ชมนิทรรศการ ‘Xspace The XHIBITION’ จุดตัดทางความคิด สร้างสรรค์พื้นที่แห่งความเป็นไปได้อันไร้ขีดจำกัด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – ชมนิทรรศการ ‘Xspace The XHIBITION’ จุดตัดทางความคิด สร้างสรรค์พื้นที่แห่งความเป็นไปได้อันไร้ขีดจำกัด (naewna.com)

ชมนิทรรศการ 'Xspace The XHIBITION'  จุดตัดทางความคิด สร้างสรรค์พื้นที่แห่งความเป็นไปได้อันไร้ขีดจำกัด

ชมนิทรรศการ ‘Xspace The XHIBITION’ จุดตัดทางความคิด สร้างสรรค์พื้นที่แห่งความเป็นไปได้อันไร้ขีดจำกัด

วันศุกร์ ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563, 10.17 น.

“XSPACE : Multiple Possibilities of Space” จุดตัดทางความคิด สร้างสรรค์พื้นที่แห่งความเป็นไปได้อันไร้ขีดจำกัด กับนิทรรศการ 
เปิดตัว XSPACE The XHIBITION 

ในโลกยุคปัจจุบัน ที่เส้นแบ่งพรมแดนระหว่างศาสตร์และศิลป์ในสาขาต่างๆ ถูกลบเลือน และ หลอมรวม ผสมผสานทุกสิ่งทุกอย่างเข้าไว้จนกลายเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน XSPACE คือพื้นที่จุดตัดทางความคิดแห่งใหม่ ที่งานสร้างสรรค์หลากสื่อต่างแขนงเดินทางมาบรรจบกัน พื้นที่แห่งนี้เป็นเสมือนประตูที่เปิดสู่เส้นทางใหม่ๆของพรมแดนแห่งการสร้างสรรค์ที่เปิดโอกาสให้กิจกรรมสร้างสรรค์ในรูปแบบต่างๆ หลากหลาย ไร้ขีดจำกัด  XSPACE ก่อตั้งขึ้นโดย สิริมาดา, ปิยศักดิ์และ สุทธิลักษณ์ศุภองค์ประภา สามผู้บริหารแห่ง WURKON แบรนด์เฟอร์นิเจอร์ที่ตอบสนองวิถีชีวิตการทำงานและการอยู่อาศัยยุคใหม่ เพื่อแสวงหาความเป็นไปได้ใหม่ๆในธุรกิจสร้างสรรค์โดยมุ่งให้เป็นทั้งพื้นที่แสดงงานศิลปะและงานดีไซน์ร่วมสมัย , พื้นที่แสดงผลิตภัณฑ์เฟอร์นิเจอร์ดีไซน์ , งานออกแบบผลิตภัณฑ์, งานสถาปัตยกรรม รวมถึงเป็นพื้นที่คาเฟ่สำหรับการพักผ่อนหย่อนใจอย่างเปี่ยมสไตล์ และพื้นที่แสดงออกทางวัฒนธรรมร่วมสมัย ที่ผสมผสานความเป็นศิลปะ งานดีไซน์และงานสร้างสรรค์ในแขนงต่างๆเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว เพราะบางครั้ง สุนทรียะความงาม กับ ประโยชน์ใช้สอย ก็ไม่จำเป็นต้องแยกขาดจากกัน หากแต่อยู่ร่วมกันได้อย่างกลมกลืน 

แนวความคิดที่ว่านี้ยังสะท้อนออกมาสู่การดีไซน์อาคารที่เป็นสถานที่ตั้งของพื้นที่แห่งนี้โดย จูน เซคิโน สถาปนิกแห่ง JUNSEKINO Architecture + Design ออกแบบให้ façade ของอาคารมีลักษณะเป็นรูปลักษณ์ของบานเกล็ด ซึ่งนอกจากจะเป็นสัญลักษณ์แห่งการเปิดรับแสงสว่างและสายลมแห่งความคิดสร้างสรรค์ให้สาดส่องและพัดพาเข้ามาแล้ว ยังสะท้อนถึงฟังก์ชั่นการใช้งานที่เปี่ยมประโยชน์ใช้สอย ประหยัดพลังงาน และสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีให้ผู้ใช้งานอีกด้วย พื้นที่ XSPACE ประกอบด้วย Xspace Gallery พื้นที่จัดแสดงงานสร้างสรรค์หลากสื่อหลายแขนงทั้งงานศิลปะ งานดีไซน์ที่ผ่านการคัดสรรจาก Curator มืออาชีพ และยังเป็นโชว์รูมเฟอร์นิเจอร์ที่พร้อมสรรพด้วยงานดีไซน์หลากหลายรูปแบบ เหมาะสำหรับโครงการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสำนักงาน, สถานศึกษา, สถานพยาบาล , คาเฟ่, ร้านอาหาร รวมถึงโรงแรมต่างๆและ Art x Design Store พื้นที่จัดจำหน่ายงานศิลปะ, งานดีไซน์, หนังสือและสื่อสร้างสรรค์คุณภาพเยี่ยมที่เลือกเฟ้นมาอย่างดีและเร็วๆ นี้กับพื้นที่ Xcafé ที่ให้บริการอาหารและเครื่องดื่มรสชาติดีในบรรยากาศแกลลอรี่สุดชิลล์รองรับผู้ใช้บริการได้กว่า 40 ที่นั่ง พร้อมบริการลานจอดรถ เปิดรับการจองสำหรับการจัดเลี้ยงหรือจัดกิจกรรมต่างๆ 


และเมื่อเร็วๆนี้ XSPACE Art Gallery ได้จัดอีเวนต์ทางศิลปะครั้งยิ่งใหญ่แรกของพื้นที่อย่าง XSPACE The XHIBITION ที่ประกอบด้วยนิทรรศการศิลปะสามงาน ROUGH นิทรรศการแสดงเดี่ยวของศิลปินภาพถ่ายเจ้าของผลงานละเมียดละไม ศุภชัย เกศการุณกุล ผู้นำเสนอผลงานภาพถ่ายที่บันทึกสารพัดร่องรอยบนพื้นผิวที่ผ่านกาลเวลาของตึกรามบ้านช่องและสิ่งของวัสดุจากสถานที่ต่างๆ ถ่ายทอดออกมาเป็นภาพถ่าย Abstract ที่สวยงามแปลกตา 
อย่างน่าอัศจรรย์จนอาจนึกไม่ถึงว่าเป็นสิ่งที่เห็นจนชินตาทุกวี่วัน ศุภชัยเป็นศิลปินที่ยังคงทำงานแบบโอลด์สคูล คือการถ่ายภาพด้วยฟิล์ม โดยใช้กล้องหนึ่งตัว เลนส์หนึ่งตัวและ นำเสนอภาพโดยไม่ครอปเฟรม ด้วยความหลงใหลในสุนทรียภาพของเกรนฟิล์มและสีที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว HUMAN RELATIVITY นิทรรศการแสดงกลุ่มที่สอดแทรกงานศิลปะเข้ากับการใช้ชีวิตอย่างแนบเนียน ด้วยเนื้อหาที่ถ่ายทอดความหลากหลายมิติของมนุษย์ทั้งในรูปแบบของ “สัมพันธภาพ” และ “สัมพัทธภาพ” ในแง่มุมที่แตกต่างกัน แสดงออกผ่านสื่อศิลปะอันเปี่ยมเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยอยู่บนพื้นฐานที่ศิลปินเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่าผลงานศิลปะร่วมสมัยสามารถสื่อสารและผสานกลมกลืนกับการใช้ชีวิตของผู้คนในยุคปัจจุบันได้อย่างลึกซึ้ง โดย 8 ศิลปินและนักออกแบบชั้นนำชาวไทย 
อย่าง ไทวิจิต พึ่งเกษมสมบูรณ์, สันติ ลอรัชวี, สนิทัศน์ ประดิษฐ์ทัศนีย์, เมธี น้อยจินดา, สุรชัย (เนียม) มะวรคนอง, กำศักดิ์ อติพิบูลย์สิน, เต็มใจ ชลศิริ และอดิวิศว์ อังศธรรมรัตน์ BANGKOK JOURNEY READYMADE นิทรรศการแสดงคู่ที่ตีความงานเฟอร์นิเจอร์อันเปี่ยมสไตล์ของแบรนด์ WURKON ออกมาเป็นผลงานสร้างสรรค์รูปแบบใหม่อันน่าตื่นตา ด้วยเนื้อหาเกี่ยวกับการเดินทางของเก้าอี้จากสเปน เข้ามาใช้ชีวิตอยู่ในเมืองไทย จนเริ่มปรับตัวให้กลมกลืนเป็นส่วนหนึ่งของสังคมแบบไทยๆเข้าใจความสบายๆและการจัดการกับปัญหาด้วยความคิดสร้างสรรค์ในรูปแบบของคนไทย โดยคู่หูดีไซเนอร์มากฝีมือ ปิติอัมระรงค์และจุฑามาส บูรณะเจตน์แห่ง o-d-a  

พบกับ XSPACE พื้นที่จุดตัดทางความคิดแห่งใหม่ ที่งานสร้างสรรค์หลากหลายเดินทางมาบรรจบพบกัน ได้แล้ววันนี้ที่อาคาร XSPACE Art Gallery ซอยปรีดีพนมยงค์ 14 ถนนสุขุมวิท 71  
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร 02 005 3550, อีเมล contact@xspacegallery.com  
หรือติดตามเรื่องราวเกี่ยวกับศิลปะและงานสร้างสรรค์ที่สนุกสนานและน่าสนใจได้ที่ 
http://www.xspace.gallery และช่องทางโซเชียลมีเดียต่างๆ Facebook : Xspace , Line : @xspace , Twitter : twitter.com/Xspaceart 
, Instagram : instagram.com/Xspaceartgallery  , Pinterest: https://pin.it/5eLSb64

เพลินศิลป์ถิ่นเยาวราช #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – เพลินศิลป์ถิ่นเยาวราช (naewna.com)

เพลินศิลป์ถิ่นเยาวราช

เพลินศิลป์ถิ่นเยาวราช

วันศุกร์ ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563, 06.00 น.

กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับ บริษัท เพลินบุญ ทราเวล จำกัด จัดงาน “เพลินศิลป์ถิ่นเยาวราช” ประมูลภาพวาดจากฝีมือศิลปินไทย สะท้อนความสวยงามของเยาวราช โดยรายได้ (หลังหักค่าใช้จ่าย) สมทบทุนมูลนิธิธารศิลป์ รักษ์จิตรกร และมูลนิธิเอ็มซีดส์เพื่อการพัฒนาภาวะผู้นำสู่ความยั่งยืน

ผู้สนใจสามารถเข้าชมและร่วมประมูลภาพวาดได้ในวันศุกร์ที่ 27 พฤศจิกายน 2563 เวลา 11.00-14.00 น. ณ คอตตอนบอลรูมชั้น 6 โรงแรมเซี่ยงไฮ้แมนชั่น ถนนเยาวราชกรุงเทพมหานคร สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร.081-8745454

แอร์โรว์คอลเลคชั่นยับยั้งแบคทีเรีย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – แอร์โรว์คอลเลคชั่นยับยั้งแบคทีเรีย (naewna.com)

แอร์โรว์คอลเลคชั่นยับยั้งแบคทีเรีย

แอร์โรว์คอลเลคชั่นยับยั้งแบคทีเรีย

วันศุกร์ ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ผลิตภัณฑ์เครื่องแต่งกายชาย ARROW ชวนหนุ่มๆ สนุกกับการแต่งตัวไปกับคอลเลคชั่นล่าสุด ARROW POLO FRESH สดชื่นได้ทุกวัน ใส่สนุกได้ทุกสี เสื้อโปโลยับยั้งแบคทีเรีย มี 7 สีสดใส และไม่ต้องกังวลกับกลิ่นอันไม่พึงประสงค์จากแบคทีเรีย ด้วยคุณสมบัติพิเศษ7 ประการ คือ (1) ANTI BACTERIA นวัตกรรมเส้นใยซึ่งถูกคิดค้นขึ้นก่อนการทอที่ช่วยยับยั้งแบคทีเรีย อันเป็นสาเหตุของการเกิดกลิ่นอับชื้นที่ไม่พึงประสงค์ขณะสวมใส่ (2) ANTIODOR ไม่มีกลิ่นที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย เช่น กลิ่นเหงื่อ (3) ANTIUV ป้องกันรังสี UV ทั้งจากแสงแดด และหลอดไฟ (4) QUICK DRYแห้งเร็ว (5) MOISTURE MANAGEMENT ระบายความชื้นได้ดี (6) PERMANENT FEATURE ความคงทนของนวัตกรรมที่นำมาใช้กับเส้นใย ให้คุณสมบัติยาวนานตลอดอายุการใช้งาน(7) ENVIRONMENTAL FRIENDกระบวนการผลิตล้วนเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ สามารถหาซื้อได้ที่ เคาน์เตอร์ ARROW ในห้างโรบินสัน ทุกสาขา และทางออนไลน์ที่ https://bit.ly/2UsZT2L

Properties Zone by Naewna : 27 พฤศจิกายน 2563 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – Properties Zone by Naewna : 27 พฤศจิกายน 2563

Properties Zone by Naewna : 27 พฤศจิกายน 2563

Properties Zone by Naewna : 27 พฤศจิกายน 2563

วันศุกร์ ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563, 06.00 น.

คอลัมน์ Properties Zone by Naewna มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นช่องทางพบปะโดยตรงระหว่างผู้ขายกับผู้ซื้อ โดยไม่ผ่านนายหน้า เพื่อให้การเจรจาซื้อขายทรัพย์สินต่างๆ เกิดขึ้นโดยตรง หากคุณมีความประสงค์จะขายทรัพย์สิน อาทิ ที่ดิน บ้าน งานศิลปะ สามารถติดต่อและส่งรายละเอียดของทรัพย์สินได้ที่ คอลัมน์ Properties Zone by Naewna

หนังสือพิมพ์แนวหน้า เลขที่ 96 หมู่ 3 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210 หรือ Line ID 0917233615 กรุณาระบุรายละเอียดทรัพย์สิน ราคาจำหน่าย ชื่อเจ้าของทรัพย์สิน และหมายเลขโทรศัพท์หรือช่องทางการติดต่ออื่นๆ ที่สามารถติดต่อได้สะดวกมาด้วย

ให้เช่าที่ดินพื้นที่ 100 ตารางวา ในโครงการบ้านสวนเจ้าพระยา บางปะอินพระนครศรีอยุธยา เหมาะสำหรับที่home stay หรือที่พักผู้สูงอายุที่ต้องการคนดูแลใกล้ชิด

โครงการ Victory Villa โครงการหรูระดับ Super Hi-Endเพียง 5 หลังเท่านั้น ออกแบบและตกแต่งบ้าน โดยบริษัท Create GreatDesign จำกัด พื้นที่ตั้งแต่ 125-155ตารางวา เลือกแบบบ้านได้ 5 แบบ สามารถติดตั้งลิฟต์และห้องนิรภัยได้ราคา 18-22 ล้านบาท โครงการอยู่ใกล้สี่แยกรวมโชค ห่างจากห้างเซ็นทรัลเฟสติวัล 1.8 กิโลเมตร)

ให้เช่าที่ดินทำโกดังสินค้า หรือสำนักงาน ระยะเวลา 5-10 ปี พื้นที่ 2 ไร่ บนถนนสุขุมวิท เขต ต.วัดโบสถ์ อ.พนัสนิคม ชลบุรี

เปิดตัว 30 สาวงาม พร้อมมงกุฎนางสาวไทย 2563 อลังการ ‘Thai elegant’ สวยสง่า มีความเป็นไทย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – เปิดตัว 30 สาวงาม พร้อมมงกุฎนางสาวไทย 2563 อลังการ‘Thai elegant’สวยสง่า มีความเป็นไทย (naewna.com)

เปิดตัว 30 สาวงาม พร้อมมงกุฎนางสาวไทย 2563  อลังการ‘Thai elegant’สวยสง่า มีความเป็นไทย

เปิดตัว 30 สาวงาม พร้อมมงกุฎนางสาวไทย 2563 อลังการ‘Thai elegant’สวยสง่า มีความเป็นไทย

วันศุกร์ ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563, 06.00 น.

30 สาวงามที่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายการประกวดนางสาวไทย 2563 อวดโฉมบนเวที

กองประกวดนางสาวไทยจัดแถลงข่าวเปิดตัว ผู้เข้าประกวด 30 คนสุดท้ายที่จะมีโอกาสได้ครองตำแหน่งนางสาวไทย ประจำปี2563 และของรางวัลจากผู้สนับสนุนรวมมูลค่ากว่า 4 ล้านบาท พร้อมเปิดตัวมงกุฎเพชรสำหรับผู้ครองตำแหน่งนางสาวไทย ปี 2563 จาก Siri Thai Gems ภายใต้แนวคิด “Thai elegant” สวยสง่า มีความเป็นไทย ณ ลานเอเทรี่ยม 3 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ไปเมื่อเร็วๆ นี้

เหล่าสาวงามที่ผ่านเข้ารอบทั้ง 30 คนได้สวมสะพายผู้เข้าประกวดฯ พร้อมด้วยหมายเลขประจำตัวเริ่มจาก MT01 จนถึง MT30 เดินอวดโฉมบนเวทีเป็นครั้งแรก และไฮไลท์ของงานคือการเปิดตัวมงกุฏนางสาวไทยประจำปี 2563ที่ได้ออกแบบตามคอนเซ็ปต์ “สายน้ำ เชื่อมสองแผ่นดิน รุ่งเรืองอารยธรรม” ซึ่งผู้ออกแบบได้แรงบันดาลใจมาจากเส้นสายลายโค้งของเกลียวคลื่นแม่น้ำเจ้าพระยายามอาทิตย์ใกล้อัสดง ที่เชื่อมสองแผ่นดินระหว่างกรุงเทพมหานครและแผ่นดินล้านนาแหล่งอารยธรรมอันรุ่งเรืองในอดีตสู่ปัจจุบัน นำเสนอความเป็นไทยร่วมสมัยเพื่อนางสาวไทยยุคใหม่ที่สวยสง่าทันสมัยและปราดเปรื่อง

ความพิเศษของมงกุฎ คือ การดีไซน์ที่ทันสมัยภายใต้แนวคิด “Thai elegant” สวยสง่ามีความเป็นไทย ใช้โทนสีขาวและทองให้ดูออกสไตล์ luxury classy กลางมงกุฎประดับด้วยสัญลักษณ์วชิราวุธ ตัวเรือนเป็นทองคำแท้ประดับเพชรแท้ สามารถถอดออกมาเป็นเข็มกลัดประดับกายได้ และประดับ golden south sea pearl หรือมุกเซาท์ซีประกายสีทองล้อมเพชร ดุจเงาดวงตะวันสะท้อนบนผิวน้ำ ลวดลายมงกุฎเหมือนริ้วคลื่นที่สะท้อนแสงอาทิตย์สีทองระยับบนผิวน้ำยามอาทิตย์ใกล้อัสดง ออกแบบโดย ก๊อด ไดมอนด์ รังสรรค์มงกุฎโดย Siri ThaiGems เชิญมงกุฎโดย เภสัชกรหญิงสิรีธรลีห์อร่ามวัฒน์ นางสาวไทยประจำปี 2562 และ Miss International 2019-2020 และยังได้รับเกียรติจาก นายอนันต์ จันทรานุกูล อุปนายกสมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ คนที่ 3 ร่วมด้วยผู้สนับสนุนการประกวดได้เข้าร่วมงานแถลงข่าว

เภสัชกรหญิงสิรีธร ลีห์อร่ามวัฒน์ นางสาวไทย ประจำปี 2562 เชิญมงกุฎมูลค่า 9 แสนบาท

นายอนันต์ จันทรานุกูล อุปนายกสมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ คนที่ 3 กล่าวว่า “ทางสมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธวิทยาลัยฯ ในฐานะผู้รับผิดชอบลิขสิทธิ์จัดการประกวดนางสาวไทย ซึ่งปีนี้ได้รับความสนใจจากสาวงามทั่วประเทศร่วมส่งใบสมัครจำนวนมากและอีกหนึ่งความยิ่งใหญ่ของการจัดการประกวดในปีนี้คือ เป็นครั้งแรกที่จัดการประกวดรอบตัดสินสู่จังหวัดภูมิภาค ถือเป็นมิติใหม่ของการประกวดนางสาวไทยที่มีมาอย่างยาวนานกว่า 87 ปี”

ด้าน ดร.อดิศร สุดดี ผู้อำนวยการกองประกวดนางสาวไทย ประจำปี 2563 กล่าวว่า“30 สาวงามจะเริ่มทำกิจกรรมร่วมกันในกรุงเทพมหานครตั้งแต่วันที่ 22-30 พฤศจิกายน 2563 โดยกองประกวดฯจะจัดกิจกรรมทัศนศึกษาสถานที่สำคัญในกรุงเทพมหานคร พร้อมจัดให้มีการอบรมทักษะด้านต่างๆ เพื่อพัฒนาบุคลิกภาพ และผู้เข้าประกวดทั้ง 30 คน จะได้ร่วมเดินทางไปทำกิจกรรมเก็บตัว ณ จังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง ในระหว่างวันที่ 3-13 ธันวาคม 2563 เพื่อทำกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว ร่วมเรียนรู้วัฒนธรรมและเยี่ยมชมสถานที่สำคัญของ3 จังหวัดทางภาคเหนือ และเผยแพร่ความงดงามของสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง ไปให้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก โดยในค่ำคืนวันที่ 10 ธันวาคม 2563 จะมีการจัดงาน Chiang mai Gala night ประกวดขวัญใจเชียงใหม่ ซึ่งรายได้ส่วนหนึ่งกองประกวดฯจะมอบให้กาชาดจังหวัดเชียงใหม่”

ร่วมโหวต MISS POPULAR 2020 ให้กับสาวงามผู้เข้าประกวดนางสาวไทย ประจำปี 2563 โดยพิมพ์ข้อความ MT ตามด้วยหมายเลขผู้เข้าประกวด ส่งมาที่ 4806999 (ครั้งละ 3 บาททุกเครือข่าย) เริ่มตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่ 12 ธันวาคม 2563 เพื่อให้สาวงามในดวงใจของคุณผ่านเข้ารอบ 16 คนสุดท้ายบนเวทีนางสาวไทยปี 2563 ในรอบตัดสิน ประกาศผลผู้ได้รับตำแหน่งMISS POPULAR 2020 บนเวที ในวันที่ 12 ธันวาคม 2563 รอบ PRELIMINARY และติดตามกิจกรรมการเก็บตัวของเหล่า 30 สาวงามได้ทางเพจ นางสาวไทย-Miss Thailandอนันต์ จันทรานุกูล พร้อมด้วยผู้สนับสนุนการประกวด ร่วมถ่ายภาพกับสาวงามทั้ง 30 คนอนันต์ จันทรานุกูล พร้อมด้วยผู้สนับสนุนการประกวด ร่วมถ่ายภาพกับสาวงามทั้ง 30 คนมงกุฎเพชร นางสาวไทย 2563 จาก Siri Thai Gemsมงกุฎเพชร นางสาวไทย 2563 จาก Siri Thai Gems

ทริปสุดเอ็กซ์คลูซีฟขอบคุณลูกค้า #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – ทริปสุดเอ็กซ์คลูซีฟขอบคุณลูกค้า (naewna.com)

ทริปสุดเอ็กซ์คลูซีฟขอบคุณลูกค้า

ทริปสุดเอ็กซ์คลูซีฟขอบคุณลูกค้า

วันศุกร์ ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563, 06.00 น.

เพื่อให้สมกับที่ได้รับการขนานนามให้เป็นผู้นำแห่งการสรรหาประสบการณ์เลอค่า และตอบแทนลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด ศูนย์การค้าสยามพารากอน และ ไอคอนสยาม ส่งเทียบเชิญสมาชิกบัตรแพลตตินั่ม เอ็ม การ์ด สยามพารากอน และ สมาชิกบัตรวิซ การ์ด ที่มียอดใช้จ่ายสูงสุดระหว่างเดือนสิงหาคม-ตุลาคม 2563 ร่วมในทริปสุดเอ็กซ์คลูซีฟของกิจกรรม“Siam Paragon & ICONSIAM :Samui the Luxurious Journey”พาบินลัดฟ้าเดินทางไปพักผ่อนตากอากาศเพื่อสัมผัสประสบการณ์ที่แตกต่างอย่างเหนือระดับ พร้อมด้วยบริการแบบที่สุดของความพิเศษที่ไม่อาจหาซื้อได้ โดยมี ผู้บริหารสยามพิวรรธน์ กรุ๊ป นำโดย มยุรี ชัยพรหมประสิทธิ์ และ สรัลธร อัศนเวศน์ ต้อนรับและดูแลลูกค้าคนดัง อาทิดร.ก้องเกียรติ โอภาสวงการ, ขนิษฐา-สุชัย จิตต์กุศล, เดชา-จุรีรัตน์ศรีวีรเดชา, วิจิตรา-วิชัย ส่งทวีผล,สักก์พิพัฒน์ ประภาสิทธิ, ภาดาภัสสรณ์ภาดาพิลาสธานันทร์, หิรัญ ตันมิตร,ปริญญา วะนะศุข และเอกภัทร,ดร.อรรณพ-อรพินธุ์ พรประภาเป็นต้น ที่ต่างสนุกสนานรื่นรมย์บนเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี นอกจากนี้ ยังได้ร่วมทำกิจกรรมเพื่อสังคม ปล่อยปลาฉลามกบ และกุ้งกุลาดำ กลับคืนสู่ธรรมชาติเพื่อช่วยเพิ่มจำนวนสัตว์ทะเลในระบบนิเวศให้มากขึ้น และความยั่งยืนให้อยู่คู่กับท้องทะเลไทย บริเวณชายหาดโรงแรมโฟร์ซีซั่น รีสอร์ท เกาะสมุย

‘งานมหกรรมพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นภาคกลางฯ’ บอกเล่าคนรุ่นใหม่ ถึงเรื่องราว วิถีวัฒนธรรมไทย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – ‘งานมหกรรมพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นภาคกลางฯ’ บอกเล่าคนรุ่นใหม่ ถึงเรื่องราว วิถีวัฒนธรรมไทย (naewna.com)

‘งานมหกรรมพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นภาคกลางฯ’  บอกเล่าคนรุ่นใหม่ ถึงเรื่องราว วิถีวัฒนธรรมไทย

‘งานมหกรรมพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นภาคกลางฯ’ บอกเล่าคนรุ่นใหม่ ถึงเรื่องราว วิถีวัฒนธรรมไทย

วันศุกร์ ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน เป็นประธานในพิธีเปิดงานและเยี่ยมชมนิทรรศการและสินค้าภายในงาน

ท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน เป็นประธานในพิธีเปิด “งานมหกรรมพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นภาคกลาง วิถีวัฒนธรรมแห่งสายน้ำ ประตูสู่สยามประเทศ” ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรกระหว่างวันที่ 20-22 พฤศจิกายน 2563 ที่ผ่านมาโดยศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) ร่วมกับเครือข่ายพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นภาคกลาง ภายใต้แนวคิด “5 สายน้ำวัฒนธรรม แห่งลุ่มแม่น้ำภาคกลาง” ณ วัดขนอน(หนังใหญ่) อ.โพธาราม จ.ราชบุรี

ทั้งนี้ มีพระครูพิทักษ์ศิลปาคม เจ้าอาวาสวัดขนอน นายประกอบ วงศ์มณีรุ่ง รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี ดร.นพ.โกมาตรจึงเสถียรทรัพย์ ผู้อำนวยการศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) และนางสาวสรียาบุญมาก ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สำนักงานราชบุรี) ร่วมในพิธี ท่ามกลางผู้สนใจเข้าร่วมงานมากกว่า 5 พันคนตลอดทั้ง 3 วันจัดงาน

ภายในงานได้จัดให้มีการแสดงนิทรรศการมีชีวิต มีพิพิธภัณฑ์ 30 แห่งในภาคกลาง มาร่วมกันบอกเล่าเรื่องราวท้องถิ่นผ่านนิทรรศการ การเสวนา เช่น “เรื่องเล่าจากพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นกับภาพสะท้อนย้อนรอยประเพณีวิถีและวัฒนธรรมชุมชน 5 ลุ่มน้ำในภาคกลาง” เสวนาเรื่อง พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นจะอยู่อย่างไรในอนาคต และเสวนาเรื่อง : เจาะลึกทวารวดีในแดนสยาม “ถิ่น…ทวารวดีภาคกลาง สู่สยามประเทศ” นอกจากนี้มีการสาธิตการทำอาหารที่บอกเล่าวิถีชีวิตของผู้คน เช่น การกวนกระยาสารท จากพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านไทยพวนบ้านดงกระทงยาม (ปราจีนบุรี) สาธิตการทำอาหารมอญ “แกงบอน” และ “น้ำปลายำขนุนต้ม” จากพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดม่วง (ราชบุรี) ตลอดจนการแสดงจากเครือข่ายท้องถิ่นภาคกลาง เช่น การแสดงหนังใหญ่ จากคณะหนังใหญ่วัดขนอน การฟ้อนถวายผีเจ้านาย จากพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นกลุ่มชาติพันธุ์ลาวครั่งบ้านทุ่งผักกูด (นครปฐม) การรำตังบั้งหนอ จากพิพิธภัณฑ์ปานถนอม (เพชรบุรี) และมิวเซียมช็อป ที่นำผลิตภัณฑ์และสินค้าจากเครือข่ายพิพิธภัณฑ์มาจำหน่าย เป็นต้น

ดร.นพ.โกมาตร จึงเสถียรทรัพย์ ผู้อำนวยการศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) กล่าวว่า ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) ร่วมกับเครือข่าย
พิพิธภัณฑ์ภาคกลาง จัดงานมหกรรมพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นภาคกลาง “วิถีวัฒนธรรมแห่งสายน้ำ ประตูสู่สยามประเทศ” จัดขึ้นเป็นครั้งแรกในเมืองไทย เพื่อให้นักท่องเที่ยว ประชาชนทั่วไป และคนรุ่นใหม่ได้มาสัมผัสเรื่องราวที่ก่อกำเนิดจากความตั้งใจของคนทำพิพิธภัณฑ์ที่ใช้ความรักและเวลาในการสั่งสม ไม่ว่าจะเป็นวัฒนธรรม ชาติพันธุ์ วัตถุทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น เหล่านี้ได้ถูกนำมาจัดแสดงในรูปแบบของพิพิธภัณฑ์มีชีวิต กิจกรรมการสาธิต และการแสดงศิลปวัฒนธรรมที่หลากหลาย ซึ่งตลอดการจัดงานได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวจำนวนมาก

ด้าน พระครูพิทักษ์ศิลปาคม เจ้าอาวาสวัดขนอน อ.โพธาราม จ.ราชบุรี ในฐานะประธานเครือข่ายพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นภาคกลาง กล่าวว่า สำหรับพิพิธภัณฑ์ในภาคกลางที่เป็นเครือข่าย 30 แห่ง ในพื้นที่ 14 จังหวัด แบ่งออกเป็น 5 ลุ่มน้ำเจ้าพระยาป่าสัก-ลพบุรี แม่กลอง ท่าจีน และเพชรบุรี ดังนี้

แม่น้ำเจ้าพระยา กลุ่มแม่น้ำที่เสมือนเป็นสายเลือดหลัก ที่มีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ และแหล่งเรียนรู้วิถีชีวิตที่น่าสนใจมากมาย ประกอบด้วย 1.พิพิธภัณฑ์จันเสน (นครสวรรค์) 2.พิพิธภัณฑ์เรือไทย (พระนครศรีอยุธยา) 3.พิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษาวัดหนังราชวรวิหาร (กรุงเทพฯ) 4.บ้านหัตถกรรม ศิลป์สร้างสุข (กรุงเทพฯ) 5.พิพิธภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผาบ้านกวานอาม่าน (นนทบุรี) 6.พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นบ้านขุนสมุทรจีน (สมุทรปราการ)

แม่น้ำป่าสัก-ลพบุรี สายน้ำที่เรียงร้อยด้วยเรื่องราวของกลุ่มชาติพันธุ์ไทยพวนทั้งอาหาร พิธีกรรมความเชื่อ และการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านไทยพวน ประกอบด้วย 1.พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดฝั่งคลอง (นครนายก) 2.พิพิธภัณฑ์ไทยพวนบ้านดงกระทงยาม (ปราจีนบุรี) 3.พิพิธภัณฑ์ไทยพวนบ้านทราย (ลพบุรี) 4.พิพิธภัณฑ์ไทยพวนบ้านหลุมข้าว (ลพบุรี)

แม่น้ำแม่กลอง อีกหนึ่งสายน้ำที่หลากหลายด้วยเรื่องความเชื่อทางศาสนา เอกลักษณ์ทางศิลปกรรม ภูมิปัญญาการทอผ้าและวิถีชีวิตชุมชน ประกอบด้วย
1.พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านหนองขาว (กาญจนบุรี)2.พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดม่วง (ราชบุรี) 3.พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดคงคาราม (ราชบุรี) 4.จิปาถะภัณฑ์สถานบ้านคูบัว (ราชบุรี) 5.พิพิธภัณฑ์ตั้งเซียมฮะ (สมุทรสงคราม) 6.เบญจมราชูทิศพิพิธภัณฑ์ (ราชบุรี)7.พิพิธภัณฑ์หนังใหญ่วัดขนอน (ราชบุรี) 8.ศิลปินกลุ่มลุ่มน้ำแม่กลองศูนย์การเรียนรู้งานศิลปะ

แม่น้ำท่าจีน ลุ่มน้ำที่มีความหลากหลายของกลุ่มชาติพันธุ์และวิถีชีวิตชุมชน สะท้อนให้เห็นถึงภูมิปัญญาพื้นบ้านในอดีตที่หลากหลายประกอบด้วย 1.ศูนย์ฟื้นฟูไตดำโบราณ (สุพรรณบุรี)2.บ้านเก่าเล่าเรื่อง ตลาดบางหลวง (นครปฐม)3.พิพิธภัณฑ์ชาวนาไทยบ้านลานแหลม (นครปฐม)4.พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดสำโรง (นครปฐม) 5.พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านชุมชนคลองผีเสื้อ (นครปฐม) 6.พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นกลุ่มชาติพันธุ์ลาวครั่งบ้านทุ่งผักกูด (นครปฐม) 7.พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดห้วยตะโก (นครปฐม)

แม่น้ำเพชรบุรี เรื่องราวชาติพันธุ์วิถีชีวิตไทยทรงดำ กลุ่มคนอนุรักษ์ผ้า และสะสมของโบราณที่เป็นสมบัติของเมืองเพชร ประกอบด้วย 1.ศูนย์เรียนรู้กลุ่มสไบมอญ-บางลำภู (เพชรบุรี) 2.บ้านชะอาน (เพชรบุรี) 3.พิพิธภัณฑ์ปานถนอม (เพชรบุรี) 4.สมบัติลุ่มแม่น้ำเพชร (เพชรบุรี) 5.ศูนย์เรียนรู้เพื่อนศิลป์ ดินไอเดีย (เพชรบุรี)

ซึ่งความสำเร็จที่เกิดขึ้นมาจากความร่วมมือของชาวเครือข่ายพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นภาคกลาง ทั้ง 30 แห่งนี้ นับเป็นก้าวแรกที่ดีของพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นภาคกลางในการสร้างพลังดีๆ พร้อมสืบสานเรื่องเหล่านี้ให้คงอยู่ต่อไปเช่นกัน

‘วศุมา คณาธนะวนิชย์’ ทายาทเจน 3 ‘รีเจนท์ กรุ๊ป’ ปั้นบูทีค บีชรีสอร์ทหรู ‘วาลา หัวหิน-นู แชปเตอร์ โฮเทล’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – ‘วศุมา คณาธนะวนิชย์’ทายาทเจน 3 ‘รีเจนท์ กรุ๊ป’ ปั้นบูทีค บีชรีสอร์ทหรู‘วาลา หัวหิน-นู แชปเตอร์ โฮเทล’ (naewna.com)

‘วศุมา คณาธนะวนิชย์’ทายาทเจน 3 ‘รีเจนท์ กรุ๊ป’  ปั้นบูทีค บีชรีสอร์ทหรู‘วาลา หัวหิน-นู แชปเตอร์ โฮเทล’

‘วศุมา คณาธนะวนิชย์’ทายาทเจน 3 ‘รีเจนท์ กรุ๊ป’ ปั้นบูทีค บีชรีสอร์ทหรู‘วาลา หัวหิน-นู แชปเตอร์ โฮเทล’

วันศุกร์ ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวที่แสวงหาประสบการณ์ที่แตกต่างอย่างมีสไตล์ วาลา หัวหิน-นู แชปเตอร์ โฮเทล (VALA Hua Hin- Nu Chapter Hotels) บูทีค บีชรีสอร์ทหรู ระดับ 5 ดาว แห่งใหม่ล่าสุดริมหาดหัวหิน-ชะอำ หนึ่งในโรงแรมเพียงไม่กี่แห่งที่ได้รับการคัดเลือกให้เข้าเป็นสมาชิก Small Luxury Hotels of the World (SLH) และเพิ่ง Soft Opening ไปเมื่อเร็วๆ นี้ พร้อมกับความหรูหรา ทันสมัย โดดเด่นด้วยแนวคิด “Nature’s Touch with a Modern Design” ที่ผสมผสานงานสถาปัตยกรรมทันสมัย กับบรรยากาศธรรมชาติแวดล้อมได้อย่างลงตัว บนพื้นที่กว้าง มีความเป็นส่วนตัว พร้อมมาตรฐานการบริการที่เหนือความคาดหมาย เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่ของการพักผ่อน

วาลา หัวหิน -นู แชปเตอร์ โฮเทล อยู่ภายใต้การบริหารงานของ นู แชปเตอร์ โฮเทล (Nu Chapter Hotels) ซึ่งเป็นกลุ่มแมเนจเมนต์นิวเจนรุ่นใหม่ นำโดย วศุมา คณาธนะวนิชย์ กรรมการบริหาร กลุ่มบริษัท รีเจ้นท์ กรุ๊ป ที่ต้องการให้ บูทีค บีชรีสอร์ท แห่งนี้ สะท้อนความเป็นตัวตนในแบบคนรุ่นใหม่

ความหมายของ VALA หมายถึง พลังของธรรมชาติ ซึ่งเป็นจุดเด่นของบูทีค บีชรีสอร์ทสุดหรูแห่งนี้มีพื้นที่กว้างขวาง มีความเป็นส่วนตัวท่ามกลางบรรยากาศที่สงบ ร่มรื่น อุดมด้วยแมกไม้ใหญ่นานาชนิด ติดชายหาดทอดยาวถึง 260 เมตร ชมวิวทะเลอย่างเต็มตาในมุมกว้างสุดสายตา ซึ่งแทบจะหาทำเลที่สวยงามแบบนี้ไม่ได้แล้วในพื้นที่ หัวหิน-ชะอำ ทำให้ วาลา หัวหินเป็นที่พักผ่อนสำหรับผู้ที่ต้องการใช้ชีวิตให้ช้าลงในวันหยุด เพื่อเติมพลังชีวิตให้กับตัวเองอย่างเต็มที่และกลับไปอย่างมีชีวิตชีวาอีกครั้ง

วศุมา คณาธนะวนิชย์

วศุมา คณาธนะวนิชย์ ทายาทรุ่นที่ 3 ของรีเจนท์ กรุ๊ป เผยว่า การออกแบบพื้นที่โครงการ (landscape design) ยังคงรักษาต้นไม้เดิมเอาไว้ทั้งหมด บางต้นมีอายุร่วม 100 ปี และมีหลายชนิดที่เป็นพันธุ์ไม้หายาก ทั้งไม้ยืนต้นและไม้ประดับ อาทิ ต้นเสมา ต้นลีลาวดี และต้นสนฉะนั้นการออกแบบเชิงสถาปัตยกรรมจึงไม่ได้ให้ความสำคัญเพียงแค่อาคารสถานที่อย่างเดียว หากแต่ยังให้ความสำคัญกับการเลือกพันธุ์ไม้ในแต่ละโซน เพื่อสร้างความโดดเด่นและแตกต่างของภูมิทัศน์

บนพื้นที่กว่า 20 ไร่ ติดชายหาดทะเลหัวหิน-ชะอำ โอบล้อมด้วยแมกไม้อันร่มรื่น ให้ความรู้สึกสดชื่นและผ่อนคลายตั้งแต่จุดแรกที่เดินทางมาถึง ให้บริการห้องพักทั้งหมด 97 ห้องแบ่งเป็นโซนห้องพักบนอาคาร 3 ชั้น จำนวน 84 ห้องซึ่งมีระเบียงกว้างและเห็นวิวทะเลทุกห้องโดยเฉพาะห้อง Deluxe Beachfront ที่อยู่ชั้น 3มีกระจกใสตั้งแต่เพดานจรดพื้นสามารถชมวิวทะเลได้อย่างเต็มตา

ขณะที่ห้อง Family Room ห้องพักขนาดใหญ่ที่มีพื้นที่ให้คุณหนูๆ ได้เล่นสนุกสนาน ภายในห้องพักจะมี เตียงนอน 2 ชั้น และยังอยู่ใกล้กับสนามเด็กเล่น สระว่ายน้ำเด็ก เพื่อให้ทุกช่วงเวลาแห่งความสนุกนี้เป็นของทุกคนในครอบครัวส่วนห้อง Mini Suite Beachfront เป็นห้องพักขนาดใหญ่ที่มีระเบียงกว้างและเป็นส่วนตัว พร้อม Bathtub และ Sun Lounge ที่ให้นอนอาบแดด ผ่อนคลายได้อย่างเต็มที่

ที่โดดเด่นที่สุดคือ VALA VILLAS โซนพูลวิลล่าส่วนตัว จำนวน 13 หลัง ได้รับการออกแบบในสไตล์ Glamping มีความเป็นส่วนตัวอย่างแท้จริง โดยเฉพาะ Beachfront Pool Villa ซึ่งมีเพียง 5 หลัง ตั้งอยู่ด้านหน้าสุดของชายหาด สามารถชมวิวทะเลได้จากภายในห้องพัก โดยด้านนอกยังมีสระว่ายน้ำระบบเกลือส่วนตัว พื้นที่สวนและระเบียงกว้าง ที่สามารถจัดกิจกรรมเอาท์ดอร์เช่น บาร์บีคิวดินเนอร์สุดเอ็กซ์คูลซีฟ พร้อมบริการบัตเลอร์ เซอร์วิส ที่สั่งได้ดั่งใจ ตลอดระยะเวลาที่เข้าพัก

สระว่ายน้ำหลักเป็นอีกสิ่งอำนวยความสะดวกที่โดดเด่น โดยเป็นสระหินอ่อนขนาดโอลิมปิก ความยาวมากกว่า 55 เมตร และยังมีบาร์ในสระน้ำ พร้อมให้ลิ้มลองค็อกเทลแปลกใหม่ซึ่ง วาลา หัวหิน ได้ร่วมกับ Vesper บาร์ที่มีชื่อเสียงและติดอันดับที่ 11 ใน 50 บาร์ที่ดีที่สุดในเอเชีย นำวัตถุดิบในท้องถิ่นมารังสรรค์เป็นค็อกเทล เช่น ใช้น้ำตาลโตนดแทนไซรัป (syrup) โดยมี 8 เมนูค็อกเทลซิกเนเจอร์ และอีก 12 เมนูทวิสต์ค็อกเทล

นอกจากนี้ วาลา หัวหิน ยังให้ความสำคัญกับอาหารเป็นอย่างยิ่ง โดยจะมีอาหารหลากหลายให้เลือกรับประทานที่ WOODS Kitchen & Bar เมนูอาหารกลางวันจะมีทั้งอาหารไทยและนานาชาติ ส่วนมื้อค่ำจะเนรมิตบรรยากาศเสิร์ฟทาปาส เมนูซีฟู้ด และกริลล์ที่หอมชวนรับประทานซึ่งได้คัดสรรวัตถุดิบท้องถิ่นผสมผสานกับเครื่องปรุงชั้นดี เพื่อรังสรรค์เมนูทั้งหมดได้อย่างลงตัว

สำหรับสายปาร์ตี้ก็มีพื้นที่กลางแจ้งให้สังสรรค์ เช่น The Courtyard มีทัศนียภาพโดดเด่น ร่มรื่นรับวิวทะเล โอบล้อมด้วยไม้พุ่มและกำแพงคดเคี้ยวแปลกตา WOODS Upper Deck ให้ได้นั่งชิลล์บนดาดฟ้า ชมวิวอ่าวไทยอันงดงามสุดสายตา รวมถึงบริเวณริมชายหาด ยามเย็น ที่สุดแสนโรแมนติก

“เราพร้อมเติมเต็มความสุข ด้วยกิจกรรมหลากหลาย เช่น การปั่นจักรยานในสวน การนั่งสมาธิตอนเช้า โยคะ ริมชายหาด นวดแผนไทยสอนชกมวย เวิร์กช็อปทำอาหารและค็อกเทล กิจกรรมศิลปะสำหรับเด็ก หรือเรียนรู้ฟาร์ม ออร์แกนิก รวมทั้งได้คัดสรรสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ อาหารเด่นของท้องถิ่น ให้นักท่องเที่ยวออกไปสัมผัสเสน่ห์ของหัวหิน-ชะอำ ได้อีกด้วย

ขณะเดียวกันเรามีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาความยั่งยืน (Sustainability) ด้วยการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น ลดปริมาณอาหารเหลือทิ้ง (food waste) การทำฟาร์มเกษตรอินทรีย์ และการทำปุ๋ยหมักชีวภาพ รวมไปถึงการใช้วัตถุดิบในประเทศและผักผลไม้ตามฤดูกาล ซึ่งเป็นแนวคิดหลักที่มุ่งหวังให้แขกที่มาพักได้สัมผัสประสบการณ์พร้อมทั้งมีส่วนร่วมในการพัฒนาความยั่งยืนผ่านกิจกรรมต่างๆ ที่โรงแรมสร้างสรรค์ขึ้น”วศุมา กล่า

สำรองห้องพักได้ที่โทร.02-6519080 และ 032-706777 Line : @valahuahin และ Facebook.com/valahuahinTH

แสนสิริ จับมือ โคคา-โคล่า ผลักดันสังคมแยกขยะ เปลี่ยนขยะให้เป็นประโยชน์ สู่กระบวนการรีไซเคิล #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – แสนสิริ จับมือ โคคา-โคล่า ผลักดันสังคมแยกขยะ เปลี่ยนขยะให้เป็นประโยชน์ สู่กระบวนการรีไซเคิล (naewna.com)

แสนสิริ จับมือ โคคา-โคล่า ผลักดันสังคมแยกขยะ  เปลี่ยนขยะให้เป็นประโยชน์ สู่กระบวนการรีไซเคิล

แสนสิริ จับมือ โคคา-โคล่า ผลักดันสังคมแยกขยะ เปลี่ยนขยะให้เป็นประโยชน์ สู่กระบวนการรีไซเคิล

วันศุกร์ ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ทีมผู้บริหารของกลุ่มธุรกิจโคคา-โคล่า ในประเทศไทยและทีมผู้บริหารของแสนสิริ

ขยะไม่ใช่ปัญหาของใครคนหนึ่งแต่เป็นเรื่องที่ทุกคนต้องรับรู้และจับมือกันร่วมแก้ไข ซึ่งต้องทำอย่างเป็นระบบและต่อเนื่องจริงจัง จึงจะเห็นผลสำเร็จ หนึ่งในตัวแปรสำคัญของปัญหาในการจัดการขยะคือ การที่ขยะปะปนกันจนไม่สามารถแยกได้อย่างมีประสิทธิภาพที่ปลายทาง ทำให้ไม่สามารถจัดการขยะมูลฝอยได้ตามที่ควรจะเป็น

แสนสิริ ผู้นำด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืนของวงการอสังหาริมทรัพย์ไทย วางเป้ารุกภารกิจด้าน Waste Management (การจัดการของเสีย) ซึ่งเป็นหนึ่งในภารกิจหลักของวิสัยทัศน์ Sansiri Sustainability 2020 ผลักดันการจัดการขยะอย่างยั่งยืนให้ครอบคลุมทั้งในโครงการที่อยู่อาศัย องค์กรและไซต์ก่อสร้าง ส่งเสริมการแยกขยะตั้งแต่ต้นทางทั้งกับลูกบ้าน พนักงาน ตลอดจนพื้นที่ส่วนกลาง เพื่อลดปริมาณวัสดุรีไซเคิลไปสู่บ่อขยะให้น้อยที่สุด

ล่าสุดจับมือกับกลุ่มธุรกิจโคคา-โคล่าในประเทศไทย อันประกอบไปด้วย บริษัทไทยน้ำทิพย์ จำกัด บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท โคคา-โคล่า (ประเทศไทย) จำกัด ทำโครงการ “โค้กขอคืน x SansiriWaste to Worth” ร่วมกับ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมตอบโจทย์ทุกบริการด้านอสังหาริมทรัพย์ในเครือแสนสิริ เก็บรวบรวมและนำส่งบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มและวัสดุรีไซเคิลอื่นๆ ใน 6 โครงการ ที่อยู่อาศัยของ T77 Community เข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล

อภิชาติ จูตระกูล ประธานอำนวยการบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เผยถึงแนวคิดการจัดการของเสีย Sansiri Waste to Worth ว่า “ขยะเป็นปัญหาใหญ่อันดับต้นๆของประเทศไทยและของโลกที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของสังคมและสิ่งแวดล้อม ดังนั้น เราจึงถือเป็นภารกิจสำคัญที่ต้องช่วยกันรณรงค์ปลูกฝังพฤติกรรมและสร้างห่วงโซ่ของการจัดการระบบกำจัดของเสียให้เกิดขึ้น โดยการคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทางนั้นเป็นทางแก้ปัญหาขยะล้นเมืองที่ดีที่สุด เริ่มตั้งแต่จุดเล็กๆ อย่างขยะในที่อยู่อาศัยที่ทุกบ้านสามารถช่วยกันลดขยะได้ ด้วยการเปลี่ยนขยะให้เป็นประโยชน์ (Sansiri Waste to Worth) คัดแยกวัสดุที่สามารถรีไซเคิลได้ ส่งเข้าสู่กระบวนการจัดการที่ถูกวิธี”

ทั้งนี้ จากข้อมูลของกรมควบคุมมลพิษพบว่า ประเทศไทยมีขยะประมาณ 27 ล้านตันต่อปี เฉลี่ยคนไทยสร้างขยะประมาณ 1กิโลกรัมต่อคนต่อวัน ซึ่ง 80% เป็นขยะที่นำไปกำจัดแบบไม่ถูกวิธี โดยระบุว่าขยะชุมชนนั้นกว่า 64% เป็นขยะอินทรีย์ และที่เหลืออีก 36% เป็นขยะรีไซเคิล 30% ขยะทั่วไปและขยะอันตรายอีก 6%

“โค้กขอคืน x Sansiri Waste to Worth” เริ่มต้นเมื่อปลายปี 2562 เป็นการต่อยอดโครงการ “โค้กขอคืน” ซึ่งเป็นความร่วมมือที่ต่อยอดมาจากผลการทดลองทาง
เศรษฐศาสตร์เพื่อสร้างพฤติกรรมการแยกขยะด้วยแนวคิดการสะกิด อันเป็นความร่วมมือระหว่างโคคา-โคล่า แสนสิริ และคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งพบ 2 เงื่อนไขสำคัญที่ช่วยส่งเสริมให้คนไทยแยกขยะได้สำเร็จคือ การขจัด “ความยุ่ง” และ “ความยาก” โดยได้นำผลการศึกษาดังกล่าวมาปรับใช้ในออกแบบถังขยะที่เอื้อต่อการแยก และการสื่อสารกับลูกบ้านในโครงการ T77 Community ให้เห็นถึงความสำคัญ และวิธีการที่เหมาะสมในการแยกขยะ เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง และกระตุ้นให้เกิดการลงมือปฏิบัติจริงในระยะยาว

นายพรวุฒิ สารสิน ประธานกรรมการ บริษัท ไทยน้ำทิพย์ จำกัด กล่าวว่า “หนึ่งในเป้าหมายหลักของโคคา-โคล่า ภายใต้วิสัยทัศน์ระดับโลก World Without Waste คือการจัดเก็บบรรจุภัณฑ์เพื่อนำกลับมารีไซเคิลในปริมาณเทียบเท่ากับปริมาณบรรจุภัณฑ์ที่จำหน่ายออกสู่ตลาดให้ได้ 100 เปอร์เซ็นต์ ก่อนพ.ศ.2573 และเพื่อจะบรรลุเป้าหมายที่ท้าทายดังกล่าว กลุ่มธุรกิจโคคา-โคล่า จึงต้องอาศัยความร่วมมือกับพันธมิตรที่มีเป้าหมายสอดคล้องกัน และแสนสิริก็ถือเป็นพันธมิตรที่เห็นความสำคัญของการร่วมกันผลักดันให้เกิดการแยกขยะที่ต้นทางตั้งแต่ภายในที่อยู่อาศัย อันเป็นหัวใจสำคัญของการบริหารจัดการขยะที่มีประสิทธิภาพ เพื่อลดปริมาณขยะและนำวัสดุที่รีไซเคิลได้กลับมารีไซเคิลให้ได้มากที่สุด และเพื่อเป็นการลด “ความยุ่ง” และ “ความยาก” อันเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้การแยกขยะที่ต้นทางไประสบความสำเร็จเท่าที่ควร โคคา-โคล่า จึงได้เชิญสตาร์ทอัพแพลตฟอร์มการจัดเก็บขยะสมัยใหม่อย่าง GEPP เข้ามาช่วยดูแล เพื่อให้โครงการนี้ดำเนินไปได้อย่างราบรื่นและประสบผลสำเร็จ”

จากผลสำรวจของ GEPP พบว่า มีทัศนคติที่ดีในเรื่องการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม โดยคิดว่าการแยกขยะจะช่วยแก้ปัญหาได้ และควรเริ่มที่ตัวเองเป็นหลัก ขณะที่การแยกวัสดุรีไซเคิลออกจากขยะประเภทอื่นๆ นั้นมีประสิทธิภาพมากขึ้นเมื่อเทียบจากก่อนเริ่มโครงการ

“ตั้งแต่ต้นปี 2563 เราเก็บรวบรวมและนำส่งบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่ม และวัสดุรีไซเคิลอื่นๆ ใน 6 โครงการที่อยู่อาศัยของT77 Community ได้แก่ BLOCS 77, THE BASE Sukhumvit 77, THE BASE PARK EAST Sukhumvit 77, THE BASE PARK WEST Sukhumvit 77, mori HAUS และ hasu HAUS รวมลูกบ้าน 4,027 ครัวเรือน เข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล โดยมี GEPP เข้ามาเสริมการทำงานของแสนสิริ เพื่อให้ความรู้กับพนักงานและเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับการจัดการและแยกขยะ ตลอดจนประสานงานและจัดตารางการจัดเก็บขยะ พร้อมเก็บรวบรวมข้อมูลการคัดแยกขยะในแต่ละพื้นที่โครงการ เพื่อพัฒนาการจัดเก็บให้เป็นระบบมากขึ้น” นายอภิชาติ กล่าวเสริม

อย่างไรก็ตาม ในช่วงเดือนมกราคม-มิถุนายนนั้น แสนสิริสามารถนำส่งวัสดุรีไซเคิลเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลไปแล้วถึง 23,852.60 กิโลกรัม และสามารถลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกได้ 17,917 kgCO2e 2 ทั้งนี้ แสนสิริเดินหน้าต่อยอดความสำเร็จนี้ไปยังโครงการที่อยู่อาศัยอื่นๆ รวม 100 โครงการ และตั้งเป้านำวัสดุรีไซเคิล 100,000 กิโลกรัมเข้าสู่กระบวนการจัดการรีไซเคิล อย่างเหมาะสมภายในปี 2563

สค.ศึกษาแนวทางสร้างอาชีพเชฟให้กลุ่มสตรี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – สค.ศึกษาแนวทางสร้างอาชีพเชฟให้กลุ่มสตรี (naewna.com)

สค.ศึกษาแนวทางสร้างอาชีพเชฟให้กลุ่มสตรี

สค.ศึกษาแนวทางสร้างอาชีพเชฟให้กลุ่มสตรี

วันศุกร์ ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563, 06.00 น.

นางสาววิจิตา รชตะนันทิกุล รองอธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์พร้อมด้วยผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว เข้าเยี่ยมชมการอบรมเชิงปฏิบัติการ “ฝึกทักษะการเป็นวิทยากรมืออาชีพ (Train for TheTrainer) ด้านเชฟอาหารไทย” ภายใต้โครงการพัฒนาหลักสูตรการสร้างอาชีพกลุ่มสตรีและครอบครัว เพื่อฟื้นฟูยกระดับอาชีพหลังวิกฤติ ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 23-27พฤศจิกายน 2563 โดยมี ดร.ยิ่งศักดิ์จงเลิศเจษฎาวงศ์ ประธานสถานศึกษาวิทยาลัยเทคโนโลยีธุรกิจอาหารไทยและนานาชาติ และคณะวิทยากร ต้อนรับ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา สำรวจ และวิเคราะห์ สถานการณ์ด้านอาชีพกลุ่มสตรีและครอบครัว ภายหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 เพื่อนำไปสู่แนวทางการพัฒนาหลักสูตรการสร้างอาชีพ และดำเนินการอบรมหลักสูตรนำร่องการสร้างอาชีพที่เหมาะสมกับสถานการณ์และบริบทตามแนวชีวิตวิถีใหม่ (NewNormal) กลุ่มเป้าหมายประกอบด้วยครูฝึกอาชีพจากศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัว และผู้สำเร็จการฝึกอบรมด้านอาหารจากศูนย์เรียนรู้ฯ จำนวน 30 คน ที่ วิทยาลัยเทคโนโลยีธุรกิจอาหารไทยและนานาชาติ กรุงเทพฯ