โรคอ้วน จากหลายสาเหตุสามารถจัดการได้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/556737

โรคอ้วน จากหลายสาเหตุสามารถจัดการได้

โรคอ้วน จากหลายสาเหตุสามารถจัดการได้

วันพฤหัสบดี ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2564, 10.57 น.

รู้หรือไม่….การลดน้ำหนักไม่ใช่แค่ออกกำลังกายกับควบคุมอาหาร!!!

หลายๆท่านที่มีปัญหาน้ำหนักตัว หรือภาวะอ้วนมักจะถูกตัดสินว่าเกิดจากเพราะไม่มีวินัย ไม่มีความพยายาม แต่ในความเป็นจริง ภาวะโรคอ้วนเกิดได้จากหลายสาเหตุ

สมาพันธ์อ้วนโลก (World Obesity Federation) ได้ประกาศให้ วันที่ 4 มีนาคม เป็น “วันอ้วนโลก (World Obesity Day)” เพื่อให้ทั่วโลกตระหนักถึงปัญหาโรคอ้วน และร่วมกันรณรงค์ให้ประชาชนในประเทศรับรู้และเข้าใจผลกระทบจากการมีน้ำหนักเกิน  รวมทั้งวิธีป้องกัน จัดการกับปัญหาเรื่องน้ำหนักที่ส่งผลต่อสุขภาพ

ใน 2 ทศวรรษที่ผ่านมา ความอ้วน เป็นประเด็นปัญหาทางสุขภาพที่สำคัญของโลกเนื่องจากจำนวนคนอ้วนเพิ่มมากขึ้นทุกปี ทั่วโลกมี “คนอ้วน” มากถึง 800 ล้านคน ในขณะที่ประเทศไทยมีการเปิดเผยข้อมูลจาก เครือข่ายคนไทยไร้พุง ว่าคนไทยกว่า 20 ล้านคน “อ้วนและอ้วนลงพุง” 

มร. จอห์น ดอว์เบอร์ (John Dawber)  Vice President & General Manager บริษัท โนโว นอร์ดิสค์ ฟาร์มา (ประเทศไทย) จำกัด ที่มีสาขาอยู่กว่า 150 ประเทศทั่วโลก เน้นการศึกษาวิจัยจนได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้นำในด้านการดูแลโรคเบาหวานและโรคอ้วน

“เราเน้นการวิจัยและพัฒนายาเพื่อผู้ป่วยโรคเบาหวานเป็นระยะเวลากว่า 100ปี ผลจากการวิจัยพบว่าสาเหตุของโรคอ้วน มีความสัมพันธ์นำไปสู่โรคเบาหวานและโรคเรื้อรังอื่นๆ ด้วยความตระหนักถึงคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย บริษัทจึงได้ศึกษาวิจัยเกี่ยวกับโรคอ้วนอย่างต่อเนื่อง เพื่อมุ่งหวังให้ลดปัญหาโรคอ้วนและโรคแทรกซ้อนอื่นๆ” ผู้บริหารบริษัท โนโวฯ  กล่าวถึงภารกิจสำคัญ พร้อมสนับสนุนให้คนที่อยู่ในภาวะโรคอ้วน หันมาดูแลใส่ใจตัวเองอย่างจริงจัง โดยอาจจะยึด “วันอ้วนโลก” สากล เป็นแรงบันดาลใจในการจุดเริ่มต้น 

ทางด้าน เภสัชกรหญิง ยุวดี  จิรัฐิติเจริญ  Business Unit Director-Obesity Unit บริษัท โนโว นอร์ดิสค์ ฟาร์มา (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวเสริมว่า โรคอ้วนจัดเป็นปัญหาสุขภาพของประชากรไทย ที่มีการเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ และส่งผลให้เกิดโรคอื่นๆตามมา โดยมีหลายสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคทั้งที่ควบคุมได้ และควบคุมได้ยาก เช่น จิตวิทยา พันธุกรรม ชีววิทยา ฮอร์โมน ระดับความเครียด ปริมาณและคุณภาพของการนอนหลับ ยา สิ่งแวดล้อม และสถานะทางสังคมเศรษฐกิจของเราล้วนมีบทบาทสําคัญในก่อโรค

“การจัดการ ภาวะโรคอ้วนได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้น ขั้นตอนแรกอาจจะเริ่มด้วยการตั้งเป้าหมายระยะสั้นที่เป็นไปได้ และเริ่มทำทันที ซึ่งการควบคุมน้ำหนัก สามารถทำได้หลายวิธี และเป็นเรื่องเฉพาะบุคคล บางคนอาจใช้วิธีหนึ่งแล้วประสบความสำเร็จ แต่ในวิธีการเดียวกันนี้ อาจจะทำไม่ได้ผลหรือน้ำหนักไม่ลดสำหรับบางคน จึงต้องเลือก และวางแผนการรักษา ตามสถานการณ์เฉพาะบุคคล ซึ่งการพูดคุยหรือปรึกษาแพทย์ เพื่อการดูแลที่ถูกต้อง จะนำไปสู่สุขภาพ ที่มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น” เภสัชกรหญิงยุวดี กล่าว  

สำหรับผู้สนใจ ต้องการเช็คค่าดัชนีมวลกายเพื่อประเมินภาวะน้ำหนักเบื้องต้น หรือต้องการค้นหาข้อมูลเพิ่มเติม สามารถคลิกเข้าดูได้ที่   เว็บไซต์ https://www.truthaboutweight.global/th/th.html

อาการปวดท้องแต่ละแบบบ่งบอกอะไรบ้าง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/556580

อาการปวดท้องแต่ละแบบบ่งบอกอะไรบ้าง

อาการปวดท้องแต่ละแบบบ่งบอกอะไรบ้าง

วันพฤหัสบดี ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

อาการปวดท้องเกิดได้ทั้งบริเวณชายโครง ท้องน้อย เอว ลิ้นปี่หรือกลางท้อง บางครั้งอาการเหล่านี้อาจลุกลามไปจนถึงขา หรือกระดูกสันหลังได้ หากพบว่าตนเองมีอาการปวดท้องในรูปแบบต่างๆ อาจเป็นสัญญาณของโรคที่ไม่ค่อยอันตราย เช่น โรคกระเพาะ ไปจนถึงโรคที่มีความรุนแรง เช่น โรคหัวใจขาดเลือด หรือกระดูกสันหลังทับเส้นประสาท เป็นต้น

จากบทความของรพ.เพชรเวช เผยถึงอาการปวดท้องบริเวณต่างๆ ในร่างกายเช่น

ปวดบริเวณท้องน้อย อาการปวดบริเวณนี้เป็นสัญญาณของโรคทางลำไส้ ไส้ติ่ง มดลูก และกระเพาะปัสสาวะ โดยหากปัสสาวะมีปัญหา เช่น ปัสสาวะได้น้อย ปัสสาวะขัด จะเป็นหนึ่งในสัญญาณกระเพาะปัสสาวะอักเสบ นอกจากนี้อาการปวดที่เกิดขึ้นกับท้องน้อยจะสามารถแบ่งออกได้เป็น2 ส่วน ดังนี้

-ปวดท้องน้อยฝั่งซ้าย หากคลำแล้วพบก้อน หรือมีอาการอุจจาระผิดปกติจะมีความเสี่ยงโรคที่เกี่ยวข้องกับลำไส้ เช่นเนื้องอกลำไส้ หรือลำไส้อักเสบ เป็นต้นหากปวดในลักษณะเกร็งมาจนถึงต้นขาอาจมีความเสี่ยงโรคนิ่วในไต หากเป็นเพศหญิงอาจเป็นสัญญาณมดลูกอักเสบ สังเกตได้จากอาการปวดร่วมกับมีไข้ และอาการตกขาว

-ปวดท้องน้อยฝั่งขวา หากคลำแล้วพบก้อน อาจมีความเสี่ยงเกี่ยวกับไส้ติ่งหากเป็นเพศหญิงสามารถเกี่ยวข้องกับความผิดปกติของรังไข่ได้ด้วย หากปวดในลักษณะเกร็งมาจนถึงต้นขาแสดงว่าเกิดความผิดปกติกับไต หากปวดแล้วมีไข้ และตกขาวในผู้หญิงอาจเกิดอาการอักเสบที่ปีกมดลูก

นอกจากนี้อาการที่น่าเป็นห่วงคืออาการของไส้ติ่งจากปวดท้องน้อยฝั่งขวาที่อาจเพิ่มความรุนแรงจนแทบขยับตัวไม่ได้ในกรณีที่อาการไม่ดีขึ้นควรรีบมาพบแพทย์โดยเร็ว

ปวดบริเวณชายโครง อาการปวดบริเวณนี้ส่งผลต่อม้าม และถุงน้ำดีซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องระวัง เนื่องจากอาการปวดนิ่วด้านชายโครงขวาจนถึงหลังสามารถนำไปสู่การติดเชื้อในกระแสเลือดได้ อาการปวดที่ชายโครงสามารถแบ่งได้ ดังนี้

  -ปวดชายโครงซ้าย หากปวดบริเวณนี้แสดงว่ามีความเสี่ยงที่ม้ามจะเกิดความผิดปกติ ในกรณีนี้ให้รีบเข้าพบแพทย์ให้เร็วที่สุด เนื่องจากมีอันตรายค่อนข้างสูง

-ปวดชายโครงขวา หากพบก้อน ประกอบกับอาการตัวเหลืองร่วมด้วยจะเป็นสัญญาณความผิดปกติของตับ และถุงน้ำดี หากอาการปวดไม่บรรเทาลงให้พบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยหาสาเหตุ และทำการรักษา

หากลองกดแล้วเจ็บบริเวณชายโครงจะเป็นสัญญาณของกระดูกอ่อนอักเสบ หรือกล้ามเนื้ออักเสบ ซึ่งสามารถสร้างความรำคาญได้เนื่องจากอาการจะเป็นแบบเรื้อรัง ถึงแม้กลุ่มโรคนี้จะไม่ใช่กลุ่มโรคที่เป็นอันตราย แต่ไม่ควรปล่อยไว้ควรพบแพทย์เพื่อปรึกษาแนวทางการรักษาต่อไป

ปวดบริเวณใต้ลิ้นปี่ หรือกลางท้อง อาการปวดใต้ลิ้นปี่ หรือบริเวณกลางท้องบ่งบอกได้ถึงโรคได้หลายโรคตั้งแต่โรคที่ไม่อันตรายมากนักอย่างโรคกระเพาะ ไปจนถึงโรคที่มีอัตราเสียชีวิตหากไม่ระวังอย่างโรคหัวใจขาดเลือด ดังนี้

-ปวดลักษณะจุกแสบสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งแบบเฉียบพลัน หรืออาการปวดเรื้อรัง แสดงถึงความเสี่ยงโรคกระเพาะ หากอาเจียนร่วมด้วยอาจเป็นสัญญาณของตับอ่อนอักเสบ

-มีอาการแน่นท้อง หรือท้องอืดบ่อยๆ เรื้อรังเป็นเวลานานอาจเป็นสัญญาณของนิ่วในถุงน้ำดี

-หากคลำเจอก้อนบริเวณลิ้นปี่จะเสี่ยงทั้งตับโต และกระดูกลิ้นปี่ แต่ก้อนของตับโตจะใหญ่กว่าปวดร่วมกับอาการเจ็บหรือแน่นหน้าอกเป็นสัญญาณของโรคหัวใจขาดเลือด

-หากปวดบริเวณสะดือ และขับถ่ายเหลว คลื่นไส้อาเจียน กดแล้วเจ็บ แสดงถึงอันตรายจากไส้ติ่งอักเสบได้หากมีอาการเหล่านี้อย่ารอช้าให้รีบเข้าพบแพทย์ให้เร็วที่สุด 

Burberry นำเสนอมุมมองโลกอันแตกต่าง ภายใต้แคมเปญ Spring/Summer 2021 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/556611

Burberry นำเสนอมุมมองโลกอันแตกต่าง  ภายใต้แคมเปญ Spring/Summer 2021

Burberry นำเสนอมุมมองโลกอันแตกต่าง ภายใต้แคมเปญ Spring/Summer 2021

วันพฤหัสบดี ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

Burberry เผยโฉมคอลเลคชั่น Spring/Summer 2021 นำเสนอมุมมองโลกอันแตกต่างผ่านการสร้างสรรค์ของ Riccardo Tisci ผู้อำนวยการ ฝ่ายสร้างสรรค์แบรนด์ Burberry ถ่ายทอดโดย Juergen Teller ช่างถ่ายภาพแฟชั่นระดับโลกอย่าง Juergen Teller

Riccardo Tisci ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์แบรนด์ Burberry กล่าวว่า “สำหรับโชว์ประจำฤดูกาล Spring/Summer 2021 ในครั้งนี้ฉันต้องการนำพาทุกคนสร้างสรรค์ประสบการณ์อันน่าทึ่งด้วยการรวมแฟชั่น ศิลปะ ดนตรี เทคโนโลยี และการแสดงเข้าด้วยกัน ฉันได้รับแรงบันดาลใจจากแนวคิดทวิลักษณ์หรือการสะท้อนมุมมองของความแตกต่างอย่างสุดขั้ว (Duality) มันเป็นสิ่งที่น่าทึ่งมากที่ได้เห็นมุมมองอันหลากหลายของการหลอมรวมสิ่งที่แตกต่างบนโลกเข้าด้วยกันได้อย่างลงตัว แคมเปญนี้นำเสนอการเปรียบเทียบความต่างของการถ่ายภาพแฟชั่นภายในสตูดิโอกับพื้นที่กลางแจ้งท่ามกลางธรรมชาติอันงดงาม”

ในแคมเปญนี้ได้ช่างถ่ายภาพแฟชั่นระดับโลกอย่าง Juergen Teller มาสาดแฟลชนำเสนอความต่างผ่านรูปภาพ ให้เห็นอารมณ์อันชัดเจน โดยแคมเปญนี้เป็นการเปรียบเทียบระหว่างสองอาณาจักรที่แตกต่างอย่างการอยู่ในที่ร่มและกลางแจ้งรวมถึงธรรมชาติและแฟชั่น เป็นแนวภาพถ่ายที่นำเสนอถึงภาพมิติของโชว์ Spring/Summer 2021 พร้อมนางแบบและนายแบบที่ยืนอยู่ท่ามกลางธรรมชาติสลับกับภาพสตูดิโอสุดคลาสสิกผ่านมุมมองของเลนส์กล้อง ซึ่งการหลอมรวมของความแตกต่างนี้นับเป็นหัวใจสำคัญของคอลเลคชั่นนี้

การเล่าเรื่องราวในคอลเลคชั่นนี้มีรากฐานมาจากเรื่องราวความรักระหว่างนางเงือกและปลาฉลามโดยแคมเปญ Spring/Summer 2021 ยังคงเอกลักษณ์ดั่งเดิมของ Burberry อยู่ นั่นคือความเป็นคู่ที่ผสมผสานระหว่างความโรแมนติกและสิ่งใหม่เข้าด้วยกันและสร้างสรรค์ผ่านแนวคิดในอดีตกับอนาคต

รู้ทัน 6 สัญญาณความร่วงโรยของผิว พร้อมอัพเดท Beauty Well อีกหนึ่งวิธีดูแลความงาม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/556576

รู้ทัน 6 สัญญาณความร่วงโรยของผิว พร้อมอัพเดท Beauty Well อีกหนึ่งวิธีดูแลความงาม

รู้ทัน 6 สัญญาณความร่วงโรยของผิว พร้อมอัพเดท Beauty Well อีกหนึ่งวิธีดูแลความงาม

วันพฤหัสบดี ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

เปิดศักราชใหม่สู่ปี 2021 กับเทรนด์ “Confidence to be…” ความงาม++ที่ยังคงความเป็นตัวเอง พร้อมสำรวจ 6 สัญญาณความร่วงโรยของผิว และแบ่งปัน Beauty Wellอีกหนึ่งวิธีดูแลความงามใช้รับมือกับทุกปัญหาผิวจาก แพทย์หญิงอัจจิมา สุวรรณจินดา แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผ่าตัดผิวหนัง มะเร็งผิวหนังและเลเซอร์ผิวหนัง เพื่อเติมความมั่นใจให้เหล่าหนุ่มสาว

ปัญหาผิวร่วงโรย ผิวแก่ตามวัย (ที่บางทีก็มาก่อนวัยอันควร) เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นมลพิษ ความเครียด พฤติกรรมการกิน-ดื่ม-สูบ รวมไปถึงปัจจัยภายในอย่าง โกรทฮอร์โมน (Growth Hormone) หรือ “ฮอร์โมนแห่งความหนุ่มสาว” ที่ค่อยๆ ลดลงเมื่อชีวิตก้าวเข้าสู่วัย 25 อัพ ที่ล้วนแต่ส่งผลให้เกิด6 สัญญาณความร่วงโรยของผิว ที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงลองมองตัวเองในกระจกแล้วเช็คดูซิว่าเราเข้าใกล้ “ความแก่” กันแล้วหรือยัง

1.ริ้วรอยบริเวณรอบดวงตาหรือรอยตีนกาเกิดจากการแสดงออกทางทางสีหน้า หรือการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อบริเวณรอบดวงตาซ้ำๆ

2.ร่องลึกใต้ตาลึกและคล้ำ เกิดได้จากโครงสร้างหน้า ลักษณะพันธุกรรมที่มีมาแต่กำเนิด ไปจนถึงความเครียดและการพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ

3.ผิวหน้าหย่อนคล้อย ผลพวงจากการที่มวลกระดูกที่ลดน้อยลง ทำให้จากเดิมที่โครงสร้างและกรอบของใบหน้าที่เคยดูเป็นทรวดทรงเริ่มมองเห็นได้ไม่ชัดและเกิดเป็นปัญหาร่องแก้มตามมา

4.ผิวหน้าแห้งกร้าน ไม่สดใส จากแสงแดดที่ทำร้าย มลภาวะต่างๆ และการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนภายในร่างกาย รวมถึงวัยใกล้หมดประจำเดือน

5.มุมปากตก หน้าบึ้ง อีกผลพวงเมื่อมวลกระดูกลดลงตามอายุที่มากขึ้น ส่งผลให้โครงหน้าเริ่มเปลี่ยน

6.ริมฝีปากไม่อวบอิ่มและเล็กลง

แพทย์หญิงอัจจิมา ผู้ซึ่งเชื่อในพลังของการรักตัวเอง และกฎแห่งความสมดุลของร่างกายและจิตใจ ได้พูดถึงแนวทางการดูแลความงามไว้ว่า “ถ้าสุขภาพภายในดีก็จะช่วยให้ภายนอกดูดีขึ้นได้ ดังนั้น ใครที่กำลังมีปัญหา อยากให้ลองกลับมาดูแลตัวเองขั้นพื้นฐานตามคอนเซ็ปต์ Eat Well-Exercise Well-Live Well ปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหาร หันมาออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และทำจิตใจให้ผ่องใส”แต่ปัจจัยภายในอย่างโกรทฮอร์โมนที่ลดลงเรื่อยๆ ตามวัย รวมถึงอีกหลายปัจจัยแวดล้อมที่ยากเกินควบคุม ก็มีผลให้เกิดความเสื่อมสภาพของผิวหน้า จึงเป็นที่มาของอีกวิธีดูแลตัวเองสำหรับหนุ่มสาวยุคนี้ที่ แพทย์หญิงอัจจิมา เสริมว่า “อีกข้อก็คือ Beauty Well ที่นอกจากการดูแลผิวด้วยตัวเองอย่างสม่ำเสมอแล้ว สำหรับบางปัญหาผิว ก็จำเป็นต้องได้รับการดูแลและแก้ไขจากโครงสร้างผิวอย่างล้ำลึก”

คอร์สทำหน้า MASJ อีกทางลัดสู่ความงามแบบองค์รวม กว่า 25 ปี ที่คร่ำหวอดในแวดวงผิวหนังและศาสตร์การแพทย์ชะลอวัยทั้งในและต่างประเทศรวมทั้งรั้งตำแหน่ง Global Key Opinion Leader หรือแพทย์วิทยากรที่ถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์การดูแลรักษาคนไข้แก่แพทย์รุ่นใหม่ ร่วมกับ MerzAesthetics ผู้นำด้านนวัตกรรมความงามระดับโลก แพทย์หญิงอัจจิมาแนะว่า “คอร์สทำหน้า MASJ เป็นวิทยาการความงามที่กำลังเป็นอีก Beauty Well หรือวิธีการดูแลความงามยอดนิยมของหนุ่มสาวในหลายประเทศ

คอร์สทำหน้า MASJ นั้น ประกอบด้วย 6 โปรแกรมดูแลความงามเพื่อการแก้ปัญหาผิวครอบคลุม 6 สัญญาณร่วงโรยของผิวเฉพาะบุคคลโดยรวมหลายวิทยาการความงามเข้าด้วยกันสามารถแก้ปัญหาผิวร่วงโรยได้โดยไม่ต้องผ่าตัด เช่นการเติมสารเติมเต็มผิวอย่าง Filler (ฟิลเลอร์) ชนิด Hyaluronic Acid (ไฮยาลูโรนิคแอซิด) การใช้เทคโนโลยีอัลตราซาวนด์ที่มีพลังงานคลื่นเสียงความถี่จากเครื่อง Ultherapy (อัลเทอราปี) มาช่วยปรับรูปหน้ายกกระชับผิวที่หย่อนคล้อยรวมไปถึงการเติมสารช่วยลดเลือนริ้วรอยที่มีความบริสุทธิ์แบบ 0% impurities ซึ่งผู้เข้ารับบริการคอร์สทำหน้า MASJจะได้รับการออกแบบวิธีแก้ไขปัญหาผิวแตกต่างกันไปในแต่ละเคส หรือจะเรียกว่าเป็นความงามแบบเฉพาะตัว (Hyper-Personalize Beauty) ก็ว่าได้”

ทั้งนี้ แพทย์หญิงอัจจิมา ได้กล่าวทิ้งท้ายสำหรับใครที่กำลังตัดสินใจจะเดินเข้าคลินิกความงามว่า “สำหรับเรื่องความสวยความงามเราต้องรู้ใจและรู้ตัวเองก่อนว่ามีความกังวลในส่วนใดเพื่อที่จะได้แก้ปัญหาได้ตรงจุดการวิเคราะห์ปัญหาผิวอย่างถูกต้อง คือที่มาของความสำเร็จในการรักษา ซึ่งในแต่ละกรณีก็จำเป็นต้องใช้วิธีที่หลากหลายและแตกต่างกันไป นอกจากนี้ผู้รับบริการก็ควรตรวจสอบข้อมูลของทั้งผลิตภัณฑ์และคลินิกความงามให้ถ่องแท้เสียก่อน ยิ่งสมัยนี้ที่มีการโฆษณาและทำการตลาดเกินจริงกันอย่างครึกโครม ยิ่งต้องระวัง การรับคำปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการรับรองจากสถาบันที่เชื่อถือได้จะช่วยให้การรักษาเป็นไปอย่างได้ผล รวมถึงไม่เสี่ยงอันตรายจากการให้บริการและเครื่องมือที่ไม่ได้มาตรฐานอีกด้วย”

สำหรับหนุ่มสาวคนไหนที่อยากจะอัพเดทความรู้ฉบับเต็มว่า ทั้ง 6 โปรแกรมจาก MASJ หรือวิทยาการความงามแบบองค์รวมนี้ทำอะไรได้บ้างสามารถติดตามได้ที่รายการ Woody FM https://youtu.be/JD9d_jU0G00 หรือตรวจสอบคลินิกเสริมความงามได้ที่ https://www.merzclubthailand.com รายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.myserendipityjourney.com/th

‘วิถีใหม่’ อีกหนึ่งความท้าทายในอาชีพ ‘หมอ’ ของ พญ.พจนา จิตตวัฒนรัตน์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/556579

‘วิถีใหม่’ อีกหนึ่งความท้าทายในอาชีพ ‘หมอ’  ของ พญ.พจนา จิตตวัฒนรัตน์

‘วิถีใหม่’ อีกหนึ่งความท้าทายในอาชีพ ‘หมอ’ ของ พญ.พจนา จิตตวัฒนรัตน์

วันพฤหัสบดี ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

“ชีวิตการทำงานที่ประสบความสำเร็จ” คือเป้าหมายที่ทุกคนต่างวาดฝันไว้ ไม่ว่าจะประกอบอาชีพอะไรก็แล้วแต่ ทุกคนล้วนอยากประสบความสำเร็จในวิชาชีพของตัวเองด้วยกันทั้งสิ้น โดยแต่ละคนก็มีแนวทางไปสู่ฝั่งฝันที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งสุดท้ายผลงานที่ทำก็จะเป็นตัวชี้วัดความสำเร็จนั้นได้เอง สำหรับอาชีพ “หมอ” ความสำเร็จต้องไม่เพียงแต่วัดจากการรักษาคนไข้ให้หายดี และกลับมาใช้ชีวิตปกติได้เท่านั้น แต่ยังคงต้องไม่หยุดที่จะพัฒนาต่อยอดความรู้ใหม่ๆ ยิ่งในสถานการณ์ปัจจุบันที่มีโรคระบาด ยิ่งส่งผลทำให้การทำงานของอาชีพหมอต้องเปลี่ยนแปลงไป ความท้าทายใหม่ทำให้ยิ่งต้องทบทวนถึงความสำเร็จอันแท้จริง สะท้อนให้เห็นถึงอีกหนึ่งบริบทของคนประกอบอาชีพแพทย์ในยุคโควิด ที่ถูกถ่ายทอดเรื่องราวผ่าน หมอซัง หรือ แพทย์หญิงพจนา จิตตวัฒนรัตน์ เจ้าของเพจ หมอซัง สุขภาพดีมีคำตอบ และผู้เขียน หนังสือ Unlock The Cancer DNA ถึงปัญหาและอุปสรรค รวมถึงความท้าทายของการทำงานในรูปแบบวิถีใหม่ (New Normal)

แพทย์หญิงพจนา จิตตวัฒนรัตน์เผยมุมมอง ว่า “โควิด-19 สร้างผลกระทบกับทุกภาคส่วนของอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจทั่วโลก หลายธุรกิจได้รับผลกระทบโดยตรงจากการระบาดของโควิด-19 และมีหลายแห่งจำเป็นต้องปิดตัวลงชั่วคราวตามมาตรการของรัฐซึ่งผลกระทบมีจำนวนมากในหลายภาคธุรกิจทั้งท่องเที่ยว บริการ รวมไปถึงธุรกิจสุขภาพ และถึงแม้ว่าปัจจุบันภาครัฐจะมีการทยอยปลดล็อกไปบ้างแล้ว แต่โรงพยาบาลในแผนกการรักษาพยาบาลอื่นๆ ก็จำเป็นต้องจำกัดจำนวนผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาหรือผู้คนต้องเลื่อนการรักษาออกไปก่อน ส่งผลให้สถานพยาบาล รวมถึงคนไข้ ต้องปรับตัวและเปลี่ยนแปลงกันมากยิ่งขึ้นไม่ต่างจากในหลายๆ ธุรกิจที่ต่างหันมาใช้โซเชียลมีเดีย (Social Media) หรือเครือข่ายสังคมออนไลน์ (Social Network) ในการทำการตลาดเกือบทั้งหมด ซึ่งถือได้ว่าได้เกิดโอกาสในวิกฤติในส่วนของผู้ป่วยในช่วงโควิดที่ผ่านมามีการเข้าถึงข้อมูลด้านสุขภาพมากยิ่งขึ้น ทั้งการหาข้อมูลเกี่ยวกับโรค และการรักษา ผ่านช่องทางต่างๆ เช่น Google, Website,Facebook

นอกจากนี้จะเห็นได้ว่าคนไทยให้ความสนใจในการดูแลสุขภาพ และสุขอนามัยกันมากขึ้น รวมถึงการป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญในเรื่องการเลือกรับประทานอาหาร ทำให้เทรนด์อาหารสุขภาพเป็นที่นิยมมากขึ้นไปด้วย ในส่วนของสถานพยาบาล และแพทย์ผู้รักษาก็ต้องเกิดการปรับตัว เช่น การสั่งจ่ายยาทางไปรษณีย์เพื่อหลีกเลี่ยงการมาโรงพยาบาลและลดเวลาที่ต้องอยู่ในโรงพยาบาลให้น้อยที่สุด หรือสำหรับคนไข้ที่อยู่ต่างประเทศ และด้านเทคโนโลยีของการรักษาหรือ Health Technology ก็มีการนำมาพัฒนาและนำมาใช้กันมากขึ้น เช่น การให้คำปรึกษาสำหรับผู้ป่วยด้วยการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย เช่น การทำเทเลเมดิซีน (Tele-medicine) หรือการปรึกษาแพทย์ผ่านระบบวีดีโอออนไลน์ สำหรับในกลุ่มผู้ป่วยที่ไม่สามารถมาโรงพยาบาลได้โดยในหลายๆ โรงพยาบาลได้จัดทำขึ้น เพื่อเป็นการเชื่อมโยงกับโรงพยาบาลที่ใกล้กับผู้ป่วยอยู่อาศัย ทั้งการ Consultในลักษณะของ Second Opinionเช่น การส่งฟิล์มหรือข้อมูลต่างๆ มาให้แพทย์วิเคราะห์ และการส่งผลกลับให้ผู้ป่วย เพื่อนำผลที่ได้ไปรับคำแนะนำเรื่องการรักษา และการติดตามการรักษาคนไข้ผ่านการรักษาทางไกล
อย่างต่อเนื่อง ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้จึงเป็นเหมือนโอกาสใหม่ในการนำเทคโนโลยี และแนวความรู้ ในการรักษามาปรับใช้เพื่อให้สอดรับกับวิถีชีวิตใหม่ หรือที่เรียกกันว่า นิว นอร์มอล (New Normal) นอกจากนี้การตั้งรับเพียงอย่างเดียวอาจจะไม่เพียงพอ เราต้องออกไปดูแลคนไข้ให้มีสุขภาพที่ดี มีการรักษาที่มีประสิทธิภาพ และคุณภาพเท่าเดิม ถึงแม้ว่าจะเป็นการรักษาทางไกลโดยส่วนตัวแล้วในช่วงที่ผ่านมาสิ่งที่เห็นคือ บางทีการรักษาทางยาเพียงอย่างเดียวร่างกายโทรมลง อาจจะทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถรับยาได้ดีเท่าที่ควร การเสริมเพื่อให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เช่น การปรับสารอาหาร หรือ Nutritionให้เพียงพอ ก็อาจจะทำให้สุขภาพของผู้ป่วยแข็งแรงขึ้นและได้รับการรักษาที่ดีขึ้น ซึ่งสิ่งนี้เป็นสิ่งที่จะต้องแนะนำผู้ป่วย เพื่อให้ผู้ป่วยเข้าใจคอนเซ็ปต์ในการดูแลรักษา ให้สามารถดูแลตนเองได้ แม้จะอยู่ห่างจากหมอ”

แพทย์หญิงพจนา กล่าวเสริมว่า“คนไทยหันมาดูแลรักษาสุขภาพกันมากขึ้น และกังวลเรื่องสุขภาพกันอย่างมาก ในขณะเดียวกันก็มีการศึกษาข้อมูลด้านสุขภาพต่างๆ ไปด้วย โดยเฉพาะโรคมะเร็ง อย่างตัวหมอเองทำโซเชียล มีเดีย ด้วยตัวเอง จะเห็นคำถามที่มาจากผู้ป่วยในยุคโควิดแบบเจาะลึก แสดงให้เห็นถึงการศึกษาข้อมูลมาอย่างละเอียด อย่างเช่น การรักษามะเร็งด้วยยามุ่งเป้า หรือ Targeted therapyผู้ป่วยจะรู้ข้อมูลค่อนข้างมาก เมื่อผู้ป่วยปรับตัว แพทย์เองก็ต้องปรับตัวควบคู่ไปกับการพัฒนาตัวเองขึ้นไปอีก อย่างเช่นหมอมองว่าจะให้การรักษาแบบเสริมฤทธิ์ หรือ Synergists คือ การจะให้คนไข้รับยาได้อย่างต่อเนื่อง ร่างกายของคนไข้ก็อาจจะอ่อนแอลง เราต้องดูแลวางแผนเรื่องการให้สารอาหารหรือวิตามิน เพื่อให้คนไข้มีร่างกายที่แข็งแรง เพื่อที่สามารถรับยาได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งวิธีนี้หมอได้คิดขึ้นมาเอง ซึ่งดูได้ง่ายๆ อย่างเช่นการรักษามะเร็งจากอดีตจนถึงปัจจุบัน เราจะรักษาแบบตัดอย่างเดียว ต่อมาก็เป็นการให้ยา และการฉายแสง จนพัฒนามาถึงปัจจุบันคือ การรักษาเฉพาะบุคคล หรือPersonalized medicine ซึ่งเป็นทางเลือกใหม่สำหรับการรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็ง มีการให้ยาในกลุ่มมุ่งเป้า หรือ Targeted therapy ยากลุ่มภูมิต้านทานบำบัด ซึ่งในอนาคตก็จะมีการพัฒนาไปอีกว่าภูมิต้านทานบำบัดจะเป็นไปในรูปแบบไหนเพื่อให้เจาะจงกับตัวโรคและตัวบุคคลมากขึ้น ในขณะเดียวกันหมอมองว่าต้องทำควบคู่กันไประหว่างการทำให้คนไข้หายจากโรคและ คนไข้มีสุขภาพร่างกายที่ดีขึ้น และร่างกายในส่วนอื่นๆ แข็งแรงด้วยเสมอ และถึงแม้ว่ามะเร็งอาจจะหายแล้วแต่เรายังต้องติดตามอาการของคนไข้ไปเรื่อยๆ เพื่อไม่ให้คนไข้เป็นโรคอื่น และโรคเก่าไม่กลับมาอีก ซึ่งปัจจุบันการเข้าถึงยาแบบมุ่งเป้ายังเป็นไปด้วยความลำบาก เนื่องจากเป็นยาชนิดพิเศษที่ค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง แต่ทุกปัญหาก็ยังมีทางออกเมื่อตัวยาและวิวัฒนาการด้านการแพทย์พัฒนาก้าวไกลในปัจจุบัน ระบบประกันสุขภาพก็มีการพัฒนาก้าวตามกันไปด้วย มีการออกแพ็กเกจต่างๆมาเพื่อให้ครอบคลุมการรักษาโรคร้ายต่างๆ โดยเฉพาะโรคมะเร็ง ซึ่งหากมีการวางแผนทำประกันสุขภาพไว้ ก็จะสามารถเป็นตัวช่วยให้ผู้ป่วยได้เข้าถึงการรักษาที่ครบถ้วนได้มากขึ้น”

“เมื่อมะเร็งถือเป็นโรคที่น่ากลัว แต่หากได้รับการ “เข้าใจ” อย่างแท้จริง และพร้อมที่จะปรับตัว ระวังการใช้ชีวิตให้มากขึ้น ทำจิตใจให้แจ่มใส เพียงเท่านี้ก็จะมีชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ และผ่านพ้นภาวะวิกฤติไปได้ ส่วนตัวของหมอคิดว่าการดูแลไม่ใช่แค่การให้ยาแล้วจบไปเราต้องมี Goal ที่จะทำให้คนไข้มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง เพื่อให้แน่ใจว่าสิ่งที่ได้แนะนำไปเป็นไปตามที่วางแผนไว้”

ส่องเทรนด์ต้นไม้มงคล สายมู ฉบับ 2021 ปรับฮวงจุ้ย กระตุ้นโชคลาภ เรียกทรัพย์ เสริมงาน เสริมรัก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/556628

ส่องเทรนด์ต้นไม้มงคล สายมู ฉบับ 2021 ปรับฮวงจุ้ย กระตุ้นโชคลาภ เรียกทรัพย์ เสริมงาน เสริมรัก

ส่องเทรนด์ต้นไม้มงคล สายมู ฉบับ 2021 ปรับฮวงจุ้ย กระตุ้นโชคลาภ เรียกทรัพย์ เสริมงาน เสริมรัก

วันพฤหัสบดี ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ยืนหนึ่งในการเป็นเทรนด์เด่นของคนเมือง สำหรับงานอดิเรกยอดฮิต อย่างการปลูกต้นไม้ ซึ่งนอกจากจะได้ประโยชน์ในการเพิ่มโอโซนและพื้นที่สีเขียวสบายตาให้กับตัวเองแล้ว ตามคติความเชื่อต้นไม้หลากหลายสายพันธุ์ที่มีชื่อมงคล มักเป็นที่นิยมและมีอิทธิพลต่อวิถีชีวิตของผู้คนทั่วโลกมาตั้งแต่สมัยโบราณ

ศูนย์การค้า เดอะ มาร์เก็ต แบงคอก (ราชประสงค์) ขอนำลิสต์ต้นไม้มงคลที่กำลังโดดเด่นเป็นเทรนด์มาแรงในปี 2021 มานำเสนอ ซึ่งนอกจากความสวยงามแล้วเชื่อว่าไม้มงคลเหล่านี้จะช่วยปรับฮวงจุ้ยกระตุ้นโชคลาภ เรียกทรัพย์สินมั่งคั่ง เสริมหน้าที่การงาน เสริมดวงความรัก ให้แก่ผู้ปลูกได้เป็นอย่างดี ซึ่งหากใครแวะมาที่ด้านหน้าทางเข้า ศูนย์การค้า เดอะ มาร์เก็ต แบงคอก (ราชประสงค์) ทั้งชั้น G และชั้น M ก็จะมีร้านต้นไม้เรียงรายในบรรยากาศร่มรื่นคุ้นตาผู้คน ถือเป็นศูนย์รวมพันธุ์ไม้นานาชนิดแห่งเดียวในย่านราชประสงค์ ซึ่งต้นไม้ทุกต้นที่นำมาจำหน่าย ได้รับการปรับปรุงสายพันธุ์ให้เข้ากับสภาพอากาศเมืองไทยเรียบร้อยแล้ว ดังนั้น การดูแลรักษาจึงสะดวกง่ายดาย

ต้นเดซี่ (daisy) ต้นไม้ให้ดอกน่ารักชวนหลงใหล มีความหมายดีคือ Everyday Happy มีทั้งสีขาวสีม่วง สีเหลือง สีส้ม สีแดง เป็นต้นไม้ที่คนทางฝั่งยุโรปโปรดปรานมาก เป็นสัญลักษณ์เมื่อฤดูร้อนมาเยือน หากเห็นดอกเดซี่บานสะพรั่ง นั่นหมายถึงช่วงเวลาแห่งความสุขได้มาถึงแล้ว สีสันของดอกเดซี่มีการแทนสัญลักษณ์ในหลายๆ ด้าน เช่น สีขาว เป็นตัวแทนแห่งความบริสุทธิ์ ไร้เดียงสา ดอกเดซี่สีส้ม หมายถึง คุณคือแสงสว่างในชีวิตของฉัน ดอกเดซี่สีแดง เป็นสัญลักษณ์ของความโรแมนติกความหลงใหล และความรักที่ทุ่มเท ดอกเดซี่สีเหลือง สื่อความหมายว่า ฉันจะเอาชนะใจเธอให้ได้ และเป็นสัญลักษณ์ของความสุขและมิตรภาพอีกด้วย

พิทูเนีย (Petunia) ความหมายคือต้นไม้แห่งความไม่สิ้นหวังมีกลิ่นอายแห่งความงดงาม และสีสันสดใสเต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวา ในยุโรปนิยมนำมาแขวนปลูกไว้หน้าบ้านแทบทุกระเบียงเป็นสัญลักษณ์เมื่อฤดูหนาวผ่านไป ความหวังครั้งใหม่กำลังเริ่มต้นขึ้น สำหรับในประเทศไทยหลายคนคงได้เห็นดอกและต้นพิทูเนียสีสันสวยงามปลูกแขวนตามระเบียงหน้าบ้านด้วยเช่นกัน โดยจะมีสายพันธุ์ดอกเล็กซึ่งชอบแดดรำไร ส่วนสายพันธุ์ดอกใหญ่จะชอบแดดจัด ผู้ปลูกควรศึกษาเพื่อจัดวางตำแหน่งที่เหมาะสม ให้กับต้นไม้มงคลของตนเอง

พัดโบก ต้นไม้ไทยโบราณที่หลายคนอาจลืมกันไปแล้ว แต่ปัจจุบันกำลังกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง ความหมาย “พัด” คำแรกคือพัดพาทุกข์โศกโรคภัยออกไป “โบก” คือโบกสิ่งดี สิ่งอันเป็นมงคลเข้ามา ให้ความสวยงามรูปทรงของใบคล้ายพัดสมัยโบราณ ด้วยใบสีเข้มหนามีคุณสมบัติในการดูดซับมลพิษ ฟอกอากาศ เป็นต้นไม้น้ำชอบที่น้ำขังแฉะมีกลีบดอกสีขาวสวยงาม

ไทรหัวใจเศรษฐี หรือ สาลิกาล้อมเพชร ไม้มงคลที่ควรมีสำหรับบ้านคนไทยอย่างยิ่ง ไทร หมายถึงความแผ่ไพศาล และใบที่เป็นรูปทรงหัวใจ ตามความหมายผู้ที่ศึกษาเรื่องของศาสตร์จักระ หัวใจ คือจักระที่ 4 และสีประจำจักระที่ 4 ก็คือสีเขียว ทั้งหมดล้วนผูกพันเชื่อมโยงหลายเรื่องราวอยู่ในความมงคลของต้นไม้ต้นเดียว หากผู้ปลูกยิ่งศึกษาจะยิ่งสนุกไปกับการปลูกต้นไม้เหล่านี้มาก ซึ่งแต่ละร้านได้คัดสรรมาแล้วอย่างดี ทั้งไม้มงคล ไม้ประดับสวยงาม และไม้ที่อยากให้คนไทยได้รู้จักกันมากขึ้น

Happy Bell Balloon แปลความหมายเป็นภาษาไทยก็คือ “ระฆังแห่งความสุข” กำลังเป็นเทรนด์ไม้ดอกสวยงามความหมายดีที่กำลังมาแรงอยู่ในตอนนี้ ตัวดอกตอนแรกจะกลมตูมรูปทรงเหมือนบอลลูน ก่อนที่จะค่อยๆ แตกกลีบดอกออกมาเป็นแฉก 5 แฉก ตามคติความเชื่อไทยบ้านไหนที่มีระฆังบ้านนั้นจะไม่มีสิ่งอันเป็นอัปมงคลเข้ามา ในประเทศญี่ปุ่นและเกาหลีได้รับความนิยมมาก เมื่อนำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยราคาจึงค่อนข้างสูง แต่หากมาซื้อกับร้านที่ศูนย์การค้า เดอะ มาร์เก็ต แบงคอก รับรองว่าราคาย่อมเยาเพื่อให้นักปลูกจับจองเป็นเจ้าของได้แน่นอน การเพาะปลูกดูแล Happy Bell Balloon จะเหมือนต้นกุหลาบคือยิ่งตัดยิ่งแตกดอก ชอบเจอแดดจัดเจอน้ำได้บ่อยๆ และมีอายุยืนยาวหลายปี

เดหลีหน้าวัว เป็นพืชปลูกง่ายสายพันธุ์นำเข้าจากฮอลแลนด์ เพาะปลูกอยู่ทางภาคเหนือของประเทศไทย มีเอกลักษณ์โดดเด่นสะดุดตาคือเป็นต้นไม้ที่มีใบและดอกเป็นรูปทรงหัวใจ มีใบหนาเขียวเข้มที่สามารถช่วยฟอกอากาศดูดซับสารพิษ ในเวลากลางคืนจะคายน้ำออกมาทำให้ฝุ่นละอองในอากาศมาเกาะไว้ที่ใบนักปลูกจึงนิยมปลูกในห้องนอนได้ ชอบแดดรำไร อยู่ในอากาศเย็นหรือห้องแอร์ได้สบายๆ ถือเป็นไม้มงคลที่มาแรงมากในปีนี้ เนื่องจากเป็นนักษัตรปีฉลูหรือปีวัว หลายๆ คนจึงนิยมนำดอกหน้าวัวสีแดงมาปลูกและมาตกแต่งไว้หน้าบ้านเพื่อความเป็นสิริมงคล

เดหลีใบมัน หรือ เดหลีกวักเทพมงคล ต้นไม้ชื่อมงคลอีกต้นหนึ่ง มีความแตกต่างจากต้นเดหลีหน้าวัวสายพันธุ์ทั่วไปจะมีลักษณะใบหงายออก แต่ต้นกวักเทพมงคลจะมีดอกงองุ้มรูปทรงเหมือนมือองค์เทพที่ยกขึ้นกวักโชคลาภเงินทองและความเป็นมงคลมาสู่เจ้าของ มีใบหนามันช่วยฟอกอากาศดูดซึมสารพิษ ในเวลากลางคืนจะคายน้ำและช่วยสกัดฝุ่นละออง เป็นต้นไม้ที่ปลูกง่าย ตั้งไว้ในบ้านได้ไม่ต้องการแสงแดดมาก รดน้ำ 2 วันครั้ง และให้ปุ๋ยเดือนละครั้ง

ถังทอง Golden brain เป็นกระบองเพชรชนิดหนึ่ง มีถิ่นกำเนิดแถบตะวันออกของประเทศเม็กซิโก เมื่อปลูกไปนานๆ จะมีหนามแหลมสีเหลืองทองสวยงามมาก นอกจากปลูกเพื่อความสวยงามแล้ว ยังมีความเชื่อว่าปลูกไว้ในบ้าน หรือที่ทำงานจะช่วยให้มีโชคลาภ เพราะต้นคล้ายถังและหนามสีเหลืองทองช่วยป้องกันเภทภัยต่างๆ นอกจากนี้ ในต่างประเทศยังมีการวิจัยว่ากระบองเพชรมีคุณสมบัติช่วยลดปัญหารังสีอันตรายที่แผ่ออกมาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ได้อีกด้วย ถังทองมีทั้งพันธุ์หนามสั้น และหนามยาว ชอบแสงแดดจัดให้น้ำสัปดาห์ละครั้ง ให้ปุ๋ยเดือนละครั้ง

นอกจากการปลูกไม้มงคลตามคติชื่อนามมงคลเหล่านี้แล้วนักปลูกสายมูหลายคนยังมีวิธีเลือกปลูกทั้งการ ดูทิศที่เหมาะสม การเลือกให้เหมาะสมกับขนาดพื้นที่และสภาพอากาศของสถานที่ปลูก และหลายคนยังเลือกปลูกตามวันเกิดและลัคนาราศี เพื่อช่วยเรื่องของฮวงจุ้ยส่งเสริมดวงชะตาของคนในบ้าน นอกจากนี้ ยังช่วยประดับตกแต่งสถานที่ ให้ร่มรื่นสบายตาอีกด้วย นอกจากไม้มงคลเหล่านี้แล้ว ศูนย์การค้า เดอะ มาร์เก็ต แบงคอก (ราชประสงค์) ยังมีร้านจำหน่ายพันธุ์ไม้ต่างๆ อาทิ ต้นไม้ฟอกอากาศ, ต้นไม้มงคล, ไม้ดอกไม้ประดับ, ไม้ด่าง, ไม้โขด, ไม้อวบน้ำ, แคคตัส และไม้พันธุ์หายาก Rare Item ตลอดจนอุปกรณ์การปลูกต้นไม้ และการตกแต่งสวน ให้ได้เลือกนำกลับไปปลูกกันได้อย่างเพลิดเพลินอีกด้วย

ตามติดชีวิตรักสุดหวานของ ‘นก-ศิขรินธาร’ ที่ฮ่องกง พร้อมลิ้มรสชาติความอร่อยในรายการ ‘A Taste of Home’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/556632

ตามติดชีวิตรักสุดหวานของ‘นก-ศิขรินธาร’ที่ฮ่องกง พร้อมลิ้มรสชาติความอร่อยในรายการ‘A Taste of Home’

ตามติดชีวิตรักสุดหวานของ‘นก-ศิขรินธาร’ที่ฮ่องกง พร้อมลิ้มรสชาติความอร่อยในรายการ‘A Taste of Home’

วันพฤหัสบดี ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ห่างหายจากไปใช้ชีวิตคู่อยู่ที่ฮ่องกงได้สักพัก สำหรับเซเลบริตี้นักแสดงสาว เจ้าของธุรกิจอาหารเพื่อสุขภาพ “นก-ศิขรินธาร พลายเถื่อน” ที่ล่าสุดกลายเป็นกระแสที่ได้รับการพูดถึงของแฟนๆ อีกครั้ง เมื่อเธอได้เผยเรื่องราวชีวิตคู่สุดหวานกับสามีหนุ่มนักธุรกิจลูกครึ่งสัญชาติอังกฤษ “ไรอัน เมอร์ซี” (Ryan Merszei) ซึ่งดูแลธุรกิจแฟรนไชส์ Dry Cleaning ทำความสะอาดและดูแลซ่อมแซมผลิตภัณฑ์แบรนด์เนมสุดหรู ทั้งเสื้อผ้า กระเป๋า และเครื่องหนังทั้งหลาย เรียกได้ว่ากิจการประสบความสำเร็จในระดับอินเตอร์ แถมมีหวานใจอย่างสาวนกคอยให้กำลังใจอยู่ไม่ห่าง

สาวนก-ศิขรินธาร ยอมรับว่า สามีของเธอเป็นคนโรแมนติกและดูแลเอาใจใส่เธอดีมาก ถึงแม้ว่าตารางงานจะยุ่งแค่ไหน เขาก็มักจะหาเวลามาเจอเพื่อใช้เวลาด้วยกันและด้วยความที่ชื่นชอบอาหารอร่อยๆ ด้วยกันทั้งคู่ จึงชวนกันไปลองลิ้มชิมรสเมนูใหม่ๆ ทั่วฮ่องกงอยู่เสมอ โดยฮ่องกงขึ้นชื่อในเรื่องของอาหารรสเลิศ ขนมชิมเพลิน ไปจนถึงค็อกเทลสูตรเด็ด และอื่นๆ อีกมากมาย พวกเขาจึงได้มีโอกาสดื่มด่ำประสบการณ์ด้านอาหารฮ่องกงอย่างหลากหลาย และคอยแชร์อัพเดตลงบนอินสตาแกรมให้แฟนๆ ได้ติดตามอยู่เป็นประจำ

สาวนก-ศิขรินธาร ก็มีธุรกิจอาหารเพื่อสุขภาพที่ กรุงเทพฯ ที่กำลังไปได้สวย แม้เธอจะกลับมาดูแลกิจการที่เมืองไทยได้นานๆ ครั้ง เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ตอนนี้เธอกับสามีกำลังใช้ชีวิตอย่างมีความสุขในเมืองที่เปรียบเสมือนบ้านหลังที่สองของเธออย่างฮ่องกง พร้อมวางเผยจะไปตะลุยหาของกินอร่อยๆ ในฮ่องกงด้วยกันอีกครั้ง ทั้งร้านอาหารไฟน์ไดน์นิ่งสุดหรูร้านบะหมี่ริมทาง หรือร้านอาหารที่เชี่ยวชาญเมนูพิเศษที่เราอาจไม่เคยรู้ คู่รักคู่นี้ชื่นชอบทั้งเมนูแปลกใหม่สร้างสรรค์ ไปจนถึงรสชาติท้องถิ่นที่ชวนคิดถึง และพร้อมลิ้มรสชาติความอร่อยที่มหานครแห่งนี้ภูมิใจนำเสนอ

เดือนมีนาคมนี้ สาวนก-ศิขรินธาร ร่วมเป็นหนึ่งในแขกรับเชิญในรายการ “A Taste of Home” รายการพิเศษที่จัดขึ้นจากการจับมือกันระหว่างการท่องเที่ยวฮ่องกงและช่องโทรทัศน์ TVB Jade เพื่อเชิญชวนชาวต่างชาติหลากหลายอาชีพที่อาศัยอยู่ในฮ่องกง มาร่วมแชร์เรื่องราวและประสบการณ์สนุกๆ ของพวกเขา รวมถึงวิธีที่พวกเขาค้นพบ “รสชาติ” ความอร่อยล้ำของเมนูอาหารบ้านเกิดในร้านต่างๆ ที่ฮ่องกง และที่ขาดไม่ได้เลยคือ รีวิวอาหารจานอร่อยทั่วฮ่องกง ที่จะมายั่วน้ำลายและกระเพาะอาหารของผู้ชมให้ได้หิวและคิดถึงฮ่องกงกันอีกครั้ง!

มีคนบอกว่าอาหารก็เปรียบเหมือนถ้อยคำแห่งความรัก เราจึงอยากให้แฟนๆ ลองไปติดตามชมชีวิตดี๊ดีดุจดั่ง “เจ้าหญิง” ของสาว “นก-ศิขรินธาร” กับเจ้าชายรูปงามของเธอในรายการ “A Taste of Home” ตอนพิเศษ Southeast Asia และดูว่าอาหารจานอร่อยช่วยกระชับ “ความรัก” ของคู่รักสุดหวานคู่นี้ได้อย่างไรทั้งนี้ ผู้ชมสามารถชมรายการ “A Taste of Home” ทั้ง 5 ตอน ได้ที่ช่องยูทูบของการท่องเที่ยวฮ่องกง Discoverhongkong YouTube channel

คุณแหน : 4 มีนาคม 2564 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/556610

คุณแหน : 4 มีนาคม 2564

คุณแหน : 4 มีนาคม 2564

วันพฤหัสบดี ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ll บุญชู ตรีทอง ดีใจที่ได้รับ รายงานจาก ศ.นพ.วินัย วนานุกูล หัวหน้าภาควิชาอายุรศาสตร์ และพิษวิทยา โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ว่าศูนย์พิษวิทยา รามาธิบดี ได้เป็น 1 ใน 29 หน่วยงานทั่วโลกที่สำนักงานใหญ่ องค์การอนามัยโลก เลือกมาถ่าย Video การทำงานเพื่อประชาสัมพันธ์ในการสร้าง Inspiration และ Motivationการขับเคลื่อน Initiative “The Triple billion Targets” เป็นการบริจาคปิดงบสุดท้ายในนามของภริยา ปริศนา และลูกสาว สิริน ให้สร้างตึกพิษวิทยาได้ทันที..และเปิดใช้งานแล้วตั้งแต่ปีที่ผ่าน…

ll พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง จะมอบสัมฤทธิบัตรหลักสูตรผู้นำการส่งเสริมดิจิทัลด้านธุรกิจเกษตร (CDA) รุ่นที่ 2 ดีป้า 6 มี.ค. เวลา 10.00 น. ณ รร.โนโวเทล สุขุมวิท 20…

ll เมื่อปลาย ก.พ. มูลนิธิศัลย์สร้างข้อต่อชีวิตนำโดย ศ.นพ.กีรติ เจริญชลวานิช ได้ยกทีมไปผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าและสะโพกการกุศลที่ รพ.ศรีสังวร สุโขทัย 30 คน 49 ข้อ ตามสัญญาที่ให้ไว้กับชาวสุโขทัย งานนี้ พันธ์ภิรมย์ ใบหยกได้ช่วยสนับสนุนดูแลเรื่องอาหารและร่วมบริจาคเป็นกำลังใจกับคณะทำงานด้วย…

ll นิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ พร้อมเพื่อนๆ MPPM#1 นิด้า อาทิ พล.อ.อ.เพิ่มเกียรติ ลวณะมาลย์, ชัยศักดิ์ อังค์สุวรรณ, จิราวรรณ สุญาณวนิชกุล, พล.อ.อ.ภูดิศ มหารวิเดชากร, อารีย์ กังวาลเนาวรัตน์, ภูศักดิ์ ธรรมศาล, กรกฎ ชาตะสิงห์, นันทนา มีประเสริฐ ร่วมเป็นเจ้าภาพสวดพระอภิธรรมศพ คุณแม่ ชวนชม เอมประเสริฐสุข มารดา วิเชียร เอมประเสริฐสุข ณ วัดพระศรีมหาธาตุฯ…

ll ยินดีกับนักบริหารมากความสามารถ สุทธิพงษ์ คงพูล ที่ได้เป็น ผอ.สนง.การบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) คนใหม่…

ll จรินทร์ทิพย์ ปฐมศักดิ์ นัดเพื่อนๆ Klein วบส.2 อาทิ นพ.สุขุม กาญจนพิมาย, รศ.นพ.ศุภชัย ถนอมทรัพย์, ดร.ศรีสุภางค์ มอฤทธิ์, ศรีวิรัตน์ ฉัตรจุฑามาส,จตุรงค์ วรวิทย์สุรวัฒนา, คเณตร์ เลิศหิรัญวิบูลย์, ธนบดี สวัสดิ์ศรี, พญ.กุสุมา คุณาวงษ์กฤตไปไหว้พระไหว้เจ้ารับตรุษจีน ณ วัดมังกรกมลาวาสและปิดท้ายด้วยอาหารจีนอร่อยๆ ที่ภัตตาคารเซียงปิงเหลา ชั้น 8 รร.แกรนด์ไชน่า เรียกว่าอิ่มบุญและอิ่มท้อง…

ll อนุโมทนาบุญกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ (กฟผ.) นำโดย ดร.จิราพร ศิริคำ รองผู้ว่าการฯ ได้ชวนทีมงานและมิตรสหายไปทอดผ้าป่าสามัคคี ณ วัดป่าบ้านตาดจ.อุดรธานี เพื่อสมทบทุนสร้างระบบโซลาร์เซลล์สำหรับพิพิธภัณฑ์ธรรมเจดีย์ งานนี้ก่อนกลับได้แวะไหว้พระ 9 วัดด้วย…

ll เพื่อนๆ ชาว Digital CEO#2 กระหน่ำไลน์แสดงความยินดีพร้อมเตรียมนัดฉลองใหญ่ให้กับ นพดล ศรีสรรค์ที่ได้แต่งตั้งเป็น รอง ผจก.ธ.ก.ส. ป้ายแดง…

ll ประภา ปูรณโชติ พร้อมเพื่อนๆ หลักสูตร วบส. 2 นิด้า ไปร่วมเป็นเจ้าภาพสวดพระอภิธรรมศพคุณแม่ ไน้ แซ่ลิ้ม มารดาของ ศักดาเด่นแดนโดม ณ วัดสุทธิวราราม…

ll ชื่นชม ชวิศ-วิมลลักษณ์ ยงเห็นเจริญ สานต่อโครงการชลิต อินดัสทรีสานต่อก่ออาชีพช่าง ปีที่ 2เพื่อเพิ่มโอกาสทางการศึกษาและส่งเสริมวิชาชีพช่างให้แก่เยาวชนโดยได้บริจาคเงินพร้อมอะไหล่รถยนต์และอะไหล่ยางภายใต้แบรนด์ “POP” ให้ รร.พระดาบสจังหวัดชายแดนภาคใตมูลนิธิพระดาบส…

ll ข่าวดี ใบน้อย สุวรรณชาตรี ได้รับแต่งตั้งเป็น ผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม…ll

น้อง

ทายาทผู้จัดงานมหกรรมยานยนต์ (Motor Expo) ชไมพร ปภัสร์พงษ์ เข้าสู่ประตูวิวาห์กับนักบิน วุฒิชัย ไทยวุฒิพงศ์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/556617

ทายาทผู้จัดงานมหกรรมยานยนต์ (Motor Expo)  ชไมพร ปภัสร์พงษ์ เข้าสู่ประตูวิวาห์กับนักบิน วุฒิชัย ไทยวุฒิพงศ์

ทายาทผู้จัดงานมหกรรมยานยนต์ (Motor Expo) ชไมพร ปภัสร์พงษ์ เข้าสู่ประตูวิวาห์กับนักบิน วุฒิชัย ไทยวุฒิพงศ์

วันพฤหัสบดี ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ลั่นระฆังวิวาห์อย่างหวานชื่น สำหรับงานมงคลสมรสทายาทบิ๊กบอสแห่งค่าย “สื่อสากล” สื่อสายยานยนต์ระดับต้นๆ ของประเทศไทยและโต้โผใหญ่เจ้าแรกที่จัดงาน “มหกรรมยานยนต์” หรือMotor Expo ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน ขวัญชัย-ประไพศรี ปภัสร์พงษ์กับบุตรสาวคนเก่ง ปุ๊กกี้-ชไมพร ปภัสร์พงษ์ กรรมการบริหารและรองผู้อำนวยการกองพัฒนาธุรกิจและการตลาด บริษัท สื่อสากล จำกัด ควงคู่หนุ่มนักบิน วู๊ดดี้-วุฒิชัย ไทยวุฒิพงศ์ บุตร ศรีเจษฎ์ ไทยวุฒิพงศ์-นวล มีเพชร เข้าสู่ประตูวิวาห์ท่ามกลางนักธุรกิจใหญ่ในแวดวงยานยนต์ แขกผู้มีเกียรติ และเครือญาติมาร่วมแสดงความยินดีอย่างคับคั่ง ณ ห้องรอยัล จูบิลี่ บอลรูม อิมแพค เมืองทองธานี เมื่อค่ำวันอาทิตย์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564

งานนี้บริเวณด้านหน้างานและภายในงานมีมาตรการป้องกันควบคุมเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 โดยให้แขกผู้มีเกียรติสวมใส่หน้ากากอนามัยและมีเจลแอลกอฮอล์ไว้คอยบริการหลายจุด เมื่อเข้าสู่พิธีการสำคัญ คุณพ่อเจ้าสาว ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ พร้อมด้วย คุณพ่อเจ้าบ่าวศรีเจษฎ์ ไทยวุฒิพงศ์ ร่วมเป็นประธานในพิธี กล่าวอวยพรมอบให้บุตรสาว-บุตรชายด้วยความปลื้มอกปลื้มใจและอำนวยพรให้บุตรทั้งสองเริ่มต้นใช้ชีวิตคู่อย่างมีความสุข ด้วยความรักและความเข้าใจซึ่งกันและกัน

เรื่องราวความรักของทั้งคู่เหมือนพรหมลิขิตนำพาให้ทั้งคู่ได้มาเจอกัน พบกันครั้งแรกในงาน Motor Expo ปี 2017 มีเพื่อนเจ้าบ่าวแนะนำให้รู้จัก ซึ่งตอนสมัยเรียนมหาวิทยาลัย อยู่คณะเดียวกัน พบเจอกันหลายครั้งแต่ไม่เคยได้สนทนากันเลย เจ้าสาวเผยว่า มีเพื่อนแนะนำว่าเบอร์ที่ใช้อยู่ก่อนหน้านี้อาภัพรัก ลองเปลี่ยนเบอร์ดูไหม เจ้าสาวก็ลองเปลี่ยนเบอร์ จากนั้นทั้งคู่ก็ได้ศึกษาและคบหาดูใจกัน งานนี้เจ้าบ่าวยังมีโมเมนท์สุดหวาน แอบวัดไซส์นิ้วเจ้าสาวเพื่อทำแหวนแต่งงานก่อนจะขอเจ้าสาวแต่งงาน และเซอร์ไพรส์ขอแต่งงานบนเครื่องบินส่วนตัว และเกี่ยวก้อยมาจัดงานฉลองวิวาห์ในค่ำคืนนี้อย่างหวานชื่น

อพวช.เปิดตัวแหล่งเรียนรู้สุด ‘SCREAM’ ใจกลางกรุง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/556589

อพวช.เปิดตัวแหล่งเรียนรู้สุด ‘SCREAM’ ใจกลางกรุง

อพวช.เปิดตัวแหล่งเรียนรู้สุด ‘SCREAM’ ใจกลางกรุง

วันพฤหัสบดี ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) สังกัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เปิดตัวพื้นที่การเรียนรู้แบบสร้างสรรค์แห่งใหม่ใจกลางกรุง ในชื่อ “NSM Science Square @ The Street Ratchada” ณ ศูนย์การค้า เดอะ สตรีท รัชดา ชั้น 5 ผลักดันเป็นสุดยอดแหล่งเรียนรู้ในรูปแบบ “SCREAM” ที่จะชวนคุณมาปลดปล่อยจินตนาการและสร้างประสบการณ์ผ่านการเล่น เรียนรู้ ในนิทรรศการและกิจกรรมด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมอย่างสนุกสนาน ทั้งสร้างสรรค์แรงบันดาลใจผ่านการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ด้วยตัวเอง โดยรองรับคนทุกเพศทุกวัยพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างครบครัน

ผศ.ดร.รวิน ระวิวงศ์ ผู้อำนวยการองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) กล่าวว่า อพวช. มีภารกิจในการสร้างความตระหนักด้านวิทยาศาสตร์แก่สังคมไทยและเป็นแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิตในรูปแบบพิพิธภัณฑ์ที่ผู้เข้าชมสามารถมาเรียนรู้และค้นหาคำตอบได้ด้วยตนเองโดยปัจจุบันเราเปิดให้บริการ 4 พิพิธภัณฑ์ได้แก่ พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา พิพิธภัณฑ์เทคโนโลยีสารสนเทศ และพิพิธภัณฑ์พระรามเก้า ที่ คลองห้า ปทุมธานี และในครั้งนี้ถือเป็นโอกาสที่ดี ที่ทาง อพวช. ได้เปิดตัวพื้นที่การเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์แห่งใหม่ที่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงเทพฯ ในชื่อ “NSM Science Square @ The Street Ratchada” หรือ “จัตุรัสวิทยาศาสตร์ อพวช. เดอะ สตรีท รัชดา” ซึ่งถือเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ที่เสริมสร้างประสบการณ์ และแรงบันดาลใจผ่านนิทรรศการและกิจกรรมเสริมศึกษาให้กับเยาวชนและประชาชนทั่วไปอย่างหลากหลาย ซึ่งตั้งอยู่ในศูนย์การค้า เดอะ สตรีท รัชดา ชั้น 5 ที่มีความพร้อมในทุกด้าน ทั้งยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน โดย NSM Science Square @ The Street Ratchada จะเน้นรูปแบบการเรียนรู้แบบใหม่ ที่เรียกว่า “SCREAM” ย่อมาจาก S = SCIENCE : วิทยาศาสตร์ C =Coding : การเขียนโค้ด R = Robotics :การพัฒนาและสร้างหุ่นยนต์ E =Engineering : วิศวกรรมศาสตร์ A = ART :ศิลปศึกษา และ M = Mathematic :คณิตศาสตร์ ซึ่งผู้เข้าชมจะได้เรียนรู้ผ่านกิจกรรมมากมายในคอนเซ็ปต์ที่จะให้ทุกคนได้ลองสำรวจ (Explore) ได้เรียนรู้อย่างสนุกสนาน (Enjoy) และสร้างสรรค์แรงบันดาลใจ (Inspire) ไปกับกิจกรรมที่คุณได้ลองลงมือทำด้วยตัวเอง

“ไฮไลท์ในส่วนของนิทรรศการ เราได้นำ นิทรรศการ “สวนปริศนา” LOGICAL PARK ที่จะชวนไปค้นพบเรื่องราวการไขปริศนาที่สนุกสนาน และท้าทายความคิด ด้วยชิ้นงานสื่อสัมผัสในรูปแบบเกม ที่จะทำให้การแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ และตรรกศาสตร์ เป็นเรื่องที่ง่ายและไม่น่าเบื่ออีกต่อไป โดยภายในนิทรรศการจะประกอบไปด้วยทั้งหมด 5 โซนด้วยกัน ได้แก่ โซนอัลกอริทึมโซนความน่าจะเป็น โซนตรรกศาสตร์โซนการเขียนโปรแกรม และโซนเกมปริศนา ทั้งนี้ยังมีกิจกรรมเสริมศึกษาที่น่าสนใจและห้ามพลาด”

ด้าน นายพงษ์ศักดิ์ นันตวรรณกุลกรรมการผู้จัดการศูนย์การค้า เดอะ สตรีทรัชดา กล่าวว่า ศูนย์การค้า เดอะ สตรีทรัชดา มีแนวคิดในการเป็นพื้นที่สำหรับกลุ่มครอบครัวและกลุ่มวัยรุ่น ให้มีพื้นที่ในการพักผ่อน ทำกิจกรรมร่วมกัน และสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ โดยเน้นการสร้างชุมชนของกลุ่มคนที่มีความสนใจใกล้เคียงกัน ให้มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และใช้เวลาว่างร่วมกัน ซึ่งการเปิดแหล่งเรียนรู้ในด้านวิทยาศาสตร์ ในศูนย์การค้า เดอะ สตรีท รัชดา ถือเป็นสิ่งใหม่ที่จะเข้ามาเติมเต็มให้เป็นศูนย์การค้าที่ครบถ้วนในทุกด้าน รวมทั้งจะทำให้เกิดกลุ่มผู้ใช้บริการกลุ่มใหม่ๆ ที่สนใจด้านวิทยาศาสตร์เข้ามาใช้บริการมากขึ้น ซึ่งถือเป็นช่องทางสร้างความสุขให้ทุกคนในสังคม และพัฒนาสังคมไทยให้เด็กและเยาวชนไทยได้รักและสนใจวิทยาศาสตร์มากขึ้น ถือเป็นก้าวแรกแห่งความร่วมมือครั้งสำคัญและยินดีอย่างเต็มที่ในการที่จะสนับสนุนการดำเนินงานต่างๆ ของ อพวช. ต่อไปในอนาคต

พิเศษ! ในช่วงเปิดตัวเดือนแรก มีนาคม 2564 นี้ เมื่อซื้อกิจกรรมภายในจัตุรัสวิทยาศาสตร์ อพวช. ทุก 300 บาทจะได้รับบัตรอภินันทนาการส่วนลดมูลค่า100 บาท ทันที! สำหรับ “NSM ScienceSquare @ The Street Ratchada”เด็ก, นักเรียน-นักศึกษา, สูงอายุ เข้าชมนิทรรศการ ฟรี! ผู้ใหญ่เสียค่าเข้าชมราคา 20 บาท ซึ่งเปิดให้บริการทุกวันเวลา 10.00-19.00 น. ณ ชั้น 5 ศูนย์การค้าเดอะ สตรีท รัชดา สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร.02-5779970 หรือ FACEBOOK : NSMScienceSquare