คุณแหน : 26 กันยายน 2568

คุณแหน : 26 กันยายน 2568

คุณแหน : 26 กันยายน 2568

วันศุกร์ ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2568, 02.00 น.

  • โชตินรินทร์ เกิดสม ผวจ.สงขลา พร้อมด้วย ปวีณ์ริศา เกิดสม นายกเหล่ากาชาด จ.สงขลา ร่วมงานเลี้ยงฉลอง เนื่องในโอกาสงานวันชาติมาเลเซียครบรอบ 68 ปี..
  • ยินดีกับ ชำนาญ ชื่นตา ผวจ.สุรินทร์ ที่ จ.สุรินทร์ได้รับรางวัลเลิศรัฐ ประจำปี 2568 รางวัลคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ จำนวน 2 รางวัล ได้แก่ รางวัลคุณภาพการบริหารจัดการ 4.0 ระดับก้าวหน้า และรางวัลคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ รายหมวด 4 ด้านการวิเคราะห์ผลการดำเนินงานขององค์การและการจัดการความรู้..
  • นพ.วรพจน์ ชุณหคล้าย ประธานศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ด้านปลูกถ่ายอวัยวะ รพ.ราชวิถี ร่วมกับทีมแพทย์และทีมพยาบาลเฉพาะทางด้านการผ่าตัดปลูกถ่ายไต ได้รับเชิญจากประเทศภูฏานต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 3 เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้และเสริมสร้างระบบสาธารณสุขที่ยั่งยืนของภูฏาน..
  • จันทร์ประภา วิชิตชลชัย รอง ผอ.สนง.จัดหารายได้ สภากาชาดไทย รับมอบเงินจากตัวแทน บมจ.ลีโอ โกลบอล โลจิสติกส์ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา..
  • รศ.พญ.เยาวลักษณ์ ชาญศิลป์ ไปเที่ยวซินเจียง 8 วันกับ อมรา บูรณธนิต, ภญ.พัชรา- ภก.ธำรงวุฒิ คูถิรตระการ ตามประสาคนว่างงานอายุเข้าเลขเจ็ด แต่กลับกลายเป็นเด็กในคณะทัวร์ เมื่อพบกับพี่ๆ เฉลิมพันธ์ สุวรรณประกร, อินทิรา ยมนาค, กอบทิพย์ ศรีจอมขวัญ ที่เลยหลักแปดแล้วยังกระฉับกระเฉง..
  • ศรีสุภางค์ มอฤทธิ์ วันเกิดไปทำบุญเลี้ยงพระที่รพ.สงฆ์ แล้วไปปล่อยวัว ทำบุญโลงศพกับมูลนิธิปอเต็กตึ๊ง และ ฉลองวันเกิดกับสามี นอกจากนี้ยังต้องเดินสายฉลองวันเกิดกับเพื่อนๆเกือบทั้งเดือน..
  • ดร.จิราพร ศิริคำ ไปร่วมสวดพระอภิธรรมศพ พ.ท.สำเริง ดารากร ณ อยุธยา บิดาของ ดร.สมิทธิ ดารากร ณ อยุธยา โดยมีเพื่อนๆ Digital CEO#2 นพ.ภัทรวินฑ์ อัตตะสาร, คเณตร์ เลิศหิรัญวิบูลย์, ดร.โกเมน พิบูลย์โรจน์, บุญชู สมบูรณ์ศักดิกุล, ธนวรรธน์ ไกรพิสิทธิ์กุล, ดร.ฉกาจ วิสัย และพสิกา รัตนพงศ์ ร่วมด้วย..
  • ยามนี้ อานนท์ เลาหะเกษตร ควงมาดาม กุลฤดี ไปทริปยุโรป ทั้งประเทศสวีเดน, เดนมาร์ก และ อิตาลี  1 เดือน..
  • ภูวินทร์ ตั้งศักดิ์ยืน พร้อมครอบครัวตั้งศักดิ์ยืน และแฟนคลับ มอบเงินบริจาค สมทบทุนมูลนิธิรามาธิบดีฯ เพื่อสนับสนุนการก่อสร้าง โครงการอาคารรพ.รามาธิบดี และ ย่านนวัตกรรมโยธี โดยมี ผศ.นพ.อิทธิรัตน์ วัชรานานันท์ รับมอบ..
  • สวด มนัส คำภักดี ศาลา 13 วัดพระศรีมหาธาตุฯ บางเขน 22-26 ก.ย. 18.00 น…พระราชทานเพลิงศพ 27 ก.ย. 13.00 น. เมรุ 2…

น้องใหม่

​โก โฮลเซลล์ รับโล่ฯจากมูลนิธิช่วยคนปัญญาอ่อนฯ หนุนการฟื้นฟูผู้บกพร่องทางพัฒนาการและสติปัญญา

​โก โฮลเซลล์ รับโล่ฯจากมูลนิธิช่วยคนปัญญาอ่อนฯ หนุนการฟื้นฟูผู้บกพร่องทางพัฒนาการและสติปัญญา

​โก โฮลเซลล์ รับโล่ฯจากมูลนิธิช่วยคนปัญญาอ่อนฯ หนุนการฟื้นฟูผู้บกพร่องทางพัฒนาการและสติปัญญา

วันพฤหัสบดี ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2568, 15.33 น.

​โก โฮลเซลล์ รับโล่ประกาศเกียรติคุณ จากมูลนิธิช่วยคนปัญญาอ่อนฯ หนุนการฟื้นฟูผู้บกพร่องทางพัฒนาการและสติปัญญา ผ่านการรับซื้อผักจากสถาบันราชานุกูล

​โก โฮลเซลล์ (GO WHOLESALE) ศูนย์ค้าส่งวัตถุดิบอาหาร ที่มีความสดใหม่ตลอดเวลาเพื่อผู้ประกอบการ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล โดย    คุณนฤมล ชุติปัญญาภรณ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายบริหารสินค้าอาหารสด เข้ารับโล่ประกาศเกียรติคุณ ในฐานะองค์กรผู้สนับสนุนการจ้างงานคนพิการทางสติปัญญา จาก ดร.สายสม วงศาสุลักษณ์ ประธานกรรมการบริหาร มูลนิธิช่วยคนปัญญาอ่อนแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ซึ่ง โก โฮลเซลล์ รับซื้อผักสลัดคุณภาพดี พร้อมร่วมส่งเสริมพัฒนาทักษะ การสร้างอาชีพให้น้องๆ ผู้บกพร่องทางสติปัญญา จาก ศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพราชานุกูล (บางพูน) จ.ปทุมธานี ผ่านโครงการ ‘บางพูนโมเดล’ ทำให้น้องๆ และครอบครัวมีรายได้เพิ่มขึ้น

#GOWHOLESALE #GOAlwaysFreshForward #GOสดใหม่ตลอดเวลาเพื่อคุณ #GOสดครบคุ้ม

-(016)

“เอ้ก ดิจิทัล” พาแบรนด์คู่ค้ารับรางวัลใหญ่เวที Marketing Excellence Awards 2025 ต่อเนื่อง 3 ปีซ้อน

“เอ้ก ดิจิทัล

“เอ้ก ดิจิทัล” พาแบรนด์คู่ค้ารับรางวัลใหญ่เวที Marketing Excellence Awards 2025 ต่อเนื่อง 3 ปีซ้อน

วันพฤหัสบดี ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2568, 14.49 น.

เอ้ก ดิจิทัล ผู้นำธุรกิจด้านวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ ให้บริการสื่อโฆษณาครบวงจรและการตลาดดิจิทัลที่ขับเคลื่อนด้วยพลัง AI อัจฉริยะ โชว์ศักยภาพการผสานพลัง Agentic AI ดาต้า ครีเอทีฟ และโซลูชันเหนือระดับ สร้างสรรค์แคมเปญการตลาดและโฆษณาที่ตรงใจในทุกโมเมนต์ พาแบรนด์คู่ค้า คว้ารางวัลจากเวที Marketing Excellence Awards 2025 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 กวาดรางวัลใหญ่ระดับ Gold 2 รางวัล และระดับ Bronze 1 รางวัล ตอกย้ำการเป็นพาร์ทเนอร์ด้านการตลาดอัจฉริยะ ที่ได้รับความไว้วางใจจากธุรกิจต่าง ๆ ในยุค AI

ชัชพล องนิธิวัฒน์ ผู้จัดการทั่วไป ธุรกิจ Media Convergence บริษัท เอ้ก ดิจิทัล จำกัด กล่าวว่า “เป้าหมายสำคัญของธุรกิจ Media Convergence คือ การช่วยให้คู่ค้าสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรมผ่านแคมเปญโฆษณาที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลเชิงลึก เชื่อมต่อแบรนด์กับทุกโมเมนต์และทุกทัชพอยท์ในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกและปรับกลยุทธ์ได้แบบเรียลไทม์ ผ่าน MediaFusion แพลตฟอร์มที่ขับเคลื่อนด้วย Agentic AI ทำให้การวางกลยุทธ์แบบ Omnichannel ทั้ง Online Personalization, OOH-Adaptive Shoppers’ Digital Screen, On-Ground Activation รวมถึง KOLs, และ On-Premise Retail Media ที่ครอบคลุมทั่วประเทศ สามารถเปลี่ยน ‘ความสนใจ’ ของผู้บริโภคในทุกโมเมนต์ไปสู่ ‘การลงมือทำ’ ที่เห็นผลได้จริง การคว้ารางวัลในครั้งนี้ ถือเป็นความภาคภูมิใจของพนักงานทุกคนและเป็นเครื่องสะท้อนถึงพลังของการสื่อสารที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลอย่างถูกที่ถูกจังหวะแม่นยำสามารถช่วยแบรนด์คู่ค้า สร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจได้ตามเป้าหมาย”

รัฐธีร์ เจริญรัตน์วรกุล ผู้จัดการทั่วไป ธุรกิจ MarTech Solution บริษัท เอ้ก ดิจิทัล จำกัด กล่าวว่า “ด้วยการเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภคที่เกิดขึ้นตลอดเวลา Martech คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้ธุรกิจเข้าใจลูกค้าได้ลึกขึ้น และก้าวนำคู่แข่งในตลาด การใช้ MarTech Solution, AI และข้อมูล  จึงเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้แบรนด์เข้าใจความต้องการที่เฉพาะเจาะจงของผู้บริโภค และสามารถสร้างประสบการณ์ที่ตรงใจด้วยการสื่อสารที่แม่นยำขึ้น เอ้ก ดิจิทัล จึงมุ่งสร้างสรรค์กลยุทธ์การตลาดด้วยการผสานการทำงานระหว่าง EGG ONE Platform แพลตฟอร์มการตลาดครบวงจรที่ขับเคลื่อนด้วย EGG AI Agent, ดาต้า 720 องศา และเครื่องมือ MarTech แบบครบวงจร ครอบคลุมการตลาดดิจิทัล 5 ด้าน ได้แก่ ด้าน Advanced CRM & Analytic, การตลาดอัตโนมัติ Marketing Automation, การบริหารจัดการโฆษณาทุกช่องทาง Admatch.AI, การสื่อสารที่ปรับได้เรียลไทม์ Adaptive Communication และการสื่อสารการตลาดด้วยอินลูเอนเซอร์ Influmatch.AI ซึ่งสามารถช่วยธุรกิจของคู่ค้าเพิ่มยอดขาย ขยายฐานลูกค้า และสร้างการเติบโตที่ยั่งยืน”

เอ้ก ดิจิทัล สามารถคว้ารางวัลจากเวที Marketing Excellence Awards 2025 ได้อีกครั้ง โดยคว้า 3 รางวัลจากเวทีนี้ ได้แก่ รางวัลระดับ Gold สาขา Excellence in Omnichannel จากแคมเปญ MAMA OK x EGG Digital: the Interactive Squid Game experience: ใช้กลยุทธ์ Omnichannel AR Experience ที่ประสานการทำงานกับสื่อในช่องทางต่างๆ แบบ Full Funnel Marketing ได้แก่ Online Personalization สร้างกระแสไวรัลบนโลกโซเชียล, OOH-Adaptive Shoppers’ Digital Screen สร้างการรับรู้ในวงกว้าง, On-Ground Activation ดึงดูดความสนใจด้วยบูทชงชิมธีม Squid Game และ On-Premise Retail Media นำ AR มาใช้ในการโฆษณาเป็นครั้งแรกในตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป พลิกจุดขายให้กลายเป็นประสบการณ์ที่สนุกและมีส่วนร่วมได้ กลยุทธ์นี้ช่วยสร้างประสบการณ์ที่ไร้รอยต่อและการจดจำแบรนด์ไปยังกลุ่มเป้าหมายหลัก โดยเอ้ก ดิจิทัลใช้ AI วิเคราะห์และจัดกลุ่มเป้าหมายใหม่เป็น 1) Gen Z และมิลเลนเนียล 2) ผู้บริโภคพรีเมียมเซกเมนต์ที่ชื่นชอบเทคโนโลยี 3) แฟนด้อมวัฒนธรรมเกาหลี แคมเปญนี้ช่วยผลักดันให้ MAMA OK ก้าวเป็นผู้นำตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปพรีเมียมในไทย ขยายฐานลูกค้าใหม่ได้ถึง 64% โดย 42% เป็นกลุ่มลูกค้าซื้อบะหมี่พรีเมียมเป็นครั้งแรก และเพิ่มยอดขายได้ถึง 16.4%

รางวัลระดับ Gold สาขา Excellence in Performance Marketing จากแคมเปญ Garnier x EGG Digital: personalized facial care, proven performance:  เอ้ก ดิจิทัลใช้กลยุทธ์ Data-Driven Personalization ผ่านสื่อ O2O ได้แก่ On-Premise Retail Media บน Lotus’s และ Online Personalization ของ Meta โดยนำ Third-party Data ของ Lotus’s มาแบ่งกลุ่มเป้าหมายด้วย AI โดยเน้นเจาะกลุ่มลูกค้าเดิมและลูกค้าที่หยุดซื้อ กลุ่มลูกค้าของแบรนด์คู่แข่ง และกลุ่มลูกค้าในหมวดสินค้าใกล้เคียง พร้อมใช้ข้อมูลแบบเรียลไทม์เพื่อปรับคอนเทนต์และ Tailor-made ไปยังกลุ่มเป้าหมายแต่ละกลุ่ม กลยุทธ์นี้ช่วยกระตุ้นยอดผู้ซื้อผลิตภัณฑ์การ์นิเย่มากกว่า 100,000 คน ภายใน 7 วันแรกที่เห็นโฆษณา โดย 80% เป็นลูกค้าใหม่ และ 20% เป็นลูกค้าเดิมที่กลับมาซื้อซ้ำ ทำให้การ์นิเย่ก้าวเป็นแบรนด์อันดับ 1 ในหมวด Facial Cleanser ของ Lotus’s

รางวัลระดับ Bronze สาขา Excellence in Loyalty Marketing จากแคมเปญ TCP x EGG Digital: RedClub – Centralize TCP’s Loyalty Ecosystem and Unlock New Business Opportunities:  พลิกโฉมระบบสมาชิกของกลุ่มธุรกิจ TCP ด้วยการรวม Loyalty Program ของกว่า 10 แบรนด์เข้าไว้ในแพลตฟอร์มเดียว และปรับคะแนนสะสมเป็น Red Points ที่สามารถสะสมและแลกคะแนนได้ทุกแบรนด์บนแพลตฟอร์มเดียว วางกลยุทธ์การสื่อสารผ่านระบบสมาชิกที่เชื่อมต่อบน LINE OA อำนวยความสะดวกในการช้อประหว่างแบรนด์ในเครือด้วยมีฟีเจอร์ E-commerce และสร้างการมีส่วนร่วมกับสมาชิกด้วยกิจกรรม Gamification ซึ่งเอ้ก ดิจิทัลใช้พลัง AI-driven CRM และ Real-time BI Dashboard ในการขยายและแบ่งกลุ่มเป้าหมาย รวมถึงจัดทำโปรโมชันและคอนเทนต์แบบเฉพาะบุคคลได้อย่างแม่นยำ แคมเปญนี้ช่วยให้ TCP ขยายฐานสมาชิกได้เพิ่มขึ้น ปัจจุบันมีสมาชิกกว่า 585,000 คน มียอดการทำธุรกรรมมากกว่า 18.3 ล้านครั้ง โดยมีอัตราซื้อซ้ำสูงถึง 97.57% และยังช่วยลดเวลาในการตั้งค่าแคมเปญลงกว่า 60%

สำหรับลูกค้าองค์กรที่สนใจบริการของ บริษัท เอ้ก ดิจิทัล จำกัด สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.eggdigital.com/ หรือ โทร. 02-020-2364

มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ ผนึก TSB – มูลนิธิยังมีเรา ส่งมอบน้ำดื่มและข้าวโอ๊ต ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมอยุธยา–อ่างทอง

มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ ผนึก TSB - มูลนิธิยังมีเรา ส่งมอบน้ำดื่มและข้าวโอ๊ต ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมอยุธยา–อ่างทอง

มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ ผนึก TSB – มูลนิธิยังมีเรา ส่งมอบน้ำดื่มและข้าวโอ๊ต ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมอยุธยา–อ่างทอง

วันพฤหัสบดี ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2568, 13.57 น.

มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ร่วมมือพันธมิตรภาคเอกชน ส่งต่อกำลังใจและสิ่งของจำเป็นแก่ประชาชนในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและอ่างทองที่ประสบอุทกภัย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในช่วงวิกฤต

นางเธียรรัตน์ นะวะมะวัฒน์ ประธานมูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ พร้อมทีมงาน ได้ร่วมกับบริษัท ไทย สมายล์ บัส จำกัด (TSB) ส่งมอบสิ่งของจำเป็นให้แก่ประชาชน ประกอบด้วยน้ำดื่ม 600 ขวด จากบริษัท ไทย สมายล์ บัส จำกัด มูลค่า 21,000 บาท และข้าวโอ๊ต จำนวน 600 ถุง มูลค่า 120,000 บาท จากบริษัท แวลู่พลัส รีเทล จำกัด, ขนมเส้นบุกปรุงรสหม่าล่า 36,000 ซอง มูลค่า 360,000 บาท จากบริษัท ไบ่ลี่ เอ็นเตอร์ไพร์ส จำกัด รวมมูลค่าทั้งสิ้น 501,000 บาท โดยสิ่งของทั้งหมดถูกส่งต่อผ่านมูลนิธิยังมีเรา เพื่อให้ชาวบ้านในพื้นที่ประสบอุทกภัยสามารถเข้าถึงสิ่งจำเป็นและอำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิตประจำวันได้ โดยมี นางสาวสุชาวดี ณัฐเสณี เจ้าหน้าที่มูลนิธิยังมีเรา เป็นผู้รับมอบ ณ สถานีข่าวท็อปนิวส์

นางเธียรรัตน์ นะวะมะวัฒน์ ประธานมูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ เปิดเผยว่า น้ำดื่ม ข้าวโอ๊ต และ ขนมเส้นบุกที่นำมามอบให้ในวันนี้ เราตั้งใจเลือกสิ่งที่เหมาะสมกับการบริโภค เก็บรักษา และขนย้ายได้สะดวก อีกทั้งยังมีคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วน เพื่อให้สามารถช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนได้จริง มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ให้ความสำคัญกับการดูแลผู้ที่ประสบภัยในทุกพื้นที่ และอยากเป็นกำลังใจให้ทุกครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยครั้งนี้ สามารถก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากไปได้ด้วยดี

การส่งมอบสิ่งของในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการช่วยบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้า แต่ยังเป็นการแสดงพลังแห่งการแบ่งปันและความร่วมมือจากหลายภาคส่วนที่พร้อมยืนเคียงข้างประชาชนในยามที่สังคมเผชิญวิกฤต มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ยังคงเดินหน้าสนับสนุนและส่งต่อความช่วยเหลือต่อไป เพื่อให้คนไทยให้ก้าวผ่านเหตุการณ์ครั้งนี้ไปได้

-(016)

กรมการค้าภายใน จับมือ กูร์เมต์ มาร์เก็ต เปิดพื้นที่สนับสนุนเกษตรกรไทย ในงาน ‘DIT X Gourmet Market Farmers Grow Together’

กรมการค้าภายใน จับมือ กูร์เมต์ มาร์เก็ต เปิดพื้นที่สนับสนุนเกษตรกรไทย ในงาน ‘DIT X Gourmet Market Farmers Grow Together’

กรมการค้าภายใน จับมือ กูร์เมต์ มาร์เก็ต เปิดพื้นที่สนับสนุนเกษตรกรไทย ในงาน ‘DIT X Gourmet Market Farmers Grow Together’

วันพฤหัสบดี ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับ กูร์เมต์ มาร์เก็ต พรีเมียมซูเปอร์มาร์เก็ตระดับเวิลด์คลาส ภายใต้การบริหารโดย เดอะมอลล์ กรุ๊ป จัดงาน “DIT X Gourmet Market Farmers Grow Together” เคียงข้างเกษตรกรไทยไปด้วยกัน เปิดพื้นที่สนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยและช่วยเหลือเกษตรกรไทยในการแก้ปัญหาสินค้าล้นตลาด ชวนอุดหนุนสินค้าคุณภาพส่งตรงจากเกษตรกรไทย นำโดย ข้าวหอมมะลิคุณภาพดีที่ได้รับรางวัลการประกวดข้าวหอมมะลิของประเทศไทย นอกจากนี้ยังมีผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ ตลอดจนสินค้าแปรรูป, สินค้า OTOP และสินค้าหัตถกรรมรวมกว่า 80 รายการมาให้เลือกซื้อในราคาพิเศษ ตั้งแต่วันนี้  –  29 กันยายน 2568 ที่ กูร์เมต์ มาร์เก็ต ชั้น G สาขาพารากอน ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์

พลอยชมพู อัมพุช ผู้อำนวยการใหญ่บริหารสินค้าซูเปอร์มาร์เก็ต บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า กูร์เมต์ มาร์เก็ต ภายใต้การบริหารโดย บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป บริษัทของคนไทยที่ยืนหยัดเคียงข้างคนไทยมากว่า 44 ปี  มีความยินดีที่จะสนับสนุนช่วยเหลือผู้ประกอบการและเกษตรกรไทยในการแก้ปัญหาสินค้าล้นตลาด และพร้อมที่จะเป็นศูนย์กลางในการผลักดันนำผลผลิตที่มีคุณภาพมาต่อยอดตลาด ขยายช่องทางการจำหน่ายและระบายสินค้า จึงได้ประสานความร่วมมือกับกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ นำสินค้ามาจัดจำหน่ายในราคาพิเศษ เพื่อให้ประชาชนทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ เข้าถึงสินค้าการเกษตรและผลิตภัณฑ์คุณภาพของไทย อันจะช่วยสานต่อสร้างงาน สร้างอาชีพ เพิ่มรายได้ให้ผู้ประกอบการและชุมชนได้เติบโตอย่างยั่งยืน

สินค้าไฮไลต์ภายในงาน ประกอบด้วย ข้าวหอมมะลิคุณภาพดีที่ได้รับรางวัลการประกวดข้าวหอมมะลิของประเทศไทย ส่งตรงจากเกษตรกร ได้แก่  ข้าวหอมมะลิ 105 ตราข้าวนาคุณตาณรงค์ จังหวัดอุบลราชธานี (รางวัลชนะเลิศระดับประเทศ ประจำปี 2566), ข้าวหอมมะลิอินทรีย์นครพนม จังหวัดนครพนม (รางวัลชนะเลิศระดับประเทศ ประเภทบุคคล ประจำปี 2564), ข้าวหอมมะลิตราช้างชุมพล จากสหกรณ์การเกษตรปฏิรูปที่ดินชุมพลบุรี จำกัด จังหวัดสุรินทร์ (รางวัลชนะเลิศระดับประเทศ ประเภทสถาบันเกษตรกร ประจำปี 2564), ข้าวหอมมะลิอุดร จากวิสาหกิจชุมชนทำนาห้วยตาดข่า จังหวัดอุดรธานี (รางวัลรองชนะเลิศระดับประเทศ ประจำปี 2567) และ ข้าวกล้องหอมมะลิ จากชุมชนข้าวปลอดสารพิษ ตำบลแม่อ้อ จังหวัดเชียงราย (รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ระดับประเทศ ประจำปี 2566)

ผลไม้สดและแปรรูป อาทิ มะพร้าวหอมน้ำหอมแท้ จากสมาคมมะพร้าวน้ำหอมไทย จังหวัดราชบุรี, สับปะรดภูแลแท้ จากจังหวัดเชียงราย เนื้อสีเหลืองทอง กรอบ แน่น ไม่ช้ำง่าย รสชาติหวานอมเปรี้ยว มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว และมีแกนสับปะรดที่สามารถรับประทานได้, น้ำลำไยหิมะ ท็อปปิ้งลำไยอบแห้งเนื้อทอง จากไร่ดำรงค์ จังหวัดลำพูน น้ำลำไยสกัดเข้มข้นปั่นกับเนื้อลำไย ท็อปปิ้งด้วยเนื้อลำไยอบแห้งเกรดพรีเมียมลูกใหญ่เต็มคำ ได้ทั้งประโยชน์จากคุณค่าของสารสกัดและความหอมหวานจากลำไยอบแห้งแท้ๆ ไม่ผ่านการปรุงแต่ง เป็นต้น

เนื้อโคคุณภาพจากวิสาหกิจชุมชนโคเนื้อล้านนาเชียงราย (Lanna Beef), วิสาหกิจชุมชนผู้เลี้ยงโคเนื้อลำตะคอง (NVK Beef) และเนื้อเสียบไม้ ไส้อั่ว เนื้อแดดเดียว แช่งแข็ง จากเครือข่ายผู้เลี้ยงโคเนื้อจังหวัดบุรีรัมย์ (Smile Beef), ไก่งวงย่างบาร์บีคิว และไก่งวงจ๊อ จากวิสาหกิจชุมชนไก่งวงราชบุรี, กุ้งต้มแช่แข็ง และกุ้งต้มพร้อมทาน จากชมรมผู้เลี้ยงกุ้งจังหวัดสมุทรสาคร นอกจากนี้ ยังมีสินค้าหัตถกรรม และสินค้า OTOP จากกลุ่มวิสาหกิจชุมชนและผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) มาจำหน่ายในราคาพิเศษ

ร่วมสนับสนุนสินค้าคุณภาพจากเกษตรกรไทยได้ในงาน DIT X Gourmet Market Farmers Grow Together เคียงข้างเกษตรกรไทยไปด้วยกัน   ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 29 กันยายน 2568 ที่ กูร์เมต์ มาร์เก็ต ชั้น G สาขา พารากอน ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ หรือติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : Gourmet Market ThailandIG: gourmetmarket และ TikTok: gourmetmarketth

‘เท่อย่างไทย โดย ไฟ-ฟ้า ทีทีบี’ ปี 2568 ประกาศความสำเร็จต่อเนื่อง โรงเรียน-เยาวชนไทยร่วมสืบสานวัฒนธรรมไทยสูงเป็นประวัติการณ์

‘เท่อย่างไทย โดย ไฟ-ฟ้า ทีทีบี’ ปี 2568 ประกาศความสำเร็จต่อเนื่อง โรงเรียน-เยาวชนไทยร่วมสืบสานวัฒนธรรมไทยสูงเป็นประวัติการณ์

‘เท่อย่างไทย โดย ไฟ-ฟ้า ทีทีบี’ ปี 2568 ประกาศความสำเร็จต่อเนื่อง โรงเรียน-เยาวชนไทยร่วมสืบสานวัฒนธรรมไทยสูงเป็นประวัติการณ์

วันพฤหัสบดี ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

โครงการ “เท่อย่างไทย โดย ไฟ-ฟ้า ทีทีบี” ประจำปี 2568 กิจกรรมสังคมเพื่อมุ่งสืบสานวัฒนธรรมไทย ภายใต้มูลนิธิทีทีบี ตอกย้ำความสำเร็จของเวทีจุดประกายด้านเอกลักษณ์ไทย เพื่อส่งเสริมเยาวชนให้ร่วมใจอนุรักษ์วัฒนธรรม การสื่อสาร และการอยู่ร่วมกันในสังคม ได้รับกระแสตอบรับที่ดีเยี่ยม มีเยาวชนสนใจสมัครเข้าร่วมกิจกรรมสูงเป็นประวัติการณ์ร่วม 6,672 คน จากสถาบันการศึกษา 714 แห่งทั่วประเทศ แบ่งเป็น การประกวดมารยาทไทย 2,800 คน การประกวดทักษะการอ่าน-พูดในที่สาธารณะ 1,958 คน และการประกวด เท่ได้ ต้องไม่บูลลี่ 1,914 คน

นอกจากนี้ การจัดเวิร์กชอป “องค์ประกอบความสำเร็จของการพูดต่อหน้าสาธารณชน” ที่เป็นกิจกรรมไฮไลต์สำคัญในช่วงต้นของโครงการ “เท่อย่างไทย” ซึ่งร่วมกับภาควิชาวาทวิทยาและการสื่อสารการแสดง คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มุ่งเน้นการสร้างเสริมทักษะชีวิต และความกล้าแสดงออกของเยาวชนไทย ผ่านกระบวนการคิด วิเคราะห์ และการสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ ได้มีผู้สมัครเข้าร่วมเวิร์กชอป แบบ Onsite จำนวน 500 คน และ Online กว่า 1,000 คน จากโรงเรียนทั่วประเทศ สะท้อนความสนใจและความเชื่อมั่นของสถาบันการศึกษาและเยาวชนที่มีต่อโครงการได้เป็นอย่างดี

โครงการ “เท่อย่างไทย” จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 53 เป็นกิจกรรมสร้างสรรค์ที่ปลูกฝังคุณค่าความเป็นไทยและพัฒนาทักษะสำคัญสู่อนาคต มุ่งส่งเสริมการใช้ภาษาไทยอย่างถูกต้อง การมีมารยาทที่เหมาะสมตามกาลเทศะ การกล้าแสดงออก และความเคารพผู้อื่น ซึ่งในปี 2568 จัดการประกวด 3 กิจกรรม ได้แก่ การประกวดมารยาทไทย การประกวดทักษะการอ่าน-พูดในที่สาธารณะ และการประกวดโครงงาน “เท่ได้ ต้องไม่บูลลี่” ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมรางวัลทุนการศึกษา ทั้งนี้ สามารถติดตามการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศการประกวดมารยาทไทย และทักษะการอ่าน-พูด ในที่สาธารณะ ได้ในวันอาทิตย์ที่ 19 ตุลาคม 2568 ณ ธนาคารทหารไทยธนชาต สำนักงานใหญ่

ไฟ-ฟ้า โดย ทีทีบี เป็นกิจกรรมสังคมเพื่อความยั่งยืนที่มุ่งจุดประกายเยาวชนและชุมชนเสริมสร้างสิ่งดีๆ คืนสู่สังคมไทย สร้างการเปลี่ยนแปลงที่มีความหมายให้ผู้คน ตอกย้ำปรัชญา Make REAL Change มุ่งสานต่อส่งเสริมให้เยาวชนตระหนักถึงภาษาและมารยาทอันดีงามของไทย เพื่อร่วมสร้างพื้นฐานความก้าวหน้าให้กับสังคมไทย โดยเปิดพื้นที่ให้เยาวชนทุกกลุ่ม ทุกวัย และทุกพื้นที่ทั่วประเทศแสดงความสามารถอย่างเต็มที่ในการแสดงออกซึ่งความรักและการเผยแพร่วัฒนธรรมประจำชาติ พร้อมพัฒนาทักษะสำคัญสู่อนาคต

ติดตามข่าวสารเกี่ยวกับโครงการ “เท่อย่างไทย โดย ไฟ-ฟ้า ทีทีบี” ได้ที่  LINE Official Account : taeyoungthai หรือ http://www.เท่อย่างไทย.com หรือ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ โทร 06 2070 0088, 06 2070 0099

‘ความฝันในหอแดง’ สะพานเชื่อมวัฒนธรรม 50 ปี ไทย–จีน สร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนนักเต้นบัลเลต์ไทยสู่เวทีสากล

‘ความฝันในหอแดง’ สะพานเชื่อมวัฒนธรรม 50 ปี ไทย–จีน สร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนนักเต้นบัลเลต์ไทยสู่เวทีสากล

‘ความฝันในหอแดง’ สะพานเชื่อมวัฒนธรรม 50 ปี ไทย–จีน สร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนนักเต้นบัลเลต์ไทยสู่เวทีสากล

วันพฤหัสบดี ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

โอกาสสำคัญแห่งมิตรภาพ 50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–จีน ได้รับการเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่ผ่านการแสดงบัลเลต์ “ความฝันในหอแดง” (A Dream of Red Mansions) จาก National Ballet of China หนึ่งในคณะบัลเลต์ระดับแนวหน้าของเอเชีย ที่นำวรรณกรรมอมตะของจีนมาตีความใหม่ ถ่ายทอดเรื่องราวความรัก ความฝัน และชะตาชีวิตด้วยภาษาบัลเลต์ตะวันตกที่สง่างาม ผสานเข้ากับเสน่ห์แห่งวัฒนธรรมตะวันออก

ค่ำคืนแห่งศิลปะการแสดงสุดยิ่งใหญ่ ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย กลายเป็นอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ของ Bangkok Festivals ครั้งที่ 27 โดยมีผู้ชมกว่า 3,000 คนในสองรอบการแสดง ร่วมชื่นชมผลงานที่ถือเป็น บัลเลต์โชว์เรื่องแรกของเทศกาลในปีนี้ และยังเป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่สะท้อนถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างไทยและจีนตลอดครึ่งศตวรรษที่ผ่านมา

ที่สำคัญ “ความฝันในหอแดง” ยังสะท้อนอีกหนึ่งภารกิจสำคัญของ Bangkok Festivals นั่นคือการพัฒนาบุคลากรทางศิลปะของไทย ผ่านโครงการ Student Outreach Program ที่จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี โดยเปิดโอกาสให้เยาวชนไทยได้เรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับศิลปินระดับโลกโดยตรง ในปีนี้ถูกจัดขึ้นในวันที่19 กันยายน 2568 ณ หอประชุมเล็ก ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย โดยมีเยาวชนเข้าร่วมกิจกรรม Ballet Workshop กว่า 30 คน และได้รับการฝึกสอนจาก  หลี่ เหวินเทา (Li Wentao) Princpal Dancer จาก National Ballet of China ซึ่งนับเป็นโอกาสล้ำค่าในการสร้างแรงบันดาลใจและส่งต่อความรู้ที่จะช่วยเสริมพลังให้เยาวชนไทยก้าวสู่เวทีสากลในอนาคต

ราซีน่าร์ อูเบรอย กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเตอร์เนชันแนล คัลเจอรัล โปรโมชั่น จำกัด กล่าวถึงเจตนารมณ์ของเทศกาลว่า “สิ่งสำคัญของงานมหกรรม ไม่ได้อยู่ที่การนำการแสดงที่ดีที่สุดในโลกมาให้ชมเท่านั้น แต่คือการสร้างผลลัพธ์ที่ยั่งยืนต่อสังคม Student Outreach Program เป็นหัวใจสำคัญที่เราดำเนินการต่อเนื่องมาหลายปี ได้รับความร่วมมือจากศิลปินและคณะการแสดงหลากหลายประเทศเพื่อมาช่วยพัฒนาเยาวชนไทย ไม่เพียงในด้านทักษะ แต่ยังได้เห็นถึงวินัย ความทุ่มเท และความตั้งใจของศิลปิน สิ่งเหล่านี้จะเป็นแรงบันดาลใจให้เด็ก ๆ กล้าที่จะฝัน และมุ่งมั่นที่จะพาศิลปะไทยก้าวไปสู่เวทีโลก”

ด้าน ถง รุ่ยรุ่ย (Tong Ruirui) นักออกแบบท่าเต้นของบัลเลต์ “ความฝันในหอแดง” กล่าวเสริมว่า “บัลเลต์คือศิลปะที่ไร้คำพูด แต่ใช้ร่างกายและอารมณ์สื่อสารตรงถึงหัวใจ การนำ ‘ความฝันในหอแดง’ มาที่ไทยในโอกาส 50 ปีความสัมพันธ์ไทย–จีน มีความหมายอย่างยิ่ง เพราะศิลปวัฒนธรรมคือสะพานที่ทำให้เราเข้าใจกันลึกซึ้ง และทำให้มิตรภาพระหว่างสองประเทศมั่นคงยิ่งขึ้น”

เสียงสะท้อนจากเยาวชนที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ยืนยันถึงคุณค่าของโครงการ เด็กหญิง Koharu Sato เยาวชนชาวญี่ปุ่นที่เติบโต ในประเทศไทย เล่าว่า “เริ่มฝึกบัลเลต์ตั้งแต่อายุ 3 ขวบ และฝึกฝนอย่างต่อเนื่องมากว่า 11 ปี ความฝันคือการเป็นครูสอนบัลเลต์ การได้เรียนรู้กับนักเต้นระดับโลกในครั้งนี้เป็นโอกาสที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง ทำให้รู้สึกดีใจ ตื่นเต้น และได้รับพลังใหม่ๆ ที่จะผลักดันให้ก้าวต่อไปบนเส้นทางศิลปะ”

เช่นเดียวกับ เด็กหญิงพรไพลิน ทรงวัชราภรณ์ วัย 6 ปี ที่เผยความรู้สึกอย่างตื่นเต้นว่า “เริ่มฝึก บัลเลต์ตั้งแต่อายุ 2 ขวบ และชื่นชอบการแสดงนี้มาตลอด การได้เรียนรู้ทักษะจากนักเต้นระดับโลกถือเป็นประสบการณ์ที่สำคัญ และยังเป็นแรงบันดาลใจให้ตั้งใจฝึกซ้อมมากขึ้น เพื่อก้าวไปสู่การแสดงบนเวทีใหญ่ในอนาคต รวมทั้งต่อยอดสู่การแสดงแขนงอื่นต่อไป”

“ความฝันในหอแดง” จึงไม่เพียงเป็นการแสดงระดับโลกที่งดงามตราตรึง แต่ยังเป็นบทพิสูจน์ว่า Bangkok Festivals ไม่ได้มีเป้าหมายเพียงสร้างความสุขให้ผู้ชม แต่ยังมุ่งมั่นสร้างแรงบันดาลใจและพัฒนาคนรุ่นใหม่ของไทย ให้พร้อมก้าวสู่เวทีศิลปะระดับนานาชาติ พร้อมทั้งติดตามกิจกรรมดีๆ เพื่อสังคมที่เทศกาลได้จัดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้กับศิลปะและวัฒนธรรมของไทย

พลังแห่งศิลปะและหัวใจ ‘ศิลป์ไทย ฮีลใจ เพื่อสังคม’ รายได้ส่วนหนึ่งสนับสนุนกิจกรรมกลุ่มเด็กออทิสติก

พลังแห่งศิลปะและหัวใจ ‘ศิลป์ไทย ฮีลใจ เพื่อสังคม’ รายได้ส่วนหนึ่งสนับสนุนกิจกรรมกลุ่มเด็กออทิสติก

พลังแห่งศิลปะและหัวใจ ‘ศิลป์ไทย ฮีลใจ เพื่อสังคม’ รายได้ส่วนหนึ่งสนับสนุนกิจกรรมกลุ่มเด็กออทิสติก

วันพฤหัสบดี ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ICONSIAM  จัดงานนิทรรศการ “ศิลป์ไทย ฮีลใจ เพื่อสังคม”  นำเสนอผลงานศิลปะที่ทรงคุณค่าจากการสะสมยาวนานกว่า 20–30 ปี โดยศิลปินหลากหลายรุ่น อาทิ อาจารย์เรวัตร์ วงษ์ลาอาจารย์จรัญ พานอ่อนตา, Manoon Tumsi พร้อมศิลปินชั้นนำอีกมากมาย 

ผลงานหลากหลายชิ้นใช้ความงามของเพศหญิงเป็นสื่อกลางในการนำเสนอ ถ่ายทอดอารมณ์ ความละเอียดอ่อน และพลังแห่งความงาม ทำให้ผู้ชมได้สัมผัสทั้งความงดงามทางศิลปะและแรงบันดาลใจจากพลังการแบ่งปัน นำเสนอผลงานด้วยเทคนิคของการใช้สีอะคริลิคบนผืนผ้าใบ และการแกะสลักไม้อย่างประณีต รวมถึงความงดงามของธรรมชาติบนผืนผ้าใบ และผลงานสุดพิเศษจากน้องๆ ออทิสติก

รายได้จากการจำหน่ายภาพศิลปะส่วนหนึ่งนำไปสนับสนุนกิจกรรมของ กลุ่มเด็กออทิสติก จังหวัดพังงา เพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้ การเข้าสังคม และการใช้ชีวิตประจำวัน ผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์และการบำบัดเชิงศิลปะ ช่วยให้น้องๆ ได้แสดงออกถึงความสามารถ และก้าวสู่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน โดยนิทรรศการ “ศิลป์ไทย ฮีลใจ เพื่อสังคม” เปิดให้ชมจนถึงวันที่ 25 กันยายน 2568 ณ ชั้น 3 ไอคอนสยาม

วัดวิษณุ เขตสาทร ชวนไปไหว้พระ-ทำบุญ งานนวราตรี 2568 วันที่ 22 กันยายน – 2 ตุลาคม 2568 บูชาสรรเสริญ ขอพรพระแม่ศรีอุมาเทวี ปางพระแม่ทุรคา 10 วัน 10 คืน

วัดวิษณุ เขตสาทร ชวนไปไหว้พระ-ทำบุญ งานนวราตรี 2568 วันที่ 22 กันยายน - 2 ตุลาคม 2568 บูชาสรรเสริญ ขอพรพระแม่ศรีอุมาเทวี ปางพระแม่ทุรคา 10 วัน 10 คืน

วัดวิษณุ เขตสาทร ชวนไปไหว้พระ-ทำบุญ งานนวราตรี 2568 วันที่ 22 กันยายน – 2 ตุลาคม 2568 บูชาสรรเสริญ ขอพรพระแม่ศรีอุมาเทวี ปางพระแม่ทุรคา 10 วัน 10 คืน

วันพฤหัสบดี ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สมาคมฮินดูธรรมสภา วัดวิษณุ จัดงาน “Shardiya   Navratri  Shridurgapuja  2025 ”  ศารทีย นวราตรี บูชาพระแม่ศรีทุรคา 2025 หรือ “เทศกาล นวราตรี 2568”  พิธีสำคัญที่จัดขึ้นเพื่อบูชาสรรเสริญองค์พระแม่ศรีอุมาเทวี ปางพระแม่ทุรคา เพื่อรำลึกถึงชัยชนะและเฉลิมฉลองที่สามารถปราบอสูรร้ายตามคติความเชื่อของชาวฮินดู ซึ่งจัดขึ้น 10 วัน 10 คืน ในการนี้ สุมนา อภินรเศรษฐ์ เป็นประธานในพิธีสวดบูชาวันแรก  พร้อมด้วย ภานุมาตีฐต์ สมุทรคีรีจ์ ,ปัทมาวดี-ราชตี สิงหศิวานนท์ และ พัชรา มาดล ร่วมพิธี โดยมี Shyam Bihari Singh เลขาฯ พร้อมด้วยคณะกรรมการ ต้อนรับเมื่อวันที่ 22 กันยายน 2568 โดยงานจะมีไปจนถึงวันที่ 2  ตุลาคม 2568 ณ วัดวิษณุ เขตสาทร

เทวรูปองค์เทพในปะรำพิธี จากซ้าย พระพิฆเนศ พระแม่ลักษมี พระแม่ศรีอุมาเทวีปางทุรคา พระแม่สุรัสวดี และพระขันธกุมาร 

ประธานในพิธี  สุมนา อภินรเศรษฐ์ พร้อมด้วย ภานุมาตีฐต์ สมุทรคีรีจ์,ปัทมาวดี-ราชตี  สิงหศิวานนท์,พัชรา มาดล, Shyam Bihari Singh เลขาฯ  และกรรมการสมาคมฮินดูธรรมสภา วัดวิษณุ พร้อมผู้ช่วยงาน รวมทั้ง ปุโรหิต

งาน “นวราตรี” หรือ ทุรคาบูชา เป็นเทศกาลเฉลิมฉลองที่สำคัญของชาวฮินดูที่จัดขึ้นเพื่อบูชาสรรเสริญพระแม่ทุรคา ซึ่งเป็นปางหนึ่งของพระแม่ศรีมหาอุมาเทวี ที่ใช้เวลานานถึง 10 วัน 10 คืน เพื่อปราบอสูรร้ายมหิษาสูร โดยพระแม่ศรีมหาอุมาเทวีได้อวตารเป็นปางต่างๆ ถึง 9 ปาง และสามารถปราบมหิษาสูรได้ในปางของพระแม่ทุรคา ชาวฮินดูจึงให้ความเคารพนับถือและขอพรพระแม่ทุรคาในเรื่องของความสำเร็จและการขจัดสิ่งชั่วร้ายต่างๆ ซึ่งงานนวราตรี ไม่ได้บูชาเฉพาะพระแม่ทุรคาเท่านั้น แต่ยังบูชาเทพสตรีอีก 2 องค์ คือ พระลักษมี และ พระสุรัสวดี อันเป็นการแสดงให้เห็นถึงพลังของเทพสตรี รวมถึงพระพิฆเนศ และพระขันธกุมาร  เป็นความเชื่อกันว่า ผู้กราบไหว้บูชาขอพรเทพทั้ง 5 พระองค์ในงานนวราตรี  จะนำมาซึ่งความสำเร็จ และชัยชนะเหนืออุปสรรคทั้งปวง   โดยในช่วงเทศกาลนวราตรี ชาวฮินดูจะถือศีลและงดเนื้อสัตว์ทุกชนิด ซึ่งตรงกับเทศกาลกินเจอีกด้วย

สี่ศรีพี่น้อง  สุมนา อภินรเศรษฐ์,ภานุมาตีฐต์ สมุทรคีรีจ์ ,ปัทมาวดี-ราชตี   สิงหศิวานนท์

 หัวหน้าปุโรหิต นำโดยAacharya OM Hari Sharmar พร้อมด้วยปุโรหิตจากเมืองพาราณสี 

สำหรับงานนวราตรี 2568 ปีนี้จัดเร็วขึ้นกว่าปกติ เนื่องจากกำหนดจัดงานนั้นขึ้นอยู่กับปฎิทินฮินดู ซึ่งมีการนับตามปฎิทินจันทรคติ การนับวันดังกล่าวจึงทำให้วันจัดงานนวราตรีในแต่ละปีเปลี่ยนไปตามการขึ้นหรือตกของดวงจันทร์ ซึ่งเทศกาลนี้จะจัดในช่วงเดือนกันยายนถึงตุลาคม โดยปีนี้ตรงกับวันที่ 22 กันยายนถึง 2 ตุลาคม 2568  เป็นเวลา 10 วัน 10 คืน

พิธีสวดบูชาเทวรูปพระพิฆเนศ องค์เทพเจ้าแห่งความสำเร็จเป็นโต๊ะแรกของวันเริ่มต้นพิธี

สตรีชาวอินเดียพาครอบครัวมากราบไหว้ขอพรพระแม่ในวันแรก  

สมาคมฮินดูธรรมสภา วัดวิษณุ ก่อตั้งมาครบ 105 ปี เริ่มตั้งแต่ พ.ศ.2464 ประกอบไปด้วยอาคารศาสนสถานที่สำคัญ อาทิ มหามณเฑียรประดิษฐานเทวรูป โดยมี เทวรูปพระวิษณุ-พระแม่ลักษมี  เป็นเทพประธาน  เพื่อประกอบพิธีกรรมทางศาสนา มีชาวฮินดู และชาวไทยหลากหลายเชื้อชาติ มาสักการบูชาองค์เทพเรื่อยมา จนอาคารมหามณเฑียรเกิดความชำรุดทรุดโทรม ในปี พ.ศ.2535 คณะกรรมการบริหารวัดวิษณุในขณะนั้น จึงมีมติที่จะจัดสร้างมหามณเฑียรหลังใหม่ โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงวางศิลาฤกษ์ เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2537 นับเป็นความปลื้มปีติต่อชาวฮินดูในประเทศไทยทุกคน ใช้เวลาในการก่อสร้าง 9 ปีจึงแล้วเสร็จ ต่อมาในปี พ.ศ. 2547 ได้อัญเชิญเทวรูปองค์เทพต่างๆ ซึ่งแกะสลักด้วยหินอ่อนจำนวน 24 องค์ จากประเทศอินเดีย มาประดิษฐานที่มหามณเฑียรหลังใหม่ นับว่าวัดวิษณุมีเทวรูปองค์เทพครบทุกพระองค์เป็นแห่งแรกของประเทศไทย

พิธีบูชาไฟ Arati ขอพรจากเทพเจ้า รับความเป็นสิริมงคล

ขอเชิญชวนผู้ที่สนใจ ร่วมงาน “Shardiya  Navratri  Shridurgapuja  2025 ” ศารทีย นวราตรี บูชาพระแม่ศรีทุรคา 2025 หรือ “เทศกาล นวราตรี 2568” เพื่อสวดบูชาสรรเสริญขอพรพระแม่ศรีมหาอุมาเทวี และองค์เทพอื่นๆ ได้ตลอดวัน  โดยงานจะมีถึงวันที่ 2   ตุลาคม 2568  ณ สมาคมฮินดูธรรมสภา-วัดวิษณุ แขวงทุ่งวัดดอน  เขตสาทร

ผู้ปั้นองค์เทพในปะรำพิธีงานนวราตรี 2568  Mr. Parimalpaul จากเมืองกัลกาต้า ประเทศอินเดีย

ธัญพืช ดอกไม้ ผลไม้ ถวายบูชาบนปะรำพิธี

เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย ขับเคลื่อนแรงบันดาลใจแห่งโลกแฟชั่น ผ่านอีเว้นท์ระดับตำนาน ‘ELLE Fashion Week 2025’

เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย ขับเคลื่อนแรงบันดาลใจแห่งโลกแฟชั่น ผ่านอีเว้นท์ระดับตำนาน ‘ELLE Fashion Week 2025’

เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย ขับเคลื่อนแรงบันดาลใจแห่งโลกแฟชั่น ผ่านอีเว้นท์ระดับตำนาน ‘ELLE Fashion Week 2025’

วันพฤหัสบดี ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะระดับพรีเมียม-ไฮเทค  “เอ็กซ์เผิง” ภายใต้บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) หรือ MGC-ASIA ร่วมบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์แฟชั่นไทย ผ่านอีเว้นท์ใหญ่ ‘ELLE Fashion Week 2025’ ภายใต้คอนเซปต์ ‘LIFE-A Seed of Creativity, The Future of Fashion’

ทั้งนี้ เอ็กซ์เผิง เป็นผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการ พร้อมจับมือกับดีไซเนอร์ไทยรังสรรค์โชว์ไฮไลท์ของงาน สะท้อนบทบาทของ เอ็กซ์เผิง ในฐานะส่วนหนึ่งของเวทีแฟชั่นระดับชาติ สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ ที่เป็นมากกว่ารถยนต์ไฟฟ้า แต่คืออนาคตของการเดินทาง ที่ผสานเทคโนโลยี ดีไซน์ และไอเดียสร้างสรรค์ เข้าไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืน เช่นเดียวกับโลกแฟชั่นที่ถ่ายทอด ทั้งตัวตน ไลฟ์สไตล์ และวิสัยทัศน์ของอนาคต การเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของงานแสดงแฟชั่นโชว์ระดับตำนานในครั้งนี้ เป็นการตอกย้ำว่า เอ็กซ์เผิง พร้อมสนับสนุนความคิดสร้างสรรค์ และนวัตกรรมในสังคมไทย อีกทั้ง ขับเคลื่อนแรงบันดาลใจ ไปสู่อนาคตที่เต็มไปด้วยสไตล์ และความหมาย ทั้งนี้ Elle Fashion Week 2025 จะจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ระหว่างวันที่ 13-16 พฤศจิกายน 2568 ณ ริเวอร์ พาร์ค ศูนย์การค้าไอคอนสยาม กรุงเทพฯ