สธ.เตือน!! ผู้ขับรถทางไกล ระวังหลับใน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/321511

สธ.เตือน!! ผู้ขับรถทางไกล ระวังหลับใน

หลับใน,นอนพัก,ขับรถ,สงกรานต์,นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์,กระทรวงสาธารณสุข

 สธ.เตือนผู้ขับรถทางไกลระวังหลับใน แนะนอนพักให้เต็มที่ งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กำชับรพ.ในเส้นทางหลักจาก 4 ภาคพร้อมรองรับเหตุฉุกเฉินในช่วงกลับจากฉลองสงกรานต์

         นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข และโฆษกกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า เมื่อวานนี้ (15 เมษายน 2561) ประชาชนเริ่มทยอยเดินทางกลับจากภูมิลำเนาและแหล่งท่องเที่ยว หลังหยุดยาวฉลองเทศกาลสงกรานต์ กระทรวงสาธารณสุขได้สั่งการให้โรงพยาบาลในเส้นทางหลักจาก4 ภาคจัดเตรียมกำลังแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ หน่วยแพทย์ฉุกเฉิน รองรับเหตุฉุกเฉินในช่วงการเดินทางกลับของประชาชนอย่างเต็มที่ตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อลดความสูญเสียให้มีน้อยที่สุด

สธ.เตือน!! ผู้ขับรถทางไกล ระวังหลับใน

นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์

         ทั้งนี้ อุบัติเหตุในช่วงขากลับ ที่พบได้บ่อยและต้องระมัดระวัง คือ คนขับหลับในจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องขับรถในระยะทางไกลๆ ดังนั้น ก่อนเดินทางผู้ขับรถต้องนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ7-9 ชั่วโมง หาเพื่อนร่วมทางพูดคุย ผลัดกันขับรถ หยุดพักรถทุกๆ150 กิโลเมตรหรือทุก2 ชั่วโมง แม้ว่าจะยังไม่รู้สึกเหนื่อย หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ รวมทั้งหลีกเลี่ยงการรับประทานยาที่ทำให้ง่วงซึมเมื่อรู้สึกง่วงล้า อย่าฝืนขับให้เปลี่ยนคนขับหรือแวะจอดรถในที่ปลอดภัยและงีบหลับประมาณ 15นาทีก็จะช่วยได้

 

โฆษกกระทรวงสาธารณสุข  กล่าวอีกว่า สำหรับสัญญาณเตือนของอาการง่วงขณะขับรถ มี 8 ประการ ได้แก่ 1.หาวบ่อยและหาวต่อเนื่อง2.ใจลอยไม่มีสมาธิ3.เหนื่อยล้า หงุดหงิดกระวนกระวาย4.จำไม่ได้ว่าขับรถผ่านอะไรมา

“ประจิน”เดินหน้า 6 ภารกิจ ลดเหลื่อมล้ำการศึกษา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/321268

“ประจิน”เดินหน้า 6 ภารกิจ ลดเหลื่อมล้ำการศึกษา

ครูสอนดี,สสต,ประจิน  จั่นตอง,รองนายกฯ,เดินหน้า 6 ภารกิจ,ลดความเหลื่อมล้ำ,โอกาสทางการศึกษา

“รองนายกฯ ประจิน” ประกาศเดินหน้า 6 ภารกิจสำคัญ หวังลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา พร้อมถ่ายโอนสสค.รองรับภารกิจกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ตามรัฐธรรมนูณ 2560

         พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี  กล่าวถึงความก้าวหน้าในการปฏิรูปการศึกษาของรัฐบาลตามแนวทางของรัฐธรรมนูญ 2560 ว่าเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาสภานิติบัญญัติแห่งชาติได้ผ่านร่างพระราชบัญญัติกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาเพื่อเด็กและเยาวชน ในวาระที่3เพื่อประกาศใช้เป็นกฎหมาย โดยมีเป้าหมายการดำเนินการของกองทุนฯ ภายใน 10 ปีข้างหน้า

"ประจิน"เดินหน้า 6 ภารกิจ ลดเหลื่อมล้ำการศึกษา

"ประจิน"เดินหน้า 6 ภารกิจ ลดเหลื่อมล้ำการศึกษา

           ดังนี้(1)เด็กเล็กในครอบครัวยากจนได้รับการดูแล กระตุ้นและส่งเสริมพัฒนาการ(2)ขจัดปัญหาเด็กเยาวชนนอกระบบการศึกษา จำนวนกว่า670,000คน(3)ขจัดปัญหาเด็กเยาวชนหลุดออกจากระบบการศึกษา

"ประจิน"เดินหน้า 6 ภารกิจ ลดเหลื่อมล้ำการศึกษา

           (4)ลดความเหลื่อมล้ำโอกาสในการศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาและอาชีวศึกษา รวมถึงให้การส่งเสริม สนับสนุน และให้ความช่วยเหลือผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์และผู้ด้อยโอกาสให้ได้รับการศึกษาหรือพัฒนา เพื่อให้มีความรู้ความสามารถในการประกอบอาชีพตามความถนัดและศักยภาพของตน(5) ครูที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ห่างไกลและครูผู้สอนนักเรียนยากจนด้อยโอกาส และ(6)ประกันโอกาสทางการศึกษา คุณภาพการเรียนรู้และคุณภาพชีวิต

"ประจิน"เดินหน้า 6 ภารกิจ ลดเหลื่อมล้ำการศึกษา

          “รัฐบาลมีความตั้งใจที่จะแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางคุณภาพทางการศึกษาเพื่อให้เด็กและเยาวชนที่ขาดโอกาสจากที่ติดลบมาอยู่ในจุดเริ่มต้นและต้นทุนที่เท่ากับเด็กทั่วไป ในฐานะที่เป็นผู้แทนรัฐบาลที่นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ดูกองทุนนี้จะรับไปผลักดันให้มีงบประมาณที่เพียงพอตามเจตนารมณ์ของกรรมาธิการ” รองนายกรัฐมนตรี กล่าว

"ประจิน"เดินหน้า 6 ภารกิจ ลดเหลื่อมล้ำการศึกษา

          นอกจากนี้ ในการประชุมคณะกรรมการกองทุนส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน ที่มี พล.อ.อ.ประจิน  จั่นตอง  รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ที่ผ่านมา ที่ประชุมเห็นชอบในหลักการของคณะทำงานจัดทำแผนการถ่ายโอน สสค. เป็นสำนักงานกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา

"ประจิน"เดินหน้า 6 ภารกิจ ลดเหลื่อมล้ำการศึกษา

"ประจิน"เดินหน้า 6 ภารกิจ ลดเหลื่อมล้ำการศึกษา

"ประจิน"เดินหน้า 6 ภารกิจ ลดเหลื่อมล้ำการศึกษา

           โดยให้คณะกรรมการ สสค. ทำหน้าที่เป็นคณะกรรมการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาฯ ในช่วงเปลี่ยนผ่าน เพื่อให้มีความพร้อมในการปฏิบัติตามกฎหมายทันทีตามกรอบเวลา โดยที่ประชุมมอบหมายให้ฝ่ายเลขานุการรวบรวมข้อมูลเพื่อนำเสนอการเตรียมความพร้อมดำเนินงานในที่ประชุมครั้งต่อไป

พาน้องกลับบ้าน ปลอดภัย อุ่นใจ ช่วงสงกรานต์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/321329

พาน้องกลับบ้าน ปลอดภัย อุ่นใจ ช่วงสงกรานต์

คลีนิคช่างฯ,ตรวจสภาพรถฟรี,สงกรานต์,อธิบดีกพร

กพร. เที่ยวสงกรานต์ปลอดภัย อุ่นใจก่อนเดินทาง ด้วยคลินิกช่างฯ ให้บริการตรวจเช็คสภาพรถยนต์ รถจักรยานยนต์ ฟรี ทุกจุดบริการ ทั่วประเทศ

           นายสุทธิ  สุโกศล อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (กพร.) กระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า ช่วงเวลานี้เป็นช่วงเทศกาลสงกรานต์ หรือปีใหม่ไทย ช่วงวันหยุดยาวที่มีประชาชนจำนวนมากใช้รถใช้ถนนเดินทางกลับภูมิลำเนา และเดินทางไปท่องเที่ยวเพื่อพักผ่อนกัน การมีสติและไม่ประมาทในการขับขี่รถ ทั้งรถยนต์ และจักรยานยนต์ เป็นสิ่งที่ผู้ขับขี่จะต้องระลึกถึงเสมอ

“แต่เรื่องความพร้อมการใช้งานของสภาพรถ รวมไปถึงศึกษาเส้นทางการขับขี่ในขณะที่เดินทางไกล รู้เรื่องกฎหมายการจราจร เป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่กำลังจะมาถึงด้วยความห่วงใย และปรารถนาให้ประชาชนได้เดินทางอย่างปลอดภัยช่วงเทศกาล ทั้งนี้เป็นไปตามข้อกำชับด้านความปลอดภัยของพลตำรวจเอก อดุลย์  แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน”นายสุทธิ  กล่าว

นายสุทธิ กล่าวต่อไปว่า มีวิธีแนะนำตรวจรถเบื้องต้น 5 วิธี ที่ช่วยให้เดินทางปลอดภัย ได้แก่
1. เช็คเส้นทางให้พร้อม เนื่องจากเส้นทางแต่ละสายย่อมแตกต่างกัน ด้วยสภาพภูมิประเทศ และสภาพแวดล้อมถ้าเป็นเส้นทางไม่ชำนาญควรศึกษาจากแผนที่ให้แน่นอน

 

2. เว้นระยะให้รถคันหน้าเพื่อความปลอดภัย เป็นกฎที่สำคัญที่สุดในการขับขี่อย่างปลอดภัย คือ การเว้นระยะห่างจากรถคันหน้า เช่น ถ้าขับรถด้วยความเร็ว 40 ไมล์/ชม.ให้เว้นระยะห่างจากรถคันหน้าเท่ากับรถ 4 คัน การรักษาระยะห่างเช่นนี้ จะช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุได้

 

3. หากมีเด็กนั่งเบาะหลังอายุต่ำกว่า 12 ปี ควรนั่งที่เบาะหลังเท่านั้น เพื่อป้องกันการกระแทกเมื่อเกิดการชน 4. เช็ครถให้ดีไม่ว่าจะเป็นรถของเราเอง หรือเช่ามาก็ต้องเช็คสภาพรถให้ดีก่อนออกเดินทาง 5. จอดรถข้างถนนต้องระวัง โดยเลี่ยงการจอดรถในจุดเสี่ยง เช่น ทางขึ้นลงสะพาน หรือทางแคบ เป็นต้น

 

ทั้งนี้ หน่วยงานของกระทรวงแรงงานได้แก่ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ได้อำนวยความสะดวกในการเดินทางให้กับลูกจ้างและพนักงาน สำนักงานประกันสังคม ให้สิทธิประโยชน์กรณีเจ็บป่วยฉุกเฉินเข้ารักษาโดยไม่ต้องสำรองจ่าย 72 ชั่วโมงแรก และกรมการจัดหางานเตรียมเอกสารให้แรงงานต่างด้าวเดินทางกลับประเทศด้วย โดยในส่วนของ กพร. มีโครงการคลินิกช่าง “กรมพัฒนาฝีมือแรงงานช่วงร่วมรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี 2561”

นายภานุวัชร มีใหม่ ครูฝึกฝีมือแรงงานระดับ ช2 สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานเพชรบูรณ์ ให้คำแนะนำในการตรวจเช็คสภาพรถก่อนออกเดินทางว่าควรต้องตรวจสอบในเรื่องของระบบการทำงานของเครื่องยนต์ให้เป็นปกติ เช่น การตรวจกรองน้ำมันเครื่อง น้ำหล่อเย็น น้ำมันคลัทช์ ที่กรองอากาศ ที่ปัดน้ำฝน ระบบไฟส่องสว่าง ไฟสัญญาณต่างๆ ความตึงของสายพาน สภาพยางและแรงดันลมยาง แผงหน้าปัดเรือนไมล์ กระจกหน้ารถ กระจกมองหลัง กระจกมองข้างซ้ายและขวา เป็นต้น

นายภานุวัชร  กล่าวอีกว่า  ขณะขับรถควรระมัดระวังการขับขี่ของรถรอบข้างด้วย เพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ และที่สำคัญก็คือเตรียมร่างกายให้ความพร้อม นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอรวมทั้งไม่ควรดื่มของมึนเมา

“ดังนั้นการจะขับขี่ยานพาหนะ ต้องศึกษาวิธีการขับขี่ที่ปลอดภัย เพื่อช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุจราจรบนท้องถนนได้ กพร. เล็งเห็นความสำคัญในชีวิตและทรัพย์สินของทุกๆ คน ซึ่งสามารถรับบริการได้ ณ จุดบริการบนถนนสายหลักได้ทุกจังหวัด หรือสอบถามจุดให้บริการได้ที่ 1506 กด 4” อธิบดี กพร. กล่าว

เปิดใจคนทำงาน สงกรานต์สนุก “กลับบ้านปลอดภัย”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/321252

เปิดใจคนทำงาน สงกรานต์สนุก “กลับบ้านปลอดภัย”

เปิดใจ,สงกรานต์,คุณรุจีวรรณ ยมศรีเคน แสงลุน,พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ,สำนักงานสาธารณสุข จังหวัดขอนแก่น

เปิดใจคนทำงานสงกรานต์สนุก”กลับบ้านปลอดภัย”ตืดตามชีวิตพยาบาลวิชาชีพ ทำงานควบ 2 กะ ตกวันละ 16 ชั่วโมง นานร่วม16ปี ในหน่วยฉุกเฉินมาตลอดในช่วงสงกรานต์ของทุกปี

         ช่วงเทศกาลสงกรานต์หยุดยาว ใครๆ ก็เดินทางเที่ยวกันสนุกสนานทั้งใกล้ไกล แต่”คุณรุจีวรรณ ยมศรีเคน แสงลุน” พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ งานอุบัติเหตุและระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉิน สำนักงานสาธารณสุข จังหวัดขอนแก่น เป็นคนหนึ่งที่ต้องอยู่โยงทำงานในช่วงเทศกาล ที่ใครต่อใครพากันเดินทางกลับบ้าน ภาพของเพื่อนๆ ในโซเชียลที่พากันอัพโหลดรูปครอบครัวพร้อมหน้าพร้อมตา ทำให้เธอต้องพยายามอดทนและคิดถึงงานตรงหน้าให้มากขึ้น

         “ทำงานเป็นพยาบาลมาเกือบ 16 ปี อยู่หน่วยฉุกเฉินมาตลอด ในช่วงสงกรานต์ของทุกปี ช่วงเทศกาลจะมีปัจจัยที่เกี่ยวข้องอีกหลายอย่าง นอกเหนือจากเรื่อดื่มแล้วขับ ก็ยังมีเรื่องของความเหนื่อยล้า การพักผ่อนไม่เพียงพอ คนที่ต้องขับรถยาวนานหลายชั่วโมง เรื่องของจุดเสี่ยง ความไม่ชินทาง ยิ่งในวันงานสงกรานต์ 13 เม.ย. และหลังงาน เสร็จสิ้นลงจะเห็นชัด คือคนส่วนใหญ่จะสนุกมาเต็มที่ ลืมอย่างอื่นที่สำคัญกว่านั่นคือ สติและวินัยจราจร”

เปิดใจคนทำงาน สงกรานต์สนุก "กลับบ้านปลอดภัย"

        “สถิติจะพุ่งพรวดโดยเฉพาะสามวันตรงกลางของวันหยุด ราวๆ 13-14-15 รถมอเตอร์ไซค์จะเป็นแชมป์เกิดอุบัติเหตุทุกปี ผู้บาดเจ็บส่วนใหญ่เกิดจากการไม่สวมหมวกกันน็อก บางรายก็ศีรษะกระแทกจนเสียชีวิต แล้วก็ยังมีเมาทะเลาะวิวาท ตีกัน ยิงกัน คนตกน้ำ พวกที่ป่วยฉับพลัน ท้องเสีย อาหารเป็นพิษ กระเพาะทะลุ ดื่มหนักแล้วหัวใจวาย ช็อค อาการทุกรูปแบบ ไหลเข้ามาพร้อมกัน

        ถ้าเป็นโรงพยาบาลชุมชน หมอเวรมีคนเดียว เคยมีเคสคนไข้อุบัติเหตุหมู่ที่ต้องปั๊มหัวใจพร้อมกัน 5 ราย พยาบาลเรียนมาตามมาตรฐานวิชาชีพเขาจะไม่ให้เราเป็นคนใส่ท่อหายใจ เราต้องโดดจากเตียงหนึ่งไปอีกเตียงหนึ่งเพื่อปั๊มหัวใจรอหมอมาใส่ท่อ แถมห้องคลอดก็เรียกแล้ว ต้องวิ่งไปช่วยรับเด็ก ไหนจะคนไข้ผู้เฒ่าผู้แก่ที่ลูกหลานเขากลับมาเยี่ยมบ้านวันสงกรานต์ คนไหนเจ็บป่วยอะไรก็เป็นโอกาสได้พามาโรงพยาบาลพร้อมหน้ากันในช่วงนั้น

         อย่าถามว่าได้นอนกันมั้ย ปกติเราเข้าเวรทีละ 8 ชั่วโมง พอช่วงยุ่งๆ ควบสองกะกลายเป็น 16 ชั่วโมง ทีนี้มันต้องมีทีมที่ออกไปตระเวนช่วยคนข้างนอก พวกข้างในก็แตะมือกันอยู่เพราะคนไม่พอ เราจะหลับก็เห็นเพื่อนทำไม่ทันก็ต้องลุกมาช่วย กลิ่นคาวเลือดมันคลุ้งไปหมดนะช่วงวันสงกรานต์

         บางคนไข้อุบัติเหตุที่หัวแตกเข้ามาเลือดออก เขาเห็นตัวเองเลือดออกก็โวยวายว่าเราไม่รีบช่วยเขา ไม่ได้รู้เลยว่าเราดูแลคนไข้ที่หัวใจขาดเลือดอีกคน ที่ไม่เห็นเลือดแต่ตกอยู่ในภาวะคุกคามมากกว่า ยิ่งถ้าดื่มกันมาจะยิ่งใช้อารมณ์ ทำให้บรรยากาศในโรงพยาบาลช่วงสงกรานต์เป็นอะไรที่หนักหนาสาหัสมาก”

เปิดใจคนทำงาน สงกรานต์สนุก "กลับบ้านปลอดภัย"

        หากต้องรับมือกับการจัดหนักในช่วงเทศกาลหยุดยาวแบบนี้คงไม่ไหว จึงเริ่มทำงานรณรงค์ลดอุบัติเหตุร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) ที่ช่วยให้เราทำงานแบบสร้างองค์ความรู้ร่วมกับภาคีเครือข่าย และได้ประสานงานหลายภาคส่วน เช่น ตำรวจตั้งด่านตรวจ ส่วนท้องถิ่นก็ดูแลเรื่องถนนหนทาง สาธารณสุขก็เตรียมรับมือปัญหาเรื่องการแพทย์ มีการทำงานเชิงรุกคือออกไปแก้ไขจุดเสี่ยง ก่อนที่จะเกิดเหตุ การออกสื่อรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนตื่นตัวและตระหนักถึงภัยของอุบัติเหตุในช่วงเทศกาล ช่วยเป็นแรงใจและสร้างพลังขับเคลื่อนกลไกการทำงานในพื้นที่เพื่อป้องกันอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลได้ดียิ่งขึ้น

         ทุกวันนี้การทำงานเชิงรุกจึงเป็นเรื่องสำคัญ ทำยังไงให้คนตระหนักถึงความสำคัญของการใช้รถใช้ถนนอย่างไม่ประมาท แต่ในขณะเดียวกัน เราก็ต้องทำงานกับชุมชน สร้างทัศนคติให้กับชาวบ้านและปลูกฝังค่านิยมที่ถูกต้องให้เด็กรุ่นใหม่ วันก่อนครูซึ่งเป็นคนที่ชุมชนนับหน้าถือตา แกขี่มอเตอร์ไซค์ไปธุระแล้วประสบเหตุเสียชีวิตหน้าโรงเรียนเลย ทำให้คนทั้งชุมชนและโรงเรียนเองก็ตื่นตัวเรื่องนี้มากขึ้น หันมารณรงค์มาตรการความปลอดภัย ตำรวจก็เข้าไปสอนกฎจราจร ทีมกู้ชีพก็ลงไปสอนการปั๊มหัวใจ และเด็กๆ เขาก็รักครูเขาก็เลยกลายเป็นตัวตั้งตัวตีบอกพ่อแม่ให้สวมหมวกกันน็อกทุกครั้งที่ขี่มอเตอร์ไซค์”

         ฟังเรื่องเล่าจากพยาบาลสาวรายนี้แล้วก็เหมือนจะอดคิดไม่ได้ว่า ทำไมคนเรามักจะต้องรอให้สูญเสียก่อนแล้วถึงค่อยเห็นความสำคัญ จะดีกว่าไหมถ้าเราเริ่มต้นด้วยตัวของเราเองแล้วบอกต่อไปกับคนรอบๆ ตัวที่เรารักและรักเรา

เปิดใจคนทำงาน สงกรานต์สนุก "กลับบ้านปลอดภัย"

         “มีวินัยจราจร ลดเร็ว ดื่มไม่ขับ กลับบ้านปลอดภัย” ..เป็นคาถาแคล้วคลาด ที่ใช้ได้ไม่ว่าจะเทศกาลนี้ หรือเทศกาลไหนๆ รู้อย่างนี้แล้วมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการลดสถิติอุบัติเหตุในช่วงเทศกาล กับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

แนะต่างด้างมาตรวจสุขภาพภายใน 30 มิ.ย.นี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/321206

แนะต่างด้างมาตรวจสุขภาพภายใน 30 มิ.ย.นี้

แรงงานต่างด้าว,ปลัดกระทรวงสาธารสุข,ลงทะเบียนออนไลน์,ภายใน 30 มิถุนายน 2561

ปลัดสธ.ขอความร่วมมือนายจ้างนำแรงงานต่างด้าวที่ขึ้นทะเบียนออนไลน์ไว้ 190,056 คนมารับการตรวจสุขภาพและประกันสุขภาพภายใน30มิ.ย.61ที่รพ.ที่ตั้งสถานประกอบการ

         นายแพทย์เจษฎา โชคดำรงสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ความคืบหน้าการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาลในการตรวจสุขภาพแรงงานต่างด้าวเมียนมาร์ กัมพูชาและลาว ว่า กระทรวงสาธารณสุขเป็นหน่วยงานหลักในการดูแลทางการแพทย์และสาธารณสุขแก่แรงงานต่างด้าวที่ไม่อยู่ในระบบประกันสังคม เพื่อให้แรงงานต่างด้าวมีหลักประกันสุขภาพ โดยร่วมกับกระทรวงแรงงาน กระทรวงมหาดไทย ดำเนินการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวแบบเบ็ดเสร็จครบวงจร (One Stop Service)

 

 

แนะต่างด้างมาตรวจสุขภาพภายใน 30 มิ.ย.นี้ 

 

นพ.เจษฏา  โชคดำรงสุข

 

แนะต่างด้างมาตรวจสุขภาพภายใน 30 มิ.ย.นี้ 

 

ปรากฏว่าผลการดำเนินงานของศูนย์ฯตั้งแต่ 5 กุมภาพันธ์ – 31 มีนาคม 2561 ตรวจสุขภาพแรงงานต่างด้าวแล้ว909,448คน และขึ้นทะเบียนออนไลน์อีกประมาณ 190,056 คน จากที่คาดการณ์ว่ามีแรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติในประเทศไทย1.1ล้านคน

 

นายแพทย์เจษฎากล่าวว่า ขอให้นายจ้างนำแรงงานต่างด้าวที่ขึ้นทะเบียนออนไลน์ไว้แล้วมารับการตรวจสุขภาพ ภายใน 30 มิถุนายน 2561 ที่โรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุขในจังหวัดที่ตั้งสถานประกอบการส่วนในกทม. ตรวจได้ที่โรงพยาบาลรัฐ 12 แห่งใกล้บ้าน เพื่อให้แรงงานต่างด้าวมีหลักประกันสุขภาพ ได้รับการตรวจคัดกรองโรคติดต่อที่เป็นอันตราย และรับการรักษา

 

แนะต่างด้างมาตรวจสุขภาพภายใน 30 มิ.ย.นี้ 

 

 

แนะต่างด้างมาตรวจสุขภาพภายใน 30 มิ.ย.นี้ 

 

ปลัดกระทรวงสาธารณสุข  กล่าวอีกว่า รวมทั้งการป้องกันโรค และส่งเสริมสุขภาพ โดยทุกคนจะได้รับการตรวจสุขภาพพื้นฐานเช่น เอกซเรย์ปอด เจาะโลหิตหาเชื้อซิฟิลิสและโรคเท้าช้าง เก็บปัสสาวะหาสารแอมเฟตามีนตรวจการตั้งครรภ์ ตรวจหาโรคเรื้อนและควบคุมโรคพยาธิลำไส้ ผลการตรวจพบเชื้อวัณโรค 2,584 คน โรคซิฟิลิส 1,650 คน โรคเท้าช้าง 37 คน และโรคเรื้อน 6 คน ได้ให้การรักษาทุกคน

 

ปลัดกระทรวงสาธารณสุข  กล่าวเพิ่มเติมว่า รวมทั้งพบผู้ติดสารเสพติด โรคพิษสุราเรื้อรัง และโรคจิตเวช รวม 637 ราย ซึ่งหากตรวจพบโรคต้องห้ามในการทำงาน อาทิ โรคซิฟิลิสระยะที่3วัณโรคระยะแพร่เชื้อ ติดสารเสพติด จิตฟั่นเฟือน ได้ประสานกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ให้ส่งกลับประเทศ

 

 

แนะต่างด้างมาตรวจสุขภาพภายใน 30 มิ.ย.นี้ 

 

 

แนะต่างด้างมาตรวจสุขภาพภายใน 30 มิ.ย.นี้ 

 

 

“ทั้งนี้ โรงพยาบาลรัฐ 12 แห่งในกทม.ได้แก่ โรงพยาบาลราชวิถี โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี โรงพยาบาลเลิดสิน โรงพยาบาลตากสิน โรงพยาบาลกลาง โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ โรงพยาบาลวชิรพยาบาล โรงพยาบาลราชพิพัฒน์โรงพยาบาลหลวงพ่อทวีศักดิ์ โรงพยาบาลการุณย์รัศมิ์ โรงพยาบาลลาดกระบังโรงพยาบาลสิรินธร”ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าว

เล่นสงกรานต์ใช้น้ำสะอาด คุ้มค่า ปลอดภัย!!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/321170

เล่นสงกรานต์ใช้น้ำสะอาด คุ้มค่า ปลอดภัย!!

สงกรานต์,น้ำสะอ่าด,ลดโรคตาแดง,ตาอักเสบ,ผิวหนังอักเสบ

โฆษกกระทรวงสาธารณสุข แนะประชาชนเล่นสงกรานต์ ใช้น้ำสะอาด อย่างรู้คุณค่า ปลอดภัย ใช้ดินสอพองที่ได้มาตรฐาน ลดความเสี่ยงจากโรคตาแดง ตาอักเสบ ผิวหนังอักเสบ

          นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุขและโฆษกกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่าในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ รัฐบาลได้รณรงค์ภายใต้แนวคิด“สงกรานต์วิถีไทย ใช้น้ำคุ้มค่า ชีวาปลอดภัย”จึงขอแนะนำประชาชนเล่นน้ำสงกรานต์โดยใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า ใช้น้ำที่สะอาดเช่น น้ำประปา ไม่ควรใช้น้ำคลองริมถนน รวมถึงน้ำเย็น น้ำแข็ง น้ำผสมเม็ดแมงลัก เม็ดสาคู หรือน้ำผสมสีย้อมผ้าอย่างเด็ดขาด

 

เล่นสงกรานต์ใช้น้ำสะอาด คุ้มค่า ปลอดภัย!!

 

 

 

เล่นสงกรานต์ใช้น้ำสะอาด คุ้มค่า ปลอดภัย!!

 

 

เล่นสงกรานต์ใช้น้ำสะอาด คุ้มค่า ปลอดภัย!!

“เนื่องจากน้ำดังกล่าวจะมีความสกปรก ปนเปื้อนเชื้อโรค หรือสารเคมี หากเข้าตาจะทำให้ระคายเคืองและเป็นโรคตาแดงได้ ที่สำคัญคือขอให้เล่นน้ำสงกรานต์อย่างสุภาพ ปลอดภัย ไม่สาดน้ำหรือฉีดน้ำเข้าดวงตาโดยตรง เพราะจะทำให้ตาอักเสบหรืออันตรายถึงขั้นตาบอดได้ หากบุตรหลานมีสิ่งแปลกปลอมเข้าตา ให้ล้างตาด้วยน้ำสะอาดทันที ถ้าอาการไม่ดีขึ้น ให้รีบไปพบแพทย์ทันที

         นอกจากนี้ ในการใช้แป้งดินสอพองขอให้เลือกแป้งที่สะอาด ได้มาตรฐาน มีฉลากกำกับว่าเหมาะกับการใช้ทาร่างกายและซื้อจากแหล่งผลิตที่เชื่อถือได้ หรือสังเกตบรรจุในภาชนะที่มีฉลากภาษาไทย แสดงส่วนประกอบสำคัญ ชื่อและที่ตั้งผู้ผลิต วันเดือนปีที่ผลิต อย่างถูกต้อง ไม่ควรเลือกดินสอพองที่ผสมสี เพราะอาจเป็นสีที่ใช้ในอุตสาหกรรม มีการปนเปื้อนสารอันตรายต่างๆ เช่น โพรพีลีน ปรอท ตะกั่ว และซิงค์ออกไซด์ ซึ่งจะอาจเกิดการ ระคายเคืองต่อผิวหนัง โดยเฉพาะบริเวณที่มีบาดแผล รอยถลอก หรือเป็นสิว ผดผื่นแพ้ได้

เล่นสงกรานต์ใช้น้ำสะอาด คุ้มค่า ปลอดภัย!!

เล่นสงกรานต์ใช้น้ำสะอาด คุ้มค่า ปลอดภัย!!

เล่นสงกรานต์ใช้น้ำสะอาด คุ้มค่า ปลอดภัย!!

เล่นสงกรานต์ใช้น้ำสะอาด คุ้มค่า ปลอดภัย!!

 

เล่นสงกรานต์ใช้น้ำสะอาด คุ้มค่า ปลอดภัย!!

 

 

เล่นสงกรานต์ใช้น้ำสะอาด คุ้มค่า ปลอดภัย!!

 

เล่นสงกรานต์ใช้น้ำสะอาด คุ้มค่า ปลอดภัย!!

 

 

เล่นสงกรานต์ใช้น้ำสะอาด คุ้มค่า ปลอดภัย!!

“ในช่วงกลางวันปีนี้อากาศร้อนมาก ควรเตรียมตัวก่อนออกไปเล่นน้ำสงกรานต์ โดยใส่เสื้อแขนยาว กางเกงขายาว และหมวก เพื่อป้องกันแสงแดด ก่อนออกจากบ้านควรดื่มน้ำสะอาด1-2แก้ว และดื่มน้ำเป็นระยะ ๆ หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกประเภท” นายแพทย์โอภาสกล่าวในที่สุด

รดน้ำขอพรผู้อาวุโส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/319713

รดน้ำขอพรผู้อาวุโส

สงกรานต์,กระทรวงสาธารรสุข,ทุ่มเท,สติปัญญา,ผู้อาวุโส,นพปิยะสกล

รมว.สธ. ร่วมสืบสานประเพณีปีใหม่ไทย นำคณะผู้บริหาร สรงน้ำพระ รดน้ำขอพรผู้อาวุโส เนื่องในเทศกาลสงกรานต์ปี61แสดงถึงความกตัญญู พระคุณของผู้อาวุโสที่ทุ่มเทเพื่อสธ.

           เมื่อวันที่ 4เมษายน2561-ที่กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี ศ.คลินิกเกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทรรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขพร้อมด้วยนพ.เจษฎาโชคดำรงสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุขเป็นประธานในงาน“สรงน้ำพระและรดน้ำขอพร”เนื่องในเทศกาลสงกรานต์ประจำปี2561 นำคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่สรงน้ำพระ และรดน้ำขอพรผู้อาวุโสอดีตผู้บริหารระดับสูงกระทรวงสาธารณสุข ประกอบด้วย ศ.พิเศษ นพ.ไพจิตร ปวะบุตรนพ.จำรูญ มีขนอน โดยมีผู้บริหารระดับสูง ข้าราชการ เจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุข ร่วมพิธีจำนวนมาก

          ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกลกล่าวว่า วันนี้ เป็นโอกาสดีที่พวกเราชาวสาธารณสุข ได้แสดงความกตัญญู ระลึกถึงคุณงามความดีและพระคุณของท่านผู้อาวุโส รวมทั้งอดีตผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุขทุกท่านที่เคยเป็นผู้นำทางด้านนโยบาย ได้ทุ่มเทสติปัญญา ความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ รวมทั้งความเสียสละให้แก่กระทรวงสาธารณสุขมาโดยตลอด

รดน้ำขอพรผู้อาวุโส

           “ในวาระอันเป็นมงคลนี้ ในนามของข้าราชการกระทรวงสาธารณสุข ขอกราบคารวะท่านอดีตข้าราชการอาวุโสทุกท่าน รวมทั้งท่านที่มิได้อยู่ ณ ที่นี้ พร้อมกันนี้ ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย อันเป็นที่เคารพสักการะ จงดลบันดาลให้ท่านมีสุขภาพพลานามัยที่สมบูรณ์ เพียบพร้อมด้วยอายุ วรรณะ สุขะ พละเพื่อเป็นมิ่งขวัญของครอบครัว และยังประโยชน์แก่กระทรวงสาธารณสุขตลอดไป”ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกลกล่าว

รดน้ำขอพรผู้อาวุโส

          ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล กล่าวต่อว่า ขอให้ประชาชนให้ความสำคัญกับครอบครัวและผู้สูงอายุ ใช้โอกาสช่วงวันหยุดยาวนี้ กลับไปกราบขอพรพ่อ แม่ ญาติผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือ ดูแลผู้สูงอายุด้วยความรัก ความกตัญญู เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต สืบสานวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของไทย

รดน้ำขอพรผู้อาวุโส

          ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุข ได้ร่วมสืบสานวัฒนธรรมและประเพณีอันดีงามของไทย จัดพิธีสรงน้ำพระและรดน้ำขอพรผู้ใหญ่ เนื่องในวันสงกรานต์ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2524เป็นต้นมา โดยกราบเรียนเชิญผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข ทั้งในอดีตและปัจจุบันเข้าร่วมในพิธี เป็นการแสดงความรัก ความผูกพัน ความกตัญญูต่อผู้อาวุโส และผู้มีพระคุณ รวมทั้งจัดให้มีการละเล่นและการสาดน้ำคลายร้อน สร้างความสุขกายสบายใจ และสร้างความสามัคคีภายในองค์กร เป็นแบบอย่างที่ดีในการร่วมสืบสานวัฒนธรรมที่ดีงามของไทยต่อเนื่องทุกปี

เลื่อนฟันวินัย’ผอ.สามเสน’-‘รจนา’ เบี้ยวให้ข้อมูลกองทุนเสมาฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/319671

เลื่อนฟันวินัย’ผอ.สามเสน’-‘รจนา’ เบี้ยวให้ข้อมูลกองทุนเสมาฯ

รจนา,เบี้ยวนัด,เลื่อนฟันวินัย,ผอสามเสนวิทยาลัย,รจนา  สินที,อรรถพล,ผอสามเสนวิทยาลัย

กศจ.กทม.เลื่อนประชุมฟันวินัย” ผอ.สามเสน ” อ้างนัดองค์ประชุมไม่ครบ คาดนัดประชุม10 เม.ย.นี้ ขณะที่ “อรรถพล” เชิญ “รจนา” ให้ข้อมูลกองทุนเสมา แต่เบี้ยวนัด

         เมื่อวันที่ 5 เมษยน 2561 – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 08.30 น. ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) สื่อมวลชนจากหลายสำนัก มาเฝ้ารอการประชุมคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดกรุงเทพมหานคร (กศจ.กทม.) ที่มีนายการุณ สกุลประดิษฐ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เป็นประธาน จะมีการพิจารณาโทษทางวินัย นายวิโรฒ สำรวล ผู้อำนวยการโรงเรียนสามเสนวิทยาลัย กรณีถูกกล่าวหามีการปรากฎคลิปรับเงิน 4 แสนเพื่อแลกกับการรับเด็กชั้นม.1 เข้าเรียนปีการศึกษา 2560 ซึ่งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง ชี้มูลว่ามีความผิดวินัยอย่างร้ายแรงซึ่งโทษวินัยร้ายแรงก็มีอยู่ 2 กรณีเท่านั้น คือ ปลดออกและ ไล่ออก

 

อย่างไรก็ตาม ตามกำหนดการประชุมจะเริ่มในเวลา 09.00 น.แต่ปรากฎว่าในวันนี้ไม่มีการประชุมซึ่งจากการสอบถามเจ้าหน้าที่แจ้งว่า ไม่มีการประชุม โดยให้เหตุว่า ไม่สามารถนัดกรรมการได้ครบองค์ประชุม และคาดว่าการประชุมจะมีขึ้นในวันที่ 10 เม.ย.ขณะที่ นายการุณ เดินทางปฏิบัติราชการที่จังหวัดกาญจนบุรี ตั้งแต่วานนี้ (4 เม.ย.)

 

ขณะที่ช่วงเช้าวันเดียวกัน นายอรรถพล ตรึกตรอง ประธานคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง กองทุนเสมาพัฒนาชีวิต กล่าวว่า วันนี้มีนัดหมายนางรจนา สินที อดีตนักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ (ซี8)สังกัดสำนักส่งเสริมกิจการการศึกษา สำนักงานปลัด กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ซึ่งรับสารภาพว่ายักยอกจริงโดยโอนเงินไปยังบัญชีญาติพี่น้องและพวก 22 บัญชีนั้น และถูกไล่ออกจากราชการแล้วมาให้ข้อมูล พร้อมกับข้าราชการรายอื่น ๆ อีกรวม 10 ราย ซึ่งถือเป็นการติดต่อนางรจนาอย่างเป็นทางการครั้งแรก แต่จนถึงขณะนี้นางรจนา ยังไม่ติดต่อมา ทั้งนี้การที่นางรจนา จะมาหนือไม่นั้นถือเป็นสิทธิ์ แต่หากไม่มาในวันนี้ทางคณะกรรมการก็ควไม่เชิญมาอีก

 

“ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาผมได้โทรไปพูดคุยกับนางรจนา เพื่อสอบถามถึงปัญหาที่เกิดขึ้น โดยนางรจนา พูดด้วยน้ำเสียงเหนื่อยๆ ไม่สดชื่น โดยเจ้าตัวบอกว่าสับสน และมีปัญหาสุขภาพ ขณะที่ยังยืนยันว่า ดำเนินการเรื่องนี้เพียงคนเดียวในปี2555 แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดใดเพิ่มเติมมากนัก อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบเอกสารที่ค้นได้จากห้องทำงานของนางรจนา และข้อมูลที่เกี่ยวข้อง พบเบาะแสว่าน่าจะมีผู้เกี่ยวข้องซึ่งเป็นข้าราชการศธ. 2-3 ราย ในจำนวนนีเมีข้าราชการระดับ8 ด้วยแต่รายละเอียดยังไม่ชัดเจน”นายอรรถพลกล่าว

 

นายอรรถพล  กล่าวอีกว่า ส่วนข้าราชการรายละเอียดอื่นๆ นั้นทยอยมาให้ข้อมูลตามปกติ ทั้งนี้ใครก็ตามที่รู้ตัวว่าเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ขอให้มาให้ข้อมูล เพื่อกันเป็นพยานตามกฎหมาย

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ฟันโทษ”ผอ.สามเสน”5 เม.ย.นี้

ฟันโทษ”ผอ.สามเสน”5 เม.ย.นี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/319604

ฟันโทษ”ผอ.สามเสน”5 เม.ย.นี้

ฟันโทษ,ศธจกทม,นายการุณ สกุลประดิษฐ,ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ,นายวิโรฒิ  สำรวล,5 เมย2561,ไล่ออก,ให้ออก

“การุณ” ปลัดกระทรวงศึกษาฯ สวมหมวกประธานบอร์ด ศธจ.กรุงเทพมหานคร นั่งหัวโต๊ะ ถกฟันโทษ”วิโรฒ สำรวล”ผอ.สามเสน” 5 เม.ย.นี้ ผิดวินัยร้ายแรง โทษ “ไล่ออก” กับ “ปลดออก”

          จากกรณี “คลิปฉาว” ที่กล่าวหาว่าเป็นการจ่ายเงินให้ ผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่ง เพื่อแลกกับการรับเด็กเข้าเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่1( ม.1) เมื่อปีการศึกษา 2560 ซึ่งเวลาต่อมา”นายวิโรฒ สำรวล” ผู้อำนวยการโรงเรียนสามเสนวิทยาลัย ถึงได้ออกมายอมรับว่า”เป็นคนในคลิป แต่ไม่ได้รับเงินจำนวนดังกล่าว และได้แจ้งความข้อหาหมิ่นประมาทกับผู้ทำคลิป” จนนำไปสู่กระบวนการสอบสวนเพื่อหาข้อเท็จจริง และพบว่า”มีมูล”ถึงขั้นต้องแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง นั้น

          ล่าสุด นายการุณ  กสุลประดิษฐ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะประธานคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด(ศธจ.)กรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ตามที่กระทรวงศึกษาธิการพิจารณาใช้แนวทางการปฏิบัติตามหนังสือคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)เรื่องมาตรกาารป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในระบบราชการให้นายวิโรฒ  สำรวล  ผู้อำนวยการโรงเรียนสามเสนวิทยาลัย(ส.ส.)ออกราชการไว้ก่อน เพราะมีการตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรงนายวิโรฒ สำรวล กรณีรับเงินแลกที่นั่งเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่1(ม.1)ปีการศึกษา2560 นั้น เรื่องนี้ นพ.ธีระเกียติ  เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(รมว.ศธ.) กำชับกับตนว่าต้องเร่งดำเนินการให้เสร็จโดยเร็ว เพราะเรื่องนี้สังคมไทยให้ความสนใจมาก

ฟันโทษ"ผอ.สามเสน"5 เม.ย.นี้นายการุณ  สกุลประดิษฐ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการและประธานบอร์ดศธจ.กทม.

“ผมจะประชุมร่วมใกับคณะกรรมการฝ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อรับฟังข้อมูลจากคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง และในวันพฤหัสบดีที่ 5 เมษายน 2561 เวลา 09.00 น. ผมในฐานะเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดกรุงเทพมหานคร เพื่อสรุปผลโทษวินัยร้ายแรง นายวิโรฒ สำรวล ผู้อำนวยการโรงเรียนสามเสนวิทยาลัย  ทันที  ซึ่งโทษวินัยร้ายแรงก็มีอยู่ 2 กรณีเท่านั้น คือ ไล่อออกและให้ออก “ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าว

          อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

      เลื่อนฟันวินัย’ผอ.สามเสน’-‘รจนา’ เบี้ยวให้ข้อมูลกองทุนเสมาฯ

        ประมวลภาพในวันที่นายวิโรฒ สำรวล ผู้อำนวยการโรงเรียนสามเสนวิทยาลัย ถูกมรสุมโหมกระหน่ำเมื่อคลิปเสียงหลักฐานชิ้นเด็ดมัดว่าเขาคือคนที่อยู่ในคลิปและกำลังเรียกเงินแลกที่นั่งเรียนชั้นม.1 ปีการศึกษา 2560

ฟันโทษ"ผอ.สามเสน"5 เม.ย.นี้

ฟันโทษ"ผอ.สามเสน"5 เม.ย.นี้

ฟันโทษ"ผอ.สามเสน"5 เม.ย.นี้

ฟันโทษ"ผอ.สามเสน"5 เม.ย.นี้

ฟันโทษ"ผอ.สามเสน"5 เม.ย.นี้


เชิดชู”ครูเกษียณ”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/319588

เชิดชู”ครูเกษียณ”

เชิดชูเกียรติ,ครูอาวุโส,ยื่นแบบภายใน30เมย2561,คุรุสภา,นายสมศักดิ์ ดลประสิทธฺ์,เลขาธิการคุรุสภา

คุรุสภา กำหนดยื่นแบบขอรับเครื่องหมายเชิดชูเกียรติครูอาวุโส-เงินช่วยเหลือ ประจำปี 2561 ภายในวันที่ 30 เม.ย.นี้

          ดร.สมศักดิ์   ดลประสิทธิ์ รองเลขาธิการสภาการศึกษา ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งเลขาธิการคุรุสภากล่าวว่า สำนักงานเลขาธิการครุสภา โดยมูลนิธิครูอาวุโส ในพระบรมราชูปถัมภ์ขอเชิญผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ที่เกษียณอายุในปี พ.ศ.2561 (30กันยายน2561) ยื่นแบบขอรับเครื่องหมายเชิดชูเกียรติครูอาวุโส และเงินช่วยเหลือ ประจำปี 2561

         โดยผู้ยื่นแบบฯ จะต้อมีคุณสมบัติ ดังนี้1.) เป็นสมาชิกคุรุสภาตามพระราชบัญญัติครู พุทธศักราช 2488 หรือเป็นผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาตามพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 ที่จะมีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ ภายในวันที่ 30 กันยายน 2561  2.) ได้รับเงินเดือนประจำ และมีระยะเวลาประกอบวิชาชีพรวมกันไม่น้อยกว่า 30 ปี กรณีเป็นผู้บริหารการศึกษา หรือบุคลากรทางการศึกษาอื่น (ศึกษานิเทศก์) ต้องเคยเป็นครูหรือผู้บริหารมาแล้วไม่น้อยกว่า 10 ปี 3.) เป็นครูหรือดำรงตำแหน่งอื่นเกี่ยวกับการให้การศึกษา จนถึงอายุ 60 ปีบริบูรณ์ และ4.) มีประวัติชีวิตการงานดีตลอดมา มีความประพฤติแบบอย่างที่ดีตามจารีตของครู

           เอกสารประกอบการพิจารณาขอรับเครื่องหมายเชิดชูเกียรติ ประกอบด้วย 1.) แบบขอรับเครื่องหมายเชิดชูเกียรติ (มอ.1)2.) รูปถ่ายขนาด 2 นิ้ว จำนวน 1 รูป 3) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน4) สำเนาบัตรประจำตัวสมาชิกคุรุสภา หรือสำเนาใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ต้องไม่หมดอายุ และ 5) สำเนาสมุดประวัติการเป็นครู ตามหน่วยงานที่เคยสังกัดอยู่ทุกสังกัด

          ในกรณีประกอบอาชีพครูสังกัดส่วนราชการไม่ครบ 30 ปี และเคยทำการสอนโรงเรียนเอกชนจะต้องให้หัวหน้าหน่วยงานต้นสังกัด ที่โรงเรียนเอกชนนั้นสังกัดอยู่เป็นผู้ออกหนังสือรับรองว่าเคยปฏิบัติหน้าที่เป็นครูตั้งแต่เมื่อใด และจำหน่ายออกเมื่อใด

         สามารถยื่นแบบคำขอพร้อมเอกสารประกอบการพิจารณาได้ที่หน่วยงานต้นสังกัดของผู้ยื่นแบบคำขอ ตั้งแต่บัดนี้ ถึงวันที่ 30 เมษายน 2561 สำหรับผู้ที่จะขอรับความช่วยเหลือทางการเงิน ต้องแนบแบบขอรับความช่วยเหลือทางการเงิน (มอ. 2) และเอกสารประกอบการพิจารณาเพิ่มเติมตามที่คุรุสภากำหนด

          กรณีที่มีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ในปี 2560 แต่ยังมิได้ยื่นคำขอรับเครื่องหมายเชิดชูเกียรติฯ ให้มีสิทธิยื่นคำขอในปีนี้ได้อีกครั้งหนึ่ง แต่ขอรับได้เฉพาะเครื่องหมายเชิดชูเกียรติและประกาศนียบัตรเท่านั้น สำหรับกำหนดการเข้าเฝ้าฯ รับพระราชทานเครื่องหมายเชิดชูเกียรติจะแจ้งให้ทราบในภายหลัง

          มูลนิธิช่วยครูอาวุโสในพระบรมราชูปถัมภ์ และครูอาวุโสได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช นับตั้งแต่ก่อตั้งมูลนิธิ เมื่อปี พ.ศ. 2509 จนครบ 51 ปี ในปี พ.ศ. 2560 นานัปการ ทรงพระราชทานเงินจำนวน 100,000 บาท เป็นทุนประเดิมแก่มูลนิธิช่วยครูอาวุโส ในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ 5 ธันวาคม 2509 ทรงรับมูลนิธิช่วยครูอาวุโสไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ตั้งแต่ปีแรกที่ก่อตั้งมูลนิธิ และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ครูอาวุโสที่มูลนิธิประกาศเกียรติ ได้เข้าเฝ้าฯ เพื่อรับพระราชทานเครื่องหมายเชิดชูเกียรติและเงินช่วยเหลือเป็นประจำทุกปี

            ในแต่ละปีมีครูอาวุโสที่ได้รับความยากลำบาก สมควรได้รับความช่วยเหลือเป็นจำนวนมาก แต่มูลนิธิสามารถให้ความช่วยเหลือได้ไม่ทั่วถึง

            คุรุสภาขอเชิญผู้ที่มีความประสงค์ร่วมสมทบทุนมูลนิธิได้ที่ บัญชีออมทรัพย์ชื่อบัญชี “มูลนิธิช่วยครูอาวุโส ในพระบรมราชูปถัมภ์” ธนาคารกรุงไทย สาขากระทรวงศึกษาธิการเลขที่บัญชี 059 – 0 – 24478 – 7 พร้อมส่งสำเนาการโอนเงิน ระบุชื่อ – ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ มายังกลุ่มยกย่องและผดุงเกียรติวิชาชีพ สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา โทร/โทรสาร 0 – 2280 – 4333

           สามารถดาว์นโหลดแบบคำขอรับเครื่องหมายเชิดชูเกียรติครูอาวุโสฯ และดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์คุรุสภาwww.ksp.or.thหรือสอบถามรายละเอียด โทร.0 2280 4333และ 0 2304 9899