ตั้งกก.สืบสวนอดีตผอ.สพม.เขต38 -2ครูอุ้มผางฟ้องศาลปกครอง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/302283

ตั้งกก.สืบสวนอดีตผอ.สพม.เขต38 -2ครูอุ้มผางฟ้องศาลปกครอง

 

“บุญรักษ์” เผยผลสืบข้อเท็จจริงกระบวนการบรรจุ 2 ครูอุ้มผางไม่ถูกต้อง ขณะที่ 2 ครูยื่นฟ้องศาลปกครองพิษณุโลกแล้ว

       ยังคงมีความเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องกับกรณี น.ส.วนาลี ทุนมาก หรือ ครูแอน” และ “น.ส.นิราวัลย์ เชื้อบุญมี หรือ ครูวัลย์ อดีตครูวิชาสังคมศึกษาโรงเรียนอุ้มผางวิทยาคม ออกมาเรียกร้องขอความเป็นธรรม หลังไปปฏิบัติหน้าที่การสอนตามคำสั่งสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) เขต 38 เป็นเวลา 5 เดือนโดยไม่ได้รับเงินเดือน
ต่อมาคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด(กศจ.)ตากมีมติไม่อนุมัติการบรรจุแต่งตั้ง และล่าสุด นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ ได้สั่งการให้ สพฐ.ไปดำเนินการตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง นายมรกต กลัดสอาด ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) เขต 20 อุดรธานี ซึ่งดำรงตำแหน่งผอ.สพม.38 ในช่วงเวลาดังกล่าว

เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 60 – นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้มอบหมายให้สำนักงานพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลและนิติการ (สพร.) ไปดำเนินการตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง นายมรกต กลัดสอาด อดีตผอ.สพม.เขต 38 และเสนอมาโดยเร็ว

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้คณะกรรมการสืบหาข้อเท็จจริง ที่สพฐ.ตั้งขึ้นได้ลงไปตรวจสอบกระบวนการการบรรจุแต่งตั้ง ได้สรุปรายงานมาแล้ว เหลือเพียงรอหลักฐานประกอบเพิ่มเติม  ทั้งนี้ แม้จะตั้งคณะกรรมการสอบสวนฯ ก็ไม่จำเป็นต้องย้าย นายมรกต ออกนอกพื้นที่ เพราะปัจจุบันนายมรกต เป็นผอ.สพม.เขต 20 ไม่ถือว่าเป็นอุปสรรคในการดำเนินการสอบสวน

“เบื้องต้นผลการสืบหาข้อเท็จจริงพบว่ากระบวนการบรรจุแต่งตั้งไม่ถูกต้องแน่นอน เพราะทำข้ามขั้นตอนคือไม่ได้รับมติกศจ.ตาก ส่วนจะมีเหตุผลหรือความจำเป็นอื่นหรือไม่ ก็ต้องรอผลการสอบสวนข้อเท็จจริง ซึ่งโดยอำนาจของผมเป็นผู้วินิจฉัยว่าดำเนินการถูกต้องหรือไม่ถูกต้อง ขอรอดูสำนวนทั้งหมดก่อนจึงจะวินิจฉัยได้ เพราะหากพูดไปก่อนจะเป็นการชี้นำ และแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม”ดร.บุญรักษ์ กล่าว

นายบุญรักษ์ กล่าวต่อไปว่า ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตกรณีการออกบัตรประจำตัวราชการให้แก่ครูทั้ง 2 คนนั้น ถือเป็นการบริการปกติ เป็นการเตรียมพร้อมเอกสารทางราชการ และเป็นความเชื่อโดยบริสุทธิ์ในของเขตพื้นที่ฯ ว่าทั้ง 2 คนจะได้รับการบรรจุราชการ แต่ก็ต้องไปตรวจสอบด้วยว่าเขตพื้นที่ฯ ได้ปฏิบัติแบบนี้กับทุกคนหรือไม่ด้วย อย่างไรก็ตาม ทราบมาว่าครูทั้ง 2 คนได้ไปยื่นฟ้องต่อศาลปกครองพิษณุโลกด้วย และคาดว่าศาลจะมีการนัดไต่สวนช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนนี้ โดยกำลังรอหนังสือเรียกอย่างเป็นทางการ

ด้าน น.ส.วนาลี กล่าวว่า ไปยื่นฟ้องศาลปกครองพิษณุโลกก่อนที่จะออกมาร้องขอความเป็นธรรมผ่านสื่อมวลชน ซึ่งที่ตัดสินใจไปยื่นเพราะขณะนั้นรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม ประสานไปยังหน่วยงานใดก็ไม่ได้รับคำตอบ จึงได้ไปยื่นคำร้องต่อศาลปกครองฯ

ขณะที่ นายพินิจศักดิ์ สุวรรณรังค์ เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) กล่าวว่า การที่ครูไปยื่นฟ้องต่อศาลปกครองถือเป็นสิทธิ์ที่สามารถทำได้ ซึ่งไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการพิจารณาของคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) เพราะแต่ละหน่วยงานก็ต่างก็ทำหน้าที่ เพราะฉะนั้น ในส่วนของ ก.ค.ศ.ก็จะพิจารณาไปตามข้อมูล หลักฐานที่มีซึ่งหากได้ข้อสรุปหรือมีมติเช่นไรก็จะส่งให้กับศาลปกครองพิษณุโลกต่อไป

อาชีวะแพร่ปั้นช่างไม้เฟอร์นิเจอร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/302238

อาชีวะแพร่ปั้นช่างไม้เฟอร์นิเจอร์

ช่างก่อสร้าง, ช่างไม้, เฟอร์นิเจอร์

วิทยาลัยการอาชีพแพร่ ยกระดับฝีมือช่างก่อสร้างดึงนักศึกษาปวช.20 คน อบรมเทคนิคผลิตและทำสีเฟอร์นิเจอร์ ได้ความรู้ สร้างโอกาส สร้างงาน และอาชีพในอนาคต

         ดร.สุเทพ  ชิตยวงษ์  เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา  เปิดเผยว่า ประเทศไทยกำลังขาดกำลังคนที่มีฝีมือด้านการผลิตและทำเฟอร์นิเจอร์ไม้ ในสาขางานช่างก่อสร้าง ซึ่งเป็นสาขาวิชาที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่เรียนสายอาชีพอีกสาขาหนึ่ง เนื่องจากงานก่อสร้างสามารถสร้างรายได้คุ้มค่ากับแรงงาน และมีความเกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของมนุษย์ ซึ่งเป็นปัจจัย 4 ที่ทุกคนต้องการ คนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพหารายได้มาเพื่อเก็บออมซื้อบ้านหรือสร้างบ้านเป็นของตนเอง รวมทั้งการมีอุปกรณ์เครื่องใช้ต่าง ๆ ประดับบ้าน โดยเฉพาะเฟอร์นิเจอร์ไม้ ที่กำลังเป็นที่นิยมเพราะมีความงดงาม คงทน

อาชีวะแพร่ปั้นช่างไม้เฟอร์นิเจอร์

ดังนั้น จึงได้มอบให้วิทยาลัยการอาชีพสอง จังหวัดแพร่ จัดโครงการอบรมหลักสูตรเทคนิคการผลิตและทำสีเฟอร์นิเจอร์ร่วมกับองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ภาคเหนือตอนบน โดยจัดอบรมที่ศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อปรับปรุงมาตรฐานไม้ จังหวัดแพร่ ซึ่งผู้เข้ารับการอบรมตามโครงการนี้คือนักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) จำนวน 20 คน สาขาวิชาช่างก่อสร้าง

อาชีวะแพร่ปั้นช่างไม้เฟอร์นิเจอร์

“การเรียนรู้นอกห้องเรียน จะเป็นการเสริมสร้างความแข็งแกร่งโดยใช้สถานการณ์จริงเป็นตัวหล่อหลอม  ผู้เรียนจะได้รับทั้งทักษะความรู้และทักษะชีวิต พร้อมที่จะทำงานได้ทันทีหลังเรียนจบ  หรือสร้างงานเป็นของตนเองได้ อีกทั้งการเรียนรู้จากวิทยากรที่มีความเชี่ยวชาญจะทำให้ลดอัตราการสูญเสียในกระบวนการผลิต เป็นการประหยัดต้นทุน”ดร.สุเทพ กล่าว

อาชีวะแพร่ปั้นช่างไม้เฟอร์นิเจอร์

ด้าน นายวัฒน์สัณห์  วังสาร ผู้อำนวยการวิทยาลัยการอาชีพสอง ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า วิทยาลัยได้บูรณาการการจัดการเรียนการสอนสาขาช่างก่อสร้าง ให้เป็นไปตามแผนการยกระดับคุณภาพผู้เรียนอาชีวศึกษา ในยุคศตวรรษที่ 21 ที่ผู้เรียนจะต้องเป็นคนใฝ่เรียนรู้  เข้าถึงองค์ความรู้ใหม่ ๆ เพื่อให้มีความสามารถที่หลากหลาย  มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์  รู้จักการสร้างมูลค่าเศรษฐกิจจากต้นทุนในชุมชน  ที่สำคัญต้องสร้างให้ผู้เรียนเป็นผู้ที่มีความกระหายอยากเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ จากฐานความคิดเดิม โดยเฉพาะการเรียนรู้จากประสบการณ์ตรง ที่เกิดขึ้นนอกห้องเรียน เป็นการเรียนรู้ที่ได้จากผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ซึ่งจะกระตุ้นให้ผู้เรียนเข้าถึงแก่นแท้ขององค์ความรู้ด้านช่างก่อสร้าง  ที่ใช้ทั้งเทคโนโลยีและภูมิปัญญาในการสร้างผลงาน และยังสามารถร้อยเรียงเป็นเรื่องราวของผลิตภัณฑ์ไม้ประเภทต่าง ๆ ได้อีกด้วย ทั้งนี้ยังได้ซึมซับการทำผลิตภัณฑ์ไม้และเฟอร์นิเจอร์ไม้เมืองแพร่ในเชิงศิลปะและวัฒนธรรมอีกด้วย

หนุนนิสิต นักศึกษาออกกำลังกายใส่ใจสุขภาพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/302115

หนุนนิสิต นักศึกษาออกกำลังกายใส่ใจสุขภาพ

มหอการค้าไทย, มหกรรมกีฬาเพื่อสุขภาพ

ม.หอการค้า เจ้าภาพจัดมหกรรมกีฬาเพื่อสุขภาพในสถาบันอุดมฯ ปี 60 มุ่งส่งเสริมนิสต นักศึกษา หันมาใส่ใจสุขภาพ มีสถาบันเข้าร่วม 42 แห่งและนักศึกษาเข้าร่วมกว่า 3 พันคน

         ผศ.สุชีพ งามเจริญ รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ประธานคณะทำงานส่งเสริมกีฬาเพื่อสุขภาพและนันทนาการ ในสถาบันอุดมศึกษากลุ่มกรุงเทพมหานครครั้งนี้ กล่าวว่า  กิจกรรม “มหกรรมกีฬาเพื่อสุขภาพและนันทนาการในสถาบันอุดมศึกษา” ปีพ.ศ.2560 ระดับภาคที่จะเริ่มกลุ่มกรุงเทพฯ เป็นแห่งแรก โดยมีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เป็นเจ้าภาพจัดกิจกรรมขึ้นในวันที่ 17 พ.ย. ที่สวนวชิรเบญจทัศน์ (สวนรถไฟ) เวลา 07.00 – 12.00 น. ภายในงานประกอบด้วยการเต้นแอโรบิกและร่ายรำ รวมทั้งกิจกรรม “การเต้นสุขภาพดีด้วยศาสตร์การเต้น” และการออกกำลังกายด้วยการ เดิน,วิ่ง, วิ่ง 3 ขา,กระโดดเชือก 50 คน เป็นต้น โดยมีสถาบันการศึกษากว่า 42 สถาบัน และนักศึกษาเข้าร่วมทั้งสิ้นประมาณ 3,500 คน

หนุนนิสิต นักศึกษาออกกำลังกายใส่ใจสุขภาพ

ผศ.สุชีพ งามเจริญ

การจัดกิจกรรมดังกล่าวเพื่อให้เยาวชนไทย นิสิต นักศึกษาใส่ใจดูแลรักษาสุขภาพที่ถือเป็นเรื่องสำคัญ หากตัวแทนกลุ่มนี้มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงก็สามารถเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาระบบเศรษฐกิจ การเมือง สังคมของประเทศไทยต่อไปในอนาคต   นอกจากนี้ภายในงานยังได้จัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกและระบบความปลอดภัยต่างๆ พร้อมรถพยาบาล จำนวน 2 คัน จากโรงพยาบาลเปาโล และโรงพยาบาลสมเด็จพระนั่งเกล้า จุดพยาบาลประจำเต็นท์ จำนวน 5 จุด ไว้สำหรับดูแลนิสิต นักศึกษา

หนุนนิสิต นักศึกษาออกกำลังกายใส่ใจสุขภาพ

หนุนนิสิต นักศึกษาออกกำลังกายใส่ใจสุขภาพ

มหกรรมกีฬาเพื่อสุขภาพและนันทนาการในสถาบันอุดมศึกษาปี 2560 นี้ มีสัญลักษณ์งานมหกรรมกีฬาเพื่อสุขภาพในสถาบันอุดมศึกษาประกอบด้วยสัญลักษณ์รูปคน ล้อมกันเป็นวงกลมและกำลังเคลื่อนไหว หมายถึง นักศึกษาทั่วประเทศพร้อมใจกันมาร่วมกิจกรรมกีฬาเพื่อสุขภาพ และพร้อมเป็นพลังขับเคลื่อนไปด้วยกัน ตัดลงมาเป็น เครื่องหมายอินฟินิตี้ อันแสดงถึงความต่อเนื่องไม่สิ้นสุดของเครือข่ายความร่วมมือระหว่างสถาบันอุดมศึกษาทุกแห่ง ล้อมสัญลักษณ์ตรงกลางด้วยรูปใบเรือ และตัวเลข 2017 หมายถึง ในปี ค.ศ.2017 มหกรรมกีฬาเพื่อสุขภาพในสถาบันอุดมศึกษา จัดขึ้นโดยมีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยเป็นเจ้าภาพ และสัญลักษณ์ทั้งหมดนี้ประกอบด้วยสีสันหลากหลาย เพื่อสื่อความหมายถึงความสดใสของเยาวชนคนหนุ่มสาว ที่จะเป็นพลังสร้างสรรค์สังคมไทยในอนาคต

หางานต้องรู้!!5 อันดับนิคมฯชลบุรีรับสมัครงานมากทีสุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/302132

หางานต้องรู้!!5 อันดับนิคมฯชลบุรีรับสมัครงานมากทีสุด

5 อันดับ, นิคมอุตสาหกรรม, ชลบุรี, ต้องการแรงงาน

จ๊อบไทยดอทคอม (JobThai.com) จัดอันดับความต้องการแรงงานในนิคมอุตสาหกรรมจ.ชลบุรี ส.ค.-ต.ค. 60 มีจำนวนทั้งสิ้น 3,535 อัตรา อมตะนคร เป็นอันดับหนึ่ง 1,947 อัตรา

        เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 60 – น.ส.แสงเดือน ตั้งธรรมสถิตย์ ผู้ร่วมก่อตั้งและหัวหน้าผู้บริหารด้านปฏิบัติการเว็บไซต์จ๊อบไทยดอทคอม(JobThai.com)  เปิดเผยว่า เว็บไซต์จ๊อบไทยดอทคอม ได้ทำการวิเคราะห์รวบรวมจากฐานข้อมูลของเว็บไซต์จ๊อบไทยดอทคอม ตั้งแต่เดือนสิงหาคม-ตุลาคม 2560 เพื่อรายงานสถานการณ์ความต้องการแรงงานในเขตพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม จังหวัดชลบุรี พบว่ามีจำนวนทั้งสิ้น 3,535 อัตรา

โดย 5 อันดับ นิคมอุตสาหกรรมที่มีการเปิดรับสมัครงานมากที่สุด ได้แก่  1.นิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร มีจำนวนงานที่เปิดรับ 1,974 อัตรา คิดเป็น 55.84% 2.นิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง มีจำนวนงานที่เปิดรับ 297 อัตรา คิดเป็น 8.4%       3.  นิคมอุตสาหกรรมปิ่นทอง (โครงการ 1) มีจำนวนงานที่เปิดรับ 249 อัตรา คิดเป็น 7.04% 4.  นิคมอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์ (ศรีราชา) มีจำนวนงานที่เปิดรับ 231 อัตรา คิดเป็น 6.53% และ5.  นิคมอุตสาหกรรมปิ่นทอง (โครงการ 2) มีจำนวนงานที่เปิดรับ 194 อัตรา คิดเป็น 5.49%

หางานต้องรู้!!5 อันดับนิคมฯชลบุรีรับสมัครงานมากทีสุด

อย่างไรก็ตาม พื้นที่จังหวัดชลบุรีนอกจากจะโดดเด่นเรื่องการท่องเที่ยวแล้ว ยังเป็นฐานที่ตั้งของนิคมอุตสาหกรรมและฐานการผลิตที่สำคัญหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นปิโตรเคมี อิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ ฯลฯ ประกอบกับทำเลที่ตั้งมีความได้เปรียบเนื่องจากถูกเชื่อมโยงด้วยโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งที่สะดวก เช่น ท่าเรือแหลมฉบัง แหล่งขนถ่ายสินค้าระหว่างประเทศที่สำคัญของประเทศไทย อีกทั้งจังหวัดชลบุรี

รวมถึงจังหวัดฉะเชิงเทราและจังหวัดระยอง เป็นพื้นที่บนแผนการพัฒนาโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor) หรือ EEC ที่มุ่งเน้นการพัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมาย ซึ่งคาดว่าในอนาคตจะมีการขยายตัวทางเศรษฐกิจรวมถึงความต้องการแรงงานเพิ่มขึ้นอีกจำนวนมาก

อ่านเรียนครู 5ปีทำไมไม่ได้ใบวิชาชีพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/302161

อ่านเรียนครู 5ปีทำไมไม่ได้ใบวิชาชีพ

มาตรฐานวิชาชีพครู, ตั๋วครู, พรบสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา, หลักสูตร

เหตุการณ์บัณฑิตครูหลักสูตร 5 ปี ร้องเรียนเพราะไม่ได้รับอนุมัติตั๋วครู หรือ ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูจากสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา ปรากฏให้เห็นอยู่เนืองๆ

        ล่าสุดกรณีบัณฑิตครูมหาวิทยาลัยราชภัฏเลย ศูนย์ขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น 120 คนที่เข้ารับการศึกษาในปี2555คณะครุศาสตร์บัณฑิต สาขาวิชาภาษาอังกฤษ สาขาวิชาภาษาไทย และสาขาวิชาคอมพิวเตอร์ศึกษา ก็ซ้ำรอยปัญหาเดิม!!

“คมชัดลึก” ได้สอบถามเรื่องนี้กับ ดร.สมศักดิ์ ดลประสิทธิ์ รองเลขาธิการสภาการศึกษา ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการคุรุสภา อธิบายต้นเหตุของปัญหา เรื่องนี้ไว้ว่า การที่นักศึกษาไม่ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ก็ต้องย้อนไปที่ต้นทาง คือ หลักสูตรไม่ผ่านตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแห่งชาติ (ทีคิวเอฟ) ที่สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) กำหนด ที่สำคัญต้องไม่ลืมด้วยว่าอำนาจในการอนุมัติเปิดหลักสูตรใดหลักสูตรหนึ่งนั้น เป็นอำนาจของสภามหาวิทยาลัย

ซึ่งก่อนเปิดรับนักศึกษาจะต้องส่งหลักสูตรมาให้คุรุสภาพิจารณาก่อนว่าเป็นไปตามมาตรฐานวิชาชีพหรือไม่ ซึ่งการประเมินของคุรุจะยึดโยงกับการประเมินของ สกอ.ถ้าสกอ.ไม่รับทราบหลักสูตร คุรุสภาก็ไม่สามารถรับรองมาตรฐานวิชาชีพได้

อ่านเรียนครู 5ปีทำไมไม่ได้ใบวิชาชีพ

“แต่ที่ผ่านมาส่วนใหญ่มักจะเปิดรับนักศึกษา ทำการสอนไปสักระยะแล้วถึงจะส่งเรื่องมา และถ้าตรวจสอบแล้วพบว่าหลักสูตรดังกล่าวไม่ได้ตามมาตรฐานวิชาชีพ คุรุสภาก็ไม่สามารถรับรองได้ เช่นนี้ถือเป็นความรับผิดชอบของสภามหาวิทยาลัย”ดร.สมศักดิ์ ดลประสิทธิ์ รองเลขาธิการสภาการศึกษา ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการคุรุสภา ชี้ต้นเหตุของปัญหา

น่าสังเกตว่ากรณีเช่นนี้มักจะเกิดขึ้นกับสถาบันอุดมศึกษาที่จัดการศึกษานอกที่ตั้ง.. ดร.สมศักดิ์ ยอมรับว่า ส่วนใหญ่แล้วหลักสูตรครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ ที่เปิดสอนภายในที่ตั้งมักไม่ค่อยมีปัญหา เนื่องจากมีความพร้อมทั้งด้านบุคลากร อาคารสถานที่ สิ่งอำนวยความสะดวกที่เอื้อประโยชน์ในการจัดการศึกษาได้อย่างมีคุณภาพ เช่น ห้องสมุด เป็นต้นตามเกณฑ์ของ สกอ. กรณีที่เป็นปัญหามักจะมีทั้งหลักสูตรไม่ผ่านเกณฑ์ สกอ. หรือผ่านแล้วแต่อยู่ในกระบวนการพิจารณาของคุรุสภา และก็มีที่บางหลักสูตรบางแห่งแห่งยังไม่ได้ส่งมาให้คุรุสภาเสียด้วยซ้ำแต่ไปเปิดรับนักศึกษามาก่อนและอ้างว่าหลักสูตรได้รับการรับรอง

ทั้งที่ คุรุสภากำหนดชัดเจนว่าต้องยื่นคำร้องขอรับการประเมินก่อนเปิดสอนไม่น้อยกว่า 60 วันสุดท้ายนักศึกษาจบแล้วไม่ได้รับอนุมัติขึ้นทะเบียนรับใบอนุญาตฯ ผลกระทบก็ตกที่ผู้เรียน และก็ร้องเรียนมาที่คุรุสภา

อ่านเรียนครู 5ปีทำไมไม่ได้ใบวิชาชีพ

ดร.สมศักดิ์ ดลประสิทธิ์

“คุรุสภากลายเป็นแพะมาตลอด ทั้งที่เราย้ำเตือน ทำความเข้าใจและชี้แจงทุกช่องทาง ถึงแนวทางข้อปฏิบัติที่ทุกมหาวิทยาลัยต้องปฏิบัติตามถือเป็นข้อตกลง ในหลายครั้งแก้ปัญหา เช่น ออกใบอนุญาตปฏิบัติการสอน มีอายุ 2 ปีต่อได้ 2 ครั้งรวม 4 ปีระหว่างนี้ก็ต้องดำเนินการให้ได้ใบอนุญาตฯตัวจริง บางคนก็มาสอบวัดมาตรฐานความรู้ เป็นต้น นอกจากนี้ ยังประกาศรายชื่อหลักสูตรที่รับรองไว้บนเว็บไซต์คุรุสภา อีกด้วย สามารถตรวจสอบได้ตลอดเวลา”ปฏิบัติหน้าที่คุรุสภา ระบุ

เวลานี้คุรุสภาอยู่ระหว่างพิจารณาหลักสูตรนอกที่ตั้งของมหาวิทยาลัย 3 แห่ง ได้แก่ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต (มสด.) ศูนย์การศึกษานอกที่ตั้งลำปาง และศูนย์ฯสุพรรณบุรี ,มรภ.เลย ศูนย์ขอนแก่น จ.ขอนแก่น และมหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย (มจร.) วิทยาเขตร้อยเอ็ด เปิดสอนภาคพิเศษ ซึ่ง มจร.แม้จะเป็นมหาวิทยาลัยสงฆ์ แต่บริหารด้วยฆราวาสที่ผ่านมาสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ตอนนี้คุรุสภาก็กำลังพิจารณาประเมินตามเกณฑ์มาตรฐานวิชาชีพ

มหาวิทยาลัยสามารถจัดการเรียนการสอนตามศักดิ์และสิทธิ์ของปริญญา แต่เมื่อจะเข้าสู่วิชาชีพก็ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์มาตรฐานวิชาชีพ ดร.สมศักดิ์ อธิบายว่า พ.ร.บ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2546 กำหนดว่าวิชาชีพครูเป็นวิชาชีพควบคุม ซึ่งทั้งครู ผู้บริหารการศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา จะต้องขึ้นทะเบียนรับใบอนุญาตกอบวิชาชีพในแต่ละประเภท รวมถึงศึกษานิเทศก์ด้วย และในมาตรา 49 กำหนดเรื่องมาตรฐานวิชาชีพ ไว้ 3 มาตรฐาน ได้แก่ ความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ การปฏิบัติงาน และการปฏิบัติตน ขณะที่การประเมินและรับรองหลักสูตร ก็็จะดูมาตรฐานหลักสสูตร,การผลิตและมาตรฐานบัณฑิต

อ่านเรียนครู 5ปีทำไมไม่ได้ใบวิชาชีพ

“ที่เน้นเป็นพิเศษคือ มาตรฐานหลักสูตร ต้องครอบคลุมมาตรฐานวิชาชีพ เพราะถ้าปล่อยให้คนที่ไม่จบวิชาชีพครูโดยตรงมาเป็นครู ก็จะส่งผลต่อความเชื่อมั่น การประกันคุณภาพจะไม่เกิด ขณะที่การปฏิบัติการสอนในสถานศึกษาก็กำหนดไว้1ปีโดยมีเงื่อนไขต้องเป็นสถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ที่ผ่านการรับรองจากสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) เท่านั้น ซึ่งจะมีการติดตามลงไปดูการปฏิบัติการสอนด้วย ยกเว้นผู้ที่เรียนป.บัณฑิตวิชาชีพครู ต้องทำแผนปฏิบัติการสอนมานำเสนอ ซึ่งหลักสูตรของสถาบันใดถูกต้อง ครบถ้วนตามมาตรฐานคุรุสภาก็จะรับรอง บัณฑิตที่จบในหลักสูตรนั้นๆก็ได้รับอนุมัติขึ้นทะเบียนรับใบอนุญาตฯ”ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการคุรุสภา กล่าว

ปัจจุบันสถาบันอุดมศึกษาที่คุรุสภารับรองหลักสูตร ก็ส่งรายชื่อและจำนวนบัณฑิตที่จบการศึกษาในปีนั้นๆมาให้คุรุสภาผ่านระบบ KSP Bundit ถ้ากระบวนการทุกอย่างถูกต้องตามหลักเกณฑ์ คุรุสภาขึ้นทะเบียนใบอนุญาตฯ ให้และกรอกเลขประจำตัว 13 หลักรับใบอนุญาตฯที่มหาวิทยาลัย หรือจุดบริการเขตพื้นที่การศึกษาได้ ซึ่งผู้ได้รับใบอนุญาตฯต้องต่ออายุทุก 5 ปี

อ่านเรียนครู 5ปีทำไมไม่ได้ใบวิชาชีพ

ส่วนแนวทางป้องกันเปิดหลักสูตรโดยไม่ขออนุญาต ดร.สมศักดิ์ บอกว่า เนื่องจากรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 กำหนดไว้ว่าองค์กรวิชาชีพต้องไม่ก้าวก่ายกิจการของมหาวิทยาลัย ทำให้มหาวิทยาลัยมีอิสระจัดหลักสูตรมากขึ้น โดยขณะนี้คุรุสภาอยู่ระหว่างยกร่างมาตรฐานวิชาชีพใหม่ ซึ่งจะไม่ยุ่งในเรื่องของการผลิตบัณฑิต แต่จะเน้นการพัฒนาสมรรถนะ3ด้าน คือ ความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ ,การปฏิบัติงาน และการปฏิบัติตน เมื่อจบนักศึกษาจะต้องสอบรับใบอนุญาตฯ ไม่ได้อัตโนมัติแบบที่ผ่านมา ถึงตอนนั้นก็จะได้เห็นว่าสถาบันใดผลิตบัณฑิตมีคุณภาพ หรือไม่มีคุณภาพ

อย่างไรก็ตาม แนวทางนี้จะสอดรับกับการผลิตครูระบบปิด ที่กำหนดชัดเจนว่าสถาบันใดจะผลิตสาขาใด จำนวนเท่าไร โดยหน่วยงานที่ใช้ครูต้องมีฐานข้อมูลความต้องการชัดเจน ซึ่งนโยบายของรัฐบาลโดยนพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ แนวโน้มจะเป็นเช่นนี้และมีการประกันการมีงานทำด้วยป้องกันการเรียนแล้วขาดคุณภาพการันตีความเชื่อมั่นคุณภาพครู.

0 เกศกาญจน์ บุญเพ็ญ 0 

ปั้นเด็กช่างอาชีวะสู่ “ช่างสีรถยนต์”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/302194

ปั้นเด็กช่างอาชีวะสู่ “ช่างสีรถยนต์”

นิปปอนเพนต์, ช่างสี, ช่างสีรถยนต์

สอศ.-บ.นิปปอนเพนต์ (ประเทศไทย) สานต่อความร่วมมือผลิตช่างสีรถยนต์ ธุรกิจบริการผ่านระบบทวิภาคี ตั้งเป้าผลิตช่างสีรุ่นใหม่ให้ได้ 5,000 คน

       ดร.สุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) เปิดเผยว่า ภารกิจหลักของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) คือจัดการเรียนการสอนอาชีวศึกษา เพื่อผลิตกำลังคนที่มีคุณภาพป้อนตลาดแรงงาน ซึ่งที่ผ่านมามีหลายสาขาที่ผลิตเท่าไหร่ก็ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ โดยหนึ่งในนั้นคือช่างสีรถยนต์ อันเนื่องมาจากการเติบโตของอุตสาหกรรมรถยนต์ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา

ดังนั้นตั้งแต่ 2558 ที่ผ่านมา สอศ.จึงจับมือกับ บริษัท นิปปอนเพนต์ (ประเทศไทย) จำกัด ในการร่วมกันผลิตและพัฒนาบุคลากรสีพ้นซ่อมรถยนต์ ป้อนตลาดอุตสาหกรรมผ่านโครงการ Protege (โปรเตเจ้) โดยปัจจุบันมีสถานศึกษาอาชีวศึกษาที่เปิดสอนด้านนี้ทั้งสิ้น 37 แห่ง มีนักเรียน นักศึกษารวมทุกชั้นปี จำนวน 1,069 คน แบ่งเป็นระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) 688 คน และประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) 488 คน

เลขาธิการ กอศ.กล่าวต่อว่า ล่าสุดทั้งสองฝ่ายได้นามความร่วมมือผลิตพัฒนากำลังคนช่างสีรถยนต์ และธุรกิจบริการที่เกี่ยวข้อง ผ่านระบบทวิภาคี พร้อมกันนั้น บจ.นิปปอนเพนต์ จะพัฒนาครูสาขาช่างสีรถยนต์ ตลอดจนสนับสนุนสีซ่อมรถยนต์ วัสดุและอุปกรณ์ทางการศึกษาให้กับสถานศึกษาที่เข้าร่วมโครงการด้วย จึงถือเป็นเรื่องน่ายินดีที่ สอศ.ได้รับความร่วมมือจากบริษัทสีชั้นนำที่มีมาตรฐาน ในการร่วมมือยกระดับการเรียนการสอนอาชีวศึกษาด้านช่างสีรถยนต์ ให้ประเทศมีความก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลของเทคโนโลยีในปัจจุบัน และส่งเสริมสนับสนุนนโยบายไทยก้าวสู่ความเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมยานยนต์ได้เป็นอย่างดี

ด้าน นายนพดล ศรีสินรุ่งเรือง ผู้จัดการทั่วไป บริษัท นิปปอนเพนต์ (ประเทศไทย) จำกัด หน่วยธุรกิจสีพ่นซ่อมรถยนต์ กล่าวว่า บริษัทได้ดำเนินโครงการโปรเตเจ้มาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ปัจจุบันมีนักเรียน นักศึกษา และครูสังกัด สอศ. เข้าร่วมโครงการแล้ว 2,160 คน รวม 63 รุ่น นอกจากนี้ยังร่วมกับคณะอนุกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อผลิตและพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษา (อ.กรอ.อศ.) จัดทำหลักสูตรวิชาชีพระยะสั้น 75 ชั่วโมง สาขาช่างตัวถังและช่างซ่อมสีรถยนต์ยนต์ โดยตลอดทั้งโครงการตั้งเป้าจะผลิตช่างสีรุ่นใหม่ได้ 5,000 คน และจะเดินหน้าสานต่อโครงการเพื่อสนับสนุน พัฒนา เสริมสร้างความรู้และทักษะให้แก่เยาวชนในสาขาช่างสีรถยนต์อย่างต่อเนื่อง

ตั้งกก.สอบ “อดีตผอ.สพม.38” พบไม่มีอำนาจ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/302185

ตั้งกก.สอบ “อดีตผอ.สพม.38” พบไม่มีอำนาจ

 

รมว.ศึกษาธิการ ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง “อดีตผอ.สพม.เขต 38” เหตุไม่ชอบมาพากลบรรจุครูอุ้มผางฯ พบไม่มีอำจาจ มอบก.ค.ศ.ศึกษากม.ย้ำไม่มวยล้ม คาด 2 สัปดาห์สรุป

       จากกรณี “น.ส.นิราวัลย์ เชื้อบุญมี หรือ ครูวัลย์ และ น.ส.วนาลี ทุนมาก หรือ ครูแอน” อดีตครูวิชาสังคมศึกษาโรงเรียนอุ้มผางวิทยาคม ออกมาเรียกร้องขอความเป็นธรรม หลังไปปฏิบัติหน้าที่การสอนตามคำสั่งสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) เขต 38 เป็นเวลา 5 เดือนโดยไม่ได้รับเงิน และต่อมาคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด(กศจ.)ตากมีมติไม่อนุมัติการบรรจุแต่งตั้ง ซึ่งครูทั้ง 2 รายยืนยันเดินหน้าเรียกร้องขอคืนความเป็นธรรม ให้ได้รับเข้าบรรจุราชการ

ความคืบหน้าล่าสุดที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เมื่อวันที่14 พ.ย. 2560 – นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ได้มอบหมายให้นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(กพฐ.) ดำเนินการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง นายมรกต กลัดสอาด อดีตผู้อำนวยการ สพม.เขต 38 ปัจจุบันดำรงตำแหน่งผอ.สพม.เขต 20 (อุดรธานี) เนื่องจากได้รับรายงานถึงความไม่ชอบมาพากลถึงกรณีการเรียกบรรจุครูทั้ง 2 คน ในหลายประเด็น

อาทิ หนังสือการเรียกบรรจุแต่งตั้ง ซึ่งเป็นอำนาจหน้าที่ของสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด แต่ผู้อำนวยการสพม.เขต38 กลับเป็นผู้ลงนามแทนเอง ,การออกบัตรประจำตัวข้าราชการ ที่ผอ.สพม.เขต38 เป็นผู้ลงนามเอง และได้บัตรดังกล่าวภายใน 1 วัน รวมถึงการเบิกค่ารักษาพยาบาล เป็นต้น

ทั้งนี้ สำหรับประเด็นที่ครูเรียกร้องให้กระทรวงศึกษาธิการ บรรจุกลับเข้ารับราชการ หรือให้อยู่ในบัญชีการสอบครูผู้ช่วยปี 2558 เดิม นั้นได้มอบให้สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา(ก.ค.ศ.) ไปศึกษาข้อกฎหมายว่าจะสามารถดำเนินการในเรื่องใดได้บ้าง โดยให้ยึดความถูกต้องเป็นสำคัญ แต่ในเรื่องของการอยู่ในบัญชีการสอบครูผู้ช่วยปี 2558 คงไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะผ่านมาแล้ว

อย่างไรก็ตาม เพื่อไม่ให้กรณีนี้เป็นที่ครหาและเป็นมวยล้มต้มคนดู ได้มอบให้ พล.ท.โกศล ประทุมชาติ ที่ปรึกษา รมว.ศึกษาธิการ ลงพื้นที่ตรวจสอบกรณีดังกล่าวอย่างละเอียด ใครเข้าไปเกี่ยวข้องหากไม่เป็นไปตามระเบียนข้อกฎหมายก็ต้องมีส่วนรับผิดชอบ แต่ที่แน่ๆ ในขณะนี้ อดีตผอ.สพม.เขต 38 ต้องรับผิดชอบกับเรื่องที่เกิดขึ้น คาดว่าการสอบสวนเรื่องดังกล่าวจะเสร็จสิ้นภายใน 2 สัปดาห์นี้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

2บัญชีเหตุครูอุ้มผางเสียสิทธิ์สอนฟรี5เดือนอดบรรจุ??

ยอมรับกรณีครูอุ้มผางซับซ้อนกว่าที่คิด

มีคนทำผิดต้นเหตุ”ครูอุ้มผาง”2คนสอนฟรี5เดือน อดบรรจุ(มีคลิป)

เปิดใจ“ครูวนาลี”จะร้องทุกข์จนกว่าได้บรรจุราชการ

เตรียมชงร่างพ.ร.บ.กองทุนเสมอภาคฯเข้าครม.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/302180

เตรียมชงร่างพ.ร.บ.กองทุนเสมอภาคฯเข้าครม.

พ.ร.บ.กองทุนเพื่อความเสมอภาค, อุดมศึกษา, เสนอครม., ประกาศใช้

คกก.อิสระฯ ไฟเขียวร่างพ.ร.บ.กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา พ.ศ..ดูแลผู้ขาดแคลน คาดประกาศใช้มี.ค.-เม.ย.61 ย้ำเห็นด้วยปฏิรูปอุดมฯ 4.0 รับผิดชอบผลิตบัณฑิตคุณภาพ

       เมื่อวันที่ 14 พศจิกายน 60- ที่สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ศ.นพ.จรัส สุวรรณเวลาประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา กล่าวว่า ที่ประชุมเห็นชอบร่างพ.ร.บ.กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา พ.ศ… ตามที่คณะอนุกรรมการกองทุนเสนอ จากนี้จะเสนอให้รัฐบาลเพื่อดำเนินการเสนอร่างกฎหมายต่อคณะรัฐมนตรี(ครม.) ก่อนเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) โดยคาดว่าจะสามารถประกาศใช้พ.ร.บ.กองทุนฯ ได้ภายในเดือนมีนาคม 2561 หรืออย่างช้าไม่เกินวันที่ 6 เมษายน 2561 ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 กำหนดให้เร่งทำกฎหมายที่กองทุนฯ ให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปี

อีกทั้ง ที่ประชุมยังเห็นชอบตั้งคณะทำงาน ยกร่างระเบียบต่างๆ เพื่อรองรับกฎหมายฉบับนี้ ใน 2 เรื่องหลักคือ การกำหนดคุณสมบัติผู้รับทุน และระเบียบการใช้จ่ายงบประมาณ สำหรับสาระสำคัญของร่างพ.ร.บ.กองทุนฯ จะไปอุดช่องว่างที่ระบบปกติไม่สามารถเข้าไปดูแลได้ เน้นลดความเหลื่อมล้ำ ดูแลผู้ขาดแคลนโอกาส

ศ.นพ.จรัส กล่าวต่อว่า นอกจากนั้น ที่ประชุมได้หารือ ข้อเสนอคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจเพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.การอุดมศึกษา เสนอ ยกระดับเป็นการปฏิรูปการอุดมศึกษา โดยคณะกรรมการได้นำเสนอความจำเป็นที่ต้องปฏิรูปอุดมศึกษา ในหลายแง่มุม แต่ยังไม่ได้พูดถึงเรื่องความจำเป็นที่ ต้องมีพ.ร.บ.การอุดมศึกษา หรือต้องแยกเป็นกระทรวงการอุดมศึกษาหรือไม่ ส่วนกรณีที่คณะทำงานเตรียมการจัดตั้งกระทรวงการอุดมศึกษา เสนอให้ตั้งกระทรวงการอุดมฯ ก็ให้ดำเนินการต่อไปตามขั้นตอน

“ที่ประชุมจึงเห็นด้วยที่จะปฏิรูปอุดมศึกษา เป็นอุดมศึกษา 4.0 คือต้องผลิตคนที่มีความสามารถระดับสูง แข่งขันได้ มีความรู้เท่าทันโลก และมหาวิทยาลัยต้องเป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสังคมและประเทศ ความเป็นอิสระของมหาวิทยาลัยจะต้องมาพร้อมกับความรับผิดชอบ ซึ่งขณะนี้มหาวิทยาลัยไม่ต้องรับผิดชอบเลย บัณฑิตตกงาน กลายเป็นความรับผิดชอบของบัณฑิตเอง ดร.ปริญญาเอก 600-700 คนยังเป็นคนยากจนอยู่จบป.เอก ยังพาตัวเองพ้นความยากจนไม่ได้แล้วจะไปช่วยใครได้”ประธานกรรมการอิสระฯ กล่าว

อย่างไรก็ตาม จากนี้คณะอนุกรรมการฯ จะต้องไปคิดวางแนวทางโดยหารือกับผู้เกี่ยวข้อง โดยอาจจะต้องไปดู ในเรื่องของการลดการกำกับ และเพิ่มการกำกับดูแลมหาวิทยาลัย ที่มีความหลากหลายเช่น บางแห่งทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้องก็อาจต้องเพิ่มการดูแล บางแห่งที่ไม่มีคุณก็อาจต้องปิดตัวไป หรือไปดูในเรื่องการยุบรวม ควบรวมมหาวิทยาลัยให้มากขึ้น อีกประเด็นที่สำคัญ คือขณะนี้มหาวิทยาลัยชั้นนำของไทย ก็ยังไม่สามารถไปแข่งขันในระดับโลกได้ จึงจะต้องไปดูแนวทางว่าจะพัฒนาอย่างไร เพื่อให้มหาวิทยาลัยสามารถไปแข่งขันในระดับโลกได้

เรียนจบแต่สอบใบอนุญาตวิศวกรไม่ได้!!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/302157

เรียนจบแต่สอบใบอนุญาตวิศวกรไม่ได้!!

มทรพระนคร, วิศวกรรมโยธา

ศิษย์เก่า-ปัจจุบันวิศวะโยธา มทร.พระนคร บุกพบ “หมอธี” ร้องหลักสูตรไม่ผ่านรับรองจากสภาวิศวกรสอบใบอนุญาตวิศวกรไม่ได้ ด้าน อธิการยอมรับ ไม่ผ่านจริง กำลังเร่งแก้ไข

       เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 60 – ที่กระทรวงศึกษาธิการ กลุ่มศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบันจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.)พระนคร คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมโยธา ประมาณ 60 คน เดินทางยื่นหนังสือถึง นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ เรื่อง ขอร้องเรียนหลักสูตรวิศวกรรมโยธาของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.)พระนคร ไม่ผ่านการรับรองจากสภาวิศวกร

 นายอนุศักดิ์ พรเกียรติศักดิ์ ศิษย์เก่าคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมโยธา มทร.พระนคร กล่าวว่า มทร.พระนคร เปิดการเรียนการสอนหลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมโยธา มาตั้งแต่ปี 2553 และรับนักศึกษารุ่นแรกจนถึงปัจจุบันเป็นเวลา 8 ปี แต่นักศึกษาที่สำเร็จการศึกษาในหลักสูตรดังกล่าวนับแต่รุ่นที่แรก ปีการศึกษา 2553 เมื่อสำเร็จการศึกษาแล้วไม่สามารถขอสอบใบประกอบวิชาชีพวิศวกรจากสภาวิศวกรได้ เนื่องจากหลักสูตรดังกล่าวได้ทำการเปิดสอนก่อนได้รับการารับรองจากสภาวิศวกร ซึ่งปัญหานี้ส่งผลกระทบกับนักศึกษาทั้งหมด

เรียนจบแต่สอบใบอนุญาตวิศวกรไม่ได้!!

“ขณะนี้มีนักศึกษาจบสาขาดังกล่าวไปแล้ว 3-4 รุ่น แต่ยังไม่มีใครที่สามารถสอบใบประกอบวิชาชีพวิศวกรได้เลย ทั้งๆที่ผ่านมาทางมหาวิทยาลัยได้ประชาสัมพันธ์ว่าเมื่อจบการศึกษาแล้วก็สามารถสอบใบประกอบวิชาชีพวิศวกรได้ พวกผมได้สอบถามเรื่องนี้ไปยังอธิการบดี และ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ ซึ่งก็มีการผัดผ่อนเรื่องมาตลอดแจ้งเพียงว่า กำลังดำเนินการให้อยู่ ขณะที่ได้ลองสอบถามมหาวิทยาลัยอื่นๆที่มีกรณีแบบเดียวกัน ก็ทราบว่ามหาวิทยาลัยเยียวยานักศึกษา ด้วยการให้นักศึกษาโอนหน่วยกิตและกลับมาเรียนเพิ่มเติมอีก 2-3ปี ซึ่งมองว่าเสียเวลามาก”

อย่างไรก็ตาม พวกตนอยากร้องขอให้ รมว.ศึกษาธิการ เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหานี้โดยเร็วที่สุด เพราะพวกเราได้รับผลกระทบไม่มีใบประกอบวิชาชีพฯที่จะนำไปสมัครงานได้ ขณะที่เพื่อนๆหลายคนที่สอบบรรจุราชการได้ก็เสียโอกาสไม่สามารถบรรจุเป็นข้าราชการได้ เพราะไม่มีใบประกอบวิชาชีพวิศวกร

ด้าน รศ.สุภัทรา  โกไศยกานนท์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.)พระนคร  กล่าวว่าเรื่องนี้มหาวิทยาลัยทราบมาตลอด และไม่ได้นิ่งนอนใจ พยายามหาทางช่วยเหลือนักศึกษากลุ่มนี้ ยอมรับว่าหลักสูตรวิศวกรรมโยธา ยังไม่ได้รับการรับรองจากสภาวิศวกรจริง เนื่องจากได้มีการเปลี่ยนแปลงหลักสูตรจากปีการศึกษา 2553 มาเป็นหลักสูตรปีการศึกษา 2559 ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของสภาวิศวกร ทำให้นักศึกษาที่จบในหลักสูตรดังกล่าวจึงยังไม่ได้รับการรับรองจากสภาวิศวกร อย่างไรก็ตาม ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของสภาวิศวกรและเมื่อสภาวิศวกร จะไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน

“การเยียวยานักศึกษา ทางมหาวิทยาลัยจะเปิดให้นักศึกษาที่จบไปแล้ว 3 รุ่น มาเรียนเพิ่มเติมหน่วยกิตในบางวิชา โดยมหาวิทยาลัยจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายให้ รวมถึงจะประสานไปยังหน่วยงานต้นสังกัดที่เด็กได้เข้าไปทำงาน เพื่อขอเวลาให้เด็กมาเรียนเพิ่มหน่วยกิตจนครบหลักสูตร ตามที่สภาวิศวกรกำหนด”รศ.สุภัทรา กล่าว

เว็บไซต์คณะวิศวกรรมศาสตร์ มทร.พระนคร http://eng.rmutp.ac.th ได้อธิบายรายละเอียดของหลักสูตร โครงสร้าง อาจารย์ รายวิชาที่สอน โดยมีข้อมูลสำคัญ หลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมโยธา หลักสูตรใหม่ พ.ศ.2553 โดยการสภามหาวิทยาลัยได้อนุมัติหลักสูตร ในการประชุมครั้งที่ 4/2553 เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2553 เปิดสอนภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2553 จำนวน 143 หน่วยกิต กำหนดแผนการรับนักศึกษาปีละ 35 คน จัดการเรียนการสอนที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ มทร.พระนคร กรุงเทพฯ

ชู 6 ยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนวัฒนธรรมปี 61

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/302127

ชู 6 ยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนวัฒนธรรมปี 61

ผลักดันแก้ไขกฎหมาย, อนุกมธศิลปะและวัฒนธรรม

อนุกมธ.ด้านศิลปะและวัฒนธรรม สนช. หารือ วธ.ร่วมมือขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์ วธ. ปี 2561 ชูศูนย์กลางแลกเปลี่ยนวัฒนธรม พร้อมหนุนผลักดันปรับปรุงกฎหมายให้ทันสมัย

       เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 60 – นายวีระ โรจน์พจนรัตน์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (รมว.วธ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆนี้ จากการประชุมหารือความร่วมมือด้านศิลปะและวัฒนธรรมร่วมกับคณะอนุกรรมาธิการ (กมธ.) ด้านศิลปะและวัฒนธรรม สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ร่วมกับนายศรีศักดิ์ ว่องส่งสาร ประธานคณะอนุกมธ.ด้านศิลปะและวัฒนธรรม สนช.อนุกมธ.ฯ นั้น ทางอนุกมธ.ด้านศิลปะฯ ระบุว่าพร้อมให้การสนับสนุนในการขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์ของ วธ. ในปี 2561 ที่ได้กำหนดวิสัยทัศน์ใช้วัฒนธรรมสร้างคนดี สร้างสังคมดี  ใช้ทุนทางวัฒนธรรมเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ เพื่อให้เป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม

ขณะเดียวกัน ได้กำหนดยุทธศาสตร์ 6 ด้านคือ การพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานในการอนุรักษ์ และสืบทอดวัฒนธรรม, การเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยมและความเป็นไทย การส่งเสริมอุตสาหกรรมวัฒนธรรมเชิงสร้างสรรค์เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ การพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานในการจัดการศึกษา วิจัย บริหารจัดการความรู้และสร้างนวัตกรรมด้านศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม พัฒนาศักยภาพการเสริมสร้างความสัมพันธ์ เกียรติภูมิและภาพลักษณ์ที่ดีเพื่อนำความเป็นไทยสู่สากล และการพัฒนากลไกและยกระดับการบริหารจัดการงานวัฒนธรรม

ชู 6 ยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนวัฒนธรรมปี 61

รมว.วัฒนธรรม กล่าวต่อไปว่า อนุกมธ.ด้านศิลปะและวัฒนธรรม ยังได้หารือถึงการสนับสนุนโครงการพัฒนาพื้นที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการแสดงและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวัฒนธรรมระดับโลกและโครงการพัฒนาพื้นที่คลองห้า ปทุมธานี   เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ทางศิลปวัฒนธรรมระดับโลก ซึ่งเป็นโครงการภายใต้ยุทธศาสตร์ระยะ 20 ปีของ วธ. และจะช่วยผลักดันการแก้ไขและปรับปรุงกฎหมายต่างๆ ของ วธ. ให้มีความทันสมัยและบริหารงานวัฒนธรรมคล่องตัวมากขึ้น อาทิ ร่างแก้ไขพ.ร.บ.ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ.2551 ร่างแก้ไขพ.ร.บ.โบราณสถาน โบราณวัตถุและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ.2504 และกฎหมายที่จัดทำขึ้นใหม่คือ ร่างพ.ร.บ.หอสมุดแห่งชาติด้วย ขณะนี้ วธ.อยู่ระหว่างจัดทำเนื้อหาร่างกฎหมาย เมื่อเสร็จแล้วจะเสนอต่อรัฐบาลและสนช.ต่อไป

อย่างไรก็ตาม วธ.ได้ขอบคุณคณะอนุกมธ.ฯที่ให้การสนับสนุนงานของ วธ. และอนุกมธ.ฯ ได้ชื่นชมการทำงานของ วธ. ว่าทำงานอย่างมีประสิทธิภาพในการเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมและประเพณีไทยให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายทั้งในไทยและต่างประเทศ ในการสร้างชื่อเสียงเกียรติภูมิและภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่ประเทศ ทำให้มีชาวต่างชาติเข้ามาเที่ยวจำนวนมาก รวมทั้งภารกิจการจัดสร้างพระเมรุมาศ สิ่งปลูกสร้างประกอบและบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถและพระยานมาศที่ใช้ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รวมทั้งจัดนิทรรศการงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ ได้อย่างสมพระเกียรติ