1ปีของบ3โครงการไม่ผ่านเสียงครวญจากร.ร.ไอซียู

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/302991

1ปีของบ3โครงการไม่ผ่านเสียงครวญจากร.ร.ไอซียู

ปิดฉากร.ร.ไอซียู, ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านพานสหราษฎร์บำรุง จังหวัดสกลนคร

1 ปีที่ผ่านมาก็พบว่ายังไม่ค่อยได้รับการตอบสนองเท่าที่ควร ทำแผนเสนอของบฯไปถึง 3 ครั้งแต่ไม่ได้รับการอนุมัติ โรงเรียนต้องพึ่งพาตนเองเป็นหลัก

    หลังจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) มีหนังสือแจ้งสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ทั่วประเทศเรื่องการสิ้นสุดโครงการยกระดับคุณภาพโรงเรียนที่ต้องการความช่วยเหลือและพัฒนาเป็นพิเศษอย่างเร่งด่วน หรือ โรงเรียนไอซียู ที่ดำเนินการมาตั้งแต่ธันวาคม 2559 มีโรงเรียนเข้าร่วมทั้งสิ้น 5,032 โรงทั่วประเทศ ไปแล้วนั้น

     นายประสบชัย บุญแสง ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านพานสหราษฎร์บำรุง จังหวัดสกลนคร  เปิดใจว่า ความจริงแล้วนโยบายของรมว.ศึกษาธิการ ที่ต้องการให้โรงเรียนที่มีปัญหาได้รับการแก้ปัญหาที่ตรงจุดเป็นแนวคิดที่ดี แต่ในทางปฏิบัติก็ไม่รู้แน่ชัดว่าเกิดติดขัดจากอะไร

1ปีของบ3โครงการไม่ผ่านเสียงครวญจากร.ร.ไอซียู

     ที่ผ่านมาทำแผนเสนอของบฯไปถึง 3 ครั้งแต่ไม่ได้รับการอนุมัติ ขณะที่เราก็ไม่ได้กันงบฯมารองรับ เพราะเห็นว่าอยู่ในโครงการไอซียูเป็นโอกาสที่จะได้รับการพิจารณาพิเศษ พอไม่ได้รับอนุมัติก็รู้สึกว่าเราสูญเสียโอกาสในการพัฒนา

    ซึ่งโรงเรียนก็ไม่ได้นิ่งเฉยก็ปรับเปลี่ยนหาความร่วมมือกับภาคเอกชน ชุมชน หน่วยงานในการร่วมพัฒนาคุณภาพการศึกษาของเด็ก ขณะที่การสร้างอาคารเรียนอนุบาลที่ขอไปนั้น ผมก็ได้เตรียมทำเรื่องเสนอขอตั้งงบประมาณในปี 2562 แทน

1ปีของบ3โครงการไม่ผ่านเสียงครวญจากร.ร.ไอซียู

     โรงเรียนบ้านพานสหราษฎร์บำรุง จังหวัดสกลนคร มีนักเรียนประมาณ 172 คน เป็นโรงเรียนขยายโอกาสสอนระดับอนุบาล-มัธยมศึกษาปีที่ 3 มีปัญหาในด้านคุณภาพการศึกษา ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของเด็ก ตลอดจนคะแนนการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (โอเน็ต) อยู่ในระดับไม่ค่อยน่าพอใจ จึงได้สมัครเข้าร่วมโครงการไอซียูและได้รับคัดเลือก

    แต่ 1 ปีที่ผ่านมาก็พบว่ายังไม่ค่อยได้รับการตอบสนองเท่าที่ควร โรงเรียนต้องพึ่งพาตนเองเป็นหลัก ทำแผนเสนอของบประมาณ 5-6 แสนบาทเพื่อจัดซื้อครุภัณฑ์ 7 รายการ เช่น คอมพิวเตอร์ โปรเจคเตอร์ ใช้ในห้องเรียน และของบฯสร้างอาคารเรียนอนุบาล 1 หลังก็ปรากฏว่าไม่ได้รับการอนุมัติงบฯ ในขณะที่โรงเรียนในโครงการซึ่งอยู่พื้นที่ใกล้เคียงของบฯ ในโครงการไอซียู เพื่อปรับปรุงซ่อมแซม อาคารเรียน กลับกลายเป็นว่าได้รับจัดสรรงบประมาณดำเนินการ

1ปีของบ3โครงการไม่ผ่านเสียงครวญจากร.ร.ไอซียู

          อนึ่งโครงการโรงเรียนไอซียู  เป็นนโยบายของนพ.ธีระเกียรติ  เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ซึ่งเมื่อเข้ามารับตำแหน่งมีข้อมูลว่า มีโรงเรียนที่มีปัญหาจนแทบจะจัดการเรียนการสอนไม่ได้ ในพื้นที่ห่างไกลมีอยู่จำนวนมาก

      โดยมีปัจจัยและสาเหตุหลายอย่าง โดยส่วนใหญ่เป็นปัจจัยด้านกายภาพ เช่น อาคารเรียน อาคารประกอบทรุดโทรม ขาดแคลนสื่อการเรียนการสอน บุคลากร ไม่มีไฟฟ้าใช้ หรือบางแห่งใช้เซลล์แสงอาทิตย์ หรือ โซลาร์เซลล์ แต่อุปกรณ์ชำรุด สพฐ.ก็ได้เข้าไปช่วยปัญหา เพื่อให้ครูมีไฟฟ้าใช้

     ทั้งนี้ การดำเนินโครงการ แบ่งกลุ่มโรงเรียนออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่ ฉุกเฉิน เร่งด่วน และไม่ฉุกเฉิน มีโรงเรียนเข้าร่วมทั้งสิ้น 5,032 โรงเรียนทั่วประเทศ ดังนี้ ฉุกเฉิน 2,253 โรง เร่งด่วน 1,923 โรง และ ไม่ฉุกเฉิน 865 โรงเรียน รวมทั้งหมดที่เข้าร่วมโครงการโรงเรียนไอซียู ในจำนวนนี้มีโรงเรียนที่ได้รับความช่วยเหลือด้านกายภาพ

      ปี2560 จำนวน 1,964 ในจำนวนโรงเรียนที่ได้รับความช่วยเหลือจากงบประมาณของสพฐ. 896 โรงเรียน ใช้งบฯ 416 ล้านบาท และงบฯ ที่ได้รับความช่วยเหลือจากภาคเอกชน  จำนวน 1,068 โรงเรียน ใช้งบฯ29 ล้านบาท

เชื่อไม่ !! ถกยุทธศาสตร์ชาติ ย้ำรอบนี้ของจริง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/302987

เชื่อไม่ !! ถกยุทธศาสตร์ชาติ ย้ำรอบนี้ของจริง

ยุทธศาสตร์ชาติ, ปฎิรูปการศึกษา, คณะกรรมการอิสระเพื่อการปฎิรูปการศึกษา

เผย 6 ประเด็นสิ่งที่ยุทธศาสตร์อยากให้ทำ สอดคล้องคกก.อิสระเพื่อการปฎิรูปการศึกษาดำเนินการ ย้ำปฎิรูปไม่ใช่กระดาษ รอบนี้ของจริง

      เมื่อวันที่ 21 พ.ย.ที่สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา(สกศ.) ศ.นพ.จรัส สุวรรณเวลา ประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฎิรูปการศึกษา พร้อมด้วยดร.กฤษณพงศ์ กีรติกร ประธานคณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ และดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการสภาการศึกษา  แถลงภายหลังการประชุมคณะกรรมการอิสระฯ ครั้งที่ 27/2560
ดร.กฤษณพงศ์ กล่าวว่าได้มานำเสนอยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาและเสริมสร้างทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งจะดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีเป็นตัวตั้ง และมีการทบทวนสถานการณ์ว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงหรือไม่ ซึ่งหลังจากมียุทธศาสตร์เป็นกฎหมาย  และต้องมีการจัดทำแผนแม่บทที่รัฐบาลต่อไปต้องปฎิบัติตาม และใช้มากำกับดูแล

อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ถือเป็นของใหม่ที่ยังไม่ได้ลงรายละเอียด  การมารับฟังและเสนอคณะกรรมการปฎิรูปฯ   โดยภาพรวมการปฎิรูปได้มีความครอบคลุมตามช่วงวัยของแต่ละคน รวมถึงคนวัยทำงาน การจัดการคนด้อยโอกาส ถือเป็นเรื่องเหมาะสม

ส่วนที่กรรมการยุทธศาสตร์ฯ ต้องไปศึกษาต่อนั้น  ต้องศึกษาคนวัยทำงาน และคนในยุคต่อไป ความสามารถในการแข่งขัน

ทั้งนี้ ภาพรวมส่วนใหญ่เป็นการรับฟังจากคณะกรรมการปฎิรูปการศึกษา ซึ่งมองว่าน่าจะคิดคาดงัดที่ปฎิรูปลงในรายละเอียดได้  คือ ปฎิรูปจะดูอะไรที่ปฎิบัติได้ สิ่งที่อยู่หน้างาน แต่ยุทธศาสตร์จะเป็นประเทศไทยในอุดมคติ คนไทยในอุดมคติ และอะไรจะเปลี่ยนแปลงได้

ศ.นพ.จรัส กล่าวว่า คณะกรรมการยุทธศาสตร์ฯ เป็นการมองจากข้างบน มองสิ่งที่อยากได้ลงมาสู่ปฎิบัติ แต่สิ่งที่คณะกรรมการอิสระเพื่อการปฎิรูปการศึกษานั้นเป็นสิ่งที่เสนอจากข้างล่าง พื้นดินว่าจะทำอะไรบ้าง ซึ่งสองฝั่งมาเจอกันตรงกลางจะรู้ว่าอะไรทำได้และอยากได้

โดยสิ่งที่กรรมการยุทธศาสตร์ ฯ อยากได้นั้น มี 6 ประเด็นสำคัญ คือ 1.การเปลี่ยนแปลงค่านิยมและวัฒนธรรม ซึ่งตรงกับการปฎิรูปการศึกษาที่ต้องให้เกิดคุณธรรมจริยธรรม และมีมาตรการที่ใช้ของทางการศึกษา ขณะที่ด้านกรรมการยุทธศาสตร์ ฯ มองในหลายด้าน และด้านเป็นการศึกษาเป็นหนึ่งในนั้น  2.การพัฒนาศักยภาพตลอดชีวิต  เรื่องนี้ตรงกับการปฎิรูปการศึกษาตลอดชีวิต ซึ่งขณะนีเน้นตั้งแต่ก่อนคลอด ไปจนถึงแรงงานแต่เป็นแรงงานในส่วนของการศึกษาอาชีวะ ส่วนแรงงานในภาพรวมและผู้สูงอายุยังไม่ได้มองไปถึงจุดนั้น

3.ปฎิรูปการเรียนรุ้แบบพลิกโฉม ซึ่งตรงกับของการปฎิรูปการศึกษา ที่มุ่งเน้นการปรับเรียนการสอน รวมถึงการใช้ดิจิตอลให้เกิดประโยชน์ทั้งในการพัฒนาผู้เรียน พัฒนาครู และการสอบ

4.พัฒนาและรักษากลุ่มผู้มีความสามารถพิเศษ ถือเป็นเรื่องการนำไปสู่ความเป็นเลิศ  ซึ่งหากประเทศไทยก้าวสู่ไทยแลนด์ 4.0 เป็นประเทศที่สามารถแข่งขันได้ ทางการปฎิรูปการศึกษามีการดำเนินการเรื่องดังกล่าวอยู่แล้ว ไม่ใช่มองเพียงเรื่องความเหลื่อมล้ำเท่านั้น เช่น  การปฎิรูปโรงเรียนนิติบุคคล  ให้โรงเรียนมีอิสระ มีความเป็นเลิศได้ รวมถึงอุดมศึกษาต้องเป็นเครื่องมือ เพิ่มความสามารถในการแข่งขัน เป็นต้น

5. การเสริมสร้างคนไทยให้มีสุขภาวะดี คือ สุขภาวะทางกาย จิตใจ และปัญญา ซึ่งในเรื่องปัญญา เข้ากับการศึกษา และ6.การสร้างความอยู่ดีมีสุขของครอบครัวไทย ซึ่งการศึกษาเป็นการเตรียมคนให้มีความพร้อม  ดังนั้น การดำเนินการของกรรมการยุทธศาสตร์ฯ และคณะกรรมการอิสระฯ จะเป็นความร่วมมือประสานมากขึ้น และหวังว่ากรรมการยุทธศาสตร์ฯ จะช่วยให้การปฎิรูปมีบทบาทมากยิ่งขึ้น รวมถึงการแลกเปลี่ยนหารือถึงบทบาทรัฐและเอกชน ว่าควรมีบทบาทอย่างไรในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์

“ทุกคนหวังให้ปฎิรูปการศึกษาเกิดการเปลี่ยนแปลง ซึ่งถือเป็นสิ่งที่ประเทศไทยอยากได้ เพราะมองว่าเป็นคำตอบสุดท้าย แต่ต้องยอมรับว่าบางอย่างสิ่งที่กรรมการยุทธศาสตร์คิดอาจมองเป็นความฝัน ส่วน ปฎิรูปการศึกษาเป็นสิ่งที่อยู่บนดิน  ดังนั้น ปฎิรูปรอบนี้ไม่ใช่กระดาษ แต่จะเป็นของจริง”ศ.นพ.จรัสกล่าว

“คาราบาว”จัดคอนเสิร์ตไม่คิดค่าตัวช่วยรพ.รัฐ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/302973

“คาราบาว”จัดคอนเสิร์ตไม่คิดค่าตัวช่วยรพ.รัฐ

คอนเสิร์ตช่วยเหลือรพ.รัฐ  42 โรงพยาบาล, คาราบาว

“วงคาราบาว”ไม่คิดค่าตัวร่วมกับปธพ.5 จัดคอนเสิร์ต”ศรัทธาเพื่อชีวิต” เงินทุกบาทไม่หักค่าใช้จ่าย  สมทบช่วยเหลือรพ.รัฐ  42 แห่ง

           เมื่อวันที่  21 พฤศจิกายน 2560 ที่อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ รพ.จุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย มีการแถลงข่าว “โครงการคอนเสิร์ตการกุสล ศรัทธาเพื่อชีวิต” ซึ่งริเริ่มจัดขึ้นโดยนักศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรธรรมาภิบาลทางการแพทย์สำหรับผู้บริหารระดับสูง(ปธพ.)รุ่นที่ 5  ที่ต้องการรวมตัวกันหารายได้ช่วยโรงพยาบาลรัฐที่ขาดแคลนริเริ่มโดยนายเอนก จงเสถียร ประธานโครงการ  และได้วงคาราบาวจัดคอนเสิร์ตให้โดยไม่คิดค่าตัว และภาคเอกชนร่วมกันจัดคอนเสิร์ตการกุศลโดยไม่หักค่าใช้จ่าย ตั้งเป้าหารายได้ 40 ล้านบาท หวังช่วย 42 โรงพยาบาล
นพ.จิรศักดิ์ วิจักขณาลัญฉ์ กรรมการฝ่ายการแพทย์ โครงการฯ กล่าวว่า โรงพยาบาล 42 แห่ง พิจารณาจากรพ.ที่มีเพื่อนร่วมรุ่นปธพ.5 ทำงานอยู่ เพราะรพ.ทุกแห่งไม่ว่าจะเป็นรพ.ระดับใดล้วนขาดแคลนทั้งสิ้น จากการแบกภาระในการดูแลคนไข้จำนวนมาก อีกทั้ง เพิ่มเติมรพ.ที่อยู่ห่างไกลและขาดแคลนทรัพยากรร่วมด้วย

"คาราบาว"จัดคอนเสิร์ตไม่คิดค่าตัวช่วยรพ.รัฐ
นายยืนยง โอภากุล หรือ พี่แอ๊ด คาราบาว กล่าวว่า ถือเป็นความโชคดีของวงคาราบาวที่ได้เข้ามาร่วมช่วยเหลือรพ.รัฐในครั้งนี้ เพราะภารกิจของบุคลากรทางการแพทย์เป็นภารกิจที่เสียสละมาก ท่มเทช่วยเหลือคนเจ็บป่วย ต้องสละความสุขส่วนตัวเพื่อคนไข้

ขณะที่พวกเราเป็นศิลปินเต้นกินรำกิน ใช้ชีวิตเพื่อความสุข ความบันเทิง ไม่ค่อยมีโอกาสได้ทำบุญมากนัก เมื่อมีโอกาสพวกเราจึงยินดีอย่างมาก และเชื่อว่าจะไม่ใช่คอนเสิร์ตครั้งนี้เพียงครั้งเดียว หากมีโอกาสวงคาราบาวพร้อมที่จะร่วมจัดคอนเสิร์ตการกุศลช่วยเหลือรพ.รัฐ ดยไม่คิดค่าตัวเช่นนี้อีกแน่นอน
ทั้งนี้ เงินรายได้ทั้งหมดจากการจำหน่ายบัตรคอนเสิร์ต ศรัทธาเพื่อชีวิต (โดยไม่หักค่าใช้จ่าย) ร่วมกับเงินสนับสนุนจากสปอนเซอร์ภาคเอกชน มอบให้กับโรงพยาบาลรัฐ 42 แห่ง ที่เข้าร่วมโครงการ โดยจะจัดการแสดงคอนเสิร์ต ในวันเสาร์ที่ 20 มกราคม 2561 ณ อิมแพคอารีน่า เมืองทองธานี บัตรราคา 5,000 / 3,000 และ 1,500 บาท จำหน่ายบัตรโดย ไทยทิคเก็ต เมเจอร์

"คาราบาว"จัดคอนเสิร์ตไม่คิดค่าตัวช่วยรพ.รัฐ

และโรงพยาบาลรัฐขนาดใหญ่  16  แห่ง ได้แก่ รพ.จุฬาฯ รพ.ศิริราช รพ.รามาธิบดี รพ.พระมงกุฎเกล้า รพ.สมเด็จพระปิ่นเกล้า รพภูมิพลอดุลยเดช รพ.ตำรวจ รพ.ราชวิถี รพ.นพรัตนราชธานี รพ.วชิรพยาบาล  ศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพรัตน์ราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ รพ.สวนเบญจกิติเฉลิมพระเกียรติ  84  พรรษา  รพ.จุฬาภรณ์ ศูนย์การแพทย์ปัญญานันทภิกขุ ชลประทาน รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ รพ.มหาวิทยาลัยบูรพา
อนึ่ง ในจำนวน รพ.รัฐ 42 แห่ง ที่จะได้รับการเงินสนับสนุนจากคอนเสิร์ตในครั้งนี้จะได้รับแห่งละ1 ล้านบาท  แบ่งเป็นรพ.รัฐขนาดใญ่ที่จำหน่ายบัตรคอนเสิร์ตเอง จำนวน 16 แห่งดังกล่าว อีก 26 แห่งต้องการสนับสนุนเงินจากสปอนเซอร์

ซึ่งในจำนวนนี้มีรพ.ที่ได้รับการสนับสนุนจากสปอนเซอร์แล้ว  10 แห่ง ได้แก่ บริษัท คิงเพาเวอร์ ดิวตี้ ฟรี จำกัด มอบให้รพ.เทพรัตน์นครราชสีมา, รพ.ชัยนาทนเรนทร, รพ.น่าน /ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)มอบให้ รพ.สงขลานครินทร์/ บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด  (มหาชน) มอบให้ รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร/

มูลนิธิตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย มอบให้ รพ.ตระการพีชผล/ บริษัท แลนด์แอนด์เฮาส์ จำกัด (มหาชน) มอบให้ รพ.มหาวิทยาลัยบูรพา/ บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) มอบให้ รพ.ยะลาสิริรัตนรักษ์/ บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) มอบให้ รพ.สุขสำราญ และ บริษัทเพชรธนวรรณ และบริษัทในเครือ มอบให้ รพ.อู่ทอง
สำหรับ รพ.อีก 16 แห่งที่จะได้รับเงินช่วยเหลือจากการจำหน่ายบัตรคอนเสิร์ต ได้แก่  รพ.ชุมพลบุรี  รพ.สมเด็จพระยุพราช(รพร.)นครไทย รพ.หลวงพ่อทวีศักดิ์ ชุตินุธ อุทิศ รพ.แม่สะเรียงจ.แม่ฮ่องสอน รพ.หว้านใหญ่ รพ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร รพ.ราชบุรี รพ.สงขลา รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ รพ.ลืออำนาจ รพ.หัวตะพาน จ.อำนาจเจริญ รพ.มหาราชนครเชียงใหม่ รพร.ด่านซ้าย รพ.จิตเวชเลยราชนครินทร์ รพ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย และรพ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี

ปิดฉากโรงเรียนไอซียู5พันแห่ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/302968

ปิดฉากโรงเรียนไอซียู5พันแห่ง

ปิดฉากโครงการไอซียู5พันร.ร., สพฐ.ยกเลิกโครงการไอซียู5พันแห่ง, ไอซียู5พันรร

  เลขาธิการกพฐ. ยืนยันว่าการสิ้นสุดโครงการโรงเรียนไอซียู 5พันกว่าแห่งเป็นการเตรียมเดินไปอีกก้าวหนึ่งของการพัฒนาคุณภาพเป็นเรื่องของการบริหารไม่เกี่ยวกับงบประมาณ

     แม้ไม่มีโครงการ นี้ สพฐ. ก็ต้องให้ความช่วยเหลือโรงเรียนอยู่แล้ว และรัฐบาลไม่ได้ห้ามให้ทำโครงการนี้ สิ่งที่สพฐ. ได้ดำเนินการกับ 5,032 โรงเรียน ได้เลือกดำเนินการกับโรงเรียนที่วิกฤตที่ติดขัดจริง ๆ ที่ผ่านมาใช้งบฯ จากสพฐ. และขอความร่วมมือจากเอกชนที่สนับสนุนมาดำเนินการแก้ปัญหา

     ดร.บุญรักษ์ ยอดเพชร   เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.)เปิดแถลงข่าวการยกเลิกโครงการโรงเรียนไอซียู ว่า แม้จะสิ้นสุดโครงการโรงเรียนไอซียูแล้ว การแก้ปัญหาให้โรงเรียนที่ต้องการความช่วยเหลือ ก็ยังดำเนินต่อไป ในลักษณะโครงการปกติ

     ซึ่งในปีงบประมาณ 2561 ได้เตรียมงบฯ ช่วยเหลือไว้เพิ่มเติมแล้ว จำนวน 440 ล้านบาท โดยเท่าที่ดูยังเหลือโรงเรียนวิกฤตอยู่ประมาณ 400 กว่าโรงเรียน ทั้งหมดนี้อยู่ในแผนการที่จะเข้าไปสนับสนุนช่วยเหลือให้โรงเรียนจัดการศึกษาได้อย่างมีคุณภาพ

ปิดฉากโรงเรียนไอซียู5พันแห่ง

    เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) อธิบายว่าเหตุที่ประกาศยุติ เพราะเห็นว่า โรงเรียนไม่ได้อยู่ในสภาพที่วิกฤตแล้วสามารถเดินหน้าต่อไปได้แล้ว ดังนั้น เพื่อให้การจัดสรรงบประมาณในการดูแลเรื่องกายภาพ และบุคลากร ไปอยู่ในเกณฑ์ปกติเหมือนโรงเรียนทั่วไปและให้ 30,000 โรงเรียน ได้รับการดูแลเช่นเดียวกัน

     ทั้งนี้กำลังจะพัฒนาไปสู่การยกระดับคุณภาพลดความเหลื่อมล้ำ ก้าวนำสู่คุณภาพ โดยใช้หลักในการบริหารช่วย เป็นกลไก เช่นให้โรงเรียนที่เก่งจับคู่พัฒนาโรงเรียนที่อ่อน

     ก่อนหน้านี้ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) มีหนังสือแจ้งสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ทั่วประเทศเรื่องการสิ้นสุดโครงการยกระดับคุณภาพโรงเรียนที่ต้องการความช่วยเหลือและพัฒนาเป็นพิเศษอย่างเร่งด่วน หรือ โรงเรียนไอซียู ที่ดำเนินการมาตั้งแต่ธันวาคม 2559 มีโรงเรียนเข้าร่วมทั้งสิ้น 5,032 โรงทั่วประเทศ

    โครงการโรงเรียนไอซียู  เป็นนโยบายของ นพ.ธีระเกียรติ  เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ซึ่งเมื่อเข้ามารับตำแหน่งมีข้อมูลว่า มีโรงเรียนที่มีปัญหาจนแทบจะจัดการเรียนการสอนไม่ได้ ในพื้นที่ห่างไกลมีอยู่จำนวนมาก

      โดยมีปัจจัยและสาเหตุหลายอย่าง โดยส่วนใหญ่เป็นปัจจัยด้านกายภาพ เช่น อาคารเรียน อาคารประกอบทรุดโทรม ขาดแคลนสื่อการเรียนการสอน บุคลากร ไม่มีไฟฟ้าใช้ หรือบางแห่งใช้เซลล์แสงอาทิตย์ หรือ โซลาร์เซลล์ แต่อุปกรณ์ชำรุด สพฐ.ก็ได้เข้าไปช่วยปัญหา เพื่อให้ครูมีไฟฟ้าใช้

     ทั้งนี้ การดำเนินโครงการ แบ่งกลุ่มโรงเรียนออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่ ฉุกเฉิน เร่งด่วน และไม่ฉุกเฉิน มีโรงเรียนเข้าร่วมทั้งสิ้น 5,032 โรงเรียนทั่วประเทศ ดังนี้ ฉุกเฉิน 2,253 โรง เร่งด่วน 1,923 โรง และ ไม่ฉุกเฉิน 865 โรงเรียน รวมทั้งหมดที่เข้าร่วมโครงการโรงเรียนไอซียู ในจำนวนนี้มีโรงเรียนที่ได้รับความช่วยเหลือด้านกายภาพ

      ปี2560 จำนวน 1,964 ในจำนวนโรงเรียนที่ได้รับความช่วยเหลือจากงบประมาณของสพฐ. 896 โรงเรียน ใช้งบฯ 416 ล้านบาท และงบฯ ที่ได้รับความช่วยเหลือจากภาคเอกชน  จำนวน 1,068 โรงเรียน ใช้งบฯ29 ล้านบาท

     อย่างไรก็ตาม การยกเลิกโครงการไอซียู เป็นไปเช่นเดียวกับโครงการอื่น ๆ ที่เมื่อดำเนินการไประยะหนึ่ง ถ้าเห็นว่าการดำเนินการสามารถขับเคลื่อนไปได้อย่างปกติ ก็สิ้นสุดโครงการฯ เพียงแต่โครงการอื่น ๆ ที่สิ้นสุดไปไม่ได้มีการประกาศอย่างเป็นทางการ และเร็ว ๆ นี้จะมีการประกาศสิ้นสุดโครงการฯ ที่ทำมาเป็นเวลานานอีกหลายโครงการฯ

เดินต่อหรือรอไปก่อน ธันวาคมนี้รู้แก้หนี้ครูวิกฤติ.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/302854

เดินต่อหรือรอไปก่อน ธันวาคมนี้รู้แก้หนี้ครูวิกฤติ.

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.), แก้หนี้ครูวิกฤติ.

สกสค.เปลี่ยนผู้บริหารชุดใหม่ “แก้หนี้ครูวิกฤติ.“เดินต่อ-รอไปก่อนยังไม่มีคำตอบชัด!!ต้องดูภายในเดือนธันวาคมนี่้

     หลังจาก สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) คิกออฟ  โครงการแก้ไขปัญหาหนี้สินและพัฒนาคุณภาพชีวิตครู” เซ็นสัญญากับครูที่ผ่านคัดเลือกไป 3 รายใน 3 จังหวัด คือ อุตรดิตถ์ เพชรบูรณ์ และเชียงราย ราวเดือนสิงหาคม 2560 ถึงเวลานี้ยังไม่ได้พิจารณาเพิ่มเติม เพราะ สกสค.เปลี่ยนผู้บริหารชุดใหม่   ไปติดตามรายละเอียดกับ 0 เกศกาญจน์ บุญเพ็ญ 0

เดินต่อหรือรอไปก่อน ธันวาคมนี้รู้แก้หนี้ครูวิกฤติ.

      โครงการนี้เกิดขึ้นในยุค “ดร.พิษณุ ตุลสุข” อดีตรองปลัด ศธ.และอดีตปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการ สกสค. ซึ่งเกษียณอายุราชการไปเมื่อกันยายนที่ผ่านมา โดยสำนักงาน สกสค.จับมือกับสหกรณ์ออมทรัพย์ครูมากกว่า 40 แห่งทั่วประเทศ เข้าไปช่วยบริหารจัดการโดยรวบรวมหนี้ที่มีอยู่มาไว้เพียงแหล่งเดียว คิดอัตราดอกเบี้ยต่ำ ไม่เกินร้อยละ 3.5 วงเงินปล่อยกู้ไว้ 1,000 ล้านบาท ตั้งเป้าแก้หนี้วิกฤติให้ครูได้ราว 1,000 คนในระยะแรก

      เป็นมาตรการแก้ไขปัญหาหนี้สินฯ ในแนวทางการจัดสวัสดิการดูแลครูและบุคลากรทางการศึกษา ที่เป็นสมาชิกฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.) และสมาชิกการฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษาในกรณีคู่สมรสถึงแก่กรรม (ช.พ.ส.) ซึ่งได้รับการตอบรับสนใจยื่นสมัครเข้ารับการคัดเลือกอย่างต่อเนื่อง

เดินต่อหรือรอไปก่อน ธันวาคมนี้รู้แก้หนี้ครูวิกฤติ.

“พินิจศักดิ์” สุวรรณรังค์”

      ปัจจุบันสำนักงาน สกสค.ยังไม่มีผู้บริหารตัวจริง เนื่องจากกระบวนการสรรหา ตัวจริงได้สั่งระงับไปโดย นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ ทั้งนี้เมื่อ ดร.พิษณุ เกษียณอายุฯได้แต่งตั้งให้ได้คนหน้าเก่าอย่าง “พินิจศักดิ์” สุวรรณรังค์” เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) มาควบตำแหน่งปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการ สกสค.เป็นครั้งที่ 2

       ผ่านมา 1 เดือนเศษแล้ว.. พินิจศักดิ์ เปิดเผยกับ “คม ชัด ลึก” ถึงความคืบหน้าของโครงการแก้ไขปัญหาหนี้ฯ ว่า ขณะนี้โครงการดังกล่าวยังคงอยู่ ไม่ได้สั่งยกเลิกหรือยุติแต่อย่างใด สำนักงาน สกสค.จังหวัดทุกแห่งยังรับสมัครครูและบุคลากรทางการศึกษาที่สนใจตามปกติ

      เพียงแต่ในส่วนกลางยังไม่มีการพิจารณาคัดเลือกผู้เข้าร่วมโครงการเพิ่มเติม เนื่องจากเพิ่งเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ไม่นาน จึงขอศึกษารายละเอียดต่างๆ ให้ชัดเจนเสียก่อน

    อีกทั้ง ยังมีเรื่องการแก้ไขปัญหาหนี้สินครู ในส่วนที่ต้องทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือฉบับใหม่ระหว่างสำนักงาน สกสค.และธนาคารออมสิน ก็กำลังดำเนินการพยายามให้ครูได้รู้ข้อมูลชัดเจน ได้ประโยชน์มากที่สุด ไม่ได้จะดึงเรื่องไว้แต่อย่างใด

      โครงการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูฯ ดูแล้วเห็นความคุ้มค่าแต่ก็มีบางประเด็นต้องพิจารณาเพิ่มเติม พินิจศักดิ์ แจงว่า จากที่ดูข้อมูลเบื้องต้นทั้งเงื่อนไขของสัญญาที่กำหนดเรื่องหลักทรัพย์ที่นำมาใช้ค้ำประกัน ไม่ว่าจะเป็นบ้าน ที่ดิน ถือว่าคุ้มค่า หรือการให้ทายาทมีส่วนร่วมรับรู้ การวางแผนการเงิน สร้างรายได้เพิ่มก็เป็นเงื่อนไขที่ดี

เดินต่อหรือรอไปก่อน ธันวาคมนี้รู้แก้หนี้ครูวิกฤติ.

       แต่มีข้อสังเกตบางประเด็น คือ เรื่องอายุสัญญากับคู่สัญญา ที่มองว่าอาจจะมีระยะเวลายาวเกินไป เช่น สมมติอายุสัญญากำหนดส่ง 400 งวดเท่ากับครูคนนั้นอายุ 120 ปีซึ่งในความจริงโอกาสเป็นไปได้ยาก

      ขณะที่โดยหลักการของการทำสัญญานั้นจะต้องคาดเดาได้ว่า คู่สัญญาจะต้องมีอายุตลอดสัญญา เนื่องจากเราไม่สามารถคาดการณ์เรื่องราวข้างหน้าได้ แต่ถ้าเป็นระยะเวลา 5 ปี 10 ปีเช่นนี้จะมีความเป็นไปได้มากกว่า ยังมีในเรื่องให้นำหนี้นอกระบบมารวมหนี้ด้วยนั้นมีการพิจารณาอย่างไรบ้าง รวมแล้วยอดหนี้สูงมากหรือไม่ หลักฐานการเป็นหนี้การเจรจาอย่างไร ซึ่งคงต้องลงไปดูแนวทางการทำงานที่ผ่านมาทั้งหมด

เดินต่อหรือรอไปก่อน ธันวาคมนี้รู้แก้หนี้ครูวิกฤติ.

    พีรพัฒน์ วัชรินทรางกูร

      “โครงการนี้ไม่ได้ยุติในจังหวัดก็ทำงานกันไปปกติ เพียงแต่ยังไม่ได้พิจารณาคัดเลือกใครเพิ่มเติม ผมขอศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมและอาจจะต้องสอบถามนักกฎหมายเพิ่มเติม ว่าจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนอะไรหรือไม่ ขอดูให้รอบคอบและรัดกุมเพื่อจะให้เดินหน้าต่อได้ ยืนยันว่าผมไม่ได้นิ่งเฉย หรือจะไม่สานต่อ เพราะโครงการใดก็ตามถ้าเป็นเรื่องที่ดีผมพร้อมสานต่อแน่นอนคาดว่าภายในเดือนธันวาคมนี้จะสามารถสรุปข้อมูลรายละเอียดต่างๆของโครงการแก้ไขปัญหาหนี้สินฯได้ทั้งหมด และเสนอให้ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ ทราบต่อไป”นายพินิจศักดิ์ กล่าว

     จังหวัดเพชรบูรณ์ 1 ใน 3 จังหวัดที่มีครูได้รับคัดเลือกในโครงการแก้ไขปัญหาหนี้สินฯ และทุกวันนี้ยังมีครูฯสนใจมายื่นสมัครเข้าร่วมโครงการไม่ขาดสาย

      พีรพัฒน์ วัชรินทรางกูร ผู้อำนวยสำนักงาน สกสค.จังหวัดเพชรบูรณ์ และประธานสหกรณ์ออมทรัพย์สามัญศึกษาเพชรบูรณ์ จำกัด บอกว่า หลังมีครูได้รับคัดเลือกก็ได้รับตอบรับมีครูฯมายื่นสมัครถึง 485 รายและยังมีมาเรื่อยๆ ระหว่างที่รอนโยบายที่ชัดเจน หน่วยปฏิบัติก็ทำหน้าที่ของเรา คือการตรวจสอบและกลั่นกรองข้อมูลของผู้สมัครเพื่อเตรียมให้พร้อมเมื่อใดที่มีการประชุมคณะกรรมการจัดสวัสดิการระดับจังหวัด ก็เสนอเข้าสู่การพิจารณาได้ทันที

เดินต่อหรือรอไปก่อน ธันวาคมนี้รู้แก้หนี้ครูวิกฤติ.

     สำหรับกระบวนการพิจารณาของคัดเลือกจะต้องผ่าน 3 ฝ่าย ตั้งแต่ผอ.สกสค.จังหวัด, คณะกรรมการจัดสวัสดิการระดับจังหวัด และคณะกรรมการชุดใหญ่ส่วนกลาง ซึ่งครูที่ยื่นสมัครต้องส่งข้อมูลหนี้สินทั้งหมด กรณีหนี้นอกระบบจะต้องไปแจ้งต่อศูนย์ดำรงธรรมด้วย ถ้าครูได้รับคัดเลือกก็จะมีการเจรจากับเจ้าหนี้ดังกล่าว ที่ผ่านเราพบครูบางคนกู้เงินต้น 5 หมื่นแต่เจอดอกเบี้ยจนพุ่งเป็นหนี้ 3-4 แสนบาทก็มี ครูจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขโครงการ 9 ข้อ

     ส่วนการชำระหนี้โดยหลักถ้าสามารถชำระหนี้ไปได้สัก 80-100 งวดหนี้ก็จะลดลง มีเงินหมุนเวียนกลับสู่ระบบที่นำช่วยเหลือครูหนี้วิกฤตอื่นๆได้ต่อเนื่อง หากครูเสียชีวิตก็ไม่เกิดปัญหา ทายาทไม่เดือดร้อนเพราะมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน แต่ละเดือนมีเงินเหลือ หรือจนถึงวันเกษียณก็มีเงินเหลือพอใช้ในชีวิต

เดินต่อหรือรอไปก่อน ธันวาคมนี้รู้แก้หนี้ครูวิกฤติ.

      “ผมเห็นความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจริงกับครูกนกพิชญ์ พันธ์เขตกิจ โรงเรียนผาเมืองวิทยาคม หนี้สิน 6.5 ล้านบาทจากอดีตชีวิตทุกเดือนติดลบกว่า 2 หมื่นบาททุกเดือน วันนี้ดีขึ้นหลังได้เข้าร่วมโครงการต้องผ่อนชำระเดือนละ 31,250 บาทเป็นเวลา 16 ปีพออายุ 61 ปีครูคนนี้ก็หมดหนี้ แต่ที่ชัดๆคือทุกเดือนจากนี้ครูมีเงินเหลือใช้จ่ายในชีวิต 10,000 บาทและยังมีรายได้เพิ่มจากการเกษตรด้วย ครูมีกำลังใจทำงาน มีความสุขในชีวิต ซึ่งสกสค.จังหวัดก็จะมีการติดตามชีวิตครูตลอดด้วย ดังนั้น ผมเชื่อว่าโครงการนี้ถ้าทำต่อเนื่องจะเห็นหน้าเห็นหลังชัดเจนว่าช่วยครูได้จริง”พีรพัฒน์ ระบุ

เดินต่อหรือรอไปก่อน ธันวาคมนี้รู้แก้หนี้ครูวิกฤติ.

   กนกพิชญ์ พันธ์เขตกิจ

    ขณะที่ ประเวศ รัตนวงศ์ ผอ.สกสค.จังหวัดอุดรธานี บอกว่า ขณะนี้ที่สกสค.จังหวัดอุดรธานี มีข้าราชการครูผู้หญิง 2 รายที่ผ่านการคัดเลือกให้เข้าร่วมโครงการมียอดหนี้ประมาณ 6-7 ล้านบาทแต่ทั้ง 2 รายยังไม่ไ่ด้มีการทำสัญญาตามเงื่อนไขโครงการ

     ซึ่งครูที่มาสมัครจะต้องมีหนังสือรับรองจากต้นสังกัด และมีการลงไปตรวจสอบโดยเน้นครูที่มีหนี้เพราะความจำเป็นโดยแท้จริง ไม่ใช่เป็นหนี้จากการใช้จ่ายที่เกินตัว ยกตัวอย่างครูที่ผ่านคัดเลือกอายุ 58 ปีมีภาระหนี้เนื่องจากหลังสามีเสียชีวิตในปี 2547 ต้องเลี้ยงลูก 3 คนเพียงลำพังและมีหนี้เดิมอยู่กว่า 1 ล้านบาท

เดินต่อหรือรอไปก่อน ธันวาคมนี้รู้แก้หนี้ครูวิกฤติ.

   ประเวศ รัตนวงศ์

     ซึ่งจากการตรวจสอบประวัติก็พบว่าแม้จะเป็นหนี้แต่ก็มีวินัยในการชำระหนี้ทุกงวด และก็ช่วยเหลือตนเองทำอาชีพเสริมขายน้ำข้าวโพด เป็นต้น ลักษณะเช่นนี้ทำให้สกสค.จังหวัดอุดดรธานี คัดเลือกเสนอให้ส่วนกลางพิจารณา โดยจากที่คำนวนก็เชื่อว่าไม่มีปัญหาเพราะครูมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ไม่เป็นภาระของทายาทและไม่ก่อให้เกิดหนี้สูญแก่ สกสค.

     เนื่องจากขณะนี้ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการ ก.ค.ศ.บอกว่าอยากขอเวลาศึกษาข้อมูลผลดี ผลเสียก่อน ดังนั้น ระหว่างนี้สกสค.จังหวัดอุดรธานี จึงไม่ได้มีการเปิดรับสมัครเพิ่มเติม แต่ยังคงตรวจสอบรายละเอียดของผู้ที่ยื่นมาก่อนหน้าซึ่งมีอยู่กว่า 100 ราย

     “โครงการนี้มีส่วนดีที่ได้ช่วยเหลือครูที่มีหนี้วิกฤติที่เกิดจากความจำเป็นจริงๆ ให้เขาสามารถมีชีวิตอยู่ได้และมีกำลังใจ ผมคิดว่าคงมีอีกหลายโครงการหรือหลายวิธีการที่จะช่วยครูเพื่อให้ครอบคลุมทุกกลุ่ม ที่สำคัญจะต้องสร้างครูให้มีวินัยทางการเงินด้วย ซึ่งผมบอกเพื่อนครูเสมอว่าตัวเราเองเป็นที่พึ่งของเราดีที่สุด”ประเวศ กล่าว

     อย่างไรก็ตาม ในการประชุมผอ.สำนักงาน สกสค.จังหวัด 4 ภาค ได้มีการสอบถามความเห็นถึงโครงการดังกล่าว เห็นตรงกันว่าเดินมาถูกทางเป็นโครงการสวัสดิการที่ช่วยเหลือครูที่มีภาวะหนี้วิกฤต โดยรวมหนี้จากทุกสถาบันการเงินไว้ที่เดียวคิดอัตราดอกเบี้ย ร้อยละ 3.5 ช่วยครูมีชีวิตดีขึ้น มีเงินเหลือใช้มีกำลังใจในการทำงาน และสกสค.จังหวัดได้ทราบสภาพหนี้ที่แท้จริงของครูได้

นักวิจัยมทร.ธัญบุรี เจ๋ง!คว้ารางวัลที่โครเอเชีย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/302802

นักวิจัยมทร.ธัญบุรี เจ๋ง!คว้ารางวัลที่โครเอเชีย

คุณภาพชีวิต, เครื่องใส่ปุ๋ย, รางวัลเหรีญทอง

นักวิจัย มทร.ธัญบุรี ผลิตเครื่องใส่ปุ๋ยแบบแม่นยำในไร่อ้อย คว้ารางวัลเหรียญทองและรางวัลพิเศษ INOVA BEST CIVIL ENGINEERING INVENTION ที่โครเอเชีย

     นักวิจัยมทร.ธัญบุรี เจ๋ง!คว้ารางวัลที่โครเอเชีย

เครื่องใส่ปุ๋ยแบบแม่นยำในไร่อ้อยโดยเทคนิคประมวลผลภาพ (Design and fabrication of Precision Fertilzer in Sugarcane Field using Image Processing Technique) ผลงานล่าสุดของนักวิจัยไทย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เกียรติศักดิ์ แสงประดิษฐ์ นักวิจัยภาควิชาวิศวกรรมเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร์ โดยนายสุริยา วรวงศ์ นักศึกษาระดับปริญญาโท มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี เป็นผู้ช่วยวิจัย คว้ารางวัลเหรียญทองและรางวัลพิเศษ INOVA BEST CIVIL ENGINEERING INVENTION ในงาน INOVA-BUDI UZOR 2017 42ndInternational Invention Show ณ เมืองโอซีเยก ประเทศโครเอเชีย

นักวิจัยมทร.ธัญบุรี เจ๋ง!คว้ารางวัลที่โครเอเชีย

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เกียรติศักดิ์ แสงประดิษฐ์

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เกียรติศักดิ์ แสงประดิษฐ์ เปิดเผยว่า ประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกน้ำตาลเป็นอันดับสองของโลก รองจากประเทศบราซิล ทั้งนี้ต้นทุนการผลิตอ้อยและน้ำตาลของประเทศไทยมีแนวโน้มสูงขึ้น โดยอ้อยเป็นสินค้าที่อยู่ภายใต้ภาษีข้อตกลง WTO ส่งผลให้ประเทศไทยต้องเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตอ้อยและน้ำตาล โดยในการเพิ่มผลผลิตการใส่ปุ๋ยเป็นสิ่งสำคัญ ในการใส่ปุ๋ยของเกษตรกร จะให้ปุ๋ยแบบโรยข้างต้นอ้อยโดยมีการกำหนดการให้ปุ๋ยแบบคงที่ต่อไร่ ในทุกๆ พื้นที่เท่ากันหมด ไม่สามารถปรับอัตราปุ๋ยได้

โดยในปัจจุบันมีงานวิจัยหลากหลายที่ทำการวิจัยเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว เช่น การออกแบบการให้ปุ๋ยติดกับรถไถเดินตามแบบให้ปุ๋ยได้โดยกำหนดที่เฟืองแบบ 3 จุด และได้มีการศึกษาเพื่อการใส่ปุ๋ยอ้อยแบบมีประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับเกษตรกร ในประเทศเยอรมันได้นำทฤษฎีการกำหนดการให้ปุ๋ยมาประยุกต์ใช้ในสวนปาล์ม และประเทศมาเลเซียได้นำการให้ปุ๋ยมาประยุกต์ใช้ RFID-BASED มาใช้เช่นเดียวกัน

นักวิจัยมทร.ธัญบุรี เจ๋ง!คว้ารางวัลที่โครเอเชียนักวิจัยมทร.ธัญบุรี เจ๋ง!คว้ารางวัลที่โครเอเชีย

คณะผู้วิจัยจึงได้นำหลักการดังกล่าว ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีความแม่นยำทางการเกษตร เพื่อเข้ามาช่วยในระบบการจัดการและการให้ปุ๋ยโดยเป้าหมายหลัก คือ การบริหารจัดการการใส่ปุ๋ยโดยใช้ระบบการประมวลผลภาพ (Image Processing) การนำภาพมาประมวลผลหรือคิดคำนวณด้วยคอมพิวเตอร์ นำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์หาข้อมูลเชิงปริมาณ คือ ค่าเปอร์เซ็นต์ความเขียวของพืช

จากนั้นนำข้อมูลเชิงปริมาณมาวิเคราะห์และสร้างเป็นระบบ  เพื่อใช้ประโยชน์ในด้านการประมวลผล และกำหนดปริมาณการให้ปุ๋ยอ้อย เพื่อเป็นการลดปริมาณปุ๋ยไม่ให้การสูญเสียและมีการลดต้นทุนในการผลิตอ้อย ผู้วิจัยจึงได้ออกแบบและพัฒนาเครื่องใส่ปุ๋ยแบบแม่นยำในไร่อ้อยโดยเทคนิคประมวลผลภาพ

นักวิจัยมทร.ธัญบุรี เจ๋ง!คว้ารางวัลที่โครเอเชีย

” เครื่องใส่ปุ๋ยแบบแม่นยำในไร่อ้อยโดยเทคนิคประมวลผลภาพ เป็นการประยุกต์ด้วยวิศวกรรมเกษตร วิศวกรรมควบคุม วิศวกรรมไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ วิศวกรรมเครื่องกล และการถ่ายภาพเข้าด้วยกัน ในการออกแบบและสร้างเครื่องใส่ปุ๋ยแบบแม่นยำในไร่อ้อย โดยเทคนิคประมวลผลภาพ ประกอบด้วย ชุดไถสิ่วเปิดหน้าดิน ชุดหยอดปุ๋ย ชุดควบคุมระดับปุ๋ย กล้องถ่ายภาพ ชุดประเมินผล โดยกล้องถ่ายภาพทรงพุ่มของพืชส่งมายังคอมพิวเตอร์ประมวลผล จากนั้นชุดประเมินผลจะส่งไปยังชุดควบคุมระดับปุ๋ยให้เหมาะต่อความต้องการในแต่ละต้นหรือพื้นที่นั้น ซึ่งกล้องจะติดอยู่ด้านหน้ารถแทรกเตอร์และชุดให้ปุ๋ยและชุดควบคุมระดับปุ๋ยจะติดตั้งกับด้านหลังรถแทรกเตอร์ ส่วนชุดคอมพิวเตอร์ประเมินผลจะอยู่ภายในแทรกเตอร์เพื่อให้คนปฏิบัติงานมองเห็นและใช้งานง่าย “ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เกียรติศักดิ์ กล่าว

นักวิจัยมทร.ธัญบุรี เจ๋ง!คว้ารางวัลที่โครเอเชีย

นายสุริยา วรวงศ์

นายสุริยา วรวงศ์ นักศึกษาระดับปริญญาโท กล่าวเพิ่มเติมว่า งานวิจัยนี้มีนวัตกรรมที่มุ่งเน้นความแม่นยำในการให้ปุ๋ยเม็ดโดยใช้เทคนิคจากการถ่ายภาพ ซึ่งนวัตกรรมที่เกิดขึ้นจะให้จำนวนปุ๋ยตามขนาดทรงพุ่มของพืชที่เกิดขึ้นจริง คือ ทรงพุ่มเล็กให้ปุ๋ยมาก ทรงพุ่มใหญ่ให้ปุ๋ยน้อย สรุปง่ายๆ คือ ให้ปริมาณปุ๋ยเท่ากับปริมาณความต้องการของพืชนั้นเอง โดยภาพถ่ายที่ถ่ายจะได้นำมาประมวลผลเพื่อหาขนาดทรงพุ่มของพืชและกำหนดปริมาณปุ๋ยจากการเขียนโปรแกรมควบคุมที่ได้มาจากการทดสอบและการทดลอง

นักวิจัยมทร.ธัญบุรี เจ๋ง!คว้ารางวัลที่โครเอเชีย

นอกเหนือจากนั้นตัวงานวิจัยออกแบบให้มีตัวควบคุมปริมาณปุ๋ยของปุ๋ยชนิดเม็ด โดยผ่านหัวจ่ายเม็ดปุ๋ยที่ควบคุมด้วยชุดไฮดรอลิกค์ใช้จ่ายเม็ดปุ๋ยตามจำนวนที่ได้จากชุดประมวลผล และที่สำคัญไปกว่านั้นเครื่องใส่ปุ๋ยแบบแม่นยำในไร่อ้อยโดยเทคนิคการประมวลภาพสามารถนำไปติดตั้งกับรถแทรกเตอร์ที่มีอยู่แล้ว เพื่อใช้ประโยชน์ในด้านการประมวลผล และกำหนดปริมาณการใส่ปุ๋ย ที่เหมาะสมกับอ้อยในช่วงระยะเวลาที่เหมาะสม เพื่อเป็นการลดปริมาณปุ๋ยไม่ให้การสูญเสียและเป็นการลดต้นทุนในการผลิตอ้อยสดจึงได้มีการออกแบบและพัฒนาเครื่องใส่ปุ๋ยแบบควบคุมปริมาณให้ปุ๋ยสำหรับอ้อย

นักวิจัยมทร.ธัญบุรี เจ๋ง!คว้ารางวัลที่โครเอเชียนักวิจัยมทร.ธัญบุรี เจ๋ง!คว้ารางวัลที่โครเอเชีย

          “การใส่ปุ๋ยเม็ดนั้นมีความจำเป็นและใช้งานเป็นจำนวนมาก แต่ยังมีความสามารถในการทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพ หรือให้ปุ๋ยมากหรือน้อยกว่าความต้องการของพืชในพื้นที่นั้นๆ ซึ่งในความเป็นจริงในพื้นที่นั้นมีแร่ธาตุในดินไม่เท่ากันฉะนั้นการให้ปุ๋ยต้องมีความแม่นยำ ดังนั้นการใช้ในเชิงพาณิชย์นั้นมีโอกาสสูงที่จะมีความต้องการจำนวนมาก ซึ่งทางนักวิจัยได้ร่วมกับ บริษัท เอกชน ในไทย เพื่อพัฒนาและผลิตให้เข้าสู่ท้องตลาดต่อไป” สุริยา กล่าว

“นับคาร์บ ดูฉลากก่อนซื้อ” คุมเบาหวาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/302848

“นับคาร์บ ดูฉลากก่อนซื้อ” คุมเบาหวาน

คุณภาพชีวิต, นับคาร์บ, ดูฉลากก่อนซื้อ

รู้ไหมว่า? คนไทยเป็นเบาหวานมากถึง 4.8 ล้านคน หรือเท่ากับ 8.9% ของประชากรแนะคุมเบาหวานง่ายๆ คือนับคาร์โบไฮเดรต และ ดูฉลากก่อนเลือกซื้อสินค้า

       หากเราจะพบว่ามีคนใกล้ชิดหรือแม้กระทั่งตัวเองเป็นเบาหวาน คนเป็นเบาหวานจะต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินอาหาร และออกกำลังกายอย่างเหมาะสม แต่อาจจะยังมีความเข้าใจไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการดูแลตัวเองที่ถูกวิธีและดีต่อสุขภาพ

“นับคาร์บ ดูฉลากก่อนซื้อ” คุมเบาหวาน

 

“นับคาร์บ ดูฉลากก่อนซื้อ” คุมเบาหวาน

อาจารย์ศัลยา คงสมบูรณ์เวช

อาจารย์ศัลยา คงสมบูรณ์เวช อุปนายกสมาคมผู้ให้ความรู้โรคเบาหวานและประธานวิชาการสมาคมนักกำหนดอาหารแห่งประเทศไทย และนักกำหนดอาหารขึ้นทะเบียนวิชาชีพประเทศสหรัฐอเมริกา มาบอกเล่าเคล็ดลับดีๆ เกี่ยวกับการคุมเบาหวานที่ไม่ยาก สามารถทำได้ด้วยตัวเองว่า วิธีที่ควบคุมโรคเบาหวานได้ดีที่สุดคือ ปรับพฤติกรรมการกินร่วมกับการออกกำลังกาย เพราะอาหารเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อค่าระดับน้ำตาลในเลือด

“นับคาร์บ ดูฉลากก่อนซื้อ” คุมเบาหวาน

หากอยากคุมเบาหวานให้อยู่หมัด ก็ต้องปรับ mindset หรือกรอบความคิดเสียก่อนว่า ไม่ได้กินเพื่อความ(หวาน)อร่อย แต่กินเพื่อสุขภาพ ด้วยสูตรง่ายๆ คือ “นับคาร์บ” และ “อ่านฉลากก่อนซื้อ”

          1. นับคาร์บคือ การนับคาร์โบไฮเดรต ซึ่งประกอบไปด้วยหมวดข้าว แป้ง ธัญพืช หมวดผลไม้ ผักที่มีแป้งมาก และหมวดนม โดยอาจจะนับเป็น จำนวนกรัม หรือหน่วยคาร์โบไฮเดรต การคำนวณจำนวนคาร์โบไฮเดรตที่เหมาะสมในแต่ละมื้อของแต่ละวัน จะช่วยให้คุมน้ำตาลให้อยู่ในเกณฑ์ที่ดี เนื่องจากคาร์โบไฮเดรตจะถูกย่อยเป็นน้ำตาลกลูโคสได้ 100%ก่อนที่จะถูกร่างกายนำไปใช้

โดยทั่วไปในหนึ่งวัน ผู้หญิงควรรับประทานคาร์บ3-4 คาร์บ/มื้อ หรือประมาณ 12 คาร์บ/วัน ส่วนผู้ชายรับประทานคาร์บ4-5 คาร์บ/มื้อ หรือประมาณ 15 คาร์บ/วัน หากจำเป็นที่จะต้องลดน้ำหนัก นักกำหนดอาหารอาจแนะนำให้ลดคาร์บลง 1คาร์บ/มื้อ

“หากเราฝึกนับคาร์บของอาหารที่เรารับประทานแบบนี้บ่อยๆ จนคล่อง ก็จะสามารถกะปริมาณอาหารที่ต้องรับประทานต่อมื้อได้แม่นยำมากขึ้น และควบคุมปริมาณน้ำตาลจากอาหารที่เหมาะสมต่อมื้อได้ดีขึ้นตามไปด้วย “อาจารย์ศัลยา” เล่า

“นับคาร์บ ดูฉลากก่อนซื้อ” คุมเบาหวาน

           2. อ่านฉลากโภชนาการก่อนซื้อ การสังเกตและอ่านฉลากโภชนาการเป็นเรื่องง่ายๆ เพื่อให้แน่ใจว่า ทุกคนสามารถนำไปใช้ได้ อาจารย์ศัลยา พาผู้ร่วมกิจกรรมเดินเลือกวัตถุดิบและอาหารสดที่ เทสโก้ โลตัส สาขาลาดพร้าว โดยแนะนำให้สังเกตข้อมูลโภชนาการ

เริ่มจากหน่วยบริโภค ซึ่งแสดงบนผลิตภัณฑ์ นั่นคือคุณค่าทางโภชนาการต่อการกิน 1 ครั้ง ซึ่งจะแสดงถึงปริมาณคาร์บต่อ 1 หน่วยบริโภค และจำนวนหน่วยบริโภคต่อกล่อง หรือต่อบรรจุภัณฑ์ ดังนั้นควรแบ่งอาหารรับประทานเพื่อช่วยควบคุมปริมาณอาหารไม่ให้เกินความต้องการของร่างกาย

หากผลิตภัณฑ์ใดไม่มีข้อมูลโภชนาการ ก็แนะนำว่าต้องดูที่ “ส่วนประกอบที่มีปริมาณมากที่สุด  3 อันดับแรก” ของผลิตภัณฑ์ที่จะซื้อมาปรุงหรือรับประทาน หากมี “น้ำตาล และ/หรือ แป้ง” เป็นส่วนประกอบหลักแสดงว่าผลิตภัณฑ์นั้นมีคาร์บสูง ควรหลีกเลี่ยงเพื่อสุขภาพที่ดีโดยให้จำง่ายๆ ว่า เราไม่ควรบริโภคน้ำตาลที่เติมในอาหารเกิน6 ช้อนชา หรือ 24 กรัมต่อวัน

“นับคาร์บ ดูฉลากก่อนซื้อ” คุมเบาหวาน

นี่เป็นหลักการง่ายๆ ที่จะเอาไปใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อควบคุมภาวะเบาหวานอย่างจริงจัง เพราะรู้ดีว่านี่เป็นภาวะเรื้อรัง รักษาไม่หายขาด แต่ควบคุมได้ เพื่อไม่ให้เกิดโรคแทรกซ้อน จนเป็นอันตรายต่อร่างกาย นอกจากนี้ยังได้นัดแนะกันแล้วว่าอีกหนึ่งเดือนจะมาติดตามผล ดูสิว่า หลังนำเคล็ดลับเหล่านี้ไปใช้แล้ว แต่ละคนจะคุม “เบาหวาน” ได้ดีแค่ไหน

เห็นไหมว่า การกิน อยู่ เป็น กับเบาหวาน ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป เมื่อควบคุมอาหารได้แล้วอย่าลืมพักผ่อนให้เพียงพอ และออกกำลังกายอย่างเหมาะสม หรืออย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ ก็จะอยู่กับ “เบาหวาน” ได้อย่าง “เบาใจ”

สำรวจกระบี่จัดไทยแลนด์เบียนนาเลย์ 2018

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/302840

สำรวจกระบี่จัดไทยแลนด์เบียนนาเลย์ 2018

ศิลปิน8ประเทศ, ไทยแลนด์เบียนนาเล่, คุณภาพชีวิต

ศิลปิน 8 ประเทศ ลงพื้นที่สำรวจธรรมชาติสร้างงานศิลปะ โครงการ Thailand Biennale Krabi 2018 ภายใต้แนวคิด Edge of the Wonderland (เขตแดนแห่งความมหัศจรรย์) ปีหน้า

      เทศกาลศิลปะนานาชาติ ปี 2018  ของเมืองไทย ประเดิมที่จังหวัดกระบี่ ในโครงการ Thailand Biennale Krabi 2018 ภายใต้แนวคิด  Edge of the Wonderland  (เขตแดนแห่งความมหัศจรรย์) ด้วยความร่วมมือของเทศบาลเมืองกระบี่และสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย (สศร.)

สำรวจกระบี่จัดไทยแลนด์เบียนนาเลย์ 2018

ซึ่งความพิเศษของการจัดแสดงศิลปกรรมร่วมสมัยนานาชาติครั้งแรกของไทยคือ“พื้นที่” จัดแสดง โดยผลงานศิลปะจะถูกจัดวางอยู่กลางแจ้งในพื้นที่ทางธรรมชาติหลายพื้นที่ในจังหวัดกระบี่

อาทิ หาดนพรัตน์ธารา ทะเลแหวก เกาะปอดะ ไร่เลย์ สุสานหอย อุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี    ในรูปแบบของศิลปะเฉพาะที่ (Site-specific) โดยมีศิลปินทั่วโลก 70 คน  8 ประเทศ ได้แก่ จีน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น สิงคโปร์ เวียดนาม อังกฤษ นอร์เวย์ และไทย

สำรวจกระบี่จัดไทยแลนด์เบียนนาเลย์ 2018

หนึ่งในนั้นคือ Toshihiro KOMATSU (โทชิฮิโระ โคมัสทซุ)  ศิลปินชาวญี่ปุ่น ที่มีแนวคิดในการสร้างสรรค์ผลงานโดยใช้คนกับพื้นที่ เข้าร่วมงานในครั้งนี้

สำรวจกระบี่จัดไทยแลนด์เบียนนาเลย์ 2018

Toshihiro KOMATSU (โทชิฮิโระ โคมัสทซุ)

Toshihiro เกิดปี 1966 ที่ Hamamatsu City ประเทศญี่ปุ่น จบการศึกษาระดับปริญญาตรีและปริญญาโทที่สถาบัน Tokyo National University of Arts and Music จบปริญญาโทในสาขา Visual Studies จาก Massachus Institute of Technology สหรัฐอเมริกาถูกคัดเลือกเข้าศึกษาที่ Rijksakademievan Beeldende Kunsten ประเทศเนเธอร์แลนด์

Toshihiro ได้รับคัดเลือกไปแสดงผลงานในเทศกาลศิลปะนานาชาติปี 2012ที่ Echigo-Eumahi Art Triennale และในปี 2013 ได้ไปแสดงนิทรรศการเดี่ยวและกลุ่มในสถาบันศิลปะทั่วโลก เช่น MoMa Ps1 นิวยอร์ด (1999)

“Toshihiro” เล่าว่า เขารู้สึกดีใจมากที่ได้มากระบี่ เขาคาดหวังว่าจะได้รับประสบการณ์ใหม่ๆ ที่ได้เดินทางไปสถานที่ต่างๆ ธรรมชาติของกระบี่มีความคล้ายคลึงกับโอกินาว่าในญี่ปุ่น มีความเป็นทะเลมากแต่ความแตกต่างก็คือสถานที่ตั้งของทะเลกระบี่จะไม่มีฐานทัพอเมริกันและเรื่องของการเมือง ซึ่งเป็นธรรมชาติล้วนๆ ที่หาชมได้ยาก

สำรวจกระบี่จัดไทยแลนด์เบียนนาเลย์ 2018

สำรวจกระบี่จัดไทยแลนด์เบียนนาเลย์ 2018

สำหรับงานของ”Toshihiro” ส่วนใหญ่จะเกี่ยวกับพื้นที่และคน ในครั้งนี้จะนำเสนอผลงานจัดวางเป็นหาดทรายจำลอง มีการใช้กระจกเพื่อสะท้อนธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เกิดเป็นพื้นที่พิเศษเชื่อมโยงบนบกและทะเล ขยายมุมมองในการรับรู้ของคน และจะเน้นการโต้ตอบระหว่างคนกับพื้นที่ เพื่อให้ผลงานใกล้เคียงมากที่สุดในโลกความเป็นจริง

สำรวจกระบี่จัดไทยแลนด์เบียนนาเลย์ 2018

ความแตกต่างระหว่างศิลปะในห้องสี่เหลี่ยมกับศิลปะกลางแจ้ง “Toshihiro” เล่าว่า ถ้าเอางานศิลปะมาวางข้างนอก ก็ต้องคิดว่างานศิลปะต้องอยู่กับแดด ฝน ลม คน ก็จะให้ความสำคัญกับวัสดุที่นำมาใช้มีคุณลักษณะแบบไหน ถ้าเกิดว่าอยากได้ให้มันสลายไปกับธรรมชาติ ก็เลือกใช้วัสดุที่สามารถย่อยสลายได้ แต่ถ้าเลือกให้คงทนก็ต้องเลือกใช้วัสดุอีกอย่างหนึ่ง ถ้านำไปแสดงในพื้นที่ปิดมันก็ปลอดภัยจากอันตรายและธรรมชาติ

สำรวจกระบี่จัดไทยแลนด์เบียนนาเลย์ 2018

“กระบี่ที่น่าสนใจคือเรื่องของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว วิถีการใช้ชีวิตของคนในพื้นที่กับนักท่องเที่ยวมันมาเจอกันตรงไหน แล้วมันแยกกันตรงไหน ผมสนใจอีกอย่างคือเรื่องพืชท้องถิ่นว่ามีอะไรบ้าง และสำคัญกับชาวกระบี่อย่างไร” “Toshihiro” เล่า

สำรวจกระบี่จัดไทยแลนด์เบียนนาเลย์ 2018

Jiang Jiehong  (เจียง เจฮง)

นาย Jiang Jiehong  (เจียง เจฮง) ภัณฑารักษ์โครงการ กล่าวถึงการแสดงศิลปกรรมร่วมสมัยกลางแจ้งที่กระบี่ ไม่ได้กระทำบนพื้นฐานของการจัดแสดงผลงานศิลปะในแบบดั้งเดิม เช่น งานประติมากรรมหรือจิตรกรรมภายใต้แนวคิด “ศิลปะสาธารณ” แต่จะสนับสนุนให้เกิดการสร้างสรรค์งานตามกลยุทธ์และนวัตกรรมใหม่

สำหรับการสร้างศิลปะจัดวางเฉพาะที่ (site-specific installations) ภายนอกพิพิธภัณฑ์ศิลปะและหอศิลป์ พื้นที่ของการจัดแสดงศิลปกรรมร่วมสมัยนานาชาติ Thailand Biennale Krabi 2018  นี้จะไม่ใช่พื้นที่จัดแสดงนิทรรศการขาวดำตามธรรมเนียมหรือเป็นโครงสร้างที่หยุดนิ่ง แต่จะเป็นการแสดงศิลปกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละวันตามสภาพอากาศและโอกาสต่างๆ

สำรวจกระบี่จัดไทยแลนด์เบียนนาเลย์ 2018

โครงการแสดงศิลปกรรมร่วมสมัยนานาชาติ จึงถือเป็นการบุกเบิกที่เกิดจากแรงกระตุ้นของการสร้างสรรค์ด้านทัศนศิลป์ ซึ่งรวมถึงสิ่งที่สรรสร้างด้วยฝีมือมนุษย์ โดยนำพาทุกคนออกเดินทางสู่ความสร้างสรรค์ที่มีจุดเริ่มต้นจาก Edge of the Wonderland  (เขตแดนแห่งความมหัศจรรย์) “เจียง เจฮง”กล่าว

สำรวจกระบี่จัดไทยแลนด์เบียนนาเลย์ 2018

นายวีระ โรจน์พจนรัตน์

นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า Thailand Biennale ถือเป็นโครงการสำคัญภายใต้นโยบาย 4.0 นโยบายเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และนโยบายด้านศิลปวัฒนธรรมของ วธ. โดยใช้มิติศิลปวัฒนธรรมขับเคลื่อน

ซึ่งกระบี่เป็น 1 ใน 3 เมืองที่ได้รับการผลักดันให้เป็นเมืองศิลปะและศูนย์กลางศิลปะภาคใต้ ซึ่งมีความพร้อมทั้งศิลปินผู้สร้างผลงาน ตลอดจนจังหวัดมีศักยภาพในการสร้างเมืองศิลปะ เหนือสิ่งอื่นใดการจัดงาน

สำรวจกระบี่จัดไทยแลนด์เบียนนาเลย์ 2018

Thailand Biennale Krabi 2018 จะเป็นส่วนช่วยเสริมสร้างรายได้ให้จังหวัด กระตุ้นการบูรณาการทางการท่องเที่ยวในพื้นที่ และช่วยผลักดันจังหวัดกระบี่สู่การเมืองศิลปะได้อย่างเต็มภาคภูมิ นายวีระกล่าว

สำรวจกระบี่จัดไทยแลนด์เบียนนาเลย์ 2018

ดร.วิมลลักษณ์ ชูชาติ

ดร.วิมลลักษณ์ ชูชาติ ผู้อำนวยการสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย (สศร.) กล่าวว่า Thailand Biennale , Krabi 2018 จะเริ่มจัดแสดงตั้งแต่วันที่ 2 พฤศจิกายน 2561 ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2562 เป็นระยะเวลา 4 เดือนเต็ม และมีความพิเศษกว่าการจัดเทศกาลศิลปะอื่นๆ

เนื่องจากผลงานศิลปะจะถูกจัดวางอยู่กลางแจ้งตามพื้นที่ธรรมชาติหลายแห่งในจังหวัดกระบี่ ในรูปแบบของศิลปะเฉพาะที่ สร้างงานศิลปะบนตำแหน่งเฉพาะเจาะจง

สำรวจกระบี่จัดไทยแลนด์เบียนนาเลย์ 2018

โดยศิลปินจะนำเอาบริบททางวัฒนธรรม สิ่งแวดล้อมในพื้นที่มามีส่วนในการสร้างผลงานด้วย จึงถือได้ว่า Thailand Biennale , Krabi 2018 จะเป็นการแสดงศิลปกรรมร่วมสมัยนานาชาติที่มีความแตกต่างและสำคัญที่สุดของประเทศไทย

ปรับแผนให้ ปชช.ผ่านจุดคัดกรองมาพักในเต็นท์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/302871

ปรับแผนให้ ปชช.ผ่านจุดคัดกรองมาพักในเต็นท์

ฟุตปาธ, พระเมรุมาศ, ชม, ปรับแผน, เต็นท์, จุดคัดกรอง,  ข่าวการศึกษา, คุณภาพชีวิต

เผยยอดเข้าชมพระเมรุมาศ 1.3 ล้านคน พร้อมปรับแผนให้ผู้ผ่านจุดคัดกรองตอนเช้า เข้ามานั่งพักรอในเต็นท์แทนที่ต้องยืนรอริมฟุตปาธ เพื่อรอเข้าชมช่วง 07.00 น.

 

เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2560  พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังเป็นประธานประชุมติดตามและประเมินผลการดำเนินงานและตรวจการชมนิทรรศการงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ว่า ตามที่รัฐบาล กระทรวงวัฒนธรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้จัดนิทรรศการงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ ตั้งแต่วันที่ 2 – 30 พฤศจิกายน 2560 เวลา 07.00 – 22.00 น. ขณะนี้ยอดผู้เข้าชมนิทรรศการถึงวันที่ 19 พฤศจิกายน มีจำนวน 1,352,502 คน โดยช่วงเฉพาะในวันที่ 17 – 19 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา มีผู้เข้าชมจำนวนมากเฉลี่ยวันละกว่า 1 แสนคน ซึ่งภาพรวมเป็นไปอย่างเรียบร้อย บนหลักการดำเนินการอย่างปลอดภัยควบคู่ไปกับการอำนวยความสะดวกแก่ผู้เข้าชม

 

ปรับแผนให้ ปชช.ผ่านจุดคัดกรองมาพักในเต็นท์

 

รองนายกฯ กล่าวต่อไปว่า ตั้งแต่ในวันพรุ่งนี้ (21 พฤศจิกายน) จะมีการปรับแผนเปิดให้ผู้เข้าชมที่มารอผ่านจุดคัดกรองในช่วงเช้า สามารถเข้ามานั่งรอในเต็นท์พักรอบริเวณถนนเส้นกลางสนามหลวงได้ทันที จะได้ไม่ต้องนั่งรอบริเวณฟุตปาธ หรือยืนรอริมถนน แต่จะได้เข้าชมตามเวลา 07.00 น. ตามปกติ ขณะที่คณะนักเรียน นักศึกษาที่เดินทางมาจากที่ต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่มาถึงกันประมาณ 04.00 – 05.00 น. นอกจากมีอาหารให้รับประทานแล้ว ก็เปิดให้เริ่มเช้าชมก่อนตั้งแต่เวลา 06.30 น. ส่วนผู้ที่มาเป็นหมู่คณะก็มีการจัดระบบเข้าชม ซึ่งจะไม่กระทบต่อการเข้าชมของประชาชน และนักท่องเที่ยว อีกทั้งผู้ที่มาเป็นหมู่คณะมีจำนวนไม่มาก นับแต่เปิดนิทรรศการมีราว 10,000 คน

“เวลานี้เฉพาะนักเรียน นักศึกษาที่มาเข้าชมราว 220,000 คน ซึ่งผมอยากให้นักเรียน นักศึกษามาชมนิทรรศการพระเมรุมาศ เพราะเป็นโอกาสที่พวกเขาจะได้เห็น เรียนรู้ศิลปะ วัฒนธรรม และได้เกิดความรักในชาติ สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ เช่นเดียวกับผู้พิการ ที่เราก็พร้อมอำนวยความสะดวกในการเข้าชม ซึ่งที่ผ่านมาก็มาร่วมชมแล้วกว่า 24,000 คน ส่วนการบริการ ได้รับรายงานด้วยว่าที่มีการจัดรถบริการรับส่งฟรี 6 เส้นทาง ในเส้นทางหัวลำโพง – สนามหลวง มีผู้ใช้บริการมากที่สุด 100,000 คน” พล.อ.ธนะศักดิ์ กล่าว

 

ปรับแผนให้ ปชช.ผ่านจุดคัดกรองมาพักในเต็นท์

 

พล.อ.ธนะศักดิ์ กล่าวด้วยว่า ทั้งนี้ ในส่วนของการขยายเวลาเข้าชมนิทรรศการพระเมรุมาศฯ นั้น คณะกรรมการฯ ได้พิจารณาจากจำนวนผู้เข้าชมพบมีความสนใจจำนวนมาก และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทุกฝ่ายก็มีความพร้อมปฏิบัติงานต่อเนื่อง ซึ่งตนก็ได้เสนอเรื่องดังกล่าวไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แล้วขึ้นกับดุลยพินิจของนายกฯ หากเห็นว่าควรจะขยายต่อ ก็จะทำหนังสือเพื่อกราบบังคมทูลฯ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ขยายวันการเข้าชมนิทรรศการออกไป

ด้านนายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า ในส่วนของกรมศิลปากรที่รับผิดชอบดูแล พระเมรุมาศและสิ่งปลูกสร้าง อาคารประกอบในพื้นที่ทั้งหมดนั้น ขณะนี้ทุกอาคาร ตลอดจนประติมากรรม จิตรกรรมต่างๆ อยู่ในสภาพสมบูรณ์ ไม่มีความเสียหาย หรือหากพบว่ามีความเสียหายก็เป็นเพียงเล็กน้อย ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการซ่อมแซมทันที ให้มีความสมบูรณ์และสวยงาม

ชมนิทรรศการ“ถอดรหัสไทย”ธ.ค.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/302812

ชมนิทรรศการ“ถอดรหัสไทย”ธ.ค.

คุณภาพชีวิต, ถอดรหัสไทย

มิวเซียมสยาม เตรียมเปิดนิทรรศการถาวรชุดใหม่ “ถอดรหัสไทย” เปิดให้เข้าชมครั้งแรก ธันวาฯ นี้หลังนิทรรศการถาวรชุดเดิมที่จัดแสดงมายาวนานกว่า 8 ปี

          นิทรรศการถาวรชุด “ถอดรหัสไทย” ได้รับการออกแบบให้มีเนื้อหาต่อยอดจากนิทรรศการชุดเดิม รูปแบบการนำเสนอตอบรับกับพฤติกรรมการบริโภคสื่อของประชาชน และปัจจุบันทันสมัยมากยิ่งขึ้น โดยมุ่งเน้นให้ผู้เข้าชมสามารถมีส่วนร่วมไปกับนิทรรศการ ผ่านเทคโนโลยีและวิธีการเล่าเรื่องที่แปลกใหม่ ซึ่งมิวเซียมสยามนำมาใช้เป็นแห่งแรกในประเทศไทย

ชมนิทรรศการ“ถอดรหัสไทย”ธ.ค.

ปัจจุบัน นิทรรศการถาวรชุด “ถอดรหัสไทย” อยู่ระหว่างขั้นตอนการปรับปรุงภายในขั้นสุดท้าย โดยมีกำหนดเปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบต้นเดือนธันวาคม 2560

ชมนิทรรศการ“ถอดรหัสไทย”ธ.ค.

นายราเมศ พรหมเย็น

          นายราเมศ พรหมเย็น ผู้อำนวยการสถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ (มิวเซียมสยาม) กล่าวว่า ในปี 2559 ที่ผ่านมา มิวเซียมสยามได้ปิดให้เข้าชมนิทรรศการเพื่อดำเนินการพัฒนาและจัดสร้างนิทรรศการถาวรชุดใหม่ ในชื่อ “ถอดรหัสไทย โดยมิวเซียมสยามทำการเก็บสถิติข้อมูลผู้เข้าชมพิพิธภัณฑ์ ทั้งเรื่องลักษณะด้านประชากรศาสตร์ ความคิดเห็นที่มีต่อนิทรรศการ ตลอดจนการวิจัยพฤติกรรมการบริโภคสื่อของประชาชนยุคปัจจุบัน มากกว่า 5 ปี เพื่อนำมาประกอบการพัฒนาเนื้อหา และรูปแบบการสื่อสารผ่านสื่อพิพิธภัณฑ์ให้ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่มากยิ่งขึ้น ปัจจุบัน นิทรรศการ “ถอดรหัสไทย” อยู่ระหว่างการดำเนินงานในขั้นสุดท้าย โดยกำหนดเปิดให้ประชาชนเข้าชมอย่างเป็นทางการ ในวันเสาร์ที่ 2 ธันวาคม 2560

ชมนิทรรศการ“ถอดรหัสไทย”ธ.ค.

ชมนิทรรศการ“ถอดรหัสไทย”ธ.ค.

          นายราเมศ กล่าวต่อว่า นิทรรศการ “ถอดรหัสไทย” เป็นนิทรรศการที่แตกต่างจากนิทรรศการอื่น ทั้งด้านของการพัฒนาเนื้อหา โดยใช้วิธีการเล่าเรื่องราวพัฒนาการความเป็นไทย ผ่านสื่อพิพิธภัณฑ์ที่มีความปัจจุบันทันสมัย ชวนให้ผู้เข้าชมนำไปคิดต่อยอด ผูกกับเรื่องราวในอดีตได้เอง ตลอดจนรูปแบบของการนำเสนอที่แปลกใหม่ ที่เน้นการสร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้เข้าชมมากยิ่งขึ้น เพื่อให้ผู้ชมรู้สึกสนุกและสามารถติดตามเนื้อหาได้ตั้งแต่ต้นจนจบ โดยแต่ละห้องนิทรรศการจะมีไฮไลท์วัตถุจัดแสดง เทคโนโลยีและวิธีการนำเสนอที่แตกต่างกันออกไป

อาทิ ห้องครัวมีชีวิตผ่านเทคโนโลยีคิวอาร์สแกน พร้อมโมชันกราฟิกสีสันสวยงาม การสื่อสารผ่านสื่อเลเซอร์คัทสามมิติที่จะทำให้คุณเห็นวิวัฒนาการเรื่องราวต่างๆ ได้ง่ายมากยิ่งขึ้น และซูเปอร์ไฮไลท์กับเทคโนโลยีโมดูลไฮดรอลิกที่มิวเซียมสยามนำมาใช้เป็นที่แรกของประเทศเป็นต้น มิวเซียมสยามมั่นใจว่านิทรรศการชุด “ถอดรหัสไทย” จะเป็นอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ของนิทรรศการไทย ซึ่งจะลบภาพจำของพิพิธภัณฑ์ที่มีเพียงการจัดแสดงโบราณวัตถุ และการรับชมผ่านเพียงการดูการอ่าน แต่จะมอบทั้งความรู้ควบคู่กับความสนุกให้กับทุกคนยิ่งกว่าเดิม

ชมนิทรรศการ“ถอดรหัสไทย”ธ.ค.ชมนิทรรศการ“ถอดรหัสไทย”ธ.ค.

อย่างไรก็ตาม ตลอดมามิวเซียมสยาม ได้จัดนิทรรศการที่มีเนื้อหาหลากหลาย ทันสมัยและน่าสนใจ ทั้งนิทรรศการหมุนเวียนที่จัดแสดงระยะเวลา 3 เดือน สับเปลี่ยนหมุนเวียนไปเรื่อยๆ และนิทรรศการถาวรที่จัดแสดงระยะยาว โดยนิทรรศการถาวรชุดเดิมของมิวเซียมสยาม ซึ่งจัดแสดงเป็นระยะเวลามากว่า 8 ปี ได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลาม ว่าเป็นนิทรรศการสร้างสรรค์ ติดอันดับนิทรรศการไทยชื่อดังที่ทั้งชาวไทยและต่างชาติเดินทางมาชมกันอย่างไม่ขาดสาย

“เพื่อตอบรับพันธกิจหลักของมิวเซียมสยาม ซึ่งมุ่งมั่นพัฒนาพิพิธภัณฑ์ที่สร้างประสบการณ์สดใหม่ในการเข้าชม และช่วยยกระดับมาตรฐานการเรียนรู้ในรูปแบบใหม่ๆ ให้กับประชาชน โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนไทย “นายราเมศ กล่าว