ปลื้มยอดสมัครสมาชิก ช.พ.ค.-ช.พ.ส.กรณีพิเศษตามเป้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/765316

ปลื้มยอดสมัครสมาชิก ช.พ.ค.-ช.พ.ส.กรณีพิเศษตามเป้า

ปลื้มยอดสมัครสมาชิก ช.พ.ค.-ช.พ.ส.กรณีพิเศษตามเป้า

วันพฤหัสบดี ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 17.01 น.

สำนักงานคณะกรรมการ สกสค. ปลื้มได้ยอดผู้สมัครสมาชิก ช.พ.ค.-ช.พ.ส.กรณีพิเศษ ฉลองครบรอบ 20 ปี ทะลุ 5.4 พันคน สั่งรณรงค์ดึงครูสมัครสมาชิกใหม่ กางแผนอัดฉีดเพิ่มสวัสดิการให้สมาชิก ช.พ.ค.-ช.พ.ส. ได้รับมากขึ้นในทุกด้าน

นายเฉลิมชนม์ แน่นหนา รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) เปิดเผยว่า จากการที่สำนักงานคณะกรรมการ สกสค. เปิดรับสมัครสมาชิกการฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.) และการฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครู และบุคลากรทางการศึกษาในกรณีคู่สมรสถึงแก่กรรม (ช.พ.ส.) เป็นกรณีพิเศษเนื่องในโอกาสครบรอบ 20 ปี สำนักงานคณะกรรมการ สกสค. “2 ทศวรรษ ครอบครัวครู เราดูแล ” โดยแบ่งเป็น 2 ช่วง คือ ช่วงแรก เปิดรับสมัครสมาชิก ช.พ.ค. และ ช.พ.ส. ที่ถูกถอนชื่อกลับเข้าเป็นสมาชิก ซึ่งได้เปิดรับสมัครระหว่างวันที่ 22 พฤษภาคม – 20 กันยายน 2566 ปรากฏว่ามีผู้ขอกลับเข้าเป็นสมาชิก ช.พ.ค. จำนวน 2,723 คน ขอกลับเข้าเป็นสมาชิก ช.พ.ส. จำนวน 478 คน รวม 3,205 คน และช่วงที่ 2 เปิดรับสมัครสมาชิก ช.พ.ค. และ ช.พ.ส. จนถึงอายุ 65 ปี พร้อมทั้งลดเงินค่าสมัคร ลดการเก็บเงินสงเคราะห์ล่วงหน้าเพื่อสำรองไว้เป็นค่าจัดการศพลง โดยเปิดรับสมัครกรณีพิเศษระหว่างวันที่ 7 กันยายน – 19 ตุลาคม 2566 ผลปรากฏว่า มีผู้สมัครเป็นสมาชิก ช.พ.ค. จำนวน 1,377 คน   สมัครเป็นสมาชิก ช.พ.ส. จำนวน 1,252 คน รวม 2,269 คน ซึ่งการรับสมัครกรณีพิเศษ 2 ช่วง ได้สมาชิกเพิ่มขึ้นรวมทั้งสิ้น 5,474 คน ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ เป็นไปตามเป้าหมายที่คาดว่าจะมีผู้สมัครประมาณ 5,000 กว่าคน

“พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ได้มีนโยบายให้จัดสวัสดิการแก่สมาชิก ช.พ.ค. และ ช.พ.ส. เพิ่มมากขึ้น ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการ สกสค. กำลังพิจารณาหาลู่ทางให้สมาชิกได้รับสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ มากกว่าข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ไม่ได้เป็นสมาชิก เช่น ได้รับส่วนลดในการเข้าใช้บริการหอพักของ สกสค.มากกว่า, ได้รับส่วนลดในการเข้าใช้บริการร้านค้า ร้านอาหาร ร้านเสริมสวย โรงแรม โรงพยาบาล ที่มีข้อตกลงความร่วมมือกับ สกสค. มากกว่า และให้มีสิทธิได้เข้ารับการอบรมในโครงการต่าง ๆ เป็นต้น โดยขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมรายชื่อและทำเป็นอีบุ๊ค เพื่อเป็นคู่มือให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาได้เข้าใช้บริการอย่างทั่วถึง ซึ่งจะเป็นการช่วยประหยัด ลดรายจ่าย ลดค่าครองชีพที่เชื่อมโยงกับการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษาในภาพรวมของกระทรวงศึกษาธิการด้วย ทั้งนี้ ข้อมูลปัจจุบัน ณ วันที่ 19 ตุลาคม 2566 มีสมาชิก ช.พ.ค. จำนวน 937,420 คน มีสมาชิก ช.พ.ส. จำนวน 388,025 คน เมื่อมีจำนวนสมาชิก ช.พ.ค. เพิ่มขึ้น 4,104 คน และ ช.พ.ส. เพิ่มขึ้น 1,730 คน ก็จะทำให้ความมั่นคงของสมาชิกสามารถเก็บเงินสงเคราะห์รายศพเพิ่มเสริมจากเดิมที่ได้รับอยู่แล้ว และหลังจากนี้จะมีการรณรงค์ให้ข้าราชการครู บุคลากรทางการศึกษา และคู่สมรส สมัครเป็นสมาชิก ช.พ.ค. และ ช.พ.ส. ในกรณีปกติอายุไม่เกิน 35 ปีบริบูรณ์ ให้มากยิ่งขึ้น”  รองเลขาธิการ สกสค. กล่าว

นายเฉลิมชนม์ กล่าวด้วยว่า เพื่อเป็นการสนองนโยบาย รมว.ศธ. เรื่องการแก้ไขปัญหาหนี้สินครู ในปี 2567 สำนักงานคณะกรรมการ สกสค. จะร่วมกับกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) ดำเนินโครงการอบรมครูที่บรรจุมาแล้วไม่เกิน 5 ปี เกี่ยวกับวินัยการเงินการคลัง , อบรมครูประจำการ กลุ่มอายุ 55 ปี ให้เตรียมตัวก่อนเกษียณอายุราชการ วางแผนการเงิน อบรมเสริมอาชีพสมัยใหม่ และอาชีพที่ครูถนัด ส่วนกลุ่มครูนอกประจำการ ก็จะจัดอบรมส่งเสริมอาชีพ ออกกำลังกาย การดูแลสุขภาพ เป็นต้น นอกจากนี้จะร่วมกับกรมอนามัยดูแลครูและบุคลากรทางการศึกษาที่เจ็บป่วย ติดเตียง โดยมีอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ไปเป็นพี่เลี้ยงสอนวิธีดูแลผู้ป่วย และเยี่ยมให้คำแนะนำที่บ้านเป็นระยะ

ด้าน นางณัฐมน ไทยประสิทธิ์เจริญ นักวิชาการศึกษาชำนาญการพิเศษ ศูนย์เทคโนโลยีทางการศึกษา กรมส่งเสริมการเรียนรู้ กล่าวว่า ตนเองเป็นสมาชิก ช.พ.ค. มา 10 กว่าปี ตั้งใจว่าจะเก็บไว้เป็นมรดกให้ลูก เป็นอะไรไปครอบครัวจะได้ไม่เดือดร้อนมากนัก อย่างน้อยก็มีเงินค่าทำศพแล้ว ซึ่งก็อยากให้สามีสมัครเป็นสมาชิก ช.พ.ส. โชคดีที่มีเปิดรับสมาชิกกรณีพิเศษจึงไม่รีรอ รีบให้สามีมาสมัครเลย เพราะมีทั้งการขยายอายุผู้สมัคร ลดการเก็บเงินสงเคราะห์ล่วงหน้าลงมากกว่าอัตราที่เก็บในช่วงที่รับสมัครปกติมาก ซึ่งตนเห็นว่าโลกนี้ไม่มีอะไรแน่นอน เราไม่มีทางรู้ว่าวันไหนใครจะจากไปก่อน และเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องสำคัญที่คนในครอบครัวจะต้องดูแลกัน ตอนนี้ก็เป็นสมาชิกกันเรียบร้อยทั้งตนและสามี คงต้องใช้คำว่าตายตาหลับแล้ว.

ต้อนรับ สพป.ยะลา 2 ศึกษาดูงาน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/765025

ต้อนรับ สพป.ยะลา 2 ศึกษาดูงาน

ต้อนรับ สพป.ยะลา 2 ศึกษาดูงาน

วันพฤหัสบดี ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ดร.ผกาภรณ์ พลายสังข์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 2 ผู้บริหารและบุคลากร ร่วมต้อนรับ นายตอฮีรนหะยีเลาะแม ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 2 ในโอกาสศึกษาดูงานและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เรื่องการบริหารจัดการภายในองค์กร ที่สำนักงาน สพป.พิษณุโลก เขต 2

มอบ ซี-วิท ต่อยอดโครงการ ปีที่ 2 ให้นักเรียนพื้นที่ห่างไกลดื่มทุกวัน 1 ปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/765024

มอบ ซี-วิท ต่อยอดโครงการ ปีที่ 2 ให้นักเรียนพื้นที่ห่างไกลดื่มทุกวัน 1 ปี

มอบ ซี-วิท ต่อยอดโครงการ ปีที่ 2 ให้นักเรียนพื้นที่ห่างไกลดื่มทุกวัน 1 ปี

วันพฤหัสบดี ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

บริษัท เฮ้าส์ โอสถสภา ฟู้ดส์ จำกัด ดำเนินโครงการ “C-vitt สู่อนาคตที่สดใส ไปด้วยกัน” ต่อเนื่องปี 2 เพิ่มโครงการใหม่ คือมอบ ซี-วิท มินิ ให้ได้ดื่มเป็นประจำทุกวัน ระยะเวลา 1 ปี เพื่อให้เห็นผลเชิงสุขภาพทางร่างกายและจิตใจที่แข็งแรงขึ้น โดยนำร่องกับนักเรียน 900 คน ใน 9 โรงเรียนพื้นที่ห่างไกล ได้แก่ โรงเรียนบ้านน้ำหอม จ.ตาก, โรงเรียนบ้านห้วยช้างแทง จ.พิษณุโลก, โรงเรียนบ้านจานบัว และโรงเรียนบ้านทุ่งสว่าง จ.ศรีสะเกษ, โรงเรียนนาสนาดก์ จ.จันทบุรี, โรงเรียนบ้านแหลมสัก จ.กระบี่, โรงเรียนวัดโคกพิกุล จ.นครศรีธรรมราช, โรงเรียนบ้านห้วยกวางจริง และโรงเรียนแก่งกระจานพิทยาคม จ.เพชรบุรี และได้วางแผนงานว่าจะดำเนินโครงการนี้ไปอย่างต่อเนื่อง

ซี-วิท (C-vitt) ได้ร่วมกับมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย และมูลนิธิเด็กโสสะแห่งประเทศไทยฯ กระจายเครื่องดื่มซี-วิท มินิ ไปถึงมือเด็กๆทั่วทั้งประเทศ โดยในปี 2565 จำนวน 1 ล้านกล่อง ให้เด็กๆ กว่า 47,000 คน และในปี 2566 นี้ได้มอบเพิ่มขึ้นเป็น 1.2 ล้านกล่องให้เด็กกว่า 50,000 คน นอกจากได้เพิ่มโครงการการมอบ ซี-วิท มินิ ให้ได้ดื่มเป็นประจำทุกวัน 1 ปี ดังกล่าวแล้ว ยังได้จัดกิจกรรมให้พนักงานลงพื้นที่โรงเรียนห่างไกล ให้ความรู้เกี่ยวกับวิตามินซีที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย แหล่งวิตามินซีที่สามารถหาได้ใกล้ตัว ผ่านการเล่นเกมอีกด้วย

หัวเว่ย-พันธมิตร นำตัวแทนเด็กไทย ร่วมประชุมบุคลากรดิจิทัลระดับภูมิภาค

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/765031

หัวเว่ย-พันธมิตร นำตัวแทนเด็กไทย  ร่วมประชุมบุคลากรดิจิทัลระดับภูมิภาค

หัวเว่ย-พันธมิตร นำตัวแทนเด็กไทย ร่วมประชุมบุคลากรดิจิทัลระดับภูมิภาค

วันพฤหัสบดี ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จํากัด ได้นำตัวแทนเยาวชนไทย จากโครงการ Seeds for the Future ที่เป็นนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยสาขาเทคโนโลยีสื่อสารและวิศวกรรมไฟฟ้า และคณะด้านภาษาและการบริหารธุรกิจ เข้าร่วมการประชุม Seeds for the Future Summit 2023 ร่วมกับเยาวชนจากประเทศในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ที่เมืองเซี่ยงไฮ้สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อ 18 ตุลาคม 2566 ที่ผ่านมา

การประชุม Seeds for the Future Summit 2023 นี้ หัวเว่ย, มูลนิธิอาเซียน และองค์การรัฐมนตรีศึกษาแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือซีมีโอ(SEAMEO) ได้ร่วมกันจัดขึ้นเพื่อเสริมศักยภาพบุคลากรด้านดิจิทัล ภายใต้แนวคิด “เชื่อมต่อ, ปลูกฝัง, ผลักดันการเติบโตอย่างครอบคลุมให้แก่บุคลากรดิจิทัลในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก” คือเยาวชนจากโครงการ Seeds for the Future ที่เข้าร่วมการประชุมจำนวน 91 คนจาก 19 ประเทศ โดยมีบุคคลสำคัญในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกเข้าร่วมงาน ได้แก่ นายเกา กิม ฮวน เลขาธิการสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้,นายแอม เฮง สาริธ ผู้แทนแห่งราชอาณาจักรกัมพูชาประจำภูมิภาคอาเซียน และประธานคณะกรรมการมูลนิธิอาเซียน, ดร.กฤษฎ์ชัย สมสมาน ผู้อำนวยการศูนย์ภูมิภาคว่าด้วยสะเต็มศึกษา (STEM Education) ขององค์การรัฐมนตรีศึกษาแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้, นายไซมอน หลิน ประธานกรรมการบริหาร ประจำภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก หัวเว่ย และเจ้าหน้าที่รัฐและตัวแทนจากนานาประเทศในอาเซียนและองค์กรระหว่างประเทศ มาร่วมงาน

งานประชุมครั้งนี้เซี่ยงไฮ้ครั้งนี้ปิดฉากด้วยการเสวนาที่เจาะลึกความซับซ้อนในการบ่มเพาะผู้นำแห่งโลกอนาคตด้วยการลดช่องว่างทางดิจิทัล ตลอดจนการบริหารควบคุมและบ่มเพาะทักษะด้านดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง นำโดย ดร.ปิติ ศรีแสงนาม ผู้อำนวยการบริหารมูลนิธิอาเซียน คณะผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ (NUS) ตัวแทนจากหัวเว่ยและผู้เข้าร่วมโครงการ Seeds for the Future ผู้ร่วมเสวนาได้แก่ ดร.ปิติ ศรีแสงนาม ผู้อำนวยการบริหารมูลนิธิอาเซียน,ดร.โก๊ะ ป๋วย กวน รองศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยธุรกิจ มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์, นางสาวจีซีล ไอเจเลธ รามอส แอมบาสซาเดอร์ระดับโลกของโครงการ Seeds for the Future,นางสาวธัญญ์ฐิตา อนันต์จารุเลิศผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการตลาด 5G และแอมบาสซาเดอร์ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกของหัวเว่ย และนายเกล็นน์ โชว ผู้คว้ารางวัลผู้นำ Seeds for the Future 2023

นอกจากนี้ หัวเว่ยและสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (International Telecommunication Union-ITU)ได้ลงนามประกาศความร่วมมือที่มุ่งเน้นความร่วมมือทางดิจิทัล 6 ประการในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ซึ่งรวมถึงนโยบายและหลักปฏิบัติด้านไอซีที, ความร่วมมือด้านการวิจัย, โครงสร้างพื้นฐานที่ครอบคลุม, การเพิ่มขีดความสามารถด้านดิจิทัล, การเสริมศักยภาพเยาวชนและเด็กผู้หญิงและการแบ่งปันความรู้ด้านดิจิทัลอีกด้วย

โครงการ Seeds for the Future ในประเทศไทย เปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี 2551 โดยมีเป้าหมายเพื่อบ่มเพาะผู้มีศักยภาพด้านไอซีทีในประเทศไทย และมอบโอกาสด้านการเรียนรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีขั้นสูง สัมผัสความหลากหลายด้านวัฒนธรรม นอกจากนี้ หัวเว่ย ประเทศไทย ยังผลักดันและสนับสนุนนักศึกษาที่สนใจฝึกงานหรือร่วมงานกับหัวเว่ยในอนาคต รวมถึงดำเนินโครงการอบรมพัฒนาผู้มีความสามารถด้านไอซีทีอีกมากมายตลอดทั้งปีซึ่งรวมถึงโครงการ ICT Cloud Developer ปัจจุบัน หัวเว่ยได้จัดหลักสูตรฝึกอบรมให้กับบุคลากรด้านดิจิทัลไปแล้วกว่า 70,000 ราย ในประเทศไทย และวางแผนที่จะฝึกอบรมนักพัฒนาซอฟต์แวร์ด้านคลาวด์เพิ่มเติมอีก 20,000 ราย และมุ่งหนุนศักยภาพบุคลากรเพื่อเป็นแรงผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่ความเป็นผู้นำด้านดิจิทัลของเอเชีย-แปซิฟิกในอนาคต

ในก้าวต่อไป หัวเว่ย ประเทศไทย จะร่วมมือกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (MDES), กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (MHESI) และกระทรวงแรงงาน ตลอดจนมหาวิทยาลัยและพันธมิตรหลายแห่ง เพื่อจัดงาน Talent Summit ในประเทศไทยในเดือนพฤศจิกายนนี้

วารสารศาสตร์ฯ มธ. ระดมสมองสื่อ ร่วมป้องกันภัยโซเชียลออนไลน์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/765028

วารสารศาสตร์ฯ มธ. ระดมสมองสื่อ ร่วมป้องกันภัยโซเชียลออนไลน์

วารสารศาสตร์ฯ มธ. ระดมสมองสื่อ ร่วมป้องกันภัยโซเชียลออนไลน์

วันพฤหัสบดี ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สมาคมวารสารศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ร่วมกับ คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดการเสวนา “โซเชียลออนไลน์ ดาบสองคมวิชาชีพสื่อ” เนื่องในวาระครบรอบ 69 ปี วันคล้ายวันสถาปนา คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชนมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ใน
วันศุกร์ที่ 3 พฤศจิกายน 2566 เวลา 13.00-16.00 น. ที่คณะวารสารศาสตร์ฯ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

นายภูวนารถ ณ สงขลา นายกสมาคมวารสารศาสตร์ ธรรมศาสตร์ เปิดเผยว่า ประเทศไทยได้เดินหน้าสู่การพัฒนาเกี่ยวกับระบบดิจิทัลเพื่อการสื่อสารอย่างต่อเนื่องไม่หยุดยั้งซึ่งในด้านหนึ่งถือเป็นประโยชน์อย่างยิ่งทั้งต่อระบบเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงการพัฒนาประเทศในมิติต่างๆ แต่ขณะเดียวกันก็มีอีกด้านที่พึงระวังอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของการใช้เป็นเครื่องมือสื่อสารในการหลอกลวง ในการทุจริตของมิจฉาชีพซึ่งสร้างความเสียหายให้กับระบบเศรษฐกิจและสังคมเป็นอย่างมาก เนื่องในวาระครบรอบ 69 ปี วันคล้ายวันสถาปนา คณะวารสารศาสตร์ฯ จึงได้ร่วมกันจัดงานเสวนาหัวข้อ “โซเชียลออนไลน์ ดาบสองคมวิชาชีพสื่อ”ขึ้น เพื่อระดมมุมมองของสื่อมวลชนเพื่อผนึกกำลังกันสร้างสรรค์การสื่อสารโซเชียลออนไลน์ในเชิงบวกและสนับสนุนการสร้างบุคลากรในวิชาชีพสื่อมวลชนโดยยึดมั่นในจรรยาวิชาชีพ

งานเสวนาในครั้งนี้ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้มาร่วมเป็นองค์ปาฐกถาพิเศษ และประธานเปิดงาน สำหรับวิทยากรประกอบด้วย นายเขมทัตต์ พลเดช นายกสมาพันธ์สมาคมวิชาชีพวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ รศ.ดร.วิกานดา พรสกุลวานิช อาจารย์กลุ่มวิชาบริหารการสื่อสาร คณะวารสารศาสตร์ฯ นางสาวชุตินธรา วัฒนกุลบรรณาธิการบริหารข่าวออนไลน์ไทยพีบีเอส TPBS และที่ปรึกษาสมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ นายระวี ตะวันธรงค์ ที่ปรึกษาเพจส่องสื่อ และ The modernist และ นายนภพัฒน์จักษ์ อัตตนนท์ บรรณาธิการบริหาร สำนักข่าว Today โดยมี นายภูวนารถ ณ สงขลา นายกสมาคมวารสารศาสตร์ฯ เป็นผู้ดำเนินการเสวนา

ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมล่วงหน้าได้ที่ QR Code ในรูปภาพ

มมส-จ.มหาสารคาม จัดแข่งขัน เตรียมความพร้อมนักกีฬาลีลาศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/765029

มมส-จ.มหาสารคาม จัดแข่งขัน  เตรียมความพร้อมนักกีฬาลีลาศ

มมส-จ.มหาสารคาม จัดแข่งขัน เตรียมความพร้อมนักกีฬาลีลาศ

วันพฤหัสบดี ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ภาควิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพและการกีฬา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม จัดโครงการฝึกประสบการณ์ลีลาศเพื่อการแข่งขันและสังคม ครั้งที่ 7 The 7th MSU Dancesport Pre Competition and Ballroom Dance Night Party โดยมี อาจารย์ดร.วัฒนพงษ์ คงสืบเสาะ รองคณบดีฝ่ายพัฒนานิสิตและอาคารสถานที่ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เป็นประธานเปิดงาน ณ อาคารศูนย์กีฬาและนันทนาการ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เมื่อกลางเดือนตุลาคมที่ผ่านมา

โครงการฝึกประสบการณ์ลีลาศเพื่อการแข่งขันและสังคม เกิดจากความร่วมมือของภาควิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพฯ และชมรมกีฬาลีลาศ มมส โดย นางลักขณา เมธานิธิกุล ประธานชมรมกีฬาลีลาศ จังหวัดมหาสารคาม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อฝึกประสบการณ์ให้นิสิตที่เรียนในรายวิชาลีลาศได้มีโอกาสสัมผัสกับบรรยากาศการแข่งขันลีลาศ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมก่อนการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย เตรียมความพร้อมให้กับนักกีฬาลีลาศจังหวัดเพื่อลงแข่งในนามตัวแทนจังหวัดมหาสารคาม อีกทั้งเพื่อเป็นการส่งเสริมการออกกำลังกาย และส่งเสริมมิตรภาพและความร่วมมือทางด้านกีฬาลีลาศระหว่างสถาบันและทีมกีฬาลีลาศที่เข้าร่วมการแข่งขันซึ่งมีนักกีฬาเข้าร่วมทั้งหมด 165 คู่ จาก 10 สถาบัน

SPU ส่งเสริมการทำกิจกรรมนักศึกษา จัดแสดงผลงานชมรมและงานจิตอาสา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/765026

SPU ส่งเสริมการทำกิจกรรมนักศึกษา  จัดแสดงผลงานชมรมและงานจิตอาสา

SPU ส่งเสริมการทำกิจกรรมนักศึกษา จัดแสดงผลงานชมรมและงานจิตอาสา

วันพฤหัสบดี ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ศูนย์กิจกรรมพัฒนานักศึกษาและชุมชนสัมพันธ์ กลุ่มงานกิจการนักศึกษา ร่วมกับสโมสรนักศึกษามหาวิทยาลัยศรีปทุม จัดงานเปิดโลกกิจกรรม ประจำปีการศึกษา 2566 เลือกชมรมที่รัก สมัครชมรมที่ชอบภายใต้แนวคิด “SPU จิตอาสาประตูสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน” โดยได้เห็นถึงความสำคัญของการเข้าร่วมทำกิจกรรมของนักศึกษา เพื่อเป็นเวทีให้ชมรมได้จัดแสดงผลงานของชมรม และเป็นเวทีสำหรับเปิดโอกาสให้นักศึกษาทุกคนได้เข้าร่วมกิจกรรมชมรมต่างๆ ของมหาวิทยาลัย นอกจากนี้ยังทำให้นักศึกษาได้มีส่วนร่วมทำกิจกรรมจิตอาสา USR ร่วมใส่ใจรับผิดชอบต่อสังคมต่อไปอีกด้วย โดยผศ.ดร.จรรยา พุคยาภรณ์ รองอธิการบดีเป็นประธานเปิดงานดังกล่าว

นอกจากนี้ ภายในงานได้จัดให้มีการเสวนาพิเศษ “Green Energy for Sustainability : พลังงานสีเขียวเพื่อความยั่งยืน โดยวิทยากรพิเศษจาก บริษัทซัสเทนเนเบิ้ล ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด และบริษัท บ้านปู เน็กซ์ จำกัด และเสวนาพิเศษ “ปลุกพลังนักศึกษา ปลูกจิตสำนึกการเป็น “ผู้ให้” กับ SRIPATUM USR ร่วมรับผิดชอบต่อสังคม” พบกับวิทยากรรับเชิญ โดย(บีม) ศรัณยู ประชากริช นักแสดง พิธีกร ดีเจชาวไทย และนักจิตอาสาพัฒนาเพื่อสังคม พร้อมด้วยการออกบูธของชมรมต่างๆ, การออกร้านค้าของนักศึกษา, การแสดงดนตรีจากนักศึกษาอาสา, การแสดง Cover Dance จากนักศึกษา SPU ณ ลานกิจกรรมหูกวาง มหาวิทยาลัยศรีปทุม กทม. (บางเขน) งานจัดขึ้นรวม 2 วัน เมื่อกลางเดือนตุลาคม ที่ผ่านมา

‘อว.’ตั้งวอร์รูมจัดหาพื้นที่-ทำแผนย้าย‘อุเทนถวาย’ตามคำสั่งศาลปกครองสูงสุด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/765078

‘อว.’ตั้งวอร์รูมจัดหาพื้นที่-ทำแผนย้าย‘อุเทนถวาย’ตามคำสั่งศาลปกครองสูงสุด

‘อว.’ตั้งวอร์รูมจัดหาพื้นที่-ทำแผนย้าย‘อุเทนถวาย’ตามคำสั่งศาลปกครองสูงสุด

วันพุธ ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 17.10 น.

‘ศุภมาส’เชิญ‘จุฬาฯ-อุเทนถวาย’ประชุมหาทางออกร่วมกัน ตามคำสั่งศาลปกครองสูงสุดให้ย้าย‘อุเทนถวาย’ออกจากพื้นที่เดิม เผยเข้าใจความรู้สึกของทุกฝ่าย สั่งทำแผนการย้ายเพื่อไม่ให้กระทบนักศึกษา

25 ตุลาคม 2566 นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (รมว.อว.) เป็นประธานการประชุมหารือเพื่อดำเนินการตามคำตัดสินของคณะกรรมการพิจารณาชี้ขาดการยุติในการดำเนินคดีแพ่งของส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมีนางสาวสุชาดา แทนทรัพย์ เลขานุการ รมว.กระทรวง อว. , ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล รองปลัดกระทรวง อว. รักษาราชการแทนปลัดกระทรวง อว. , ผู้แทนสำนักงานอัยการสูงสุด ผู้แทนสำนักงบประมาณ , ผู้แทนกรมธนารักษ์ , ผู้แทนจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผู้แทนมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก เข้าร่วมที่ห้องห้องประชุม 3B ชั้น 3 อาคารพระจอมเกล้า (ถนนโยธี) กระทรวง อว.

นางสาวศุภมาส เปิดเผยหลังการหารือว่า การประชุมหารือครั้งนี้ถือเป็นการหาทางออกร่วมกันภายหลังศาลปกครองสูงสุดตัดสินให้มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก (มทร.ตะวันออก) วิทยาเขตอุเทนถวาย ย้ายออกจากพื้นที่ของจุฬาลงกรณ์วิทยาลัย เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2565 โดยจะต้องดำเนินการภายใน 60 วัน หลังจากมีคำสั่ง

ทั้งนี้ ตนในฐานะรัฐมนตรีที่มีหน้าที่กำกับดูแลทั้ง 2 สถาบันอุดมศึกษา ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานทั้ง 2 แห่ง รู้สึกเห็นใจและเข้าใจความรู้สึกของทุกฝ่าย โดยเฉพาะผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ ศิษย์ปัจจุบันและศิษย์เก่าของอุเทนถวาย แต่เพื่อให้การปฏิบัติราชการเป็นไปตามหลักนิติรัฐ ที่ยึดมั่นในการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด กระทรวง อว.จำเป็นต้องยึดคำสั่งศาลปกครองสูงสุดที่จะให้ทางอุเทนถวายส่งมอบพื้นที่เดิมและหาพื้นที่ใหม่สำหรับจัดการเรียนการสอน ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการผ่อนปรนมาโดยตลอด แต่อย่างไรก็ตามสำหรับการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ ตนจะดูแลให้ดีที่สุดเพื่อไม่ให้กระทบต่อบุคลากรและนักศึกษา รวมถึงจะดูแลในมิติทางสังคม โดยเฉพาะอัตลักษณ์ของอุเทนถวายที่มีมายาวนานกว่า 93 ปี

“ดิฉันได้ขอให้หน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องและ มทร.ตะวันออก ทำแผนการย้ายเพื่อไม่ให้กระทบนักศึกษา ขณะที่การจัดหาพื้นที่ใหม่สำนักงานปลัดกระทรวง อว. และหน่วยงานรัฐจะช่วยสนับสนุนอย่างเต็มที่ และจะช่วยเร่งดำเนินการประสานงานไปยังหน่วยงาน เช่น กรมธนารักษ์ในการจัดหาพื้นที่ที่เหมาะสมเป็นที่พึงพอใจกับทุกฝ่ายต่อไป โดยวันนี้ได้มีการสั่งการตั้งคณะทำงานเพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามมติของคณะกรรมการพิจารณาชี้ขาดการยุติในการดำเนินคดีแพ่งของส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (กยพ.) และคำสั่งศาล รวมถึงจัดทำแผนในการขยับขยายและจัดหาพื้นที่ใหม่ โดยจะเชิญศิษย์เก่าอุเทนถวายเข้าร่วมเป็นคณะทำงานชุดนี้ด้วย ซึ่งคณะทำงานดังกล่าวจะมีการจัดประชุมในสัปดาห์หน้า” รมว.กระทรวง อว.กล่าว

ด้าน ศ.ดร.ศุภชัย กล่าวว่า บนพื้นที่ปัจจุบันของ มทร.ตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย มีบุคลากรสายวิชาการ จำนวน 64 คน บุคลากรสายสนับสนุน จำนวน 45 คน นักศึกษาระดับปริญญาตรี จำนวน 682 คน นักศึกษาระดับปริญญาโท จำนวน 143 คน และนักศึกษาระดับปริญญาเอก จำนวน 14 คน ซึ่งหลังจากนี้สำนักงานปลัดกระทรวง อว.จะเป็นตัวกลางในการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

เตรียมตัวให้พร้อม! เทศกาลชมดาว รับลมหนาว 2566-2567 ปักหมุดเริ่มวันแรก 3 พ.ย.นี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/764988

เตรียมตัวให้พร้อม! เทศกาลชมดาว รับลมหนาว 2566-2567 ปักหมุดเริ่มวันแรก 3 พ.ย.นี้

เตรียมตัวให้พร้อม! เทศกาลชมดาว รับลมหนาว 2566-2567 ปักหมุดเริ่มวันแรก 3 พ.ย.นี้

วันพุธ ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 13.40 น.

วันที่ 25 ตุลาคม 2566 เพจเฟซบุ๊ก “NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ” โพสต์ข้อความระบุว่า  เตรียมตัวให้พร้อม ! เทศกาลชมดาว…รับลมหนาว 2566-2567 ปักหมุดเริ่มวันแรก 3 พฤศจิกายนนี้ ตามด้วยพาเหรดกิจกรรมดูดาวอีกเพียบ 

เป็นธรรมเนียมไปแล้วว่าฤดูหนาวของทุกปีต้องมี #เทศกาลชมดาว เพราะท้องฟ้าที่ปลอดโปร่งและอากาศเย็น ๆ นั้นเหมาะแก่การดูดาวเป็นที่สุด และแน่นอนว่า #NARIT ก็จัดเต็มกิจกรรมดูดาวกันในช่วงนี้นี่แหละ ซึ่งปีนี้มีความพิเศษมากตรงที่เรามีหอดูดาวน้องใหม่ที่ #ขอนแก่น มาร่วมด้วยแล้ว ใครอยู่ขอนแก่นหรือไปเที่ยวอีสานช่วงที่มีกิจกรรมก็มาร์ควันไว้ได้เลย

เอาล่ะ เดี๋ยวเรามาดูกันว่า #กิจกรรมดาราศาสตร์ ที่จะเกิดขึ้นตลอดฤดูหนาวนี้มีอะไรบ้าง 

1. #เปิดเทศกาลชมดาวรับลมหนาว ในคืน #ดาวพฤหัสบดีใกล้โลกที่สุดในรอบปี วันศุกร์ที่ 3 พฤศจิกายน 2566 เวลา 18:00-22:00 น. กิจกรรมดูดาวครั้งแรกของฤดูหนาวนี้ มาพร้อมปรากฏการณ์ “ดาวพฤหัสบดีใกล้โลกที่สุดในรอบปี” ส่องดาวพฤหัสบดีผ่านกล้องโทรทรรศน์ ชมความสวยงามของแถบเมฆ จุดแดงใหญ่ และเหล่าดวงจันทร์บริวาร พร้อมฟัง Special Talk เปิดโผกิจกรรมและปรากฏการณ์ดาราศาสตร์น่าติดตามที่จะเกิดขึ้นตลอดช่วงเทศกาล เข้าร่วมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

2. #ฝนดาวตกเจมินิดส์ คืน 14 – เช้า 15 ธันวาคม 2566 เริ่มชมปรากฏการณ์ได้เวลา 20:00 น. เป็นต้นไป จนถึงรุ่งเช้า อัตราการตกสูงสุดประมาณ 120-150 ดวง/ชั่วโมง ชวนร่วมนอนนับฝนดาวตก และชมวัตถุท้องฟ้าผ่านกล้องโทรทรรศน์ ณ สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ อ. แม่ริม จ. เชียงใหม่ และหอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา นครราชสีมา ฉะเชิงเทรา สงขลา และขอนแก่น เข้าร่วมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

3. Starry Night over Bangkok #ดูดาวกลางกรุง วันเสาร์ที่ 23 ธันวาคม 2566 เวลา 18:00-22:00 น. ณ สวนเบญจกิตติ กรุงเทพมหานคร เปิดประสบการณ์ดูดาวและชมวัตถุท้องฟ้าผ่านกล้องโทรทรรศน์ใจกลางเมืองกรุงเทพฯ ร่วมค้นหาดวงดาวที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางตึกสูงระฟ้า เรียนรู้การดูดาวพื้นฐานผ่านแอปพลิเคชันในสมาร์ทโฟนกับนักดูดาวมืออาชีพ พร้อมเก็บภาพถ่ายดวงจันทร์ผ่านสมาร์ทโฟนจากกล้องโทรทรรศน์หลากหลายชนิด เข้าร่วมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

4. #NARIT Night at the Museum 2023 วันที่ 23-24 ธันวาคม 2566 เวลา 18:00-22:00 น. เปิดนิทรรศการ ท้องฟ้าจำลองรอบพิเศษยามค่ำคืน และกิจกรรมดูดาว สัมผัสประสบการณ์เรียนรู้ดาราศาสตร์ในช่วงกลางคืน และร่วมฉลองเทศกาลคริสต์มาสท่ามกลางหมู่ดาว พบกันได้ที่อุทยานดาราศาสตร์สิรินธร อ. แม่ริม จ. เชียงใหม่ และหอดูดาวเฉลิมพระเกียรติฯ ภูมิภาค ที่นครราชสีมา ฉะเชิงเทรา สงขลา และขอนแก่น เข้าร่วมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

5. TNO Open House : #เปิดบ้านหอดูดาวแห่งชาติ ชวนร่วมสัมผัสเทคโนโลยีกล้องโทรทรรศน์ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 2.4 เมตร ใหญ่และทันสมัยที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และชมดาวเคราะห์ผ่านกล้องโทรทรรศน์ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1 เมตร ณ หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา (หอดูดาวแห่งชาติ) บนอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่ พร้อมเยี่ยมชมห้องทำงานของนักดาราศาสตร์ จัด 2 ครั้ง ครั้งที่ 1 วันเสาร์ที่ 6 มกราคม 2567 และครั้งที่ 2 วันเสาร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ 2567 รับจำนวนจำกัด ครั้งละ 120 คนเท่านั้น ค่าสมัคร 300 บาท/ท่าน 

*เปิดรับสมัครทั้ง 2 ครั้ง วันที่ 3 พฤศจิกายน 2566 ทางเฟซบุ๊ก https://www.facebook.com/NARITPage (ในช่วง Live เวลา 20:00 น. เป็นต้นไป)*

6. NARIT AstroFest 2024 #มหกรรมดาราศาสตร์ วันเสาร์ที่ 13 มกราคม 2567 เวลา 09:00-22:00 น. จัดเต็มกิจกรรมดาราศาสตร์ในวันเด็กแห่งชาติ หนึ่งปีมีเพียงครั้งเดียวกับการเปิดบ้านอุทยานดาราศาสตร์สิรินธร เยี่ยมชมห้องปฏิบัติการเทคโนโลยีดาราศาสตร์ขั้นสูง สัมผัสการทำงานวิจัยของนักดาราศาสตร์สาขาต่าง ๆ พร้อมลุ้นรับของที่ระลึกสุดพิเศษ และสื่อการเรียนรู้ดาราศาสตร์มากมายภายในงาน ส่วนภูมิภาคพบกันได้ที่ หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา นครราชสีมา ฉะเชิงเทรา สงขลา และขอนแก่น เข้าร่วมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

7. Stargazing Night วันเสาร์ที่ 13 มกราคม 2567 เวลา 18:00-22:00 น. ครั้งแรกที่คนไทยจะเงยหน้ามองฟ้า #ดูดาวพร้อมกันทั่วประเทศ กับการตั้งกล้องโทรทรรศน์เพื่อสังเกตการณ์วัตถุท้องฟ้า และกลุ่มดาวฤดูหนาว ได้แก่ ดวงจันทร์ในช่วงหัวค่ำ ดาวเสาร์ ดาวพฤหัสบดี กาแล็กซีแอนโดรเมดา เนบิวลาในกลุ่มดาวนายพราน และกระจุกดาวต่าง ๆ ทั่วท้องฟ้า ให้บริการทั่วไทย นำโดยหอดูดาวในกำกับของ NARIT โรงเรียนในเครือข่ายดาราศาสตร์ และเขตอนุรักษ์ท้องฟ้ามืดในประเทศไทย รวมกันกว่าหลายร้อยจุดสังเกตการณ์ เข้าร่วมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

8. Dark Sky Star Party #มหกรรมท่องเที่ยวดูดาว วันเสาร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 17:00-22:00 น. ณ อุทยานแห่งชาติผาแต้ม จ. อุบลราชธานี สัมผัสความมหัศจรรย์ของท้องฟ้ายามค่ำคืน ในเขตอุทยานท้องฟ้ามืดที่มีทัศนวิสัยท้องฟ้าดีที่สุดแห่งหนึ่งของไทย กับคาราวานกล้องโทรทรรศน์กว่าครึ่งร้อยจากนักดาราศาสตร์สมัครเล่น และเครือข่ายดาราศาสตร์ พร้อมหลากหลายกิจกรรมทางดาราศาสตร์ ประวัติศาสตร์ ชมธรรมชาติยามค่ำคืน และ Workshop การถ่ายภาพทางดาราศาสตร์ เข้าร่วมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

9. NARIT Public Night : #ดูดาวทุกคืนวันเสาร์ กิจกรรมดูดาวสำหรับประชาชน ชมวัตถุท้องฟ้าผ่านกล้องโทรทรรศน์ขนาด 0.7 เมตร และกล้องโทรทรรศน์ขนาดเล็กอีกหลายชนิด พร้อมแนะนำการดูดาวเบื้องต้น ทุกคืนวันเสาร์ เวลา 18:00-22:00 น. ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย

– อุทยานดาราศาสตร์สิรินธร อ. แม่ริม จ. เชียงใหม่ (พฤศจิกายน – พฤษภาคม ของทุกปี) สอบถาม โทร. 084-0882261 *เริ่ม 4 พฤศจิกายน 2566 เป็นต้นไป*

– หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา นครราชสีมา ภายในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (เปิดให้บริการตลอดปี) สอบถาม โทร. 086-4291489

– หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา ฉะเชิงเทรา ต. วังเย็น อ. แปลงยาว จ. ฉะเชิงเทรา (เปิดให้บริการตลอดปี) สอบถาม โทร. 084-0882264

– หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา สงขลา ต. เขารูปช้าง อ. เมือง จ. สงขลา (เปิดบริกาเฉพาะเดือนมกราคม – ตุลาคม ของทุกปี) สอบถาม โทร. 095-1450411

– หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา ขอนแก่น ต. เขื่อนอุบลรัตน์ อ. อุบลรัตน์ จ. ขอนแก่น (เปิดให้บริการตลอดปี) สอบถาม โทร. 063-8921854

พิเศษ ! เพียงเข้าร่วมกิจกรรม NARIT Public Night ดูดาวทุกคืนวันเสาร์ รวมถึงกิจกรรมพิเศษอื่น ๆ สามารถสะสมแต้มออนไลน์และแลกรับของที่ระลึก Limited Edition (ของที่ระลึกขึ้นอยู่กับจุดแลกรับแต่ละแห่ง) และพิเศษสุดในวันเปิดเทศกาลชมดาว…รับลมหนาวฯ (3 พ.ย. 66) เพียงเข้าร่วมกิจกรรมที่ใดก็ได้จะได้รับแต้มสะสม 10 คะแนนทันที !

ติดตามรายละเอียดของแต่ละกิจกรรมแบบละเอียดอีกครั้งได้ทางเพจเฟซบุ๊ก NARIT นะครับบบ

https://www.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2FNARITpage%2Fposts%2Fpfbid0UhccNTTSg9pWd9zmfZtHPaQXDj37ndKS3L1HCVfn2N12Sy4VtYehyx3VxcpzsXkwl&show_text=true&width=500

บอร์ดเงินทุนหมุนเวียนฯเคาะ 200 ล้าน เร่งแก้วิกฤตหนี้สิน-พัฒนาคุณภาพชีวิต‘ครู’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/764981

บอร์ดเงินทุนหมุนเวียนฯเคาะ 200 ล้าน เร่งแก้วิกฤตหนี้สิน-พัฒนาคุณภาพชีวิต‘ครู’

บอร์ดเงินทุนหมุนเวียนฯเคาะ 200 ล้าน เร่งแก้วิกฤตหนี้สิน-พัฒนาคุณภาพชีวิต‘ครู’

วันพุธ ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 12.48 น.

บอร์ดเงินทุนหมุนเวียนฯเคาะ 200 ล้าน เร่งแก้วิกฤตหนี้สิน-พัฒนาคุณภาพชีวิต‘ครู’

25 ตุลาคม 2566 รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการ ก.ค.ศ. เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาปัญหาหนี้สินของข้าราชการครู เป็นหนึ่งในปัญหาสำคัญที่รัฐบาลได้เร่งดำเนินการให้ความช่วยเหลือในการแก้ไขปัญหาหนี้สินให้กับราชการครู ซึ่งในปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 นี้ คณะกรรมการบริหารเงินทุนหมุนเวียนเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินข้าราชการครู ได้อนุมัติจัดสรรวงเงินให้กู้ยืมของเงินทุนหมุนเวียนเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินข้าราชการครู จำนวน 200,000,000 บาท ให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ กู้ยืมตามหลักเกณฑ์และวิธีการให้กู้ยืมเงินทุนหมุนเวียนฯ พ.ศ. 2565

รศ.ดร.ประวิต  กล่าวต่อว่า ผู้กู้ยืมเงินทุนหมุนเวียนต้องมีหนี้สินที่มีอยู่จริงและบังคับได้ตามกฎหมาย เป็นหนี้เงินกู้ที่มีสัญญากู้ยืมเงินกับธนาคาร หรือสหกรณ์ออมทรัพย์ หรือสถาบันการเงินอื่นตามกฎหมาย หรือเป็นหนี้บัตรเครดิต หรือบัตรสินเชื่อเงินสด หรือเป็นหนี้ในฐานะผู้คำประกันที่มีคำพิพากษา โดยเปิดโอกาสให้กับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ที่ดำรงตำแหน่งครู, รอง ผอ.รร./ผอ.รร., รอง ผอ.สพท./ผอ.สพท. และศึกษานิเทศก์ ที่รับราชการมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี และไม่เป็นผู้ที่อยู่ระหว่างถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัย ไม่เป็นผู้ที่ถูกฟ้องร้องคดีล้มละลาย หรือมีคำสั่งศาลให้พิทักษ์ทรัพย์

ทั้งนี้ สามารถกู้ยืมเงินคนละไม่เกิน 500,000 บาท ในอัตราร้อยละ 4 ต่อปี ผ่อนชำระคืนภายใน 12 ปี (144 งวด) สามารถยื่นคำขอกู้ยืมได้ที่ต้นสังกัด เช่น สพป. หรือ สพม. ภายในวันที่ 27 พฤศจิกายน 2566 วงเงินกู้ยืมดังกล่าวจะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยบรรเทาภาวะหนี้สินของข้าราชการครู ให้สามารถนำไปชำระหนี้ ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต เพื่อให้ครูปราศจากหนี้สิน ซึ่งส่งผลต่อขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงาน อันจะทำให้คุณภาพการเรียนการสอนดีขึ้น ผู้เรียน เรียนดี มีความสุข ตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ

สำหรับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่สนใจสามารถเข้าไปศึกษาข้อมูลข่าวสารและเงื่อนไขการกู้ยืมเงินทุนหมุนเวียนดังกล่าวได้ที่เว็บไซต์ของสำนักงาน ก.ค.ศ. http://www.otepc.go.th หรือโทรศัพท์ 02 280 7972-3