S&P Kitchen for Kids ปีที่ 17 ส่งมอบโรงครัวให้โรงเรียน 40 แห่งทั่วไทย

S&P Kitchen for Kids ปีที่ 17  ส่งมอบโรงครัวให้โรงเรียน 40 แห่งทั่วไทย

S&P Kitchen for Kids ปีที่ 17 ส่งมอบโรงครัวให้โรงเรียน 40 แห่งทั่วไทย

วันพุธ ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2569, 15.07 น.

บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจควบคู่กับการตอบแทนสังคมผ่านโครงการ “S&P Kitchen for Kids” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 17 โดยการส่งมอบโรงครัวที่สะอาด ปลอดภัย และได้มาตรฐานสุขอนามัย ให้แก่โรงเรียนในถิ่นทุรกันดารครบ 40 แห่ง ทั่วประเทศ ในปีนี้บริษัทฯ ได้เข้าไปพัฒนาและปรับปรุงโรงครัว มอบอุปกรณ์เครื่องครัวสำหรับการประกอบอาหาร และสนับสนุนโครงการเกษตรที่ยั่งยืนให้แก่โรงเรียน พร้อมทำพิธีส่งมอบโรงครัว ณ โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์จิตต์อารี ในพระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี จ.ลำปาง และโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านหนองใหญ่ จ.ศรีษะเกษ  เมื่อเร็วๆ นี้

มณีสุดา ศิลาอ่อน ประธานเจ้าหน้าที่สำนักพัฒนาความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “โครงการ “S&P Kitchen for Kids” เริ่มต้นตั้งแต่ปี 2551 โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของเด็กและเยาวชนในพื้นที่ห่างไกลให้สามารถเข้าถึงอาหารที่สะอาด ปลอดภัย ถูกสุขอนามัย และมีคุณค่าทางโภชนาการ โดยการเข้าไปพัฒนาและปรับปรุงโรงครัว โรงอาหารให้แก่โรงเรียนในเครือราชประชานุเคราะห์ ศึกษาสงเคราะห์ และโรงเรียนในถิ่นทุรกันดารทั่วประเทศให้ได้มาตรฐาน พร้อมมอบอุปกรณ์เครื่องครัวที่จำเป็นสำหรับประกอบอาหาร รวมถึงมีผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการมาอบรมให้ความรู้แก่แม่ครัว นักเรียน และบุคลากรของโรงเรียน เพื่อให้มีความรู้และสามารถประกอบอาหารให้แก่นักเรียน ได้อย่างถูกสุขอนามัย ส่งเสริมการมีสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน

ตลอดระยะเวลา 17 ปีที่ผ่านมา โครงการ “S&P Kitchen for Kids” ได้ดำเนินการพัฒนาและส่งมอบโรงครัวที่มีมาตรฐานให้แก่โรงเรียนครอบคลุมในหลายจังหวัด โดยเน้นการสร้างโรงครัวถาวรที่ยั่งยืนและทางโรงเรียนสามารถดูแลต่อได้ในระยะยาวเพราะเราเชื่อมั่นว่าอาหารที่ดีและมีคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วนเป็นพื้นฐานสำคัญของการเติบโตอย่างมีคุณภาพ โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญของประเทศชาติในอนาคต เราจึงมุ่งมั่นทำโครงการนี้ด้วยความตั้งใจตลอดมา และในปี 2568 นี้ โครงการ “S&P Kitchen for Kids” ได้ส่งมอบ โรงครัวมาตรฐานให้แก่โรงเรียนครบ 40 แห่งทั่วประเทศ และจะยังคงเดินหน้าขยายโครงการไปยังพื้นที่ที่ยังขาดแคลนต่อไป”

เอส แอนด์ พี ขอเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านสุขภาพ โภชนาการ และความเท่าเทียมของเด็กและเยาวชนไทยสู่ความยั่งยืนในระยะยาว

‘เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ’ เสด็จฯ ไปยังสำนักงานใหญ่ห้องเสื้อบัลแมง กรุงปารีส ทรงค้นคว้าข้อมูลฉลองพระองค์ ‘สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง’เพื่อเตรียมจัดนิทรรศการ

‘เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ’ เสด็จฯ ไปยังสำนักงานใหญ่ห้องเสื้อบัลแมง กรุงปารีส  ทรงค้นคว้าข้อมูลฉลองพระองค์ ‘สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง’เพื่อเตรียมจัดนิทรรศการ

‘เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ’ เสด็จฯ ไปยังสำนักงานใหญ่ห้องเสื้อบัลแมง กรุงปารีส ทรงค้นคว้าข้อมูลฉลองพระองค์ ‘สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง’เพื่อเตรียมจัดนิทรรศการ

วันพุธ ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2569, 14.45 น.

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จฯ ไปทรงศึกษาค้นคว้าข้อมูลฉลองพระองค์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งออกแบบและตัดเย็บโดยห้องเสื้อบัลแมง จากหอจดหมายเหตุของห้องเสื้อบัลแมงซึ่งเป็นฐานข้อมูลทางประวัติศาสตร์ที่จัดเก็บไว้เกือบ 70 ปี เพื่อประกอบการจัดทำนิทรรศการ LA MODE EN MAJESTÉ, HAUTE COUTURE ET TRADITION À LA COUR DE THAÏLANDE ณ สำนักงานใหญ่ของห้องเสื้อบัลแมง กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส วันที่ 12 มกราคม 2569

ห้องเสื้อบัลแมง ก่อตั้งโดยนายปิแอร์ บัลแมง นักออกแบบชาวฝรั่งเศสผู้ดูแลการตัดเย็บฉลองพระองค์แบบสากลของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงในการโดยเสด็จพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรไปทรงเยือนสหรัฐอเมริกา และประเทศต่างๆ ในทวีปยุโรปอย่างเป็นทางการเมื่อ พ.ศ. 2503

นายบัลแมงยังเป็นผู้ดูแลการตัดเย็บฉลองพระองค์ทั้งแบบสากลและแบบไทยของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงในโอกาสต่างๆ สืบต่อมา โดยภายหลังนายบัลแมงถึงแก่กรรมเมื่อ พ.ศ. 2525 สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ห้องเสื้อบัลแมง ซึ่งมีนายอีริค มอร์เทนเซน เป็นหัวหน้านักออกแบบรับผิดชอบดูแลงานตัดเย็บฉลองพระองค์ต่อไป นับเป็นการสืบทอดงานออกแบบตัดเย็บฉลองพระองค์ที่ยาวนานมากว่าสองทศวรรษ

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระผู้ทรงเป็นแรงบันดาลใจในการทรงศึกษาศิลปะและการออกแบบแฟชั่น ทรงตั้งพระทัยมั่นในการสืบสาน รักษา ต่อยอดพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงในการส่งเสริมงานออกแบบแฟชั่นไทยและการส่งเสริมผ้าไทยให้มีคุณค่าอย่างยั่งยืน

นิทรรศการ LA MODE EN MAJESTÉ, HAUTE COUTURE ET TRADITION À LA COUR DE THAÏLANDE  มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างเดือนพฤษภาคม-พฤศจิกายน 2569 เพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 170 ปี แห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการระหว่างไทยกับฝรั่งเศส ณ Musée des Arts Décoratifs กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส

คุณแหน : 14 มกราคม 2569

คุณแหน : 14 มกราคม 2569

คุณแหน : 14 มกราคม 2569

วันพุธ ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2569, 12.54 น.

๐๐ พลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี และคณะ ได้เดินทางมายังโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยจะกาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ต.แม่ลาน อ.ลี้ จ.ลำพูน เพื่อติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยมี ปิยพงศ์ ชูวงศ์ ผวจ.ลำพูน ต้อนรับ..๐๐

๐๐ อนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผวจ.ศรีสะเกษ ลงพื้นที่ อ.กันทรลักษ์ เพื่อติดตามการสำรวจและการซ่อมแซมบ้านเรือน ปชช.ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา เสียหายแล้วกว่า 300 หลัง 3 ยินดีกับ นุสรา อัสสกุล บัญญัติ ปิยพจน์ ที่ได้รับเลือกเป็น ประธาน BRAIN 2 คนใหม่ แทน ไพศาล พิสุทธิ์วัชระกุล ที่หมดวาระ..๐๐

๐๐ นพ.ภุชงค์ ชื่นชม พร้อม นพ.กนก พิพัฒน์เวช ผอ.รพ.น่าน ให้การต้อนรับ ชาวคณะ Digital CEO#8 ที่มาร่วมกิจกรรม CSR ของรุ่น เพื่อมอบเงินและสิ่งของสนับสนุน รพ.น่าน โดยมี ภก.ไพศาล พุทธสันติธรรม, ณัฐพงศ์ โกวิทยานันต์, นพ.วีรฉัตร กิตติรัตนไพบูลย์,  ยิ่งศักดิ์ อิศรเสนา ณ อยุธยา, ณัฐพงศ์ วนวงศ์สวัสดิ์, สมศักดิ์ ตรียากิจ, ธีรพงษ์ วิชญเรืองรมย์, ดร.ศศิมา ทองสมัคร, ดร.วุฒิชัย ปรีพุทธรัตน์, นาลิวัน ชินะผา, นิพัสตราภรณ์ เจียมโชติพัฒนกุล ร่วมด้วย..๐๐

๐๐จรุง เกียรติสุภาพงศ์ วันเกิดปีนี้ได้ไปไหว้ศาลเจ้าพ่อเสือและเย็นได้ฉลองกับครอบครัวอย่างอบอุ่น..๐๐

๐๐ ธีราวัลย์ ยองใย จัดพิธีบวชให้แก่บุตรชาย ธาม ยองใย เพื่อทดแทนพระคุณบิดามารดา ตามขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของไทย ณ วัดบวรนิเวศวิหาร ราชวรวิหาร โดยบรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างอบอุ่นและเรียบง่าย มีญาติสนิทมิตรสหาย ตลอดจนผู้ร่วมงานเข้าร่วมแสดงความยินดีและร่วมอนุโมทนาบุญกันอย่างพร้อมเพรียง..๐๐

๐๐ เพื่อนๆ ปธพ.1 ร่วมยินดีกับ ร.อ.นพ.ยงยุทธ มัยลาภ ที่ได้เป็นซีอีโอ ธุรกิจเวลเนส กลุ่มปิยะเวท-ตรัยญา..๐๐

๐๐ สุบิน เนตรสว่าง ให้การต้อนรับ อาณัติ จันดี พร้อมเพื่อนๆนักศึกษาหลักสูตร Digital Jumpstart #3 ไปดูศึกษางานการประยุกติ์ใช้เทคโนโลยี ของ เขื่อนรัชชประภา จ.สุราษฎร์ธานี งานนี้ บุญทวี ดวงนิราช, เรือโทภัทธวุฒิ กนกวรรณากร, ดร.สถาพร ลิมป์ปัทมปาณี, เกษสิริ ทรงเดชะ,ชวิศ ยงเห็นเจริญ, วิชัย เพ็ญศักดิ์สงวน, อัศวเมธี เหล่าวิริยภาพ, จิรวัฒน์-อรุชิดา เด่นแดนโดม, ดร.รัชลิตา นาราธิภานนท์, พัทธนันท์ กองบุญมา, อนณ เงาวิริยศิริพงศ์, พีระ เชาว์เฉลิมพงศ์, ปาริฉัตร ธำรงค์อนันต์, สิริพร ธีรปกรณ์, นัฐพงษ์ ทองสะโคม ไม่พลาด..๐๐

๐๐ยามนี้ อานนท์ เลาหะเกษตร ควงมาดาม กุลฤดี ร่วมกิจกรรมขับรถยนต์ปอร์เช่ งานครบรอบ 100ปี ของ Route 66 โดยใช้เวลา 15 วันขับข้ามทวีปตั้งแต่ Santa Monica ไป Chicago route 66..

๐๐ สุเมธ สุรบถโสภณ พร้อมคณะกรรมการ BCC รุ่น 129 ร่วมเสียใจและอาลัยต่อการจากไปของเพื่อนร่วมรุ่น พรต พันธุมสุต..๐๐

น้องใหม่

‘สมเด็จพระพระราชินี’ เสด็จฯ ทรงร่วมงาน ‘รัน ฟอร์ วีลส์#5 (Run for Wheels#5) วิ่งเพื่อให้หมาได้วิ่ง ครั้งที่ 5’

‘สมเด็จพระพระราชินี’  เสด็จฯ ทรงร่วมงาน ‘รัน ฟอร์ วีลส์#5 (Run for Wheels#5) วิ่งเพื่อให้หมาได้วิ่ง ครั้งที่ 5’

‘สมเด็จพระพระราชินี’ เสด็จฯ ทรงร่วมงาน ‘รัน ฟอร์ วีลส์#5 (Run for Wheels#5) วิ่งเพื่อให้หมาได้วิ่ง ครั้งที่ 5’

วันพุธ ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2569, 10.00 น.

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี  เสด็จพระราชดำเนินไปทรงร่วมเดิน และพระราชทานถ้วยรางวัลในการแข่งขันวิ่ง  โครงการ “รัน ฟอร์ วีลส์#๕ (Run for Wheels#5) วิ่งเพื่อให้หมาได้วิ่ง ครั้งที่ 5” ณ หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร  (เป็นการส่วนพระองค์) จัดโดย มูลนิธิ ศาสตราจารย์ ดร.จักร พิชัยรณรงค์สงคราม ร่วมกับ คณะสัตวแพทยศาสตร์ สมาคมนิสิตเก่าสัตวแพทยศาสตร์ และสมาคมนิสิตเก่ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

เมื่อเสด็จฯ ถึงหอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน นายดำรงค์  ศรีพระราม รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  นายคงศักดิ์  เที่ยงธรรม รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการและการเรียนรู้ รองศาสตราจารย์ นายสัตวแพทย์พิบูล  ไชยอนันต์ ประธานมูลนิธิ ศาสตราจารย์ จักร พิชัยรณรงค์สงคราม พร้อมด้วยคณะกรรมการจัดการแข่งขัน ฯ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ

จากนั้น  ทรงพระดำเนินไปยังจุด “สตาร์ท” (START)  พระราชทานพระราชวโรกาสให้  นายดำรงค์  ศรีพระราม รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กราบบังคมทูลรายงานการจัดงานการแข่งขันวิ่ง โครงการ “รัน ฟอร์ วีลส์#5 (Run for Wheels#5) วิ่งเพื่อให้หมาได้วิ่ง ครั้งที่ 5” ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อนำเงินรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายไปจัดทำวีลแชร์ให้แก่สัตว์พิการ และสนับสนุนจัดซื้อเครื่องมือทางการแพทย์ให้แก่คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน ต่อจากนั้น ทรงกดแตรสัญญาณปล่อยขบวนนักวิ่ง และนักวิ่งพร้อมสุนัข (ระยะทาง 10 กิโลเมตร)  และทรงกดแตรสัญญาณปล่อยขบวนนักวิ่ง และนักวิ่งพร้อมสุนัข (ระยะทาง 3 กิโลเมตร)

ในโอกาสนี้ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงร่วมกิจกรรมเดิน พร้อมกับสุนัขหลวงวินเทอร์ (ระยะทาง 3 กิโลเมตร)  เมื่อทรงร่วมกิจกรรมเดินถึงจุด “ฟินิช” (FINISH)  ณ บริเวณหอประชุมใหญ่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน พระราชทานพระราชวโรกาสให้ รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเหรียญ “รัน ฟอร์ วีลส์#๕” (Run for Wheels#5) แด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และโล่ประกาศเกียรติคุณ สำหรับสุนัขหลวงวินเทอร์

จากนั้น เสด็จฯ ไปยังเวทีหน้าหอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน พระราชทานพระราชวโรกาสให้ รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กราบบังคมทูลเบิกผู้ชนะเลิศการแข่งขันวิ่งฯ โครงการ “รัน ฟอร์ วีลส์#5  (Run for Wheels#5) วิ่งเพื่อให้หมาได้วิ่ง ครั้งที่ 5” (ระยะทาง 10 กิโลเมตร)  ประเภทชนะเลิศชาย  ประเภทชนะเลิศนักวิ่งพร้อมสุนัข  และประเภทชนะเลิศหญิง  เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท  รับพระราชทานรางวัล  ตามลำดับ

ต่อจากนั้น พระราชทานพระราชวโรกาสให้ คณะกรรมการจัดงาน ฯ และผู้ให้การสนับสนุนการแข่งขันวิ่ง ในโครงการฯ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายของที่ระลึก สมควรแก่เวลา จึงประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินกลับ

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงสนพระราชหฤทัยและทรงให้ความสำคัญของการออกกำลังกาย เพื่อให้มีสุขภาพร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรง ทรงพระปรีชาสามารถในกีฬาหลากหลายประเภท ทรงพระวิริยะอุตสาหะ กับทรงทุ่มเทพระวรกายในการฝึกฝน และทรงเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาประเภทต่าง ๆ มาโดยตลอด จนเป็นที่ประจักษ์ถึงพระปรีชาสามารถของพระองค์ที่ทรงเป็นแรงบันดาลใจและทรงเป็นแบบอย่างให้กับพสกนิกรชาวไทยให้หันมาสนใจในการออกกำลังกายและการเล่นกีฬาเพื่อให้มีสุขภาพที่ดี รวมทั้งการแข่งขันวิ่ง ในโครงการฯ ในวันนี้ เป็นการสร้างสัมพันธ์ที่ดีระหว่างเจ้าของและสัตว์เลี้ยง ทั้งยังให้ความสำคัญของการมีสุขภาพที่ดี ทั้งสุขภาพกาย และสุขภาพใจ  เกิดการเรียนรู้และปรับพฤติกรรมในการให้ความสนใจเรื่องสุขภาพและการออกกำลังกาย ส่งผลให้ทุกคนรวมทั้งสัตว์เลี้ยงมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงต่อไป

โรช และมูลนิธิสร้างรอยยิ้มฯ สนับสนุนโครงการศัลยกรรมต่อเนื่อง มอบทุนผ่าตัด ‘24 รอยยิ้ม’ สร้างชีวิตใหม่แก่เด็กในภาคเหนือ

โรช และมูลนิธิสร้างรอยยิ้มฯ สนับสนุนโครงการศัลยกรรมต่อเนื่อง  มอบทุนผ่าตัด ‘24 รอยยิ้ม’ สร้างชีวิตใหม่แก่เด็กในภาคเหนือ

โรช และมูลนิธิสร้างรอยยิ้มฯ สนับสนุนโครงการศัลยกรรมต่อเนื่อง มอบทุนผ่าตัด ‘24 รอยยิ้ม’ สร้างชีวิตใหม่แก่เด็กในภาคเหนือ

วันพุธ ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2569, 10.00 น.

บริษัท โรช ไดแอกโนสติกส์ (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท โรช ไทยแลนด์ จำกัด ร่วมกับมูลนิธิสร้างรอยยิ้ม ประเทศไทย (Operation Smile Thailand) สนับสนุนโครงการศัลยกรรมต่อเนื่องระยะยาว 50 รอยยิ้ม ณ โรงพยาบาลเชียงราย ประชานุเคราะห์ เพื่อมอบทุนในการผ่าตัดที่จำเป็นแก่เด็กและครอบครัวในพื้นที่ภาคเหนือ โดยได้รับทุนสนับสนุน จากโครงการ โรช ชิลเดรนส์ วอล์ค (Roche Children’s Walk 2025)

พิธีมอบทุนจัดขึ้นอย่างเป็นทางการเมื่อเร็ว นี้  โดยมี  มิไฮ อีริเมสซู กรรมการผู้จัดการ บริษัท โรช ไดแอกโนสติกส์ (ประเทศไทย) จำกัด และ แมทธิว โคทส์ ผู้จัดการทั่วไป โรช ไทยแลนด์ เมียนมาร์ กัมพูชา และลาว เป็นตัวแทนส่งมอบการสนับสนุนโครงการ “ผ่าตัดแบบต่อเนื่องไม่จำกัดระยะเวลา จำนวน 24 รอยยิ้ม” ให้แก่ นพ.สมศักดิ์ อุทัยพิบูลย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์

พลังแห่งความกล้าหาญจากชุมชนบนดอย

การสนับสนุนครั้งนี้มีความหมายอย่างยิ่ง เนื่องจากผู้ป่วยส่วนใหญ่ โดยเฉพาะเด็กๆ ที่มีภาวะปากแหว่ง เพดานโหว่ แผลไหม้รุนแรง หรือความผิดปกติของนิ้วมือ/นิ้วเท้า  มักอาศัยอยู่ในพื้นที่ห่างไกล ชุมชน ชนบท หรือ บนพื้นที่สูง (บนดอย/บนเขา) การขาดแคลนสารอาหารหรือการเข้าถึงการดูแลสุขภาพ ของบิดามารดาในช่วงตั้งครรภ์อาจเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดความเสี่ยง

“เราได้พบกับครอบครัวผู้ป่วยหลายครอบครัว ที่ลูกหลานต้องเดินทาง อย่างยากลำบาก จากหมู่บ้านบนดอยเพื่อมาถึงโรงพยาบาล”  มิไฮ อีริเมสซู กล่าว “ความกล้าหาญและ ความมุ่งมั่นของเด็กๆ เหล่านี้เป็นแรงบันดาลใจที่ยิ่งใหญ่ที่สุด การบริจาคนี้จึงไม่ใช่เพียง การให้ทุน แต่คือการมอบโอกาสให้เด็กๆ ได้กลับมา ยิ้มได้ ทานอาหารได้ตามปกติ มีความมั่นใจ และเติบโตได้อย่างเต็มศักยภาพ”

โครงการ Roche Children’s Walk – 22 ปีแห่งความผูกพัน

โครงการ Roche Children’s Walk เป็นกิจกรรมระดมทุนที่ขับเคลื่อนโดยพนักงานโรชทั่วโลก อย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2546 (ค.ศ. 2003) โดยมีจุดมุ่งหมายหลักในการช่วยเหลือ เด็กผู้ด้อยโอกาสทั่วโลก สำหรับปี พ.ศ. 2568 นี้ พนักงานโรช หน่วยธุรกิจการตรวจวินิจฉัย และหน่วยธุรกิจยา ได้ร่วมกันระดมทุนรวมกับเงินสมทบจากบริษัทเป็นจำนวน 1,220,000 บาท โดยเงินจำนวน  610,000 บาท ได้รับการมอบให้กับมูลนิธิสร้างรอยยิ้ม เพื่อสนับสนุนค่าใช้จ่าย ในการผ่าตัดประมาณ 24 เคส (24 รอยยิ้ม)

แมทธิว โคทส์ กล่าวเสริมว่า “ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ ‘OneRoche’ ในการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยและชุมชน นอกเหนือจากนวัตกรรม ทางการแพทย์ เรายังให้ความสำคัญกับมิติทางสังคมและจิตใจ เพื่อส่งต่อการดูแลและรอยยิ้ม ให้กับเด็ก ๆ ในพื้นที่ภาคเหนือของประเทศไทยอย่างทั่วถึง”

นพ. สมศักดิ์ อุทัยพิบูลย์ ผู้อำนวยการ โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ กล่าวว่า “โครงการผ่าตัดต่อเนื่องนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับภาคเหนือ เนื่องจากเราเป็นโรงพยาบาลศูนย์ที่ให้บริการผู้ป่วยในพื้นที่ห่างไกล การสนับสนุนจากโรชและมูลนิธิสร้างรอยยิ้ม ทำให้เราสามารถขยายการเข้าถึงการผ่าตัดที่มีความชำนาญสูงได้อย่างยั่งยืน ขอขอบคุณจากใจจริง แทนผู้ป่วยทุกราย”

พนิดา พรหมจรรยา ผู้อำนวยการมูลนิธิสร้างรอยยิ้ม กล่าวว่า “รอยยิ้มที่สร้างขึ้น แต่ละครั้งต้องอาศัยการทำงานร่วมกันอย่างเข้มแข็ง การสนับสนุนค่าใช้จ่ายที่ต่อเนื่อง จากโครงการ โรช ชิลเดรนส์ วอล์ค ช่วยให้เราวางแผนการรักษาได้ในระยะยาว เพื่อให้เด็กๆ ได้รับการดูแลอย่างครบถ้วน”

นางสาวฤทัยวรรณ ศิลปาจารย์ หัวหน้าฝ่ายการสื่อสารองค์กร บริษัท โรช ไดแอกโนสติกส์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า “พวกเราภูมิใจที่ทุกๆปี กิจกรรมระดมทุนที่เราทำ กับพนักงาน ในโครงการ Roche Children’s Walk ได้กลายเป็นเงินทุนที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลง ชีวิตจริง เมื่อได้เห็นภาพเด็กๆ ที่จะได้รับโอกาสนี้ มันเป็นแรงผลักดันให้พวกเรา ทำงานเพื่อสังคมต่อไป อย่างไม่หยุดยั้ง”

กิจกรรม “โรช ชิลเดรนส์ วอล์ค – Roche Children’s Walk” ในปีนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งปี ที่ประสบความสำเร็จ และโรช  ยังคงเดินหน้าสานต่อพันธกิจในการช่วยเหลือและสนับสนุน เด็กด้อยโอกาส ทั้งในประเทศไทยและในต่างประเทศ การจัดกิจกรรม “โรช ชิลเดรนส์ วอลค์ – Roche Children’s Walk” อย่างต่อเนื่องทุกปีนั้นแสดงถึงความตั้งใจของโรช ในการยกระดับคุณภาพชีวิต ของชุมชนอย่างยั่งยืน ผ่านการสนับสนุนโครงการเพื่อเด็กในระดับประเทศและนานาชาติ ความร่วมมือที่เกิดขึ้นจากพนักงานโรชทั่วโลกแสดงถึงพลังแห่งการเปลี่ยนแปลง และความเชื่อมั่นในการสร้างอนาคตที่ดีกว่าให้กับเด็ก ๆ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในทุก ๆ กิจกรรมของโรช

นิทรรศการสุดสร้างสรรค์ ‘Art Speaks One Language’ ผลงานกลุ่มศิลปินอิสระและศิลปินเด็กพิเศษกว่า 100 ชิ้น

นิทรรศการสุดสร้างสรรค์ ‘Art Speaks One Language’   ผลงานกลุ่มศิลปินอิสระและศิลปินเด็กพิเศษกว่า 100 ชิ้น

นิทรรศการสุดสร้างสรรค์ ‘Art Speaks One Language’ ผลงานกลุ่มศิลปินอิสระและศิลปินเด็กพิเศษกว่า 100 ชิ้น

วันพุธ ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2569, 09.00 น.

ครั้งแรกกับปรากฎการณ์ครั้งสำคัญทางศิลปะ นิทรรศการสุดสร้างสรรค์ “Art Speaks One Language ศิลปะไร้พรมแดน ต่างคน ต่างศิลป์ หนึ่งหัวใจ” พื้นที่แห่งโอกาสในการสร้างความเท่าเทียม หลากหลาย และการอยู่ร่วมกัน ผ่านการผสานพลังของกลุ่มศิลปินอิสระและศิลปินเด็กพิเศษ (ออทิสติก / ผู้พิการทางการได้ยิน และทางสายตา) นำโดย “ปราง เวชชาชีวะ” แท็กทีม “อเล็ก-ชนกรณ์ พุกะทรัพย์” ศิลปินเด็กพิเศษดิจิทัลอาร์ท ที่จะมาถ่ายทอดภาพสะท้อนของหัวใจที่เปิดกว้าง เพื่อเปลี่ยนความต่างเป็นพลังแห่งการยอมรับ พร้อมส่งต่อรายได้สร้างห้องเรียนศิลปะให้เด็กยากไร้ ผ่านมูลนิธิซี.ซี.เอฟ.ฯ

ปราง เวชชาชีวะ

นิทรรศการ “Art Speaks One Language” นำเสนอผลงานศิลปะกว่า 100 ชิ้น จากศิลปินทั่วไปและศิลปินเด็กพิเศษรวมกว่า 40 คน ถ่ายทอดอัตลักษณ์ผ่านภาพวาด ลายเส้น สี และเทคนิคเฉพาะตัว สะท้อนความหลากหลาย ความเท่าเทียม และการอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข เพื่อสร้างสังคมที่ยอมรับความแตกต่างอย่างแท้จริง ผ่านผลงานศิลปะอย่างทรงพลัง โดยรายได้ส่วนหนึ่งจากการจำหน่ายผลงานและผลิตภัณฑ์ศิลปะจะนำไปสนับสนุนมูลนิธิซี.ซี.เอฟ. เพื่อเด็กและเยาวชน ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อพัฒนาห้องเรียนศิลปะสำหรับเด็กยากไร้ทั่วประเทศ

นิทรรศการ Art Speaks One Language เข้าชมฟรี! ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ศิลปะพูดภาษาเดียวกันเพื่อทุกคน ระหว่างวันที่ 10–15 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ห้องไปรษณีย์นฤมิต ไปรษณีย์กลางบางรัก เดินทางสะดวกด้วย BTS สะพานตากสิน

อเล็ก-ชนกรณ์ พุกะทรัพย์

ภายในงานพบกับกิจกรรมไฮไลท์ ได้แก่ Gallery Tours, i-stamp i-memory เก็บโมเมนต์ดีๆ กิมมิคสุดชิคภายในงาน ด้วยแสตมป์ที่สกรีนภาพไม่เหมือนใคร ตามความชื่นชอบจากผลงานศิลปินที่คุณชื่นชอบภายในงาน ใช้เวลาผลิตไม่เกิน 5 นาที รอรับได้เลย  พลาดไม่ได้!!หนึ่งไฮไลท์สำคัญ คือ สร้างสรรค์ Post Card แบบ DIY ด้วยตัวคุณเอง ส่งให้คนสำคัญในวันพิเศษ

RMHC Thailand จัดงานวิ่งการกุศลระดมทุนเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยเด็กและครอบครัว

RMHC Thailand จัดงานวิ่งการกุศลระดมทุนเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยเด็กและครอบครัว

RMHC Thailand จัดงานวิ่งการกุศลระดมทุนเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยเด็กและครอบครัว

วันพุธ ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

มูลนิธิโรนัลด์ แมคโดนัลด์ เฮาส์ ประเทศไทย ร่วมกับ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  ผนึกพลังพันธมิตรจากทั้งภาครัฐและเอกชนสร้างปรากฏการณ์งานวิ่งการกุศลเพื่อคนรักสุขภาพ รวมพลังส่งต่อความดีสู่สังคมในงาน ‘RMHC Mini Marathon Run For Kids วิ่งเพื่อน้อง 2025’ ที่จบลงไปอย่างงดงาม ด้วยพลังแห่งการให้และกำลังใจจากนักวิ่งกว่า 5,000 คน ซึ่งร่วมกันระดมทุนเพื่อสนับสนุนโครงการช่วยเหลือผู้ป่วยเด็กและครอบครัวให้ได้อยู่ใกล้กัน ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

กิตติวรรณ อนุเวชสกุล รองประธานกรรมการ มูลนิธิ โรนัลด์ แมคโดนัลด์ เฮาส์ ประเทศไทย กล่าวว่า “มูลนิธิโรนัลด์ แมคโดนัลด์ เฮาส์ ประเทศไทย (RMHC Thailand) ยืนหยัดเคียงข้างสังคมไทยมายาวนานกว่า 24 ปี สำหรับการจัดงานวิ่งการกุศล ‘RMHC Mini Marathon Run For Kids วิ่งเพื่อน้อง 2025’  ครั้งนี้ เป็นครั้งที่ 11 แล้ว โดยในปีนี้ ยังคงได้รับเกียรติจากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ได้เข้าร่วมเป็นพันธมิตรสำคัญในการจัดงาน พร้อมทั้งผนึกกำลังกับพันธมิตรจากหลายภาคส่วน เพื่อสร้างปรากฎการณ์งานวิ่งการกุศลที่พร้อมส่งต่อพลัง ความหวัง และสร้างกำลังใจให้กับผู้ป่วยเด็กและครอบครัว มูลนิธิขอขอบคุณทุกการสนับสนุนจากนักวิ่งกว่า 5,000 คน ที่ร่วมส่งต่อพลังแห่งการให้ เพื่อสนับสนุนมูลนิธิโรนัลด์ แมคโดนัลด์ เฮาส์ ประเทศไทยในการสานต่อภารกิจในการดูแลครอบครัวผู้ป่วยเด็กได้อย่างยั่งยืน”

ด้าน รศ.ดร.นพ.จิรุตม์ ศรีรัตนบัลล์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และคณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า “เรารู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นพันธมิตรสำคัญในการจัดงานวิ่งการกุศล ‘RMHC Mini Marathon Run For Kids วิ่งเพื่อน้อง 2025’  ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3  ซึ่งยังคงได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากนักวิ่งผู้รักสุขภาพ โดยเล็งเห็นว่าการระดมทุนในครั้งนี้จะช่วยสานต่อพันธกิจของมูลนิธิในการสนับสนุนให้ครอบครัวผู้ป่วยเด็ก ได้มีที่พักพิงที่อบอุ่นและได้อยู่ใกล้ชิดบุตรหลานระหว่างเข้ารับการรักษาที่โรงพบาบาล ซึ่งถือเป็นสิ่งที่ช่วยเสริมพลังใจให้ทั้งเด็กและครอบครัวสามารถต่อสู้กับโรคภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งยังเป็นการส่งเสริมการรักษาแบบมีครอบครัวเป็นศูนย์กลางให้เป็นมาตรฐานใหม่ในการดูแลรักษาผู้ป่วยเด็กในประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรม”

ภายในงานเต็มไปด้วยรอยยิ้มและความสุขของนักวิ่งทุกเพศทุกวัย นำโดย ณจ๋า – ณัฐฐาวีรนุช ทองมี ไอคอนสาวผู้รักสุขภาพ และคนดังจากหลากหลายวงการที่มาร่วมวิ่งด้วยหัวใจแห่งการให้อย่างสนุกสนาน คึกคักไปด้วยกิจกรรมสุดสนุกจากหลากหลายบูธ ให้เหล่านักวิ่งได้ลุ้นรับของรางวัล   พร้อมอิ่มอร่อยกับเมนูจากแมคโดนัลด์ และพันธมิตรอีกมากมายตลอดทั้งงาน เพื่อร่วมระดมทุนสนับสนุนโครงการต่างๆ ภายใต้การดูแลของมูลนิธิโรนัลด์ แมคโดนัลด์ เฮาส์ ประเทศไทย ได้แก่ โครงการบ้านพักพิงโรนัลด์ แมคโดนัลด์ เฮาส์ หรือ “บ้านแมค” ทั้ง 4 แห่งที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อมอบที่พักพร้อมมื้ออาหารให้ครอบครัวผู้ป่วยเด็ก หน่วยรถทันตกรรมเคลื่อนที่โรนัลด์ แมคโดนัลด์ ให้บริการด้านทันตสุขภาพ ทั้งด้านการรักษาและป้องกันให้กับเด็กในพื้นที่ห่างไกลและ โครงการห้องสันทนาการเด็ก ในโรงพยาบาลรัฐกว่า 40 แห่งทั่วประเทศเพื่อคลายความกังวลให้ผู้ป่วยเด็กระหว่างรอพบแพทย์ นอกจากนั้นมูลนิธิยังต้องการขยายการบริการครอบครัวให้ครอบคลุมยิ่งขึ้นผ่าน โครงการ RMHC Family Room ห้องพักผ่อนสำหรับครอบครัวผู้ป่วยเด็กภายในโรงพยาบาล เพื่อให้พ่อแม่และครอบครัวได้ใช้พักผ่อนและได้อยู่เคียงข้างกันอย่างอบอุ่น ระหว่างช่วงการดูแลบุตรหลานระหว่างเข้ารับการรักษาเพื่อส่งเสริมการรักษาผู้ป่วยเด็กแบบมีครอบครัวเป็นศูนย์กลาง

ทั้งนี้ สามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนภารกิจของมูลนิธิโรนัลด์ แมคโดนัลด์ เฮาส์ ประเทศไทย ได้ง่ายๆ ที่ร้านแมคโดนัลด์ทุกสาขาทั่วประเทศผ่านโปรแกรม Round-Up  หรือสแกน QR Code ที่กล่องรับบริจาคของมูลนิธิและเครื่องสั่งอาหารอัตโนมัติ หรือบริจาคผ่านเว็บไซต์เทใจ https://taejai.com/th/d/freedentaltreatment_ch/#donate  (ลดหย่อนภาษีได้) สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ มูลนิธิโรนัลด์ แมคโดนัลด์ เฮาส์ ประเทศไทย ได้ที่ FB • IG • TikTok • LINE @rmhcthailand หรือ http://www.rmhc.or.th

เซ็นทรัลพัฒนา มอบทุนประกวดคลิปสั้น ปลุกพลังรักษ์โลกของเด็กรุ่นใหม่

เซ็นทรัลพัฒนา มอบทุนประกวดคลิปสั้น ปลุกพลังรักษ์โลกของเด็กรุ่นใหม่

เซ็นทรัลพัฒนา มอบทุนประกวดคลิปสั้น ปลุกพลังรักษ์โลกของเด็กรุ่นใหม่

วันพุธ ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

เซ็นทรัลพัฒนา ปลุกพลังรักษ์โลกของเด็กรุ่นใหม่ เฟ้นหาผู้ชนะจากนักเรียนกว่า 120 ทีมทั่วประเทศ จัดพิธีมอบประกาศนียบัตรและทุนการศึกษาผ่านการประกวดคลิปสั้นประกอบเพลง “ลองมา(RE)” ภายใต้โครงการ “เรียนดี มีความสุข สู่อนาคตที่สดใส” ระหว่างกระทรวงศึกษาฯและเซ็นทรัลพัฒนา

ในวันเด็กแห่งชาติ ที่ผ่านมา เซ็นทรัลพัฒนา ประกาศความสำเร็จจากความร่วมมือภายใต้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือการส่งเสริมศักยภาพนักเรียน นักศึกษาระหว่างกระทรวงศึกษาธิการ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด  (มหาชน) และกลุ่มบริษัทเซ็นทรัล เพื่อตอบสนองนโยบาย “เรียนดี มีความสุข” สร้างระบบนิเวศทางการศึกษา ผ่านความร่วมมือระหว่างกระทรวง ครูผู้สอน บุคลากรทางการศึกษา ผู้ปกครอง ชุมชน และผู้ประกอบการ อีกทั้ง เปิดโอกาสให้นักเรียนได้เรียนรู้ ผ่านการลงมือทำจริง ตามแนวทางการขับเคลื่อนเพื่อความยั่งยืน- เซ็นทรัล ทำ ของกลุ่มเซ็นทรัล จัดพิธีมอบประกาศนียบัตรและทุนการศึกษาใน “คลิปสั้นประกอบเพลง ‘ลองมา(RE)’ ภายใต้โครงการ “เรียนดี มีความสุข สู่อนาคตที่สดใส” ระหว่างกระทรวงศึกษาฯและเซ็นทรัลพัฒนา รวม 8 รางวัล และ 2 รางวัลพิเศษ จากผลงานของนักเรียนกว่า 120 ทีมทุกภูมิภาค ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ทั่วประเทศ

โครงการนี้เปิดโอกาสให้นักเรียนตั้งแต่ระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา ปวช. และผู้เรียนในสังกัดกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ร่วมแสดงความคิดสร้างสรรค์ สวมบทบาทตามเนื้อหาในบทเพลง เต้น รวมถึงร้องเพลง ถ่ายทอดเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและการส่งเสริมชุมชน ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดในบทเพลง ‘ลองมา(RE)’ ลงในวิดีโอคลิปความยาวระหว่าง 1 ถึง 2 นาที ที่ออกแบบให้เหมาะสมสำหรับการเผยแพร่บน TikTok หรือ Facebook โดยผู้ชนะจากทีมต่างๆ พร้อมทั้งคณะครูอาจารย์และผู้ปกครอง ได้เข้าร่วมในพิธีรับประกาศนียบัตร ทุนการศึกษา และ ของที่ระลึกรวมมูลค่า 100,000 บาท จากตัวแทนศึกษาธิการจังหวัดฯ ผู้บริหารระดับสูงของเซ็นทรัลพัฒนา และ ผู้จัดการทั่วไปของศูนย์การค้าเซ็นทรัล 7 สาขา ทั่วประเทศ ได้แก่ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงใหม่ ,เซ็นทรัล พิษณุโลก, เซ็นทรัล อุดร, เซ็นทรัล นครปฐม, เซ็นทรัล นครสวรรค์เซ็นทรัล ชลบุรี และ เซ็นทรัล สุราษฎร์ธานี โดยผลการตัดสิน จากคณะกรรมการ มีรายละเอียดดังนี้

ภาคเหนือ จำนวน 2 โรงเรียน ได้แก่  โรงเรียน ดาราวิทยาลัย เชียงใหม่  (รางวัลชนะเลิศ ระดับ ประถมศึกษา)  โรงเรียน ฮอดพิทยาคม เชียงใหม่  (รางวัลชนะเลิศ ระดับ มัธยมศึกษาตอนปลาย/ปวช.)  ภาคตะวันตก จำนวน 2 โรงเรียน ได้แก่  โรงเรียน สรรพวิทยาคม ตาก (รางวัลชนะเลิศ ระดับ มัธยมศึกษาตอนต้น)  โรงเรียน ตากพิทยาคม ตาก  (รางวัลชมเชย ระดับ มัธยมศึกษาตอนต้น)) ภาคอีสาน จำนวน 1 โรงเรียน ได้แก่  สกร.ระดับอำเภอเซกา สังกัดกรมส่งเสริมการเรียนรู้ จังหวัดบึงกาฬ (รางวัลชมเชย ระดับ  กรมส่งเสริมการเรียนรู้ )  ภาคกลาง จำนวน 3 โรงเรียน ได้แก่ โรงเรียน วิทยาลัยอาชีวศึกษานครปฐม  (รางวัลชมเชย ระดับ มัธยมศึกษาตอนปลาย/ปวช.) โรงเรียน นครสวรรค์ปัญญานุกูล นครสวรรค์ (รางวัลพิเศษ) โรงเรียน วิทยาลัยเทคนิคแม่วงก์ นครสวรรค์ (รางวัลพิเศษ)   ภาคตะวันออก จำนวน 1 โรงเรียน ได้แก่ โรงเรียน นาวิกโยธินบูรณะ ชลบุรี  (รางวัลชมเชย ระดับ ประถมศึกษา) ภาคใต้ จำนวน 1 โรงเรียน ได้แก่ สกร.ระนอง ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอ เมืองระนอง (รางวัลชนะเลิศ ระดับกรมส่งเสริมการเรียนรู้)

สำหรับเพลง “ลองมา(RE)” เป็นบทเพลงสนุกๆ ที่เชิญชวนให้เด็กรุ่นใหม่มีหัวใจรักษ์โลก ปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตให้รักษ์โลกตามแนวคิด (RE)Lifestyle ด้วยวิธีการง่ายๆ อย่างการรีไซเคิลขยะเหลือใช้รอบตัว ลดการสร้างขยะโดยไม่จำเป็น ซึ่งจะนำไปสู่ประโยชน์ทั้งในแง่การดูแลชุมชน การลดขยะเพื่อสิ่งแวดล้อม ไปจนถึงการสร้างรายได้พิเศษจากการนำขยะรีไซเคิลมาแลกพอยท์ ซึ่งมียอดรับชมกว่า 500,000 วิว และ คลิปจากของทีมที่ชนะทั้งหมด ยังได้รับการเปิดประชาสัมพันธ์บนจอในศูนย์การค้า ช่วยสร้างแรงบันดาลใจในการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเพื่อโลกของเราให้กับเด็กและเยาวชนคนรุ่นใหม่ทุกคน

​เปิดกล่องดำ ‘Black Box’ กับโจทย์การศึกษาในโลกที่ไม่ปกติ

​เปิดกล่องดำ ‘Black Box’ กับโจทย์การศึกษาในโลกที่ไม่ปกติ

​เปิดกล่องดำ ‘Black Box’ กับโจทย์การศึกษาในโลกที่ไม่ปกติ

วันพุธ ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

เมื่อสงครามไม่ใช่เหตุเดียว และการศึกษาต้องยืดหยุ่นกว่าที่เคย ในโลกยุคใหม่ ความไม่ปกติไม่ได้มาในฐานะ “เหตุฉุกเฉิน” อีกต่อไป แต่มาในฐานะ “สภาพแวดล้อมถาวร” ที่มนุษย์ต้องใช้ชีวิตอยู่ภายใน สงคราม ภัยพิบัติ โรคอุบัติใหม่ ความผันผวนทางเศรษฐกิจ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และเทคโนโลยีที่เคลื่อนตัวเร็วกว่าสถาบัน ล้วนไม่ได้เกิดสลับกันเป็นช่วง ๆ หากซ้อนทับกันเป็นฉากหลังของชีวิตผู้คนจำนวนมาก โดยเฉพาะเด็ก

ภายใต้ฉากหลังเช่นนี้ คำถามสำคัญที่สุดอาจไม่ใช่คำถามของนักนโยบายหรือผู้เชี่ยวชาญ แต่คือคำถามเรียบง่ายของเด็กบางคน ไม่ใช่คำถามว่า จะเรียนอะไรดี แต่คือคำถามที่เบากว่านั้น และหนักกว่านั้น “พรุ่งนี้ยังจะปลอดภัยพอให้ฝันต่อได้ไหม”

คำถามเช่นนี้ไม่ใช่ถ้อยคำเชิงอารมณ์ หากเป็นตัวชี้วัดเชิงโครงสร้างที่แม่นยำกว่าสถิติทั้งระบบ เพราะมันท้าทายสมมติฐานพื้นฐานของการศึกษาในศตวรรษที่ 21 ว่า เรากำลังออกแบบระบบการเรียนรู้บนโลกแบบใด และเพื่อเด็กกลุ่มใด

เมื่อการเรียนรู้ยังถูกผูกไว้กับเงื่อนไขของ “ความปกติ” โลกที่ไม่ปกติย่อมผลักเด็กจำนวนหนึ่งออกจากระบบโดยอัตโนมัติ ไม่ใช่เพราะเขาอ่อนแอ แต่เพราะระบบไม่เคยถูกออกแบบมาเพื่อรองรับชีวิตที่เปราะบาง และเมื่อการเรียนรู้หยุด สิ่งที่หยุดตามไปด้วยไม่ใช่เพียงชั้นเรียน แต่คือเส้นทางอนาคตของเด็ก และศักยภาพของสังคมในระยะยาว

สงครามเป็นเหตุหนึ่ง แต่ไม่ใช่เหตุเดียว เมื่อระบบการศึกษาถูกทดสอบด้วยความผันผวนถาวร ภาวะสงครามในพื้นที่ชายแดนคือภาพสะท้อนที่ชัดเจนที่สุดภาพหนึ่ง เมื่อความปลอดภัย การดำรงชีวิต และปัจจัยพื้นฐานต้องมาก่อนห้องเรียน การเรียนรู้ของเด็กจึงหลุดวงโคจรอย่างฉับพลัน ไม่ใช่เพราะเด็กไม่อยากเรียน แต่เพราะชีวิตไม่เอื้อให้เรียนได้ตามระบบ

แต่หากมองให้ลึกกว่านั้น สงครามเป็นเพียง “เหตุการณ์ปลายยอด” ของปัญหาใหญ่กว่า คือโลกยุคใหม่ที่เต็มไปด้วยความผันผวนและความเสี่ยงซ้อนทับ ตั้งแต่สภาพภูมิอากาศสุดขั้ว ภัยพิบัติที่เกิดถี่ เทคโนโลยีที่เปลี่ยนเร็วกว่าองค์กรจะปรับตัว โรคอุบัติใหม่ ไปจนถึงความเหลื่อมล้ำที่ทำให้เด็กจำนวนมาก “เข้าไม่ถึงความปกติ” ตั้งแต่แรก

กรอบคิดเชิงนโยบายระดับนานาชาติเริ่มชัดขึ้นเรื่อยๆ ว่า ระบบการศึกษาต้องไม่เพียง “ตอบสนองต่อวิกฤต” แต่ต้อง “มีภูมิคุ้มกันต่อความผันผวน” และสร้างสมรรถนะเพื่ออนาคตไปพร้อมกัน OECD เสนอกรอบเรื่อง responsiveness และ resilience เพื่อทำให้ระบบการศึกษาปรับตัวได้และยืนหยัดได้เมื่อเกิดการหยุดชะงัก ขณะที่ UNESCO เน้นย้ำว่าการเรียนรู้ต้องดำเนินต่อได้แม้ในภาวะฉุกเฉิน และสถานศึกษายังคงเป็นพื้นที่ปลอดภัยของผู้เรียน

เมื่อการศึกษาเดินทางไปหาเด็ก ภายใต้บริบทดังกล่าว ช่วงสัปดาห์คริสต์มาสปลายเดือนธันวาคม 2568 มหาวิทยาลัยศรีปทุม วิทยาเขตชลบุรี ร่วมกับมูลนิธิเพื่อทักษะแห่งอนาคต ภายใต้การสนับสนุนจากกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ได้ลงพื้นที่ศูนย์อพยพในเขตชายแดน จ.สระแก้ว เพื่อนำชุดการเรียนรู้ “Black Box” ไปมอบให้แก่เด็กที่ต้องหยุดการเรียนในระบบ

สาระสำคัญของกิจกรรมนี้จึงไม่ใช่ “ภาพกิจกรรม” หากเป็น “ความหมายของกิจกรรม” เพราะการมอบ Black Box ไม่ได้เป็นเพียงการแจกสื่อการเรียนรู้ แต่เป็นการสื่อสารเชิงสัญญะว่า เด็กไม่ควรถูกปล่อยให้อยู่ลำพังกับคำถามเรื่องความปลอดภัยและอนาคต และแม้โลกจะไม่ปกติ การเรียนรู้ของเด็กยังคงมีความหมาย

“ในภาวะสงคราม เด็กไม่ได้สูญเสียแค่โอกาสทางการศึกษา แต่สูญเสียความรู้สึกมั่นคงในชีวิต คำถามของเด็กจึงไม่ใช่เรื่องบทเรียน แต่คือเรื่องความปลอดภัยและอนาคต”

รศ.ดร.ธันยวิช วิเชียรพันธ์ ผู้อำนวยการกลุ่มงานวิจัยและแผนพัฒนามหาวิทยาลัย กล่าวว่า Black Box คือ กล่องออฟไลน์ที่ออกแบบให้ ‘การเรียนรู้ไม่ต้องรอความพร้อม’ Black Box คือชุดการเรียนรู้แบบออฟไลน์ ที่ออกแบบให้เด็กสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง แม้ไม่มีอินเทอร์เน็ต ไม่มีห้องเรียน และไม่มีตารางเวลาตายตัว ภายในกล่องไม่ใช่คำตอบสำเร็จรูป แต่เป็นโครงสร้างการเรียนรู้ที่ชวนให้เด็กคิด ทดลอง ลงมือทำ และเชื่อมโยงการเรียนรู้เข้ากับชีวิตจริงของตนเอง ตรรกะของ Black Box แตกต่างจากการศึกษาที่คุ้นเคย หากระบบเดิมถามว่า “เด็กจำได้ไหม” Black Box กลับถามว่า “เด็กทำได้ไหม” และ “เด็กใช้ความรู้เพื่อยืนอยู่ในชีวิตจริงได้หรือไม่” ซึ่งในภาวะวิกฤต คำถามแบบหลังคือเงื่อนไขสำคัญของการดำรงชีวิต

“Black Box ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อแทนโรงเรียน แต่ถูกออกแบบมาเพื่อประคองการเรียนรู้ ในช่วงเวลาที่โรงเรียนไม่สามารถทำหน้าที่ได้เต็มที่”

รศ.ดร.ธันยวิช กล่าวต่อไปว่า ในศูนย์อพยพ เด็กๆใช้การเรียนรู้เป็นเครื่องมือในการดูแลชีวิต ตั้งแต่การจัดการอาหาร น้ำสะอาด สุขภาพขั้นพื้นฐาน ไปจนถึงการรักษากำลังใจและความหวังต่อวันข้างหน้า นัยสำคัญคือ Black Box ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงลด Learning Loss แต่ทำหน้าที่ประคองทั้ง “การเรียนรู้” และ “หัวใจของเด็ก” ในช่วงเวลาที่ความกลัว ความสูญเสีย และความไม่มั่นคงทับซ้อนอยู่ในชีวิตประจำวัน

บทเรียนเชิงระบบ จากสมมติฐานเดิม สู่สมมติฐานใหม่ของการศึกษา กรณีพื้นที่ชายแดนสระแก้วสะท้อนจุดอ่อนของสมมติฐานเดิมของระบบการศึกษา ที่เชื่อว่าเด็กทุกคนต้องมาโรงเรียนได้ มีเวลาเหมือนกัน มีทรัพยากรขั้นต่ำพร้อม และอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มั่นคงพอให้ตารางเรียนทำงานได้ แต่โลกใหม่กำลังบอกว่า สมมติฐานนี้ไม่ใช่ฐานที่มั่นอีกต่อไป วิกฤตอาจมาในรูปสงคราม ภัยพิบัติ โรคระบาด หรือการย้ายถิ่น และมีแนวโน้มจะเกิดซ้ำอย่างถาวร งานของ OECD ชี้ชัดว่า การหยุดชะงักทางการศึกษาไม่ได้กระทบเพียงผลสัมฤทธิ์ แต่ขยายความเหลื่อมล้ำและต้นทุนทางสังคมในระยะยาว สมมติฐานใหม่จึงต้องเปลี่ยนจาก เด็กต้องปรับตัวเข้าหาระบบ เป็นระบบต้องขยับไปหาเด็ก และมีความยืดหยุ่นเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างหลัก

รศ.ดร.ธันยวิช กล่าวว่า ข้อเสนอเชิงนโยบาย ที่จะทำให้ความยืดหยุ่นเป็นระบบ ไม่ใช่โครงการ จากบทเรียนพื้นที่และแนวโน้มโลก ข้อเสนอเชิงนโยบายที่สำคัญ ได้แก่ การทำให้การศึกษาที่ยืดหยุ่นเป็นส่วนหนึ่งของระบบหลัก ไม่ใช่ทางเลือกพิเศษ สนับสนุนสื่อและโครงสร้างพื้นฐานแบบดิจิทัลควบคู่ออฟไลน์ บูรณาการการดูแลสุขภาวะทางใจเข้าในนโยบายการศึกษา เปิดพื้นที่ให้ชุมชนและภูมิปัญญาท้องถิ่นมีบทบาท และปรับบทบาทรัฐจากผู้ควบคุมรูปแบบ ไปเป็นผู้อำนวยความเป็นไปได้

โดยบทสรุป โลกจะไม่กลับไปเหมือนเดิม ดังนั้นการศึกษาต้องมีมากกว่าหนึ่งคำตอบ กรณี Black Box ที่สระแก้วในปลายปี 2568 ไม่ใช่เพียงกิจกรรมช่วยเหลือในภาวะสงคราม หากเป็นบททดสอบเชิงนโยบายว่า ระบบการศึกษาไทยพร้อมเพียงใดที่จะอยู่กับโลกที่ไม่ส่งสัญญาณล่วงหน้า และเมื่อความไม่ปกติกลายเป็นความปกติ คำถามจึงไม่ใช่ว่าเราจะรอให้โลกกลับมาปกติเมื่อไร แต่คือเราจะออกแบบการศึกษาให้เดินไปกับโลกแบบนี้ได้อย่างไร โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

“การศึกษาที่ยืดหยุ่น ไม่ใช่สิ่งพิเศษสำหรับเด็กบางกลุ่ม แต่คือสิ่งปกติที่จำเป็น เพื่อไม่ให้มนุษย์บางคนถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ท่ามกลางความหนาวเหน็บ โดยไม่รู้ว่าแสงสว่างที่ปลายทางอยู่ไกลแค่ไหน” เพราะท้ายที่สุด การศึกษาไม่ใช่แค่เรื่องเรียน แต่คือเรื่องของการไม่ปล่อยให้ใครคนหนึ่งหายไปจากอนาคตของสังคม รศ.ดร.ธันยวิช กล่าวทิ้งท้าย

สยามพิวรรธน์ ผนึกกำลัง MELAND เปิดโลกแห่งการเรียนรู้ให้เด็กที่ขาดโอกาส

สยามพิวรรธน์ ผนึกกำลัง MELAND เปิดโลกแห่งการเรียนรู้ให้เด็กที่ขาดโอกาส

สยามพิวรรธน์ ผนึกกำลัง MELAND เปิดโลกแห่งการเรียนรู้ให้เด็กที่ขาดโอกาส

วันอังคาร ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2569, 15.46 น.

กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ เดินหน้าสานต่อปณิธานการขับเคลื่อนธุรกิจที่อำนวยประโยชน์ให้กับผู้คน ชุมชน และสังคม ตอกย้ำการเป็นแพลตฟอร์มแห่งโอกาส เพื่อการเติบโตของทุกคน (Well-growing Platform) ผ่านโครงการ Citizen of Love by Siam Piwat  ผนึกกำลังพันธมิตร MELAND – World Leading Indoor Theme Park สวนสนุกในร่มชั้นนำระดับโลก แห่งใหม่ล่าสุด ณ สยามพารากอน ร่วมกันมอบโอกาสให้แก่เด็กที่ขาดโอกาส ได้มาเปิดประสบการณ์ความสนุก และสร้างรอยยิ้ม เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ที่ผ่านมา

ด้วยปณิธานที่จะเป็นส่วนหนึ่งของการสืบสานและแบ่งปันความรัก มอบโอกาส ความเท่าเทียมและความสุขให้กับทุกคน สำหรับกิจกรรมเพื่อสังคมภายใต้โครงการ Citizen of Love by Siam Piwat   เนื่องในวันเด็กแห่งชาติปี 2569 กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ ได้มอบโอกาสให้นักเรียนจาก 4 โรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนราชานุกูล มูลนิธิเด็กโสสะแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์  สถานสงเคราะห์เด็กหญิงบ้านราชวิถี และโรงเรียนเศรษฐเสถียร ในพระราชูปถัมภ์ มาร่วมเปิดประสบการณ์ความสนุกในอาณาจักรสวนสนุกสุดมหัศจรรย์ระดับโลกของ MELAND ณ ชั้น 5 สยามพารากอน ซึ่งถูกเนรมิตให้เป็นอาณาจักรแห่งการเรียนรู้ครบวงจร พร้อมสร้างมาตรฐานใหม่ของ “เอ็ดดูเทนเมนต์” ล้ำสมัย ก้าวข้ามขีดจำกัดสวนสนุกแบบเดิม ภายในประกอบด้วย 7 โซนธีมสุดตระการตา และ กว่า 500 กิจกรรมเสมือนจริง ที่ออกแบบมาเพื่อให้เด็กๆ ได้เรียนรู้ ค้นหา และสนุกสนานไปพร้อมกัน อย่างไร้ขีดจำกัด

ทั้งนี้ น้องๆ หนูๆ จะได้สนุกไปกับเครื่องเล่นในร่มที่มีความแปลกใหม่ และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ได้มีอิสระในการเล่นและเรียนรู้ผ่านโซนกิจกรรมต่างๆ ที่ออกแบบอย่างเหมาะสม และยังได้สัมผัสประสบการณ์ศิลปะ Immersive Art รวมถึงสนุกสุดจินตนาการไปกับกิจกรรม Interactive ที่เปิดโอกาสให้ผู้ชมได้มีส่วนร่วม ซึ่งช่วยให้เด็กๆ ได้เรียนรู้ พัฒนา และสนุกสนานไปพร้อมกัน

นอกจากนั้น กิจกรรมเพื่อสังคม ภายใต้โครงการ Citizen of Love by Siam Piwat ยังมอบอุปกรณ์การเรียน เครื่องเขียน พร้อมเลี้ยงอาหารกลางวันให้เด็กนักเรียนจากทั้ง 4 โรงเรียน เพื่อส่งมอบความสุข สร้างรอยยิ้มๆ ให้กับเด็กๆ เนื่องในวันเด็กชาติแห่งอีกด้วย

สำหรับโครงการ Citizen of Love by Siam Piwat คือหนึ่งในความมุ่งมั่นของสยามพิวรรธน์ที่เดินหน้าสานต่อปณิธานการขับเคลื่อนธุรกิจ ตลอดจนให้ความสำคัญกับการให้โอกาส ความเท่าเทียมและการสนับสนุนให้ประสบความสำเร็จ อันจะเป็นการส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศชาติสืบไป