คุณแหน : 10 ธันวาคม 2565

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/697220

วันเสาร์ ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ll รศ.นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์ ผอ.รพ.จุฬาฯ เชิญชวนเที่ยวงานกาชาดประจำปี 2565 และร่วมกิจกรรม พร้อมรับของที่ระลึกมากมาย ในงานมีการจัดแสดงนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซื้อยาจากจุฬาโอสถ ร่วมสนุกในกิจกรรมสอยดาว วันที่ 8-18 ธ.ค. 65 เวลา 11.00-22.00 น. (วันสุดท้าย ปิดเวลา 23.00 น.) ณ สวนลุมพินี กรุงเทพฯ…

ll นายกสมาคมนักศึกษาเก่า มช. กรุงเทพฯ อดิศร ไตรสินสมบูรณ์ พร้อมด้วยคณะกรรมการฯ เข้าเยี่ยมคารวะและแสดงความยินดีกับ วิรัตน์ มีนชัยนันท์ ศิษย์เก่า มช.รหัส 24 ในโอกาสได้รับตำแหน่ง“ประธานสภากรุงเทพมหานคร” ณ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 ดินแดง เมื่อเร็วๆนี้…

ll ดร.มณทิพย์ ศรีรัตนา ทาบูกานอน เป็นประธานเปิดการประชุม “Urban Water Security and Climate Change” ในฐานะ Thailand National
Focal Point ของ Asia Pacific Network (APN) และ AIT ที่สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเซีย เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา…

ll อดีตท่าน ออท. อิสินธร สอนไว ใจหายยิ่งนัก เมื่อได้รับข่าวเพื่อนรัก ศุภชัย ขันธะทิม จากไปอย่างกะทันหัน ด้วยหัวใจวาย หลังรับทานอาหาร ที่อุบลราชธานี…ซึ่งได้มีการรับร่างมาสวดพระอภิธรรม ที่ศาลา 7 วัดมกุฏกษัตริยารามฯ กทม. ช่วงวันที่ 8-12 ธ.ค.และฌาปนกิจ 13 ธ.ค. 17.00 น. …

ll กำหนดงานพระราชทานเพลิงศพ ศิริพงศ์ หังสพฤกษ์ อดีตรองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯวันที่ 11 ธ.ค.17.30 น. ณ เมรุวัดธาตุทอง…

ll ช่วงนี้ จักรชัย บาลี มีเพื่อนชาวต่างชาติ Mr. Westley Yamagushi บินจากอเมริกามาให้พาไปท่องเที่ยว ทำบุญ และตีกอล์ฟ ที่เมืองไทย…
ก็เลยพากันเดินสายทำกิจกรรมทั้งสามข้ามหลายจังหวัด แบบขึ้นเหนือ-ล่องใต้ ไปอีสาน และอื่นๆอีกมากมายตามอำเภอใจ ก่อนที่ภรรยาชาวไทยดวงตา ทองตันไตร จะบินมาสมทบในตอนท้ายของทริป…

ll ระหว่างนี้ พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ไปเป็นแพทย์อาสาอยู่ที่พุทธคยาอินเดีย…ขออนุโมทนาบุญด้วยค่ะ…

ll จากรองอธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ภาวินี ณ สายบุรี ได้รับคำสั่งแต่งตั้งเป็น ผู้ตรวจราชการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ แล้ว เมื่อเร็วๆ นี้…

ll เรื่องเล่าวันพ่อที่ผ่านมา อัมพร จักกะพาก เขียนเล่าเรื่องคุณพ่อได้ประทับใจมากแม้ท่านจากไปแล้ว…แต่คุณแม่ กมลา ตันธุวนิตย์วัย102 ปี สุขภาพแข็งแรง ความจำดีเยี่ยม…

ll ณัฐภพ-ดร.รวีวรรณ ภูริเดช จัดงานพรีคริสต์มาส ที่อาคารวีก้า ซ.ศูนย์วิจัย โดยมี ศ.ดร.ศันสนีย์ ไชยโรจน์ และเพื่อนๆ พร้อมด้วยทีมงานที่เคยไปร่วมทริป ร่วมทำบุญด้วยกันมาร่วมงาน…

ll ช่วง มช.รับน้องขึ้นดอย เมื่อกลางเดือนก่อน รุ่นพี่คณะมนุษย์ฯรหัส 15 ถือโอกาสไปรวมพลฉลอง 50 ปีที่เป็นเพื่อนกัน สังสรรค์สามัคคี เป็นที่ครึกครื้น …ทว่า 2 ผู้ก่อการคนสำคัญ ทั้งคบคิดกันทำเสื้อสีม่วงเท่ๆ “50 ปีเพื่อนกัน” และนัดถ่ายรูปหมู่ที่ป้ายหน้า มช. คือเต็มภักดิ์ จารุประกร และ อารยา อินทรครรชิตติดโควิดไม่ได้ไปร่วมงาน…หมู่มวลเพื่อนฝูงเลยนัดกันสวมเสื้อทีม พาเพื่อนทั้งสองมาถ่ายรูปซ่อมที่ลานบองมาเช่ กทม…ซื้ออาหารแบบกินใครกินมันแล้วมานั่งกันในลานโล่งแจ้ง…ข่าวว่า ความนกกระจอกแตกรังครั้งนี้ของ สว.เกือบ 20 คน ทำเอา บองมาเช่แทบแตก เป็นที่ฮือฮาแก่ผู้พบเห็น…บางคนก็เอ็นดูสว.อาสาช่วยถ่ายรูปให้ น่ารักจริงๆ !!…ll

บารอนเนส

SCGC ปลื้ม ‘โครงการถุงนมกู้โลก’ เป็นเลิศด้านความยั่งยืน คว้า 2 รางวัล Marketing Award of Thailand 2022

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/697179

SCGC ปลื้ม ‘โครงการถุงนมกู้โลก’ เป็นเลิศด้านความยั่งยืน  คว้า 2 รางวัล Marketing Award of Thailand 2022

SCGC ปลื้ม ‘โครงการถุงนมกู้โลก’ เป็นเลิศด้านความยั่งยืน คว้า 2 รางวัล Marketing Award of Thailand 2022

วันเสาร์ ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

วิชัย เตชจินดาวงศ์ และ น้ำทิพย์ สำเภาประเสริฐ เป็นตัวแทนรับรางวัล

เอสซีจี เคมิคอลส์ หรือ SCGC คว้า 2 รางวัล จากเวที Marketing Award of Thailand 2022 (MAT AWARD 2022) งานประกวดแคมเปญการตลาดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของประเทศไทย โดยสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย ด้วยผลงาน “โครงการถุงนมกู้โลก” ได้แก่ รางวัลระดับ Gold ในประเภทแคมเปญการตลาดที่มีความเป็นเลิศด้านความยั่งยืน (Sustainable Marketing) และรางวัลระดับ Bronze ในประเภทแคมเปญการตลาดที่มีความเป็นเลิศด้านการสร้างคุณค่าของแบรนด์ (Brand Experience & Communication) ตอกย้ำการดำเนินธุรกิจเพื่อความยั่งยืนตามแนวทาง ESG

“โครงการถุงนมกู้โลก” นำหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนมาประยุกต์ใช้ ซึ่งมีหัวใจความสำเร็จ คือ การเข้าใจปัญหาที่แท้จริงของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย สร้างการมีส่วนร่วม และให้ความรู้ความเข้าใจเรื่องการจัดการขยะแก่ทุกภาคส่วนในห่วงโซ่คุณค่า (value chain) อาทิ เยาวชน ครูอาจารย์ เจ้าหน้าที่ พร้อมนำนวัตกรรมมาต่อยอดสร้างมูลค่าใหม่ให้พลาสติกใช้แล้ว เปลี่ยนถุงนมที่ใช้งาน 10 นาที เป็นสินค้ามูลค่าเพิ่มอย่างเก้าอี้รีไซเคิลที่ใช้งานได้ยาวนาน โดยร่วมมือกับภาคีเครือข่ายเพื่อขยายผลโครงการฯ อย่างเป็นรูปธรรม ปัจจุบันมีโรงเรียนเข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 1,700 โรงเรียน จาก 33 จังหวัดทั่วประเทศ และมีปริมาณถุงนมใช้แล้วกว่า 1 ล้านถุงกลับเข้าสู่ระบบรีไซเคิล

นางสาวน้ำทิพย์ สำเภาประเสริฐ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารแบรนด์และกิจการเพื่อสังคม เอสซีจี เคมิคอลส์หรือ SCGC กล่าวว่า “SCGC ดำเนินธุรกิจตามแนวทาง ESG พร้อมพัฒนานวัตกรรมภายใต้หลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)มาอย่างต่อเนื่อง มุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดห่วงโซ่คุณค่าอย่างไรก็ตาม การดำเนินงานตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภค โดยเฉพาะอย่างยิ่งการคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง SCGC จึงริเริ่ม “โครงการชุมชน LIKE (ไร้) ขยะ” เชื่อมโยง บ้าน วัด โรงเรียน และธนาคารขยะ โดยให้ความรู้และสร้างแรงจูงใจในการคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง เพิ่มการรีไซเคิล และสร้างรายได้เพิ่มให้กับชุมชน”

“นอกจากนี้ SCGC ยังได้ต่อยอดสู่การจัดการขยะในโรงเรียน โดยมีโรงเรียนนำร่องในจังหวัดระยอง ซึ่งพบว่ามีขยะจากถุงนมเป็นจำนวนมาก จึงเกิดเป็น “โครงการถุงนมกู้โลก” ขึ้น เน้นให้เยาวชนเกิดความรู้ความเข้าใจเชิงประจักษ์ สร้างประสบการณ์จริงในการจัดการทรัพยากรเหลือใช้ และการหมุนเวียนกลับมาสร้างคุณค่าใหม่ โดย SCGC ได้ออกแบบฐานการเรียนรู้ร่วมกับคณะครู พร้อมทั้งนำความเชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมและการออกแบบมาสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับพลาสติกใช้แล้ว เปลี่ยนจากถุงนมโรงเรียนที่ใช้งานเพียง 10 นาที เป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มอย่าง “เก้าอี้รีไซเคิลจากถุงนมโรงเรียน” สามารถใช้งานได้ยาวนาน สร้างตัวอย่างการหมุนเวียนทรัพยากรอย่างเป็นรูปธรรมให้แก่เยาวชนซึ่งเป็นอนาคตของชุมชนและประเทศต่อไป” ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารแบรนด์และกิจการเพื่อสังคม กล่าวเสริม

นายวิชัย เตชจินดาวงศ์ Performance Polymers Business Director เอสซีจี เคมิคอลส์ หรือ SCGC กล่าวว่า “โครงการถุงนมกู้โลกเป็นการรวมพลังของทุกภาคส่วนในห่วงโซ่คุณค่าการรีไซเคิล ทั้งภาครัฐและเอกชนในการแก้ปัญหาขยะในโรงเรียนด้วยนวัตกรรม ทำให้ถุงนมใช้แล้วซึ่งเป็นพลาสติกที่รีไซเคิลได้ สามารถหมุนเวียนสร้างประโยชน์ได้อีกตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน เมื่อถุงนมเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล จะผ่านการปรับปรุงคุณสมบัติจนได้เป็นเม็ดพลาสติกรีไซเคิล ที่พร้อมนำไปขึ้นรูปใหม่เป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถใช้ประโยชน์ได้ยาวนาน ชุบชีวิตพลาสติกใช้แล้วให้กลับมามีคุณค่าอีกครั้ง ช่วยเพิ่มอัตราการรีไซเคิล และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม นับเป็นโมเดลต้นแบบที่สามารถต่อยอดไปสู่ผลิตภัณฑ์ประเภทอื่นๆ ได้อีกมาก”

ทั้งนี้ SCGC ได้ขยายผลโครงการ SCGC ถุงนมกู้โลก โดยร่วมกับสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม (สส.) เพื่อร่วมขับเคลื่อนโครงการอีโคสคูล (Eco-School)สู่เป้าหมาย Zero Waste School ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมทั้งร่วมมือกับภาคีเครือข่ายภาคเอกชนจำนวนมากเพื่อนำพลาสติกใช้แล้วกลับเข้าสู่ระบบ ปัจจุบันมีโรงเรียนเข้าร่วมโครงการถุงนมกู้โลกแล้วกว่า 1,700 โรงเรียน จาก 33 จังหวัดทั่วประเทศ มีปริมาณถุงนมใช้แล้วกลับเข้าสู่ระบบรีไซเคิลแล้วกว่า 1 ล้านถุง (ข้อมูล ณ 31 มีนาคม 2565)

โดยในปี 2565 นี้ มีผู้ส่งผลงานเข้าร่วมประกวดแคมเปญการตลาดทั้งสิ้น 73 ผลงาน จาก 39 องค์กร ทั่วประเทศ ทางสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย ได้ใช้เกณฑ์และขั้นตอนการตัดสิน ร่วมกับคณะกรรมการและคณะที่ปรึกษาจากหลากหลายวงการ เพื่อให้มีความสอดคล้องกับโลกการตลาดยุคใหม่ โดยได้จัดพิธีประกาศผลรางวัล “Marketing Award of Thaland: สุดยอดแคมเปญการตลาด” ณ โรงแรม เรเนซองส์ กรุงเทพฯราชประสงค์ เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2565 ที่ผ่านมา

มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท จับมือ JCC สนับสนุนโครงการเลี้ยงไก่ไข่ อาหารกลางวันนักเรียน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/697223

มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท จับมือ JCC  สนับสนุนโครงการเลี้ยงไก่ไข่ อาหารกลางวันนักเรียน

มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท จับมือ JCC สนับสนุนโครงการเลี้ยงไก่ไข่ อาหารกลางวันนักเรียน

วันเสาร์ ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท และบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ ร่วมกับ หอการค้าญี่ปุ่น-กรุงเทพฯ หรือ เจซีซีร่วมส่งมอบโครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียนประจำปี 2565 ณ โรงเรียนบ้านนางแลใน ต.นางแล อ.เมือง จ.เชียงราย ได้รับเกียรติจาก สุภาพรรณ หมั่นเจริญรองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานในพิธีโดยมี โนริอากิ ยามาชิตะ รองประธานหอการค้าญี่ปุ่น-กรุงเทพฯ และประธานส่วนการศึกษาคณะกรรมการฝ่ายความช่วยเหลือสังคม สมคิด วรรณลุกขี รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ซีพีเอฟ จอมกิตติ ศิริกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ด้านพัฒนาความยั่งยืนภาครัฐและกิจการสัมพันธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ ร่วมมอบโครงการพร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการในจังหวัดเชียงราย ครู นักเรียน และผู้แทนโรงเรียนจากทั่วประเทศ

จอมกิตติ ศิริกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ด้านพัฒนาความยั่งยืนภาครัฐและกิจการสัมพันธ์ เครือซีพี และผู้ช่วยบริหารสำนักประธานคณะกรรมการบริหาร ซีพีเอฟ ในฐานะกรรมการและเลขาธิการมูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์ฯ เปิดเผยว่า มูลนิธิฯ ได้ดำเนินโครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียนอย่างต่อเนื่องเข้าสู่ปีที่ 35 มุ่งส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนในโรงเรียนพื้นที่ห่างไกลและในถิ่นทุรกันดาร ได้บริโภคไข่ไก่สดคุณภาพดีที่นักเรียนช่วยกันดูแล เสริมสร้างโภชนาการที่ดีเติบโตสมวัยทั้งด้านร่างกายและสติปัญญา เป็นแหล่งเรียนรู้การจัดการอาชีพเกษตรเชิงธุรกิจให้กับครู นักเรียนได้เรียนรู้การบริหารจัดการธุรกิจเกษตรที่ประยุกต์ใช้กับอาชีพในอนาคต ขณะเดียวกัน สามารถบริหารจัดการผลผลิตไข่ไก่จำหน่ายให้แก่ชุมชนให้มีรายได้หมุนเวียนต่อยอดขยายผลเกิดเป็นกิจการเพื่อสังคม (Social Enterprise)” พึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืนโดยได้รับการสนับสนุนหลักจาก บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หนึ่งในโครงการที่ซีพีเอฟดำเนินการภายใต้ 3 เสาหลัก คือ อาหารมั่นคง สังคมพึ่งตน และดินน้ำป่าคงอยู่ โดยซีพีเอฟใช้ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ด้านการเลี้ยงไก่ไข่ ถ่ายทอดองค์ความรู้ให้แก่คุณครูและนักเรียน พร้อมส่งผู้เชี่ยวชาญให้ความรู้ด้านเทคโนโลยีการเลี้ยงไก่ไข่ การดูแลสุขภาพสัตว์และการป้องกันโรค การจัดการโรงเรือนตามหลักวิชาการและสุขาภิบาล ทำให้มีประสิทธิภาพการเลี้ยงที่ดี รวมถึงการพัฒนาระบบเพื่อติดตามประสิทธิภาพการเลี้ยงไก่ไข่ของโรงเรียนอย่างต่อเนื่อง โดยการเลี้ยงไก่ตั้งแต่รุ่นที่ 2 เป็นต้นไป โรงเรียนจะได้รับพิจารณาให้สามารถซื้อพันธุ์ไก่ไข่ และอาหารไก่ไข่ในราคาพิเศษ โดยส่วนต่างราคาที่เกิดขึ้นมีบริษัทเป็นผู้สนับสนุน

ปัจจุบันมีโครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวัน 930 โรงเรียน มีนักเรียนกว่า 180,000 คน และชุมชน 1,900 ชุมชนได้รับประโยชน์ คุณครูและบุคลากรทางการศึกษาได้เรียนรู้จากโครงการฯ กว่า 1,000 คน ดำเนินงานใน 75 จังหวัดทั่วประเทศไทย และนอกจากนี้ ยังได้รับการสนับสนุนจากเจซีซีมาตั้งแต่ปี 2542 เป็นต้นมาด้วย ในปี 2565 นี้ ได้รับสนับสนุน 5 โรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนบ้านนางแลใน ต.นางแล อ.เมือง จ.เชียงราย โรงเรียนเวียงห้าววิทยา ต.เวียงห้าว อ.พาน จ.เชียงราย โรงเรียนชุมชนบ้านศรีดอนชัย ต.ศรีดอนชัย อ.เชียงของ จ.เชียงราย โรงเรียนประชารัฐวิทยาคาร ต.ทุ่งแล้ง อ.ลอง จ.แพร่ และโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านโป่งตะแบก ต.พุทธบาท อ.ชนแดน จ.เพชรบูรณ์

ด้าน โนริอากิ ยามาชิตะ รองประธานหอการค้าญี่ปุ่นฯ-กรุงเทพฯ กล่าวว่า เจซีซีตระหนักถึงความสำคัญของโภชนาการในเด็กวัยเรียน ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้สนับสนุนโครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียนมาอย่างต่อเนื่องเข้าสู่ปีที่ 23 เพื่อส่งผ่านความช่วยเหลือแก่เด็กและเยาวชนไทยในพื้นที่ห่างไกล ในด้านอาหารและโภชนาการโปรตีน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับนักเรียนในการเติบโตที่ดี มีสุขภาพที่ดี และยังเป็นโอกาสดีที่จะได้เรียนรู้ธุรกิจจากการทำงานจริง ปีนี้สนับสนุนอีก 5 แห่ง รวมทั้งสิ้นเป็น 142 โรงเรียน มีนักเรียนกว่า 38,000 คนครอบคลุม 41 จังหวัดคิดเป็นมูลค่ากว่า 33 ล้านบาท ในอนาคตก็ยังคงมีแผนสนับสนุนโครงการดังกล่าวฯ อย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านงบประมาณสำหรับก่อสร้างโรงเรือนการติดตั้งอุปกรณ์การเลี้ยง พันธุ์ไก่ไข่ อาหารสัตว์และเวชภัณฑ์ในการเลี้ยงไก่ไข่รุ่นแรก ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อนักเรียน ครู ชุมชน และประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียง สามารถเข้าถึงแหล่งอาหารโปรตีน มีไข่ไก่สดบริโภคในชุมชน และเกิดการพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน

ส่วน ศราวุธ ธนาคำ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านนางแลใน กล่าวว่า โรงเรียนมีนักเรียน 151 คนครูและบุคลากร รวม 17 คน การเข้าร่วมโครงการเลี้ยงไข่ไก่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียนในครั้งนี้ ในนามตัวแทนโรงเรียนดีใจและยินดีเป็นอย่างยิ่งที่เด็กนักเรียนจะได้รับผลประโยชน์ในด้านต่างๆ ทั้งด้านอาหาร การฝึกวิชาชีพเลี้ยงไก่ไข่ ฝึกความรับผิดชอบ ตลอดจนโรงเรียนมีรายได้จากการจำหน่ายไข่ไก่ในชุมชนเพื่อนำมาบริหารจัดการโครงการในรุ่นต่อไป โดยที่ผ่านมาโรงเรียนดำเนินโครงการเกษตรพอเพียง มีการเลี้ยงไก่ เลี้ยงปลาปลูกผักสวนครัว ปลูกข้าว โครงการเลี้ยงไก่ไข่ฯ จึงเข้ามาเติมเต็มด้านโภชนาการอาหารมื้อกลางวันให้นักเรียนมากยิ่งขึ้น เพื่อเสริมสร้างการเติบโตทั้งทางร่างกายและสติปัญญา เพิ่มประสิทธิภาพในการเรียน มีทักษะอาชีพด้านการเกษตร และเป็นกำลังสำคัญของประเทศชาติต่อไป

หนุมาน Soft Power นาฏศิลป์ชั้นสูงของไทยบนจอภาพยนตร์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/697232

หนุมาน Soft Power นาฏศิลป์ชั้นสูงของไทยบนจอภาพยนตร์

หนุมาน Soft Power นาฏศิลป์ชั้นสูงของไทยบนจอภาพยนตร์

วันเสาร์ ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

เราในฐานะผู้ทำงานให้โรงมหรสพหลวงต้องการเผยแพร่นาฏศิลป์ชั้นสูงของไทยให้ขจรขจายไปในสังคมต่างๆ ทั่วโลก จึงตั้งใจทำโขนในรูปแบบภาพยนตร์ เพื่อให้เข้าถึงคนทุกกลุ่มทั้งในไทยและนานาชาติ

ไลฟ์ วาไรตี โดย ดร.เฉลิมชัย ยอดมาลัยชวนคุณๆ ไปคุยกับ คุณนฤมล ล้อมทอง ผู้อำนวยการสร้างโขนภาพยนตร์ หนุมาน White Monkey

l วัตถุประสงค์การสร้าง โขนภาพยนตร์หนุมาน คืออะไรครับ

คุณนฤมล : วัตถุประสงค์หลักของแรกคือ ต้องการทำให้นาฏศิลป์ชั้นสูงของไทยคือโขนปรากฏต่อสายตาชาวไทยและชาวโลกให้มากที่สุด เพราะภาพยนตร์สามารถเข้าถึงคนกลุ่มต่างๆ ได้ง่าย สะดวกและจำนวนมากในเวลาเดียวกัน การแสดงโขนในโรงละครมีความน่าสนใจมาก แต่อาจไม่สะดวกสำหรับผู้ชมบางกลุ่ม และขณะเดียวกันการจัดแสดงโขนก็ต้องใช้ทรัพยากรมากมาย ทั้งเงินทองและคนอีกมากมาย แต่ในบางครั้งตั้งใจจัดแสดงแล้ว แต่เกิดปัญหาต่างๆเช่น โรคระบาด เหตุการณ์บ้านเมืองไม่ปกติ ก็จัดแสดงไม่ได้ เพราะสถานการณ์ไม่เอื้ออำนวย อีกทั้งการชมโขนด้วยวิธีการปกติคือต้องไปที่โรงละครหรือเวทีจัดแสดง ซึ่งมีข้อจำกัดมากมายของคนชม บางคนอาจอยู่ไกล เดินทางไปชมที่โรงละครไม่สะดวก ดังนั้นเราในฐานะคณะทำงานจึงตั้งใจนำโขนภาพยนตร์ไปถึงคนชมโดยง่าย หลายคนอาจบอกว่าโขนภาพยนตร์ไม่เหมือนโขนในโรงละคร ซึ่งก็จริงอยู่ แต่ต้องไม่ลืมว่าโขนมีหลากหลายรูปแบบการแสดง โขนภาพยนตร์ก็คือหนึ่งรูปแบบ ในยุคสมัยนี้มีเทคโนโลยีมากมายที่เราสามารถนำมาประยุกต์เพื่อทำให้โขนเข้าถึงคนชมได้มากมายขึ้นกว่ายุคเดิม แต่ไม่ว่าจะมีเทคโนโลยีทันสมัยสักเพียงใด เราก็ต้องไม่ลืมขนบธรรมเนียมดั่งเดิมของโขน

เพราะเรื่องนี้สำคัญมาก โขนมีครูมีรูปแบบการนำเสนอที่เฉพาะตัว ไม่ใช่จะทำอะไรกับโขนก็ได้ ซึ่งเรื่องขนบธรรมเนียมของโขนนั้น ครูโขนท่านเคร่งครัดมาก ดังนั้นเราจึงต้องให้ความสำคัญกับขนมธรรมเนียมของโขนมากที่สุด แต่ขณะเดียวกันก็ไม่เพิกเฉยกับการนำเทคโนโลยีเข้าไปผสมผสานให้พอเหมาะ เพื่อให้การนำเสนอโขนภาพยนตร์มีความน่าสนใจ ชวนติดตาม โรงมหรสพหลวง ศาลาเฉลิมกรุงตั้งมาเมื่อครั้งล้นเกล้าล้นกระหม่อม รัชกาลที่ 7 จากวันนั้นจนวันนี้ โรงมหรสพหลวง ศาลาเฉลิมกรุงยังมั่งคงในภารกิจหลักของโรงมหรสพหลวง ดังนั้นการแสดงต่างๆ ในโรงมหรสพหลวงจึงยึดมั่นในขนบธรรมเนียมอย่างเคร่งครัด แต่ก็ไม่ปฏิเสธเทคโนโลยีทันสมัยที่ปรับเข้ากันได้ เราใช้เลเซอร์ช่วยการแสดงโขนจินตนฤมิตร เพื่อให้ดูสมจริงมากที่สุด เพิ่มอรรถรสการชม เช่น เราทำบรรยากาศเหมือนโลกใต้น้ำในการแสดงชุดหนุมานจับนางสุพรรณมัจฉาดูแล้วเหมือนว่าหนุมานกำลังดำน้ำลงไปจับนางสุพรรณมัจฉาจริงๆ นี่คือข้อดีของเทคโนโลยี มาวันนี้เราจึงตัดสินใจนำโขนไปสู่จอภาพยนตร์ เพื่อให้โขนไปถึงคนทุกคนทั่วโลกที่สนใจโขน

l โขนภาพยนตร์สามารถเข้าถึงคนต่างๆ ได้ง่าย โดยไม่มีปัญหาเรื่องพรมแดนประเทศใช่ไหมครับ

คุณนฤมล : ใช่ค่ะ โดยเฉพาะชาวต่างชาติเขาสามารถชมโขนได้โดยผ่านจอหนัง แล้วเมื่อเขามาเมืองไทย เขาก็จะไปชมโขนในโรงละคร

l ความยากของการทำโขนภาพยนตร์คืออะไร 

คุณนฤมล : ความยากอันดับแรกคือ ต้องทำให้ครูโขนทุกคนเห็นพ้องต้องกันว่าโขนสามารถนำเสนอในรูปแบบภาพยนตร์ได้ และไม่ผิดขนบธรรมเนียมโขนแต่ดั้งเดิม เมื่อผ่านด่านนี้แล้ว ก็ไปที่เรื่องการหาผู้กำกับ งานชิ้นนี้คุณสาโรจน์ สุวัณณาคาร หรือคุณเอ๊งมีส่วนสำคัญมาก คุณเอ๊งเคยทำหนังโฆษณามาก่อน ใช้ชื่อบริษัทว่า ทศกัณฐ์ฟิล์ม งานของเขาได้รับรางวัลมากมาย และเขารักโขนมาก ดังนั้นงานจึงออกมาเป็นที่น่าพอใจมาก นอกจากนั้นยังมีเรื่องดนตรีที่ใช้กับโขนเรื่องนี้สำคัญไม่ต่างไปจากขนบธรรมเนียมการแสดงโขน เพราะดนตรีไทยที่ใช้นั้น ต้องเป็นไปตามขนบประเพณีทุกสิ่งอย่าง ละเลยไม่ได้ การทำงานนี้นับว่าโชคดีมากที่ได้รับการสนับสนุนดีเยี่ยมจากกองทุนสื่อสร้างสรรค์ พูดย้อนไปถึงดนตรีไทยสำหรับโขนนั้น บางเพลงเช่นเพลงหน้าพาทย์ รวมถึงบทพากย์โขนเรื่องเหล่านี้ต้องทำตามขนบเดิม จะตัดเพลงที่ใช้บรรเลงไม่ได้เป็นอันขาด แล้วที่สำคัญคือจะอย่างไรให้เรื่องราวการนำเสนอจบสมบูรณ์ในเวลา 85 นาที จะใช้เทคนิคพิเศษในการทำภาพยนตร์อย่างไรให้ลงตัวกับการแสดงโขน เรื่องราวเหล่านี้มีความยากและซับซ้อนในตัวเองมากมายหลายประการ และต้องคำนึงถึงบทพระราชนิพนธ์ที่เชิญมาใช้ในภาพยนตร์ด้วยสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องสำคัญที่เราต้องใส่ใจมาก ละเลยไม่ได้เป็นอันขาด 

l สิ่งสำคัญมากที่เราเน้นตลอดคือ โขนมีขนบธรรมเนียม เรื่องนี้สำคัญมาก เพราะโขนมีครู

คุณนฤมล : ใช่ค่ะ ต้องให้ความสำคัญมากที่สุด การทำงานครั้งนี้เหมือนกับการทำงานวิจัยชิ้นใหญ่ชิ้นหนึ่ง ทำให้เราได้รับความรู้มากมาย เช่น คำบางคำเราใช้ผิดในการแสดงโขนมาโดยตลอด เช่น ฝ่าละอองธุลีพระบาท ไม่ต้องมีคำว่าใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท เมื่อแสดงโขน นอกจากนี้เรายังทำ behind the scenes ไว้ด้วย เพื่อเป็นประโยชน์ในการค้นคว้าเรื่องโขนกับคนที่จะทำงานนี้ต่อๆ ไปในอนาคต การใช้เทคนิคพิเศษต่างๆ ก็เป็นสิ่งสำคัญมาก เพื่อให้ทุกอย่างสมจริงมากที่สุด เพราะโขนคือการแสดงซึ่งไม่ใช่เรื่องจริง แต่ก็ต้องทำให้สมจริงมากที่สุด เป็นการผสมผสานเรื่องจริงกับจินตนาการ สองสิ่งนี้ต้องไปด้วยกันอย่างลงตัว เพื่ออรรถรสในการชม

l การแสดงโขนเป็นจินตนาการ อาศัยเค้าโครงเรื่องจากบทวรรณกรรม ซึ่งเป็นบทพระราชนิพนธ์ รากเหง้ามาจากรามายณะ ของอินเดียส่วนรามเกียรติ์เป็นการแปลงมาเป็นของไทยแล้ว แต่สามารถสะท้อนรากเหง้าของขนมธรรมเนียมและวัฒนธรรมของกันและกันได้ เป็นการแสดงถึงภูมิปัญญาของบรรพบุรุษของไทยอย่างหนึ่ง

คุณนฤมล : เราเชิญบทพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 1 และ 2 มา นี่คือสิ่งที่บ่งบอกชัดๆ ว่า พระมหากษัตริย์ของเราทรงมีพระมหากรุณาธิคุณในเรื่องนี้อย่างมากมายมหาศาล

l ฉากสำคัญฉากไหนในหนังที่ถือได้ว่าสำคัญมาก โดยเฉพาะในการถ่ายทำ

คุณนฤมล : มีฉากสำคัญๆ เกือบทุกฉากค่ะ เพราะตั้งใจทำทุกฉาก แต่มีฉากหนึ่งที่ประทับใจมาก คือฉากหนุมานดำน้ำไปดูว่าเกิดอะไรขึ้นกับหินที่ถมลงไปในทะเล แล้วพบนางสุพรรณมัจฉา ฉากนี้หนุมานโดดลงในน้ำจริงๆ โดดลงไปทั้งเครื่องแต่งองค์ทรงเครื่องแบบครบถ้วนร้อยเปอร์เซ็นต์ คงนึกออกนะคะว่าชุดที่หนุมานสวมนั้นหนักกี่กิโลกรัม แล้วยังต้องสวมหัวหนุมานไว้ตลอดเวลา นี่คือความมหัศจรรย์ของฉากสำคัญนี้ แล้วที่สำคัญไม่น้อยไปกว่ากันคือ การใช้มุมกล้องจับไปที่หน้ากากหรือหัวโขน เพื่อให้เห็นสีหน้าและอารมณ์ของตัวละคร อย่าลืมว่าหน้ากากหรือหัวโขนนั้นเป็นหน้าเดิมๆ หน้าเดียว แต่มุมกล้องสามารถทำให้เราเห็นว่าหนุมานยิ้ม หรือโกรธได้น่าสนใจจริงๆ ค่ะ

l ใช้เวลาสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้นานกี่ปีครับ 

คุณนฤมล : 2 ปีค่ะ เริ่มตั้งแต่เจรจาหาพาร์ทเนอร์หาผู้ร่วมงาน หารือกับครูโขน แล้วลงมือทำงานกันอย่างจริงๆ จังๆ ใช้เวลานานถึง 2 ปีเต็ม แต่ต้องบอกว่าผลงานออกมาแล้วเราทุกคนพอใจมาก งดงามสมจริง และมีพลัง ทุกฝ่ายร่วมมือ ร่วมใจ และรวมพลังช่วยกันทำงานนี้ด้วยความมุ่งมั่นมาก

l ใช้งบประมาณสร้างหนังมากน้อยเท่าไรครับ

คุณนฤมล : ใช้มากพอประมาณเลยค่ะ แต่ต้องบอกว่าเราได้รับการสนับสนุนจากหลายฝ่าย เมื่อพันธมิตรของเราทราบว่าจะทำโขนภาพยนตร์ ทุกคนเต็มใจสนับสนุนคนละไม้ละมือ จนงานออกมาสำเร็จงดงามมาก นี่คือเครื่องยืนยันว่าคนไทยจำนวนไม่น้อยรักและสนับสนุนโขน และสนับสนุนนาฏศิลป์ชั้นสูงของไทย ทุกฝ่ายทำงานนี้ด้วยความศรัทธาจริงๆ ต้องการให้โขนไทยปรากฏสู่สายตาชาวโลกให้มากที่สุด ในภาพยนตร์นี้ เราได้สอดแทรกความทันสมัยของบทเพลงเข้าไปด้วย ดังจะเห็นว่ามีช่วงหนึ่งเราใช้เพลงจังหวะแร็พ โดย เก่ง-ธชย มาช่วยแร็พให้ในฉากหนุมานรบกับทศกัณฐ์ ตรงนี้เราตั้งใจทำเพื่อให้เข้าถึงเด็กรุ่นใหม่ได้โดยตรง ให้เด็กเห็นว่าโขนไม่ได้เชยล้าสมัย แต่สามารถปรับเข้าได้กับทุกยุคสมัย แต่ก็ต้องย้ำว่าเราเคร่งครัดในเรื่องขนบธรรมเนียมโขนอย่างมาก ไม่ทำสิ่งที่ผิดครูเป็นอันขาด

l หนุมาน White Monkey เราเข้าใจได้ว่าคือลิงขาว เป็นพญาลิง แต่ Beginning of the end ที่ใช้ในใบปิดภาพยนตร์คืออะไร หมายความว่าอะไรครับ

คุณนฤมล : Beginning of the end เป็นสิ่งที่เราต้องการให้คนชมภาพยนตร์นี้ไปคิดกันเอง มันเป็นเรื่องของหนุมานหลังจากทำภารกิจสำคัญเสร็จเรียบร้อยแล้ว เราให้หนุมานเป็นตัวเล่าเรื่อง ดำเนินเรื่องเมื่อหนุมานทำหน้าที่จบแล้ว จะมีอะไรเกิดขึ้นต่อไป หรือหนุมานจะไปทำอะไรต่อ อันนี้คนดูต้องตีความเอาเอง หนังพยายามให้ข้อคิดบางอย่างโดยนัยเราดูหนังแล้ว เราน่าจะได้ข้อคิดอะไรบางอย่างบ้าง จริงไหมคะ ส่วนข้อคิดของแต่ละคนอาจจะต่างกันไปตามประสบการณ์ และการตีความจากมุมมองของแต่ละคน

l หนังลงโรงวันไหนครับ

คุณนฤมล : วันที่ 4 เป็นรอบปฐมทัศน์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระบรมราชินีเสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตร ณ โรงภาพยนตร์สยามภาวลัย สยามพารากอน นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณ และเป็นสิริมงคลสูงสุด แล้วในวันที่ 5 ธันวาคม หนังจะฉายในทุกโรงทั่วประเทศไทย ในโรงภาพยนตร์เครือ SF และเครือเมเจอร์

l จะมีสินค้าที่ระลึกเกี่ยวกับภาพยนตร์นี้ออกจำหน่ายด้วยไหมครับ

คุณนฤมล : มีเสื้อยืด สติ๊กเกอร์ พวงกุญแจ เป็นของที่ระลึกสำหรับผู้ชมโขนภาพยนตร์ที่ต้องการเก็บสะสมของต่างๆ เกี่ยวกับหนังเรื่องนี้ไว้เป็นที่ระลึกค่ะ

คุณจะได้ชมรายการไลฟ์ วาไรตี รายการดีที่ครบครันด้วยสาระและความรู้ ออกอากาศทุกวันเสาร์ เวลา 14.05-14.30 น.ทางโทรทัศน์ NBT กดหมายเลข 2 และชมรายการย้อนหลังได้ที่ YouTubeไลฟ์ วาไรตี

ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชม : 10 ธันวาคม 2565

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/697208

ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชม : 10 ธันวาคม 2565

ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชม : 10 ธันวาคม 2565

วันเสาร์ ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น ชวนชิมบุฟเฟ่ต์นานาชาติวันหยุด 10-12 ธ.ค.อายุ 65 ปี ทานฟรี มื้อกลางวัน590 บาทถ้วน และซีฟู้ดบุฟเฟ่ต์มื้อเย็น 999 บาทถ้วน ที่ ห้องอาหารสรัสวดี โทร.02-1595888

โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ คอนเวนชั่น ชวนชิมบุฟเฟ่ต์นานาชาติมื้อกลางวันฉลองวันรัฐธรรมนูญ 10-11 ธ.ค.ท่านละ 490 บาทถ้วน65 ปี ทานฟรี ที่ ห้องอาหารเปรมประชากร โทร.02-5755599

พิซซ่า ฮัท ชวนชิมพิซซ่ากับโปรโมชั่น “แกรนเด ซีรีส์”ความอร่อยแบบเต็มอิ่มฉลองส่งท้ายปีในราคาพิเศษสุดถึง 16 ม.ค. 2566 โทร.1150

ชวนชิม

Cinnabon ชวนชิมซินนามอนโรล รสชาติดีที่สุดโลก พร้อมโปรโมชั่น “Party Celebration Set” รวม 30 ชิ้นในราคา 199 บาท ถึง31 ธ.ค. ที่ ร้านซินนาบอนทุกสาขา

Krispy Kreme ชวนชิม “ฮอลิเดย์ โดนัท”4 สไตล์ให้เลือก ทั้งHoliday Snowflake,X’ mas Tree, Santa Belly และ Penguin ชิ้นละ 35 บาท ถึง 3 ม.ค.ที่ ร้านคริสปี้ ครีม กว่า 50 สาขาทั่วประเทศ

กลุ่ม Hug Samutprakarn ชวนชิมอาหารอร่อยในงาน “Paradise Park อร่อยยกบาง 2022” ถึง 11 ธ.ค.ที่ ลานรอยัลพาร์ค พลาซ่า ศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค ถนนศรีนครินทร์ โทร.1285

ชวนช็อป

ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ชวนช็อปสินค้าคุณภาพ กว่า 30 ร้านค้า ในงาน “SME D Market” ถึง 11 ธ.ค.ที่ ศูนย์การค้าเดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9

เครือเฮอริเทจ ชวนช็อปอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพเพื่อส่งมอบของขวัญสุดพิเศษ ราคาเริ่มต้น 990 บาท ถึง 15 ม.ค. 2566 ที่ทุกห้างสรรพสินค้า และผ่านช่องทางออนไลน์ที่ ออลล์ ออนไลน์ 7-11

เดอะมอลล์ กรุ๊ป ชวนช็อปของขวัญสุดพิเศษเพื่อคนที่คุณรักส่งท้ายปี ในแคมเปญ“M ONLINE 12.12 GIFT WONDERLAND” ถึง 13 ธ.ค. คลิกซื้อผ่าน M ONLINE APP ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ชวนใช้

บมจ.ไทยสมุทรประกันชีวิต ชวนใช้ประกันลดหย่อนภาษียืนหนึ่ง “โอเชี่ยนไลฟ์ ซูเปอร์ รีเทิร์น 10/5” ถึง 31 ธ.ค.คลิก https://www.ocean.co.th/about-oceanlife/promotion/super-return105-central1212

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ชวนร่วมบริจาคโลหิต ในกิจกรรม“สุขใจ ให้โลหิต” ครั้งที่ 7 วันพุธที่14 ธ.ค. เวลา 11.00-14.00 น. ที่ Park@Siam ด้านข้างศูนย์หนังสือจุฬาฯ สยามสแควร์

Bertram (1958) ชวนใช้ “Sabai arom” (สบายอารมณ์) ผลิตภัณฑ์ Thai Home Spa ธรรมชาติบำบัด ผ่อนคลายความเครียดจากกลิ่นน้ำมันหอมระเหยบริสุทธิ์ 100% ดูรายละเอียด Website : sabaiarom.com

ชวนชม

ชวนชมความงดงามของโบราณสถานภายในพระราชวังบวรสถานมงคล (วังหน้า)และนิทรรศการภายในพระที่นั่งต่างๆ “Night at the Museum” วันที่ 16-18 ธ.ค.ที่ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

“กระจกหกด้าน” ชวนชมสารคดีกระจกหกด้าน ตอน “ความงามในความไม่สมบูรณ์” ในวันเสาร์ที่ 17 ธ.ค. เวลา 16.15-16.30 น. และสารคดี “ร้อยเรื่องเมืองไทย” ตอน “รื่นรสลาวครั่งกุดจอก”ในวันอาทิตย์ที่ 18 ธ.ค. เวลา 07.55-08.00 น. ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 7HD

ชวนชมคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดังในงาน “CHILL AT THE PARQ 2023”กิน ดื่ม ช้อป ในบรรยากาศสุดชิลใจกลางสวนลอยฟ้า 13-23 ธ.ค.ที่ เดอะ ปาร์คไลฟ์ MRT ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ทางออก 2

ส่งข้อมูลกิจกรรมต่างๆ ได้ที่ ธนเดช อิงคภัทรางกูร E-mail : tanadet@outlook.com

เคทีซี ผนึก มทร. ร่วมทริป ‘The Secret of พระนคร’ ส่งต่อความรู้ประวัติศาสตร์แก่นักศึกษา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/697222

เคทีซี ผนึก มทร. ร่วมทริป ‘The Secret of พระนคร’  ส่งต่อความรู้ประวัติศาสตร์แก่นักศึกษา

เคทีซี ผนึก มทร. ร่วมทริป ‘The Secret of พระนคร’ ส่งต่อความรู้ประวัติศาสตร์แก่นักศึกษา

วันเสาร์ ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

“หอวชิราวุธานุสรณ์”

เคทีซี ผนึก มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระนคร (มทร.) เชิญอาจารย์ร่วมเดินทางกับ KTC PR Press Club : The Secret of พระนคร ตอน “เริงพระนครตะลอนสยามอารยะ” ซึ่งเคทีซีจัดขึ้นเพื่อร่วมสืบสานเรื่องราวประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่า เพื่อส่งมอบความรู้ที่เป็นประโยชน์ผ่านสื่อมวลชนและกลุ่มคณาจารย์ ด้วยหวังให้มีการนำประสบการณ์ความรู้ที่ได้ไปถ่ายทอดและต่อยอดความรู้นอกห้องเรียนให้กับประชาชนและนักศึกษาสอดคล้องกับหนึ่งในเป้าหมายของการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านสังคมของสหประชาชาติว่าด้วยการสร้างหลักประกันให้ทุกคนมีการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างครอบคลุมเท่าเทียม และสนับสนุนโอกาสในการเรียนรู้ตลอดชีวิต

“หอวชิราวุธานุสรณ์”

ดวงกมล อินทรพราหมณ์ ผู้อำนวยการบริหารเงินและการพัฒนาเพื่อความยั่งยืน “เคทีซี” กล่าวว่า “เคทีซีได้จัดกิจกรรมเป็นครั้งที่ 3 ของปีนี้ โดยเชิญคณาจารย์จากคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระนคร (วังนางเลิ้ง) เข้าร่วมในทริป เพื่อรับประสบการณ์ตรงจากการได้สัมผัสกับสถานที่จริงและเรื่องเล่าจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ อาจารย์ธานัท ภุมรัช เลขานุการศูนย์ประวัติศาสตร์ข้อมูลชุมชนธนบุรีและผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์ ด้วยหวังว่าคณาจารย์จะได้นำความรู้และเรื่องราวที่เป็นประโยชน์และเหตุการณ์ประวัติศาสตร์สำคัญไปถ่ายทอดให้กับนักศึกษา เพื่อประโยชน์ทางการศึกษาต่อไป ซึ่งเป็นวัตถุประสงค์ที่เคทีซีในฐานะองค์กรแห่งการเรียนรู้ ตั้งใจสนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีพ (Lifelong Learning) ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านสังคมของเคทีซี”

ประเสริฐ โกมลสุทธิ์ เจ้าหน้าที่ฝ่ายงานบริหารหอนิทรรศการฯนำชมหอวชิราวุธานุสรณ์

“กิจกรรมครั้งนี้เราได้ร่วมย้อนรอยความเจริญก้าวหน้าของบ้านเมือง และการพัฒนาสยามสู่ความเป็นอารยประเทศในช่วงรัชกาลที่ 5 และรัชกาลที่ 6 เริ่มต้นเรื่องลับที่ “หอวชิราวุธานุสรณ์” รับรู้พระราชกรณียกิจในการพัฒนาประเทศช่วงรัชกาลที่ 6 ยุคต่อยอดสังคมสยามสู่ความเป็นสากล เรื่องราวของ“หลวงประดิษฐบาทุกา” ผู้ตัดฉลองพระบาทถวายรัชกาลที่ 6 กับร้านเครื่องหนังฝีมือคนไทย “ร้านเซ่งชง” ซึ่งเปิดกิจการมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ชมสาธิตการทำ“น้ำปรุง” เครื่องหอมไทยชั้นสูงที่ได้จากการสกัดกลิ่นหอมของดอกไม้หลายชนิด ณ โรงแรม “เดอะ ระวีกัลยา แบงค็อก” อดีตเป็นเรือนของพระนมทัต พึ่งบุญ ณ อยุธยา ผู้อภิบาลรัชกาลที่ 6 เมื่อครั้งทรงพระเยาว์“บ้านพิบูลธรรม” ที่ครั้งหนึ่งรัชกาลที่ 6 เสด็จฯ ประทับอาคารฝรั่งสองยุคที่มีจิตรกรรมงามจับตาโดยฝีมือจิตรกรเอกชาวอิตาเลียน ที่ฝากผลงานเรื่องรามเกียรติ์แห่งเดียวในสยามประเทศ ปิดท้ายที่“สถานีรถไฟกรุงเทพ” กับประวัติศาสตร์การขนส่งทางรถไฟ สถาปัตยกรรมทันสมัยในยุคนั้น รวมถึงต้นกำเนิดและเหตุผลของการสร้างขึ้นท่ามกลางบริบทสังคม-เศรษฐกิจ-การเมืองที่ทำให้ไทยทัดเทียมกับนานาประเทศ”

อ.ธานัท ภุมรัช เลขานุการศูนย์ประวัติศาสตร์ข้อมูลชุมชนธนบุรีและผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์

ผศ.ดร.อำนาจ เอี่ยมสำอางค์ คณบดีคณะศิลปศาสตร์ (วังนางเลิ้ง) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร กล่าวว่า “ทางมหาวิทยาลัยฯ ยินดีที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในกิจกรรมครั้งนี้ เป็นกิจกรรมที่ดีมาก เพราะในบางสถานที่บางแห่งก็ยังไม่เป็นที่รู้จักหรือเข้าถึง เคทีซีได้พาเข้าไปเปิดมุมมองมิติใหม่ ซึ่งอาจารย์สามารถนำประสบการณ์ที่ได้ไปปรับใช้เพื่อให้ความรู้กับนักศึกษาที่มหาวิทยาลัยได้อย่างดี ทั้งการชี้พื้นที่ใหม่ๆ ในการเก็บข้อมูลหรือถ่ายทอดประวัติศาสตร์ เรื่องราววัฒนธรรมเดิมของเรา เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ และอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทยให้คงอยู่สืบไป”

ผศ.ดร.อำนาจ เอี่ยมสำอางค์, ดวงกมล อินทรพราหมณ์ และ ดร.ชัยวุฒิ ชัยฤกษ์

ดร.ชัยวุฒิ ชัยฤกษ์ ผู้ช่วยคณบดี คณะศิลปศาสตร์ (วังนางเลิ้ง) มทร.พระนคร กล่าวว่า “ประทับใจกับกิจกรรมของเคทีซีมากๆ แต่ละสถานที่ที่ทางเคทีซีคัดสรรมาเป็นสถานที่ที่ดีมาก มีสิ่งน่าสนใจมากมายหลายๆ อย่างเราสามารถถอดเป็นบทเรียนนำไปถ่ายทอดให้กับนักศึกษา หรือนำนักศึกษามาชมตามรอยกิจกรรมของเคทีซีเพื่อสืบสานประวัติศาสตร์ต่อไป”

ครูเอ๋-ทิวาพร เสกตระกูล สาธิตการทำ “น้ำปรุง”

ครูเอ๋-ทิวาพร เสกตระกูล สาธิตการทำ “น้ำปรุง”

ทายาทรุ่นที่ 4 ร้านเซ่งชง

ทายาทรุ่นที่ 4 ร้านเซ่งชง

สถานีรถไฟกรุงเทพ

สถานีรถไฟกรุงเทพ

พิพิธภัณฑ์รถไฟไทย

พิพิธภัณฑ์รถไฟไทย

พิพิธภัณฑ์รถไฟไทย

พิพิธภัณฑ์รถไฟไทย

แนวหน้าไกด์ : ‘A2A SAFARIS’ เปิดประสบการณ์ท่องเที่ยวแอฟริกา-ละตินอเมริกา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/697210

แนวหน้าไกด์ : ‘A2A SAFARIS’  เปิดประสบการณ์ท่องเที่ยวแอฟริกา-ละตินอเมริกา

แนวหน้าไกด์ : ‘A2A SAFARIS’ เปิดประสบการณ์ท่องเที่ยวแอฟริกา-ละตินอเมริกา

วันเสาร์ ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

“แนวหน้า ไกด์” คอลัมน์รวบรวมที่พักที่กินที่เที่ยวพร้อมโปรโมชั่นพิเศษมาอัปเดตให้คุณผู้อ่านทุกท่านทราบก่อนใคร และในวันเสาร์สุดสัปดาห์ช่วงท้ายปีฉบับนี้ ยังคงต้อนรับการกลับมาฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวทั่วโลกพาผู้อ่านทุกท่านชาวไทยทุกท่าน เปิดประสบการณ์ท่องเที่ยวแถบแอฟริกา ละตินอเมริกา เขตขั้วโลกด้วยทริปเอ็กซ์คูลซีพ 6 ดาว ไปกับ “A2A SAFARIS” บริษัทตัวแทนท่องเที่ยวสุดหรูจากประเทศสิงคโปร์ ที่เฉลิมฉลองครบรอบ 20 ปีของการเดินทาง พร้อมขยายฐานการเติบโตมาสู่ประเทศไทย เพื่อให้ผู้อ่านชาวไทยได้สัมผัสกับเส้นทางการท่องเที่ยวในแถบแอฟริกา ละตินอเมริกาและเขตขั้วโลก แบบเอ็กซ์คูลซีฟ

ซึ่งมีประวัติการก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2545 โดยสองผู้บริหาร Victor Dizon และ Jose Cortes อดีตนักการธนาคารด้านการลงทุนที่หลงใหลการท่องเที่ยวแบบซาฟารีและด้านการอนุรักษ์ โดยนำพาให้บริษัทพัฒนาจนกลายเป็นหนึ่งในบริษัทตัวแทนท่องเที่ยวสุดหรูที่มีชื่อเสียงที่สุดของเอเชีย จัดการการเดินทางแบบส่วนตัวสำหรับนักเดินทางในทวีปแอฟริกา ละตินอเมริกา แอนตาร์กติกา และล่าสุดคือแถบอาร์กติก ซึ่งหนึ่งในผู้บริหารเล็งเห็นถึงความต้องการท่องเที่ยวเน้นธรรมชาติและสัตว์ป่าตามแบบที่ลูกค้าต้องการพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งจากทวีปเอเชียและประเทศสหรัฐอเมริกามีมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงถือโอกาสครบรอบ 20 ปีเป็นช่วงเวลาที่ดีสำหรับการปักธงในประเทศไทยเพื่อที่จะได้สามารถให้บริการฐานลูกค้าที่กำลังเติบโตในตลาดนี้ได้

ทั้งนี้ ทางบริษัทฯยังได้แต่งตั้งคุณโมนิก้าเสนีวงศ์ฯ ไวท์ อดีตนักการตลาดเป็นหัวหน้าที่ปรึกษาในประเทศไทย ผู้ซึ่งมีความใฝ่ฝันที่จะไปท่องเที่ยวทวีปแอฟริกามาโดยตลอดและฝันเป็นจริงที่ได้ท่องเที่ยวซาฟารีกับ Jose Cortes ในปี พ.ศ. 2547 และตกหลุมรักการท่องเที่ยวแบบซาฟารีทันทีหลังจากได้สัมผัสความงามอันมหัศจรรย์ของแอฟริกา และได้มีโอกาสกลับไปอีกครั้งในปี พ.ศ. 2548 หลังจากนั้นจึงได้ตกลงร่วมงาน เป็นส่วนหนึ่งของ A2A SAFARIS/ A2A Journeys ในประเทศไทย เพื่อร่วมเติมเต็มความฝันให้คนไทยที่อยากเปิดประสบการณ์ชื่นชมโลกใบใหม่ การท่องเที่ยวแบบใหม่ ให้กลายเป็นจริง เหมือนที่ได้สัมผัส มองเห็นถึงวัฒนธรรม ผู้คน และวิถีชีวิตแบบซาฟารีที่เป็นเอกลักษณ์ของแอฟริกา สร้างความประทับใจไม่รู้ลืม

ร่วมเปิดประสบการณ์ท่องเที่ยวในทวีปแอฟริกา ละตินอเมริกา เขตขั้วโลก แอนตาร์กติกา และอาร์กติกแบบ ٦ ดาวได้แล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ดูเส้นทางการท่องเที่ยวรวมถึงข้อมูลที่น่าสนใจได้ทางเว็บไซต์ www.a٢asafaris.com เฟซบุ๊ก www.facebook.com/AsiaToAfricaSafaris และติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทางอีเมล enquiry@a٢asafaris.com ผจญภัยในดินแดนที่เต็มไปด้วยความสุขและความมหัศจรรย์ สัมผัสความสนุกสุดประทับใจในทุกเส้นทางอย่างปลอดภัยไปกับ

Governors Camp

Governors Camp

Singita Castleton

Singita Castleton

Duke’s Camp

Duke’s Camp

Aqua Expeditions

Aqua Expeditions

Antarctica 21

Antarctica 21

Kachi Lodge, Lost World

Kachi Lodge, Lost World

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ร่วมรณรงค์ต่อต้านทุจริตคอร์รัปชัน เนื่องในวันต่อต้านการทุจริตสากล 9 ธ.ค.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/697273

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ร่วมรณรงค์ต่อต้านทุจริตคอร์รัปชัน เนื่องในวันต่อต้านการทุจริตสากล 9 ธ.ค.

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ร่วมรณรงค์ต่อต้านทุจริตคอร์รัปชัน เนื่องในวันต่อต้านการทุจริตสากล 9 ธ.ค.

วันศุกร์ ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 19.48 น.

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ร่วมรณรงค์ต่อต้านทุจริตคอร์รัปชัน เนื่องในวันต่อต้านการทุจริตสากล 9 ธันวาคม พร้อมประกาศเจตนารมณ์มุ่งมั่นสู่การสร้างองค์กรคุณธรรมต้นแบบอย่างยั่งยืน

ด้วยองค์การสหประชาชาติ กำหนดให้วันที่ 9 ธันวาคมของทุกปี เป็น “วันต่อต้านการทุจริตสากล” เพื่อให้ทุกประเทศทั่วโลกตระหนักถึงภัยร้ายแรงที่เกิดจากการทุจริตคอร์รัปชัน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ โดยการนำของศาสตราจารย์ นายแพทย์นิธิ มหานนท์ เลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ร่วมประกาศเจตนารมณ์รณรงค์ต่อต้านการทุจริต เนื่องในวันต่อต้านการทุจริตสากล ด้วยความมุ่งมั่นสู่การสร้างองค์กรคุณธรรมต้นแบบมีความโปร่งใส ไร้การทุจริต พร้อมกำหนดค่านิยมหลักของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์เป็น CRA TEAM โดยอักษร “M” หมายถึง Morality, Ethics and Transparency คือ การมีคุณธรรม จริยธรรม และความโปร่งใส และสมรรถนะหลักของบุคลากร (Core Competencies) ลำดับที่ 5 หรือ “CC5” คือ วัฒนธรรมแห่งความโปร่งใสและจริยธรรมในทุกระดับ (Transparent and ethical culture in all levels)

ศาสตราจารย์ นายแพทย์นิธิ ประกาศนโยบายต่อต้านการทุจริตในการประชุมคณะผู้บริหารองค์กร ว่า “ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ มุ่งมั่นสู่การเป็นองค์กรคุณธรรมต้นแบบอย่างยั่งยืน พร้อมเสริมสร้างวัฒนธรรมและค่านิยมองค์กรแห่งการมีคุณธรรม จริยธรรมและความโปร่งใสในการปฏิบัติงาน ตามพระปณิธานขององค์ประธานราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ขอให้ผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานทุกคน ยึดถือพันธกิจการดำเนินงาน ดังนี้ 1 .ร่วมกันดำเนินงานโดยใช้หลักคุณธรรมและความโปร่งใส 2. ร่วมกันต่อต้านการทุจริตทุกรูปแบบ 3. ผู้ปฏิบัติงานราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ทุกระดับต้องไม่รับของขวัญ ข้อเสนอหรือให้สัญญา เรียกร้องซึ่งอาจเป็นเงินหรือไม่ใช่การเงิน ทั้งโดยตรงและโดยอ้อม และ 4. ปฏิบัติตนตามประมวลจริยธรรมราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ พ.ศ. 2564 ” คลิกรับชมวีดิทัศน์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ประกาศนโยบายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันได้ที่ลิงค์นี้ https://m.youtube.com/watch?v=OeJpFCqFMJI&feature=youtu.be

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน เนื่องในวันต่อต้านการทุจริตสากล วันศุกร์ที่ 9 ธันวาคม 2565 ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ โดยนายวลฺลภ ยุติธรรมดำรง รองเลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ พร้อมด้วยผู้บริหารและบุคลากรผู้แทนจากราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ได้เข้าร่วมแสดงพลังต่อต้านการทุจริตและจัดนิทรรศการฯ ในงานวันต่อต้านการทุจริตสากล (ประเทศไทย) ซึ่งปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Zero Tolerance คนไทยไม่ทนต่อการทุจริต” #ไม่ทำ #ไม่ทน #ไม่เฉย รวมไทยต้านโกง โดยได้รับเกียรติจาก พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีประกาศเจตนารมณ์ในการต่อต้านการทุจริตและได้เยี่ยมชมนิทรรศการของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ที่จัดขึ้น ณ ห้องนนทบุรี 1 สำนักงาน ป.ป.ช. ตำบลท่าทราย อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี ทั้งนี้ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์มุ่งมั่นสู่การสร้างองค์กรคุณธรรมต้นแบบอย่างยั่งยืน หากท่านใดพบเห็นบุคลากรราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ทุจริต ประพฤติมิชอบ สามารถร้องเรียนและแจ้งเบาะแสการทุจริตได้ทาง https://shorturl.asia/E3ksB เพราะเราจะไม่ทนต่อการทุจริตทุกรูปแบบ

-(016)

สถาบันพัฒนาส่งเสริมปลูกกัญชาทางการแพทย์ เปิด ‘MGT by Waldo’ คลินิกใช้กัญชาอย่างสร้างสรรค์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/697164

สถาบันพัฒนาส่งเสริมปลูกกัญชาทางการแพทย์ เปิด ‘MGT by Waldo’ คลินิกใช้กัญชาอย่างสร้างสรรค์

สถาบันพัฒนาส่งเสริมปลูกกัญชาทางการแพทย์ เปิด ‘MGT by Waldo’ คลินิกใช้กัญชาอย่างสร้างสรรค์

วันศุกร์ ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 15.26 น.

กฎหมายปรับเปลี่ยน เราปรับตัว ! สถาบันพัฒนาส่งเสริมปลูกกัญชาทางการแพทย์  นำร่องเมืองท่องเที่ยวพัทยาโมเดล เปิดตัวคลินิก “MGT by Waldo” ใช้กัญชาอย่างสร้างสรรค์ สร้างรายได้เพื่อคนไทย  หนุน พ.ร.บ.กัญชา เพื่อแก้ไขกฎหมายและวางมาตรฐานทางกฎหมายกำกับดูแลกัญชาเสรีอย่างเสมอภาคและเท่าเทียมมีขอบเขตที่สากลยอมรับ แยกชัดเจนระหว่างกัญชาเชิงการแพทย์และกัญชาเพื่อนันทนาการ

สถาบันพัฒนาส่งเสริมปลูกกัญชาทางการแพทย์  (บริษัท วอลโด 18 จำกัด) ร่วมกับ บริษัท สยาม อิมเมจ จำกัด และ  บราเธอร์เปา สหคลินิก ร่วมลงนามในสัญญากิจการร่วมค้า (Incorporated joint venture) ในนาม “กิจการร่วมค้า เอ็มจีที” (Medical Gancha Thailand : MGT) ปักหมุดนำร่องเมืองพัทยา เพื่อสร้างจุดขายดึงนักท่องเที่ยวมาเที่ยวประเทศไทย แนวใหม่เชิงสุขภาพ โดยยืนยันว่ามีคุณสมบัติครบถ้วน ตามที่กฎหมายกำหนด ภายใต้การกำกับ ดูแลสั่งจ่ายกัญชา จากแพทย์ที่มีความรู้และผ่านการรับรองจากกระทรวงสาธารณสุข โดยมีตัวแทนหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในพื้นที่เข้าร่วมในพิธีและแสดงความยินดีเป็นจำนวนมาก ณ LK Royal Suite ซอยบัวขาว พัทยากลาง จังหวัดชลบุรี

นางสาวปภัสร์ลภัส เศวตเลิศวาณิช หรือ มาดามอุ๊ ผู้ก่อตั้ง MGT (Medical Gancha Thailand) กล่าวว่า  ภายหลัง นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ลงนามในประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่อง สมุนไพรควบคุม (กัญชา) พ.ศ.2565 โดยกำหนดให้เฉพาะส่วนของ “ช่อดอก” เท่านั้น เป็นสมุนไพรควบคุม

เนื่องจากกฎหมายปรับเปลี่ยน ทำให้เราต้องปรับตัวเพื่อเดินต่อไปให้ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเลือกเมืองพัทยา ซึ่งถือเป็นแลนด์มาร์คทางด้านการท่องเที่ยว สร้างจุดขายใหม่ให้กับนักท่องเที่ยวที่ตั้งใจมาเที่ยวประเทศไทยเพื่อการพักผ่อนอย่างมีความสุขและสบายใจ ที่สำคัญคลินิก MGT by Waldo จำหน่ายกัญชาที่ชำระภาษีเข้าระบบอย่างถูกต้อง ซึ่งเป็นการนำเงินตราเข้าประเทศ นี่คือเจตนารมณ์ในการปลดล็อกกัญชาทางการแพทย์และเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจ และการออกใบ Certificate of Analysis (COA) จะทำให้สามารถยืนยันแหล่งที่มาของกัญชาที่ถูกต้อง และมั่นใจได้ว่ามีคุณภาพความปลอดภัย ตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งเราได้ยึดถือปฏิบัติเพื่อให้มีมาตรฐานความชัดเจน เนื่องจากขณะนี้มีงานวิจัยมากมายถึงประโยชน์ของพืชกัญชา ที่สามารถรักษาโรคและบำบัดอาการต่างๆ ของร่างกาย เช่น อาการเครียด นอนไม่หลับ ซึมเศร้า บรรเทาอาการเจ็บปวดได้กับผู้ป่วยมะเร็งและโรคอื่นๆ ฯลฯ

ด้าน นายชัชปัฐวี อัฏฐพรเมธา หรือ ซิดนีย์ ผู้บริหารฯ กล่าวเสริมว่า จากการริเริ่มของสถาบันพัฒนาส่งเสริมปลูกกัญชาทางการแพทย์ ที่ดำเนินโครงการมากว่า 3 ปี เพื่อรองรับการปลดล็อกกัญชาออกจากบัญชีรายชื่อยาเสพติด จนสามารถมีฟาร์มปลูกกัญชาทางการแพทย์ ระบบปิด Indoor  Medical Grade ที่อาคาร Waldo 18 ตำบลแหลมผักเบี้ย จังหวัดเพชรบุรี โดยมีความหลากหลายมากกว่า 30 สายพันธุ์ อาทิ สายพันธุ์ไทยต่างๆ ท็อปอินดิก้า ท็อปซาติว่า ซึ่งล้วนเป็นพันธุ์กัญชาชั้นนำที่มีคุณภาพชื่อเสียง และเป็นที่รู้จักเป็นอย่างดีในระดับสากล อีกทั้ง ยังมีเครือข่ายเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน และสถาบันการศึกษาให้ความสนใจร่วมมือดำเนินการปลูก ศึกษา และวิจัยกัญชาทางการแพทย์และเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งมีการนำผลิตผลและผลิตภัณฑ์ไปสู่การช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียงในพื้นที่ โดยไม่ต้องพึ่งพางบประมาณจากภาครัฐ และสถาบันฯ มีเป้าหมายมุ่งผลักดันให้เป็นพืชเศรษฐกิจใหม่ของไทย

ทางสถาบันพัฒนาส่งเสริมปลูกกัญชาทางการแพทย์  ขอให้เชื่อมั่นในการดำเนินการของคลินิก MGT by Waldo เพื่อจำหน่ายกัญชาทางการแพทย์และสุขภาพ มีระบบการลงทะเบียนยืนยันตัวตนที่ชัดเจนตรวจสอบได้ จะเป็นการใช้กัญชาอย่างสร้างสรรค์ ป้องกันเยาวชนเข้าถึงและไม่กระทบต่อสังคม สร้างประโยชน์ส่งเสริมการท่องเที่ยว สร้างรายได้เพื่อคนไทยทุกคน และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ในอนาคตอันใกล้เราจะก้าวไปสู่การผลักดันให้เป็น Soft power และทำให้ประเทศไทยเป็น “Health Cannabis Hub” ของเอเชียและของโลกให้ได้ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเคยประกาศไว้ เพื่อต่อยอดสร้างความแข็งแกร่งให้ระบบสาธารณสุขของไทยต่อไป

ส่วนการผลักดันร่างพ.ร.บ.กัญชา กัญชง พ.ศ. …. ในนามตัวแทนสมาพันธ์กัญชาเพื่อประชาชน  ยังคงเรียกร้องให้พิจารณาแก้ไขกฎหมายและระเบียบต่างๆ  ในการควบคุมกัญชาทางการแพทย์ โดยวางมาตรฐานทางกฎหมายเพื่อกำกับดูแลกัญชาเสรีอย่างเสมอภาคและเท่าเทียม มีขอบเขต และแก้ไขปัญหาสังคม โดยมีตัวบทแยกกันอย่างชัดเจนระหว่างกัญชาเชิงการแพทย์ และกัญชาเพื่อนันทนาการ เพื่อคุ้มครองสิทธิ์ผู้ป่วย ผู้ใช้ ผู้จำหน่าย ควบคู่ไปกับป้องกันการเข้าถึงของเยาวชนภายใต้ระเบียบควบคุมที่ชัดเจน

-(016)

‘Q-CHANG’ คว้า 2 รางวัลสุดยอดแคมเปญการตลาด MAT AWARD 2022

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/697162

‘Q-CHANG’ คว้า 2 รางวัลสุดยอดแคมเปญการตลาด MAT AWARD 2022

‘Q-CHANG’ คว้า 2 รางวัลสุดยอดแคมเปญการตลาด MAT AWARD 2022

วันศุกร์ ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 15.22 น.

‘คิวช่าง’ (Q-CHANG) เปิดเกมรุกด้วย 3 กลยุทธ์ ปี 2566 ตั้งเป้าโต 3 เท่าสู่เป้าหมาย 800 ล้าน ตอกย้ำแบรนด์หนึ่งในใจช่างและลูกค้า ประกาศความสำเร็จดันแพลตฟอร์มศูนย์รวมช่างคุณภาพและบริการดูแลบ้านครบวงจรก้าวสู่ความเป็นเลิศด้านบริการ  ปลื้มความสำเร็จคว้า  2 รางวัลสุดยอดแคมเปญการตลาด จากเวที Marketing Award of Thailand 2022 (MAT Award 2022)

นายศรัณย์วิศว์ ภักดีนอก ผู้บริหารคิวช่าง (Head of Q-CHANG Business) แพลตฟอร์มศูนย์รวมช่างคุณภาพและบริการดูแลบ้านครบวงจร หนึ่งในธุรกิจที่บ่มเพาะโดย Nexter Incubator เปิดเผยถึงเส้นทางความสำเร็จ และกลยุทธ์ธุรกิจในปี 2566 ว่า บริษัทมุ่งมั่นในการพัฒนาและยกระดับการให้บริการงานช่างและแม่บ้านบนแพลตฟอร์มจองช่าง ภายใต้ชื่อ “Q-CHANG”  (คิวช่าง) ที่ได้รับการยอมรับจากลูกค้า และประสบความสำเร็จในด้านยอดขายมาอย่างต่อเนื่อง แม้ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ก็ตาม

โดยในปีนี้ (2565)  มียอดขายแบบก้าวกระโดดจากปีก่อนถึง 3 เท่า พร้อมด้วยมีอัตราการเรียกใช้บริการซ้ำสูงถึง 24% โดยในปี 2566 ตั้งเป้าไว้ที่ 800 ล้านบาท

ความสำเร็จที่เกิดขึ้น นายศรัณย์วิศว์ ย้ำว่า “มาจากความมุ่งมั่นของทีมงานและการวางกลยุทธ์ที่ชัดเจน สอดรับกับความต้องการของตลาด ด้วย 3 กลยุทธ์ที่สำคัญ ประกอบด้วย 1.การพัฒนามาตรฐานและคุณภาพทีมช่างและแม่บ้านบนแพลตฟอร์มให้มีความเชี่ยวชาญที่มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง 2.ขยายเครือข่ายการให้บริการกับทางพันธมิตรทั้งในประเทศและต่างประเทศ และ 3.สร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่ง โดยทั้งสามกลยุทธ์ได้ถูกนำมาใช้เพื่อการเข้าถึงผู้บริโภคให้ได้มากที่สุด ส่งผลให้ยอดขาย “คิวช่าง” เติบโตต่อเนื่อง”

ติวเข้มทักษะ ‘ช่างเกรดเอ’

การพัฒนาศักยภาพช่างบนแพลตฟอร์มเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่ “คิวช่าง” ให้ความสำคัญมาโดยตลอด และจะเข้มข้นมากยิ่งขึ้นในปี 2566 โดยมองเป้าหมายที่ “ช่างเกรดเอ” การยกระดับทักษะความรู้ ซึ่งจะนำไปสู่โอกาสการรับงานที่มากขึ้นด้วย

ที่ผ่านมา “คิวช่าง” พัฒนาทักษะทั้ง Hard Skill และ Soft Skill ภายใต้โครงการ Q-CHANG Academy หลักสูตรฝึกอบรมภายใน เน้นสร้างทักษะฝีมือเชิงลึกในเเต่ละบริการ เพื่อให้ตอบสนองความต้องการของลูกค้า พร้อมทั้งขยายความสามารถให้ทีมช่างรับงานได้หลากหลายบริการมากขึ้น รวมถึงทักษะการให้บริการและเจรจากับลูกค้า (Service Mind) ที่นอกจากจะได้ความรู้แล้วยังทำให้เกิดความภาคภูมิใจ และส่งต่องานคุณภาพให้กับลูกค้า

พร้อมกันนี้ยังได้พัฒนาระบบสนับสนุนการทำงานผ่าน แอปฯ Q-CHANG Buddy  เพื่อให้ช่างสามารถวางแผนการรับงานจากลูกค้าในพื้นที่ตามวันและเวลาที่ต้องการได้ง่ายขึ้นด้วยตนเอง จ่ายเงินให้กับช่างได้รวดเร็วมากขึ้น และในไตรมาส 2 ปี 2566 ยังมีแผนเปิดศูนย์เทรนนิ่ง เซ็นเตอร์ (Training Center) เพื่อให้ช่างได้เข้ามาเรียนรู้ พัฒนาทักษะการทำงาน ซึ่งจะเป็นการยกระดับคุณภาพที่ดีขึ้นทั้งชีวิตความเป็นอยู่และหน้าที่การงาน รวมถึงการสร้างประสบการณ์ร่วมที่ดีระหว่างช่างกับแพลตฟอร์ม

ปัจจุบันมีช่างในแพลตฟอร์มมากกว่า 1,350 ทีม ครอบคลุม 77 จังหวัดทั่วประเทศ และการพัฒนาแอปฯ Q-CHANG Buddy ช่วยทำให้ช่างวางแผนการทำงานได้ดีขึ้น ช่วยให้ช่างสามารถรับงานได้มากขึ้นจากเดิมถึง 4 เท่า หรือ มากกว่า 90,000 งาน ส่งผลให้เกิดรายได้ของช่างรวมกว่า 250 ล้านบาท หรือคิดเป็นรายได้สูงสุดต่อเดือนมากถึง 60,000 บาท

แนวรุกธุรกิจในและต่างประเทศ

สำหรับแผนงานในปี 2566 “คิวช่าง” จะยกระดับการให้บริการลูกค้าให้หลากหลายครอบคลุมทุกความต้องการ เพื่อแก้ไขปัญหาและสร้างประโยชน์ให้กับลูกค้าได้อย่างแท้จริง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

นายศรัณย์วิศว์ กล่าวว่า เพื่อขยายบริการให้เข้าใกล้ลูกค้าออฟไลน์มากขึ้น คิวช่างจะขยาย Q-CHANG Shop Service บริการช่างดีใกล้บ้านคุณ หรือร้านค้าคิวช่างในร้านค้าพาร์ทเนอร์ด้านวัสดุก่อสร้าง จากปัจจุบันที่มีทั้งสิ้น 20 สาขา จะเปิดเพิ่มเป็น 100 สาขา  ภายในไตรมาสที่ 2

นอกจากนี้ยังมีแผนขยายธุรกิจ ภายใต้แบรนด์ คิวช่าง ไปยังประเทศในอาเซียน นับเป็นการเพิ่มโอกาสทางธุรกิจที่ก้าวกระโดดจากปริมาณกำลังซื้อขนาดใหญ่ในตลาดอาเซียน ซึ่งความสำเร็จนี้จะเกิดขึ้นในช่วงไตรมาสที่ 2 ปี 2566 เช่นกัน

สร้างแบรนด์เบอร์หนึ่งในใจ ‘ช่างและลูกค้า’

 “คิวช่าง” ยังคงเดินหน้าสร้างการรับรู้แบรนด์ที่มากขึ้นผ่านการนำเสนอบริการที่ตอบสนองต่อความต้องการเรื่องบ้านของลูกค้าได้อย่างครอบคลุม ตอกย้ำการเป็นแพลตฟอร์มศูนย์รวมช่างคุณภาพและบริการดูแลบ้านครบวงจร

จากแคมเปญล่าสุดที่ทำร่วมกับพันธมิตรระดับโลก เดอะ วอลต์ ดิสนีย์ (ประเทศไทย) ทางคิวช่าง ได้ส่งภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ “WE’VE GOT YOUR BACK FOREVER…เราจะไม่ปล่อยให้คุณต่อสู้กับงานบ้านเพียงลำพัง” เพื่อสื่อสารแบรนด์ ไปพร้อมกับภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ Marvel Studios’ Black Panther: Wakanda Forever

และล่าสุดกับผลงานคว้า 2 รางวัล  Silver Award หมวด Brand Experience & Communication และ Bronze Award  ในหมวด Sustainable Marketing จากสุดยอดแคมเปญการตลาด ‘งานช่างวิถีใหม่ ทำให้ชีวิตทุกวันช่างง่าย’ ในงาน Marketing Award of Thailand 2022 (MAT Award 2022) จัดโดย สมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย

นายศรัณย์วิศว์ กล่าว “การสื่อสารและสร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่งจะมีส่วนผลักดันสำคัญให้คิวช่างเติบโตแบบก้าวกระโดด ทั้งตลาดในไทยและต่างประเทศ ด้วยบริการเรื่องบ้านที่ตอบโจทย์ความต้องการได้รอบด้านมากขึ้น เว็บไซต์ใช้งานง่าย และลูกค้าได้ประโยชน์” นายศรัณย์วิศว์ กล่าว

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ แพลตฟอร์ม คิวช่าง (Q-CHANG) เว็บไซต์   https://www.q-chang.com/ หรือ Line : @q-chang หรือ ร้านค้า Q-CHANG Shop Service  หรือที่ร้านเอสซีจี โฮม ทั่วประเทศ http://www.SCGHOME.com

-(016)