ปัญญาภิวัฒน์ จัดงานเทศกาลมอบทุน นักเรียน ม.ปลาย และเทียบเท่า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/779893

ปัญญาภิวัฒน์ จัดงานเทศกาลมอบทุน  นักเรียน ม.ปลาย และเทียบเท่า

ปัญญาภิวัฒน์ จัดงานเทศกาลมอบทุน นักเรียน ม.ปลาย และเทียบเท่า

วันพฤหัสบดี ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (พีไอเอ็ม) จัดงาน “พีไอเอ็ม เฟสติวัล 2024” เทศกาลมอบทุนสำหรับนักเรียน ม.ปลายหรือเทียบเท่า ที่สนใจศึกษาต่อระดับปริญญาตรี ในงานพบกับสนามสอบสัมภาษณ์ มีการชิงทุนการศึกษาตลอดวัน ทุกคณะ ทุกสาขาวิชา ทุนมีตั้งแต่ 100% ทุน 50% ทุน 40% และทุน 30% รวมมูลค่าทุนการศึกษากว่า 20 ล้านบาท ในวันศุกร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 08.00-17.00 น. ที่สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ ถนนแจ้งวัฒนะ

นอกจากนี้ นักเรียนที่ร่วมงาน จะได้ให้ชมสถานที่เรียนจริง ร่วมชมเวทีประกวดวงดนตรีสากล “PIM Music Fest” ชิงรางวัลและทุนการศึกษากว่า 900,000 บาท กิจกรรม Workshop และ Walk Rally สัมผัสการเรียนกับคณะที่ชอบ พบกันรุ่นพี่ PIM IDOL รุ่นพี่ศิษย์เก่ามาร่วมแชร์ประสบการณ์การเรียน นอกจากนี้ ยังมีบูธแนะนำหลักสูตรจากทุกคณะพร้อมให้คำปรึกษาทุกเรื่องเรียนต่อป.ตรี ตลาดนัดนักศึกษา ณ สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ ถนนแจ้งวัฒนะ

ลงทะเบียนร่วมงานได้ที่ https://www.pim.ac.th/pimfestival 2024 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร.02-8550000 หรือ 02-8550360 Facebook : Panyapiwat Institute of Management

ศาลาเฉลิมกรุงเปิดแสดงโขนปฐมฤกษ์ ต้อนรับวันเด็กแห่งชา ปี 2567

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/779894

วันพฤหัสบดี ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

โรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุงเปิดการแสดงปฐมฤกษ์ปี 2567 ต้อนรับวันเด็กแห่งชาติ ชมการแสดงโขนชุดหนุมานชาญกำแหง “ชวนน้องหนู…มาดูโขน” โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายในวันเสาร์ที่ 13 มกราคม 2567 นี้ รอบ 13.30 น. ณ โรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุง

การแสดงโขน ชุดหนุมานชาญกำแหง จับตอนตั้งแต่กำเนิดหนุมาน พระพายซัดพละกำลังของพระอิศวร เข้าปากนางสวาหะที่ยืนเหนี่ยวต้นไม้อยู่ และกำเนิดเป็นหนุมาน ช่วยพระรามรบกับทศกัณฐ์จนชนะและได้รับประทานสมณศักดิ์เป็นพระยาอนุชิตจักรกฤษณ์พิพรรธพงศา ได้ไปครองเมืองนพบุรี ถ่ายทอดผ่านการแสดงอันวิจิตรงดงามตระการตาเรื่องราวสั้นกระชับด้วยการพากย์-เจรจา พร้อมด้วยเทคนิคพิเศษที่นำมาผสมผสานจนเป็นการแสดงที่อลังการกำกับการแสดงโดย รศ.ดร.ศุภชัย จันทร์สุวรรณ์ (ศิลปินแห่งชาติ)

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมเล่นเกมส์ ตอบคำถามรับของขวัญมากมาย ตั้งแต่เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป ณ บริเวณด้านหน้าศาลาเฉลิมกรุงก่อนเข้าชมการการแสดงโขนในช่วงบ่าย โดยสอดแทรกเกร็ดความรู้เรื่อง “โขน” ให้กับเด็กๆไปพร้อมกับความบันเทิง

ชมฟรีสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี กับกิจกรรมพิเศษที่จัดขึ้นในโอกาสพิเศษ “ชวนน้องหนู…มาดูโขน”ในรอบ 13.30 น. วันเสาร์ที่ 13 มกราคม 2567 นี้ ณ โรงมหรสพหลว
ศาลาเฉลิมกรุง จำหน่ายบัตรที่ศาลาเฉลิมกรุง โทร.02-2258757-8, 02-2244499 ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ โทร.02-2623456 www.thai
ticketmajor.com

สพป.พิษณุโลก เขต 2 ดูงาน ก.ต.ป.น. สพป.สุโขทัย เขต 2 ต้นแบบยอดเยี่ยมอันดับ1

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/779895

สพป.พิษณุโลก เขต 2 ดูงาน ก.ต.ป.น.  สพป.สุโขทัย เขต 2 ต้นแบบยอดเยี่ยมอันดับ1

สพป.พิษณุโลก เขต 2 ดูงาน ก.ต.ป.น. สพป.สุโขทัย เขต 2 ต้นแบบยอดเยี่ยมอันดับ1

วันพฤหัสบดี ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ดร.ผกาภรณ์ พลายสังข์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต2

(ผอ.สพป.พิษณุโลก เขต 2) พร้อมด้วย นายกิตติพงษ์ โปร่งเจริญรอง ผอ.สพป.พิษณุโลก เขต 2 นำคณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผล และนิเทศการศึกษา คณะอนุกรรมการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผล และนิเทศการศึกษาของเขตพื้นที่ ศึกษาดูงานการดำเนินงานขับเคลื่อนของคณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผลและนิเทศการศึกษา (ก.ต.ป.น.) สพป.สุโขทัย เขต 2

ก.ต.ป.น. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุโขทัยเขต 2 เป็นหน่วยงานที่ได้รับรางวัลระดับคุณภาพดีเยี่ยม ที่ 1 ก.ต.ป.น.ต้นแบบระดับประเทศ คะแนนเต็ม 100 โดยในครั้งนี้ นายวรรณที ศรีโนนยาง ผอ.สพป.สุโขทัย เขต 2 และคณะผู้บริหารได้บรรยายกระบวนการในการดำเนินงานต่างๆ พร้อมต้อนรับเมื่อวันก่อนณ สพป.สุโขทัย เขต 2

วิทยาลัยเพาะช่างฉลองครบรอบ 111 ปี ทำบุญ มอบทุน แสดงผลงานนักศึกษา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/779897

วิทยาลัยเพาะช่างฉลองครบรอบ 111 ปี  ทำบุญ มอบทุน แสดงผลงานนักศึกษา

วิทยาลัยเพาะช่างฉลองครบรอบ 111 ปี ทำบุญ มอบทุน แสดงผลงานนักศึกษา

วันพฤหัสบดี ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

วิทยาลัยเพาะช่าง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ (มทร.) จัดพิธีบวงสรวงถวายเครื่องบูชาองค์พระวิษณุกรรมและถวายสักการะพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวและพระรูปสมเด็จฯเจ้าฟ้าจุฑาธุชธราดิลก กรมขุนเพ็ชรบูรณ์อินทราไชยสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำสถาบัน และถวายเพลแด่พระสงฆ์ เนื่องในโอกาสวันครบรอบการก่อตั้ง 111 ปี โดยมี ดร.ปราจิน เอี่ยมลำเนา นายกสมาคมศิษย์เก่าฯพร้อมด้วย รศ.ดร.อุดมวิทย์ ไชยสกุลเกียรติอธิการบดี มทร.รัตนโกสินทร์ผศ.สุรัฐ  บุญทรง ผู้อำนวยการวิทยาลัยเพาะช่าง คณะผู้บริหาร อาจารย์ และนักศึกษา เข้าร่วมพิธี เมื่อวันอาทิตย์ที่ 7 มกราคม 2567

หลังจากนั้น ภายในงานมีพิธีมอบทุนการศึกษานักศึกษาจากทุนและกองทุนของผู้มีอุปการคุณ ได้แก่ ทุนสมาคมศิษย์เก่าเพาะช่าง ทุนเพื่อนเพาะช่าง รุ่น 2497-98 ทุนพลตรี ธวัชชัย ขยันการนาวี ทุนการศึกษา “โน้ส-อุดม แต้พานิช” กองทุนจักร กาญจนากาศ ทุนคุณธีรชัยเลิศวงศ์ชัยกุล ทุนคุณสุวัฒน์ชัย ทับทิม ศิลปินศิษย์เก่าเพาะช่าง ศิลปะไทย รุ่นที่ 1 กองทุนเฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ และทุนการศึกษาอาม่าซุ้ย แช่โค้ว จากนั้นในช่วงบ่าย เป็นกิจกรรมสาธิตกระบวนการทำงานของทั้ง 14 สาขาวิชา บริเวณด้านหน้าอาคาร 1 และกิจกรรมจัดบูธผลงานของนักศึกษาเนื่องในวาระครบรอบ 111 ปี ซึ่งเปิดให้บุคคลภายนอกเข้าชมบูธต่างๆ ภายในงาน ณ มทร.รัตนโกสินทร์ วิทยาลัยเพาะช่าง

โรงเรียนเพาะช่าง ตั้งอยู่ที่ถนนตรีเพชร แขวงวังบูรพาภิรมย์ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร มีสีแดง-สีดำ เป็นสัญลักษณ์ของสถาบัน เพาะช่างเป็นสถาบันศิลปะการช่าง ก่อตั้งขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยถือเอาวันที่ 7 มกราคม พ.ศ.2456 เป็นวันกำเนิดโรงเรียนเพาะช่าง ซึ่งเป็นวันชุมนุมศิษย์เก่าของทุกปี ปัจจุบันเพาะช่างมีชื่อเต็มคือ “วิทยาลัยเพาะช่าง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์”

คำว่า “เพาะช่าง” ได้รับพระราชทานนามจากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ในวาระที่ได้เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเปิดโรงเรียนเมื่อวันที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2456 สืบเนื่องมาจากงานเฉลิมพระชนมพรรษา ในการที่โรงเรียนเพาะช่างได้รับพระราชทานกำเนิดจากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวนั้น ก็เพราะพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งทรงห่วงใยในศิลปะการช่างของไทยจะถูกอิทธิพลของศิลปวัฒนธรรมต่างชาติ โดยเฉพาะศิลปวัฒนธรรมตะวันตกที่แพร่หลายเข้าครอบงำ อาจถึงคราวเสื่อมสูญได้ จึงมีพระราชประสงค์จะทำนุบำรุงศิลปะการช่างของไทยให้พัฒนาถาวรสืบไป

ปัจจุบันเพาะช่างได้เปิดหลักสูตรการสอนในระดับปริญญาตรี 4 ปี ทั้งภาคปกติและภาคสบทบมีทั้งหมด 3 ภาควิชา คือ ภาควิชาวิจิตรศิลป์ ภาควิชาศิลปะประจำชาติ และภาควิชาออกแบบ โดยสังกัดมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์

Eye Level ประเทศไทย มอบทุน นักเรียนโรงเรียนพระราม 9 กาญจนาภิเษก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/779899

Eye Level ประเทศไทย มอบทุน  นักเรียนโรงเรียนพระราม 9 กาญจนาภิเษก

Eye Level ประเทศไทย มอบทุน นักเรียนโรงเรียนพระราม 9 กาญจนาภิเษก

วันพฤหัสบดี ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

Eye Level ประเทศไทย มอบทุนการศึกษานักเรียนจากโรงเรียนพระราม 9 กาญจนาภิเษก จำนวน 10 ทุน ประกอบด้วยการเรียนคณิตศาสตร์ 5 ทุน และภาษาอังกฤษ 5 ทุน

ทุนการศึกษาดังกล่าว เริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2566 โดยเปิดโอกาสให้นักเรียนทั้ง 10 คนได้เข้ามาได้พบกับระบบการศึกษาแบบใหม่ของ Eye Level ที่มุ่งสร้างนักเรียนที่สามารถเรียนรู้ด้วยตนเองเป็น (Self-Directed Learning) รู้วิธีคิดวิเคราะห์ มีการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง และนำไปใช้ได้ตลอดชีวิต

Eye Level คือ ผู้นำด้านการศึกษาชั้นนำด้านคิดวิเคราะห์ระดับโลก ระบบการเรียนที่ทันสมัย Self-Directed Learning พัฒนาอย่างต่อเนื่องจากทีมวิจัยในสหรัฐอเมริกา เป็นแบรนด์การศึกษาเสริมอันดับ 1 ของประเทศเกาหลี 24 ปีติดต่อกัน โดยยึดปรัชญาที่ว่า เรามองทุกอย่างในระดับสายตาของเด็ก เด็กคือกุญแจ “I am the Key.” เรามุ่งสร้างให้เด็กให้เป็นนักแก้ปัญหา นักคิดวิเคราะห์ และผู้ใฝ่เรียนรู้ตลอดชีวิต

อธิการบดี ม.ศรีปทุม ขอให้บุคลากรออกกำลังกาย รักษาสุขภาพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/779898

อธิการบดี ม.ศรีปทุม ขอให้บุคลากรออกกำลังกาย รักษาสุขภาพ

อธิการบดี ม.ศรีปทุม ขอให้บุคลากรออกกำลังกาย รักษาสุขภาพ

วันพฤหัสบดี ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ดร.รัชนีพร พุคยาภรณ์ พุกกะมาน อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีปทุม ประธานเปิดงานเลี้ยงสร้างสรรค์ “SPU Happy New Year 2024” ขึ้นเวทีกล่าวขอบคุณบุคลากรและร่วมอวยพรปีใหม่ ซึ่งได้กล่าวตอนหนึ่งว่า ปีนี้ มหาวิทยาลัยศรีปทุม มีอายุ 54 ปี ด้วยทีมงานทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง รวมทั้งผู้บริหาร บุคลากร ในอดีตทุกรุ่น ที่ร่วมกันสร้างให้ศรีปทุม พัฒนา เติบโต และปรับเปลี่ยนอยู่เสมอ เพื่อสร้างคนรุ่นใหม่ ที่มีคุณภาพแก่สังคม พร้อมทิ้งท้ายสิ่งที่ขอเป็นพิเศษเพิ่มจากบุคลากรในปีนี้คือ “ขอให้ออกกำลังกายเป็นประจำเพื่อสุขภาพที่ดี แข็งแรงของตนเอง”

ภายในงาน ได้จัดให้มีกิจกรรมต่างๆ อาทิ การแสดงโชว์จากบุคลากรครอบครัว SPU การจับสลากลุ้นรางวัล การมอบรางวัลประกวดแต่งกาย, การแสดง Grand Opening Show “Welcome to The Happy New Year @ SPU” ณ โรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง แจ้งวัฒนะ จ.นนทบุรี เมื่อวันก่อน

จุฬาฯจัดปาฐกถาแลกเปลี่ยนและยกระดับการศึกษา โดยผู้รับรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/779892

จุฬาฯจัดปาฐกถาแลกเปลี่ยนและยกระดับการศึกษา  โดยผู้รับรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์

จุฬาฯจัดปาฐกถาแลกเปลี่ยนและยกระดับการศึกษา โดยผู้รับรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์

วันพฤหัสบดี ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ International Peace Foundation จัดการปาฐกถา Chulalongkorn University BRIDGES Nobel Laureate Talk Series ครั้งที่ 2 ในหัวข้อ “Why globalization has failed to reduce inequality” (ทําไม Globalization ถึงล้มเหลวในการลดความเหลื่อมล้ำ) โดย Prof. Eric S. Maskin ผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ Adams University Professor at Harvard’s Department of Economics in Cambridge ในวันจันทร์ที่ 15 มกราคม 2567 เวลา 14.00 น. ณ หอประชุมจุฬาฯจัดโดยคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและ International Peace Foundation จัดการปาฐกถาในหัวข้อต่างๆ โดยผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ฟิสิกส์ เคมี และการแพทย์ ระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2566-มีนาคม 2567 เพื่อกระตุ้นให้เกิดการแลกเปลี่ยนและยกระดับการพัฒนาในอนาคตผ่านการศึกษา

ผู้สนใจร่วมฟังปาฐกถาในหัวข้อดังกล่าว สอบถามโทร.02-2183126 ผู้สนใจสอบถาม 02-2183126,www.inter.chula.ac.th หรือรับชมผ่าน Facebook : Chula OIA

‘บิ๊กอุ้ม’ กุดปุ่มเปิดตับระบบ TMS จับคู่ย้ายครูคืนถิ่น พร้อมมอบนโยบายอ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/779988

‘บิ๊กอุ้ม’ กุดปุ่มเปิดตับระบบ TMS จับคู่ย้ายครูคืนถิ่น พร้อมมอบนโยบายอ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯ

‘บิ๊กอุ้ม’ กุดปุ่มเปิดตับระบบ TMS จับคู่ย้ายครูคืนถิ่น พร้อมมอบนโยบายอ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯ

วันพุธ ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2567, 20.34 น.

‘บิ๊กอุ้ม’ กุดปุ่มเปิดตับระบบ TMS จับคู่ย้ายครูคืนถิ่น พร้อมมอบนโยบายอ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯ บริหารงานบุคคล โปร่งใส เป็นธรรม ห้ามซื้อขายตำแหน่ง

วันที่ 10 มกราคม 2567   พล.ต.อ.เพิ่มพูน   ชิดชอบ  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยภายหลัง มอบนโยบายการศึกษา “เรียนดี มีความสุข” ให้แก่คณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) ในการประชุมสัมมนา อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา  245 เขตทั่วประเทศ และเปิดตัวระบบจับคู่ครูคืนถิ่น Teacher Matching System (TMS) ออนไลน์ ผ่านโปรแกรมซูม Zoom Meeting  ว่า  อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯ มีบาบาทอย่างยิ่งในการขับเคลื่อนนโยบายเรียนดี มีความสุข ลดภาระครู นักเรียนและบุคลากรทางการศึกษา อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่ฯ มีอำนาจหน้าที่ในการบริหารงานบุคคล ซึ่งการดำเนินงานดังกล่าวมีความเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของบุคคลและกลุ่มบุคคลจำนวนมาก ทั้งการบรรจุ การแต่งตั้ง การโยกย้าย กระบวนการต่าง ๆ เหล่านี้อาจนำมาสู่ช่องทางของการทุจริตและประพฤติมิชอบ ทั้งการเรียกรับผลประโยชน์ การซื้อขายตำแหน่ง ส่งผลให้เกิดความเสียหายทั้งต่อองค์กร สังคม รวมไปถึงประเทศ ดังนั้น อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่ฯ จะต้องทำหน้าที่อย่างโปร่งใส  มีธรรมาภิบาล ปราศจากการเรียกรับผลประโยชน์และการซื้อขายตำแหน่ง โดยต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของส่วนรวมเป็นสำคัญ หากพบว่ามีการทุจริตจะตรวจสอบข้อเท็จจริง จะต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดและเด็ดขาด เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายกับทางราชการและผลประโยชน์ของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาทั่วประเทศ

รมว.ศธ. กล่าวต่อว่า อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่ฯถือเป็นส่วนสำคัญทางการศึกษาในพื้นที่ เป็นฟันเฟืองที่สำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายการบริหารงานบุคคลสู่การปฏิบัติให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรมในแต่ละพื้นที่ โดยมีเป้าหมายในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้เกิดขึ้นกับทั้งตัวผู้เรียน สถานศึกษา รวมไปถึงครูและบุคลากรทางการศึกษาเพื่อจะนำไปสู่นโยบาย “เรียนดี มีความสุข” ดังนั้นขอฝากท่านคณะอนุกรรมการทุกท่านให้นำนโยบายในเรื่องของการ “เรียนดี มีความสุข” ไปขับเคลื่อนในเขตพื้นที่การศึกษาของท่าน รวมทั้งต้องสร้างจริยธรรมด้านการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ให้เกิดขึ้นในทุก ๆ ระดับ

“หากทุกภาคส่วนของการศึกษาทำงานโดยยึดหลักธรรมาภิบาล มีความโปร่งใส เป็นธรรมในการบริหารงาน ก็จะทำให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีทั้งในด้านความสุขของผู้เรียน ขวัญและกำลังใจของครูและบุคลากรทางศึกษา และในท้ายที่สุดก็จะส่งผลต่อความเจริญก้าวหน้าด้านการศึกษาของประเทศต่อไป อย่างไรก็ตามวันนี้ยังเป็นการเปิดตัวแอพพลิเคชั่น TMS ซึ่งผมได้มอบนโยบายให้สำนักงาน ก.ค.ศ.ดำเนินการ เพื่อใช้ในการจับคู่ย้ายครูคืนถิ่น เป็นของขวัญวันครู  เป็นข้อมูลเบื้องต้นที่ผู้ขอย้ายจะนำไปเป็นข้อมูล เพื่อเสนอให้อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯ ใช้ในการพิจารณาย้าย ซึ่งหากไม่ให้ย้ายตามพี่เสนอขอไปอ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯ ก็จะต้องอธิบายให้ได้ว่า เมื่อแอพพลิเคชั่นจับคู่แล้ว ทำไมถึงไม่ให้ย้ายตามที่จับคู่ เพื่อเป็นข้อมูล ตรงนี้เป็นแอพพลิเคชั่นเบื้องต้น ภายใต้กรอบงบดำเนินการ ประมาณ 3 แสนกว่า  ส่วนแอพพลิเคชั่นใหญ่ ซึ่งตามจริงศธ. อยากได้งบประมาณในการจัดทพแอพพลิเคชั่นที่เป็นระบบใหญ่มากกว่านี้ แต่ถูกตัดงบประมาณในส่วนนี้ไปกว่า 20 ล้านบาท” รมว.ศธ. กล่าว 

นายประวิต  เอราวรรณ์ เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูแลพะบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.)  กล่าวว่า สำนักงานก.ค.ศ.ได้พัฒนาระบบจับคู่ครูคืนถิ่นTMS ที่จะใช้เป็นเครื่องมือในการอำนวยความสะดวกให้แก่ครูและบุคลากรทางการศึกษาสำหรับการดำเนินการย้ายกรณีปกติในรูปแบบของการย้ายสับเปลี่ยน ซึ่งจะช่วยลดช่องว่างในการทุจริตระหว่างกระบวนการขอย้ายอีกด้วย นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 5 มกราคม สำนักงาน ก.ค.ศ. ได้แจ้งแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการย้ายสับเปลี่ยนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครู สังกัดศธ. (ว 3/2567) เพื่อให้ข้าราชการครู บุคลากรทางการศึกษา ส่วนราชการ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้รับทราบแนวทาง วิธีดำเนินการย้ายผ่านระบบดิจิทัลในรูปแบบใหม่ ซึ่งเป็นการลดขั้นตอน ลดเอกสาร อีกทั้งยังเพิ่มความสะดวกให้ครูย้ายกลับภูมิลำเนาได้ง่ายขึ้นด้วยความโปร่งใสเป็นธรรม ไม่มีการซื้อขายตำแหน่ง เพื่อให้ทุกโรงเรียน ได้มีบุคลากรซึ่งเป็นคนในพื้นที่เข้ามาทำการสอน โรงเรียนได้ครูครบชั้น และครูมีความสุขกับการสอน ตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ

“การย้ายสับเปลี่ยน คือ การย้ายสับเปลี่ยนกับตำแหน่งที่มีคนครอง ซึ่งเป็นการย้ายผู้ดำรงตำแหน่งครูด้วยกัน ที่ทำการสอนในสาขาวิชาหรือกลุ่มวิชาหลักตรงกัน เพื่อไปดำรงตำแหน่งเดิมในต่างสถานศึกษาที่เป็นภูมิลำเนาของผู้ขอย้ายสับเปลี่ยน ภูมิลำเนาของบิดาและหรือมารดา หรือภูมิลำเนาของคู่สมรส และเป็นการย้ายในส่วนราชการเดิม ผ่านระบบ TMS โดยภูมิลำเนาของผู้ขอย้ายสับเปลี่ยนต้องเป็นที่อยู่ตามทะเบียนบ้านของผู้ขอย้ายสับเปลี่ยน รวมถึงที่อยู่ตามทะเบียนบ้านของบิดาและหรือมารดาของผู้ขอย้ายสับเปลี่ยน หรือ ที่อยู่ตามทะเบียนบ้านของคู่สมรส ของผู้ขอย้ายสับเปลี่ยนเท่านั้น และสถานศึกษารับย้ายต้องมีอัตรากำลังสายงานการสอนในภาพรวมไม่เกินเกณฑ์ที่ ก.ค.ศ. กำหนด โดยในระยะเริ่มต้น สำนักงาน ก.ค.ศ. ได้จัดทำระบบจับคู่ครูคืนถิ่น TMS ซึ่งมีทั้งในรูปแบบออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ https://tms.otepc.go.th และแอพพลิเคชั่น TMS ซึ่งสามารถดาวน์โหลดได้ทั้ง android และ ios เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้งาน โดยผู้ที่ต้องการยื่นขอย้ายสับเปลี่ยนผ่านระบบ TMS จะต้องเข้าไปกรอกข้อมูลส่วนตัว วิชาที่สอน ระบบ จะดำเนินการจับคู่กับครูที่มีคุณสมบัติตรงกันที่กรอกข้อมูลเข้ามาในระบบ จึงจะสามารถเข้าสู่กระบวนการย้ายกรณีปกติได้ และในอนาคตจะมีการพัฒนาระบบสำหรับการย้ายทุกกรณีให้อยู่ในรูปแบบออนไลน์ เพื่อให้ครูสามารถใช้งานได้สะดวกมากยิ่งขึ้น โดยจะเปิดใช้งานระบบจับคู่ครูคืนถิ่น Teacher Matching System (TMS) มอบให้เป็นของขวัญวันครู ปี 2567 เพื่อให้ครูได้ยื่นคำขอร้องย้ายสับเปลี่ยนได้ในช่วงระหว่างวันที่ 16 – 31 มกราคม”นายประวิต กล่าว 
 

เสมา 2 เปิดการอบรมสัมมนาสภานักเรียน ระดับประเทศ ประจำปี 2567

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/779916

เสมา 2 เปิดการอบรมสัมมนาสภานักเรียน ระดับประเทศ ประจำปี 2567

เสมา 2 เปิดการอบรมสัมมนาสภานักเรียน ระดับประเทศ ประจำปี 2567

วันพุธ ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2567, 16.50 น.

เสมา 2 เปิดการอบรมสัมมนาสภานักเรียน ระดับประเทศ ประจำปี 2567 ภายใต้แนวคิด “สานต่อแนวคิดสร้างสรรค์ เรียนรู้อย่างเท่าทัน มุ่งมั่นพัฒนาประชาธิปไตย” เน้นย้ำ ผู้นำนักเรียนต้องเรียนรู้บทบาทหน้าที่ความเป็นพลเมืองที่ดีของชาติ ตามหลักวิถีประชาธิปไตย มีจิตอาสา และปฏิบัติตนให้เป็นประโยชน์ต่อตนเอง ครอบครัว สังคม และประเทศชาติอย่างยั่งยืนสืบไป

วันที่ 10 มกราคม 2567 เวลา 14.00 น. ที่โรงแรมเดอะพาลาสโซ กรุงเทพฯ นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดการอบรมสัมมนาสภานักเรียน ระดับประเทศ ประจำปี 2567 ภายใต้แนวคิด “สภานักเรียน สพฐ. สานต่อแนวคิดที่สร้างสรรค์ เรียนรู้อย่างเท่าทัน มุ่งมั่นพัฒนาประชาธิปไตย” โดยมี นายธีร์ ภวังคนันท์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน นายวิศรุต ปู่เพ็ง ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายพิษณุ พลธี ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายพนัส บุญวัฒนสุนทร รองประธานคณะทำงานรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ดร.วรัญญภรณ์ ชาลีรักษ์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนากิจกรรมนักเรียน คณะผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน คณะวิทยากร คณะรุ่นพี่ศิษย์เก่าสภานักเรียน คณะครูที่ปรึกษาสภานักเรียน และตัวแทนสภานักเรียนเขตพื้นที่การศึกษาจากทุกจังหวัด และกรุงเทพมหานคร จำนวน 78 คน รวมทั้งสิ้น 222 คน ร่วมในพิธี

โอกาสนี้ นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และคณะ ร่วมรับชมการแสดงโขน ตอน หนุมานจับนางสุพรรณมัจฉา แสดงโดยนักเรียนโรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากรุงเทพมหานคร และเป็นประธานกล่าวเปิดการอบรมสัมมนาสภานักเรียน ระดับประเทศ ประจำปี 2567 ภายใต้แนวคิด “สภานักเรียน สพฐ. สานต่อแนวคิดที่สร้างสรรค์ เรียนรู้อย่างเท่าทัน มุ่งมั่นพัฒนาประชาธิปไตย”

นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนงานสภานักเรียน ซึ่งการดำเนินงานโครงการสภานักเรียนของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นอีกแนวทางหนึ่งในการปลูกฝังให้นักเรียนและเยาวชนไทย ได้รับการปลูกฝังการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เพราะเด็กและเยาวชนเป็นความหวังในการดำรงชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ไว้เหนือสิ่งอื่นใด พร้อมเติบโตเป็นกำลังสำคัญของชาติ พัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้าเทียบเท่านานาอารยประเทศ 

“เรามีความห่วงใยเด็กและเยาวชนที่เป็นอนาคตของชาติในการขับเคลื่อนกิจกรรมสภานักเรียนให้ดำเนินไปอย่างมั่นคง จึงขอฝากให้นักเรียนได้เรียนรู้บทบาทหน้าที่ความเป็นพลเมืองที่ดีของชาติ ตามหลักวิถีประชาธิปไตย คือ คารวธรรม สามัคคีธรรม และปัญญาธรรม ซึ่งเป็นหัวใจของการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข รวมทั้งการมีจิตอาสา และพัฒนาตนเองอย่างเต็มศักยภาพบนพื้นฐานหลักธรรมาภิบาล” นายสุรศักดิ์ฯ กล่าว

“เนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติที่จะเวียนมาบรรจบอีกวาระหนึ่งในวันเสาร์ที่ 13 มกราคม 2567 นี้ ขออำอวยพรให้เด็กและเยาวชนทุกคน มีสุขภาพพลานามัยที่สมบูรณ์แข็ง มีจิตใจที่งดงาม มีสมองที่เสื่อมแล้ว เป็นคนเก่งคนดีสามารถอยู่ร่วมกัน ในสังคมอย่างมีความสุข ตระหนักในสิทธิและหน้าที่อันชอบธรรม เป็นแบบอย่างที่ดีในการประพฤติปฏิบัติตนให้เป็นประโยชน์ต่อตนเอง ครอบครัว สังคม และประเทศชาติสืบไป” นายสุรศักดิ์ฯ กล่าวเพิ่มเติม

ภายหลังจากเสร็จสิ้นพิธีเปิดฯ นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนเพิ่มเติมว่า “สภานักเรียนเป็นกลไกที่สำคัญที่มีบทบาท มีความสำคัญในเรื่องของการขับเคลื่อนกิจกรรมภายในโรงเรียนและเป็นกลไกนำเสนอแนวความคิดต่าง ๆ ที่จะสะท้อนสู่ระดับกระทรวง ซึ่งในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ ท่านพลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มีความมุ่งมั่นตั้งใจที่อยากให้สภานักเรียนมีความเข้มแข็งขึ้นเรื่อย ๆ ถึงขั้นคิดว่า ทำยังไงให้สภานักเรียนซึ่งปัจจุบันมีบทบาทหน้าที่ในโรงเรียนของเขาเองอยู่แล้ว จะสามารถมีบทบาทหน้าที่เพิ่มขึ้น เช่น เป็นองค์ประกอบหนึ่งในคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือคณะกรรมการในระดับกระทรวง ระดับประเทศ หรือมีการทำให้สภานักเรียนมีบทบาทเพิ่มเติมอย่างไร”

“การคาดหวังในวันนี้ อยากให้น้อง ๆ ที่เป็นตัวแทนจากทุกจังหวัดทั่วประเทศนำสิ่งที่เป็นประโยชน์ที่ได้รับจากการอบรมขยายผลไปสู่เพื่อน ๆ ไปสู่โรงเรียนต่าง ๆ ในพื้นที่ที่น้อง ๆ ได้เป็นตัวแทนมา  แน่นอนว่า การปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขเป็นระบอบการปกครองที่เราจะต้องส่งเสริมให้ทุกคนมีความรู้ความเข้าใจ เพื่อประเทศชาติมั่นคง ประชาชนอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างมีความสุขอย่างยั่งยืน” นายสุรศักดิ์ฯ กล่าวในช่วงท้าย

ด้านนายธีร์ ภวังคนันท์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กล่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้จัดทำโครงการสภานักเรียนอย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนานักเรียนให้เรียนรู้บทบาทหน้าที่ตามวิถีประชาธิปไตย ซึ่งกิจกรรมสภานักเรียนจะช่วยให้นักเรียนเกิดความคุ้นเคยกับสังคม มีกลไก กระบวนการดำเนินงานของสภานักเรียนและการมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการในโรงเรียน ด้วยกระบวนการอย่างสร้างสรรค์ นักเรียนทุกคนได้รับการปลูกฝังทัศนคติ ค่านิยมความเป็นประชาธิปไตย สามารถดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกับสังคมได้อย่างถูกต้องเหมาะสม ภายใต้ระเบียบ กฎ กติกา เป็นผู้นำ ผู้ตามที่ดี อยู่ร่วมกันในสังคมอย่างมีความสุข

“สำหรับปี 2567 นี้ มีผู้เข้ารับการอบรมสัมมนาเป็นตัวแทนสภานักเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 4 หรือ มัธยมศึกษาปีที่ 5 จำนวน 78 คน พร้อมครูที่ปรึกษาสภานักเรียน จำนวน 78 คน จากทุกจังหวัดทั่วประเทศและกรุงเทพมหานคร คณะวิทยากร คณะทำงาน และรุ่นพี่ศิษย์เก่าสภานักเรียน จำนวน 66 คน รวมทั้งสิ้น 222 คน มีกิจกรรม ประกอบด้วย 1. สภานักเรียนกับความเป็นพลเมืองในระบอบประชาธิปไตย 2. การเรียนทำให้มีงานทำ กิจกรรมทำให้ทำงานเป็น รวมทั้งกฎหมายที่เด็กและเยาวชนควรรู้  3. ทักษะที่จำเป็นสำหรับนักเรียนในยุคดิจิทัล 4. ประวัติศาสตร์กับความรุ่งเรืองในยุคปัจจุบัน และ 5. การเลือกตั้งคณะกรรมการสภานักเรียน ระดับประเทศ ประจำปี พ.ศ. 2567 โดยจะมีการเลือกตั้งประธานสภานักเรียน ระดับประเทศ ประจำปี พ.ศ. 2567 ในวันศุกร์ที่ 12 มกราคม 2567 นี้” นายธีร์ฯ กล่าวเพิ่มเติม

‘โฆษก ศธ.’แจงชัด! โรงเรียนไม่ปล่อยเกรด ยันประเมินตามมาตรฐาน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/779813

'โฆษก ศธ.'แจงชัด! โรงเรียนไม่ปล่อยเกรด ยันประเมินตามมาตรฐาน

‘โฆษก ศธ.’แจงชัด! โรงเรียนไม่ปล่อยเกรด ยันประเมินตามมาตรฐาน

วันพุธ ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2567, 11.37 น.

“โฆษก ศธ.”แจงชัด! โรงเรียนไม่ปล่อยเกรด ยันประเมินตามมาตรฐาน เปิดทางให้ครูจัดการสอนและวัดผลด้วยเครื่องมือหลากหลาย หวังลดเด็กไม่ผ่านเกณฑ์ให้มากที่สุด

เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2567 นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า ตามที่มีกระแสข่าวในสื่อออนไลน์แสดงความคิดเห็นว่า กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) มีคำสั่งไม่ให้นักเรียนติด 0 นักเรียนไม่ต้องเข้าเรียน ไม่ส่งงาน ขอแค่มีตัวตน หากมาวันสอบแต่ไม่ส่งงานเลย ก็ต้องตัดเกรด 1 ให้นั้น เป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเข้าใจผิดให้แก่สังคม

โดย โฆษก ศธ.กล่าวว่า กรณีดังกล่าวมาจากที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) มีหนังสือซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับการวัดและประเมินผลการเรียนรู้และการสอนซ่อมเสริม ซึ่งเป็นการสื่อสารระหว่าง สพฐ.ส่วนกลาง ถึงผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาทุกเขต เพื่อกระตุ้นให้สถานศึกษาเกิดความเข้าใจชัดเจนในการกำกับ ติดตาม ช่วยเหลือ สอนซ่อมเสริม ดำเนินการวัดและประเมินผลกรณีนักเรียนมีผลการเรียนไม่สมบูรณ์ (ติด 0 ร มส.) ให้มีผลการเรียนดีขึ้น ลดปัญหาของผู้เรียนในการติด 0 ร มส.และให้การทำงานเป็นไปในทิศทางเดียวกันทั่วประเทศ

ซึ่งเจตนาคือเพื่อให้เป็นไปตามนโยบาย “เรียนดี มีความสุข” ของ ศธ.ในการยกระดับคุณภาพการศึกษาทั้งผู้เรียน ผู้สอน โดยซักซ้อมแนวทางการวัดและประเมินผลในชั้นเรียน ด้วยเครื่องมือและวิธีการที่หลากหลาย รายงานความก้าวหน้า จุดเด่น จุดที่ต้องปรับปรุงให้แก่ผู้เรียน วางแผนออกแบบการจัดการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงการตัดสินผลการเรียนตามบริบทแต่ละพื้นที่ โดยไม่จำเป็นต้องใช้ข้อสอบเพียงอย่างเดียว อาจพิจารณาจากผลงาน ชิ้นงาน แฟ้มสะสมงาน การสอบปากเปล่า ผ่านซูม ไลน์ เฟซบุ๊ก หรือช่องทางอื่น ได้ตามความเหมาะสม โดยคำนึงถึงคุณภาพผู้เรียนเป็นสำคัญ

ทั้งนี้ การตัดสินผลการเรียนจะมาจาก 2 ส่วน ได้แก่ 1) เวลาเรียน ต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 และ 2) คะแนนการประเมินระหว่างเรียนและคะแนนปลายปี/ปลายภาค ซึ่งการประเมินผลการเรียนรู้ตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ทั้ง 8 กลุ่ม จะนำไปสู่การสรุปผลการเรียนรู้ของผู้เรียนตามมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดต่อไป

ส่วนกรณีที่ผู้เรียนมีผลการเรียนที่ไม่เป็นไปตามเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนด ต้องจัดสอนซ่อมเสริมเป็นกรณีพิเศษ เพื่อพัฒนาให้ผู้เรียนสามารถบรรลุตามมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดที่กำหนดไว้ โดยจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่หลากหลายและตอบสนองความแตกต่างระหว่างบุคคล เพื่อแก้ไขข้อบกพร่องของผู้เรียนอย่างทันท่วงที ซึ่ง สพฐ.ได้กำหนดบทบาทการปฏิบัติของผู้ที่เกี่ยวข้องไว้ด้วย ทั้งด้านของสถานศึกษา ครู และผู้เรียน

“ในอดีต อาจมีการติด 0 ร มส. ค้างเทอม ค้างปี ทำให้เด็กเสียโอกาส เป็นภาระผู้ปกครอง สถานศึกษาจึงควรติดตามอย่างใกล้ชิด ให้เด็กได้แก้ไขจนผ่านเกณฑ์ก่อนจบปีการศึกษา ดังนั้น การกล่าวว่า ศธ.สั่งไม่ให้นักเรียนติด 0 ร มส. จึงไม่เป็นความจริงทั้งหมด โดยผมขอยืนยันว่า สถานศึกษาทุกแห่งมีมาตรฐาน มีเกณฑ์ ในการประเมินผู้เรียนอยู่แล้ว และสามารถให้เกรดผู้เรียนได้ตามปกติ เพียงแต่ ศธ.ต้องการกระตุ้นให้สถานศึกษาและครู ติดตามเด็กอย่างใกล้ชิด สามารถใช้เครื่องมือ วิธีการสอน สื่อการสอน การเก็บคะแนนที่มีความหลากหลายและทันสมัย เพื่อลดปัญหาของผู้เรียนในการติด 0 ร มส. ซึ่งหากสถานศึกษาทุกแห่งสามารถพัฒนาผู้เรียนให้เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดได้ ไม่มีผู้เรียนที่สอบตก หรือติด ร มส. ก็จะเป็นการยกระดับคุณภาพการศึกษาไทยให้สูงขึ้น สร้างบุคลากรที่มีเข้ามาพัฒนาประเทศได้ต่อไป” โฆษก ศธ.กล่าว