ชาวเน็ตแห่เดา? เพจดังแฉเจ้าชายอสูรไม่ยอมจบจะเอาชนะเมียเก่า

ชาวเน็ตแห่เดา? เพจดังแฉเจ้าชายอสูรไม่ยอมจบจะเอาชนะเมียเก่า

ชาวเน็ตแห่เดา? เพจดังแฉเจ้าชายอสูรไม่ยอมจบจะเอาชนะเมียเก่า

วันอาทิตย์ ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2568, 15.19 น.

กลายเป็นประเด็นเมาท์ร้อนแรงที่ชาวเน็ตสายเผือกต้องตามสืบกันอีกครั้ง เมื่อเพจเฟซบุ๊กชื่อดัง “เจ๊มอย108 V1” ได้ออกมาเคลื่อนไหวพร้อมข้อความปริศนาเรื่องคดีเจ้าชายอสูรกับเมียเก่า ศาลให้ไกล่เกลี่ย ตอนแรกเหมือนจะยอม แต่สุดท้ายไม่ยอมอีกแล้ว จะเอาชนะเมียเก่าให้ได้ ไม่รู้เมียใหม่เป่าหูหรือเปล่า

“กูงงกับเจ้าชายอสูรมาก ศาลให้ไกล่เกลี่ยกับเมียเก่าเพื่อจบเรื่อง แรกๆ เหมือนจะยอมนะ สุดท้าย เอ้า!! จะเอาชนะให้ได้เลย กูงง..นี่หราวะ คนเคยรักกัน เมียใหม่เป่าหูรึเปล่านะ?#อิพิมเมียเจ้าชายอสูร”

โดย ทนายพัฒน์ ก็เข้ามาถาม “ไผอีก” ขณะที่หลายคนก็แห่ถามว่าใครอีก ซึ่งก็มีหลายคนบอกว่าสอบผ่านแล้ว อาทิ รุ้เฉยยยยย , ใช่แน่ๆ555555 , ใครอ่าา , เหมือนจะรู้ , ผ่าน เป็นต้น

‘เจ๋ง บิ๊กแอส’แจงเหตุหยุดคอนเสิร์ตกลางคัน หลังมีวัยรุ่นตีกันหน้าเวที

'เจ๋ง บิ๊กแอส'แจงเหตุหยุดคอนเสิร์ตกลางคัน หลังมีวัยรุ่นตีกันหน้าเวที

‘เจ๋ง บิ๊กแอส’แจงเหตุหยุดคอนเสิร์ตกลางคัน หลังมีวัยรุ่นตีกันหน้าเวที

วันอาทิตย์ ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2568, 14.40 น.

เกิดเหตุทะเลาะวิวาทระหว่างกลุ่มวัยรุ่นบริเวณหน้าเวทีคอนเสิร์ตภายในงานประเพณี “สารทเดือนสิบ” ณ ลานพ่อขุน มหาวิทยาลัยรามคำแหง ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 6 ราย และทำให้วงร็อกชื่อดัง “บิ๊กแอส” ต้องหยุดการแสดงกลางคัน ท่ามกลางความผิดหวังของผู้ร่วมงานจำนวนมาก

หลังเหตุการณ์สงบ “เจ๋ง เดชา โคนาโล” นักร้องนำของวงบิ๊กแอส ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมขอโทษแฟนเพลงและทีมงานผู้จัดงาน โดยระบุว่า

“งาน สารทเดือนสิบ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ณ ลานพ่อขุน คอนเสิร์ตเล่นไม่จบโชว์ครับ เพราะมีเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทเกิดขึ้นในงาน ซึ่งค่อนข้างรุ่นแรง

ซึ่งส่วนตัวผมเองรู้สึกแย่ กับการที่มีกลุ่มคนนอกบางกลุ่มมาตีกันในคอนเสิร์ต ของชาว ฃม.รามคำแหง พวกเราตั้งใจอยากมาเล่นคอนเสิร์ตให้ทุกคนที่ตั้งใจมารอดูพวกเราบิ๊กแอสได้มาร่วมสนุกร้องเพลงไปด้วยกัน กลับกลายต้องเจอเหตุการแบบนี้ เซ็งหมดกันความสนุกสุข

ขอโทษที่ต้องหยุดเล่นครับ เห็นใจผู้จัดงานที่เขาจัดงานขึ้นมาเพื่ออยากให้ทุกคนที่มาร่วมงานได้มีความสุขสนุกกลับบ้านกัน ถ้ามีอากาสได้ไปเล่นอีก ถ้ามีอะนะ ก็อยากกลับไปเล่นให้จบโชว์ครับ

ถือว่าพวกเราบิ๊กแอสติดค้างโชว์ของงานนี้อยู่ ขอบคุณทุกท่านที่ตั้งใจมาคอดูคอนเสิร์ตพวกเรา

ขอโทษผู้จัดและทีมงาน ครับ ที่ต้องหยุดโชว์ เชฟชาว ม.รามคำแหงครับ ปล ตีกันในเพลงก่อนตาย ซะด้วยนะ ไอ้ชิงเปรต”

‘บอย พิษณุ’บทเรียนชีวิต 20 ปีในวงการ วิกฤตถึงขั้นเคยคิดจบชีวิต แต่สู้ยืนหยัดเป็นพ่อที่ดี!

‘บอย พิษณุ’บทเรียนชีวิต 20 ปีในวงการ วิกฤตถึงขั้นเคยคิดจบชีวิต แต่สู้ยืนหยัดเป็นพ่อที่ดี!

‘บอย พิษณุ’บทเรียนชีวิต 20 ปีในวงการ วิกฤตถึงขั้นเคยคิดจบชีวิต แต่สู้ยืนหยัดเป็นพ่อที่ดี!

วันอาทิตย์ ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2568, 06.45 น.

เปิดหมดเปลือก “บอย พิษณุ” ชีวิต 20 ปีในวงการบันเทิงไม่เคยง่าย เล่าทุกจุดเปลี่ยนในชีวิต จาก AF สู่นักสู้ที่ไม่ยอมแพ้แม้เจอวิกฤตทุกด้าน การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลง การอดทนผ่านความท้าทาย ครั้งหนึ่งเคยคิดจบชีวิต จากวิกฤตการเงิน ชีวิตครอบครัวหลังแยกทาง และการดูแลลูกร่วมกัน ไปจนถึงการปรับตัวในยุคปัจจุบัน

คุณอยู่ในวงการบันเทิงมานานเท่าไรแล้ว ?

บอย พิษณุ : เยอะมากปีนี้ผมเข้าวงการมา 20 ปีแล้ว ตั้งแต่เป็น AF เร็วมาก

การยอมรับความจริงการเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องธรรมชาติ ในวันที่คุณมองว่าไม่รู้จะไปต่อยังไง ?

บอย พิษณุ : เราอยู่ในวงการบันเทิงมา 20 ปี ได้เห็นตั้งแต่ยุคแรกๆ ในการที่ผู้จัดละครผลิตละครกันปีหนึ่งไม่รู้กี่ 20-30 เรื่อง แล้วก็อยู่ในยุคหนึ่งที่รายการ Reality Show มันมาดังในยุคนั้น ก็จะผ่านมาเรื่อยๆ แล้วทุกอย่างเหมือนแพลตฟอร์มเริ่มเปลี่ยนไป ละครสปอนเซอร์เริ่มน้อยลง เริ่มไม่ผลิต ไม่รู้ว่าผลิตไปแล้วได้อะไร แพลตฟอร์มอื่นขึ้นมา มี Netflix มีแอปพลิเคชันต่างๆ แล้วเราจะทำยังไงให้ไปอยู่ตรงนั้นได้ เพราะเราไม่สามารถที่จะเลือกเขาได้ ผมก็ผ่านยุคพวกนั้นมา แล้วก็เคยมีความรู้สึกว่าเราต้องทำ ต้องทำจริงๆ เพราะว่า ถ้าอยู่กับที่ก็จะถูกกลืนไปกับแพลตฟอร์มใหม่ๆ ที่มันผุดขึ้นมาทุกวันเลย ก็เริ่มมาทำ YouTube เพราะว่ารายได้ไม่มีจากการที่ติดโควิดพอดี ช่วงนั้นดาราคือรายได้เป็นศูนย์ รู้สึกว่ามันอยู่ไม่ได้นะเพราะว่าเรายังมีภาระมีครอบครัวที่ต้องดูแล แล้วพอทำมาสักพัก Youtube ก็เริ่มดาวน์อีกแล้ว ผมต้องไปทางไหน Tiktok ก็ไม่ได้เริ่มเล่นตั้งแต่แรก เพิ่งมาเล่นช่วงปลาย คิดว่าตอนนั้นทำไมชีวิตเราต้องมีอะไรเยอะแยะไปหมดเลย Facebook ก็ต้องมี IG ก็ต้องทำ YouTube ก็ต้องทำ TikTok มาอีกเหรอ ตามไม่ทัน จนสุดท้ายเราก็ต้องมาจบที่ลองเล่น TikTok ดูว่ามันจะทำยังไง เพราะว่า TikTok มันก็เป็นสิ่งที่ทำให้เด็กรุ่นใหม่รู้จักเรามากที่สุด เราก็ต้องทำไม่งั้นก็เหมือนย่ำอยู่กับที่ มันคือชีวิตของผม ไม่อยากให้ชีวิตที่เกิดขึ้นมาแล้วมันต้องหายไป

Mindset ที่เดินหน้าคือยังไง ?

บอย พิษณุ : ตอนนั้นยังรู้สึกว่าผมไม่แย่เหมือนครั้งล่าสุดนี้นะ ตอนนั้นแค่มีความรู้สึกว่าทุกคนเป็นเหมือนกันหมด ทุกคนเจอคลื่นลูกยักษ์ ซึ่งเป็นคลื่นเกี่ยวกับโรคอันตราย ทุกคนโดนเหมือนกันหมด แต่เผอิญเราแค่มีความรู้สึกว่าช่วงนั้นโชคดีของชีวิตที่เราลองที่จะเปลี่ยนลงมาทำ YouTube ลองที่จะเปลี่ยนหาทำอะไรใหม่ๆ เพราะว่าถ้าเราอยู่เฉยๆ มันไม่ได้จริงๆ มันอยู่ที่จังหวะอย่างเช่นแบบทีมผมที่เป็นพาร์ทเนอร์ทำ YouTube ด้วย เขาเข้ามาในจังหวะที่ดีพอดี เพราะอยากทำมานานแล้ว แต่การลงตัวที่จะทำมันอยู่ตรงไหน เพราะผมไม่ได้เป็นคนที่พูดเก่งขนาดนั้น สิ่งที่ทำให้ตัดสิ้นใจง่ายคือเรามีทีมงานที่ดี ตอนนั้นก็มั่นใจมากขึ้น ผมมีตัวตนมากขึ้น เพราะว่าจริงๆ แล้วมันเริ่มอยู่เข้ายุคในแพลตฟอร์มแล้ว ทีวีก็เริ่มอาจจะเริ่มดาวน์ลงมา คนก็ไม่ค่อยดูทีวีแล้ว คนเปลี่ยนจากดูทีวีเป็นเปิด YouTube แทนเวลาไหนก็ได้เข้ามาในจังหวะที่ดี แล้วเราก็เลยโดดลงมาทำ

แล้วพอจาก YouTube ไป TikTok ?

บอย พิษณุ : จาก TikTok เป็นช่วงหลังเลยครับ เพราะว่าช่วงเวลาที่ผ่านมาของผม ปีที่แล้วกับปีนี้ มันเริ่มดาวน์เรื่อยเลยในเรื่องงานในวงการบันเทิง เพราะละครไม่จัด ทุกอย่างมันลงๆ

ตัดสินใจไลฟ์ TikTok แต่ทุกอย่างมันก็หนัก ?

บอย พิษณุ : มันหนักมาก เพราะว่าผมเป็นหัวหน้าครอบครัวไง แล้วการใช้เงินเก่าเงินเก็บ มันไม่ใช่สัญญาณที่ดี เรามีลูกด้วย แล้วมันก็ควรจะใช้ที่ปัจจุบันเราหางานหาเงินได้ใช้ตรงนั้นไป เงินเก็บก็ควรจะเป็นเงินเก็บ แต่เผอิญมันไม่เป็นเงินเก็บอีกต่อไป มันก็เลยยิ่งเครียดไปกันใหญ่ ก็ต้องหาอะไรทำเพื่อให้เรามีรายได้ขึ้นมา เพื่อเลี้ยงครอบครัวได้ แล้วก็ไปเจอเรื่องแย่ๆไม่ดีอีก แทนที่จะดี มันก็เฟลอีกเรื่องธุรกิจ หลายอย่างประเดประดังเข้ามาพร้อมกัน ก็เลยเป็นสิ่งที่เราต้องหาอะไรใหม่ๆทำ เราจะได้ไม่หาย และเรายังต้องแข็งแรง ต้องสู้ ผมไม่รู้หรอกว่ามันจะได้อีกนานแค่ไหน หรืออาจจะอีกไม่นาน แต่อย่างน้อยๆเราได้ทำก็โอเค

การที่ยอมปรับเปลี่ยนไป ยอมเริ่มต้นใหม่ มันทำให้เราได้เห็นอะไรในตัวเองบ้างจากอดีต แล้วปัจจุบันที่มันต่างกัน Mindset ที่เปลี่ยนไป ?

บอย พิษณุ : ไม่มีอะไรที่มันเป็นอมตะ มันไม่มีอะไรที่มันแบบคงอยู่อย่างนั้นและคงอยู่ตลอดไป มันมีช่วงกราฟของชีวิต มันมีขึ้นแล้วมันมีลงเสมอ แต่จริงๆผมโชคดีตรงที่ไม่เคยคิดว่าตัวเองเป็นดารา กว่าเราจะประสบความสำเร็จได้เกือบ 28 แล้ว ผมผ่านอะไรมาเยอะมาก พอมาอยู่ตรงนี้เหมือนโอกาสที่เราได้มากกว่า โอกาสที่เราอยากเป็นมาทั้งชีวิต จริงๆผมอยู่ยังไง ทำอะไรก็ได้ที่มันไม่ได้ไปทำให้คนอื่นเดือดร้อน

สิ่งที่บอยยังอยากทำคืออะไรครับ ?

บอย พิษณุ : จริงๆ ผมอยากยืนอยู่ตรงนี้ไปเรื่อยๆ วันหนึ่งอยากเป็นแบบ อาหนิง นิรุตติ์ ที่เป็นคนคุณภาพ เล่นละครได้ดี แล้วก็ใช้ชีวิตได้ดี แต่ยุคนี้เริ่มยากละ ผมก็ต้องดูว่าจุดไหนมุมไหนที่อยู่กับเราได้ แล้วเราก็เอาตัวเราไปอยู่ตรงนั้น

ทำไมอยากเป็นอย่างนั้น แล้วได้อะไรจากการเป็นแบบนั้น ?

บอย พิษณุ : สิ่งหนึ่งที่ผมจะได้เลยก็คือ ได้ทำอาชีพที่ผมรักที่สุดในชีวิต สิ่งที่ผมได้มา แล้วคิดว่าการได้ทำอะไรที่มันมีความสุขมากที่สุดในชีวิตแล้ว มันมีแรงที่จะใช้ชีวิตต่อไปเรื่อยๆ กับสิ่งที่เรารัก

เมื่อได้สิ่งนั้นชีวิตจะเป็นยังไง ?

บอย พิษณุ : มันก็อาจจะต้องลำบากหน่อย ตรงที่ว่าแบบมันไปแล้วเหรอ ในสิ่งที่เราแบบอยากได้มาทั้งชีวิตกับอาชีพนี้ แล้วมันจะต้องหายไปแล้วเหรอ มันก็คงรู้สึกไม่ดี ชีวิตเรากำลังจะหายไปเหรอ

“คุณค่า” ถ้าพูดถึงคำนี้ในตัวคุณเอง ที่คิดว่ามันเป็นตัวคุณ คำแรกที่ขึ้นมาในหัวคือ ?

บอย พิษณุ : เป็นคนสู้

ทำไมถึงให้คุณค่ากับคำนี้ “สู้”

บอย พิษณุ : คือตัวผม อยู่ในครอบครัวที่ไม่ค่อยสมบูรณ์แบบมากนักตั้งแต่เด็ก คุณพ่อเสียชีวิต คุณแม่ก็ต้องมาหางานใหม่แล้วต้องอยู่กับคุณอา ย้ายบ้านไปเรื่อยๆ ไปเรียนหนังสือเรียนเสร็จแล้วก็ มันเหมือนความอบอุ่นมันหาย แล้วก็ตัวผมเองออกมาทำงานเองตั้งแต่ อายุจบ ปวช. ผมก็กระโดดลงมาทำงานเองเลย แล้วก็สู้ด้วยตัวเอง ผมว่าไอ้สิ่งที่ผมสู้ วันนั้นมันเลยทำให้ผมมีวันนี้ นี่คือคำว่าสู้

มีความเหนื่อยไหมในคำว่าสู้

บอย พิษณุ : ผมเคยเหนื่อยครับ แต่สิ่งที่เหนื่อย มันผมว่าทุกคนมันเป็นที่จะเหนื่อย มันเหนื่อยได้แต่เราหยุด หยุดไม่ได้ มันเป็นสิ่งที่ถ้าเราไม่สู้ แล้วใครจะสู้ให้เรา ในเมื่อตัวเรายังไม่สู้เลย ต้องทำยังไงถึงจะให้ไปสู่จุดนั้นได้ ก็เลยต้องสู้มาตลอด

ถ้าคุณกำลังมองตัวเองอยู่ แล้วจะให้กำลังใจตัวเอง จะบอกว่า ?

บอย พิษณุ : ผมเคยคิดอยู่ในความคิดบอยนะ ตอนที่บอยยังไม่มีลูก ผมมาไกลมาก ถ้าบอกจริงๆ ก็คือหาทางกลับบ้านไม่ถูกแล้ว เพราะมันไกลมากจริงๆ แต่แค่ยังไม่ลืมเส้นทางที่เราผ่านมาทั้งตลอดเวลา ไม่เคยลืม แล้วเรามีความรู้สึกว่าชีวิตได้อะไรมาหมดแล้วกับกับอาชีพ กับสิ่งที่วงการนี้มันให้เรามา ผมเคยคิดว่าไม่อยากอยู่ต่อแล้ว ผมจบแค่นี้ก็ได้นะชีวิต มันคงไม่ไปไกลกว่านี้แล้ว ได้ทำทุกอย่างหมดแล้ว ได้ตอบสนองสิ่งที่เราอยากทำมาทั้งชีวิตหมดแล้ว เคยคิดว่าไม่อยู่ก็ได้ แต่พอมีลูกมันก็ความคิดเริ่มเปลี่ยนไป ห้ามเจ็บ ห้ามป่วย ห้ามตาย มีสิ่งที่ต้องดูแลเขา

คุณมองเห็นยังไงกับค่านิยมของการที่ต้องมีสถาบันครอบครัว ยังจำเป็นมากในยุคนี้ไหม ?

บอย พิษณุ : พี่วู้ดดี้กำลังถามคนที่ไม่ประสบความสำเร็จในชีวิตครอบครัว

อะไรบอกว่าไม่ประสบความสำเร็จ ?

บอย พิษณุ : คือพอมาถึงวันหนึ่ง แล้วเราคุยกันแล้วมันไปต่อกันไม่ได้ ผมว่าสิ่งนี้มันคือสิ่งที่เราไม่ประสบความสำเร็จ เพราะสิ่งที่ผมคิด คาดหวังที่สุดคือการมีครอบครัวที่อบอุ่น มีภรรยา มีลูก เป็นครอบครัวเดียวกัน อยู่ด้วยกัน มีความสุขกัน สุดท้ายเป็นเรื่องของ 2 คนที่ต้องจูนกัน แต่โลกใบนี้อาจจเปลี่ยนไปแล้ว บางทีการอยู่คนเดียวอาจจะมีความสุขมากกว่า หรือการไม่จำเป็นต้องผูกมัดกัน ไม่ต้องมาจดทะเบียนสมรสกันก็อาจจะมีความสุขมากกว่า ความสุขของคนมันไม่เหมือนกัน

เวลาที่จะสื่อสารกับลูกเรา จะสื่อสารยังไงให้เขาเข้าใจ ?

บอย พิษณุ : ตรงนี้ผมต้องยกการตัดสินใจนี้ให้ภรรยา เขาเป็นคนค่อนข้างมีตรรกะเยอะในเรื่องของการเลี้ยงลูกในการใช้ชีวิตอะไร  เราพูดคุยกันแล้วเขาบอกว่าสิ่งหนึ่งที่มันจะดีกว่า ลูกจะไม่เห็นพ่อแม่ที่กำลังมีปัญหากัน เขาจะไม่เห็นส่วนนั้น เขาจะเห็นแค่ว่าโอเคเราอาจจะแยกกันอยู่ แล้วเรายังคุยกันได้ แต่เราก็ยังมีฐานะพ่อแม่เหมือนเดิม เขาจะไม่ได้รับพลังงานที่ทะเลาะกัน ถ้าลูกไม่เห็นมุมนี้น่าจะโอเคมากกว่า เพราะว่าเขาก็ไม่อยากให้ลูกโตไปเห็นความรักแบบผิดๆ ซึ่งอาจจะทำให้เขาเดินอนาคตไปแบบผิดๆ ก็ได้ เราก็แยกกันอยู่แล้วก็ทำหน้าที่พ่อแม่ให้ดีที่สุด ลูกต้องเป็นเด็กที่มีความสุขที่สุด

‘น้อย’เที่ยวเมืองคราฟต์ ละลานตางาน DIY ที่สุโขทัย

‘น้อย’เที่ยวเมืองคราฟต์ ละลานตางาน DIY ที่สุโขทัย

‘น้อย’เที่ยวเมืองคราฟต์ ละลานตางาน DIY ที่สุโขทัย

วันอาทิตย์ ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ทริปนี้  “น้อย – ปาริชาต” ชวนเที่ยว จ.สุโขทัย ที่ไม่ได้เป็นแค่เมืองมรดกโลกเท่านั้น แต่ยังเป็นเมืองคราฟต์ที่รวบรวมช่างฝีมือมากมายงานนี้น้อยเลือกไปที่ สุนทรีผ้าไทย ศูนย์หัตถกรรมพื้นบ้านโบราณหาดเสี้ยว อ.ศรีสัชนาลัย

ซึ่งที่นี่เป็นผู้เปิดประตูนำผ้าทอไทยพวนออกไปอวดโฉมในโลกกว้าง ผ่านศิลปะบนผืนผ้าจากฝีมือของช่างทอกลุ่มหัตถกรรมพื้นบ้านโบราณหาดเสี้ยวผ้าจกขนเม่น เอกลักษณ์อันโดดเด่น  ที่สร้างชื่อเสียงของไทยพวนแห่งบ้านหาดเสี้ยว  เป็นผ้าซิ่นตีนจก ที่ใช้เทคนิคการทอ จก โดยการใช้ “ขนเม่น” ในการจก ซึ่งมีลายโบราณ 9 ลายด้วยกัน หนึ่งใรนั้นก็คือ ลายนางพญา ที่ออกแบบแกะลายจากพนังของวัดนางพญามาที่นี่นอกจากจะได้เพลินๆ เรียนรู้งานผ้าไทยแล้ว ยังสามารถลองทอผ้าได้อีกด้วย…จากนั้นข้ามไป โมทนา เซรามิก อ.ศรีสำโรง เที่ยวชมอีกหนึ่งงานคราฟต์อย่าง งานเครื่องปั้นดินเผา งานทุกชิ้นได้ถ่ายทอดแรงบันดาลใจ จากวิถีชีวิตและธรรมชาติ เน้นความเรียบง่าย อบอุ่น และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

‘เอ-แป้ง’พาทัวร์ ‘วิสาหกิจชุมชนไก่งวง จ.ราชบุรี’ พร้อมโชว์ผลิตภัณฑ์แปรรูป ทั้งคาวหวาน

‘เอ-แป้ง’พาทัวร์ ‘วิสาหกิจชุมชนไก่งวง จ.ราชบุรี’ พร้อมโชว์ผลิตภัณฑ์แปรรูป ทั้งคาวหวาน

‘เอ-แป้ง’พาทัวร์ ‘วิสาหกิจชุมชนไก่งวง จ.ราชบุรี’ พร้อมโชว์ผลิตภัณฑ์แปรรูป ทั้งคาวหวาน

วันอาทิตย์ ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

มิตรรัก ทั่วไทย  2 พ่อลูก เอ ไชยา และแป้ง ศรันฉัตร์  จะพาไปตามหาของดีที่ วิสาหกิจชุมชนไก่งวงราชบุรี อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี ที่นี่เป็นกลุ่มเกษตรกรที่เลี้ยงไก่งวงเพื่อสร้างรายได้ โดยมีการพัฒนาการเลี้ยงให้ได้มาตรฐาน มีการแปรรูปผลิตภัณฑ์ไก่งวงหลายชนิด เช่น หอยจ๊อ, ไส้กรอก และไก่งวงอบ รวมถึงนำขนไก่งวงมาประดิษฐ์ เป็นเครื่องประดับและของตกแต่ง

 ไม่รอช้า เอ แป้ง  รีบลงพื้นที่ พาไปดูโรงเรือนเลี้ยงไก่งวงของทางชุมชน  ที่ได้มาตรฐาน รักษาความสะอาด โดยโรงเรือนจะยกพื้นสูง พ่อเอได้ทดลองจับไก่งวงและลองอุ้มไก่แบบถูกวิธี  ต่อด้วยการไปดูการทำปุ๋ยมูลไก่งวงที่เป็นสินค้าของชุมชน  โดยที่ชุมชนเอาขี้ไก่งวงมาผสมแล้วทำเป็นปุ๋ยขายมาถึงฟาร์มเลี้ยงไก่งวงทั้งที จะไม่ลองชิมเมนูจากไก่งวงได้ยังไง  งานนี้ชาวบ้านทำเมนูอาหาร ที่ทำจากไก่งวงมาให้ลองชิมเพียบ มีทั้ง ไก่งวงอบ, บาร์บีคิวไก่งวง, ผัดเผ็ดไก่งวง, ไก่งวงตุ๋น และอีกหลายเมนู  กินคาวเสร็จก็ต้องกินหวานต่อให้ครบสูตร  เอ แป้งเลยขอไปดูวิธีการทำขนมเปี๊ยะสายรุ้งที่ใช้ไข่ไก่งวงเป็นส่วนผสม และดูการทำพวงกุญแจ กระเป๋า และลองใส่หมวกที่ใช้ขนไก่งวงมาทำ   ปิดท้าย เอ แป้ง ช่วยชาวบ้านขายสินค้าที่ทำจากไก่งวง  งานนี้ใครที่สนใจของดีจากวิสาหกิจชุมชนต่าง ๆ ที่รายการ มิตรรัก ทั่วไทย เดินทางไป  สามารถสั่งซื้อสินค้าได้ที่เว็บไซต์ shop.bugaboo.tv  

แฟนคลับใจหาย! ต้นสังกัดประกาศ’เกรท สพล-อิน สาริน’ยุติการทำงานร่วมกัน

แฟนคลับใจหาย! ต้นสังกัดประกาศ'เกรท สพล-อิน สาริน'ยุติการทำงานร่วมกัน

แฟนคลับใจหาย! ต้นสังกัดประกาศ’เกรท สพล-อิน สาริน’ยุติการทำงานร่วมกัน

วันเสาร์ ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2568, 18.47 น.

20 กันยายน 2568 ทำเอาแฟนๆ ต่างใจหายกันมากทีเดียว เมื่อทาง GMMTV ซึ่งเป็นต้นสังกัดของ เกรท สพล กับ อิน สาริน ได้ออกมาประกาศอย่างเป็นทางการเรื่องการยุติการทำงานด้วยกันของทั้งคู่ โดยให้เหตุผลว่าเป็นการตัดสินใจร่วมกันของทั้ง 2 ฝ่าย โดยคำนึงถึงเป้าหมายในอนาคตของแต่ละคน และเกิดขึ้นด้วยความเข้าใจอันดี

โดยทางต้นสังกัดออกประกาศ ระบุข้อความว่า “ประกาศเรื่อง เกรท สพล และ อิน สาริน บริษัท จีเอ็มเอ็มทีวี จำกัด ขอแจ้งให้ทราบว่า เกรท สพล อัศวมั่นคง และ อิน สาริน รณเกียรติ ได้ตกลงกันในการยุติการทำงานคู่ร่วมกันอย่างเป็นทางการ การยุติการทำงานในครั้งนี้เป็นการตัดสินใจร่วมกันของทั้งสองฝ่าย โดยคำนึงถึงแนวทางการทำงานและเป้าหมายในอนาคตของแต่ละบุคคล ซึ่งเกิดขึ้นด้วยความเข้าใจอันดีของทั้งสองฝ่าย

บริษัทฯ จึงขอประกาศเจตนารมณ์ของทั้งคู่ให้ทราบโดยทั่วกัน และขอขอบคุณแฟนๆ ทุกท่านที่ให้การสนับสนุนผลงานของทั้งสองท่านเสมอมา หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะยังคงมอบความรักและกำลังใจให้กับทั้งสองท่านในเส้นทางใหม่ของพวกเขาต่อไป จึงเรียนมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน บริษัท จีเอ็มเอ็มทีวี จำกัด 19 กันยายน 2568 

สำหรับ เกรท สพล เพิ่งหมดสัญญาจากช่อง 7 ทางด้าน อิน สาริน ก็ไม่ได้ต่อสัญญากับทางช่อง 3 แล้ว จึงเป็นนักแสดงอิสระกันทั้งคู่ จนกระทั่งทั้งคู่ได้เข้ามาร่วมงานกับทาง GMMTV เปิดตัวทำงานคู่กันในฐานะคู่จิ้น และมีซีรีส์ด้วยกันคือ เรื่อง “วันดีวิทยา Wandee Goodday” ในปี 2567 และมาในปีนี้ 2568 เพิ่งมีซีรีส์ที่ออนแอร์ไป อย่าง “จาฤกรติชา (Memoir Of Rati)” 

‘โก๊ะตี๋’ไม่โสดแล้ว! เปิดตัวแฟนใหม่สุดน่ารัก’น้องใบมิ้นต์’ ติดแฮชแท็กหวาน’รักนะรู้มั้ย’

'โก๊ะตี๋'ไม่โสดแล้ว! เปิดตัวแฟนใหม่สุดน่ารัก'น้องใบมิ้นต์' ติดแฮชแท็กหวาน'รักนะรู้มั้ย'

‘โก๊ะตี๋’ไม่โสดแล้ว! เปิดตัวแฟนใหม่สุดน่ารัก’น้องใบมิ้นต์’ ติดแฮชแท็กหวาน’รักนะรู้มั้ย’

วันเสาร์ ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2568, 18.29 น.

20 กันยายน 2568 หัวใจกลับมาเป็นสีชมพูอีกครั้งสำหรับตลกชื่อดัง ‘โก๊ะตี๋ อารามบอย’ ล่าสุดได้ออกมาเปิดตัวหวานใจสาวน้อยสุดน่ารักนามว่า ‘น้องใบมิ้นต์’ พร้อมแฮชแท็กหวาน “รักนะรู้มั้ย” โดยช่องติ๊กต็อกส่วนตัวของ ‘โก๊ะตี๋ อารามบอย’ เรียกได้ว่าจะเห็นคลิปความน่ารักของทั้งคู่ออกมาอยู่เรื่อยๆ 

งานนี้ ‘โก๊ะตี๋ อารามบอย’ เรียกได้ว่ากลับมามีชีวิตชีวาคลั่งรักอีกครั้ง ทำแฟนๆ เมนต์ยินดีด้วยกับความรักที่สดใสพร้อมทั้งชื่นชมความน่ารักของ’น้องใบมิ้นต์’อีกด้วย อาทิเช่น สวยจังแฟนพี่โก๊ะตี๋ , น่าร๊ากกก , น้องใบมิ้นมาไลฟ์บ้านพี่โก๊ะบ่อยๆนะคะ ชอบดู ไลฟ์ด้วยกัน น่ารักดี น่ารักมาก เคมีเข้ากันดี

https://www.tiktok.com/embed/v2/7549268694287928594?lang=th-TH&referrer=https%3A%2F%2Fwww.naewna.com%2Fentertain%2F915672

https://www.tiktok.com/embed/v2/7549630951593151751?lang=th-TH&referrer=https%3A%2F%2Fwww.naewna.com%2Fentertain%2F915672

https://www.tiktok.com/embed/v2/7549268694287928594?lang=th-TH&referrer=https%3A%2F%2Fwww.naewna.com%2Fentertain%2F915672

เคี่ยวจนได้ที่!’ดี้-ปัทมา’ขึ้นแท่นผู้จัดฯ เตรียมป้อน’เด็กใหม่’เข้าสู่วงการบันเทิง!

เคี่ยวจนได้ที่!'ดี้-ปัทมา'ขึ้นแท่นผู้จัดฯ เตรียมป้อน'เด็กใหม่'เข้าสู่วงการบันเทิง!

เคี่ยวจนได้ที่!’ดี้-ปัทมา’ขึ้นแท่นผู้จัดฯ เตรียมป้อน’เด็กใหม่’เข้าสู่วงการบันเทิง!

วันเสาร์ ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2568, 14.51 น.

สั่งสมประสบการณ์มาหลายสิบปี ถึงคราวที่นักแสดงคุณภาพมากความสามารถอย่าง ดี้-ปัทมา ปานทอง ขึ้นแท่นเป็น “ผู้จัดฯ” พร้อมเปิด บริษัท หนุนนำ สตูดิโอ้ จำกัด เพื่อรองรับการผลิตงานบันเทิงทุกรูปแบบ รวมทั้งการผลิต “นักแสดงหน้าใหม่” ที่ผ่านการคัดสรรและเจียระไนเข้าสู่วงการบันเทิงอย่างมีคุณภาพ โดย ดี้-ปัทมา ให้เหตุผลของการเปิดบริษัทนี้ เพื่อที่จะผลิตผลงานป้อนให้กับวงการบันเทิงในรูปแบบใหม่ตามความถนัดของตัวเอง ซึ่งเป็นงานที่เธอรัก ชื่นชอบ แล้วก็ถนัดที่ทำและอยากทำมันอยู่ บริษัท หนุนนำ สตูดิโอ้ จำกัด เตรียมเปิดซีรีส์วายเรื่องแรก พร้อมเผยจุดแข็งของบริษัทฯ ที่ว่า

“จุดเด่นของเรา น่าจะอยู่ที่ประสบการณ์ 40 ปีที่ผ่านมาในวงการของตัวเอง และคุณเอ๋-กษมา สามี ที่เราเคยไปผลิตซีรีวายร่วมกับเพื่อนมาก่อนแล้ว ความสามารถของทีมงานทั้งหมด และผู้กำกับที่ผ่านงานซีรีส์วาย งานซีรีส์ยูริมาด้วย ส่วนเรื่องของทีมบทนั้นก็คร่ำหวอดยู่ในวงการซีรีส์วายและยูริมาอย่างช่ำชอง โดยจะผลิตซีรีส์วายก่อน ซีรีส์ยูริก็น่าจะเป็นโปรเจคต่อไป”ไม่เพียงแค่นั้น!!! บอสใหญ่ หนุนนำ สตูดิโอ้ ยังเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ที่มีความมั่นใจ ความพร้อม และรักในการแสดง ได้เข้ามาเป็นครอบครัวของ “หนุนนำ สตูดิโอ้” ด้วย”เป้าหมายของการเปิดบริษัทครั้งนี้คือ ทำทั้งสองอย่างเลย ทั้งซีรีส์ด้วย และปั้นนักแสดงหน้าใหม่ด้วย  จริงๆ แล้วการปั้นเด็ก เป็นความฝันมาก เคยอยากปั้นลูกสาวตัวเองให้เป็นนักแสดง แต่น้องชอบที่จะเป็นหมอก็เลยเปลี่ยนเป้าหมาย ไปปั้นลูกคนอื่นแทน แล้วก็รู้สึกว่า บางทีเราเจอเด็กที่มีคุณสมบัติดี แต่ยังไม่มีโอกาส เราก็อยากเอามาปั้น แล้วมันเป็นอีกหนทางหนึ่งที่เราจะช่วยเพิ่มนักแสดงที่มีความสามารถให้กับวงการด้วยค่ะและตอนนี้ทางเราต้องการนักแสดงชายมาเล่นเป็น พระเอกซีรีส์วาย ความสูง 180  ขึ้นไป (เป็นเด็กที่ไม่มีสังกัดและค่ายผู้จัดการส่วนตัว)  ยังไม่เคยมีผลงานมาก็ไม่เป็นไรค่ะ น้องคนไหนสนใจ อยากมาร่วมงานกับเรา และพร้อมที่จะเฉิดฉายในวงการบันเทิง ก็สามารถส่งคลิปแนะนำตัวเองความยาวไม่เกิน 3 นาที พร้อมรูปโปรไฟล์หน้าตรงหน้าข้างเต็มตัว ส่งมาที่เพจ  Facebook Nunnam Studio /  IG : Nunnam_Studio / TT:  Nunnam Studio ได้เลยค่ะ”โดยซีรีส์เรื่องแรกจะเปิดกล้องและดำเนินการถ่ายทำในต้นปีหน้า โดยใช้พล็อตเรื่องที่ใกล้ตัวนักแสดงมากที่สุด ซึ่งเราจะต้องติดตามกันต่อไปว่า ซีรีส์เรื่องนี้จะออกมาในรูปแบบใด รอลุ้นกันนะจ้ะ!!!

‘ลืมแล้วหรือยัง’บทเพลงแห่งความผูกพันของแฟนเพลงถึงศิลปินจาก’เดอะ รู๊บ’และ’แบงค์ ศรราม’

'ลืมแล้วหรือยัง'บทเพลงแห่งความผูกพันของแฟนเพลงถึงศิลปินจาก'เดอะ รู๊บ'และ'แบงค์ ศรราม'

‘ลืมแล้วหรือยัง’บทเพลงแห่งความผูกพันของแฟนเพลงถึงศิลปินจาก’เดอะ รู๊บ’และ’แบงค์ ศรราม’

วันเสาร์ ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2568, 14.45 น.

ส่งเพลงใหม่ออกมาให้ฟังกันอย่างต่อเนื่องสำหรับวง The Rube (เดอะ รู๊บ) ศิลปินจากค่ายSPICYDISC (สไปร์ซซี่ ดิสก์) ที่ก่อนหน้านี้ได้ปล่อยผลงานร่วมกับพระเอกลิเกอันดับหนึ่งของประเทศไทยอย่าง แบงค์ ศรราม กับเพลง “ลิเกออนไลน์” ซึ่งเป็นเพลงธีมในคอนเสิร์ต “ยาแก้ไอน้ำดำ ตราเสือดาว ภูมิใจนำเสนอ คอนเสิร์ต ลิเก ออนแอร์ ตอน ซี๊ดแน่แม่จ๋า” ที่ร่วมแสดงกับทางคณะลิเก ศรราม น้ำเพชร และในงานครั้งนี้ยังได้นำเอาซิงเกิลล่าสุดอย่าง “ลืมแล้วหรือยัง” มาโชว์ครั้งแรกให้แฟนๆ ได้ฟังก่อนใคร นอกจากนี้ยังได้เพิ่มความพิเศษด้วยการถ่ายทำมิวสิกวิดีโอกันในคอนเสิร์ตเพื่อให้แฟนๆ ได้เป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำอันแสนพิเศษนี้ด้วยกัน และตอนนี้สามารถฟังได้แล้ว ทุกแพลตฟอร์ม รวมถึงชมมิวสิกวิดีโอได้ทาง YouTube: Spicydisc

โดย The Rube ได้เล่าถึงแรงบันดาลใจในการเขียนเพลงนี้ให้ฟังว่า “เพลงนี้ถูกเขียนไว้นานหลายปีแล้วตั้งแต่ช่วงที่พวกเราได้ทำเพลง I’m Sorry สีดา แต่ด้วยอะไรหลายๆ อย่างยังไม่ลงตัวจึงทำให้เพลงนี้ยังเป็นเพียงเดโมครับ จนเราได้มีโปรเจกต์ร่วมกับทาง แบงค์ ศรราม จึงได้นำเอาเพลงที่เราเคยแต่งไว้มาให้แบงค์ได้ลองฟังซึ่งหนึ่งในนั้นก็มีเพลง “ลืมแล้วหรือยัง” พอได้ฟังก็รู้สึกชอบเพลงนี้จึงได้นำมาทำต่อให้เสร็จสมบูรณ์ครับ

 โดยเนื้อหาของเพลงจะเป็นการเล่าถึง เรื่องราวระหว่างแฟนเพลงและศิลปิน ที่ร่วมผ่านช่วงเวลาดีๆ ด้วยกัน ทุกรอยยิ้ม การซัพพอร์ตเป็นเหมือนกำลังใจให้เราได้สร้างสรรค์ผลงานดีๆ ออกมาให้ได้ชม และได้เสียงร้องของ แบงค์ เข้ามาเติมเต็มให้เพลงนี้มีความสมบูรณ์มากขึ้น ซึ่งยังคงเอกลักษณ์ด้วยดนตรีในสไตล์ Modern Traditional ด้วยการผสมผสานดนตรีสากลอย่างเสียงเปียโน และเครื่องดนตรีไทยอย่าง “ซออู้” ที่สื่อถึงความรู้สึกความคิดถึง โหยหา ถึงช่วงเวลาแห่งความสุขรอยยิ้มอันแสนอบอุ่นนั้นยังมีให้กันอยู่ใช่ไหม แต่ต่อให้ทุกอย่างเปลี่ยนไปแต่ความรักที่มีให้กับทุกคนไม่เคยจางหายไปครับ”

เป็นอีกหนึ่งเพลงที่ฟังได้ซ้ำไม่มีเบื่อจาก The Rube (เดอะ รู๊บ) x แบงค์ ศรราม กับเพลง “ลืมแล้วหรือยัง” ได้ทุกสตรีมมิ่งแพลตฟอร์ม และชมมิวสิกวิดีโอได้ทาง YouTube: Spicydisc ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ทาง facebook.com/therubeband และfacebook.com/spicydisc.fangpage

#ลืมแล้วหรือยัง #TheRubeBand #แบงค์ศรราม #Banksorn  #SPICYDISC

‘The Golden Show Concert 2025’จัดเต็มทุกช่วงเวลาแห่งความสุข

'The Golden Show Concert 2025'จัดเต็มทุกช่วงเวลาแห่งความสุข

‘The Golden Show Concert 2025’จัดเต็มทุกช่วงเวลาแห่งความสุข

วันเสาร์ ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2568, 14.39 น.

นับเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขและความประทับใจ จากครอบครัว The Golden Song ที่มอบให้กับแฟน ๆ ใน The Golden Show Concert 2025 คอนเสิร์ตที่จะพาทุกคนข้ามเวลาไปยังดินแดนแห่งจินตนาการ กับช่วงเวลาแห่งความสุขจากบทเพลงที่คิดถึงในอดีตแบบเต็มอิ่มจุใจ จากศิลปิน The Golden Song ทุกซีซัน แอ๊ค โชคชัย, วิน วศิน, โก๊ะตุลย์ พันธนนท์, โตโต้ ธนเดช, ภูมิ แก้วฟ้าเจริญ, ผิงผิง สรวีย์, พลอย ทิพย์รมิดา, เบลโลล่า กนิษฐา, อลิศ ธนัชศลักษณ์, ซาย ภิสาณัฐ ณัฐภัทร , แอน ณัฏฐ์ณัชชา , พลอย อิสรีย์ภัค , นัท มาลิสา , อั่งเปา ตะวันวาด , อ๊อฟ ธาดาพงศ์ พร้อมด้วยโชว์สุดเซอร์ไพรส์จากกรรมการ เม้า สุดา, โจ้ สุธีศักดิ์, กบ สุวนันท์, กัน นภัทร  และ 2 พิธีกร เกลือ กิตติ, คริส พีรวัส นอกจากนั้นยังแถมด้วยโชว์จาก หนึ่ง จักรวาล และ เจี๊ยบ นนทิยา ที่มาสร้างความประทับใจแบบเต็มอิ่มถึง 3 รอบการแสดง เมื่อวันที่ 19-21 กันยายน ที่ผ่านมา ณ เมืองไทยรัชดาลัย เธียเตอร์

เปิดเวทีพาผู้ชมย้อนเวลาไปกับบทเพลงทองคำ พาทุกคนไปในห้วงเวลาที่คิดถึง เริ่มเวทีด้วยโชว์สุดตระการตาจากหนุ่มเสียงดี แอ๊ค-โตโต้-ภูมิ-วิน-โก๊ะตุลย์ ด้วยเพลง ลำนำรัก ต่อด้วยแก๊งสาวเสียงหวาน พลอย-ซาย-เบลโลล่า-อลิศ-ผิงผิง กับเพลง รักข้ามขอบฟ้า จากนั้นแท็กทีมหนุ่มเสียงดีและสาวเสียงหวาน โชว์ต่อกับบทเพลง ดาวล้อมเดือน มาถึงคิวของ กัน-นภัทร ที่พาแฟน ๆ เปิดประตูเวลาทะลุมิติย้อนกลับไปสมัยอยุธยา ด้วยเพลง ออเจ้า ได้อย่างละมุนหู พร้อมเปิดตัวอีกหนึ่งกรรมการ ดีกรีศิลปินแห่งชาติ แม่เม้า-สุดา มาในเพลง จูบ จากนั้นเปลี่ยนอารมณ์ไปกับ 2 หนุ่ม โก๊ะตุลย์-ภูมิ ที่จับมือมาสร้างสีสันในเพลง ป่าลั่น ให้ทุกคนในฮอลล์ได้ปรบมือตามกัน งานนี้ เกลือ-คริส ไม่น้อยหน้า มาในฐานะคู่หูดูโอ กับการจับไมค์ร้องเพลงคู่กันเป็นครั้งแรกของสองพิธีกรแห่งรายการ The Golden Song ในเพลง หัวใจมีปีก ที่สร้างความตื่นเต้นให้กับทั้งคู่ไม่น้อย ก่อนจะส่งเข้าโชว์จาก โตโต้-ซาย-เบลโลล่า กับตำนานที่เป็นโศกนาฏกรรมความรักสุดอมตะ ยอยศพระลอ ที่ร้องและรำได้อย่างงดงาม ต่อด้วยโชว์จากแชมป์ป้ายแดงและเพื่อน ๆ The Golden Song ซีซั่น7 ณัฐ ณัฐภัทร, แอน ณัฏฐ์ณัชชา, พลอย อิสรีย์ภัค, นัท มาลิสา, อั่งเปา ตะวันวาด และ อ๊อฟ ธาดาพงศ์ ที่มาในเพลง ใครหนอ,เพ้อ แถมงานนี้ ณัฐ ได้นำเพลงเปลี่ยนชีวิตอย่าง สนามอารมณ์ มาถ่ายทอดช่วงเวลาสำคัญและยิ่งใหญ่ในชีวิตของเธอ ส่งต่อไปยังช่วงเวลาของแชมป์ทุกสมัย ณัฐ-แอ๊ค-วิน-ผิงผิง-พลอย-เบลโลล่า-โก๊ะตุลย์ มาในเพลง “นาทีที่ยิ่งใหญ่” พร้อมพูดคุยถึงความประทับใจช่วงแข่งในอดีต และเสียงกรี๊ดดังสนั่นอีกครั้ง ต้อนรับ 4 กรรมการ แม่เม้า-โจ้-กบ-กัน ที่หยิบเพลง “เก็บตะวัน” มาทักทายแฟน ๆ พร้อมไฮไลท์จาก หนึ่ง จักรวาล ขึ้นมาร่วมโชว์พิเศษกับน้อง ๆ ด้วยบทเพลงอมตะเพื่อรำลึกถึงครูสุรพล โทณะวนิก อาทิ โอ้รัก, ลมรัก, ฉงน, หนาวเนื้อ ความพิเศษยังไม่จบเพียงเท่านี้ ยังมีบทเพลงไทยสากลที่ได้รับการยกย่องระดับทองคำ ที่นำเอาทำนองสุดไพเราะมาผสมผสาน เข้ากับกลิ่นอายของเอเชียได้อย่างงดงาม อย่างเพลง วอนลมรัก, ดาวประดับใจ, พะวงรัก, ชีวิตฉันขาดเธอไม่ได้, บัวขาว จาก เบลโลล่า-แอ๊ค-อลิศ-พลอย-ผิงผิง ได้อย่างตราตรึงใจ แถมยังพาผู้ชมไปท่องอวกาศ กับเพลง “พบกันที่ดวงดาว” จาก กัน-คริส-เกลือ และมาสนุกกันแบบรัว ๆ กับเหล่าศิลปินที่หยิบเอา อย่าง งานวัด, สายเกินไป, จากยอดดอย, บ้านเกิดเมืองนอน จนผู้ชมต้องนั่งกันไม่ติด ก่อนโบกมือลาเวทีส่งท้ายช่วงเวลาแห่งความสุขไปพร้อมกัน ด้วยเพลง รักเธอประเทศไทย, ความรักไม่รู้จบ ได้อย่างอิ่มเอมและประทับใจ