ตลาดแรงงานจป.วิชาชีพ บูม!!!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/325819

ตลาดแรงงานจป.วิชาชีพ บูม!!!

จปวิชาชีพ,ตลาดแรงงาน,อาชีวอนามัย,กระทรวงศึกษาธิการ,กสร,ปรืญญาตรี

กสร.เร่งเพิ่มจป.วิชาชีพ เปิดโอกาส จป.เทคนิคขั้นสูงปรับสถานะได้ เล็งปลดล็อคจบสาขาอื่นก็เป็นจป.ได้ เผยเรียนอาชีวอนามัยรายได้ดีมีงานรองรับ

       นายอนันต์ชัย อุทัยพัฒนาชีพ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) เปิดเผยถึงปัญหาการขาดแคลนเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน หรือจป. ในระดับวิชาชีพ ว่า

 

พระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 ได้กำหนดไว้ว่าผู้ที่จะทำหน้าที่เป็น จป. ระดับวิชาชีพจะต้องจบการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาอาชีวอนามัย หรือเทียบเท่า

 

“ซึ่งปัจจุบันสถาบันการศึกษาสามารถผลิตบัณฑิตในสาขานี้ ไม่ต่ำกว่า 3,000 คนต่อปี แต่สาเหตุที่ยังประสบปัญหาการขาดแคลนเจ้าหน้าที่ เนื่องจากบัณฑิตบางส่วนไม่ได้สนใจ จะประกอบวิชาชีพจป. ขณะที่บางคนไม่อยากไปทำงานไกลบ้าน ซึ่งมักพบปัญหาเหล่านี้กับสถานประกอบกิจการที่อยู่ในจังหวัดไกลๆ และไม่ได้อยู่ในแหล่งอุตสาหกรรม”อธิบดีกสร. ระบุ

 

อธิบดีกสร. กล่าวอีว่า  ทั้งนี้ กฎหมายปัจจุบันได้มีข้อกำหนดให้คนที่เป็นจป.เทคนิคขั้นสูงมาแล้ว 5 ปี และสำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าระดับปริญญาตรี โดยจะต้องผ่านการอบรมและทดสอบตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดจึงสามารถเป็นจป.วิชาชีพได้ ซึ่งผู้ที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ดังกล่าวสามารถอบรมได้กับหน่วยฝึกอบรมที่ได้รับอนุญาตจากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

 

ตลาดแรงงานจป.วิชาชีพ บูม!!!

 

อธิบดีกสร.กล่าวต่อไป กสร.ยังได้ประสานความร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการ และสำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษาเพื่อให้ผลิตบัณฑิตสาขาอาชีวอนามัยและความปลอดภัยเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากบุคลากรในสาขานี้เป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานและได้รับค่าตอบแทนในอัตราสูง

 

“รวมไปถึงให้พิจารณาคุณวุฒิอื่น ๆ ที่ใกล้เคียงกัน ที่สามารถจะมาทำหน้าที่จป.วิชาชีพได้ หากพบว่ามีคุณสมบัติใกล้เคียงกสร.ก็จะกลับมาทบทวนกฎหมายเพื่อปลดล็อคข้อกำหนดของกฎหมายที่กำหนดไว้เฉพาะสาขา”อธิบดีกสร. ระบุ

 

ตลาดแรงงานจป.วิชาชีพ บูม!!!

 

อธิบดีกสร. กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ การมีจป.วิชาชีพจะมีประโยชน์ต่อทุกภาคส่วนทั้งนายจ้าง ลูกจ้าง และภาครัฐที่จะมีผู้มีความรู้มาช่วยเหลือในเรื่องความปลอดภัยให้ทุกคนในสถานประกอบกิจการได้มีความปลอดภัยในการทำงาน

เปิดสถิติ 6ปี อันตราย!! จากการทำงาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/325585

เปิดสถิติ 6ปี อันตราย!! จากการทำงาน

อันตราย,จากการทำงาน,แรงงาน,นายจ้าง,ลูกจ้าง,เปิดสถิคิ,อธิบดีกสร,6ปี,นายอนันต์ชัย อุทัยพัฒนาชีพ

กสร. เผยสถิติการประสบอันตรายจากการทำงานของลูกจ้างกรณีร้ายแรง 6 ปี ลดลงต่อเนื่อง พร้อมชู 4 มาตรการ ลดการประสบอันตรายจากการทำงานอย่างยั่งยืน

        นายอนันต์ชัย อุทัยพัฒนาชีพ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) เปิดเผยว่าสถานการณ์ สถิติการประสบอันตราย จากการทำงานของลูกจ้างกรณีเกิดเหตุการณ์ร้ายแรง

 

เช่น เสียชีวิต ทุพพลภาพ สูญเสียอวัยวะบางส่วน และหยุดงานเกินสามวันในช่วงเวลา 6 ปีที่ผ่านมามีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยปี 2555 มีอัตราการประสบอันตราย เท่ากับ 4.49 ต่อ 1,000 ราย ปี 2556 เท่ากับ 4.00 ต่อ 1,000 ราย ปี 2557 เท่ากับ 3.62 ต่อ 1,000 ราย ปี 2558 เท่ากับ 3.26 ต่อ 1,000 ราย

 

ส่วนปี 2559 เท่ากับ 3.04 ต่อ 1,000 ราย และในปี 2560 เท่ากับ 2.88 ต่อ 1,000 ราย อย่างไรก็ตามการประสบอันตรายจากการทำงานของลูกจ้างนับเป็นความสูญเสียสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อตัวลูกจ้าง ครอบครัว สังคม เศรษฐกิจ และภาพลักษณ์ของประเทศ จึงต้องดำเนินการอย่างจริงจังโดยความร่วมมือของผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายในการลดการประสบอันตรายจากการทำงานให้เป็นไปอย่างยั่งยืน

 

“สำหรับแนวทางในการลดการประสบอันตรายจากการทำงานนั้น กสร.ได้กำหนดมาตรการสำคัญไว้ 4 มาตรการ คือ 1. สร้างความรู้ ความเข้าใจเรื่องความปลอดภัยในการทำงานแก่นายจ้าง ลูกจ้าง 2.รณรงค์สร้างจิตสำนึกแก่นายจ้างและลูกจ้าง ให้ตระหนักถึงอันตรายจากการทำงานและร่วมมือกันในการป้องกันและแก้ไข

 

3. มาตรการในการบังคับใช้กฎหมาย โดยกระตุ้นเตือนให้นายจ้าง ลูกจ้างปฏิบัติตามกฎหมาย รวมทั้งตรวจสอบให้สถานประกอบกิจการมีการดำเนินการตามที่กฎหมายกำหนดอย่างเคร่งครัด และ 4.สร้างเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชนเพื่อช่วยกระจายความรู้ความเข้าใจ และช่วยในการเฝ้าระวังไม่ให้เกิดอันตรายจากการทำงาน” อธิบดีกสร. กล่าว

ทปอ.เร่งแก้เว็บล่ม !! สมัคร “ทีแคส” รอบ 3 ใจเย็นๆ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/325203

ทปอ.เร่งแก้เว็บล่ม !! สมัคร “ทีแคส” รอบ 3 ใจเย็นๆ

การศึกษา,ทปอ,เว็บล่ม,ทีแคส,TCAS,มหาวิทยาลัย,เว็บไซ์,วิจารณ์แซ่ด,กระหน่ำโซเชียล

เว็บไซต์สมัครเข้ามหาวิทยาลัย “ทีแคส” รอบ 3 วันแรก ล่ม วิจารณ์สนั่นโซเชียล ประธาน ทปอ. เร่งแก้ปัญหา คาดสาเหตุจากการเข้าสมัครพร้อมกันจำนวนมาก

               9 พ.ค. 61  มีรายงานว่า ระบบรับสมัครบุคคลเข้าศึกษาต่อสถาบันอุดมศึกษาในระบบกลาง ประจำปีการศึกษา 2561 หรือ ทีแคส (TCAS) รอบที่ 3 ระบบรับตรงร่วมกันรอบ 3 ซึ่งมีกำหนดการรับสมัครผ่านเว็บไซต์ของสมาคมที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ตั้งแต่วันที่ 9 – 13 พ.ค. 2561 ซึ่งวันนี้ถือเป็นวันแรกของการเปิดรับสมัคร ทีแคส รอบที่ 3 ปรากฏว่า เว็บไซต์ในการรับสมัครhttp://app.cupt.net/tcas61-3/ เกิดระบบล่ม นักเรียนจำนวนมากไม่สามารถเข้าเว็บไซต์เพื่อสมัครได้ ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์จำนวนมากทางสื่อสังคมออนไลน์ ทั้งในเชิงจริงจัง และเชิงประชดประชัน

 

อาทิ “จะเรียนชาตินี้ ไม่ได้เรียนชาติหน้า อย่าล่มให้มันมาก” , “งวดนี้ออก 404 ให้ ทปอ.ทำนายกัน” , “TCAS61 ล่ม ล่ม ล่ม อนาคต…เนี่ยจะล่ม” , “ข้อดีของ TCAS61 คือสอนให้รู้จัก ‘รอ’ ” , “สวดมนต์ให้เว็บระบบ TCAS” , “ไทยแลนด์ 404 TCAS61” , “เข้าเว็บให้สุด แล้วหยุดที่เว็บล่ม TCAS61” , “ยังไม่หายล่มอีกหรอ มันควรจะหายได้แล้วนะ นี่ปล่อยเซอร์ไปเลือกตอนดึกไม่ก็พรุ่งนี้ละ” เป็นต้น
นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ในฐานะประธาน ทปอ. กล่าวว่า การสมัคร ทีแคส รอบที่ 3 เป็นการรับตรงที่เด็กจะต้องยื่นสมัครทางเว็บไซต์ร่วมกัน ต่างจากรอบที่ 1 – 2 ที่มหาวิทยาลัยดำเนินการเอง และมีระยะเวลาดำเนินการยาว ทำให้การรับสมัครทั้ง 2 รอบก่อนหน้านั้นไม่มีปัญหา ส่วนเว็บไซต์ที่ล่มนั้น คาดว่าน่าจะเกิดจากการที่มีนักเรียนเข้ามายื่นสมัครทางเว็บไซต์ ซึ่งเปิดให้สมัครวันนี้เป็นวันแรกพร้อมกันจำนวนมาก เพื่อต้องการสมัครเลือกเข้าคณะ มหาวิทยาลัยที่ตนเองต้องการ
“ตอนนี้เข้าใจความกังวลของนักเรียน จึงได้เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ โดยได้กำชับทางสำนักงาน ทปอ. ให้เร่งแก้ไขปัญหาดังกล่าว และอยากให้นักเรียนทุกคนใจเย็นๆ เพราะการยื่น TCAS รอบ 3 ไม่ได้มีวันนี้วันเดียว แต่ยังมีเวลาถึงวันที่ 13 พ.ค. 61” นายสุชัชวีร์ กล่าว
ทั้งนี้ กำหนดการสมัคร ทีแคส รอบที่ 3 คือสมัครภายในวันที่ 9 – 13 พ.ค. 61 ชำระเงิน 9 – 14 พ.ค. 61 สถาบันอุดมศึกษาส่งวัน เวลา สถานที่สอบสัมภาษณ์และตรวจร่างกายให้ ทปอ. ภายใน 15 พ.ค. 61 จากนั้น ทปอ. ส่งข้อมูลการสมัครให้สถาบันอุดมศึกษา วันที่ 16 พ.ค. 61 สถาบันอุดมศึกษาดำเนินการประมวลผล และจัดส่งรายชื่อผู้ที่ผ่านการคัดเลือกให้ ทปอ. วันที่ 23 พ.ค. 61 จากนั้นจึงเปิดระบบให้ผู้สมัครยืนยันสิทธิ์ (Clearing House ) วันที่ 26 – 2 8 พ.ค. 61 ทปอ. ส่งรายชื่อผู้ยืนยันสิทธิ์ให้สถาบันอุดมศึกษา เพื่อสัมภาษณ์ วันที่ 30 พ.ค. 61 ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกสอบสัมภาษณ์ที่สถาบันอุดมศึกษาที่ยืนยันสิทธิ์ วันที่ 4 – 5 มิ.ย. 61 สถาบันอุดมศึกษาส่งรายชื่อผู้ผ่านการสัมภาษณ์ให้ ทปอ. วันที่ 6 มิ.ย. 61 แล้ว ทปอ. จึงประกาศผลการสอบสัมภาษณ์ วันที่ 8 มิ.ย. 61

 

ทปอ.เร่งแก้เว็บล่ม !! สมัคร "ทีแคส" รอบ 3 ใจเย็นๆ

 

ทปอ.เร่งแก้เว็บล่ม !! สมัคร "ทีแคส" รอบ 3 ใจเย็นๆ

 

10 อาชีพมาแรง 5 ปีข้างหน้า !!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/325178

10 อาชีพมาแรง 5 ปีข้างหน้า !!

การศึกษา,เศรษฐกิจ,อาชีพ,มาแรง,เอไอ,ตลาดออนไลน์,เทรนด์

โดย ชุลีพร อร่ามเนตร – qualitylife4444@gmail.com – กรุงเทพธุรกิจ

               นีโอรวบรวบ 10 อาชีพมาแรงในอีก 5 ปีข้างหน้า เชื่อรู้จักวิเคราะห์ข้อมูล เรียนเทคโนโลยี ทันเทรนด์ตลาดออนไลน์ ระบบการขนส่ง ดูแลสุขภาพ ไม่ตกงาน จัด EdTeX 2018 นิทรรศการเทคโนโลยีด้านการศึกษา โชว์นวัตกรรม 3 โซน “สมาร์ท คลาสรูม-อีเลิร์นนิ่ง-สมาร์ท ซิสเต็ม” พลิกโฉมการศึกษาด้วยเทคโนโลยี

 

10 อาชีพมาแรง 5 ปีข้างหน้า !!

 

วิทยา แสงสุริโยทัย ผู้ช่วยผู้จัดการโครงการ EdTeX 2018 บริษัท เอ็น.ซี.ซี.เอ็กซิบิชั่น ออกาไนเซอร์ จำกัด (นีโอ) กล่าวว่าปัจจุบันข้อมูลข่าวสารมีความจำเป็นอย่างมากในการใช้ชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการเรียน หรือการทำธุรกิจต่างๆ อีกทั้งข้อมูลจะมีจำนวนมาก ขณะที่เทคโนโลยีนวัตกรรมก็มีการปรับเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ดังนั้น อาชีพที่จะมาแรงในอีก 5 ปีข้างหน้า เท่าที่ได้รวบรวมข้อมูลมานั้น มี 10 อาชีพ ดังนี้
นักวิเคราะห์ข้อมูล อย่างที่ทราบข้อมูลมีจำนวนมาก ผู้ที่สามารถนำข้อมูลมาใช้ได้อย่างถูกต้องเหมาะสมจะมีโอกาสมากกว่าผู้อื่น นักวิเคราะห์ข้อมูล จึงเป็นอาชีพที่ต้องการของตลาดแรงงาน โดยผู้จะทำงานด้านนี้จำเป็นต้องเชี่ยวชาญด้านคณิตศาสตร์และการใช้ตรรกะวิเคราะห์ ต้องเป็นคนที่พร้อมเปิดรับข้อมูลใหม่ๆ อยู่เสมอ
นักพัฒนาซอฟต์แวร์ เทคโนโลยีมีความก้าวหน้าไม่หยุดยั้ง ซอฟต์แวร์จึงมีความซับซ้อนเพิ่มมากขึ้น และธุรกิจ องค์กรต่างๆ ต้องนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในองค์กร เพื่อลดต้นทุน เป็นภาพลักษณ์องค์กร และการบริหารบุคคล องค์กรให้มีความทันสมัย ที่จะให้องค์กรมีการขับเคลื่อนและแข่งขันได้ จำเป็นต้องมีนักพัฒนาซอฟต์แวร์ วิศวกรซอฟต์แวร์เข้ามาควบคุมและดำเนินการผลิต โดยจะทำหน้าที่ในการวิเคราะห์และตรวจสอบซอฟต์แวร์ที่พัฒนาซอฟต์แวร์อย่างมีแบบแผน
นักออกแบบแอพพลิเคชั่น ตอนนี้มือถือกลายเป็นส่วนหนึ่งในการใช้ชีวิตของผู้คน ซึ่งนักออกแบบและเขียนแอพพลิเคชั่นบนมือถือจะเป็นที่ต้องการมากขึ้น อีกทั้งการทำธุรกิจต้องมีแอพพลิเคชั่นเพื่อเชื่อมต่อและเข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างใกล้ชิด

10 อาชีพมาแรง 5 ปีข้างหน้า !!

รู้จักตลาด..สร้างรายได้

ปัจจุบันผู้คนเข้าถึงโลกออนไลน์ได้อย่างง่ายดายและมีแนวโน้มที่มีความสำคัญมากขึ้น นักการตลาดออนไลน์ จะเข้ามามีบทบาทในการทำธุรกิจมากขึ้น เพราะข้อมูลที่ได้รับไม่ใช่เพียงข้อมูลข่าวสารแต่มีโฆษณา ที่นักการตลาดออนไลน์เป็นผู้ออกแบบ ผลิตโฆษณาสื่อสารให้ผู้รับข้อมูลได้รับรู้ ต่อด้วย เน็ตไอดอล หรือนักชี้นำทางความคิด เป็นอาชีพที่เหมือนจะเป็นอาชีพไม่ได้ แต่สามารถทำเงินได้จริงและจำนวนมาก เพราะการชื่นชอบในตัวตนหรือการแสดงความคิดที่คนเหล่านั้นชอบหรือติดตาม เจ้าของธุรกิจสตาร์ทอัพ คนรุ่นใหม่จะแสดงออกซึ่งความคิดของตนเองและจัดการทุกอย่างด้วยตนเอง ดังนั้น จึงทำให้เกิดนักธุรกิจหน้าใหม่
นักการตลาดคอนโด เป็นเทรนด์ในประเทศไทย เพราะขณะนี้มีการสร้างทางรถไฟและระบบขนส่งมวลชนอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น สิ่งที่พร้อมกับการเดินทางที่สะดวกสบาย คือที่พักอาศัยตามแนวรถไฟฟ้าสายสีต่างๆ ทำให้มีการพลิกที่ดิน นักการตลาดด้านนี้ต้องโปรโมทสินค้า ประเภทคอนโดมากขึ้น

 

10 อาชีพมาแรง 5 ปีข้างหน้า !!

 

10 อาชีพมาแรง 5 ปีข้างหน้า !!

 

เทคโนโลยีเอไอแทนคน

นักประดิษฐ์เอไอ หรือปัญญาประดิษฐ์ สร้างคอมพิวเตอร์ให้มีความสามารถคล้ายมนุษย์ ทำให้การทำงานด้วยคนจะถูกลดความสำคัญลงเรื่อยๆ โดยมีเอไอเข้ามาแทนที่ ด้วยความสามารถที่วิเคราะห์ได้แม่นยำถูกต้อง ผิดพลาดน้อย ทำงานตามระบบได้ อีกทั้งมีวิศวกรสาขานักประดิษฐ์เอไอถึง 1.9 ล้านคน ซึ่งเป็นชาวสหรัฐเกินกว่า 8.5 แสนคน
นอกจากนี้ การจะซื้อของผ่านออนไลน์และให้จัดส่งถึงที่บ้าน เพิ่มสูงมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น อาชีพนักการจัดการโลจิสติกส์ จึงเป็นอาชีพที่ต้องอาศัยมืออาชีพมาจัดการและมีรายได้สูงมากเช่นกัน และสุดท้าย นักดูแลด้านสุขภาพ ต่อไปประเทศเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ คนกลุ่มนี้จึงไม่ใช่แพทย์ แต่เป็นอาชีพแตกต่างจากแพทย์ โดยทำหน้าที่ดูแลและให้คำปรึกษา วิเคราะห์ถึงความเสี่ยงด้านสุขภาพ ซึ่งในจีนต้องการอาชีพนี้สูงถึง 2 ล้านคน แต่ปัจจุบันมีเพียง 1 ล้าน จึงขาดแคลนอีกมาก
“การศึกษาต้องก้าวให้ทันการเปลี่ยนแปลงของโลก เพราะการผลิตบุคลากร กลุ่มคนทุกอาชีพต้องปรับเปลี่ยนตัวเอง จะทำแบบเดิม เรียนรู้แบบเดิมไม่ได้ ต่อให้หุ่นยนต์ เทคโนโลยีจะไม่สามารถทดแทนคนได้ทั้งหมด แต่หากเรียนรู้แบบเดิมๆซ้ำๆ ระบบเอไอก็จะเข้ามาแทนที่คนได้ ดังนั้น การศึกษาต้องมีการนำนวัตกรรม เทคโนโลยีเพื่อการศึกษาเข้ามาช่วยในการจัดการเรียนการสอน ลดภาระในการสอนแก่ครู และทำให้เด็กไทยได้มีพื้นฐาน จุดประกายการเรียนรู้เทคโนโลยีและนวัตกรรมต่างๆ” นายวิทยา กล่าว

 

10 อาชีพมาแรง 5 ปีข้างหน้า !!

 

EdTeX2018 นวัตกรรมการศึกษา

วิทยา กล่าวอีกว่า นวัตกรรมการศึกษามีความจำเป็นมากในการพัฒนา ยกระดับการศึกษาไทย เพราะไม่ใช่เพียงหุ่นยนต์เอไอเท่านั้นที่จะเข้ามามีบทบาท ลดภาระการสอนของครู และเสริมการเรียนรู้ของเด็ก แต่ยังมีเทคโนโลยีอีกมากมายที่ช่วยให้นักเรียนพัฒนาตรรกะ ทักษะการคิดวิเคราะห์ และนำทักษะดังกล่าวมาปรับใช้ในชีวิตประจำวันและในการเรียนรู้ได้ด้วย โดยการศึกษาแต่ละช่วงชั้น นวัตกรรมการศึกษาต้องแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับความยากง่าย ความซับซ้อนแต่ละช่วงวัย
“เทคโนโลยีการศึกษาเป็นเพียงเครื่องมือหนึ่งเท่านั้น ที่จะทำให้เด็กได้เรียนรู้มากขึ้น และลดภาระของครู ให้ครูได้สะดวกในการสอนมากขึ้น ซึ่งเทคโนโลยีดังกล่าวไม่สามารถสอนแทนครูได้ เพราะครูยังคงสำคัญอยู่ เพียงแต่ครูต้องปรับตัวให้เท่าทันการใช้เทคโนโลยี ไม่ได้สอนด้วยวิธีการเดิมๆ ซึ่งขณะนี้มีบริษัทเอกชนต่างๆ เข้าไปให้ความรู้ อบรมครูมากขึ้น เพื่อให้ครูมีการปรับตัวและเท่าทัน รู้จักการใช้เทคโนโลยีการศึกษาอย่างเหมาะสม” วิทยา กล่าว
ทั้งนี้ ปัจจุบันเทคโนโลยี นวัตกรรมการศึกษา ได้นำมาใช้ในระบบการศึกษาไทยจำนวนมากขึ้น แต่ยังไม่เพียงพอ บุคลากรทางการศึกษาต้องได้เห็นว่า เทคโนโลยีเป็นเรื่องไม่ยุ่งยาก และเข้าใจนวัตกรรมเป็นอย่างไร ในงาน EdTeX 2018 นิทรรศการเทคโนโลยีด้านการศึกษา วันที่ 11-12 พฤษภาคม ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

10 อาชีพมาแรง 5 ปีข้างหน้า !!

 

ห้ามจัดสอบข้อเขียนเด็กอนุบาล-ประถม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/325174

ห้ามจัดสอบข้อเขียนเด็กอนุบาล-ประถม

การศึกษา,พรบการพัฒนาเด็กปฐมวัย,คลอดแล้ว,สอบข้อเขียน,อนุบาล,ประถม,กกอิสระ,ปรับ

กก.อิสระ เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.การพัฒนาการศึกษาปฐมวัย ห้ามจัดสอบข้อเขียนเด็กอนุบาล-ประถม ในการคัดเลือกเด็กเข้าเรียน ฝ่าฝืนถูกปรับ 5 แสนบาท

               เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2561  นางดารณี อุทัยรัตนกิจ รองประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา (กอปศ.) โดยมี นพ.จรัส สุวรรณเวลา เป็นประธาน พร้อมด้วย นายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการสภาการศึกษา ว่า ที่ประชุมได้เห็นชอบ ร่าง พ.ร.บ.การพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. …. โดยจะนำเสนอคณะรัฐมนตรีเร็วๆ นี้

 

ในการร่าง พ.ร.บ.การพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. …. ได้มีการเปิดรับฟังความคิดเห็นในเว็บไซต์ ลงพื้นที่เปิดรับฟังความคิดเห็นของผู้ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ต่างๆ อาทิ นำเสนอร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว ที่ จ.ร้อยเอ็ด มีผู้บริหารโรงเรียน ครู ผู้เกี่ยวข้องด้านสาธารณสุข และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เข้าร่วม เป็นต้น ส่วนใหญ่ทุกคนจะเห็นด้วยในหลักการ และมาตราต่างๆ แต่มีรายละเอียด เช่น องค์ประกอบของคณะกรรมการ นโยบาย ซึ่งได้มีการปรับตามข้อเสนอต่างๆ
“สำหรับกรณีการสอบเข้าระดับปฐมวัยนั้น จากการรับฟังความคิดเห็น และการประชุมต่างๆ ทุกคนเห็นด้วยที่มีข้อห้ามไม่ให้มีการสอบเข้า และบางคนมีความคิดเห็นให้ลงโทษรุนแรงขึ้น ซึ่งในส่วนของร่าง พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว ได้กำหนดไว้ชัดเจนว่าจะไม่มีการสอบเข้าโดยการสอบข้อเขียน ในเด็กระดับปฐมวัย ตั้งแต่อนุบาลไปจนถึงประถมศึกษา โดยการสอบคัดเลือกสามารถดำเนินการได้ในรูปแบบอื่น เช่น การสัมภาษณ์นักเรียน ผู้ปกครอง การประเมินเด็กโดยการสังเกตพฤติกรรมของเด็ก และกระบวนการต่างๆ ต้องมีคณะกรรมการพัฒนาเด็กปฐมวัย ซึ่งจะเป็นผู้กำหนดแนวทาง หากโรงเรียนฝ่าฝืน มีการจัดสอบรับนักเรียน จะถูกลงโทษโดยปรับเงิน 5 แสนบาท” นางดารณี กล่าว
ทั้งนี้ ร่าง พ.ร.บ.การพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. …. กำหนดไว้ว่า การรับเด็กปฐมวัยเพื่อเข้ารับการพัฒนาในสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย และสถานศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ โดยวิธีสอบคัดเลือก จะกระทำมิได้ ยกเว้นจะเป็นกรณีที่คณะกรรมการประเมิน ซึ่งสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย ครอบคลุมทั้งหน่วยงานหรือองค์กรที่เป็นส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และเอกชนด้วย ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อพัฒนาเด็กปฐมวัย ไม่ว่าจะเรียกชื่อว่าอย่างไร ได้รับผลตอบแทน ผลประโยชน์หรือไม่ ในส่วนของบทลงโทษ ถ้าผู้ใดฝ่าฝืน ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 5 แสนบาท

เปิด 6 หลักสูตร เรียนทางไกล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/325060

เปิด 6 หลักสูตร เรียนทางไกล

6หลักสูตร,เรียนทางไกล,ประชาชน,กศน,3-6 เดือน

เวลาไม่ใช่เงื่อนไขปิดการเรียนรู้อีกต่อไป เมื่อ กศน.6 หลักสูตร เรียนทางไกล เพื่อพัฒนาตนเอง-พัฒนาอาชีพ สำหรับประชาชนทั่วไป เรียน 3 – 6 เดือน

         เมื่อวันที่ 8 พ.ค.2561- นายคมกฤช   จันทร์ขจร ผู้อำนวยการสถาบันการศึกษาทางไกล สำนักงาน กศน. สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า สถาบันการศึกษาทางไกล เปิดรับสมัครผู้สนใจ

 

เพื่อลงทะเบียนเรียนการศึกษาทางไกล รูปแบบการศึกษานอกระบบ ในหลักสูตรการศึกษาต่อเนื่องเพื่อการพัฒนาตนเองและพัฒนาอาชีพ สำหรับประชาชนทั่วไป จำนวน 6 หลักสูตร

 

ได้แก่ 1) ภาษาจีนเพื่อการสื่อสาร 2) ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร 3) การจัดการนวัตกรรมสำหรับผู้ประกอบการ4) เซียนกล้อง:พื้นฐานการถ่ายภาพเส้นทางสู่มืออาชีพ 5) การถ่ายภาพขายไมโครสต็อก 6) การศึกษาพระเครื่องพระสมเด็จ (โต พรหมรังสี)

นายคมกฤช กล่าวเพิ่มเติมว่า ทุกหลักสูตรจัดการเรียนการสอนผ่านระบบการเรียนการสอนทางไกล ผ่านชุดการเรียนทางไกล สื่อประสมและกิจกรรมการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับลักษณะเนื้อหาของหลักสูตร ที่ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ด้วย ตนเองอย่างเป็นขั้นตอน

เปิด 6 หลักสูตร เรียนทางไกล

 

“จึงเหมาะกับผู้ที่มีข้อจำกัดในเรื่องของเวลาว่างที่ไม่แน่นอน สามารถวางแผนการเรียนตามเวลาที่สะดวก แต่ละหลักสูตรใช้เวลาเรียน3 – 6เดือน โดยผู้ที่ผ่านการวัดและประเมินผลตามกระบวนการที่หลักสูตรกำหนด จะได้วุฒิบัตรรับรองความรู้ จากสถาบันการศึกษาทางไกล ที่เป็นสถานศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ และหน่วยงานที่ร่วมจัดการเรียนการสอน”นายคมกฤช กล่าว

เปิด 6 หลักสูตร เรียนทางไกล

 

นายคมกฤช  กล่าวอีกว่าท โดยทั้ง 6 หลักสูตร เปิดให้ผู้สนใจลงทะเบียนได้ตั้งแต่บัดนี้ ถึงวันที่ 25 มิถุนายน 2561 รับสมัครทั้งทางไปรษณีย์ และการสมัครด้วยตนเองณ ศูนย์บริการเพื่อการเรียนรู้ สถาบันการศึกษาทางไกล ชั้น 3 อาคาร 4 ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา (ท้องฟ้าจำลอง) ถนนสุขุมวิท เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110 ในวันเวลาราการ

 

ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียด พร้อมดาวน์โหลดเอกสารการสมัคร หรือกรอกใบสมัครออนไลน์ได้ที่www.dei.ac.th และ facebook:การศึกษาต่อเนื่องสถาบันการศึกษาทางไกล สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่กลุ่มส่งเสริมการศึกษาตลอดชีวิต โทร. 02 – 3812633

โรคอ้วน… รักษาด้วยการผ่าตัด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/324904

โรคอ้วน…  รักษาด้วยการผ่าตัด

โรคอ้วน

โรคอ้วน…  รักษาด้วยการผ่าตัดนิยมกันทั่วโลก

มีรายงานว่า ในปี 2557 เกี่ยวกับสถานการณ์โรคอ้วนในประเทศไทย บ่งชี้ว่าคนไทย 1 ใน 3 มีน้ำหนักที่เกินมาตรฐาน หรือเป็นโรคอ้วน โดยสถานการณ์ดังกล่าวทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศอันดับที่ 2 ในภูมิภาค Southeast Asia ที่ประชากรมีปัญหาโรคอ้วน เป็นรองเพียงประเทศมาเลเซียเท่านั้น ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวน่าเป็นห่วงเป็นอย่างมาก ซึ่งโรคอ้วนนั้นเป็นโรคที่บั่นทอนสุขภาพของคนไทย เป็นสาเหตุของโรคต่างๆที่จะตามมาอีกมากมาย อาทิ ความดันโลหิตสูง โรคมะเร็ง โรคข้อเข่าเสื่อม โรคเบาหวาน เป็นต้น

จากงานประชุมวิชาการครั้งที่ 29 ภาคประชาชน ของโรงพยาบาลราชวิถี ได้มีการสัมมนาให้ความรู้แก่ประชาชนในหัวข้อต่างๆ โดยหนึ่งในหัวข้อที่ได้รับความสนใจจากผู้ร่วมงานประชุมฯ ในครั้งนี้เป็นอย่างมากคือ การผ่าตัดรักษาโรคอ้วน โดย พญ.โชติรส อังกุระวรานนท์ นายแพทย์ชำนาญการ กลุ่มงานศัลยศาสตร์ โรงพยาบาลราชวิถี ซึ่งมีผู้ให้ความสนใจเข้าร่วมงานครั้งนี้กว่า 3,000 คน
พญ.โชติรส อังกุระวรานนท์ นายแพทย์ชำนาญการ กลุ่มงานศัลยศาสตร์ โรงพยาบาลราชวิถี เปิดเผยว่า อุบัติการณ์โรคอ้วนในประเทศไทยปัจจุบัน มีตัวเลขที่ค่อนข้างเยอะถึง 1 ใน 3 ของจำนวนประชากร โดยกทม. มีความเสี่ยงโรคอ้วนมากกว่า ประชากรในต่างจังหวัด โดยสาเหตุหลักมาจากอาหารการกิน และการใช้ชีวิต ทำงานหนักโดยขาดการออกกำลังกาย ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคอ้วน โดยโรคอ้วนนั้นส่งผลกระทบต่อระบบต่างๆ ในร่างกาย เป็นสาเหตุการณ์เกิดโรคต่างๆ อาทิ ความดันโลหิตสูง โรคมะเร็ง โรคข้อเข่าเสื่อม โรคเบาหวาน เป็นต้น
ซึ่งการรักษาโรคอ้วนนั้นทำได้หลายวิธี โดยเบื้องต้นจะเริ่มจากการปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิตของผู้ป่วย โดยการควบคุมอาหาร  และโภชนาการในแต่ละวัน ควบคู่กับการออกกำลังกาย ซึ่งหากการรักษาด้วยวิธีนี้ยังไม่เป็นที่พอใจ ก็จะมีการให้ยาเพื่อให้ได้ผลที่ดีขึ้น ซึ่งมีหลายเคส อาจจะไม่สามารถรักษาได้ ซึ่งวิธีสุดท้ายก็คือการผ่าตัดเพื่อรักษานับว่าเป็นการรักษาโรคอ้วนที่ดีที่สุดซึ่งเป็นที่ยอมรับกันทั่วโลก
โดยการผ่าตัดรักษาโรคอ้วนนั้น เป็นการผ่าตัดกระเพาะอาหาร ซึ่งวิธีที่นิยมมีอยู่ 2 วิธี
1. การผ่าตัดเพื่อจำกัดพื้นที่กระเพาะ ซึ่งทำให้กระเพาะมีขนาดเล็กลง ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกอิ่มเร็วขึ้น
2. การผ่าตัดเพื่อจำกัดพื้นที่กระเพาะและทำบายพาส เป็นการผ่าตัดแยกกระเพาะอาหารให้มีขนาดเล็กลง จากนั้นตัดแยกลำไส้เป็นสองส่วน ส่วนหนึ่งมาต่อกับกระเพาะเพื่อบายพาสอาหาร
ซึ่งการรักษาด้วยการผ่าตัดจะให้ผลในระยะแรกที่ดี สามารถลดภาวะโรคอ้วนได้ แต่ในระยะยาวขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองในการใช้ชีวิตประจำวัน ซึ่งต้องดูแลและควบคุมการกินอาหาร ควบคู่กับการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อผลที่ดีในระยะยาว และตลอดชีวิตของผู้ป่วย โดยหลังจากผ่าตัดแพทย์จะนัดดูอาการ ทุก 3-9 เดือน และหลังจากนั้นก็จะนัดเพื่อติดตามการรักษาทุกปี
นอกจากนี้ ยังมีหัวข้อที่ได้รับความสนใจจากผู้ร่วมงาน คือ ป้องกัน – ดูแล แผลเบาหวานแบบง่ายๆ ได้ที่บ้าน โดยมี นพ. หลักชัย วิชชาวุธ นายแพทย์ชำนาญการ กลุ่มงานศัลยศาสตร์ โรงพยาบาลราชวิถี เผยว่า ปัจจัยเสี่ยงของโรคเบาหวาน คือ… 1.การมีภาวะอ้วน หรือน้ำหนักที่มากกว่าปกติ
2.กรรมพันธุ์ 3.อายุ ถ้าอายุมากขึ้นทำให้มีโอกาสเป็นโรคเบาหวานได้ 4.ความดันโลหิตสูง 5.การรับประทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์ จำพวกน้ำตาล แป้ง และไขมันมากเกินไป 6.ขาดการออกกำลังกาย
ซึ่งอาการเบื้องต้นของโรคเบาหวานสังเกตง่ายๆ คือ ปัสสาวะบ่อยทั้งกลางวัน และกลางคืน กระหายน้ำมากกว่าปกติ น้ำหนักลดลง รู้สึกอ่อนเพลียง่าย มีอาการชาที่ปลายมือและปลายเท้า
และถ้ามีอาการดังกล่าวควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจร่างกายอย่างละเอียด เพื่อทำการรักษา โรคเบาหวานนอกจากจะเป็นโรคเรื้อรังที่สามารถรักษาให้หายขาดได้ยากแล้ว อาจจะทำให้เกิดอาการแทรกซ้อนต่างๆ ได้ ดังนั้นผู้ป่วยควรดูแลตนเองให้ดี  อาทิ ควรใส่ถุงเท้าและรองเท้าสำหรับใส่ในบ้าน รวมทั้งควรเคาะรองเท้าก่อนใส่ เพื่อป้องกันเศษต่างๆในรองเท้า และการตัดเล็บควรตัดเล็บในแนวเส้นตรง ไม่ควรตัวเล็บตามความโค้งของเล็บ ทั้งนี้เพื่อป้องกันการเกิดบาดแผลในส่วนต่างๆ ของร่างกาย เพราะเมื่อเป็นแล้วแผลจะหายช้ากว่าปกติ ซึ่งแผลอาจเกิดอาการแทรกซ้อน นำไปสู่การติดเชื้อและลุกลามจนทำให้เนื้อเยื้อตาย และต้องตัดทิ้งได้
ดังนั้น เมื่อผู้ป่วยเบาหวานเกิดเป็นแผล ควรจะทำความสะอาดแผลด้วยสบู่ โดยใช้น้ำอุ่น          หรือน้ำเกลือ และทำความสะอาดรอบๆบาดแผลด้วยความเบามือ ไม่ควรล้างแผลด้วยแอลกอฮอล์ เพราะมีฤทธิ์ในการทำลายโปรตีนในเนื้อเยื้อได้ จากนั้นเช็ดให้แห้ง ใส่ยาทำแผล และปิดแผลด้วยผ้าปิดแผลสะอาดที่ผ่านการฆ่าเชื้อแล้ว ไม่ควรใช้พลาสเตอร์ปิดแผลโดยตรง และควรทำความสะอาดแผลอย่างน้อย 2 ครั้งต่อวัน ซึ่งหากมีแผลมีอาการแดง หรือบวมขึ้นหลังจากทำแผล ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อทำการรักษาปัจจุบันโรงพยาบาลมีผู้ป่วย โรคเบาหวานประมาณ 2 หมื่นคน รักษาหายน้อยมากส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วยอ้วนที่มีระดับน้ำตาลไม่สูงมาก และกำลังรักษาประมาณ 1 หมื่น 4 พันคน
ทั้งนี้ โรงพยาบาลมีพื้นที่อำนวยความสะดวกค่อนข้างจำกัด จึงทำให้เกิดความแออัดที่ห้องตรวจอย่างมาก และขณะนี้รพ.กำลังสร้างอาคารศูนย์การแพทย์โรงพยาบาลฯ เพื่อขยายพื้นที่ในการรองรับ และรักษาผู้ป่วยที่มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น ในอนาคตเมื่ออาคารศูนย์การแพทย์โรงพยาบาลฯ เสร็จก็จะสามารถเปิดรักษาผู้ป่วยได้มากขึ้น และลดระยะเวลาของการรอรับการรักษาของผู้ป่วยได้

ออเจ้ารู้ยัง!! วธ.ชู “บุรีรัมย์”ต้นแบบแต่งผ้าไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/324890

ออเจ้ารู้ยัง!! วธ.ชู “บุรีรัมย์”ต้นแบบแต่งผ้าไทย

บุรีรัมย์,ผ้านตีนแดง,เชิดชูบุรีรัมย์,นายวีระ โรจน์พจนรัตน,รมวกระทรวงวัฒนธรรม,แต่งผ้าไทยทุกวันอังคาร,ไทยแลนด์40

วธ.ชู”บุรีรัมย์”ต้นแบบส่งเสริมแต่งกายชุดผ้าไทย สวมใส่ผ้า”ตีนแดง”ผ้าเอกลักษณ์ท้องถิ่นทุกวันอังคารแรกของเดือนอนุรักษ์วัฒนธรรม-ภูมิปัญญาท้องถิ่น-สร้ารายได้สู่ชุมชน

         เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2561 ที่ห้องประชุมอําเภอเมือง โรงแรมเทพนคร อ.เมืองบุรีรัมย์ จ.บุรีรัมย์ นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (รมว.วธ.)

          ประธานพิธีมอบเกียรติบัตรเพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติหน่วยงานในการรณรงค์การแต่งกายด้วยผ้าไทย/ผ้าพื้นเมืองภายใต้โครงการส่งเสริมอัตลักษณ์ผ้าไทยบุรีรัมย์ พร้อมเยี่ยมชมนิทรรศการ“เสน่ห์ผ้าไทยบุรีรัมย์ 4 ชาติพันธุ์”มีผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ผู้แทนจังหวัดบุรีรัมย์ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชนและสถาบันการศึกษา เข้าร่วม

      นายวีระ กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) มีนโยบายในการใช้มิติทางด้านศิลปวัฒนธรรมสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ เพื่อสร้างรายได้จากต้นทุนและทรัพยากรทางวัฒนธรรมสู่ประชาชน ท้องถิ่นและประเทศ และขับเคลื่อนนโยบายประเทศไทย 4.0

ออเจ้ารู้ยัง!! วธ.ชู "บุรีรัมย์"ต้นแบบแต่งผ้าไทย

หนุ่ม-สาว ชาวบุรีรัมย์ สวมใส่ผ้า”ตีนแดง”

        โดยเริ่มจากสินค้าและบริการทางวัฒนธรรมที่มีศักยภาพ 5 ด้าน ได้แก่มวยไทย อาหารไทย ผ้าไทยและการออกแบบแฟชั่น ภาพยนตร์และวีดีทัศน์ เทศกาลและประเพณีโดยเฉพาะด้านผ้าไทยและการออกแบบแฟชั่น

ออเจ้ารู้ยัง!! วธ.ชู "บุรีรัมย์"ต้นแบบแต่งผ้าไทย

“ผ้าตีนแดง” มรกดกล้ำค่าจังหวัดบุรุรัมย์

         วธ.มีนโยบายส่งเสริมอัตลักษณ์ไทยและความเป็นไทยโดยส่งเสริมการใช้ผ้าไทย รณรงค์การแต่งกายด้วยผ้าไทยและสนับสนุนอุตสาหกรรมผ้าไทย ตลอดจนส่งเสริมและสนับสนุนให้หน่วยงานรัฐ ภาคเอกชน และประชาชน แต่งกายผ้าไทย หรือผ้าพื้นเมืองในชีวิตประจำวันซึ่งที่ผ่านมาได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากทุกภาคส่วนของสังคมและในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ

           รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวอีกว่าจังหวัดบุรีรัมย์ประสบความสำเร็จและเป็นแบบอย่างที่ดีในดำเนินการส่งเสริมการใช้ผ้าไทยและรณรงค์การแต่งกายด้วยผ้าไทย โดยสํานักงานวัฒนธรรมจังหวัด(สวจ.) บุรีรัมย์ บูรณาการความร่วมมือกับทางจังหวัดบุรีรัมย์ องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานรัฐ เอกชนและสถาบันการศึกษาขับเคลื่อนโครงการส่งเสริมอัตลักษณ์ผ้าไทยจังหวัดบุรีรัมย์ และจัดกิจกรรมรณรงค์การแต่งกายด้วยผ้าไทยในวันปฏิบัติราชการ“ทุกวันอังคาร”

ออเจ้ารู้ยัง!! วธ.ชู "บุรีรัมย์"ต้นแบบแต่งผ้าไทย

นายวีระ  โรจน์พจนรัตน์ รมว.กระทรวงวัฒนธรรม

        โดยวันอังคารแรกของเดือนให้สวมใส่ผ้าตีนแดง ซึ่งเป็นผ้าเอกลักษณ์ของจังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อสืบสานและอนุรักษ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญาของคนในท้องถิ่น และปลุกจิตสํานึกให้ชาวบุรีรัมย์มีความภาคภูมิใจในผ้าเอกลักษณ์ของจังหวัดบุรีรัมย์ รวมทั้งสนับสนุนให้มีการใช้ผ้าไทย/ผ้าเอกลักษณ์ของจังหวัดบุรีรัมย์อย่างแพร่หลาย ซึ่งเป็นการสร้างงาน สร้างรายได้ให้แก่ชุมชนและผู้ประกอบการในจังหวัดบุรีรัมย์

ออเจ้ารู้ยัง!! วธ.ชู "บุรีรัมย์"ต้นแบบแต่งผ้าไทย

ออเจ้ารู้ยัง!! วธ.ชู "บุรีรัมย์"ต้นแบบแต่งผ้าไทย

ออเจ้ารู้ยัง!! วธ.ชู "บุรีรัมย์"ต้นแบบแต่งผ้าไทย

             ออเจ้ารู้ยัง!! วธ.ชู "บุรีรัมย์"ต้นแบบแต่งผ้าไทย

ออเจ้ารู้ยัง!! วธ.ชู "บุรีรัมย์"ต้นแบบแต่งผ้าไทย

ออเจ้ารู้ยัง!! วธ.ชู "บุรีรัมย์"ต้นแบบแต่งผ้าไทย

ออเจ้ารู้ยัง!! วธ.ชู "บุรีรัมย์"ต้นแบบแต่งผ้าไทย

         ทั้งนี้ ภายในงานดังกล่าวนอกจากมีการมอบเกียรติบัตรให้แก่ผู้แทนหน่วยงาน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชนและสถาบันการศึกษา อาทิ โรงเรียนฮั้วเคี้ยว โรงเรียนอนุบาลประโคนชัย โรงเรียนมารีย์อนุสรณ์ โรงเรียนบุรีรัมย์พิทยาคม เป็นต้น ยังมีการจัดแสดงนิทรรศการ“เสน่ห์ผ้าไทยบุรีรัมย์ 4 ชาติพันธุ์”อีกด้วย

งานเข้า!! สสจ.แล้ว!!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/324513

งานเข้า!! สสจ.แล้ว!!

สสจ,เฝ้าระวัง,กระทรวงสาธารณสุข,เครื่องสำอาง,กฏหมายบังคัลบใช้มิย2561

สธ.สั่งสสจ.เข้ม เน้นเฝ้าระวังเครื่องสำอาง ก่อนตีตั๋วอนุญาต-สุ่มตรวจ หลังกม.บังคับใช้ มิ.ย.61 นี้ หากพบโอ้อวดเกินจริงถูกพิกถอนใบรับแจ้งทันที ปรับ5หมื่น

         เมื่อวันที่ 3 พ.ค. 2561- นายแพทย์ธเรศ    กรัษนัยรวิวงค์ รอง ปลัดกระทรวงสาธารณสุขและนายแพทย์วันชัย สัตยาวุฒิพงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ประชุมวิดีโอทางไกล

           แนวทางการดำเนินงานตรวจสอบและเฝ้าระวังผลิตภัณฑ์สุขภาพ กับนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด และหัวหน้ากลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภคและเภสัชสาธารณสุขทั่วประเทศ ว่า กระทรวงสาธารณสุข

         โดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา มีระบบการคุ้มครองผู้บริโภค ทั้งอาหาร ยา เครื่องมือแพทย์ และผลิตภัณฑ์สุขภาพ แก่ประชาชนทั่วประเทศ โดยมีเครือข่ายสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทุกจังหวัด ร่วมดำเนินการตรวจ ติดตาม ทั้งสถานที่ผลิต จำหน่าย และการโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพ

        นายแพทย์ธเรศ กล่าวว่าในวันนี้ ได้เน้นย้ำให้ทุกจังหวัดเพิ่มความเข้มข้นในการตรวจสอบและเฝ้าระวังผลิตภัณฑ์สุขภาพในพื้นที่ โดยเฉพาะเครื่องสำอาง เพิ่มการตรวจสอบแหล่งผลิต และผลิตภัณฑ์อาหารเสริม เฝ้าระวังการใส่สารอันตรายที่ห้ามใช้

       โดย 1.เข้มงวดการพิจารณาอนุญาต(Pre-marketing)ให้กลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภคและเภสัชสาธารณสุข ตรวจสอบสถานที่ผลิตให้ถูกสุขลักษณะตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนดให้เสร็จสิ้นภายใน 3 เดือน หลังกฎหมายมีผลบังคับใช้ในเดือนมิถุนายน 2561 หากพบการกระทำฝ่าฝืนจะถูกเพิกถอนใบรับแจ้ง และมีโทษปรับไม่เกิน 50,000 บาท

       2.ตรวจสอบเฝ้าระวังผลิตภัณฑ์(Post-marketing)โดยสุ่มตรวจเฝ้าระวังผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง และจัดการกับผลิตภัณฑ์ที่มีปัญหาตามที่กฎหมายกำหนด และสร้างเครือข่ายในการดำเนินงาน อาทิ ตำรวจ กสทช. เครือข่ายภาคประชาชน เป็นต้น

งานเข้า!! สสจ.แล้ว!!

         นายแพทย์วันชัย สัตยาวุฒิพงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) กล่าวว่า ในการขออนุญาตผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง(Pre-marketing)ได้ยกเลิกระบบการพิจารณาอนุมัติอัตโนมัติ โดยให้เจ้าหน้าที่ตรวจเอกสาร เพื่อตรวจสอบความถูกต้องอย่างละเอียด ใช้เวลาไม่เกิน 3 วัน และจะออกประกาศกระทรวงสาธารณสุขกำหนดมาตรฐานสถานที่ผลิต

        นายแพทย์วันชัย  กล่าวต่อว่า พร้อมทั้งจัดทำฐานข้อมูลการอนุญาตสถานที่ผลิตดังกล่าวสำหรับใช้ในการตรวจสอบ รวมทั้งอย.กับ กสทช. จะร่วมกันตรวจสอบเฝ้าระวังการโฆษณาเกินจริง โดยอย.จะส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจเฝ้าระวังผลิตภัณฑ์สุขภาพทุกสื่อที่ กสทช. หากพบไม่ถูกต้องจะส่งเรื่องให้ กสทช.ระงับการโฆษณาได้ทันที

        นายแพทย์วันชัย อีกว่า ขอให้ทุกจังหวัดเฝ้าระวังการโฆษณาทางสื่อต่าง ๆ ทั้งเว็บไซต์ สื่อสังคมออนไลน์ วิทยุ เคเบิ้ลทีวี ในพื้นที่รวมทั้งประชาสัมพันธ์สร้างความตระหนักรู้แก่ประชาชนในการเลือกซื้อและใช้ผลิตภัณฑ์สุขภาพอย่างปลอดภัย ไม่ตกเป็นเหยื่อการโฆษณาที่โอ้อวดสรรพคุณเกินจริง

         “เช่นอ้างรักษาได้สารพัดโรค   เพราะอาหารไม่ใช่ยาที่จะรักษาหรือป้องกันโรคได้ นอกจากจะสิ้นเปลืองเงินแล้วยังอาจได้รับอันตรายอย่างคาดไม่ถึงจากยาหรือสารอันตรายที่ผสมในผลิตภัณฑ์เหล่านั้น และเครื่องสำอางไม่สามารถปรับเปลี่ยนโครงสร้างของร่างกายได้ จึงขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อ”เลขาธิการ อย.ระบุ

งานเข้า!! สสจ.แล้ว!!

        หากพบเห็นขอให้แจ้งที่สายด่วน อย. 1556 อีเมล์1556@fda.moph.go.thแอปพลิเคชันOryor Smart Applicationทางเว็บไซต์ อย. หรือด้วยตนเองที่ศูนย์ ศรป.อย. และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ

ดับฝัน วายร้าย ออนไลน์ มธ. เจ๋งกว่า อย่าคิดเจาะระบบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/324503

ดับฝัน วายร้าย ออนไลน์ มธ. เจ๋งกว่า อย่าคิดเจาะระบบ

ดรปกป้อง,โดนโจมตี,มธรรมศาสตร์,ดรปกป้อง ส่องเมือง,เซิร์ฟเวอร์,แฮกเกอร์

“ดร.ปกป้อง” ลั่น!! ระบบเซิร์ฟเวอร์ของม.ธรรมศาสตร์ ไม่เสียหาย รุกตรวจสอบข้อมูลการจราจรทางอินเตอร์เน็ตของเซิร์ฟเวอร์-อุดช่องโหว่ตัดการเชื่อมต่อระบบเครือข่าย

 

จากกรณีที่มีการเผยแพร่ข่าว มีนักวิจัยด้านความปลอดภัยจาก McAfee รายงานว่าช่วงกลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เซิร์ฟเวอร์ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์(มธ.)บางเครื่องถูกเข้ามาควบคุม

การทำงาน บางส่วนโดยไม่ได้รับอนุญาต และใช้เป็นฐานสำหรับการพยายามไปควบคุมการทำงของระบบคอมพิวเตอร์อื่นในหลายประเทศนั้น ทางมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ดำเนินการตรวจสอบข้อมูล เพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำซ้อน และมีความปลอดภัยสูงสุด

 

  ดร.ปกป้อง ส่องเมือง ผู้อำนวยการ สำนักงานศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ (สทส.) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) กล่าวว่า ขณะนี้มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ดำเนินการตรวจสอบข้อมูลการจราจรทางอินเตอร์เน็ตของเซิร์ฟเวอร์ และได้ตัดการเชื่อมต่อระบบเครือข่ายของเซิร์ฟเวอร์ดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว ปิดช่องทางการจราจรทางอินเตอร์เน็ตที่อาจเป็นช่องโหว่หรือสาเหตุทั้งหมด จัดเตรียมเจ้าหน้าที่เพื่อดำเนินการเฝ้าระวังมากยิ่งขึ้น

 

และได้วางแผนดำเนินการ ดังนี้  1. ขยายประสิทธิภาพของอุปกรณ์ Firewall ให้สามารถทำงานได้ครอบคลุมมากขึ้น 2. เพิ่มขนาด/เงื่อนไขของอุปกรณ์ IPS ให้ตรวจจับเข้มงวดในระดับสูงขึ้น

 

3. เพิ่มอุปกรณ์ที่สามารถ วิเคราะห์+ตรวจจับ การบุกรุก/โจมตี รูปแบบใหม่ๆ และแจ้ง

เตือนผู้ดูแลระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

 

ทั้งนี้ จากกรณีที่เกิดขึ้น สำนักงานศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ ได้มีการดำเนินการตรวจสอบการใช้งานของเซิร์ฟเวอร์ทั้งหมดในระบบเครือข่ายของมหาวิทยาลัยเพิ่มเติม ผลตรวจสอบพบว่าไม่เกิดความเสียหายต่อระบบภายในมหาวิทยาลัยแต่อย่างใด