สมาคมธรรมศาสตร์ฯ จัดงาน วันธรรมศาสตร์ 10 ธ.ค. 68 ยกย่อง 32 “ศิษย์เก่าผู้ทรงคุณค่าต่อสังคม”

สมาคมธรรมศาสตร์ฯ จัดงาน วันธรรมศาสตร์ 10 ธ.ค. 68             ยกย่อง 32 “ศิษย์เก่าผู้ทรงคุณค่าต่อสังคม”

สมาคมธรรมศาสตร์ฯ จัดงาน วันธรรมศาสตร์ 10 ธ.ค. 68 ยกย่อง 32 “ศิษย์เก่าผู้ทรงคุณค่าต่อสังคม”

วันศุกร์ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 17.56 น.

สมาคมธรรมศาสตร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดงาน “วันธรรมศาสตร์ 10 ธันวาคม 2568”  เพื่อรำลึกถึงการก่อตั้งมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง และยังเป็นวันคืนสู่เหย้าชาวเหลืองแดง กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย พิธีทำบุญเนื่องในวันธรรมศาสตร์ พิธีถวายความอาลัย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง  การบรรเลงเพลงพระราชนิพนธ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ยูงทอง) ประกอบการแสดงของดรัมเมเยอร์และผู้นำเชียร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และพิธีมอบโล่เกียรติยศ “ศิษย์เก่าผู้ทรงคุณค่าต่อสังคม” จำนวน 32 ราย และการบรรยายพิเศษในหัวข้อ “บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดน MOU 43-44” ในการนี้มี ชัยศักดิ์ อังค์สุวรรณ ประธานคณะกรรมการจัดงานวันธรรมศาสตร์ 10 ธันวาคม กล่าวรายงานและวัตถุประสงค์การจัดงาน พงศ์เทพ เทพกาญจนา นายกสมาคมธรรมศาสตร์ฯ กล่าวเปิดงานและมอบโล่เกียรติยศให้แก่ศิษย์เก่าผู้ทรงคุณค่าต่อสังคม ศ.ดร.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาล อธิการบดี กล่าวถึงความเจริญก้าวหน้าของมหาวิทยาลัย และ ศ.ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์ ดำเนินรายการบรรยายพิเศษ พร้อมด้วยคณะกรรมการสมาคม และศิษย์เก่าร่วมงานอย่างคับคั่ง เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2568 ณ ห้องยูงทอง 1 ชั้น 2 สมาคมธรรมศาสตร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์

นิทรรศการถวายความอาลัย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 


พงศ์เทพ เทพกาญจนา นายกสมาคมธรรมศาสตร์ฯ พร้อมด้วย ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ นายกสภา มธ.,กำธร วังอุดม อุปนายกสมาคมฯ,รศ.ดร.นริศ ชัยสูตร อดีตอธิการบดี มธ. และชาวลูกแม่โดมร่วมในงานวันธรรมศาสตร์ 10 ธันวาคม

กิตติพงศ์ เศวตกิติธรรม ,เชาวรัตน์ เชาวน์ชวานิล และ จำกัดธิต ศิริพูนทรัพย์ กก.สมาคมฯ


คณะกรรมการสมาคมธรรมศาสตร์ฯ พงศ์เทพ เทพกาญจนา นายกสมาคมฯ,ศ.ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์ อุปนายก, ยอดยิ่ง โสภณ อุปนายก,ผาณิต  พูนศิริวงศ์ อุปนายก,กำธร วังอุดม อุปนายก, ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ นายกสภา มธ., พิชัย ชุณหวชิร อดีตนายกสมาคมฯ ,ชาญศิลป์ ตรีนุชกร อดีตนายกสมาคมฯ,รศ.ดร.นริศ ชัยสูตร อดีตอธิการบดี มธ. และกรรม การสมาคมฯ ชัยศักดิ์  อังค์สุวรรณ,พรชัย กิตติปัญญางาม

ดร.สันติภาพ เตชะวณิช  พร้อมด้วย รศ.สวาท แย้มวงษ์ศรี, ศิวกร เถลิงวุฒิวงศ์


ศ.ดร.สุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ อธิการบดี มธ. กับ รศ.นพ.ดิลก ภิญโญทัย ผอ.รพ.ธรรมศาสตร์ฯ, รศ.ดร.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าฯ กทม., ผาณิต พูนศิริวงศ์ และ จเด็จ อินทร์สว่าง


รศ.ดร.นริศ ชัยสูตร, ดร.มนตรี ฐิรโฆไท,ดร.ธีรวัฒน์ ธัญลักษณ์ภาคย์,สุนทร สถาพร และ พรชัย กิตติปัญญางาม


มนู-ผศ.ประภัสสร เลียวไพโรจน์


อุปนายกสมาคมฯ ผาณิต พูนศิริวงศ์ นำทีม อินทร์ชญาน์ ธนถาวรกิตติ์,ศุลีพร โชควิวัฒน และ อิศวีร์พร พัชรสุรบดี ยินดีกับ สุดจิตตรา คำดี อุปนายกสมาคมวารสารศาสตร์ฯ ธรรมศาสตร์


กฤติญา จิตตานนท์ และ ผศ.ดร.ธนภัทร ชาตินักรบ ร่วมบรรยายพิเศษ ดำเนินรายการโดย ศ.ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์


พิชัย ชุณหวชิร อดีตนายกสมาคมฯ มอบของที่ระลึกให้กับผู้มาร่วมบรรยาย


คณิต พีชวณิชย์, สถิตย์ ไม้งิ้ว


เพลงธรรมศาสตร์จากลูกแม่โดม โดย นายกสมาคมธรรมศาสตร์ฯ และ ชวนพิศ ฉายเหมือนวงศ์
 

ประจวบ ตะยาคีพิสุทธิ์, ชัยศักดิ์ อังค์สุวรรณ, วิวัฒน์ เชาว์วานิชย์ ศิษย์เก่าผู้ทรงคุณค่าต่อสังคม 2568 และ ดร.วิไลลักษณ์ สกุลภักดี นำกาแฟ VIVALKA กาแฟคอลลาเจนนำเข้าจากนอร์เวย์ มาบริการผู้ร่วมงาน

การแสดงจากผู้นำเชียร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

อย. ปลุกกระแส ‘กินดี ชีวิตเปลี่ยน’ จัดบิ๊กอีเวนต์ส่งท้ายปี

อย. ปลุกกระแส ‘กินดี ชีวิตเปลี่ยน’ จัดบิ๊กอีเวนต์ส่งท้ายปี

อย. ปลุกกระแส ‘กินดี ชีวิตเปลี่ยน’ จัดบิ๊กอีเวนต์ส่งท้ายปี

วันศุกร์ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 17.45 น.

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ประกาศความพร้อมจัดงานใหญ่แห่งปี “งานมหกรรมผลิตภัณฑ์ทางเลือกสุขภาพ” (Healthier Choice Expo) ระหว่างวันที่ 19-21 ธันวาคม 2568 ณ อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น ฮอลล์ 8 เมืองทองธานี ผนึกกำลังภาคีเครือข่ายสุขภาพและผู้ประกอบการส่งเสริมการบริโภคอาหาร “ลดหวาน ลดมัน ลดเค็ม” มุ่งเป้าลดสถิติผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ที่ยังเป็นปัญหาสำคัญในประเทศไทย

เภสัชกรหญิงสุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการ อย. เปิดเผยว่า “คนไทยเจ็บป่วยจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (Non-Communicable Diseases; NCDs) เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสาเหตุหลักเกิดจากการใช้ชีวิตและพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่ไม่เหมาะสม สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) จึงได้ขับเคลื่อนมาตรการเชิงรุก ร่วมกับมหาวิทยาลัยมหิดลพัฒนาสัญลักษณ์โภชนาการ “ทางเลือกสุขภาพ (Healthier Choice)” ให้เป็นเครื่องมือช่วยให้ผู้บริโภคเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีปริมาณน้ำตาล ไขมัน และโซเดียมที่เหมาะสม ควบคู่กับการสื่อสารให้ประชาชนสามารถเลือกซื้อผลิตภัณฑ์อาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการที่ดีกว่าสำหรับตนเองและคนในครอบครัว”

งานมหกรรมผลิตภัณฑ์ทางเลือกสุขภาพ (Healthier Choice Expo) ที่ อย. ตั้งใจจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 19-21 ธันวาคม 2568 ณ อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น ฮอลล์ 8 เมืองทองธานี เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลสุขภาพที่ถูกต้อง และเลือกซื้อผลิตภัณฑ์อาหารที่ดีต่อสุขภาพได้ง่ายขึ้น ผ่านสัญลักษณ์โภชนาการ ‘ทางเลือกสุขภาพ’ ซึ่งเป็นตัวช่วยสำคัญในการตัดสินใจเลือกผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการตรวจสอบแล้วว่า มีปริมาณน้ำตาล ไขมัน และโซเดียม อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม งานนี้จึงเป็นอีกก้าวหนึ่งในการร่วมกันสร้างสังคมไทยที่แข็งแรง ลดความเสี่ยงการเกิดโรค NCDs และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน

ภายในงานตลอด 3 วัน จะมีกิจกรรมเด่นมากมายให้ประชาชนได้เรียนรู้และเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ทางเลือกสุขภาพ ได้แก่

  • Healthier Market: ช้อปสินค้าที่ติดสัญลักษณ์ทางเลือกสุขภาพที่ยกขบวนมาจำหน่ายในราคาพิเศษ พร้อมลุ้นรับของรางวัลมากมาย
  • Healthier Choice Pavilion: นิทรรศการให้ความรู้ด้านโภชนาการและสุขภาพในรูปแบบเสมือนจริง
  • Healthier Cooking Menu: โชว์สุดพิเศษจากเชฟชื่อดัง เช่น เชฟพฤกษ์ Iron Chef ที่จะมาสาธิตการทำเมนูอาหารใหม่ ๆ ด้วยผลิตภัณฑ์ทางเลือกสุขภาพที่ทำตามได้ง่าย อร่อย และห่างไกลโรค
  •  Health Check-Up: บริการตรวจสุขภาพเบื้องต้นและให้คำปรึกษาด้านโภชนาการ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

เราเชื่อมั่นว่า งานนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของคนไทยให้หันมาใส่ใจสุขภาพด้วยการเลือกรับประทานที่มีคุณค่าทางโภชนาการที่เหมาะสม และใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพมากขึ้น จึงขอ

เชิญชวนพี่น้องประชาชนและผู้ที่รักสุขภาพทุกท่านมาร่วมสร้างสังคมสุขภาพดีไปด้วยกันในงาน “มหกรรมผลิตภัณฑ์ทางเลือกสุขภาพ (Healthier Choice Expo)” ระหว่างวันที่ 19-21 ธันวาคม 2568 เวลา 10.00–20.00 น. ณ อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น ฮอลล์ 8 เมืองทองธานี เลขาธิการ อย. กล่าวในตอนท้าย

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ http://www.fda.moph.go.th และ Facebook: FDAThai

คุณแหน : 12 ธันวาคม 2568

คุณแหน : 12 ธันวาคม 2568

คุณแหน : 12 ธันวาคม 2568

วันศุกร์ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 16.36 น.

๐๐เพื่อนๆ Digital CEO#4 ยินดีกับ ปิยพงศ์ ชูวงศ์ ที่ได้เป็น ว่าที่ ผวจ.ลำพูน ส่วนชาว Digital CEO#7 ร่วมยินดีกับ วีรพงศ์ ฤทธิ์รอด ที่ได้เป็น ว่าที่ ผวจ.ลพบุรี..๐๐

๐๐ ชื่นชม ดีป้า กับความสำเร็จงาน gamescom asia x Thailand Game Show 2025 สร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญในอุตสาหกรรมเกมระดับภูมิภาคเอเชีย ด้วยผู้เข้าร่วมงานในโซน Entertainment Area กว่า 2 แสนคน และนักธุรกิจ นักสร้างสรรค์และพัฒนาเกม รวมถึงผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมเกม เข้าร่วมงานในโซน Business Area กว่า 5,500 คน จาก 81 ประเทศทั่วโลก ถือเป็นจำนวนผู้เข้าร่วมสูงสุดในประวัติการณ์ของงานเกมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมกว่า 1,200 ล้านบาท ตอกย้ำศักยภาพของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางอุตสาหกรรมเกมเอเชีย และความพร้อมในการเป็นเจ้าภาพจัดงานเกมระดับโลกอย่างมืออาชีพ..๐๐

๐๐ ยามนี้ เฉลิมพันธ์ สุวรรณประกร พร้อม กอบทิพย์ ศรีจอมขวัญ, บรรเจิด-วิไลภรณ์ ลบล้ำเลิศ ไปรับลมหนาวท่องเที่ยวตะลุยคริสต์ มาสมาร์เก็ตของเมืองต่างๆ ในฝรั่งเศสและเยอรมัน 14 วัน..๐๐

๐๐อนุโมทนาบุญกับ ศักดา เด่นแดนโดม ประธานมูลนิธิรุจิรวงศ์ในพระราชูปถัมภ์ฯ ที่ได้มอบทุนการศึกษาให้กับนักเรียน รร.วัดสุทธิวราราม

..๐๐

๐๐เพื่อนๆปลื้มใจกับ ดร.ประดิษฐ์ อารยะการกุล ที่ลูกคนโต สาวเก่ง พญ.สุชาภา อารยะการกุล ซึ่งจบแพทยศาสตร์ จุฬาได้ไปศึกษาต่อ Internal Medicine Residency ที่ University of Minnesota จนจบแล้วกำลังจะเข้าเรียน Gastroenterology fellowship (ทางเดินอาหาร) ที่ Johns Hopkins นับคนไทยคนแรกที่ได้เรียน fellowship ที่นี่..๐๐

๐๐บุญทวี ดวงนิราช พร้อมเพื่อนๆชาว Digital Jumpstart #3 ไปดูศึกษางานดิจิทัลเทคโนโลยีของ อาลีบาบา ณ สำนักงานใหญ่ กรุงปักกิ่ง งานนี้ นพ.ธีรพัฒน์ ตันพิริยะกุล, ผศ.ดร.ไพโรจน์ เร้าธนชลกุล, พ.อ.(พิเศษ) นำพล ไพบูลย์ฐิติพรชัย, พญ.ชญานิน นิติวรางกูร, ผศ.ประสิทธิ ชัย ณรงค์เลิศฤทธิ์, นพ.ปรีดี ดิษร, กฤติย์ภรณ์ เตียไพรัชกูลกิจ, กฤษกร เตกิตติพงษ์, จิตติ วัฒนจัง, ชวิศ ยงเห็นเจริญ, บรรจง พูลศรี, วิชัย เพ็ญศักดิ์สงวน, วิสุทธิดา นครชัย, เรือโทภัทธวุฒิ กนกวรรณากร, สันต์ทศน์ สุริยันต์ , อนิรุทธิ์ เทศสิงห์, อาณัติ จันดี ไม่พลาด

๐๐ยินดีกับ ม.เชียงใหม่ ที่คว้ารางวัลอันทรงเกียรติระดับนานาชาติ “IET Engineers in Society Awards 2025” ด้าน Sustainability and Climate Change จาก The Institution of Engineering and Technology (IET) สหราชอาณาจักร ซึ่งเป็นสถาบันวิศวกรรมชั้นนำของโลกที่มีประวัติยาวนานกว่า 150 ปี และได้รับพระราชทานกฎบัตร ตั้งแต่ ค.ศ. 1921 รางวัลนี้สะท้อนถึงความสำเร็จของ ม.เชียงใหม่ในการขับเคลื่อนพันธกิจสู่การเป็น Carbon Neutrality University อย่างแท้จริง..๐๐

๐๐ชาว ปธพ.5 ร่วมอาลัยในการจากไปของเพื่อนร่วมรุ่น ชัยยงค์ พัวพงศกร อดีตผู้ว่าการไฟฟ้านครหลวง..๐๐

น้องใหม่

คณะวิจัยทีมแพทย์จุฬาค้นพบ L34 – โพรไบโอติกสายพันธุ์ใหม่ ใช้รักษาสุขภาพลำไส้คนไทย

คณะวิจัยทีมแพทย์จุฬาค้นพบ L34 – โพรไบโอติกสายพันธุ์ใหม่ ใช้รักษาสุขภาพลำไส้คนไทย

คณะวิจัยทีมแพทย์จุฬาค้นพบ L34 – โพรไบโอติกสายพันธุ์ใหม่ ใช้รักษาสุขภาพลำไส้คนไทย

วันศุกร์ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 16.31 น.

คณะวิจัยของ ศ.ดร.สมหญิง ธัมวาสร และ รศ.ดร.อัษฎาศ์ ลีฬหวนิชกุล จากคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทำการคัดแยกสายพันธุ์จากลำไส้ของคนไทย สู่ผลิตภัณฑ์โพรไบโอติก Prometa L34 สายพันธุ์ใหม่ ที่พัฒนาจากงานวิจัยโดยหมอไทย เพื่อสุขภาพของคนไทยโดยเฉพาะ

นายชนวิน เต็งอำนวย ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เกร๊ทเตอร์ฟาร์ม่า จำกัด เปิดเผยว่า จากการที่บริษัทฯมีพันธกิจกับคณะวิจัยของ ศ.ดร.สมหญิง ธัมวาสร และ รศ.ดร.อัษฎาศ์ ลีฬหวนิชกุล จากคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พัฒนาโพรไบโอติก มายาวนาน และในโอกาสก้าวสู่ปี 60 ของกลุ่มบริษัท เกร๊ทเตอร์ฟาร์ม่า จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลสุขภาพและเป็นผู้ผลิตเวชภัณฑ์คุณภาพของไทย ผ่านการวิจัยและพัฒนาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญไทย ขับเคลื่อนนวัตกรรมสุขภาพที่มีงานวิจัยรองรับ ส่งผลให้บริษัทเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน

โดยล่าสุดคณะวิจัยทีมศ.ดร.สมหญิง ธัมวาสร และ รศ.ดร.อัษฎาศ์ ลีฬหวนิชกุล จากคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้คัดแยกสายพันธุ์จากลำไส้ของคนไทย และค้นพบ โพรไบโอติกสายพันธุ์ใหม่ “GREATER Prometa L34″  เพื่อสุขภาพลำไส้ของคนไทย ดังกล่าว ดังนั้นบริษัทได้ประกาศเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดนี้ ด้วยความภาคภูมิใจอย่างยิ่ง เพราะเป็นสายพันธุ์ที่คิดค้นและพัฒนาขึ้นเพื่อคนไทย  มีจุดแข็งที่คุณภาพของเชื้อซึ่งสอดคล้องกับวิถีชีวิตการรับประทานอาหารและสุขภาพลำไส้ของคนไทยโดยเฉพาะนั่นเอง

” เราเชื่อมั่นว่า PROMETA จะเป็นตัวหลักสำคัญในการดูแลสุขภาพจากภายในอย่างยั่งยืน และสอดรับกับเป้าหมายของบริษัทที่ต้องการขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตของคนไทย และก้าวสู่ปีที่ 60 อย่างมั่นคงด้วยนวัตกรรมที่มีรากฐานจากวิทยาศาสตร์ครับ ” นายชนวิน กล่าวในตอนท้าย              

-(016)

มูลนิธิช่วยการศึกษากรุงเทพมหานคร แจกทุนช่วยการศึกษาแก่เด็กเรียนดี แต่ขาดทุนทรัพย์

มูลนิธิช่วยการศึกษากรุงเทพมหานคร แจกทุนช่วยการศึกษาแก่เด็กเรียนดี แต่ขาดทุนทรัพย์

มูลนิธิช่วยการศึกษากรุงเทพมหานคร แจกทุนช่วยการศึกษาแก่เด็กเรียนดี แต่ขาดทุนทรัพย์

วันศุกร์ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 16.05 น.

12 ธ.ค. 68 เวลา 10.30 น. ที่ตึกไอยรา กทม.ดินแดง มูลนิธิช่วยการศึกษากรุงเทพมหานคร นำโดย ผาณิต พูนศิริวงศ์ ประธานมูลนิธิฯ และคณะกรรมการ ได้ร่วมกันแจกทุนช่วยการศึกษาแก่เด็กนักเรียนเรียนดี แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ โดยใช้นักสังคมสงเคราะห์ของสำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร จาก 68 ศูนย์ (เพราะศูนย์บริการสาธารณสุขที่ 63 ไม่มีโรงเรียนในสังกัด)

โดยปีนี้มูลนิธิฯ ครบรอบ 64 ปี มีนักเรียนได้รับทุนการศึกษา 421 ทุน เป็นเงิน 421,000 บาท โดยได้รับเกียรติจาก ดร.พญ.เลิศลักษณ์ ลีลาเรืองแสง รองปลัดกรุงเทพมหานคร มารับมอบทุนสนับสนุนการศึกษาแก่นักเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานครในวันนี้ (12 ธ.ค.68)

ทั้งนี้ ทุกปีที่ผ่านมา มูลนิธิฯ ได้จัดถวายสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา แต่เนื่องจากในปีนี้พระองค์ได้เสด็จสู่สวรรคาลัย เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2568 จึงได้จัดเป็นการส่งเสด็จสู่สวรรคาลัยถวายเป็นพระราชกุศลแก่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

อว.มอบ 7 กล่องของขวัญปีใหม่ พร้อมตั้ง ‘ศูนย์บริการช่วยผู้ประสบอุทกภัย’

อว.มอบ 7 กล่องของขวัญปีใหม่ พร้อมตั้ง 'ศูนย์บริการช่วยผู้ประสบอุทกภัย'

อว.มอบ 7 กล่องของขวัญปีใหม่ พร้อมตั้ง ‘ศูนย์บริการช่วยผู้ประสบอุทกภัย’

วันศุกร์ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 16.04 น.

“สุรศักดิ์” มอบ“ 7 กล่องของขวัญปีใหม่ อว.เพื่อประชาชน 2569” แจกกว่า 1 หมื่นทุนการศึกษา –  ตั้ง “ศูนย์บริการช่วยผู้ประสบอุทกภัย” กว่า 55 จังหวัด ใน 2,522 ตำบล/เทศบาล – NIA,สทน.,วศ., ปส., สวทช.ยกเว้นค่าธรรมเนียม ลดค่าบริการและให้บริการฟรี – วช.มอบเตาเผาไบโอชาร์ ลดฝุ่น PM 2.5 ให้ 20 ชุมชนภาคเหนือ – บพข.ติดตั้งโซลาร์เซลล์ 5 กิโลวัตต์ ให้ 50 ชุมชนฟรี – บพท. ร่วมกับ 24 มหาวิทยาลัย ส่งต่อ 100 เทคโนโลยี 85 โครงการต้นแบบสู่ 45 ชุมชน 34 จังหวัดรวมทั้งของแถมอีกเพียบ

เมื่อวันที่ 12 ธ.ค.นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รักษาการ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) แถลงข่าว “ของขวัญปีใหม่ อว. เพื่อประชาชน 2569” โดยมี ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. น.ส.วราภรณ์ รุ่งตระการ รองปลัดกระทรวง อว. ผู้บริหารระดับสูงหน่วยงาน กระทรวง อว. พญ.เพชรดาว โต๊ะมีนา และ น.ส.พิมพ์พร ชีวานันท์ เข้าร่วม ที่ห้องแถลงข่าวชั้น 1 อาคารพระจอมเกล้า กระทรวง อว.       

นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า ของขวัญปีใหม่ อว.เพื่อประชาชน ปี 2569 ที่จะมอบให้กับพี่น้องประชาชนและเยาวชน ตนแบ่งกล่องของขวัญเป็น 7 กล่อง โดยกล่องที่ 1 “ทุนการศึกษาเท่าเทียม ลดเหลื่อมล้ำ พร้อมสร้างคนรองรับอนาคตกว่า 1 หมื่นทุน” กระทรวง อว.จะมอบทุนการศึกษาเพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษาและความเสมอภาคทางสังคม ลดความเหลื่อมล้ำให้กับเด็กและเยาวชนพร้อมช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง กว่า 10,000 ทุน อาทิ ทุนการศึกษาสำหรับนักศึกษาพิการ เยาวชนใน พื้นที่ห่างไกล และ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมถึงทุนอื่นๆ 7,900 ทุน เช่น ทุนคนพิการ 2,000 ทุน ทุนเยาวชนในพื้นที่ห่างไกล 3,173 ทุน ทุนสานฝันการกีฬาสู่ระบบการศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ 355 ทุน ทุนสำหรับนักศึกษาเรียนดีแต่ยากจน 80 ทุน ทุนการศึกษาต่อปริญญาตรีในประเทศ ( 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้) 2,324 ทุน

ทุนสำหรับเด็กเรียนดีและกำลังคนเฉพาะทาง โดยจัดสรรทุนสำหรับเด็กเรียนดีในระดับปริญญาตรี ถึงปริญญาเอก 2,800 ทุน เช่น ทุนนักเรียนทุนรัฐบาลด้าน ว. และ ท. 1,026 ทุน ทุนเรียนดีวิทยาศาสตร์ 7 ทุน ทุนเรียนด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ฯ 261 ทุน ทุนสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย 523 ทุน ทุนโคเซ็น 987 ทุน นอกจากนี้ ยังมีทุนเพื่อพัฒนากำลังคนเฉพาะทางในสาขาที่มีความต้องการเร่งด่วน เช่น อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง, AI, EV และ Soft Power ในด้านต่างๆ เช่น อาหาร การท่องเที่ยว และกีฬา

กล่องที่ 2 : “อว.แคร์ รวมพลังฟื้นฟูชุมชน” จะมีการจัดตั้ง “ศูนย์บริการเพื่อชุมชนในพื้นที่ประสบอุทกภัย” กว่า 55 จังหวัด ใน 2,522 ตำบล/เทศบาล โดยให้มหาวิทยาลัยในพื้นที่จัดอบรม Upskill – Reskill  ให้กับประชาชน, บริการ Fix it ที่จะให้บริการซ่อมแซมที่อยู่อาศัย ซ่อมยานพาหนะ ซ่อมเครื่องจักรการเกษตร ซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าและระบบไฟฟ้า, บริการพิเศษชุมชน ทั้งการฟื้นฟูสุขภาพจิต และฟื้นฟูสุขภาพกาย คาดว่าจะมีประชาชนในพื้นที่ได้รับประโยชน์รวมกว่า 26,190 คน

กล่องที่ 3 “Upskill – Reskill เปลี่ยนความรู้เป็นอาชีพ เปลี่ยนทักษะเป็นอนาคต” จัดให้มีบริการวิชาการ/ฝึกอบรมหลักสูตร Upskill-Reskill ให้ประชาชนในพื้นที่ให้บริการของวิทยาลัยชุมชนที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ  นอกจากนี้ สำนักงานปลัดกระทรวง อว.ร่วมกับมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ จัด Upskill-Reskill ให้กับผู้ว่างงาน บุคคลวัยทำงานนิสิต นักศึกษา ประชาชนทั่วไป โดยเน้นหลักสูตร Future Skill หรือทักษะแห่งอนาคตที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 กว่า 50 หลักสูตร

ขณะที่ สอวช.ร่วมกับ BOI จัดทำหลักสูตรพัฒนาทักษะ STEM เพื่อตอบโจทย์ตลาดแรงงานยุคใหม่ และรองรับอุตสาหกรรมเป้าหมายประเทศ,ปส. จัดอบรมการป้องกันภัยด้านนิวเคลียร์และรังสี,วศ. จัดอมรมเทคนิคการใช้และดูแลอุปกรณ์ในห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ และ มว. จัดอบรมการจัดการเครื่องมือวัดในภาคอุตสาหกรรมอีกด้วย

กล่องที่ 4 : “ให้บริการทางวิทยาศาสตร์ทั้งยกเว้นค่าธรรมเนียม ลดค่าบริการและให้บริการฟรีเพื่อผู้ประกอบการ”  NIA จัดโครงการ AI คนละครึ่ง ช่วยสนับสนุนค่าใช้บริการ AI 50% ที่พัฒนาโดยคนไทยให้กับบริษัทเจ้าของนวัตกรรมในเวลาไม่เกิน 1 ปี, สทน.จัดโปรของขวัญปีใหม่ : คลีนสมุนไพร ลดค่าบริการการใช้เทคโนโลยีการฉายรังสีคุณภาพสูงตั้งแต่ 50% – 70%,วศ.ยกเว้นค่าธรรมเนียมการยื่นขอรับการรับรองระบบงานห้องปฏิบัติการ 1,000 บาท,ปส. เปิดให้บริการสอบเทียบเครื่องวัดรังสีแบบพกพาสำหรับภาคอุตสาหกรรมและประชาชน ฟรี!,สวทช. เปิดบริการประเมินระดับความพร้อมขององค์กรแบบออนไลน์ เพื่อยกระดับองค์กรสู่ 4.0 ได้ทันที ฟรี!

กล่องที่ 5 : “เปิดโลกการเรียนรู้วิทยาศาสตร์  ดาราศาสตร์และเทคโนโลยีอวกาศฟรี!” NSM เปิดเข้าชมฟรี Futurium ศูนย์นวัตกรรมแห่งอนาคต และส่วนลด 50% ค่าเข้าร่วมกิจกรรมใน Innovation World และ Job World  วันที่ 31 ธ.ค.68 – 4 ม.ค.69, NARIT เปิดเข้าชมนิทรรศการดาราศาสตร์ฟรี ที่สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา นครราชสีมา หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา ขอนแก่น และหอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา ฉะเชิงเทรา วันที่ 31 ธ.ค.68 – 4 ม.ค.69, ม.ขอนแก่น เข้าชมฟรี พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา และพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์และร่วมกิจกรรมเสริมการเรียนรู้ วันที่ 3–4 ม.ค.69, GISTDA แจกโปสการ์ดข้อมูลดาวเทียม THEOS-2 ในรูปแบบออนไลน์ และแจกหนังสือ THEOS-2 Earth Gallery ในรูปแบบดิจิทัลไฟล์

กล่องที่ 6 “วิจัย & พัฒนาเพื่อชุมชน” วช.มอบเตาเผาไบโอชาร์ ลดฝุ่น PM 2.5 ให้ 20 ชุมชนภาคเหนือ ,บพข. ร่วมกับภาคีเครือข่าย “ติดตั้งโซลาร์เซลล์ 5 กิโลวัตต์ ให้ 50 ชุมชนฟรี พร้อมแถมแต้มบัตร The 1 (เดอะวัน) ,บพท. ร่วมกับ 24 มหาวิทยาลัย ส่งต่อ 100 เทคโนโลยี 85 โครงการต้นแบบสู่ 45 ชุมชน 34 จังหวัด แจกฟรีและมอบส่วนลดแก่ผู้ประกอบการ เกษตรกรและประชาชน อาทิ ส่วนลด 40% เทคโนโลยีเตาเผาถ่านประสิทธิภาพสูง แจกฟรี! เทคโนโลยีการแปรรูปสะตอสดแกะเมล็ด 20 กิโลกรัม หรือชุดเพาะเห็ด 2,000 ก้อน รวมถึงสอนสร้างโรงเรือนเพาะเลี้ยงเห็ดสำเร็จรูป 150 ครัวเรือน

กล่องที่ 7 : “เปิดจุดบริการประชาชน พักกาย สบายใจ รับปีใหม่ 69” ม.พิษณุโลก เปิดจุดบริการประชาชน บริเวณถนนสายพิษณุโลก อ.วังทอง จ.พิษณุโลก/ บริเวณหน้าวิทยาลัยอาชีวศึกษา พณิชยการพิษณุโลก,มรภ.กาญจนบุรี เปิดจุดบริการประชาชน เส้นทางท่องเที่ยวกาญจนบุรี-ลาดหญ้า-ศรีสวัสดิ์,วว. เปิดจุดบริการประชาชนที่สถานีวิจัยลำตะคอง ถ.มิตรภาพ (หลักกิโลเมตรที่ 76)  ต.หนองสาหร่าย อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา, มรภ.จันทรเกษม เปิดบริการฝังเข็มเสริมสุขภาวะ สร้างสมดุลรับปีใหม่ให้ประชาชนฟรี ที่สถานพยาบาลการแพทย์แผนจีน มรภ.จันทรเกษม และเปิดบริการให้คำปรึกษาด้านสุขภาพจิตสำหรับนักศึกษาและประชาชน โดยผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาทั้งออนไลน์และออนไซต์

“นี่คือของขวัญปีใหม่ ที่กระทรวง อว.ตั้งใจมอบให้พี่น้องประชาชนและเยาวชนนิสิตนักศึกษา แม้จะไม่ได้เป็นของขวัญชิ้นใหญ่โตหรือมีมูลค่ามากมาย แต่ของขวัญทุกชิ้นล้วนมาจากความตั้งใจก็เพื่อสร้างโอกาส  สร้างอนาคตและช่วยกันฟื้นฟูบ้านเมืองของเราให้น่าอยู่….สวัสดีปีใหม่ครับ” นายสุรศักดิ์ กล่าว

-(016)

สาวโสดเตรียมพร้อม Tinder เผยเทรนด์ออกเดทปี 69 ‘ความชัดเจน-ความคิดเห็น-เพื่อน-การแสดงความรู้สึก’

สาวโสดเตรียมพร้อม Tinder เผยเทรนด์ออกเดทปี 69 ‘ความชัดเจน-ความคิดเห็น-เพื่อน-การแสดงความรู้สึก’

สาวโสดเตรียมพร้อม Tinder เผยเทรนด์ออกเดทปี 69 ‘ความชัดเจน-ความคิดเห็น-เพื่อน-การแสดงความรู้สึก’

วันศุกร์ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.44 น.

Tinder เผยรายงานประจำปี Year In Swipe™ 2568 คนโสดรุ่นใหม่กำลังปรับตัวเรื่องความรัก ด้วยการละทิ้งความสัมพันธ์ที่ไม่ชัดเจน หันมาทำความเข้าใจซึ่งกันและกัน และสนุกกับการเชื่อมต่อกันอีกครั้ง

ถ้าปี 2567 เป็นปีแห่งการออกเดทที่มีจุดมุ่งหมาย ปี 2568 ก็เป็นปีที่ทุกอย่างกลับสู่ความสงบ คนโสดปรับจังหวะช้าลง เผยตัวตนมากขึ้น และเริ่มสื่อสารว่าต้องการอะไร ข้อมูลจาก Tinder ชี้ว่า คนโสดนิวเจนกำลังก้าวเข้าสู่ปี 2569 พร้อมเปิดใจกว้าง ซื่อสัตย์ และมีความฉลาดทางอา รมณ์มากกว่าที่เคย ส่งผลให้ปี 2569 มีแนวโน้มที่จะเป็นปีของความสัมพันธ์ไร้ความคลุมเครือ

กระแสการมีแฟนเป็นเรื่องน่าอาย (Boyfriends Are Embarrassing) ทำให้เรื่องการออกเดทเป็นเรื่องท้าทาย เทรนด์ไวรัลต่างๆ ที่แพร่หลายตลอดทั้งปี ตั้งแต่มีม “การมีแฟนเป็นเรื่องน่าอาย” ไปจนถึงการเปิดตัวความสัมพันธ์แบบเนียน ๆ สะท้อนให้เห็นว่าคนโสดไม่ได้หลีกหนีความรัก แต่กำลังนิยามความสัมพันธ์ใหม่ในแบบของตัวเอง จากเดิมที่ความสัมพันธ์เป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงสถานะ แต่ปัจจุบันคือการแสดงออกถึงตัวตนซึ่งเป็นเรื่องใหม่ การออกเดทบน Tinder นั้นได้เปลี่ยนแปลงไปและสะท้อนผ่านเทรนด์ที่ขับเคลื่อนด้วยความมั่นใจ เช่น Clear-Coding, Hot-Take Dating, Friendfluence และ Emotional Vibe Coding ซึ่งเป็นการแสดงอารมณ์อย่างจริงใจ และการสื่อสารอย่างตรงไปตรงมา กลายเป็นคุณ สมบัติสำคัญในการพัฒนาความสัมพันธ์ การเดทจึงไม่ใช่เรื่องน่าอาย แต่เป็นเรื่องของความชัดเจน การเชื่อมต่อกัน และการได้กำหนดเรื่องราวของตัวเอง

เมลิสซ่า ฮ็อบลีย์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดของ Tinder กล่าวว่า “คนเรามีเรื่องที่ต้องรับผิดชอบมากมายพอแล้ว ดังนั้นการออกเดทไม่ควรเป็นเรื่องที่ทำให้รู้สึกกดดัน ปัจจุบัน คนโสดกำลังมองหาความสัมพันธ์สบาย ๆ ซื่อสัตย์ต่อกัน และสนุกสนาน เลิกคิดมากกับทุกข้อความ และไม่วิเคราะห์คู่เดทเกินความจำเป็น การเดทควรเพิ่มสีสันให้ชีวิต ไม่ใช่ความเครียด ซึ่งในปี 2569 เราจะเห็นพลังงานนี้เด่นชัดที่คนโสดสื่อ สารความต้องการของตัวเองชัดเจน ยืนหยัดในสิ่งที่เชื่อ และให้ความสำคัญกับความจริงใจและการเปิดใจ การมีความพร้อมเปิดใจรับความสัม พันธ์ไม่ใช่เรื่องน่าอาย แต่จะทำให้คุณมีความน่าสนใจมากขึ้น”

เทรนด์การออกเดทปี 2569

ความชัดเจน (Clear-Coding) : เมื่อความสัมพันธ์มาพร้อมกับคำนิยามของความชัดเจน คนโสดรุ่นใหม่จะไม่นั่งเดา หรือทำตัวลึกลับซับซ้อนอีกต่อไป แต่จะให้ความสำคัญกับความชัดเจน กล้าเปิดเผยในสิ่งที่ตัวเองต้องการ ไม่ว่าจะเป็นการนัดออกเดทแบบจริงจัง คุยแบบสบายๆ หรือคบกันแบบจริงจังระยะยาว

64% ของคนโสดระบุว่า ความซื่อสัตย์ทางอารมณ์ คือสิ่งที่ให้ความสำคัญมากที่สุดในการเดทยุคนี้ และ 60% ต้องการการสื่อสารที่แสดงเจต นาชัดเจน ผู้ที่ออกเดทในปัจจุบันจึงเลือกสื่อสารง่ายๆ และพูดตรงไปตรงมา ในขณะเดียวกัน 73% ยอมรับว่า รู้ตัวว่าชอบใครสักคนเมื่อสามารถเป็นตัวของตัวเองได้เมื่ออยู่กับคนนั้น

เมื่อพูดถึงการแสดงด้านที่ดีที่สุดของตนเอง 76% กล่าวว่า ใช้ AI ในการออกแบบการออกเดทของตัวเอง ซึ่งวิธีที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือ ให้ AI แนะนำไอเดียการออกเดท (39%) เลือกรูปที่ดีที่สุด (28%) และช่วยคิดประวัติส่วนตัวแนะนำตัว (28%)

การแสดงความคิดเห็น (Hot-Take Dating) : เมื่อความคิดเห็นเป็นเสน่ห์อีกหนึ่งอย่าง คนโสดรุ่นใหม่ให้ความสำคัญกับการมีจุดยืนในสิ่งที่เชื่อ โดย 37% ของคนโสด ระบุว่าการมีค่านิยมร่วมกัน เป็นสิ่งที่จำเป็นในการออกเดท ส่วนอีก 41% จะไม่ออกเดทกับคนที่มีมุมมองทางการเมืองที่แตกต่างกัน แต่เกือบครึ่งหนึ่ง (ประมาณ 46%) บอกว่ายังพอเปิดใจได้ แต่ผู้หญิงจะมีสัดส่วนน้อยกว่า (35%) ผู้ชาย (60%)

เรื่องนี้ไม่ใช่การแบ่งแยก แต่เป็นเรื่องของการเป็นตัวของตัวเอง คนโสดมองหาคู่เดทที่เชื่อในหลักการเดียวกัน ตั้งแต่ความเท่าเทียมไปจนถึงความเห็นอกเห็นใจ ส่วนเรื่องที่ทำให้ความสัมพันธ์ไปต่อไม่ได้คือ การเหยียดเชื้อชาติ (37%), มุมมองเรื่องครอบครัว (36%), และสิทธิของกลุ่มเพศหลากหลาย (32%) และเมื่อพูดถึงสิ่งที่ใคร ๆ ให้ความสำคัญคือความใจดียังครองอันดับหนึ่ง ขณะที่ 54% บอกว่าพฤติกรรมที่รับไม่ได้ที่สุดคือ การพูดจาหยาบคายหรือเหวี่ยงใส่พนักงานบริการ

อิทธิพลของเพื่อนสนิท (Friendfluence) : เมื่อเพื่อนสนิทมีอิทธิพลต่อการเลือกคู่เดท  แมตช์เมกเกอร์ตัวจริงแห่งปี 2569 คือ…กรุ๊ปแชท ของเพื่อน! 42% ของคนโสดรุ่นใหม่บอกว่าเพื่อนมีอิทธิพลต่อการออกเดท และ 37% วางแผนที่จะออกเดทแบบกลุ่มหรือแบบเป็นคู่ในปีหน้า6 เพื่อนจึงกลายเป็นเหมือนผู้ช่วยด้านอารมณ์ของการเดทยุคปัจจุบัน ยิ่งไปกว่านั้น 34% บอกว่าความสัมพันธ์ของเพื่อนทำให้พวกเขามีหวังกับความสัมพันธ์ในอนาคต!

ในปี 2569 ถ้าคู่ Match ไม่ผ่านด่านกรุ๊ปแชท ทุกอย่างจบทันที เกือบ 85% ของผู้ใช้ฟีเจอร์ Double Date อายุต่ำกว่า 30 ปี และผู้ใช้หลักๆ เป็นผู้หญิง เพราะมีโอกาสที่จะ ‘Like’ และ Match กับโปรไฟล์คู่มากกว่าโปรไฟล์เดี่ยวถึงเกือบ 3 เท่า และผู้ใช้ฟีเจอร์ Double Date มีการส่งข้อความมากขึ้นเฉลี่ย 25% เมื่อเทียบกับแชทเดี่ยวตัวต่อตัว

การแสดงอารมณ์และความรู้สึก (Emotional Vibe Coding) : ความพร้อมทางอารมณ์คือเสน่ห์ และคนโสดไม่ปิดกั้นทางอารมณ์อีกต่อไป คนโสดที่กำลังมองหาคนรู้ใจในปี 2569 จะต้องบาลานซ์ระหว่างการพูดคุยและความรู้สึก โดยแสดงให้เห็นว่าต้องการเคมีที่มีความหมายแต่ไม่ซับซ้อนเกินไป 56% ให้ความสำคัญกับบทสนทนาที่จริงใจมากที่สุด 45% ต้องการความเห็นอกเห็นใจมากขึ้นหลังจากโดนปฏิเสธ และคำที่ใช้นิยามการเดทปี 2569 มากที่สุดคือ “มีความหวัง” เรียกได้ว่า ความหวังเป็นสิ่งที่กำลังมาแรง และคนโสดก็ไม่กลัวที่จะแสดงออกมา!

เดทแรกควรมีบรรยากาศสนุกๆ ไม่กดดัน เช่น การเดินเล่นหรือการดื่มกาแฟ เพราะคนโสดมองหาความสัมพันธ์ที่เข้ากับจังหวะชีวิตตัวเอง โดย 35% ยังมองหาคนรักที่ “ค่อยๆ พัฒนาความสัมพันธ์แบบชิลๆ” (ผู้หญิง 33%, ผู้ชาย 38%) คนที่ทำให้เกิดความรู้สึกสบายๆ ไม่ดราม่า และให้พลังงานดีๆ นอกจากนี้ บางคนไม่กลัวที่จะรู้สึกผิดหวัง 28% บอกว่าชอบความรู้สึกที่ได้แอบชอบ ถึงแม้ว่าสุดท้ายจะไม่ได้ไปต่อ สิ่งนี้เป็นข้อพิ สูจน์ว่า คนรุ่นใหม่ยังคงใช้การเดทเพื่อเขียนเรื่องราวในชีวิตให้กับตัวเอง (dating for the plot)

เมลิสซ่า ฮ็อบลีย์

เมลิสซ่า ฮ็อบลีย์

เตรียมเปิดม่าน ‘งานดอกไม้ปาร์คนายเลิศ’ ครั้งที่ 36 ภายใต้แนวคิด ‘Garden of Tomorrow’

เตรียมเปิดม่าน ‘งานดอกไม้ปาร์คนายเลิศ’ ครั้งที่ 36 ภายใต้แนวคิด ‘Garden of Tomorrow’

เตรียมเปิดม่าน ‘งานดอกไม้ปาร์คนายเลิศ’ ครั้งที่ 36 ภายใต้แนวคิด ‘Garden of Tomorrow’

วันศุกร์ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.30 น.

กลับมาอีกครั้ง งานเทศกาลดอกไม้และศิลปะที่ยิ่งใหญ่แห่งปี “งานดอกไม้ปาร์คนายเลิศ ครั้งที่ 36” (The 36th  Nai Lert Flower & Garden Art Fair 2025  ภายใต้แนวคิด “ Garden of Tomorrow” ไฮไลท์ของงานปีนี้  สมาคมปาร์คนายเลิศ ร่วมกับ พิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) หรือ SACIT จัดนิทรรศการพิเศษ  “ชุดไทย: จากราชสำนักสู่ราชนิยม”  จัดแสดงชุดไทยพระราชนิยมจำนวน 8 แบบ เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงพระราชทานแนวทาง “ชุดไทยพระราชนิยม” ให้เป็นต้นแบบแห่งความสง่างามของสตรีไทย และเป็นหลักฐานสำคัญที่สะท้อนภูมิปัญญาดั้งเดิม ตั้งแต่การทอ ย้อม ไปจนถึงการตัดเย็บจากชุมชนท้องถิ่นทั่วประเทศ ชุดเหล่านี้ยังเป็นสัญลักษณ์ของความยั่งยืนทางวัฒนธรรมไทย ที่ก้าวสู่การยอมรับในระดับนานาชาติ ก่อนการผลักดันขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO ในปีหน้า

นอกจากนี้ ยังมีการจัดแสดง “โขน” โดยเยาวชนจาก สถาบันเอกชนการละคร (Eakkachon Kan Lakorn Institute) เพื่อสืบสานพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงมีพระราชดำริให้อนุรักษ์และสืบสานการแสดงโขนให้คงไว้ซึ่งความเป็นศิลปะประจำชาติ ปิดท้ายด้วยการจัด “Floral Installation”  งานศิลป์จากดอกไม้นามพระราชทานของสมเด็จพระพันปีหลวง อาทิ กุหลาบควีนสิริกิติ์ แคทลียาควีนสิริกิติ์ ดอนญ่าควีนสิริกิติ์ ถ่ายทอดความอ่อนช้อยและความหมายอันลึกซึ้ง สะท้อนความผูกพันระหว่างพระองค์ท่านและศิลปวัฒนธรรมไทยอย่างงดงาม ภายใต้การสนับสนุนจาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)

อีกทั้ง เพื่อเทิดพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตน์ราชกัญญา ผู้ทรงมีบทบาทสำคัญในการสืบสานและผลักดันหัตถศิลป์ไทยสู่สากล จนได้รับการยกย่องจาก UNESCO และรางวัล WIPO Award for Creative Excellence 2025 กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ได้อนุเคราะห์ให้นำอาภรณ์  20 ชุด จากโครงการ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” มาจัดแสดงในงานดอกไม้ฯ ในปีนี้

ณพาภรณ์ โพธิรัตนังกูร กล่าวว่า  งานดอกไม้ปาร์คนายเลิศ ครั้งที่ 36 (The 36th  Nai Lert Flower & Garden Art Fair 2025) จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 18–21 ธันวาคม 2568 เวลา 10.00–22.00 น. ณ ปาร์คนายเลิศ ซอยสมคิด ถนนเพลินจิต กรุงเทพฯ ภายใต้แนวคิดหลัก “Garden of Tomorrow” ที่จะพาผู้เข้าชมสัมผัสประสบการณ์สวนแห่งอนาคตซึ่งผสานความงามของธรรมชาติ ศิลปะร่วมสมัย และนวัตกรรมเข้าไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืน และเพื่อแสดงความมุ่งมั่นในการช่วยเหลือสังคมตามปณิธานของ ท่านผู้หญิงเลอศักดิ์ สมบัติศิริ    ผู้ริเริ่มงานดอกไม้ปาร์คนายเลิศ

“เราตั้งใจสร้างพื้นที่ที่ผสานธรรมชาติ ศิลปะ และนวัตกรรมอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายจะนำไปบริจาคศูนย์โปรตอนสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เพื่อการรักษาโรคมะเร็งสมองในผู้ป่วยเด็ก จึงขอเชิญชวนทุกท่านและครอบครัวมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงานในปีนี้นะคะ” ณพาภรณ์ กล่าว

ไฮไลต์เติมเต็มจินตนาการความสุข

The Maze Garden สวนวงกตแห่งจินตนาการ ครั้งแรกใจกลางกรุงเทพฯ ประดับด้วย Sculpted Couture ประติมากรรมผ้าไทยร่วมสมัย โดย SACIT ถ่ายทอดความงามของภูมิปัญญาไทยในมิติใหม่ ตื่นตากับ Garden Illumination  – ท่ามกลางการแสดงแสง สี และนวัตกรรมเลเซอร์ในยามค่ำคืน ตั้งแต่เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป The Miracle Garden by PTTLNG เรียนรู้เรื่องราวการเพาะพันธุ์ไม้เหมืองหนาวในประเทศไทย ด้วยนวัตกรรมพลังงานสะอาดของ PTTLNG ภายใน The Glass House พร้อมผลิตภัณฑ์จากพลังงานสะอาดให้เลือกช้อปชิม

ถ่ายภาพอวดโซเชียลกับ Floral Art Installation – ผลงานศิลปะจากดอกไม้ที่รังสรรค์โดยนักจัดดอกไม้และแบรนด์พาร์ตเนอร์ชั้นนำ ผสมผสานความงามธรรมชาติกับนวัตกรรมอย่างวิจิตรงดงาม ทั่วบริเวณงาน  Emerging Designers Showcase by VASSANA – ผลงานหัตถศิลป์จากไม้ไผ่ โดย รศ. ดร. วาสนา สายมา และคุณสาวิน สายมา ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากวรรณกรรมรามเกียรติ์ ตอน “เกสรทมาลา” และ “มังกรกัณฐ์” ถ่ายทอดความรัก ความเสียสละ และมิตรภาพผ่านศิลปะมาลัยไทยร่วมสมัย

กรุ่นกลิ่นหอม จาก Saisalang และ Siva ที่นำแรงบันดาลใจจากวรรณกรรมเรื่องรามเกียรติ์มาถ่ายทอดเป็นน้ำหอมสองกลิ่นพิเศษที่ปรุงขึ้นเฉพาะงานนี้  และพื้นที่สำหรับคนรุ่นใหม่ Young Designer Exhibition – ผลงานสร้างสรรค์ของนักศึกษาและดีไซเนอร์รุ่นใหม่ จากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต กับผลงาน “พฤกษากาล: ผลิบานแห่งคุณธรรมเหนือกาลเวลา” ที่ถ่ายทอดหลัก พรหมวิหาร 4 ผ่านผลงานประติมากรรมรังสรรค์จากวัสดุไม้และทองเหลือง

อิ่มท้อง ช้อปเพลิน เจริญใจ

กับเมนูอาหารดอกไม้จานพิเศษ สินค้าคัดสรรจากร้านดัง และกิจกรรมความสุขตลอดงาน อาทิ Roots Beyond Tomorrow – ประสบการณ์อาหารที่เชื่อมอดีตเข้ากับอนาคต โดย ทีม Executive Chef ของปาร์คนายเลิศ ได้แก่ ร้าน Ma Maison นำอาหารไทยต้นตำรับมาสร้างสรรค์ในรูปแบบใหม่ โดยเน้นวัตถุดิบท้องถิ่นจากชุมชน, ร้าน Lady L และ Caviar Café คัดสรรวัตถุดิบจากฟาร์มไทย ทะเลไทย และสวนของนายเลิศ รังสรรค์เมนูอาหารตะวันตกร่วมสมัย École Ducasse Nai Lert Bangkok Studio จัดกิจกรรมเวิร์คช้อปสุดพิเศษ เมนูขนมหวานและเครื่องดื่มเฉพาะงานนี้ รวมทั้งอิ่มอร่อยกับ L’Artisan Chef’s Table จากเชฟชื่อดัง ขณะที่ อมัน นายเลิศ กรุงเทพ รังสรรค์เซ็ตอาฟเตอร์นูนทีเพื่องานนี้โดยเฉพาะ

Workshops & Activities – กิจกรรมสุดสร้างสรรค์ เช่น การทำเข็มกลัดผ้าไทยจากวัสดุหมุนเวียน การประดิษฐ์ศิลปะจากดอกไม้แห้งและดอกไม้สด การเพ้นท์หน้าเด็ก และการแสดงดนตรีขับกล่อมให้ชื่นชมงานอย่างเพลิดเพลิน The Market – ไลฟ์สไตล์มาร์เก็ตที่รวบรวมอาหารไทยสตรีทฟู้ด งานคราฟต์ และแฟชั่นร่วมสมัย ของร้านแบรนด์ดังคัดสรรจากทั่วประเทศ

ทั้งนี้ รายได้จากการจัดงานหลังหักค่าใช้จ่ายจะมอบให้แก่ ศูนย์โปรตอนสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เพื่อการรักษาโรคมะเร็งสมองในผู้ป่วยเด็ก ด้วยอนุภาคโปรตอน ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ให้ประสิทธิภาพสูง และเกิดผลข้างเคียงน้อย

งานดอกไม้ปาร์คนายเลิศครั้งที่ 36 (36th Nai Lert Flower & Garden Art Fair 2025) เปิดให้เข้าชมตั้งแต่วันที่ 18 – วันที่ 21 ธันวาคม 2568 เวลา 10.00 – 22.00 น. (เริ่มการแสดง แสง สี เวลา 18.00 น.) ณ ปาร์คนายเลิศ ซอยสมคิด ถนนเพลินจิต กรุงเทพฯ

ราคาบัตรเข้าชมงาน: สำหรับผู้ใหญ่ ราคา 150 บาท / สำหรับเด็ก นักเรียน นักศึกษา และผู้พิการ ราคา 100 บาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและติดตามข่าวสารได้ที่ Website: https://nailertflowershow.com/th Instagram: @nailertflowerandgardenartfair Facebook: Nai Lert Flower & Garden Art Fair และโทร 02-253-0123

TK Park เปิดตู้บริการยืม–คืนหนังสืออัตโนมัติแห่งใหม่ ณ สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์

TK Park เปิดตู้บริการยืม–คืนหนังสืออัตโนมัติแห่งใหม่ ณ สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์

TK Park เปิดตู้บริการยืม–คืนหนังสืออัตโนมัติแห่งใหม่ ณ สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์

วันศุกร์ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เปลี่ยนเวลารอให้เป็นเวลารู้  “TK Mini”  ตู้บริการยืม–คืนหนังสืออัตโนมัติแห่งใหม่ ณ สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการแล้ววันนี้

สถาบันอุทยานการเรียนรู้ (TK Park) เปิดให้บริการ ตู้ยืม–คืนหนังสืออัตโนมัติ “TK Mini” อย่างเป็นทางการ ณ สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ (สถานีกลางบางซื่อ) เพื่อขยายโอกาสการเข้าถึงหนังสือในพื้นที่ขนส่งสาธารณะ ซึ่งเป็นจุดรวมของการเดินทางของผู้คนนับแสนในแต่ละวัน โดยมี นางพรภัทร์ รอดโพธิ์ทอง บุญถนอม เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วยผู้บริหารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมในโอกาสสำคัญนี้  เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2568 ณ บริเวณโถงประตู 3 สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ กรุงเทพมหา นคร

ในครั้งนี้ TK Park ได้ติดตั้งและเปิดให้บริการ ตู้ยืม–คืนหนังสืออัตโนมัติ TK Mini จำนวน 2 ตู้ในพื้นที่สถานีกลางบางซื่อ ประกอบด้วย TK Mini Black บริเวณใกล้ประตู 4 ของสถานีกลางบางซื่อ และ TK Mini Red ณ ทางเชื่อม ชั้น B1 MRT บางซื่อ โดยทั้งสองตู้ให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06.00–24.00 น. เพื่อให้ประชาชนสามารถยืม–คืนหนังสือได้อย่างสะดวกสบายระหว่างการเดินทาง สะดวกสำหรับประชาชนที่ใช้ระบบขนส่งสาธารณะ ไม่ว่าจะเป็นช่วงเช้าเร่งด่วนหรือช่วงค่ำหลังเลิกงาน

ตู้ TK Mini ทั้งสองจุดรองรับการใช้งานแบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบ ประชาชนสามารถยืม–คืนหนังสือได้ด้วยตนเอง โดยสมัครสมาชิกออนไลน์ ผ่าน MyTK ได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางไปยังห้องสมุด  เป็นการลดข้อจำกัดด้านสถานที่และเวลาในการเข้าถึงหนังสืออย่างแท้จริง ถือเป็นก้าวสำคัญของ TK Park ในการเชื่อมโยง “พื้นที่การเรียนรู้” เข้ากับ “พื้นที่การเดินทาง” อย่างเป็นรูปธรรม โดยครอบคลุมทั้งฝั่งรถไฟและรถไฟฟ้า MRT รองรับการใช้งานของผู้โดยสารและประชาชนทั่วไปที่ใช้บริการระบบขนส่งในแต่ละวัน

ดร.ทวารัฐ สูตะบุตร  ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) กำกับดูแลสถาบันอุทยานการเรียนรู้ กล่าวว่า  “ความร่วมมือระหว่าง สถาบันอุทยานการเรียนรู้ และการรถไฟแห่งประเทศไทยในครั้งนี้ เป็นก้าวสำคัญในการยกระดับพื้นที่สาธารณะให้กลายเป็นพื้นที่เรียนรู้ ซึ่งไม่เพียงเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงหนังสือ แต่ยังเป็นการสร้างวัฒนธรรมการอ่านให้เกิดขึ้นในวิถีชีวิตจริงของคนเมือง”

นายอวิรุทธ์ ทองเนตร รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “การรถไฟแห่งประเทศไทยมีความยินดีที่ได้ร่วมสนับสนุนการจัดตั้งตู้ TK Mini ในพื้นที่สถานีกลางบางซื่อ ซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางของระบบรางของประเทศ การใช้พื้นที่ในลักษณะนี้ถือเป็นการเพิ่มคุณค่าให้กับสถานี และตอบโจทย์การพัฒนาเมืองที่เป็นมิตรต่อการเรียนรู้ของประชาชน”

นายวัฒนชัย วินิจจะกูล รักษาการผู้อำนวยการสถาบันอุทยานการเรียนรู้ กล่าวปิดท้ายว่า “เมื่อผู้คนเดินทาง หนังสือก็ควรเดินทางไปด้วย เพราะการเรียนรู้ไม่ควรถูกจำกัดอยู่ในห้องสมุดหรือสถานที่ใดที่หนึ่ง  เป้าหมายของเราคือการพาหนังสือออกไปอยู่ในจุดที่ผู้คนใช้ชีวิตจริงในแต่ละวัน และสถานีกลางบางซื่อคือจุดตัดของระบบขนส่งขนาดใหญ่ในประเทศไทย การที่หนังสือสามารถอยู่ในพื้นที่เช่นนี้ได้ เท่ากับเรากำลังปลดล็อกความรู้ให้เดินทางไปพร้อมกับผู้คน”

ทั้งนี้ โครงการพัฒนาบริการตู้ยืม–คืนหนังสืออัตโนมัติ TK Mini เป็นหนึ่งในความมุ่งมั่นของ TK Park ในการนำการอ่านออกจากพื้นที่เดิมๆ และขยายเข้าสู่วิถีชีวิตของผู้คน โดยใช้เทคโนโลยีเป็นตัวกลางในการเชื่อมโยงความรู้กับผู้ใช้บริการ ด้วยความเชื่อว่า การเข้าถึงความรู้ คือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง” TK Park จะยังคงเดินหน้าขยายพื้นที่การอ่านไปสู่ทุกจุดที่ผู้คนเดินทาง เพื่อให้การเรียนรู้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ทุกที่ ทุกวัน และเป็นของทุกคนอย่างแท้จริง

ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ TK Mini และ TK Park ได้บนเว็บไซต์ http://www.tkpark.or.th  หรือติดตามอัพเดตข่าวสารได้ทาง Facebook: tkparkclub

ไปรษณีย์กลาง บางรัก เปิดรันเวย์เพื่อนซี้สี่ขาในงาน ‘คู่หู คู่ซี้ เดอะคาเฟ่’

ไปรษณีย์กลาง บางรัก เปิดรันเวย์เพื่อนซี้สี่ขาในงาน ‘คู่หู คู่ซี้ เดอะคาเฟ่’

ไปรษณีย์กลาง บางรัก เปิดรันเวย์เพื่อนซี้สี่ขาในงาน ‘คู่หู คู่ซี้ เดอะคาเฟ่’

วันศุกร์ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

จบไปแบบทิ้งความอบอุ่นและความน่ารักเกินต้าน สำหรับงาน “คู่หูคู่ซี้ เดอะคาเฟ่” ตลอดสองวันที่ไปรษณีย์กลาง บางรัก ได้กลายเป็นรันเวย์แฟชั่นของเหล่าเพื่อนซี้สี่ขาที่แต่งตัวแบบสับยิ่งกว่าเซเลบริตี้เดินพรมแดง งานนี้พี่ไปรษณีย์เปิดมุมคาเฟ่นั่งชิล จิบเครื่องดื่มน่ารักๆ จาก POST Café  จัดเวิร์กช็อปงานอาร์ตๆ โซนตรวจสุขภาพ-ฉีดวัคซีนจากทีมพี่ๆ CU Vet และสำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร ตลอดจนโมเมนต์หัวใจพองฟูที่ทำเอาคนรักสัตว์ยิ้มจนแก้มปริ เรียกได้ว่าเป็นอีเวนต์ที่ทำให้ “คน-สัตว์เลี้ยง-ไปรษณีย์” กลายเป็นทรีโอแห่งความผูกพันที่ละมุนที่สุด   

เห็นทีพี่ไปรฯ คงต้องเตรียมพรมแดงไว้รอรอบหน้า เพราะถ้าเพื่อนซี้สี่ขาแต่งตัวจัดเต็มขนาดนี้อีก เพราะ              พี่ไปรฯ ตั้งใจสร้างพื้นที่แห่งมิตรภาพให้ทุกคนได้ใช้เวลากับเพื่อนรักขนฟูของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายรูปคู่ มุมโพสต์คาเฟ่สุดเก๋ เวิร์กช็อปต่างๆ หรือพื้นที่พบปะแบบอบอุ่นของเหล่าคนรักสัตว์ นอกจากนี้ ใครที่พลาดคอลเลกชันพิเศษ “Post &Paw” อยากเดบิวต์ลุคคู่ซี้ สามารถหาซื้อได้ที่ โพสต์คาเฟ่ สามเสนใน และสำนักงานใหญ่

ติดตามข่าวสารไปรษณีย์ไทยเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์ : www.thailandpost.co.th เฟซบุ๊ก : บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด X : @Thailand_Post ไลน์ออฟฟิเชียล : @Thailand Post  ติ๊กต็อก : @thailandpostchannel