ธุรกิจบัณฑิตย์ เผยหลังเปิดประเทศ ผู้ปกครองหนุนเด็กเรียนการบินเพิ่ม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/663577

ธุรกิจบัณฑิตย์ เผยหลังเปิดประเทศ  ผู้ปกครองหนุนเด็กเรียนการบินเพิ่ม

วันพฤหัสบดี ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

น.ต.ดร.วัฒนา มานนท์ คณบดีวิทยาลัยการพัฒนา และฝึกอบรมด้านการบิน (CADT) และผู้อำนวยการสถาบันการบิน (DAA) มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (มธบ.) เปิดเผยว่า โครงการชมรมเยาวชนคนการบิน (Youth Flying Club) รุ่นที่ 2 ที่มหาวิทยาลัยได้จัดร่วมกับ บริษัท ตั้งใจเรียน จำกัด จัดขึ้น ได้รับผลตอบรับค่อนข้างดี มีผู้สมัครเข้าร่วมกิจกรรมจากทั่วประเทศตั้งแต่ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ถึงระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จำนวนกว่า 140 คน

โครงการดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อให้นักเรียนมีความรู้และความเข้าใจในวิชาชีพต่างๆ ในอุตสาหกรรมการบิน และเปิดโอกาสให้นักเรียนสมัครเข้าศึกษาในหลักสูตรที่ตนเองสนใจและตอบโจทย์ในการประกอบอาชีพในอนาคต โดยนักเรียนที่เข้าร่วมการอบรมจะได้เรียนรู้ถึงสายอาชีพในอุตสาหกรรมการบินและได้ประสบการณ์ในการเตรียมตัวก่อนเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี

กิจกรรมครั้งนี้ได้แบ่งฐานความรู้ออกเป็น6 ฐาน ได้แก่ ฐานปฏิบัติการการฝึกบินจำลอง(Flight Simulators), ฐานปฏิบัติการการบริการผู้โดยสารบนเครื่องบิน (In-flight Service),ฐานปฏิบัติการการสาธิตการดับเพลิง (Fire Drill),ฐานปฏิบัติการการควบคุมจราจรทางอากาศ (Aerodrome),ฐานปฏิบัติการการอพยพฉุกเฉินด้วยสไลด์(Slide Drill) และฐานสอบสัมภาษณ์คัดตัวนักศึกษา(Interview Session) ในกรณีที่สอบผ่านจะได้รับโควตาและทุนการศึกษา (เฉพาะ DEK66) ค่ายนี้เหมาะสำหรับนักเรียนที่อยากเป็นนักบิน (Pilot),พนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน (Cabin Crew),เจ้าหน้าที่ควบคุมจราจรทางอากาศ (Air Traffic Controller), พนักงานต้อนรับภาคพื้น (Ground Attendant) และเจ้าหน้าที่ภาคพื้นในส่วนงานอื่นๆ(Other Relevant Ground Operations) ซึ่งทุกฐานการอบรมจะมีนักบิน ลูกเรือ และอาจารย์ด้านการบินผู้มีประสบการณ์ตรงคอยให้คำแนะนำ พร้อมทีมงานมืออาชีพคอยดูแล ภายใต้มาตรการความปลอดภัยระดับโลก

“จากการสอบถามผู้ปกครองส่วนใหญ่สนับสนุนให้เด็กเข้าร่วมโครงการฯ เพราะมองว่าสถานการณ์โควิด-19 เริ่มคลี่คลาย ไทยรวมถึงหลายประเทศทั่วโลกเริ่มเปิดรับนักท่องเที่ยวส่งผลให้อุตสาหกรรมการบินฟื้นตัวตาม ดังนั้น จึงเกิดความมั่นใจและส่งเสริมให้บุตรหลานเข้าอบรมเพื่อค้นหาตนเองและสมัครเรียนในสายอาชีพที่ชอบ อย่างไรก็ตามอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมการบินเป็นของคู่กัน เมื่อทุกอย่างฟื้นตัวบุคลากรที่ประกอบอาชีพที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมดังกล่าวจะฟื้นตัวตาม จึงขอให้ผู้ปกครองสบายใจได้ว่าในอนาคต ความต้องการแรงงานด้านนี้จะมีมากขึ้นเมื่อลูกหลานเรียนและจบออกไปจะมีงานทำแน่นอน” น.ต.ดร.วัฒนา กล่าว

สื่อควรเพิ่มเรื่องของ Soft Power เพื่อขับเคลื่อนและนำในเรื่องเศรษฐกิจ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/663576

สื่อควรเพิ่มเรื่องของ Soft Power   เพื่อขับเคลื่อนและนำในเรื่องเศรษฐกิจ

วันพฤหัสบดี ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ (Thai Media Fund : TMF) จัดงาน “TMF POWER FOR CHANGE สื่อสร้างสรรค์เพื่อการเปลี่ยนแปลงสังคม” ครั้งที่ 1 ที่ นครศรีธรรมราช ได้รับความสนใจจากภาคีเครือข่าย องค์กร ภาครัฐ ภาควิชาชีพ ภาควิชาการ ภาคประชาสังคมและประชาชนสนใจเข้าร่วมงานตลอดทั้งวัน ทั้งกิจกรรมเสวนาเชิงวิชาการ และกิจกรรมประชุมระดมสมองและ อบรมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) ด้านการผลิตและเผยแพร่สื่อ การพัฒนากลไกการเฝ้าระวังและรู้เท่าทันสื่อรวมถึงการพัฒนาองค์ความรู้และสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน

ดร.ยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม และประธานอนุกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ กล่าวว่า ในปี 2565 เป็นการก้าวเข้าสู่ปีที่ 7 ของกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ด้วยความมุ่งมั่นในการสร้างระบบนิเวศสื่อที่ดี การผลิตสื่อในเชิงบวก การใช้สื่อเพื่อสร้างแรงกระเพื่อมให้กับสังคม ทั้งนี้โดยในปัจจุบันนอกจากการผลิตสื่อที่ปลอดภัยและสร้างสรรค์แล้ว สิ่งที่ต้องเพิ่มเติมเข้าไปในบทบาทของสื่อคือเรื่องของ Soft Power เพราะสื่อไม่ได้ใช้เพื่อการประชาสัมพันธ์ และสร้างแรงบันดาลใจหรือสร้างการมีส่วนร่วมเท่านั้น แต่ ณ วันนี้สื่อกำลังจะขับเคลื่อนและเป็นตัวนำในเรื่องของเศรษฐกิจซึ่งทุกคนก็ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของสังคมที่จะสร้างแรงกระเพื่อมในเรื่องของ Soft Power ซึ่งเป็นนโยบายและยุทธศาสตร์สำคัญของรัฐบาลที่ต้องการใช้สื่อในการทำประโยชน์ให้กับสังคมและประเทศชาติต่อไปในอนาคต

“กองทุนสื่อ มุ่งหวังให้ทุกคนสามารถเป็นผู้ผลิตและผู้รับสื่อที่ดีรู้เท่าทันสื่อร้าย ขยายสื่อดี และการสร้างภาคีเครือข่ายที่เข้มแข็งซึ่งต้องอาศัยการมีส่วนร่วมของหน่วยงานภาครัฐภาคเอกชน ภาคประชาสังคม เพื่อเป็นกลไกสําคัญในการร่วมกันขับเคลื่อนให้เกิดนิเวศสื่อที่ดี เป็นสื่อที่ปลอดภัย สร้างสรรค์ และเป็นประโยชน์ต่อสังคม โดยเฉพาะการส่งเสริมให้ประชาชนมีทักษะการรู้เท่าทันสื่อที่ไม่ปลอดภัย เช่น ข่าวปลอม (Fake News) การกลั่นแกล้งบนโลกออนไลน์(Cyberbullying) และการนําเสนอความรุนแรงประเภทต่างๆ ทำให้เกิดพฤติกรรมการเลียนแบบในสังคม” ดร.ยุพา กล่าว

ม.ศรีปทุม MOU มหาวิทยาลัยจีน พัฒนาวิชาการ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/663573

ม.ศรีปทุม MOU มหาวิทยาลัยจีน พัฒนาวิชาการ

วันพฤหัสบดี ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ลงนามบันทึกข้อตกลงทางวิชาการ MOU ผ่านรูปแบบออนไลน์ ZOOM ระหว่างวิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยศรีปทุม(SPUIC) กับ Kunming Guangdu Vocational Senior Middle School, P.R. โดยมี อาจารย์เกรียงไกร พุคยาภรณ์ คณบดีวิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยศรีปทุม ร่วม MOU กับ Mr.Lu Xiaobing President,Kunming Guangdu Vocational Senior Middle School, China เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนซึ่งกันและกันในการพัฒนาทางด้านวิชาการและพัฒนานักศึกษาให้มีศักยภาพ เพิ่มพูนความรู้ความสามารถแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน

พิธีรับตราพระราชทาน บ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/663575

พิธีรับตราพระราชทาน บ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย

วันพฤหัสบดี ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.ผกาภรณ์ พลายสังข์ ผอ.สพป.พิษณุโลก เขต 2 เป็นประธานรับมอบตราพระราชทานบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย ประจำปี การศึกษา 2563 ที่มีโรงเรียนผ่านการประเมิน จำนวน 29 โรงเรียนโดยมีผู้บริหารสถานศึกษา ครูผู้รับผิดชอบ เข้าร่วมพิธี ที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 2

สมศ.มอบสิ่งของบ้านผู้สูงอายุ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/663574

สมศ.มอบสิ่งของบ้านผู้สูงอายุ

วันพฤหัสบดี ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.นันทา หงวนตัด รักษาการผู้อำนวยการ สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) หรือ สมศ. (ที่ 4 จากซ้าย) ร่วมบริจาคสิ่งของเครื่องอุปโภค-บริโภค และของใช้ที่จำเป็นให้กับผู้สูงอายุ ในกิจกรรมอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์และบำเพ็ญสาธารณกุศลเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา เมื่อเร็วๆ นี้ ณ ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุจังหวัดปทุมธานี จ.ปทุมธานี

สพม.สุโขทัย ร่วมรณรงค์วันต่อต้านยาเสพติดโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/663572

สพม.สุโขทัย ร่วมรณรงค์วันต่อต้านยาเสพติดโลก

วันพฤหัสบดี ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.ศิริวรรณ ขวัญมุข รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา นำบุคลากรในสังกัด ร่วมรณรงค์ต่อต้านยาเสพติดเชิงสัญลักษณ์ เนื่องในวันต่อต้านยาเสพติดโลก เพื่อเป็นการแสดงเจตนารมณ์และพลังความร่วมมือในการต่อต้านยาเสพติดให้สังคมไทยปลอดภัยจากยาเสพติดอย่างยั่งยืน  

สถาบัน NEA เปิด 3 หลักสูตรใหม่ พัฒนาผู้ประกอบการออนไลน์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/663571

วันพฤหัสบดี ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

สถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ (NEA) กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ จัดอบรมออนไลน์ (e-learning) ให้ผู้ประกอบการที่สนใจ 3 หลักสูตร ได้แก่ 1.หลักสูตรออกแบบเนื้อหาเพื่อนำเสนองาน เล่าอย่างไรให้เข้าใจ 2.หลักสูตรแพลตฟอร์มออนไลน์ ตลาดใหม่ไร้พรมแดน และ 3.หลักสูตรการสร้างแรงบันดาลใจหลังภัยเศรษฐกิจและสถานการณ์โควิด 

“หลักสูตรออกแบบเนื้อหาเพื่อนำเสนองาน เล่าอย่างไรให้เข้าใจ” เน้นเนื้อหาในเรื่อง การเจรจาต่อรองทางธุรกิจ เพื่อการค้าระหว่างประเทศ “หลักสูตรแพลตฟอร์มออนไลน์ ตลาดใหม่ไร้พรมแดน” เกี่ยวกับบทบาทของMetaverse ในไทย หลักสูตรนี้จะช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจใน Metaverse อย่างชัดเจนและสามารถปรับตัวนำความรู้ที่ได้มาต่อยอดในการดำเนินธุรกิจ ให้สอดคล้องกับโลกยุคปัจจุบันได้และ “หลักสูตรการสร้างแรงบันดาลใจหลังภัยเศรษฐกิจและสถานการณ์โควิด” เป็นหลักสูตรที่จะพาทุกท่านไปเปิดมุมมองใหม่ โดยใช้ MarTech (Marketing Technology) เปลี่ยนโลกธุรกิจในยุคดิจิทัล  

ผู้ประกอบการที่สนใจสมัครเข้าอบรมหลักสูตรของสถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ผ่านระบบ E-Academy
 สามารถสมัครฟรี! ได้ที่ https://e-academy.ditp.go.th/ 

สกัดเด็กเส้น!‘ตรีนุช’ย้ำเฟ้นบิ๊กเขตฯ-สอบ38ค(2) โปร่งใส อย่าเชื่อ‘แก๊งตกเบ็ด’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/663503

สกัดเด็กเส้น!‘ตรีนุช’ย้ำเฟ้นบิ๊กเขตฯ-สอบ38ค(2) โปร่งใส อย่าเชื่อ‘แก๊งตกเบ็ด’

วันพุธ ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 14.16 น.

สกัดเด็กเส้น!‘ตรีนุช’ย้ำเฟ้นบิ๊กเขตฯ-สอบ38ค(2) โปร่งใส อย่าเชื่อ‘แก๊งตกเบ็ด’

29 มิถุนายน 2565 น.ส.ตรีนุช  เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยว่า ตามที่ ศธ.เตรียมจัดสอบเพื่อบรรจุแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการ ในหลายตำแหน่ง ทั้งการสอบคัดเลือกผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.)  การสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค (2) ตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับปฏิบัติการ ประเภททั่วไป ระดับปฏิบัติงาน และมีผู้มาแอบอ้างว่ารู้จักกับผู้บริหารระดับสูงและสามารถวิ่งเต้นให้เข้าสู่ตำแหน่งได้นั้น ขอเตือนผู้สมัครทุกคนอย่าไปหลงเชื่อพวกตกเบ็ด โดยตนได้เน้นย้ำเรื่องความมีธรรมาภิบาล และความโปร่งใส โดยเฉพาะการสอบที่จะต้องมีความเป็นธรรม เพื่อคัดเลือกผู้เหมาะสมเข้ามาทำงาน

ผู้สื่อข่าวถามว่ามีผู้มาแอบอ้างชื่อรัฐมนตรี บ้างหรือไม่ น.ส.ตรีนุช กล่าวว่า ยังไม่ได้ยินใครอ้าง แต่จะอ้างว่ารู้จักกับใครก็ตาม ตั้งแต่รัฐมนตรี ไปจนถึงผู้บริหารระดับสูง ยืนยันว่าเป็นเรื่องไม่จริง ไม่มีใครช่วยให้เข้ารับตำแหน่งได้ มั่นใจว่าระบบจัดสอบค่อนข้างรัดกุม

ด้านนายวีระ แข็งกสิการ รองปลัด ศธ. กล่าวว่า ในช่วงนี้เป็นช่วงที่กำลังมีการสอบคัดเลือกเพื่อเลื่อนตำแหน่ง คือ การสอบผู้อำนวยการ สพท. และการสอบเข้ารับราชการในตำแหน่ง 38 ค (2) ซึ่งมีผู้เข้าสอบเป็นจำนวนมาก ซึ่ง รมว.ศธ.ให้นโยบายและสั่งการขั้นเด็ดขาด ให้ผู้บริหารทุกระดับ ถือหลักธรรมาภิบาล ให้ความเป็นธรรมกับผู้เข้าสอบทุกคน การดำเนินการทุกอย่าง ทุกขั้นตอน จะต้องโปร่งใส ปราศจากการใช้เส้นสาย และห้ามไม่ให้เกิดการทุจริตโดยเด็ดขาด เพราะศธ.ต้องเป็นแบบอย่าง ในความซื่อสัตย์สุจริต ความถูกต้องดีงาม

“ผมขอเน้นย้ำไปถึงผู้เข้าสอบทุกคน ทุกตำแหน่ง โดยเฉพาะการสอบเข้ารับราชการในตำแหน่ง 38 ค ( 2 ) ซึ่งเปิดรับจำนวน 208 อัตราผู้สมัครสอบจำนวน 120,048 ราย จัดสอบวันที่ 3 กรกฎาคม 2565 ขอให้เชื่อมั่นในระบบ ศธ. ที่ทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในการจัดสอบ โดยได้วางระบบความเป็นธรรมทุกขั้นตอน ขออย่าได้หลงเชื่อว่าจะมีผู้ใด กลุ่มใดที่แอบอ้างว่าจะสามารถวิ่งเต้นช่วยเหลือเข้าสู่ตำแหน่งได้ หากมีข้อมูลบุคคล กลุ่มบุคคลใดติดต่อมาว่าสามารถช่วยเหลือได้ ขอให้แจ้งมายังศธ. ได้ทุกช่องทางเพื่อดำเนินคดีต่อผู้ประพฤติชั่วต่อไป” รองปลัด ศธ. กล่าว

ศธ.ออกแนวปฏิบัติหักเงิน‘ช.พ.ค./ช.พ.ส.’ เพิ่มสภาพคล่องเพื่อชำระหนี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/663500

ศธ.ออกแนวปฏิบัติหักเงิน‘ช.พ.ค./ช.พ.ส.’ เพิ่มสภาพคล่องเพื่อชำระหนี้

วันพุธ ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 14.10 น.

ศธ.ออกแนวปฏิบัติหักเงิน‘ช.พ.ค./ช.พ.ส.’ เพิ่มสภาพคล่องเพื่อชำระหนี้

29 มิถุนายน 2565 ความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาหนี้สินครู และบุคลากรทางการศึกษา ภายใต้โครงการ “สร้างโอกาสใหม่ให้ครูไทย” โดยแนวทางแก้ไขปัญหาที่สำคัญ ได้แก่ การแต่งตั้งนายสถานีแก้หนี้ระดับเขตพื้นที่การศึกษา และระดับจังหวัด เพื่อทำหน้าที่ในการเจรจาไกล่เกลี่ยแก้ไขปัญหาหนี้ ซึ่งในการประชุมเพื่อรายงานผลการปฏิบัติงาน ล่าสุด นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้มอบหมายให้คณะกรรมการแก้ไขปัญหาหนี้สินครู และบุคลากรทางการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ พิจารณาถึงแนวทางในการนำเงินบำเหน็จบำนาญ จ่ายสวัสดิการฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค. ) และการฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา ในกรณีคู่สมรสถึงแก่ความตาย (ช.พ.ส.) มาใช้ประโยชน์เพื่อการขับเคลื่อนในการแก้ไขปัญหาหนี้สินครู

ทั้งนี้ เงิน ช.พ.ค. และเงิน ช.พ.ส. เป็นเงินสวัสดิการฌาปนกิจสงเคราะห์ที่ให้ความช่วยเหลือแก่ครูและบุคลากรทางการศึกษา ที่สมัครใจเข้าร่วมขอรับสวัสดิการ โดยต้องชำระเงินเป็นรายเดือน โดยผู้ขอรับสวัสดิการสามารถชำระโดยตรง หรือชำระโดยหักจากเงินเดือน แต่เนื่องจากสมาชิกที่ขอรับสวัสดิการที่ชำระด้วยการหักจากเงินเดือนจำนวนมากต้องเสียสิทธิประโยชน์ไม่ได้รับเงินสงเคราะห์เมื่อขาดการชำระเกิน 3 เดือน เพราะเงินเดือนต้องถูกหักชำระหนี้เงินกู้อื่น ๆ ก่อน รวมแล้วเกินกว่าร้อยละ 70 ส่งผลให้ไม่ได้รับเงินช่วยเหลือกรณีเสียชีวิต โดยสมาชิก ช.พ.ค./ช.พ.ส. เมื่อเสียชีวิต ครอบครัวจะได้รับเงินช่วยเหลือรายละประมาณ 940,000 บาท ซึ่งหากให้ความช่วยเหลือแก่ครูในกลุ่มนี้สามารถหักชำระเงิน ช.พ.ค. และ ช.พ.ส.ได้ตรงงวด จะสามารถนำเงินสิทธิประโยชน์ของตนเองที่จะได้รับมาใช้ในการแก้ไขปัญหาหนี้สินในปัจจุบัน

ล่าสุด นางสาวตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยว่า เพื่อให้การแก้ไขปัญหาหนี้สินครูฯ ของ ศธ.ได้อย่างเป็นระบบและเป็นการบูรณาการความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาให้สัมฤทธิ์ผล โดยครูยังคงมีเงินเหลือใช้ไม่น้อยกว่า ร้อยละ 30 จึงได้มอบหมายให้ ดร.สุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะรองประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูฯ ของ ศธ. ทำบันทึกข้อความ เรื่อง แนวปฏิบัติการหักเงินเดือน เงินบำเหน็จบำนาญ จ่ายสวัสดิการ ช.พ.ค. / ช.พ.ส. ถึงทุกหน่วยงานในสังกัด ศธ. เพื่อขอความร่วมมือแจ้งให้หน่วยงานภายในของตนเองดำเนินการหักเงินเดือน เงินบำเหน็จบำนาญ เพื่อชำระหนี้เงินสวัสดิการ ช.พ.ค./ช.พ.ส. ตามแนวปฏิบัติที่คณะกรรมการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูฯ ของ ศธ.นำเสนอ  

“เป็นความตั้งใจ และมุ่งมั่นของ ศธ.ในการหาแนวทางแก้ไขปัญหาหนี้สินครูฯ ให้สำเร็จให้ได้ หากการดำเนินนโยบายในเรื่องใดที่จะเป็นการช่วยเหลือ และเอื้อประโยชน์ของคุณครูทั่วประเทศ ก็พร้อมที่จะดำเนินการช่วยเหลือ ซึ่ง ศธ.จะเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาหนี้สินครัวเรือนระดับประเทศ ที่รัฐบาลให้ความสำคัญอย่างเร่งด่วน” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าว และว่า การดำเนินการในครั้งนี้ จะช่วยเหลือให้ครูสามารถใช้เงิน ช.พ.ค./ช.พ.ส. เป็นหลักประกันเงินกู้ได้ โดยไม่เป็นภาระที่ต้องจ่ายเงินเพื่อซื้อประกันเงินกู้เพิ่ม”

ด้าน ดร.สุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ได้ทำหนังสือลงวันที่ 28 มิถุนายน 2565 เรื่องแนวปฏิบัติการหักเงินเดือน เงินบำเหน็จบำนาญ จ่ายสวัสดิการฌาปนกิจสงเคราะห์ ช.พ.ค./ช.พ.ส. ถึงทุกหน่วยงานในสังกัด ศธ.เพื่อดำเนินการเป็นที่เรียบร้อย โดยเน้นย้ำว่าการดำเนินการต้องได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากผู้ขอรับสวัสดิการ ช.พ.ค./ช.พ.ส. ทุกคน

ทั้งนี้ มีครูและบุคลากรทางการศึกษาลงทะเบียนเข้าสู่ขั้นตอนกระบวนการแก้ไขปัญหาหนี้สินในระยะที่ 1 จำนวน 41,128 ราย มียอดหนี้รวม 58,835,199,322 บาท

กมธ.ฯมีมติเพิ่มนักศึกษา‘กลุ่มชาติพันธุ์’ให้เข้าถึงเงินกู้‘กยศ.’ได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/663462

กมธ.ฯมีมติเพิ่มนักศึกษา‘กลุ่มชาติพันธุ์’ให้เข้าถึงเงินกู้‘กยศ.’ได้

วันพุธ ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 12.03 น.

กมธ.ฯมีมติเพิ่มนักศึกษา‘กลุ่มชาติพันธุ์’ให้เข้าถึงเงินกู้‘กยศ.’ได้

29 มิถุนายน 2565 ที่รัฐสภา นพ.บัญญัติ เจตนจันทร์ ส.ส.ระยอง พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา ( ฉบับที่ .. ) พ.ศ. …. แถลงผลการประชุมว่า กมธ. ได้พิจารณาในประเด็นคุณสมบัติของผู้กู้ยืม กยศ. ตามมาตรา 39 แห่งพ.ร.บ.กองทุน กยศ.2560 โดยมีความเห็นว่าควรมีการขยายโอกาสให้นักเรียน หรือนักศึกษาที่เป็นชาติพันธุ์ กลุ่มชนเผ่าพื้นเมือง หรือผู้มีสถานะบุคคลที่ยังไม่ได้รับสัญชาติไทย ซึ่งอยู่ระหว่างขอสัญชาติไทยให้เข้าถึงกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาได้

ทั้งนี้ กมธ.ได้หารือเพื่อบัญญัติถ้อยคำให้ครอบคลุมถึงบุคคลดังกล่าว และได้เสนอให้ใช้คำว่า “กลุ่มบุคคลที่รอการพัฒนาสถานะทางทะเบียนของ กรมการปกครอง” ซึ่งเราจะนำมาบัญญัติเพิ่มเติมไว้จากเดิมที่ระบุในร่างนี้เพียงว่าเฉพาะมีสัญชาติไทยจึงจะเข้าถึงกองทุนนี้ได้

“กมธ. มีความเห็นว่าเด็กไทยทุกคนที่เกิดหรืออยู่ในผืนแผ่นดินไทย และอยู่ระหว่างรอการพิสูจน์สัญชาติควรที่จะมีสิทธิ์เข้าถึงกองทุน กยศ. ซึ่งในขณะนี้กรรมาธิการฯ ได้พิจารณาครบทุกมาตราแล้ว ทางกมธ. หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเมื่อร่างพ.ร.บ.นี้เข้าสู่การพิจารณาวาระ2-3 สภาผู้แทนราษฎรจะได้รับความเห็นชอบเพื่อประกาศใช้โดยเร็ว” นพ.บัญญัติ กล่าว