‘Thailand Biennale 2025’ เนรมิตภูเก็ตสู่เมืองศิลปะระดับโลก ชวนไขปริศนาแห่ง ‘นิรันดร์ [กัลป์]’ ผลงาน 65 ศิลปินชั้นนำทั่วโลก

‘Thailand Biennale 2025’ เนรมิตภูเก็ตสู่เมืองศิลปะระดับโลก ชวนไขปริศนาแห่ง ‘นิรันดร์ [กัลป์]’ ผลงาน 65 ศิลปินชั้นนำทั่วโลก

‘Thailand Biennale 2025’ เนรมิตภูเก็ตสู่เมืองศิลปะระดับโลก ชวนไขปริศนาแห่ง ‘นิรันดร์ [กัลป์]’ ผลงาน 65 ศิลปินชั้นนำทั่วโลก

วันจันทร์ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ประกาศเปิดม่าน “Thailand Biennale, Phuket 2025” มหกรรมศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ ครั้งที่ 4 อย่างเป็นทางการ ณ บริเวณสะพานหิน จังหวัดภูเก็ต พลิกโฉมเมืองท่องเที่ยวอันดับต้นของโลกให้กลายเป็นหมุดหมายทางศิลปะแห่งใหม่ของเอเชีย (World Class Art Destination) โดยระดมผลงานจากศิลปินชั้นนำกว่า 65 ชีวิต จาก 25 ประเทศทั่วโลก มาจัดแสดงภายใต้แนวคิด “นิรันดร์ [กัลป์]” เพื่อเปลี่ยนเกาะภูเก็ตให้เป็นพื้นที่แห่งศิลปะ การตั้งคำถาม และการเรียนรู้ พร้อมต้อนรับนักเดินทางจากทั่วโลกตั้ง แต่วันนี้ จนถึง 30 เมษายน 2569

Thailand Biennale: มหกรรมศิลปะร่วมสมัยระดับนานาชาติ

Thailand Biennale คือ มหกรรมศิลปะร่วมสมัยระดับนานาชาติ ซึ่งจัดขึ้นทุกสองปี โดยสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย (สศร.) กระทรวงวัฒนธรรม มีเป้าหมายสำคัญในการขับเคลื่อนวงการศิลปะไทยสู่เวทีโลก สำหรับปี 2025 นี้ จังหวัดภูเก็ตได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพ ภายใต้วิสัยทัศน์ที่จะเนรมิตภูเก็ตสู่ “เมืองศิลปะระดับโลก” อย่างเต็มรูปแบบ โดยการผนวกศักยภาพของเมืองท่องเที่ยวชั้นนำเข้ากับพลังความคิดสร้าง สรรค์ทางศิลปะ เพื่อสร้างประสบการณ์ทางวัฒนธรรมที่ยิ่งใหญ่และแตกต่าง พร้อมขับเคลื่อนทุนวัฒนธรรมของประเทศให้เป็นที่ประจักษ์ในระดับสากล

ปริศนาแห่งกาลเวลา: ‘นิรันดร์ [กัลป์]’ (Eternal Kalpa)

ไฮไลต์สำคัญที่ทั่วโลกจับตามอง คือแนวคิดหลักของงาน “นิรันดร์ [กัลป์]” (Eternal  [Kalpa]) ซึ่งแนวคิดนี้มารากจากคติพราหมณ์โบราณ หมายถึงห้วงเวลาอันยาวนานมหาศาล สื่อถึงวัฏจักรของการสร้าง การทำลาย และการกำเนิดใหม่ เปรียบดั่งภาพดวงอาทิตย์ตกที่แหลมพรหมเทพที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ศิลปะในครั้งนี้จะทำหน้าที่เป็นสื่อกลางชวนผู้ชมตั้งคำถามเรื่อง “การอยู่ร่วมกัน” ท่ามกลางวิกฤตโลก (Polycrisis) ทั้งปัญหาสิ่งแวดล้อมและสังคม เพื่อนำไปสู่การค้นพบ ‘วิถีแห่งการอยู่รอด’ ครั้งใหม่ ที่เราจะเรียนรู้การเคารพธรรมชาติและแบ่งปันช่วงเวลาให้แก่กันด้วยความเมตตา อันเป็นกุญแจสำคัญที่จะไขประตูสู่อนาคตที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง โดยใช้ศิลปะเป็นสื่อสำรวจความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับโลกธรรมชาติ ซึ่งเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนภูเก็ตสู่เมืองศิลปะที่เติบโตอย่างสร้างสรรค์และยั่งยืนในอนาคต

Artists & Curators: กว่า 65 ศิลปินชั้นนำระดับโลก

พลิกโฉมภูเก็ตสู่เวทีโลก เพื่อให้สมศักดิ์ศรีของงานศิลปะระดับนานาชาติ Thailand Biennale 2025 ครั้งนี้ได้ระดมทัพศิลปินกว่า 65 คน จาก 25 ประเทศทั่วโลก มาร่วมสร้างสรรค์ผลงานภายใต้บริบทเดียวกัน โดยมีทีมภัณฑารักษ์นานาชาติ ประกอบด้วย อริญชย์ รุ่งแจ้ง ศิลปินร่วมสมัยดีเด่น เจ้าของรางวัลศิลปาธร สาขาทัศนศิลป์ ประจำปี 2563, เดวิด เทห์ ผู้มีประสบการณ์ด้านภัณฑารักษ์ในงานเบียนนาเล่ต่าง ๆ ทั้งในยุโรปและเอเชีย, พร้อมด้วย มาริสา พันธรักษ์ราชเดช, และ เฮร่า ชาน ภัณฑารักษ์ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการนิทรรศการศิลปะร่วมสมัย มาร่วมกำกับทิศทางการแสดงงานศิลปะอย่างใกล้ชิด ผลงานที่จัดแสดงครอบคลุมศิลปะหลากหลายแขนง ทั้งงานจัดวางขนาดใหญ่ (Installation Art), ประติมากรรม (Sculpture), ศิลปะการแสดง (Performance Art), และสื่อผสม (Mixed Media) ที่ไม่ได้เพียงแค่นำมาวางโชว์ แต่เป็นการเปิดบทสนทนาข้ามวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงเรื่องราวท้องถิ่นเข้ากับประเด็นสากล สะท้อนให้เห็นว่าศิลปะสามารถเป็นภาษาที่ทรงพลังที่สุดในการสื่อสารความรู้สึกของมนุษยชาติ

Phuket as a Host City: จากเมืองท่องเที่ยวสู่เมืองศิลปะระดับโลก

นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (รมว.วธ.) กล่าวว่า “การเลือกปักหมุดที่ “ภูเก็ต” ในปีนี้ มีนัยสำคัญมากกว่าการโปรโมตการท่องเที่ยว เพราะภูเก็ตคือเมืองที่มีเรื่องราวซับซ้อนและงดงาม เป็นพื้นที่แห่ง “การฟื้นคืน” (Resilience) ที่ผ่านบทเรียนทั้งจากภัยธรรมชาติและโรคระบาด ซึ่งสอดคล้องกับแก่นของงานที่พูดถึงวัฏจักรชีวิต ความพิเศษที่สุดคือรูปแบบงานศิลปะที่เป็น Site-specific หรือศิลปะที่ยึดโยงกับพื้นที่จริง โดยกระจายตัวอยู่ใน 20 จุดแลนด์มาร์กสำคัญทั่วเกาะ ตั้งแต่สถาปัตยกรรมชิโนโปรตุกีสในย่านเมืองเก่า ไปจนถึงหาดทรายขาวและโขดหินริมทะเล ทำให้ผู้ชมได้สัมผัสงานศิลปะที่ “สนทนา” กับวิถีชีวิตและธรรมชาติอย่างลึกซึ้ง เปลี่ยนมุมมองการท่องเที่ยวภูเก็ตให้กลายเป็นการสำรวจเมืองในมิติใหม่ที่ไม่เคยมีใครสัมผัสมาก่อน”

สัมผัสปรากฏการณ์ศิลปะระดับโลกที่คุณต้องไม่พลาด!

งานนี้ไม่ใช่เพียงนิทรรศการทั่วไป แต่คุณจะมีโอกาสสัมผัสผลงานมาสเตอร์พีซจาก 65 ศิลปินระดับโลก เป็นประสบการณ์ “ครั้งหนึ่งในชีวิต” ที่หาไม่ได้จากที่ไหน โดยเทศกาลจะจัดต่อเนื่องยาวนานกว่า 5 เดือน ตั้งแต่วันนี้ – 30 เมษายน 2569 เปิดให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้ร่วมสำรวจ พร้อมอัดแน่นด้วยกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ทั้งเวทีเสวนา เวิร์กช็อป และโปรแกรมการเรียนรู้ตลอดเทศกาล  ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกา ยน 2568 – 30 เมษายน 2569 จัดแสดง 20 จุดทั่วเกาะภูเก็ต (อาทิ ย่านเมืองเก่า, สะพานหิน, เมืองกะทู้, แหลมพรหมเทพ ฯลฯ)

ติดตามรายละเอียดและตารางกิจกรรมได้ที่เว็บไซต์ https://www.thailandbiennale.org/ หรือทาง Facebook Thailand Biennale และ Instagram thailand_biennale

#EternalKalpa  #ThailandBiennalePhuket2025 #ThailandBiennale


ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วธ.

ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วธ.

ผู้ป่วยเปราะบางจะรับมือภาวะอากาศเลวร้ายอย่างไร

ผู้ป่วยเปราะบางจะรับมือภาวะอากาศเลวร้ายอย่างไร

ผู้ป่วยเปราะบางจะรับมือภาวะอากาศเลวร้ายอย่างไร

วันจันทร์ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 02.00 น.

ระยะนี้ประเทศไทยมีสภาพอากาศแปรปรวน ในช่วงการเปลี่ยนฤดูฉับพลัน ส่งผลให้อุณหภูมิลดลงรวดเร็ว และมีฝนตกสลับกับอากาศร้อน เมื่อเป็นแบบนี้ คนที่มีความเปราะบางด้านสุขภาพจะรับมืออย่างไรเพื่อป้องกันการเจ็บป่วยรุนแรง เพราะคนกลุ่มนี้มักมีภูมิต้านทานต่ำ ร่างกายปรับตัวได้ช้ากว่าคนทั่วไปที่มีสุขภาพแข็งแรง

กลุ่มคนสุขภาพเปราะบาง คือ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้มีโรคประจำตัวเรื้อรัง เช่น โรคปอด โรคหัวใจ โรคเบาหวาน เป็นต้น การดูแลกลุ่มคนกลุ่มนี้จึงต้องใส่ใจเป็นพิเศษ เพราะเมื่อเจ็บป่วยมักจะมีอาการรุนแรง และมีภาวะแทรกซ้อนสูง

เมื่ออากาศเปลี่ยนแปลง จะส่งผลต่อโรคระบบทางเดินหายใจ เช่น ไข้หวัด และไข้หวัดใหญ่ จึงเป็นปัญหาที่พบบ่อย เมื่ออากาศเย็นลง หรือชื้นมากขึ้น จะทำให้เยื่อบุทางเดินหายใจอ่อนแอและติดเชื้อง่าย โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ป่วยเปราะบาง เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ รวมถึงในคนที่มีโรคประจำตัว อย่างโรคภูมิแพ้อากาศ โรคหอบหืด โรคถุงลมโป่งพอง อาการมักรุนแรงกว่าคนทั่วไป และอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่อันตราย เช่น โรคปอดอักเสบ หรือ ปอดบวม ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตที่สำคัญในกลุ่มเสี่ยง หากมีไข้สูง ไอหนัก มีเสมหะ และหายใจหอบเหนื่อยต้องรีบไปพบแพทย์ทันที

อีกปัญหาหนึ่งคือ โรคเรื้อรังที่เป็นอยู่แล้วเกิดกำเริบ จนอาการแย่ลง เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ โรคหลอดเลือดสมอง โรคความดันโลหิตสูง โรคปวดข้อเรื้อรัง เช่น เกาต์ โรคข้อรูมาตอยด์ การดูแลกลุ่มผู้ป่วยเปราะบางในช่วงอากาศเปลี่ยนแปลงจึงต้องเน้นการสร้างความอบอุ่นให้ร่างกาย และต้องป้องกันการติดเชื้อเป็นหลัก วันนี้จึงขอเสนอ 4     

แนวทางง่าย ๆ เพื่อป้องกันการเกิดโรค ดังนี้

1. สร้างความอบอุ่นให้ร่างกาย ผู้สูงอายุและผู้ป่วยเรื้อรัง ต้องแต่งกายที่ทำให้ร่างกายอบอุ่นอยู่เสมอ หลีกเลี่ยงสถานที่อากาศเย็นจัด

2. ดูแลโภชนาการและการพักผ่อนที่เหมาะสม ควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ครบถ้วน โดยเน้นอาหารที่ปรุงสุกใหม่และเป็นอาหารร้อน ดื่มน้ำอุ่นสะอาดอย่างสม่ำเสมอ และที่สำคัญคือต้องพักผ่อนนอนหลับให้เพียงพอ เพื่อให้ร่างกายฟื้นฟู และเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน

3. เน้นเรื่องสุขอนามัยและสภาพแวดล้อมที่ดี การป้องกันการติดเชื้อทำได้โดยหมั่นล้างมือด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์อย่างสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงสถานที่แออัด หรือบริเวณที่มีอากาศถ่ายเทไม่สะดวก สำหรับผู้สูงอายุ ควรระวังเรื่องผิวแห้งเมื่ออากาศเย็น ไม่ควรอาบน้ำแล้วฟอกสบู่ที่มีความแรงของสารเคมีมาก ๆ และต้องเลี่ยงการอาบน้ำอุ่นจัดเกินไป ควรทาโลชั่นเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวหนัง

4. ดูแลโรคประจำตัวอย่างดี ผู้ป่วยที่มีโรคเรื้อรังจำเป็นต้องรับประทานยาตามที่แพทย์สั่งอย่างต่อเนื่อง ห้ามหยุดยาเอง และควรเตรียมยาประจำตัวให้พร้อม หากมีอาการของโรคประจำตัวกำเริบ หรือคุมไม่ได้ หรือมีอาการผิดปกติที่บ่งบอกถึงการติดเชื้อรุนแรง เช่น ไข้สูง หายใจหอบเหนื่อย ควรรีบไปพบแพทย์ทันที

ท่านที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง ควรตรวจสอบยาให้พร้อม สำรองยาประจำตัวให้เพียงพอในช่วงวันหยุดยาว หรือช่วงที่สภาพอากาศแปรปรวน เพราะอาจเดินทางไปโรงพยาบาลได้ลำบาก หากมีอาการหวัด หรือเจ็บป่วยอื่นๆ และต้องการใช้ยาบรรเทาอาการ ควรแจ้งเภสัชกร หรือแพทย์ทราบถึงยาประจำตัวทั้งหมดที่กำลังใช้อยู่ เพราะยาตัวใหม่บางชนิดอาจทำปฏิกิริยากับยาเดิมได้ ดังนั้นแพทย์และเภสัชกรจะเลือกใช้ยาให้เหมาะสมกับผู้ป่วย

ถ้าหากผู้ป่วยกลุ่มเปราะบางเจ็บป่วย มีไข้สูงเกิน 2 วัน แล้วไข้ไม่ลด แต่มีอาการไอหนัก หรือไอมีเสมหะสีผิดปกติ หายใจหอบเหนื่อย หายใจลำบาก มีอาการเจ็บแน่นหน้าอก ปวดศีรษะรุนแรง อ่อนเพลียมาก รับประทานอาหาร หรือดื่มไม่ค่อยได้ ต้องไปพบแพทย์โดยเร็ว

รศ. ภญ. ดร. ณัฏฐดา อารีเปี่ยม และ รศ. ภก. ดร. บดินทร์ ติวสุวรรณ

คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

‘วุ้นเส้นต้นสน’ เปิดตัว ‘น้ำจิ้มสุกี้-ซอสผัดไทย’ เกาะเทรนด์ Home Cooking ผู้บริโภคยุคใหม่

'วุ้นเส้นต้นสน' เปิดตัว 'น้ำจิ้มสุกี้-ซอสผัดไทย' เกาะเทรนด์ Home Cooking ผู้บริโภคยุคใหม่

‘วุ้นเส้นต้นสน’ เปิดตัว ‘น้ำจิ้มสุกี้-ซอสผัดไทย’ เกาะเทรนด์ Home Cooking ผู้บริโภคยุคใหม่

วันเสาร์ ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 10.30 น.

“วุ้นเส้นต้นสน” เดินหน้าขยายไลน์สินค้ากลุ่มซอสปรุงรส ภายใต้แบรนด์ “ต้นสน” ตอกย้ำแบรนด์ที่แข็งแกร่ง เปิดตัว “น้ำจิ้มสุกี้-ซอสผัดไทย” ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ ใส่ใจสุขภาพ และหันมาทำอาหารเองที่บ้านมากขึ้น ลุยทำตลาด-วางขายสินค้าช่องทางออนไลน์ในช่วงแรก มุ่งเจาะคนรุ่นใหม่ ตั้งเป้ามาร์เก็ตแชร์ 1-2% ของมูลค่าตลาดซอสปรุงรส 3.5 หมื่นล้าน ภายใน 1 ปี

คุณพรรณา ปัญจวีณิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท สิทธินันท์ จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ตราต้นสน เปิดเผยว่า ปีนี้บริษัทฯ มีการรุกตลาดครั้งสำคัญ เปิดตัว 2 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ น้ำจิ้มสุกี้ ซึ่งเป็นซอสยอดนิยมของผู้บริโภค และซอสผัดไทย เมนูยอดนิยมของทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ซึ่งถือเป็นการขยายไลน์สินค้าภายใต้แบรนด์ “ต้นสน” ซึ่งมีความแข็งแกร่ง โดยเป็นแบรนด์วุ้นเส้นอันดับ 1 ที่น่าเชื่อถือและอยู่ในใจคนไทยมาอย่างยาวนาน การันตีด้วยผลสำรวจและรางวัลระดับประเทศที่ได้รับ ทั้งรางวัล Superbrands ต่อเนื่อง 7 ปี และรางวัล No.1 Brand Thailand 2025 จึงมองเห็นถึงโอกาสที่จะต่อยอดไปสู่กลุ่มสินค้าที่มีศักยภาพ และมีความเชื่อมโยงกับสินค้าหลัก

ทั้งนี้ มองโอกาสทางธุรกิจของ 2 ผลิตภัณฑ์ดังกล่าว จากแนวโน้มพฤติกรรมผู้บริโภค โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพ และนิยมทำอาหารรับประทานเองมากขึ้น โดยมองหาการมีตัวช่วยที่ทำให้การทำอาหารง่าย สะดวก สะอาด ปลอดภัย ใครทำก็อร่อย สะท้อนจากตลาดซอสปรุงรสที่เติบโตต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังเห็นโอกาสในการขยายตลาดส่งออก จากความนิยมของอาหารไทยที่เกิดขึ้นทั่วโลก ซึ่งทำให้มีการขยายตัวของร้านอาหารไทย รวมถึงคนไทยที่อาศัยอยู่ในต่างประเทศจำนวนมากที่นิยมทำอาหารรับประทานเองที่บ้าน ช่วยเพิ่มความต้องการสินค้ากลุ่มซอสปรุงรสของไทย โดยเฉพาะเมนูผัดไทยและสุกี้ที่ถือเป็นเมนูยอดนิยมทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

สำหรับกลุ่มเป้าหมายของซอสปรุงรสทั้ง 2 ผลิตภัณฑ์ใหม่ มุ่งเจาะทั้งกลุ่มครัวเรือนและกลุ่ม HoReCa (โรงแรม ร้านอาหาร และบริการจัดเลี้ยง) โดยจะเน้นไปที่ กลุ่มคนรุ่นใหม่ หรือกลุ่มครอบครัวที่นิยมทำอาหารเอง ไปจนถึงกลุ่มร้านอาหารขนาดเล็กถึงขนาดกลาง ร้าน Street Food พ่อค้าแม่ค้ามือใหม่ตามบ้านหรือคอนโดทำอาหารจำหน่ายในช่องทาง Delivery ที่ต้องการตัวช่วยให้ทำอาหารได้ง่ายขึ้น รวดเร็ว ประหยัดเวลา และอร่อยเหมือนกันทุกจาน  โดยให้ความสำคัญกับการเลือกวัตถุดิบที่ใช้นำมาปรุงอาหาร ที่มีความสะอาด ปลอดภัย ซึ่งซอสปรุงรสของต้นสนตอบโจทย์ด้วยการผลิตและบรรจุที่ได้มาตรฐาน เน้นใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติ ไม่ใช้สารเคมีในการแต่งสีและกลิ่น ไม่ใช้วัตถุกันเสีย และซอสผัดไทยยังไม่มีผงชูรสอีกด้วย

ปัจจุบันภาพรวมตลาดซอสและเครื่องปรุงในไทย มีมูลค่ารวมกว่า 3.5 หมื่นล้านบาท เติบโตเฉลี่ย 5-7% ต่อปี โดยเฉพาะกลุ่มซอสพร้อมปรุงและน้ำจิ้ม ในส่วนของตลาดซอสผัดไทย ถือเป็นหนึ่งในกลุ่มซอสพร้อมปรุงที่มียอดขายเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และมีการเติบโตเฉลี่ย 6-8% ต่อปี กลุ่มเป้าหมายคือ คนรุ่นใหม่ และกลุ่มลูกค้าในต่างประเทศ ที่ต้องการรสชาติไทยแท้ ใช้เครื่องปรุงน้อย และสามารถทำเองได้ง่ายๆ เนื่องจากผัดไทยเป็นอาหารที่คนทั่วโลกชื่นชอบ จึงมีศักยภาพสูงในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดออนไลน์และของฝาก ขณะที่ตลาดน้ำจิ้มสุกี้ มีการเติบโตเฉลี่ย 5-10% ต่อปี โดยได้รับความนิยมจากเทรนด์อาหารหม้อไฟ-สุกี้ ที่กลับมาได้รับความนิยมอีกครั้งในครัวเรือน โดยเฉพาะในช่องทางค้าปลีกและออนไลน์ เนื่องจากผู้บริโภคเริ่มมองหาแบรนด์ที่มีชื่อเสียง และมั่นใจในคุณภาพของสินค้า

คุณพรรณา กล่าวเพิ่มเติมว่า จุดขายของทั้ง 2 ผลิตภัณฑ์คือ การออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่คำนึงถึงความสวยงามสะดวกใช้ และสะอาด ปลอดภัย ด้วยรูปลักษณ์ที่ดูพรีเมียม ทันสมัย สร้างความโดดเด่นเพื่อดึงดูดคนรุ่นใหม่ โดยมีฟิล์มสีทองหุ้มฝาปิดยาวถึงคอขวดมั่นใจได้เรื่องความสะอาด ทรงขวดจับถนัดมือ ปากขวดกว้าง เทสะดวก พร้อมจุดขายเรื่องรสชาติที่โดดเด่น โดยมีการพัฒนาซอสสูตรพิเศษเฉพาะต้นสนที่มีรสชาติ อร่อยกลมกล่อม เพิ่มจุดเด่นของวัตถุดิบเข้าไปกับซอสแต่ละรสชาติ โดยน้ำจิ้มสุกี้จะมีความหอมงา ที่สามารถเห็นเนื้องาชัดเจนตั้งแต่ในขวด และซอสผัดไทย ที่มีความหอมและเปรี้ยวจากมะขามแท้ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “อร่อยง่ายๆ มัดใจทุก Gen”

ทั้งนี้ ในช่วงเปิดตัวเพื่อให้ผลิตภัณฑ์เข้าถึงผู้บริโภคให้มากที่สุด บริษัทฯ จึงเน้นทำการตลาดไปที่ช่องทางออนไลน์ในแพลตฟอร์มหลักๆ อาทิ Facebook Tiktok ตลอดจนสื่อสารผ่าน Influencer ที่ได้รับความนิยม นอกจากนี้ยังมีการออกบูธในงานแสดงสินค้าและกิจกรรมการแข่งขันกีฬาระดับประเทศ ที่มีผู้ร่วมงานจำนวนมาก อาทิ งาน THAIFEX, การแข่งขันวอลเลย์บอลระดับประเทศ โดยมีการแจกชิมเมนูจากน้ำจิ้มสุกี้และซอสผัดไทยให้ผู้บริโภคได้ทดลองชิมฟรี เพื่อให้ผู้บริโภคมีประสบการณ์และได้รับรู้ความอร่อยของสินค้า จนทำให้เกิดการบอกต่อ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีจัดกิจกรรมร่วมกับร้านอาหารย่านบรรทัดทอง โดยการแถมน้ำจิ้มสุกี้ให้กับลูกค้าที่สั่งเมนูวุ้นเส้นต้นสนผ่านช่องทาง Delivery

ด้านช่องทางการจัดจำหน่าย ในช่วงแรกเน้นนำเสนอไปยังร้านค้าส่งขนาดใหญ่ที่มีหน้าร้าน และซูเปอร์มาร์เก็ตท้องถิ่นทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด ตลอดจนร้านค้าช่องทางออนไลน์ของบริษัททั้ง Shopee Lazada Tiktok ซึ่งที่ผ่านมามีผลตอบรับค่อนข้างดี และล่าสุดได้ขยายช่องทางจำหน่ายมายังโมเดิร์นเทรด อาทิ Tops, Foodland, Villa และร้านค้าทั่วไปในกรุงเทพและต่างจังหวัด ส่วนแผนในอนาคตจะเดินหน้าขยายเข้าไปในช่องทางและร้านค้าอื่นๆ เพิ่มเติมเพื่อสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้มากขึ้น  

ทั้งนี้ แผนงานในช่วง 1 ปีแรก บริษัทฯ จะเน้นสร้างให้ผลิตภัณฑ์เป็นที่รู้จักและกระจายไปสู่ผู้บริโภคอย่างทั่วถึง ทำให้เกิดการทดลองใช้และกลับมาซื้อซ้ำ โดยตั้งเป้าหมายมีส่วนแบ่งตลาดใช่วงเปิดตัวปีแรกที่ 1-2% ของมูลค่าตลาด และคาดการณ์ว่าจะมีแนวโน้มเติบโตขึ้นอย่างน้อย 2-3% เมื่อสินค้ากระจายไปถึงผู้บริโภคได้อย่างทั่วถึงแล้ว

ส่วนแผนในอนาคต บริษัทฯ มุ่งมั่นที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นในกลุ่มซอส หรือสินค้าอาหารในกลุ่มอื่นๆ ทั้งนี้ สามารถติดตามข่าวสาร โปรโมชั่น สินค้าใหม่ๆ ของครอบครัวต้นสนได้จากช่องทาง เว็บไซต์ http://www.tonsonfamily.com facebook : วุ้นเส้นตราต้นสน Line OA : TonsonFamily  และช่องทางสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ Tonson Family Store ครอบคลุมทั้ง Shopee Lazada Tiktok 

ออนิกซ์ฯ ชวนคุณออกเดินทาง เติมความสุขส่งท้ายปลายปี กับเส้นทางพักผ่อนมาเลเซีย – และศรีลังกา

ออนิกซ์ฯ ชวนคุณออกเดินทาง เติมความสุขส่งท้ายปลายปี กับเส้นทางพักผ่อนมาเลเซีย - และศรีลังกา

ออนิกซ์ฯ ชวนคุณออกเดินทาง เติมความสุขส่งท้ายปลายปี กับเส้นทางพักผ่อนมาเลเซีย – และศรีลังกา

วันเสาร์ ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 10.26 น.

“บินใกล้ พักสบาย งดงามเหนือความคาดหมาย” ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ชวนคุณออกเดินทาง เติมความสุขส่งท้ายปลายปี กับเส้นทางพักผ่อนมาเลเซีย – และศรีลังกา

หากคุณกำลังมองหา “ทริปปลายปีที่คุ้มค่า และพิเศษกว่าการพักผ่อนทั่วไป” ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป บริษัทบริหารจัดการโรงแรมชั้นนำที่มีชื่อเสียงในระดับภูมิภาค ชวนคุณออกเดินทางสู่จุดหมายยอดนิยมใกล้ประเทศไทย เพื่อร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุขไปกับครอบครัว เพื่อนฝูงและคนที่คุณรัก สัมผัสประสบการณ์การพักผ่อนที่ผสานความสบาย บรรยากาศอันงดงาม การบริการที่อบอุ่นเหนือระดับ และวัฒนธรรมท้องถิ่นที่น่าหลงใหลและเต็มไปด้วยเรื่องราว เนรมิตวันหยุดปลายปีของคุณให้กลายเป็นช่วงเวลาแห่งความทรงจำที่น่าประทับใจไม่รู้ลืม

เริ่มต้นทริปด้วยการเดินทางจากกรุงเทพฯ สู่จุดหมายปลายทางที่ประเทศมาเลเซีย กับเมืองท่องเที่ยวยอดฮิตอย่างปีนัง และยะโฮร์บาห์รู ก่อนเดินทางต่อไปยังโคลัมโบ ประเทศศรีลังกา โดยทุกจุดหมายสามารถเดินทางด้วยเที่ยวบินตรงใช้เวลาเพียง 1–3 ชั่วโมง เหมาะกับไลฟ์สไตล์นักเดินทางที่ต้องการพักผ่อนให้คุ้มค่าสำหรับทริป 7–10 วัน ที่จะได้สัมผัสประสบการณ์ครบทั้ง เสน่ห์ของวัฒนธรรม ความมีชีวิตชีวาของเมือง และความสงบของธรรมชาติ ในคราวเดียวกัน

ปีนัง ประเทศมาเลเซีย สัมผัสเสน่ห์มรดกโลกกับที่พักที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ เปิดประสบการณ์พักผ่อนที่ปีนังด้วย 2 โรงแรมในเครือ ออนิกซ์ฯ ที่พร้อมมอบความสบายในทำเลคุณภาพ

โรงแรมอมารี สไปซ์ ปีนัง โรงแรมระดับหรู ซึ่งตั้งอยู่ติดกับศูนย์การประชุม SPICE Convention Centre และ SPICE Arena อยู่ห่างจากสนามบินนานาชาติปีนังเพียง 5 กม. โดดเด่นด้วยห้องพักกว้างขวาง สระว่ายน้ำและฟิตเนสทันสมัย พร้อมห้องอาหารและบาร์ 5 แบบ 5 สไตล์ให้คุณได้ผ่อนคลายอย่างเต็มที่ท่ามกลางความสงบและเป็นส่วนตัว เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการพักผ่อนอย่างมีระดับ

โรงแรมคอนเซปต์สนุก ๆ อย่าง โอโซ่ จอร์จทาวน์ ปีนัง ตั้งอยู่ใจกลางย่านเมืองเก่า จอร์จทาวน์ ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO ให้คุณได้เดินเล่น เก็บภาพประทับใจ และเพลิดเพลินกับคาเฟ่สุดชิค รวมถึงสตรีทฟู้ดชื่อดังอย่าง Char Koay Teow และ Asam Laksaที่พักแห่งนี้ตอบโจทย์นักเดินทางที่หลงใหลใน งานศิลปะ วัฒนธรรม และไลฟ์สไตล์เมือง

จากนั้นเดินทางต่อสู่ ยะโฮร์ บาห์รู เมืองแห่งความสนุกและไลฟ์สไตล์ครบครัน เมืองท่องเที่ยวใกล้สิงคโปร์ที่ผสานความทันสมัยและความสะดวกสบายไว้ในที่เดียว กับ 4 โรงแรมในเครือออนิกซ์ฯ ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการ

เริ่มด้วยโรงแรมเปิดใหม่อย่าง “โอโซ่ เมดินี” (OZO Medini) โรงแรมดีไซน์ทันสมัย เหมาะกับสายแอคทีฟและนักเดินทางรุ่นใหม่ พร้อมให้คุณออกค้นหาความสนุกของเมือง ตามคอนเซปต์ Unpack.  Good. Vibes.

“โรงแรม อมารี ยะโฮร์ บาห์รู (Amari Johor Bahru)” โรงแรมระดับ 5 ดาวตั้งอยู่ใจกลางย่านธุรกิจ เดินถึงแหล่งช็อปปิ้ง ร้านอาหาร บาร์ และสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม และเดินทางไปแลนด์มาร์กสำคัญอย่างเส้นทางมรดกยะโฮร์บาห์รู ภายใน 25 นาที อีกทั้งยังใกล้ท่าอากาศยานนานาชาติเซนัย (Senai International Airport) และ ท่าอากาศยานชางงีสิงคโปร์ (Singapore Changi Airport) อีกด้วย

หรือจะเลือกพักที่ “ชามา เมดินี (Shama Medini)” เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ที่จะมอบความอบอุ่นเสมือนบ้านหลังที่สอง ด้วยห้องพักกว้าง พร้อมพื้นที่ใช้สอยครบครัน เหมาะสำหรับครอบครัวที่ชื่นชอบการพักผ่อนสบาย ๆ ราวกับอยู่บ้านของตัวเอง ในระหว่างการท่องเที่ยว

“ชามา ซัวซานา ยะโฮร์ บาห์รู” (Shama Suasana Johor Bahru) ที่พักพร้อมกับสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ด้วยโลเคชั่นที่ใกล้กับ LEGOLAND Malaysia Resort แหล่งช็อปปิ้งอย่าง Mid Valley Southkey หรือ Johor Premium Outlets ตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการพักผ่อนควบคู่กับไลฟ์สไตล์แบบคนเมือง

ปิดท้ายการเดินทางอย่างสวยงามที่ไข่มุกแห่งเอเชียใต้ นครโคลัมโบ ประเทศศรีลังกา ด้วยการเลือกพักผ่อนที่ “อมารี โคลัมโบ” (Amari Colombo Sri Lanka) โรงแรมที่ผสานความหรูหราเข้ากับบรรยากาศของเมืองชายทะเลได้อย่างกลมกลืน มอบวิวมหาสมุทรอันกว้างสุดสายตา ให้คุณดื่มด่ำกับช่วงเวลาของการพักใจ พร้อมซึมซับวัฒนธรรมอันงดงามและเสน่ห์เฉพาะตัวของศรีลังกาอย่างเต็มอารมณ์

ร่วมออกแบบทริปเดินทางในช่วงปลายปีของคุณที่ประเทศมาเลเซีย และศรีลังกา กับประสบการณ์พักผ่อนที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ บินสั้น เดินทางง่าย เต็มไปด้วยรายละเอียดแห่งความประทับใจ ทั้งที่พัก บริการ วัฒนธรรม และธรรมชาติอันงดงาม กับโรงแรมในเครือออนิกซ์ฯ

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป (ONYX Hospitality Group) กรุณาเข้าไปที่เว็บไซต์ http://www.onyx-hospitality.com

‘ไอริส โอยามะ’ ส่งความสุขด้วยพัดลมตั้งโต๊ะรุ่นยอดฮิต 2 สีลิมิเต็ด เติมเต็มทุกช่วงเทศกาล

'ไอริส โอยามะ' ส่งความสุขด้วยพัดลมตั้งโต๊ะรุ่นยอดฮิต 2 สีลิมิเต็ด เติมเต็มทุกช่วงเทศกาล

‘ไอริส โอยามะ’ ส่งความสุขด้วยพัดลมตั้งโต๊ะรุ่นยอดฮิต 2 สีลิมิเต็ด เติมเต็มทุกช่วงเทศกาล

วันเสาร์ ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 10.22 น.

IRIS OHYAMA (ไอริส โอยามะ) แบรนด์ wellness & lifestyle ผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้า ของใช้ในบ้าน และ ครัวเรือน ที่ทุกครอบครัวในญี่ปุ่นไว้วางใจมากว่า 60 ปี พร้อมส่งความสุขในช่วงเทศกาลคริสมาสต์และปีใหม่นี้ ด้วยพัดลมตั้งโต๊ะไอเท่มยอดฮิตในไทย กับ  2 สีลิมิเต็ดใหม่ล่าสุด Forest Green และ Burgundy รุ่น MKM18 อีกหนึ่งไอเท่มประดับตกแต่งที่จะให้บรรยากาศในบ้านช่วงเทศกาลเติมเต็มไปด้วยความสงบ อบอุ่น แต่ยังคงความเรียบหรู และสีสันแห่งของการเฉลิมฉลอง ในสไตล์ที่ลงตัว

พัดลมตั้งโต๊ะ รุ่น MKM18  มีสีให้เลือก (รวมถึง 2 สีลิมิเต็ด) ถึง 8 สี  ดีไซน์กระทัดรัด และน้ำหนักเบาเพียง 2.1 กิโลกรัม จัดวางประดับทุกมุมในบ้านไม่ว่าจะห้องนั่งเล่น ห้องรับแขก หรือห้องนอนได้โดยไม่กินพื้นที่ และยังพกพาติดตั้งสำหรับกิจกรรมกลางแจ้งได้สะดวกอีกเช่นกัน ตัวพัดลมปรับระดับความแรงลมได้ถึง 3 ระดับ หมุนพัดได้รอบทิศ ขึ้น-ลง 90 องศา และ ซ้าย-ขวา 65 องศา เสียงเงียบ ไม่รบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน พิกัดกำลังไฟฟ้าเพียง 49 วัตต์ ประหยัดไฟ และ รับประกันการใช้งานถึง 3 ปี

พบกับพัดลมตั้งโต๊ะ IRIS OHYAMA (ไอริส โอยามะ) กับ 2 สีใหม่  Forest Green และ Burgundy ได้ทุกช่องทางการขาย ทางออนไลน์ที่ IRIS OHYAMA Official Store (Lazada Shopee และ TikTok) และ ป๊อฟอัพ ที่ อินเด็กซ์ ลิฟวิ่ง มอล โฮมโปร และ เดอะมอลล์ ไลฟ์สโตร์ ทุกสาขา

-(016)

คุณแหน : 13 ธันวาคม 2568

คุณแหน : 13 ธันวาคม 2568

คุณแหน : 13 ธันวาคม 2568

วันเสาร์ ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

●● งานกาชาดปี 2568 ภายใต้ชื่องาน “ร้อยดวงใจปวงประชา น้อมสำนึกพระเมตตา องค์สภานายิกาสภากาชาดไทย” จัดระหว่างวันที่ 11–21 ธ.ค. ณ สวนลุมพินี…ซึ่งปีนี้ อิทธิพร แก้วทิพย์ อัยการสูงสุด และ เกษร แก้วทิพย์ นายกสมาคมภริยาอัยการ เชิญชวนประชาชนแวะบูธ 319 ประตู 3 เพื่อร่วมกิจกรรมของสมาคมฯ อาทิ ปรึกษาด้านกฎหมายกับอัยการ ชิงโชค สอยดาว ฯลฯ ณ ร้านของสำนักงานอัยการฯ…

●● ขอแสดงความยินดีกับ วาสินี ศุขะวณิช ที่มีหลานย่าคนเก่ง ดมิสา นักเรียนชั้น ป.5 วัฒนาวิทยาลัย ได้รับรางวัล Golden Medal Award แข่งขันเปียโน ที่มหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ เมื่อเร็วๆ นี้
…●● เมื่อคราวมหาอุทกภัยที่หาดใหญ่ สำนักงานท้องถิ่น จ.ฉะเชิงเทรา ได้จัดส่งขนมปัง เพื่อช่วยเหลือพี่น้องที่ประสบภัยใน จ.สงขลา จำนวน 5,000 ชิ้น ธนกฤต รัตนพันธ์ ข้าราชการส่วนปกครองท้องถิ่น จ.ฉะเชิงเทรา ส่งข่าวมา ลงให้ช้าแต่ชัวร์…

●● แม้ว่าจะเข้ารับการผ่าตัดอาการกระดูกสันหลังทับเส้นประสาทไปตั้งแต่ ก.ย.แล้วก็ตาม แต่ คุณแม่ สินี จงจิตต์ ยังต้องอยู่ในการดูแลเอาใจใส่จากลูกๆ ดร.ภัทรวัณย์-พิชญภัทร-ศุภศิษฎ์ จงจิตต์ ซึ่งผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาเฝ้าไข้คุณแม่เป็นประจำหลังการผ่าตัด…เรื่องนัดสัง สรรค์กับมิตรสหายจึงต้องขอพักไว้ก่อนชั่วคราว…

●● เพราะโทรศัพท์ของสองคน ตา-ยาย สมศักดิ์-วาณี ชูวาธิวัฒน์ พร้อมใจกันขัดข้อง ทำเอาเพื่อนๆ น้องๆ ตกใจหมดเลย ด้วยทุกคนโทร ไปหา ไม่มีผู้รับสาย ร้อนถึงน้องคนสนิทต้องรีบบึ่งไปดูที่บ้าน…เมื่อพบว่า ผู้อาวุโสทั้งสองยังอยู่ดี-มีสุข ก็พากันเบาใจหายห่วง…

●● เว้นว่างจากการเดินทางไปพักผ่อนที่บ้านมวกเหล็กนานกว่าครึ่งปี เพราะต้องพักรักษาตัวเกี่ยวกับโรครูมาตอยด์ แต่เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา รศ.ดร.นันทนา รณเกียรติ เปิดบ้านสวยที่นั่น ยินดีต้อนรับคณะเพื่อน (สมัยเรียนเขมะสิริ) กลุ่มใหญ่ ให้ไปสังสรรค์สโมสรกัน นัยว่าเพื่อเป็นการให้กำลังใจเพื่อนคนหนึ่งในกลุ่มที่เพิ่งผ่านพ้นการป่วยไข้ไม่สบายอย่างหนัก…มิตรแท้จึงมิใช่มีแต่ประกันภัยเท่านั้น…

●● คล้ายวันเกิด เมื่อพุธที่ผ่านมาของ เต็มภักดิ์ จารุประกร ได้รับพรจากมวลมิตรอย่างล้นหลาม เพราะเธอเป็นศูนย์กลางในการช่วยเพื่อนๆ กลุ่มที่ตกทุกข์ได้ยากและเดือดร้อนตลอดเวลา…เรียกว่า นางฟ้ามาเกิดชัดๆ…

●● คราวก่อน ใส่ชุดอินเดียไปกินอาหารจีน มาคราวนี้นัดใส่ชุดอินเดียไปกินอาหารเวียดนาม…เป็นเรื่องราวของชาววัฒนาวิทยาลัย 93 อันได้ แก่ รุ่งนภา จักรพันธุ์ฯ, กัลยาณี วสุวานิช และ ดารณี ลิมปอมร เป็นต้น…เป็นคนสวยทำอะไรไม่มีผิด…

●● ดร.สายฤดี วรกิจโภคาทร ไปสังสรรค์กับเพื่อนวัฒนาฯ แต่ทว่าบังเอิญไปเจอเพื่อนๆ นักเรียนเก่าจากอิลลินอยด์ มากินอาหารเวียดนามที่ร้านหอมรัญจวน ในวันและเวลาเดียวกันพอดี เลยได้ชื่นชุมนุมสามัคคีกับเพื่อนทั้งสองกลุ่ม แบบไม่เสียเที่ยว…

●● สวัสดิ์เกียรติ-แสงเดือน โรจนสุวรรณ ส่งข่าวจากสหรัฐฯให้ญาติสนิทมิตรรักว่า ย้ายนิวาสสถานจากบอสตันไปอยู่ฟลอริด้าเรียบร้อยแล้ว ได้เป็นเพื่อนบ้านกับประธานาธิบดีทรัมป์ อีกต่างหาก…

●● ผศ.นาฏยา ตนานนท์ กลับจากทริปญี่ปุ่นแล้วในวันนี้ โดยร่วมคณะไปกับ ขจรศิริ มุสิจรัล พี่สาวและหลานๆ ขชล และ ชนน ไปเมืองฟุกุโอกะ และเมืองคุมาโมโตะ (หลานไปตามเก็บ(ซื้อ)ตุ๊กตาเรื่อง One piece) แล้วขับรถขึ้นเขาต่อไปเมือง Beppu เมืองของออนเซ็น…ผศ.นาฏยา เล่าว่า ทริปนี้แสนคุ้ม ที่ได้ชมทุ่งหญ้าสีเหลือง ทั้งเขาสลับกับการปลูกป่าสน ซึ่งทำให้เข้าใจถึงการจัดการของรัฐบาลญี่ปุ่นที่เอาจริงเอาจังกับการอนุรักษ์ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม จนกลายเป็นวิถีชีวิตของคนญี่ปุ่นอย่างน่าทึ่ง  และเป็นแรงดึงดูดนักท่องเที่ยวอย่างไม่ต้องแสร้งประดิษฐ์…จริงแท้แน่เทียวค่ะ อาจารย์ !! …●●

บารอนเนส

สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ให้แก่ ฐาปน สิริวัฒนภักดี

สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ให้แก่ ฐาปน สิริวัฒนภักดี

สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ให้แก่ ฐาปน สิริวัฒนภักดี

วันศุกร์ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 18.56 น.

ฐาปน สิริวัฒนภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) เข้ารับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ Benemerenti จากสมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 โดยมี อาร์ชบิชอป ปีเตอร์ ไบรอัน เวลส์ เอกอัครสมณทูตแห่งนครรัฐวาติกันประจำประเทศไทย เป็นผู้แทนในพิธีมอบ ในโอกาสนี้ยังมี อาร์ชบิชอป ฟรังซิสเซเวียร์ วีระ อาภรณ์รัตน์ ประมุขแห่งอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ ปภัชญา สิริวัฒนภักดี พร้อมด้วยคณะที่ปรึกษาและผู้บริหาร บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ร่วมแสดงความยินดีในพิธีดังกล่าว ณ สถานเอกอัครสมณทูตนครรัฐวาติกันประจำประเทศไทย

เครื่องราชอิสริยาภรณ์ Benemerenti เป็นเครื่องหมายเชิดชูเกียรติที่พระราชทานแก่คริสตชนฆราวาสและนักบวชผู้ประกอบคุณงามความดีต่อพระศาสนจักรและสังคม การพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์นี้แก่พุทธศาสนิกชนจึงถือเป็นเกียรติอย่างยิ่ง สะท้อนถึงการยกย่องคุณงามความดีในการเสริมสร้างมิตรภาพระหว่างคริสต์ศาสนาและพระพุทธศาสนา ตลอดจนการส่งเสริมสัมพันธไมตรีอันดีระหว่างนครรัฐวาติกันและประเทศไทย

มูลนิธิช่วยการศึกษากรุงเทพมหานคร มอบทุน 421 ทุน นักเรียนกทม. ถวายอาลัยและถวายเป็นพระราชกุศลแด่ “แม่ของแผ่นดิน”

มูลนิธิช่วยการศึกษากรุงเทพมหานคร มอบทุน 421 ทุน นักเรียนกทม.  ถวายอาลัยและถวายเป็นพระราชกุศลแด่ “แม่ของแผ่นดิน”

มูลนิธิช่วยการศึกษากรุงเทพมหานคร มอบทุน 421 ทุน นักเรียนกทม. ถวายอาลัยและถวายเป็นพระราชกุศลแด่ “แม่ของแผ่นดิน”

วันศุกร์ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 18.48 น.

ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงให้ความสำคัญด้านการศึกษาของเด็กไทย มูลนิธิช่วยการศึกษากรุงเทพมหานคร จึงได้จัดพิธีมอบทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนระดับประถมศึกษา ในสังกัดกรุงเทพมหานคร เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลและเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม มาเป็นประจำต่อเนื่องทุกปี และเนื่องในโอกาสครบรอบ 64 ปีแห่งการก่อตั้ง มูลนิธิช่วยการศึกษากรุงเทพมหานคร จะได้จัดพิธีมอบทุนการศึกษา จำนวน 421 ทุน เพื่อถวายอาลัยและถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง “พระผู้เสด็จสู่สวรรคาลัย” เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2568 เวลา ณ ห้องประชุมบางกอก อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 เขตดินแดง

ภายในพิธีได้รับเกียรติจาก ดร.พญ.เลิศลักษณ์ ลีลาเรืองแสง รองปลัดกรุงเทพมหานคร มารับมอบทุนสนับสนุนการศึกษาแก่นักเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร ร่วมด้วย พญ.ดวงพร ปิณจีเสคิกุล ผอ.สำนักอนามัย พร้อมด้วยคณะผู้บริหารสำนักอนามัย โดยมีคณะกรรมการมูลนิธิฯ นำโดย ผาณิต พูนศิริวงศ์ ประธานมูลนิธิฯอ อุไร คุณานันทกุล, ดวงใจ ตั้งสง่า, ฉัตรสุดาจันทร์ดียิ่ง, รักษา แสงภู่, เพ็ญศรี สุขเจริญผล, พัชรา มาดล และศันสนีย์ อยู่ประเสริฐ ร่วมมอบทุน

ผาณิต พูนศิริวงศ์ ประธานมูลนิธิช่วยการศึกษากรุงเทพมหานคร กล่าวว่า มูลนิธิช่วยการศึกษากรุงเทพมหานคร ดำเนินการจดทะเบียนจัดตั้งเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2504 เพื่อให้เอกชนมีส่วนร่วมในการสนับสนุนช่วยเหลือกิจกรรม สาธารณกุศล โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เงินสนับสนุนการศึกษาแก่นักเรียนในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ให้ได้รับการศึกษาตามควรแก่อัตภาพของตน โดยให้ทุนระดับประถมศึกษาเพื่อเป็นการปูพื้นฐานการศึกษาให้แก่เยาวชนและให้ความช่วยเหลือด้านทุนสนับสนุนการศึกษา ทั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากนักสังคมสงเคราะห์ ศูนย์บริการสาธารณสุข สำนักอนามัย ทั้ง 68 ศูนย์บริการสาธารณสุข เป็นผู้พิจารณาคัดเลือกนักเรียนของโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานครในพื้นที่ความรับผิดชอบของศูนย์บริการสาธารณสุข สำนักอนามัย โดยศึกษาข้อเท็จจริงด้วยการสัมภาษณ์เยี่ยมบ้าน และสรุปประวัติเสนอคณะกรรมการมูลนิธิฯ พิจารณาช่วยเหลือ และภายหลังได้รับเงินสนับสนุนช่วยเหลือค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการศึกษาแล้ว นักสังคมสงเคราะห์จะได้ติดตามผลการเรียน ความประพฤติ เสนอมูลนิธิฯ เพื่อขอรับการช่วยเหลือต่อเนื่องในปีการศึกษาต่อไป

สำหรับในปี 2568 ซึ่งครบรอบ 64 ปี มูลนิธิช่วยการศึกษากรุงเทพมหานคร ร่วมกับ สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร จัดพิธีมอบทุนการศึกษาจำนวน 421 ทุนทุนละ 1,000 บาท รวมเป็นเงิน 421,000 บาท พร้อมเลี้ยงอาหารกลางวัน

ด้าน ดร.พญ.เลิศลักษณ์ ลีลาเรืองแสง รองปลัดกรุงเทพมหานคร ได้กล่าวแสดงความรู้สึกยินดีและขอบคุณมูลนิธิช่วยการศึกษากรุงเทพมหานคร ที่ให้การช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร ซึ่งจะเป็นการสร้างสรรค์เยาวชนของชาติให้เป็นพลเมืองดีต่อไป และได้กล่าวชื่นชมการปฏิบัติงานของมูลนิธิฯ ที่ได้ประสานงานอย่างใกล้ชิดกับสำนักอนามัย เป็นการช่วยพัฒนางานของกรุงเทพมหานคร ซึ่งกรุงเทพมหานครยินดีให้การสนับสนุนงานของมูลนิธิฯ เพื่อให้การปฏิบัติงานบรรลุผล ด้วยความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

โดยทุนการศึกษาในแต่ละปีมูลนิธิฯ ได้รับการสนับสนุนจากองค์กรภาครัฐและเอกชน ตลอดจนผู้ใหญ่ใจดีที่เห็นความสำคัญด้านการศึกษาของเยาวชนได้ร่วมบริจาคทุน อาทิ บจก. แมจิก เอ็นเตอร์ไพรส์ โดย ดร.อัศวิน อิงคกุล, บจก. เค เอ ยู แลนด์ โดย อุไร คุณานันทกุล, บมจ.ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) โดย ประจักษ์-ลออ ตั้งคารวะคุณ, มูลนิธิป่อเต๊กตึ๊ง, บจก.อุตสาหกรรมนมไทย, บจก.ภาษาหรรษา โดย ดวงใจ ตั้งสง่า, ธ.เพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย, ธนาคารแห่งประเทศไทย, ธ.อาคารสงเคราะห์ สำนักงานใหญ่, อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย, มูลนิธิอนุสรณ์หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร, กรมบังคับ พร้อมคณะกรรมการมูลนิธิฯ ที่ช่วยกันจัดหาทุนมามอบให้เด็กๆ ในวันนี้

นอกจากนักเรียนจะได้รับเงินสนับสนุนการศึกษาแล้ว ยังได้มอบถุงของขวัญที่อัดแน่นไปด้วยอุปกรณ์การเรียน สมุด ปากกา ดินสอ ขนม อาหารและเครื่องดื่มมากมายจากผู้ใหญ่ใจดี อาทิ ถุงลายการ์ตูน จาก วิรัตน์-วรุณพร สุพรรณธะริดา, ขนมจากยูไนเต็ดฟู๊ด โดย ดร.ศุลีมาศ สุทธิสัมพัทน์, ขนมข้าวโพดทอดกรอบ จาก วราภรณ์ พิชญ์พงศา, สมุดและปากกา จาก บมจ.ดับเบิ้ล เอ (1991), นมถั่วเหลืองแลคตาซอย โดย บจก.แคตาซอย, ยำยำ ช้างน้อย โดย บจก.อายิโนะโมะโต๊ะ, ป๊อบคอน โดย เมเจอร์ รัชโยธิน, เค้ก จาก บมจ.เอสแอนด์พี ซินดิเคท, เครื่องดื่มเย็น นมตรามะลิ จาก อุตสาหกรรมนมไทย, ผัดไทย จาก มูลนิธิร่วมกตัญญู, ข้าวผัดไก่ จากภัตตาคารจันทร์เพ็ญ, แมคโดนัลด์, โดนัท คริสปี้ครีม โดย อุษณีย์ มหากิจศิริ ลีโอณีโอ, แซนวิชเค้ก ขนมปัง  โดย บจก. ซีพีแรม  และกาแฟพันธุ์ไทย

ขอเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาร่วมสนับสนุนส่งเสริมการศึกษาของเยาวชนในสังกัดกรุงเทพมหานคร เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่  สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระผู้เสด็จสู่สวรรคาลัย สามารถบริจาคเงินได้ที่ ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาสะพานใหม่ ชื่อบัญชี มูลนิธิช่วยการศึกษากรุงเทพมหานคร บัญชีเลขที่ 029-442708-0 สามารถลดหย่อนภาษีได้ 1 เท่า สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร.02-5212690-1

กรมสมเด็จพระเทพฯ อุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดงานกาชาดประจำปี 2568

กรมสมเด็จพระเทพฯ อุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดงานกาชาดประจำปี 2568

กรมสมเด็จพระเทพฯ อุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดงานกาชาดประจำปี 2568

วันศุกร์ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 18.39 น.

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี อุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย เสด็จพระ ราชดำเนินไปทรงเปิด “งานกาชาดประจำปี 2568” ภายใต้แนวคิด “ร้อยดวงใจปวงประชา น้อมสำนึกพระเมตตา องค์สภานายิกาสภา กาชาดไทย” โดยมี เตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทย ประธานคณะกรรมการอำนวยการจัดงานกาชาดประจำปี 2568 พร้อมด้วย คุณหญิงชฎา วัฒนศิริธรรม เหรัญญิกสภากาชาดไทย ผู้บริหารสภากาชาดไทย และคณะกรรมการอำนวยการจัดงานกาชาด เฝ้าฯ รับเสด็จ ณ พลับพลาพิธี หน้าห้องสมุดประชาชน สวนลุมพินี เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 11 ธันวาคม 2568 เวลา 17.00 น.

เตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทย ประธานคณะกรรมการอำนวยการจัดงานกาชาดประจำปี 2568 กราบบังคมทูลรายงานวัตถุประสงค์การจัดงานกาชาดประจำปี 2568 และกราบบังคมทูลเบิกผู้ชนะการประกวดและผู้สนับสนุนการจัดงานกาชาดเข้ารับพระราชทานเกียรติบัตร อาทิ ผู้ชนะการประกวดผู้สูงวัยสุขภาพดีประจำปี 2568 จำนวน 7 ราย ผู้ชนะการประกวดสรรหากุลบุตร-กุลธิดากาชาดประจำปี 2568 จำนวน 4 ราย ผู้สนับสนุนการจัดงานกาชาด จำนวน 20 ราย รวมถึงหน่วยงานที่ร่วมออกร้านกาชาดและผู้มีจิตศรัทธา เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายเงินโดยเสด็จพระราชกุศลบำรุงสภากาชาดไทย สมทบงานกาชาดประจำปี 2568 จำนวน 30 ราย

โอกาสนี้ ทรงทอดพระเนตรการแสดงพิธีเปิดงานกาชาดประจำปี 2568 ชุด “น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณองค์สภานายิกาสภากาชาดไทย ธ สถิตในดวงใจตราบนิจนิรันดร์” เสด็จฯ ไปทรงกดปุ่มไฟฟ้าเปิดแพรคลุมป้ายงานกาชาด ประจำปี 2568 “ร้อยดวงใจปวงประชา น้อมสำนึกพระเมตตา องค์สภานายิกาสภากาชาดไทย” และทอดพระเนตรนิทรรศการ “๖๙ ปี แสงแห่งพระเมตตา องค์สภานายิกาสภากาชาดไทย” โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ เตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทยประธานคณะกรรมการอำนวยการจัดงานกาชาดประจำปี 2568 ทูลเกล้าฯ ถวายสลากบำรุงสภากาชาดไทย และเสด็จฯ ไปทรงเยี่ยมร้านหน่วยงานต่างๆ ในงานกาชาด อาทิ ร้านสมเด็จองค์สภานายิกาสภากา ชาดไทย ร้านสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จฯ ไปทอดพระเนตรการประมูลผักดองวังสระปทุมที่ร้านอุปนายิกา ก่อนประทับรถรางทอดพระเนตรร้านและกิจกรรมของหน่วยงานที่มาร่วมออกร้านในงานกาชาดประจำปี 2568

งานกาชาดประจำปี 2568 ณ สวนลุมพินี ได้มีการปรับรูปแบบของงานและกิจกรรมต่างๆ ให้สอดคล้องกับห้วงเวลาแสดงความอาลัยและน้อมสำ นึกในพระมหากรุณาธิคุณ โดยมีกิจกรรมดังนี้ กิจกรรมแสดงความอาลัยถวายแด่องค์สภานายิกาสภากาชาดไทย โซน“ธ สถิตในดวงใจตราบนิจนิรันดร์” อัญเชิญพระบรมฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สภานายิกาสภากาชาดไทย ประดิษฐาน ณ บริเวณศาลาภิรมย์ภักดี ประดับตกแต่งด้วยพุ่มดอกไม้อันวิจิตรงดงาม พร้อมไฟประดับดุจแสงแห่งพระเมตตาที่ส่องสว่างกลางดวงใจพสกนิกรไทย

นิทรรศการ “๖๙ ปี แสงแห่งพระเมตตา องค์สภานายิกาสภากาชาดไทย” จัดแสดงพระราชกรณียกิจสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี นาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ขณะทรงดำรงตำแหน่งสภานายิกาสภากาชาดไทย เป็นเวลา 69 ปี พร้อมเชิญชวนประชาชนร่วมบริจาคเงินเพื่อโดยเสด็จพระราชกุศลบำรุงสภากาชาดไทย ผู้บริจาคจะได้รับพระบรมฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในรูปแบบโปสการ์ดอันทรงคุณค่ายิ่ง จำนวน 12 ภาพ

การแสดง Projection Mapping ประกอบบทเพลงพระราชนิพนธ์ ตระการตาด้วยแสง สี เสียง ผสานความงดงามของศิลปะดิจิทัลเข้ากับความไพเราะของบทเพลงพระราชนิพนธ์อันทรงคุณค่า ณ อาคารลุมพินีสถาน การจัดแสดงศิลปะ วัฒนธรรม ณ เวทีกลางจัดให้มีการแสดงโขนเรื่อง “รามเกียรติ์” 10 วัน 10 ตอน จากสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม พร้อมด้วยการแสดงศิลปวัฒนธรรมอื่นๆจากเยาว ชนผู้สูงอายุและอาสาสมัครหมุนเวียนสร้างความประทับใจแก่ผู้เข้าชม พร้อมเพลิดเพลินไปกับสินค้าอุปโภคบริโภคราคาพิเศษ ของที่ระลึกและผลิตภัณฑ์ชุมชนจากทั่วประเทศให้เลือกสรร อาทิ ร้านค้าจากโครงการส่วนพระองค์ ร้านสมเด็จองค์สภานายิกาสภากาชาดไทย จำหน่ายผ้าพระราชทาน เสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม และสินค้าที่ระลึก ร้านสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง จำหน่ายสินค้าหัตถกรรมที่ทรงอนุรักษ์และสืบทอดต่อกันมา อาทิ งานปัก งานทอ งานมัดย้อม งานฝ้ายและงานเทียน ร้านอุปนายิกา นำผลิตภัณฑ์ของกลุ่มอาชีพประชาชนในถิ่นห่างไกลในโครง การส่งเสริมอาชีพตามพระราชดำริ ผลิตภัณฑ์ในโครงการสร้างป่า สร้างรายได้และโครงการส่งเสริมเศรษฐกิจพอเพียงในชุมชนตามพระราชดำริ พร้อมผักดองวังสระปทุมและน้ำหอมสูตรพระราชทานมาจำหน่าย รวมถึงการตรวจดวงชะตาพยากรณ์ จากนักโหราศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้เที่ยวชมงานเป็นประจำทุกปี ร้านอาหารกว่า 200 ร้าน ในโซน “รสชาติแห่งสยาม by ลิ้นติดโปร เมนูติดดาว” และร้าน “รวมใจดารา น้อมสำนึกพระเมตตา องค์สภานายิกาสภากาชาดไทย” ที่เปิดโอกาสให้ผู้ที่มาเที่ยวชมงานได้ร่วมกันอุดหนุนสินค้าเพื่อร่วมส่งต่อพลังแห่งการให้ไปพร้อมกันด้านงานกาชาดออนไลน์บนแพลตฟอร์ม http://www.iredcross.org พบกับน้องไอจังพาเที่ยวงานกาชาดออนไลน์ สัมผัสความรู้สึกเต็มอิ่มเหมือนได้มาเดินเที่ยวงานกาชาดจริง ผ่านหน้าจอมือถือ อาทิ นิทรรศการออนไลน์ “69 ปี แสงแห่งพระเมตตา องค์สภานายิ กาสภากาชาดไทย” การจำหน่ายสินค้าจากร้านโครงการส่วนพระองค์ และเหล่ากาชาดจังหวัด กว่า 300 ร้าน การจำหน่ายสลากกาชาดออน ไลน์ 11 หน่วยงาน การตรวจดวงชะตาพยากรณ์ออนไลน์ กิจกรรมเกมตักไข่ลุ้นโชค มินิเกมกาชาด กิจกรรมปาเป้า และไอจังตกน้ำ พร้อมร่วมทำบุญผ่านการบริจาคออนไลน์สนับสนุนภารกิจสภากาชาดไทย

ขอเชิญชวนประชาชนร่วมแสดงความอาลัยและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระ บรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สภานายิกาสภากาชาดไทย และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสืบสานพระราชภารกิจด้านมนุษยธรรม ที่งานกาชาดประจำปี 2568 วันที่ 11-21 ธันวาคม 2568 ณ สวนลุมพินี เวลา 11.00-22.00 น. และงานกาชาดออนไลน์ http://www.iredcross.org ตลอด 24 ชั่วโมง โดยขอความร่วมมือให้ผู้ที่มาเที่ยวงานเดินทางโดยขนส่งสาธารณะเพื่อความสะดวก และใช้ถุงผ้าแทนถุงพลาสติก รวมถึงงดใช้โฟมเป็นบรรจุภัณฑ์ใส่อา หาร เพื่อลดปริมาณขยะภายในงาน

กรุงเทพมหานคร โดย สำนักการจราจรและขนส่ง (สจส.) จัดบริการ BMA Feeder รับ –ส่งฟรี งานกาชาดประจำปี 2568 เส้นทาง BTS สนามกีฬาแห่งชาติ (ทางออก 2)–สวนลุมพินี (ประตู 1)ให้บริการฟรีตั้งแต่วันที่ 11–21 ธันวาคม 2568 เวลา 10.30–23.00 น. โดยรถจะออกทุก 30 นาที / ให้บริการรวม 3-4 คัน โดยมีเส้นทางให้บริการดังนี้

ขาไป : สนามกีฬาแห่งชาติ (ทางออก 2) – สวนลุมพินี ออกจากจุดจอดสนามกีฬาแห่งชาติ (ถนนพระราม 1) เข้าซอย จุฬาฯ 5 – จุฬาฯ 9 เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนพระราม 4 ผ่านสามย่านมิตรทาวน์ – เลี้ยวซ้ายเข้าถนนวิทยุ – ถึงสวนลุมพินี ประตู 1 (จุดหมายปลายทาง)

ขากลับ : สวนลุมพินี – สนามกีฬาแห่งชาติ จากสวนลุมพินี ประตู 1 มุ่งหน้าแยกสารสิน – เพลินจิต เลี้ยวซ้ายเข้าถนน เพลินจิต – พระราม 1 – กลับสู่จุดเริ่มต้นบริเวณสนามกีฬาแห่งชาติ (ทางออก 2)

รถไฟฟ้า BTS ลงสถานีราชดำริ ทางออก 4 หรือสถานีศาลาแดง ทางออก 5

รถไฟฟ้า MRT ลงสถานีลุมพินี ทางออก 3 หรือสถานีสีลม ทางออก 1

รถโดยสารประจำทาง 

ผ่านถนนสารสิน สาย 13 (3-38) ,50 (2-7),514 (1-54) ,A3 และ 2-28

ผ่านถนนราชดำริ สาย 24(2-39) ,50 (2-7),76 (4-14),514 (1-54),A3 ,2-28 และสาย 4-35

ผ่านถนนวิทยุ สาย 13 (3-38) , 50 (2-7) ,514 (1-54)A3 และ 2-28 

ผ่านถนนพระราม 4 สาย 45 (3-9E), 47(3-41), 50(2-7), 67(3-43), 76(4-14), 141(2-24E), 514(1-54) 514E(1-55E)A3, 2-28, 13(3-38), 62(3-42) และ 24(2-39)

สมาคมธรรมศาสตร์ฯ ยกย่อง 32 ศิษย์เก่าผู้ทรงคุณค่าต่อสังคม 2568

สมาคมธรรมศาสตร์ฯ ยกย่อง 32 ศิษย์เก่าผู้ทรงคุณค่าต่อสังคม 2568

สมาคมธรรมศาสตร์ฯ ยกย่อง 32 ศิษย์เก่าผู้ทรงคุณค่าต่อสังคม 2568

วันศุกร์ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 18.18 น.

มัณทรี อุชชิช ประธานศาลอุทธรณ์

รศ.ดร.กิติพงศ์ หังสพฤกษ์

ทพ.ชัชวาล อมรกาญจนวัฒน์


พล.ต.ต.ชัยทัต รุ่งแจ้ง

สุดจิตตรา คำดี อุปนายกสมาคมวารสารศาสตร์ฯ ธรรมศาสตร์

รศ.ดร.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการ กทม.

ไชยยันต์ ชาครกุล


ตวงรัตน์ โล่สุนทร


ทศพล เผื่อนอุดม


ธีรวีร์ ตันติพงศ์


ดร.นริศรา รวมศิริวัฒนกุล


บุญเขตร์ พุ่มทิพย์


บุปผรัต ภิญโญ


รศ.ดร.พงศกร มาตย์วิเศษ


วรรณวิภา เหราบัตย์

วรรณา อาลีตระกูล


วิณีนารถ พันธุ์วุฒิ


วิชิต ลือชัยประสิทธิ์


วิเชฏฐ์ มุสิกรังษี


ร.ต.อ.วินท์นิธิ หาญญ์สุวรรณนที


วิวัฒน์ เชาน์วานิชย์


ศิระ รัตน์ประสิทธิ์


ศิวกร เถลิงวุฒิวงศ์


ศุภชัย สุกาญจนภรณ์


สมเจตน์ สุกกสังค์


สรรเพชญ ศลิษฏ์อรรถกร


สิทธิชัย ไทยเจริญ

อภิเดช พิริยะพงศ์ศักด์