กลุ่มน้องใหม่จุฬาฯจัดกิจกรรมเพื่อสังคมที่เชียงรายภายใต้’โครงการปั่นฝัน ปันน้ำใจสู่เชียงราย’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/697172

กลุ่มน้องใหม่จุฬาฯจัดกิจกรรมเพื่อสังคมที่เชียงรายภายใต้'โครงการปั่นฝัน ปันน้ำใจสู่เชียงราย'

กลุ่มน้องใหม่จุฬาฯจัดกิจกรรมเพื่อสังคมที่เชียงรายภายใต้’โครงการปั่นฝัน ปันน้ำใจสู่เชียงราย’

วันศุกร์ ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 15.40 น.

กลุ่มน้องใหม่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปี 2512 (CU12) นำโดยนางสุวดี สุวรรณวลัยกร และนายแสงไทย เหล่ารุ่งโรจน์ ได้จัดทำพิธีมอบอุปกรณ์การแพทย์ภายใต้ “โครงการปั่นฝัน ปันน้ำใจสู่เชียงราย” ให้กับโรงพยาบาลแม่ฟ้าหลวง ตำบลเทอดไทย อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย

โดยน้องใหม่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รุ่นปี 2512 (CU12) ได้รวมตัวกันทำกิจกรรมเพื่อสังคมเป็นประจำทุกปี ตลอดมาตั้งแต่ ปี 2562 สำหรับปีนี้ได้ร่วมจัดกิจกรรมกับโครงการปันฝัน ปันน้ำใจสู่เชียงราย เป็นโครงการที่ ริเริ่มโดยนางสุวดี สุวรรณวลัยกร (CU12) และได้ร่วมมือกับศรีอยุธยาสมาคม บริษัทซีเอสบี อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด รณรงค์จัดหาทุนเพื่อสนับสนุน อุปกรณ์ทางการแพทย์ ทุนการศึกษา และจักรยาน ให้กับโรงพยาบาลและสถานศึกษาในจังหวัดเชียงราย รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,393,391 บาท โดยมีรายละเอียดดังนี้

โรงพยาบาลแม่ฟ้าหลวง ตำบลเทอดไทย อำเภอแม่ฟ้าหลวง มอบตู้อบทารกแรกเกิดจำนวน 1 ตู้ เตียงขนส่งผู้ป่วย 2 เตียง เครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าชนิด 2 เฟสรวมเป็นมูลค่า 820,500 บาท ทุนการศึกษา 209 ทุน ให้แก่ โรงเรียนบ้านปางขอน ตำบลห้วยชมพู, โรงเรียนดอนชัยวิทยาคม, โรงเรียนบ้านหนองหม้อ ตำบลป่าอ้อดอนชัย, ศูนย์การเรียนบ้านนาโต่, วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเชียงราย รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 236,500 บาท จักรยานสำหรับนักเรียน จำนวน 100 คัน มูลค่า 200,000 บาท หมวกไหมพรมกันหนาวจากศรีอยุธยาสมาคม จำนวน 300 ใบจากศรีอยุธยาสมาคม

นอกจากนั้นยังได้สนับสนุน เงินทุนการจัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียน อาทิ โครงการร้านสหกรณ์ โครงการปลูกพืชเมืองหนาว และโครงการจัดถนนชุมชน โดยมูลนิธิเอสซีจี อีกด้วย – 003

‘ตรีนุช’เป็นปธ.พิธีบูรณปฏิสังขรณ์พระพุทธรูปประจำกระทรวงศึกษาธิการ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/696921

'ตรีนุช'เป็นปธ.พิธีบูรณปฏิสังขรณ์พระพุทธรูปประจำกระทรวงศึกษาธิการ

‘ตรีนุช’เป็นปธ.พิธีบูรณปฏิสังขรณ์พระพุทธรูปประจำกระทรวงศึกษาธิการ

วันพฤหัสบดี ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 15.47 น.

เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2565 ณ หอพระพุทธรูปประจำกระทรวงศึกษาธิการ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เป็นประธานในพิธีบวงสรวงเทพยดาก่อนการบูรณปฎิสังขรณ์พระพุทธรูปประจำกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วย น.ส.สมปรารถนา วิกรัยเจิดเจริญ ที่ปรึกษา รมว.ศธ. , นายนิรุตติ สุทธินนท์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่ ศธ. , นายอรรถพล สังขวาสี ปลัด ศธ. , ผู้บริหารและข้าราชการใน ศธ. , ผู้แทนจากกรมการศาสนา และช่างสิบหมู่กรมศิลปากร เข้าร่วม

ทั้งนี้ หอพระพุทธบารมีศักดิ์สิทธิ์ สยามิศรจักรีสัฏฐีอนุสรณ์ ศึกษาทรรังสรรค์ ที่จะทำการบูรณะในครั้งนี้ เป็นหอพระพุทธรูปประจำกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) สร้างขึ้นในโอกาส ศธ.ครบรอบ 100 ปี เมื่อปี 2535 ปัจจุบันมีอายุครบ 30 ปี สภาพเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา เพื่อให้เหมาะสมและเป็นมงคล ศธ.จึงเชิญช่างสิบหมู่ จากกรมศิลปากร ร่วมบูรณปฎิสังขรณ์ปิดทององค์พระและสถานที่ประทับพระพุทธรูปให้งดงาม ซ่อมแซมภาพรวมในส่วนที่ชำรุด ไม่ว่าจะเป็นตัวโครงสร้าง ภาพจิตรกรรมฉากหลัง การลงรักปิดทอง ทำทางขึ้นด้านในให้สะดวกสวยงาม องค์พระพุทธรูปจากเดิมด้านหน้ามีองค์หลวงปู่โตเพียงองค์เดียว จะอัญเชิญหลวงปู่ทวดเพิ่มอีกหนึ่งองค์ เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชาว ศธ.ต่อไป

– 006

‘ตรีนุช’เป็นประธานพิธีฯ บูรณปฏิสังขรณ์พระพุทธรูปประจำกระทรวงศึกษาธิการ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/696909

'ตรีนุช'เป็นประธานพิธีฯ บูรณปฏิสังขรณ์พระพุทธรูปประจำกระทรวงศึกษาธิการ

‘ตรีนุช’เป็นประธานพิธีฯ บูรณปฏิสังขรณ์พระพุทธรูปประจำกระทรวงศึกษาธิการ

วันพฤหัสบดี ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 15.19 น.

วันที่ 8 ธันวาคม 2565 ณ หอพระพุทธรูปประจำกระทรวงศึกษาธิการ  นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.)เป็นประธานในพิธีบวงสรวงเทพยดาก่อนการบูรณปฎิสังขรณ์พระพุทธรูปประจำกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยนางสาวสมปรารถนา วิกรัยเจิดเจริญ ที่ปรึกษา รมว.ศธ., นายนิรุตติ สุทธินนท์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่ ศธ., นายอรรถพล สังขวาสี ปลัด ศธ. ผู้บริหาร ข้าราชการใน ศธ. ผู้แทนจากกรมการศาสนาและช่างสิบหมู่กรมศิลปากร เข้าร่วม

ทั้งนี้ “หอพระพุทธบารมีศักดิ์สิทธิ์สยามมิศรจักรีสัฏฐ์อนุสรณ์ศึกษากรรังสรรค์”  ที่จะทำการบูรณะในครั้งนี้ เป็นหอพระพุทธรูปประจำกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) สร้างขึ้นในโอกาส ศธ.ครบรอบ 100 ปี เมื่อปี 2535 ปัจจุบันมีอายุครบ 30 ปี สภาพเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา เพื่อให้เหมาะสมและเป็นมงคล ศธ.จึงเชิญช่างสิบหมู่ จากกรมศิลปากร ร่วมบูรณปฎิสังขรณ์ปิดทององค์พระและสถานที่ประทับพระพุทธรูปให้งดงาม ซ่อมแซมภาพรวมในส่วนที่ชำรุด ไม่ว่าจะเป็นตัวโครงสร้าง ภาพจิตรกรรมฉากหลัง การลงรักปิดทอง ทำทางขึ้นด้านในให้สะดวกสวยงาม องค์พระพุทธรูปจากเดิมด้านหน้ามีองค์หลวงปู่โตเพียงองค์เดียว จะอัญเชิญหลวงปู่ทวดเพิ่มอีกหนึ่งองค์ เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชาว ศธ. ต่อไป

กสม.ชี้สถานปฏิบัติธรรมให้แสดงผลตรวจเลือด ก่อนบวชเป็นการละเมิดสิทธิ์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/696864

กสม.ชี้สถานปฏิบัติธรรมให้แสดงผลตรวจเลือด ก่อนบวชเป็นการละเมิดสิทธิ์

กสม.ชี้สถานปฏิบัติธรรมให้แสดงผลตรวจเลือด ก่อนบวชเป็นการละเมิดสิทธิ์

วันพฤหัสบดี ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 13.42 น.

กสม. ชี้สถานปฏิบัติธรรมกำหนดให้ผู้ที่จะบวชต้องแสดงผลการตรวจหาเชื้อHIVเป็นการเลือกปฏิบัติ แนะสำนักพุทธ -กรมการศาสนาเผยแพร่ความเข้าใจที่ถูกต้อง

วันที่ 8 ธันวาคม 2565 นายวสันต์ ภัยหลีกลี้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ(กสม.) เปิดเผยว่า กสม. ได้รับเรื่องร้องเรียนเมื่อเดือนม.ค.64 ว่า เว็บไซต์สถานปฏิบัติธรรมแห่งหนึ่งได้แจ้งให้ผู้หญิงที่สนใจจะบวชชีกับสถานปฏิบัติธรรมแห่งนั้น ต้องแสดงหนังสือรับรองของแพทย์ที่ระบุถึงผลตรวจเชื้อเอชไอวี (Human Immunodeficiency Virus – HIV) ประกอบการพิจารณาขอรับบวชด้วย ซึ่งผู้ร้องเห็นว่า การกำหนดหลักเกณฑ์ในลักษณะดังกล่าว เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนของผู้ที่ประสงค์จะบวช 

จากการตรวจสอบและการรับฟังข้อเท็จจริง สถานปฏิบัติธรรมผู้ถูกร้องชี้แจงว่า ไม่ได้มีเจตนาลิดรอนสิทธิของผู้ติดเชื้อเอชไอวี การขอให้ผู้ที่ประสงค์จะบวชชีตรวจโรคต่าง ๆ ได้แก่ เอชไอวี วัณโรค ไวรัสตับอักเสบ และสารเสพติด เป็นไปเพื่อการดูแลคนที่มาอยู่รวมกันหมู่มากให้สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างถูกสุขอนามัยเท่านั้น ขณะที่กระทรวงสาธารณสุขให้ข้อมูลสรุปได้ว่า เชื้อเอชไอวีจะไม่ติดต่อจากการทำกิจวัตรประจำวันทั่วไป เช่น การจับมือ การใช้ห้องน้ำ การรับประทานอาหารร่วมกัน การสัมผัสเหงื่อ น้ำตา น้ำลายที่ไม่มีเลือด  และไม่ติดต่อผ่านทางระบบหายใจ แต่จะติดต่อผ่านการมีเพศสัมพันธ์กับผู้ติดเชื้อโดยไม่ใช้ถุงยางอนามัย การใช้เข็มฉีดยาร่วมกับผู้ติดเชื้อ หรือการได้รับเลือดจากผู้ติดเชื้อเท่านั้น อีกทั้งเชื้อเอชไอวีเป็นเชื้อที่ตายง่ายเมื่ออยู่นอกร่างกาย หากผู้ติดเชื้อเอชไอวีได้รับประทานยาต้านเชื้ออย่างต่อเนื่อง ก็จะมีสุขภาพที่แข็งแรง ใช้ชีวิตได้เหมือนคนปกติทั่วไป และอาจตรวจไม่พบเชื้อหรือพบแต่น้อยมากในระดับที่ไม่สามารถแพร่เชื้อให้ผู้อื่นได้ 

ทั้งนี้ เมื่อตรวจสอบระเบียบปฏิบัติของมูลนิธิสถาบันแม่ชีไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ กำหนดหนึ่งในคุณลักษณะของผู้ที่ประสงค์จะบวชชีไว้ในระเบียบว่า มิได้เป็นโรคที่ต้องห้าม อันเป็นโรคร้ายแรงหรือโรคติดต่อที่สังคมรังเกียจ ประกอบกับปรากฏข้อเท็จจริงว่า สำนักชีแห่งหนึ่งซึ่งลงทะเบียนกับมูลนิธิสถาบันแม่ชีไทย เคยอนุญาตให้ผู้ติดเชื้อเอชไอวีบวชชีได้ในระยะเวลาที่กำหนด เนื่องจากไม่ได้ขัดต่อระเบียบปฏิบัติ อีกทั้งการปฏิบัติธรรมในระหว่างการบวชชี ไม่มีกิจกรรมใดที่อาจสุ่มเสี่ยงต่อการแพร่ของเชื้อ

ขณะเดียวกัน สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้ให้ข้อเท็จจริงว่า กฎ ระเบียบ พุทธบัญญัติ ไม่มีการบัญญัติกรณีการบรรพชาอุปสมบทให้กับผู้ติดเชื้อเอชไอวี มีเพียงแนวทางการปฏิบัติในปัจจุบันที่การบรรพชาอุปสมบทให้กับผู้ที่ติดเชื้อเอชไอวีขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของพระอุปัชฌาย์ในการพิจารณาว่าอาการเจ็บป่วยของโรคเป็นอุปสรรคต่อการศึกษาพระธรรมหรือไม่ นอกจากนี้ กฎมหาเถรสมาคมเกี่ยวกับการบรรพชาอุปสมบทเป็นภิกษุสงฆ์ ก็กำหนดเพียงว่า ผู้ประสงค์จะบรรพชาต้องเป็นผู้มีร่างกายสมบูรณ์ และมีเพียงข้อห้ามของมหาเถรสมาคมที่ไม่อนุญาตให้บรรพชาอุปสมบทกับคนที่มีโรคติดต่อเป็นที่น่ารังเกียจ เช่น วัณโรคในระยะอันตราย เท่านั้น 

กสม. พิจารณาแล้วเห็นว่า การกำหนดให้ผู้ประสงค์จะบวชชีต้องแสดงเอกสารตรวจสุขภาพ โดยระบุให้ตรวจเชื้อเอชไอวีก่อนจะรับเข้าบวช เป็นการกำหนดเงื่อนไขที่เกินสมควรแก่ความจำเป็น จึงเป็นการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมโดยอาศัยเหตุแห่งสุขภาพ อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงเมื่อเดือนพ.ย.65 พบว่า สถานปฏิบัติธรรมผู้ถูกร้องได้ยกเลิกเงื่อนไขให้ผู้ประสงค์จะบวชชีต้องแสดงหนังสือรับรองผลการตรวจเชื้อเอชไอวีแล้ว จึงถือว่า ข้อร้องเรียนได้รับการแก้ไขปัญหาอย่างเหมาะสมแล้ว แต่เพื่อเป็นการส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนตระหนักถึงการเคารพสิทธิมนุษยชน กสม. จึงเห็นควรมีข้อเสนอแนะไปยังสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และกรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม โดยให้ทั้งสองหน่วยงานประสานกระทรวงสาธารณสุข ดำเนินการเผยแพร่ข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับการติดเชื้อเอชไอวีให้กับหน่วยงานศาสนาต่าง ๆ อาทิ วัดพระพุทธศาสนา สำนักสงฆ์ สำนักชีไทย สถานที่ปฏิบัติธรรม และอื่น ๆ เพื่อให้มีความเข้าใจและมิให้มีการเลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมโดยอาศัยเหตุแห่งการติดเชื้อเอชไอวีมาเป็นข้อจำกัดที่ลิดรอนโอกาสในการเข้าถึงเสรีภาพในการปฏิบัติตามหลักศาสนาทุกศาสนา

‘ตรีนุช’ ลั่น ศธ.ไม่ทำ ไม่ทน ไม่เฉย ต่อการทุจริต ชี้ต้องเป็นแบบอย่างสร้างวัฒนธรรมสุจริต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/696845

'ตรีนุช' ลั่น ศธ.ไม่ทำ ไม่ทน ไม่เฉย ต่อการทุจริต ชี้ต้องเป็นแบบอย่างสร้างวัฒนธรรมสุจริต

‘ตรีนุช’ ลั่น ศธ.ไม่ทำ ไม่ทน ไม่เฉย ต่อการทุจริต ชี้ต้องเป็นแบบอย่างสร้างวัฒนธรรมสุจริต

วันพฤหัสบดี ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 11.35 น.

วันที่ 8 ธันวาคม 2565 ที่หอประชุมคุรุสภา  กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เป็นประธานเปิดงานวันต่อต้านคอร์รัปชั่น และมอบนโยบาย No Gift Policy ของกระทรวงศึกษาธิการ เนื่องในวันต่อต้านคอร์รัปชั่นสากล (ประเทศไทย) ภายใต้แนวคิด “กระทรวงศึกษาธิการโปร่งใส ไม่ทำ ไม่ทน ไม่เฉย ต่อการทุจริต (MOE TRUST & Zero Tolerance)”  ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566  ว่า  ด้วยองค์การสหประชาชาติ ได้กำหนดให้วันที่ 9 ธันวาคม ของทุกปี เป็น “วันต่อต้านคอร์รัปชันสากล” ซึ่งนานาประเทศ รวมถึงประเทศไทย ได้มีการรณรงค์ผ่านการจัดงาน เนื่องในวันดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่อง สำหรับ ศธ.ได้จัดงาน ภายใต้แนวคิด “กระทรวงศึกษาธิการโปร่งใส ไม่ทำ ไม่ทน ไม่เฉย ต่อการทุจริต (MOE TRUST & Zero Tolerance)” เพื่อแสดงให้ประชาคมโลกได้เห็นถึงพลังความร่วมมือและเจตนารมณ์ร่วมกันของคนไทยในการรณรงค์ต่อต้านคอร์รัปชันอย่างจริงจัง ที่ผ่านมา มีการอาศัยช่องโหว่ทางกฎหมายเพื่อการเอื้อประโยชน์และการขาดจิตสำนึกในการแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตัวและผลประโยชน์ส่วนรวมนั้น เป็นเงื่อนไขสำคัญที่สร้างความยุ่งยากและซับซ้อนในการพิจารณา ตรวจสอบ และตัดสินว่าการกระทำใดเป็นการทุจริต ซึ่งส่งผลต่อเนื่องที่สร้างความเสียหายให้กับประเทศต้องสูญเสียงบประมาณแผ่นดินไปเป็นจำนวนมาก

น.ส.ตรีนุช กล่าวต่อว่า เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาดังกล่าว รัฐบาลจึงได้กำหนดให้การแก้ไขปัญหาการทุจริตทเป็นวาระแห่งชาติ โดยดำเนินการปรับปรุงกฎหมายต่าง ๆ ให้มีความรัดกุม ครอบคลุมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตอย่างเป็นระบบ ก้าวข้ามค่านิยมอุปถัมภ์ ผลประโยชน์ทับซ้อน รวมถึงเร่งรัดให้มีการดำเนินคดีต่อผู้กระทำการทุจริตและประพฤติมิชอบ ทั้งในด้านวินัยและอาญาอย่างจริงจัง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนผ่านระบบการทำงานภาครัฐที่มีคุณธรรม และความโปร่งใส อันเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล

“ศธ.ในฐานะที่เป็นหน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่หลักในการผลิตต้นทุนมนุษย์ที่สมบูรณ์ ต้องเป็นแบบอย่างของการสร้างวัฒนธรรมสุจริตที่จะหล่อหลอมให้เด็ก เยาวชน ประชาชน มีความละอายต่อการกระทำผิด ไม่ทน และเพิกเฉย และไม่ยอมให้ผู้อื่นกระทำการทุจริต อันส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อสังคมโดยรวม  เพื่อเป็นการส่งเสริมมาตรการป้องกันการทุจริต และประพฤติมิชอบในวงราชการ โดยเฉพาะการหลีกเลี่ยงความเสี่ยง และข้อครหาที่อาจเกิดขึ้น ในเทศกาล หรือวันสำคัญต่าง ๆ บุคลากรทุกระดับในสังกัดศธ. สามารถแสดงความปรารถนาดีต่อกันได้ด้วยการอวยพรผ่านช่องทางต่าง ๆ รวมถึงการทำจิตอาสาแทนการให้ของขวัญ เพื่อรักษาไมตรีและมิตรภาพความสัมพันธ์อันดีระหว่างบุคคลโดยไม่ขัดต่อกฎหมาย ระเบียบที่เกี่ยวข้อง มติคณะรัฐมนตรี รวมถึงความมุ่งมั่นตามนโยบายของรัฐบาลในการบริหารประเทศ” น.ส.ตรีนุช กล่าว

กรรมาธิการการกีฬา เดินหน้าขับเคลื่อน มวยไทย 3 มิติ แข่งขัน การศึกษา อนุรักษ์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/696716

กรรมาธิการการกีฬา เดินหน้าขับเคลื่อน  มวยไทย 3 มิติ แข่งขัน การศึกษา อนุรักษ์

กรรมาธิการการกีฬา เดินหน้าขับเคลื่อน มวยไทย 3 มิติ แข่งขัน การศึกษา อนุรักษ์

วันพฤหัสบดี ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

คณะกรรมาธิการการกีฬา วุฒิสภา จัดงานสัมมนา “การส่งเสริมและพัฒนากีฬามวยไทยในคณะกรรมาธิการการกีฬา” โดยมี พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ ประธานคณะกรรมาธิการการกีฬา วุฒิสภา เป็นประธานเปิดงานสัมมนา โดยมีพล.อ.ธันวาคม ทิพยจันทร์ ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ รศ.บรรพตวิรุฬราช ที่ปรึกษาคณะทำงาน และวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิเข้าร่วมสัมมนาหลายท่าน เมื่อปลายเดือนพฤศจิกายน 2565 ที่โรงแรม เดอะ คาวาลิ คาซ่า รีสอร์ท จ.พระนครศรีอยุธยา

พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ ประธานคณะกรรมาธิการการกีฬา วุฒิสภา กล่าวว่า สืบเนื่องจากงานสัมมนาที่จังหวัดชัยนาทเมื่อเดือนกันยายน 2564 ที่ได้ผลสรุปการขับเคลื่อนกีฬามวยไทยใน 3 มิติ ได้แก่ มิติแรก มิติมวยไทยเพื่อการแข่งขัน โดยให้จัดตั้งสถาบันมวยไทยแห่งชาติ มิติที่สอง คือ มิติเพื่อการศึกษา โดยผลักดันให้เป็นหลักสูตรเนื้อหารายวิชาในโรงเรียน มิติที่สาม คือ มิติเพื่อการอนุรักษ์ โดยการส่งเสริมให้มวยไทยเป็นมรดกโลกและการสัมมนาที่พระนครศรีอยุธยาในครั้งนี้ เพื่อเป็นการสรุปและทบทวนความเป็นมาเป็นไป อุปสรรคความก้าวหน้าและความคาดหวังที่จะเป็นไปได้ในการผลักดัน 3 มิติดังกล่าว

พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ กล่าวต่อไปว่า ในมิติการแข่งขันนั้นมีข้อสรุปว่า ให้พัฒนาสำนักงานคณะกรรมการกีฬามวยไทย เปลี่ยนฐานะให้เป็นสถาบันมวยไทยแห่งชาติ ขึ้นอยู่กับกระทรวงการท่องเที่ยวและการกีฬาโดยตรง ประธานวุฒิสภาได้เสนอเรื่องดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีซึ่งเป็นไปตามการดำเนินงานตามข้อบังคับ ทางคณะรัฐมนตรีได้พิจารณาในเรื่องนี้ และได้มีความเห็นชอบต่อข้อเสนอของ
คณะกรรมาธิการการกีฬา และมอบหมายให้กระทรวงการท่องเที่ยวและการกีฬารับไปพิจารณาดำเนินการ ซึ่งการกีฬาแห่งประเทศไทยกำลังดำเนินการ ดังนั้นจึงขอให้ผู้ดำเนินการทำงานโดยเร่งรัดให้รวดเร็ว และให้ตรงกับแกนหลักของข้อเสนอ

“มิติแรกเพื่อการแข่งขันนั้นเป็นเรื่องยาก มิติที่สองเพื่อการศึกษานั้นยากกว่า เพราะการที่จะเข้าไปอยู่ในการเรียนการสอนในสถาบันการศึกษา มีรายละเอียดที่มีการประชุมกันหลายครั้ง จึงเชื่อว่าเป็นเรื่องที่ยากกว่า ที่จะให้เกิดเป็นผลสัมฤทธิ์เป็นรูปธรรม ดังนั้น การที่เราจะเสนอให้มวยไทยอยู่ในสถานศึกษานั้น ทั้งด้วยความมุ่งมั่น ด้วยความปรารถนาดี แต่ก็การที่จะเกิดเป็นรูปธรรมนั้นค่อนข้างยากกว่า แต่สำหรับมิติที่สามเพื่อการอนุรักษ์นั้น ผมเห็นว่าเป็นเรื่องที่ยากที่สุด แต่สิ่งใดที่จะเป็นเรื่องยากที่สุดนั้น มันจะไม่เกินความพยายาม จึงขอใช้คำว่า เอกภาพของความพยายาม คำนี้มีความหมาย ถ้าเราใช้ความพยายามร่วมกันอย่างมีเอกภาพ ผมจึงมั่นใจว่าหน่วยงานภาครัฐ กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม หรือทุกท่านในที่นี้ มีความตั้งใจร่วมกัน สิ่งที่ยากที่สุดก็มีความเป็นไปได้ เราเห็นแสงสว่างอยู่ข้างหน้า ดังนั้นข้อมูลในวันนี้ เพื่อการเสนอต่อองค์การยูเนสโก ในพ.ศ.2572 ก็มีความเป็นไปได้เพราะผมเห็นจากความมุ่งมั่นตั้งใจของพวกท่าน” พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ ประธานคณะกรรมาธิการการกีฬา วุฒิสภา และในฐานะประธานการสัมมนา กล่าวในที่สุด

มทร.ธัญบุรี รับนักศึกษาใหม่ กว่า 6 พันคน พร้อมเปิดหลักสูตรใหม่ยานยนต์ไฟฟ้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/696711

มทร.ธัญบุรี รับนักศึกษาใหม่ กว่า 6 พันคน  พร้อมเปิดหลักสูตรใหม่ยานยนต์ไฟฟ้า

มทร.ธัญบุรี รับนักศึกษาใหม่ กว่า 6 พันคน พร้อมเปิดหลักสูตรใหม่ยานยนต์ไฟฟ้า

วันพฤหัสบดี ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

รศ.ดร.สมหมาย ผิวสอาด อธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี กล่าวว่า มทร.ธัญบุรีมีแผนการรับนักศึกษาใหม่ในปีการศึกษา 2566 จำนวนทั้งสิ้น6,661 คน โดยคณะที่เปิดรับนักศึกษามากที่สุด 5 อันดับ ประกอบด้วย คณะบริหารธุรกิจ จำนวน 1,675 คน คณะวิศวกรรมศาสตร์ จำนวน 1,316 คน และคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม 720 คน คณะศิลปศาสตร์ 690 คน และคณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน 455 คน และการรับนักศึกษาจะแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ รับโดยมหาวิทยาลัย รับร่วมกับที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) รับโดยมหาวิทยาลัยผ่านโครงการพิเศษ โดยขณะนี้กำลังเปิดรับรอบ Portfolio สำหรับนักเรียนชั้น ม.6 และผู้ที่จบกศน. และประเภทโควตา สำหรับนักศึกษาระดับชั้นปวช.และปวส. ตั้งแต่วันนี้-11 ธ.ค. 2565

การรับนักศึกษาในปี 2566 มีจำนวนเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาเนื่องจากมทร.ธัญบุรีมีการเปิดหลักสูตรใหม่ ได้แก่ หลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (ต่อเนื่อง) ประกอบกับในปีที่ผ่านมา หลักสูตรเดิมที่อยู่ในแผนยุทธศาสตร์ชาติได้รับความสนใจสมัครเรียนเป็นจำนวนมาก เช่น สาขาวิชาการจัดการโลจิสติกส์และซัพพลายเชน สาขาวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์อากาศยาน สาขาวิศวกรรมระบบราง รวมถึงสถานการณ์โควิด-19 ที่เริ่มคลี่คลาย ทำให้สาขาที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมบริการการบินมีความต้องการแรงงานสูง เพราะขาดแคลนบุคลากร ซึ่งคาดว่านักศึกษาจะสมัครเข้ามาเต็มจำนวนที่เปิดรับ ส่วนหลักสูตรอื่นๆ มหาวิทยาลัยได้มีการปรับปรุงรายวิชาให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด และได้มีเผื่อตัวเลขรับเพิ่มประมาณ 10% เพื่อเป็นการป้องกันการสละสิทธิ์ของนักศึกษาที่ผ่านการคัดเลือกและไม่ยืนยันสิทธิ์เข้าเรียนทำให้การรับนักศึกษาไม่เป็นไปตามเป้าหมาย

อธิการบดีมทร.ธัญบุรี กล่าวต่อว่า การรับนักศึกษาร่วมกับทปอ. กำหนดการต่างๆ จะเป็นไปตามที่ทางทปอ.ประกาศส่วนการรับโดยมหาวิทยาลัยประเภทสอบตรง สำหรับปวช. ปวส. และกศน.สายอาชีพ จะเปิดรับสมัครวันที่ 25 ธ.ค. 2565-26 ก.พ. 2566 และรับตรงสำหรับปวช. ปวส. และกศน.สายอาชีพ จะรับสมัครวันที่ 2 เม.ย.-25 พ.ค. 2566 ซึ่งจะเปิดรับสมัครเฉพาะสาขาวิชาที่ยังมีที่นั่งเรียนเท่านั้น ผู้สนใจสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและสมัครได้ที่ http://www.oreg.rmutt.ac.th

วิทยาลัยเพาะช่าง เตรียมความพร้อม จัดงานนิทรรศการ ศิลปะปูนปั้นฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/696713

วิทยาลัยเพาะช่าง เตรียมความพร้อม  จัดงานนิทรรศการ ศิลปะปูนปั้นฯ

วิทยาลัยเพาะช่าง เตรียมความพร้อม จัดงานนิทรรศการ ศิลปะปูนปั้นฯ

วันพฤหัสบดี ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล รัตนโกสินทร์ (มทร.) วิทยาลัยเพาะช่าง โดยการนำของ รศ.ดร.อุดมวิทย์ ไชยสกุลเกียรติ อธิการบดี พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร เข้าร่วมการประชุมเรื่อง งานนิทรรศการศิลปะปูนปั้นแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 20 ร่วมกับ พล.ท.กษิดิ์เดช วัฒนวรางกูร ราชองครักษ์

ในพระองค์ 904/905 พร้อมด้วยผู้แทนกองพระราชพิธี สำนักพระราชวัง ผู้แทนกรมโยธาธิการและผังเมือง ตลอดจนภาคส่วนที่เกี่ยวข้องตรวจพื้นที่

การประชุมเพื่อเตรียมความพร้อมงานนิทรรศการศิลปะปูนปั้นแห่งประเทศไทยร่วมกันในครั้งนี้ เพื่อเป็นการเตรียมการรับเสด็จฯ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในการเสด็จฯส่วนพระองค์ ทรงเปิดนิทรรศการศิลปะปูนปั้น จากนั้นนำผู้เข้าร่วมการประชุมฯ ในวันศุกร์ที่ 16 ธันวาคม 2565 ที่ มทร.รัตนโกสินทร์ วิทยาลัยเพาะช่าง

จุฬาฯ ร่วมมือพัฒนาแอปพลิเคชั่น ‘dBreast’ สำหรับแพทย์ผู้ดูแลผู้ป่วยมะเร็งเต้านม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/696710

จุฬาฯ ร่วมมือพัฒนาแอปพลิเคชั่น ‘dBreast’  สำหรับแพทย์ผู้ดูแลผู้ป่วยมะเร็งเต้านม

จุฬาฯ ร่วมมือพัฒนาแอปพลิเคชั่น ‘dBreast’ สำหรับแพทย์ผู้ดูแลผู้ป่วยมะเร็งเต้านม

วันพฤหัสบดี ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ศูนย์วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีเพื่ออุตสาหกรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (Chulalongkorn University Technology Center: UTC) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับ บริษัท แลนซิ่ง บิสสิเนส ซิสเต็มส์ จำกัด เพื่อร่วมพัฒนานวัตกรรม “โครงการ dBreast” แอปพลิเคชั่นสำหรับแพทย์ผู้ดูแลผู้ป่วยมะเร็งเต้านม โดยมี อ.ดร.ประวีร์ เครือโชติกุล หัวหน้าศูนย์ UTC รศ.ดร.นพ.โสภาคย์ มนัสนยกรณ์ ภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ หัวหน้าโครงการ dBreast นายนวรัตน์ รัตน์นราทร และ นายประพนธ์ ทุ่งสี่ กรรมการบริษัท แลนซิ่ง บิสสิเนส ซิสเต็มส์ จำกัด ร่วมลงนาม ณ สำนักงาน UTC โครงการ Block28 : creative & startup village

แอปพลิเคชั่น dBreast ได้รวบรวมฐานข้อมูลของผู้ป่วยและประวัติการรักษาอย่างละเอียดรวมไว้ในที่เดียวกันจะช่วยอำนวยความสะดวกให้แพทย์ผู้รักษาสามารถเข้าถึงข้อมูลได้จากทุกที่ ทุกเวลาแบบเรียลไทม์ สามารถนำข้อมูลไปใช้ในการวิเคราะห์และศึกษาเพิ่มเติม เพื่อพัฒนาการดูแลรักษาผู้ป่วยได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ โดยแพทย์สามารถนำแอปพลิเคชั่นนี้ติดตัวไปได้ทุกที่ ในกรณีผู้ป่วยเกิดเหตุฉุกเฉิน แพทย์จะสามารถเข้าถึงผู้ป่วยได้ทันท่วงที

สำหรับในอนาคตจะให้สามารถนำไปใช้ได้ในวงกว้างและสามารถประยุกต์เข้ากับการรักษาโรคอื่นๆ ได้ด้วยโดยร่วมมือกับบริษัท แลนซิ่ง บิสสิเนส ซิสเต็มส์ จำกัดในการร่วมพัฒนาให้แอปพลิเคชั่น dBreast เป็นฐานข้อมูลที่ละเอียดและน่าเชื่อถือ พร้อมคาดการณ์แล้วเสร็จภายใน6 เดือนข้างหน้า เพื่อเป็นประโยชน์สำหรับการวางแผนทางด้านสาธารณสุขของประเทศอีกด้วย

คุณหญิงกัลยา นำคณะฯเยือนอเมริกา หารือร่วมมือยกระดับอาชีวเกษตรสู่สากล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/696715

คุณหญิงกัลยา นำคณะฯเยือนอเมริกา  หารือร่วมมือยกระดับอาชีวเกษตรสู่สากล

คุณหญิงกัลยา นำคณะฯเยือนอเมริกา หารือร่วมมือยกระดับอาชีวเกษตรสู่สากล

วันพฤหัสบดี ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นำคณะผู้บริหารจากสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และคณะทำงานโครงการบริหารจัดการน้ำโดยชุมชน ตามแนวพระราชดำริ เดินทางไปประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อศึกษาดูงาน และหารือแนวทางความร่วมมือในอนาคต ระหว่างวันที่ 5-12 ธันวาคม 2565 นี้

นางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย โฆษกประจำตัวรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า จากงานสัมมนาการบริหารจัดการน้ำนานาชาติ (Water and Waste Management International Conference & Expo Thailand : Water for Life) ครั้งแรกในประเทศไทย ในเดือนมิถุนายน 2565 ที่ผ่านมาดร.คุณหญิงกัลยา ในฐานะประธานกองทุนบริหารจัดการน้ำโดยชุมชน ตามแนวพระราชดำริ และประธานการจัดงานฯดังกล่าวได้รับเชิญจาก Metropolitan Water Reclammation District of Greater Chicago หรือ MWRD ให้ไปศึกษาดูงาน เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และหารือแนวทางความร่วมมือการบริหารจัดการน้ำระหว่างกันในอนาคต โดยมีกำหนดการเยี่ยมชม อาทิ Science and Engineer Department, University of Illinois Chicago เข้าพบคณะกรรมการของ Metropolitan Water Reclamation District of Greater Chicago (MWRD), IL Senator, State Representatives, Local Electives Officials องค์กรที่มีบทบาทสำคัญในการแก้ปัญหาและการจัดการน้ำเสียของสหรัฐ และประชุม Virtual Conference Meeting กับ นางลัดดาแทมมี ดักเวิร์ธ สมาชิกวุฒิสภาสหรัฐอเมริกา จากมลรัฐอิลลินอยส์ ซึ่งจะหารือต่อความร่วมมือระหว่างกันในอนาคตระหว่างประเทศไทยและสหรัฐอเมริกา เป็นต้น

“คุณหญิงกัลยาต้องการยกระดับองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการน้ำในระดับสากล โดยที่ผ่านมาโครงการบริหารจัดการน้ำโดยชุมชน ตามแนวพระราชดำริ ได้มีการประสานงานความร่วมมือไม่เฉพาะเครือข่ายในประเทศเท่านั้น แต่มีการประสานกับเครือข่ายต่างประเทศด้วย อาทิ สถาบันองค์กรน้ำใต้ดินอเมริกา (American Groundwater Solution : AGS), Metropolitan Water Reclamation District of Greater Chicago (MWRD), Water and Waste Management India (WWM) ในการเชื่อมโยงนำองค์ความรู้ที่เป็นสากลมาปรับใช้กับการบริหารจัดการน้ำเพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งให้กับคนในพื้นที่ชุมชน”นางดรุณวรรณ กล่าว

การบริหารจัดการน้ำโดย ดร.คุณหญิงกัลยา มีการขับเคลื่อนโครงการบริหารจัดการน้ำโดยชุมชนฯ ในวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีทั้ง 47 แห่ง ในระยะ 3 ปีที่ผ่านมามีความคืบหน้าไปมาก ผ่านหลักสูตร “ชลกร” เพื่อให้มีการบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพและบนความยั่งยืน ด้วยการนำศาสตร์พระราชาของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) มาเป็นแนวทางในการบริหารจัดการ ซึ่งมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีการดำเนินการที่จริงจังและต่อเนื่อง ไม่เพียงแต่ในรั้ววิทยาลัยเท่านั้น แต่ยังต้องขยายผลสู่ชุมชน เพื่อช่วยแก้ปัญหาความยากจน สร้างอาชีพ และสร้างรายได้จากการมีน้ำกิน-น้ำใช้ได้อีกด้วย