แหวกฟ้าหาฝัน : สวรรค์บนดิน Santorini

แหวกฟ้าหาฝัน : สวรรค์บนดิน Santorini

แหวกฟ้าหาฝัน : สวรรค์บนดิน Santorini

วันอาทิตย์ ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นักท่องเที่ยวร้อยละร้อยห้าสิบที่มาเยือนกรีซก็เพราะต้องการมาเยือนสถานที่แห่งหนึ่งที่สวยงามจนได้ชื่อว่า สวรรค์บนดิน นั่นคือ Santorini  ดินแดนแห่งนี้เป็นแหล่งที่มีภูเขาไฟระเบิดอยู่บ่อย ๆ เมื่อ 3-4 ล้านปีก่อน อีกทั้งยังเคยเป็นตำแหน่งที่มีภูเขาไฟระเบิดที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ที่มีชื่อว่า Minoan Eruption หรือ Thera Eruption ตั้งแต่ 3600 ปีก่อนอันเป็นจุดสูงสุดของอารยธรรม Minoan ภูเขาไฟระเบิดที่คาดว่าเกิดนับสัปดาห์ก่อให้เกิดสึนามิขนาดใหญ่จนได้ทำลายอารยธรรม Atlantis ไปจนหมดสิ้น

เกาะที่ถูกกล่าวขวัญถึงครั้งแรกตั้งแต่กลางคริสต์ศตวรรษที่ 12 โดย Al Idrissi นักภูมิศาสตร์ภายใต้ชื่อ Santa Irini ที่ต่อมาเกาะนี้เป็นที่รู้จักกันในนาม Thera ตามชื่อของผู้นำชาวสปาตาร์ที่ครอบครองเกาะอยู่ช่วงหนึ่งนี้ ดั้งเดิมนั้น เชื่อว่า เป็นเกาะที่มีมนุษย์อาศัยอยู่มาตั้งแต่ยุค Late Neolithic หรือราว 400 ปีก่อนคริสตกาล อย่างไรก็ดี การขุดค้นทางโบราณคดีที่ทำในปี 1967 กลับแสดงให้เห็นว่าที่นี่มีประวัติย้อนไปถึงยุคทองแดงหรือระหว่าง 3000-2000 ปีก่อนคริสตกาล บ้านเรือนที่ขุดค้นพบจากในสมัยนั้นรุ่งเรืองถึงขนาดมี 3 ชั้น ของใช้ในบ้าน อาทิ หม้อ ไห ก็ทำจากเซรามิค ส่วนกำแพงหรือหลังคายังมีภาพเขียนปูนเปียกสีสันสดใสแสดงถึงชีวิตความเป็นอยู่ที่ก้าวหน้า

Thera ก็เหมือนที่อื่นของกรีกที่ถูกครอบครองโดยโรมันและไบเซนไทน์ ก่อนที่จะถูกเรียกว่า Santorini ในปี 1153 ในงานเขียนของ Al Idrisi นักภูมิศาสตร์ชาวมุสลิม หลังจากนั้นเกาะนี้ก็ถูกครอบครองโดยครอบครัว Barozzi ชาวเวเนเซียน ก่อนจะตกอยู่ภายใต้การปกครองของออตโตมัน หลังสงครามโลกครั้งที่สอง เศรษฐานะของเกาะตกต่ำลงอันเป็นผลมาจากการที่ประชากรชายลดลงจากสงครามและโรงงานได้ย้ายไปยังเอเธนส์ เมืองหลวงของกรีซแทน รัฐบาลท้องถิ่นจึงหันมาส่งเสริมการเกษตรและผลิตภัณฑ์เกี่ยวเนื่องโดยเฉพาะไวน์อันเป็นผลมาจากการที่เกาะไม่ค่อยมีผลิตภัณฑ์อื่นที่น่าสนใจ อย่างไรก็ดี เมื่อเกาะมีภูมิทัศน์ที่งดงาม ชาวเมืองจึงหันมาให้ความสนใจกับการส่งเสริมการท่องเที่ยวแทน

นับจากต้นทศวรรษที่ 1950 เป็นต้นมา Fira เริ่มมีชื่อเสียงเพราะเด็ก ๆ ชาวเมืองได้พยายามสร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวโดยจัดการต้อนรับนักท่องเที่ยวผู้มั่งคั่งด้วยดอกไม้และยังเปิดไฟโคมเล็ก ๆ ตลอดทางเดินกลับไปยังท่าเรือ โชคร้ายมาเยือนเกาะอีกครั้งในวันที่ 9 กรกฎาคม 1956 เมื่อเกิดแผ่นดินไหว Amorgos ขนาด 7.8 ริกเตอร์และสึนามิถาโถมเข้าหาเกาะสร้างความเสียหายให้กับบ้านเรือนมากถึง 35% ของเกาะรวมทั้งที่ทำการทุกอย่างของรัฐบาลท้องถิ่นถูกทำลายจนรัฐบาลกรีซต้องรับความช่วยเหลือจากนานาชาติ

นักท่องเที่ยวที่มาเยือน Santorini ควรเผื่อเวลาไว้สัก 3-5 วันแล้วแต่กิจกรรมที่ต้องการทำ ทั้งนี้เพราะเกาะแห่งนี้มีกิจกรรมที่หลากหลาย รวมทั้งสถานที่ท่องเที่ยวมากมายที่สวยงามถ่ายรูปไม่รู้เบื่อให้เยือน นักท่องเที่ยวสามารถเลือกกิจกรรม อาทิ 1. การเดินชมรอบเกาะทั้งที่ Fira และ Oia ซึ่งเป็นไฮไลท์ที่คนส่วนใหญ่ต้องเข้าคิวถ่ายรูปและต้องใช้แรงและเวลาในการเดินให้รอบครั้งละหลายชั่วโมง ทั้งนี้เพราะการถ่ายรูปทั้งสองเมืองต้องเดินขึ้น ๆ ลง  ๆ เขา ตั้งแต่ทิศตะวันตกไปจนสุดตะวันออก แต่เป็น the must ที่ต้องทำ ไม่เช่นนั้นจะเหมือนมาไม่ถึง 2. การล่องเรือ Caldera Cruise ซึ่งแล้วแต่จริตและเวลาที่นักท่องเที่ยวชอบ 3. การถ่ายรูปตอนพระอาทิตย์ตกดินอาจเลือกบนเกาะหรือในเรือก็แล้วแต่จริตและกำลังทรัพย์

หากนักท่องเที่ยวมีเวลามากกว่า 2 วัน การไปหาดที่หลากหลาย อาทิ Black Sand Beach หาดที่มีทรายสีดำ, Red Beach หาดที่มีทรายสีแดงก็จะได้รับประสบการณ์ที่แปลก ส่วนการไปยังที่จอดเรือเพื่อไปตามหาดอาจเลือกเดิน นั่งอูฐ หรือ Cable car แล้วแต่กำลังขา จริต และกำลังทรัพย์ สำหรับนักท่องเที่ยวที่มีขาแข็งแรง มีเวลาค่อนข้างมาก และอยากผจญภัยนิด ๆ อาจเลือกไปเที่ยวภูเขาไฟเพื่อให้ได้ประสบการณ์แปลกใหม่ด้วยก็ยังได้

Science Update : ‘ดาวฤกษ์เคลื่อนที่เร็วสุด’ ในจักรวาล

Science Update: ‘ดาวฤกษ์เคลื่อนที่เร็วสุด’ ในจักรวาล

Science Update: ‘ดาวฤกษ์เคลื่อนที่เร็วสุด’ ในจักรวาล

วันอาทิตย์ ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สถาบันเทคโนโลยีอิสราเอล (Technion) เปิดเผยว่านักวิจัยจากอิสราเอลและเยอรมนีค้นพบวิธีการที่ดาวฤกษ์ที่เร็วที่สุดในจักรวาลบางดวงสามารถเคลื่อนที่ด้วยความเร็วมหาศาลอย่างน่าเหลือเชื่อ

การศึกษานี้เผยแพร่ในวารสารเนเจอร์ แอสโทรโนมี (Nature Astronomy) ระบุว่าทีมวิจัยใช้การจำลองคอมพิวเตอร์สามมิติขั้นสูงและพบว่าดาวความเร็วสูง (hypervelocity stars) ซึ่งเป็นซากดาวฤกษ์ขนาดเล็กและหนาแน่นที่เคลื่อนที่ด้วยความเร็วกว่า 2,000 กิโลเมตรต่อวินาที ถูกปล่อยออกมาจากการระเบิดครั้งใหญ่ของดาวฤกษ์แบบซ้อนกันสองครั้ง (double detonations)

ปรากฏการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อดาวที่ผิดปกติสองดวงโคจรรอบกัน โดยการระเบิดของดาวที่มีมวลมากกว่าจะส่งแรงดีดชิ้นส่วนที่เหลือของดาวอีกดวงที่มีมวลน้อยกว่าให้พุ่งออกสู่อวกาศด้วยความเร็วสูงอย่างมหาศาล

การศึกษาครั้งนี้อธิบายที่มาของดาวแคระขาวที่ร้อนและมีแสงจางที่พบในบริเวณชั้นนอกของกาแล็กซี และช่วยไขความกระจ่างเกี่ยวกับซูเปอร์โนวาประเภทหายากที่เรียกว่า Type Ia ที่มีแสงจาง ซึ่งมีความสำคัญต่อการวัดการขยายตัวของจักรวาลและการทำความเข้าใจว่าธาตุต่างๆ ในกาแล็กซีถูกสร้างขึ้นอย่างไร

‘หลักทรัพย์บัวหลวง’ เปิดโอกาส นศ.ฝึกงาน BLS Intern Camp 2025 ร่วมพัฒนานวัตกรรม ‘จอแสดงผลสถานะตลาดหุ้นเรียลไทม์’

‘หลักทรัพย์บัวหลวง’ เปิดโอกาส นศ.ฝึกงาน BLS Intern Camp 2025 ร่วมพัฒนานวัตกรรม ‘จอแสดงผลสถานะตลาดหุ้นเรียลไทม์’

‘หลักทรัพย์บัวหลวง’ เปิดโอกาส นศ.ฝึกงาน BLS Intern Camp 2025 ร่วมพัฒนานวัตกรรม ‘จอแสดงผลสถานะตลาดหุ้นเรียลไทม์’

วันเสาร์ ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ยังคงมุ่งมั่นส่งเสริมศักยภาพของคนรุ่นใหม่อย่างต่อเนื่อง ด้วยการเปิดโอกาสให้ได้เรียนรู้โลกของการเงินและการลงทุนอย่างรอบด้านผ่านประสบการณ์การทำงานจริง โดยมีทีมงานผู้เชี่ยวชาญมืออาชีพจากหลากหลายสายงานของบริษัทคอยให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิดเพื่อเสริมสร้างทักษะวิชาชีพและความเข้าใจในระบบการทำงานของธุรกิจหลักทรัพย์ให้แก่คนรุ่นใหม่ที่เริ่มมีบทบาทสำคัญต่อตลาดทุนไทยอย่างต่อเนื่อง 

ชัยพร น้อมพิทักษ์เจริญ กรรมการผู้จัดการ กิจการค้าหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) เล่าว่า หนึ่งในโปรเจกต์สำคัญที่สะท้อนศักยภาพของเยาวชนจากโครงการ BLS Intern Camp 2025 ที่บริษัทจัดต่อเนื่องเป็นประจำทุกปีนี้ เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เข้ามาฝึกงานภายในองค์กร นั่นคือการมีส่วนร่วมในการพัฒนา

“หน้าจอแสดงผลสถานะตลาดหุ้นไทยแบบเรียลไทม์” (Heatmap Dashboard)สำหรับใช้งานภายในสำนักงานใหญ่ของบริษัท ซึ่งเครื่องมือนี้จะช่วยสรุปภาพรวมของตลาดหุ้นไทยในแต่ละวันได้อย่างชัดเจนและเข้าใจง่าย โดยโปรเจกต์ดังกล่าวนักศึกษาได้มีส่วนร่วมตั้งแต่ขั้นตอนการวางแนวคิด, การดึงข้อมูลตลาดจริง, การวิเคราะห์, การจัดโครงสร้างเนื้อหา ไปจนถึงการพัฒนาเว็บไซต์อย่างเป็นระบบ ซึ่งหน้าจอดังกล่าวถูกออกแบบให้มี 2 หน้าหลัก ได้แก่ หน้าจอแรก แสดงผลหุ้นตามกลุ่มอุตสาหกรรม โดยเรียงลำดับตามขนาดมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Cap) พร้อมแสดงผลหลักทรัพย์ด้วยรหัสสี เพื่อบอกสถานะ “กำไร” (สีเขียว) และ “ขาดทุน” (สีแดง) ซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้งานเข้าใจภาพรวมกลุ่มอุตสาหกรรมได้ง่ายมากขึ้น หน้าจอสอง แสดงหุ้นที่มีผลต่อการเคลื่อนไหวของดัชนี SET Index โดยจัดเรียงตามค่าผลกระทบ (Market Impact) พร้อมทั้งแสดงขนาดของหุ้นและสถานะกำไร/ขาดทุนด้วยรหัสสีเช่นกัน เพื่อให้นักลงทุนสามารถโฟกัสหุ้นที่มีบทบาทสำคัญต่อการเคลื่อนไหวของดัชนีในแต่ละวัน

“การมีส่วนร่วมของนักศึกษาในโปรเจกต์นี้ ไม่เพียงแต่ช่วยเสริมสร้างทักษะวิชาชีพและความเข้าใจในธุรกิจการลงทุนเท่านั้น แต่ยังแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของคนรุ่นใหม่ในการร่วมสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อประโยชน์ของนักลงทุนในวงกว้าง ซึ่งสอดคล้องกับพันธกิจของหลักทรัพย์บัวหลวง ในการพัฒนาและส่งเสริมทรัพยากรบุคคลอย่างยั่งยืนเพื่อรองรับอนาคตของตลาดทุนไทย ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจสามารถแวะเข้าชม Heatmap Dashboard ซึ่งเป็นผลงานของน้องๆได้ที่ห้องค้าหลักทรัพย์บัวหลวง สำนักงานใหญ่” ชัยพร  กล่าว

ด้าน เอกภัทร ชาญณรงค์ หรือน้องไอน้ำ นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะวิทยาการคอมพิวเตอร์และเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยบอสตัน หนึ่งในสมาชิกทีมผู้ร่วมพัฒนา Heatmap Dashboard ได้กล่าวถึงประสบการณ์ที่ได้รับจากโครงการนี้ว่า “ผมรู้สึกภูมิใจที่ได้ฝึกงานกับหลักทรัพย์บัวหลวง ซึ่งเป็นบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำของประเทศไทย และรู้สึกดีใจมากที่ได้มีส่วนร่วมในโปรเจกต์ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลตลาดจริง ผมแลเพื่อนๆ ในโครงการได้ใช้เวลาเกือบ 1 เดือนร่วมกันพัฒนาแพลตฟอร์มการลงทุนที่ตอบโจทย์ยุคดิจิทัล โดยได้รับการสนับสนุนและคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญของบริษัทอย่างใกล้ชิดเราได้เรียนรู้จากทั้งการลองผิดลองถูกและการลงมือปฏิบัติงานจริงในสนามการลงทุน ซึ่งถือเป็นประสบการณ์ที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง ผมเชื่อมั่นว่าจะสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปต่อยอดทั้งในการศึกษาและเส้นทางอาชีพในอนาคตได้อย่างแน่นอน”

ทั้งนี้ หลักทรัพย์บัวหลวงยังคงมุ่งมั่นเดินหน้าสร้างโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้ พัฒนา และเติบโตอย่างมีคุณภาพ ผ่านการถ่ายทอดประสบการณ์จริงจากมืออาชีพ เพื่อร่วมขับเคลื่อนตลาดทุนไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

ซีพีอาสา เคียงข้างช่วยเหลือผู้ประสบภัยดินโคลนถล่ม มอบถุงกำลังใจ-ตั้งโรงครัว-ฟื้นฟูบ้านเรือน ‘ปางอุ๋ง’ อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่

ซีพีอาสา เคียงข้างช่วยเหลือผู้ประสบภัยดินโคลนถล่ม  มอบถุงกำลังใจ-ตั้งโรงครัว-ฟื้นฟูบ้านเรือน ‘ปางอุ๋ง’ อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่

ซีพีอาสา เคียงข้างช่วยเหลือผู้ประสบภัยดินโคลนถล่ม มอบถุงกำลังใจ-ตั้งโรงครัว-ฟื้นฟูบ้านเรือน ‘ปางอุ๋ง’ อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่

วันเสาร์ ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายชัชวาลย์ ปัญญา รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ รักษาการผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นายทศพล เผื่อนอุดม ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย นายเกรียงศักดิ์ บุญตาปวน  นายอำเภอแม่เเจ่ม ติดตามสถานการณ์น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม จากอิทธิพลพายุ “คาจิกิ“ พร้อมช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยมีนายจอมกิตติ ศิริกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหาร ผู้บริหารสูงสุด ด้านความยั่งยืนภาครัฐและกิจการสัมพันธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ เเละผู้เเทนกลุ่มธุรกิจในเครือ นำทีม “ซีพีอาสา” และผู้แทนจากบริษัทในเครือซีพี ลงพื้นที่อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ร่วมมอบ “ถุงกำลังใจ” เครื่องอุปโภคบริโภค น้ำดื่ม และอาหาร เพื่อเป็นกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ และผู้ประสบภัย ณ ศูนย์พักพิงชั่วคราว โรงเรียนบ้านปางอุ๋ง อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่

เนื่องด้วยสถานการณ์ฝนตกหนักจากอิทธิพลของพายุคาจิกิ ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่ม ส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่อำเภอแม่แจ่ม 549 ครัวเรือน มีบ้านเรือนเสียหาย 157 หลัง ผู้เสียชีวิต 7 ราย บาดเจ็บ 15 ราย และสูญหาย 2 ราย ทางจังหวัดเชียงใหม่จึงได้เร่งระดมความช่วยเหลือจากทุกภาคส่วน จัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราวที่โรงเรียนบ้านปางอุ๋ง เพื่อรองรับผู้ประสบภัยกว่า 140 คน พร้อมจัดตั้งโรงครัวประกอบอาหารแจกจ่ายอย่างต่อเนื่อง

ด้วยความห่วงใยจากเครือเจริญโภคภัณฑ์ “ซีพีอาสา” ได้ลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัย จัดตั้งโรงครัวซีพีอาสา เพื่อทำข้าวกล่องแจกจ่ายแก่ผู้ประสบภัย และเจ้าหน้าที่ภาคสนามต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังได้มอบ “ถุงกำลังใจ” เครื่องอุปโภคบริโภค ผ้าห่ม CP น้ำดื่ม และข้าวกล่อง พร้อมสนับสนุนวัตถุดิบอาหารสด เช่น ไก่บด หมูบด ไข่ไก่ แก่โรงครัวพระราชทาน หน่วยงานราชการ และกิ่งกาชาด รวมถึงสนับสนุนรถโมบายสัญญาณทรู 5G อำนวยความสะดวกให้บริการสัญญาณสื่อสารอินเทอร์เน็ตอย่างต่อเนื่อง

หลังสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย ทีมซีพีอาสายังได้ระดมกำลังเข้าร่วมกับเจ้าหน้าที่และจิตอาสาในพื้นที่ เพื่อฟื้นฟูทำความสะอาดบ้านเรือนที่ได้รับผลกระทบ ขนย้ายเศษซากไม้ เก็บขยะ และล้างโคลน เพื่อเร่งคืนสภาพความเป็นอยู่ที่ปลอดภัยให้กับชุมชนโดยเร็วที่สุด

การช่วยเหลือครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากบริษัทในเครือ อาทิ บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด (CPG) , บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ , บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินธุรกิจค้าส่งและค้าปลีก “แม็คโคร – โลตัส” , บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)  และบริษัท ซีพีแรม จำกัด (CPRAM) ทั้งนี้เครือซีพี ขอส่งกำลังใจแก่ผู้ประสบภัย และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสถานการณ์อันยากลำบากนี้จะคลี่คลายและกลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว

TILFF 2025 กลับมาอีกครั้ง ชวนทุกคนกลับ ‘บ้าน’ หลังใหญ่ที่ชื่อว่า ‘ความเท่าเทียม’

TILFF 2025 กลับมาอีกครั้ง ชวนทุกคนกลับ ‘บ้าน’ หลังใหญ่ที่ชื่อว่า ‘ความเท่าเทียม’

TILFF 2025 กลับมาอีกครั้ง ชวนทุกคนกลับ ‘บ้าน’ หลังใหญ่ที่ชื่อว่า ‘ความเท่าเทียม’

วันเสาร์ ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

หลังจากที่สายรุ้งแห่งความหวังพาดผ่านท้องฟ้าเมืองไทยอย่างสง่างามพร้อมกฎหมายสมรสเท่าเทียม ที่ไม่ใช่แค่กฎหมายที่เปลี่ยนไป แต่คือ “บรรยากาศ” และ “ความรู้สึก” ของทั้งสังคมที่เปลี่ยนตามไปด้วย และนี่คือหนึ่งในฉากหลังที่สมบูรณ์แบบที่สุดสำหรับการกลับมาของ Thailand International LGBTQ+ Film & TV Festival (TILFF 2025) เทศกาลภาพยนตร์ที่เปิดรับความหลากหลายและความเท่าเทียม ผ่านความยิ่งใหญ่บนจอภาพยนตร์ นำภาพยนตร์กว่า 40 เรื่องจากทั่วโลก มาให้เข้าชมแบบจุใจตลอดเทศกาล ตั้งแต่วันที่ 2-7 กันยายน 2568 ณ ทรูไอคอนฮอลล์และโรงภาพยนตร์ไอคอน ซีเนคอนิค ศูนย์การค้าไอคอนสยาม

เทศกาลภาพยนตร์ TILFF 2025 การกลับมาพร้อมคอนเซปต์ที่ลึกซึ้งและอบอุ่นหัวใจอย่าง “A Home For Every Heart” ที่เป็นเหมือนการเปิดประตูต้อนรับทุกคนกลับสู่ “บ้าน” หลังใหญ่ที่โอบกอดทุกความแตกต่าง ที่ซึ่งทุกคนสามารถเป็นตัวเองได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องรู้สึกแปลกแยกอีกต่อไป ในบ้านหลังนี้ พร้อมให้ทุกคนได้มองเรื่องราวบนจอที่จะกลายเป็นสะพานแห่งความเข้าใจ และโรงหนังที่จะกลายเป็นห้องนั่งเล่นที่ทุกคนเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน

นายปิยะรัฐ กัลย์จาฤก ผู้อำนวยการเทศกาล TILFF 2025 กล่าวว่า เทศกาลนี้ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่สำหรับคนรักหนังเท่านั้น แต่ยังเป็นเหมือน “ซีน” สำคัญที่สะท้อนให้เห็นว่าพลังของคอมมูนิตี้ LGBTQ+ ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมและเป็น Soft Power ที่ทรงพลังของไทยเป็นที่เรียบร้อย โดยเฉพาะปรากฏการณ์ซีรีส์วายที่สร้างแรงกระเพื่อมไปทั่วโลก จากข้อมูลของหน่วยงานวิจัย Economic Intelligence Center (EIC) ธนาคารไทยพาณิชย์ คาดการณ์ว่า ตลาดซีรีส์วายของไทยจะมีมูลค่าสูงถึง 4,929 ล้านบาท ภายในปี 2568 ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า ประเทศไทย มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด จากข้อได้เปรียบที่ไทยมีทีมงานผลิตคอนเทนต์คุณภาพ และส่งออกคอนเทนต์วายที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดโลกอย่างแท้จริง ซึ่ง TILFF 2025 นับเป็นหนึ่งเวทีสำคัญที่จะเชื่อมโยงพลังสร้างสรรค์ของประเทศไทยเข้ากับผู้ชมทั่วโลกได้อย่างแข็งแกร่ง

ปิยะรัฐ กัลย์จาฤก

กิจกรรมไฮไลท์ภายในงาน ประกอบด้วย เดินพรมแดง เปิดเทศกาลนำโดย เต้ – ปิยะรัฐ กัลย์จาฤก ผู้อำนวยการเทศกาล TILFF 2025 พร้อมกระทบไหล่คนดังในวงการ และไอคอนิกของเหล่า LGBTQ+ ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติมากกว่า 200 ชีวิตที่จะมาร่วมเดินพรมแดง เพื่อแสดงจุดยืนในการสนับสนุนความเท่าเทียมและความหลากหลายทางเพศ อาทิ 4 หนุ่มนักแสดงจากซีรีส์ “A[ir] MOMENT โอกาส อากาศ” เลโอ พีรพันธ์, เอิร์ธ ธีระภัทร์, ดับเบิ้ล ทัพพ์เทพ, และ เฟิร์ส กันตภณ, นักแสดงจาก GMMTV จูน วรรณวิมล, มิวนิค นันท์นภัส, ฟอร์ด อรัญญ์, หลุยส์ ธณวินและฟลุ๊ค  ณัฐนน, นักแสดงจากซีรีส์ “ดวงดาวในเวหา” จากค่าย Triple Trio Studio นำโดย เด่นคุณ งามเนตร, แฟรงค์ ธนัตถ์ศรันย์ และเอิร์ธ กันตโชติ พร้อมด้วยเซเลบริตี้ชั้นนำ มิ้วกี้ ไปรยา, พอร์ช อภิวัฒน์, อาม สัพพัญญู, อรุโณชา ภาณุพันธุ์, ปีเตอร์แพน ทัศน์พล, ต้น ธนษิต, สต๊อป วรินทร และทีม Drag Bangkok ที่มาร่วมสร้างสีสัน ตอกย้ำความหลากหลายและความเท่าเทียมภายในงาน

ชมภาพยนตร์เปิดเทศกาล เรื่อง The Wedding Banquet ภาพยนตร์ Romantic – Comedy กำกับโดย Ang Lee (อังลี) ซึ่งเคยได้รับรางวัล Golden Bear จากเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองเบอร์ลินปี 1993 ได้รับการยกย่องจากทั่วโลก ทำให้ถูกเก็บรักษาไว้ใน National Film Registry สหรัฐอเมริกา ว่าเป็นภาพยนตร์ที่มีคุณค่าทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ โดยเรื่องย่อคือ หญิงสาวชาวจีนแผ่นดินใหญ่ชื่อ Wei‑Wei ได้แต่งงานหลอก ๆ กับ Wai‑Tung ชายเกย์เชื้อสายไต้หวันใน แมนฮัตตัน ทั้งคู่หวังให้การแต่งงานช่วยให้ Wei‑Wei ได้กรีนการ์ด แต่เรื่องกลับซับซ้อนเมื่อพ่อแม่ของ Wai‑Tung เดินทางมาจัดงานเลี้ยงใหญ่โดยไม่คาดคิด

นอกจากนี้ ยังมี Y Content Market & Fan Meet ตลาดซื้อขายและนำเสนอคอนเทนต์ Y ที่ครบวงจรที่สุด ประกอบด้วย 3 ส่วนสำคัญคือ Y Content & Fan Meet เวทีนำเสนอผลงานซีรีส์ ละคร หรือภาพยนตร์วายที่อยู่ระหว่างการผลิตแก่ผู้เข้าร่วมจากต่างประเทศและแฟนๆ พร้อมการแสดงสด สัมภาษณ์ และกิจกรรมสนุกๆ จากศิลปิน นักแสดง และครีเอเตอร์ชื่อดัง

Content Y to Business (Y2B) กิจกรรมเจรจาธุรกิจแบบเอ็กซ์คลูซีฟ ระหว่างผู้ประกอบการไทยกับบริษัทผู้ผลิต ผู้จัดจำหน่าย และแพลตฟอร์มชั้นนำจากทั่วเอเชียกว่า 30 บริษัท เพื่อส่งเสริมการขยายตลาดคอนเทนต์วายไทยสู่สากล Content Y to Costomer (Y2C) พื้นที่จัดแสดงบูธกว่า 50 บูธ สำหรับผู้ประกอบการไทยได้นำเสนอผลงานและสร้างการรับรู้แก่ผู้เข้าร่วมงานทั้งในและต่างประเทศ

Seminar & Forum เวทีเสวนาที่รวมผู้เชี่ยวชาญจากวงการภาพยนตร์ระดับนานาชาติ ทั้งผู้กำกับ โปรดิวเซอร์ และนักวิจารณ์ มาร่วมแบ่งปันวิสัยทัศน์และประสบการณ์ผ่านบทสนทนาเชิงลึก เพื่อเป็นแรงบันดาลใจและผลักดันการเติบโตของวงการภาพยนตร์ LGBTQ+ ให้ก้าวไกลยิ่งขึ้น และ Exhibition (DRAG 101) นิทรรศการสุดพิเศษที่จะชวนทุกคนมาปลดปล่อยความเป็นควีนในตัวเองกับกิจกรรม “DRAG 101” Workshop ที่เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจศิลปะ Drag ทั้งมือใหม่และ
ผู้มีประสบการณ์ โดยจะได้เรียนรู้ทั้งทฤษฎีและปฏิบัติจากศิลปิน Drag ที่มีชื่อเสียง เพื่อเข้าใจถึงศิลปะ Drag ในฐานะเครื่องมือแห่งการแสดงออก การต่อต้าน และการค้นหาตัวตน การประกวดภาพยนตร์สั้น ไฮไลต์สำคัญที่เปิดพื้นที่ให้ผู้กำกับรุ่นใหม่ได้ฉายแสง โดยปีนี้มีหนังสั้นที่น่าจับตามากมายจากทั่วโลกเข้าร่วมประกวด

ใครที่กำลังมองหาอีเวนต์ดีๆ เพื่อเฉลิมฉลองให้กับความรักและความเท่าเทียม ปักหมุด TILFF 2025 ไว้ในลิสต์กันได้เลย เพราะนี่คือเทศกาลที่จะเติมเต็มหัวใจและตอกย้ำว่า “บ้าน” ที่แท้จริง  สำหรับผู้ที่สนใจเข้าชมภาพยนตร์ประจำเทศกาลกว่า 40 เรื่อง สามารถติดตามรายละเอียดได้ที่เฟสบุ๊ก TILFF คลิก https://www.facebook.com/tilff.official

16 ศิลปินรุ่นใหม่ ชวนย้อนเวลากลับสู่โลกแห่งจินตนาการในวัยเยาว์ ผ่านนิทรรศการ ‘3C An Exhibition of Playful Memories’

16 ศิลปินรุ่นใหม่ ชวนย้อนเวลากลับสู่โลกแห่งจินตนาการในวัยเยาว์ ผ่านนิทรรศการ ‘3C An Exhibition of Playful Memories’

16 ศิลปินรุ่นใหม่ ชวนย้อนเวลากลับสู่โลกแห่งจินตนาการในวัยเยาว์ ผ่านนิทรรศการ ‘3C An Exhibition of Playful Memories’

วันเสาร์ ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เซ็นทรัล ดิ ออริจินัล สโตร์ ศูนย์รวมวัฒนธรรมรูปแบบใหม่ใจกลางย่านเจริญกรุง ชวนคุณย้อนเวลากลับสู่โลกแห่งจินตนาการในวัยเยาว์ กับนิทรรศการกลุ่ม “3C An Exhibition of Playful Memories” เป็นการรวมตัวกันครั้งแรกของ 16 ศิลปินคาแรคเตอร์รุ่นใหม่   29 ชิ้นงาน โดดเด่นทั้งในสไตล์ป๊อปอาร์ต และเซอร์เรียลลิสม์ นิทรรศการนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่การจัดแสดงผลงานศิลปะ หากแต่เป็นพื้นที่เปิดใจให้เราทุกคนได้ทบทวนความทรงจำเล็กๆ ที่ครั้งหนึ่งเคย

จุดประกายความฝันอันยิ่งใหญ่

“3C” ย่อมาจาก Character – Cartoon – Creativity เป็นนิทรรศการที่รวบรวมศิลปินรุ่นใหม่หลากหลายแนวผู้ปลดปล่อยพลังสร้างสรรค์ในรูปแบบความเป็นตัวตนอย่างแท้จริง แม้แต่ละคนจะมีลายเส้น เทคนิค และมุมมองที่แตกต่างกัน ทว่าทั้งหมดกลับมีจุดร่วมเดียวกันคือการใช้คาแรคเตอร์และการ์ตูนเป็นสื่อกลางในการบอกเล่าเรื่องราวส่วนตัวได้อย่างลุ่มลึก ชวนผู้ชมย้อนกลับไปยังช่วงเวลาแห่งความสุขในวัยเยาว์ ผ่านผลงานที่เต็มไปด้วยอารมณ์ขัน จินตนาการ และความทรงจำที่เคลื่อนไหว ซึ่งถูกถ่ายทอดผ่านงานจิตรกรรม (Painting) บนผืนผ้าใบ ทั้งในแบบอะคริลิก

นิทรรศการรวบรวมผลงานจากศิลปินคาแรคเตอร์ผู้มีสไตล์โดดเด่นถึง 16 คน ได้แก่ Fahworld, Jureepias, Kirin.heic.heif, Max_Lightblack, Nute Tint S., PHAI TANASAN, Sixzigsick, TRACHA’A, STUFFEDHEART, THE JUM, Rene Coco, Plaifah, Meow and Bluesky, P_PREECHANON, KRICHA.KARN, TiiDA, Ryuki และ Kolahon โดยแต่ละคนได้นำเรื่องราวและมุมมองเฉพาะตัวมาถ่ายทอดผ่านงานศิลปะได้อย่างน่าสนใจ

ไลต์ผลงานจากศิลปินบางส่วน อาทิ Fahworld (ฟ้า-สุฑามาศ จันทร์สุริยา) นำเสนอผลงานชื่อ “DREAM” ด้วยเทคนิค Oil on Canvas ที่สื่อให้เห็นว่ามนุษย์ทุกคนล้วนมีความฝัน ไม่ว่าจะยิ่งใหญ่หรือเล็กน้อย ทุกความฝันต่างมีความสำคัญและแตกต่างกันไปตามเรื่องราวของแต่ละคน ทว่าหนทางสู่ความฝันมักเต็มไปด้วยอุปสรรค หากเรายอมแพ้ ความฝันนั้นก็คงเป็นเพียง “ค่ำคืนที่หลับใหลอีกไม่นานก็คงต้องตื่น” กลับมาเผชิญโลกความจริงเมื่อตื่นขึ้น

Jureepias (จามจุรี เพียซ้าย) ถ่ายทอดความงดงามแห่งความหวังในท่ามกลางความเหน็ดเหนื่อย ผ่านผลงาน “Liora’s flower” เทคนิค Oil on Linen ที่เปรียบดอกไม้เล็กๆ อย่าง “snowdrop” ซึ่งผลิบานในช่วงเวลาที่หนาวเหน็บที่สุด เป็นสัญลักษณ์ของพลังแห่งธรรมชาติที่ส่งเสริมให้เราเติบโตอย่างงดงาม แม้จะต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบาก

Kirin.heic.heif (จารุต วงศ์คำจันทรา) นำเสนอผลงานชื่อ “KIRIN” ด้วยเทคนิค Oil on Canvas on board นำเสนอภาพวาดชายหนุ่มที่มีเส้นผมสีส้มสดใสและดวงตาที่ดูมีชีวิตชีวา

Max_Lightblack (ยศกร พันชุมภู) ถ่ายทอดความทรงจำในวัยเด็กผ่านผลงาน “Sweet home” โดยใช้เทคนิค Oil on Canvas ภาพบ้านหลังเล็กๆ ที่ถึงแม้จะไม่มีการเฉลิมฉลองเทศกาลคริสต์มาส แต่เมื่อหยิบถุงเท้าคู่เดิมขึ้นมาประดับ ก็ทำให้รู้สึกอบอุ่นในหัวใจได้เสมอ

Nute Tint S. (กรณรัสย์ ศิริชู) ศิลปินผู้ถ่ายทอดความทรงจำและการผจญภัยอันอบอุ่น ผลงานชุด “BEYOND THE HORIZON” ด้วยเทคนิค Acrylic on Canvas แสดงให้เห็นถึงเส้นทางข้ามไปยังอีกดินแดนที่เก็บเกี่ยวความทรงจำและความฝันจากอดีต พร้อมทั้งสื่อถึงพลังแห่งความรักจากคนรอบข้างที่จะทำให้ความฝันเป็นจริงได้ สำหรับผลงานชุด “Summer Choo Choo”, “Rain Shower” และ “Winter Whisper” ใช้เทคนิค Acrylic on Canvas with Wood Frame สะท้อนถึงการเดินทางที่เต็มไปด้วยความผันผวนตามฤดูกาล แต่ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ครอบครัวก็ยังคงเป็นบ้านที่อบอุ่นและเป็นเพื่อนร่วมผจญภัยที่ดีที่สุดเสมอ นอกจากนี้ ผลงาน “Moonchild Collabs with Huuyaow” เทคนิค Acrylic on Canvas ยังพาผู้ชมร่วมเดินทางไปยังดวงจันทร์กับ Flossy และ Tint เพื่อค้นพบเรื่องราวและเตรียมพร้อมสำหรับภารกิจต่อไปยังดาวอังคาร

Phai Tanasan (ไผ่ ธนสาร คณะเกษม) สร้างสรรค์ผลงานชื่อ “IT” เทคนิค Oil on Canvas โดยเลือกใช้รูปลักษณ์ของตัวตลกเพนนีไวส์ (Pennywise the Dancing Clown) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่สื่อถึงความเชื่อของสตีเฟน คิง เจ้าของบทประพันธ์ที่ว่า “ตัวตลกเป็นสิ่งที่ทำให้เด็กๆ กลัวมากกว่าสิ่งใดในโลก”

Sixzigsick (ณิชกานต์ รัศมีรังษีธรรม) ศิลปินผู้สำรวจจิตใต้สำนึกและจินตนาการผ่านผลงานที่หลากหลายด้วยเทคนิค Acrylic on Canvas ได้แก่ “The Imagination Tonado” ที่สะท้อนการล่องลอยอยู่ในจินตนาการจนยากที่จะหลุดพ้น คล้ายกับถูกพัดพาไปโดยพายุทอร์นาโดแห่งความคิด “The Origin” บอกเล่าการวิ่งตามความฝันที่ยากลำบาก คล้ายการปีนต้นถั่วของแจ็คผู้ฆ่ายักษ์ แต่ก็ไม่เคยหยุดที่จะปีนป่าย โดยมีดอกไม้เป็นสัญลักษณ์ของความหวังและต้นกำเนิดของเส้นทางที่เราต้องการไปให้ถึงยอด และ “Pay Back” เล่าเรื่องราวของหนูน้อยหมวกแดงที่ยังคงฝังใจกับอดีตที่ไม่สามารถให้อภัยตัวเองได้ เพราะหนูน้อยคิดเสมอว่าการที่คุณยายถูกหมาป่าทำร้ายนั้นเป็นเพราะตัวเอง จากเด็กที่ร่าเริงจึงกลายมาเป็นนักไล่ล่าหมาป่า เป็นเพียงการเติมเต็มความรู้สึกผิดในใจเท่านั้น

TRACHA’A (รชตะ แสงกรด) ใช้เทคนิค Oil on Canvas นำเสนอสองผลงานที่สำรวจมิติอันลี้ลับของจิตใจและจินตนาการ ได้แก่ “Dream Eye” ผลงานนี้สื่อแนวคิดว่าความฝันคือการผจญภัยอีกรูปแบบหนึ่ง แม้ร่างกายจะถูกผูกติดอยู่กับที่ ทว่าจิตวิญญาณของเรายังคงโบยบินอย่างอิสระในทุกค่ำคืน ไม่ว่ามันจะเป็นเพียงความฝันก็ตาม และ “Eye of Spectrum” ผลงานชิ้นนี้เปรียบเปรยชีวิตดั่งแสงที่มีหลากหลายสีสัน ซึ่งแบ่งออกเป็นหลายเส้นทางและช่วงเวลา บางครั้งสีสันสดใส แต่บางครั้งก็หม่นหมอง โลกไม่ได้ใจดีพอที่จะอนุญาตให้ชีวิตสดใสได้ตลอดไป ดังนั้นการเรียนรู้ที่จะส่องสว่างได้ด้วยตัวเอง ในวันที่โลกกำลังโบยตีจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด จงเก็บพลังทั้งหมดไว้เพื่อเผชิญหน้ากับโลกใบนี้อย่างกล้าหาญ

นิทรรศการกำลังจัดแสดง ณ Event Exhibition ชั้น 4 เซ็นทรัล ดิ ออริจินัล สโตร์  ทุกวันอังคารถึงอาทิตย์ ตั้งเเต่เวลา 10:00 – 18:00 น.

คุณแหน : 6 กันยายน 2568

คุณแหน : 6 กันยายน 2568

คุณแหน : 6 กันยายน 2568

วันเสาร์ ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2568, 02.00 น.

  • ท่าน ออท.ไทยประจำสาธารณรัฐเกาหลี ร่วมกับ ชุมชนไทยในเกาหลี จัดงาน “Sawadee Thai-Seoul Festival” 6-7 ก.ย.นี้ ที่เกาหลีใต้ งานนี้ บัวขาว บัญชาเมฆ นักมวยคนเก่งจากไทยนำขบวนพาเหรด…
  • ดีใจกับครอบครัว “วัสสานนท์” โอกาสที่ พ.ต.อ.วัสสา วัสสานนท์ ได้รับแต่งตั้งให้ได้รับตำแหน่ง ผู้บังคับการ กองบังคับการ อำนวยการ กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด และจะได้รับโปรดเกล้าพระราชทานยศ พล.ต.ต.ในเร็ววันนี้…
  • ช่วงนี้ ธนษร กีรติบุตร อยู่โยงเฝ้าคุณแม่ที่เชียงราย รายการที่จัดทุกบ่ายวันเสาร์กับคู่ชีวิต พล.ร.ต. กฤษดิ์กมล จึงขาดไปหนึ่งเสียง…คุณผู้ฟังอาจเหงานเล็กน้อย…
  • ปลาย ก.ย.นี้ สเตฟานี่ ลูกสาวคนเดียวของ ทัศนีย์ ฮุ้งสูงเนิน จะเข้าพิธีสมรสกับหนุ่มเบลเยี่ยม งานจัดที่เบลเยี่ยมโน้น…
  • เรื่องของคนรักสุนัข…เศร้าใจไปกับ มณฑกานต์ เศวตเศรณี ที่สูญเสีย “ม่อต้อ” สุนัขพันธุ์หน้าโต ปากใหญ่ ไปด้วยวัย 14 ปี สุนัขตัวนี้เป็นสมบัติที่คุณแม่ผู้ล่วงลับมอบให้ไว้ก่อนจากไป…มีการจัดงานศพให้ ม่อต้อ ที่วัดฯ เป็นอย่างดี เหมือนมนุษย์เราดีๆนี่เอง…เรียกว่ามาดี ไปดี มีบุญแท้…
  • เดือนนี้ คนไทยในแอลเอ มีกิจกรรมน่าสนุก ที่ทำร่วมกัน คือโครงการ Thai Town Food Tour 2025 เป็น กิจกรรมพาทัวร์ชิมอาหารไทย 4 ภาค ในแอลเอ วัตถุประสงค์ของการจัดโครงการดังกล่าว เพื่อโปรโมทอาหารทั้ง 4 ภาคของไทยให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น รวมทั้งส่งเสริมร้านอาหารไทยในย่านไทยทาวน์ ให้เป็นที่รู้จักในหมู่นักชิมอย่างกว้างขวาง โดยได้รับการสนับสนุนจาก สถานกงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส ทั้งนี้พาชิมร้านต่างๆ ดังนี้ ทานอาหารใต้ที่ ร้านจิตลดา ,อาหารเหนือที่อำไพ , อาหารภาคกลางที่ไทยเซ็นทรัล ,อาหารอีสานที่ราชาส้มตำ และสุดท้ายทานของหวานที่ ร้านบ้านขนมไทย กิจกรรมดังกล่าวจัด 3 วัน คือ วันที่ 9-16-23 ก.ย. เวลา 14.00-16.30 น. ผู้ที่สนใจสามารถจองการเข้าร่วมได้ทางเว็บไซต์ : thaitownlosangeles.org และทาง FB : Thai Town Council of Los Angeles …อิ่มแล้ว ยังมีรางวัลติดไม้ติดมือกลับบ้านอีกต่างหาก …
  • ขอเชิญผู้สนใจในนาฏศิลป์ไทย เตรียมตัวพบกับกิจกรรมสุดตระการตา จากชมรมนาฏศิลปและดนตรีไทย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ขอเชิญมาร่วมอภิรมย์รับชมมหรสพ นาฏยสังคีตศิลป์ในงาน “ดนตรีในสวน ประจำปี ๒๕๖๘ (งานดนตรีเพื่อการกุศล)” เป็นการแสดงจากศิษย์เก่าและนักศึกษาปัจจุบันของชมรมฯ ซึ่งในกิจกรรมครั้งนี้มีการเปิดระดมทุนเพื่อนำไปมอบให้แก่ “มูลนิธิโรงพยาบาลสวนดอก คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่” เพื่อนำไปใช้ต่อยอดในกิจกรรมด้านสาธารณกุศลต่อไปด้วย งานจัด วันที่ 11 ต.ค.16.00-20.00 น.ณ บริเวณลานสัก (ด้านหน้าศาลาธรรม) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่…ร่วมสมทบทุนได้ บัญชี ธนาคารไทยพาณิชย์ฯ ชื่อบัญชี : ชมรมนาฏศิลปและดนตรีไทย สโมสรนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เลขที่ 667-462108-0 …ขออนุโมทนาบุญด้วย !!…
  • สวด เพ็ญศรี นาชิน มารดา ดร.นิพนธ์  นาชิน 4-7 ก.ย. 18.00 น. ฌาปนกิจ  8 ก.ย. ศาลาประเสริฐรุ่งเรือง วัดป่าชัยวัน จ.ขอนแก่น…

บารอนเนส

ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก ร่วมกับ เมโทรอาร์ต ฉลองครบรอบ 75 ปี PEANUTS กับนิทรรศการ “How Do You Do, Snoopy? 75 Years: A Journey of Friendship Through Art”

ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก ร่วมกับ เมโทรอาร์ต ฉลองครบรอบ 75 ปี PEANUTS กับนิทรรศการ “How Do You Do, Snoopy? 75 Years: A Journey of Friendship Through Art”

ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก ร่วมกับ เมโทรอาร์ต ฉลองครบรอบ 75 ปี PEANUTS กับนิทรรศการ “How Do You Do, Snoopy? 75 Years: A Journey of Friendship Through Art”

วันศุกร์ ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2568, 16.45 น.

ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก ร่วมกับ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM และ บริษัท แบงคอก เมโทร เน็ทเวิร์คส์ จำกัด (BMN) นำเสนอนิทรรศการสุดเอ็กซ์คลูซีฟ “How Do You Do, Snoopy? 75 Years: A Journey of Friendship Through Art” ณ Metro Art สถานี MRT พหลโยธิน เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 75 ปีแห่งการผจญภัยของตัวละครใน PEANUTS™ และเป็นการโปรโมตนิทรรศการหลักที่จะจัดขึ้นที่ ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก ระหว่างวันที่ 6 กันยายน – 7 ธันวาคม 2568 โดยนิทรรศการพิเศษนี้เริ่มเปิดให้เข้าชมตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป พร้อมด้วย 2 โซนอินเตอร์แอคทีฟที่ แฟน ๆ PEANUTS ไม่ควรพลาด

ดร.อารยา ปานุราช กรรมการผู้จัดการ บริษัท แบงคอก เมโทร เน็ทเวิร์คส์ จำกัด (BMN) 

นิทรรศการนี้เกิดจากความร่วมมือระหว่าง ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก, BEM และ BMN ซึ่งต้องการเชื่อมโยง “ศิลปะ” เข้ากับ “ชีวิตประจำวันในเมือง” โดยเปิดโอกาสให้ผู้คนได้สัมผัสกับตัวละครสุดคลาสสิกอย่าง สนูปปี้, ชาร์ลี บราวน์, ลูซี่, ไลนัส และวูดสต็อก ผ่านการเดินทางเชิงจินตนาการกลางใจกรุงเทพมหานคร โดยจัดแสดงภายในพื้นที่ Metro Art สถานี MRT พหลโยธิน แรงบันดาลใจจากนิทรรศการหลัก “How Do You Do, Snoopy? 75 Years: A Journey of Friendship Through Art” ได้ถูกถ่ายทอดเป็น 2 โซนที่ออกแบบมาเพื่อให้ผู้เข้าชมสามารถมีส่วนร่วมและถ่ายภาพกับเหล่าตัวละคร PEANUTS ได้อย่างใกล้ชิด

โทบี้ ลู ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาดของริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก 

Artista Room 1 – From Dream to Bangkok
ร่วมเดินทางจินตนาการไปกับเหล่าตัวละครที่เดินทางมาสู่กรุงเทพมหานครผ่านฉากจำลอง ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากแม่น้ำ เจ้าพระยาและแลนด์มาร์คสำคัญของกรุงเทพฯ ผสมผสานบรรยากาศของ PEANUTS กับกลิ่นอายของเมืองไทย พร้อมโซนบ่อบอลหลากสีที่ให้ผู้เข้าชมทุกวัยได้ร่วมสนุก

Artista Room 2 – Happy Birthday, Snoopy
ร่วมอวยพรวันเกิดให้ Snoopy ด้วยการเขียนข้อความใส่โปสการ์ดแล้วหย่อนลงตู้ไปรษณีย์จริง ห้องนี้ถูกออกแบบให้เสมือน งานปาร์ตี้วันเกิด เต็มไปด้วยความอบอุ่นแบบย้อนวัย และการตกแต่งที่ได้แรงบันดาลใจจากโลกของ PEANUTSเมื่อเดินจบเส้นทางภายในนิทรรศการผู้เข้าชมสามารถแวะที่จุดจำหน่ายบัตรและของที่ระลึก ซึ่งเป็นประตูสู่การเข้าชมนิทรรศการเต็มรูปแบบ “How Do You Do, Snoopy? 75 Years: A Journey of Friendship Through Art” ที่ ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก

Craig Herman รองประธานฝ่ายประสบการณ์แบรนด์ Peanuts กล่าวว่า “เรารู้สึกตื่นเต้น ที่จะนำการจัดแสดงพิเศษที่ Metro Art รวมถึงนิทรรศการฉบับเต็ม ‘How Do You Do, Snoopy? 75 Years: A Journey of Friendship Through Art’ มาสู่ประเทศไทย แฟนๆ ของสนูปี้และเพื่อนๆ จะไม่ควรพลาดการชม ประสบการณ์ ที่ลึกซึ้งและน่าตื่นเต้นนี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้ PEANUTS เป็นปรากฏการณ์ระดับโลกตลอด 75 ปีที่ผ่านมา”

ดร.อารยา ปานุราช กรรมการผู้จัดการ บริษัท แบงคอก เมโทร เน็ทเวิร์คส์ จำกัด (BMN) กล่าวว่า “Metro Art คือพื้นที่ที่ศิลปะได้หลอมรวมเข้ากับชีวิตประจำวันอย่างแท้จริง ความร่วมมือครั้งนี้กับ ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก ถือเป็นโอกาสพิเศษที่เราภาคภูมิใจ ที่ได้ร่วมส่งมอบประสบการณ์แห่งความสุข ความคิดสร้างสรรค์ และเรื่องราวที่อบอุ่นให้กับ ผู้ใช้บริการในระบบรถไฟฟ้า MRT และผู้มาเยือน อีกทั้งยังเป็นเกียรติที่ BEM, BMN และ Metro Art ได้มีส่วนร่วมในวาระครบรอบ 75 ปีของ PEANUTS ผ่านนิทรรศการที่ผสาน ‘ศิลปะ’ กับ ‘การเดินทาง’ ได้อย่างมีความหมาย”

โทบี้ ลู ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาดของริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก กล่าวว่า “ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก มีความยินดีที่จะนำเสนอการจัดแสดง Metro Art ที่ออกแบบพิเศษร่วมกับ PEANUTS และ BEM-BMN เพื่อให้ผู้โดยสารได้สัมผัสกับตัว อย่างนิทรรศการ ‘How Do You Do, Snoopy? 75 Years: A Journey of Friendship Through Art’ ในฐานะผู้ส่งเสริมประสบการณ์ศิลปะ เราหวังว่าการจัดแสดงนี้จะสร้างช่วงเวลาแห่งความสุขและแรงบันดาลใจ ในชีวิตประจำวันของผู้คน อย่าลืมแวะชมการจัดแสดงที่ Metro Art และขอเชิญมาชมนิทรรศการเต็มรูปแบบที่ ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก”

ไม่ว่าคุณจะเป็นแฟนพันธุ์แท้ของ Snoopy หรือเพิ่งรู้จัก PEANUTS เป็นครั้งแรก นิทรรศการนี้จะมอบรอยยิ้ม และความทรงจำ อันอบอุ่นให้กับคุณอย่างแน่นอน

นิทรรศการ “How Do You Do, Snoopy? 75 Years: A Journey of Friendship Through Art” ได้รับการดูแลและคัดสรรโดย Yuling Wang จาก Blue Dragon Art Company ร่วมกับพิพิธภัณฑ์ Charles M. Schulz Museum and Research Center โดยมี Daisuke Kusakari ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์จาก Snoopy Museum Tokyo ร่วมเป็นทีมภัณฑารักษ์ โดยนิทรรศการนี้นำเสนอในมุมมองแบบเอเชีย สำรวจความเชื่อมโยงระหว่าง สนูปี้กับวัฒนธรรม ตะวันออก ถ่ายทอดผ่านการ์ตูนต้นฉบับกว่า 50 แถบ และแอนิเมชันที่สร้างขึ้นใหม่ เพื่อแสดงให้เห็นว่าอารมณ์ขัน และปรัชญาอันแยบยลของสนูปปี้ได้สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนทั่วโลกมาอย่างยาวนาน

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) จัดโครงการพัฒนาศักยภาพเครือข่ายการเฝ้าระวังและการป้องกันอุบัติภัยทางน้ำ ณ จังหวัดกาญจนบุรี

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) จัดโครงการพัฒนาศักยภาพเครือข่ายการเฝ้าระวังและการป้องกันอุบัติภัยทางน้ำ ณ จังหวัดกาญจนบุรี

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) จัดโครงการพัฒนาศักยภาพเครือข่ายการเฝ้าระวังและการป้องกันอุบัติภัยทางน้ำ ณ จังหวัดกาญจนบุรี

วันศุกร์ ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2568, 16.19 น.

วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ เลขาธิการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย และ เภสัชกรหญิง สุภัทรา บุญเสริม ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 5 เป็นประธานเปิดโครงการพัฒนาศักยภาพเครือข่ายการเฝ้าระวังและการป้องกันอุบัติภัยทางน้ำ รุ่นที่ 3 และ 4 พร้อมทั้งมอบอุปกรณ์ และสื่อความรู้การช่วยคนตกน้ำ ให้กับสาธารณสุขจังหวัดกาญจนบุรี สำหรับชุมชนนำไปติดไว้ในพื้นที่มีแหล่งน้ำเสี่ยงในชุมชน เป็นการป้องกันและให้ความรู้แก่ชุมชนก่อนเกิดเหตุ เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2568 เวลา 9.00 น. ที่ โรงเรียนท่าม่วงราษฎร์บำรุง ตำบลท่าม่วง อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ดำเนินงานเข้าสู่ปีที่ 30 ซึ่งมี พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ องค์นายกกิตติมศักดิ์ตลอดชีพมูลนิธิฯ และ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา องค์ประธานกรรมการมูลนิธิฯ โดยมีพันธกิจในการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยทั้ง 3 ด้าน ตั้งแต่

1. ภารกิจด้านการ“เฝ้าระวัง”เพื่อลดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน 

2. ภารกิจด้านการ“บรรเทาทุกข์”เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย อาทิ การแจกถุงยังชีพพระราชทาน, การจัดตั้งโรงครัวพระราชทาน, การอพยพประชาชน

3. ภารกิจด้านการฟื้นฟู ทั้งระยะสั้น อาทิ การซ่อมสร้างและทำความสะอาด (Big Cleaning) พื้นที่เกิดอุทกภัย และระยะยาว อาทิ การพัฒนาแหล่งน้ำ และการฟื้นฟูอาชีพอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิด “แบ่งปัน – พอเพียง – ยั่งยืน”

กิจกรรมครั้งนี้ เป็นหนึ่งภารกิจในด้านการ“เฝ้าระวัง” ซึ่งมีเป้าหมายหลัก 3 ประการ

1. พัฒนาศักยภาพ เจ้าหน้าที่ อาสาสมัคร และเครือข่ายในพื้นที่ ให้มีความรู้ ทักษะ และความพร้อมในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางน้ำ

2. เสริมสร้างความร่วมมือ ระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน เพื่อจัดตั้งระบบเฝ้าระวังและแจ้งเตือนภัยที่มีประสิทธิภาพ

3. สร้างความตระหนักรู้ และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน ในการป้องกันอุบัติภัยทางน้ำอย่างยั่งยืน

การอบรมหลักสูตรการป้องกันการจมน้ำ การช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางน้ำขั้นพื้นฐาน มีนักเรียน และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านของจังหวัดกาญจนบุรี เข้าร่วมอบรม จำนวน 150 คน มีการให้ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับความปลอดภัยทางน้ำ (Water Safety Knowledge) การเฝ้าระวังและจัดทำนวัตกรรมอุปกรณ์การกู้ภัยให้กับชุมชน การให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางน้ำ (Water Rescue) และการเอาชีวิตรอดและพื้นฐานการว่ายน้ำ (Swim and Survive)

จากหินธงชัยสู่เครื่องรางเลอค่า “บ้านตอแก” หนองคาย เปิดโลกงานหัตถกรรมในงาน “วิถีถิ่น วิถีไทย 2568”

จากหินธงชัยสู่เครื่องรางเลอค่า “บ้านตอแก” หนองคาย เปิดโลกงานหัตถกรรมในงาน “วิถีถิ่น วิถีไทย 2568”

จากหินธงชัยสู่เครื่องรางเลอค่า “บ้านตอแก” หนองคาย เปิดโลกงานหัตถกรรมในงาน “วิถีถิ่น วิถีไทย 2568”

วันศุกร์ ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2568, 16.00 น.

ในบรรดาบูธนับร้อยที่เรียงรายอยู่ในงาน มหกรรมวัฒนธรรมแห่งชาติ “วิถีถิ่น วิถีไทย 2568” ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี หนึ่งในบูธที่สะกดสายตาผู้สื่อข่าวคือบูธของ กลุ่มงานไม้และหินธงชัย บ้านตอแก ต.ฝาง อ.สระใคร จ.หนองคาย

บนโต๊ะไม้เล็ก ๆ มีทั้งลูกประคำ เครื่องรางจากหินเนื้อแข็ง และงานแกะสลักจากไม้พื้นบ้าน วางอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ทุกชิ้นสะท้อนความตั้งใจของช่างฝีมือที่ใช้เวลาหลายชั่วโมง บางครั้งหลายวันกว่าจะเสร็จสมบูรณ์

ชายหนุ่มเจ้าของบูธหยิบงานแกะสลักขึ้นมาอธิบายด้วยรอยยิ้ม “นี่คือหินธงชัย หินมงคลที่ชาวบ้านเราเชื่อถือกันมายาวนาน” ข้าง ๆ เขา หญิงในชุดผ้าไทยสีอ่อนยกประคำหินขึ้นโชว์ให้ลูกค้าที่เดินผ่านเห็น ทั้งสองคนไม่ได้เพียงขายของ แต่กำลังเล่าเรื่องราวที่สืบต่อมาจากรากเหง้าของชุมชน

ศรัทธาและภูมิปัญญาที่ถักทอเข้าด้วยกัน

หินธงชัยไม่ได้เป็นเพียงวัตถุธรรมชาติ แต่ถูกยกย่องว่าเป็นหินมงคล คนในพื้นที่เชื่อว่ามีพลังคุ้มครอง เมื่อถูกนำมาเจียระไน ขัดเงา และร้อยเป็นลูกประคำหรือเครื่องประดับ จึงกลายเป็นสิ่งที่ทั้งสวยงามและทรงคุณค่า

ในขณะเดียวกัน งานไม้แกะสลักจากบ้านตอแกก็มาจากไม้พื้นถิ่นที่นำมาดัดแปลงให้เกิดมูลค่าใหม่ บางชิ้นเป็นของตกแต่งบ้าน บางชิ้นกลายเป็นเครื่องใช้เล็ก ๆ ที่สะท้อนฝีมือประณีตและจิตวิญญาณของช่าง

จากตลาดท้องถิ่นสู่เวทีระดับชาติ

ก่อนหน้านี้ ผลิตภัณฑ์ของกลุ่มงานไม้และหินธงชัย บ้านตอแก ต.ฝาง อ.สระใคร จ.หนองคาย วางขายเพียงในตลาดชุมชนหรือในงานวัด แต่เมื่อได้เข้าร่วมงาน “วิถีถิ่น วิถีไทย 2568” สินค้าเหล่านี้ก็ได้ก้าวเข้าสู่สายตาผู้คนจากทั่วประเทศ

“หลายคนที่ไม่เคยเห็นของแบบนี้มาก่อนต่างสนใจมาก” ผู้ประกอบการเล่า พร้อมย้ำว่าหลายลูกค้าขอข้อมูลเพื่อติดต่อสั่งซื้อภายหลัง บางรายถึงกับบอกว่าจะนำไปเป็นของขวัญพิเศษให้ผู้ใหญ่ในครอบครัว

งานวัฒนธรรมที่สร้างโอกาส

การได้ยืนขายของในงานมหกรรมระดับชาติครั้งนี้ ทำให้คนในกลุ่มเชื่อมั่นมากขึ้นว่างานหัตถกรรมไทยยังคงมีที่ยืน ไม่ใช่เพียงแค่การรักษาภูมิปัญญาเก่าแก่ แต่ยังสามารถสร้างรายได้จริง และต่อยอดเป็นอาชีพที่มั่นคงให้กับคนรุ่นใหม่ในชุมชน

เรื่องเล่าของ กลุ่มงานไม้และหินธงชัย บ้านตอแก ต.ฝาง อ.สระใคร จ.หนองคาย คือหนึ่งในเสียงเล็ก ๆ ที่สะท้อนความสำเร็จของงาน “วิถีถิ่น วิถีไทย 2568” งานที่ไม่เพียงเฉลิมพระเกียรติพระมหากษัตริย์และพระบรมราชชนนีพันปีหลวง แต่ยังเป็นพื้นที่ที่วัฒนธรรมไทยได้กลับมามีชีวิตจริงอีกครั้ง

งาน “มหกรรมวัฒนธรรมแห่งชาติ วิถีถิ่น วิถีไทย 2568” เปิดให้ประชาชนเข้าชมจนถึงวันที่ 7 กันยายน 2568 ตั้งแต่เวลา 10.00 – 20.00 น. ที่ อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น ฮอลล์ 5 เมืองทองธานี โดยไม่มีค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วม ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนวัฒนธรรม 1765