระเกียรติ

ปลัดมท. กล่าวต่อว่า โดยในเวลา 07.30 น. พิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล เวลา 08.30 น. พิธีวางพานพุ่มและพิธีถวายบังคม เวลา 19.19 น. พิธีจุดเทียนเพื่อสดุดีพระเกียรติคุณและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณฯ พร้อมจัดตั้งโต๊ะหมู่ประดิษฐานพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พร้อมเครื่องราชสักการะ บริเวณอาคารสำนักงานหรือสถานที่เหมาะสม และประดับไฟส่องสว่างบริเวณอาคารสำนักงานตามที่เห็นสมควร ตลอดเดือนธ.ค.นี้

“ได้เน้นย้ำให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดเตรียมความพร้อมการจัดกิจกรรมเนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และเชิญชวนส่วนราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน และประชาชนทุกหมู่เหล่าในจังหวัดเข้าร่วมกิจกรรม โดยพร้อมเพรียงกัน รวมทั้งจัดตั้งโต๊ะหมู่ประดิษฐานพระบรมฉายาลักษณ์ฯ ตามสถานที่ของหน่วยงาน บริษัท ห้างร้าน และอาคารบ้านเรือน ตามความเหมาะสม ทั้งนี้ ในการจัดกิจกรรมฯ ต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิค-19) ด้วย” นายฉัตรชัย กล่าว

ใกล้วันที่ 5 ธันวา ‘มท.’ สั่งพ่อเมืองจัดกิจกรรมยิ่งใหญ่วันพ่อแห่งชาติในหลวง ร.9 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ใกล้วันที่5ธันวา‘มท.’สั่งพ่อเมืองจัดกิจกรรมยิ่งใหญ่วันพ่อแห่งชาติในหลวงร.9 (naewna.com)

ใกล้วันที่5ธันวา‘มท.’สั่งพ่อเมืองจัดกิจกรรมยิ่งใหญ่วันพ่อแห่งชาติในหลวงร.9

ใกล้วันที่5ธันวา‘มท.’สั่งพ่อเมืองจัดกิจกรรมยิ่งใหญ่วันพ่อแห่งชาติในหลวงร.9

วันเสาร์ ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563, 10.11 น.

มหาดไทยแจ้งจังหวัดทั่วประเทศเตรียมการจัดกิจกรรมเนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม 2563

เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2563 นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ตามที่พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้ประชุมส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในการจัดกิจกรรมเนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม 2563 เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2563 และวันที่ 23 พฤศจิกายน 2553 ที่ประชุมมีมติมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทย แจ้งหน่วยงานในสังกัดและจังหวัดจัดกิจกรรมและจัดพิธีเนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพฯ พร้อมกับส่วนกลาง

นายฉัตรชัย พรหมเลิศ กล่าวว่า พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มอบหมายให้ดำเนินการประสานทุกจังหวัดเตรียมการจัดกิจกรรมเนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม 2563 ให้เป็นไปตามมติที่ประชุม และสมพระเกียรติ โดยในเวลา 07:30 น. พิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล เวลา 08:30 น. พิธีวางพานพุ่มและพิธีถวายบังคม เวลา 19:19 น. พิธีจุดเทียนเพื่อสดุดีพระเกียรติคุณและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณฯ พร้อมจัดตั้งโต๊ะหมู่ประดิษฐานพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พร้อมเครื่องราชสักการะ บริเวณอาคารสำนักงานหรือสถานที่เหมาะสม และประดับไฟส่องสว่างบริเวณอาคารสำนักงานตามที่เห็นสมควร ตลอดเดือนธันวาคม 2563

นายฉัตรชัย พรหมเลิศ กล่าวเพิ่มเติมว่า ได้เน้นย้ำให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดเตรียมความพร้อมการจัดกิจกรรมเนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และเชิญชวนส่วนราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน และประชาชนทุกหมู่เหล่าในจังหวัดเข้าร่วมกิจกรรม โดยพร้อมเพรียงกัน รวมทั้งจัดตั้งโต๊ะหมู่ประดิษฐานพระบรมฉายาลักษณ์ฯ ตามสถานที่ของหน่วยงาน บริษัท ห้างร้าน และอาคารบ้านเรือน ตามความเหมาะสม ทั้งนี้ ในการจัดกิจกรรมฯ ต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิค-19) ด้วย

‘สามเณร’ ร่วมม็อบถูกเจ้าอาวาสขับพ้นวัด หลังไม่อยู่ในโอวาท-ขัดคำสั่งรายงานตัว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ‘สามเณร’ร่วมม็อบถูกเจ้าอาวาสขับพ้นวัด หลังไม่อยู่ในโอวาท-ขัดคำสั่งรายงานตัว (naewna.com)

'สามเณร'ร่วมม็อบถูกเจ้าอาวาสขับพ้นวัด  หลังไม่อยู่ในโอวาท-ขัดคำสั่งรายงานตัว

‘สามเณร’ร่วมม็อบถูกเจ้าอาวาสขับพ้นวัด หลังไม่อยู่ในโอวาท-ขัดคำสั่งรายงานตัว

วันศุกร์ ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563, 21.40 น.

วันที่ 27 พฤศจิกายน 2563 นายสิปป์บวร แก้วงาม ผู้ตรวจราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ในฐานะโฆษก พศ. แถลงถายหลังการประชุมมหาเถรสมาคม (มส.) ที่พระตำหนักเพ็ชร วัดบวรนิเวศวิหาร ว่า พศ.ได้รายงาน มส.ถึงความคืบหน้าการดำเนินการกับพระภิกษุสามเณรที่ร่วมชุมนุมทางการเมือง โดยในกรณีของสามเณรสหรัฐ สุขคำหล้า หรือ เณรโฟล์ค ขณะนี้ทางเจ้าอาวาสวัดดอนไชย จ.พะเยา ต้นสังกัดพระสหรัฐได้มีหนังสือถึงสามเณรสหรัฐ ลงวันที่ 12 พ.ย. โดยให้กลับมารายงานตัวที่วัดภายใน 7 วันหลังจากได้รับหนังสือ เนื่องจากพบว่าเข้าร่วมชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และหน้ามหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา จ.นครปฐม แต่สามเณรสหรัฐ ไม่ยอมกลับวัด ทางเจ้าอาวาสจึงเห็นว่าไม่อยู่ในโอวาท และมีคำสั่งขับสามเณรสหรัฐพ้นไปจากวัดแล้ว

ทั้งนี้ สำหรับพระภิกษุสามเณรที่โดนคำสั่งขับออกจากวัด และยังหาวัดสังกัดใหม่ไม่ได้ จะกลายเป็นพระเณรไร้สังกัด หากเจ้าหน้าที่บ้านเมือง หรือพระวินยาธิการ (ตำรวจพระ) เจอตัวที่ใด สามารถนำตัวไปดำเนินการให้ลาสิกขาหรือสึกได้ทันที

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับความเคลื่อนไหวขึ้นเวทีม็อบครั้งล่าสุดคือ เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยสามเณรสหรัฐได้ขึ้นเวทีปราศรัยกลุ่มนักเรียนเลวที่ใต้สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสสยาม ถนนพระราม 1 โดยกล่าวปราศรัยตอนหนึ่งว่า “เมื่อตอนที่ขึ้นเวทีศาลายา มีปัญหาว่าเกิดการไล่ล่าให้ผมออกจากวัด ทั้งที่ผมไม่ได้ทำผิดพระธรรมวินัยข้อใดเลย แล้วคุณบอกว่าคุณเป็นพุทธแท้คุณพูดได้อย่างไร มหาเถรสมาคม พระสังฆราชไปเจิมรถถัง กระบอกปืน ถามว่าผิดหรือไม่ ทำไมไม่จับพระสังฆราช หรือมหาเถรสมาคม ทั้งนี้ สำนักพระพุทธศาสนา มีข้อดีอยู่ 3 อย่าง คือ พาพระไปเที่ยวอินเดีย กับทำสมุดสวดมนต์ข้ามปี ใช้ภาษีประชาชน และจับพระที่เห็นต่างลาสิกขา”