ศิษย์เก่าจุฬาฯยื่นจันทร์นี้หนุนฝ่ายบริหารรักษาเกียรติภูมิ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/294240

ศิษย์เก่าจุฬาฯยื่นจันทร์นี้หนุนฝ่ายบริหารรักษาเกียรติภูมิ

ศิษย์ฺเกา่จุฬายืนหนังสือผู้บริหารจันทร์นี้ฃ

ศิษย์เก่ารวมพลังยื่นจันทร์นี้หนุนฝ่ายบริหารรักษาเกียรติภูมิจุฬา ที่รักษาชื่อเสียงขนบธรรมเนียมประเพณีและระเบียบวินัยของมหาวิทยาลัยเพื่อเป็นตัวอย่างที่ดีของสังคม

       สืบเนื่องจากเหตุการณ์ความไม่เรียบร้อยในพิธีถวายสัตย์ฯของนิสิตชั้นปีที่หนึ่งเมื่อวันที่  3 สิงหาคม พ.ศ.2560 ทางจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้มีกระบวนการดำเนินการทั้งในส่วนของอาจารย์และนิสิตที่มีความเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าว  โดยล่าสุด ทางคณะกรรมการส่งเสริมวินัยนิสิต จุฬาฯ ได้มีการพิจารณาเห็นว่า การกระทำของนิสิตทั้ง 8 รายที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ความไม่เรียบร้อยดังกล่าว เป็นการกระทำความผิดวินัยนิสิต เนื่องจากนิสิตทั้ง 8 รายซึ่งเป็นตัวแทนสภานิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมิได้ประพฤติปฏิบัติตัวตามบทบาทหน้าที่ที่พึงจะเป็น

      ต่อมา นายเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล อดีตประธานสภานิสิตฯ หนึ่งในผู้ถูกปลดจากตำแหน่ง ได้แสดงจุดยืนไม่ยอมรับคำสั่งดังกล่าว พร้อมโพสภาพผ่านเฟสบุ๊คส่วนตัว โดยมีข้อความว่า อดีต ประธานสภานิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยโกนหัวประท้วงมหาวิทยาลัยของเขา

     นายชัยธวัชว์ ไทยยง นายกสมาคมครุศาสตร์สัมพันธ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่าช่วงบ่ายวันจันทร์กลุ่มสมาคมศิษย์จุฬาฯ จะรวมตัวกันไปยื่นหนังสือสนับสนุนการดำเนินการของฝ่ายบริิหารจุฬาลงกรณฺ์มหาวิทยาลัย เนื่องจากเห็นว่าจากการที่ฝ่ายบริหารของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้มีการดำเนินการสอบสวนนิสิตทั้ง8รายและได้มีผลการตัดสินลงโทษทางวินัยมาแล้วในการดำเนินการที่รักษาชื่อเสียงขนบธรรมเนียมประเพณีและระเบียบวินัยของมหาวิทยาลัยเพื่อเป็นตัวอย่างที่ดีของสังคมต่อไป

    “จริงๆแล้วการรับน้องหรือพิธิถวายสัตย์นิสิตปี 1 ไม่มีการบังคับ ใช้ความสมัครใจ ถ้านิสิตต้องการเรียนและมีประสบการณ์ ก็เข้าร่วมได้   และจริงๆแล้ววันนั้นก็ไม่ใช่กิจกรรมเด็กปี 2  ด้วย เรื่องนี้ ผู้บริหารต้องดำเนินการให้ชัดเจนรวมทั้งในส่วนของอาจารย์ด้วย ที่ตั้งกรรมการสอบคาดว่าจะประกาศผลได้เร็วๆนี้เช่นกัน ”    นายชัยธวัชว์ กล่าว

ศิษย์เก่าจุฬาฯยื่นจันทร์นี้หนุนฝ่ายบริหารรักษาเกียรติภูมิ

      ทั้งนี้ นายสรัญ รังคสิริ นายกสมาคมศิษยฺ์เก่าวิศวกรรมศาสตร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้ออกแถลงการณ์ สนับสนุนการดำเนินการของฝ่ายบริิหารจุฬาลงกรณฺ์มหาวิิทยาลัยเมื่อวันที่ 1 กันยายนเช่นเดียวกัน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อาจารย์จุฬาฯ ภาพดราม่านิสิตออกจากถวายบังคมเครียดอยู่CCU

จุฬาฯ แจงส่งจม.ถึง “เนติวิทย์”

ชี้ “สภานิสิตจุฬาฯ” ผิดวินัยนิสิต

สภานิสิตจุฬาฯ ออกแถลงการณ์ต้านคำสั่งถูกลงโทษวินัย

จัดทีมแพทย์ดูแลจิตใจประชาชนพิธีถวายพระเพลิงศพในหลวง ร.9

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/294176

จัดทีมแพทย์ดูแลจิตใจประชาชนพิธีถวายพระเพลิงศพในหลวง ร.9

พระราชพิธีศพ

กรมสุขภาพจิต เตรียมพร้อม MCATT กว่า 70 ทีม เสริมทัพด้วย MCATT น้อย รุกดูแลจิตใจประชาชน ตลอด 7วัน งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ในหลวง ร. 9

       นาวาอากาศตรี นพ.บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวถึง การเตรียมความพร้อมดูแลจิตใจพี่น้องประชาชน ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ว่า นับตั้งแต่วันที่ 14 ตุลาคม เป็นต้นมา กระทรวงสาธารณสุข ได้มอบหมายทีมสุขภาพฝ่ายกายและทีมสุขภาพจิตลงพื้นที่ดูแลประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการดูแลด้านจิตใจนั้น กรมสุขภาพจิตได้จัดทีม MCATT หรือ ทีมปฏิบัติการช่วยเหลือเยียวยาจิตใจ จากหน่วยงานสังกัดกรมสุขภาพจิตทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาคทั่วประเทศผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนให้บริการปฐมพยาบาลทางใจประชาชน จำนวน 183 ทีม ให้บริการด้านสุขภาพจิตพี่น้องประชาชนไปแล้วทั้งสิ้น 19,474 ราย พบภาวะสุขภาพจิต รวม 5,425 ราย และปัจจุบันยังคงมีประจำการอยู่ที่จุดปฐมพยาบาลท่าช้าง ทั้งนี้ ภาวะสุขภาพจิต ที่พบ ในช่วง 10 เดือนที่ผ่านมา พบมากที่สุด คือ ภาวะเครียดสะสมที่มาจากปัญหาส่วนตัว/การงาน/หนี้สิน  รองลงมา คือ เสี่ยงซึมเศร้า  โศกเศร้าจากการสูญเสีย เป็นโรคทางจิตเวช โดยเฉพาะ โรคจิตเภท  นอกจากนี้ ยังพบภาวะหายใจเร็วเกิน มือเท้าเกร็ง และเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตาย ซึ่งทั้งหมดได้รับการปฐมพยาบาลทางใจและส่งต่อเข้าสู่ระบบการบำบัดรักษาอย่างทันท่วงทีแล้ว

สำหรับการเตรียมความพร้อมช่วงงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9  ในวันที่ 26 ตุลาคม 2560 ซึ่งเป็นวันถวายพระเพลิงพระบรมศพ นั้น พี่น้องประชาชนอาจมีโอกาสเกิดปฏิกิริยาเช่นเดิมขึ้นมาได้ กรมสุขภาพจิตจึงได้เตรียมจัดทีม MCATT ในการดูแลจิตใจพี่น้องประชาชนไว้มากกว่า 70 ทีม ตลอดระยะเวลา 7 วันระหว่างวันที่ 23-29 ตุลาคม 2560 ให้บริการ ตั้งแต่เวลา 08.00 – 20.00 น. โดยจะเพิ่มจำนวนทีมมากขึ้นในวันถวายพระเพลิงพระบรมศพ และขยายเวลาให้บริการจนถึงเที่ยงคืน นอกจากนี้ ยังได้เตรียมติดอาวุธความรู้ด้านการปฐมพยาบาลทางใจ ด้วยหลัก 3 ส. (สอดส่องมองหา ใส่ใจรับฟัง ส่งต่อเชื่อมโยง) การสังเกตและแนวทางการให้ความช่วยเหลือดูแลจิตใจและส่งต่อในเบื้องต้น ให้กับทีมอาสาสมัคร ทีมจิตอาสา ทีมกู้ชีพ และทีมบริการสุขภาพทางกาย หรือเรียก “ทีม MCATT น้อย” เพื่อเป็นกำลังเสริมดำเนินงานเชิงรุกเข้าช่วยเหลือดูแลจิตใจพ่อแม่พี่น้องประชาชนได้อย่างทันท่วงทีต่อไป อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าว

“5 สิ่ง” วางแผนชีวิตโสดเกษียณอย่างสมาร์ท

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/294173

“5 สิ่ง” วางแผนชีวิตโสดเกษียณอย่างสมาร์ท

วางแผนชีวิต, โสด, 5 สิ่ง

อย่าพลาด!! ถ้าคุณคิดจะเป็นโสดอย่างสมาร์ท ต้องคิดถึง 5 สิ่งต่อไปนี้

        นับวัน คนโสดดูจะมีมากขึ้นเรื่อยๆ ผลการสำรวจของบริษัทจัดหาคู่บางแห่งพบว่า ร้อยละ 40 ของคนวัยทำงาน หรือประมาณ 17 ล้านคนเลือกที่จะเป็นโสด การอยู่คนเดียวให้เป็นสุขตลอดชีวิต ต้องอาศัยการวางแผนที่ดีซึ่งเป็นภารกิจที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าการวางแผนชีวิตของคนมีครอบครัวเลย  ถ้าคุณคิดจะเป็นโสดอย่างสมาร์ท ต้องคิดถึง 5 สิ่งต่อไปนี้เลย

"5 สิ่ง" วางแผนชีวิตโสดเกษียณอย่างสมาร์ท

  1. วางแผนการเงินตั้งแต่เนิ่นๆ รองรับวัยเกษียณ – สมมติว่าคุณจะมีชีวิตอยู่ถึง 75 ปี และจะเกษียณตัวเองตอนอายุ 55 ปี คุณต้องมีเงินเก็บเท่าไหร่ ถึงจะอยู่ได้สบายๆ หลังเกษียณไปอีก 20 ปี ที่ว่าสบายๆ นั้นหมายถึงว่าคุณต้องมีเงินสำหรับดำรงชีวิตประจำวัน เช่น ค่ากิน ค่ายา ค่าหมอ ค่าประกัน ค่าน้ำไฟ ที่อยู่อาศัย และค่าใช้จ่ายพิเศษ เช่น ค่าท่องเที่ยว ค่าช็อปปิ้ง ค่ารักษาพยาบาลกรณีฉุกเฉิน  ทุกวันนี้มีโปรแกรม และแอพพลิเคชั่นมากมายที่ช่วยให้คุณคำนวณเงินสำหรับใช้ชีวิตวัยเกษียณได้ง่ายๆ ลองคำนวณดูว่าคุณมีเงินพอไหม ต้องเก็บหรือวางแผนใช้จ่ายอย่างไรจึงจะพอ  ยิ่งเริ่มเร็วก็ยิ่งดี
  2. ลงทุนเติบโตรับเทรนด์ผู้สูงวัย กำไรและมั่นคง – แม้คุณจะมีรายได้จากงานประจำหรือธุรกิจที่ทำให้คุณใช้ชีวิตสบายๆ ได้ในวันนี้  แต่การลงทุนเพิ่มเติมจะช่วยสร้าง “ความมั่นคง” ให้กับชีวิตในอนาคตอย่างเป็นรูปธรรมทั้งสำหรับคนโสดและมีครอบครัวแล้ว ไม่ว่าจะป็นการลงทุนในตลาดเงิน ตลาดทุน หรือโครงการที่มีศักยภาพ เช่น โครงการที่พักอาศัยที่เจาะตลาดผู้สูงวัย นับว่าเป็นทางเลือกที่ดี เพราะแม้ว่าคุณจะยังไม่ได้เข้าไปอยู่เองเร็วๆ นี้ แต่มีไว้เพื่อการลงทุนปล่อยเช่าก็น่าสนใจไม่น้อย เพราะความต้องการอยู่อาศัยในโครงการประเภทนี้จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ฉะนั้นโครงการใดที่สามารถตอบโจทย์ชีวิตสูงวัยได้ครบครัน โดดเด่นและออกมาเปิดตัวในเวลาที่เหมาะสมก็ถือเป็นอีกการลงทุนที่คนโสดควรจับตามอง"5 สิ่ง" วางแผนชีวิตโสดเกษียณอย่างสมาร์ท
  3. ที่อยู่อาศัยที่ชวนให้ “ใช้ชีวิต” –  คนโสดหลายรายเลือกที่จะอาศัยในคอนโดมิเนียม เพราะความสะดวกสบายและคล่องตัว แต่อย่าลืมว่า สังคมและสิ่งแวดล้อมมีความสำคัญ เพราะเมื่ออายุมากขึ้น สุขภาพร่างกาย จิตใจ และการใช้ชีวิตจะเปลี่ยนไป คนสูงอายุมักจะเหงา ขาดสังคม ทำให้มีโอกาสเป็นโรคซึมเศร้าสูง การเลือกที่อยู่อาศัยที่ออกแบบมาเพื่อ “ส่งเสริม” ไลฟ์สไตล์ของคนสูงวัย ได้พบปะทำกิจกรรมกับเพื่อน ๆ ในวัยเดียวกัน ล้อมรอบด้วยสภาพแวดล้อมที่ชวนให้ “คุณในอนาคต” ออกมาสนุกกับการใช้ชีวิต จึงเป็นเรื่องใหม่ที่คนโสดไม่ควรมองข้าม
  4. ดูแลสุขภาพแบบ “ป้องกัน” ดีกว่า “รักษา” – เพราะร่างกายของคุณต้องอยู่กับคุณไปจนวันสุดท้ายของชีวิต เสียหายไปจะซ่อมยาก คุณจึงต้องรักมันไม่น้อยไปกว่าชีวิตโสดที่คุณเลือก คนโสดควรให้ความสำคัญกับการดูแลรักษาสุขภาพเชิงป้องกันตั้งแต่วันนี้ เพื่อลดภาวะเสี่ยงของโรคต่างๆ  การเริ่มวางแผนดูแลสุขภาพที่เหมาะสมกับตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการกิน การออกกำลังกาย ลดพฤติกรรมเสี่ยง ควบคู่ไปกับการตรวจสุขภาพเป็นประจำ จึงเป็นสิ่งที่คนโสดไม่ควรละเลยขณะที่ร่างกายยังแข็งแรงอยู่ในปัจจุบัน"5 สิ่ง" วางแผนชีวิตโสดเกษียณอย่างสมาร์ท"5 สิ่ง" วางแผนชีวิตโสดเกษียณอย่างสมาร์ท
  5. ไม่มีแฟน ก็มี “คนดูแล” แทนได้ – คนโสดจำนวนมากมีญาติพี่น้องหรือหลานดูแลชีวิตบั้นปลาย และมีอีกหลายคนที่เลือกจะไม่เป็นภาระต่อใคร แต่สุดท้ายเมื่อถึงวันที่สภาพร่างกายเปลี่ยนไปก็คงเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องมีคนช่วยเหลือดูแล ถ้าจะให้ดี ควรพิจารณาที่อยู่อาศัยซึ่งมีคนพร้อมดูแลชีวิตเราในหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นการดูแลสุขภาพอย่างใกล้ชิดและเป็นระบบ อบอุ่น เป็นกันเอง รวมถึงการดูแลด้านการใช้ชีวิต ช่วยผลักดันให้ออกมาทำกิจกรรมเป็นส่วนหนึ่งของสังคม สร้างแรงบันดาลใจให้ยังรู้สึกถึงคุณค่าในตัวเอง  พร้อมๆ กับไม่ทำให้รู้สึกว่าการที่มีอายุเพิ่มขึ้นนั้นเป็นอุปสรรคในการใช้ชีวิตแต่อย่างใด "5 สิ่ง" วางแผนชีวิตโสดเกษียณอย่างสมาร์ท"5 สิ่ง" วางแผนชีวิตโสดเกษียณอย่างสมาร์ท

เริ่มต้นวางแผนโสดเกษียณอย่างสมาร์ทด้วยการเตรียมตัวใน 5 สิ่งนี้ จะอยู่อีกกี่ปีหลังเกษียณ คุณก็สูงวัยได้แบบยังมีไฟ และสุขได้แบบไร้กังวล

จากขยะ..สู่เทรนด์รักษ์โลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/294172

จากขยะ..สู่เทรนด์รักษ์โลก

รักษ์โลก, ขยะ

ปฏิเสธไม่ได้ว่าสถานการณ์ขยะในประเทศไทยและทั่วโลกมีสถิติเพิ่มขึ้นตามจำนวนประชากร

      การประชุมเชิงปฏิบัติการ สร้างจิตสำนึกพลเมือง “พลเมืองรุ่นใหม่ เท่าทันสถานการณ์ขยะ” จัดโดยสงขลาฟอรั่ม สนับสนุนโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และ มูลนิธิสยามกัมมาจล ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เพื่อปลูกจิตสำนึกและหาแนวทางร่วมกันของเยาวชนในฐานะพลเมืองรุ่นใหม่ โดยมีประเด็นการเรียนรู้ 5 หัวข้อ ได้แก่ 1. พฤติกรรมการทิ้งขยะของคนในสังคม 2. การสร้างขยะในชีวิตประจำวัน 3. การจัดการขยะ  4. ศึกษามุมมอง/ความคิดของคนทั่วไปเกี่ยวกับขยะ และ 5. ขยะอันตราย ผ่านมุมมองถึง“วิถี”ชุมชนโดยเยาวชนรุ่นใหม่ที่บอกเล่าในการจัดการ“ขยะเจ้าปัญหา”

จากขยะ..สู่เทรนด์รักษ์โลก

จากขยะ..สู่เทรนด์รักษ์โลก

ซึ่งการจัดกรรมในครั้งนี้นอกจากการได้รับความรู้จากวิทยากรแล้ว เยาวชนได้ลงพื้นที่และทำกิจกรรมต่างๆประกอบด้วย “กิจกรรม ขยะที่ฉันผลิตใน 1 วัน” เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงพฤติกรรมการสร้างขยะจากตัวเราเองที่การเป็นต้นทางของขยะ ด้วยการแจกกระเป๋าผ้าให้น้องๆคนละ1ใบเพื่อเก็บขยะของตัวเองที่สร้างขึ้นให้น้องๆ เยาวชนเห็นว่าใน “หนึ่งวัน” เราสร้างขยะของตัวเองเป็นปริมาณเท่าไร จากการถุงขนม เปลือกลูกอม ขวดน้ำพลาสติก  “กิจกรรมลงพื้นที่บ่อขยะที่เทศบาลตำบลเกาะแต้ว” เพื่อให้น้องๆเยาวชนได้เห็นภาพขยะปลายทางหลังจากที่รถเทศบาลเก็บแล้วนำมาทิ้ง หลายคนถึงกับอึ้งเมื่อเห้นภาพกองขยะที่สูงราวกับภูเขาขยะย่อมๆที่มาพร้อมกับกลิ่นเหม็นตลบอบอวล

         “กิจกรรมเก็บ กวาด ร่อน” เป็นกิจกรรมลงพื้นที่ชุมชนเก้าเส้ง ซึ่งเป็นชุมชนริมหาดและเป็นชุมชนปากคลองที่ขึ้นชื่อว่ามีขยะและสิ่งปฏิกูลจำนวนมาก เพราะนอกจากชาวบ้านในตัวชุมชนทิ้งขยะไม่เป็นที่เป็นทางแล้ว ชุมชนดังกล่าวยังเป็นพื้นที่รองรับขยะจากชุมชนอื่นด้วย นอกจากเก็บ กวาด ร่อนแล้ว เยาวชนยังเข้าไปพูดคุยสื่อสารและทำความเข้าใจกับคนในชุมชนถึงผลกระทบของการทิ้งขยะ แล้วกลับมาทบทวนถึงปัญหาที่พบจากการลงพื้นที่จริง โดยเยาวชนสะท้อนว่า ขยะในชุมชนส่วนใหญ่ที่พบเจอมากที่สุดคือ ถุงพลาสติก ขวดเครื่องดื่มชูกำลังที่แตกร้าวริมหาด เหล็กขึ้นสนิม ซากอวนเก่า ฯลฯ

จากขยะ..สู่เทรนด์รักษ์โลก

       สุริยา ยีขุน นายกเทศมนตรี ตำบลปริก อําเภอสะเดา จังหวัดสงขลา ในฐานะวิทยากร กล่าวว่า“นโยบายการจัดการขยะนั้น ต้องทำให้นโยบายเป็นปฏิบัติการทางสังคมที่เกิดจากประชาชนมิใช่จากภาครัฐหรือหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง ภายใต้กระบวนการที่สังคมต้องเป็นผู้กำหนดกติกาเอง โดยมองว่า ความรู้ความเข้าใจในการจัดการขยะในชุมชนเป็นแบบ“เกิดช่องว่างของความรู้” เพราะไม่สามารถสื่อสารกันได้ ดังนั้น การสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมแก่ชุมชนในการดำเนินการจึงเป็นสิ่งสำคัญมากที่จะทำให้ชุมชนเกิดความร่วมมือและเห็นปัญหาเรียนรู้การแก้ปัญหาร่วมกัน ขณะเดียวกันหากมีการจัดการที่ดีจะทำให้ขยะกลายเป็นทรัพยากรมีมูลค่า และสามารถนำกลับมาใช้กับภาคสังคมได้มากขึ้น

ทั้งนี้ แนวทางที่เทศบาลตำบลปริกนำมาใช้ในการจัดการขยะโครงการด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมชุมชน พบว่าชุมชนส่วนใหญ่ที่อยู่ในเขตพื้นที่รับผิดชอบนั้นจะมีปริมาณขยะค่อนข้างมากเมื่อเปรียบเทียบกับจำนวนประชากร รวมทั้ง การปลูกฝังให้คนในชุมชนช่วยกันคัดแยกขยะ โดยให้ความรู้ความเข้าใจแก่คนในชุมชน เช่น การคัดแยกขยะอินทรีย์ที่มีทุกบ้าน และการมีสำนึกในการรักษาความสะอาดของชุมชน  จะทำให้สามารถลดขยะปริมาณขยะลงได้

นายกเทศมนตรี ตำบลปริก ยังกล่าวอีกว่า แม้ทิศทางการจัดการปัญหาขยะในปัจจุบัน เริ่มมีทิศทางการจัดการไปได้ด้วยดี อย่างการนำสิ่งเหลือใช้กลับมาใช้ใหม่ หรือแปรสภาพไปเป็นอย่างอื่นที่เกิดมูลค่า แต่ยังจำเป็นต้องมีแนวทางส่งเสริมให้ลดปริมาณขยะลง รวมถึงการหลีกเลี่ยงใช้บรรจุภัณฑ์ที่นำกลับมาใช้ใหม่ไม่ได้ ขณะเดียวกันการสร้างจิตสำนึกสาธารณะแก่คนทั่วไปให้รู้จักรับผิดชอบต่อสังคม จะเป็นแนวทางที่ยั่งยืนที่สุด ที่สามารถสร้างแรงขับเคลื่อนภาคสังคมไปได้ไกลกว่าการจัดการขยะที่เกิดขึ้นเวลานี้

จากขยะ..สู่เทรนด์รักษ์โลก

      ด้านสาคร จันทร์มณี เจ้าพนักงานสุขาภิบาลชำนาญงาน สำนักงานเทศบาลนครสงขลา ในฐานะวิทยากร กล่าวว่าปัจจุบันเทศบาลนครสงขลามีชุมชนทั้งหมด 56 ชุมชน ประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 80,000 คน โดยมีขยะเฉลี่ยประมาณ 80-82 ตัน/วัน ส่วนใหญ่เป็นขยะประเภทกิ่งไม้ สิ่งของจากบ้านเรือนที่ไม่ได้ใช้แล้ว เช่น ที่นอน หมอน มุ้ง เป็นต้น ส่วนขยะอินทรีย์หรือพลาสติกมีจำนวนลดหลั่นกันไป และเมื่อรถเก็บขยะจากบ้านเรือนแล้วจะนำไปกำจัดแบบฝังกลบที่เทศบาลตำบลเกาะแต้วซึ่งเป็นบ่อขยะขนาดใหญ่ ปัญหาที่พบจากการสำรวจ คือการทิ้งขยะโดยไม่ได้คัดแยก โดยเฉพาะนักเรียน-นักศึกษาที่อาศัยในหอพัก ส่วนบ้านเรือนของประชาชนยังมีแยกบ้างแม้จะไม่เต็ม100% ก็ตาม

       “เพราะในเทศบาลนครสงขลามีประชากรแฝงเยอะ นักท่องเที่ยวเยอะ การปลูกจิตสำนึกให้เขารักในชุมชนจึงเป็นเรื่องยาก แต่ทางเทศบาลก็ไม่นิ่งนอนใจที่จะรณรงค์ให้เกิดการคัดแยกขยะ เพราะจะทำให้ง่ายต่อการกำจัด และการคัดแยกขยะเป็นเรื่องสำคัญเพราะขยะบางประเภทสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ จะช่วยลดปริมาณขยะลงได้ด้วย”

จากขยะ..สู่เทรนด์รักษ์โลก

        ด้านน.ส.ดารารัตน์ ไหมแก้ว เยาวชนจากโครงการเปลี่ยนชานอ้อยให้เป็นกระดาษ กล่าวว่า การเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ทำให้เกิดความตระหนักในการใช้ชีวิตประจำวันที่ต้องเกี่ยวข้องกับการสร้างขยะ และมองว่าปัญหาขยะเป็นปัญหาที่แก้ได้ไม่ยาก หากทุกคนเริ่มต้นที่ตัวเราเอง ด้วยการสร้างความตระหนักให้เกิดขึ้นกับตัวเองก่อน จะทำให้ขยะลดลงด้วยเช่นกัน

       “กิจกรรม 2 วันที่ผ่านมาเมื่อได้มาเข้าร่วมกิจกรรมหนูเริ่มไม่รับถุงจากการซื้อขนมที่ร้านค้า และหากจะซื้อน้ำดื่มสักแก้วหรือใส่ถุง ก็เริ่มคิดเอะใจว่าน้ำ 1แก้วหรือน้ำ 1 ถุง ประกอบด้วยขยะกี่ชิ้น และหากเปลี่ยนมาเป็นใส่แก้วน้ำของเราจะทำให้เราสามารถลดปริมาณขยะได้ในแต่ละวันด้วย เพราะแม้ว่าถุงพลาสติกจะสร้างความสะดวกแก่เราแต่ถ้าเราลดการใช้จะทำให้ช่วยลดขยะไปได้ด้วยเช่นกัน”

อย่างไรก็ตาม เยาวชนหลายคนสะท้อนว่า การลดขยะที่แท้จริงเริ่มต้นจากตัวเอง ขณะเดียวกันรู้สึกเข้าใจและมองเห็นปัญหาขยะว่าไม่ใช่เรื่องเล็กๆ หรือเรื่องของใครคนใดคนหนึ่งอีกต่อไป แต่นี่คือปัญหาที่ทุกคนต้องช่วยกันแก้ไข…โดยเริ่มต้นที่ต้นทางของขยะนั่นเอง

มัคคุเทศก์ท้องถิ่น พัฒนาการท่องเที่ยวเมืองตะกั่วป่า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/294168

มัคคุเทศก์ท้องถิ่น พัฒนาการท่องเที่ยวเมืองตะกั่วป่า

มัคคุเทศก

ร.ร.ตะกั่วป่า “เสนานุกูล” จึงได้ร่วมกับวิทยาลัยชุมชนพังงา จัดโครงการฝึกอบรมมัคคุเทศก์ท้องถิ่น กิจกรรมการจัดการเรียนรู้เกี่ยวกับการท่องเที่ยวแก่นร.

       นายเลิศธิไกร  ภิรมย์ ผู้อำนวยการโรงเรียนตะกั่วป่า “เสนานุกูล” สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 14 (พังงา ภูเก็ต ระนอง) เปิดเผยว่า จังหวัดพังงาเป็นจังหวัดชายฝั่งทะเลตะวันตกที่มีการตื่นตัวและให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวมาตลอด จากรายงานสถิติจังหวัดพังงาในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวทั่วชาวไทยและชาวต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยวในจังหวัดปีละจำนวนมาก หากนักท่องเที่ยวต้องการข้อมูลเชิงลึกของสถานที่เที่ยวนั้นๆ จำเป็นต้องมีผู้นำเที่ยว ผู้ให้คำแนะนำ ให้ความรู้ และข้อมูลอื่นๆ ประกอบหรือที่เรียกว่า “มัคคุเทศก์” ซึ่งเป็นอาชีพที่สามารถสร้างรายได้ให้กับตนเอง ชุมชน สังคมและประเทศชาติมัคคุเทศก์ท้องถิ่น พัฒนาการท่องเที่ยวเมืองตะกั่วป่ามัคคุเทศก์ท้องถิ่น พัฒนาการท่องเที่ยวเมืองตะกั่วป่า

โรงเรียนตะกั่วป่า “เสนานุกูล” จึงได้ร่วมกับวิทยาลัยชุมชนพังงา จัดโครงการฝึกอบรมมัคคุเทศก์ท้องถิ่น กิจกรรมการจัดการเรียนรู้เกี่ยวกับการท่องเที่ยว แก่นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายจากโรงเรียนตะกั่วป่า “เสนานุกูล” และโรงเรียนตะกั่วป่าคีรีเขต จำนวน 180 คน เพื่อพัฒนาเสริมทักษะผู้นำเที่ยวในระดับท้องถิ่น และสร้างความตระหนักให้กับบุคคลในท้องถิ่นให้เห็นถึงความสำคัญของการนำเที่ยวและการเป็นเจ้าบ้านที่ดี ผลิตมัคคุเทศก์ที่มีคุณภาพ มีความรู้ ความสามารถ และมีคุณธรรม จริยธรรม เพียงพอกับการขยายตัวของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของภาคใต้ฝั่งตะวันตก ระหว่างวันที่ 29-31 สิงหาคม 2560 ณ ห้องประชุมสิมิลันโรงเรียนตะกั่วป่า “เสนานุกูล”

มัคคุเทศก์ท้องถิ่น พัฒนาการท่องเที่ยวเมืองตะกั่วป่ามัคคุเทศก์ท้องถิ่น พัฒนาการท่องเที่ยวเมืองตะกั่วป่า

คนไร้บ้านมีอาชีพ ไม่แตกต่างจากทุกคน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/294223

คนไร้บ้านมีอาชีพ ไม่แตกต่างจากทุกคน

อร่อย Rice บ้าน, สสส, เครือข่ายคนไร้บ้าน, คนไร้บ้าน, อร่อย RICE บ้าน

เผยคนไร้บ้าน ร้อยละ 70 มีอาชีพ มีความสามารถ กิจกรรม”อร่อย RICE บ้าน” สะท้อนความสามารถ อาชีพของคนไร้บ้าน ปรับทัศนคติคนทั่วไป

       “คนไร้บ้านไม่ได้ไร้ศักยภาพอย่างที่คิด” สัมผัสได้จาก “อร่อย RICE บ้าน ” ณ บริเวณลานหน้าหอศิลป์กรุงเทพฯ ซึ่งจัดโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ  WHY NOT Social Enterprise  และเครือข่ายคนไร้ แสดงให้เห็นถึงความสามารถของคนไร้บ้านไมได้แตกต่างจากคนทั่วไป
นางภรณี ภู่ประเสริฐ รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ สสส. กล่าวว่าจากการสำรวจคนไร้บ้านในกรุงเทพมหาวิทยาลัย ตามที่สสส.และสถาบันวิจัยสังคมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พบว่าสถานการณ์ของคนไร้บ้าน หรือกลุ่มประชากรที่อยู่ในภาวะยากจน ไร้ที่พึ่งและประสบกับความไม่แน่นอนในการใช้ชีวิตและทรัพย์ในกรุงเทพมหานคร มีประมาณ 1,307 คน และถ้าอยู่ในศูนย์พักพิงต่างๆ จะมีประมาณ 3,000 กว่าคน รวมประมาณ 5,000 กว่าคน ซึ่งมีสัดส่วนเพิ่มขึ้น

คนไร้บ้านมีอาชีพ ไม่แตกต่างจากทุกคน

โดยกลุ่มคนไร้บ้าน มากกว่าร้อยละ 70 ประกอบอาชีพที่มีความไม่แน่นอนทางรายได้และหลักประกันในการใช้ชีวิต ประมาณร้อยละ 40 มีรายได้จากการทำงานรับจ้างทั่วไป รองลงมาร้อยละ 20 มีรายได้จากการหาของเก่า และร้อยละ 12 มีรายได้จากการค้าขาย ทั้งนี้ คนไร้บ้านเกินกว่าครึ่งเป็นประชากรที่มีต้นทุนด้านการประกอบอาชีพ แต่เงื่อนไขของการใช้ชีวิตของพวกเขาไม่เอื้ออำนวยให้แปรต้นทุนด้านอาชีพดังกล่าวเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและมีความมั่นคงที่เพิ่มมากขึ้น

“สสส.เห็นถึงความสำคัญต่อการพัฒนาศักยภาพคุณภาพของคนไร้บ้าน ทั้งการทำให้คนไร้บ้านมีบัตรประชาชน มีสิทธิ์ในด้านต่างๆ และด้านอาชีพของคนไร้บ้าน เพื่อช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต สามารถพึ่งพิงตนเองได้ ได้แสดงศักยภาพและความสามารถของตนเอง จึงได้จัดให้มีการฝึกทักษะด้านอาชีพ เช่น ช่างซ่อม เบเกอรี่และอาหารฯลฯ นอกจากนั้น มีการพัฒนาเครือข่ายเพื่อหนุนเสริมด้านอาชีพ โดยการสร้างความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายต่างงๆ เพื่อช่วยเหลือ ซึ่งกิจกรรมในงานครั้งนี้จะเป็นหนึ่งในเครืองมือ ทำให้เห็นว่าคนไร้บ้านมีความสามารถ ถ้าเราไม่ทราบว่าอาหารเป็นของใคร เราสามารถทานได้อร่อย เป็นตัวอย่างที่ทำให้เห็น ถึงการพัฒนาคุณภาพชีวิต ทักษะอาชีพอาจและการสร้างความเข้าใจให้แก่คนทั่วไป เพราะหลายครั้งเราเจออคติ หรือมุมมอง มองว่าคนไร้บ้านเป็นบุคคลอันตราย น่ากลัว สกปรก หรือขี้เกียจ อยากพลิกมุมมองว่าคนไร้บ้าน เป็นคนที่มีความรู้ความสามารถ  คนไร้บ้านมีความสามารถเพียงแต่เขาอาจจะขาดโอกาส ดังนั้น ทุกคนควรมองด้วยใจที่เป็นกลาง”นางภรณี กล่าว

คนไร้บ้านมีอาชีพ ไม่แตกต่างจากทุกคน

ด้านนายสวัสดิ์ คชบาง อายุ52 ปี ตัวแทนคนไร้บ้าน กล่าวว่า จริงๆแล้วคงไม่มีใครอยากเป็นคนไร้บ้าน แต่เมื่อเลือกชีวิตไม่ได้ พวกเขาก็ออกมาอาศัยอยู่นอกบ้าน ซึ่งปัจจุบันคนไร้บ้านมีหลากหลาย  มีหลายคนที่มีอาชีพ มีงานทำ ไม่ได้ไร้ศักยภาพ หรือความสามารถอย่างที่หลายคนมองอย่างดูถูก เพราะการมานอนใช้ชีวิตตามพื้นที่สาธารณะ พวกเขาก็ไม่ได้แตกต่างจากคนทั่วไปเพียงแต่ใช้ชีวิตแตกต่างกันออกไป ฉะนั้น  กิจกรรมในครั้งนี้  นอกจากเป็นการแสดงให้เห็นถึงความสามารถของคนไร้บ้านแล้ว ยังเป็นการสร้างความเข้าใจ มุมมอง ทัศนคติของคนทั่วไปต่อคนไร้บ้านด้วย

คนไร้บ้านมีอาชีพ ไม่แตกต่างจากทุกคน

“คนไร้บ้าน เป็นกลุ่มหนึ่งของสังคมที่มีหลากหลายกลุ่ม บางกลุ่มทำอาชีพ บางกลุ่มเดินขอเงิน อยากฝากถึงกลุ่มคนไร้บ้านที่ไม่ทำงานควรปรับปรุงตัวเอง อย่าให้ใครมองไม่ดี  ตอนนี้มีเครือข่ายคนไร้บ้าน หน่วยงานต่างๆ ให้การสนับสนุน ช่วยเหลือ ทำให้เรามีงานทำ มีอาชีพเลี้ยงดูตัวเองได้ แต่หากรักอิสระก็ไม่ควรสร้างภาพลักษณ์ที่ไม่ดี ไม่ควรขโมยของ หรือเดินขอเงิน สร้างความหวาดกลัวแก่ผู้อื่น ส่วนประชาชนทั่วไป อยากให้มองว่าคนไร้บ้านก็เป็นคนเหมือนกัน อย่ามองอย่างอคติ เพราะถ้าทุกคนเลือกได้คงไม่มีใครอยากถูกรังเกียจ หรือดูถูกจากคนอื่น”นายสวัสดิ์ กล่าว

นายณัฐพงษ์ แสงทอง นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทาหนึ่งในผู้เข้าร่วม งาน “อร่อย RICE บ้าน “ กล่าวว่าตนและเพื่อนได้มาร่วมกิจกรรมดังกล่าว โดยตอนแรกก็ไม่ทราบว่ามีกิจกรรมอะไรบ้าง เพียงแต่เห็นว่ามีบูทอาหารต่างๆ ให้ลองเข้าไปชิม ก็ได้มาร่วมชิมโดยที่ไม่รู้ว่าอาหารจานไหนเป็นคนไร้บ้านทำ จานไหนมาจากร้านดัง เพราะรสชาติอร่อยทุกจาน ทำให้ได้เห็นถึงศักยภาพของคนไร้บ้านในการทำอาหาร และรู้ว่าพวกเขามีอาชีพไม่ได้แตกต่างจากคนทั่วไป

คนไร้บ้านมีอาชีพ ไม่แตกต่างจากทุกคน

นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อไปว่า ที่ผ่านมามีโอกาสพบเจอคนไร้บ้านหลายครั้ง ทั้งเดินมาขอเงิน หรือเก็บขยะ ซึ่งผมก็ไม่ได้รู้สึกรังเกียจ หรืออะไร มองว่าเขาก็เป็นคนหนึ่งคนเหมือนเรา เพียงแต่โอกาส และเขาเลือกชีวิตไม่ได้ ก็รู้สึกดีใจที่ได้เห็นกิจกรรมดีๆ เพื่อให้คนทั่วไปได้เข้าใจและเห็นใจคนไร้บ้านมากขึ้น แต่ทั้งนี้ ก็ต้องฝากถึงคนไร้บ้าน ให้ต่อสู้ชีวิตและอย่าทำพฤติกรรมที่ไม่ดี ขณะที่ คนทั่วไป อยากให้เข้าใจเห็นใจและมีมุมมองทัศนคติต่อคนไร้บ้านเปลี่ยนไป อย่ามองดูถูกพวกเขา เพราะจริงๆ พวกเขาก็มีศักยภาพ ความสามารถไม่ต่างไปจากเรา เพียงแต่อาจหากโอกาส ทุกคนควรเปิดใจยอมรับเขาก็เป็นคนหนึ่งในสังคม

ปัจจุบันคนไร้บ้าน มากกว่า ร้อยละ 90 ของทั้งหมด อาศัยหลักนอนและใช้ชีวิตอยู่บนพื้นที่สาธารณะซึ่งมีสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยความเสี่ยงทางสังคมและสุขภาพ รวมถึงสร้างความตึงเครียดให้กับการใช้ชีวิต โดยข้อมูลจากการสำรวจคนไร้บ้าน โดยสสส.และสถาบันวิจัยสังคมจุฬาฯ พบว่า คนไร้บ้านทั่วประเทศ ตัวเลขคาดการณ์ประมาณ 20,000-30,000 คน โดยส่วนหนึ่งอยู่ในพื้นที่สาธารณะ และส่วนหนึ่งอยู่ในศูนย์พักพิงชั่วคราว หรือสถานสงเคราะห์ของรัฐ ซึ่งในกรุงเทพฯและปริมณฑล มีคนไร้บ้านทั้งหมด ประมาณ 5,000 คน  เป็นผู้ชาย 90% และผู้หญิง 10%  และจากผลสำรวจ สาเหตุหลักๆ มาจากปัญหาความยากจน เศรษฐกิจ ภาวะการทำงานไม่มั่นคง สภาพร่างกายที่ไม่เอื้อต่อการทำงาน และปัญหาครอบครัว

เด็กอาชีวะคว้ารางวัล “ยุทธการจานร่อน”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/294171

เด็กอาชีวะคว้ารางวัล “ยุทธการจานร่อน”

ทีมพนมดิน Robot, อาชีวะ, จานร่อน, หุ่นยนต์, ยุทธการจานร่อน

ทีมพนมดิน Robot คว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 และได้รับรางวัลพานาโซนิกค์ อวอร์ดในแข่งขันชิงแชมป์หุ่นยนต์นานาชาติ เอบียู เอเชียแปซิฟิก คอนเทสต์ 2017

        ดร.สุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการ กอศ. เปิดเผยว่า จากผู้เข้าแข่งขันทั้งหมด 18 ประเทศ 19 ทีม ทีมพนมดิน Robot วิทยาลัยการอาชีพท่าตูม จังหวัดสุรินทร์ สามารถนำทีมผ่านเข้ารอบ 8 ทีม และเข้ารอบ 4 ทีมสุดท้ายของการแข่งขัน จนสามารถคว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ2 มาครอง โดยทีมพนมดิน Robot  จัดอยู่ในกลุ่มซี ร่วมกับ ทีม The Hong Kong University of Science and Technology จากเขตปกครองพิเศษฮ่องกง และ ทีม National University of Mongolia จากประเทศมองโกเลีย โดยรอบแรกเป็นการจับคู่ระหว่างไทยกับฮ่องกง

เด็กอาชีวะคว้ารางวัล "ยุทธการจานร่อน"

             ดร.สุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการ กอศ.

เด็กอาชีวะคว้ารางวัล "ยุทธการจานร่อน"

ผลคะแนน พนมดิน Robot  ชนะไป (8-2 คะแนน) ในรอบ 2 พนมดิน Robot  ชนะทีมมองโกเลีย (APPARE – 6 คะแนน ) เป็นตัวแทนกลุ่มซี เข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายไปเจอทีม Institute of Science and Technology AKPRIND จากประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งพนมดิน Robot ชนะ (APPARE ต่อ 9 คะแนน) และได้พบกับทีม University of Teknologi Malaysia จากประเทศมาเลเซียในรอบ 4 ทีมสุดท้าย ผลคะแนนเสมอกัน และแข่งขันใหม่ มาเลเซียชนะประเทศไทย (APPARE – 8 คะแนน) มาเลเซียได้เข้าชิงแชมป์กับทีม Lac Hong University จากประเทศเวียดนาม และ Tokyo Institute of Technology จากประเทศญี่ปุ่นด้วยคะแนน APPARE – 4 คะแนน ในเวลา 34 วินาที และเวียดนามจึงเอาชนะมาเลเซีย (APPARE – 5 คะแนน) ด้วยเวลา 1.20 นาที เวียดนามคว้าแชมป์ไปครองในปี  2017

เด็กอาชีวะคว้ารางวัล "ยุทธการจานร่อน"

เด็กอาชีวะคว้ารางวัล "ยุทธการจานร่อน"

เลขาธิการ กอศ.กล่าวต่อไปว่า ผลการแข่งขันของทีมพนมดิน Robot ในครั้งนี้ เป็นความภาคภูมิใจของชาวอาชีวศึกษา และความยินดีของคนไทย นับว่าเป็นการแสดงศักยภาพของนักศึกษาอาชีวศึกษาอย่างแท้จริง ซึ่งการเข้ารอบ 4 ทีมสุดท้ายเกินความคาดหมาย โดยทีมพนมดิน Robot วิทยาลัยการอาชีพท่าตูม ได้ชนะการแข่งขันหุ่นยนต์เอบียู โรบอท คอนเทสต์ (ABU : Asia-Pacific Robot contest) ชนะเลิศ ABU ในระดับประเทศ ทั้งทีมจากระดับอาชีวศึกษา และทีมจากระดับอุดมศึกษา สำหรับในการแข่งขันหุ่นยนต์นานาชาติ ABU Asia – Pacific Robot Contest  2018 ครั้งที่ 17 จะจัดขึ้น ณ ประเทศเวียดนาม ในปี 2018 ต่อไป

SMES ยุค 4.0 ต้องขายออนไลน์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/294167

SMES ยุค 4.0 ต้องขายออนไลน์

ธุรกิจSMEs

สสว. จับมือ มทร.ธัญบุรี ยกทัพบุกภาคเหนือ โครงการส่งเสริมพัฒนาตลาดอิเล็กทรอนิกส์สำหรับ SMEs ปี 2560

     อบรมเชิงปฏิบัติการเทคนิค “การพัฒนาสินค้าเพื่อเข้าสู่ตลาดออนไลน์” และ “การลดต้นทุนและเพิ่มยอดขายด้านออนไลน์ ” ให้กับผู้ประกอบการSMEs ภาคเหนือ 3 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดลำปาง จังหวัดสุโขทัย และพื้นที่ใกล้เคียง โดยได้รับความการตอบรับจากผู้ประกอบการภาคเหนือเข้าร่วมจำนวนมาก

นายนิติ วิทยาวิโรจน์  ผู้อำนวยการสำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มทร.ธัญบุรี ตัวแทนผู้จัดโครงการ เล่าว่า ตามที่สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) จับมือ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.)ธัญบุรี จัดโครงการส่งเสริมพัฒนาตลาดอิเล็กทรอนิกส์สำหรับ SMEs ปี 2560 ในพื้นที่ ภาคเหนือ ส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการ SMEs ให้มีช่องทางการตลาดเพิ่มขึ้นในรูปแบบ Business to Business to Customers (B2 B 2C) เชื่อมโยงการส่งเสริมการตลาดระหว่างกลุ่มผู้ประกอบการ SMEs ภาคการผลิต กับผู้ให้บริการด้านตลาดออนไลน์ โดยมีเป้าหมาย คือ ผู้ประกอบการจำนวน 21,700 ราย สินค้าหรือบริการ จำนวน 32,500 ผลิตภัณฑ์ ซึ่งคัดเลือกจากกลุ่มเป้าหมายหลักคือผู้ประกอบการที่ทางมหาวิทยาลัยฯ เป็นที่ปรึกษาจากโครงการต่างๆ ที่ผ่านมา พร้อมทั้งช่วยพัฒนาให้ความรู้ให้คำปรึกษาและเตรียมความพร้อมจำนวนไม่น้อยกว่า 25,000 ผลิตภัณฑ์ ขึ้นไปจำน่ายบนตลาดออนไลน์

SMEs ยุค 4.0 ต้องขายออนไลน์

นายกิตตินนท์ อุ้ยวงศ์ไพศาล ผู้จัดการฝ่าย Shopping Mall และการตลาด บริษัท ตลาด ดอทคอม (TARAD.com) เล่าว่า ปัจจุบันช่องทางในการขายออนไลน์มีให้เลือกมากมาย ซอฟต์แวร์ร้านค้าออนไลน์ (Open Source) ร้านค้าออนไลน์สำเร็จรูป และกำลังได้รับความนิยม Social Media Shop ไม่ว่าจะเป็น facebook Line@ โดยผู้ประกอบการต้องเลือกช่องทางให้เหมาะสมกับธุรกิจ มีช่องทางในการชำระเงินที่สะดวก ดูแลบริหารจัดการร้านค้าออนไลน์ ในเรื่องของการขนส่ง การจัดการคลังสินค้า ช่องทางดูแลดูค้า “การดูแลลูกค้าให้ดี คือ คำโฆษณาที่ดีที่สุด” ปัจจัยความสำเร็จของการซื้อขายสินค้าออนไลน์ ประกอบด้วย Platform 30 % Marketing 40 % และ Operation 30 %ปัจจัยสำเร็จในการสร้างยอดขายออนไลน์ การตลาด และข้อมูลสินค้าที่ดึงดูดลูกค้า

อีกหนึ่งแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จในการค้าขายออนไลน์ นางสาวจิราพร พงศ์รุจิกรพันธุ์ ห้างหุ้นส่วนจำกัด จิราพรฟู๊ด ผู้ประกอบการกล้วยตากจิราพร เล่าว่า พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไป เลือกที่จะซื้อผ่านออนไลน์ จึงทำให้ตลาดออนไลน์โตขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งทางจิราพรกล้วยตากได้บุกตลาดออนไลน์มากว่า 3 ปี เรียนรู้ ค่อยๆ เรียนรู้พฤติกรรมของผู้บริโภค โดยเริ่มจากการซื้อขายผ่านเว็บไซต์ แต่ด้วยข้อจำกัดหลายๆ อย่าง เช่น ขั้นตอนในการซื้อขาย จึงหันมาใช้ในส่วนของ Social Media ในส่วนของแฟนเพจ และ Line@ซึ่งในช่วงแรกๆ จะโพสขายสินค้าแบบไม่มีเป้า จากการสังเกตไม่มีลูกค้าสนใจเข้ามากดไลค์ จึงเริ่มที่จะหาข้อมูล ไปเรียนและอบรมตามที่ต่างๆ นำมาปรับใช้ ในการขายของออนไลน์ Content เป็นเรื่องที่สำคัญ ตลอดจนรูปถ่ายสินค้าต้องดึงดูด “การขายของออนไลน์ ต้องทำให้สินค้ามีตัวตน ด้วยการสร้าง Content ให้สินค้าของเราเอง”  ปัจจุบันกล้วยตากจิราพรสร้างยอดขายผ่านออนไลน์ได้ประมาณเดือนละ 400,000 – 500,000 บาท “ผู้ประกอบการที่เริ่มต้นในการขายออนไลน์ ต้องเลือกช่องทางในการขาย และต้องสื่อสารให้ตรงกลับกลุ่มเป้าหมาย”

SMEs ยุค 4.0 ต้องขายออนไลน์

SMEs ยุค 4.0 ต้องขายออนไลน์

ทางด้าน ผู้ประกอบการเซรามิกรักษ์ดิน จ.ลำปาง นางทิพยา จิวกิตติศักดิ์กุล เล่าว่า ในการเข้าร่วมโครงการครั้งนี้เป็นหัวข้อที่น่าสนใจ ซึ่งถ้ามีเวทีในการให้ความรู้ต่างๆ จะเข้าร่วม “การเรียนรู้มีตลอดชีวิต วิทยากรต่างๆ องค์ความรู้ก็ต่างไปด้วย ฉะนั้นต้องเรียนรู้อยู่สม่ำเสมอ” โดยส่วนตัวมีการขายออนไลน์ผ่านทางเฟสบุ๊ค แต่ด้วยตัวสินค้ามีข้อจำกัด ลูกค้าส่วนใหญ่อยากเห็นตัวสินค้าจริง ดังนั้นสินค้าจึงยังเจาะตลาดออนไลน์ไม่ได้ ส่วนใหญ่จะเป็นตลาดออฟไลน์มากกว่า อย่างไรก็ตามทุกวันนี้ไม่สามารถหลีกเลี่ยงช่องทางในการขายออนไลน์ได้ เพราะว่าทุกคนต้องการความสะดวกสบาย จึงอยากหาความรู้ต่างๆ มาปรับใช้ในธุรกิจของตนเอง ในการเข้าโครงการนี้สามารถนำความรู้ที่ได้ไปต่อยอดในธุรกิจได้

SMEs ยุค 4.0 ต้องขายออนไลน์

นายมนตรี นนทธิ ผู้ประกอบการธุรกิจมนตรีเครื่องเงินสุโขทัย จ.สุโขทัย เล่าว่า อยากเปิดตลาดให้กว้างขึ้น อยากรู้หลักการทำตลาดและการพัฒนาสินค้าให้ดียิ่งขึ้น จึงมาเข้าโครงการในครั้งนี้ “งานทักทอเงินโบราณเป็นงานที่มีความละเอียด ประณีตและงดงาม บ่งบอกความเป็นศิลปะของงานหัตกรรม โดยตั้งใจจะสืบทอดเจตนารมณ์และผลงานสร้างสรรค์ของบรรพชนชาวศรีสัชนาลัยให้ยังคงอยู่สืบต่อไป” บางลวดลายที่ทำมีเฉพาะที่สุโขทัยเท่านั้น และเจาะกลุ่มเป้าหมายวัยทำงาน เจ้าของธุรกิจและผู้ชื่นชอบการแต่งผ้าไทย และมั่นใจว่าเรื่องราวออนไลน์ที่อบรมนี้ จะทำให้มนตรีเครื่องเงินสุโขทัยเป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้นได้

@ 7 ชุมชนท่องเที่ยวสนุกที่สุดในโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/294164

@ 7 ชุมชนท่องเที่ยวสนุกที่สุดในโลก

ชุมชนท่องเที่ยว, สนุกได้ความรู้

“สนุกได้ความรู้” คำจำความที่ดีที่สุดของการท่องเที่ยวในโครงการ The The Village Explorer

        การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ส่งเสริมพัฒนา 7 ชุมชนต้นแบบการท่องเที่ยวสำหรับเด็ก School & Family outing เพื่อส่งเสริมให้โรงเรียนและครอบครัวคนรุ่นใหม่พาเด็กๆ ไปเปิดโลกการเรียนรู้นอกห้องเรียนในพื้นที่ชุมชน ช่วยสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนท้องถิ่นของไทย

        “ยุทธศักดิ์ สุภสร” ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่าโครงการดังกล่าว เป็นการเปิดโลกทัศน์การเรียนรู้ให้แก่เด็กและส่งเสริมความสัมพันธ์ในครอบครัว รวมถึงเป็นการให้เด็กในเมืองและชุมชนได้เรียนรู้ร่วมกัน จึงอยากขอเชิญโรงเรียนและครอบครัวคนรุ่นใหม่ที่สนใจหรือกำลังมองหากิจกรรม การเรียนรู้นอกห้องเรียนสำหรับเด็กและเยาวชนรูปแบบใหม่ๆ ขอเชิญไปทัศนศึกษาเปิดโลกการเรียนรู้ นอกห้องเรียนที่แสนสนุกใน 7 ชุมชน โครงการ The Village Explorer รับรองได้ว่าเด็กๆ จะได้ทำกิจกรรม สนุกสนานกับการเรียนรู้วัฒนธรรม วิถีชีวิตแบบชนบทไทยในชุมชน เปิดโลกใบใหม่และเป็นประสบการณ์พิเศษ เป็นความทรงจำดีๆ ที่จะไม่มีวันลืม ที่สำคัญเป็นการกระจายรายได้ช่วยเหลือชุมชนของไทยอีกด้วย

@ 7 ชุมชนท่องเที่ยวสนุกที่สุดในโลก@ 7 ชุมชนท่องเที่ยวสนุกที่สุดในโลก

        7 ชุมชนทั่วไทย ได้กลายเป็นแหล่งเรียนรู้ นอกห้องเรียนที่สนุกกับหลากหลายกิจกรรม ไม่ว่าจะศูนย์การเรียนรู้ตำบลกระแชง จ.พระนครศรีอยุธยา ขนกิจกรรมมากมาย อย่างการทำนาสาธิต เพาะเห็ดนางฟ้า ตกปลา ชมเล้าไก่ เลี้ยงจิ้งหรีด ปั้นดิน DIY ผักตบชวา หรือจะไปสูดอากาศดีๆเข้าฐานกิจกรรมที่บุไทรโฮมสเตย์ จ.นครราชสีมา เรียนรู้การปลูกผักเมืองหนาว ทำลูกประคบ ตกปลา บ่อกบ แปรรูปเห็ด ที่..อีกนิดไม่ไกลจากกรุงเทพฯ ชุมชนบ้านบางพลับ จ.สมุทรสงคราม ลงมือทำน้ำตาลมะพร้าว ทำว่าว เล่นว่าว ทำยำส้มโอ แปรรูปผลไม้ ทำขนมไทย ทำไข่เค็มพอกดิน

      ลงใต้เที่ยวชุมชนบ้านน้ำทรัพย์ จ.เพชรบุรี ชุมชนคาวบอยเล็กๆ น้องๆ จะได้ขี้ม้า ทำน้ำสมุนไพร ทำทองม้วน ชมสวนเกษตรอินทรีย์และเก็บผักผลไม้ ทำเมนูพื้นบ้าน หว่านแหจับปลาตะเพียน เรียนรู้วิถีชุมชน ต่อด้วย      ศูนย์การเรียนรู้มหาวิทยาลัยบอกนอกโฮมสเตย์บ้านจำรุง จ.ระยอง ฮิ อีกหนึ่งDestinatiom ที่เด็กๆหลงรักจนไม่อยากกลับบ้าน ด้วยกิจกรรมนั่งรถรางชมสวนเกษตรอินทรีย์ เก็บผลไม้ในสวย เผาถ่านไม้และถ่านผลไม้ เพาะต้นกล้า ธนาคารต้นไม้ ทำทุเรียนและกล้วยทอด มาเที่ยวทุ่งที่ดีต่อใจ ศูนย์การเรียนรู้บ้านทุ่งกระโปร่ง จ.นครนายก ร่วมกิจกรรมฐานเรียนรู้ ทำเมนูพื้นบ้าน ทำขนมทองพลับผักกูด ทำนา จับปลา ปลูกป่า เก็บกระท้อน ปิดท้ายด้วย กิจกรรมจากบ้านโฮมสเตย์บ้านท่าขันทอง จ.เชียงราย เล่นสไลเดอร์โคลน ทำนา ชมโรงสีข้าวกล้องแบบดั่งเดิม ตามล่าหาดาวอินค้า ครัวคุณหนู

@ 7 ชุมชนท่องเที่ยวสนุกที่สุดในโลก

@ 7 ชุมชนท่องเที่ยวสนุกที่สุดในโลก

น้องเกียวโตและน้องต้นข้าว

        ชอบแบบไหน? ลองสักครั้ง แล้วจะติดใจจนไม่อยากกลับบ้าน น้องเกียวโต ด.ช.ณัฏฐ์ สัตย์จรัง และน้องต้นข้าว ด.ญ.นริศรา ชรัญกุล นักเรียนชั้นป.4 โรงเรียนเชียงรายวิทยาคม ช่วยกันเล่าถึงความประทับใจที่ได้เข้าร่วมโครงการว่า พวกเขา 2 คนมีความสุข และสนุกมากที่ได้ทำกิจกรรมต่างๆ ของบ้าน โฮมสเตย์บ้านท่าขันทอง โดยเฉพาะการเล่นสไลเดอร์โคลน และตามล่าหาดาวอินคา ถือเป็นฐานการเรียนรู้ที่ทำให้ได้เล่น ลงมือปฏิบัติผ่านจากประสบการณ์จริงที่ไม่สามารถหาได้จากหนังสือเรียน เติมเต็มการเรียนรู้ การสังเกต ประสบการณ์ดีๆ จนพวกหนูไม่อยากกลับบ้าน และมีเพื่อนบางคนถึงกับร้องไห้เมื่อต้องกลับบ้านไม่ได้ทำกิจกรรมดีๆ เหล่านี้

     “กิจกรรมต่างๆ ถึงแม้จะเปื้อน แต่สนุกและมีความสุขที่ได้เข้าร่วม อยากให้ชุมชนต่างๆ จัดกิจกรรมให้เด็กๆ พ่อแม่ โรงเรียน ได้ไปสัมผัส คัดเลือกให้เป็นกิจกรรมในครอบครัว หรือกิจกรรมนอกห้องเรียน เพราะตอนนี้การเรียนในห้องเรียนแม้จะสนุก แต่ไม่สนุกเท่าเมื่อได้เล่นจริง จับจ้อง ดูจริง เห็นจริงๆ เปิดโลกทัศน์ จินตนาการให้พวกหนูอย่างมาก” 2 หนูน้อย เล่า

     โครงการ The Village Explorer เป็นการเปิดโลกมหัศจรรย์ ณ ห้องเรียนชุมชน เด็กๆ ได้สัมผัสชีวิตเรียบง่าย เรียนรู้ วิถีชีวิตภูมิปัญญาชุมชน ได้ลองทำนา หัดสีข้าวกล้องแบบดั้งเดิม ตามล่าหาดาวอินคา ตกปลา เก็บไข่เป็ดไข่ไก่ ทำข้าวจี่ ทำขนมเทียน เด็กๆ ทุกคนสนุกและประทับใจมาก

@ 7 ชุมชนท่องเที่ยวสนุกที่สุดในโลก

@ 7 ชุมชนท่องเที่ยวสนุกที่สุดในโลก

 น.ส.จันทรฉาย ไทยรัตน์

     น.ส.จันทรฉาย ไทยรัตน์ ผู้อำนวยการโรงเรียนเชียงรายวิทยาคม กล่าวว่า โรงเรียนได้เปิดโอกาสให้นักเรียนร่วมกิจกรรมทัศนศึกษานอกห้องเรียนทุกปี แต่ปีนี้พิเศษ เพราะไม่ต้องไปไกลถึงเชียงใหม่ หรือที่อื่น แต่เป็นการเรียนรู้ในชุมชนของตนเอง ทำให้นักเรียนได้เรียนรู้ หลงรักชุมชนของตนเอง แถมยังเป็นการเพิ่มเติมประสบการณ์ การเรียนรู้ ทักษะการใช้ชีวิต การอยู่ร่วมกัน การเข้าสังคม ได้พบเพื่อนใหม่ อยากให้ทุกโรงเรียนจัดกิจกรรมพาเด็กๆ มาทัศนศึกษาที่ดินแดนมหัศจรรย์ทั้ง 7 ชุมชนท้องถิ่น แหล่งเรียนรู้ที่สามารถจับต้อง สัมผัสได้จริง

@ 7 ชุมชนท่องเที่ยวสนุกที่สุดในโลก@ 7 ชุมชนท่องเที่ยวสนุกที่สุดในโลก

นายชาติชาย เหลืองเจริญ

      ตบท้ายด้วย นายชาติชาย เหลืองเจริญ ตัวแทนจากมหาวิทยาลัยบ้านนอกโฮมสเตย์บ้านจำรุง จ.ระยอง กล่าวว่า แหล่งเรียนรู้ในชุมชนมีจำนวนมาก ซึ่งแต่ละแห่งก็มีกิจกรรมการเรียนรู้ที่แตกต่างกันออกไป โดยกิจกรรมส่วนใหญ่เน้นการสัมผัส เข้าใจวิถีชุมชน อย่าง มหาวิทยาลัยบ้านนอกฯ มีฐานการเรียนรู้หลากหลาย และทุกกิจกรรมเสริมสร้างประสบการณ์ เปิดโลกทัศน์ ของเด็กแต่ละคนแตกต่างกัน อีกทั้งยังเป็นการสร้างจิตสำนึกให้เด็กไทยเห็นคุณค่าของชุมชน วิถีชุมชนแบบเศรษฐกิจพอเพียง และฝึกให้เด็กเป็นนักสำรวจ แลกเปลี่ยนความคิด สร้างมิตรภาพระหว่างเด็กเมืองกับเด็กชนบท ความสัมพันธ์ในครอบครัว อยากให้ทุกครอบครัว โรงเรียน พาเด็กมาตะลุยแหล่งท่องเที่ยวในชุมชนรับรองได้ว่ามีความสนุก ความสุข และได้เรียนรู้อีกมากมาย

     #Let’s Explore the World ไม่ไปก็คงไม่รู้ ว่าชุมชนท่องเที่ยวของไทยมันดีอย่างไร ..หากวันหยุดนี้ไม่รู้จะพาลูกๆ ครอบครัว หรือพาน้องๆ ไปทัศนศึกษาที่ไหน ลองดูรายละเอียดได้ที่ http://www.TheVillageExplorer.com

0 ชุลีพร อร่ามเนตร 0 qualitylife4444@gmail.com 0 

เจแปนเอ็กซ์โปฯ ยกญี่ปุ่นมาไว้ใน “ไทย”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/294120

เจแปนเอ็กซ์โปฯ ยกญี่ปุ่นมาไว้ใน “ไทย”

ญี่ปุ่น, มหกรรมญี่ปุ่น, เจแปนเอ็กซ์โป, ไทย

เปิดวันแรก “เจแปนเอ็กซ์โป อิน ไทยแลนด์ 2017” วันที่ 1-3 ก.ย.นี้ ที่สยามพารากอน มาที่เดียวครบทั้งแหล่งการศึกษา ช้อปปิ้งสินค้าจากญี่ปุ่น ท่องเที่ยวและการ์ตูน

    เริ่มแล้ว.. “เจแปนเอ็กซ์โป อิน ไทยแลนด์ 2017” (JAPAN EXPO IN THAILAND) มหกรรมญี่ปุ่นที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ที่รวมทุกความเป็นญี่ปุ่นแบ่งเป็นโซนการศึกษา โซนการทำงาน โซนท่องเที่ยว โซนช้อปปิ้ง โซนคอนเท้นท์ ฯลฯ มาไว้ที่บริเวณรอยัลพารากอนฮอลล์ชั้น 5 สยามพารากอน ระหว่างวันที่ 1-3 กันยายนนี้

เจแปนเอ็กซ์โปฯ ยกญี่ปุ่นมาไว้ใน "ไทย"

มร.ทากุโอ ฮาเซกาวะ ประธานจัดงานฯ กล่าวว่า  สถาบันสอนภาษาและศูนย์แนะแนวศึกษาต่อประเทศญี่ปุ่นเจเอ็ดดูเคชั่น ได้จัดมหกรรมญี่ปุ่น หรือ  “เจแปนเอ็กซ์โป อิน ไทยแลนด์ 2017” (JAPAN EXPO IN THAILAND) ขึ้น และในโอกาสเฉลิมฉลอง 130 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทย-ญี่ปุ่นด้วย งานในปีนี้จึงพิเศษกว่าทุกครั้ง เปิดโอกาสให้ทุกคนที่สนใจได้เข้ามารู้จักกับประเทศญี่ปุ่นอย่างใกล้ชิด ไม่ใช่แค่ความบันเทิงแต่ยังมี พื้นที่ทำกิจกรรมให้เรียนรู้ สร้างแรงบันดาลใจกับคนรุ่นใหม่ผ่านบูธต่างๆ ที่มาร่วมกว่า 200 บูธ และคาดว่าตลอด 3 วันนี้จะมีนักเรียน นักศึกษา บุคคลทั่วไปที่ชื่นชอบมาร่วมงานราว 1 แสนคน

เจแปนเอ็กซ์โปฯ ยกญี่ปุ่นมาไว้ใน "ไทย"

“กิจกรรมเจแปนเอ็กซ์โปฯ จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 3 ในปีที่ผ่านมาได้รับการตอบรับอย่างดีทั้งผู้เข้าร่วมงาน รวมถึงผู้ประกอบการ หน่วยงาน สถาบันการศึกษา เพิ่มขึ้นราว 20-30% มีนักเรียน นักศึกษาที่สนใจเรียนภาษาญี่ปุ่น รวมถึงมหาวิทยาลัยที่ญี่ปุ่นมาร่วมงานจำนวนมาก ซึ่งเราก็อยากให้นักเรียน นักศึกษามาเรียนภาษาญี่ปุ่น เรียนที่ญี่ปุ่นมากๆเพื่อจบมาจะได้มาทำงานที่บริษัทญี่ปุ่นมากขึ้น”มร.ทากุโอ กล่าว

เจแปนเอ็กซ์โปฯ ยกญี่ปุ่นมาไว้ใน "ไทย"

สำหรับวันนี้ซึ่งเป็นการเปิดงานวันแรก มีนักเรียน นักศึกษาผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆจำนวนมาก โดยมีการแสดงมินิคอนเสิร์ตของศิลปิน 5 หนุ่ม World Order ,วง BNK48 , วงน้องสาวประจำประเทศไทย AKB48 ตลอดจนการแสดงชุดพิเศษจาก เจมส์ จิรายุ และนักแสดงจากซีรีส์ญี่ปุ่น MIRACLE TUNE ขณะที่โซนต่างๆก็มีกิจกรรมให้ร่วมสนุกและจับช้อปปิ้งสินค้าจากญี่ปุ่นด้วย