‘วัดพระธรรมกาย’จัดโครงการบรรพชาสามเณรฟื้นฟูพระพุทธศาสนาทั่วไทย 5,000 รูป‘ปิดเทอมเติมธรรม’

‘วัดพระธรรมกาย’จัดโครงการบรรพชาสามเณรฟื้นฟูพระพุทธศาสนาทั่วไทย 5,000 รูป‘ปิดเทอมเติมธรรม’

‘วัดพระธรรมกาย’จัดโครงการบรรพชาสามเณรฟื้นฟูพระพุทธศาสนาทั่วไทย 5,000 รูป‘ปิดเทอมเติมธรรม’

วันพุธ ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2568, 12.01 น.

‘วัดพระธรรมกาย’จัดโครงการบรรพชาสามเณรฟื้นฟูพระพุทธศาสนาทั่วไทย 5,000 รูป‘ปิดเทอมเติมธรรม’

วัดพระธรรมกาย ตำบลคลองสาม อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ได้จัดโครงการบรรพชาสามเณรฟื้นฟูพระพุทธศาสนาทั่วไทย 5,000  รูป ประจำปี 2568 “ปิดเทอมเติมธรรม” มีเยาวชน 8,000 คน จากศูนย์ส่งเสริมศีลธรรมจังหวัด กว่า 200 แห่งทั่วประเทศ ระยะเวลาการอบรม ตั้งแต่วันที่ 1- 30 เมษายน พ.ศ. 2568 (ระยะเวลา 30 วัน) ณ ศูนย์ส่งเสริมศีลธรรมประจำจังหวัดทั่วประเทศ

บรรยากาศที่ ศูนย์บวชวัดพระธรรมกาย มี พระครูปลัดรัตนวีรวัฒน์ เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย เป็นพระอุปัชฌาย์โครงการบรรพชาสามเณรฟื้นฟูพระพุทธศาสนาทั่วไทย 5,000  รูป ประจำปี 2568 จำนวน 400 กว่ารูป พร้อมคณะเจ้าภาพ ผู้ปกครอง และคณะญาติ เข้าร่วมพิธีเวียนประทักษิณ และพิธีขอขมามอบผ้าไตร เป็นจำนวนมาก ภายในพิธีขอขมา นาคธรรมทายาทมีโอกาสเขียนบันทึกความในใจถึงพระคุณของบิดามารดาด้วย เนื่องจากสถานการณ์ปัจจุบัน สื่อสังคมออนไลน์มีอิทธิพลต่อทุกชีวิตของครอบครัว การถ่ายทอดข้อมูลข่าวสารโดยขาดการใช้วิจารณญาณส่งผลให้แต่ละคนแยกตัวเองออกมาจากสังคมปกติ และยังส่งผลกระทบต่อคุณภาพการศึกษา อันเนื่องมาจากขาดวินัยในตนเอง การบรรพชาสามเณร“ปิดเทอมเติมธรรม” จึงเป็นเป็นการสร้างพฤติกรรมและสิ่งแวดล้อมใหม่ให้กับเยาวชน หลังลาสิกขาจึงเป็นการปรับพฤติกรรมเด็กและเยาวชนไทยให้เข้าสู่วิถีชีวิตที่ดีงาม เป็นลูกที่ดีของพ่อแม่ เป็นศิษย์ที่ดีของครูอาจารย์ เป็นพลเมืองดีของชาติและเกิดพลังสืบสานพระพุทธศาสนา

ด้าน พระครูสมุห์สนิทวงศ์ วุฑฺฒิวํโส ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย ในฐานะประชาสัมพันธ์โครงการบรรพชาสามเณรฟื้นฟูพระพุทธศาสนาทั่วไทย 5,000  รูป ประจำปี 2568 กล่าวว่า วัดพระธรรมกาย และศูนย์ส่งเสริมศีลธรรมจังหวัดทั่วประเทศจัดพิธีบรรพชาสามเณร ระหว่างวันที่ 3-5 เมษายน 2567 ณ ศูนย์ส่งเสริมศีลธรรมจังหวัด จำนวนกว่า 200 แห่งทั่วประเทศ รวมถึงวัดพระธรรมกายด้วย โดยปีนี้มีเยาวชนสนใจสมัครเข้าร่วมโครงการ ฯ และผ่านคุณสมบัติตามเกณฑ์ที่โครงการกำหนด จำนวน 8,000  คน ซึ่งในระหว่างการเข้าร่วมในโครงการ เยาวชนจะได้ใช้เวลาช่วงปิดภาคเรียนให้เป็นประโยชน์ด้วยการศึกษาธรรมะ ปลูกฝังให้เยาวชนมีความรัก และศรัทธาในพระพุทธศาสนา มีใจรักการปฏิบัติธรรม เกิดความรักเคารพในพระรัตนตรัย เป็นสัมมาทิฏฐิบุคคล ภายใต้บรรยากาศการเรียนรู้ ‘สุข สนุก อบอุ่น ใฝ่ธรรม’ นำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้จริง อีกทั้งปลูกฝังให้มีความกตัญญูต่อบิดามารดา และผู้มีอุปการคุณ

สำหรับโครงการบรรพชาสามเณรฟื้นฟูพระพุทธศาสนาทั่วไทย 5,000  รูป ประจำปี 2568 จัดขึ้นโดยความร่วมมือของชมรมพุทธศาสตร์สากล ฯ, ศูนย์ส่งเสริมศีลธรรมประจำจังหวัดทั่วประเทศ, องค์การพุทธโลก (World Alliance of Buddhists – WAB), องค์กรอาสาสมัครเพื่อสันติภาพ (V-PEACE), หน่วยงานทางการศึกษา ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เข้าร่วมโครงการ, โรงเรียน หรือสถาบันการศึกษาที่เข้าร่วมโครงการ, ภาคีเครือข่ายภาครัฐและเอกชน, เครือข่ายคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกายทั่วโลก, วัดพระธรรมกาย และมูลนิธิธรรมกาย ระหว่างวันที่ 1 – 30 เม.ย. 2568 (ระยะเวลา 30 วัน) ณ ศูนย์ส่งเสริมศีลธรรมประจำจังหวัดทั่วประเทศ และวัดพระธรรมกาย สามารถติดตามข่าวสารข้อมูลโครงการได้ที่ http://www.xn--b3c5a0b.com/ และ http://www.dmycenter.com หรือที่ IG, Facebook, twitter @dhammakayainfo หรือสอบถามที่หมายเลขโทรศัพท์ 02-831-1234

ครม.ไฟเขียวเสนอ‘พระปรางค์วัดอรุณฯ’ ขึ้นบัญชีเบื้องต้นมรดกโลก

ครม.ไฟเขียวเสนอ‘พระปรางค์วัดอรุณฯ’ ขึ้นบัญชีเบื้องต้นมรดกโลก

ครม.ไฟเขียวเสนอ‘พระปรางค์วัดอรุณฯ’ ขึ้นบัญชีเบื้องต้นมรดกโลก

วันพุธ ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ครม.เห็นชอบการนำเสนอแหล่งมรดกทางวัฒนธรรม“พระปรางค์วัดอรุณราชวรารามฯ อัตลักษณ์แห่งกรุงรัตนโกสินทร์”เข้าสู่บัญชีรายชื่อเบื้องต้น Tentative List ของศูนย์มรดกโลก

เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่าคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เสนอ ดังนี้1. เห็นชอบเอกสารนำเสนอ แหล่งมรดกทางวัฒนธรรม“พระปรางค์ วัดอรุณราชวราราม อัตลักษณ์ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์”ภายใต้ชื่อ “Phra Prang of WatArunRatchawararam : The Masterpiece of Kung Rattanakosin” เข้าสู่บัญชีรายชื่อเบื้องต้น(Tentative List)ของศูนย์มรดกโลก

2. เห็นชอบให้ประธานกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลกลงนามในเอกสารนำเสนอแหล่งมรดกทางวัฒนธรรม“พระปรางค์ วัดอรุณราชวราราม อัตลักษณ์แห่งกรุงรัตนโกสินทร์”ภายใต้ชื่อ “Phra Prang of WatArunRatchawararam : The Masterpiece of Krung Rattanakosin” เข้าสู่บัญชีรายชื่อเบื้องต้น (Tentative List) ซองศูนย์มรดกโลก ต่อศูนย์มรดกโลก กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส

3. มอบหมายให้สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะหน่วยประสานงานกลางอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองมรดกโลกทางวัฒนธรรมและทางธรรมชาติ นำเสนอเอกสารการนำเสนอแหล่งมรดกทางวัฒนธรรม“พระปรางค์ วัดอรุณราชวราราม อัตลักษณ์แห่งกรุงรัตนโกสินทร์”ภายใต้ชื่อ“Phra Prang of WatArunRatchawararam : The Masterpiece of Krung Rattanakosin”เข้าสู่บัญชีรายชื่อเบื้องต้นของศูนย์มรดกโลก ต่อ ศูนย์มรดกโลก กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส

ปลัด ศธ.เคลียร์ชัด! ปมเฟคนิวส์’พรบ.สถานบันเทิงครบวงจร’

ปลัด ศธ.เคลียร์ชัด! ปมเฟคนิวส์'พรบ.สถานบันเทิงครบวงจร'

ปลัด ศธ.เคลียร์ชัด! ปมเฟคนิวส์’พรบ.สถานบันเทิงครบวงจร’

วันอังคาร ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2568, 21.15 น.

กระทรวงศึกษาธิการชี้แจง กรณีมีข่าวเฟคนิวส์ ประเด็น พ.ร.บ.สถานบันเทิงครบวงจร

เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2568 ดร.สุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวถึงกรณีที่มีการแชร์ข่าวกันในโซเชียล ข้อความว่า “กระทรวงศึกษาธิการ เห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ. ….” นั้น จริงๆ แล้ว เรื่องนี้เกิดจากเมื่อปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา ตนได้ประชุมร่วมกับกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ (พณ.) ถึงประเด็นการแก้ปัญหาบุหรี่ไฟฟ้าในสถานศึกษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ที่มี พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เป็นประธาน ซึ่งได้ประชุมถึงปัญหาบุหรี่ไฟฟ้ากำลังเป็นที่นิยมและแพร่ระบาดในกลุ่มเด็กและเยาวชน ซึ่งเจตนารมณ์ของ ศธ.ต้องการให้อำนาจผู้อำนวยการสถานศึกษา หรือครูฝ่ายปกครองที่ได้รับมอบหมายจากผู้อำนวยการสถานศึกษา ได้ทำหน้าที่เป็นเจ้าพนักงานตรวจยึดบุหรี่ไฟฟ้าได้ตามข้องกฎหมายของกระทรวงพาณิชย์ โดย ศธ.ได้ย้ำว่าการให้อำนาจผู้อำนวยการสถานศึกษา หรือครูฝ่ายปกครองที่ได้รับมอบหมายจากผู้อำนวยการสถานศึกษา ได้ทำหน้าที่เป็นเจ้าพนักงานตรวจยึดบุหรี่ไฟฟ้านั้น จะดำเนินการเฉพาะภายในขอบเขตของสถานศึกษาเพียงอย่างเดียว ซึ่ง พณ.มีความเข้าใจและเห็นชอบในหลักการที่จะปรับแก้ไขระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพราะมีช่องทางที่สามารถแก้ไขระเบียบข้อบังคับตามประกาศ เรื่อง กำหนดให้บารากู่และบารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้าเป็นสินค้าที่ต้องห้ามในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ.2557

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้ถามถึงประเด็นการจัดทำร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ. …. ผมก็ให้ความเห็นไปว่า “การจัดทำร่าง พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวถือเป็นเรื่องดีที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจประเทศ แต่ทั้งนี้ จะต้องกำหนดเงื่อนไขป้องกันเด็กและเยาวชนไม่ให้ไปสุ่มเสี่ยงกับกับการพนันด้วย ซึ่งเป็นการให้ความเห็นประกอบการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) เกี่ยวกับเรื่องนี้ ไม่ได้ขัดข้องในการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ด้วยกระทรวงศึกษาธิการ เป็นหน่วยงานที่ให้การศึกษาแก่เด็กและเยาวชน จึงต้องมีเงื่อนไขในการดำเนินการตามกฎหมายเดิม เพื่อคุ้มครองเด็กและเยาวชนอย่างเคร่งครัดด้วย” ปลัด ศธ.กล่าว และว่า ซึ่งตนก็ไม่ทราบว่านักข่าวต้นฉบับนี้แปลความหมายการสัมภาษณ์ตนอย่างไร เพราะมีนักข่าวหลายสำนักมาสัมภาษณ์ แต่ก็ไม่เห็นมีฉบับไหนลงเหมือนกับที่เป็นข่าว ซึ่งทำให้กระทรวงศึกษาธิการเสียหายเป็นอย่างมาก

สพฐ.เผยภาพรวมสอบเข้า ม.1 ม.4 เรียบร้อยดี ดูรายชื่อรร.ที่ว่าง 11 เม.ย.

สพฐ.เผยภาพรวมสอบเข้า ม.1 ม.4 เรียบร้อยดี ดูรายชื่อรร.ที่ว่าง 11 เม.ย.

สพฐ.เผยภาพรวมสอบเข้า ม.1 ม.4 เรียบร้อยดี ดูรายชื่อรร.ที่ว่าง 11 เม.ย.

วันอังคาร ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2568, 18.15 น.

สพฐ.เผยภาพรวมสอบเข้า ม.1 ม.4 เรียบร้อยดี ดูรายชื่อโรงเรียนที่ว่างได้ 11 เม.ย.นี้ พร้อมเร่งสำรวจอาคารโรงเรียนที่เสียหายหนัก และเตรียมนำหลักสูตรฯรับมือภัยพิบัติ-ภัยธรรมชาติ ลงสู่ห้องเรียน

8 เมษายน 2568 ว่าที่ร้อยตรีธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) เป็นประธานการประชุมผู้บริหาร สพฐ. โดยนำข้อสั่งการของ พลตำรวจเอกเพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) แจ้งต่อที่ประชุมเพื่อให้ผู้บริหารและบุคลากรดำเนินการขับเคลื่อนอย่างเร่งด่วน และติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานที่ได้สั่งการไปแล้ว โดยมีผู้บริหารระดับสูงของ สพฐ. ได้แก่ นางเกศทิพย์ ศุภวานิช รองเลขาธิการ กพฐ. นายพัฒนะ พัฒนทวีดล รองเลขาธิการ กพฐ. นายภูธร จันทะหงษ์ ปุณยจรัสธำรง ผู้ช่วยเลขาธิการ กพฐ. นางภัทริยาวรรณ พันธุ์น้อย ผู้ช่วยเลขาธิการ กพฐ. รวมถึงผู้อำนวยการเขตตรวจราชการ ผู้อำนวยการสำนักต่างๆ และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ ห้องประชุม สพฐ. 1 อาคาร สพฐ. 4 ชั้น 2 กระทรวงศึกษาธิการ และผ่านระบบ Zoom meeting

ว่าที่ร้อยตรี ธนุ กล่าวว่า วันนี้ในที่ประชุมได้หารือประเด็นต่างๆ ที่สำคัญ อาทิ รายงานการสำรวจสถานศึกษาในสังกัด สพฐ. ที่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหว (ข้อมูล ณ วันที่ 8 เมษายน 2568) พบว่า มีสถานศึกษาที่ได้รับผลกระทบ รวม 2,944 แห่ง ทั่วประเทศ แบ่งเป็น กลุ่มสีเขียว (เสียหายเล็กน้อย/ไม่เสียหาย) จำนวน 2,512 แห่ง กลุ่มสีส้ม (เสียหายปานกลาง) จำนวน 353 แห่ง และกลุ่มสีแดง (เสียหายหนัก) จำนวน 66 แห่ง โดยจังหวัดที่มีสถานศึกษารายงานผลกระทบเข้ามามากสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1. เชียงใหม่ 247 แห่ง 2. กรุงเทพมหานคร 214 แห่ง 3. ลำปาง 169 แห่ง 4. พิจิตร 163 แห่ง 5. กาญจนบุรี 157 แห่ง ทั้งนี้ สพฐ. ได้ประสานวิศวกรอาสาซึ่งมีอยู่ประมาณ 200 กว่าคน ลงพื้นที่สำรวจสถานศึกษาในกลุ่มสีส้มและสีแดงก่อน เพื่อยืนยันว่าอาคารสถานที่ในโรงเรียนที่ได้รับความเสียหายสามารถใช้งานได้หรือไม่ หากอาคารใดเสียหายหนักไม่สามารถใช้งานได้ต้องสั่งหยุดใช้ไปก่อน แต่หากเสียหายปานกลางหรือเสียหายน้อย ก็จะรีบดำเนินการของบประมาณเพื่อมาซ่อมแซมให้แล้วเสร็จทันก่อนวันเปิดภาคเรียน 1/2568 ในวันที่ 16 พฤษภาคมนี้

สำหรับการสอบคัดเลือกนักเรียนเข้าศึกษาต่อชั้น ม.1 และ ม. 4 ซึ่งได้เลื่อนจากวันที่ 29-30 มีนาคม มาเป็นวันที่ 5-6 เมษายน 2568 เนื่องจากเหตุแผ่นดินไหว นั้น โดยภาพรวมพบว่าสามารถจัดการสอบได้เรียบร้อยดี ไม่มีการร้องเรียนหรือพบเรื่องทุจริตใดๆ และมีการดำเนินการตามแนวปฏิบัติเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกรณีหากเกิดแผ่นดินไหวในพื้นที่จัดสอบ โดยในวันที่ 4 เมษายน โรงเรียนทุกแห่งที่เป็นสถานที่จัดสอบได้มีการฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุแผ่นดินไหวแบบเสมือนจริง ซึ่งทุกโรงเรียนให้ความร่วมมือดีมากและได้ผลตอบรับที่ดีจากนักเรียนและผู้ปกครอง ต่อไปอาจมีการฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุเป็นประจำทุกเดือน ไม่ใช่แค่ภัยพิบัติจากแผ่นดินไหวเท่านั้น ต้องมีการรับมือภัยจากเหตุอื่นๆ ด้วย เช่น ภัยธรรมชาติ ภัยจากมนุษย์ แผนการอพยพ เป็นต้น เพื่อให้นักเรียนและครูมีทักษะชีวิต สามารถเอาตัวรอดในสถานการณ์ไม่ปลอดภัยทั้งหลายได้ ทั้งนี้ สำหรับนักเรียนที่พลาดหวังในการสอบ สามารถตรวจสอบรายชื่อโรงเรียนและจำนวนที่นั่งว่าง ได้ที่เว็บไซต์ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกแห่ง ภายในวันที่ 11 เมษายน จากนั้นยื่นความจำนงผ่านระบบออนไลน์ วันที่ 17-22 เมษายน ประกาศผล 24 เมษายน และมอบตัว 27 เมษายน 2568 ขอให้ผู้ปกครองมั่นใจว่าบุตรหลานจะมีที่เรียนอย่างแน่นอน

“นอกจากนี้ ด้วยเหตุแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้น นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้กระทรวงศึกษาธิการ และ สพฐ. ทบทวนหลักสูตรการเรียนการสอน การเรียนรู้การป้องกันภัยพิบัติต่างๆ ลงสู่ห้องเรียน โดยเราได้วิเคราะห์แล้วพบว่าในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 ในหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน มีเนื้อหาที่เกี่ยวกับการรับมือภัยพิบัติ และภัยธรรมชาติอยู่แล้ว ใน 3 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ได้แก่ 1. สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม (ชั้น ป.6, ม.1-3, ม.4-6) 2. สุขศึกษาและพลศึกษา (ชั้น ป.1-3, ป.6) และ 3. วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ชั้น ป.6, ม.6) และในหนังสืออ่านเพิ่มเติม ภัยพิบัติทางธรรมชาติและการรับมือภัยพิบัติ (ชั้นประถม-มัธยม) เพียงแต่เป็นการสอนให้ความรู้อย่างเดียว ยังไม่ได้สอนการปฏิบัติจริง จากนี้ก็จะมีการกำชับไปยังเขตพื้นที่และสถานศึกษาทุกแห่ง ให้มีการนำหลักสูตรลงสู่การปฏิบัติ ผ่านกิจกรรมการเรียนรู้แบบเสมือนจริง เพื่อให้นักเรียนรู้ เข้าใจ และปฏิบัติตนได้อย่างปลอดภัยจากภัยพิบัติต่างๆ” เลขาธิการ กพฐ. กล่าว

ครม.ไฟเขียวเสนอ‘พระปรางค์วัดอรุณฯ’ขึ้นบัญชีเบื้องต้นมรดกโลก

ครม.ไฟเขียวเสนอ‘พระปรางค์วัดอรุณฯ’ขึ้นบัญชีเบื้องต้นมรดกโลก

ครม.ไฟเขียวเสนอ‘พระปรางค์วัดอรุณฯ’ขึ้นบัญชีเบื้องต้นมรดกโลก

วันอังคาร ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2568, 14.16 น.

ครม.เห็นชอบการนำเสนอแหล่งมรดกทางวัฒนธรรม‘พระปรางค์ วัดอรุณราชวราราม อัตลักษณ์แห่งกรุงรัตนโกสินทร์’ เข้าสู่บัญชีรายชื่อเบื้องต้น Tentative List ของศูนย์มรดกโลก

8 เมษายน 2568 นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เสนอ ดังนี้

1. เห็นชอบเอกสารนำเสนอแหล่งมรดกทางวัฒนธรรม “พระปรางค์ วัดอรุณราชวราราม อัตลักษณ์ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์” ภายใต้ชื่อ “Phra Prang of Wat Arun Ratchawararam : The Masterpiece of Kung Rattanakosin” เข้าสู่บัญชีรายชื่อเบื้องต้น (Tentative List) ของศูนย์มรดกโลก

2. เห็นชอบให้ประธานกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลกลงนามในเอกสารนำเสนอแหล่งมรดกทางวัฒนธรรม “พระปรางค์ วัดอรุณราชวราราม อัตลักษณ์แห่งกรุงรัตนโกสินทร์”ภายใต้ชื่อ “Phra Prang of Wat Arun Ratchawararam : The Masterpiece of Krung Rattanakosin” เข้าสู่บัญชีรายชื่อเบื้องต้น (Tentative List) ซองศูนย์มรดกโลก ต่อศูนย์มรดกโลก กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส

3. มอบหมายให้สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะหน่วยประสานงานกลางอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองมรดกโลกทางวัฒนธรรมและทางธรรมชาตินำเสนอเอกสารการนำเสนอแหล่งมรดกทางวัฒนธรรม “พระปรางค์ วัดอรุณราชวราราม อัตลักษณ์แห่งกรุงรัตนโกสินทร์” ภายใต้ชื่อ “Phra Prang of Wat Arun Ratchawararam : The Masterpiece of Krung Rattanakosin” เข้าสู่บัญชีรายชื่อเบื้องต้นของศูนย์มรดกโลก ต่อศูนย์มรดกโลก กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส

ARDA เปิดตัวหลักสูตร ‘ผู้บริหารงานวิจัยและนวัตกรรมเกษตร’ เสริมสกิลเครือข่ายนักวิจัย

ARDA เปิดตัวหลักสูตร ‘ผู้บริหารงานวิจัยและนวัตกรรมเกษตร’ เสริมสกิลเครือข่ายนักวิจัย

ARDA เปิดตัวหลักสูตร ‘ผู้บริหารงานวิจัยและนวัตกรรมเกษตร’ เสริมสกิลเครือข่ายนักวิจัย

วันอังคาร ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ ARDA จัดอบรมหลักสูตร ผู้บริหารงานวิจัยและนวัตกรรมเกษตร” สร้างเครือข่ายผู้บริหารงานวิจัยที่ได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจาก ARDA ร่วมผลักดันการพัฒนาผลงานวิจัยคุณภาพที่มุ่งเน้นการนำไปต่อยอดใช้ประโยชน์ในกระบวนการผลิตภาคการเกษตรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ อีกทั้งยังเป็นการพัฒนาศักยภาพบุคลากรทางการวิจัยให้เกิดวิสัยทัศน์ในการพัฒนางานวิจัยที่ตอบโจทย์ปัญหาภาคอุตสาหกรรมเกษตร สร้างการบูรณาการเครือข่ายและเชื่อมโยงการทำงานระหว่างผู้บริหารงานวิจัย นักวิเคราะห์ สถาบันการศึกษา หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนที่ได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจาก ARDA โดยได้รับเกียรติจากดร.วิชาญ อิงศรีสว่าง ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร เป็นประธานในพิธีเปิดและปิดหลักสูตรฯ

ดร.วิชาญ อิงศรีสว่าง ผู้อำนวยการ ARDA กล่าวว่า หลักสูตรดังกล่าวจะเน้นการสร้างเครือข่ายงานวิจัยให้ผู้บริหารงานวิจัย นักวิเคราะห์ที่เกี่ยวข้องกับงานวิจัย สถาบันการศึกษา ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการทำงานร่วมกับ PMU ทั้งหน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน และผู้เกี่ยวข้อง ได้เข้าใจแนวทางการบริหารจัดการงานวิจัย ตั้งแต่การจัดสรรทุน การบริหารงบประมาณ การวางแผนโครงการวิจัย ไปจนถึงการเชื่อมโยงผลงานวิจัยกับภาคเอกชน เพื่อให้เกิดการพัฒนางานวิจัยที่ตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มเป้าหมายเพื่อที่จะนำไปใช้ประโยชน์จริงในเชิงพาณิชย์ต่อไปได้

ด้าน นายศิริศักดิ์ เปรมปิยะวัฒน์ ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาบุคลากรภาคธุรกิจการเกษตร กล่าวเพิ่มเติมว่า หลักสูตรนี้แบ่งการอบรมออกเป็น 2 รุ่น รุ่นละ 50 คน รวมทั้งสิ้น 100 คน โดยรุ่นที่ 1 กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 10 – 14 และ 17 – 19 กุมภาพันธ์ 2568 และรุ่นที่ 2 กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 3 – 7 และ 10 – 12 มีนาคม 2568โดยทางผู้เข้าอบรมจะได้เรียนรู้แนวทางการบริหารจัดการทุนวิจัยของ ARDA และการถ่ายทอดองค์ความรู้จากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิในแวดวงการเกษตรที่มาร่วมแลกเปลี่ยนและให้ความรู้กับผู้เข้าอบรมตลอดหลักสูตรครอบคลุมเนื้อหาสำคัญใน 5 กลุ่ม ได้แก่ 1.ทิศทางงานวิจัยภาคการเกษตร การเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร และการใช้ประโยชน์งานวิจัยในธุรกิจเกษตร , 2.การปฏิรูประบบวิจัย และการแลกเปลี่ยนประสบการณ์เพื่อสร้างโอกาสในการบริหารงานวิจัยร่วมกัน , 3.การวางแผน การจัดการโครงการวิจัย และการเขียนบทสรุปและรายงานวิจัย , 4.การใช้เครื่องมือสมัยใหม่ในการวิเคราะห์โครงการวิจัย และ 5.การทำงานเป็นทีม

ถึงแม้การลงทุน R&D เพื่อขับเคลื่อนภาคการเกษตรไทย อาจต้องใช้เวลาและทรัพยากรจำนวนมาก แต่หากสามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประเทศไทยก็มีโอกาสก้าวขึ้นเป็นประเทศชั้นนำด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีในอนาคต การอบรมหลักสูตรนี้ จึงถือเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยสร้างงานวิจัยคุณภาพและเชื่อมโยงงานวิจัยด้านการเกษตรไปขยายผลสู่ภาคเอกชนให้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง ซึ่งจะเป็นการช่วยเพิ่มมูลค่าโดยเฉพาะในอุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร ซึ่งเป็นจุดแข็งของประเทศต่อไป  ดร.วิชาญ กล่าวทิ้งท้าย

สจล.-โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จับมือ MOU พัฒนาหลักสูตรและการจัดการเนื้อหาการเรียนรู้ออนไลน์

สจล.-โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จับมือ MOU พัฒนาหลักสูตรและการจัดการเนื้อหาการเรียนรู้ออนไลน์

สจล.-โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จับมือ MOU พัฒนาหลักสูตรและการจัดการเนื้อหาการเรียนรู้ออนไลน์

วันอังคาร ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

พัฒนาหลักสูตร – รศ.ดร.คมสัน มาลีสี อธิการบดี สจล. และรศ.นพ.ทวีสิน ตันประยูร ประธานปฏิบัติการด้านการแพทย์ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์อินเตอร์เนชั่นแนล ร่วมกันลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ เพื่อการพัฒนาหลักสูตรและการจัดการเนื้อหาการเรียนรู้ออนไลน์ ผ่าน KMITL Masterclass ณ ห้องประชุม 701 ชั้น 7 อาคารกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ สจล.

​‘เสมา1’ มอบรางวัลแสดงความยินดี 3 นักเรียนเก่ง

​‘เสมา1’ มอบรางวัลแสดงความยินดี 3 นักเรียนเก่ง

​‘เสมา1’ มอบรางวัลแสดงความยินดี 3 นักเรียนเก่ง

วันอังคาร ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่ากระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังการประชุมประสานภารกิจ ศธ.ว่า ได้มอบรางวัลและร่วมแสดงความยินดีกับนักเรียนที่ได้รับรางวัลจากการประกวดวาดภาพระบายสี “โตโยต้ารถยนต์ในฝัน Toyota Dream Car Art Contest 2025” ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ณ ประเทศไทย และได้รับรางวัลชนะเลิศ (Grand Prize) จากการส่งผลงานดังกล่าว ณ ประเทศญี่ปุ่น และนักเรียนได้รับรางวัลจากการแข่งขันกีฬาสแต็คชิงแชมป์เอเชียด้วย

“ขอให้นักเรียนทั้ง 3 คน ได้เก็บภาพในวันนี้ เป็นความภาคภูมิใจของตัวเอง ในการนำชื่อเสียงมาสู่ประเทศ พร้อมขอให้นำรางวัลครั้งนี้ สร้างเป็นแรงบันดาลใจในการดำเนินชีวิต และพัฒนาตัวเอง ให้เป็นคนฉลาดรู้ ฉลาดคิด ฉลาดทำ ต่อเนื่องต่อไป” รมว.ศธ. กล่าวและว่า…

สำหรับนักเรียนที่ได้รับรางวัลจากการประกวดระดับนานาชาติ และนำชื่อเสียงมาสู่ประเทศ คือ 1. ด.ญ.วริศรา สัมฤทธิ์ โรงเรียนอนุบาลวังสามหมอ จ.อุดรธานี ได้รับรางวัลถ้วยพระราชทาน กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จากการแข่งกิจกรรมประกวดภาพวาดระบายสี “โตโยต้ารถยนต์ในฝัน Toyota Dream Car Art Contest 2025” ประเทศไทย และได้รับรางวัลชนะเลิศ (Grand Prize) จากการส่งผลงานดังกล่าว เข้าร่วมประกวด TOYOTA Dream Car Art Contest ณ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีผลงานของเยาวชนจากทุกภูมิภาคทั่วโลกเข้าร่วมคัดเลือกกว่า 90 ประเทศ , 2.ด.ญ.ฐิตาภัทร์ กิจดี โรงเรียนวัดท่าเกวียน (สัยอุทิศ) จ.ฉะเชิงเทรา ได้รับรางวัล All-around ชนะเลิศอันดับ 1 จากการแข่งขันระดับนานาชาติรายการ WSSA 2024 Asian Open Sport Stacking Championships  (การแข่งขันกีฬาสแต็คชิงแชมป์เอเชีย) ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย และ 3.ด.ญ.พิชญธิดา สมศรี โรงเรียนวัดท่าเกวียน (สัยอุทิศ) จ.ฉะเชิงเทรา ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 การแข่งขันประเภทคู่ รุ่นอายุไม่เกิน 10 ปี จากการแข่งขันระดับนานาชาติรายการ WSSA 2024 Asian Open Sport Stacking Championships (การแข่งขันกีฬาสแต็ค    ชิงแชมป์เอเชีย) ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย

สพฐ. ชื่นชม ผอ.สพท.โชว์ผลงานสุดว้าวในพื้นที่ ขับเคลื่อน ‘เรียนดี มีความสุข’ ลงสู่ห้องเรียนได้จริง

สพฐ. ชื่นชม ผอ.สพท.โชว์ผลงานสุดว้าวในพื้นที่ ขับเคลื่อน ‘เรียนดี มีความสุข’ ลงสู่ห้องเรียนได้จริง

สพฐ. ชื่นชม ผอ.สพท.โชว์ผลงานสุดว้าวในพื้นที่ ขับเคลื่อน ‘เรียนดี มีความสุข’ ลงสู่ห้องเรียนได้จริง

วันอังคาร ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นประธานการประชุมผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ เพื่อแจ้งข้อราชการสำคัญและนโยบายสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ 2568 โดยมี  นางเกศทิพย์ ศุภวานิช รองเลขาธิการ กพฐ. นายพัฒนะ พัฒนทวีดล รองเลขาธิการ กพฐ. นายธีร์ ภวังคนันท์ รองเลขาธิการ กพฐ. นายภูธร จันทะหงษ์ ปุณยจรัสธำรง ผู้ช่วยเลขาธิการ กพฐ. นางภัทริยาวรรณ พันธุ์น้อย ผู้ช่วยเลขาธิการ กพฐ. รวมถึงผู้อำนวยการและรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (ผอ.สพท.) ทั้ง 245 เขตทั่วประเทศ ผู้บริหารสถานศึกษาสังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ 77 จังหวัด เข้าร่วม ณ ห้องประชุม สพฐ. 1 อาคาร สพฐ. 4 ชั้น 2 กระทรวงศึกษาธิการ

ว่าที่ร้อยตรี ธนุ กล่าวว่า การประชุม ผอ.สพท. รูปแบบใหม่นี้ นอกจากแจ้งข้อราชการสำคัญและนโยบายด้านการศึกษาให้ ผอ.สพท. ได้รับทราบและปฏิบัติแล้ว ต้องการให้เขตพื้นที่ต่างๆ ได้รายงานผลความสำเร็จในการขับเคลื่อนนโยบาย “เรียนดี มีความสุข” ของ ศธ. ซึ่งเป็นการรายงานผลการดำเนินงานที่เกิดขึ้นหรือเสร็จสิ้นแล้ว จนเห็นผลเป็นรูปธรรมตามสภาพจริงในพื้นที่ โดยไม่สร้างภาระให้กับครูและบุคลากรฯ รวมถึงโรงเรียน พร้อมทั้งเน้นย้ำว่าเราต้องการวัดสมรรถนะของ ผอ.สพท. ในเรื่องการนำนโยบายของ ศธ. และ สพฐ. ลงสู่การปฏิบัติ ซึ่งเป็นสมรรถนะที่ ผอ.เขต ทุกคนต้องทำได้ ต้องสามารถสื่อสารกับผู้บริหารและครูของโรงเรียนในสังกัด ให้นำนโยบายไปปฏิบัติให้เกิดผลเชิงประจักษ์ได้ รวมถึงการใช้เทคโนโลยีอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสื่อสารไปยังผู้บริหาร ครูและบุคลากรฯ ชุมชน และสาธารณชน ได้รับรู้รับทราบว่ามีการดำเนินงานสำเร็จในเรื่องใดบ้าง และเกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง การลดภาระนักเรียนและผู้ปกครอง การลดภาระครูและบุคลากรฯ การขับเคลื่อน OBEC Zero Drop out “พาน้องกลับมาเรียน นำการเรียนไปให้น้อง” การพัฒนาการศึกษาตามแนวทาง PISA การยกระดับคุณภาพการศึกษาทั้งระบบ และโครงการสุขาดี มีความสุข เป็นต้น

จากนั้น ได้รับชมการนำเสนอผลการดำเนินงานของเขตพื้นที่ต่างๆ อาทิ สพม.นนทบุรี นำเสนอการทำโครงการตามพระราชดำริ และกิจกรรมของนักเรียน ณ โรงเรียนรัตนาธิเบศร์, สพม.สระบุรี นำเสนอการขับเคลื่อน Learn to Earn การสร้างทักษะอาชีพให้นักเรียน ณ โรงเรียนเทพศิรินทร์พุแค, สพป.นครพนม เขต 1 นำเสนอหุ่นยนต์อัจฉริยะจากฝีมือนักเรียน ณ โรงเรียนสุนทรวิจิตร (บำรุงวิทยา), สพป.สุราษฎร์ธานี เขต 2 นำเสนอการนำพระราโชบายด้านการศึกษาสู่การปฏิบัติ ในด้านการสร้างอาชีพให้นักเรียน ณ โรงเรียนวัดเขาศรีวิชัย, สพม.พิจิตร นำเสนอการจัดการเรียนการสอนตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง แบบ Active Learning ณ โรงเรียนเนินปอรังนกชนูทิศ, สพป.นราธิวาส เขต 3 นำเสนอการขับเคลื่อน Soft Power คีตมวยไทย และการส่งเสริมสมรรถนะด้านภาษาไทย-จีน-อังกฤษ ณ โรงเรียนอนุบาลระแงะ และ สพป.นครราชสีมา เขต 4 นำเสนอโครงการมัคคุเทศก์น้อยแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ในชุมชน ณ โรงเรียนบ้านทะเล (เสมาประชาสรรค์) เป็นต้น โดย เลขาธิการ กพฐ. กล่าวชื่นชม ว่าแต่ละเขตพื้นที่สามารถนำเสนอได้ดี เห็นผลงานที่สำเร็จได้ชัดเจน แต่บางเขตยังมีปัญหาเรื่องระบบเสียง จึงขอให้ปรับปรุงให้ดีขึ้นในครั้งต่อไป

โอกาสนี้ ผู้บริหารระดับสูงของ สพฐ. ได้นำเสนอผลการติดตามการดำเนินงานตามนโยบายและจุดเน้น สพฐ. ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ นางเกศทิพย์ ศุภวานิช รองเลขาธิการ กพฐ. เรื่องการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาช่วยในการจัดการเรียนรู้, การยกระดับผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน O-NET, การขับเคลื่อนการยกระดับคุณภาพการศึกษาตามแนวทางการประเมิน PISA,  ส่วนนายพัฒนะ พัฒนทวีดล รองเลขาธิการ กพฐ.  เรื่องการนำคะแนนการสอบเข้า ม.1 และ ม.4 มาใช้ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา, การสอบครูผู้ช่วย สังกัด สพฐ. กรณีมีความจำเป็นหรือมีเหตุพิเศษ,  ขณะที่ นายธีร์ ภวังคนันท์ รองเลขาธิการ กพฐ. เรื่องการดูแลความปลอดภัยของนักเรียนในช่วงปิดภาคเรียน, โครงการ Thai Youth Streets Art, การเสริมสร้างความเข้มแข็งการเยี่ยมโรงเรียน  และนายภูธร จันทะหงษ์ ปุณยจรัสธำรง ผู้ช่วยเลขาธิการ กพฐ. เรื่องการดำเนินงานโครงการโรงเรียนคุณภาพ, โรงเรียนร่วมพัฒนา, โรงเรียน Connext ED, โครงการสุขาดี มีความสุข,  และโรงเรียนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา เป็นต้น

​สอศ. – กปภ. ผนึกกำลัง ปั้นช่างประปามืออาชีพ เสริมทักษะ สร้างรายได้

​สอศ. - กปภ. ผนึกกำลัง ปั้นช่างประปามืออาชีพ เสริมทักษะ สร้างรายได้

​สอศ. – กปภ. ผนึกกำลัง ปั้นช่างประปามืออาชีพ เสริมทักษะ สร้างรายได้

วันอังคาร ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา พร้อมด้วย นายจักรพงศ์ คำจันทร์ ผู้ว่าการการประปาส่วนภูมิภาค เปิดโครงการฝึกอาชีพช่างประปาให้ประชาชน ภายใต้ความร่วมมือ ระหว่าง สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) และการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) โดยมี นายศรายุธ แก้วสินธุ์ รองผู้ว่าการประปาส่วนภูมิภาค (ปฏิบัติการ 4) นายสมพงษ์ พนมชัย ผู้อำนวยสำนักงานอาชีวศึกษาจังหวัดราชบุรี เข้าร่วม ณ วิทยาลัยเทคนิคราชบุรี

นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการ กอศ. กล่าวว่า โครงการนี้ออกแบบมาเพื่อฝึกอบรมทักษะวิชาชีพช่างประปา หลักสูตร การสำรวจ ติดตั้ง ซ่อมแซมท่อประปาในที่พักอาศัยและอาคารสำนักงาน มีระยะเวลาอบรม 3 วัน รวม 18 ชั่วโมง โดยรุ่นที่ 1 และ 2 ระหว่างวันที่ 31 มีนาคม – 2 เมษายน 2568 ที่วิทยาลัยเทคนิคราชบุรี เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนนักศึกษาได้เพิ่มทักษะที่หลายหลาย และประชาชนได้เข้าถึงทักษะอาชีพช่างประปา ซึ่งจะเป็นประโยชน์ทั้งต่อตนเอง ครอบครัว และชุมชน อีกทั้งยังสามารถสร้างอาชีพ สร้างรายได้ และช่วยพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจโดยรวม

“สอศ. พร้อมสนับสนุนโครงการนี้อย่างเต็มที่ เพื่อส่งเสริมการฝึกอาชีพและสร้างรายได้ให้กับประชาชน ตลอดจนให้นักเรียนอาชีวะมีทักษะที่หลากหลาย พร้อมเป็นบุคลากรที่มีสมรรถนะตรงตามความต้องการของตลาดแรงงาน ซึ่งจะช่วยผลักดันเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน” เลขาธิการ กอศ.

ด้าน นายจักรพงศ์ คำจันทร์ ผู้ว่าการ กปภ. กล่าวว่า โครงการฝึกอาชีพช่างประปาในปี 2568 มีเป้าหมายจัดฝึกอบรม 20 รุ่น ใน 13 จังหวัด ได้แก่ ราชบุรี ระยอง ปทุมธานี นครศรีธรรมราช ตรัง กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด อุดรธานี มุกดาหาร ยโสธร เชียงราย พิษณุโลก และตาก โดยหลักสูตรการอบรมครอบคลุมทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ อาทิ ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการผลิตน้ำประปาและการใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า ความปลอดภัยในการทำงานช่างประปา ความรู้เกี่ยวกับอุปกรณ์และเครื่องมือสำหรับงานช่างประปาการอ่านแบบระบบสุขาภิบาลเบื้องต้น เทคนิคการซ่อมแซมและติดตั้งระบบท่อประปาภายในอาคาร จากวิทยากรการประปาส่วนภูมิภาค และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาให้ความรู้ ซึ่งผู้เข้ารับการฝึกอบรมจะได้รับวุฒิบัตรรับรอง สามารถนำไปใช้ในการประกอบอาชีพ เพิ่มโอกาสในการทำงาน หรือช่วยลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนโดยสามารถซ่อมแซมระบบประปาได้ด้วยตนเอง