เดินเครื่องพชอ.ให้ครอบคลุม 878 อำเภอ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/303509

เดินเครื่องพชอ.ให้ครอบคลุม 878 อำเภอ

พอช., คุณภาพชีวิต, สธ.

ปลัด สธ.เน้นย้ำภารกิจ พชอ.มุ่งยกระดับพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนครอบคลุม 878 แห่งภายในปีนี้ ย้ำเป้าหมาย “คนอำเภอเดียวกัน ไม่ทอดทิ้งกัน”

       นพ.เจษฎา  โชคดำรงสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดการประชุมขับเคลื่อนคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ (พชอ.) ที่โรงแรมมารวยการ์เด้น กรุงเทพฯ โดยมีผู้ตรวจราชการ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดทุกจังหวัด สาธารณสุขอำเภอทุกแห่ง และเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบเข้าประชุม 1,200 คน  ว่า  สธ.และกระทรวงมหาดไทย ร่วมกันขับเคลื่อนพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่และสุขภาพของประชาชนในอำเภอ โดยใช้ “คณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ (พชอ.)” ซึ่งเป็นการบูรณาการดำเนินการร่วมกันระหว่างนายอำเภอ ผู้แทนส่วนราชการภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน เน้นการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ร่วมแก้ปัญหาตามบริบทของแต่ละอำเภอโดยประชาชนเป็นศูนย์กลาง มีเป้าหมายให้คนอำเภอเดียวกันไม่ทอดทิ้งกัน และ คนไทยใส่ใจดูแลกัน จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมสำคัญทั้งในระดับอำเภอและในระดับประเทศ ให้ความสำคัญกับคุณค่าและศักยภาพของรายบุคคล ครอบครัวและชุมชน

เดินเครื่องพชอ.ให้ครอบคลุม 878 อำเภอ

นพ.เจษฎา  โชคดำรงสุข

ทั้งนี้ ตั้งแต่ปี 2559 – 2560 พชอ.ได้ดำเนินการไปแล้ว 200 อำเภอ ซึ่งครอบคลุมทุกจังหวัด และในปีนี้ จะดำเนินการเพิ่มอีก 678 อำเภอ โดยมีเป้าหมายในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนครอบคลุมทุกอำเภอของประเทศไทย จากการดำเนินการที่ผ่านมานั้น หลายอำเภอที่ประสบความสำเร็จ เช่น พอช.ระดับอำเภอ อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี ได้จัดการกับปัญหาโรค NCD ในชุมชน โดยให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมให้ประชาชนรักสุขภาพ ให้ความรู้ในการดูแลสุขภาพตนเองแก่คนในชุมชน ทำให้ปัญหาโรคไข้เลือดออก วัณโรค และความดันโลหิตสูง มีแนวโน้มดีขึ้น

เดินเครื่องพชอ.ให้ครอบคลุม 878 อำเภอ

ปลัด สธ.กล่าวต่อไปว่า นอกจากนั้น ยังใส่ใจการดูแลผู้ป่วยสูงอายุในพื้นที่ มีโรงเรียนผู้สูงอายุ ทำให้ผู้สูงอายุมาร่วมกิจกรรมมากขึ้น และยังได้จัดตั้งชมรมปลูกผักสวนครัว เพื่อนำผักไปขายในโรงพยาบาล ซึ่งสามารถสร้างรายได้ให้กับตนเอง ตามเป้าหมายการพัฒนาให้เกิดคุณภาพชีวิตที่ดี และลดความเหลื่อมล้ำ โดยการช่วยเหลือดูแลซึ่งกันและกันตามบริบทของแต่ละอำเภออย่างมีส่วนร่วม

ยอดเข้าชมพระเมรุมาศ 1.84 ล้านคน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/303506

ยอดเข้าชมพระเมรุมาศ 1.84 ล้านคน

ยอดผู้เข้าชม, นิทรรศการ, พระเมรุมาศ

ยอดผู้เข้าชมตั้งแต่ 2-24 พ.ย. 1,846,717 คน ปลัด วธ.ตรวจเยี่ยม ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ และติดตามความพร้อมดูแลประชาชนที่มาร่วมชมนิทรรศการพระเมรุมาศฯ ช่วงวันหยุด

       เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 60 – เวลา 04.30 น. ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง นายกฤษศญพงษ์ ศิริ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ตรวจเยี่ยมความพร้อมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ จิตอาสาจากทุกหน่วยงานที่มาอำนวยความสะดวกแก่นักเรียน นักศึกษา ประชาชนในงานนิทรรศการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร โดยมีนายกิตติพันธ์ พานสุวรรณ รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ผู้ช่วยปลัดกระทรวงวัฒนธรรม และข้าราชการให้การต้อนรับ พร้อมให้กำลังใจและขอความร่วมมือเจ้าหน้าที่จากทุกหน่วยงาน จิตอาสา  ตำรวจ ทหาร กรุงเทพมหานคร กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงศึกษาธิการ ฯลฯ พร้อมดูแลผู้เข้าร่วมชมนิทรรศการในช่วงวันหยุดเสาร์อาทิตย์นี้อย่างเต็มที่

 

ยอดเข้าชมพระเมรุมาศ 1.84 ล้านคน

(เสื้อสีม่วง) นายกฤษศญพงษ์ ศิริ ปลัด วธ.และ(เสื้อคลุมสีดำ) นายกิตติพันธ์ พานสุวรรณ รองปลัด วธ.

ถ่ายภาพร่วมกับนักศึกษามาชมพระเมรุมาศ

สำหรับบรรยากาศตั้งแต่ช่วงเช้ามีนักเรียน นักศึกษา ประชาชน  พระภิกษุ สามเณร แม่ชี ผู้สูงอายุ คนพิการ ทยอยเดินทางมารอเข้าชมนิทรรศการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เป็นจำนวนมากตั้งแต่เวลา 04.00 น. และเปิดเข้าชมรอบแรกตั้งแต่เวลา 06.00 น. สำหรับผู้เข้าร่วมชมทางกระทรวงวัฒนธรรมขอความร่วมมือแต่งกายสุภาพ

ยอดเข้าชมพระเมรุมาศ 1.84 ล้านคน

ขณะนี้มียอดรวมผู้เช้าชมตั้งแต่วันที่ 2 -24 พ.ย.2560 รวมทั้งสิ้น 1,846,717 คน โดยในช่วงค่ำทุกวันเสาร์และวันอาทิตย์จะมีการแสดงโขน ชุด พระรามข้ามสมุทร ยกรบ รำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ จากกรมศิลปากรด้วย

ยอดเข้าชมพระเมรุมาศ 1.84 ล้านคน

ยอดเข้าชมพระเมรุมาศ 1.84 ล้านคน

ยอดเข้าชมพระเมรุมาศ 1.84 ล้านคน


สร้างสุขภาวะที่ดีให้น้องๆปลายด้ามขวาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/303403

สร้างสุขภาวะที่ดีให้น้องๆปลายด้ามขวาน

จังหวัดชายแดนใต้, สสส., สุขภาวะ

สุขภาพที่ดีรากฐานการพัฒนาประเทศยั่งยืน มั่นคง คนมีร่างกายแข็งแรงทั้ง 4 มิติ ตั้งแต่แรกเกิดครอบครัวสำคัญอันดับหนึ่ง สองคือโรงเรียนที่ลูก หลาน พลเมืองหาความรู้

       “สุขภาพที่ดี” สร้างได้ด้วยการป้องกัน ไม่ใช่การแก้ไขในงานสัมมนาสรุปบทเรียนโครงการจัดการเรียนรู้แบบเครือข่ายสู่โรงเรียนสุขภาวะในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ จัดโดยวิทยาลัยครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ร่วมกับมูลนิธิศึกษาธิการ ภายใต้การสนับสนุนของสำนักสนับสนุนสุขภาวะเด็ก เยาวชนและครอบครัว สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ณ โรงแรม ซีเอส ปัตตานี จ.ปัตตานี

นางเพ็ญพรรณ จิตตะเสนีย์ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะเด็ก เยาวชนและครอบครัว สสส.กล่าวว่า สสส.มีภารกิจในการสนับสนุนให้ทุกคนในผืนแผ่นดินไทย มีสุขภาวะที่ดี โดยเน้นการพัฒนาคนในทุกช่วงวัย ซึ่งครั้งนี้เป็นการทำงานร่วมกับโรงเรียนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญที่มุ่งเน้นเด็กและเยาวชนทุกคนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้รับการพัฒนาให้เป็นเด็กที่มีสุขภาวะที่ดีทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สังคม และสติปัญญา

สร้างสุขภาวะที่ดีให้น้องๆปลายด้ามขวาน

นางเพ็ญพรรณ จิตตะเสนีย์

ทั้งนี้ ด้วยโครงสร้างประชากรเกิดใหม่ที่ลดลง ประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ และความเปลี่ยนแปลงทางสังคมต่างๆ ความเหลื่อมล้ำ ความยากจน ปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพ ปัญหาเหล้า บุหรี่ ปัญหาสุขภาวะทางเพศ  สังคมดิจิทัล สื่อออนไลน์ เหล่านี้คือปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เราต้องมาร่วมมือกันจะทำอย่างไร ที่จะสามารถดูแลให้ประชากรเด็กมีคุณภาพที่ดี จนเกิดเป็นความร่วมมือกับสถานศึกษา เกิดโครงการจัดการเรียนรู้แบบเครือข่ายสู่โรงเรียนสุขภาวะในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ขึ้นมา

สร้างสุขภาวะที่ดีให้น้องๆปลายด้ามขวาน

“แม้ สสส. มีบทบาทในฐานะเป็นผู้สนับสนุนและจุดประกาย และกระตุ้นให้เกิดการขับเคลื่อน
การได้มีโอกาสร่วมกับโรงเรียนและเครือข่าย 8 ร่วม คือ ร่วมคิด ร่วมวางแผน ร่วมตัดสินใจ ร่วมดำเนินการ ร่วมรับผิดชอบ ร่วมแก้ปัญหา ร่วมติดตามประเมินผลและสุดท้ายคือนวัตกรรมที่เห็นชัดคือ ร่วมชื่นชมผลสำเร็จ เป็นกระบวนการสำคัญในการสร้างผลลัพธ์ที่ดี บางกลุ่มใช้วิธีการเข้าค่าย ใช้วิธีการทำสัญญากระตุ้นให้เด็กเปลี่ยนพฤติกรรม บางเครือข่ายร่วมขับเคลื่อนกิจกรรมที่แก้ปัญหาเหล้า บุหรี่ ตลอดจนร่วมกันดูแลสิ่งแวดล้อม เพราะฉะนั้น สสส.ภูมิใจว่าเราบรรลุวัตถุประสงค์ในการมีส่วนร่วมและตัดสินใจ 100% แต่ที่ดีไปกว่านั้นคือผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับตัวเด็กนักเรียน โดยนักเรียนเกิดแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมสุขภาพไปในทางที่ดีขึ้น โรงเรียน ผู้ปกครอง และคนในพื้นที่มีความเข้าใจมากขึ้น ซึ่งถือเป็นผลลัพธ์แท้จริงของโครงการ” นางเพ็ญพรรณ กล่าว

สร้างสุขภาวะที่ดีให้น้องๆปลายด้ามขวาน

นายธำรง อมโร

 นายธำรง อมโร กรรมการมูลนิธิศึกษาธิการ กล่าวว่า มูลนิธิศึกษาธิการ มีเป้าหมายในการสนับสนุนการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม โดยเน้นพัฒนาผู้บริหาร ครู บุคลากร และเน้นพิเศษในเด็กและเยาวชน ที่ผ่านมาได้มีส่วนขับเคลื่อน ดำเนินงานโครงการต่างๆ เพื่อพัฒนาคุณภาพเด็กและเยาวชน ทั้งนี้ บทบาทหลักของมูลนิธิศึกษาธิการในการดำเนินโครงการมี 3 เรื่องหลัก ได้แก่ 1.ทำหน้าที่ประสานจัดอบรมเครือข่ายต่างๆ 2.สนับสนุนทางวิชาการ และ3.ร่วมติดตามและประเมินผล

ที่ผ่านมาก็ได้มีการติดตามการดำเนินงานของโรงเรียนเครือข่ายทั้ง 115 โรงเรียนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจากการติดตามประเมินผลการทำงานของโรงเรียนในพื้นที่ 3 จังหวัดพบว่า ศักยภาพของครู บุคลากรและนักเรียนในพื้นที่ไม่ได้ด้อยกว่าใคร เพียงแต่ขาดการสนับสนุน แต่ทุกโรงเรียนก็พยายามพัฒนาตนเอง มีการสร้างการมีส่วนร่วมตามกรอบแนวคิด 8 ร่วมจนบรรลุเป้าหมายเกิดเป็นโรงเรียนสุขภาวะที่ชัดเจนมากที่สุดพื้นที่หนึ่ง

สร้างสุขภาวะที่ดีให้น้องๆปลายด้ามขวาน

ด้านนายอุสมาน มานะ ตัวแทนเครือข่ายลาโล๊ะ กล่าวว่า จากจุดเริ่มต้นของกลุ่มเครือข่ายมดแดง ซึ่งเป็นการรวมตัวกันแบบเพื่อนพ้องน้องพี่ จนได้เข้ามาร่วมทำงานโครงการโรงเรียนสุขภาวะที่มีโรงเรียนเครือข่าย 115 โรง จึงได้มาแบ่งกลุ่มเพื่อขับเคลื่อนงานในพื้นที่ โดยแต่ละกลุ่มมีจำนวนโรงเรียนไม่เท่ากัน 5 โรง 8 โรง หรือ 10 โรงตามศักยภาพของแต่ละพื้นที่ ในส่วนของพวกตนได้มาจับมือกัน สร้างเครือข่าย
“ลาโล๊ะ” มีโรงเรียน 8 โรง วิธีการทำงานของเครือข่ายนั้น จะให้โรงเรียนจับคู่บั๊ดดี้คือ โรงเรียนที่อยู่บนภูเขาจับคู่กับโรงเรียนที่อยู่บนภูเขาเหมือนกัน เพื่อความสะดวกในการติดต่อประสานงาน การขับเคลื่อนกิจกรรม โครงการใดๆ ก็ตาม ทางเครือข่ายก็จะมีการวางแผนร่วนกันกับผู้เกี่ยวข้องในพื้นที่ทั้ง ผู้นำชุมชน ผู้แทนหน่วยงานราชการต่างๆ

ครูอุสมาน กล่าวต่อไปว่า บทบาทของเครือข่ายคือ ทำหน้าที่ประสาน สร้างการมีส่วนร่วมของบุคลากรภายในกลุ่มทุกคน เราเน้นการทำงานแบบพี่น้อง มีอะไรก็ช่วยเหลือกัน ปรึกษากัน ทุกคนจะรู้บทบาทหน้าที่ของตน และเสียสละ ทำให้ผลงานสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ซึ่งหลักการที่เครือข่ายยึดถือคือ ” คนสำราญ งานสำเร็จ“

สร้างสุขภาวะที่ดีให้น้องๆปลายด้ามขวาน

นายอุสมาน มานะ

ครูอุสมาน กล่าวอีกว่า  สำหรับปัญหาของโรงเรียนในเครือข่ายที่พบหลายประการ อันดับแรกคือ เส้นทางการคมนาคม ที่แต่ละโรงเรียนอยู่ห่างไกลกันมาก เราแก้ไขปัญหาด้วยการใช้แอปพลิเคชั่นไลน์ ในการติดต่อสื่อสารกัน และเวลาจัดประชุมก็หาโรงเรียนใดโรงเรียนหนึ่งเป็นศูนย์กลางในการจัดประชุม ปัญหาต่อมา คือ นักเรียนอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ เนื่องจากนักเรียนส่วนใหญ่ใช้ภาษายาวีเป็นหลัก ใช้ภาษาไทยเป็นภาษารอง จึงแก้ไขโดยการอบรม  350 ชั่วโมง เริ่มต้นที่เด็กระดับ ป. 1 ซึ่งสามารถแก้ไขทำให้เด็กอ่านออกเขียนได้เพิ่มจาก 70  % เป็น 91.06 %

ปัญหายาเสพติด พบว่าเด็กจะเริ่มสูบบุหรี่ ช่วง ม.1-ม.3 ซึ่งเป็นช่วงวัยรุ่นจึงได้เริ่มจัดกิจกรรมอบรมให้ความรู้ ถึงโทษของยาเสพติด มีการรณรงค์ต้านยาเสพติด ต่อต้านการสูบบุหรี่ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันจากยาเสพติด ขณะเดียวกัน ยังอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับโภชนาการ ให้เด็กรู้ว่าควรเลือกรับประทานอาหารประเภทใดที่ให้ประโยชน์ต่อร่างกาย อาหารประเภทไม่มีประโยชน์ ซึ่งก็สามารถช่วยขจัดปัญหาโรคอ้วนได้

สร้างสุขภาวะที่ดีให้น้องๆปลายด้ามขวาน

“การพัฒนา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้คนอื่นอาจจะมองว่า พัฒนาอย่างไรก็ไม่เจริญ  เพราะเด็กติดยาเสพติด แต่สิ่งเหล่านี้จะมาจากไหน ถ้าไม่มองมาจากบ้าน และโรงเรียน เช่น บอกอย่าสูบบุหรี่ แต่ผู้ใหญ่ยังทำให้เห็น ในโรงเรียนยังมีก้นบุหรี่ เพราะฉะนั้น ทุกฝ่ายต้องมาช่วยกันทำให้เห็นเป็นตัวอย่าง และสำหรับครอบครัวที่นับถือศาสนาอิสลามก็ต้องนำมาใช้ในการพัฒนากับลูกมากๆ เช่นเดียวกับโครงการที่ สสส.ทำที่มุ่งส่งเสริมสุขภาวะที่ดีให้เกิดขึ้นกับลูกหลาน” นายอนันต์ สุวรรณชาตรี ตัวแทนผู้ปกครองเครือข่ายปัตตานี กล่าว

สร้างสุขภาวะที่ดีให้น้องๆปลายด้ามขวาน

นายอนันต์ สุวรรณชาตรี

นายอนันต์ กล่าวอีกว่า นับตั้งแต่ สสส. เข้ามามีบทบาทในโรงเรียน ต้องยอมรับว่าโครงการดีเยี่ยม ซึ่งมุมมองของตนในฐานะชาวบ้านคนหนึ่งเห็นว่าการเข้ามาของ สสส. คือ การเข้ามา “สนับสนุน”  ให้สิ่งที่ทำอยู่ไปได้ดี “สร้าง” สิ่งที่ไม่มีให้มี และ”เสริม” สิ่งที่มีอยู่และต่อยอด เพราะในฐานะพ่อแม่ก็อยากให้ลูกเราได้รับการดูแลที่ดี โรงเรียนถือเป็นสถาบันหลังที่ 2 ที่ลูกใช้เวลาอยู่ในโรงเรียนนานถึง 7-8 ชั่วโมง ส่วนตัวเห็นผลลัพธ์ที่ดีมากับตัวว่าลูกทั้ง 2 คนของตนได้รับการพัฒนาที่ดีขึ้นอย่างไร จากการที่โรงเรียนของลูกได้ร่วมเป็นเครือข่ายสุขภาวะ ทั้งการอ่านออกเขียนได้ ผลการเรียนที่ดียิ่งขึ้น

สร้างสุขภาวะที่ดีให้น้องๆปลายด้ามขวาน

รศ.ดร.พิมพันธ์ เดชะคุปต์

รศ.ดร.พิมพันธ์ เดชะคุปต์ อดีตอาจารย์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ได้เข้ามาร่วมโครงการโรงเรียนสุขภาวะในครั้งนี้ ได้เห็นกิจกรรมที่โรงเรียนต่างๆ รู้สึกประทับใจและเชื่อว่าจะนำไปสู่การถอดบทเรียน เพื่อนำไปพัฒนาต่อยอดได้ จากที่ได้ชมนิทรรศการแสดงผลงานของกลุ่มโรงเรียนสุขภาวะพบว่าทั้ง 15 เครือข่ายโรงเรียนต่างๆ ครูมีการจัดทำแผนการสอนเชิงรุก โดยเฉพาะได้มีการพัฒนาหลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติมสุขภาวะจำนวนมาก มีหลายหลักสูตรที่น่าสนใจ เช่น วิชาอัลกุรอานนำชีวิตพิชิตสู่สุขภาวะ, วิชาดูอาอ์ ของเครือข่ายสีสาคร ,วิชาโภชนาการดีชีวีมีสุข ของเครือข่ายโรงเรียนซาเบง เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ปัญหาการอ่านออกเขียนได้ ยังเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศ ซึ่งก็น่ายินดีเช่นกันว่าในพื้นที่ได้มีการพัฒนา หากลวิธีมาร่วมกันแก้ไขปัญหาดังกล่าว ดังเช่นที่เครือข่ายลาโล๊ะ ดำเนินการจัดอบรมเด็ก ป.1 ถึง 350 ชั่วโมง อย่างไรก็ตาม ขอฝากให้ทุกฝ่ายร่วมกันสร้างสรรค์องค์ความรู้ เพื่อสร้างนวัตกรรมการศึกษาให้กับ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไป

สุขภาวะ ไม่ได้มีความหมายแค่เรื่องของร่างกาย ที่ต้องมีความแข็งแรงเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมจิตใจ สติปัญญา และอารมณ์ การดูแลให้สุขภาพร่างกายแข็งแรงจึงเป็นสิ่งที่ทุกคน ทุกศาสนาต้องปฏิบัติ โดยสามารถนำไปคิดกิจกรรมเพื่อสอดแทรก และส่งเสริมการเรียนรู้ให้แก่นักเรียนในโรงเรียนได้

อาชีวะย้ายผอ.10 ราย-ตั้งใหม่ 47 ราย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/303493

อาชีวะย้ายผอ.10 ราย-ตั้งใหม่ 47 ราย

โยกย้ายอาชีวะ, ผอ.สถานศึกษา, บรรจุแต่งตั้ง

อ.ก.ค.ศ.สอศ.อนุมัติโยกย้ายผอ.สถานศึกษาอาชีวะ 10 ราย และอนุมัติบรรจุแต่งตั้งใหม่ 47 ราย “สุเทพ” ย้ำในวันที่ 4 ธ.ค.นี้ทุกวิทยาลัยจะมีผู้บริหารครบพร้อมลุยงานนโยบาย

          ดร.สุเทพ ชิตยวงษ์  เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) เมื่อเร็วๆ นี้ มีมติอนุมัติให้ย้ายข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ผอ.สถานศึกษา  จำนวน 10 ราย ดังนี้

1. นายการุญ พรหมประกอบ ผอ.วิทยาลัยสารพัดช่างสี่พระยา เป็น ผอ.วิทยาลัยเทคโนโลยีและการจัดการ กฟผ. แม่เมาะ

2. นายชัยณรงค์ คัชมาตย์ ผอ.วิทยาลัยเทคนิคแม่วงก์ เป็น ผอ.วิทยาลัยสารพัดช่างพิจิตร

3. นายน้ำมนต์ โฆสะโก ผอ.วิทยาลัยประมงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ เป็น ผอ.วิทยาลัยการอาชีพกันตัง

4. นายนิมิตร อาศัย ผอ.วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเชียงราย เป็น ผอ.วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสุโขทัย 5. นายบพิตร วงศ์เจริญ ผอ.วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีอุดรธานี เป็น ผอ.วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก

6. นายมงคล จึงมั่นคง ผอ.วิทยาลัยเทคนิคเขมราฐ เป็น ผอ.วิทยาลัยเทคนิคยโสธร

7. นายสมปอง ทองศรี ผอ.วิทยาลัยเทคโนโลยีและการจัดการดอนตาล เป็น ผอ.วิทยาลัยเทคนิคเขมราฐ

8. นายสมหมาย โพธิ์อ่อน ผอ.วิทยาลัยสารพัดช่างพิจิตร เป็น ผอ.วิทยาลัยการอาชีพบรรพตพิสัย

9. ว่าที่ร้อยตรีคันศร คงยืน ผอ.วิทยาลัยการอาชีพเขาย้อย เป็น ผอ.วิทยาลัยสารพัดช่างเพชรบุรี

10. ว่าที่พันตรีวานิช สมชาติ ผอ.วิทยาลัยเทคนิคยโสธร เป็น ผอ.วิทยาลัยสารพัดช่างนครราชสีมา

เลขาธิการ กอศ. กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ ยังมีมติให้บรรจุและแต่งตั้งผู้ได้รับการคัดเลือกให้ดำรงผอ. (ผอ.) สถานศึกษา แทนตำแหน่งที่ว่าง จำนวน 47 ราย โดยผู้ได้รับแต่งตั้งไปปฏิบัติหน้าที่ในสถานศึกษาที่ได้รับแต่งตั้ง ในวันที่ 4 ธันวาคม 2560 ดังนี้

1. นายสัมฤทธิ์ ภูเลี่ยมคำ รองผอ.วิทยาลัยเทคนิคมหาสารคาม เป็น ผอ.วิทยาลัยการอาชีพปราสาท

2. นายอำนาจ ปานหิรัญ รองผอ.วิทยาลัยเทคนิคลพบุรี เป็น ผอ.วิทยาลัยเทคนิคสิงห์บุรี แห่งที่ 2

3. นายคำพันธ์ ศรีเมือง รองผอ.วิทยาลัยเทคนิคชุมแพ เป็น ผอ.วิทยาลัยการอาชีพพรรณานิคม

4. นายวิเชียร บุญลี ครูวิทยาลัยเทคนิคศรีสะเกษ เป็น ผอ.วิทยาลัยเทคโนโลยีและการจัดการรัตนบุรี

5. นางสาวอรพิน ดวงแก้ว รองผอ.การวิทยาลัยเทคนิคเชียงราย เป็น ผอ.วิทยาลัยการอาชีพเชียงราย

6. นายพงษ์สวัสดิ์ พิมพิไสย รองผอ.การวิทยาลัยเทคนิคหนองบัวลำภู ผอ.วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีอุดรธานี

7. นายเชาวฤทธิ์ ลำพาย รองผอ.การวิทยาลัยการอาชีพร้อยเอ็ด เป็น ผอ.วิทยาลัยเทคนิคบางแสน

8. นายวรพงษ์ พุทธไพบูลย์ รองผอ.การวิทยาลัยการอาชีพกาญจนบุรี เป็น ผอ.วิทยาลัยสารพัดช่างราชบุรี

9. นางวิไลรัตน์ แสงวณิช รองผอ.การวิทยาลัยอาชีวศึกษาอุตรดิตถ์ เป็น ผอ.วิทยาลัยการอาชีพสอง

10. นายชัยกร จันทร์ศรี รองผอ.การวิทยาลัยเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมการต่อเรือหนองคาย เป็น ผอ.วิทยาลัยเทคโนโลยีและการจัดการดอนตาล

11. นายแสวง ทาวดี รองผอ.การวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเชียงใหม่ เป็น ผอ.วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีลำพูน

12. นายวราวุฒิ ไกยราช รองผอ.การวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีศรีสะเกษ เป็น ผอ.วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีแพร่

13. นางรื่นฤดี สินธวาชีวะ รองผอ.การวิทยาลัยสารพัดช่างพระนครศรีอยุธยา เป็น ผอ.วิทยาลัยการอาชีพบ้านโป่ง

14. นายอำนาจ สังข์ทอง รองผอ.การวิทยาลัยการอาชีพพนมไพร เป็น ผอ.วิทยาลัยเทคนิคนนทบุรี

15. นายศักดา มยูขโชติ รองผอ.การวิทยาลัยอาชีวศึกษาเสาวภา เป็น ผอ.วิทยาลัยเทคนิคดุสิต

16. นายสมรัก ภาชีทรัพย์ รองผอ.การวิทยาลัยสารพัดช่างพระนครศรีอยุธยา เป็น ผอ.วิทยาลัยเทคนิคจุฬาภรณ์ (ลาดขวาง)

17. ว่าที่ร้อยตรีสุขุม กาญจนสุระกิจ รองผอ.การวิทยาลัยเทคนิคแพร่ เป็น ผอ.วิทยาลัยการอาชีพลอง

18. นายพงษ์ศักดิ์ วงษ์ป้อม รองผอ.การวิทยาลัยการอาชีพกุมภวาปี เป็น ผอ.วิทยาลัยเทคนิคแม่วงก์

19. นายองอาจ อ่ำพุธ รองผอ.การวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีตาก เป็น ผอ.วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีชัยนาท

20. นางสุภาภรณ์ ปาลโฉม รองผอ.การวิทยาลัยเทคนิคนครนายก เป็น ผอ.วิทยาลัยเทคนิคบูรพาปราจีน

21. นายประสงค์ ชูวิจิตร์ รองผอ.การวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสงขลา เป็น ผอ.วิทยาลัยการอาชีพคลองท่อม

22. นายอดิศัย ทองธวัช รองผอ.การวิทยาลัยเทคนิคนครศรีธรรมราช เป็น ผอ.วิทยาลัยสารพัดช่างชุมพร

23. นายวรากร ชยุติกุล รองผอ.การวิทยาลัยสารพัดช่างพระนคร เป็น ผอ.วิทยาลัยการอาชีพเขาย้อย

24. นายประดิษฐ ฮกทา รองผอ.การวิทยาลัยเทคนิคสัตหีบ เป็น ผอ.วิทยาลัยสารพัดช่างตราด

25. นายยุทธพิชัย กล้าหาญ รองผอ.การวิทยาลัยเทคนิคกำแพงเพชร เป็น ผอ.วิทยาลัยเทคนิคดอกคำใต้

26. นายนนท์ธพันธุ์ พิมพา รองผอ.การวิทยาลัยการอาชีพบ้านไผ่ เป็น ผอ.วิทยาลัยการอาชีพประโคนชัย

27. นางสาวรุ่งนภา ปุณยานุเดช รองผอ.การวิทยาลัยอาชีวศึกษาเอี่ยมละออ เป็น ผอ.วิทยาลัยการอาชีพอัมพวา

28. นายวิทยา เกตุชู รองผอ.การวิทยาลัยเทคนิคจะนะ เป็น ผอ.วิทยาลัยเทคนิคถลาง

29. นายสำรวย โพธิ์ไทรย์ รองผอ.การวิทยาลัยการอาชีพนวมินทราชินีมุกดาหาร เป็น ผอ.วิทยาลัยสารพัดช่างจันทบุรี

30. นายเสถียร อุตวัต รองผอ.การวิทยาลัยเทคนิคสมุทรปราการ เป็น ผอ.วิทยาลัยการอาชีพนายายอาม

31. นายณัฐวุฒิ ไถ้เงิน รองผอ.การวิทยาลัยการอาชีพกาญจนบุรี เป็น ผอ.วิทยาลัยการอาชีพพนมทวน

32. นายไพโรจน์ คงสุขเจริญ รองผอ.การวิทยาลัยอาชีวศึกษาสิงห์บุรี เป็น ผอ.วิทยาลัยเทคโนโลยีและการจัดการตากฟ้า

33. นายขจรพงษ์ เยี่ยมสวัสดิ์ รองผอ.การวิทยาลัยเทคนิคสมุทรสงคราม เป็น ผอ.วิทยาลัยประมงสมุทรสาคร

34. ว่าที่ร้อยตรีณชธร รอบคอบ รองผอ.การวิทยาลัยการอาชีพนครศรีธรรมราช เป็น ผอ.วิทยาลัยการอาชีพท่าแซะ

35. นายจงอางศึก ศรีวะสุทธิ์ รองผอ.การวิทยาลัยการอาชีพนวมินทราชินีมุกดาหาร เป็น ผอ.วิทยาลัยการอาชีพเวียงสา

36. นายทองสุข พามี รองผอ.การวิทยาลัยการอาชีพด่านซ้าย เป็น ผอ.วิทยาลัยการอาชีพเนินขาม

37. นายสุริยะ ธนูศร รองผอ.การวิทยาลัยศิลปนครศรีธรรมราช เป็น ผอ.วิทยาลัยการอาชีพอ่าวลึก

38. นางณัฐษมนต์ ณุวงค์ศรี รองผอ.การวิทยาลัยเทคนิคศรีสะเกษ เป็น ผอ.วิทยาลัยอาชีวศึกษาลพบุรี

39. นายชาญชัย แสนจันทร์ รองผอ.การวิทยาลัยสารพัดช่างอุดรธานี เป็น ผอ.วิทยาลัยการอาชีพเวียงเชียงรุ้ง

40. นายบัณฑิต สมจิตร รองผอ.การวิทยาลัยเทคนิคมหาสารคาม เป็น ผอ.วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเชียงราย

41. นายประยุทธ นิลวงศ์ รองผอ.การวิทยาลัยเทคนิคพระนครศรีอยุธยา เป็น ผอ.วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีระนอง

42. นายทรงพล ถนอมวงษ์ รองผอ.การวิทยาลัยเทคนิคระยอง เป็น ผอ.วิทยาลัยการอาชีพบ่อไร่

43. นายยุทธนา อัตนโถ รองผอ.การวิทยาลัยเทคนิคสกลนคร เป็น ผอ.วิทยาลัยสารพัดช่างสี่พระยา

44. นายสิทธิพร คลังแสง รองผอ.การวิทยาลัยเทคนิคตระการพืชผล เป็น ผอ.วิทยาลัยเทคโนโลยีและการจัดการปง

45. นายชัยวัฒน์ พรแสน รองผอ.การวิทยาลัยอาชีวศึกษาสระบุรี เป็น ผอ.วิทยาลัยการอาชีพวัดโฆสมังคลาราม

46. นายวิทยา ประสมศรี รองผอ.การวิทยาลัยเทคนิคแม่วงก์ เป็น ผอ.วิทยาลัยการอาชีพตะกั่วป่า

47. นายสุรศักดิ์ มณีโรจน์ รองผอ.การวิทยาลัยเทคนิคสุราษฎร์ธานี เป็น ผอ.วิทยาลัยประมงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์

“ในวันที่ 4 ธันวาคมนี้ ทุกวิทยาลัยในสังกัด สอศ.จะมีผู้บริหารสถานศึกษาครบถ้วน และพร้อมที่จะนำนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการไปสานต่อให้เกิดผลดีกับประเทศชาติต่อไป” ดร.สุเทพ กล่าว

มสด.เอาใจติ่งเกาหลีเรียนภาษาผ่านซีรีย์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/303419

มสด.เอาใจติ่งเกาหลีเรียนภาษาผ่านซีรีย์

วิชาเลือกเสรี, มสด., ละครทีวี, ภาษาเกาหลี

มสด.เปิดสอนวิชาเลือกเสรี “ภาษาเกาหลีผ่านละครทีวี” ให้นักศึกษาหลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต เน้นเรียนรู้แบบ Active Learning กระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ กล้าพูดและแสดงออก

          ผศ.ดร.ฉัตรแก้ว  เภาวิเศษ  คณบดีคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์  มหาวิทยาลัยสวนดุสิต (มสด.) กล่าวถึง ความร่วมมือทางการศึกษาระหว่างประเทศเกาหลีใต้ ว่า  คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มีโครงการความร่วมมือส่งเสริมด้านศิลปวัฒนธรรมกับนานาประเทศอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหน่วยงาน “ คอยก้า (KOICA) ” ถือเป็นอีกหนึ่งองค์กรความร่วมมือในการสนับสนุนทุนให้บุคลากรประเทศเกาหลีใต้ เดินทางมาแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กับสถาบันการศึกษาชั้นนำของประเทศไทย

มสด.เอาใจติ่งเกาหลีเรียนภาษาผ่านซีรีย์

โดย KOICA ได้ส่งอาจารย์อาสาสมัครเกาหลีใต้ (Korea Overseas Volunteer) มายังมหาวิทยาลัยสวนดุสิตอย่างต่อเนื่องเริ่มตั้งแต่ปี 2015  ซึ่งปัจจุบันมีอาจารย์ MS. Lee Hyun Jung มาร่วมสอนภาษาเกาหลี และเปิดอบรมฝึกทักษะด้านภาษาเกาหลีให้กับนักศึกษา บุคลากรภายในของมหาวิทยาลัยที่สนใจศึกษาภาษาเกาหลีด้วย

มสด.เอาใจติ่งเกาหลีเรียนภาษาผ่านซีรีย์

ผศ.ดร.ฉัตรแก้ว  กล่าวต่อว่า  ผู้บริหารของมหาวิทยาลัยได้ตระหนักถึงความสำคัญของภาษาต่างประเทศอื่นๆ นอกจากภาษาอังกฤษ  จึงเปิดให้มีรายวิชาเลือกเสรี ชื่อวิชา “ภาษาเกาหลีผ่านละครทีวี” ให้กับนักศึกษาหลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต ถือเป็นกิจกรรมการเรียนการสอนที่เน้นเรียนแบบ Active Learning เรียนรู้วัฒนธรรมประเพณีผ่านซีรี่เกาหลีที่น่าสนใจ ช่วยกระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ กล้าพูด กล้าแสดง ส่งผลให้การฝึกทักษะภาษาเกาหลีมีประสิทธิภาพและเห็นเป็นรูปธรรม เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดแรงงานที่มีความต้องการรับบุคลากรด้านภาษาต่างประเทศเข้าทำงานเพิ่มมากขึ้น

มสด.เอาใจติ่งเกาหลีเรียนภาษาผ่านซีรีย์

ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยคาดหวังว่า เมื่อนักศึกษาสำเร็จการศึกษาออกไปแล้ว คุณภาพชีวิตที่ดี สามารถหางานรองรับได้ง่ายขึ้น ซึ่งในอนาคตอันใกล้นี้ คาดว่าจะเปิดหลักสูตร “การแต่งหน้าสไตส์เกาหลี และการเต้น K-pop” เพื่อเพิ่มมูลค่าและประสบการณ์ชีวิตติดตัวให้กับนักศึกษาสืบไป

เทศกาลข้าวใหม่ ปลา(ปลาอันดา)มันที่ม.รังสิต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/303341

เทศกาลข้าวใหม่ ปลา(ปลาอันดา)มันที่ม.รังสิต

เทศกาลข้าวใหม่, ปลาอันดามัน, ม.รังสิต, พันธมิตรข้าว

เครือข่ายวัฒนธรรมข้าวจัดงาน และม.รังสิต จัดข้าวใหม่ปลา(ปลาอันดามัน)6-7 ธ.ค. สืบสานเรื่องราว น้อมรำลึกถึงในหลวงร.9 ที่ทรงพัฒนาด้านเกษตรและชนบท

      เครือข่ายวัฒนธรรมข้าว จับมือพันธมิตรฟื้นมรดกข้าวไทย จัด “เทศกาลข้าวใหม่” โดยมหาวิทยาลัยรังสิต จัดงานข้าวใหม่ ปลา(ปลาอันดา)มัน ระหว่างวันที่ 6-7 ธันวาคม 2560 ณ มหาวิทยาลัยรังสิต โดย ศ.ธีรยุทธ บุญมี ตัวแทนเครือข่ายวัฒนธรรมข้าว กล่าวว่า นับตั้งแต่อดีต เมืองไทยเป็นเสมือน “อู่ข้าวอู่น้ำ” ของดินแดนสุวรรณภูมิ ซึ่งคำว่าอู่ข้าวอู่น้ำนี้เป็นพื้นฐานของอารยธรรมไทยเรื่อยมา จากรัชกาลที่ 4-5 เป็นต้นมา “ข้าว” เป็นสินค้าส่งออกที่มีมูลค่าถึง 70-80% ของ GDP ประเทศติดต่อกันมาหลายสิบปี ไม่ว่าจะเป็นข้าวหอมไทย ข้าวเหนียว ข้าวพันธุ์พื้นเมือง ซึ่งต่างมีเรื่องราวตำนานที่น่าสนใจก็จะถูกรื้อฟื้นขึ้นมา เพื่อให้ข้าวไทยยังคงเป็นเสาหลักของสินค้าเกษตรของไทยต่อไป

เทศกาลข้าวใหม่ ปลา(ปลาอันดา)มันที่ม.รังสิต

ศ.ธีรยุทธ บุญมี ศ.ธีรยุทธ บุญมี

ศ.ธีรยุทธ กล่าวต่อไปว่า คนไทยนั้น มีความเชื่อเรื่องความเป็นสิริมงคล เชื่อในเรื่องขวัญดี ขวัญเข้มแข็ง ในช่วงปีใหม่หรืองานมงคลเราจึงมอบ “ของขวัญ” อันมีความหมายลึกซึ้งมากกว่าคำว่า giftของฝรั่ง ซึ่งมีที่มาจากคำว่า “ให้” ความหมายของไทย คือ การเพิ่มพูนมิ่งขวัญ ความเป็นสิริมงคลแก่ผู้รับ เป็นพื้นฐานของชีวิตคนไทย เราจึงเชื่อว่า “ข้าวมีขวัญ” มีความเป็นสิริมงคลในตัวเอง เห็นได้ว่าชาวนาไทยทำขวัญข้าวฤดูกาลละหลายๆ รอบ เช่น ตอนเริ่มปลูก ตอนข้าวตั้งท้อง ออกรวง ฯลฯ ข้าวจึงมีความศักดิ์สิทธ์อยู่ในตัว หลังฤดูเก็บเกี่ยว ก่อนจะเฉลิมฉลองข้าวใหม่ซึ่งมีความหอมหวานอร่อยมากที่สุด เราต้องถวายข้าวใหม่ให้กับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ หรือพระสงฆ์ก่อน

นับว่าเป็นการเริ่มเทศกาลข้าวใหม่ แล้วจึงกินข้าวใหม่ในครอบครัวหรือชุมชน และมักจะหาฤกษ์งามยามดีและให้ผู้อาวุโสรับประทานก่อน ชาวคริสเตียน ในยุโรป อเมริกา แคนาดา ก็เคยมีประเพณีหลังเก็บเกี่ยว ซึ่งแต่ละบ้านจะต้องนำ “ขนมปังใหม่” ไปถวายบาทหลวงในโบสถ์ประจำท้องถิ่นตน ในอดีตการจัดงานเทศกาลข้าวใหม่จัดไม่พร้อมกัน เช่น ชาวเขาบางเผ่าอาจจะมีงานฉลองตั้งแต่เดือนตุลาคม หรือในบางท้องถิ่นมักมีงานประมาณปลายเดือนธันวาคมถึงต้นเดือนมกราคม เป็นต้น ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาไหน เราจะเห็นได้ว่า ข้าวใหม่เหมาะที่จะให้เป็นของขวัญปีใหม่และงานเฉลิมฉลองต่างๆ นั่นเอง

“เทศกาลข้าวใหม่ เปรียบเสมือน เทศกาลต้อนรับสิ่งใหม่ นำมาซึ่งความปีติ ความหวังใหม่ ความปรารถนาดีต่อกันของผู้คนในสังคม ในเชิงเศรษฐกิจ เห็นได้ชัดจากเรื่องของรายได้ที่เพิ่มขึ้นของชาวนาซึ่งอยู่ในส่วนการผลิต โดยเฉพาะเกษตรกรที่ผลิตระบบอินทรีย์ การรื้อฟื้นสายพันธุ์ข้าวดั้งเดิมที่มีความโดดเด่นเฉพาะ จะได้ประโยชน์เพิ่มขึ้นโดยตรง ทั้งนี้ผลจะปรากฏชัดมากขึ้นเมื่อเทศกาลนี้เกินขึ้นอย่างต่อเนื่อง”ศ.ธีรยุทธ กล่าว

เทศกาลข้าวใหม่ ปลา(ปลาอันดา)มันที่ม.รังสิต

นายอานันท์ หาญพาณิชย์พันธ์

นายอานันท์ หาญพาณิชย์พันธ์ รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนาสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวเกี่ยวกับการจัดงานข้าวใหม่ ปลา(ปลาอันดา)มัน ที่มหาวิทยาลัยรังสิตจัดขึ้นในครั้งนี้ว่า มหาวิทยาลัยรังสิตเป็นหนึ่งในเครือข่ายที่ร่วมจัดงานเทศกาลข้าวใหม่ มีแนวคิดการจัดงานเพื่อน้อมรำลึกถึงในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งพระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์นักพัฒนา โดยเฉพาะทางด้านการเกษตรและพัฒนาชนบท หรือทรงเป็นกษัตริย์แห่งเกษตร” ที่แท้จริง สำหรับเทศกาลข้าวใหม่ที่จัดขึ้นที่มหาวิทยาลัยรังสิตนั้น จัดขึ้นภายใต้ชื่องาน “ข้าวใหม่ ปลา(อันดา)มัน” ระหว่างวันที่ 6-7 ธันวาคม 2560 ณ บริเวณด้านหน้าอาคารอาทิตย์ อุไรรัตน์ (อาคาร 1) มหาวิทยาลัยรังสิต

“ภายในงานข้าวใหม่ ปลา(อันดา)มัน ที่จัดขึ้นนี้มีการตักบาตรข้าวสารใหม่ พระสงฆ์ 89 รูป ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวงรัชกาลที่ 9 การจัดตลาดข้าวใหม่ โดยเป็นข้าวใหม่จากภาคต่างๆ ของประเทศไทยและจำหน่ายโดยชาวนา พร้อมกันนี้เชิญชวนผู้เข้าร่วมงานได้ชิมข้าวใหม่ด้วยกัน และร่วมรณรงค์มอบของขวัญปีใหม่ด้วยข้าวและการบริโภคข้าวใหม่ในวันปีใหม่ เพื่อสร้างความเป็นมงคล และส่งเสริมมูลค่าทางเศรษฐกิจในสินค้าเกษตร ซึ่งก็คือ ข้าวใหม่ จากข้าวสายพันธุ์ต่างๆ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย” รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนาสังคม ม.รังสิต กล่าว

เด็กโวย!! สทศ.เว็บอืดสมัครสอบไม่ได้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/303446

เด็กโวย!! สทศ.เว็บอืดสมัครสอบไม่ได้

สทศ., วิชาสามัญ 9 วิชา, ระบบอืด

เปิดสมัครสอบวิชาสามัญ 9 วิชาวันแรก ผ่าน http://www.niets.or.th ระบบอืด นักเรียนโวยสมัครแต่เช้ายังเข้าไม่ได้ ขณะที่ “สัมพันธ์” แจงเพิ่มช่องทางรองรับเข้าระบบเพิ่มขึ้น

         ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (24 พฤศจิกายน) เป็นวันแรกที่สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) เปิดรับสมัครสอบวิชาสามัญ 9 วิชา ประจำปีการศึกษา 2561 ผ่านเว็บไซต์www.niets.or.th ปรากฏว่าพบปัญหาในการเข้าระบบรับสมัครสอบ โดยในเฟซบุ๊กเพจ Dek-D’s TCAS สอบติดไปด้วยกัน ได้มีนักเรียน และผู้ปกครองเข้าไปแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก อาทิ

“ตั้งแต่9 โมงเช้าจนถึงตอนนี้ ยังคีย์ข้อมูลไม่ได้เลย นักเรียนทุกๆคนต้องรีบเข้าระบบกันวันนี้ เพราะกลัวว่าจะไม่ได้สนามสอบ ที่จะเลือกตามเขตใกล้บ้านที่เดือนทางสะดวก ถ้าหาวิธีแก้เรื่องเลือกเขตสนามสอบได้ ปัญหานี้ก็คงจะไม่เกิดเพราะนักเรียนไม่ต้องมารีบแย่งเข้าระบบกันวันแรก”,

“จะได้ สนามไหน ไม่มีใครรู้ เพราะ เลือกสนามสอบเองไม่ได้ ตั้งแต่ 9 โมง ถึงตอนนี้ เป็นกำลังใจ ให้ ทุกคนนะคะ .. เด็ก นั่งเฝ้าคอม จนหลับไปละ .. สทศ รบกวนรีบแก้ไขด่วน นะคะ .,

“ แย่ค่ะ ล่มทั้งวัน ลูกๆนั่งเฝ้าหน้า โน๊ตบุ๊ค พากันเครียด น่าจะพัฒนาให้มันดีกว่านี้นะคะ” เป็นต้น

โดย ศ.ดร.สัมพันธ์ พันธุ์พฤกษ์ ผู้อำนวยการ สทศ. กล่าวว่า วันนี้เป็นวันแรกของการสมัคร พบว่า ผู้สมัครบางส่วนมีปัญหาเรื่องของระบบการรับสมัคร เช่น เว็บไซต์ช้า จำนวนวิชาที่สมัครที่ปรากฎบนใบชำระเงินไม่ตรงกับวิชาที่สมัครจริง ข้อมูลระดับชั้นที่กำลังศึกษาของผู้สมัครไม่ปรากฎในขั้นตอนพิมพ์ใบชำระเงิน เป็นต้น

ทั้งนี้ ปัญหาการเข้าเว็บไซต์ที่ช้านั้น สทศ.ได้เพิ่มช่องทางในการรองรับผู้เข้ามาใช้บริการสมัครสอบให้มากขึ้น ขณะที่ผู้สมัครที่ไม่ตรงก็ได้ส่ง SMS ไปยังผู้สมัครที่พบปัญหาดังกล่าว ให้ส่งข้อมูลรายวิชาที่ต้องการสอบมาที่ สทศ. ทาง webmaster@niets.or.th ส่วนที่ข้อมูลระดับชั้นก็ได้แจ้งให้ผู้สมัครตรวจสอบข้อมูลรายวิชาสอบให้ถูกต้อง แล้วนำไปชำระเงิน แล้วจึงเข้ามาเพิ่มข้อมูลระดับชั้นของผู้สมัครอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม สทศ.ขออภัยในความไม่สะดวก

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ในการ วิชาสามัญ 9 วิชา มีกำหนดรับสมัครวันที่ 24 พ.ย. – 25 ธ.ค.  2560 ผ่านทางเว็บไซต์ สทศ. สอบวันที่  17-18 มี.ค.2561 และประกาศผลสอบในวันที่ 12 เม.ย.2561

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สิ้น “สันต์ สารากรบริรักษ์” ศิลปินแห่งชาติปี 47

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/303398

สิ้น “สันต์ สารากรบริรักษ์” ศิลปินแห่งชาติปี 47

สันต์ สารากรบริรักษ์ เสียชีวิต, ทัศนศิลป์, ประติมากรรม, จิตรกรรม, ศิลปินแห่งชาติ

สันต์ สารากรบริรักษ์ ศิลปินแห่งชาติ ทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) ปี2547 เสียชีวิตด้วยอาการปอดติดเชื้อด้วยวัย 83 ปี 50 ปีมีผลงานจิตรกรรม ประติมากรรมมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

       เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 60 – นางพิมพ์รวี วัฒนวรางกูร อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) เปิดเผยว่า นายสันต์  สารากรบริรักษ์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) พ.ศ.2547 ได้ถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2560 เวลาประมาณ 05.00 น. โรงพยาบาลวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง ด้วยอาการปอดติดเชื้อ สิริรวมอายุ 83 ปี สำหรับการบำเพ็ญกุศลนั้น มีกำหนดการรดน้ำศพวันที่ 24 พฤศจิกายน  2560  เวลา 17.00 น. ซึ่งมีกำหนดสวดพระอภิธรรมศพระหว่างวันที่ 24-30  พฤศจิกายน  2560 เวลา 18.30 น. ณ ศาลา 6  วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร ถนนพหลโยธิน เขตบางเขน กรุงเทพฯ และจะเก็บศพไว้บำเพ็ญกุศลเป็นเวลา 100  วัน โดยสวธ.จะดำเนินการขอพระราชทานเพลิงศพต่อไป

นางพิมพ์รวี กล่าวต่อว่า นอกจากสวธ.จะดำเนินการขอพระราชทานเพลิงศพ แล้ว จะมอบเงินช่วยเหลือเมื่อเสียชีวิตเพื่อร่วมการบำเพ็ญกุศลศพจำนวน 20,000 บาท  และเงินช่วยเหลือค่าจัดทำหนังสือเผยแพร่ผลงานเมื่อเสียชีวิตเท่าที่จ่ายจริงไม่เกิน 150,000 บาท

สิ้น "สันต์  สารากรบริรักษ์" ศิลปินแห่งชาติปี 47

นายสันต์ สารากรบริรักษ์

นายสันต์  สารากรบริรักษ์  ศิลปินแห่งชาติ  สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) พ.ศ.2547 เกิดเมื่อวันที่ 23  สิงหาคม 2477 ที่กรุงเทพฯ เป็นศิลปินคนสำคัญที่มีความรู้ ความสามารถทางด้านจิตรกรรมและศิลปะภาพพิมพ์  งานวาดเส้น  และงานประติมากรรม ฯลฯ  ท่านเป็นอาจารย์ สอนวิชาศิลปะ  จากนั้น ได้ลาออกจากราชการเพื่อดำเนินชีวิตเป็นศิลปินอิสระ สร้างสรรค์ผลงานอย่างจริงจัง

สิ้น "สันต์  สารากรบริรักษ์" ศิลปินแห่งชาติปี 47

โดยพัฒนางานศิลปะด้วยตนเองตามลักษณะเฉพาะตัวที่แสดงออกของอารมณ์ ความรู้สึกที่มีพลังฉับไว ผลงานมีสีสันสดใส  สวยงามและมีชีวิต ให้คุณค่าทางสุนรียะแก่ผู้ชมเป็นอย่างมาก  ซึ่งได้จัดการแสดงผลงานเดี่ยวและร่วมการแสดงด้านศิลปกรรมที่ทรงคุณค่า เป็นที่ยอมรับทั่งในประเทศและต่างประเทศ  โดยท่านมีความมุ่งมั่นและมั่นคงในการสร้างสรรค์งานศิลปะที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลาอันยาวนานกว่า 50 ปี

สิ้น "สันต์  สารากรบริรักษ์" ศิลปินแห่งชาติปี 47

นายสันต์  สารากรบริรักษ์  ยังคงมุ่งสร้างสรรค์งานศิลปะอย่างงต่อเนื่อง สม่ำเสมอ ยังได้ทำคุณประโยชน์แก่สาธารณชนด้วยการอุทิศแรงกายและความสามารถสร้างงานศิลปะทั้งด้านจิตรกรรม และประติมากรรมให้แก่หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนอย่างต่อเนื่อง  โดยได้จัดบ้านพักเป็นสตูดิโอแสดงผลงาน แหล่งเผยแพร่ความรู้แก่ผู้สนใจเข้าชม และศึกษาหาความรู้อีกด้วย นับเป็นศิลปินผู้สร้างสรรค์งานศิลปะและทำคุณประโยชน์ต่อสังคมและประเทศที่ทรงคุณค่ายิ่ง จึงได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์  (จิตรกรรม) 2547

เด็กไทยเก่งไม่แพ้ใคร..คว้ารางวัล IMSO 2017

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/303390

เด็กไทยเก่งไม่แพ้ใคร..คว้ารางวัล IMSO 2017

คณิตศาสตร์, วิทยาศาสตร์, โอลิมปิกวิชาการ, IMSO 2017

นักเรียนไทยคว้า 10 เหรียญทอง 12 เหรียญเงิน 2 เหรียญทองแดง รวม24 เหรียญและได้รางวัล 1Best Theory แข่งขันคณิตและวิทย์โอลิมปิกระหว่างประเทศ IMSO 2017ที่สิงคโปร์

        เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 60 – ดร.บุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ส่งนักเรียนระดับประถมศึกษาของไทยที่มีความสามารถด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ เข้าร่วมการแข่งขันคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์โอลิมปิกระหว่างประเทศ ระดับประถมศึกษา International Mathemetics and Science Olympiad 2017 (IMSO 2017) ระหว่างวันที่ 19 – 24 พฤศจิกายน 2560 ณ สาธารณรัฐสิงคโปร์ โดยมีนักเรียนไทยเข้าร่วมการแข่งขัน ใน 2 สาขาวิชา คือ คณิตศาสตร์ จำนวน 12 คน และวิทยาศาสตร์ จำนวน 12 คน รวมทั้งสิ้น 24 คน

เด็กไทยเก่งไม่แพ้ใคร..คว้ารางวัล IMSO 2017

ซึ่งผลการแข่งขันปรากฏว่านักเรียนไทยได้รับรางวัลทุกคน จำนวน 10 เหรียญทอง 12 เหรียญเงิน 2 เหรียญทองแดง และ 1 รางวัล Best Theory รวม 25 รางวัล ดังนี้

สาขาคณิตศาสตร์ จำนวน 13 รางวัล แบ่งเป็น เหรียญทอง 5 รางวัล ได้แก่ เด็กชายณัฐชานนท์  โสนุช โรงเรียนอนุบาลสุธีธร จังหวัดนครปฐม เด็กชายดุลยพัฒน์ พรพนาวัลย์ โรงเรียนอนุบาลวัดปิตุลาธิราชรังสฤษฎิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา เด็กชายบุณยกร  ธารพานิช โรงเรียนสาธิตแห่งศูนย์วิจัยและพัฒนาการศึกษามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กรุงเทพมหานคร เด็กชายภูดิศ  ธนกุลไกรฤทธิ โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย กรุงเทพมหานคร และเด็กชายวริทธิ์  วิริยประสิทธิ์ชัย โรงเรียนอนุบาลสุธีธร จังหวัดนครปฐม

เด็กไทยเก่งไม่แพ้ใคร..คว้ารางวัล IMSO 2017

เหรียญทอง ดุลยพัฒน์ พรพนาวัลย์ โรงเรียนอนุบาลวัดปิตุลาธิราชรังสฤษฎิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา

เหรียญเงิน 5 รางวัล ได้แก่ เด็กชายไกรวิษย์  ไกยวงค์ โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย กรุงเทพมหานคร เด็กชายชยนันต์  แสนดี โรงเรียนราชวินิต กรุงเทพมหานคร เด็กชายพัชรพล  นวเลิศปัญญา โรงเรียนธิดาแม่พระ จังหวัดสุราษฎร์ธานี เด็กชายพัสกร  อู่กาญจนกิตติ โรงเรียนอนุบาลนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา เด็กชายสิรวิชญ์  พิพิธธนาบรรพ์ โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายประถม กรุงเทพมหานคร

เหรียญทองแดง 2 รางวัล ได้แก่ เด็กชายชาคริต  หลวงจันทร์ โรงเรียนอนุบาลชลบุรี  จังหวัดชลบุรี เด็กหญิงปริยากร  ตั้งวิไลเสถียร โรงเรียนอนุบาลนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา

นอกจากนั้น ในสาขาวิชาคณิตศาสตร์นักเรียนไทยยังได้รางวัลคะแนนรวมสูงสุดภาคทฤษฎี หรือ Best Theory คือ เด็กชายภูดิศ  ธนกุลไกรฤทธิ จากโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย กรุงเทพมหานคร อีกด้วย

เด็กไทยเก่งไม่แพ้ใคร..คว้ารางวัล IMSO 2017

ขณะที่ สาขาวิทยาศาสตร์ จำนวน 12 รางวัล แบ่งเป็น เหรียญทอง 5 เหรียญ ได้แก่  เด็กชายญาณรัก  ถาวรรุ่งกิจ โรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย แผนกประถม จังหวัดเชียงใหม่ เด็กหญิงณิชารีย์  ดีจักรวาล โรงเรียนยุวพัฒน์นครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ เด็กหญิงธรรศพร  เปาอินทร์ โรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย จังหวัดเชียงใหม่ เด็กชายพสิษฐ์  พัวสันติกุล โรงเรียนศรีสว่างวงศ์ จังหวัดสงขลา เด็กชายอาชวิณ  กิตติรัตนไพบูลย์ โรงเรียนเซนต์คาเบรียล กรุงเทพมหานคร

เหรียญเงิน 7 เหรียญ ได้แก่ เด็กชายเจ้าพระยา บรรจงการ โรงเรียนสฤษดิเดช จังหวัดจันทบุรี เด็กหญิงคุณิตา เลี่ยงโรคาพาธ โรงเรียนราชวินิต กรุงเทพมหานคร เด็กหญิงชนมน  ศิวาวุธ โรงเรียนรัตนศึกษา จังหวัดนครศรีธรรมราช เด็กชายปณวัตร  เตี่ยเจริญ โรงเรียนอนุบาลสุธีธร จังหวัดนครปฐม เด็กชายพงศ์วิทย์  ศรีก๊กเจริญ โรงเรียนอนุบาลนครปฐม จังหวัดนครปฐม เด็กหญิงวชิรญาณ์  ลีลานิพนธ์ โรงเรียนอนุบาลนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช และเด็กชายสุขจิต  ไชยวงศ์ โรงเรียนราชวินิต กรุงเทพมหานคร

เด็กไทยเก่งไม่แพ้ใคร..คว้ารางวัล IMSO 2017

โดยการแข่งขันคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์โอลิมปิกระหว่างประเทศ ระดับประถมศึกษา มีประเทศเข้าร่วมการแข่งขัน จำนวน 21 ประเทศ คือ ไทย บรูไน จีน บัลแกเรีย ฮ่องกง อินเดีย อินโดนีเซีย อิหร่าน คาซัคสถาน เกาหลี ลาว มาเลเซีย มองโกเลีย เนปาล  ฟิลิปปินส์  สิงคโปร์ แอฟริกาใต้ ศรีลังกา ไต้หวัน ทาจิกิสถาน และเวียดนาม มีนักเรียนที่เข้าร่วมการแข่งขัน จำนวน 309คน ในสาขาวิชาคณิตศาสตร์ จำนวน 165 คน  และสาขาวิชาวิทยาศาสตร์ จำนวน  144  คน

ทั้งนี้ คณะนักเรียนไทยจะเดินทางกลับถึงประเทศไทย ในวันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน 2560 โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG404 ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ เวลา 13.45 น.

ปลดล็อคขึ้นทะเบียนอาหาร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/303321

ปลดล็อคขึ้นทะเบียนอาหาร

อย., สวทน., ผลิตภัณฑ์อาหาร, ขึ้นทะเบียนอาหาร

สวทน. ร่วมกับ อย.ปรับระบบการขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์อาหาร เปิดทางผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์ นวัตกรรมอาหารออกสู่ตลาด ได้เร็วขึ้น แต่ยังถูกต้องตามหลักเกณฑ์

       ดร.อัครวิทย์ กาญจนโอภาษ รองเลขาธิการสำนักงานนคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.) ในฐานะซีอีโอเมืองนวัตกรรมอาหาร หรือ ฟู้ดอินโนโพลิส กล่าวว่า การขับเคลื่อนการวิจัยพัฒนาและนวัตกรรมอาหารให้ประสบความสำเร็จได้นั้น ระบบการขออนุญาตด้านอาหารในระดับอุตสาหกรรมถือเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดประการหนึ่ง เนื่องจากมีความสำคัญต่อการวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์นวัตกรรมอาหารสู่ตลาดในเชิงพาณิชย์ได้อยากถูกต้องตามกฎหมายและมีความปลอดภัยต่อผู้บริโภค ซึ่งในอดีตที่ผ่านมา ผู้ประกอบการยังพบกับอุปสรรคในกระบวนการและขั้นตอนการขออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหาร

ทั้งนี้ เนื่องจากการขออนุญาตด้านอาหารในระดับอุตสาหกรรมมีหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการประเมินหลักฐานทางวิชาการเพื่อประกอบการพิจารณาด้านความปลอดภัยอาหาร รวมถึงต้องเป็นไปตามข้อกำหนดด้านมาตรฐานผลิตภัณฑ์ และสถานที่ผลิตอาหารที่กฎหมายกำหนด การพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารด้วยนวัตกรรม จึงจำเป็นต้องให้ผู้ประกอบการ และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องมีความเข้าใจหลักเกณฑ์ดังกล่าวให้ชัดเจน สามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง เพื่อให้ผลิตภัณฑ์มีคุณภาพสอดคล้องกับบริบทของประเทศไทยและสากล

รองเลขาธิการ สวทน. กล่าวว่า เพื่อให้การดำเนินการขับเคลื่อนเมืองนวัตกรรมอาหารเกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุดสวทน. จึงร่วมกับ สมาคมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทางอาหารแห่งประเทศไทย (FoSTAT) ดำเนินโครงการพัฒนาขีดความสามารถบุคลากรและกลไกสนับสนุนนวัตกรรมอาหารของประเทศ โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อพัฒนากลไกสนับสนุนระบบหลักเกณฑ์และวิธีการขออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหาร ซึ่งจะส่งผลให้ผู้ประกอบการนำผลิตภัณฑ์นวัตกรรมอาหารออกสู่ตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

โดยการผลักดันให้เกิดการปฏิรูประบบการสื่อสารข้อมูลและสร้างความเข้าใจในระบบการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์อาหาร ให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในระบบการวิจัยพัฒนาและนวัตกรรมอาหาร อาทิ ผู้ประกอบการ นักวิจัย หน่วยงานที่ให้ทุนวิจัย และผู้บริโภคทั่วไป ตลอดจนการพัฒนาองค์ความรู้ที่จะถ่ายทอดจากข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ไปสู่การบูรณาการทุกภาคส่วน เพื่อช่วยให้เกิดประสิทธิภาพในกลไกและกระบวนการวิจัยพัฒนาและนวัตกรรมอาหาร

“จากนี้ไปการยื่นขอและการอนุญาตผลิตสำหรับผลิตภัณฑ์นวัตกรรมอาหารสู่ตลาดในเชิงพาณิชย์ได้เร็วยิ่งขึ้น ดังเช่นในกรณีการเตรียมข้อมูลผลิตภัณฑ์เพื่อยื่นขออนุญาตกล่าวอ้างทางโภชนาการและสุขภาพของผู้ผลิตอาหาร หากสามารถปฏิบัติได้ตรงตามหลักเกณฑ์ที่ภาครัฐกำหนด จะสามารถลดระยะเวลาการขออนุญาตได้ส่วนหนึ่ง และสื่อสารข้อมูลผลิตภัณฑ์กับผู้บริโภคได้อย่างถูกต้องและชัดเจน นอกจากนี้ จะจัดให้มีการพัฒนาทักษะและขีดความสามารถของนักวิชาการที่จะสามารถเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายและการประเมินคำร้องขออนุมัติ และสร้างฐานข้อมูลบุคลากรที่เป็นผู้เชี่ยวชาญในการพิจารณาหลักฐานการขออนุญาตให้เพียงพอต่อความต้องการของประเทศ ตลอดจนการสร้างความร่วมมือกับ อย. ในด้านการศึกษาวิเคราะห์แนวทางการประเมินและการอนุญาตผลิตภัณฑ์อาหาร เพื่อปรับเกณฑ์การอนุญาตของไทยให้สอดคล้องกับมาตรฐานนานาชาติต่อไป” ดร.อัครวิทย์ กล่าว