รองอธิบดีกรมกงสุล ร่วมรับร่างแรงงานไทย เสียชีวิตในอิสราเอล ส่งกลับทำพิธีที่ชัยภูมิ

รองอธิบดีกรมกงสุล ร่วมรับร่างแรงงานไทย เสียชีวิตในอิสราเอล ส่งกลับทำพิธีที่ชัยภูมิ

รองอธิบดีกรมกงสุล ร่วมรับร่างแรงงานไทย เสียชีวิตในอิสราเอล ส่งกลับทำพิธีที่ชัยภูมิ

วันศุกร์ ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2569, 19.30 น.

รองอธิบดีกรมการกงสุล ร่วมพิธีไว้อาลัยร่างคนไทยที่เสียชีวิตในอิสราเอล พร้อมร่วมพิธีรับร่างกลับไทย

เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2569 นายบัญชา ยืนยงจงเจริญ รองอธิบดีกรมการกงสุล พร้อมด้วยนายพิเชษฐ์ ทองพันธ์ รองปลัดกระทรวงแรงงาน และ Mrs. Dvora Dorsman Yarkoni รองหัวหน้าสำนักงาน สถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย ร่วมพิธีรับร่างและไว้อาลัยนายชัยวัฒน์ แววนิล แรงงานไทยที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ถูกสะเก็ดระเบิดเมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2569 ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ก่อนจะกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาที่จังหวัดชัยภูมิ ต่อไป
 
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2569 นายบุญญฤทธิ์ วิเชียรพันธุ์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ได้เป็นประธานฝ่ายฆราวาส โดยมีพระคุณเจ้า Ananda พระสงฆ์ชาวศรีลังกา เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ในพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่นายชัยวัฒน์ฯ ภายในชุมชนเกษตร Adanim ด้วย

อาลัย นางเพ็ญศรี เคียงศิริ ศิลปินแห่งชาติ เจ้าของนามปากกา นราวดี

อาลัย นางเพ็ญศรี เคียงศิริ ศิลปินแห่งชาติ เจ้าของนามปากกา นราวดี

อาลัย นางเพ็ญศรี เคียงศิริ ศิลปินแห่งชาติ เจ้าของนามปากกา นราวดี

วันศุกร์ ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2569, 19.12 น.

27 มีนาคม 2569 กรมส่งเสริมวัฒนธรรม โดยกองกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม ได้รับประสานจากครอบครัวของนางเพ็ญศรี  เคียงศิริ ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ พุทธศักราช 2560 ว่า นางเพ็ญศรี เคียงศิริ ถึงแก่กรรมอย่างสงบเมื่อวันศุกร์ที่ 27 มีนาคม 2569 เวลา 06.30 น. ณ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ เขตพญาไท กรุงเทพฯ สิริอายุ 95 ปี

กำหนดการพิธีสวดพระอภิธรรม ณ ศาลา สุธีระ – ประจวบ พีชานนท์ วัดธาตุทอง พระอารามหลวง เขตวัฒนา กรุงเทพฯ

วันที่ 28 มีนาคม 2569

เวลา 17.00 น. พิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ
เวลา 18.00 น. สวดพระอภิธรรมศพ

วันที่ 29 มีนาคม – 3 เมษายน 2569

เวลา 17.00 น. สวดพระอภิธรรมศพ

ทั้งนี้ จะมีการบรรจุศพไว้ 100 วัน เพื่อขอพระราชทานเพลิงศพในลำดับต่อไป

ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวและผู้ที่เคารพรักนางเพ็ญศรี เคียงศิริ เจ้าของนามปากกา ‘นราวดี’ ร่วมรำลึกถึงเกียรติประวัติของศิลปินแห่งชาติ ผู้สร้างสรรค์ผลงานนวนิยายที่ได้รับความนิยม ถูกนำไปสร้างเป็นละครโทรทัศน์ อาทิ นางอาย รักเกิดในตลาดสด และยังเป็นนักเขียนที่มีผลงานการแปลวรรณกรรมมากมาย งานเขียนของนราวดีมีจุดเด่นที่นอกจากจะสร้างความบันเทิงให้แก่ผู้อ่านแล้ว ยังให้ข้อคิดในเรื่องครอบครัว ความรัก ความภาคภูมิใจในแผ่นดินเกิด และความงดงามของความหลากหลายในสังคม

ตอกย้ำความเป็นเลิศ! จุฬาฯ คว้าอันดับ1ของไทย 46สาขาวิชา Top100 ของโลก 8สาขาวิชา

ตอกย้ำความเป็นเลิศ! จุฬาฯ คว้าอันดับ1ของไทย 46สาขาวิชา Top100 ของโลก 8สาขาวิชา

ตอกย้ำความเป็นเลิศ! จุฬาฯ คว้าอันดับ1ของไทย 46สาขาวิชา Top100 ของโลก 8สาขาวิชา

วันพฤหัสบดี ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2569, 17.26 น.

จุฬาฯ ตอกย้ำความเป็นเลิศระดับโลก คว้าอันดับ 1 ของไทย 46 สาขาวิชา Top 100 ของโลก 8 สาขาวิชา และทะยานสู่ Top 200 ของโลกถึง 37 สาขาวิชา จาก QS World University Rankings by Subject 2026

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตอกย้ำภาพลักษณ์การเป็นสถาบันการศึกษาชั้นนำของประเทศและระดับสากลอีกครั้ง กับผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลกตามสาขาวิชา “QS World University Rankings by Subject ประจำปี 2026” ซึ่งในปีนี้ จุฬาฯ ได้รับการประเมินและจัดอันดับรวมทั้งสิ้น ถึง 60 สาขาวิชา ผลลัพธ์ในปี 2026  สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพทางวิชาการและการวิจัยที่แข็งแกร่ง โดยมีสถิติที่น่าภาคภูมิใจ ดังนี้

– ครองอันดับ 1 ของประเทศไทย มากถึง 46 สาขาวิชา
– ติดอันดับชั้นนำระดับโลก (Top 200 ของโลก) ถึง 37 สาขาวิชา
– สาขาวิชาที่โดดเด่นระดับโลก (Top 100 ของโลก)

ในปีนี้ จุฬาฯ มีสาขาวิชาที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมจนก้าวเข้าสู่ 100 อันดับแรกของโลกหลายสาขา ได้แก่

• Dentistry (อันดับ 32 ของโลก)
• Engineering – Petroleum (อันดับ 65 ของโลก)
• Engineering – Mineral & Mining (อันดับ 71 ของโลก)
• Veterinary Science (อันดับ 71 ของโลก)
• Performing Arts (อันดับ 75 ของโลก)
• Development Studies (อันดับ 89 ของโลก)
• Hospitality & Leisure Management (อันดับ 91 ของโลก)
• English Language & Literature (อันดับ 98 ของโลก)

 ความเป็นเลิศในระดับกลุ่มสาขาวิชา (Broad Subject)  ไม่เพียงแต่สาขาวิชาเฉพาะทางเท่านั้น แต่ในระดับกลุ่มสาขาวิชา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยยังได้รับการจัดอันดับให้อยู่ใน Top 200 ของโลก ถึง 4 กลุ่มสาขาหลัก ได้แก่

• Arts & Humanities (อันดับ 118 ของโลก)
• Social Sciences & Management (อันดับ 141 ของโลก)
• Life Sciences & Medicine (อันดับ 157 ของโลก)
• Engineering & Technology (อันดับ 194 ของโลก)

ความสำเร็จในครั้งนี้ เป็นผลมาจากความมุ่งมั่นของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา การสร้างสรรค์งานวิจัยที่ได้รับการอ้างอิงระดับสากล ตลอดจนการได้รับการยอมรับจากทั้งแวดวงวิชาการระดับโลก และจากผู้จ้างงานอย่างต่อเนื่อง

ติดตามผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยโดย QS World University Rankings by Subject 2026 เพิ่มเติมได้ที่ https://www.topuniversities.com/world-university-rankings

‘องค์การค้า ของ สกสค.’ ลงนามสัญญาผู้ชนะ 5 ราย จัดพิมพ์หนังสือแบบเรียน’69

‘องค์การค้า ของ สกสค.’ ลงนามสัญญาผู้ชนะ 5 ราย จัดพิมพ์หนังสือแบบเรียน’69

‘องค์การค้า ของ สกสค.’ ลงนามสัญญาผู้ชนะ 5 ราย จัดพิมพ์หนังสือแบบเรียน’69

วันพฤหัสบดี ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

องค์การค้า ของ สกสค. เดินหน้าโครงการจัดจ้างพิมพ์หนังสือแบบเรียน ประจำปีการศึกษา 2569 โดยได้ประกาศผลผู้ชนะการเสนอราคา และได้เชิญผู้ชนะการเสนอราคาทั้ง 5 ราย ได้แก่ 1.ห้างหุ้นส่วนจำกัด ฟิสิกส์เซ็นเตอร์ 2.บริษัท รุ่งศิลป์การพิมพ์ (1977) จำกัด 3.บริษัท วรรณชาติ เพรส จำกัด 4.บริษัท สยามเพลส จำกัด และ 5.บริษัท อุดมศึกษา จำกัด เข้าร่วมลงนามในสัญญา เพื่อเริ่มดำเนินการผลิตหนังสือแบบเรียนตามแผนงานที่กำหนด

ดร.ดิศกุล เกษมสวัสดิ์  รองเลขาธิการคณะกรรมการ สกสค. เป็นประธานในการลงนามข้อตกลงคุณธรรม (Integrity Pact) ร่วมกันระหว่างผู้ชนะการเสนอราคา ผู้สังเกตการณ์ และองค์การค้าของ สกสค. เพื่อให้การดำเนินโครงการเป็นไปอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้ ขณะเดียวกัน น.ส.ชนนิกานต์ สืบชนะ รองเลขาธิการคณะกรรมการ สกสค. ทำหน้าที่ประธานคณะกรรมการร่างขอบเขตของงาน (TOR) และประธานคณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ของโครงการ เพื่อกำกับและติดตามการดำเนินงานให้เป็นไปตามระเบียบ กฎหมาย และหลักธรรมาภิบาล โดยผลการประกวดราคาพบว่า โครงการนี้สามารถ ประหยัดงบประมาณได้รวมทั้งสิ้น 255,637,700 บาท หรือคิดเป็นร้อยละ 25.31 ของงบประมาณโครงการ

นอกจากนี้ในวันเดียวกัน ยังได้มีการประชุมบริหารสัญญา โดยมี ดร.สุชาติ กลัดสุข รองเลขาธิการคณะกรรมการ สกสค. เป็นประธานคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ กำกับและติดตามกระบวนการผลิตอย่างใกล้ชิด พร้อมขอความร่วมมือให้ผู้รับจ้างทั้ง 5 ราย ดำเนินการจัดพิมพ์ให้แล้วเสร็จ และสามารถส่งมอบหนังสือแบบเรียนแก่สถานศึกษาทั่วประเทศตามกำหนดการ ก่อนเปิดภาคเรียนปีการศึกษา 2569 โดยไม่ส่งผลกระทบต่อการเรียนการสอน สร้างความมั่นใจ ลดความกังวลของตัวแทนจำหน่าย และสถานศึกษาว่าการจัดพิมพ์หนังสือแบบเรียนจะแล้วเสร็จทันตามกำหนดเวลา โดยได้รับเกียรติจากผู้สังเกตการณ์ภายใต้ข้อตกลงคุณธรรมทั้ง 3 ท่าน และวาสนา สุทธิเดชัย คณะกรรมการส่งเสริมโครงการข้อตกลงคุณธรรม เข้าร่วมเป็นสักขีพยาน

โดย ดร.มานะ นิมิตมงคล ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) กล่าวว่า การดำเนินโครงการว่าการปรับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างของ สกสค. ในครั้งนี้ ได้นำ “ข้อตกลงคุณธรรม” มาใช้ เปิดให้ผู้สังเกตการณ์จากองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) เข้าร่วมสังเกตการณ์ในทุกขั้นตอน ตั้งแต่จัดทำ TOR กำหนดราคากลางไปจนถึงประกวดราคา และแบบ (e-bidding) และกำหนดให้ผู้เสนอราคาสามารถยื่นข้อเสนอได้ในทุกรายการ ส่งผลให้เกิดการแข่งขันอย่างเปิดกว้าง ทำให้สามารถจัดซื้อได้ในราคาที่เป็นธรรม ได้ราคาต่ำกว่าราคากลาง และประหยัดงบประมาณ

​พลิกโฉมอุตฯอวกาศ ปักหมุดพัฒนา ‘ท่าอวกาศยาน – กลุ่มดาวเทียม’ ภายในประเทศ

​พลิกโฉมอุตฯอวกาศ ปักหมุดพัฒนา ‘ท่าอวกาศยาน – กลุ่มดาวเทียม’ ภายในประเทศ

​พลิกโฉมอุตฯอวกาศ ปักหมุดพัฒนา ‘ท่าอวกาศยาน – กลุ่มดาวเทียม’ ภายในประเทศ

วันพฤหัสบดี ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA เดินหน้าพลิกโฉมอุตสาหกรรมอวกาศไทย ร่วมจัดงานประชุม “JAPAN THAILAND SPACE INDUSTRY FORUM” ดึงเครือข่ายภาครัฐและเอกชนญี่ปุ่นร่วมขับเคลื่อนยุทธศาสตร์อวกาศเชิงพาณิชย์ ปักหมุดพัฒนา “ท่าอวกาศยาน (Spaceport)” และ “กลุ่มดาวเทียม (Satellite Constellation)” ภายในประเทศ

ดร.ปกรณ์ อาภาพันธุ์ ผู้อำนวยการ GISTDA กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้เป็นการต่อยอดความสำเร็จจากการหารือระดับยุทธศาสตร์กับเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทยเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา โดยมีเป้าหมายหลักในการยกระดับความร่วมมือการพัฒนากลุ่มดาวเทียมสำรวจโลกของประเทศไทย เพื่อเสริมขีดความสามารถทางการแข่งขันของไทยในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ทั้งด้านเกษตรอัจฉริยะ การคมนาคมทางทะเล และการบริหารจัดการภัยพิบัติ ซึ่งถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในการพุ่งทะยานสู่การเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัล อย่างเต็มรูปแบบ และความร่วมมือครั้งนี้สำคัญว่า “กิจกรรมที่เกิดขึ้นนี้เป็นหมุดหมายสำคัญที่พิสูจน์ว่า ประเทศไทยไม่ได้เป็นเพียงผู้ใช้งานเทคโนโลยีอวกาศอีกต่อไป แต่เรากำลังก้าวขึ้นมาเป็นผู้เล่นสำคัญในห่วงโซ่อุปทานอวกาศระดับโลก ร่วมกับพันธมิตรที่แข็งแกร่งอย่างประเทศญี่ปุ่น”

โดยกิจกรรมดังกล่าวจะนำไปสู่กรอบบันทึกความร่วมมือ (Memorandum of Cooperation: MOC) ระหว่าง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (MHESI) ประเทศไทย โดย GISTDA และ กระทรวงเศรษฐกิจการค้าและอุตสาหกรรม (METI) ประเทศญี่ปุ่น รวมถึงภาคอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง ทั้งสองฝ่ายคาดหวังว่าจะสามารถสรุปและลงนามบันทึกความร่วมมือดังกล่าวได้ในเร็วๆนี้

“การยกระดับความร่วมมือในครั้งนี้จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจอุตสาหกรรมใหม่ (New S-Curve) ด้วยการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนเข้าสู่พื้นที่ EEC ผ่านการพัฒนาท่าอวกาศยาน ควบคู่ไปกับการนำเทคโนโลยีดาวเทียมมาพลิกโฉมภาคการเกษตร การขนส่ง และการจัดการภัยพิบัติ เพื่อสร้างความมั่นคงทางดิจิทัล ซึ่งจะนำไปสู่การจ้างงานทักษะสูงจากการถ่ายทอดองค์ความรู้ และพลิกบทบาทของประเทศไทยจากเพียง “ผู้ใช้งาน” ให้ก้าวขึ้นเป็น “ผู้สร้าง” และเป็นผู้เล่นสำคัญในห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมอวกาศระดับโลกอย่างเต็มภาคภูมิ“ ผอ. GISTDA กล่าว

เปิดโผ 10 อันดับ โรงเรียนมัธยม กทม. เขต 1 แข่งขันเข้า ม.1-ม.4 สูง

เปิดโผ 10 อันดับ โรงเรียนมัธยม กทม. เขต 1 แข่งขันเข้า ม.1-ม.4 สูง

เปิดโผ 10 อันดับ โรงเรียนมัธยม กทม. เขต 1 แข่งขันเข้า ม.1-ม.4 สูง

วันพุธ ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2569, 10.20 น.

วันที่ 25 มี.ค.2569 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) กรุงเทพมหานคร (กท.1) โพสต์ภาพและข้อความผ่านเพจ สพม.กท 1 เปิดเผยข้อมูลโรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูงสุด 10 อันดับ ปีการศึกษา 2569 ดังนี้

ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 (ห้องเรียนปกติ)

อันดับ 1 โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย อัตราการแข่งขัน 1:5.82

อันดับ 2 โรงเรียนเทพศิรินทร์ อัตราการแข่งขัน 1:4.28

อันดับ 3 โรงเรียนสามเสนวิทยาลัย อัตราการแข่งขัน 1:3.98

อันดับ 4 โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ สตรีวิทยา อัตราการแข่งขัน 1:3.04

อันดับ 5 โรงเรียนสตรีวิทยา อัตราการแข่งขัน 1:2.79

อันดับ 6 โรงเรียนโยธินบรูณะ อัตราการแข่งขัน 1:2.64

อันดับ 7 โรงเรียนโพธิสารพิทยากร อัตราการแข่งขัน 1:2.59

อันดับ 8 โรงเรียนรัตนโกสินทร์สมโภชบางขุนเทียน อัตราการแข่งขัน 1:2.44

อันดับ 9 โรงเรียนสวนกุหลายวิทยาลัย ธนบุรี อัตราการแข่งขัน 1:2.06

อันดับ 10 โรงเรียนบางปะกองวิทยาคม อัตราการแข่งขัน 1:1.93

ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 (ห้องเรียนปกติ)

อันดับ 1 โรงเรียนสตรีวิทยา อัตราการแข่งขัน 1:13.87

อันดับ 2 โรงเรียนสามเสนวิทยาลัย อัตราการแข่งขัน 1:10.13

อันดับ 3 โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย อัตราการแข่งขัน 1:10.08

อันดับ 4 โรงเรียนวัดราชบพิธ อัตราการแข่งขัน 1:8.75

อันดับ 5 โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ สตรีวิทยา อัตราการแข่งขัน 1:8.26

อันดับ 6 โรงเรียนเทพศิรินทร์ อัตราการแข่งขัน 1:8.25

อันดับ 7 โรงเรียนโพธิสารพิทยากร อัตราการแข่งขัน 1:7.77

อันดับ 8 โรงเรียนรัตนโกสินทร์สมโภชบางขุนเทียน อัตราการแข่งขัน 1:7.52

อันดับ 9 โรงเรียนศึกษานารี อัตราการแข่งขัน 1:6.90

อันดับ 10 โรงเรียนบางปะกองวิทยาคม อัตราการแข่งขัน 1:5.75

สดร.พัฒนาองค์ความรู้ทางดาราศาสตร์ ชวนโรงเรียนทั่วประเทศสมัครเข้าร่วม โครงการกระจายโอกาสการเรียนรู้ดาราศาสตร์’69

สดร.พัฒนาองค์ความรู้ทางดาราศาสตร์ ชวนโรงเรียนทั่วประเทศสมัครเข้าร่วม โครงการกระจายโอกาสการเรียนรู้ดาราศาสตร์’69

สดร.พัฒนาองค์ความรู้ทางดาราศาสตร์ ชวนโรงเรียนทั่วประเทศสมัครเข้าร่วม โครงการกระจายโอกาสการเรียนรู้ดาราศาสตร์’69

วันพุธ ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.) (NARIT) เชิญชวนโรงเรียนทั่วประเทศสมัครเข้าร่วมโครงการกระจายโอกาสการเรียนรู้ดาราศาสตร์ ประจำปี 2569 มอบกล้องโทรทรรศน์ชนิดดอปโซเนียน และสื่อการเรียนรู้ดาราศาสตร์ พร้อมฝึกอบรมการใช้งานฟรี เปิดรับสมัครตั้งแต่บัดนี้ ถึง 21 เมษายน 2569

โดยโครงการกระจายโอกาสการเรียนรู้ดาราศาสตร์ จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 12 เพื่อสนับสนุนกล้องโทรทรรศน์ชนิดดอปโซเนียน ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 10 นิ้ว พร้อมสื่อการเรียนรู้ดาราศาสตร์ ให้แก่โรงเรียนทั่วประเทศ สำหรับนำไปใช้ในการจัดการเรียนการสอนในห้องเรียน ให้ครูและนักเรียนนำไปจัดกิจกรรมสังเกตการณ์วัตถุท้องฟ้าและปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ที่น่าสนใจ ต่อยอดสู่การทำโครงงานดาราศาสตร์ รวมถึงสร้างเครือข่ายการเรียนรู้ดาราศาสตร์ในโรงเรียนและชุมชน

สำหรับกล้องโทรทรรศน์ชนิดดอปโซเนียน ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 10 นิ้ว ที่มอบให้แก่โรงเรียน สดร. ออกแบบ สร้างและพัฒนาร่วมกับบริษัทผู้ผลิตคนไทย เป็นกล้องฯ คุณภาพสูง ใช้งานง่าย เหมาะสำหรับการใช้งานในโรงเรียน สามารถสังเกตการณ์ดาวเคราะห์ ดวงจันทร์ ดวงอาทิตย์ (ผ่านฟิลเตอร์ดูดวงอาทิตย์) รวมถึงวัตถุท้องฟ้าในห้วงอวกาศลึก เช่น กาแล็กซี เนบิวลา กระจุกดาว เป็นต้น มีอุปกรณ์เสริม อาทิ ชุดเลนส์ใกล้ตา อุปกรณ์เพิ่มกำลังขยายพิเศษ และสามารถนำกล้องถ่ายภาพดิจิทัลมาเชื่อมต่อเพื่อบันทึกภาพวัตถุท้องฟ้าต่าง ๆ ได้ ใช้เก็บข้อมูลทำโครงงานดาราศาสตร์ จัดกิจกรรม และเป็นสื่อการเรียนรู้ดาราศาสตร์ได้ นอกจากนี้ หากกรณีชำรุดเสียหาย สดร. ยินดีซ่อมให้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ด้วยมุ่งหวังให้ครูและนักเรียนนำไปใช้จริงให้เกิดประโยชน์สูงสุดทั้งในโรงเรียนและชุมชน

สำหรับปี 2569 สดร. มีเป้าหมายมอบกล้องโทรทรรศน์และสื่อการเรียนรู้ดาราศาสตร์แก่โรงเรียน จํานวน 50 โรงเรียน กําหนดจัดพิธีมอบ พร้อมฝึกอบรมการใช้งานกล้องโทรทรรศน์และมอบสื่อการเรียนรู้ดาราศาสตร์ให้กับโรงเรียน ระหว่างวันที่ 22 – 24 พฤษภาคม 2569 ณ อุทยานดาราศาสตร์สิรินธร อ.แม่ริม และโรงแรมกรีนเลค รีสอร์ท อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ผู้สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 21 เมษายน 2569 ได้ที่ https://www.narit.or.th/index.php/dobsoniantelescopeforschool สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 088-5477834 หรือ 053-121-269 ต่อ 305 (ในวันและเวลาราชการ)

​‘สพฐ. – กสศ.’ เสริมแนวทางใช้มือถือในห้องเรียน ลดเด็กหลุดนอกระบบ

​‘สพฐ. - กสศ.’ เสริมแนวทางใช้มือถือในห้องเรียน ลดเด็กหลุดนอกระบบ

​‘สพฐ. – กสศ.’ เสริมแนวทางใช้มือถือในห้องเรียน ลดเด็กหลุดนอกระบบ

วันพุธ ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นประธานการประชุมผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ครั้งที่ 10/2569 เพื่อติดตามความก้าวหน้าและขับเคลื่อนนโยบายสำคัญด้านการพัฒนาคุณภาพการศึกษา โดยมี นายพิเชฐร์ วันทอง นายวิษณุ ทรัพย์สมบัติ และนางภัทรวรรณ ภัทรบวรวุฒิ รองเลขาธิการ กพฐ. พร้อมด้วยนางอาทิตยา ปัญญา และนางอรุณี จิรมหาศาล ผู้ช่วยเลขาธิการ กพฐ. เข้าร่วมประชุม ร่วมกับผู้อำนวยการสำนักต่างๆ และบุคลากรของ สพฐ. ณ ห้องประชุม สพฐ. 1 อาคาร สพฐ. 4 ชั้น 2 กระทรวงศึกษาธิการ

นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการ กพฐ. กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้มุ่งเน้นการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม โดยเริ่มจากความร่วมมือกับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ซึ่งได้เชิญ ดร.ไกรยส ภัทราวาท ร่วมแลกเปลี่ยนแนวคิดด้านการพัฒนาการศึกษาในหลายมิติ ทั้งการลดปัญหาเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษา เพื่อเพิ่มโอกาสทางการศึกษาให้ครอบคลุมนักเรียนทุกกลุ่มอย่างทั่วถึง พร้อมกันนี้ ยังมีการสนับสนุนเครื่องมือบริหารจัดการโรงเรียน เช่น โปรแกรม Q-Info สำหรับโรงเรียนขนาดเล็กและขนาดกลาง รวมถึงการขับเคลื่อนโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น เพื่อสร้างความต่อเนื่องของกำลังครูในพื้นที่ห่างไกล และอาจต่อยอดสู่แนวคิด ผู้บริหารรัก(ษ์)ถิ่น” เพื่อช่วยลดปัญหาการโยกย้ายบ่อยในโรงเรียนที่ขาดแคลนบุคลากร

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังหารือเรื่องงบประมาณอุดหนุนรายหัวสำหรับครูและนักเรียน รวมถึงค่าอาหารกลางวันและอาหารเสริมต่างๆ โดย สพฐ. จะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางประสานความร่วมมือกับ กสศ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขับเคลื่อนงานผ่านกระบวนการวิจัยและการทำงานเชิงระบบ ก่อนนำเสนอเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายสู่ระดับกระทรวงและคณะรัฐมนตรี

ในด้านการสื่อสารภายในองค์กร สพฐ. เตรียมพัฒนาระบบ OBEC Channel ให้เป็นช่องทางหลักในการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างส่วนกลาง เขตพื้นที่การศึกษา และสถานศึกษา ครอบคลุมทั้ง 245 เขตพื้นที่ และโรงเรียนกว่า 29,000 แห่งทั่วประเทศ

สำหรับแนวทางการใช้โทรศัพท์มือถือหรืออุปกรณ์สื่อสารในห้องเรียน เพื่อรองรับการเปิดภาคเรียนใหม่ สพฐ. เปิดโอกาสให้แต่ละโรงเรียนกำหนดแนวปฏิบัติให้เหมาะสมกับบริบทของตนเอง โดยครูและผู้บริหารสามารถกำหนดได้ทั้งรูปแบบฝากเครื่อง ปิดเครื่อง หรือใช้เป็นเครื่องมือสนับสนุนการเรียนรู้ในชั้นเรียน ทั้งนี้เน้นการสร้างความเข้าใจร่วมกันระหว่างโรงเรียน ครู และผู้ปกครองให้ชัดเจนก่อนเปิดภาคเรียน

ส่วนมาตรการ Work from Home กำหนดให้ดำเนินการตามความเหมาะสมของภารกิจ โดยสามารถปฏิบัติงานที่บ้านได้ไม่เกิน 50% เพื่อไม่ให้กระทบต่อการให้บริการประชาชน ขณะที่ผู้บริหารทุกระดับยังคงปฏิบัติงานตามปกติ เพื่อให้การขับเคลื่อนภารกิจเป็นไปอย่างต่อเนื่อง พร้อมกำชับให้มีการรายงานตัวและติดตามงานผ่านระบบออนไลน์อย่างเข้มงวด

ด้านงบประมาณปี 2569 สพฐ. ได้เร่งรัดการเบิกจ่ายให้เป็นไปตามเป้าหมายของภาครัฐ พร้อมติดตามความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการจัดการศึกษาและมีส่วนช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยล่าสุดได้รับการจัดสรรงบประมาณแล้ว 75% และยืนยันการจ่ายเงินเดือนบุคลากรได้ครบถ้วน พร้อมบริหารงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และสนับสนุนการพัฒนาการศึกษาอย่างยั่งยืน

เปิดม่านศึกฟุตบอลประเพณี ‘วปอ.ลีก คัพ เพื่อสังคม 2569’ เชื่อมพลังศิษย์เก่า–ปัจจุบัน สร้างโอกาสเยาวชน

เปิดม่านศึกฟุตบอลประเพณี ‘วปอ.ลีก คัพ เพื่อสังคม 2569’ เชื่อมพลังศิษย์เก่า–ปัจจุบัน สร้างโอกาสเยาวชน

เปิดม่านศึกฟุตบอลประเพณี ‘วปอ.ลีก คัพ เพื่อสังคม 2569’ เชื่อมพลังศิษย์เก่า–ปัจจุบัน สร้างโอกาสเยาวชน

วันอังคาร ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2569, 18.41 น.

24 มีนาคม 2569 สมาคมวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วปอ.) ร่วมกับนักศึกษาหลักสูตรวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร รุ่นที่ 68 (วปอ.68) จัดงานแถลงข่าวการแข่งขันฟุตบอลประเพณี “วปอ.ลีก คัพ เพื่อสังคม ประจำปี 2569” อย่างเป็นทางการ ณ หอประชุมวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ กองบัญชาการกองทัพไทย

ภายในงานได้รับเกียรติจาก พลโท ทักษิณ สิริสิงห์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย พันตำรวจตรี ยุทธนา แพรดำ ประธานนักศึกษาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร รุ่นที่ 68 รวมถึงผู้แทนทีมฟุตบอลที่เข้าร่วมการแข่งขันทั้ง 6 ทีม ได้แก่ ทีม NDC1, ทีม NDC2, ทีม NDC3, ทีม วปอ.66, ทีม วปอ.67 และทีม วปอ.68 ตลอดจนศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบันเข้าร่วมอย่างคับคั่ง

พันตำรวจตรี ยุทธนา แพรดำ กล่าวว่า การจัดการแข่งขันครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างนักศึกษาหลักสูตรรุ่นต่าง ๆ สร้างความคุ้นเคยและความร่วมมือ ซึ่งจะนำไปสู่การบูรณาการการทำงานเพื่อประเทศชาติในอนาคต พร้อมทั้งใช้กีฬาเป็นสื่อกลางในการสนับสนุนและส่งเสริมการพัฒนาเยาวชนในภูมิภาคต่าง ๆ ผ่านโครงการเพื่อสังคม (CSR) ของนักศึกษา วปอ. รุ่นที่ 68

สำหรับรูปแบบการแข่งขัน ปีนี้มีทีมเข้าร่วมทั้งหมด 6 ทีม ใช้กติกาที่ประยุกต์จากหลักสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) โดยแบ่งการแข่งขันเป็น 3 ครึ่ง ครึ่งละ 25 นาที และสามารถเปลี่ยนตัวผู้เล่นได้ไม่จำกัดจำนวน

การแข่งขันรอบแรกจะเป็นแบบพบกันหมด (Round-robin) ในระบบเหย้า–เยือน เก็บคะแนนสะสมรายสัปดาห์ โดยใช้สนามแข่งขัน 2 แห่ง ได้แก่ สนามกีฬากองทัพอากาศ (ธูปะเตมีย์) และสนามกีฬาบุณยะจินดา เมื่อสิ้นสุดฤดูกาล ทีมอันดับ 1 และ 2 จะเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ทีมอันดับ 3 และ 4 ชิงอันดับ 3 และทีมอันดับ 5 และ 6 ชิงอันดับ 5 โดยหากเสมอกันในเวลาปกติจะตัดสินด้วยการดวลจุดโทษ

พิธีเปิดการแข่งขันอย่างเป็นทางการจะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 29 มีนาคม 2569 เวลา 16.00 น. ณ สนามกีฬากองทัพอากาศ (ธูปะเตมีย์) โดยได้รับเกียรติจาก พลเอก อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นประธานในพิธี พร้อมประเดิมสนามการแข่งขันนัดแรก 3 คู่ ได้แก่

                •             เวลา 16.15 น. ทีม วปอ.66 พบ ทีม NDC2

                •             เวลา 18.15 น. ทีม วปอ.68 พบ ทีม NDC3

                •             เวลา 20.20 น. ทีม วปอ.67 พบ ทีม NDC1

ส่วนพิธีปิดและการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ จะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 7 มิถุนายน 2569 เวลา 16.00 น. ณ สนามกีฬากองทัพอากาศ (ธูปะเตมีย์)

นอกจากถ้วยรางวัลชนะเลิศแล้ว ยังมีรางวัลพิเศษเพื่อเชิดชูเกียรตินักกีฬา ได้แก่

                •             รางวัลดาวซัลโวสูงสุดประจำทัวร์นาเมนต์

                •             รางวัลผู้เล่นทรงคุณค่า (MVP) ประจำทัวร์นาเมนต์

                •             รางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยม (Man of the Match) ประจำแต่ละแมตช์

ผู้สนใจสามารถร่วมติดตามและรับชมการถ่ายทอดสดการแข่งขัน “วปอ.ลีก คัพ เพื่อสังคม ประจำปี 2569” ได้ผ่าน Facebook Page และ YouTube: NDC LEAGUE 2569

มจพ. – สถาบันพระปกเกล้า จับมือลงนาม MOU บริหารจัดการขยะมูลฝอยอย่างยั่งยืนด้วย AI

มจพ. - สถาบันพระปกเกล้า จับมือลงนาม MOU บริหารจัดการขยะมูลฝอยอย่างยั่งยืนด้วย AI

มจพ. – สถาบันพระปกเกล้า จับมือลงนาม MOU บริหารจัดการขยะมูลฝอยอย่างยั่งยืนด้วย AI

วันอังคาร ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2569, 17.35 น.

24 มีนาคม 2569 ได้มีพิธีลงนาความร่วมมือทางวิชาการภายใต้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่าง ศาสตราจารย์ ดร.ธานินทร์  ศิลป์จารุ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) กับ รองศาสตราจารย์ ดร. อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า  พร้อมด้วยคณะผู้บริหารทั้งสองแห่งร่วมเป็นสักขีพยาน  วัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาและส่งเสริมด้านวิชาการและการสนับสนุนการดำเนินงานของศูนย์บริหารจัดการขยะมูลฝอยอย่างยั่งยืนด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ ณ ห้องภูวนาทประชาธิปก ชั้น 5 สถาบันพระปกเกล้า ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถนนแจ้งวัฒนะ