นัดถกร่างกม. 3 ฉบับเดินหน้าปฎิรูปอุดมศึกษา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/302818

นัดถกร่างกม. 3 ฉบับเดินหน้าปฎิรูปอุดมศึกษา

ปฎิรูปอุดมศึกษา, คณะกรรมการอิสระ

คณะอนุกรรมการเฉพาะกิจฯ ทบทวนร่างกฎหมาย 3 ฉบับ สอดคล้องปฎิรูปอุดมศึกษา แจงต้องวางเกณฑ์หลากหลาย เหมาะสมกับมหาวิทยาลัยแต่ละกลุ่ม นัดถกอีกครั้ง 30 พ.ย.นี้

      ที่สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา(สกศ.) ศ.นพ.จรัส สุวรรณเวลา  ประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจเพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.การอุดมศึกษา กล่าวว่าที่ประชุมได้พิจารณาตามข้อคิดของคณะกรรมการอิสระฯ  ว่ามีความจำเป็นต้องปฎิรูปอุดมศึกษา เพื่อให้อุดมศึกษามีความหมายมากยิ่งขึ้น อีกทั้งต้องทำหน้าที่ผลักดันขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ โดยเฉพาะเรื่องของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และความสามารถในการแข่งขัน เพราะฉะนั้น ต้องปรับมหาวิทยาลัยให้มีประสิทธิภาพ คุณภาพมากยิ่งขึ้น  การผลักดันมหาวิทยาลัยให้ปรับตัวต้องมองเรื่องความหลากหลายของมหาวิทยาลัย จึงต้องมีการตั้งเกณฑ์ในสิ่งที่ต้องปรับตัวและแก้ไขให้เหมาะสม  โดยเริ่มแรกคาดว่ามีความจำเป็นต้องแก้กฎหมาย
       “ขณะนี้ทุกคนต่างยอมรับว่าอุดมศึกษาไทยมีความแตกต่างกัน มหาวิทยาลัยแต่ละกลุ่มมีความถนัด เป้าหมาย และต้องมีเกณฑ์ในการพิจารณาประเมินแตกต่างกันออกไป ดังนั้น การปฎิรูปอุดมศึกษา ต้องเน้นความหลากหลายของสถาบันอุดมศึกษา ที่ต้องมีเกณฑ์การประเมินที่หลากหลาย  คำนึงถึงเรื่องคุณภาพ การแข่งขันทั้งในระดับประเทศและสากล รวมถึงการเป็นองค์กรในการขับเคลื่อนพัฒนาประเทศ ภายใต้การมีความรับผิดชอบในการผลิตบัณฑิต และอุดมศึกษาต้องไม่เป็นคอหอยงาช้างอีกต่อไป อีกทั้งต้องมีการสร้างความสมดุลระหว่างการกำกับกับความอิสระ เพราะขณะนี้มีความชัดเจนว่ามหาวิทยาลัยมีความหลากหลาย บางมหาวิทยาลัยควรให้ความอิสระอย่างมากเพื่อให้เจริญก้าวหน้า แต่บางมหาวิทยาลัยก็มีสภาพที่เป็นปัญหาต้องมีการกำกับดูแลค่อนข้างมากศ.นพ.จรัส กล่าว
ทั้งนี้ คณะอนุกรรมการฯ ชุดนี้ จะพิจารณาร่างกฎหมายพ.ร.บ.ทั้ง 3 ฉบับ ได้แก่ 1.ร่าง พ.ร.บ.ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่…) ซึ่งจะมีเนื้อหาเกี่ยวกับการเพิ่มกระทรวงการอุดมศึกษา นอกเหนือจากกระทรวงที่มีอยู่แล้วในปัจจุบัน  2.ร่างพ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงการอุดมศึกษา พ.ศ…. ซึ่งจะว่าด้วยส่วนราชการ ในกระทรวงการอุดมศึกษา ที่มาของรัฐมนตรี ปลัดกระทรวง และอธิบดีกรมต่างๆประมาณ 3-4 กรม โดยเฉพาะการบริหารเขียนไว้ว่าอำนาจหน้าที่จะต้องมีความสัมพันธ์กับมหาวิทยาลัยต่างๆ

3.ร่างพ.ร.บ.การอุดมศึกษา เป็นกฎหมายใหม่ที่แตกต่างจากกฎหมายฉบับอื่นๆ ที่กำหนดหลักการสำคัญเกี่ยวกับการกำหนดประเภทของมหาวิทยาลัย ความสัมพันธ์ระหว่างมหาวิทยาลัยกับรัฐ อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการการอุดมศึกษา(กกอ.)ชุดใหม่และความสัมพันธ์ระหว่าง กกอ.กับรัฐมนตรี การกำหนดความเป็นอิสระของมหาวิทยาลัย หลักธรรมาภิบาลและหลักความรับผิดชอบของมหาวิทยาลัย เพื่อศึกษาว่าส่วนใดที่ต้องมีการแก้ไข เพราะบางร่างก็มีความเข้มข้น บางร่างก็อ่อนไป โดยร่างกฎหมาย ต้องคำนึงถึงการสร้างคุณภาพให้ดีขึ้น  เชื่อมโยงไปถึงการสร้างนวัตกรรม การนำนวัตกรรมไปใช้ให้เกิดประโยชน์ไม่ใช่เพียงศึกษาวิจัยเท่านั้น นอกจากนั้น การผลิตบัณฑิตต้องไม่ใช่เพียงผู้รู้เนื้อหาสาระเท่านั้น แต่ต้องมีความสามารถในการใช้นวัตกรรมด้วย รวมถึงการปรับระบบการศึกษา และการกำกับดูแลมหาวิทยาลัย โดยจะมานำเสนอในที่ประชุมวันที่ 30 พ.ย.2560 นี้

“คลินิกหมอครอบครัว” ลดแออัดให้โรงพยาบาล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/302817

“คลินิกหมอครอบครัว” ลดแออัดให้โรงพยาบาล

คลินิกหมอครอบครัว, คุณภาพชีวิต

สธ.เปิดคลินิกหมอครอบครัวเมืองชลบุรี บริการประชาชนตามแผนเวชศาสตร์ครอบครัว เน้นผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง ลดแออัดให้โรงพยาบาล

          กระทรวงสาธารณสุข เปิดคลินิกหมอครอบครัว ศูนย์สุขภาพชุมชนเมืองชลบุรี บริการประชาชนตามแผนเวชศาสตร์ครอบครัว ให้ผู้ป่วยเป็นศูนย์กลางเน้นเชิงรุก เสริมเชิงรับ พร้อมสร้างเครือข่ายดูแลอย่างต่อเนื่อง ประชาชนมั่นใจ เข้ารับบริการ เดือนละเกือบ 5,000 ราย ช่วยลดความแออัดในโรงพยาบาลใหญ่

"คลินิกหมอครอบครัว" ลดแออัดให้โรงพยาบาล

นายแพทย์เจษฎา โชคดำรงสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า รัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุขมีนโยบายให้คนไทยทุกคนเข้าถึงบริการสุขภาพภาครัฐที่มีคุณภาพ ได้รับการดูแลคุณภาพชีวิตทุกช่วงวัยทั้งป้องกันโรค ส่งเสริมสุขภาพ และรักษาฟื้นฟู อย่างเท่าเทียมกัน เกิดเป็นโครงการ “คลินิกหมอครอบครัว” มุ่งพัฒนาทีมสหสาขาวิชาชีพดูแลประชาชนในระดับปฐมภูมิอย่างทั่วถึง

โดยยึดผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง ทำให้ประชาชนมีที่พึ่งยามเจ็บไข้ได้ป่วย สร้างโอกาสเข้าถึงบริการของรัฐ โดยมีแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์ครอบครัว และทีมสหวิชาชีพดูแลประชาชนในสัดส่วนที่เหมาะสม คือ ประชากร 10,000 คนต่อ 1 ทีม ซึ่งภายในระยะเวลา 10 ปี จะมีทีมหมอครอบครัว 6,500 ทีม ภายใต้แนวคิด“บริการทุกคน บริการทุกอย่าง บริการทุกที่ บริการทุกเวลาด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย”

"คลินิกหมอครอบครัว" ลดแออัดให้โรงพยาบาล

สำหรับ “คลินิกหมอครอบครัว ศูนย์สุขภาพชุมชนเมืองชลบุรี” จัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2559 ดูแลประชาชน ตำบลบ้านสวน อำเภอเมืองชลบุรี จำนวน 37,270 คน  โดยทีมแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวและสหวิชาชีพ 3 ทีม  ทำงานครอบคลุมงานด้านการส่งเสริม ป้องกัน รักษา ฟื้นฟูสภาพ และส่งต่อ ตามแนวคิดเวชศาสตร์ครอบครัวแบบผสมผสาน ใน 5 บทบาท

คือ 1.บริการเชิงรับในหน่วยบริการ 2.บริการเชิงรุกในชุมชน 3.บริการแบบต่อเนื่อง 4.สร้างเครือข่ายและการมีส่วนร่วม และ5.ระบบส่งต่อ ส่งต่อผู้ป่วยเพื่อรักษาต่อ และส่งต่อศูนย์ดูแลต่อเนื่องเพื่อติดตามเยี่ยมผู้ป่วยที่บ้าน

"คลินิกหมอครอบครัว" ลดแออัดให้โรงพยาบาล

ด้านผลการดำเนินงานของคลินิกหมอครอบครัว ศูนย์สุขภาพชุมชนเมืองชลบุรี พบว่ามีประชาชนเข้ารับบริการเฉลี่ยสูงถึงเกือบ 5,000รายต่อเดือน ครอบคลุมทุกกลุ่มวัย เกิดความเชื่อถือและยังช่วยลดความแออัดในการเดินทางไปใช้บริการในโรงพยาบาลขนาดใหญ่ เข้าถึงบริการในกลุ่มที่ไม่สามารถเข้ามารับบริการในโรงพยาบาลได้

        เช่น ผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง เป็นต้น โดยมีความร่วมมือจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จิตอาสา ในการช่วยเหลือผู้ป่วยในเชิงสังคม ทำให้ผู้ป่วยด้อยโอกาสได้รับการดูแลเพิ่มมากขึ้น

“นอกจากนี้คลินิกหมอครอบครัว ศูนย์สุขภาพชุมชนเมืองชลบุรี ยังเป็นแหล่งเรียนรู้และฝึกอบรมของแพทย์ประจำบ้านสาขาเวชศาสตร์ครอบครัว ร่วมกับสำนักงานบริหารโครงการแพทย์เพิ่มเพื่อชาวชนบท (สบพช.) และราชวิทยาลัยแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว สาขาเวชศาสตร์ครอบครัว ในเขตบริการสุขภาพที่ 6 อีกด้วย “นายแพทย์เจษฎา” กล่าว

โบราณวัตถุ 14 รายการมีถิ่นกำเนิดในไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/302811

โบราณวัตถุ 14 รายการมีถิ่นกำเนิดในไทย

วธ., คณะกรรมการติดตามโบาณวัตถุ

เผยตรวจสอบโบราณวัตถุในพิพิธภัณฑ์ของอเมริกา 17 รายการ พบ 14 รายการถิ่นกำเนิดในไทย เตรียมส่งข้อมูลให้ กต.ประสานแจ้งต่อไปยังสหรัฐว่าเป็นของไทยและถูกส่งออกผิดกฎหมาย

            เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 60 – ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร นายวีระ โรจน์พจนรัตน์เปิดเผยภายหลังประชุมคณะกรรมการติดตามโบราณวัตถุของไทยในต่างประเทศกลับคืนสู่ประเทศไทย ว่า คณะอนุกรรมการด้านวิชาการเพื่อติดตามฯ ได้รายงานผลการตรวจสอบตรวจพิสูจน์ ศึกษาและวิเคราะห์โบราณวัตถุ ในครอบครองของพิพิธภัณฑ์ศิลปะโฮโนลู (Honolulu) สหรัฐอเมริกา ซึ่งสำนักงานสืบสวนความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ ได้ขอให้ไทยตรวจสอบ 17 รายการนั้น เบื้องต้นพบว่า มี 14 รายการเป็นโบราณวัตถุที่มีแหล่งกำเนิดในประเทศไทย อาทิ 1.กระดึงสำริด พบในแหล่งโบราณสมัยก่อนประวัติศาสตร์ไทยอายุราว 1,500-2,000 ปีได้นำมาเทียบกับกระดึงสำริด ยุคก่อนประวัติศาสตร์ซึ่งพบในภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย เช่น ลพบุรี อุบลราชธานี 2.พระพุทธรูปยืนปางประทานอภัย เป็นลักษณะเฉพาะที่นิยมทำในศิลปะไทย สมัยอยุธยาตอนกลาง อายุราวพุทธศตวรรษที่ 21-22 นำมาเปรียบเทียบได้กับพระพุทธรูปศิลปะอยุธยาที่พบในอยุธยาและเมืองในพระราชอาณาจักร เช่น กำแพงเพชร

โบราณวัตถุ 14 รายการมีถิ่นกำเนิดในไทย

3. พระพุทธรูปปางมารวิชัย นั่งขัดสมาธิบนฐาน 3 ขาซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของศิลปะไทยสมัยอยุธยา สกุลช่างกำแพงเพชร   อายุราวพุทธศตวรรษที่ 21-22 เทียบกับพระพุทธรูปประทับบนฐาน 3 ขาที่พบในจ.พระนครศรีอยุธยา และกำแพงเพชร  4.พระพุทธรูปนาคปรก จัดอยู่ในศิลปะลพบุรี พุทธศตวรรษที่ 18เทียบได้กับพระพุทธรูปนาคปรกศิลปะลพบุรี พบที่ภาคตะวันออกเฉียงและภาคกลางของประเทศไทย เช่น จ.สุพรรณบุรี นครราชสีมา

รมว.วัฒนธรรม กล่าวต่อไปว่า ส่วนโบราณวัตถุที่เหลืออีก 3  รายการ ที่ไม่พบว่ามีแหล่งกำเนิดไทย 1.พระคเณศ 2.เศียรพระพุทธรูป 3.ประติมากรรมรูปบุรุษ  โดยที่ประชุมมอบให้ กรมศิลปากร จัดทำหนังสือแจ้งผลการตรวจสอบให้กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) เพื่อนำส่งไปยังสำนักงานสืบสวนความมั่นคงแห่งมาตุภูมิต่อไป

ขณะที่ความคืบหน้าการศึกษาข้อมูลการติดตามโบราณวัตถุของไทยในต่างประเทศกลับคืนสู่ประเทศไทย ในกลุ่มประโคนชัย(กลุ่มปลายบัค)จ.บุรีรัมย์ 22 รายการ พบว่าเป็นโบราณวัตถุที่มีถิ่นกำเนิดในประเทศไทยและส่วนใหญ่อยู่ในบัญชีรายการโบราณวัตถุ  133 รายการ ที่จัดแสดงในในพิพิธภัณฑ์และสถาบันการศึกษาในสหรัฐอเมริกา  ซึ่งไทยจะประสาน เพื่อติดตามกลับคืน แบ่งเป็น 2 ส่วนคือ  องค์ประกอบโบราณสถาน 6 รายการ ได้แก่ 1.ทับหลังรูปพระอินทร์ประทับเหนือหน้ากาล 2.เสาติดกับผนัง 3.เสาติดกับผนัง 4.ทับหลังแสดงภาพเล่าเรื่องรามายณะ ตอนกุมภกรรณเข้าสู่สนามรบ 5.ประติมากรรมรูปม้า และ6.ทับหลังแสดงรูปภาพบุคคลเหนือแนวหงส์

โบราณวัตถุ 14 รายการมีถิ่นกำเนิดในไทย

นายวีระ กล่าวต่อไปว่า ส่วนที่ 2 คือ กลุ่มประโคนชัย 16 รายการ เช่น พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร พระโพธิสัตว์ไมเตรย  พระพุทธรูปยืน  เป็นต้น นอกจากนี้อนุกรรมการด้านกฎหมายฯ เสนอให้ส่งหนังสืออย่างเป็นทางการจากรัฐบาลไทย ไปยังสำนักงานสืบสวนความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ เพื่อติดตามวัตถุโบราณของไทยในสหรัฐอเมริกากลับคืนสู่ไทย คือ ทับหลังปราสาทหนองหงส์ จ.บุรีรัมย์ และทับหลังจากปราสาทเขาโล้น จ.สระแก้ว

“ล่าสุดสำนักงานสืบสวนความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ ยังประสานให้ประเทศไทยตรวจสอบภาพถ่ายโบราณวัตถุที่สงสัยว่าเป็นของไทย เพิ่มอีก 69 รายการ โดยเป็นโบราณวัตถุก่อนประวัติศาสตร์ทั้งหมด ที่จัดแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์ในสหรัฐอเมริกา เช่น กำไรสำริด ลูกกระพรวนสำริด กระดึงสำริด ขวานสำริด ภาชนะดินเผ่าลายเขียนสี เป็นต้น โดยจากนี้ จะมอบให้อนุกรรมการด้านวิชาการฯ ตรวจสอบโบราณวัตถุเหล่านี้ ว่ามีถิ่นกำเนิดในประเทศไทยหรือไม่ และแจ้งให้ที่ประชุมรับทราบต่อไป  การดำเนินงานของคณะกรรมการติดตามโบราณวัตถุฯเป็นไปตามหลักความร่วมมือ ระหว่างรัฐต่อรัฐ  ซึ่งมีความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง และหลังจากการประชุมครั้งนี้ ทางคณะกรรมการติดตามโบราณวัตถุฯ จะสรุปผลการประชุมเพื่อรายงานให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบต่อไป “นายวีระ กล่าว

อย่างไรก็ตาม  ขณะนี้ถือว่าอยู่ในกระบวนการตรวจพิสูจน์ หากมีความชัดเจนแล้ว ก็จะเข้าสู่การส่งมอบต่อไป ซึ่งไม่ได้กำหนดระยะเวลาว่าจะต้องส่งมอบภายในเมื่อไร แต่ก็คิดว่าทางสหรัฐอเมริกาจะเร่งดำเนินการ เพราะปี 2561 จะครบรอบฉลองความสัมพันธ์ 200 ปี ไทย-สหรัฐอเมริกา ทั้งนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบจัดทำหลักเกณฑ์การจัดลำดับความสำคัญในการติดตามโบราณวัตถุของไทยในต่างประเทศกลับคืนสู่ประเทศไทย โดยมีหลักคือ  เป็นโบราณวัตถุที่มีการลักลอบนำออกจากประเทศไทยโดยผิดกฎหมาย เป็นโบราณวัตถุที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ โบราณคดี และเป็นโบราณวัตถุที่มีผลกระทบต่างความเชื่อ ความศรัทธาของประชาชนชาวไทย

ด้านนายอนันต์ กล่าวว่า ในกระบวนการตรวจสอบและพิสูจน์โบราณวัตถุนั้น คณะอนุวิชาการฯ จะต้องตรวจสอบในเชิงวิชาการให้ได้ว่าโบราณวัตถุที่ได้รับแจ้งมามีแหล่งกำเนิดในประเทศไทยหรือไม่ จากนั้นต้องส่งข้อมูลชี้แจงให้ทางสหรัฐอเมริกาเห็นว่า โบราณวัตถุนั้นมีถิ่นกำเนิดในประเทศไทย และถูกนำออกนอกประเทศอย่างผิดกฎหมาย

“จากนี้ทางอนุกรรมการด้านวิชาการฯ จะเร่งจัดทำรายละเอียด 24 รายการ คือ กลุ่มประโคนชัย(กลุ่มปลายบัค)จ.บุรีรมย์ 22 รายการ และ ทับหลังปราสาทหนองหงส์ จ.บุรีรัมย์ ทับหลังจากปราสาทเขาโล้น จ.สระแก้ว  เพื่อแจ้งให้ กต. ส่งไปยังสหรัฐอเมริกาว่า โบราณวัตถุเหล่านี้ มีแหล่งกำเนิดในไทย และถูกส่งออกนอกประเทศอย่างผิดกฎหมาย  เข้าสู่ขั้นตอนการส่งมอบคืนต่อไป ส่วนจะสามารถส่งคืนได้เมื่อไรนั้น ไม่สามารถบอกระยะเวลาที่ชัดเจนได้”นายอนันต์ กล่าว

เลิกโครงการร.ร.ไอซียูกว่า 5 พันโรง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/302745

เลิกโครงการร.ร.ไอซียูกว่า 5 พันโรง

โรงเรียนไอซียู, สิ้นสุดโครงการ, 6 กลุ่มปัญหาร.ร.ไอซียู

“บุญรักษ์” ส่งหนังสือแจ้งถึงเขตพื้นที่ฯ สิ้นสุดโครงการโรงเรียนไอซียู ที่มีร.ร.ร่วมกว่า 5 พันโรง ชี้ร.ร.ที่ยังมีปัญหาคุณภาพ ให้กลับมาเป็นภาระงานที่ต้องใช้งบปกติ

      การขับเคลื่อนโครงการที่ต้องการความช่วยเหลือและพัฒนาแบบพิเศษ หรือโรงเรียนไอซียู ตามนโยบายนพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ มาตั้งแต่ธันวาคม 2559 เพื่อมาแก้ไขปัญหาโรงเรียนที่ขาดโอกาส ซึ่งเป็นโรงเรียนขนาดเล็กที่อยู่ห่างไกล ล่าสุดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ยุติโครงการดังกล่าวแล้ว

ดร.บุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(กพฐ.) เปิดเผยว่า  สพฐ.ได้ดำเนินโครงการดังกล่าวตั้งแต่เดือนธันวาคม 2559มีโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการทั้งสิ้น 5032 โรงเรียน ได้จัดกลุ่มโรงเรียนตามความจำเป็น เร่งด่วน ของปัญหา โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มฉุกเฉิน กลุ่มเร่งด่วน และกลุ่มไม่ฉุกเฉิน และจัดกลุ่มตามสภาพความวิกฤตของปัญหาเป็น 6 ด้าน  ได้แก่ 1.ด้านคุณภาพ2.ด้านกายภาพ 3.ด้านบุคลากร4.ด้านการบริหารจัดการ5ด้านโอกาสทางการศึกษา และ6.ด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม            ซึ่งที่ผ่านมา สพฐ.ได้แก้ไขปัญหาสภาพวิกฤติของโรงเรียนไอซียูกลุ่มฉุกเฉิน และกลุ่มเร่งด่วนทั้งในด้านกายภาพและด้านบุคลากรมาระยะหนึ่งแล้ว  เมื่อเร็วๆนี้ จึงได้มีหนังสือแจ้งไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ แจ้งสิ้นสุดการดำเนินการโครงการดังกล่าว

“ที่ผ่านมาสพฐ.ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาสภาพโรงเรียนที่อยู่ในสภาววิกฤติ ด้านต่างๆตามที่ได้รับการเสนอแนะจากสำนักเขตพื้นที่การศึกษา และร้องขอจากโรงเรียน ที่ต้องดำเนินการแก้ไขอย่างเร่งด่วนไปแล้วจำนวนมาก.และขณะนี้ก็ยังมีโรงเรียนที่ต้องแก้ไข และช่วยเหลืออีกจำนวนหนึ่ง แต่จะต้องแก้ไขและต้องดำเนินการในระยะยาว เช่น โรงเรียนวิกฤติด้านคุณภาพ วิกฤติด้านขาดอาคารเรียน ที่ต้องเสนอขอตั้งงบประมาณก่อสร้างในงบประมาณรายจ่ายประจำปี เรื่องนี้สพฐ.จะนำไปดำเนินการเป็นภาระงานปกติ ดังนั้น จึงได้ยุติการทำงานโครงการดังกล่าวและได้แจ้งเรื่องให้รมว.ศึกษาธิการ ทราบแล้ว”เลขาธิการ กพฐ.กล่าว

เผยรายชื่อ 5 บริษัทดังที่เปิดรับแรงงานมากที่สุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/302583

เผยรายชื่อ 5 บริษัทดังที่เปิดรับแรงงานมากที่สุด

่ แรงงานไทย, 5บริษัทเปิดรับคนงานมากที่สุด, ่ ่ ่ คุณภาพชีวิต, ่ จ๊อบไทย

“จ๊อบไทย” ชี้ดีมานด์งานนิคมอุตสาหกรรม จ.ชลบุรี แตะ 3,500 อัตรา พร้อมเผยรายชื่อ 5 บริษัทดังที่เปิดรับแรงงานมากที่สุด

         จ๊อบไทยดอทคอม (JobThai.com) เว็บไซต์หางาน สมัครงาน อันดับ 1 ของประเทศไทย เผยข้อมูลงานในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม จังหวัดชลบุรี ในช่วงเดือนสิงหาคม-ตุลาคม 2560 พบว่ามีจำนวนทั้งสิ้น 3,535 อัตรา โดยมี 5 อันดับ นิคมอุตสาหกรรมที่ต้องการแรงงานมากที่สุด ได้แก่ อันดับหนึ่ง นิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร จำนวน 1,974 อัตรา อันดับสอง นิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง จำนวน 297 อัตรา อันดับสาม นิคมอุตสาหกรรมปิ่นทอง (โครงการ 1) จำนวน 249 อัตรา อันดับสี่ นิคมอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์ (ศรีราชา) จำนวน 231 อัตรา และอันดับห้า นิคมอุตสาหกรรมปิ่นทอง (โครงการ 2) จำนวน 194 อัตรา ตามลำดับ ทั้งนี้ความต้องการแรงงานดังกล่าวสะท้อนยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ EEC ของรัฐบาลที่มุ่งเน้นการพัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมาย ซึ่งจังหวัดชลบุรีเป็นหนึ่งในพื้นที่ดังกล่าว โดยคาดว่าในอนาคตความต้องการแรงงานในพื้นที่จังหวัดชลบุรี และจังหวัดในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกจะมีความต้องการแรงงานเพิ่มสูงขึ้นอีกจำนวนมาก

       น.ส.แสงเดือน ตั้งธรรมสถิตย์ ผู้ร่วมก่อตั้งและหัวหน้าผู้บริหารด้านปฏิบัติการเว็บไซต์จ๊อบไทยดอทคอม(JobThai.com) กล่าวว่า เว็บไซต์จ๊อบไทยดอทคอม ในฐานะผู้นำด้านเว็บไซต์หางาน สมัครงาน อันดับ 1 ของประเทศไทย ที่มีผู้ฝากประวัติกว่า 1.2 ล้านคน และมีจำนวนงานจากบริษัทชั้นนำกว่า 86,000 อัตรา ได้ทำการวิเคราะห์รวบรวมจากฐานข้อมูลของเว็บไซต์ จ๊อบไทยดอทคอมตั้งแต่เดือนสิงหาคม-ตุลาคม 2560 เพื่อรายงานสถานการณ์ความต้องการแรงงานในเขตพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม จังหวัดชลบุรี พบว่ามีจำนวนทั้งสิ้น 3,535 อัตรา โดย 5 อันดับ นิคมอุตสาหกรรมที่มีการเปิดรับสมัครงานมากที่สุด ได้แก่

     1.  นิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร มีจำนวนงานที่เปิดรับ 1,974 อัตรา คิดเป็น 55.84 เปอร์เซ็นต์

     2.  นิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง มีจำนวนงานที่เปิดรับ 297 อัตรา คิดเป็น 8.4 เปอร์เซ็นต์

     3.  นิคมอุตสาหกรรมปิ่นทอง (โครงการ 1) มีจำนวนงานที่เปิดรับ 249 อัตรา คิดเป็น 7.04 เปอร์เซ็นต์

     4.  นิคมอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์ (ศรีราชา) มีจำนวนงานที่เปิดรับ 231 อัตรา คิดเป็น 6.53 เปอร์เซ็นต์

     5.  นิคมอุตสาหกรรมปิ่นทอง (โครงการ 2) มีจำนวนงานที่เปิดรับ 194 อัตรา คิดเป็น 5.49 เปอร์เซ็นต์

เผยรายชื่อ 5 บริษัทดังที่เปิดรับแรงงานมากที่สุด

 น.ส.แสงเดือน ตั้งธรรมสถิตย์

นอกจากนี้ เว็บไซต์จ๊อบไทยดอทคอม ยังได้รวบรวมรายชื่อบริษัทที่เปิดรับสมัครงานมากที่สุดในนิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร จังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นนิคมอุตสาหกรรมที่มีจำนวนงานมากที่สุด ได้แก่

  • บริษัท มิตซูบิชิ เทอร์โบชาร์จเจอร์ เอเชีย จำกัด ผู้ผลิตชิ้นส่วนเทอร์โบชาร์จเจอร์เพื่อจำหน่าย และส่งออกทั้งในและต่างประเทศ เป็นบริษัทสาขาของ บริษัท มิตซูบิชิ เฮฟวี่ อินดัสตรี่ จำกัด ในประเทศญี่ปุ่น อยู่ในประเภทธุรกิจยานยนต์/ชิ้นส่วนยานยนต์ มีความต้องการแรงงานทั้งสิ้น 46 อัตรา โดยประเภทงานที่เปิดรับมากที่สุดได้แก่ งานผลิต/ควบคุมคุณภาพ งานวิศวกรรม และงานคลังสินค้า
  • บริษัท ซูมิโตโม อีเล็คตริก ซินเตอร์ด คอมโพเน้นท์ส (ที) จำกัด ผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ จักรยานยนต์ และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์จากผงโลหะขึ้นรูป อยู่ในประเภทธุรกิจยานยนต์/ชิ้นส่วนยานยนต์ มีความต้องการแรงงานทั้งสิ้น 38 อัตรา โดยประเภทงานที่เปิดรับมากที่สุดได้แก่ งานวิศวกรรม งานผลิต/ควบคุมคุณภาพ และงานช่างเทคนิค
  • บริษัท เอ็นเอสแอล ฟู้ดส์ จำกัด ผู้ผลิตเบเกอรี่ แซนวิชครัวซองค์ แซนวิชเค้ก และผลิตภัณฑ์อีกหลากหลายให้กับเซเว่นอีเลฟเว่น อยู่ในประเภทธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม มีความต้องการแรงงานทั้งสิ้น 38 อัตรา โดยประเภทงานที่เปิดรับมากที่สุดได้แก่ งานผลิต/ควบคุมคุณภาพ งานวิทยาศาสตร์/วิจัยพัฒนา และงานบุคคล
  • บริษัท มิตซูบิชิ อีเล็คทริค คอนซูมเมอร์ โปรดักส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตเครื่องปรับอากาศสำหรับที่อยู่อาศัยและเครื่องปรับอากาศเชิงพาณิชย์ชั้นนำระดับโลก อยู่ในประเภทธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ มีความต้องการแรงงานทั้งสิ้น 36 อัตรา โดยประเภทงานที่เปิดรับมากที่สุดได้แก่ งานช่างเทคนิค งานวิศวกรรม และงานคลังสินค้า
  • บริษัท นิตโต้ มาเทค (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายชิ้นส่วนยาง พลาสติก สำหรับใช้ในยานพาหนะ ขอบประตูหน้าต่างอาคาร และอื่นๆ อยู่ในประเภทธุรกิจยานยนต์/ชิ้นส่วนยานยนต์ มีความต้องการแรงงานทั้งสิ้น 34 อัตรา โดยประเภทงานที่เปิดรับมากที่สุดได้แก่ งานวิศวกรรม งานผลิต/ควบคุมคุณภาพ และงานบัญชี/การเงิน

อย่างไรก็ตาม พื้นที่จังหวัดชลบุรีนอกจากจะโดดเด่นเรื่องการท่องเที่ยวแล้ว ยังเป็นฐานที่ตั้งของนิคมอุตสาหกรรมและฐานการผลิตที่สำคัญหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นปิโตรเคมี อิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ ฯลฯ ประกอบกับทำเลที่ตั้งมีความได้เปรียบเนื่องจากถูกเชื่อมโยงด้วยโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งที่สะดวก เช่น ท่าเรือแหลมฉบัง แหล่งขนถ่ายสินค้าระหว่างประเทศที่สำคัญของประเทศไทย อีกทั้งจังหวัดชลบุรี รวมถึงจังหวัดฉะเชิงเทราและจังหวัดระยอง เป็นพื้นที่บนแผนการพัฒนาโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor) หรือ EEC ที่มุ่งเน้นการพัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมาย ซึ่งคาดว่าในอนาคตจะมีการขยายตัวทางเศรษฐกิจรวมถึงความต้องการแรงงานเพิ่มขึ้นอีกจำนวนมาก น.ส.แสงเดือน กล่าวทิ้งท้าย

7 ว้าวโรงเรียนสาธิตนานาชาติ พระจอมเกล้าที่คุณไม่เคยรู้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/302582

7 ว้าวโรงเรียนสาธิตนานาชาติ พระจอมเกล้าที่คุณไม่เคยรู้

สจล, รร.นานาชาติพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง, วิทยาศาสตร์, นวัตกรรม, ่ หุ่นยนต์, ่ คุณภาพชีวิต

โรงเรียนนานาชาติด้านวิทย์ – เทคโนโลยี – นวัตกรรมแห่งแรกของประเทศ ห้องเรียนที่ล้ำที่สุดในประเทศ พลิกโฉมวิชาวิทย์ คณิต เป็นวิชาที่เด็กอยากเรียน

      การจัดตั้งโรงเรียนสาธิตนานาชาติพระจอมเกล้า ภายใต้รั้วสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง แหล่งเรียนรู้ระดับอุดมศึกษาที่ขึ้นชื่อในด้านความเป็นจ้าวแห่งนวัตกรรม การเกิดขึ้นของโรงเรียนแห่งนี้ นับว่ามีหลายสิ่งหลายอย่างที่น่าสนใจ

เริ่มตั้งแต่การเป็นโรงเรียนนานาชาติด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งแรกและแห่งเดียวของประเทศ การใช้หลักสูตรที่ได้รับความร่วมมือและพัฒนาโดยสถาบันด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์อันดับหนึ่งของโลกอย่าง “มหาวิทยาลัยคาร์เนกีเมลลอน” ทั้งยังเป็นสถานศึกษาที่จะช่วยตอบโจทย์เด็กเจน Z ที่ชื่นชอบการคิดค้นงานวิจัย สิ่งประดิษฐ์ และนวัตกรรม ได้ยินแค่นี้อาจจะยังนึกไม่ออกว่าโรงเรียนน้องใหม่แห่งนี้มีความ   เจ๋งกว่าที่อื่นอย่างไร ถ้าพร้อมแล้วสไลด์หน้าจอลงมาด้านล่างนี้ แล้วจะรู้ว่าของดีที่ไม่ต้องพูดเยอะอ่ะ!!! เป็นยังไง

ที่นี่เปิดหลักสูตรระดับมัธยมศึกษาตั้งแต่เกรด 7  ถึงเกรด 12 โดยมุ่งเน้นการเรียนการสอนแบบบูรณาการภายใต้หลักสูตร STEAM (วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ ศิลปศาสตร์ และคณิตศาสตร์) การที่โรงเรียนอยู่ภายใต้สังกัดของสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าฯลาดกระบัง ซึ่งเป็นสถาบันที่มีจุดแข็งในด้านการสร้างสรรค์นวัตกรรม จะช่วยให้น้องๆได้ซึมซับกับบรรยากาศที่รายล้อมไปด้วยความเป็นดิจิทัลและเทคโนโลยี ต่อเนื่องไปถึงการสร้างความพร้อมในการเป็นนักคิด นักประดิษฐ์ นักวิจัยให้มีความเชี่ยวชาญตั้งแต่อายุยังน้อย

7 ว้าวโรงเรียนสาธิตนานาชาติ พระจอมเกล้าที่คุณไม่เคยรู้

ลืมภาพกระดานเขียว ชอล์กสีขาว ห้องเรียนที่อัดแน่นไปด้วยเพื่อนร่วมชั้นกว่า 60 ชีวิต และโต๊ะที่เต็มไปด้วยลวดลายจิตรกรรมจากน้ำยาลบคำผิดไปได้เลย เพราะว่าโรงเรียนแห่งนี้กำหนดให้แต่ละห้องเรียนมีนักเรียนไม่เกินกว่า 30 คน มี “ห้องเรียนอัจฉริยะ” ซึ่งเต็มไปด้วยเครื่องมือและระบบต่างๆที่ทันสมัย นักเรียนทุกคนจะได้ใช้และมีส่วนร่วมในการเรียนการสอนรูปแบบใหม่ผ่านอุปกรณ์และเทคโนโลยี เช่น สมาร์ทบอร์ด แล็ปทอป เก้าอี้อเนกประสงค์ ฯลฯ โดยยังสามารถใช้อุปกรณ์และตำราเรียนต่างๆในสาขาวิชาที่สนใจได้จากสถาบันเทคโนโลยีฯลาดกระบังได้อีกด้วย

7 ว้าวโรงเรียนสาธิตนานาชาติ พระจอมเกล้าที่คุณไม่เคยรู้

คุณครูของที่นี่นอกจากจะเพียบพร้อมด้วยรูปสมบัติแล้ว ก็ยังอัดแน่นไปด้วยคุณสมบัติ ซึ่งหลายๆท่านล้วนแล้วแต่มีประสบการณ์ในการสอนมาอย่างเข้มข้น คุณครูส่วนใหญ่จะมาจากประเทศชั้นนำด้านการศึกษาและวิทยาการ อาทิ เช่น MIT, Harvard, Imperial College London, UCLA, UC Berkeley ,Columbia University จากสหรัฐอเมริกาและอังกฤษ รวมทั้งสถาบันชั้นนำในประเทศที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล  นอกจากนี้ครูของที่นี่ยังมีคาแรคเตอร์แบบ Teaching และ Coaching จะไม่เพียงแค่ยืนสอนหน้าชั้นเรียน แต่จะเป็นผู้นำนักเรียนให้เกิดการเรียนรู้ควบคู่ไปกับความสนุกสนาน มีการสอดแทรกกิจกรรมเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ใหม่ๆที่จะเกิดขึ้นระหว่างการทดลองและปฏิบัติงาน ให้ความสำคัญกับนักเรียนอย่างเท่าเทียม ซึ่งนักเรียนจะสัมผัสได้ถึงความเอาใจใส่ที่เสมือนได้รับจากที่บ้านอย่างแน่นอน

7 ว้าวโรงเรียนสาธิตนานาชาติ พระจอมเกล้าที่คุณไม่เคยรู้
ปีการศึกษา 2560 – 61 ถือเป็นปีแห่งปฐมฤกษ์ หรือปีการศึกษาแรก โรงเรียนได้ใช้หลักสูตรการเรียน STEAM ตามระบบของประเทศสหรัฐอเมริกา จุดแข็งของหลักสูตรนี้อยู่ที่ความยืดหยุ่นของนักเรียนที่สามารถเลือกเรียนวิชาเลือกที่หลากหลายตามความถนัดและสนใจ นอกจากนี้ยังมุ่งเน้นการเรียนการสอนในรูปแบบ Learning by Doing มีรายวิชาสอดคล้องกับทิศทางของภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มวิชาเพื่อพื้นฐานการประกอบอาชีพ กลุ่มวิชาและกิจกรรมเพื่อเพิ่มพูนประสบการณ์ กลุ่มวิชาขั้นสูงและเรียนล่วงหน้าเพิ่มเติมที่สอนโดยอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญและใช้เรียนในระดับมหาวิทยาลัย ฯลฯ พร้อมด้วยกิจกรรมเสริมสร้างการเรียนรู้ที่จะเน้นให้เด็กทุกคนมีภาวะความเป็นผู้นำ มีทักษะการทำงานเป็นทีม การประยุกต์ใช้และแก้ไขปัญหาต่างๆ

หลักสูตร STEM With Robotics เป็นหลักสูตรที่ได้รับการพัฒนาโดยมหาวิทยาลัยคาร์เนกีเมลลอน ซึ่งเป็นสถาบันด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์อันดับหนึ่งของโลก ความสำคัญของหลักสูตรนี้จะใช้หุ่นยนต์ให้เป็นสื่อกลางในการเรียนการสอนวิชาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ ซึ่งจะช่วยดึงดูดให้เด็กเกิดความสนใจ ทำให้ห้องเรียนไม่น่าเบื่อ ทั้งยังเป็นการฝึกวิธีคิดที่แฝงอยู่ในการเขียนโปรแกรม การออกแบบ รวมทั้งการสร้างหุ่นยนต์ โดยเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่จะปลูกฝังความเป็นนักนวัตกรรมให้กับน้องๆในแบบที่ไม่รู้ตัว

7 ว้าวโรงเรียนสาธิตนานาชาติ พระจอมเกล้าที่คุณไม่เคยรู้

 

นี่คือคำถามยอดฮิตจากผู้ปกครองและน้องๆที่กำลังคิดถึงเรื่องอนาคต คำถามนี้มีคำตอบให้ตั้งแต่ก่อนถามเลยว่า น้องๆที่สำเร็จการศึกษาแล้วสนใจเรียนต่อในมหาวิทยาลัยไทยก็ย่อมทำได้ ต่างประเทศก็ยิ่งง่ายไปอีก อย่างที่บอกตั้งแต่ต้นว่าสถานศึกษานี้อยู่ภายใต้บรรยากาศมหาวิทยาลัย ย่อมทำให้เกิดการซึมซับ เห็นของจริง เผลอๆอาจจะรู้ตั้งแต่เกรด 8 เกรด 9 ว่าชื่นชอบและอยากไปทางไหน หรือหากชื่นชอบบรรยากาศและหลักสูตรของสถาบันแม่ก็มีภาควิชาอินเตอร์รองรับอย่างหลากหลายเช่น วิทยาลัยนานาชาติ วิศวะการบิน แพทยศาสตร์นานาชาติ เป็นต้น

สำหรับน้องๆ หรือพ่อแม่ผู้ปกครองที่สนใจตอนนี้โรงเรียนกำลังเปิดรับสมัครนักเรียนในระดับเกรด 7 เกรด 8 และเกรด 10 โดยหลังจากสมัครเรียบร้อยแล้วก็จะต้องทำการสอบคัดเลือกทั้งในรายวิชาพื้นฐาน ความถนัดทั่วไป การสอบ TOEFL และ ESSAY รวมถึงการสอบสัมภาษณ์ ทั้งนี้ โรงเรียนยังมีทุนการศึกษาในการสนับสนุนนักเรียนที่มีความสามารถพิเศษในด้านดนตรี ศิลปะ กีฬา ซึ่งรายละเอียดทั้งหมดนี้สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.kmids.ac.th / http://www.facebook.com/kmids หรือโทรสอบถามได้เลยที่ 085-91741242

นักศึกษาจีนวิทยา มฟล. โชว์เหนือ จัดละครเวทีภาษาจีน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/302579

นักศึกษาจีนวิทยา มฟล. โชว์เหนือ จัดละครเวทีภาษาจีน

มฟล., ละครจีน

สำนักวิชาจีนวิทยา มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (มฟล.) จัดการแสดงละครเวทีภาษาจีนเรื่อง ““The Blue Butterfly สองเราบินไป สองใจนิรันดร์”

        “The Blue Butterfly สองเราบินไป สองใจนิรันดร์” มีเค้าโครงเรื่องจากตำนานของจีน ณ หอประชุมสมเด็จย่า ดำเนินการทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังโดยคณะนักศึกษาสำนักวิชาจีนวิทยา อันมีเป้าหมายเพื่อเป็นการแสดงศักยภาพของนักศึกษา มฟล. ที่เรียนเกี่ยวกับจีนทั้งทางด้านภาษาและวัฒนธรรม ภายใต้โครงการศิลปวิชาการจีนวิทยา ครั้งที่ 2 โดยมีผู้บริหาร คณาจารย์ เจ้าหน้าที่ นักศึกษา ตลอดจนชาวไทยเชื้อสายจีนในจังหวัดเชียงรายเข้าร่วมรับชมจำนวนมาก

นักศึกษาจีนวิทยา มฟล. โชว์เหนือ จัดละครเวทีภาษาจีนนักศึกษาจีนวิทยา มฟล. โชว์เหนือ จัดละครเวทีภาษาจีน

ละครเวที “The Blue Butterfly สองเราบินไป สองใจนิรันดร์” โดยคณะนักศึกษาสำนักวิชาจีนวิทยา มฟล. นำเค้าโครงเรื่องมาจากนิยายพื้นบ้านของจีนอันโด่งดังในช่วงราชวงศ์จิ้นตะวันออก อันเป็นเรื่องราวตำนานความรักของ จู้อิงไถ บุตรสาวคนเล็กของตระกูลจู้ผู้สูงส่ง ได้ปลอมตัวเป็นบุรุษเข้าไปศึกษาเล่าเรียนในสำนักหนีซาน เพื่อหนีการแต่งงานแบบคลุมถุงชนที่พ่อแม่ได้ตระเตรียมเจ้าบ่าวไว้ให้  กระทั่งจู้อิงไถได้พบรักกับเหลียงซานป๋อ ที่บังเอิญได้ล่วงรู้ความลับว่าปลอมตัวเป็นบุรุษ แต่ความรักของทั้งคู่ถูกกีดกันด้วยม่านประเพณีทางสังคม จึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของโศกนาฏกรรมความรัก ทางคณะผู้จัดทำละครเวทีจึงได้หยิบยกขึ้นมาสะท้อนถึงประเพณี สังคม และวัฒนธรรมของจีนในยุคโบราณ ให้แก่ผู้สนใจได้รับชมในครั้งนี้

นักศึกษาจีนวิทยา มฟล. โชว์เหนือ จัดละครเวทีภาษาจีนนักศึกษาจีนวิทยา มฟล. โชว์เหนือ จัดละครเวทีภาษาจีนนักศึกษาจีนวิทยา มฟล. โชว์เหนือ จัดละครเวทีภาษาจีน

 

CO-LEARNING SPACE 24 ชม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/302576

Co-Learning Space  24 ชม

“แหล่งเรียนรู้แห่งใหม่ของเด็กยุคดิจิทัล”Co-Learning Space 24 ชม. ตอบโจทย์รูปแบบการเรียนในปัจจุบัน

      วิถีการเรียนรู้ของนักเรียน นักศึกษาในยุคดิจิทัลเปลี่ยนแปลงไปจากสมัยก่อนที่ไม่หยุดอยู่แค่ในห้องเรียนและห้องสมุดอีกต่อไป เพราะการเรียนการสอนในยุคปัจจุบันเน้นให้เด็กเป็นศูนย์กลางของการเรียนรู้ เป็นผู้เริ่มตั้งคำถาม และออกค้นคว้าหาข้อมูลจากสิ่งต่างๆ รอบตัว “ศูนย์การค้า” จึงกลายเป็นจุดนัดพบที่สำคัญ สำหรับทำกิจกรรมต่างๆ ทั้งการแลกเปลี่ยนความรู้ ทำการบ้าน ค้นหาไอเดียใหม่ๆ เช่นเดียวกับ ศูนย์การค้า เดอะสตรีท ที่ได้แชร์พื้นที่ส่วนกลาง สร้างเป็น “Co-Learning Space (โค เลิร์นนิ่ง สเปซ)” ให้นักเรียนนักศึกษามาใช้พื้นที่เพื่อการเรียนรู้ร่วมกันได้ 24 ชม.

Co-Learning Space  24 ชม

       นายพงษ์ศักดิ์ นันตวรรณกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เดอะ สตรีท รีเทล ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ผู้บริหารศูนย์การค้า เดอะ สตรีท รัชดา กล่าวว่า พื้นที่ Co-Learning Space (โค เลิร์นนิ่ง สเปซ) เกิดขึ้นจากการมองเห็นกลุ่มนักเรียน นักศึกษา ที่มาใช้บริการในศูนย์การค้า และมาใช้พื้นที่ต่างๆ เพื่อท่องตำรา ทำงานกลุ่ม และติวหนังสือ  ทางศูนย์การค้าจึงได้แชร์พื้นที่ส่วนกลางเป็นพื้นที่สำหรับการเรียนรู้นี้ขึ้นมา
โดย “Co-Leaning Space” ของศูนย์การค้า เดอะสตรีท รัชดา มีพื้นที่ประมาณ 400 ตร.ม. แบ่งออกเป็น 3 โซน ได้แก่ โซนที่ 1 บริเวณชั้น B มีการจัดโต๊ะ เก้าอี้ ปลั๊กไฟ ใกล้ร้านอาหาร เครื่องดื่ม ที่เปิดให้บริการ 24 ชม. โซนที่ 2 บริเวณ ชั้น 1 ด้านข้าง COLLECTIVE จัดแบ่งเป็นห้องสี่เหลี่ยม จำนวน 3 ห้อง  มีโต๊ะขนาดใหญ่ เก้าอี้ และกระดาน เพื่ออำนวยความสะดวกให้นักเรียนได้มาติวหนังสือ หรือทำงานกลุ่มกัน และโซน 3 บริเวณชั้น 4 โซนร้านอาหาร จัดโต๊ะเก้าอี้เช่นเดียวกับชั้น B พร้อมมีบริการ wifi”

Co-Learning Space  24 ชม
ด.ญ. สุชญา รุ่งเรือง (น้องนิว) นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการรัชดา เล่าว่า รูปแบบการเรียนในปัจจุบัน  เน้นการทำรายงานเป็นกลุ่ม เพื่อให้ทุกคนได้ช่วยกันระดมสมอง จึงจำเป็นต้องใช้เวลาหลังเลิกเรียนในการทำงาน โดยสถานที่ที่มักจะไปนั่งทำงานกับเพื่อนๆ เป็นประจำคือ ศูนย์การค้าใกล้โรงเรียน อย่างเดอะสตรีท รัชดา เพราะมีพื้นที่สะดวกสบาย มีปลั๊กไฟให้ต่อคอมพิวเตอร์ มีอาหารให้เลือกรับประทานมากมาย และหากขาดเหลืออุปกรณ์การทำรายงานอะไรก็สามารถหาซื้อได้ทันที ที่สำคัญคือ แอร์เย็นสบายไม่มียุง ปลอดภัย สามารถคุยกัน หารือกันได้ เพราะบางครั้งทำงานที่ห้องสมุดของโรงเรียนจะคุยกันเสียงดังไม่ได้
ด้าน ด.ญ.ศิริลักษณ์ แสนคำสุข (น้องมายด์) เพื่อนร่วมชั้นของน้องนิว เล่าว่าชอบและอยากให้มี Co-Learning Space เพิ่มมากขึ้น นอกเหนือจากการมาทำงานแล้ว ก็จะมานั่งทำการบ้านร่วมกัน มาช่วยกันวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ ที่หาได้จากอินเตอร์เน็ต เพราะปัจจุบันข้อมูลในโลกออนไลน์มีมากมาย จึงจำเป็นต้องเอาข้อมูลของหลายๆ คนมาช่วยกันหาคำตอบที่ถูกต้อง รวมถึงการนั่งติวบทเรียนหลังจากที่ได้เรียนมา ซึ่งบางครั้งยังได้เพื่อนต่างโรงเรียน มาร่วมกันแชร์ความรู้และเทคนิคการเรียน ทำให้ได้วิธีการคิดแบบใหม่อีกด้วย

Co-Learning Space  24 ชม

ส่วนรุ่นพี่อย่าง นายพชร อีมโชคชัย (พส) นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะการจัดการนวัตกรรม วิทยาลัยนวัตกรรมสื่อสารสังคม มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เล่าว่า ปกติแล้วจะมานั่งทำงานกับเพื่อนๆ ที่ศูนย์การค้าเป็นประจำ หากทำงานเป็นกลุ่มใหญ่ที่ต้องช่วยกันระดมสมองออกความคิดเห็น ก็จะมานั่งในโซน Co-Learning Space เพราะสามารถใช้เสียงได้ แต่หากติวกันเป็นกลุ่มเล็กน้อยไม่กี่คนก็จะไปนั่งที่ร้านกาแฟกัน  ที่นี่มีความสะดวกสบาย ในเรื่องของที่จอดรถ มีอาหารเครื่องดื่ม มีปลั๊กไฟ มีห้องน้ำ บางจุดของศูนย์การค้าก็มีอินเทอร์เน็ต โต๊ะเก้าอี้ ให้ใช้ฟรี และที่สำคัญคือบางร้านเปิดให้บริการ 24 ชั่วโมง สามารถนั่งคิดงานได้แบบยาวๆ ทำให้ไอเดียของเราไม่สะดุด นอกจากนี้การมานั่งทำงานที่ศูนย์การค้า ยังทำให้เราได้อินสไปเรชั่นใหม่ๆ นำไปใช้ในงาน เพราะข้อมูลบางอย่าง เช่น ไลฟ์สไตล์ หรือเทรนด์ ของผู้บริโภคไม่สามารถค้นหาได้ในอินเตอร์เน็ตเพียงอย่างเดียว
ด้วยยุคสมัยที่หมุนไปอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยี ทำให้การเรียนรู้อยู่กับที่ในห้องเรียนหรือห้องสมุด ไม่สามารถตอบโจทย์การท่องโลกแห่งการเรียนรู้ของเยาวชนคนรุ่นใหม่อีกต่อไป ฉะนั้นการได้ออกไปเรียนรู้ ในสถานที่จริง ที่สามารถสัมผัสประสบการณ์ต่างๆ ได้ด้วยตัวเอง ได้กลายเป็นกุญแจสำคัญของการพัฒนาองค์ความรู้ของเยาวชนไทยยุค 4.0

มหา’ลัยชิคๆ…ก็มีวงดนตรีลูกทุ่ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/302575

มหา’ลัยชิคๆ…ก็มีวงดนตรีลูกทุ่ง

ม.รังสิต, RSU

หลายๆ ท่านอาจจะรู้จัก “มหาวิทยาลัยรังสิต” ในหลากหลายรูปแบบ

        แต่จะมีใครทราบบ้างว่า มหาวิทยาลัยเอกชนที่นอกจากชื่อเสียงในด้านวิชาการที่ทันสมัยหลายหลักสูตรด้วยกัน ทั้งแพทย์ ทันตแพทย์ เภสัช และพยาบาล นอกจากนี้มหาวิทยาลัยรังสิตยังมีชื่อเสียงในเรื่องของศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบันที่เป็นศิลปินดาราศึกษาอยู่เป็นจำนวนมากตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ความหลากหลายทางด้านการเรียนการสอน งานวิจัย และคุณภาพวิชาการที่ได้เห็นภาพกันไปแล้วนั้น มหาวิทยาลัยรังสิตของเรายังมีกิจกรรมเสริมหลักสูตร สร้างความสามัคคี ความสุขในรูปแบบของชาวรัวงสิตด้วยนะ ไม่ว่าจะชมรมยูโด ชมรมค่ายอาสาพัฒนา ชมรมพุทธศาสนา ชมรมดนตรี ฯลฯ เป็นต้น

มหา’ลัยชิคๆ...ก็มีวงดนตรีลูกทุ่ง

ชมรมหนึ่งที่ไม่น่าเชื่อว่าวัยรุ่นยุค GenY จะมารวมตัวกันเยอะขนาดนี้นั่นคือ ชมรมวงดนตรีลูกทุ่ง มหาวิทยาลัยรังสิต สำหรับวงดนตรีลูกทุ่งนี้ มีอาจารย์เริงศักดิ์ แก้วเพ็ชร หรือ ครูเบส รองผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม ผู้ดูแลคนสำคัญที่ไม่พูดถึงไม่ได้ ซึ่งครูเบสเล่าให้ฟังว่า “เดิมเราใช้ชื่อว่าชมรมไทยลูกทุ่ง จากนั้นได้ปรับรูปแบบโดยรวมเข้ากับนักศึกษาสังกัดชมรมศิลปวัฒนธรรม อาทิ ชมรมดนตรีไทย ชมรมนาฏศิลป์ ชมรมดนตรีสากล มาเป็นแกนนำในการดำเนินกิจกรรม จากนั้นเราเปิดรับนักศึกษาจากคณะต่างๆ เข้าร่วมกิจกรรม ร้อง เล่นดนตรี เต้น รำ ด้วยกัน รวมถึงสร้างทีมงานโดยวิทยาลัยดนตรีส่งตัวแทนนักศึกษาเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชมรมด้วย และใช้ชื่อวงว่าวงดนตรีตะวันรุ่งลูกทุ่งรังสิต

มหา’ลัยชิคๆ...ก็มีวงดนตรีลูกทุ่งมหา’ลัยชิคๆ...ก็มีวงดนตรีลูกทุ่ง
เป้าหมายและบทบาทหลักของวงดนตรีตะวันรุ่งลูกทุ่งรังสิต ซึ่งอยู่ภายใต้สถาบันส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม (Cultural Promotion Institution) นั่น เราต้องการส่งเสริมกิจกรรมทุกด้านที่เป็นศิลปวัฒนธรรมของไทย และเราคิดว่าดนตรีลูกทุ่งเป็นอีกกิจกรรมที่เราต้องการส่งเสริม พัฒนา และรักษาให้คงไว้ควบคู่ไปพร้อมกิจกรรมด้านอื่นๆ ของมหาวิทยาลัย เมื่อเราได้สร้างชมรมที่เข้มแข็งแล้ว เราก็เริ่มมองหาเวทีการแสดงให้กับนักศึกษาได้โชว์ความสามารถกัน ไม่ว่าจะเป็นการแสดงในงานต่างๆ ของมหาวิทยาลัย หรือการได้รับเชิญให้ไปแสดงนอกมหาวิทยาลัย จากนั้นได้มีเวที “ดาวรุ่งทุ่งนเรศวร” ซึ่งเป็นการประกวดดนตรีลูกทุ่งพร้อมหางเครื่อง ระดับอุดมศึกษาชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ระดับประเทศ ประจำปี ๒๕๖๐ จัดขึ้น ณ มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นเวที่ที่ใหญ่ที่สุดในระดับอุดมศึกษา จึงส่งวงฯเข้าร่วมการประกวด ซึ่งเป็นเวทีแรกและครั้งแรกของมหาวิทยาลัยรังสิตที่ได้ออกไปลงสนามในนาม “วงดนตรีตะวันรุ่งลูกทุ่งรังสิต”

มหา’ลัยชิคๆ...ก็มีวงดนตรีลูกทุ่ง

ไม่ได้ตั้งความหวังไว้สูง เพราะเราเองพึ่งลงสนามครั้งแรก เข้าร่วมประกวดเพราะอยากแลกเปลี่ยนความคิดเห็นการแสดงกับเพื่อนต่างสถาบัน แต่เพราะความตั้งใจของเด็กๆ นักศึกษาในชมรม ผู้ฝึกสอน ทีมงานทุกคน ที่สามารถสร้างสรรค์งานโชว์ออกมาได้ดี สร้างความประทับใจแก่คณะกรรมการและผู้ชม จึงทำให้ทีมของเราคว้ารางวัลชนะเลิศมากได้ในเวทีแรกแห่งนี้ ปัจจุบันวงดนตรีตะวันรุ่งลูกทุ่งรังสิต มีนักศึกษารวมกว่า 80 คน เข้าร่วมเป็นสมาชิกในชมรม คณะทำงาน ที่มาหลากหลายคณะ/สาขาต่างๆ รวมถึงนักศึกษาทุนสถาบันส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมร่วมกับนักศึกษาวิทยาลัยดนตรี ขณะที่เรามีอาจารย์ รุ่นพี่ มาช่วยสอนกันและคอยปลูกฝั่งสิ่งดีๆ ขนบธรมเนียม ประเพณี และวัฒนธรรมอันดีงามของไทยให้กับเด็กๆ เสมอ วงดนตรีตะวันรุ่งลูกทุ่งรังสิต เป็นพื้นที่ความรู้ให้ทุกคนมาแชร์ประสบการณ์ ทำงานร่วมกัน ใช้เวลาที่มีให้เกิดประโยชน์ร่วมกัน และที่สำคัญเราร่วมอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมของไทยร่วมกัน ไม่ให้หายไปนั่นเอง

เอกชนปลื้มเด็กอาชีวะ มาฝึกประสบการณ์ร้อยละ 99

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/302573

เอกชนปลื้มเด็กอาชีวะ มาฝึกประสบการณ์ร้อยละ 99

อาชีวะ

เด็กอาชีวะเจ๋ง ร้อยละ 99 ฝึกงานเป็นที่พึงพอใจของภาคเอกชน ชี้นำไปพัฒนาศักยภาพ มีความรอบรู้ มีทักษะ พร้อมออกไปประกอบอาชีพ

      ดร.สุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) เปิดเผยว่า นักศึกษาสาขาวิชาการจัดการโลจิสติกส์ วิทยาลัยอาชีวศึกษานครสวรรค์ ระบบทวิภาคี จำนวน 32 คน เข้าฝึกประสบการณ์วิชาชีพกับบริษัท โซนี่เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด มีอัตราการมาทำงานของนักศึกษา ร้อยละ 99 ซึ่งสูงจากกรอบอัตราการมาทำงานที่สถานประกอบการกำหนดไว้ที่ร้อยละ 97 จึงเป็นโอกาสดีของนักศึกษาอาชีวศึกษาที่จะได้รับการอบรม ฝึกฝนประสบการณ์กับสถานประกอบการ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่สามารถหาได้ในห้องเรียน โดยเฉพาะนักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ที่จะต้องมีองค์ความรู้เชิงลึก เพื่อนำไปพัฒนาศักยภาพของตนเองให้มีความรอบรู้ มีทักษะ พร้อมที่จะออกไปประกอบอาชีพ โดยบริษัทจะให้ความรู้ทั้งภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติ มีทั้งการทำหลักสูตรร่วมกัน และประเมินผลร่วมกัน

เอกชนปลื้มเด็กอาชีวะ มาฝึกประสบการณ์ร้อยละ 99

การปฏิบัติงานของนักศึกษาในส่วนของ Logistics Manufacture ภาคอุตสาหกรรม แบ่งเป็น 3 ฝ่าย คือ ฝ่ายบริหารงานทั่วไป General Affairs (GA) เป็นส่วนสำนักงาน ดูแลสวัสดิการของพนักงาน การจัดเตรียมห้องประชุม อุปกรณ์ต่าง ๆ รวมถึง Visa Work Permit ฝ่ายการผลิต Production Support คือ ส่วนการผลิตแบ่งเป็นหลายส่วนหลักๆ ได้แก่ การผลิตตัวกล้อง เลนส์ ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ การผลิตเครื่องเสียงติดรถยนต์ การตรวจสอบคุณภาพ การผลิตบรรจุภัณฑ์ ซึ่งงานในภาคอุตสาหกรรมจะเน้นกระบวนการไหลของวัตถุดิบ (Flow of inbound logistics) และฝ่ายสุดท้าย คือ ฝ่ายจัดซื้อ จะรับผิดชอบเอกสารการวางบิล การทำ Invoice

  วิทยาลัยอาชีวศึกษานครสวรรค์ ได้รับความร่วมมือกับบริษัท รับนักศึกษาเข้าฝึกประสบการณ์วิชาชีพ โดยเริ่มตั้งแต่ การเข้าเยี่ยมสถาบันการศึกษา เพื่ออธิบายลักษณะงาน สวัสดิการขั้นพื้นฐาน ส่วนวิทยาลัยอาชีวศึกษา เข้าเยี่ยมชมสถานประกอบการ หอพัก การรักษาความปลอดภัย ทั้งนี้ บริษัทจะสนับสนุนเบี้ยเลี้ยง เป็นเงินประมาณ 12,000 บาท ต่อเดือน เงินพิเศษสิ้นสุดการฝึกงาน 3,000 บาท บริการรถรับ-ส่ง จากหอพัก ชุดพนักงาน ตรวจสุขภาพก่อนเริ่มการฝึกงาน ประกันชีวิตกลุ่ม ค่ารักษาพยาบาล บริการอาหารฟรี กิจกรรมสันทนาการ วันหยุด วันลา การฝึกอบรมพัฒนาทักษะวิชาชีพ รวมทั้งคณาจารย์นิเทศนักศึกษาเป็นระยะ ๆ ฝ่ายบุคคลเข้าเยี่ยมนักศึกษาฝึกงานเดือนละครั้ง

เอกชนปลื้มเด็กอาชีวะ มาฝึกประสบการณ์ร้อยละ 99

เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวปิดท้ายว่า การเรียนรู้ไม่เพียงอยู่แต่ในห้องเรียนเท่านั้น การให้ความรู้ทั้งทักษะอาชีพ และทักษะทางสังคมจากประสบการณ์จริงจะทำให้ผู้เรียนมีความสมบูรณ์พร้อม มีความแข็งแกร่ง พร้อมที่จะรับมือกับโลกอนาคตที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และเชื่อว่าการจัดการศึกษาอาชีวศึกษาในรูปแบบทวิภาคีจะสร้างสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ให้กับผู้เรียนได้ดี