30กย.นี้สมัครจิตอาสาเพื่อพ่อ ขอทำดี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/297259

30กย.นี้สมัครจิตอาสาเพื่อพ่อ ขอทำดี

จิตอาสาเฉพาะกิจ เพื่อพ่อ ขอทำดี, จิตอาสาเฉพาะกิจ เพื่อพ่อ ขอทำดี คุณภาพชีวิต คมชัดลึก, จิตอาสาเฉพาะกิจ, กันยา, ทุกวัน, สอบถาม, 1510, 1511

จิตอาสาเฉพาะกิจ สมัครถึง 30 กันยา ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ สอบถาม 1510 และ 1511

 

เด็กนักเรียนโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 6 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 2 (สพป.นศ.2) ร่วมใจสมัคร “จิตอาสาเฉพาะกิจ” งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ณ ที่ว่าการอำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยสมัครฝ่ายโยธา ดูแลด้านการจัดสถานที่ โต๊ะ – เก้าอี้ เนื่องจากฝ่ายนี้มีจำนวนผู้สมัครยังน้อยอยู่ และเป็นกิจกรรมที่นักเรียนสามารถทำได้อย่างเต็มความสามารถ เพื่อรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงรัชกาลที่ 9

30กย.นี้สมัครจิตอาสาเพื่อพ่อ ขอทำดี

ตัวแทนนักเรียนเล่าให้ฟังว่า แม้อายุยังน้อย แต่ก็ทันได้เห็นในหลวงรัชกาลที่ 9 ผ่านสื่อโทรทัศน์ ตั้งแต่เกิดมาก็เห็นผลงานของท่านแล้ว ถ้าท่านไม่ก่อตั้งโครงการต่าง ๆ มา หนูคงไม่ได้มาอยู่ตรงนี้ ดังนั้นหนูจะทำดีเพื่อเพื่อหลวง เป็นลูกที่ดี เป็นนักเรียนที่ดี และเป็นคนดีของสังคม ประเทศชาติตลอดไป

30กย.นี้สมัครจิตอาสาเพื่อพ่อ ขอทำดี 30กย.นี้สมัครจิตอาสาเพื่อพ่อ ขอทำดี

ทั้งนี้ ต่างจังหวัด สามารถรับสมัครได้ระหว่างวันที่ 1-30 กันยายน 2560 เวลา 8.00-16.00 น. ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ หากมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับจิตอาสาเฉพาะกิจ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 1510 และ 1511 ไม่เว้นวันหยุดราชการ ซึ่งมีเบอร์ละ 10 คู่สาย ส่วนนอกเวลาราชการ ติดต่อหมายเลขโทรศัพท์ 1548

30กย.นี้สมัครจิตอาสาเพื่อพ่อ ขอทำดี 30กย.นี้สมัครจิตอาสาเพื่อพ่อ ขอทำดี


14ปีก็เป็น“ครู”ได้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/297263

14ปีก็เป็น“ครู”ได้

เปิดโลกมุสลิม ตอน: สอนลูกให้เป็น ครูคุณภาพชีวิต คมชัดลึก สอนลูกให้เป็นครู, อะห์มัด, โต๊ะแออายุ

ด้วยความที่เติบโตมาในครอบครัวที่พ่อแม่เป็นครูผู้ให้ ชอบทำกิจกรรมช่วยเหลือสังคม ในวัย 14 ปีวันนี้ อะห์มัด โต๊ะแออายุ จึงทำหน้าเป็นครูภาษาอาหรับพื้นเมืองอียิปต์

       เป็นเรื่องที่น่าดีใจ และน่าสนับสนุน เมื่อได้เห็นภาพของการทำกิจกรรมพิเศษของอาจารย์ กศน.ไคโร ซึ่งเป็นโครงการที่ทำด้วยใจไม่มีค่าตอบแทนใดๆทั้งสิ้น แต่เป็นโครงการเพื่อแบ่งปันความรู้ให้กับพี่ๆ น้องๆนักศึกษาที่ศึกษาอยู่ในประเทศอียิปต์ และเพื่อสร้างความสนใจให้นักศึกษามาสมัครเรียน กศน.กันให้มากขึ้นนั่นก็คือ โครงการสอนภาษาอาหรับพื้นเมืองอียิปต์ ซึ่งทำการสอนโดย เด็กชายอะห์มัด โต๊ะแอ

14ปีก็เป็น“ครู”ได้

     อะห์มัด โต๊ะแออายุ 14 ปีศึกษาอยู่ที่โรงเรียน อัล- ชีบีนี อัล – อัซฮัร ( ฮัย-ซาดิส) ประเทศอียิปต์ ในระดับมัธยมศึกษา ส่วนด้านสามัญ กศน. ม.ปลาย เทอมสุดท้าย อะห์มัด มีความสามารถในด้านภาษา คือ ภาษาไทย ภาษาอาหรับ และภาษาอังกฤษ ซึ่งเนื่องจากอะห์หมัด คลอดและโตที่อียิปต์พร้อมทั้งเข้ารับการศึกษาตั้งแต่ชั้นอนุบาลที่อียิปต์ ในส่วนภาษาอังกฤษปัจจุบันเรียนจบไปแล้วจากสถาบันสอนภาษาอังกฤษกลอบอล และ เรียลซอฟเฮ้าส ตอนนี้กำลังศึกษาอยู่ในระดับ 10 ที่สถาบันไบร์ทมายด์

14ปีก็เป็น“ครู”ได้

      และที่พิเศษไปกว่านั้นคือ น้องอะห์มัด สามารถท่องจำพระมหาคัมภีร์อัลกุรอ่านได้ทั้งเล่ม ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เพราะ ไม่ได้เข้ารับการศึกษาจากสถาบันใดในเรื่องนี้มาก่อน ทั้งหมดพื้นฐานของภาษาและการเรียนรู้ เริ่มต้นที่พ่อแม่ทั้งสองคนที่ช่วยกันสอนลูกชายเพียงคนเดียว

14ปีก็เป็น“ครู”ได้

      เขาไม่เคยไปเรียนพิเศษเหมือนกับเด็กอาหรับอื่นๆทั่วไป ไม่เคยไปทานอาหารนอกบ้านกับเพื่อนๆในรุ่นเดียวกัน ไอาหารเช้าทานที่บ้านก่อนไปเรียนและกลับมาทานอาหารเย็นพร้อมหน้ากับพ่อแม่ที่บ้านเช่าหลังเล็กๆในฮัยซาเบี๊ยะ ได้รับการอบรมบ่มนิสัยจากพ่อ คือ อาจารย์อับดุลฮาลีม ครูกศน. และแม่ ว่าที่ ดร. อัลอัซฮัร -ไพเราะ เจ๊ะหมัด  ที่ช่วยเหลือสังคมอยู่เสมอ อะห์หมัด จึงเติบโตมาในรูปแบบการสองแบบอิสลามอย่างละเอียด

14ปีก็เป็น“ครู”ได้

     “ความสุขไม่ใช่ความความร่ำรวยในการมีเงินทอง มีชื่อเสียง อำนาจและบารมี หากแต่เกิดขึ้นที่ความพอเพียงและเพียงพอโดยเริ่มจากคนในครอบครัว พ่อแม่ลูก ที่เข้าใจซึ่งกันและกัน การอยู่ด้วยกันทุกวันยิ่งทำให้ความรักเพิ่มมากขึ้น ดูแลกันมากขึ้น สิ่งรอบกายจึงเป็นแค่เรื่องรอง มองก็แค่ผ่านไปไมได้มีความอยาก ไม่ได้มีความเพ้อฝัน จนมองตัวเองด้อยค่า ไร้ราคาของความเป็นคนและความสุขที่ควรมี” อาจารย์ อับดุลฮาลีม โต๊แอ กล่าว

14ปีก็เป็น“ครู”ได้

     อาจารย์อับดุลฮาลีม เล่าว่าเลี้ยงลูกชายแบบสมถะ ชีวิตติดดิน รู้จักแบ่งปันให้กับผู้อื่น รู้จักช่วยสังคม อะห์หมัด เติบโตมากับกองหนังสือ เนื่องจากเป็นครูสอน กศน. และภรรยาก็เป็นนักศึกษา ลูกจึงชอบเปิดหนังสืออยู่เสมอและชีวิตครอบครัวก็ไม่เคยทอดทิ้งกันไปไหน บ้านก็ไม่ใหญ่ไม่มีห้องทำให้ดูแลกันทั่วถึงตั้งแต่เล็กจนโต อะห์มัดจะตามไป ที่ศูนย์ กศน.เสมอและอยู่จนปิดที่ทำการ

14ปีก็เป็น“ครู”ได้

     อะห์หมัด พูดภาษาอาหรับเก่ง เนื่องจากไปเรียนรวมกับเด็กอาหรับที่โรงเรียน จึงเป็นจุดเริ่มต้นให้เริ่มเป็นครูสอนตั้งแต่อายุ 10 ขวบ ด้วยการให้ออกไปอ่าน และพูดภาษาอาหรับให้พี่ๆฟัง และพูดตาม ซึ่งจุดเริ่มต้นในวันนั้นทำให้ต่อยอดมาจนถึงทุกวันนี้ ไม่ได้สอนให้ลูกขอเงินหรือนำวิชาไปค้าขาย แต่สอนให้ลูกรู้จักนำวิชาที่ติดตัวมาสอนให้กับผู้อื่นด้วยความบริสุทธิ์ใจ

    แม้ว่าการเป็นครู กศน.มาหลายปี มีกิจกรรมมากมาย ก็รู้สึกมีความสุขและมองข้ามสิ่งนั้นไป เพราะกำไรชีวิตที่ได้คือ มีลูกชายที่มาเติมเต็มชีวิตของครอบครัวให้ดีขึ้นและเป็นอีกหนึ่งกำลังสำคัญที่มาทำประโยชน์ให้กับสังคมนักศึกษาโดยการเป็นครูอาสาในกิจกรรมต่างๆร่วมกับพ่อแม่และครูท่านอื่นๆทำให้กิจกรรมของ กศน.มีความหลากหลายขึ้น

14ปีก็เป็น“ครู”ได้

     ปัจจุบันนี้มีโครงการ(พิเศษ) 2 โครงการ คือโครงการ วิธีการสอนอัลกุรอ่าน ทุกวันศุกร์ สอนโดย ว่าที่ ดร.ไพเราะ เจ๊ะหมัด โครงการช่วยน้องใหม่ สอนภาษาอามมียะห์ ทุกวันเสาร์ ด.ช.อะห์หมัด และอาจารย์อาลีม ซึ่งแต่ละโครงการมีนักศึกษาเข้าร่วมมากมาย และทุกโครงการที่ทำไม่มีค่าใช้จ่ายและไม่มีงบประมาณตอบแทนใดๆทั้งสิ้นทำด้วยใจรัก ปัจจุบัน นักศึกษา กศน. มี 113 คน มีสอน 3 ระดับ ระดับประถมมีนักศึกษา 14 คน มัธยมต้น 19คน และมัธยมปลาย 80 คน

14ปีก็เป็น“ครู”ได้

      “ตราบใดที่ชีวิตนี้ยังมีและยังอยู่ในประเทศอียิปต์ จะไม่ทิ้ง กศน.และไม่เคยคิดจะทิ้ง เพราะ มีความสุขที่ได้สอนน้องๆลูกๆ หลานๆ และได้เห็นพวกเขาเหล่านี้เป็นคนดีของสังคม นำความรู้ไปใช้ถูกที ถูกทางและสร้างอนาคตที่ดีให้กับตัวเอง”อาจารย์ อับดุลฮาลีม โต๊แอ กล่าวทิ้งท้าย

21 ปีถวายงาน“ในหลวง ร.9 ”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/297191

21 ปีถวายงาน“ในหลวง ร.9 ”

21 ปีถวายงานในหลวง ร9 นพประดิษฐ์ ปัญจวีณิน, ในหลวง ร9, กตัญญู, ในหลวง ร9 , ปัญจวีณิน

21 ปีถวายงาน“ในหลวง ร.9 ”นพ.ประดิษฐ์ ปัญจวีณิน ผู้เคยถวายงานเข็นพระเก้าอี้เลื่อนให้ในหลวง ร.9 เป็นผู้ประคองพระบรมโกศในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ

        เมื่อวานนี้ นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ให้สัมภาษณ์หลังเป็นประธานในการบรรยายพิเศษเนื่องในงาน “ศิระกรานพระภูบาลนวมินทร์” ว่า วันที่ 26 ตค.ตนและรศ.นพ.ประดิษฐ์ ขอเป็นตัวแทนมือคนไทยทั้ง 68 ล้านคู่ประคองประคองพระบรมโกศ ในงานพระราชพิธี พระราชทานเพลิงพระศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดชแทนคนหัวใจไทยทุกดวง ส่งเสด็จสู่สวรรคาลัยเป็นครั้งสุดท้าย

21 ปีถวายงาน“ในหลวง ร.9 ”

     ศ.นพ.ประสิทธิ์ ปัจจุบันเป็นคณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล จบการศึกษา วิทยาศาสตรบัณฑิต (เกียรตินิยม) ม.มหิดล แพทยศาสตรบัณฑิต (เกียรตินิยม) คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล ดุษฎีบัณฑิต สาขาศัลยศาสตร์ มหาวิทยาลัยลอนดอน สหราชอาณาจักร           ประสบการณ์ทำงานที่ผ่านมา เคยเป็นรองอธิการบดีฝ่ายทรัพยากรบุคคลและพัฒนาคุณภาพ ม.มหิดล ผอ.รพ.ศิริราช รองคณบดีฝ่ายทรัพยากรบุคคล คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล เป็นต้น

21 ปีถวายงาน“ในหลวง ร.9 ”

    ก่อนหน้านี้ เพจเฟซบุ๊ก มเหนทรบรรพต ได้เผยแพร่ภาพความคืบหน้าพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยมีภาพ รศ.นพ.ประดิษฐ์ ปัญจวีณิน และ ศ.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา ขณะกำลังทำพิธีฝึกซ้อมในตำแหน่งผู้ประคองพระบรมโกศในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  21 ปีถวายงาน“ในหลวง ร.9 ”

    ทั้งนี้รศ.นพ.ประดิษฐ์ มีโอกาสได้รับใช้พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ตั้งแต่ปี 2538 ในฐานะแพทย์เวรประจำ และทำหน้าที่ทีมถวายการรักษาพระหทัยของพระองค์ท่าน

      ซึ่งรศ.นพ.ประดิษฐ์เคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า การได้รับใช้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ถือเป็นโชคดีที่สุดของชีวิต และไม่ได้มาด้วยความบังเอิญ หากแต่มาด้วยความกตัญญู ตั้งแต่ปี 2538 หรือเมื่อกว่า 21 ปีมาแล้วในฐานะแพทย์เวรประจำ และทำหน้าที่ทีมถวายการรักษาพระหทัยของพระองค์ท่าน เป็นผู้ถวายงานเข็นพระเก้าอี้เลื่อนทุกครั้งที่เสด็จลงจากที่ประทับโรงพยาบาลศิริราชเรื่อยมา

21 ปีถวายงาน“ในหลวง ร.9 ”

     รศ.นพ.ประดิษฐ์ เคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า ความ“ความกตัญญู”นั่นที่มา…มีอาจารย์ของ หมอประดิษฐ์ หาทุนให้ไปเรียนเฉพาะทางหัวใจที่มหาวิทยาลัยที่กลาสโกลว์ สกอตแลนด์ซึ่งเป็นโรงเรียนแพทย์ชั้นนำของโลกใช้เวลาทั้งหมด 5 ปี”แต่ไม่ไปเพราะต้องดูแลคุณแม่เริ่มไม่สบาย อายุมากกว่า 80 ปี

     ต่อมามีอาจารย์ของคุณหมอประดิษฐ์ อีกคนชวนให้ไปเรียนในสาขาเฉพาะทางการทำหัตถการปฏิบัติสายสวนโรคหัวใจและหลอดเลือด ณ Green Lane Hospital ประเทศนิวซีแลนด์โดยใช้เวลาแค่ 1 ปีครึ่ง จึงตัดสินใจไป เพราะใช้เวลาไม่นาน

     พอกลับเมืองไทยเดือน พ.ย. 2537 ปรากฏว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงมีปัญหาเกี่ยวกับพระหทัย (หัวใจ)ก็มีโอกาสได้ถวายงานรับใช้ 6 เดือนหลังจากนั้น ก็มีพระบรมราชโองการให้เป็นแพทย์เวรประจำ ตั้งแต่ปี 2538”“

     รศ.นพ.ประดิษฐ์ เคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่าเรื่องนี้ บอกได้แค่ว่า ชีวิตหนึ่งมีโอกาสเลือก เพราะฉะนั้นเลือกให้ดีๆ.วันนั้น ถ้าเลือกไปอยู่สกอตแลนด์ ก็ไม่มีสิทธิได้รับใช้ท่าน.แต่ผมเลือกแม่ผม ก็เลยได้รับโอกาสนี้”

21 ปีถวายงาน“ในหลวง ร.9 ”

      ส่วนความรู้สึกในการรับใช้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ นั้น รศ.นพ.ประดิษฐ์ บอกว่าพระองค์ท่านใช้ชีวิตเหมือนคนปกไม่เคยฟุ้งเฟ้อเลยแล้วท่านนึกถึงประชาชนเยอะมากยาสีฟัน น้ำหอม เสื้อผ้า ท่านใช้เหมือนคนปกติท่านเป็นคนสมถะ ทานอาหาร (เสวย) ก็เป็นอาหารธรรมดาหาพระมหากษัตริย์ที่ไหนไม่ได้แล้วในโลกนี้….”

     “พระองค์ท่านชอบพูดอยู่อย่างหนึ่ง คือ ‘เวลาเรียนให้เป็นเล่น เวลาเล่นให้เป็นเรียน’เช่น เรื่องน้ำ เด็กๆ ท่านทำเขื่อน ก็เรียนรู้จากตรงนั้น จนท่านมีความเชี่ยวชาญเรื่องน้ำนี่คือเล่นให้เป็นเรียน พยายามเรียนให้สนุกโชคดีที่คนไทยมีท่าน ได้เรียนรู้จากท่านสุดยอดแล้วผมอยู่ใกล้ท่าน ผมได้เรียนรู้สิ่งที่ดีจากท่านมาเยอะมากแค่นี้พอแล้วชีวิตผม….”

21 ปีถวายงาน“ในหลวง ร.9 ”

รศ.นพ.ประดิษฐ์ ปัญจวีณิน

ขอบคุณข้อมูล ..เว็บไซต์http://www.whitemktstore.com/

ขอบคุณ ..ภาพจากเฟซบุ๊กมเหนทรบรรพต

(คลิป)”หมอประสิทธิ์”ขอเป็นตัวแทนมือ 68ล้านคู่ประคองพระบรมโกศ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/297097

(คลิป)”หมอประสิทธิ์”ขอเป็นตัวแทนมือ 68ล้านคู่ประคองพระบรมโกศ

 

ศ.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา- รศ.นพ.ประดิษฐ์ ปัญจวีณิน ขอเป็นตัวแทนมือคนไทย 68 ล้านคู่ประคองพระบรมโกศพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช

 

ก่อนหน้านี้ เพจมเหนทรบรรพต เผยแพร่ภาพพิธีฝึกซ้อมประคองพระบรมโกศ ในงานพระราชพิธี พระราชทานเพลิงพระศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช โดยมี ศ.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา  คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราช และ รศ.นพ.ประดิษฐ์ ปัญจวีณิน ผอ.รพ. รพ.ศิริราชปิยมหาราชการุณย์  เป็นผู้ประคองพระบรมโกศ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช

(คลิป)"หมอประสิทธิ์"ขอเป็นตัวแทนมือ 68ล้านคู่ประคองพระบรมโกศ

(คลิป)"หมอประสิทธิ์"ขอเป็นตัวแทนมือ 68ล้านคู่ประคองพระบรมโกศ                   (คลิป)"หมอประสิทธิ์"ขอเป็นตัวแทนมือ 68ล้านคู่ประคองพระบรมโกศ

ศ.นพ.ประสิทธิ์ กล่าวว่าวันที่ 26 ตค.ตนและ รศ.นพ.ประดิษฐ์  ขอเป็นตัวแทนมือคนไทยทั้ง 68 ล้านคู่ประคอง ประคองพระบรมโกศ ในงานพระราชพิธี พระราชทานเพลิงพระศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดชแทนคนหัวใจไทยทุกดวง ก่อนส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย

cr.ขอบคุณภาพเพจมเหนทรบรรพต

(คลิป)ครูเกษียณหมด-นร.ไม่มีครู ผอ.ต้องทำยังไง??

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/297080

(คลิป)ครูเกษียณหมด-นร.ไม่มีครู ผอ.ต้องทำยังไง??

 

ได้คำตอบแล้ว หลังโชเชียลแชร์ข่าว โรงเรียนขนาดเล็กเมืองสองแคววิกฤต ครูเกษียณพร้อมกัน 4 คน เหลือผอ.คนเดียว วอนครูจิตอาสามาช่วยสอน ติดตามได้กับ “คมชัดลึกออนไลน์”

      หลายคนมีคำถามว่า ผู้บริหารปล่อยให้โรงเรียนขาดครูได้ยังไง ไม่รู้หรือว่าจะมีครูเกษียณแล้ว เด็กๆจะอยู่ยังไง  “ทีมข่าวคุณภาพชีวิตคมชัดลึก” ได้สอบถามไปยัง นายปรีชา ตุนาโป่ง ผู้อำนวยการโรงเรียนประชาสามัคคี ได้ความว่า ..

(คลิป)ครูเกษียณหมด-นร.ไม่มีครู ผอ.ต้องทำยังไง??

     สิ้นเดือนกันยายนนี้ จะมีครูเกษียณอายุราชการ 4 คน เหลือเพียง ผอ.คนเดียว จึงได้โพสต์ในโซเซียลขอความช่วยเหลือครูจิตอาสา มาช่วยสอนหนังสือให้แก่นักเรียนระหว่างรอคำสั่งจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ซึ่งอยู่ในขั้นตอนของทางราชการรอการคืนอัตรา ซึ่งต้องใช้เวลารอประมาณ 1-2 เดือน

(คลิป)ครูเกษียณหมด-นร.ไม่มีครู ผอ.ต้องทำยังไง??

(คลิป)ครูเกษียณหมด-นร.ไม่มีครู ผอ.ต้องทำยังไง??

      “เรารอไม่ได้ ระหว่างนี้ที่ยังไม่มีการคืนอัตรามาให้ เราจะไม่มีครูสอนหนังสือเด็กนักเรียน โครงการครูอาสา จะช่วยแก้ปัญหาได้ ซึ่งหลังจากที่มีการเผยแพร่ข้อมูลไปมีจิตอาสาสนใจร่วม 10 คนจะได้จัดตารางเรียนสอน โดยยึดตามความสะดวกของจิตอาสาเป็นหลัก หมุนเวียนกันมาสอนตามถนัดและจะทำไปเรื่่อยๆให้ครบตลอดทั้งเทอม ” ผู้อำนวยการโรงเรียนประชาสามัคคี อธิบาย

(คลิป)ครูเกษียณหมด-นร.ไม่มีครู ผอ.ต้องทำยังไง??

    โรงเรียนแห่งนี้เป็นโรงเรียนขนาดเล็ก  ใน ต.ท่าช้าง อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก มีนักเรียนทั้งหมด 51 คนนายปรีชา ได้รายงานให้สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 3ได้ครูที่จะบรรจุใหม่1 อัตรา และขณะนี้โรงเรียนได้จ้างเอง อีก 1 ตำแหน่ง เพื่อให้มาช่วยสอนเป็นการเบื้องต้น โดยใช้งบประมาณของโรงเรียนมาจ้างสอน แต่ก็ยังไม่เพียงพอเพราะโรงเรียนต้องใช้คุณครู จำนวน 6 คนเพื่อสอนนักเรียน ตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล 1 ถึงระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6

(คลิป)ครูเกษียณหมด-นร.ไม่มีครู ผอ.ต้องทำยังไง??

       เขากำลังปรับปรุงวิธีการบริหารจัดการด้านการจัดการเรียนการสอนท่ามกลางความขาดแคลนโดยใช้นวัตกรรม ซึ่งกำลังทดลองใช้ได้ผลแล้วเรื่องหนึ่ง คือครูทหารจิตอาสา ซึ่งมีภารกิจคร่าวๆดังนี้ 1 .ฝึกระเบียบวินัยเบื้องต้น 2.ให้ความรู้ศาสตร์พระราชา 3.สร้างความดีด้วยจิตอาสา 4.ผู้ช่วยครู

(คลิป)ครูเกษียณหมด-นร.ไม่มีครู ผอ.ต้องทำยังไง??

     ส่วนครูพระ มี 4 ภารกิจ คือ 1.ผู้ช่วยครู 2.ฝึกมารยาทความอ่อนน้อมถ่อมตน 3.สวดมนต์เพื่อสร้างสมาธิสูปัญญา 4.ฝึกศาสนพิธีเบื้องต้น

     นอกจากนี้ยังมี ครูฝึกประสบการณ์ มี 4 ภารกิจ 1.เป็นเครือข่ายโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏ 2.ฝึกสอนตามกลุ่มสาระ 3.ร่วมจัดกิจกรรมทางวิชาการกับโรงเรียน 4.ฝึกอบรมบุคลากรให้โรงเรียน

    ส่วนครูภูมิปัญญา มี 4ภารกิจ 1.ผู้ช่วยครู 2.ถ่ายทอดประสบการณ์ 3.สร้างจิตสำนึกรักมาตุภูมิ 4.ทำความดีด้วยจิตอาสา

(คลิป)ครูเกษียณหมด-นร.ไม่มีครู ผอ.ต้องทำยังไง??

      นายปรีชา เดิมเป็นคนอุตรดิตถ์ อำเภอลับแล ลูกพระยาพิชัยดาบหักมาบรรจุเป็นครูปี 2523 ครูใหญ่ปี2530 ผอ.โรงเรียน 2546 เขาจะเกษียณอายุราชการ ปี 2562 เวลาที่เหลือจะอุทิศเวลาตอบแทนคุณในหลวงคุณแผ่นดินเกิด โดยใช้ทุนในพื้นที่มาแก้ปัญหาครูไม่ครบชั้น และยกย่องภูมิปัญญา เป็นเวทีให้ราชการหรือใครก็ได้ได้มาเพิ่มคุณค่าทางประสบการณ์ มีกิจกรรมชีวิตจะได้ดีขึ้น

(คลิป)ครูเกษียณหมด-นร.ไม่มีครู ผอ.ต้องทำยังไง??

       “ถ้าทำได้ทั้งหมดตามรูปแบบการบริหารจัดการด้านการจัดการเรียนการสอนท่ามกลางความขาดแคลนโดยใช้นวัตกรรม ที่กำลังทำอยู่นี้ไม่แน่นักว่า จะเป็นโมเดลที่ทั่วประเทศนำไปใช้เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนครูได้ เพราะ จิตอาสา ผู้รู้ที่มีความเชี่ยวชาญ มีเต็มไปหมด แต่โรงเรียนต้องเปิดพื้นที่ให้พวกเขาเหล่านี้ได้มีโอกาสในการถ่ายทอดองค์ความรู้ ที่โพสต์ข้อมูลขอจิตอาสาไม่ได้มีเจตนาใดๆเพียงแค่ต้องการสื่อสารกับสังคมเท่านั้น” ผู้อำนวยการโรงเรียนประชาสามัคคี กล่าว

(คลิป)ครูเกษียณหมด-นร.ไม่มีครู ผอ.ต้องทำยังไง??

        ที่สำคัญผู้บริหารโรงเรียนควรจะคิดนอกกรอบใช้ทุนในพื้นที่มาบริหารจัดการการศึกษา ยกย่องและนำเอาภูมิปัญญามายกย่องมาสอนเยาวชนคนไทยให้เกิดความคิดเกิดทักษะด้วยความเชี่ยวชาญของเขาไม่ใช่เอาแต่ทฤษฎีจากนักวิชาการมาสอนแต่ไม่เคยลงมือทำ จิตอาสา ครูภูมิปัญญาต้องการถ่ายทอดให้กับอนุชนคนรุ่นหลังสอบถามได้ที่โรงเรียนประชาสามัคคี หมู่5ตำบลท่าช้าง อำเภอพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก หรือติดต่อ ผอ.ปรีชา ตุนาโป่ง โทร 089-703- 9531

(คลิป)ครูเกษียณหมด-นร.ไม่มีครู ผอ.ต้องทำยังไง??

     ขณะที่ นายอุดม สายโท รักษาการผู้อำนวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 3  อธิบายว่า สำนักงานเขตพื้นที่รับทราบมาโดยตลอดว่าจะมีครูเกษียณ และได้แก้ไขปัญหาให้โรงเรียนแห่งนี้แล้ว โดยเกลี่ยอัตราครูคืนถิ่นให้ 1 อัตรา พนักงานราชการ 1 อัตราและจ้างครูรายเดือนแก้ปัญหาสถานศึกษาขาดแคลนครูขั้นวิกฤตอีก 1  รวมทั้งหมดเป็น 3 อัตรา โดยไม่ต้องรอคืนอัตราเกษียณและทั้งหมดนี้จะพร้อมปฏิบัติหน้าที่ในวันที่ 2 ตุลาคมนี้อย่างแน่นอน

(คลิป)ครูเกษียณหมด-นร.ไม่มีครู ผอ.ต้องทำยังไง??

     ที่ผ่านมาเขตได้มีการประชุมกับนายกสมาคมผู้และผู้บริหารแต่ละอำเภอ และได้มีการแจ้งความคืบหน้าในการดำเนินการมาโดยตลอดและล่าสุดได้แจ้งให้ผอ.ผู้อำนวยการโรงเรียนประชาสามัคคี รับทราบแล้ว

     ซึ่งจริงๆแล้วในพื้นที่มีโรงเรียนขนาดเล็ก 3 แห่งที่อยู่ในโครงการที่ให้เรียนร่วมกันคือ โรงเรียนประชาสามัคครีมีนักเรียน 51 คน และอีก 2 โรงมีนักเรียน 20 กว่าคือโรงเรียนวัดหนองหม้อแกง และโรงเรียนราษฎร์บำรุง ซึ่งที่ผ่านมามีการทำประชาคมเพื่อใช้สถานที่เรียนร่วมกันแต่ไม่ได้รับมติเอกฉันท์จากผู้ปกครองในพื้นที่ จึงต้องแก้ปัญหาตามสภาพของโรงเรียนแต่ละแห่งไปตามความเหมาะสม

(คลิป)ครูเกษียณหมด-นร.ไม่มีครู ผอ.ต้องทำยังไง??

      “ยืนยันว่า เขตไม่ได้นิ่งนอน มีการเปิดสอบพนักงานราชการ ครูวิกฤติ และเกลี่ยอัตรากำลัง ซึ่งดำเนินการมาแล้ว 2-3  เดือนเพื่อให้ได้มีครูสอนทดแทนอัตราที่เกษียณ” รักษาการผู้อำนวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 3  กล่าว

(คลิป)ครูเกษียณหมด-นร.ไม่มีครู ผอ.ต้องทำยังไง??


พระมหากรุณาธิคุณการุณย์ศิริราช พระสถิตในดวงใจตราบนิรันดร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/297129

พระมหากรุณาธิคุณการุณย์ศิริราช พระสถิตในดวงใจตราบนิรันดร์

สรรใจ แสงวิเชียร, ศิริราช, พระมหากรุณาธิคุณ, ในหลวง

2 อดีตอาจารย์แพทย์ศิริราช ถ่ายทอดประสบการณ์ ความผูกพัน ความประทับใจ ในพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงรัชกาลที่ 9

        ที่อาคารศรีสวรินทิรา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ภายในงาน “ศิระกรานพระภูบาลนวมินทร์” ศ.พิเศษ นพ.สรรใจ แสงวิเชียร ที่ปรึกษาคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล และอดีตหัวหน้าภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล บรรยายในหัวข้อ “พระสถิตในดวงใจตราบนิรันดร์” ตอนหนึ่งว่า ตนไม่เคยรับใช้งานใกล้ชิดในหลวงรัชกาลที่ 9 จึงขอถ่ายทอดในฐานะเป็นพสกนิกรคนหนึ่งของพระองค์

        ซึ่งตนเป็นคน 3 แผ่นดิน ในช่วงวัยเด็กมีโอกาสติดตามคุณพ่อเฝ้ารับเสด็จในหลวงรัชกาลที่ 8 และสมเด็จพระอนุชา ที่ตึกกายภาคศาสตร์หลังเก่า รพ.ศิริราช ครั้งที่เสด็จฯ พระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ หรือมหาวิทยาลัยมหิดล ในปัจจุบัน

     ศ.พิเศษ นพ.สรรใจ กล่าวอีกว่า ในปี 2538 จดจำได้ว่าครั้งที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงพระประชวรพระหทัยตีบ เข้าประทับรักษาพระอาการ ณ รพ.ศิริราช เมื่อประชาชนเห็นภาพเปลคนไข้และมีสายน้ำเกลือสองสายที่พระวรกาย ประชาชนต่างร้องไห้ ซึ่งการรักษาในครั้งนั้นได้ผลดี และช่วงเวลาที่ประทับรักษาพระวรกายในครั้งนั้น พระองค์ก็ยังทรงงานนำมาสู่โครงการถนนคู่ขนานลอยฟ้า

      “ในวันที่ 13 ตุลาคม 2559 มีข่าวลือออกมาและประชาชนเดินทางมายังรพ.ศิริราช จำนวนมาก ตอนนั้นยังไม่มีแถลงการณ์ออกมา ประชาชนหลายคนตะโกนว่าไม่จริง ผมได้ยินแล้วรู้สึกตัวชา จนเวลา 16.30 น. ก็ถูกเรียกตัวขึ้นไปบนอาคาร รอจนสำนักพระราชวังออกแถลงการณ์ แล้วจึงกราบพระบาทและเริ่มปฏิบัติภารกิจในเวลา 19.30 น. เสร็จสิ้นเวลา 20.30 น.” ศ.พิเศษ นพ.สรรใจ กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือและน้ำตาคลอเบ้า

     ศ.พิเศษ นพ.สรรใจ ฝากในตอนท้ายว่า ในช่วงเวลานับจากนี้คนไทยควรต้องทำความดี อะไรก็ได้ที่เป็นความดีเพื่อถวายพระองค์ท่าน และน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน

      ด้าน ศ.คลินิก นพ.ธีรวัฒน์ กุลทนันทน์ อดีตคณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล ดำรงตำแหน่งระหว่างปี 2550-2554 เป็นหัวหน้าคณะแพทย์ผู้ถวายงานครั้งที่ประทับรักษาพระอาการประชวร ณ โรงพยาบาลศิริราช ในช่วงเวลาดังกล่าว เล่าว่า ขณะเป็นคณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มีโอกาสรับใช้เบื้องพระบุคลบาท ณ โรงพยาบาลศิริราช พระองค์ทรงมีความห่วงใยประชาชนเป็นอย่างมาก

      ครั้งที่ประทับรักษาพระวรกาย ณ โรงพยาบาลศิริราช เสด็จฯ ทอดพระเนตรระดับน้ำที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นประจำเพราะเป็นช่วงใกล้น้ำท่วม รับสั่งให้ตนกราบบังคมทูลรายงานเกี่ยวกับระดับน้ำเป็นประจำทุกวัน ตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคม ทั้งที่น้ำจะท่วมในช่วงเดือนตุลาคม ทรงมีสายพระเนตรที่ยาวไกลอย่างมาก

       “ทุกวันผมต้องถวายรายงานเกี่ยวกับระดับน้ำให้พระองค์ท่านทั้งด้วยวาจาและลายลักษณ์อักษร ทำให้ต้องเชิญผู้เชี่ยวชาญในหน่วยงานต่างๆ มาร่วมประชุมหารือ เพื่อเตรียมข้อมูลที่ถูกต้องในการถวายรายงาน บางครั้งรับสั่งถามขณะอยู่ในลิฟต์ว่า ระดับน้ำเป็นอย่างไรบ้าง น้ำขึ้นมาเท่าไหร่ บริเวณปากน้ำระดับเท่าไหร่ ซึ่งพวกผมก็ต้องกราบบังคมทูลรายงานข้อมูลได้ทันที แม้อยู่ในช่วงเวลาฟื้นฟูพระวรกายก็ทรงงานเสมอ” ศ.คลินิก นพ.ธีรวัฒน์ เล่าด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

    ศ.คลินิก นพ.ธีรวัฒน์ เล่าว่า ห้องทรงงานของพระองค์อยู่ใกล้กับห้องผู้ป่วย ฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา สามารถทอดพระเนตรฝั่งพระนครได้ทั้งหมด เป็นห้องโล่งกว้าง มีโต๊ะทรงงานและพระเก้าอี้ เมื่อพระสุขภาพดีขึ้นก็เสด็จฯ ห้องทรงงานบ่อยครั้งหลังจากเสวย และในบางครั้งก็เสด็จฯ บริเวณดาดฟ้าอาคารเฉลิมพระเกียรติทอดพระเนตรโดยรอบโรงพยาบาลศิริราช

      ทำให้ทรงเห็นการจราจรที่ค่อนข้างหนาแน่นและคับคั่งของฝั่งธนบุรี มีรับสั่งถามเกี่ยวกับการจราจรทั้งภายในและภายนอกโรงพยาบาล รวมถึงประชาชนที่เข้ามาใช้บริการที่ศิริราช ซึ่งมีกว่า 1 แสนคน เฉพาะผู้ป่วยก็กว่า 1 หมื่นคน ส่งผลให้การจราจรค่อนข้างวุ่นวายมาก จึงมีรับสั่งจะแก้ปัญหาจราจรฝั่งธนบุรี

      “การเสด็จฯ ดาดฟ้า นำมาซึ่งพระราชดำริแก้ปัญหาการจราจรรอบโรงพยาบาลศิริราช โดยทรงกางแผนที่และทรงชี้ว่าควรก่อสร้างถนนอย่างไร กลายเป็นถนนลอยฟ้าฝั่งธนบุรี การปรับปรุงสะพานอรุณอมรินทร์ และอนาคตจะมีรถไฟฟ้าข้ามแม่น้ำเจ้าพระยามาที่สถานีศูนย์การแพทย์สยามินทร์ ศิริราช” ศ.คลินิก นพ.ธีรวัฒน์ กล่าว

     การตามรอยพระยุคลบาทในแง่ทางการแพทย์ ศ.คลินิก นพ.ธีรวัฒน์ กล่าวว่าพระองค์ทรงอดทนอย่างมากในการฟื้นฟูพระวรกายหลังทรงพระประชวร ซึ่งผู้สูงวัยที่เจ็บป่วยจะมีความยากลำบากมากในการเดิน การลุกนั่ง แต่พระองค์ทรงอดทน และเมื่อการฟื้นฟูดีขึ้นทรงจักรยานเพื่อฟื้นฟูด้วย

      ศ.คลินิก นพ.ธีรวัฒน์ เล่าอีกว่า การรักษาและพักฟื้นของผู้ป่วยนั้นกำลังใจสำคัญเป็นอย่างมาก การที่ประชาชนมาถวายกำลังใจทั้งการทูลเกล้าฯ ถวายดอกไม้และเปล่งเสียงทรงพระเจริญ ทรงได้ยินตลอด พระพักตร์แจ่มใสขึ้นนอกจากนี้ เหล่าคณะแพทย์ได้จัดหาการแสดงมาให้ทอดพระเนตรเพื่อให้ทรงพระเกษมสำราญขณะพักฟื้น อย่างเช่น ช่วงตรุษจีนก็จะนำคณะนักแสดงจากจ.นครสวรรค์ มาแสดงเบื้องพระพักตร์ หรือจัดแสดงคอนเสิร์ตให้ทอดพระเนตร มีรับสั่ง “ขอบใจนะเพลงเพราะดี”

     ครั้งหนึ่งที่เสด็จฯ ลงเพื่อถวายราชสักการะพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศรอดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก เดิมทีนั้นคณะแพทย์เตรียมให้เสด็จฯ บริเวณวงแคบ แต่พระองค์รับสั่งให้ไปวงใหญ่ เพราะทรงเห็นว่ามีประชาชนรอเฝ้ารับเสด็จอยู่บริเวณนั้นเป็นจำนวนมาก

     “วันหนึ่งที่ผมและคณะแพทย์เข้าเฝ้าฯ ประมาณ 3-4 คน ซึ่งช่วงนั้นทรงทราบว่ามีปัญหาคนไข้ฟ้องแพทย์มากขึ้น รับสั่งว่า ให้พวกเราอ่อนน้อมถ่อมตน ทุกคนมีดีอย่าไปดูถูกใคร ให้เกียรติต่อทุกคน ไมตริจิตก็จะเกิดขึ้น ผมได้น้อมนำมาถ่ายทอดต่อบุคลากรศิริราช และทุกคนสามารถนำไปใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวันได้” ศ.คลินิก นพ.ธีรวัฒน์ กล่าวด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าล้นกระหม่อม

จัดทีมแพทย์ดูแลปชช.ร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/297089

จัดทีมแพทย์ดูแลปชช.ร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิง

งานพระราชพิธี, ดูแลประชาชน, หน่วยแพทย์เคลื่อนที่, แพทย์, เริ่มตั้งแต่

สธ.ร่วมหน่วยงานเกี่ยวข้องจัดหน่วยแพทย์ ชุดแพทย์เคลื่อนที่ และอบรมจิตอาสา ดูแลผู้มาร่วมงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพในหลวง ร.9 เริ่มตั้งแต่ 24 ต.ค.นี้

          นพ.โสภณ  เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยภายหลังประชุมคณะทำงานเตรียมความพร้อมด้านการแพทย์และสาธารณสุขงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ครั้งที่ 1/2560 ว่า ที่ประชุมได้ตั้งคณะทำงานประกอบด้วย ผู้บริหารจากหน่วยงานด้านสาธารณสุขทั้งภาครัฐ เอกชน อาสาสมัคร เช่น กรุงเทพมหานคร กรมการแพทย์ 3 เหล่าทัพ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองแพทย์หลวงสำนักพระราชวัง  โรงพยาบาลสังกัดมหาวิทยาลัย ร่วมกันวางแผนดำเนินการเตรียมความพร้อม ประสานงานในการให้บริการและการจัดการทางการแพทย์ ทั้งภาวะปกติและเหตุฉุกเฉินวิกฤตทางการแพทย์ เช่น การจัดบริการหน่วยรักษาพยาบาล ระบบส่งต่อผู้ป่วย การจัดอบรมจิตอาสา เพื่อให้การดูแลผู้ที่มาร่วมงานพระราชพิธีได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นพ.โสภณ กล่าวต่อว่า ด้านการจัดบริการทางการแพทย์ทั้งด้านกายและจิตใจ ได้กำหนดจุดและหน่วยงานผู้รับผิดชอบไว้ 3 ส่วน คือ 1.ศูนย์ปฏิบัติการร่วมการแพทย์และสาธารณสุข ได้แก่ กรุงเทพมหานคร  โรงพยาบาลเหล่าทัพ  โรงพยาบาลสังกัดมหาวิทยาลัย  โรงพยาบาลเอกชน  แพทยสภา มูลนิธิ และจิตอาสา จัดหน่วยแพทย์ประจำบริเวณรอบมณฑลพิธี 21 จุด และประจำพระเมรุมาศจำลอง-ซุ้มดอกไม้จันทน์ 113 จุด เป็นจุดปฐมพยาบาล ทีมกู้ชีพขั้นพื้นฐานและขั้นสูง พร้อมรถพยาบาล ระบบการส่งต่อ-ส่งกลับผู้ป่วย ตลอดงานพระราชพิธี เริ่มตั้งแต่วันที่ 24 ตุลาคม 2560 จนเสร็จสิ้นพระราชพิธี

2.กรมการแพทย์ทหารบก จัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่และชุดทีมเดินเท้าดูแลกำลังพลในริ้วขบวน และกระทรวงสาธารณสุขดูแลประชาชนรอบนอก และ3.ศูนย์ปฏิบัติการร่วมการแพทย์และสาธารณสุข ร่วมกับตำรวจจราจร กรมการแพทย์ทหารเรือ เตรียมแผนการส่งกลับกรณีฉุกเฉิน เส้นทางทั้งทางบกและทางน้ำ รวมทั้งการติดต่อสื่อสาร และการประสานโรงพยาบาลรับส่งต่อ ส่งกลับให้ผู้ป่วยฉุกเฉินไปถึงโรงพยาบาลเร็วที่สุด โดยจะร่วมฝึกซ้อมในวันที่ 7 ตุลาคมและซ้อมใหญ่ 21 ตุลาคม นี้

นอกจากนี้  ได้ให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทุกจังหวัดเชิญชวนบุคลากรการแพทย์เป็นจิตอาสาด้านการแพทย์ด้วยความสมัครใจ และจัดอบรมประชาชนจิตอาสาตามคู่มือของกรมการแพทย์ ให้มีความรู้การปฐมพยาบาลเบื้องต้น การกู้ชีพ ช่วยสนับสนุนการทำงานของทีมแพทย์ ซึ่งประชาชนจะมีความรู้ติดตัวไปใช้ในช่วยชีวิตผู้อื่นต่อไป

ทั้งนี้ ได้มอบให้สำนักสาธารณสุขฉุกเฉินเปิดศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน (EOC) ที่กระทรวงสาธารณสุข ในต่างจังหวัดเปิดที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด มีนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเป็นผู้บัญชาการและรับผิดชอบการบริหารจัดการ  จัดทีมแพทย์ประจำจุดพระราชพิธี รถพยาบาล โรงพยาบาลรับ-ส่งต่อ และประสานกับผู้ว่าราชการจังหวัดในการอบรมจิตอาสาด้านการแพทย์ พร้อมให้การดูแลประชาชนที่มาร่วมงานพระราชพิธีได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เดินเครื่องทำ BIG DATA ข้อมูลนักเรียน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/297079

เดินเครื่องทำ BIG DATA ข้อมูลนักเรียน

ศธ, Big Data, ธีระเกียรติ, ชัยพฤกษ์, Data, ข้อมูลนักเรียน, ทำฐานข้อมูล

“ธีระเกียรติ” มอบ “ชัยพฤกษ์” รวบรวมข้อมูลจัดลำดับสำคัญ ทำฐานข้อมูล Big Data ของ ศธ.ตามนโยบายรัฐบาล ชี้เริ่มที่ข้อมูลนักเรียนก่อนเพื่อให้ทุกหน่วยงานนำไปใช้ได้

           จากการดำเนินการให้ ตามนโยบายรัฐบาล เพื่อให้ประเทศไทยเป็น  Digital Country ซึ่งเป็นการปฏิรูประบบดิจิทัลครั้งใหญ่ มีแนวทางดำเนินงานสำคัญ 3 ประการ คือ ต้องมีData Center หรือศูนย์กลางข้อมูลที่รวมข้อมูลพื้นฐานต่าง ๆ ที่ทุกหน่วยงานในสังกัดสามารถนำใช้ได้ การจัดทำ Big Data หรือ ฐานข้อมูลขนาดใหญ่ด้วยนั้น

นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยว่า ในการประชุมองค์กรหลักของ กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้มอบให้ ดร.ชัยพฤกษ์  เสรีรักษ์ เลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ไปรวบรวมข้อมูล จัดกลุ่มตามลำดับความสำคัญของฐานข้อมูล ที่มีความจำเป็นเร่งด่วนเพื่อจัดทำ Big Data เช่น ข้อมูลจำนวนนักเรียนที่เข้าศึกษา กำลังศึกษา และสำเร็จการศึกษา หรือ ออกกลางคันจำนวนเท่าไร เพื่อให้หน่วยงานองค์กรหลักและองค์กรในกำกับสามารถใช้ข้อมูลดังกล่าว ให้เกิดประโยชน์ต่อการดำเนินนโยบายได้

ขณะที่ ดร.พะโยม ชิณวงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) ในฐานะโฆษกศธ. กล่าวว่า  การปฏิรูประบบดิจิทัล ที่ สกศ.รับไปดำเนินงานโดยจะเลือกดำเนินงานในส่วนที่สำคัญก่อน เช่น ข้อมูลนักเรียน  ที่ต้องเกี่ยวข้องกับการจัดสรรงบประมาณ  อย่างไรก็ตาม หากสามารถจัดทำฐานข้อมูลนักเรียนได้จะสามารถแก้ปัญหาการจัดสรรเงินอุดหนุนรายหัว ซึ่งที่ผ่านมา พบปัญหา นักเรียนมีชื่อเรียนซ้ำอยู่ในหลายโรงเรียน ตรวจสอบยากเพราะ ศธ. มีสถานศึกษาอยู่ในกำกับจำนวนมาก

ต่ออายุตั๋วครู”ครูจอมทรัพย์”ย้อนหลังปี 57-62

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/297059

ต่ออายุตั๋วครู”ครูจอมทรัพย์”ย้อนหลังปี 57-62

 

คุรุสภาอนุมัติ “ครูจอมทรัพย์” ได้ต่อตั๋วครู หลังดูแล้วไม่ได้สร้างความเสื่อมเสียและไม่เข้าข่ายผิดจรรยาบรรณ มีผลย้อนหลังปี 57-62 ส่วนนำไปใช้ยื่นสอนขึ้นอยู่กับร.ร.

            เมื่อวันที่ 27 ก.ย. ดร.สมศักดิ์ ดลประสิทธิ์ รองเลขาธิการสภาการศึกษา ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการคุรุสภา เปิดเผยว่า  ในการประชุมคณะอนุกรรมการดำเนินงานมาตรฐานวิชาชีพของคุรุสภา ที่มีดร.กมล รอดคล้าย ที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้มีการพิจารณากรณี น.ส.จอมทรัพย์ ศรีบุญหอม หรือ ครูจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร อดีตข้าราชการครู โรงเรียนบ้านม่วงไข่ประชาราษฎร์สงเคราะห์ อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร ยื่นหนังสือถึงคุรุสภาเพื่อขอต่อใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู

โดยยึดตามหลักเกณฑ์การพิจารณาลักษณะต้องห้าม กรณี”ต้องโทษจำคุกในคดีที่คุรุสภาเห็นว่าอาจนำมาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพ” ตามที่กำหนดในมาตรา 44(ข)(3) แห่ง พ.ร.บ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2546 สำหรับผู้ที่จะขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษา และผู้ขอต่อใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษา

ซึ่งกำหนดไว้ว่า 1.การต้องโทษจำคุกโดยพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก 2.ต้องเป็นการประทำความผิดโดยเจตนา ยกเว้นความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ และ3.ต้องเป็นโทษจำคุกที่เป็นความผิดเกี่ยวกับจรรยาบรรณของวิชาชีพ

ดร.สมศักดิ์ กล่าวต่อไปว่า คณะกรรมการฯได้พิจารณาแล้วเห็นว่ากรณีของน.ส.จอมทรัพย์ ไม่สร้างความเสื่อมเสียและไม่เข้าข่ายลักษณะต้องห้ามในทางจรรยาบรรณวิชาชีพ คือ ความผิดต่อการทุจริตในหน้าที่,การทารุณร่างกายและจิตใจ,การใช้ตำแหน่งหน้าที่โดยมิชอบ ,ความผิดเกี่ยวกับเพศ และยาเสพติด ดังนั้น ที่ประชุมจึงมีมติอนุมัติต่อใบอนุญาตฯให้แก่น.ส.จอมทรัพย์ และสามารถดำเนินการได้ทันที เนื่องจาก น.ส.จอมทรัพย์ ได้ยื่นเรื่องขอต่อใบอนุญาตฯมาก่อนหน้านี้แล้ว

อย่างไรก็ตาม ใบอนุญาตฯ ของ น.ส.จอมทรัพย์ ขาดการต่ออายุไปตั้งแต่ปี 2557 เนื่องจากถูกจำคุกจึงไม่สามารถดำเนินการขอต่ออายุใบอนุญาตฯได้ เพราะฉะนั้น การอนุมัติต่ออายุใบอนุญาตฯครั้งนี้ จะมีผลย้อนหลังตั้งแต่ปี 2557 จนถึงปี 2562  เมื่อครบกำหนดผู้รับใบอนุญาตฯก็ต้องดำเนินการยื่นเรื่องขอต่ออายุใบอนุญาตฯ ซึ่งคุรุสภากำหนดให้ต่ออายุทุก 5 ปี

“จากนี้คุรุสภาจะขึ้นทะเบียนให้ครูจอมทรัพย์เป็นผู้ได้รับอนุญาตฯตามขั้นตอนปกติ ซึ่งกรณีของครูจอมทรัพย์ ส่วนที่เกี่ยวข้องกับคุรุสภาถือว่าสิ้นสุดแล้ว จากนี้หากครูจอมทรัพย์จะนำไปใบอนุญาตฯไปยื่นเพื่อใช้ในการสอนหนังสือ เป็นเรื่องที่สถานศึกษาเป็นผู้พิจารณาไม่เกี่ยวกับคุรุสภา”ดร.สมศักดิ์ กล่าว

ทั้งนี้ กรณีครูจอมทรัพย์ถือเป็นรายแรกที่พิจารณาโดยใช้หลักเกณฑ์ใหม่ แต่ที่ผ่านมามีหลายกรณีที่มีความผิดเกี่ยวกับจรรยาบรรณ ซึ่งจะพิจารณาเป็นรายกรณีไปยกเว้นความผิดที่เกี่ยวกับปัญหาการทุจริต เกี่ยวกับทางเพศ และยาเสพติด จะสั่งระงับใบอนุญาตฯชั่วคราว และตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง จนกว่าจะได้ข้อสรุปหากผิดจริงก็จะดำเนินการเพิกถอนใบอนุญาตฯตามขั้นตอนต่อไป

หลักเกณฑ์ที่นออกมาครั้งนี้ จะใช้เป็นแนวทางในการพิจาณากรณีอื่นๆด้วย ซึ่งในอนาคตอาจจะพิจารณาบรรจุไว้ในพ.ร.บ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา เพื่อบังคับใช้เป็นกฎหมาย

“EDUCA 2017″เปิดพื้นที่สตาร์ทอัพด้านการศึกษา16-18ต.ค.นี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/297075

“EDUCA 2017″เปิดพื้นที่สตาร์ทอัพด้านการศึกษา16-18ต.ค.นี้

EDUCA 2017, EdWINGS, EDUCA, 16-18

“EDUCA 2017″โชว์ตัวอย่างการนำนโยบายการศึกษาไปสู่ห้องเรียนอย่างมีประสิทธิภาพ ดันไฮไลต์ใหม่ “EdWINGS” เปิดพื้นที่แสดงเทคโนโลยี-สตาร์ทอัพด้านการศึกษา 16-18 ต.ค.นี้

       เดินหน้าเข้าสู่ปีที่ 10 สำหรับงาน “EDUCA 2017  หรือมหกรรมการศึกษาเพื่อพัฒนาวิชาชีพครู ครั้งที่ 10” จัดขึ้นในวันที่ 16-18 ต.ค.นี้ ณ อิมแพ็ค ฟอรั่ม (ฮอลล์ 9) เมืองทองธานี  นายศีลชัย เกียรติภาพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปิโก (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้จัดงาน EDUCA  กล่าวว่างาน EDUCA จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในช่วงประมาณเดือน ต.ค. มีจุดมุ่งหมายหลักคือการเป็นพื้นที่และเวทีกลาง (Platform) ในการช่วยพัฒนาวิชาชีพครูอย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาไทยอย่างยั่งยืน

โดยมีวิทยากรทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และมีผู้ร่วมงานแต่ละปีกว่า 5 หมื่นคน ซึ่งการจัดงานในปีนี้  ได้รับความร่วมมือจากกระทรวงศึกษาธิการและสถานเอกอัครราชทูตของประเทศชั้นนำด้านการศึกษา เช่น ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ฟินแลนด์ สิงคโปร์ ร่วมส่งวิทยากรจัดหัวข้ออบรมที่สอดคล้องกับสถานการณ์การศึกษาในศตวรรษที่ 21 และเป็นหัวข้อที่เป็นรากฐานการพัฒนาครูและพัฒนาการศึกษาในแต่ละประเทศ ซึ่งน่าจะทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และเป็นแนวทางที่ดีในการยกระดับการศึกษาไทย

ทั้งนี้ งานจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Education 1.0, 2.0, 3.0, 4.0 : From Policy to Classroom” ด้วยความตระหนักถึง การผลักดันนโยบายการศึกษาเข้าสู่ห้องเรียนเป็นกระบวนการที่ยากลำบาก นานาประเทศไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ ต่างก็มีปัญหาด้านการผลักดันนโยบายสู่ห้องเรียนไม่ต่างกันกับเรา โดยปีนี้มีความพิเศษอีกเรื่องหนึ่ง คือ การให้ความสำคัญกับเรื่องเทคโนโลยีและสตาร์ทอัพ

เนื่องจากปัจจุบันเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทมากในการเรียนรู้ของผู้เรียนทุกมิติ จึงได้เปิดพื้นที่ให้ EdWINGS ซึ่งเป็นกิจการเพื่อสังคม (Social Enterprise) ด้านการศึกษา เข้ามาดูแลบริหารพื้นที่กว่า 400 ตร.ม. โดยจะมีการจัดแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่น่าสนใจจากสตาร์ทอัพในพื้นที่ดังกล่าว

“ในยุค Global Disruptive Technology นี้ มีเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา หรือ EdTech เกิดขึ้นจำนวนมาก ขณะเดียวกัน รัฐบาลเองก็กำลังให้ความสำคัญกับเรื่อง Education 4.0 เราเองจึงมีพื้นที่เพื่อช่วยเปิดวิสัยทัศน์และโอกาสให้คุณครูสามารถเข้าถึงแนวคิดใหม่ๆ ที่น่าสนใจด้านการศึกษา (สตาร์ทอัพ) ได้มากขึ้นในงาน EDUCA ซึ่งเราเชื่อว่าน่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการยกระดับการศึกษาของประเทศ” นายศีลชัย กล่าว

        น.ส.ณัฐรดา เลขะธนชลท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง EdWINGS  กล่าวว่า  EdWINGS  ก่อตั้งมาได้11 เดือน เป็นรูปแบบที่ต้องการช่วยพัฒนานักเรียนให้มีชีวิตที่ดีขึ้นทั้งในห้องเรียนและนอกห้องเรียน เป็นการดึงคนรุ่นใหม่เข้ามาช่วยพัฒนาการศึกษา เป็นธุรกิจด้านการศึกษาที่อยู่บนฐานของการช่วยเหลือ ลดความเหลื่อมล้ำและช่องว่างทางการศึกษา  โดยนำไอเดียจากคนรุ่นใหม่ มาสร้างเป็นแพลตฟอร์ม หรือรูปแบบ เพื่อพัฒนาการศึกษาร่วมกับโรงเรียน

      “EdWINGS” ธุรกิจการศึกษาที่ไม่ได้หากินกับการศึกษา แต่ต้องการช่วยยกระดับคุณภาพการศึกษาของไทยที่จะมีการดำเนินการพัฒนาโรงเรียน ครู เด็กอย่างต่อเนื่อง ทำให้ครูรู้ว่าตัวเองสอนไปทำไม เด็กรู้ว่าเรียนไปเพื่ออะไร และผู้ปกครองจะเข้ามามีส่วนร่วมได้อย่างไร ตั้งใจสร้างวัฒนธรรมของภาคเอกชน ภาคธุรกิจ พื้นที่แก่คนรุ่นใหม่ที่ต้องการช่วยพัฒนาการศึกษาได้ทำงานร่วมกับโรงเรียน​ และเป็นการให้ความสำคัญกับข้อมูล เก็บปัญหาในร.ร.ว่ามีอะไรบ้าง

         “ปัญหาการศึกษา เหมือนตระกร้าที่มีรอยรั่ว ชี้ไปไหนก็รั่ว คนรุ่นใหม่จะเข้าไปช่วยปลดล๊อคให้คนรุ่นเก่าสามารถพัฒนาการศึกษาไทยต่อไป  EdWINGS  ไม่ได้เป็นธุรกิจการศึกษาเพียงอย่างเดียวแต่เป็นการเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ คนที่อยากจะช่วยยกระดับพัฒนาการศึกษาไทย ต่อให้ทำงานในโลกธุรกิจก็ยังไม่ทิ้งการศึกษา นำเทคโนโลยีมาช่วยสนับสนุนการศึกษาเพราะวันนี้ถ้าไม่ช่วยครู ไม่ช่วยการศึกษา  10 ปี เราจะไม่เหลือคุณภาพการศึกษา” น.ส.ณัฐรดา กล่าว