ย้ำ! ยังไม่มีการถอด “กัญชา” ออกจากบัญชียาเสพติด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/322462

ย้ำ! ยังไม่มีการถอด “กัญชา” ออกจากบัญชียาเสพติด

เลขาฯอย,ดรอาทิตย์ อุไรรัตน์,กัญชา,ยาเสพติด

อย. ยันปัจจุบันยังไม่มีการเสนอให้ถอดกัญชา ออกจากบัญชียาเสพติดให้โทษในประเภท5และยังไม่มีการขึ้นทะเบียนยาจากกัญชาเป็นยาสมุนไพร – ยาควบคุมเพื่อใช้รักษามะเร็ง

      จากกรณีที่มีกระแสข่าวคณะรัฐมนตรีเห็นชอบในหลักการให้แก้ไขกฎหมายว่าด้วยยาเสพติดให้โทษตามที่ อย. เสนอ โดยให้ถอด “กัญชา” ออกจากบัญชียาเสพติดให้โทษในประเภท5ที่ห้ามครอบครองมาเป็นยาสมุนไพรหรือ ยาควบคุมให้ใช้ประโยชน์ทางการแพทย์เพื่อใช้รักษามะเร็งนั้น

        นายแพทย์บุญชัย สมบูรณ์สุข  เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) เปิดเผยว่า อย. ขอชี้แจงว่าปัจจุบันกัญชายังจัดอยู่ในกลุ่มยาเสพติดให้โทษ ประเภท5ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522ห้ามมิให้ผู้ใดผลิต จำหน่าย นำเข้า ส่งออก หรือมีไว้ในครอบครอง เว้นแต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข จะอนุญาตโดยความเห็นชอบ ของคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดให้โทษ และ อย.

ย้ำ! ยังไม่มีการถอด "กัญชา" ออกจากบัญชียาเสพติด

ย้ำ! ยังไม่มีการถอด "กัญชา" ออกจากบัญชียาเสพติด

นพ.บุญชัย  สมบูรณ์สุข

       “ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีการรับรองให้ใช้กัญชาหรือรับขึ้นทะเบียนยาจากกัญชาแต่อย่างใด เนื่องจากยังไม่มีงานวิจัยทางวิชาการในคนเพียงพอ ที่จะยืนยันว่าสามารถรักษาโรคมะเร็งได้”นายแพทย์บุญชัย กล่าว

        นายแพทย์บุญชัย  กล่าวอีกว่า ปัจจุบันในต่างประเทศมีการใช้ยา ที่ได้จากสารสกัดของกัญชาและที่เป็นสารสังเคราะห์ โดยมีข้อบ่งใช้ของยา ได้แก่ เพื่อบรรเทาอาการคลื่นไส้อาเจียนที่เกิดจากการใช้เคมีบำบัดในผู้ป่วยมะเร็ง เพิ่มความอยากอาหารในผู้ป่วยโรคเอดส์ รักษาภาวะปวดเกร็งในผู้ป่วยโรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง รักษาอาการปวดในผู้ป่วยโรคมะเร็ง

    นายแพทย์บุญชัย  กล่าวเพิ่มเติมว่า ส่วนการนำกัญชามาใช้ในการรักษาโรคนั้น ขณะนี้ยังอยู่ในระหว่างการศึกษาวิจัย เช่น การศึกษาวิจัยในการรักษาผู้ป่วยมะเร็งชนิดต่างๆ เป็นต้น ในต่างประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา

       “ดังนั้นในปัจจุบัน ยังไม่มีการรับรองให้มีการนำพืชกัญชามาใช้ในการรักษาโรคมะเร็ง เนื่องจากยังไม่มีข้อมูลการศึกษาวิจัยทางคลินิกในคนเพียงพอ ที่จะยืนยันประสิทธิผลและความปลอดภัยฆ” นายแพทย์บุญชัย กล่าวในที่สุด

       ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 30 มี.ค.2561 ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว “Arthit Ourairat”  มีข้อความว่า “คณบดีและคณาจารย์นักวิจัยคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ได้นำยาสเปรย์ Cannabis กัญชา บรรเทารักษาอาการเจ็บปวดและอาเจียน จากการรักษาทางเคมีบำบัดสำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็งได้สำเร็จแล้ว ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างขอจดทะเบียน อย.ให้ใช้สำหรับผู้ป่วยได้ต่อไป”

      อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

   เจ๋ง!! เภสัชฯ ม.รังสิต ผลิตยาพ่นกัญชารักษามะเร็ง

กรมอนามัย แนะ! สร้างคนไทยฉลาด! ต้องเริ่มตั้งแต่ในตั้งครรภ์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/322454

กรมอนามัย แนะ! สร้างคนไทยฉลาด! ต้องเริ่มตั้งแต่ในตั้งครรภ์

ตั้งครรภ์,สร้างคนไทยให้ฉลาด,โอบกอด,หอบลูก,แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์

กรมอนามัย แนะสร้างคนไทยฉลาด ต้องเริ่มตั้งแต่ในตั้งครรภ์ ย้ำ ช่วง 1,000 วันแรกของชีวิตสำคัญสุด เน้น “กิน กอด เล่น เล่า นอน เฝ้าดูฟัน ไม่ดุด่า ให้ลูกกลัว”

      แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ รองอธิบดีกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า เด็กคืออนาคตที่สําคัญของประเทศที่ต้องได้รับการพัฒนาให้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ

        “การสร้างคนไทยคุณภาพ จึงต้องเริ่มตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา คือ ตั้งแต่เริ่มปฏิสนธิจนถึงอายุ 2 ปี ซึ่งเป็นช่วงเวลาทองของเด็กที่สำคัญที่สุดในการพัฒนาสมอง”  แพทย์หญิงอัมพร กล่าว

          แพทย์หญิงอัมพร  กล่าวอีกว่า เพราะโครงสร้างสมองจะมีการพัฒนาสูงสุด ทั้งการสร้างเซลล์สมองและการเชื่อมโยงระหว่างเซลล์สมองเกิดเป็นโครงข่ายใยประสาทนับล้านโครงข่าย

        “และการที่เซลล์สมองมีการเชื่อมต่อกันทำให้เกิดการสื่อสารระหว่างเซลล์อย่างมีประสิทธิภาพ มีผลต่อพัฒนาการทางสมองของเด็ก ส่งผลต่อการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพและมีคุณภาพชีวิตที่ดี” แพทย์หญิงอัมพร กล่าว

        แพทย์หญิงอัมพร   กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ การเตรียมความพร้อมของสตรีก่อนตั้งครรภ์ระหว่างตั้งครรภ์และหลังคลอด เป็นเรื่องสำคัญยังเป็นตัวกำหนดสุขภาพและโรคในอนาคตได้อีกด้วย

       “ก่อนตั้งครรภ์อย่างน้อย 12 สัปดาห์กินวิตามินธาตุเหล็กและกรดโฟลิก สัปดาห์ละ 1 เม็ด รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่อุดมด้วยธาตุเหล็กและโฟเลทเช่น ตับ เนื้อสัตว์ ผักผลไม้เพื่อลดความเสี่ยงต่อความพิการแต่กำเนิดและมีส่วนสำคัญในการพัฒนาสมองและระบบประสาทของลูก”แพทย์หญิงอัมพรกล่าว

        แพทย์หญิงอัมพร  กล่าวอีกว่า ในระหว่างตั้งครรภ์และหลังคลอดไปจนกระทั่งเด็กอายุ 2 ปี ต้องให้ความสำคัญกับโภชนาการที่ดีตั้งแต่ช่วงแรกของชีวิต คือ ช่วงที่อยู่ในท้องแม่ ช่วงเด็กอายุ 0-6 เดือน ช่วงเด็กอายุ 6 เดือนถึง 2 ปี แม่ควรกินอาหารที่ดีมีประโยชน์ให้หลากหลายครบ 5 หมู่ เช่น ปลา ตับ ไข่ ผัก ผลไม้ และนมสดรสจืด และกินวิตามินบำรุงที่มีไอโอดีน เหล็ก และโฟลิกทุกวัน เพราะหากขาดไอโอดีนลูกน้อยสมองพัฒนาไม่สมบูรณ์ไอคิวต่ำกว่าที่ควรจะเป็น ดูแลฟัน ออกกำลังกาย นอนหลับวันละ 7-9 ชั่วโมงทุกวัน หลังจากนั้นจะต้องเลี้ยงดูและพัฒนาทักษะของเด็กโดยกระบวนการกระตุ้นผ่านกิจวัตรประจำวัน ในรูปแบบกิน กอด เล่น เล่านอน เฝ้าดูฟัน

        แพทย์หญิงอัมพร กล่าวต่อไปว่าสำหรับการกิน คือ แม่ควรให้ลูกได้กินนมแม่อย่างเดียวถึง 6 เดือน และกินนมแม่ต่อเนื่องควบคู่กับอาหารตามวัย เน้นข้าว เนื้อสัตว์สลับตับ ไข่ ผัก ผลไม้ในปริมาณเพียงพอสัดส่วนเหมาะสมอาหารตามวัยบดละเอียดไปหยาบจนถึงอายุ 2 ปีขึ้นไป เพราะนมแม่มีสารอาหารที่สำคัญสำหรับการพัฒนาสมองซึ่งไม่มีอาหารใดเทียบได้

         แพทย์หญิงอัมพร  แนะอีกว่า เด็กวัย 1-3ปี กินอาหารให้หลากหลายครบ 5 หมู่ในปริมาณเพียงพอสัดส่วนเหมาะสมเน้นกินปลา ตับ ไข่ นม

        แพทย์หญิงอัมพร  ยังแนะนำว่า ส่วนการกอด พ่อแม่ควรกอดลูกทุกวันเพื่อให้เด็กรับรู้ว่าพ่อแม่รักและหวังดีเสมอ การอบรมเด็กต้องทำด้วยความรัก ความเข้าใจและใช้เหตุผล ไม่ใช้อารมณ์บังคับ ฝืนใจ ไม่ดุด่าให้ลูกกลัวและเสียกำลังใจ คอยให้คำแนะนำ พูดชมเชยและให้รางวัลถ้าลูกทำได้ดี ซึ่งรางวัลสำหรับเด็กเล็กเพียงแค่กอด หอมแก้ม ตบมือให้ เท่านี้เด็กก็ภูมิใจแล้ว

      “เล่น” คือ ตั้งแต่แรกเกิดพ่อแม่ควรพูดคุย เล่นส่งเสียง ร้องเพลงกับเด็ก ช่วงแรกเกิดถึงอายุ 6 เดือน ให้เลือกของเล่นที่มีเสียงและเป็นภาพ เด็กคว้าจับได้ อายุ 6 เดือนถึง 1 ปี ให้เด็กได้

       “นั่งเล่นของเล่น” เช่น บล็อกตัวต่อนิ่มหรือลูกบอลเล็ก อายุ 2-3 ปี ให้เด็กเล่นรูปต่อเป็นภาพ หุ่นมือ ตุ๊กตา หรือกระโดดปีนป่าย และเมื่ออายุ 3-5 ปี ให้ลูกได้เล่นกับเด็กคนอื่น ใช้จินตนาการเกี่ยวกับการดำรงชีวิตเล่า คือ พ่อแม่สามารถเล่านิทานให้ลูกฟังได้ตั้งแต่อยู่ในครรภ์ หรือเมื่อเด็กอายุ 3 เดือนให้เริ่มเล่านิทานให้ฟังเป็นประจำทุกวันต่อเนื่องจนกระทั่งเด็กโต เลือกนิทานที่มีภาพน่ารัก รูปสัตว์ ใช้เสียงสูง ต่ำ หรือร้องเพลงประกอบขณะเล่า ควรเล่าให้จบเล่ม และเก็บหนังสือไว้ที่เดิมให้ลูกมองเห็นได้

       ทั้งนี้ เมื่อลูกเข้าสู่วัยเรียน พ่อแม่ ผู้ปกครองต้องดูแลให้เด็กกินอาหารถูกหลักโภชนาการ จัดอาหารหลักให้เด็กกินให้ครบทั้ง 3 มื้อ ไม่เว้นมื้อใดมื้อหนึ่งโดยเฉพาะมื้อเช้า เพราะจะทำให้เด็กความจำดี พัฒนาสมอง และควรจัดอาหารให้เพียงพอกับความต้องการของร่างกายเด็ก

        โดยใน 1 วัน เด็กควรกินข้าว/แป้ง 8 ทัพพี ผัก 4 ทัพพี ผลไม้ 3 ส่วน เนื้อสัตว์ 6 ช้อนกินข้าว นม 2 แก้ว ฝึกเด็กในการกินอาหารให้ตรงเวลา ไม่กินจุบจิบ ไม่กินขนมก่อนอาหารมื้อหลัก ส่งเสริมให้เด็กออกกำลังกายชนิดที่มีแรงกระแทกของข้อ เช่น กระโดดเชือก กระโดดยาง กระโดดตบ เล่นบาสเก็ตบอล โดยทำต่อเนื่องไม่น้อยกว่าครั้งละ 10-15 นาที ทุกวันๆ ละ 60 นาที หรือทำแบบสะสมเวลา

     “ร่วมกับการนอนหลับสนิทอย่างน้อยวันละ 8-10 ชั่วโมง ลดปัจจัยเอื้อที่เป็นอุปสรรคต่อการนอนหลับ เช่น ไม่เล่นเกมก่อนนอน ไม่วางโทรศัพท์ไว้บนที่นอน หรือไม่เปิดทีวีทิ้งไว้ในห้องนอน เพื่อให้นอนหลับสนิท ซึ่งจะส่งผลต่อการหลั่งฮอร์โมนการเจริญเติบโต (Growth hormone) ที่สำคัญต่อการเจริญเติบโต การเพิ่มความสูง และควบคุมการทำงานของอวัยวะต่างๆ ให้เป็นไปอย่างปกติ”แพทย์หญิงอัมพรกล่าว

       รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจัยหนึ่งที่สำคัญในการส่งเสริมให้ลูกฉลาด แข็งแรง เติบโตสมวัยคือ การเฝ้าดูแลสุขภาพช่องปากและฟันของลูกตั้งแต่ฟันซี่แรก เพราะหากเด็กมีปัญหาฟันผุจะสร้างความเจ็บปวด การติดเชื้อ และปัญหาการบดเคี้ยวอาหารส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการของเด็ก

       นอกจากนี้ การมีฟันผุหลายซี่ในปากมีความสัมพันธ์กับภาวะแคระแกร็นของเด็กและเด็กที่มีฟันน้ำนมผุมากจะมีแนวโน้มว่าฟันแท้จะผุมากขึ้นเช่นกัน เมื่อไม่ได้รับการดูแลรักษาอย่างทันท่วงที โรคจะลุกลามและสูญเสียฟันในที่สุด และอาการเจ็บปวดอาจทำให้ต้องหยุดเรียน ส่งผลกระทบต่อการเรียนด้วย

ท้าทายคสช.!! ร.ร.ดังฝืน ม.44รีดเงินเรียนฟรี15ปี!!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/322205

ท้าทายคสช.!! ร.ร.ดังฝืน ม.44รีดเงินเรียนฟรี15ปี!!

คสช,ม44,คำสั่งคสชที่ 28,่ บิ๊กตู่,รรดัง,นายคมเทพ ประภายนต์,เลขาธิการกพฐ,เรียนหรี15ปี

“คมเทพ”เตือน! ร.ร.ห้ามเรียกเก็บเงินทุกประเภท ชี้คำสั่งคสช.ม.44 เรียนฟรี 15 ปี ครอบคลุม ระบุร.ร.ดังท้าทายอำนาจคสช.เรียกเก็บเงินเรียนคอมพ์ฯ”เลขากพฐ.”เต้นสั่งระงับ

       นายคมเทพ ประภายนต์ อดีตนายกสมาคมเครือข่ายผู้ปกครองแห่งชาติ เปิดเผย “คมชัดลึกออนไลน์” ว่า วันนี้(20 เม.ย.2561) ผู้ปกครองร้องเรียนมาที่ตนเป็นจำนวนมาก และร้องเรียนไปที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.)

        ปรากฏว่ามีโรงเรียนชื่อดังในกรุงเทพมหานคร เรียกเก็บเงินเถื่อนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่1-6(ม.1-ม.6)หลายรายการ อาทิ ค่าเรียนวิชาคอมพิวเตอร์ ,ค่าจ้างครูสอนต่างประเทศ ,เงินบำรุงการศึกษา ฯลฯ แต่เป็นการฝ่าฝืนคำสั่ง คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)ม.44 เรียนฟรี 15 ปี

         “ผมขอยืนยันคำสั่งคสช. ม.44 เรื่องเรียนฟรี 15 ปี สพฐ. กศจ. สพม. ทุกเขต ทุกโรงเรียนทุกโรง ที่เรียกเก็บเงินบำรุงการศึกษาเถื่อน ถ้าท่านยังเก็บ ไม่ว่าเงินใดๆ ท่านจะมีความผิด ฐานฝ่าฝืนคำสั่งคสช. วันนี้มีร.ร.โดนเชือดแล้วนะครับ” นายคมเทพ กล่าว

       นายคมเทพ  กล่าวอีกว่า ตนได้รับแจ้งจาก สพฐ.ว่า ดร.บุญรักษ์  ยอดเพชร  เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(เลขาธิการ กพฐ.) มีคำสั่งลับถึงสถานศึกษาทั่วประเทศกว่า 39,000 โรงเรียนขอให้ชะลอการจัดเก็บเงินบำรุงการศึกษาทุกประเภทเอาไว้ก่อน เนื่องจากระหว่างนี้ เลขาธิการกพฐ.แจ้งว่าได้ส่งข้อหารือไปยังสำนักงาน ป.ป.ช.เพื่อขอความชัดเจนว่าโรงเรียนสามารถจัดเก็บเงินบำรุงการศึกษาต่างๆ ได้หรือไม่

ท้าทายคสช.!! ร.ร.ดังฝืน ม.44รีดเงินเรียนฟรี15ปี!!

นายคมเทพ ประภายนต์

       นายคมเทพ เผยอีกว่าจากที่คสช.มีคำสั่งม.44เรื่องเรียนฟรี15 ปี เมื่อคำสั่งนี้ประกาศใช้โรงเรียนทุกโรง ไม่สามารถเรียกเก็บเงิน ไม่ว่าจะเป็นค่าอะไรก็ตาม ถ้าโรงเรียนเรียกเก็บมีความผิดฝ่าฝืนคำสั่งคสช.จะอ้างพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ม.58(1)มาเรียกเก็บเงินก็ไม่ได้

        “หากโรงเรียนฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 28/2559 เรื่อง ให้จัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน 15 ปี โดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย นั้น จะมีความผิดตามประมวลกฏหมายอาญามาตรา 148 และมาตรา 149 โทษสูงสุดถึงขั้นประหารชีวิต”นายคมเทพ ระบุ

       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงวันหยุดเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา่ ประมาณวันที่ 9-12 เม.ย.2561 ส่วนมากโรงเรียนส่วนใหญ่เรียกประชุมพ่อแม่ผู้ปกครอง นักเรียนใหม่ ที่จะเข้าเรียนในปีการศึกษา 2561 บางโรงเรียนมีการเรียนรับเงิน ด้วยการอ้างสารพัดโครงการที่โรงเรียนกำลังดำเนินการอยู่ ในรูปแบบของการเรี่ยไรเงิน นั้น ไม่สามารถทำได้และนับเป็นปีการศึกษาที่ 2 ที่คำสั่งคสช.ม.44เรียนฟรี 15 มีผลบังคับใช้

       ทั้งนี้ ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี248/2559 กระทรวงศึกษาธิการระบุราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่คำสั่ง คสช.ให้จัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน15ปี โดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย

        ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 28/2559 เรื่อง ให้จัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน 15 ปี โดยไม่เก็บค่าใช้จ่ายและคำสั่งแต่งตั้งนางรัตนา ศรีเหรัญ ให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ [รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (พลเอก สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์)

ท้าทายคสช.!! ร.ร.ดังฝืน ม.44รีดเงินเรียนฟรี15ปี!!

      คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เรื่อง ให้จัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน 15 ปี โดยไม่เก็ บค่าใช้จ่าย ตามที่กฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติกำหนดให้รัฐต้องจัดให้บุคคลได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานไม่น้อยกว่า 12 ปี โดยไม่เก็บค่าใช้จ่ายนั้น รัฐบาลที่ผ่านมามีนโยบายจัดการศึกษาดังกล่าวโดยไม่เก็บค่าใช้จ่ายเป็นเวลา 15 ปี ตามมติคณะรัฐมนตรี วันที่ 13 มกราคม 2552 โดยขออนุมัติตั้งงบประมาณเป็นรายปี และขยายขอบเขตการดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลแต่ละคณะมาเป็นลำดับ

      หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติพิจารณาแล้วเห็นว่า โดยที่เรื่องนี้สอดคล้องกับนโยบายด้านการศึกษาของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และนโยบายปฏิรูปการศึกษาของรัฐบาล ทั้งสามารถลดความเหลื่อมล้ำ สร้างโอกาสทางการศึกษา และความเป็นธรรมในสังคม แก้ปัญหาความยากจน ตลอดจนส่งเสริมการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และสอดคล้องกับความต้องการของประชาชน จึงสมควรยืนยันแนวทางดังกล่าวและพัฒนาต่อไป ด้วยการยกระดับจากการเป็นโครงการตามนโยบายของแต่ละรัฐบาลให้เป็นหน้าที่ของรัฐและมาตรการตามกฎหมาย เพื่อเป็นหลักประกันความยั่งยืนมั่นคง และเพื่อให้สามารถจัดงบประมาณสนับสนุนได้อย่างต่อเนื่อง

    อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติโดยความเห็นชอบของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ จึงมีคำสั่ง ดังต่อไปนี้

      ข้อ 1 ในคำสั่งนี้

       “ค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษา” หมายความว่า งบประมาณที่รัฐจัดสรรให้แก่หรือผ่านทางสถานศึกษาหรือผู้จัดการศึกษาเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน 15 ปี

        “การศึกษาขั้นพื้นฐาน 15 ปี” หมายความว่า การศึกษาตั้งแต่ระดับก่อนประถมศึกษา (อนุบาล) (ถ้ามี) ระดับประถมศึกษา จนถึงมัธยมศึกษาปีที่ 6 หรือระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช. 3) หรือเทียบเท่า และให้หมายความรวมถึงการศึกษาพิเศษและการศึกษาสงเคราะห์ด้วย

ท้าทายคสช.!! ร.ร.ดังฝืน ม.44รีดเงินเรียนฟรี15ปี!!

          “การศึกษาพิเศษ” หมายความว่า การจัดการศึกษาให้แก่บุคคลซึ่งมีความผิดปกติอย่างหนึ่งอย่างใด ซึ่งจำเป็นต้องจัดการศึกษาให้เป็นรูปแบบโดยเฉพาะ และอาศัยเทคนิคต่าง ๆ ในการสอนตามลักษณะความต้องการและความจำเป็นของแต่ละบุคคล

         “การศึกษาสงเคราะห์” หมายความว่า การจัดการศึกษาให้แก่เด็กที่ตกอยู่ในภาวะยากลำบาก หรืออยู่ในสถานภาพที่ด้อยกว่าเด็กทั่วไป หรือที่มีลักษณะเป็นการกุศล เพื่อให้มีชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นมีพัฒนาการที่ถูกต้องและเหมาะสมกับวัย

          ข้อ 2 ให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องตามที่คณะรัฐมนตรีกำหนดเตรียมการเพื่อจัดให้เด็กเล็กก่อนวัยเรียนได้รับการดูแล และพัฒนาทางร่างกาย จิตใจ วินัย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา โดยส่งเสริมและสนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและภาคเอกชนเข้ามีส่วนร่วมในการดำเนินการด้วย

        ข้อ 3 ให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานดำเนินการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน 15 ปี ให้มีมาตรฐานและคุณภาพ โดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย

         ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีกำหนดอัตราค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาสำหรับการศึกษาขั้นพื้นฐาน 15 ปี เพื่อเสนอตามกระบวนการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีค่าใช้จ่ายตามวรรคสอง ได้แก่

         (1) ค่าจัดการเรียนการสอน(2) ค่าหนังสือเรียน(3) ค่าอุปกรณ์การเรียน(4) ค่าเครื่องแบบนักเรียน(5) ค่ากิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน(6) ค่าใช้จ่ายอื่นตามที่คณะรัฐมนตรีเห็นชอบ

        ข้อ 4ให้กระทรวงศึกษาธิการจัดทำหรือปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อนำมาใช้แทน และขยายผลต่อจากคำสั่งนี้แล้วเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาภายในหกเดือนนับแต่วันที่คำสั่งนี้ใช้บังคับ

ท้าทายคสช.!! ร.ร.ดังฝืน ม.44รีดเงินเรียนฟรี15ปี!!

       ข้อ 5 ในกรณีมีปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามคำสั่งนี้ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มีอำนาจวินิจฉัยชี้ขาด

       ข้อ 6 ให้อัตราค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาตั้งแต่ระดับอนุบาลจนจบการศึกษาขั้นพื้นฐานที่มีผลใช้อยู่ในวันก่อนวันที่คำสั่งนี้ใช้บังคับ ยังคงมีผลใช้บังคับต่อไปจนกว่าจะมีการกำหนดอัตราค่าใช้จ่ายสำหรับการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน 15 ปี ตามข้อ 3

      ข้อ 7 คำสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

      สั่ง ณ วันที่ 15 มิถุนายน พุทธศักราช 2559

      พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชาหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

   0 กมลทิพย์  ใบเงิน 0 รายงาน 

วธ.ชวนออเจ้า!! แต่งชุดไทย ฉลอง 236 ปี กรุงรัตนโกสินทร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/322155

วธ.ชวนออเจ้า!! แต่งชุดไทย ฉลอง 236 ปี กรุงรัตนโกสินทร์

236ปีกทม,กรุงรัตนโกสินทร์,กระทรวงวัฒนธรรม,นายวีระ โรจน์พจนรัตน,รมววัฒนธรรรม,ชวนออเจ้า,แต่งชุดไทย,21-23เมย2561

วธ.ชวนออเจ้า!! แต่งชุดไทย  ฉลอง 236 ปี กรุงรัตนโกสินทร์ จัดยิ่งใหญ่ 7 จุดทั่วกรุงเทพฯ ตระการตา 11 ริ้วขบวน สถาปนากรุงเทพฯ – เหตุการณ์สำคัญ10 รัชกาล

        เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2561 ที่โรงละครแห่งชาติ (โรงเล็ก) นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (รมว.วธ.) ประธานแถลงข่าวงานมหกรรมวัฒนธรรม “ใต้ร่มพระบารมี 236 ปี กรุงรัตนโกสินทร์”

      โดยมีนายพงศ์ศักติฐ์ เสมสันต์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นางฉวีรัตน์ เกษตรสุนทร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงวัฒนธรรม นายปรารพ เหล่าวานิช เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นายกฤษศญพงษ์ ศิริ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรมและผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม

วธ.ชวนออเจ้า!! แต่งชุดไทย ฉลอง 236 ปี กรุงรัตนโกสินทร์

วธ.ชวนออเจ้า!! แต่งชุดไทย ฉลอง 236 ปี กรุงรัตนโกสินทร์

วธ.ชวนออเจ้า!! แต่งชุดไทย ฉลอง 236 ปี กรุงรัตนโกสินทร์

        นายวีระ กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรมร่วมกับหน่วยงานรัฐภาคเอกชน และภาคประชาชนร่วมกันจัดงานมหกรรมวัฒนธรรม “ใต้ร่มพระบารมี 236 ปี กรุงรัตนโกสินทร์” ในวันที่ 21 – 25 เม.ย. 2561 รวม 5 วัน เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี ที่ทรงสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์

วธ.ชวนออเจ้า!! แต่งชุดไทย ฉลอง 236 ปี กรุงรัตนโกสินทร์

นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม

และเทิดพระเกียรติพระมหากษัตริย์ไทยทุกพระองค์ในราชวงศ์จักรีทรงนำพาและพัฒนาประเทศให้เป็นปึกแผ่นและมีความเจริญรุ่งเรืองตลอด 236 ปี ที่ผ่านมา โดยจะมีพิธีเปิดในวันที่ 21 เม.ย. 18.15 น. ณ ลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์ กรุงเทพฯ เชิญชม 11 ริ้วขบวนประวัติความเป็นมาของกรุงรัตนโกสินทร์ และเหตุการณ์สำคัญรัชกาลที่ 1 ถึงรัชกาลที่ 10 ภายใต้แนวคิด “รัตนโกสินทร์เรืองรอง”

 

ได้แก่ 1. เฉลิมฉลอง 236 ปี กรุงรัตนโกสินทร์ 2.รัชกาลที่ 1 สร้างบ้านแปงเมือง 3.รัชกาลที่ 2 ฟูเฟื่องวรรณกรรม 4.รัชกาลที่ 3 เลิศล้ำเศรษฐกิจ 5.รัชกาลที่ 4 แนวคิดอารยะ 6.รัชกาลที่ 5 วัฒนะสู่สากล 7.รัชกาลที่ 6 มากล้นการศึกษา 8.รัชกาลที่ 7 ประชาธิปไตย 9.รัชกาลที่ 8 นำไทยสามัคคี 10.รัชกาลที่ 9 พระบารมีเปี่ยมล้น และ 11.รัชกาลที่ 10 ประชาชนเปี่ยมสุข ทั้งนี้ กระทรวงวัฒนธรรมขอเชิญชวนประชาชนแต่งกายชุดไทยเข้าร่วมริ้วขบวนดังกล่าว

วธ.ชวนออเจ้า!! แต่งชุดไทย ฉลอง 236 ปี กรุงรัตนโกสินทร์

นายวีระ กล่าวอีกว่า ริ้วขบวนทั้ง 11 ริ้วขบวน เริ่มเคลื่อนจากลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์ ผ่านถนนราชดำเนินกลาง สนามหลวงไปจนถึงโรงละครวังหน้า ส่วนกิจกรรมด้านศาสนา วันที่ 19 เม.ย. 08.09 น. พิธีบวงสรวงเทพยดา มีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

 

วธ.ชวนออเจ้า!! แต่งชุดไทย ฉลอง 236 ปี กรุงรัตนโกสินทร์

วันที่ 21 เม.ย. 07.00 น. พิธีบำเพ็ญกุศลถวายแด่สมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชและพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 237 รูป ณ ลานคนเมือง หน้าศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 08.30 น. พิธีบวงสรวงศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร ณ ศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร 09.30 น. หลังจากนั้น 10.00 น. พิธี 5 ศาสนามหามงคล ณ โรงละครแห่งชาติ (โรงใหญ่) นอกจากนี้ มีกิจกรรมที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

วธ.ชวนออเจ้า!! แต่งชุดไทย ฉลอง 236 ปี กรุงรัตนโกสินทร์

วธ.ชวนออเจ้า!! แต่งชุดไทย ฉลอง 236 ปี กรุงรัตนโกสินทร์

และรอบเกาะรัตนโกสินทร์ ได้แก่ 1.โรงละครแห่งชาติ (โรงใหญ่) วันที่ 21 – 25 เม.ย. เวลา 15.00-18.00 น. กิจกรรมสุดยอดการแสดงยุครัตนโกสินทร์และการแสดงจากมิตรประเทศ อาทิ การแสดงนาฏยหุ่นไทย (ชุมนุมหุ่นไทย) โขน เรื่อง “รามเกียรติ์ ชุดรามราชจักรี” อุปรากรจีน (งิ้ว) เรื่อง รามเกียรติ์ และกิจกรรมในโซน “เสน่ห์ไทยเมื่อวันวาน” มีการสาธิตภูมิปัญญาและจำหน่ายอาหารไทยโบราณ บริการให้เช่าชุดไทย แต่งกายชุดไทย ถ่ายภาพย้อนวันวาน

 

วธ.ชวนออเจ้า!! แต่งชุดไทย ฉลอง 236 ปี กรุงรัตนโกสินทร์

2.โรงละครแห่งชาติ (โรงเล็ก) วันที่ 22 – 24 เม.ย. เวลา 13.00–15.00 น. เสวนาทางวิชาการที่เกี่ยวเนื่องกับกรุงรัตนโกสินทร์

 

วธ.ชวนออเจ้า!! แต่งชุดไทย ฉลอง 236 ปี กรุงรัตนโกสินทร์

3.พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร วันที่ 21 – 25 เม.ย. เวลา 11.00 – 21.00 น. โซน “เสน่ห์ไทยเมื่อวันวาน” มีการสาธิตภูมิปัญญาและจำหน่ายอาหารไทยโบราณ บริการให้เช่าชุดไทย แต่งกายชุดไทย ถ่ายภาพย้อนวันวาน แฟชั่นโชว์ผ้าไทยในรัชสมัย เดินแบบเครื่องแต่งกายในแต่ละรัชกาล ภายใต้แนวคิด “งามอาภรณ์ งามศิลป์ งามแผ่นดินแห่งกรุงรัตนโกสินทร์”

 

วธ.ชวนออเจ้า!! แต่งชุดไทย ฉลอง 236 ปี กรุงรัตนโกสินทร์

รวมถึงการแสดงทางวัฒนธรรม อาทิ หุ่นละครเล็กคลองบางหลวง มหกรรมการแสดงพื้นบ้านนานาชาติ กิจกรรมยลวังหน้ายามเย็น เยี่ยมพิพิธภัณฑ์ยามค่ำ และวันที่ 22 – 25 เม.ย. มีการประกวดหนูน้อยรัตนโกสินทร์ และการประกวด “แลงามอาภรณ์ย้อนยุค” เพื่อแจกของที่ระลึกแก่ผู้แต่งกายชุดไทยย้อนยุคได้อย่างถูกต้องและงดงาม

 

วธ.ชวนออเจ้า!! แต่งชุดไทย ฉลอง 236 ปี กรุงรัตนโกสินทร์

4.สวนสันติชัยปราการ (บางลำพู) วันที่ 21 – 25 เม.ย. โซน “เสน่ห์บางกอก” สาธิตและจำหน่ายอาหารของดีวิถีชุมชนกรุงเทพฯ ร้านค้าของที่ระลึกชุมชนในบางกอก จุดถ่ายภาพวิถีวัฒนธรรมชุมชนบางลำพู การแสดงทางวัฒนธรรม เวลา 18.00 – 21.00 น. อาทิ การแสดงดนตรีไทยจากดุริยประณีตชุมชนบางลำพู ละครนอก โขนสด และมีมัคคุเทศก์น้อยนำชมงาน

 

5.ลานคนเมือง หน้าศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร วันที่ 21 – 25 เม.ย. โซน “เสน่ห์วิถีถิ่น วิถีไทย” เดินแบบผ้าไทยร่วมสมัย “งามวิจิตรภูษา ภัสตราภรณ์ อัตลักษณ์ไทย อัตลักษณ์ถิ่น” ตลาดประชารัฐร่วมใจ ของดีบ้านฉันจาก 4 ภาค สาธิตวิถีชีวิตชุมชน ประเพณี

 

วธ.ชวนออเจ้า!! แต่งชุดไทย ฉลอง 236 ปี กรุงรัตนโกสินทร์

วธ.ชวนออเจ้า!! แต่งชุดไทย ฉลอง 236 ปี กรุงรัตนโกสินทร์

และวัฒนธรรมท้องถิ่น จำหน่ายสินค้าและอาหารพื้นเมือง และกิจกรรมการแสดงพื้นบ้าน เวลา 17.00 – 21.30 น. อาทิ มหกรรมการแสดงพื้นบ้าน มหกรรมการแสดงพื้นบ้านนานาชาติ คอนเสิร์ตศิลปินแห่งชาติ เป็นต้น

 

วธ.ชวนออเจ้า!! แต่งชุดไทย ฉลอง 236 ปี กรุงรัตนโกสินทร์

6.รอบเกาะรัตนโกสินทร์ วันที่ 21-25 เม.ย. มีกิจกรรม อาทิ นิทรรศการและการแสดงต่างคล้าย ใช่เลย นิทรรศการและมหกรรมการแสดงพื้นบ้านนานาชาติ ที่หอศิลป์ร่วมสมัยราชดำเนิน กิจกรรมไหว้พระเสริมสิริมงคล เยี่ยมยลชมวัง พิพิธภัณฑ์

 

วธ.ชวนออเจ้า!! แต่งชุดไทย ฉลอง 236 ปี กรุงรัตนโกสินทร์

และศาสนสถาน อาทิ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม วัดสุทัศนเทพวราราม วังบางขุนพรหม วังปารุสกวัน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร นิทรรศน์รัตนโกสินทร์ มิวเซียมสยาม พิพิธบางลำพู เทว สถาน เป็นต้น เข้าชมไม่เสียค่าใช้จ่าย โดยมีรถโดยสารให้บริการฟรีทุกวัน เวลา 10.00 – 20.00 น. มีพิธีปล่อยขบวนรถในวันที่ 21 เม.ย. 09.30 น. ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ผ่านสถานที่ต่างๆ รอบเกาะรัตนโกสินทร์

 

 

วธ.ชวนออเจ้า!! แต่งชุดไทย ฉลอง 236 ปี กรุงรัตนโกสินทร์

7.โรงภาพยนตร์สกาล่า วันที่ 24 – 27 เม.ย. กิจกรรมชมสุดยอดภาพยนตร์ไทยในสมัยรัชกาลที่ 9 จำนวน 10 เรื่อง และชมนิทรรศการ ซึ่งผู้สนใจเข้าชมลงทะเบียนสำรองที่นั่งได้ที่ เฟซบุ๊คแฟนเพจ “คอนเทนต์ไทยแลนด์” หรือเว็บไซต์ของกระทรวงวัฒนธรรม โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น

วธ.ชวนออเจ้า!! แต่งชุดไทย ฉลอง 236 ปี กรุงรัตนโกสินทร์

นอกจากนี้ มีการประกวดภาพถ่ายวัฒนธรรมไทย ในยุคสมัย 236 ปี กรุงรัตนโกสินทร์ ทั้งนี้ ติดต่อสอบถามข้อมูลงานมหกรรมวัฒนธรรม “ใต้ร่มพระบารมี 236 ปี กรุงรัตนโกสินทร์” ได้ที่สายด่วนวัฒนธรรม โทร.1765

เจ็บ-ตาย!!เพียบ ประกันฯจ่ายกว่า10ล้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/321966

เจ็บ-ตาย!!เพียบ ประกันฯจ่ายกว่า10ล้าน

เจ็บ-ตาย,สงกรานต์เลือด,ประกันสังคม,เงินทดแทน,นพสุรเดช  วลีอิทธิกุล,สปส,กระทรวงแรงงาน,สงกรานต์,กว่า 10 ล้านบาท

เจ็บ 2,479 ราย ตาย 49 ราย ช่วงสงกรานต์ ประกันสังคม เร่งช่วยผู้ประกันตนบาดเจ็บ-ตายจากอุบัติเหตุเต็มที่ เผยประมาณการที่ต้องจ่ายประโยชน์ทดแทนกว่า 10 ล้านบาท

         นพ.สุรเดช วลีอิทธิกุล เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม(สปส.) กระทรวงแรงงาน เปิดเผยถึงตัวเลขผู้ประกันตนในระบบประกันสังคมที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตที่ดำเนินการขอความช่วยเหลือของสำนักงานประกันสังคม

        จากการประสบอุบัติเหตุของผู้ประกันตนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ว่าระหว่างวันที่ 11 – 17 เมษายน 2561 รายงานจากสำนักงานประกันสังคมเขตพื้นที่/จังหวัดทั่วประเทศ พบว่า ยอดผู้ประกันตนที่ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุทางจราจรในช่วงสงกรานต์มีจำนวนทั้งหมด 2,479 ราย และเสียชีวิตจำนวน 49 ราย

เจ็บ-ตาย!!เพียบ ประกันฯจ่ายกว่า10ล้าน

เจ็บ-ตาย!!เพียบ ประกันฯจ่ายกว่า10ล้าน

       นพ.สุรเดช  กล่าวอีกว่า สาเหตุหลักของการเกิดอุบัติเหตุ   เกิดจากการขับขี่ยานพาหนะ ในขณะมึนเมาหรือเมาแล้วขับ อีกทั้งมาจากการขับขี่ด้วยความประมาท รวมถึงการขับรถฝ่าฝืนกฎจราจร

         “ทั้งนี้ สำนักงานประกันสังคม ได้ประมาณการประโยชน์ทดแทน ที่ต้องจ่ายให้กับผู้ประกันตน รวมเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 9,839,302.45 ล้านบาท”เลขาธิการสปส.ระบุ

เจ็บ-ตาย!!เพียบ ประกันฯจ่ายกว่า10ล้าน

เจ็บ-ตาย!!เพียบ ประกันฯจ่ายกว่า10ล้าน

เจ็บ-ตาย!!เพียบ ประกันฯจ่ายกว่า10ล้าน

เจ็บ-ตาย!!เพียบ ประกันฯจ่ายกว่า10ล้าน

        เลขาธิการ สปส. กล่าวอีกว่า  แยกเป็นค่าทำศพกรณีเสียชีวิตจำนวน 1,960,000 บาท เงินสงเคราะห์กรณีเสียชีวิตจำนวน 3,039,960 บาท และจ่ายเงินบำเหน็จชราภาพให้แก่ทายาทผู้มีสิทธิจำนวน 4,839,342.45 บาท

          เลขาธิการ สปส. กล่าวเพิ่มเติมว่า  อย่างไรก็ตามขอแจ้งผู้ประกันตน และทายาทผู้มีสิทธิที่ยังไม่ได้ประโยชนฺทดแทน เร่งดำเนินการยื่นขอรับประโยชน์ทดแทน ให้มายื่นขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีดังกล่าว  ได้ที่สำนักงานประกันสังคมทั่วประเทศภายใน 2 ปี นับตั้งแต่วันที่ประสบอุบัติเหตุ หรือเสียชีวิต

เจ็บ-ตาย!!เพียบ ประกันฯจ่ายกว่า10ล้าน

นพ.สุรเดช  วลีอิทธิกุล เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม

เจ็บ-ตาย!!เพียบ ประกันฯจ่ายกว่า10ล้าน

เจ็บ-ตาย!!เพียบ ประกันฯจ่ายกว่า10ล้าน

        ทั้งนี้ ผู้ประกับตน หรือทายาทผู้มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทน  สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ ได้ที่สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ทั้ง 12 แห่ง/ จังหวัด/ สาขาที่ท่านสะดวก หรือโทร.1506 (เจ้าหน้าที่ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง)

ย้าย !! รอง ผอ.สพท.ทั่วประเทศ 110 ราย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/321932

ย้าย !! รอง ผอ.สพท.ทั่วประเทศ 110 ราย

การศึกษา,อนุมัติ,ย้าย,แต่งตั้ง,ข้าราชการ,ครู,บุคลากรทางการศึกษา,รองผู้อำนวยการ,สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา,การศึกษาขั้นพื้นฐาน,กคศ,ประถมศึกษา,สพม,รอง ผอ,สพป,พินิจศักดิ์ สุวรรณรังค์,ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์

ก.ค.ศ. อนุมัติย้ายและแต่งตั้งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา จำนวน 110 ราย

               นายพินิจศักดิ์ สุวรรณรังค์ เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา กล่าวว่า ผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 4/2561 เมื่อวันพุธที่ 18 เมษายน 2561 ณ ห้องประชุมจันทรเกษม อาคารราชวัลลภ โดยมี นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะประธาน ก.ค.ศ. เป็นประธานการประชุม และศาสตราจารย์คลินิก นพ.อุดม คชินทร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เข้าร่วมประชุม ได้อนุมัติย้ายและแต่งตั้งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา จำนวน 110 ราย ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานเสนอ ดังนี้

1) สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา จำนวน 86 ราย
– กรณีย้ายสายงานเดียวกัน (ตำแหน่งโครงสร้าง – ตำแหน่งโครงสร้าง) จำนวน 16 ราย
1. นายสพล ชูทอง รอง ผอ. สพป.นครศรีธรรมราช เขต 3 ไปดำรงตำแหน่ง รอง ผอ. สพป.นครศรีธรรมราช เขต 1 2. นายอนัน สมาธิ รอง ผอ. สพป.พัทลุง เขต 2 ไปดำรงตำแหน่ง รอง ผอ. สพป.พัทลุง เขต 1 3. นายวิศิษฐ์ พิทักษ์ลาวัลย์ รอง ผอ.สพป.ปัตตานี เขต 3 ไปดำรงตำแหน่ง รอง ผอ. สพป.ปัตตานี เขต 1 4. นายพิศิทธิ์ แพงศรีนิธิศ รอง ผอ. สพป.นครปฐม เขต 2 ไปดำรงตำแหน่ง รอง ผอ. สพป.สมุทรสงคราม 5. นายชูฌาน พีรชัยเดโช รอง ผอ. สพป.นครปฐม เขต 2 ไปดำรงตำแหน่ง รอง ผอ. สพป.นนทบุรี เขต 2 6. นายพิษณุ ดิเรกกุล รองผอ. สพป.ยะลา เขต 2 ไปดำรงตำแหน่ง รอง ผอ. สพป.บุรีรัมย์ เขต 1 7. นายเริงศักดิ์ บุญเพิ่ม รอง ผอ. สพป.ยโสธร เขต 2 ไปดำรงตำแหน่ง รอง ผอ. สพป.อุบลราชธานี เขต 3 8. นายขวัญเรือน แสบงบาล รอง ผอ. สพป.อุบลราชธานี เขต 2 ไปดำรงตำแหน่ง รอง ผอ. สพป.อุบลราชธานี เขต 1 9. นายสุทธิรักษ์ จันปุ่ม รอง ผอ. สพป.นครพนม เขต 2 ไปดำรงตำแหน่ง รอง ผอ. สพป.นครพนม เขต 1 10. นายสุภาพ จันทร์สม รอง ผอ. สพป.มหาสารคาม เขต 2 ไปดำรงตำแหน่ง รอง ผอ. สพป.มหาสารคาม เขต 1 11. นายอุดม สายโท รอง ผอ. สพป.พิษณุโลก เขต 1 ไปดำรงตำแหน่ง รอง ผอ. สพป.พิษณุโลก เขต 2 12. นายไพบิน เชื่อนแก้ว รอง ผอ. สพป.อุตรดิตถ์ เขต 2 ไปดำรงตำแหน่ง รอง ผอ. สพป.อุตรดิตถ์ เขต 1 13. นายปฐมพงษ์ ดอกแก้ว รอง ผอ. สพป.แพร่ เขต 1 ไปดำรงตำแหน่ง รอง ผอ. สพป.แพร่ เขต 2 14. นายพัฒนพงศ์ พวงทอง รอง ผอ.สพป.เชียงใหม่ เขต 3 ไปดำรงตำแหน่ง รอง ผอ. สพป.เชียงใหม่ เขต 4 15. นายอัสรายุทธ ศรีใจอินทร์ รอง ผอ. สพป.น่าน เขต 2 ไปดำรงตำแหน่ง รอง ผอ. สพป.น่าน เขต 1 16. นายวุฒิภัทร จุมโสดา รอง ผอ. สพป.กาญจนบุรี เขต 3 ไปดำรงตำแหน่ง รอง ผอ. สพป.อุทัยธานี เขต 1

– กรณีย้ายสายงานเดียวกัน (ตำแหน่งเงื่อนไข – ตำแหน่งโครงสร้าง) จำนวน 61 ราย
1. นางสาวสมศรี เทพประชา รอง ผอ. สพป.ชุมพร เขต 1 2. นายวัตสัน สร้างดำรงคุณ รอง ผอ. สพป.นครศรีธรรมราช เขต 1 3. นายชัยยงค์ ตุลารักษ์ รอง ผอ. สพป.พังงา 4. นายอำนาจ สุทิน รอง ผอ. สพป.นครศรีธรรมราช เขต 4 ไปดำรงตำแหน่ง รอง ผอ. สพป.นครศรีธรรมราช เขต 1 5. นายสำเริง สุวรรณพงศ์ รอง ผอ. สพป.สุราษฎร์ธานี เขต 3 6. นางปราณี สุวรรณะ รอง ผอ. สพป.สงขลา เขต 3 ไปดำรงตำแหน่ง รอง ผอ. สพป.ปัตตานี เขต 2 7. นางชุลีกร ยิ้มสุด รอง ผอ. สพป.ตรัง เขต 2 8. นายประชา วุฒิวัฒนากูล รอง ผอ. สพป.นครปฐม เขต 2 9. นายสุรบัญชา วิชิตพันธ์ รอง ผอ. สพป.ปทุมธานี เขต 1 10. นางทัศนี แก้วทอง รอง ผอ. สพป.ชัยนาท 11. นางรัตนมารินทร์ สืบสายทองคำ รอง ผอ. สพป.ลพบุรี เขต 2 12. นายพงษ์กฤติย์ นามปพนอังกูร รอง ผอ. สพป.สุพรรณบุรี เขต 1 13. นางประภา สมาคม รอง ผอ. สพป.ฉะเชิงเทรา เขต 1 14. นายศิวะ ทาทราย รอง ผอ. สพป.ชลบุรี เขต 3 15. นายนิรันดร์ ช่วยเจริญ รอง ผอ. สพป.นครนายก 16. นางช่อชบา ชื่นบาน รอง ผอ. สพป.ระยอง เขต 1 17. นางปภาภรณ์ ศรีแทพย์ รอง ผอ. สพป.สมุทรปราการ เขต 1 18. นายสมาน คชกฤษ รอง ผอ. สพป.เพชรบุรี เขต 2 19. นายณรงค์ ชุณหะนันทน์ รอง ผอ. สพป.สิงห์บุรี ไปดำรงตำแหน่ง รอง ผอ. สพป.ลพบุรี เขต 1 20. นายเกษม พูลสงค์ รอง ผอ. สพป.สระบุรี เขต 1 21. นายสุนทรา หันชัยศรี รอง ผอ. สพป.กาฬสินธุ์ เขต 3 22. นายทินกร พันธุระ รอง ผอ. สพป.ขอนแก่น เขต 3 23. นายกิตติภพ เหลาไชย รอง ผอ. สพป.ขอนแก่น เขต 5 24. นายสุรศักดิ์ ฦาชา รอง ผอ. สพป.ชัยภูมิ เขต 1 25. นางสาวจุลนิต เณรสุวรรณ รอง ผอ. สพป.ชัยภูมิ เขต 2 26. นายอรรถกานต์ อรุณไพร รอง ผอ. สพป.นครพนม เขต 2 27. นายไพศาล ประทุมวงษ์ รอง ผอ. สพป.นครราชสีมา เขต 1

 

28. นายสุวรรณ จงรัตน์กลาง รอง ผอ. สพป.นครราชสีมา เขต 2 29. นายถวิล อรัญเวศ รอง ผอ. สพป.นครราชสีมา เขต 4 30. นายสุระศักดิ์ ฉายขุนทด รอง ผอ. สพป.นครราชสีมา เขต 5 31. นายศุภพงษา จันทรังษ์ รอง ผอ. สพป.นครราชสีมา เขต 6 32. นายสมศักดิ์ สุขสำโรง รอง ผอ. สพป.บุรีรัมย์ เขต 2 33. นายไพฑูรย์ อนุสัตย์ รอง ผอ. สพป.มหาสารคาม เขต 2 34. นายสิทธิชัย สมเดช รอง ผอ. สพป.มหาสารคาม เขต 3 35. นายสุขาติ พุทธลา รอง ผอ. สพป.ร้อยเอ็ด เขต 1 36. นายรังสฤษธิ์ บุญรอง รอง ผอ. สพป.ศรีสะเกษ เขต 1 37. นายฉลาด เดชธิสา รอง ผอ. สพป.สกลนคร เขต 1 38. นายชินพรรธน์ บรรณ์ติเจริญโชติ รอง ผอ. สพป.สกลนคร เขต 2 39. นางสุรางค์ คำมุข รอง ผอ. สพป.สกลนคร เขต 3 40. นายเปโส ขบวนดี รอง ผอ. สพป.สุรินทร์ เขต 1 41. นายณรงค์ กองสาลี รอง ผอ. สพป.สุรินทร์ เขต 2 42. นายวีรพล สารบรรณ รอง ผอ. สพป.หนองคาย เขต 1 43. นายสมาน บุญจะนะ รอง ผอ. สพป.อุดรานี เขต 2 44. นายสาญัณห์ รัตนดสภา รอง ผอ. สพป.อุบลราชธานี เขต 1 45. นายจรัญ หวานคำ รอง ผอ. สพป.อุบลราชธานี เขต 2 46. นางสาวจุฑารัตน์ ตระกูลชัย รอง ผอ. สพป.กำแพงเพชร เขต 2 47. นายกฤษฎ์อธิป ชุตินธรากร รอง ผอ. สพป.กำแพงเพชร เขต 2 48. นางไปรผดา โปติบุตร รอง ผอ. สพป. เชียงใหม่ เขต 4 49. นายพิฑูรย์ ปัญญาศรี รอง ผอ. สพป.เชียงใหม่ เขต 6 50. นายสมโภชน์ ศรีชะนา รอง ผอ. สพป.เชียงใหม่ เขต 2 ไปดำรงตำแหน่ง รอง ผอ. สพป.เชียงใหม่ เขต 5 51. นายปริญญา ณ วันจันทร์ รอง ผอ. สพป.เชียงราย เขต 1 52. นายสมดุล เจริญสุข รอง ผอ. สพป.เชียงราย เขต 4 53. ว่าที่ พ.ต.สุรเดช รอดจินดา รอง ผอ. สพป.น่าน เขต 1 54. นายประสิทธิ์ ชาวแหลง รอง ผอ. สพป.น่าน เขต 1 55. นายสมบูรณ์ เกียรติบัณฑิต รอง ผอ. สพป.เพชรบูรณ์ เขต 1 56. นายสัมพันธ์ จิตรธร รอง ผอ. สพป.สุโขทัย เขต 2 57. นายเชษฐ์ ไทยปิยะ รอง ผอ. สพป.อุตรดิตถ์ เขต 1 58. นายสุรพล เพ็งน้อย รอง ผอ. สพป.นครสวรรค์ เขต 1 59. นายสมใจนึก เทียนสันต์ รอง ผอ.สพป.นครสวรรค์ เขต 2 60. นายกิตติพัทธ์ กุนทอง รอง ผอ. สพป.นครสวรรค์ เขต 3 61. นายพิษณุ เส็งพานิช รอง ผอ. สพป.พิจิตร เขต 1

 

– กรณีย้ายสายงานเดียวกัน (ตำแหน่งเงื่อนไข – ตำแหน่งเงื่อนไข) 9 ราย
1. นายศรีรัตน์ รัตนราศรี รอง ผอ. สพป.พระนครศรีอยุธยา เขต 1 ไปดำรงตำแหน่ง รอง ผอ. สพป.อ่างทอง 2. นายคูณ พุดซ้อน รอง ผอ. สพป.บึงกาฬ ไปดำรงตำแหน่ง รอง ผอ. สพป.สระบุรี เขต 1 3. นายวัชระ ขันธสมบัติ รอง ผอ. สพป.นครราชสีมา เขต 2 ไปดำรงตำแหน่ง รอง ผอ. สพป.นครราชสีมา เขต 1 4. นายวินิจ วงศ์ทอง รอง ผอ. สพป.ยโสธร เขต 1 ไปดำรงตำแหน่ง รอง ผอ. สพป.ยโสธร เขต 2 5. นายสุภชัย ปุริสาย รอง ผอ. สพป.ยโสธร เขต 1 ไปดำรงตำแหน่ง รอง ผอ. สพป.ร้อยเอ็ด เขต 1 6. นายบุญถิ่น มหาสาโร รอง ผอ. สพป.สุรินทร์ เขต 1 ไปดำรงตำแหน่ง รอง ผอ. สพป.ร้อยเอ็ด เขต 1 7. นายเสนอ แสนคำ รอง ผอ. สพป.สุรินทร์ เขต 3 ไปดำรงตำแหน่ง รอง ผอ. สพป.ร้อยเอ็ด เขต 1 8. นายเดช อนากาศ รอง ผอ. สพป.เชียงใหม่ เขต 6 ไปดำรงตำแหน่ง รอง ผอ. สพป.เชียงใหม่ เขต 4 9. ว่าที่ ร.อ.ไพบูลย์ ยกให้ รอง ผอ. สพป.สุโขทัย เขต 2 ไปดำรงตำแหน่ง รอง ผอ. สพป.พิจิตร เขต 1
2) สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา จำนวน 24 ราย
– กรณีย้ายต่างสายงาน (ตำแหน่งโครงสร้าง – ตำแหน่งโครงสร้าง) 1 ราย
1. นายอารมณ์ บ้านใหม่ รอง ผอ. สพม.เขต 2 ไปดำรงตำแหน่ง รอง ผอ. สพป.เชียงใหม่ เขต 2
– กรณีย้ายต่างสายงาน (ตำแหน่งเงื่อนไข – ตำแหน่งเงื่อนไข) 2 ราย
1. นางปาณิสรา สุทนต์ รอง ผอ. สพม.เขต 31 ไปดำรงตำแหน่ง รอง ผอ. สพป.นครราชสีมา เขต 1 2. นายไพโรจน์ วิเศษ รอง ผอ. สพม.เขต 35 ไปดำรงตำแหน่ง รอง ผอ. สพป.ลำปาง เขต 2
– กรณีย้ายสายงานเดียวกัน (ตำแหน่งโครงสร้าง – ตำแหน่งโครงสร้าง) 1 ราย
1. นายเฉิดพันธุ์ ไชยเพ็ญ รอง ผอ. สพม.เขต 35 ไปดำรงตำแหน่ง รอง ผอ. สพม.เขต 34
– กรณีย้ายสายงานเดียวกัน (ตำแหน่งเงื่อนไข – ตำแหน่งโครงสร้าง) 9 ราย
1. นายกรุณพล พราหมเภทย์ รอง ผอ. สพม.เขต 13 ไปดำรงตำแหน่ง รอง ผอ. สพม.เขต 13

 

2. นายสิทธิชัย เวศสุวรรณ รอง ผอ. สพม.เขต 6 ไปดำรงตำแหน่ง รอง ผอ. สพม.เขต 6 3. นายชนวรรธฎ์ พรหมประสาธน์ รอง ผอ. สพม.เขต 4 ไปดำรงตำแหน่ง รอง ผอ. สพม.เขต 4 4. นายชูเกียรติ บุญรอด รอง ผอ. สพม.เขต 5 ไปดำรงตำแหน่ง รอง ผอ. สพม.เขต 5 5. นางมลิวัลย์ เจริญสว่าง รอง ผอ. สพม.เขต 18 ไปดำรงตำแหน่ง รอง ผอ. สพม.เขต 18 6. นายรชต ภูพานเพชร รอง ผอ. สพม.เขต 24 ไปดำรงตำแหน่ง รอง ผอ. สพม.เขต 24 7. นายเกียรติศักดิ์ หอมพิกุล รอง ผอ. สพม.เขต 25 ไปดำรงตำแหน่ง รอง ผอ. สพม.เขต 25 8. นายกฤษ ละมูลมอญ รอง ผอ. สพม.เขต 33 ไปดำรงตำแหน่ง รอง ผอ. สพม.เขต 33 9. นางวิลาวัณย์ ไชยธรรม รอง ผอ. สพม.เขต 37 ไปดำรงตำแหน่ง รอง ผอ. สพม.เขต 37
– กรณีย้ายสายงานเดียวกัน (ตำแหน่งเงื่อนไข – ตำแหน่งเงื่อนไข) 1 ราย
1. นางเบญจมาศ ฦาชา รอง ผอ. สพม.เขต 26 ไปดำรงตำแหน่ง รอง ผอ. สพม.เขต 25
– กรณีย้ายต่างสายงาน (โครงสร้าง – โครงสร้าง) 4 ราย
1. นายนิกูล ประทีปพิชัย รอง ผอ. สพป.เพชรบุรี เขต 2 ไปดำรงตำแหน่ง รอง ผอ. สพม.เขต 10 2. นายอิทธิพัทธิ์ อรรคสาร รอง ผอ. สพป.กาฬสินธุ์ เขต 1 ไปดำรงตำแหน่ง รอง ผอ. สพม.เขต 22 3. นายสุทธิดล พุทธรักษ์ รอง ผอ. สพป.พิษณุโลก เขต 3 ไปดำรงตำแหน่ง รอง ผอ. สพม.เขต 39 4. นายประทาน หาดยาว รอง ผอ. สพป.เพชรบูรณ์ เขต 1 ไปดำรงตำแหน่ง รอง ผอ. สพม.เขต 40
– กรณีย้ายต่างสายงาน (เงื่อนไข – โครงสร้าง) 2 ราย
1. นางณภัทรภัค ธัญญวนิชกุล รอง ผอ. สพป.กรุงเทพมหานคร ไปดำรงตำแหน่ง รอง ผอ. สพม.เขต 1 2. นายเจริญชัย กิตติพีรเดช รอง ผอ. สพป.ลำปาง เขต 1 ไปดำรงตำแหน่ง รอง ผอ. สพม.เขต 35
– กรณีย้ายต่างสายงาน (เงื่อนไข – เงื่อนไข) 4 ราย
1. นายภาณุวัชร แก้วลำหัด รอง ผอ. สพป.พัทลุง เขต 1 ไปดำรงตำแหน่ง รอง ผอ. สพม.เขต 12 2. นายฉัตรชัย น่วมโพธิ์ รอง ผอ. สพป.สระบุรี เขต 2 ไปดำรงตำแหน่ง รอง ผอ. สพม.เขต 3 3. นายศิริพงษ์ พาดี รอง ผอ. สพป.สกลนคร เขต 3 ไปดำรงตำแหน่ง รอง ผอ. สพม.เขต 23 4. นางสุพร สามัตถิยะ รอง ผอ. สพป.ยโสธร เขต 1 ไปดำรงตำแหน่ง รอง ผอ. สพม.เขต 28

เตือน!!เล่นมือถือก่อนนอน เสี่ยงเบาหวาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/321839

เตือน!!เล่นมือถือก่อนนอน เสี่ยงเบาหวาน

แพทย์หญิงพรรณพิมล,เล่นมือถือก่อนนอน,เสี่ยงสุขภาพไม่ดี,เบาหวาน,ความดันโลหิตสูง

โฆษกสธ. เตือนเล่นมือถือก่อนนอน ทำให้นอนไม่หลับ พักผ่อนไม่เพียงพอ เสี่ยงเกิดโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง แนะงดใช้มือถือก่อนเข้านอนอย่างน้อย 1 ชั่วโมง

       เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2561 – พญ.พรรณพิมล วิปุลากร รองปลัดกระทรวงสาธารณสุขและโฆษกกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่าการเล่นโทรศัพท์ก่อนนอน กลายเป็นกิจกรรมที่หลายคนชอบทำ

        ทั้งนี้ หน้าจอโทรศัพท์มีแสงสีฟ้า หรือblue lightที่ส่งผลกระทบในการผลิตสารเมลาโทนิน (Melatonin)ซึ่งเป็นสารที่ควบคุมการหลับและการตื่น

เตือน!!เล่นมือถือก่อนนอน เสี่ยงเบาหวาน

พญ.พรรณพิมล  วิปุลากร

       ดังนั้นการเล่นโทรศัพท์ก่อนนอนมากกว่า 2 ชั่วโมงจะส่งผลให้เกิดการนอนไม่หลับ หรือหลับไม่สนิทได้ เนื่องจากการได้รับแสงสีฟ้าในเวลากลางคืนจะทำให้สมองคิดว่าตอนนี้เป็นเวลากลางวัน ทำให้นอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ นอกจากนี้ยังส่งผลกระทบต่อสายตาอีกด้วย

เตือน!!เล่นมือถือก่อนนอน เสี่ยงเบาหวาน

           แพทย์หญิงพรรณพิมล  กล่าวต่อว่า  สิ่งที่อาจตามมาหลังจากนอนไม่หลับหรือพักผ่อนไม่เพียงพอ คือ ร่างกายอ่อนล้าในตอนกลางวัน ระบบความจำมีปัญหา ทำให้เรียนหรือทำงานขาดประสิทธิภาพ

 

 

“และเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุอันเป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของตนเองและผู้อื่นด้วย เช่น การวูบหลับในขณะใช้รถใช้ถนน หรือใช้เครื่องจักรนอกจากนี้ยังทำให้ระบบเผาผลาญของร่างกายทำงานไม่เต็มที่ อาจเกิดโรคเบาหวาน โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง หรือเกิดภาวะอ้วนตามมารวมถึงเสี่ยงในการใช้สารเสพติดหรือแอลกอฮอล์เพื่อช่วยในการนอนหลับอีกด้วย” แพทย์หญิงพรรณพิมล  กล่าว

 

เตือน!!เล่นมือถือก่อนนอน เสี่ยงเบาหวาน

แพทย์หญิงพรรณพิมล  กล่าวอีกว่า ดังนั้น เพื่อสุขภาพที่ดีควรงดเล่นมือถือก่อนเข้านอนอย่างน้อย1ชั่วโมง เพื่อให้ร่างกายได้ปรับการทำงานของดวงตาเข้าสู่การพักผ่อน หากมีความจำเป็นที่จะต้องใช้งานมือถือควรใช้อุปกรณ์ที่สามารถป้องกันแสงสีฟ้า เช่น แผ่นกรองแสงถนอมสายตาจากแสงสีฟ้า หรือแอพพลิเคชั่นNight Shiftที่ช่วยตัดแสงสีฟ้า เป็นต้นเพื่อถนอมสายตาและทำให้นอนหลับได้ดีขึ้น

จุฬาฯ ลั่น! เป็นต้นแบบ “มหาวิทยาลัย4.0”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/321810

จุฬาฯ ลั่น! เป็นต้นแบบ “มหาวิทยาลัย4.0”

40,วิชาการ,จุฬาฯ,อีอีซี,รับใช้สังคม,สร้างคน,ศดรบัณฑิต เอื้ออาภรณ์,อธิการบดีจุฬาฯ,่ บิ๊กตู่,พลอประยุทธ์  จันทร์โอชา,9 เมษายน 2561,นวัตกรรม,เป็นมิตรสิ่งแวดล้อม

“ศ.ดร.บัณฑิต”ลั่นจุฬาฯพร้อมเป็นต้นแบบการปรับเปลี่ยนสู่ “มหาวิทยาลัย 4.0 “เน้นเรียนรู้เชิงลึก-กว้างในฐานะ”เรือธง”ทางวิชาการ รับใช้สังค ดัน 3 แผนรองรับ

        ควันหลงเมื่อครั้ง”บิ๊กตู่”พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในโอกาสที่มาแสดงปาฐกถาพิเศษ และเยี่ยมชมผลงานของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2561

 

ศ.ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  เปิดเผย ถึงแผนงานที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้เสนอต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในโอกาสที่มาแสดงปาฐกถาพิเศษ และเยี่ยมชมผลงานของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 9 เมษายนที่ผ่านมา ทั้งนี้แผนงานดังกล่าวประกอบด้วย

แผนแรก การจัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีเพื่ออุตสาหกรรม (University Technology Center) เพื่อเป็นกลไกในการร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรม ในการสร้างคนและสร้างเทคโนโลยี เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทย

ประกอบด้วย ศูนย์วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีด้านปัญญาประดิษฐ์ และหุ่นยนต์ (Artificial Intelligence & Robotics) และด้านวิศวกรรม ชีวเวช (Biomedical Engineering) เพื่อวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีที่เสริมสร้างความแข็งแกร่งของประเทศ ผ่านความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรมและมหาวิทยาลัยนานาชาติ

ไม่เพียงเท่านั้น ยังต้องเร่งวิจัยและพัฒนาร่วมกับภาคอุตสาหกรรมและถ่ายทอดเทคโนโลยีให้แก่ผู้ประกอบการไทย เสริมสร้างความแข็งแกร่งให้วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME )

 

 

แผน 2 ขยายความร่วมมือระหว่างจุฬาฯ กับภาคเอกชน นักลงทุนอิสระและองค์กรทั้งใน และต่างประเทศ เพื่อเชื่อมโยงและขยายผลการดำเนินการของเมืองนวัตกรรมแห่งสยาม (Siam Innovation District) ซึ่งตั้งอยู่ที่อาคารสยามสแควร์วัน เพื่อสร้างนวัตกรรมและผลผลิต นำมาสู่การสร้างเสริมสังคมไทยสู่วิถีไทยในการใช้ชีวิตการเรียนรู้และความคิดที่สร้างสรรค์

โดยมีเป้าหมายในการสร้างมูลค่าจากนวัตกรรมไทยไม่ต่ำกว่า 10,000 ล้านบาท ภายในระยะเวลา 5 ปี ซึ่งจะต้องใช้งบประมาณในการดำเนินการจำนวน 200 ล้านบาทต่อปี

แผน3 จุฬาฯ จะร่วมมือกับโรงพยาบาลสวนเบญจกิติเฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา (โรงพยาบาลยาสูบ) โดยเน้นการดูแลรักษาผู้สูงอายุร่วมกับชุมชน ควบคู่กับการวิจัยและพัฒนาซึ่ง ก่อให้เกิดความก้าวหน้าในการรักษาโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง

พร้อมทั้งต่อยอดไปสู่การเป็นพื้นที่เพื่อการศึกษา สำหรับบุคลากรการแพทย์ พยาบาล และสาธารณสุขในอนาคต

   “จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยพร้อมเป็นต้นแบบของการปรับเปลี่ยนสู่มหาวิทยาลัย 4.0 ที่เน้นการเรียนรู้เชิงลึกและกว้าง เพื่อตอบโจทย์สังคม พร้อมที่จะร่วมพัฒนาระบบเศรษฐกิจและสังคม ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและเป็นมิตรกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมบ่มเพาะนักเรียนและนิสิต ให้พร้อมเป็นพลเมืองคุณภาพ”ศ.ดร.บัณฑิต กล่าว

 

      อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  ยังกล่าวย้ำอีกว่า หากเมื่อใดก็ตามที่ประเทศชาติต้องการความช่วยเหลือ จุฬาฯ มุ่งมั่นที่จะมีบทบาทเชิงรุกในฐานะ “เรือธง” ทางวิชาการ พร้อมทำหน้าที่ในการรับใช้สังคม เพื่อสร้างคน รองรับโครงการพัฒนาระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และสร้างเทคโนโลยีให้ประเทศ

เฮ!! ผู้สูงวัย ได้บรรจุงานเกือบ 900 ราย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/321679

เฮ!! ผู้สูงวัย ได้บรรจุงานเกือบ 900 ราย

ผู้สูงวัย,ตำแหน่งงาน,กกจ,เกือบ900ราย,นายอนุรักษ์ ทศรัตน์,6เดือน

กกจ.หนุนการจ้างงานผู้สูงวัยผ่าน”กิจกรรม 1 อำเภอ 1 ภูมิปัญญา” ระบุรอบ6 เดือนผู้สูงวัย ได้บรรจุงานแล้วเกือบ 900 ราย แต่ยังมีตำแหน่งงานว่างผู้สูงวัยอีก 1,435 อัตรา

         เมื่อวันที่ 17 เมษายน  2561- นายอนุรักษ์ ทศรัตน์ อธิบดีกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า พลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน

         ให้ความสำคัญกับการหางานให้ผู้สูงอายุ โดยได้มอบหมายให้กรมการจัดหางานสำรวจตำแหน่งงานว่างจากนายจ้าง/สถานประกอบการเพื่อจัดหางานให้กับผู้สูงอายุ ซึ่งในปีงบประมาณ 2561 กรมการจัดหางานได้จัดโครงการส่งเสริมการจ้างงานผู้สูงอายุในอาชีพที่เหมาะสมกับวัยและประสบการณ์ ประกอบด้วย 2 กิจกรรมคือ 1. กิจกรรม 1 อำเภอ 1 ภูมิปัญญา ภายใต้การดำเนินงาน “ผู้ทรงอายุทรงคุณค่า สร้างภูมิปัญญา เพื่อไทยนิยมยั่งยืน”

เฮ!! ผู้สูงวัย ได้บรรจุงานเกือบ 900 ราย

        โดยจะจ้างงานผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปที่มีความรู้ มีภูมิปัญญาท้องถิ่นในสาขาต่าง ๆ มาถ่ายทอดความรู้ให้คนในชุมชน เพื่อนำความรู้ไปถ่ายทอดและประกอบอาชีพต่อไป เป้าหมายผู้สูงอายุได้รับการจ้างงาน 150 คน กำหนดดำเนินการใน 11 จังหวัดนำร่องคือ นนทบุรี สมุทรปราการ สุพรรณบุรี นครราชสีมา บุรีรัมย์ อุบลราชธานี ขอนแก่น เชียงราย นครสวรรค์ นครศรีธรรมราช และสงขลา

         2. กิจกรรมส่งเสริมการมีงานทำของผู้สูงอายุในอุตสาหกรรมบริการและการท่องเที่ยว เป้าหมายคือผู้สูงอายุที่ต้องการทำงานทั้งแบบเต็มเวลาและบางช่วงเวลา จำนวน 1,200 คน

เฮ!! ผู้สูงวัย ได้บรรจุงานเกือบ 900 ราย

         โดยในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา (ตุลาคม 2560 – มีนาคม 2561) กรมการจัดหางานได้จัดหาตำแหน่งงานว่างรองรับผู้สูงอายุ 1,435 อัตรา มีผู้สูงอายุมาใช้บริการ 2,037 คน ได้รับการบรรจุงานแล้วจำนวน 869 คน

เฮ!! ผู้สูงวัย ได้บรรจุงานเกือบ 900 ราย

เฮ!! ผู้สูงวัย ได้บรรจุงานเกือบ 900 ราย

          ในจำนวนนี้แยกเป็นแรงงานด้านการผลิตมากที่สุด 225 คน รองลงมาเป็น แม่บ้าน 131 คน พนักงานดูแลความปลอดภัย 113 คน ผู้ประกอบวิชาชีพด้านการสอนอื่นๆ 56 คน และเสมียนพนักงานทั่วไป 26 คน ตามลำดับ

        ในส่วนของภาครัฐได้มีการจ้างงานผู้สูงอายุตั้งแต่ 60 – 75 ปี ใน 20 หน่วยงานของกรมการจัดหางานเพื่อเป็นต้นแบบในการจ้างงานผู้สูงอายุ จำนวน 20 ราย ระยะเวลาทำงาน 144 วันๆ ละ 3 ชั่วโมง ค่าตอบแทน 250 บาทต่อชั่วโมง มีรายได้ 108,000 บาทต่อคน

เฮ!! ผู้สูงวัย ได้บรรจุงานเกือบ 900 ราย

         นอกจากนี้ยังส่งเสริมการจ้างงานให้กับผู้เกษียณอายุราชการและผู้เกษียณอายุจากรัฐวิสาหกิจอีกด้วย ซึ่งในปี 2561 (ตุลาคม 2560-มีนาคม 2561) มีผู้เกษียณอายุได้รับการบรรจุงาน 14 คน ประกอบอาชีพอิสระ 51 คน

เฮ!! ผู้สูงวัย ได้บรรจุงานเกือบ 900 ราย

          นายอนุรักษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า หากผู้สูงอายุคนใดสนใจสามารถติดต่อได้ที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัด สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-10 หรือที่ศูนย์บริการจัดหางานเพื่อคนไทย (Smart Job center) อาคาร 3 ชั้น ด้านหน้ากระทรวงแรงงาน ถ.มิตรไมตรี เขตดินแดง กรุงเทพฯ หรือสมัครได้ทางเว็บไซต์ http://www.doe.go.th/elderly หรือโทร.สายด่วนกระทรวงแรงงาน 1506 กด 2 กรมการจัดหางาน

คุมเข้มกม.!! ช่วงสงกรานต์ ลดตายได้ร้อยละ 6

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/321513

คุมเข้มกม.!! ช่วงสงกรานต์ ลดตายได้ร้อยละ 6

อุบัติเหตุ,นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์,ดื่มแล้วขับ,เมาไม่ขับ,เชียงใหม่,ลดตายได้ร้อยละ 6,86,คุมเข้มกฏหมาย

สธ.เผยผลการบังคับใช้กฎหมายเข้มงวดช่วงสงกรานต์ ช่วยลดผู้เสียชีวิตได้ร้อยละ 6 ระบุ 4 วัน เกิดอุบัติเหตุ สะสม 2,449 ครั้ง ตาย 248 รายรุกเข้มเมาไม่ขับ-ไม่ขับรถเร็ว

          นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะประธานแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2561 กล่าวว่า สถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 14 เมษายน 2561 ซึ่งเป็นวันที่สี่ของการรณรงค์“ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร”เกิดอุบัติเหตุ 603 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 57 ราย ผู้บาดเจ็บที่นอนพักรักษาในโรงพยาบาล 626 คน

 

คุมเข้มกม.!! ช่วงสงกรานต์ ลดตายได้ร้อยละ 6

 นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์

สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 43.62 ขับรถเร็ว ร้อยละ 25.70 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด คือ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 79.58 ส่วนใหญ่เกิดในเส้นทางตรง ร้อยละ 65.17 บนถนนใน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 43.62 ถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 32.84ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงเวลา 16.01–20.00 น. ร้อยละ 30.68 ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุดอยู่ในช่วงอายุ 50 ปีขึ้นไปร้อยละ 22.11

ทั้งนี้ ได้จัดตั้งจุดตรวจหลัก 2,030 จุด เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 65,491 คน เรียกตรวจยานพาหนะ 858,520 คัน มีผู้ถูกดำเนินคดี รวม 181,692 ราย มีความผิดฐานไม่สวมหมวกนิรภัย 50,603 ราย ไม่มีใบขับขี่ 48,061 ราย

 

โดยจังหวัดเชียงใหม่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด 34 ครั้ง และมีผู้บาดเจ็บสูงสุด 39 คน จังหวัด นครราชสีมามีผู้เสียชีวิตสูงสุด 9 รายสรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสม 4 วัน (11–14 เมษายน 2561) เกิดอุบัติเหตุรวม 1,846 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 248 ราย ผู้บาดเจ็บที่นอนพักรักษาในโรงพยาบาล2,557 คน

 

 

คุมเข้มกม.!! ช่วงสงกรานต์ ลดตายได้ร้อยละ 6

ทั้งนี้พบว่าจังหวัดเชียงใหม่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด 99 ครั้ง และมีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด 109 คน ส่วนจังหวัดนครราชสีมามีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด 17 ราย

 

 

คุมเข้มกม.!! ช่วงสงกรานต์ ลดตายได้ร้อยละ 6

ส่วนผลการบังคับใช้กฎหมายเข้มข้นของ 3หน่วยงาน ได้แก่ ตำรวจ กรมการขนส่งทางบก และกระทรวงสาธารณสุข ช่วงฉลองเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 13-14 เมษายน 2561 ช่วยลดจำนวนผู้เสียชีวิตลงได้ร้อยละ 6 จาก 152 รายในปี 2560 ลดเหลือ 143 ราย

โดยตำรวจได้กวดขันบังคับใช้กฎหมายเรื่องดื่มแล้วขับ เพิ่มขึ้นร้อยละ 43 ตรวจจับรถขับเร็วเพิ่มขึ้นร้อยละ 42 ส่วนกรมขนส่งทางบกได้เข้มงวดรถสาธารณะมากขึ้น มีการตรวจระดับแอลกอฮอล์ในลมหายใจ 14,878 คน ไม่พบผู้ขับขี่รถมีปริมาณแอลกอฮอล์

 

ในส่วนของกระทรวงสาธารณสุข ได้ส่งทีมออกตรวจเตือนและตรวจจับตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2561 สุ่มตรวจที่ปั๊มน้ำมัน ร้านสะดวกซื้อ สถานีขนส่ง ร้านอาหาร 1,068 แห่ง ทั่วประเทศ พบการกระทำผิด 260 แห่ง ส่วนใหญ่เป็นเรื่องโฆษณา ดื่มในที่ห้ามดื่ม ขายในช่วงเวลาห้ามขาย

 

 

คุมเข้มกม.!! ช่วงสงกรานต์ ลดตายได้ร้อยละ 6

 

 

คุมเข้มกม.!! ช่วงสงกรานต์ ลดตายได้ร้อยละ 6

 

 

คุมเข้มกม.!! ช่วงสงกรานต์ ลดตายได้ร้อยละ 6

“ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการทำงานต่อเนื่อง ส่วนผู้ที่ยังฉลองอยู่ให้ฉลองอย่างปลอดภัย ระมัดระวังการเจ็บป่วยจากอากาศร้อนจัด โดยเฉพาะผู้มีโรคประจำตัว ส่วนผู้ที่ทยอยเดินทางกลับขอให้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ดื่มไม่ขับ ขับรถไม่เร็ว ง่วงให้พัก”นายแพทย์โอภาส กล่าว