มูลนิธิวัคซีนเพื่อประชาชนเร่งให้ความรู้โรคมะเร็งปากมดลูก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/303192

มูลนิธิวัคซีนเพื่อประชาชนเร่งให้ความรู้โรคมะเร็งปากมดลูก

มูลนิธิวัคซีนเพื่อประชาชน​​​​​​​เร่งให้ความรู้โรคมะเร็งปากมดลูกควบคู่กับวัคซีน สร้างภูมิคุ้มกันทั้งกายใจให้เด็กไทย

                  โรงพยาบาลแก้งคร้อ และมูลนิธิวัคซีนเพื่อประชาชน ได้จัดการบรรยายพิเศษทางวิชาการความร่วมมือภาคีสุขภาพด้านการป้องกันโรค “สร้างภูมิเสริมรักษ์” ณ ห้องประชุมโรงพยาบาลแก้งคร้อ อำเภอแก้งคร้อ จังหวัดชัยภูมิ แก่บุคลากรทางด้านสาธารณสุข อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม ) ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้บริหารสถานศึกษา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับโรคมะเร็งปากมดลูก ซึ่งเป็นโรคร้ายแรงและเป็นมะเร็งที่พบมากเป็นอันดับสองในหญิงไทย โดยมีนพ.วิระ ตติยานุพันธ์วงศ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลแก้งคร้อ และนพ. มานิต ธีระตันติกานนท์ ประธานมูลนิธิวัคซีนเพื่อประชาชน  เป็นประธานในพิธีเปิด และการบรรยายวิชาการ โดย รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาการเด็กและครอบครัว

                นพ.วิระ ตติยานุพันธ์วงศ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลแก้งคร้อ เปิดเผยว่า โรงพยาบาลแก้งคร้อเห็นถึงความสำคัญของการป้องกันมะเร็งปากมดลูก ซึ่งรัฐบาลให้โอกาสกับเด็กหญิงไทยได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกแล้ว ทางโรงพยาบาลแก้งคร้อได้จัดการอบรมบุคลากรทางด้านสาธารณสุข ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล อสม. ตัวแทนจากโรงเรียน และโรงพยาบาลต่างๆ ซึ่งดูแลในเรื่องของวัยรุ่น รวมทั้งบุคลากรทางการแพทย์ กุมารแพทย์ สูติแพทย์ซึ่งดูแลทางด้านนี้ รวมไปถึงผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นายก อบต. หัวหน้าส่วนราชการต่างๆ และสิ่งสำคัญคือผู้บริหารสถานศึกษา และครูที่ดูแลวัยรุ่น เพื่อให้เห็นถึงผลดี และความสำคัญของการฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกที่เป็นวัคซีนตัวใหม่

“ในอนาคตการให้ความรู้เกี่ยวกับวัคซีนมะเร็งปากมดลูก เราจะจัดอบรมแบบนี้เป็นระยะๆ และในแต่ละโรงพยาบาลที่ได้เข้ามาอบรมในวันนี้ จะไปจัดอบรมให้ความรู้ต่อ สถานศึกษาก็ไปกระจายความรู้ต่อ และหน่วยงานอื่นๆ ก็ไปกระจายความรู้ต่อ ผมเชื่อว่าในระยะเวลาหนึ่งที่เราจัดอบรมให้ความรู้เรื่องมะเร็งปากมดลูก วิธีการป้องกันมะเร็งปากมดลูกก็จะกระจายออกไป” นพ.วิระ กล่าว

             นพ.มานิต ธีระตันติกานนท์ ประธานมูลนิธิวัคซีนเพื่อประชาชน กล่าวว่า มะเร็งปากมดลูกติดต่อได้จากการมีเพศสัมพันธ์ ซึ่งผู้หญิงอาจจะไม่ได้รู้ตัวว่าได้รับเชื้อมาแล้ว วัคซีนเอชพีวี สามารถเริ่มให้ได้ตั้งแต่อายุ 9-15 ปี ถ้าเทียบกับอายุเด็กหญิงในประเทศไทย เท่ากับกำลังเรียนอยู่ชั้นประถมปีที่ 5 ซึ่งถือเป็นวัยที่เหมาะสมที่สุดในการได้รับวัคซีนเพราะเป็นวัยที่ยังไม่ค่อยมีความรู้เรื่องเพศมากนัก หากมีเพศสัมพันธ์เมื่ออายุยังน้อย โอกาสเกิดโรคมะเร็งปากมดลูกก็มีมากขึ้น วัคซีนถือว่าเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในการป้องกันโรค   ดังนั้นจุดประสงค์ของมูลนิธิฯ จะช่วยเผยแพร่ความรู้ ความสำคัญของวัคซีนป้องกันโรคต่างๆ ให้กับประชาชนทางช่องทางที่หลากหลาย และอีกด้านหนึ่งจะเป็นแรงผลักดันในภาคประชาชนไปสู่รัฐบาล ที่มุ่งมั่นให้ได้มีวัคซีนป้องกันโรคที่สมควรจะใช้ในอนาคต บางครั้งประชาชน อาจยังไม่เข้าใจถึงประโยชน์ของการฉีดวัคซีนเพราะไม่ได้เห็นผลในทันที  ยกตัวอย่างเช่นวัคซีน HPV ที่ฉีดให้กับเด็กหญิงอายุ 10 ปีในวันนี้ ประโยชน์จะเกิดขึ้นในอีก 20-30 ปีข้างหน้า ”นพ.มานิต กล่าว

              รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาการเด็กและครอบครัว กล่าวว่า “เชื้อมะเร็งปากมดลูกมีหลายสายพันธุ์ ส่วนที่เราพยายามให้ครอบคลุมมากที่สุด คือส่วนที่มีความรุนแรงมากและพบบ่อยมากที่สุดอย่าง Type 16, Type 18 ยังไม่มีใครที่สามารถผลิตวัคซีนป้องกันทุกสายพันธุ์ได้ เราไม่รู้ว่าเชื้อจะแปลงสภาพไปและวัคซีนจะพัฒนาให้ทันกับเชื้อโรคด้วยหรือเปล่า เพราะฉะนั้นที่ดีที่สุดต้องกลับมาที่ตัวเอง เราต้องรู้จักรักษาความสะอาด ดูแลสุขภาวะทางเพศ การฉีดวัคซีนป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูกเป็นการป้องกันสร้างเสริมภูมิคุ้มกันทางด้านร่างกาย แต่เราต้องสร้างภูมิคุ้มกันทางด้านจิตใจ และสังคมให้กับตัวเด็กด้วย หน้าที่ของการพัฒนาวัยรุ่นไม่ได้พัฒนาแค่ทางด้านร่างกายปกป้องแค่โรคภัยไข้เจ็บ แต่หน้าที่ของผู้ใหญ่ทุกคนที่อยู่ใกล้ชิดวัยรุ่น ต้องพัฒนาทักษะรู้ คิด จิตสำนึก ทั้งทางด้านจิตใจ สังคมและอารมณ์ ให้กับเขาด้วย”

“สิ่งที่พ่อแม่จะต้องพัฒนาทำควบคู่กันไป คือจิตสำนึก นั่นคือทุนชีวิตของเด็ก หมายถึงทักษะชีวิต บวกกับจิตสำนึกของตนเอง และจิตสำนึกในการอยู่ร่วมในบ้าน ในชุมชน ในโรงเรียน ในการคบเพื่อน เมื่อไรก็ตามที่เด็กมีกลไกป้องกันทางร่างกาย และได้ทั้งด้านการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันทางด้านจิตใจและสังคม มันจะกลายเป็นเกราะกำบังที่ดีที่สุดสำหรับเด็ก” รศ.นพ.สุริยเดว กล่าว

หมอธีสั่งสอบวินัยอดีตผอ.สพม.เขต38

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/303166

หมอธีสั่งสอบวินัยอดีตผอ.สพม.เขต38

บรรจุข้าราชการ, ตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัย, สพม.เขต 38, ครูผู้ช่วย, ครูอุ้มผาง

“ธีระเกียรติ” มอบสพฐ.ตั้งกรรมการสอบสวนวินัย อดีตผอ.สพม.เขต 38 ขณะนี้ ก.ค.ศ.ชี้ 2 ครูอุ้มผางยังไม่บรรจุราชการ พิจารณาไม่ได้แต่จะช่วยหลังได้ข้อเท็จจริง-ยึดกฎหมาย

           เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 60 – นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ว่า ที่ประชุมได้มีการพูดคุยกรณีที่ น.ส.วนาลี ทุนมาก หรือ ครูแอน และ น.ส.นิราวัลย์ เชื้อบุญมี หรือ ครูวัลย์ อดีตครูโรงเรียนอุ้มผางวิทยาคม จ.ตาก ที่ไปปฏิบัติหน้าที่การสอนเป็นเวลา 5 เดือนโดยไม่ได้รับเงินเดือน  และภายหลังคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดตาก (กศจ.ตาก) มีมติไม่บรรจุแต่งตั้งเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย และได้มาร้องทุกข์ขอเข้ารับราชการต่อสำนักงาน ก.ค.ศ. ซึ่ง ผู้ทรงคุณวุฒิ ก.ค.ศ.ให้คำแนะนำว่าทั้ง 2 รายยังไม่ได้บรรจุเป็นข้าราชการ จึงไม่สามารถร้องเรียนได้ แต่สำนักงาน ก.ค.ศ.ยินดีจะช่วย หลังได้ข้อเท็จจริงทั้งหมดซึ่งทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎหมาย

หมอธีสั่งสอบวินัยอดีตผอ.สพม.เขต38

นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์

ขณะที่ ผลการสืบข้อเท็จเท็จจริงการดำเนินการบรรจุแต่งตั้งไม่เป็นไปตามขั้นตอน  และเบื้องต้นพบว่าอดีตผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) 38 สุโขทัย-ตาก ทำผิดวินัย ดังนั้น ขั้นต่อไปหน่วยงานต้นสังกัด คือสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จะต้องไปตั้งกรรมการสอบสวนวินัย

นพ.ธีระเกียรติ กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้ พล.ท.โกศล ประทุมชาติ ที่ปรึกษารมว.ศึกษาธิการ ได้รายงานผลการลงพื้นที่สืบข้อเท็จจริง โดยได้พูดคุยกับพ่อแม่ของครูทั้ง 2 คน พบว่า ครอบครัวมีฐานะยากจน และยืนยันไม่มีการจ่ายเงิน

หมอธีสั่งสอบวินัยอดีตผอ.สพม.เขต38

น.ส.วนาลี ทุนมาก หรือ ครูแอน และ น.ส.นิราวัลย์ เชื้อบุญมี หรือ ครูวัลย์

  ด้านนายพินิจศักดิ์  สุวรรณรังค์  เลขาธิการก.ค.ศ. กล่าว  ว่า ขณะนี้ทั้ง 4 หน่วยงานคือ สพม.38 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) 2 สุโขทัย คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) สุโขทัย และกศจ.ตาก ส่งข้อมูลที่ทางก.ค.ศ.ข้อมาแล้ว แต่ยังไม่ครบถ้วน  ยังขาดข้อมูลสำคัญในบางเรื่อง เช่น หนังสือเรียกตัวให้มารายงานตัว ซึ่งบางลำดับที่ก็ยังไม่มีเอกสารส่งมา โดยข้อดังกล่าวต้องดูให้ตรงว่า เป็นไปตามกรอบเวลาที่กำหนดหรือไม่ เพราะโดยหลักการต้องมีหนังสือเรียกตัวก่อนบัญชีหมดอายุ 10 วัน  ส่วนการช่วยบรรจุทั้ง 2 คนเป็นข้าราชการครูนั้น ต้องดูให้เป็นไปตามกฎหมาย และดูด้วยว่า มีการเรียกบรรจุข้ามสิทธิ์กันหรือไม่ หากทั้ง 2 คนเป็นผู้ทรงสิทธิ์ ก็สามารถเสนอคณะกรรมการก.ค.ศ. ให้พิจารณาได้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

2บัญชีเหตุครูอุ้มผางเสียสิทธิ์สอนฟรี5เดือนอดบรรจุ?? 

ยอมรับกรณีครูอุ้มผางซับซ้อนกว่าที่คิด

มีคนทำผิดต้นเหตุ”ครูอุ้มผาง”2คนสอนฟรี5เดือน อดบรรจุ(มีคลิป)

เปิดใจ“ครูวนาลี”จะร้องทุกข์จนกว่าได้บรรจุราชการ

ตั้งกก.สอบ “อดีตผอ.สพม.38” พบไม่มีอำนาจ

ตั้งกก.สืบสวนอดีตผอ.สพม.เขต38 -2ครูอุ้มผางฟ้องศาลปกครอง

ก.ค.ศ.เรียกข้อมูลบรรจุครูอุ้มผางถึงหลักเกณฑ์หรือไม่20พ.ย

อีก2สัปดาห์ได้คำตอบ2ครูอุ้มผางสอนฟรีอดเงิน5เดือน

สทศ.ปิดระบบเลือกสนามสอบแกต/แพต 3 จังหวัด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/303131

สทศ.ปิดระบบเลือกสนามสอบแกต/แพต 3 จังหวัด

สทศ, แกต/แพต61, สทศปิดระบบการเลือกสนามสอบแกต/แพต

สทศ.ยันระบบไม่ได้ล่ม แต่ต้องปิดระบบการเลือกสนามสอบแกต/แพต ในจังหวัดกรุงเทพฯ นนทบุรี และปทุมธานี พร้อมเปิดระบบให้เลือกสนามสอบอีกครั้ง 23 พ.ย.นี้

         สทศ.ได้เปิดระบบรับสมัครสอบความถนัดทั่วไปหรือแกต และความถนัดทางวิชาการ /วิชาชีพ หรือแพต  ประจำปีการศึกษา 2561 ตั้งแต่วันที่ 22 พฤศจิกายน – 25 ธันวาคม 2560  โดยสมัครผ่านทางเว็บไซต์ www.niets.or.th

        รศ.ดร.สัมพันธ์ พันธุ์พฤกษ์ ผู้อำนวยการสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.)(องค์การมหาชน) กล่าวว่าจากการเปิดระบบรับสมัครแกต/แพต วันแรก พบว่า มีผู้สมัครสอบ ทั่วประเทศเป็นจำนวนมาก โดยปีนี้มีผู้สมัครวันแรก ประมาณ 92,000 คน ขณะที่ปีที่แล้วมีประมาณ 57,000 คน โดยผู้สมัครที่ประสงค์จะเลือกสนามสอบในจังหวัดกรุงเทพฯ นนทบุรี และปทุมธานี ต้องทำการสมัครสอบ ชำระเงิน แล้วกลับเข้ามาในระบบแกต/แพต อีกครั้ง เพื่อเลือกสนามสอบ (รายโรงเรียน) ซึ่งส่งผลต่อระบบการรับสมัครสอบและระบบการชำระเงินมีความล่าช้า แต่ระบบไม่ได้ล่มยังสามารถดำเนินการได้ปกติ

ดังนี้ เพื่อให้ผู้สมัครสามารถสมัครสอบผ่านเว็บไซต์ สทศ. และชำระเงินผ่านทางธนาคารกรุงไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ และเคาน์เตอร์เซอร์วิสได้ตามปกทำให้ระบบในการเลือกสนามสอบมีปัญหา สทศ. จึงได้ปิดระบบเฉพาะการเลือกสนามสอบแกต/แพต ใน 3 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ นนทบุรี และปทุมธานีชั่วคราว ส่วนผู้สมัครในจังหวัดอื่นๆ (นอกเหนือจากกรุงเทพฯ นนทบุรี และปทุมธานี) สามารถดำเนินการตามขั้นตอนได้ตามปกติ อย่างไรก็ตาม  สทศ. จะเปิดระบบการเลือกสนามสอบใน 3 จังหวัด (กรุงเทพฯ นนทบุรี และปทุมธานี) อีกครั้งในวันพรุ่งนี้ (23 พฤศจิกายน 2560) เวลา 9.00 น. เป็นต้นไป

ศธจ.บุรีรัมย์สอบครูผู้ช่วยกรณีพิเศษ 21 สาขา 141 อัตรา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/303129

ศธจ.บุรีรัมย์สอบครูผู้ช่วยกรณีพิเศษ 21 สาขา 141 อัตรา

ศธจ.บุรีรัมย์, สพฐ., สอบคัดเลือกครูผู้ช่วยกรณีพิเศษ 2560, ครูผู้ช่วยกรณีพิเศษ

“ศธจ.บุรีรัมย์” เปิดรับสมัครสอบครูผู้ช่วยกรณีพิเศษ ใน 21 สาขา 141 อัตรา ภาษาไทยว่างมากสุด 24 อัตรา ฝากอย่าหลงเชื่อผู้แอบอ้างช่วยเหลือการสอบ ทำทุกอย่างโปร่งใส

            วันที่ 22 พฤศจิกายน 2560 – นายโสธร บุญเลิศ รองศึกษาธิการจังหวัดบุรีรัมย์ รักษาการแทน ศึกษาธิการจังหวัดบุรีรัมย์ (ศธจ.บุรีรัมย์) เปิดเผยว่า  วันนี้เป็นวันแรกของการรับสมัครคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย กรณีที่มีความจำเป็นหรือมีเหตุพิเศษ ครั้งที่ 2 ปี 2560  สังกัด สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) มีผู้เดินทางมายื่นสมัครตั้งแต่ช่วงเช้า โดย ศธจ.บุรีรัมย์ เปิดสอบแข่งขันใน 21 สาขาวิชาเอก รวม 141 อัตรา กำหนดรับสมัครสอบแข่งขันระหว่างวันที่ 22-28 พ.ย.60 ไม่เว้นวันหยุดราชการ ณ หอประชุมสมาคมศิษย์เก่าโรงเรียนบุรีรัมย์พิทยาคม สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดบุรีรัมย์ สอบข้อเขียน สัมภาษณ์วันที่ 16-17 ธ.ค.60 และกำหนดประกาศผลการสอบแข่งขัน ภายในวันที่ 22 ธ.ค.60

ศธจ.บุรีรัมย์สอบครูผู้ช่วยกรณีพิเศษ 21 สาขา 141 อัตรา

“ขอฝากถึงผู้สมัครสอบคัดเลือกทุกคนอย่าได้หลงเชื่อผู้ที่แอบอ้างว่าจะช่วยเหลือในการสอบได้ และ ศธจ.บุรีรัมย์ จะดำเนินการทุกกระบวนการ ทุกขั้นตอน ด้วยความโปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้”นายโสธร กล่าว

สำหรับสาขาวิชาเอก 21 สาขาและอัตราว่าง มีดังนี้ ได้แก่ ภาษาไทย 24 อัตรา ภาษาอังกฤษ 16 อัตรา ภาษาจีน 4 อัตรา คณิตศาสตร์ 2

3 อัตรา วิทยาศาสตร์ทั่วไป 7 อัตรา เคมี 1 อัตรา ชีววิทยา 1 อัตรา สังคมศึกษา 10 อัตรา พลศึกษา 4 อัตรา สุขศึกษา 1 อัตรา ศิลปศึกษา 2 อัตรา ทัศนศิลป์ 1 อัตรา นาฏศิลป์ 3 อัตรา ดนตรีศึกษา 2 อัตรา ดนตรีสากล 4 อัตรา ดุริยางคศิลป์ 1 อัตรา อุตสาหกรรมศิลป์ 1 อัตรา เกษตรกรรม 1 อัตรา คอมพิวเตอร์ 3 อัตรา ปฐมวัย 23 อัตรา และประถมศึกษา 9 อัตรา

ศธจ.บุรีรัมย์สอบครูผู้ช่วยกรณีพิเศษ 21 สาขา 141 อัตรา

ศธจ.บุรีรัมย์สอบครูผู้ช่วยกรณีพิเศษ 21 สาขา 141 อัตรา

ภาพจาก ศธจ.บุรีรัมย์

กองทุนเสมอภาคฯลดเหลื่อมล้ำทำได้ไม่หวังเกินจริง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/303119

กองทุนเสมอภาคฯลดเหลื่อมล้ำทำได้ไม่หวังเกินจริง

กองทุนเสมอภาคเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ, ครม., สาระสำคัญกองทุน, 5ของงบประมาณแผ่นดินด้านการศึกษา

คณะอนุกองทุน เผย 3 เป้าหมายสำคัญกองทุนเพื่อความเสมอภาคฯ ย้ำต้องสร้างความเข้าใจไม่ให้ความหวังเกินความจริง พร้อมเร่งยกร่างระเบียบ 2 ฉบับกำหนดรายละเอียดให้ทุน

            เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 60 – ที่สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุลกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา ในฐานะประธานอนุกรรมการกองทุน เปิดเผยว่า  หลังจากที่ร่างพ.ร.บ.กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา พ.ศ…. ได้ผ่านมติเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) วานนี้(21 พฤศจิกายน) มีเป้าหมายสำคัญ 3 เรื่องที่ต้องดำเนินการ คือ 1.จัดทำฐานข้อมูล สถานะความเหลื่อมล้ำ ซึ่งไม่ใช่การมาสำรวจใหม่ แต่เป็นการรวบรวมข้อมูลที่หน่วยงานต่างๆ ทำอยู่ มีความน่าเชื่อถือและนำมาเผยแพร่สู่สาธารณชน สามารถวิเคราะห์ชี้เป้า วางยุทธศาสตร์ที่ดีที่จะช่วยลดปัญหาความเหลื่อล้ำได้ 2.เสริมพลังในแง่ทรัพยากร เช่น ให้การสนับสนุนเม็ดเงิน แก่หน่วยงาน องค์กรเอ็นจีโอ ที่เข้ามาช่วยแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และ3.การจัดทำกลไกในการติดตามและประเมินผลที่ดี เพื่อให้ประชาชนรับรู้ ทราบผลการดำเนินงาน

“เมื่อร่างพ.ร.บ.กองทุนฯ ผ่านครม.จะยิ่งมีผู้ให้ความสนใจและอยากรู้ เพราะฉะนั้น ต้องสร้างความเข้าใจแก่ทุกฝ่าย โดยไม่สร้างความหวังเกินความเป็นจริง เพราะกองทุนเพื่อความเสมอภาคฯ นี้ไม่ได้เข้ามาช่วยแก้ปัญหาความยากจน เพราะเรื่องนี้ไม่ได้แก้ไขได้ในระยะเวลาอันสั้นแต่ต้องใช้เวลามหาศาล ซึ่งกองทุนฯ นี้มีงบประมาณหมุนเวียนประมาณ 2-3 หมื่นล้านต่อปี คิดเป็นเงิน 5% ของงบประมาณแผ่นดินด้านการจัดการศึกษา ซึ่งมาจากหลายหน่วยงาน ทั้งกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เป็นต้น การทำงานจึงต้องให้เกิดผลใน 3 เรื่องหลักข้างต้น เพื่อให้แต่ละหน่วยงานเกิดความมั่นใจ และหวังให้ 5% นี้เป็นตัวอย่าง และผลักดันให้การใช้งบฯ ด้านการศึกษาที่เหลืออีก 95% หรือการทำงานส่วนอื่นๆ ประสบความสำเร็จ”ดร.ประสาร กล่าว

กรรมการอิสระและประธานอนุกองทุน กล่าวต่อไปว่า จากนี้คณะอนุกรรมการกองทุน จะต้องไปดำเนินการยกร่าง หลักเกณฑ์และระเบียบที่เกี่ยวข้อง 2 ฉบับ โดยฉบับหนึ่งจะเป็นการกำหนดว่ากองทุนฯจะช่วยใคร คือเด็กอายุเท่าไร พิจารณาจากอะไรรายได้ครอบครัว หรือปัจจัยที่เกี่ยวข้อง และฉบับที่ 2 กองทุนฯจะช่วยอย่างไร ประสานร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ  มีการดำเนินงานที่ชัดเจน ซึ่งทราบว่าในการประชุมครม.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีก็ได้เน้นย้ำว่าการทำงานของกองทุนฯ ต้องไม่ซ้ำซ้อนกับหน่วยงานอื่นด้วย

อย่างไรก็ตาม กองทุนฯมีสถานะเป็นนิติบุคคล จากนี้ร่างพ.ร.บ.กองทุนฯ จะเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกาเป็นเรื่องเร่งด่วน ก่อนเข้าสู่การพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ต่อไป

ซึ่งตามกรอบเวลากำหนดไว้ว่าพ.ร.บ.กองทุนฯ ต้องมีผลบังคับใช้ภายใน 1 ปี หลังรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 ประกาศใช้ คาดว่า จะสามารถประกาศใช้พ.ร.บ.กองทุนฯ ได้ภายในเดือนเมษายน 2561

อนึ่ง สาระสำคัญของร่างพ.ร.บ.กองทุนฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการช่วยเหลือผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในการศึกษา เสริมสร้างและพัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพครู อาจารย์ พัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของชาติให้มีความรู้ ความสามารถ และมีคุณธรรม รวมทั้งมีศักยภาพที่จะดำรงชีวิตโดยพึ่งพาตนเองได้อย่างมั่นคง

กำหนดให้กองทุนฯ ประกอบด้วยเงินและทรัพย์สินได้แก่ เงินที่รัฐจัดสรรให้เป็นทุนประเดิม 1,000 ล้านบาท เงินอุดหนุนที่รัฐบาลจัดสรรให้เป็นรายปี ซึ่งต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ของเงินงบประมาณแผ่นดินในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษา และเงินรายได้จากการจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น  ทั้งนี้ ตามอัตราที่ครม.กำหนด เป็นต้น

โดยเงินและทรัพย์สินของกองทุนไม่ต้องนำส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน ผู้เสียภาษีเงินได้มีสิทธิแสดงเจตนาให้รัฐนำเงินที่ตนได้เสียภาษีไว้ไปอุดหนุนกองทุนได้ปีละไม่เกิน 5,000 บาท และผู้บริจาคเงินให้แก่กองทุนมีสิทธินำจำนวนเงินที่บริจาคไปหักเป็นค่าลดหย่อนหรือรายจ่ายเพื่อการบริจาคตามที่กำหนดในประมวลรัษฎากรได้เป็นจำนวน 2 เท่าของจำนวนเงินบริจาค ในอัตราไม่เกินร้อยละ 10 ของเงินได้พึงประเมินเฉพาะส่วนที่ไม่เกิน 500,000 บาทสำหรับบุคคลธรรมดา และไม่เกินร้อยละ 2 ของกำไรสุทธิสำหรับนิติบุคคล

กำหนดให้มีคณะกรรมการบริหารกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้ง จำนวน 1 คน เป็นประธานกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้ง จำนวน 6 คน เป็นกรรมการ ปลัดกระทรวงการคลังปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงศึกษาธิการและผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ เป็นกรรมการ โดยกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 3 ปี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เตรียมชงร่างพ.ร.บ.กองทุนเสมอภาคฯเข้าครม.

เปิดบ้านไขความสำเร็จเด็กหัวการค้า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/303081

เปิดบ้านไขความสำเร็จเด็กหัวการค้า

ม.หอการค้า, เด็กหัวการค้า, เปิดบ้าน, open house

ม.หอการค้าไทย เปิดบ้านต้อนรับนักเรียน ร่วมไขความสำเร็จเด็กหัวการค้า ภายใต้คอนเซ็ป “สนามเด็กเล่น” วันที่ 23-24 พ.ย.นี้

         “มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ” ถาบันการศึกษาที่มีจุดแข็งในการมุ่งเน้นการสร้างผู้ประกอบการที่ขับเคลื่อนโดยนวัตกรรม (Innovation Driven Entrepreneurship หรือ IDE)  เปิดบ้านต้อนรับนักเรียน นักศึกษา ผู้ปกครอง ประชาชน วันที่ 23-24 พฤศจิกายน 2560 เวลา 08.00 – 16.00 น. ณ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กรุงเทพฯ ภายในใต้คอนเซ็ป “สนามเด็กเล่น” ประกอบด้วย สนามเด็กเล่น บ้านเด็กอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและบริการ,สนามเด็กเล่น บ้านเด็กนิติศาสตร์,สนามเด็กเล่น บ้านเด็กบริหาร,สนามเด็กเล่น บ้านเด็กนิเทศศาสตร์,สนามเด็กเล่น บ้านเด็กผู้ประกอบการ,สนามเด็กเล่น บ้านเด็กบัญชี,สนามเด็กเล่น บ้านเด็กบัญชี,สนามเด็กเล่น บ้านเด็กเศรษฐศาสตร์,สนามเด็กเล่น บ้านเด็กมนุษย์ศาสตร์และประยุกต์ศิลป์และสนามเด็กเล่นบ้านเด็กวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

เปิดบ้านไขความสำเร็จเด็กหัวการค้าเปิดบ้านไขความสำเร็จเด็กหัวการค้า

โดยภายในงาน UTCC Open House2017 ครั้งนี้ นักเรียน นักศึกษา ผู้ปกครอง ประชาชนจะได้พบกับเนื้อหาสาระทางวิชาการของแต่ละคณะ สาขาต่างๆมากมาย พร้อมการขับเคลื่อนผู้ประกอบการรุ่นใหม่ด้วยนวัตกรรมเข้าสู่ยุคไทยแลนด์ 4.0 นอกจากนี้ยังได้พบกับ Art Gallery คณะและสาขา,
พื้นที่ workshop ให้ทดลองลงมือทำธุรกิจของจริง ได้แก่  “จัดสวนในขวด” ธุรกิจของพี่ๆ วิทยาลัยผู้ประกอบการ, “การทดลองผสม ม็อกเทล” จากพี่ๆ คณะการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมบริการ ,“แอดติ้งตัวแม่” จากพี่ๆ สาขาศิลปะการแสดง,“การทำขนมด้วยไมโครเวฟ” จากพี่ๆ Food Business Management และยังมี workshop รอให้น้องๆ ได้เข้ามาร่วมกิจกรรมพร้อมกิจกรรมจากพี่ๆ ศิลปินดาราที่มีการเซอร์ไพรส์ทุกๆคนในงานครั้งนี้

เปิดบ้านไขความสำเร็จเด็กหัวการค้า
น.ส.ววรรณิสา สุบรรณโรจน์ คณะการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมการบริการ สาขาการจัดการประชุม นิทรรศการและกิจกรรมพิเศษ  ชั้นปีที่ 1 นักศึกษาทุนรัตนมงคล ม.หอการค้าไทยกล่าวว่า อยากเชิญชวนน้องๆนักเรียน นักศึกษา ท่านผู้ปกครอง ประชาชนและพี่ๆสื่อมวลชนเข้าร่วมงาน UTCC Open House2017 ครั้งนี้คะ ท่านจะได้พบกับเด็กหัวการค้ารุ่นใหม่ในแต่ละสาขาแต่ละอาชีพ ที่นักศึกษาทุกคณะจะได้ลงมือปฏิบัติทำจริงในสาขาวิชาชีพของตนเอง เมื่อนักศึกษาเรียนจบแล้วสามารถนำไปใช้ในธุรกิจกิจการของครอบครัวหรือใช้ในการทำงานได้อย่างแน่นอนคะ

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมต่างๆมากมาย ได้แก่การประกวด UTCC Cover Dance Contest 2017 ,แฟชั่นโชว์ชุดช็อปของพี่เด็กหัวการค้า,พูดคุยสบายๆ กับพี่ศิษย์เก่า ไม่ว่าจะเป็น พี่นุ๊ย พี่บุคโกะ พี่เคน (ภูภูมิ) พี่เจริญ พี่หยวน พี่โมเม พี่ปั๊บ ฯลฯ และกิจกรรมพิเศษจากพี่ๆ เด็กหัวการค้า ที่จะเอาความหลากหลายทางวัฒนธรรมมาโชว์ ไม่ว่าจะเป็น กลองจีน Cover Dance เกมกระบอก ทำนายญี่ปุ่น ฯลฯ

ยุติ “5 พันโรงไอซียู” มุ่งพัฒนาคุณภาพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/303032

ยุติ “5 พันโรงไอซียู” มุ่งพัฒนาคุณภาพ

โรงเรียนไอซียู, ประกาศสิ้นสุด, 5032 โรง, ด้านกายภาพ, บุคลิกภาพ, 5 พันโรงไอซียู

การยกเลิกโครงการโรงเรียนไอซียูก็เช่นโครงการอื่นๆทำไปสักระยะ ทุกอย่างเรียบร้อยก็สิ้นสุดโครงการ เข้าสู่การพัฒนาคุณภาพตามปกติ โดยจะดึงร.ร.เก่งจับคู่พัฒนาร.ร.อ่อน

         การสิ้นสุดโครงการโรงเรียนไอซียูเป็นการเตรียมเดินไปอีกก้าวหนึ่งของการพัฒนาคุณภาพ เป็นเรื่องของการบริหารไม่เกี่ยวข้องกับงบประมาณ เพราะแม้ไม่มีโครงการนี้ สพฐ. ก็ต้องให้ความช่วยเหลือโรงเรียนอยู่แล้ว และรัฐบาลไม่ได้ห้ามให้ทำโครงการนี้ สิ่งที่สพฐ. ได้ดำเนินการกับ 5,032 โรงเรียน ได้เลือกดำเนินการกับโรงเรียนที่วิกฤตที่ติดขัดจริง ๆ ที่ผ่านมาใช้งบฯ จากสพฐ. และขอความร่วมมือจากเอกชนที่สนับสนุนมาดำเนินการแก้ปัญหา

         ดร.บุญรักษ์ ยอดเพชร  เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.)เปิดแถลงข่าวการยกเลิกโครงการโรงเรียนไอซียู ว่า แม้จะสิ้นสุดโครงการโรงเรียนไอซียูแล้ว การแก้ปัญหาให้โรงเรียนที่ต้องการความช่วยเหลือ ก็ยังดำเนินต่อไป ในลักษณะโครงการปกติ ซึ่งในปีงบประมาณ 2561 ได้เตรียมงบฯ ช่วยเหลือไว้เพิ่มเติมแล้ว จำนวน 440 ล้านบาท โดยเท่าที่ดูยังเหลือโรงเรียนวิกฤตอยู่ประมาณ 400 กว่าโรงเรียน ทั้งหมดนี้อยู่ในแผนการที่จะเข้าไปสนับสนุนช่วยเหลือให้โรงเรียนจัดการศึกษาได้อย่างมีคุณภาพ

ยุติ "5 พันโรงไอซียู" มุ่งพัฒนาคุณภาพ

โรงเรียนบ้านหน้าเขา สพป.นครศรีธรรมราช เขต 2

         เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) อธิบายว่าเหตุที่ประกาศยุติเพราะเห็นว่าโรงเรียนไม่ได้อยู่ในสภาพที่วิกฤตแล้วสามารถเดินหน้าต่อไปได้แล้ว ดังนั้น เพื่อให้การจัดสรรงบประมาณในการดูแลเรื่องกายภาพ และบุคลากร ไปอยู่ในเกณฑ์ปกติเหมือนโรงเรียนทั่วไปและให้ 30,000 โรงเรียน ได้รับการดูแลเช่นเดียวกัน ทั้งนี้กำลังจะพัฒนาไปสู่การยกระดับคุณภาพลดความเหลื่อมล้ำ ก้าวนำสู่คุณภาพ โดยใช้หลักในการบริหารช่วย เป็นกลไก เช่นให้โรงเรียนที่เก่งจับคู่พัฒนาโรงเรียนที่อ่อน

        ยุติ "5 พันโรงไอซียู" มุ่งพัฒนาคุณภาพ

ดร.บุญรักษ์ ยอดเพชร

        ก่อนหน้านี้ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) มีหนังสือแจ้งสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ทั่วประเทศเรื่องการสิ้นสุดโครงการยกระดับคุณภาพโรงเรียนที่ต้องการความช่วยเหลือและพัฒนาเป็นพิเศษอย่างเร่งด่วน หรือ โรงเรียนไอซียู ที่ดำเนินการมาตั้งแต่ธันวาคม 2559 มีโรงเรียนเข้าร่วมทั้งสิ้น 5,032 โรงทั่วประเทศ

         โครงการโรงเรียนไอซียู  เป็นนโยบายของ นพ.ธีระเกียรติ  เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ซึ่งเมื่อเข้ามารับตำแหน่งมีข้อมูลว่า มีโรงเรียนที่มีปัญหาจนแทบจะจัดการเรียนการสอนไม่ได้ ในพื้นที่ห่างไกลมีอยู่จำนวนมาก โดยมีปัจจัยและสาเหตุหลายอย่าง โดยส่วนใหญ่เป็นปัจจัยด้านกายภาพ เช่น อาคารเรียน อาคารประกอบทรุดโทรม ขาดแคลนสื่อการเรียนการสอน บุคลากร ไม่มีไฟฟ้าใช้ หรือบางแห่งใช้เซลล์แสงอาทิตย์ หรือ โซลาร์เซลล์ แต่อุปกรณ์ชำรุด สพฐ.ก็ได้เข้าไปช่วยปัญหา เพื่อให้ครูมีไฟฟ้าใช้

ยุติ "5 พันโรงไอซียู" มุ่งพัฒนาคุณภาพ

        ทั้งนี้ การดำเนินโครงการ แบ่งกลุ่มโรงเรียนออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่ ฉุกเฉิน เร่งด่วน และไม่ฉุกเฉิน มีโรงเรียนเข้าร่วมทั้งสิ้น 5,032 โรงเรียนทั่วประเทศ ดังนี้ ฉุกเฉิน 2,253 โรง เร่งด่วน 1,923 โรง และ ไม่ฉุกเฉิน 865 โรงเรียน รวมทั้งหมดที่เข้าร่วมโครงการโรงเรียนไอซียู ในจำนวนนี้มีโรงเรียนที่ได้รับความช่วยเหลือด้านกายภาพ ปี2560 จำนวน 1,964 ในจำนวนโรงเรียนที่ได้รับความช่วยเหลือจากงบประมาณของสพฐ. 896 โรงเรียน ใช้งบฯ 416 ล้านบาท และงบฯ ที่ได้รับความช่วยเหลือจากภาคเอกชน  จำนวน 1,068 โรงเรียน ใช้งบฯ29 ล้านบาท

       อย่างไรก็ตาม การยกเลิกโครงการไอซียู เป็นไปเช่นเดียวกับโครงการอื่น ๆ ที่เมื่อดำเนินการไประยะหนึ่ง ถ้าเห็นว่าการดำเนินการสามารถขับเคลื่อนไปได้อย่างปกติ ก็สิ้นสุดโครงการฯ เพียงแต่โครงการอื่น ๆ ที่สิ้นสุดไปไม่ได้มีการประกาศอย่างเป็นทางการ และเร็ว ๆ นี้จะมีการประกาศสิ้นสุดโครงการฯ ที่ทำมาเป็นเวลานานอีกหลายโครงการฯ

ยุติ "5 พันโรงไอซียู" มุ่งพัฒนาคุณภาพ

บรรยากาศการเรียนการสอนโรงเรียนบ้านหน้าเขา สพป.นครศรีธรรมราช เขต 2

        จารี กาลดิษฐ์ ทิพย์รัตน์ รองผอ.สพป.นครศรีธรรมราช เขต 2 กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ สพป.นครศรีธรรมราช เขต 2 มีโรงเรียนยื่นสมัครเข้าร่วมโครงการ 39 โรงจากโรงเรียนในกำกับทั้งหมดกว่า 200 โรงด้วยปัญหาเรื่องคุณภาพ บุคลากร และกายภาพ แต่ได้รับคัดเลือกเพียง 15 โรง ซึ่งมีความวิกฤตในด้านกายภาพ โรงเรียนที่ไกลที่สุดอยู่ในอำเภอพิปูน โดยมีโรงเรียน 10 แห่ง ที่มีอาคารเรียนเก่าใช้งานมายาวนานหลาย 10 ปี และอีก 5 โรงเรียนมีปัญหาด้านไฟฟ้า สายไฟชำรุดต้องเดินสายใหม่ และน้ำประปา ที่ต้องมีการเดินท่อ การติดตั้งก็อกน้ำ และเพิ่มที่กักเก็บน้ำไว้ประปาไว้ใช้ โดยได้รับงบประมาณสนับสนุนมาทั้งสิ้น 5.2 ล้านบาท และเขตพื้นที่ฯได้จัดสรรให้โรงเรียน

ยุติ "5 พันโรงไอซียู" มุ่งพัฒนาคุณภาพ

จารี กาลดิษฐ์ ทิพย์รัตน์

       “สพป.นครศรีธรรมราช เขต 2 จะมีแค่โรงเรียนที่มีปัญหาด้านกายภาพร่วมโครงการ แต่ก็ดีกว่าโรงเรียนไม่ได้รับการดูแลหรือแก้ไขอะไรเลย เพราะเป็นปัญหาที่โรงเรียนร้องขอเองโดยตรง ขณะที่ปัญหาด้านคุณภาพ โรงเรียนและสพป.นครศรีธรรมราช เขต 2 ก็พยายามช่วยกันดูแล ซึ่งก็เชื่อว่าแม้จะสิ้นสุดโครงการโรงเรียนไอซียูไป ก็จะมีช่องทางอื่นๆที่จะมาช่วยกันพัฒนาคุณภาพการศึกษาของนักเรียนในทุกโรงแน่นอน”จารี กล่าว

       ประสบชัย บุญแสง ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านพานสหราษฎร์บำรุง จังหวัดสกลนคร บอกว่าความจริงแล้วนโยบายของรมว.ศึกษาธิการ ที่ต้องการให้โรงเรียนที่มีปัญหาได้รับการแก้ปัญหาที่ตรงจุดเป็นแนวคิดที่ดี แต่ในทางปฏิบัติก็ไม่รู้แน่ชัดว่าเกิดติดขัดจากอะไร ที่ผ่านมาทำแผนเสนอของบฯไปถึง 3 ครั้งแต่ไม่ได้รับการอนุมัติ ขณะที่เราก็ไม่ได้กันงบฯมารองรับ เพราะเห็นว่าอยู่ในโครงการไอซียูเป็นโอกาสที่จะได้รับการพิจารณาพิเศษ พอไม่ได้รับอนุมัติก็รู้สึกว่าเราสูญเสียโอกาสในการพัฒนา ซึ่งโรงเรียนก็ไม่ได้นิ่งเฉยก็ปรับเปลี่ยนหาความร่วมมือกับภาคเอกชน ชุมชน หน่วยงานในการร่วมพัฒนาคุณภาพการศึกษาของเด็ก ขณะที่การสร้างอาคารเรียนอนุบาลที่ขอไปนั้น ผมก็ได้เตรียมทำเรื่องเสนอขอตั้งงบประมาณในปี 2562 แทน

ยุติ "5 พันโรงไอซียู" มุ่งพัฒนาคุณภาพ

        ประสบชัย  บุญแสง

           โรงเรียนบ้านพานสหราษฎร์บำรุง จังหวัดสกลนคร มีนักเรียนประมาณ 172 คน เป็นโรงเรียนขยายโอกาสสอนระดับอนุบาล-มัธยมศึกษาปีที่ 3 มีปัญหาในด้านคุณภาพการศึกษา ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของเด็ก ตลอดจนคะแนนการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (โอเน็ต) อยู่ในระดับไม่ค่อยน่าพอใจ จึงได้สมัครเข้าร่วมโครงการไอซียูและได้รับคัดเลือก

ยุติ "5 พันโรงไอซียู" มุ่งพัฒนาคุณภาพ

โรงเรียนบ้านพานสหราษฎร์บำรุง

        แต่ 1 ปีที่ผ่านมาก็พบว่ายังไม่ค่อยได้รับการตอบสนองเท่าที่ควร โรงเรียนต้องพึ่งพาตนเองเป็นหลัก ทำแผนเสนอของบประมาณ 5-6 แสนบาทเพื่อจัดซื้อครุภัณฑ์ 7 รายการ เช่น คอมพิวเตอร์ โปรเจคเตอร์ ใช้ในห้องเรียน และของบฯสร้างอาคารเรียนอนุบาล 1 หลังก็ปรากฏว่าไม่ได้รับการอนุมัติงบฯ ในขณะที่โรงเรียนในโครงการซึ่งอยู่พื้นที่ใกล้เคียงของบฯ ในโครงการไอซียู เพื่อปรับปรุงซ่อมแซม อาคารเรียน กลับกลายเป็นว่าได้รับจัดสรรงบประมาณดำเนินการ

0 เกศกาญจน์ บุญเพ็ญ 0

“ถึงเวลาเผือก” สอดส่องดูแลความปลอดภัยเพื่อผู้หญิง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/303034

“ถึงเวลาเผือก” สอดส่องดูแลความปลอดภัยเพื่อผู้หญิง

คุณภาพชีวิต, ถึงเวลาเผือก, รณรงค์เมืองปลอดภัยเพื่อผู้หญิง

รู้ไหมว่า? ในช่วงปีที่ผ่านมาประเทศไทยมีเหตุการณ์คุมคามทางเพศบนรถโดยสารสาธารณะถึงร้อยละ 35 ของประชากรทั้งหมด แก้ไขได้ด้วยการสอดส่งดูแล

          องค์การแอ็คชั่นเอด ประเทศไทย จับมือกับ ภาคีเครือข่ายรณรงค์เมืองปลอดภัยเพื่อผู้หญิงจัดกิจกรรมรณรงค์เมืองปลอดภัยเพื่อผู้หญิง “Safe Cities for Women” เนื่องในวันขจัดความรุนแรงต่อสตรีสากลปี 2560 ภายใต้แคมเปญ “ถึงเวลาเผือก”

“ถึงเวลาเผือก” สอดส่องดูแลความปลอดภัยเพื่อผู้หญิง

เหตุการณ์จำลองการคุกคามทางเพศ

“ถึงเวลาเผือก” สอดส่องดูแลความปลอดภัยเพื่อผู้หญิง

ภายในงานมีการจำลองสถานการณ์การคุกคามทางเพศบนรถโดยสารสาธารณะ พร้อมกับการนำเทคโนโลยีโลกเสมือนจริง 360 องศา ให้ผู้เข้าร่วมงานได้สัมผัสสถานการณ์จริงอย่างใกล้ชิดผ่านแว่น Virtual Reality (VR) อีกทั้งยังมีการเสวนาในหัวข้อ “เราสามารถยุติการคุกคามทางเพศบนระบบขนส่งสาธารณะได้อย่างไร” จากผู้ที่เคยมีประสบการณ์ถูกคุกคามทางเพศ และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง

“ที่ผ่านมาการคุกคามทางเพศมีเพียงแคมเปญรณรงค์ พอนำมาปฏิบัติจริง กลับไม่เห็นผล เป็นเพียงกระแสชั่วครั้งชั่วคราว เราเชื่อว่าถ้าเกิดมันมีแรงกระตุ้นบางอย่างหรือแรงผลักดันจากนโยบายของภาครัฐออกมา ประชาชนจะอยากเล่าหรือออกความคิดเห็นมากกว่านี้ ตอนนี้เราอยู่ในสังคมที่พูดอะไรไปก็ไร้ค่า มีคนฟังก็จริงอยู่แต่นานๆ ไป ก็กลับเป็นเหมือนเดิม ไม่รู้จะพูดไปทำไม  ทำให้เรื่องนี้มันกลายเป็นการคุยกันในวงผู้หญิง เป็นเรื่องสนุกสนานที่แต่ละคนมาเล่าสู่กันฟัง แต่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้”ความรู้สึกของ “กระแต” วรวรรณ ตินะลา ผู้ที่เคยมีประสบการณ์ถูกคุกคามทางเพศ

“ถึงเวลาเผือก” สอดส่องดูแลความปลอดภัยเพื่อผู้หญิง

“กระแต” วรวรรณ ตินะลา

“กระแต” วรวรรณ ตินะลา อายุ 32 ปี ผู้ดำเนินรายการสถานีโทรทัศน์

Money Channel จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาที่โรงเรียนกำแพงเพชรพิทยาคม จังหวัดกำแพงเพชร และระดับปริญญาตรี คณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร

“ถึงเวลาเผือก” สอดส่องดูแลความปลอดภัยเพื่อผู้หญิง

เหตุการณ์จำลองการคุกคามทางเพศ

“กระแต” เล่าถึงเหตุการณ์ที่โดนภัยคุกคามทางเพศว่า เธอเคยประสบเหตุคุกคามบนรถไฟฟ้า BTS เมื่อตอนอายุ 26 ปี ขณะนั้นเธอพึ่งเรียนจบและเป็นพนักงานของบริษัท APM Group โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นหลังจากเธอเลิกงานช่วงประมาณ 6 โมงเย็น ซึ่งเป็นชั่วโมงเร่งด่วน ขณะนั้นเป็นช่วงที่เปลี่ยนขบวนรถบริเวณสถานีสยาม เมื่อเธอเข้าไปในขบวนมีคุณป้าท่านหนึ่งสะกิดบอกว่า “กระโปรงขาด”

เมื่อเธอหันไปดูรู้สึกตกใจมาก เพราะเห็นกางเกงชั้นในด้วย และมั่นใจว่าไม่ใช่การเกี่ยวธรรมดาแน่นอน เนื่องจากกระโปรงเป็นรอยกรีดจากมีดประมาณ 1 เมตร แต่เธอโชคดีมีผู้โดยสารในขบวนรถช่วยกันหาเข็มกลัดมาเย็บบนรอยขาดประมาณ 40 ตัว

“ถึงเวลาเผือก” สอดส่องดูแลความปลอดภัยเพื่อผู้หญิง

หลังจากรู้ว่าตัวเองถูกกรีดกระโปรง เธอไปแจ้งเจ้าหน้าที่ให้ความช่วยเหลือ แต่ได้รับคำตอบว่า “ไม่สามารถตรวจสอบได้ เนื่องจากไม่มีกล้องวงจรปิด” เธอรู้สึกโกรธมากแต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ จึงปล่อยเรื่องนี้ไปโดยไม่ได้แจ้งความกับตำรวจ และทำให้เธอระวังตัวมากขึ้น

เหตุการณ์นี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอเคยเจอ ยังมีคนรอบข้างที่เล่าให้เธอฟัง ไม่ว่าจะเป็น เพื่อนสนิทของเธอเดินทางไปทำงานด้วยรถไฟฟ้ามหานคร นั่งจากสายบางซื่อมาลงที่ทำงาน ขณะที่เดินออกจากรถกระโปรงเลอะคราบจากโรคจิตที่สำเร็จความใคร่โดยที่เธอไม่รู้ตัว

อีกคนหนึ่งขึ้นรถเมล์ไปทำงาน บนรถโล่งมากแต่เธอต้องยืนเพราะที่นั่งเต็ม เธอเป็นผู้หญิงคนเดียวที่ยืนและอีกคนเป็นผู้ชายที่เอาตัวมาแนบชิดแล้วกอดคอ เธอเลือกที่จะเดินหนีไปท้ายรถ แต่เธอรู้สึกว่าไม่ใช่วิธีการแก้ไขที่ถูกต้อง เลยตัดสินใจบอกกระเป๋ารถเมล์ว่า คนนี้โรคจิต ผู้ชายก็รู้ตัวเลยกระโดดลงจากรถไปป้ายถัดไป

“ถึงเวลาเผือก” สอดส่องดูแลความปลอดภัยเพื่อผู้หญิง

หลังจากเกิดเหตุการณ์ เราต้องระมัดระวังตัวเองมากขึ้น จากเดิมหลังเลิกงานที่ต้องเดินทางคนเดียว ทุกวันนี้เวลากลับบ้านต้องไปกับเพื่อนทุกครั้ง รวมทั้งเปลี่ยนขบวนรถไม่ให้ซ้ำแต่ละวัน ถึงแม้เหตุการณ์เกิดขึ้นหลายปีแล้ว เรายังรู้สึกหลอนไม่หาย เวลามีใครเดินตามก็เกิดความระแวง โดยมีความคิดว่าทุกวันนี้คนโรคจิตอยู่ใกล้ตัวมาก ทั้งเจอเหตุการณ์ด้วยตัวเอง คนรอบข้างเล่าให้ฟัง “กระแต” เล่า

“ถึงเวลาเผือก” สอดส่องดูแลความปลอดภัยเพื่อผู้หญิง

ดร.วราภรณ์ แช่มสนิท

ดร.วราภรณ์ แช่มสนิท ผู้จัดการแผนงานสุขภาวะผู้หญิงและความเป็นธรรมทางเพศ กล่าวว่า เหตุการณ์ลวนลามหรือคุกคามทางเพศเป็นปัญหาที่ผู้ใช้บริการขนส่งสาธารณะจำนวนมากพบเจอซ้ำๆ ทั้งที่ถูกคุกคามเอง หรือเห็นผู้โดยสารคนอื่นถูกคุกคาม ทางเครือข่ายเมืองปลอดภัยเพื่อผู้หญิงจึงได้สนับสนุนให้มีการวิจัยสำรวจความชุกของปัญหาการคุกคาม โดยสำรวจผู้ใช้บริการขนส่งสาธารณะในเขตกรุงเทพมหานครทั้งเพศชายและเพศหญิงทั้งหมด 1,645 คน

“ถึงเวลาเผือก” สอดส่องดูแลความปลอดภัยเพื่อผู้หญิง

ผลปรากฏว่า ร้อยละ 35 หรือมากกว่า 1 ใน 3 ของผู้ตอบแบบสำรวจที่เคยเห็นเหตุการณ์การคุกคามทางเพศเกิดกับผู้โดยสารอื่นร่วมเส้นทาง “ซึ่งทางเครือข่ายเราเชื่อว่าคนรอบข้างที่พบเห็นเหตุการณ์ คือผู้ที่จะมีส่วนช่วยยับยั้งการคุกคามทางเพศที่เกิดขึ้นตรงหน้าได้มาก” ดร.วราภรณ์ กล่าว

“ถึงเวลาเผือก” สอดส่องดูแลความปลอดภัยเพื่อผู้หญิง

นางสาวรุ่งทิพย์ อิ่มรุ่งเรือง

นางสาวรุ่งทิพย์ อิ่มรุ่งเรือง ผู้จัดการฝ่ายโครงการและนโยบาย องค์การแอ็คชั่นเอด ประเทศไทยกล่าวว่า การจัดงานรณรงค์เมืองปลอดภัยเพื่อผู้หญิง Safe Cities for Women เพื่อสร้างความตระหนักและรณรงค์ในประเด็นการยุติการคุกคามทางเพศบนระบบขนส่งสาธารณะและเพื่อปรับเปลี่ยนทัศนคติที่มีต่อผู้หญิงและการปฏิบัติตนของคนในสังคมต่อสถานการณ์การคุกคามทางเพศเพื่อให้เมืองเป็นที่ปลอดภัยสำหรับผู้อยู่อาศัยทุกคน

“ถึงเวลาเผือก” สอดส่องดูแลความปลอดภัยเพื่อผู้หญิง

การจัดงานในครั้งนี้ เรายังให้ความสำคัญกับพลังเงียบที่จะสามารถช่วยเหลือผู้ที่ถูกคุกคามทางเพศได้ และสังเกตุได้จากโลกออนไลน์จะมีแฮชแท็กคำฮิตว่า “#ทีมเผือก” ซึ่งหมายถึงการยุ่งหรือสนใจในเรื่องของคนอื่น ซึ่งแคมเปญของเราที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ “เราอยากให้ประชาชนใช้พลัง “เผือก” ให้เป็นประโยชน์ เราเชื่อมั่นว่ามันจะสามารถยับยั้งปัญหาการคุกคามบนระบบขนส่งสาธารณะได้ ดังนั้นจึงถึงเวลาแล้วที่พวกเราทุกคนจะลุกขึ้นมาเผือกกันอย่างมีประโยชน์”  นางสาวรุ่งทิพย์ กล่าว

เปิดแล้วจ้า!สทศ.รับสมัครแกต-แพต 9วิชาสามัญ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/302999

เปิดแล้วจ้า!สทศ.รับสมัครแกต-แพต 9วิชาสามัญ

วิชาสามัญ 9วิชา, แกตแพต, สทศ.

เด็กม.6เตรียมพร้อม สทศ.22 พ.ย.ถึง 25 ธ.ค.2560 สอบวิชาสามัญ 9 วิชา 24 พ.ย. – 25 ธ.ค.  2560 ผ่านทางเว็บไซต์ สทศ.

      รศ.ดร.สัมพันธ์ พันธ์พฤกษ์  ผู้อำนวยการสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) เปิดเผยว่า  ขณะนี้สทศ.กำลังจะเปิดรับสมัครทดสอบความถนัดทั่วไปหรือแกต และความถนัดทางวิชาการและวิชาชีพ หรือแพต ประจำปีการศึกษา 2561 โดยรับสมัครวันที่  22 พ.ย.ถึง 25 ธ.ค.2560 ผ่านทางเว็บไซต์ สทศ. http://www.niets.or.th สอบวันที่ 24 – 27 ก.พ.2561 และประกาศผลสอบวันที่ 5 เม.ย. 2561 นอกจากนี้สทศ.ยังจะเปิดรับสมัครสอบวิชาสามัญ 9 วิชา ประจำปีการศึกษา 2561 โดยรับสมัครวันที่ 24 พ.ย. – 25 ธ.ค.  2560 ผ่านทางเว็บไซต์ สทศ. สอบวันที่  17-18 มี.ค.2561 และประกาศผลสอบในวันที่ 12 เม.ย.2561

ทั้งนี้ ผู้สมัครสอบแกต-แพต และ สามัญ 9 วิชา ต้องเป็นผู้ที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 หรือเทียบเท่าระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 หรือผู้ที่จบการศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 หรือเทียบเท่าขึ้นไป และฝากผู้สนใจสามารถศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับจำนวนข้อสอบจำแนกตามรูปแบบข้อสอบ เนื้อหาการสอบ  ตัวอย่างข้อสอบได้ที่เวบไซต์สทศเช่นกัน อย่างไรก็ตาม สทศ.ขอย้ำให้นักเรียนที่จะสอบคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา หรือทีแคส ช่วย ตรวจสอบด้วยว่าในระบบทีแคสที่สนใจนั้นใช้อะไรเป็นองค์ประกอบในการคัดเลือกบ้าง และต้องสมัครตามเวลาที่กำหนดและสอบให้ครบถ้วนไม่เช่นนั้นไม่มีสิทธิ์คัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัย

อีก2สัปดาห์ได้คำตอบ2ครูอุ้มผางสอนฟรีอดเงิน5เดือน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/303000

อีก2สัปดาห์ได้คำตอบ2ครูอุ้มผางสอนฟรีอดเงิน5เดือน

ผอ.สพม.เขต 38, สืบข้อเท็จจริง, สพฐ., อุ้มผาง, บุญรักษ์

คณะกรรมการสืบข้อเท็จจริงกรณีบรรจุ 2 ครูอุ้มผางเก็บข้อมูลเพิ่มคาด 2 สัปดาห์ได้คำตอบ “บุญรักษ์” เผยได้คุยกับอดีตผอ.สพม.เขต 38 แต่ไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด

             เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 60 – ดร.บุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า คณะกรรมการสืบข้อเท็จจริง กรณีน.ส.วนาลี ทุนมาก หรือ ครูแอน และ “น.ส.นิราวัลย์ เชื้อบุญมี หรือ ครูวัลย์ อดีตครูวิชาสังคมศึกษาโรงเรียนอุ้มผางวิทยาคม ที่ไปปฏิบัติหน้าที่การสอนตามคำสั่งสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) เขต 38 เป็นเวลา 5 เดือนโดยไม่ได้รับเงินเดือนต่อมาคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด(กศจ.)ตากมีมติไม่อนุมัติการบรรจุแต่งตั้ง กำลังอยู่ระหว่างลงพื้นที่เก็บข้อมูลเพิ่มเติมในบางประเด็น ตามที่ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ สั่งการ คาดว่าจะได้คำตอบภายใน 2 สัปดาห์

“จากสรุปรายงานข้อเท็จจริงก่อนหน้านี้ พบว่ากระบวนการบรรจุแต่งตั้งของสพม.เขต 38 ดำเนินการไม่เป็นไปตามมติคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดตาก (กศจ.ตาก) ถือว่าไม่เป็นไปตามขั้นตอน แต่จะมีเหตุผลอย่างไรถึงทำเช่นนั้น ก็ต้องลงไปดูในรายละเอียดอีกครั้ง เพราะเวลานี้เก็บข้อมูลในเรื่องของกระบวนการบรรจุแต่งตั้งเท่านั้น ส่วนที่ตั้งข้อสังเกตจากที่ผมลงพื้นที่ได้พบกับพ่อแม่และครูก็ไม่ได้มีการพูดถึงเรื่องนี้ แต่ผู้บังคับบัญชาอาจจะได้ข้อมูลทางลับหรือไม่ สพฐ.ก็ต้องไปหาข้อเท็จจริงเพิ่มเติม แต่โดยส่วนตัวไม่มีข้อมูลเหล่านี้”ดร.บุญรักษ์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้พูดคุยกับ นายมรกต กลัดสอาด ผอ.สพม.เขต 20 (อุดรธานี) อดีตผอ.สพม.เขต 38 (สุโขทัย-ตาก) หรือไม่ ดร.บุญรักษ์ กล่าวว่า เคยได้พูดคุยและสอบถามตรงๆหลายประเด็น แต่ไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด เพราะเกรงจะกระทบต่อคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริง ที่กำลังอยู่ระหว่างเก็บข้อมูลอยู่ ซึ่งไม่ใช่แค่นายมรกต แต่ทั้งพ่อแม่และครูทั้ง 2 คนตนก็ได้พูดคุย ทั้งนี้ ขอให้รอผลการจากคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริงจะเหมาะสมที่สุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

2บัญชีเหตุครูอุ้มผางเสียสิทธิ์สอนฟรี5เดือนอดบรรจุ?? 

ยอมรับกรณีครูอุ้มผางซับซ้อนกว่าที่คิด

มีคนทำผิดต้นเหตุ”ครูอุ้มผาง”2คนสอนฟรี5เดือน อดบรรจุ(มีคลิป)

เปิดใจ“ครูวนาลี”จะร้องทุกข์จนกว่าได้บรรจุราชการ

ตั้งกก.สอบ “อดีตผอ.สพม.38” พบไม่มีอำนาจ

ตั้งกก.สืบสวนอดีตผอ.สพม.เขต38 -2ครูอุ้มผางฟ้องศาลปกครอง

ก.ค.ศ.เรียกข้อมูลบรรจุครูอุ้มผางถึงหลักเกณฑ์หรือไม่20พ.ย