‘ทาทา ยัง’เปิดใจหลังควง’น้องเร’ขึ้นเวทีเมินชาวเน็ตเมาท์ลูก เคลียร์ชัดสถานะหัวใจ!

'ทาทา ยัง'เปิดใจหลังควง'น้องเร'ขึ้นเวทีเมินชาวเน็ตเมาท์ลูก เคลียร์ชัดสถานะหัวใจ!

‘ทาทา ยัง’เปิดใจหลังควง’น้องเร’ขึ้นเวทีเมินชาวเน็ตเมาท์ลูก เคลียร์ชัดสถานะหัวใจ!

วันจันทร์ ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 12.59 น.

“อมิตา ทาทา ยัง” อดีตสาวน้อยมหัศจรรย์ วันนี้มาเปิดใจหลังควงลูกชายสุดหล่อ “น้องเร” ขึ้นเวทีคอนเสิร์ต พร้อมเผยเหตุผลลดน้ำหนักเพราะกลัวตาย เปิดสถานะหัวใจโสดหรือไม่โสด? ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ช่อง One31 ที่มี หนิง ปณิตา และเป็กกี้ ศรีธัญญา เป็นพิธีกรดำเนินรายการ

 คนว้าวกับน้องเรมาก?

“ขอบคุณทุกคนที่เอ็นดูเร ตอนนี้เร 9 ขวบแล้วค่ะ”

 ล่าสุดทำไมอยู่ดีๆไปอยู่บนเวทีคอนเสิร์ตได้?

“ทุกคอนเสิร์ตเขาจะถามอยู่แล้ว ว่าครั้งนี้เขาต้องขึ้นไปให้ดอกไม้มั้ย พอเราเห็นว่าครั้งนี้เขาเริ่มรู้เรื่องแล้วก็เลยถามว่าเรอยากขึ้นไปให้ดอกไม้แม่มั้ยล่ะ เขาบอกว่าไม่ค่อยเท่าไหร่เราก็แอบตกใจ พอถามว่าแล้วเรอยากทำอะไรเขาบอกว่าเขาอยากเต้น ทุกครั้งเรจะเป็นตัวแทนของครอบครัวเอาดอกไม้ไปให้ แต่ครั้งนี้เขาบอกว่าเขาเต้นได้นะ ก็เลยบอกว่าเรนี่เวทีอิมแพค ด้วยเวลากระชั้นชิดมาก ตอนอยากทำไม่มีคนไง คนยังไม่เข้า เขาบอก 4 วันก่อนโชว์ ทางแกรมมี่ก็คอนเฟิร์มมา 2 วันก่อนโชว์ เท่ากับเรไม่มีเวลาซ้อมเลย นี่ก็คือสดจริงๆ ทาพยายามบอกเขาตลอดเวลา คนอื่นเขาต้องซ้อม พี่เรต้องให้เขาเลยนะ เพราะพี่เรมาทีหลัง”

เป็นคอนเสิร์ตมาราธอนมาก 7 ชั่วโมง เห็นว่าเพลงรบกวนมารักกัน เขารีเควสเองอยากเต้นกับคุณแม่?

“ใช่ เขาอาจคิดว่าเขาสบายตัวในการเต้นเพลงนี้ เพราะเขารู้จักเพลงนี้ดี แต่จริงๆ เขาเต้นได้หลายเพลง แต่เลือกเพลงนี้ด้วยท่าเต้น จังหวะ เขาบอกเขาชอบชุดแดนเซอร์อยากใส่ด้วย”

 พอลงจากเวที หลานว่ายังไง?

“จะเป็นกระแสหลังคอนเสิร์ตซะมากกว่า เขาถามว่าคนดูเขาเยอะมั้ย เขาอยากรู้ว่ากระแสไวรัลในโลกโซเชียลดูเขาเยอะมั้ยนางอยากรู้ว่าคนดูนางเยอะมั้ย เราก็ตอบตอบว่าเยอะนะ แต่ก็เยอะจริงๆ” 

ในฐานะคุณแม่เป็นศิลปิน ให้คะแนนผลงานครั้งนี้ของลูกยังไง?

“ทาว่าก็มาตรฐาน 4 วันที่ทำได้ ถ้ามีต้นทุนที่รู้จักเพลงนี้อยู่แล้ว แต่ว่าดิฉันก็เป็นพวกเปย์บ้านโป่งราชบุรี (หัวเราะ) ก็อยากให้เขามีเวลามากกว่านี้ ถ้าเป็นไปได้ ก็ภูมิใจในตัวลูกมากๆ ทาว่าเรื่องที่ภูมิใจที่สุดคือการขึ้นไปอยู่กับคนดูเยอะๆ ตอนเราพูด เราพูดได้ แต่เวลาจัดการความรู้สึกของความตื่นเต้น น้อยคนที่จะจัดการได้ง่ายดูเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ถามว่าเขาตื่นเต้นมั้ยเขาตื่นเต้นนะ มี Behind The Scene นางจะมีอาการนิดหน่อย”

เขาพอใจกับผลงานตัวเองมั้ย?

“อันนี้ทาไม่ได้ถาม แต่ถ้าถามเขา เขาก็จะตอบว่าเอาที่แม่รู้จักลูกเนอะ ทาว่าเรทำได้ดีกว่านี้ ถ้าไม่ใช่ก็ไม่ใช่นะ แต่คิดว่าเขาค่อนข้างรู้ จากรอบแรกกับรอบที่สองต่างกัน รอบนี้เขาเดินหมุนช้าไป เขามีการแก้ไขเรื่องบล็อกกิ้ง รอบแรกกับรอบสองไม่ได้เหมือนกัน ทารู้สึกว่าเขาไม่ได้ขึ้นไปงั้นๆ เขาเช็กงานตัวเองและแก้ไข”

 คิดว่าเขาติดใจมั้ย?

“น่าจะติดค่ะ (หัวเราะ) มีถามว่าเมื่อไหร่มีอีก ขึ้นไปได้อีกหรือเปล่า ก็เลยบอกว่าเดี๋ยวรอดูแล้วกัน แต่แม่จะมาเสนองานเรเนิ่นๆ แล้วกันนะลูก”

จะผลักดันเขาเป็นศิลปินมั้ย?

“ทารู้สึกว่าชีวิตของเรเป็นชีวิตของเร เรอยากทำอะไรทาสนับสนุนทุกอย่าง ทาไม่อยากให้เรต้องคาดหวังว่าเรจะเป็นอะไรในชีวิต หรืออยากเป็นเหมือนทา อยากให้เรตัดสินใจด้วยตัวเอง ไม่อยากชี้โพรงให้กระรอก วันนี้เขาอาจสนุกก็ได้ แต่ใครจะรู้อีก 10 ปีหลังจากนี้เขาจะอยากเป็นอะไรก็ไม่รู้ การเป็นลูกดาราไม่ได้ง่าย ความกดดันสูง และความคาดหวังสูง ทั้งที่เขาเป็นลูก ไม่ใช่ดารา”

 วันออกมาสัมภาษณ์สื่อเขาไม่ตายไมค์ เขาเป็นธรรมชาติและรับมือได้ ทุกอย่างกลายเป็นมีมไปหมด เกิดอะไรขึ้น ทำไมวันนั้นมายืนอยู่หน้าสื่อด้วยกัน?

“วันนั้นเป็นงานแถลงข่าวของมารายห์ แครี่ เรก็ไปยืนกับทารอแม่อยู่ข้างๆ เขาก็มาแอบดู ว่าน้องโตมากเลย เอาน้องมาสัมภาษณ์ได้มั้ย เราก็ขออนุญาตเขาก่อนเพราะนี่คือเขาไม่ใช่เรา ทาก็บอกว่าพี่ๆ เขาอยากคุยกับเรนะ ไมค์เยอะขนาดนี้ จะเจอคำถามอะไรก็ไม่รู้ เรพร้อมหรือเปล่า เขาก็บอกว่าโอเค แล้วก็เข้ามายืน เป็นอะไรที่ทาว้าวเพราะไม่มีการเตี๊ยมกันเลย ไม่มีการบรีฟสคริปต์ว่าวันนี้เราจะมาคุยกัน 1 2 3 4 5 เรื่องอะไรบ้าง แล้วมันธรรมชาติค่ะ”

หลังจากเป็นมีม เขาดูตัวเขาแล้วว่ายังไงบ้าง?

“เขาไม่ว่าอะไร แต่เขาบอกว่าเห็นมั้ยสิ่งที่เรทำมันไวรัล มันเป็นมีมไปเลย แล้วคนก็บอกว่าเขาเกิดมาเพื่อฆ่าทาทา ยัง วันนี้ก็เห็นด้วยว่านางเกิดมาเพื่อฆ่าดิฉันจริงๆ”

คลิปเต้น คลิปรำ ถูกแชร์ในติ๊กต๊อก ซึ่งรำเป็นสิ่งที่คนเซอร์ไพรส์มาก รำโขนที่มาที่ไปคืออะไร?

“เรเป็นเด็กที่เขาคล้ายทามาก ตอนเด็กเวลาทาสนใจอะไร ต้องมีเรื่องราวกับเรื่องราวนั้นๆ เหมือนเราชอบละครเรื่องนึง มันเป็นหนังผี หรืออะไร พอเป็นเรื่องรำ เรื่องเต้น เขาก็ชอบไปอ่านประวัติ เขาไม่ได้ชอบแค่ของไทยนะคะ เขาชอบของบาหลีที่น่ากลัวหน่อย เมื่ออาทิตย์ที่แล้วเราได้ไปดูบัลเล่ต์ โอเปร่า เขาชอบอะไรสายมิวสิเคิลหมดเลย ตอนเด็กทาก็เริ่มจากบัลเล่ต์ แจ๊สมาก่อน ทาว่าทุกคนจะหาเวย์ของตัวเองไปได้เอง เขาก็ชอบอะไรเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ มีคำพูดนึงที่ฟังจากลูกแล้วรู้สึกประทับใจ เขาบอกบางอย่างสมัยนี้มาแล้วไปง่าย แต่อย่างนี้มีเรื่องราวให้เรากลับไปค้นดูแล้วเราอยากจะรู้ว่ามีจริงหรือเปล่า”

ขึ้นเวทีรู้จักตรงไหนแก้ไข ปรับปรุง ชอบอะไรแล้วค้นคว้าอยากรู้อะไรลึกๆ แม่สอนลูกยังไงให้คิดอย่างนี้?

“ทาน่าจะได้ที่ปรึกษาดี นั่นคือคุณแม่เพื่อนสนิทของทาเลย คุณแม่เป็นคนเก่งมาก คุณแม่บอกว่าถ้าเราไม่บอกลูกว่าทำอาชีพการงานหรือเราเหนื่อย ก็ต้องบอกลูก ถ้าเราไม่เคยให้เขาได้ออกไปเห็นว่าเราทำอะไร เขาจะไม่รู้เลย ฉะนั้นบางทีต้องพาเขาไปด้วยให้ดูตรงนั้นตรงนี้ เขาไม่จำเป็นต้องเป็นแบบเรา แต่เขาจะได้เห็นว่าตัวเราตอนเราไม่อยู่เราทำอะไรให้เขา แต่มันเป็นผลพลอยได้”

ให้เขาได้เห็นว่าภาพที่ทุกคนชื่นชมความสำเร็จกว่าจะได้มามันยากขนาดไหน?

“ใช่ แต่มันดันไปตรงประเด็นเดียวกับที่เขาชอบ เขาอาร์ตอยู่แล้ว เพียงแต่ทาไม่แน่ใจว่าเขาจะมาสายศิลปะการแสดง เขาก็เป็นเด็กชอบวาดรูปวาดเขียนต่างๆ นานา”

เข้มงวดด้านวิชาการมั้ย?

“ไม่ค่ะ เพราะทาเป็นคนถูกเลี้ยงมาให้เชื่อเรื่องนี้ว่าคนเราอีคิวดีกว่าที่ต้องไอคิวดี แต่ถ้าทำสองอย่างได้ดีทั้งคู่ดีที่สุดอยู่แล้ว แต่ทาว่าคนเราอีคิวดี มันเอาตัวรอดได้” 

ไม่ได้ส่งเรียนอะไรเลย กิจกรรมอย่างเดียวที่ให้เรียนคือโขนเท่านั้น?

“เมื่อวานนี้เพิ่งได้รับการตอบรับเพิ่มมาอีก แต่ขออุบไว้ก่อน แต่ดีใจมาก เป็นศาสตร์ที่เขาอยากเรียนมาก แล้วทาเพิ่งหาครูได้ จริงๆ เรเขาอยากมีโอกาสได้ลองเรียนบัลเล่ต์ดู แต่ครูสอนบัลเลต์ผู้ชายในประเทศไทยแทบจะไม่มีเลย ตอนนี้กำลังหาอยู่ กำลังจะแชตจะคุย ได้เจอคุณครู ดูสิว่าเมื่อเขาไปเรียน เขาจะชอบมั้ย”

เขามีแววเป็นนักร้องมั้ย?

“เขาฟังไม่ผิดคีย์ ไม่เพี้ยน แต่เรื่องเทคนิค ทารอจังหวะ พูดตรงๆ ว่าเราเองเรียนร้องเพลงตั้งแต่เด็ก เด็กผู้หญิงสำหรับทาเสียงไม่เปลี่ยน เสียงไม่แตก แต่พอผู้ชายเสียงแตก ก็จะมีผลกระทบนิดนึง อย่างจัสติน บีเบอร์ ไม่ได้หมายถึงลูกเราจะไปดังอะไรแบบนั้นนะ มันคือสังคมที่มากระทบลูกเรา ว่าทำไมตอนเด็กๆ เสียงดีจัง ตอนโตจะบอกว่าไม่ดี ทางนี้สู้ตายอยู่แล้วอย่ามาว่าลูกเรา แต่เรากลัวว่าลูกเราพอไปเห็นแบบนี้แล้วจะรู้สึกว่าทำไม กว่าเขาจะเข้าใจว่าอันนี้คือวิวัฒนาการสรีระของร่างกาย แต่เขาอยู่กับทา มีการบิวต์กันอยู่ตลอด แต่อีกไม่นานหรอกค่ะ อาจให้เริ่มบ้างบางอย่าง แต่ไม่อยากให้เขาไปแหกปากอย่างเต็มที่ วันนี้เขาไม่ได้พูดมากเรื่องอยากเรียนร้องเพลง แต่อยากลองให้เขาทำให้ถูกต้อง เพราะไม่อยากให้มันพัง อยากลอง เราเป็นพ่อแม่ก็อยากให้ลองไปก่อน ลูกอยากทำอะไรลองไปให้หมด อยากให้เขาลองดูเรื่องการร้องเพลง แต่เรื่องเต้นนี่นางอยากมาก” 

เรฮีลใจทาทาได้ดีที่สุด เขาสวีตมาก?

“สวีต แล้วเป็นเด็กแคร์ริ่งจิตใจโอบอ้อม เขาจะห่วงผู้หญิง อย่างเขาเห็นน้าเป็กกับป้าหนิงใส่ชุดอย่างนี้นมา เขาก็จะบอกว่าระวังนะครับ กลัวสะดุด”

มีเหตุการณ์นึงกี่ยวกับเรื่องการใส่ใจในโรงเรียน เล่าให้ฟังหน่อย?

“เพื่อนที่โรงเรียนทะเลาะกัน ตามประสาอายุเท่านั้น แย่งหินดินทรายก็ว่ากันไป ทาจะลูกเสมอว่าผู้หญิง สัตว์ คนแก่ ช่วยได้ช่วย บางทีเราเป็นผู้ชายเราต้องช่วย แต่ผู้ชายตีกันไม่ต้องไปยุ่ง เฉยๆ ปล่อยเขาไป มีเหตุการณ์เขาไปเจอน้องผู้หญิงคนนึงในโรงเรียน โดนเพื่อนๆ แกล้ง เรก็ไปปัดแล้วบอกว่าพวกยูไม่ทำอย่างนี้นะ ไม่น่ารัก แม่บอกว่าถ้าทำแบบนี้ให้บอกคุณครูเลย ซึ่งเด็กก็จะพูดว่าเด็กขี้ฟ้อง อะไรแบบนี้ ซึ่งเขาก็บอกว่า เหมือนที่แม่พูดไว้เลย พวกยูต้องพูดแบบนี้ (หัวเราะ) เรก็ไม่สนใจเพราะเขาต้องห่วงผู้หญิง ได้เจอคุณแม่เขาที่โรงเรียน เขาก็เดินมาขอบคุณ”

เรื่องนี้เรไม่ได้เล่า แต่ทาทารู้จากแม่ของเด็ก?

“ใช่ (หัวเราะ) แต่เรไม่สนใจ ฟ้องครู ทาจะบอกเขาเสมอว่าฟ้องไปเลย เพราะตอนนั้นหม่ามี้ก็ไม่สามารถดูแลยูได้ และผู้ใหญ่ที่จะจัดการเรื่องนี้ได้ดีที่สุดในตอนนั้นคือครู”

ลูกเราดื้อกี่เปอร์เซ็นต์จากดีเอ็นเอเรา?

“เรดีกว่าทาทาเยอะค่ะ ตอนนี้โรงเรียนคงบอกว่าเธอส่งเด็กคนนี้มาเหมือนมาแก้ไข เพราะเรียนโรงเรียนเดียวกันกับทา เราไม่มีปัญหาเรื่องอะไรเลย มีแค่ลืมหนังสือเรียน” 

มากอบกู้เกียรติยศให้คุณแม่กับสถาบันเก่ง?

“(หัวเราะ)”

ความให้เกียรติของเขา เขาจะห่วงใยคนรอบข้าง?

“ใช่ ตอนนั้นที่เราไปนาคากัน เรไม่ได้ไป ถ้าเขาเห็นพี่หนิงที่ไม่สบายในวันนั้น แต่พี่หนิงบากบั่นจะไปให้ได้ เขาจะถามตลอด ถ้าเขาสนิทกับพี่หนิงมากๆ เขาจะเดินไป เอาน้ำให้ เอาพัดให้ ป้าหนิงดีขึ้นหรือยัง จับตัว อยางวันก่อนอยู่กับคุณยายทวด ตอนนี้คุณยายทวดเดินไม่คล่องแล้ว อายุ 94 แล้ว เรกลัวคุณยายสะดุดหรือล้ม นั่งคุยกับคุณยายทวด คุณยายทวดลุกปั๊บ เรเสียงหลงเลย แม่ ทำไงดี คว้าไม้เท้าให้ พยุง เสื้อคุณยายจะตกก็ไปจับ เรทำถูกหรือเปล่าเนี่ย กลัวคุณยายทวดล้ม”

แฮปปี้นะมีลูกแบบนี้?

“แฮปปี้ค่ะ”  

พอเป็นไวรัล จะมีคนบางประเภทจับผิด เริ่มเกิดขึ้นมาแล้ว จะบอกยังไงคนจับผิดวิพากษ์วิจารณ์ลูกเรา?

“ทาไม่ได้สนใจ ต้องบอกก่อนว่าไม่ได้สนใจ ทาว่าผู้ใหญ่ที่จับผิดเด็กได้ก็ไม่น่ารักแล้ว ไม่ได้ใส่ใจ ก็ไปพิจารณาตัวเองดีกว่าว่ายังไง ทามีหน้าที่เป็นคุณแม่ เราก็ต้องปกป้องลูกเราให้ดีทีสุด ขอวิจารณญาณจากผู้ใหญ่แล้วกันค่ะ”

 เวลาเรโดนวิพากษ์วิจารณ์ในโซเชียล จากคนโตแล้วไม่รู้จักโต จะมีคนประเภทนึงออกมาปกป้อง เข้าไปเถียงให้โดยคุณไม่ต้องเถียงอะไรเลย?

“จริงค่ะ ทาอยู่เฉยๆ สำหรับคนพูดถึงไม่อยากพูดถึงอะไรเลย แต่สำหรับคนปกป้องเอ็นดูเมตตาเร ทาก็ขอบคุณจริงๆ ทาก็ดีใจ บางทีเราไม่ต้องทำอะไรเลย ตอนนี้ไปออกงานทีนึงจะถามว่าเรมามั้ยคะ เอาของมาให้เร แล้วเราล่ะ (หัวเราะ) เจอมาแล้ว ให้เราหลบไป เขามาขอถ่ายรูปแต่ขอถ่ายรูปเร (หัวเราะ)”

เพราะอะไรกลับมาทวงบัลลังก์ยืนหนึ่ง?

“หลายอย่างค่ะ สุขภาพด้วย ก็อยากกลับมาสวย ทำไมล่ะ เรื่องงานด้วย เรื่องลูกด้วย พอถึงจุดนึงเราจะรู้ว่ายังไงกระแสความเป็นดาราต้องขาวและผอม ตัวเล็ก”

กลัวตุยด้วย?

“อันนี้เป็นคำสั่งของคุณหมอ ยังไงก็ต้องจัดการเรื่องสุขภาพก่อนเลย มันซีเรียส เพราะทาเข้ารพ.ทีนึงนานมาก ออกมาแป๊บเดียวก็เข้ารพ.อีกแล้ว มันต้องดูแลทั้งหมดเลย ต้องไปแก้ 1 2 3 4 5 ก่อน คุณหมอบอกว่าถ้าลดน้ำหนักได้ก็จะดี เพราะการนอนของทาก็จะดีขึ้นด้วย” 

น้องเรชมว่านอกจากสวย ตอนนี้ยังแข็งแรง ไม่ค่อยเข้ารพ. ผอมแต่ผอมแบบมีความสุข เป็นทาทา ยัง เวอร์ชั่นที่มีความสุขที่สุด มันเกิดจากอะไร?

“คงเกิดจากพลังที่มีความสู้อยู่ เมื่อปีที่แล้วป่วยหนักมากๆ จะตายค่ะ ใช้คำนี้แล้วกัน ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา มันใกล้แล้ว ก็เลยคิดว่าไม่ได้แล้ว เราต้องดูแลตรงนี้ก่อนทำอะไรก็ตาม มันก็ค่อยๆ คุยกับทางคุณหมอโรคต่างๆ ที่ทาเป็น เพื่อแก้ไขปัญหา” 

หัวใจสีชมพูมั้ย?

“ฉ่ำค่ะ”

 โสดหรือไม่โสด?

“โสดค่ะ มีคนคุยด้วย ที่ใช้คำว่าฉ่ำคือชีวิตตอนนี้มันดีค่ะ” 

คุยอยู่กี่คน?

“ไม่ได้คุยกับใครเลย ไม่ถูกใจ รำคาญ ที่ฉ่ำหมายถึงอยู่กับลูกแล้วฉ่ำใจกว่า มีความสุขกว่า”

 เรเชียร์ให้มีแฟนมั้ย?

“มีครั้งนึงทาไปชี้โพรงให้กระรอกว่าถ้าแม่มีแฟน เรอาจไม่เหนื่อยเท่านี้ก็ได้นะ เขาบอกว่าเหรอ แม่ลองคุยกับใครบ้างก็ได้นะ (หัวเราะ)”

 สเปกต้องเป็นยังไง?

“สูงค่ะ ชอบผู้ชายสูงๆ อายุไม่ติดค่ะ แต่ต้องเลี้ยงดูตัวเองให้ได้ ดิฉันไม่เลี้ยง ดิฉันเลี้ยงตัวเอง เลี้ยงลูก และสุนัขที่บ้านพอแล้ว แต่ถ้าเขาจะมาร่วมเลี้ยงเราด้วยไม่ว่าจะให้อะไรก็ได้ จะให้บ้านให้รถ แต่เซ็นมาให้เลยนะ”

สเปกยังไงต้องเข้ากับลูกได้ มีส่วนในการเลือกด้วยมั้ย?

“อย่างแรกต้องเป็นคนใจดี เป็นผู้ชายที่ใจดี ค่อนข้างรับฟังทาและเร แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเป็นชีวิตของทา ทาก็เชื่อว่าในฐานะเป็นแม่คน เราต้องเลือกคนที่จะเข้ากับลูกเราได้ ยังไงลูกเราก็มาก่อน” 

ต้องเข้ากับทา ลูก และหมาได้ด้วย?

“หมาของทาก็คือลูกของทาเหมือนกัน ทารักหมา”

‘นางงามเขมร’ถึงขั้นสาบาน! ลั่น’โดม ปกรณ์ ลัม’พยายามเข้ามาจีบ ทำสายตาเย้ายวนใส่

'นางงามเขมร'ถึงขั้นสาบาน! ลั่น'โดม ปกรณ์ ลัม'พยายามเข้ามาจีบ ทำสายตาเย้ายวนใส่

‘นางงามเขมร’ถึงขั้นสาบาน! ลั่น’โดม ปกรณ์ ลัม’พยายามเข้ามาจีบ ทำสายตาเย้ายวนใส่

วันจันทร์ ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 12.18 น.

20 ตุลาคม 2568 หลังจากที่นักแสดง-นักร้องชื่อดัง ‘โดม ปกรณ์ ลัม’ ได้ออกมาโพสต์เล่าประสบการณ์สุดช็อกผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว “Dome Pakorn Lam” หลังจากที่เจ้าตัวเคยไปทำงานที่พนมเปญ และปอยเปต ประเทศกัมพูชา และได้เห็นตึกสแกมเมอร์ด้วยตาเนื้อของตัวเอง พร้อมทั้งเจ้าตัวยังบอกอีกว่าตอนนั้นกลัวมากถึงขนาด  Wi-Fi โรงแรมยังไม่กล้าต่อเพราะกลัวโดนแฮกข้อมูล เวลาหิวข้าวก็ไม่กล้าออกไปซื้อเพราะกลัวว่าจะโดนลักพาตัว (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ‘โดม ปกรณ์ ลัม’เล่าเคยเห็น’ตึกสแกมเมอร์’ด้วยตาเนื้อ ผวากลัวโดนลักพาตัว-ไม่กล้าต่อเน็ตโรงแรม)

ต่อมาทำเอาตะลึงกันทั้งโซเชียลเมื่อ ‘โสธิดา โปกิมเทง’ นางงามชาวกัมพูชา ซึ่งเคยเป็นอดีตผู้เข้าร่วมประกวดเวทีนางงามระดับประเทศของกัมพูชา ก็ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊กของตัวเธอเองเป็นภาษาเขมร บอกว่า “ตนเองเคยร่วมงานกับ โดม ปกรณ์ ลัม และตอนเดินชนกันหน้าห้องน้ำที่บาร์แห่งหนึ่งในกัมพูชา โดมได้ทำสายตาเย้ายวน พยายามจีบด้วยสายตาใส่ และยังบอกอีกว่า “Not My Type” ไม่ใช่สเป็กฉัน อย่าโอ้อวดเลยจ้า และเรื่องนี้ ฉันไม่ได้โม้ สาบานได้เลย เราเคยร่วมงานกัน แต่ฉันจะไม่ลงรูปคู่กับเขา”

หลังจากที่ ‘โสธิดา โปกิมเทง’ ได้ออกมาโพสต์ข้อความนี้ออกไปนั้นชาวโซเชียลไทยแคปข้อความของเธอมาวิพากษ์ วิจารณ์กันสนั่นทุกแพลตฟอร์ม โดยเฉพาะชาวเน็ตไทยที่ต่างพากันปกป้อง’โดม ปกรณ์ ลัม’ จนต่อมา ‘โสธิดา’ ทนแรงกดดันไม่ไหวจนต้องปิดคอมเมนต์ทันที 

‘แน็ก ชาลี’โพสต์เดือดโดนยกเค้าหมดบ้าน ขีดเส้นตายขอปืน64กระบอกคืนใน1อาทิตย์

'แน็ก ชาลี'โพสต์เดือดโดนยกเค้าหมดบ้าน ขีดเส้นตายขอปืน64กระบอกคืนใน1อาทิตย์

‘แน็ก ชาลี’โพสต์เดือดโดนยกเค้าหมดบ้าน ขีดเส้นตายขอปืน64กระบอกคืนใน1อาทิตย์

วันจันทร์ ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 10.06 น.

20 ตุลาคม 2568 ทำเอานักแสดงหนุ่มอารมณ์ดี ‘แน็ก ชาลี’ เดือดจัดเลยก็ว่าได้จนถึงขั้นออกมาโพสต์เฟซบุ๊ก ‘Charlie Potjes’ ร่ายยาวหลังถูกกลุ่มโจรที่คุ้นเคยกัน ‘ยกเค้า’ ทรัพย์สินมีค่าไปเกือบหมดบ้านเป็นจำนวนนับแล้ว 500 ชิ้น โดยระบุข้อความว่า “จิตใจพวกเธอทำด้วยอะไร 

ปั๊มน้ำ เธอก็ตัดไป ก๊อกน้ำเธอก็ถอดไป มิเตอร์น้ำ เธอก็ตัดไป แล้ว กู จะอาบน้ำ ราดขี้ ยังไง 

แอร์ เธอก็ถอดกันไปทั้งบ้าน 6 ตัว ไม่เหลือให้นั่งสบายๆเลย

ของมีค่าอีกมากมาย กระเป๋าที่ลูกค้าให้ หลายใบ  

ทองแท่ง ที่ซื้อสะสมไว้ เงินสด ทั้งตู้เซฟเธอก็เจาะเอาไป

ไวโอลินเก่า กีต้าร์ เครื่องดนตรีที่ผมรัก 400-500ชิ้น

คันเบ็ด รอกตกปลา คันตกกุ้ง อีกหลายร้อยชิ้น เธอก็เอาไป 
 
ฉันดีใจด้วยนะ กับเครื่องดนตรีที่ฉันรัก หากใครที่ไม่รู้จริงๆ แล้วซื้อต่อจากขโมยไปด้วยความที่ไม่รู้จริงๆ และ ได้ตัวดีๆไป ก็ขอให้เก็บดูแลรักษา กันดีๆนะครับ ผมมีความสุขหากมันได้ไปอยู่กับคนที่รักและเก็บรักษาได้ดีกว่าผมหรืออาจจะเป็นเด็กๆได้ไปใช้ ไปเรียน ผมยินดีด้วย เครื่องดนตรี ไม่ต้องเอามาคืนผมแม้แต่ชิ้นเดียวสำหรับใครที่ซื้อไปแล้ว 

แต่ ปืน ปืน!!!!   เป็นสิ่งที่ผมอยากได้คืน และเอากลับมาดูแลต่อเพื่อให้มันสมบูรณ์ เหมือนที่ผมดูแลมันมา10 ปี ไม่แม้แต่ยิง เก็บใส่กล่องอย่างดี อยู่ในตู้เซฟแน่นหนา อย่างดี  และตั้งใจเก็บรักษามานานเป็น10 ปี แต่ละกระบอกมีเรื่องราว กว่าผมจะได้มันมา ผมผูกพัน ผมใช่เวลาหาทุกวันบางกระบอกใช้เวลาหาทุกวัน 7 ปีเต็มๆถึงจะได้รับมาเก็บไว้  แม้วันที่ผม ไม่มีจะกิน ผมก็ยังไม่ขายมันเลย ผมเรียนรู้หาข้อมูลและศึกษาปืนเล็กเก่ามาเป็น10ปี และเก็บอย่างถูกต้องปืนถูกกฎหมาย รถเรือของผมเป็น100คันผมไม่เคยดูแล เด็กแถว บ้านใครอยากขี่อยากเอาไปใช้ผมให้ได้หมด

แต่ผมรักปืนของผมมาก ผมมีผมไม่เคยเอามาอวดใคร หรือให้ ใครได้รู้ ไม่เคยลงรูป ผมเก็บใส่ตู้เซฟผมอย่างดี แต่พวกคุณมา ขโมย เจาะตู้เซฟ เอาปืนผมไป 65 กระบอก กับของอีกหลายร้อย ชิ้น ใครใกล้ตัว คนที่เอาไป บอกเขา คืนปืนผมเถอะครับ 

ผมให้โอกาสพวกคุณมานานมากพอแล้ว นานมากเกินจริงๆ จนพวกคุณคิดว่าผมใจดี ผสม โง่ ใช่ไหมครับ คงใช่แหละครับ ผมชอบให้โอกาสคนมาตลอด จะโดนโกงเงิน หรือต้องเสียอะไรมากมาย. ปีนี้ผมเจอแต่เรื่องแย่ๆ 

ขโมยครับ โจรครับ xxx ผมพูดกับคุณหลายรอบแล้ว แล้วจะพอแล้วนะครับเอาปืนมาคืนผมเถอะ ผมจะไม่อะไรเลย เครื่องดนตรี ผมไม่เอาคืนเลยเพราะผมรู้ว่าจุดจบมันจะไปอยู่กับคนที่ชอบ คนที่รักและได้ใช้งานมันจริงๆ แต่ปืน พวกคุณรู้อยู่แล้ว ว่า ขโมยปืนมันผิด และก็คงแบ่งกันจนเครียด ว่าจะคืนยังไงดีวะ 

เอาเป็นว่า ผมยังให้โอกาสอีก 1 อาทิตย์นะครับ ตามที่คุยกันเลย เอาไปวางในบ้านผมนะ คืนให้ครบ ปืนมันตามกันไม่ยากมากสักเท่าไหร่หรอก ถ้าเจอตำรวจดีๆที่จะตามจริงๆ อีก 64 กระบอก ช่วยเอามาวางคืนไว้กันด้วยนะ ใน 1 อาทิตย์นี้ เท่านั้นนะ ไม่งั้นผมจะทำให้พวกคุณได้เข้าคุกกันจริงๆนะครับ ไม่ก็คงจำคำที่ผมพูดกับคุณได้นะ xxx ว่าถ้าไม่อยากให้ผมตาม xxx ก็มายิงผมทิ้งซะ เพราะคุณมีคดีฆ่าคนอยู่แล้วนิ ก็ไม่น่ายากอะไร ปืนผมคุณก็มีอยู่แล้ว เพราะตำรวจปล่อยคุณไปแล้วบอกให้คุณเอามาคืนผมแค่ 1 กระบอก ปรบมือชมกันใหญ่ แต่อีก 64 กระบอก เก็บไว้ที่ไหนแบ่งกับใครไว้บ้าง ก็รีบรวมเอามาคืนให้ครบนะ ใน 1 อาทิตย์นี้ ผมจะไม่ทำให้เป็นเรื่องใหญ่ ก็ลองคิดๆ ดูนะ ผมเตือนครั้งสุดท้ายจริงๆแล้ว  ขอให้วันนี้เป็นวันที่ดีของทุกคนนะครับ”

‘มอสหลง’ ปังเกินต้าน! ขึ้นแท่น ‘FRIENDS OF SEA GAMES6’

‘มอสหลง’ ปังเกินต้าน! ขึ้นแท่น ‘FRIENDS OF SEA GAMES6’

‘มอสหลง’ ปังเกินต้าน! ขึ้นแท่น ‘FRIENDS OF SEA GAMES6’

วันจันทร์ ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

มอสหลง ภาณุวัฒน์ โสประดิษฐ ร่วมโปรโมตซีเกมส์ 2025 ในฐานะ “Friends of SEA Games” เมื่อ การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ผนึกกำลังภาคเอกชน สมาคมส่งเสริมคอนเทนต์วายไทย สร้างมิติใหม่ ให้วงการกีฬาไทย เปิดตัว โครงการ “Friends of SEA Games 2025” 

สร้างสีสันและแรงบันดาลใจให้กับวงการกีฬาไทยโดยร่วมมือกับภาคเอกชนและสมาคมส่งเสริมคอนเทนต์วายไทยดึง 7 ศิลปินคนรุ่นใหม่มาร่วมเป็นกระบอกเสียง โปรโมตกีฬาพร้อม เปิดรายชื่อ 12ศิลปินและนักแสดงชื่อดังที่จะร่วมถือ “ป้ายประเทศ”

พิธีเปิดการแข่งขัน ซีเกมส์ ครั้งที่ 33 “มอสหลง” ซึ่งได้รับหน้าที่เป็นตัวแทน นักกีฬาฟันดาบ ในฐานะ “Friends of SEA Games” น่าสนใจยิ่งกว่านั้นคือ “มอสหลง” เคยรับบท “นักกีฬาฟันดาบ” มาก่อนในซีรีส์เรื่อง “ฝันของฉัน คือฟันดาบ” และครั้งนี้ได้กลับมาอีกครั้งในบทบาทที่เชื่อมโยงกับกีฬาจริง ถือเป็นการต่อยอดจากบทบาทบนหน้าจอสู่การเป็นแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่ในสนามจริง

เพื่อร่วมประชาสัมพันธ์กิจกรรมกีฬาชวนคนไทยร่วมเชียร์และสัมผัสบรรยากาศการแข่งขัน ในสนามจริง รวมถึงสร้างความสุขและความภาคภูมิใจร่วมกันในนามตัวแทนของชาติ “มอสหลง” เผย ความรู้สึกว่า ดีใจและเป็นเกียรติมากที่ได้มีส่วนร่วมในงานสำคัญระดับภูมิภาคครั้งนี้อยากชวนทุกคนมาร่วมสนับสนุนกีฬาไทยและนักกีฬาทุกคนให้เต็มที่ครับ

ที่สำคัญ มอสหลง ภาณุวัฒน์” กำลังจะมีผลงานภาพยนตร์เรื่อง ตาโขน (TA KHON : THE CURSED MASK) ภาพยนตร์สยองขวัญ เขย่าประสาท สั่นศรัทธา อำนวยการสร้างโดย บริษัท สตาร์ ฮันเตอร์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด และ บริษัท ไอ-ฉีอี้ อินเตอร์เนชั่นแนล สิงคโปร์ จำกัด “ที่เจ้าตัวตั้งใจ และทุ่มเทอย่างเต็มที่ เพื่อถ่ายทอดผลงานให้ผู้ชมทั่วโลกได้จับตามอง ผลงานชิ้นนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของ “มอสหลง” ในฐานะนักแสดงรุ่นใหม่ที่มากความสามารถเตรียมชมพร้อมกัน ในวันที่ 20 พฤศจิกายนนี้ ทุกโรงภาพยนตร์

เปิดโปรไฟล์! ‘เอ็มม่า แมรี่’สาวงามจากฟิลิปปินส์ มิสแกรนด์อินเตอร์เนชั่นแนล2025

เปิดโปรไฟล์! 'เอ็มม่า แมรี่'สาวงามจากฟิลิปปินส์ มิสแกรนด์อินเตอร์เนชั่นแนล2025

เปิดโปรไฟล์! ‘เอ็มม่า แมรี่’สาวงามจากฟิลิปปินส์ มิสแกรนด์อินเตอร์เนชั่นแนล2025

วันอาทิตย์ ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 17.09 น.

การประกวด มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล 2025 (Miss Grand International 2025) ซึ่งจัดขึ้นที่ประเทศไทย เมื่อคืนวันที่ 18 ตุลาคม ที่ผ่านมา ได้ผู้ชนะเลิศอันดับ 1 คือ เอ็มมา แมรี ทิกเลา (Emma Mary Tiglao) สาวงามจากฟิลิปปินส์ ในขณะที่ กชเบล ศรัณย์รัชต์ ตัวแทนสาวไทยได้รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 

เอ็มมา แมรี ทิกเลา เอาชนะผู้เข้าประกวดจากทั้งหมด 76 ประเทศ สามารถสร้างประวัติศาสตร์คว้ามงกุฎให้กับฟิลิปปินส์เป็นสมัยที่ 2 ติดต่อกัน โดยคริสติน จูเลียน โอเปียซา (Christine Juliane Opiaza) มิสแกรนด์อินเตอร์เนชันแนล 2024 จากประเทศฟิลิปปินส์ เป็นผู้มอบมงกุฎและสายสะพายให้

ประวัติ เอ็มมา แมรี ทิกเลา

เอ็มมา แมรี ฟรานซิสโก ทิกเลา (Emma Mary Francisco Tiglao) เกิดเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 1994 ในเมืองมาบาลากัต ปัมปังกา ประเทศฟิลิปปินส์ ปัจจุบันอายุ 30 ปี ส่วนสูง 175 เซนติเมตร 

สำเร็จการศึกษาในปี 2014 จากมหาวิทยาลัยโฮลีแองเจิลในเมืองแองเจลิส จังหวัดปัมปังกา สาขาการจัดการการท่องเที่ยวระหว่างประเทศ  

เอ็มมาเคยทำงานเป็นนางแบบในหลายประเทศทั่วเอเชีย เช่น กัมพูชา มาเลเซีย สิงคโปร์ จีน เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น รวมทั้งในฟิลิปปินส์ด้วย

เส้นทางนางงามของ เอ็มม่า ทิกเลา

เมื่อปี 2012 เอ็มม่า ทิกเลา เข้าประกวดบนเวที Mutya ng Pilipinas 2012 และคว้าตำแหน่งรองชนะเลิศอันดับ 1 มาครอง ซึ่งผู้ชนะในปีนั้นคือ ริซซินี อเล็กซิส โกเมซ (Rizzini Alexis Gomez)

ต่อมาในปี 2014 เอ็มม่า เข้าร่วมการประกวดเวที Binibining Pilipinas 2014 และผ่านเข้ารอบ 15 คนสุดท้าย

ในปี 2015 เธอเข้าร่วมประกวด Miss World Philippines 2015 และคว้าตำแหน่ง “เจ้าหญิงลำดับที่ 4” (Fourth Princess) ไปครอบครอง

ก่อนที่ เอ็มม่า ทิกเลา จะหยุดเดินสายประกวดนางงามไปประมาณ 4 ปี จากนั้นในปี 2019 เธอกลับมาประกวดอีกครั้ง และคว้าตำแหน่ง Binibining Pilipinas 2019 เท่านั้นยังไม่พอ เธอยังได้รับรางวัลพิเศษเพิ่มอีก 2 รางวัลจากเวทีเดียวกัน คือ Best in National Costume และ Miss Pizza Hut

ต่อมาในปีเดียวกัน ทิกเลา เป็นตัวแทนประเทศฟิลิปปินส์เข้าประกวด Miss Intercontinental 2019 ที่ประเทศอียิปต์ เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2019 และสามารถผ่านเข้ารอบ 20 คนสุดท้าย พร้อมคว้ารางวัลพิเศษอีก 2 รางวัล ได้แก่ Miss Popularity และ Miss May Care

จากนั้นในปี 2022 เอ็มม่า ทิกเลา ก็ได้ประกาศอำลาวงการนางงามชั่วคราว

หลังห่างหายจากเวทีนางงามไปหลายปี เอ็มม่า ทิกเลา ประกาศหวนคืนสู่การประกวดนางงามอีกครั้ง และเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2025 เธอกลายเป็นหนึ่งในผู้เข้าประกวดอย่างเป็นทางการของ Miss Grand Philippines 2025 ตัวแทนจังหวัดปัมปังกา
ในค่ำคืนประกวด เธอสวมชุดราตรีที่ออกแบบโดย ไรอัน เฟอร์นานเดซ (Rian Fernandez) และคว้ามงกุฎ มิสแกรนด์ฟิลิปปินส์ 2025 มาครอง

ภาพจาก  : @emmatiglao

สุดอบอุ่น! ‘บุ๋ม ปนัดดา’จัดทริปเที่ยวทะเลกับลูกบุญธรรม 8 คน

สุดอบอุ่น! 'บุ๋ม ปนัดดา'จัดทริปเที่ยวทะเลกับลูกบุญธรรม 8 คน

สุดอบอุ่น! ‘บุ๋ม ปนัดดา’จัดทริปเที่ยวทะเลกับลูกบุญธรรม 8 คน

วันอาทิตย์ ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 16.39 น.

19 ตุาลาคม 2568 ถือเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวน่าชื่นชมของนางงาม พิธีกรและนักแสดงสาวสวย “บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี” ที่ไม่ว่าจะขยับตัวไปทางไหนก็มีแต่คนสนใจเสมอ ยิ่งเรื่องราวของเธอด้วยแล้ว หลายคนพากันติดตามตลอด ล่าสุดสาวบุ๋มออกมาอวดโฉมลูกบุญธรรมของเธอในอินสตาแกรม พร้อมข้อความว่า

“วันนี้แม่บุ๋มมาขออัปเดตลูกบุญธรรมแปดคนก่อนนะคะ (ขาดอีกหลายคนที่มาไม่ได้)

1. พี่แนน (35) ลูกบุญธรรมคนที่หนึ่ง ปัจจุบันเป็นคุณครูโรงเรียน อนุบาลปางมะผ้า จ. แม่ฮ่องสอน สายลุย สตรองชอบความท้าทายค่ะ

2. น้ำมนต์ (21) สาวเงียบแต่จริงจัง กำลังเรียนบริหารธุรกิจ ม. กรุงเทพธนบุรี ปี1

3. มายมิ้นท์ (20) งงกับทุกเรื่องบนโลก กำลังเรียนคณะนิติศาสตร์ ม. กรุงเทพธนบุรี ปี 1

4. พลอย (19) แสบสุด เฮฮา บ้าบอ ไม่เต็ม แต่น่ารัก ปัจจุบันได้ทุนเรียนทำอาหารของอาจารย์ยิ่งศักดิ์ กำลังจะจบเร็วๆนี้และจะเรียนต่อที่ ดุสิตธานี

5. แพรว (25) สาวสวยรักตัวเองและเพิ่งโสด ชอบการออกกำลังกายและกินชาเขียวอย่างมาก เรียนจบจากคณะแพทยศาสตรโรงพยาบาลรามาธิบดี สาขาฉุกเฉินการแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล ปัจจุบันเป็นนักฉุกเฉินการแพทย์ (PARAMEDIC) ประจำอยู่ศูนย์อุบัติเหตุและฉุกเฉิน รพ.พริ้นซ์ สุวรรณภูมิ

6. น้องนิว (15?) เงียบและชอบวาดรูปปัจจุบันเรียนอยู่ชั้นมัธยมปีที่สาม โรงเรียนหัวหินเวลาว่างชอบเล่นเกมชอบกินชานมไข่มุกกก

7. น้องแนน (18) สาวสวย รักเดียวใจเดียวค่าา 555555 ปัจจุบันเรียนอยู่ปวช.บัญชีปีสองที่วิทยาลัยการอาชีพวังไกลกังวลหัวหิน

8. ฟลุ๊ค (26) หนุ่มใจบุญ จัดดอกไม้เก่ง เรียบร้อยที่สุดในขบวนลูกทุกคน 5555 เรียนจบจากคณะสาธารณสุขศาตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ปัจจุบันเป็นนักวิชาการสาธารณสุข อยู่ที่ศูนย์บริการสาธารณสุข 2 วัดมักกะสัน กรุงเทพมหานคร

ฝากพี่ๆทุกคนช่วยดูแลลูกๆของแม่บุ๋มด้วยนะคะ”

‘หนุ่ม-แท่ง’พาตามรอยเกจิดัง ‘วัดจันเสน’ จ.นครสวรรค์

‘หนุ่ม-แท่ง’พาตามรอยเกจิดัง ‘วัดจันเสน’ จ.นครสวรรค์

‘หนุ่ม-แท่ง’พาตามรอยเกจิดัง ‘วัดจันเสน’ จ.นครสวรรค์

วันอาทิตย์ ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

หนุ่ม-คงกระพัน แสงสุริยะ และแท่ง-ศักดิ์สิทธิ์ แท่งทอง  พาทัวร์ วัดจันเสนจ.นครสวรรค์ เป็นอีกหนึ่งวัดของชาวอำเภอตาคลีที่สวยงาม  และยังมีเกจิเข้มขลังอย่าง หลวงพ่อโอด ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสรูปที่ 10 และหลวงพ่อเจริญ เป็นเจ้าอาวาสในปัจจุบัน รูปที่ 11 โดยประวัติชุมชนจันเสน ว่ากันว่ายาวนานตั้งแต่สมัยทวาราวดี 

ออกสตาร์ทเมื่อมาถึงวัดจันเสน   หนุ่ม แท่ง มุ่งไปกราบขอพรหลวงพ่อนาค  ซึ่งเป็นพระปางนาคปรก แกะสลักจากหินทราย ศิลปะลพบุรี ซึ่งในงานสงกรานต์ทุก ๆ ปีทางอำเภอจะต้องมานิมนต์หลวงพ่อนาคไปประดิษฐาน ณ ที่ว่าการอำเภอตาคลี เพื่อให้ประชาชนได้สักการะบูชาและสรงน้ำเพื่อความเป็นสิริมงคล และหลวงพ่อโอด ยังได้เคารพนับถือหลวงพ่อนาคเป็นอย่างมาก ท่านจะทำการปลุกเสกวัตถุมงคลใดท่านจะต้องบอกกล่าวกับหลวงพ่อนาคเสมอทั้งนี้การมาขอพรหลวงพ่อนาคนั้น  นิยมมาขอพรเกี่ยวกับเรื่องการทำการค้าการขาย หรือจะเป็นธุรกิจ มักจะประสบความสำเร็จ  อันนี้หากแฟน ๆ ได้มาที่วัดแห่งนี้ห้ามพลาดจากนั้นพาสำรวจรอบวัด ไม่ว่าจะเป็น ตึกนิสิตสามัคคี (กุฏิเก่าหลวงพ่อโอด) และพระมหาธาตุเจดีย์ศรีจันเสน ซึ่งที่แห่งนี้เป็นสถานที่เก็บอัฐบริขารของหลวงพ่อโอดด้วย  มีประวัติที่น่าสนใจมายาวนาน  และอีกหลากหลายเรื่องราวน่าสนใจที่คุณต้องรอชมใช้พลังกันไปแล้ว  เติมพลังก่อนกลับแบบอร่อยตบโต๊ะที่ ร้านซ้อเกี้ย ข้าวมันไก่  ร้านข้าวมันไก่ในตำนานของชาวตาคลี ที่ถามใครก็รู้จัก ด้วยทีเด็ดน้ำจิ้มที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทำให้ครองใจนักชิมมาอย่างยาวนาน นอกจากนี้ ยังมีข้าวหมูแดง-หมูกรอบ  ก๋วยเตี๋ยวเป็ดพะโล้ที่ต้องบอกว่าเด็ดไม่แพ้กัน โดย  หนุ่ม-แท่ง เผยถึงความประทับใจในวันนี้ว่า “วัดจันเสนน่ามาเที่ยวมาก เป็นแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญมาก ๆ อีกแห่งของ จ.นครสวรรค์เลยทีเดียว แล้วยังได้มากราบพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ รวมถึงเกจิชื่อดังทั้งหลวงพ่อโอด และหลวงพ่อเจริญ เรียกว่ามาวัดเดียวเที่ยวได้ทั้งวันกันไปเลย”

เปิดทุกมุมมองของ ‘กาย – ฮารุ’ ครอบครัวตัวอย่างที่เต็มไปด้วยพลังบวก พร้อมส่งต่อความสุขถึงทุกคน

เปิดทุกมุมมองของ ‘กาย – ฮารุ’ ครอบครัวตัวอย่างที่เต็มไปด้วยพลังบวก พร้อมส่งต่อความสุขถึงทุกคน

เปิดทุกมุมมองของ ‘กาย – ฮารุ’ ครอบครัวตัวอย่างที่เต็มไปด้วยพลังบวก พร้อมส่งต่อความสุขถึงทุกคน

วันอาทิตย์ ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ในบรรยากาศอบอวลด้วยรอยยิ้มและเสียงปรบมือของงาน Thailand Influencer Awards 2025 by Tellscore เวทีใหญ่แห่งปีเพื่อเชิดชูสุดยอดอินฟลูเอนเซอร์ ครีเอเตอร์และแคมเปญสร้างสรรค์จากแบรนด์–เอเจนซี หนึ่งคู่ที่ได้รับเสียงชื่นชมดังก้องตั้งแต่เดินขึ้นเวที กาย-ฮารุ” คู่รักที่ไม่ได้เป็นเพียงนักแสดงหรือนักสร้างคอนเทนต์ แต่คือครอบครัวตัวอย่างที่ปล่อยพลังบวกผ่านหน้าจอมาโดยตลอด

ทั้งสองคว้ารางวัล Best Family & Parenting Influencer Award ประจำปี 2025 มาครองอย่างสมศักดิ์ศรี ไม่ใช่เพราะเทคนิคตัดต่อชั้นยอด หรือการวางแผนคอนเทนต์แบบมือโปร แต่เพราะ “ความจริงใจ” ที่ชัดเจนทุกครั้งที่กล้องเริ่มถ่าย จุดเริ่มต้นของบ้านหลังนี้ ที่เริ่มต้นจากโทรศัพท์หนึ่งเครื่องและหัวใจของพ่อแม่ที่อยากเก็บความทรงจำไว้ให้ลูกดูในวันข้างหน้า

เบื้องหลังคอนเทนต์แสนอบอุ่นของครอบครัวเล็ก ๆ ครอบครัวหนึ่ง ที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ น้ำเสียงหยอกล้อ และโมเมนต์ชีวิตประจำวันอันแสนธรรมดา คือพ่อแม่ที่เริ่มต้นทุกอย่างจากกล้องมือถือ กับลูกตัวน้อยที่เป็นแรงบันดาลใจของบ้าน กายและฮารุ ไม่เคยมีแผนจะเป็นอินฟลูเอนเซอร์ ไม่ได้วางกลยุทธ์ใด ๆ ไว้ล่วงหน้า จุดเริ่มต้นของทั้งหมด เริ่มขึ้นจากสิ่งง่าย ๆ ที่หลายครอบครัวก็เคยทำนั่นคือ “การถ่ายคลิปลูกเก็บไว้ดูเอง” เพราะความรัก ความเอ็นดู และอยากเก็บช่วงเวลาเหล่านั้นเอาไว้ให้นานที่สุด แต่เมื่อมีคนรอบตัวเริ่มทักว่า “มันสามารถต่อยอดได้” ทั้งคู่จึงค่อย ๆ เริ่มต้นลองถ่าย ลองตัด ลองโพสต์ ด้วยความไม่รู้อะไรเลย และสิ่งที่เกิดขึ้นต่อจากนั้น คือความรักจากผู้ชมที่ค่อย ๆ เติบโตไปพร้อมกับครอบครัวนี้

ช่วงแรกของการทำคอนเทนต์ ทั้งกายและฮารุทำทุกอย่างกันเองหมด ตั้งแต่คิดไอเดีย ถ่ายคลิป ตัดต่อ และโพสต์ ทุกขั้นตอนใช้ความตั้งใจล้วน ๆ โดยไม่มีทีมงาน ไม่มีอุปกรณ์แพง ๆ มีเพียง “ความเป็นธรรมชาติ” ที่ค่อย ๆ กลายเป็นเสน่ห์ และทำให้คนดูรู้สึกว่า… พวกเขาเป็นครอบครัวที่เข้าถึงได้จริง ๆ เมื่อเวลาผ่านไป จึงเริ่มมีทีมงานมาช่วยในบางส่วน แต่กระบวนการคิดงานก็ยังคงเป็นแบบ “เสนอไปมา” ใครอยากเล่าเรื่องแบบไหน ใครชอบอะไร ก็บอกกันตรง ๆ ความเปิดใจจึงทำให้ยังรักษาความเป็นตัวเองไว้ได้อย่างเหนียวแน่น

แม้จะเป็นทั้งแฟน ทั้งพ่อแม่ ทั้งพาร์ตเนอร์งานด้วยกัน แต่ความเข้าใจไม่ได้เกิดขึ้นง่าย ๆ เสมอไป เพราะการทำงานร่วมกันของคนสองคนที่ต่างมีความเห็น มีวิธีคิดต่างกัน ย่อมต้องมีบ้างที่ไม่ตรงกัน “กระทบกระทั่งกันเล็กน้อย” จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลก แต่คือสิ่งที่ทุกคู่ต้องผ่าน และสิ่งสำคัญคือ… ยังเลือกเดินไปด้วยกันเหมือนเดิม

แน่นอนว่าช่วงเวลาหมดไฟก็เคยเกิดขึ้น โดยเฉพาะในยุคที่คอนเทนต์ไม่ใช่แค่เรื่องของไอเดียเท่านั้น แต่ต้องวิ่งตามอัลกอริทึม ตามแพลตฟอร์มที่เปลี่ยนตลอดเวลา แต่ในที่สุด พวกเขาก็เลือกที่จะ “ปล่อย” ทำด้วยใจ และไม่คาดหวังมากเกินไป เพราะรู้ว่าความสำเร็จไม่สามารถบังคับให้เกิดได้ในทุกครั้ง

ในฐานะพ่อแม่ กายและฮารุเลือกเลี้ยงลูกด้วยแนวทางที่ไม่ห้าม ไม่ปิดกั้น โดยเชื่อว่าการรู้เท่าทันโลกยุคใหม่ ต้องเริ่มจากการเปิดโอกาสให้ลูกได้ลองตัดสินใจด้วยตัวเอง

เราไม่ได้ห้ามลูกเลยนะว่า ห้ามดูอะไร หรืออะไรแบบไหนควรดู เพราะผมมีความเชื่อว่า เราต้องลองปล่อยให้เขาเลือก ตัดสินใจเองว่าอะไรควรหรือไม่ควร ซึ่งทุกวันนี้ก้ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงนะครับ เขาก็ยังทำอะไรที่อยู่ในความเหมาะสมของวัยพวกเขาอยู่ครับ” กาย รัชชานนท์ กล่าว

พวกเขาไม่ได้ตั้งกฎเหล็กว่าอะไรห้ามดู หรืออะไรควรดู แต่เลือกที่จะ สื่อสารและปล่อยให้ลูกได้เลือก” ภายใต้กรอบความเหมาะสม และจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่เคยรู้สึกว่าต้องกังวลอะไร

สำหรับครอบครัวไหนที่อยากเริ่มทำคอนเทนต์ด้วยกัน ทั้งคู่ฝากแนวคิดเล็ก ๆ แต่ลึกซึ้งเอาไว้ว่า อย่าพยายามเหมือนใคร เพราะเมื่อเราเริ่มจากการเปรียบเทียบหรือแข่งขัน เราจะไม่มีวันเป็นตัวจริงในแบบของตัวเอง จงเริ่มจากการมองให้เห็นจุดแข็งของตัวเราเอง และค่อย ๆ ลองทำ อย่าคาดหวังผลลัพธ์ที่เร็ว เพราะความสำเร็จแบบยั่งยืน มักใช้เวลานานกว่าที่คิด

กายแอบขำเบา ๆ ตอนฮารุบอกว่า ต้นทุนมันไม่มีอะไร”

เพราะจริง ๆ แล้ว ต้นทุนของการทำคอนเทนต์ ไม่ใช่ศูนย์ แต่มันคือต้นทุนที่ “ต่ำ” เมื่อเทียบกับธุรกิจรูปแบบอื่น เช่น ร้านอาหาร ที่ต้องซื้อวัตถุดิบ ต้องจ้างทีม ต้องมีค่าเช่าที่ ในขณะที่การทำคอนเทนต์ หากเริ่มต้นจากใจ ใช้เวลา ใช้แรง และใช้ความเป็นตัวเอง สิ่งที่ได้กลับมาอาจมีค่ามากกว่าแค่ตัวเลข

แม้จะไม่ได้วางแผนจะเป็นอินฟลูเอนเซอร์ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกับครอบครัวนี้กลับยิ่งใหญ่กว่านั้น พวกเขากลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับพ่อแม่อีกมากมายที่อยากเริ่มทำอะไรบางอย่างกับครอบครัว

เราไม่ได้เก่ง เราไม่ได้ถนัดเลย แค่เรากล้าที่จะเป็นตัวเอง คนก็มองเห็นมันเอง”

เราไม่ได้ถ่ายวิดีโอแบบมืออาชีพด้วยซ้ำ แค่เป็นตัวเองธรรมดา ๆ แล้วคนที่เขามาดู เขารักในความเป็นเรา รักลูกเรา มันเลยทำให้เรารู้สึกว่า… แค่เราเป็นเรา คนก็ยอมรับในแบบที่เราเป็นได้”

ฮารุยังเล่าอีกว่า โลกของครอบครัวบนโลกออนไลน์ ไม่ได้มีแต่เรื่องบวก ๆ เสมอไป หลายช่องอาจไม่กล้าเผยโมเมนต์ที่ลูกงอแง หรือคุณพ่อคุณแม่เหนื่อยล้า แต่เธอเลือกที่จะเล่า เพราะรู้ดีว่า ความไม่สมบูรณ์แบบ” คือเรื่องปกติของครอบครัวทุกบ้าน และนั่นแหละ… คือความงดงามของการเป็นตัวเอง

ครอบครัวของกายและฮารุอาจไม่ใช่ครอบครัวที่เป๊ะที่สุด แต่เป็นครอบครัวที่ จริงที่สุด” และสิ่งที่พวกเขาแบ่งปันออกมาทุกวัน ก็ไม่ได้มีอะไรมากไปกว่าความรัก ความเข้าใจ และความกล้าที่จะไม่พยายามเป็นใครอื่น เพราะสุดท้ายแล้ว… ความธรรมดา คือเสน่ห์ที่ดีที่สุดของชีวิตครอบครัว

Celebrity Gossip: วันที่ 19 ตุลาคม 2568

Celebrity Gossip: วันที่ 19 ตุลาคม 2568

Celebrity Gossip: วันที่ 19 ตุลาคม 2568

วันอาทิตย์ ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ไดแอน คีตัน นักแสดงหญิงระดับตำนานของฮอลลีวูด เสียชีวิตแล้วในวัย 79 ปี ที่บ้านพักในรัฐแคลิฟอร์เนีย ครอบครัวไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม และขอความเป็นส่วนตัวในช่วงเวลาโศกเศร้านี้ คีตันแจ้งเกิดในยุค 1970 จากบทบาทในภาพยนตร์ตระกูล The Godfather และผลงานร่วมกับผู้กำกับ วู้ดดี้ อัลเลน เธอคว้ารางวัลออสการ์สาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมจาก Annie Hall ในปี 1977 และมีผลงานโดดเด่นอีกมากมาย อาทิ The First Wives Club, Something’s Gotta Give รวมถึงผลงานยุคหลังในภาพยนตร์ Hanging Up, มินิซีรีส์ The Young Pope และแฟรนไชส์ Book Club ช่วงบั้นปลายชีวิต คีตันยังคงโลดแล่นทั้งในจอและโลกออนไลน์ โดยเฉพาะในปี 2021 ที่เธอร่วมแสดงในมิวสิกวิดีโอ Ghost ของ จัสติน บีเบอร์ และโพสต์เรื่องราวชีวิตและมิตรภาพบนอินสตาแกรมอย่างสม่ำเสมอ คีตันเคยคบหากับทั้ง อัลเลน, อัล  ปาชิโน และ วอร์เรน บีตตี แต่สุดท้ายก็ไม่เคยแต่งงาน แต่มีลูกสองคนที่รับมาเลี้ยงคือ เด็กซ์เตอร์ ในปี 1996 และ ดยุค ในปี 2001

อีกหนึ่งข่าวการจากไปของคนในวงการบันเทิง ดีแอนเจโล ศิลปินผู้ทรงอิทธิพลเจ้าของอัลบั้มระดับตำนาน Brown Sugar ในปี 1995 และ Voodoo ในปี 2000 เสียชีวิตในวัย 51 ปีจากโรคมะเร็งตับอ่อน หลังจากได้ต่อสู้กับโรคร้ายอย่างเงียบ ๆ มาหลายเดือน แม้ประสบความสำเร็จในเส้นทางอาชีพ ดีแอนเจโลก็ต้องเผชิญปัญหาส่วนตัว โดยเฉพาะปัญหาการใช้สารเสพติด ซึ่งนำไปสู่การถูกจับกุมในปี 2005 ฐานครอบครองโคเคนและกัญชา เขาห่างหายจากวงการอยู่นาน ก่อนจะหวนกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ในปี 2014 กับอัลบั้ม Black Messiah ที่มีเนื้อหาทางการเมืองเข้มข้น อัลบั้มนี้คว้ารางวัลแกรมมี สาขาอัลบั้มอาร์แอนด์บียอดเยี่ยมอีกครั้ง และได้รับการยกย่องให้เป็นผลงานชิ้นเอกแห่งยุคสมัยใหม่

ส่วนข่าวนี้ น่าจะเป็นความตายที่มีแต่คนสะใจและสาธุ เอียน วัตกินส์ วัย 48 ปี ที่เคยประสบความสำเร็จในฐานะนักร้องนำวง Lostprophets วงร็อคจากเวลส์มากว่าทศวรรษ ถูกเพื่อนนักโทษฆ่าปาดคอเสียชีวิตในเรือนจำเวคฟีลด์ที่อังกฤษ ระหว่างรับโทษจำคุก 29 ปีจากคดีล่วงละเมิดทางเพศรวมถึงกับทารก อันเป็นข่าวช็อคตอนที่เขาถูกจับกุมในปี 2012 ก่อนจะถูกตัดสินโทษในปีต่อมา สื่ออังกฤษรายงานว่า นักโทษชายวัย 25 ปีและ 43 ปี ใช้ของมีคมแทงที่ลำคอวัตกินส์ขณะเดินออกจากห้องขัง จนหลอดเลือดใหญ่ขาดและเสียชีวิตจากการเสียเลือดอย่างรุนแรง เป็นการก่อเหตุที่รุนแรงสุดโหดแม้แต่มาตรฐานเรือนจำยังตะลึง ท่ามกลางเสียงสรรเสริญจากชาวมากมายที่บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า นักโทษสองรายนี้ช่วยให้โลกสงบสุขขึ้น และแสดงให้เห็นชัดเจนว่า พวกอาชญากรใคร่เด็กไม่มีทางมีที่ยืนบนโลกนี้แม้แต่ในเรือนจำ

เคที เพอร์รี นักร้องดังวัย 40 ปี ที่เพิ่งแยกทางกับพ่อของลูกอย่าง ออร์แลนโด บลูม พบรักใหม่อย่างรวดเร็วทันใจ หลังปรากฎภาพสุดสวีตแนบชิดกับ จัสติน ทรูโด อดีตนายกรัฐมนตรีแคนาดา วัย 53 ปี ขณะท่องเที่ยวสุดเร้าใจบนเรือยอชต์ของ เคที เพอร์รี แม้ตัวแทนของทั้งคู่ไม่ได้ออกมาแสดงความเห็นใดๆ ต่อภาพที่เกิดขึ้น แต่ก็เป็นการยืนยันความสัมพันธ์ของทั้งคู่ได้เป็นอย่างดีว่ากำลังคบหาดูใจกันอยู่ ทั้งคู่ตกเป็นข่าวด้วยกันครั้งแรกเมื่อเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา ขณะกินข้าวด้วยกันที่มอนทรีอัล จากนั้น จัสติน ก็ได้ไปชมคอนเสิร์ตของ เคที เพอร์รี ในแคนาดา พร้อมกับพาลูกสาว เอลลา เกรซ วัย 16 ปีไปชมด้วย เคที เพอร์รี เคยผ่านการแต่งงานกับ รัสเซลล์ แบรนด์ เมื่อปี 2010-2012 แล้วมาพบรักกับ ออร์แลนโด บลูม ก่อนจะยุติการหมั้นหมายไปเมื่อเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา หลังคบหากันมานานกว่าสิบปี ส่วนทรูโดแยกทางกับ โซฟี เกรโกรี อดีตภรรยาไปเมื่อปี 2023 หลังแต่งงานอยู่กินกันมานานกว่า 18 ปี มีลูกด้วยกัน 3 คน

Def Leppard วงดนตรีร็อคผู้บุกเบิกเฮฟวีเมทัลแนวนิวเวฟ ยุค 80-90 จากเมืองเชฟฟิลด์ อังกฤษ หนึ่งในวงดนตรีที่ประสบความสำเร็จและยังคงตระเวนแสดงคอนเสิร์ตยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์วงการเพลง ได้รับการเชิดชูให้มีดาวบนถนนสายเกียรติยศฮอลลีวูด หรือ Hollywood Walk of Fame โดยมี จอห์น บอน โจวี ศิลปินร็อคชื่อดังมาร่วมแสดงความยินดีกับสมาชิกทั้ง 5 คนด้วย เดฟ เลพพาร์ด ก่อตั้งวงเมื่อปี 2520 มีเพลงดังอย่าง  Photograph และ Pour Some Sugar On Me ได้รับความนิยมสูงสุดจากผลงานอัลบัม Hysteria เมื่อปี 2530 ซึ่งครองอันดับ 1 ในชาร์ตเพลงของสหราชอาณาจักร สหรัฐฯ แคนาดา ออสเตรเลีย และอีกหลายประเทศ นอกจากได้รับการยกย่องในฐานะวงผู้บุกเบิกเฮฟวีเมทัลแนวนิวเวฟแล้ว สิ่งที่แฟนเพลงจดจำวงนี้ได้ดี คือ ริค อัลเลน มือกลองประสบอุบัติเหตุจนแขนขาดข้างหนึ่ง แต่ก็ยังคงเป็นสมาชิกหลักของวง แบบไม่มีการเปลี่ยนมือกลอง

‘เอ-แป้ง’ ทัวร์วิสาหกิจชุมชนกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านเขาหินกลิ้ง

‘เอ-แป้ง’ ทัวร์วิสาหกิจชุมชนกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านเขาหินกลิ้ง

‘เอ-แป้ง’ ทัวร์วิสาหกิจชุมชนกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านเขาหินกลิ้ง

วันอาทิตย์ ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

อีพีนี้ พ่อเอ-ไชยา และลูกแป้ง-ศรันฉัตร์  จะพาแฟนรายการ มิตรรัก ทั่วไทย ไปตามหาของดีที่ อ.ไพศาลี จ.นครสวรรค์ เปิดรายการที่เมืองเก่าเวสาลี โบราณสถานสำคัญของ อ.ไพศาลี จากนั้นเดินทางไปที่ ต.วังน้ำลัด แหล่งปลูกข้าวไรซ์เบอร์รี่คุณภาพ  พร้อมต่อยอดนำมาแปรรูปเป็นสินค้าขึ้นชื่อ อย่างผงข้าวและจมูกข้าวไรซ์เบอร์รี่ผสมงาดําพร้อมชง และข้าวพองไรซ์เบอร์รี่

งานนี้สองพ่อลูกได้รับการต้อนรับจากแม่ ๆ “ชมรมคนรักสุขภาพ บ้านเขาดิน” จัดแสดงรำพื้นบ้านต้อนรับ  ก่อนที่จะเจอกับ “แม่ทองเม็ด” ผู้นำกลุ่ม วิสาหกิจชุมชนกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านเขาหินกลิ้ง พูดคุยถึงที่มาที่ไปของการจัดตั้งกลุ่ม  ก่อนที่จะพาไปชมนาข้าวไรซ์เบอร์รี่ที่กำลังโตเต็มที่รอการเก็บเกี่ยว พร้อมดูการแปรรูปผลิตภัณฑ์ขึ้นชื่อของชุมชน ข้าวพองไรซ์เบอร์รี่  พร้อมเข้าป่าไปเก็บผักหวาน  ผักพื้นบ้านมาทำอาหารพื้นถิ่นกินกับข้าวไรซ์เบอรรี่และใครที่สนใจของดีจากวิสาหกิจชุมชนต่าง ๆ ที่รายการ มิตรรัก ทั่วไทย เดินทางไป  อยากอุดหนุน สนับสนุนลองชิม สามารถสั่งซื้อสินค้าได้ที่เว็บไซต์ shop.bugaboo.tv  ออกเดินทางไปหาของดีที่ วิสาหกิจชุมชนกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านเขาหินกลิ้ง พร้อม เอ-แป้ง ได้ในรายการ “มิตรรัก ทั่วไทย” วันอาทิตย์ที่ 19 ตุลาคมนี้ เวลา 13.00 น. รับชมสดทาง ช่อง 7HD  กด 35  สดออนไลน์ BUGABOO.TV