ลุยฝึกฝีมือแรงงานโคราชรับเทคโนโลยีชั้นสูง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/292971

ลุยฝึกฝีมือแรงงานโคราชรับเทคโนโลยีชั้นสูง

แรงงาน, โคราช, เทคโนโลยีขั้นสูง, กพร, ประชารัฐ, ประเทศไทย, มหาชน, VSD

ผุด 6 หลักสูตรอบรมแรงงานกลุ่มอุตสาหกรรม New Engine of Growth กลุ่มอุตสาหกรรม Supper Cluster พัฒนาฝีมือแรงงานเมืองโคราช ในสาขาเทคโนโลยีขั้นสูงกว่า 1 แสนคน

       นายธีรพล ขุนเมือง อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (กพร.) กระทรวงแรงงาน (รง.) เปิดเผยว่า จากการดำเนินงานในปี 2560 ได้ปรับบทบาทสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน ให้เป็นศูนย์เทคโนโลยีชั้นสูง นำร่องใน 12 แห่งทั่วภูมิภาค ซึ่งในแต่ละศูนย์ฯ จะมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน โดยร่วมมือกับภาคเอกชน ภาครัฐ เป็นเครือข่ายในการพัฒนาบุคลากรร่วมกันตามแนวทาง“ประชารัฐ”เพื่อปรับกระบวนทัศน์ แนวทางการทำงานให้มีประสิทธิภาพ สัมฤทธิ์ผลและสอดคล้องกับความต้องการของประเทศตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 โดยที่จ.นครราชสีมา สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานเทคโนโลยีชั้นสูง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง มีสาขาไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์และโทรคมนาคม เป็นสาขานำร่อง

ลุยฝึกฝีมือแรงงานโคราชรับเทคโนโลยีชั้นสูง

นายธีรพล กล่าวต่อไปว่า ขณะนี้สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานเทคโนโลยีชั้นสูงฯ นครราชสีมา ดำเนินการฝึกอบรมตามจุดเน้น โดยร่วมกับผู้ทรงคุณวุฒิภาคการศึกษา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี สมาชิกสมาคมผู้ประกอบการด้านอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่ บริษัท ซีเกท เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท เบนซ์มาร์ค อิเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) จัดทำหลักสูตรที่ส่งเสริมกลุ่มอุตสาหกรรม New Engine of Growth กลุ่มอุตสาหกรรม Supper Cluster (กลุ่มอุตสาหกรรมไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์และโทรคมนาคม กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน) รวม 6 หลักสูตร ได้แก่ การควบคุมด้วยระบบไฮดรอลิกส์,การประยุกต์ใช้งาน PLC ในงานอุตสาหกรรม , การควบคุมการผลิตอัตโนมัติด้วยอินเวอร์เตอร์ (VSD), การออกแบบระบบการทำงานของเครื่องจักรอัตโนมัติ ,การควบคุมการผลิตอัตโนมัติด้วย Touch Screen และการเขียนแบบเครื่องกลด้วยคอมพิวเตอร์

ลุยฝึกฝีมือแรงงานโคราชรับเทคโนโลยีชั้นสูง

โดยสถาบันฯ นครราชสีมา นำหลักสูตรดังกล่าวไปใช้ฝึกให้กับแรงงานในสถานประกอบกิจการแล้วจำนวน 1,034 คน และแรงงานมีรายได้เฉลี่ย 12,250 บาท นอกจากนี้ยังได้ส่งเสริมให้สถานประกอบกิจการดำเนินการฝึกอบรมเพิ่มผลิตภาพแรงงานรองรับ 4.0 อีกว่า 27,000 คน รวมทั้งฝึกอบรมกลุ่มอื่นๆทั้งผู้ว่างงาน ผู้ที่เพิ่งจบการศึกษา ฯลฯ อีกกว่า 68,000 คน รวมกว่า 1 แสนคน สามารถสร้างงานสร้างรายได้ ที่มั่นคงและยั่งยืนด้วย อย่างไรก็ตาม การฝึกทักษะให้กับแรงงานที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันทั้งตัวแรงงานและสถานประกอบกิจการ ซึ่งส่งผลต่อเศรษฐกิจและการแข่งขันในภาพรวมของประเทศด้วย

เด็กไทยคว้ารองชนะเลิศ IDC ROBOCON 2017 ที่จีน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/292966

เด็กไทยคว้ารองชนะเลิศ IDC ROBOCON 2017 ที่จีน

แข่งหุ่นยนต์, IDC, Robocon, 2017, ที่จีน, เอ็มเทค, สวทช, IDC Robocon 2017, Silk Road, ที่ 4 จากซ้าย, ที่ 5 จากซ้าย, ที่ 3 จากซ้าย, Sky Blue

เด็กไทยสร้างชื่อเวทีการแข่งขันออกแบบหุ่นยนต์นานาชาติ IDC Robocon 2017 จับฉลากร่วมทีมกับชาติอื่นๆ แต่ทำผลงานได้รางวัลรองชนะเลิศ 3 รางวัล แนะเตรียมพร้อมเรื่องภาษา

        ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ร่วมกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ส่ง 5 นักศึกษาตัวแทนประเทศไทยที่ชนะเลิศจาก “การแข่งขันออกแบบและสร้างหุ่นยนต์แห่งประเทศไทย ครั้งที่ 10 (Robot Design Contest 2017, RDC 2017) เข้าร่วมแข่งขันการออกแบบและสร้างหุ่นยนต์ระดับนานาชาติ  “IDC Robocon 2017” ณ เมืองหางโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่ 6 -19 สิงหาคม2560 ภายใต้โจทย์ “Silk Road” ร่วมกับเยาวชนตัวแทนจาก 8 ประเทศ รวมกว่า 55 คน โดยได้มีการจัดแบ่งกลุ่มเป็นทีมละ 4-5 คน แบบคละสมาชิกต่างประเทศและมหาวิทยาลัย

เด็กไทยคว้ารองชนะเลิศ IDC Robocon 2017 ที่จีน

สำหรับผลการแข่งขันปรากฏว่านักศึกษาตัวแทนประเทศไทยทำผลงานยอดเยี่ยมคว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1 คือ นางสาวฐิติมา สุขจิตร จากมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม ทีม Skyblue (ที่ 4 จากซ้าย), นายสุทิวัส ญาณชโลทร จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทีมBlue คว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 (ที่ 5 จากซ้าย)  และนายวิวัฒน์ ศิลารักษ์ มหาวิทยาลัยมหิดล ทีม White คว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 3 (ที่ 3 จากซ้าย)

 น้องออม-น.ส.ฐิติมา สุขจิตร นักศึกษาชั้นปีที่ 2 คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม เจ้าของรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 กล่าวว่า ตนได้จับฉลากอยู่ทีม “Sky Blue” ร่วมกับเพื่อนอีก 4 ชาติ คือ อียิปต์ เม็กซิโก ญี่ปุ่น และ จีน ทำหน้าที่เป็นแมคคานิกส์ คือ ออกแบบหุ่นยนต์ด้านกลไกที่เราออกแบบ มีการลงสนามจริง วัดสนาม ทำอุปกรณ์หุ่นยนต์ ซึ่งที่กลุ่มจะแบ่งหน้าที่รับผิดชอบตามความถนัดและทักษะของแต่ละคน สำหรับแนวคิดการทำหุ่นของแต่ทีม เราเน้นทำให้ตรงตามโจทย์ที่ได้รับ โดยการทำหุ่นมา 2 ตัว ตัว SEA Robotจะเน้นเรื่องการเก็บลูกปิงปองใส่ในตัวถัง เราก็เลือกใช้หุ่นแบบรอกขับเคลื่อนเทอร์โบ ส่วนหุ่น Land Robot จะเน้นเรื่องการหยิบจับให้แม่นยำมากกว่า

เด็กไทยคว้ารองชนะเลิศ IDC Robocon 2017 ที่จีน

“ความประทับใจที่ได้จากการแข่งขันในครั้งนี้ น่าจะเป็นเรื่องทีมเวิร์ก เพื่อนๆในทีมต่างรับฟังความคิดเห็นของแต่ละคนเพื่อนำไปปรับปรุงและพัฒนาหุ่นยนต์ของทีมให้ดีที่สุด และอีกข้อคือ ได้รับประสบการณ์มาเยอะมาก ซึ่งเราหาไม่ได้ในห้องเรียน เพราะเวลาลงแข่งทุกแมตช์แน่นอนว่าย่อมต้องมีปัญหามาให้เราแก้ไขทุกครั้ง ซึ่งทุกคนต่างก็ช่วยกันแก้ไขปัญหากันอย่างเต็มที่ ส่วนอุปสรรคที่เจอก็จะเป็นเรื่องภาษา ซึ่งยอมรับว่าแรกๆจะไม่ค่อยกล้าพูดคุย เพราะพูดอังกฤษไม่เก่งแต่ก็สามารถสื่อสารได้ แต่พอมาช่วงหลังๆที่มีการเบรนด์สตรอมก็เริ่มกล้าคุยมากขึ้นเรื่อยๆ”น้องออม กล่าว

รองแชมป์คนเก่งยังฝากไปถึงน้องๆที่จะมาแข่งขันสร้างหุ่นเวทีระดับโลกแบบนี้ว่า ควรมีการเตรียมพร้อมให้ดี โดยเฉพาะเรื่องภาษา รวมทั้งเรื่องความรู้พื้นฐาน เช่น การเขียนโปรแกรม การใช้เครื่องมือช่าง ระบบอิเลคทรอนิกส์ขับเคลื่อน เพราะเวลาทำงานกันเป็นทีมจะเราได้สามารถช่วยเพื่อนในทีมได้เต็มที่

เด็กไทยคว้ารองชนะเลิศ IDC Robocon 2017 ที่จีน

ด้าน ดร. จุลเทพ ขจรไชยกูล ผู้อำนวยการศูนย์เอ็มเทค ในฐานะประธานจัดการแข่งขัน กล่าวว่า “ภูมิใจกับนักศึกษาทุกคนที่มีโอกาสเข้าแข่งขันในเวทีระดับนานาชาติ ทำให้ความสามารถด้านหุ่นยนต์ของเยาวชนไทยเป็นที่รู้จักมากขึ้น นอกจากการเรียนแล้วจำเป็นต้องอาศัยประสบการณ์ด้วย แม้ว่าการแข่งขันหุ่นยนต์จะจำกัดด้วยระยะเวลา แต่เยาวชนไทยมีความมุ่งมั่นตั้งใจและพยายามทำงานร่วมกับเพื่อนสมาชิกในทีมที่แตกต่างทางที่ใช้สื่อสาร  หากมีการส่งเสริมและสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจากภาครัฐ เยาวชนต้นกล้าเหล่านี้จะช่วยสร้างแรงขับเคลื่อนและเติบโตเป็นบุคลากรทางด้านเทคโนโลยีหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติที่มีคุณภาพและช่วยพัฒนาเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของประเทศในยุคไทยแลนด์ 4.0 อย่างแน่นอนครับ”

ศูนย์ “TCDC ขอนแก่น” แห่งแรกถิ่นอีสาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/292961

ศูนย์ “TCDC ขอนแก่น” แห่งแรกถิ่นอีสาน

ตั้ง, สาขาขอนแก่น, ศูนย์ทีซีดีซี, ศูนย์, TCDC, ขอนแก่น, แห่งแรกถิ่นอีสาน, TCDC ขอนแก่น, ศสบ, องค์การมหาชน, EWEC, GMS Economic Corridors

ม.ขอนแก่น ได้ฤกษ์ก่อสร้างอาคาร TCDC หรือ ศูนย์สร้างสรรค์ออกแบบ สาขาขอนแก่น หวังเพิ่มแหล่งเรียนรู้ภาคอีสาน เชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจระดับภูมิภาคและสากล

            มหาวิทยาลัยขอนแก่น ร่วมกับ ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (ศสบ.) สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) สำนักนายกรัฐมนตรี จัดพิธีวางศิลาฤกษ์ การก่อสร้างศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบสาขาขอนแก่น (Thailand Creative & Design Center : TCDC) โดย ดร.ณรงค์ชัย อัครเศรณี นายกสภามหาวิทยาลัยขอนแก่น เปิดเผยว่า ศูนย์ฯ แห่งนี้จะเป็นการขยายโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเรียนรู้สร้างสรรค์ในภาคอีสาน และเพื่อสร้างโอกาสทาง ธุรกิจใหม่ให้แก่กลุ่มผู้ประกอบการ SMEs กลุ่มวิชาชีพสร้างสรรค์ และเยาวชน พร้อมทั้งเป็น แหล่งเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจระดับภูมิภาคสู่ระดับสากล
รัฐบาลได้เล็งเห็นศักยภาพ และทำเลที่ตั้งที่เป็นศูนย์กลางในภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อยู่ในแนวระเบียงเศรษฐกิจตะวันตก-ตะวันออก (EWEC) และเป็นจุดเชื่อมต่อเมืองศูนย์กลางเศรษฐกิจในระเบียงเศรษฐกิจอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (GMS Economic Corridors) ตลอดจนเป็นพื้นที่ที่จะได้รับการพัฒนาตามแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งของไทย ปี 2558-2565 เพื่อรองรับรถไฟความเร็วสูงและรถไฟรางคู่ มีการคมนาคมสะดวกทั้งทางรถยนต์ รถไฟ เครื่องบิน ขณะเดียวกัน ในด้านการศึกษา พบว่า ด้านการศึกษาด้านการออกแบบและสาขาด้านความคิดสร้างสรรค์ มีสถาบันอุดมศึกษาที่เปิดสอนด้านการออกแบบ ศิลปะ และสาขาที่เกี่ยวข้องจำนวนทั้งสิ้น 9สถาบัน 46 คณะ และประมาณการณ์จำนวนนักศึกษากว่า 26,000 คน

ศูนย์ "TCDC ขอนแก่น" แห่งแรกถิ่นอีสาน

“การที่ TCDC สาขาขอนแก่น เกิดขึ้นได้ในวันนี้ นับเป็นโครงการตัวอย่างที่แสดงให้เห็นถึงความร่วมมือระหว่างหน่วยงานของรัฐ สถาบันการศึกษา และส่วนภูมิภาค ซึ่งในอนาคตอาคารแห่งนี้ไม่ใช่ไม่ได้มีเพียงแต่ความสมบูรณ์ของรูปลักษณ์ภายนอกเท่านั้น แต่หมายถึงความร่วมมือในการพัฒนาเนื้อหาองค์ความรู้ อันจะเป็น เครื่องมือสำคัญ ที่จะขับเคลื่อนให้เยาวชนของชาติ และผู้ประกอบการ เป็นการยกระดับและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันได้อย่างแท้จริงและยั่งยืน”นายกสภา มข.กล่าว

          นายกิตติรัตน์  ปิติพานิช ผู้อำนวยการศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ  กล่าวว่า จังหวัดขอนแก่นนั้นเป็นจังหวัดที่มีความพร้อมทางด้านทุนวัฒนธรรม ระบบเศรษฐกิจ ระบบคมนาคม สถานศึกษา และระบบสาธารณูปโภค ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญตามแนวคิดเมืองสร้างสรรค์ หรือ creative city  เป็นรูปแบบการพัฒนาเมืองโดยการบริหารจัดการทรัพยากรที่มีอยู่ ก่อให้เกิดบรรยากาศในการลงทุน ส่งเสริมการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจสังคมและวัฒนธรรม เกิดการค้นหาและต่อยอดอัตลักษณ์ของเมืองหรือการสร้างแบรนด์ brandingที่เข้มแข็ง
“เชื่อว่าศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบสาขา ขอนแก่นจะเป็นคุณค่าที่คนขอนแก่นและชุมชนคนอีสานภาคภูมิใจอีกครั้ง  ที่สำคัญยังสามารถดึงดูดความสนใจจากนักลงทุนและนักท่องเที่ยวได้ ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของคนในพื้นที่และเศรษฐกิจโดยรวมของเมืองขอนแก่นและภาคอีสานต่อไปในอนาคต” นายกิตติรัตน์ กล่าว

รองอธิการบดี จุฬาฯ ลาออก หวั่นกระทบภาพลักษณ์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/292955

รองอธิการบดี จุฬาฯ ลาออก หวั่นกระทบภาพลักษณ์

สหกรณ์เคหสถานนพเก้ารวมใจ, รองศาสตราจารย์ ดรบัญชา ชลาภิรมย์, รองอธิการบดี, จุฬาฯ, ลาออก, หวั่นกระทบภาพลักษณ์, พศ2553-2555, พศ2555-2557

รองอธิการบดี จุฬาฯ อดีตประธานคณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ฯชุดที่ 53 ลาออกหลังนายทะเบียนสหกรณ์แจ้งให้ชดใช้ค่าเสียหายนำเงินไปฝากกับสหกรณ์เคหสถานนพเก้ารวมใจ จำกัด

        ตามที่ได้มีหนังสือลงวันที่ 22 สิงหาคม พ.ศ.2560 โดยผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมสหกรณ์กรุงเทพมหานคร พื้นที่ 1 ในนามของนายทะเบียนสหกรณ์ ออกคำสั่งให้สหกรณ์ออมทรัพย์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยดำเนินการแจ้งให้คณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ชุดที่ 52 (พ.ศ.2553-2555) และชุดที่ 53 (พ.ศ.2555-2557) ชดใช้ค่าเสียหายกรณีนำเงินไปฝากกับสหกรณ์เคหสถานนพเก้ารวมใจ จำกัดนั้น

        ทางรองศาสตราจารย์ ดร.บัญชา ชลาภิรมย์ ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองอธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและเคยเป็นประธานคณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ฯ ชุดที่ 53จึงตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งรองอธิการบดีเพื่อไม่ให้กระทบต่อชื่อเสียงและภาพลักษณ์ของมหาวิทยาลัย โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 23 สิงหาคม พ.ศ.2560 เป็นต้นไป

ทปอ.เร่งยกร่างระเบียบรวมจัดซื้อจัดจ้างฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/292887

ทปอ.เร่งยกร่างระเบียบรวมจัดซื้อจัดจ้างฯ

ระเบียบจัดซื้อจัดจ้าง, การบริจาค, ทปอ, พรบ

ทปอ.จัดทำระเบียบร่วมจัดซื้อจัดจ้างฯ ให้สอดคล้องพ.ร.บ.ใหม่ หารือกรมบัญชีกลางอีกครั้งเพื่อไม่ให้มหา’ลัยขาดสภาพคล่อง คาดร่างใหม่เสร็จก.ย.นี้

        ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) เปิดเผยว่า ในการประชุม ทปอ. เมื่อเร็ว ๆนี้ได้รายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับการจัดทำร่างระเบียบว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างของมหาวิทยาลัย ที่เป็นสมาชิก ทปอ. เพื่อรองรับตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 ที่มีผลบังคับใช้ในวันที่ 23 ส.ค. นี้ ทั้งนี้ ทปอ.เคยมีมติที่จะจัดทำระเบียบดังกล่าวร่วมกัน เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปในแนวทางเดียวกัน และขณะนี้การดำเนินการภาพรวมเสร็จแล้ว เหลือข้อปีกย่อยในรายละเอียดของมหาวิทยาลัยแต่ละแห่งที่อาจจะแตกต่างกัน ดังนั้นมหาวิทยาลัยต่างๆ จะต้องกลับไปรวบรวมข้อมูลว่าต้องการเพิ่มเติมในส่วนไหน หรือไม่อย่างไรและมาสรุปร่วมกันอีกครั้ง

ขณะเดียวกันต้องหารือกับทางกรมบัญชีกลางเกี่ยวกับการดำเนินการว่าลักษณะใดควรหรือไม่ควรที่จะอยู่ในระเบียบข้อบังคับ เพื่อไม่ให้มหาวิทยาลัยขาดความคล่องตัว คาดว่าจะยกร่างแล้วเสร็จภายในเดือนกันยายน ก่อนนำเข้าพิจารณาในการประชุม ทปอ. ครั้งต่อไป ที่มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง และเมื่อ ทปอ. เห็นชอบก็จะนำร่างระเบียบดังกล่าวไปหารือกับทางกรมบัญชีกลางอีกครั้ง ก่อนที่จะให้ทุกมหาวิทยาลัยนำเข้าสภามหาวิทยาลัยเพื่อประกาศใช้ร่วมกันต่อไป

ศ.ดร.สุชัชวีร์ กล่าวต่อไปว่า สิ่งที่มหาวิทยาลัยเป็นห่วงมากเรื่องพ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างฯ คือเรื่องเงินบริจาคและเงินสนับสนุนงานวิจัยและการบริการทางวิชาการ ซึ่งมหาวิทยาลัยจะมีรายละเอียดแตกต่างจากหน่วยงานอื่นๆ ดังนั้น จะต้องออกระเบียบเพื่อไม่ให้กระทบกับการดำเนินงานของมหาวิทยาลัย เช่น การบริจาคเพื่องานวิจัย ก็สามารถจัดซื้อจัดจ้างได้ทันที เป็นต้น อย่างไรก็ตามแม้ว่าร่างระเบียบดังกล่าวจะเสร็จไม่ทัน พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างฯ ประกาศใช้ในวันที่ 23 ส.ค.นี้ แต่ในบทเฉพาะกาล ระบุว่า หากอะไรที่ดำเนินการไม่ทันก็ให้ใช้ระเบียบสำนักงานนายกรัฐมนตรี พ.ศ.2535 ไปก่อน

“นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้หารือถึงเรื่องโครงการรถไฟไทยจีน ซึ่งเป็นโครงการสำคัญของประเทศทาง ทปอ.สนับสนุนอย่างเต็มที่ แต่มีข้อเป็นห่วงเรื่องการถ่ายโอนเทคโนโลยี ดังนั้น ทปอ. จึงได้ตั้งคณะกรรมการว่าด้วยการถ่ายโอนเทคโนโลยี รวมถึงสร้างโปรแกรมที่จะเข้าถึงอาจารย์ทุกคน ทุกมหาวิทยาลัย ว่าถนัดด้านไหน เรื่องอะไรบ้าง รวมเป็นฐานข้อมูลขนาดใหญ่ รอรับการถ่ายโอนเทคโนโลยี ซึ่งทาง ทปอ. ก็จะร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ด้วย”ประธาน ทปอ. กล่าว

ยิ่งแก่ต้องยิ่งเก๋า. ขยายอายุจ้างงานเกษียณ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/292883

ยิ่งแก่ต้องยิ่งเก๋า. ขยายอายุจ้างงานเกษียณ

นพวิชัย โชควิวัฒน ประธานสมาคมสภาผู้สูงอายุแห่งประเทศไทยในพระราชูปถัมภ์, พญลัดดา ดำริการเลิศ เลขาธิการมสผส, ขยายอายุจ้างงานเกษียณ, ยิ่งแก่ต้องยิ่งเก๋า, สสส, มสผส, Super Aged Society, ประเทศไทย

ทุกๆ 100 คน จะมีผู้สูงวัย 15 คน และคิดเป็น 15% ของประชากรทั้งหมด แต่อีก 4 ปีข้างหน้าผู้สูงวัยในประเทศไทย จะเพิ่มขึ้นเป็น 20% ก้าวสู่สังคมสูงวัยระดับสุดยอด

        จากตัวเลขผู้สูงวัยมากขึ้น ขณะที่อัตราการเกิดก็น้อยลงเรื่อยๆ สภาวะการขาดแคลนแรงงานวัยกลางคนก็ใกล้เข้ามา สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสริมเสริมสุขภาพ(สสส.) มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย (มส.ผส.)และภาคีเครือข่าย ได้จัดเวทีขับเคลื่อนนโยบาย “ขยายอายุการจ้างงาน:คุณค่าต่อสังคมไทย” เพื่อเสริมสร้างโอกาสในการทำงานแก่ผู้สูงอายุ เนื่องจากการขยาบอายุการทำงาน เป็นนโยบายที่มีบทบาท เป็นต้นแบบและแนวทางในการดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม

ยิ่งแก่ต้องยิ่งเก๋า. ขยายอายุจ้างงานเกษียณ

   นพ.วิชัย โชควิวัฒน 

  นพ.วิชัย โชควิวัฒน ประธานสมาคมสภาผู้สูงอายุแห่งประเทศไทยในพระราชูปถัมภ์ และรองประธานคณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติคนที่ 2 กล่าวว่า ประเทศไทยได้มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุมาตั้งแต่ปี 2548 เนื่องจากมีอัตราการเกิดลดลง

       ซึ่งคาดว่าในปี 2564 หรืออีก 4 ปีข้างหน้า จะมีประชากรผู้สูงอายุมากถึง 13 ล้านคน หรือคิดเป็น 20% ของประชากรทั้งหมด และในปี 2574 จะมีผู้สูงอายุ 28% ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยเป็นสังคมผู้สูงอายุระดับสุดยอด (Super Aged Society)

     นพ.วิชัย กล่าวต่อไปว่าสถานการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้น เป็นปัญหาผู้สูงอายุด้านต่างๆ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สุขภาพ สังคม เมื่อเปรียบเทียบความรวดเร็วในการเพิ่มจำนวนอัตราของผู้สูงอายุ ของประเทศในภูมิภาคเอเชียแล้ว ประเทศไทยจะถูกจัดอยู่ในประเทศที่มีอัตราการเพิ่มขึ้นของผู้สูงอายุอย่างรวดเร็ว เป็นอันดับ 2 รองจากประเทศสิงคโปร์

ยิ่งแก่ต้องยิ่งเก๋า. ขยายอายุจ้างงานเกษียณ

     ดังนั้น ประเทศไทยต้องเตรียมความพร้อมรับมือโดยเฉพาะการส่งเสริม สร้างโอกาสให้ผู้สูงอายุได้ทำงานต่อไปอย่างเหมาะสมหลังเกษียณ เป็นการส่งเสริมคุณค่าของผู้สูงอายุ และเป็นการสร้าง หลักประกันด้านรายได้ให้ผู้สูงอายุ

   ปัจจุบันนโยบายการขยายอายุการทำงานของแรงงานสุงวัยในสถานประกอบการ ได้รับการตอบรับจากสังคมอย่างกว้างขวาง จนทำไปสู่การออกมาตรการต่างๆ ของภาครัฐ

ยิ่งแก่ต้องยิ่งเก๋า. ขยายอายุจ้างงานเกษียณ

   “ผู้สูงอายุ อย่าไปหยุดการทำงาน เพราะหยุดเมื่อไหร่จะเฉาทันที แต่ถ้าเราไม่หยุด ทำงานอย่างต่อเนื่อง การทำงานจะทำให้เรารักษาสุขภาพ มีรายได้ ไม่ต้องพึ่งพาคนอื่น แก้ความเหงา ได้สังคม และได้ข้อมูลข่าวสาร หลักของการที่มนุษย์จะใช้ชีวิตบั่นปลาย ต้องไม่หยุดทำงาน และต้องทำงานจนกระทั้งทำไม่ไหว อย่าไปหยุดก่อน และถ้าเรายังทำงานได้ ชีวิตเราจะมีคุณค่า” นพ.วิชัย กล่าว

    เมื่อโครงสร้างสังคมเปลี่ยน สังคมที่ฉลาดคือทำให้ผู้สูงอายุดูแลตัวเองได้ ไม่เป็นภาระแก่สังคม แต่เป็นพลังแก่สังคม ปัจจุบัน จากการสำรวจประชากรสูงอายุในประเทศไทย ปี 2557 ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่า ในจำนวนผู้สูงอายุ 10,014705 คน ร้อยละ 38.4 เป็นผู้ที่ทำงานอยู่ และประมาณร้อยละ 24.9 ของผู้สูงอายุที่มีอายุระหว่าง 60-69 ปี มีความต้องการที่จะทำงาน             ซึ่งข้อมูลดังกล่าว แสดงให้เห็นว่าผู้สูงอายุ จำนวนไม่น้อยมีศักยภาพมีส่วนร่วมในการทำงาน และมีส่วนร่วมในการพัฒนาเศรษฐกืจ และต้องการที่จะอยู่ในตลาดแรงงาน ซึ่งจะช่วยลดภาระพึ่งพิง เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ

ยิ่งแก่ต้องยิ่งเก๋า. ขยายอายุจ้างงานเกษียณ

    พญ.ลัดดา ดำริการเลิศ

     พญ.ลัดดา ดำริการเลิศ เลขาธิการมส.ผส. กล่าวว่า จากการศึกษาได้ข้อเสนอรูปแบบการขยายการจ้างงานสูงอายุ 3 รูปแบบ ดังนี้ ขยายอายุการเกษียณ จากเดิม 55 ปีบริบูรณ์ 2.การจ้างงานเข้ามาใหม่หลังอายุเกษียณ และ3.การขยายอายุเกษียณเป็นการทั่วไปของบริษัทที่อายุมากกว่า 5 ปี เป็นการกำหนดเงื่อนไขในการทำงานใหม่ โดยเมื่อพิจารณาข้อดีและข้อเสียแล้วนั้น แนวทางที่ 3 เป็นแนวทางที่ควรส่งเสริมและสนับสนุนเพราะไม่มีปัญหาทั้งในด้านข้อกฎหมาย การรับสิทธิประโยชน์ต่างๆ รวมถึงการแก้ไขปัญหาเรื่องของค่าชดเชยที่ต้องจ่าย 2 รอบ ในรูปแบบที่ 2 เพื่อให้เป็นไปตามพ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน

ยิ่งแก่ต้องยิ่งเก๋า. ขยายอายุจ้างงานเกษียณ

    อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติ สถานประกอบการแต่ละแห่งจะแตกต่างกันออกไป สถานประกอบการควรเลือกและนำไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับองค์กรจองคนเอง และควรยึดมาตรฐานแนวทางปฏิบัติที่ดี ดังนี้ ประกาศแนวทางในการจ้างแรงงานสูงอายุที่ชัดเจน จัดทำปฏิทินการดำเนินการในแต่ละปี เช่น ช่วงเวลาเปิดปิดสมัครแรงงานที่ต้องการขยายอายุแรงงาน เงื่อนไข รายละเอียดที่ชัดเจน เพื่อให้แรงงานสูงอายุที่ต้องการทำงาน เป็นต้น

     แนวทางการขยายการจ้างงานผู้สูงอายุ “นายจ้างและลูกจ้างต้องเตรียมความพร้อมแบบค่อยเป็นค่อยไปอย่างมีขั้นตอน เพื่อรับมือกับสังคมผู้สูงอายุที่แท้จริง”

     นางปราณี เต็มสังข์ รองผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคลและการบริหาร บริษัท ฮีโน่มอเตอร์ส แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่าทางบริษัทได้ใช้แนวทางที่ 1 คือ การขยายอายุการเกษียณจากเดิม 55 ปี เป็น 58 ปี โดยพนักงานสามารถเลือกได้ว่าจะเกษียณอายุเมื่อใด

ยิ่งแก่ต้องยิ่งเก๋า. ขยายอายุจ้างงานเกษียณ

     ส่วนหลังจากอายุ 58 ปีไปแล้ว จะพิจารณาเป็นรายกรณีไป โดยการใช้แนวทางดังกล่าว เนื่องจากช่วย พนักงานที่ยังมีกำลัง มีศักยภาพในการทำงานที่ดีได้มีงานทำ มีรายได้

      อีกทั้งยังเป็นการช่วยลดอัตราการขาดแคลนแรงงานขององค์กร รวมถึง ขยายช่วงเวลาถ่ายทอดงานประสบการณ์ในการทำงานของแรงงานผู้สูงอายุไปสู่แรงงานรุ่นใหม่

      ดังนั้น แนวทางการขยายการจ้างงานผู้สูงอายุ ถือเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุได้มีงานทำ มีรายได้ พึ่งพาตนเองได้ และมีประโยชน์ต่อแรงงานไทย เนื่องจากผู้สูงวัยมีประสบการณ์ ทักษะการทำงานที่ดี ซึ่งอยากให้ทุกองค์กรเปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุทำงาน จ้างเข้าทำงานมากขึ้น

วัคซีน”ไข้เลือดออก”ช่วยป้องกันคนเคยติดเชื้อมากกว่าไม่เคย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/292869

วัคซีน”ไข้เลือดออก”ช่วยป้องกันคนเคยติดเชื้อมากกว่าไม่เคย

คนไทยติดเชื้อเดงกี่แต่ไม่ป่วยไข้เลือดออก 3 เท่าของผู้มีอาการ, วัคซีนไข้เลือดออกช่วยป้องกันคนเคยติดเชื้อมากกว่าไม่เคย, วัคซีนไข้เลือดออก, ไข้เลือดออก, พิเศษ

ศึกษาพบวัคซีน”ไข้เลือดออก”ป้องกันคนเคยติดเชื้อได้มากกว่า 81 % สูงกว่าคนไม่เคยติดเชื้อมาก่อน  ช่วยลดความรุนแรงได้ถึง 93.2 %

หลังจากที่องค์การอนามัยโลกหรือฮู แนะนำให้ใช้วัคซีนไข้เลือดออกในการป้องกันโรคไข้เลือดออก เดงกี่ในประเทศที่มีการระบาดสูง และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.)ของประเทศไทยได้ขึ้นทะเบียนวัคซีนไข้เลือดออกเมื่อช่วงปลายปี 2559 เช่นเดียวกับอีก 17 ประเทศที่ให้การรับรองวัคซีนและสามารถนำมาฉีดให้ประชาชนได้

เนื่องสามารถช่วยป้องกันไข้เลือดออกจากเชื้อไวรัสเดงกี่ทั้ง 4 สายพันธุ์ได้ 65.6 % และป้องกันความรุนแรงของโรคได้ถึง 93.2 % และป้องกันการเข้ารับการรับการรักษาในโรงพยาบาลได้ 80.8 %

วัคซีน"ไข้เลือดออก"ช่วยป้องกันคนเคยติดเชื้อมากกว่าไม่เคย
ล่าสุดเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2560 ที่คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล มีการแถลงข่าว เรื่อง “วัคซันไข้เลือดออก : จุดเปลี่ยนเพื่อการป้องกันแบบองค์รวม” โดยรศ.(พิเศษ)นพ.ทวี โชติพิทยสุนนท์ นายกสมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย กล่าวว่า  ผลการศึกษาประสิทธิผลของวัคซีนไข้เลือดออก 4 สายพันธุ์ พบว่า ผู้ที่เคยติดเชื้อมาแล้วเมื่อได้รับวัคซีนไข้เลือดออก สามารถป้องกันโรคไข้เลือดออกได้มากถึง 81.9 % ต่างจากผู้ที่ไม่เคยติดเชื้อมาก่อน

ซึ่งพบว่าสามารถป้องกันได้ 52.5 % เนื่องจากวัคซีนไข้เลือดออกเกิดจากการผสมกันระหว่างวัคซีนเชื้อไข้เหลืองที่มีใช้มานานมาพ่วงกับชิ้นส่วนของเชื้อไข้เลือดออกทั้ง 4 สายพันธุ์ จึงไม่ใช่วัคซีนที่เป็นเชื้อไข้เลือดออกล้วนๆ และเป็นวัคซีนที่ไม่ก่อโรค แต่กระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันต่อเชื้อเดงกี่ทั้ง 4 สายพันธุ์
  “การทำงานของวัคซีนจะต่างจากการติดเชื้อไข้เลือดออกสายพันธุ์ใดสายพันธุ์หนึ่งจากยุงลาย ซึ่งเป็นเชื้อที่ก่อโรคได้ แต่การฉีดวัคซีนเหมือนการไปกระตุ้นความจำของร่างกาย ดังนั้น คนที่เคยติดเชื้อเดงกี่มาก่อนไม่ว่าจะกี่สายพันธุ์  เมื่อฉีดวัคซีนเข้าไปก็จะเหมือนเรียกความจำคืนให้ร่างกาย ทำให้ได้ผลดีกว่าคนที่ไม่เคยติเชื้อเดงกี่มาก่อน ซึ่งร่างกายจะไม่มีความจำมาก่อน การศึกษานี้พิสูจน์ให้เห็นงา การฉีดวัคซีนไข้เลือดออกไม่ทำให้เกิดโรคไข้เลือด ไม่เหมือนการติดเชื้อโดยธรรมชาติจากการถูกยุงกัด ส่วนที่กลัวว่าฉีดแล้วจะเป็นการติดเชื้อครั้งที่ 2  ทำให้อาการป่วยรุนแรงนั้น จากการศึกษาในกลุ่มตัวอย่างกว่า 30,000 คน เป็นระยะเวลา 6 ปียังไม่พบเหตุการณ์ดังกล่าว ”รศ.(พิเศษ)นพ.ทวี กล่าว
รศ.(พิเศษ)นพ.ทวี กล่าวอีกว่า วัคซีนไข้เลือดออกสามารถป้องกันไข้เลือดออกที่เกิดจากเชื้อไวรัสเดงกี่ได้ทั้ง 4 สายพันธุ์ โดยข้อแนะนำให้ฉีดในผู้ที่มีอายุ 9-45 ปี กำหนดให้มีการฉีด 3 ครั้ง เว้นระยะ  6 เดือน และ 12 เดือนจากการฉีดเข็มแรก ซึ่งการฉีดแต่ละครั้งจะก่อภูมิคุ้มกันโรคเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ส่วนจะสามารถมีระยะเวลาการป้องกันโรคได้นานแค่ไหนหลังจากฉีดครบ ยังไม่สามารถบอกได้แน่ชัด แต่จากการติดตามผู้ที่ฉีดมาเป็นเวลา 6 ปี พบว่าภูมิคุ้มกันยังสูงอยู่
ด้าน นพ.ภาณุมาศ ญาณเวทย์สกุล รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 16 สิงหาคม พ.ศ.2560 มีรายการผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกทั่วประเทศรวม 29,844 ราย อัตราป่วยยังคงสูงสุดในเด็กอายุ 5-14 ปี รวมทั้งวัยรุ่นและวัยผู้ใหญ่ตอนต้นอายุ 15-24 ปี

อย่างไรก็ตามพบว่าผู้เสียชีวิตมีสัดส่วนเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น โดยพบผู้ป่วยเสียชีวิตเป็นผู้ที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป 24 ราย ในขณะที่เด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีเสียชีวิต 17 ราย

ทั้งนี้ปัจจัยเสี่ยงต่อการเสียชีวิต ได้แก่ การไปรับการรักษาช้า ซื้อยาแก้ปวดกลุ่ม NSAID มารับประทานเอง มีโรคประจำตัว โดยเฉพาะในผู้ใหญ่ เช่น ภาวะอ้วน มีโรคเรื้อรังร่วมด้วย ทั้งนี้การผลักดันวัคไข้เลือดออกเป็นวัคซีนพื้นฐานของประเทศไทยอยู่ระหว่างการศึกษาความคุมทุน
 รศ.ดร.นพ.ประตาป สิงหศิวานนท์ คณบดีคณะเวชศาสตร์เขตร้อน กล่าวว่า ขณะนี้มีการวิจัยบ่งชี้ว่ากลุ่มผู้ที่ติดเชื้อไวรัสเดงกี่ แต่ไม่มีอาการป่วยเป็นโรคไข้เลือดออกมีจำนวนสูงมากประมาณ 3 เท่าของผู้ป่วยที่มีอาการ ที่สำคัญและน่าเป็นห่วง คือ กลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่สามารถแพร่เชื้อผ่านยุงลายไปยังผู้อื่นได้มากกว่า 10 เท่า ในแง่ของผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประเทศในด้านเศรษฐกิจ ประเทศไทยสูญเสียเงินไปกับภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลโรคไข้เลือดออกสูงมากถึง 290 ล้านบาท มากเป็นอันดับ 2 ในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รองจากประเทศอินโดนีเซีย

อนึ่ง ปัจจุบันวัคซีนไข้เลือดออกมีให้บริการในโรงพยาบาลรัฐและเอกชนบางแห่ง ราคาเข็มละประมาณ 2,000 กว่าบาท โดยในรพ.รัฐราคาจะถูกกว่ารพ.เอกชน

“2นิสิต”ปลื้ม! สอนเพื่อนต่างชาติ“นุ่งโจงกระเบน–รำวงมาตรฐาน”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/292854

“2นิสิต”ปลื้ม! สอนเพื่อนต่างชาติ“นุ่งโจงกระเบน–รำวงมาตรฐาน”

นิสิตมศว, สีหน้าและแววตาของ, อีกชุดคือ, ซึ่งเป็นการแสดงชุดเดียวกับ, หมู, นิสิต มศว, 2นิสิตปลื้ม, 2นิสิต, ศิลปกรรม มศว, เวบไซด์ คมชัดลึก, โอกาส, รำวงมาตรฐาน, Culture and Arts Festival 2017, มศว, น้ำทิพย์, ไภรีรำมะนา, รำมะนา, นัว, หริหระ, เทพเจ้า, น้ำทิพย์-หมู

ติดตาม นิสิต”ศิลปกรรม มศว” สอนเพื่อนต่างชาติ  “นุ่งโจงกระเบน –รำวงมาตรฐาน”…กับ”เวบไซด์ คมชัดลึก”

          หายากมากที่ใครจะมี “โอกาส” ได้สอนให้เยาวชนในระดับมหาวิทยาลัย จากต่างประเทศ “นุ่งโจงกระเบน” และสอน “รำวงมาตรฐาน” ให้กับพวกเขาและพวกเธอ แบบใกล้ชิดและมีความหมายของคำว่า “เพื่อน”

          โครงการเครือข่ายศิลปวัฒนธรรมเชิงปฏิบัติการและมหกรรมศิลปะดนตรีครั้งที่ 7 ที่มีชื่อภาษาอังกฤษว่า “Culture and Arts Festival 2017” จัดโดยคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ(มศว) กับสถาบันเครือข่าย ทางศิลปะและวัฒนธรรมระหว่างประเทศ ปี2560 นี้ มีประเทศที่มาร่วมโครงการทั้งสิ้น 10 ประเทศ คืออินโดนีเซีย สิงคโปร์ ภูฏาน รัสเซีย แม็กซิโก อินเดีย มาเลเซีย บรูไน อูสเบกีสถาน  และไทย ส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาที่กำลังศึกษาด้านศิลปนาฏศิลปของประเทศนั้นๆ

"2นิสิต"ปลื้ม! สอนเพื่อนต่างชาติ“นุ่งโจงกระเบน–รำวงมาตรฐาน”

น.ส.วริศรา พรรณนารักษ์

        นางสาววริศรา พรรณนารักษ์น้ำทิพย์” อายุ 21 ปี เรียนอยู่ชั้นปีที่ 4 สาขานาฏศิลปศึกษา คณะศิลปกรรมศาสตร์ มศว บอกเล่าความรู้สึกว่าโครงการบอกว่า ภาคภูมิใจ ประทับใจ และสิ่งสำคัญคือได้มิตรภาพ เรามีโอกาสสอนนักศึกษาต่างชาตินุ่งโจงกระเบนและรำวงมาตรฐาน เป็นการอบรมเชิงปฏิบัติการจริงๆ ในฐานะที่เราเรียนครูและเมื่อสำเร็จการศึกษาต้องไปเป็นครูสอนนาฏศิลป์ ทำให้เราเห็นว่าไม่ว่าลูกศิลป์เราจะเป็นใคร เราต้องสอนและฝึกฝนให้เขาลงมือทำจริงให้ได้ อย่างเข้าใจ สนุกและมีความสุขกับนาฏศิลป์ไทย ซึ่งเป็นมรดกของชาติ

"2นิสิต"ปลื้ม! สอนเพื่อนต่างชาติ“นุ่งโจงกระเบน–รำวงมาตรฐาน”

นักศึกษาต่างชาติฝึกหัดรำวงมาตรฐาน

        ทั้งนี้ “น้ำทิพย์” ยังมีโอกาส ได้แสดงชุดต้อนรับเพื่อนนักศึกษาต่างชาติในชุด “ไภรีรำมะนา” เป็นการแสดงของภาคใต้ ที่แสดงให้เห็นถึงการอวดลีลาการตีกลอง ของผู้หญิง มีการเล่นกลองเป็นคู่ เป็นหมู่คณะ ที่จะเกิดลีลาท่าทางที่หลากหลายมากขึ้น และเห็นถึงความสวยงาม พร้อมเพรียงของลีลาการตีกลอง

"2นิสิต"ปลื้ม! สอนเพื่อนต่างชาติ“นุ่งโจงกระเบน–รำวงมาตรฐาน”

         รอยยิ้มตามมากับคำพูดต่อว่า นอกจาดนี้ยังได้เรียนรู้การแสดงของแต่ละประเทศอย่าง ประเทศรัสเซียมีการเต้นในรูปแบบ ที่ใช้เท้าเป็นส่วนใหญ่ ประเทศอินโดนีเซีย เป็นการปรบมือในหลากหลายรูปแบบประกอบจังหวะเพลงที่สนุกสนาน และประเทศอินเดีย ได้เรียนรู้เครื่องดนตรีของประเทศอินเดีย

        “การเรียนรู้นอกชั้นเรียน ผ่านการลงมือและปฏิบัติทำจริง มันสำคัญมากๆ และจะอยู่นความทรงจำมิรู้ลืม เหมือนเช่นเพื่อนๆ ต่างชาติจะจดจำการนุ่งผ้าโจงกระเบนและรำวงมาตรฐานแบบไทยได้”

            "2นิสิต"ปลื้ม! สอนเพื่อนต่างชาติ“นุ่งโจงกระเบน–รำวงมาตรฐาน”

น.ส.ผกามาศ  แซ่โล้

        ส่วน นางสาวผกามาศ แซ่โล้ “หมู” อายุ 21 ปี เรียนชั้นปีที่ 4นาฏศิลป์ศึกษา คณะศิลปกรรมศาสตร์ เล่าว่า เกิดความประทับใจ และภูมิใจ ดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในงานนี้ นอกจากการเป็นนักแสดงเเล้ว งานนี้ยังทำให้หนูได้ฝึกอะไรหลายๆอย่าง เช่นได้ทำงานในส่วนของการเตรียมงาน ติดต่อประสานงาน ซึ่งเหมือนเป็นการฝึกความรับผิดชอบในตัวหนูด้วย

          "2นิสิต"ปลื้ม! สอนเพื่อนต่างชาติ“นุ่งโจงกระเบน–รำวงมาตรฐาน”

เตรียมจับผ้าเพื่อนุ่งโจงกระเบน

"2นิสิต"ปลื้ม! สอนเพื่อนต่างชาติ“นุ่งโจงกระเบน–รำวงมาตรฐาน”

         “หมู” กล่าวอีกว่า รวมทั้งหนูยังได้เพื่อนใหม่ ที่มาจากหลายๆ ประเทศ มาจากหลายสถาบันการศึกษา และที่สำคัญมากๆ คือ ได้สอนเพื่อนๆนุ่งผ้าโจงกระเบน สอนรำวงมาตรฐาน ทำให้เห็นว่า เรื่องราวของศิลปวัฒนธรรมเรียนรู้และทำความเข้าใจได้ ผ้าทางการดูและลงมือ “สัมผัส” จริงๆ

         ” นับเป็นความโชคดีของพวกเราชาว มศว ที่เพื่อนต่างชาติ จากหลายประเทศ ได้เดินทางมาที่ประเทศไทย และมาซึมซับ ความเป็นไทย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องชีวิตความเป็นอยู่ ศิลปวัฒนธรรมการแสดงต่างๆ การอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อให้เพื่อนใหม่ได้เข้าใจความเป็นไทย จึงมีความหมายมาก”

"2นิสิต"ปลื้ม! สอนเพื่อนต่างชาติ“นุ่งโจงกระเบน–รำวงมาตรฐาน”

"2นิสิต"ปลื้ม! สอนเพื่อนต่างชาติ“นุ่งโจงกระเบน–รำวงมาตรฐาน”

        เธอได้แสดงเพื่อต้อนรำ เพื่อนๆ ด้วยการแสดง 3 ชุด คือ “ไภรีรำมะนา” เป็นการแสดงที่ทำให้เห็นถึงลีลาการตีกลองของผู้หญิง โดยมีอุปกรณ์คือ”รำมะนา” ซึ่งเป็นการแสดงชุดเดียวกับ”น้ำทิพย์” อีกชุดคือ “นัว” เป็นการเเสดงที่นำเอาบทอัศจรรย์มาตีความเป็นการเเสดง และการแสดงชุดสุดท้ายคือ “หริหระ” เป็นการแสดงที่ทำให้เห็นถึงความเชื่อความศรัทธาที่หลอมรวมกันจนกลายเป็น”เทพเจ้า”

"2นิสิต"ปลื้ม! สอนเพื่อนต่างชาติ“นุ่งโจงกระเบน–รำวงมาตรฐาน”

         สีหน้าและแววตาของ”น้ำทิพย์-หมู”สองสาวจาก สาขานาฏศิลปศึกษา  มศว บ่งบอกให้รู้ว่า เธอทั้งคู่อิ่มอกอิ่มใจอย่างไรที่ได้ ร่วมสอนเพื่อนต่างชาติให้รู้จักศิลปวัฒนธรรมไทย และภูมิใจที่ได้เป็นตัวแทนคนไทยถ่ายทอดให้ชาวต่างชาติได้รู้ว่าการแสดงในแต่ละชุดนั้น ล้วนแล้วแต่มีความเป็นมา แทบทั้งสิ้น

ช่วยร.ร.ล้างหนี้ค่าน้ำ-ค่าไฟ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/292865

ช่วยร.ร.ล้างหนี้ค่าน้ำ-ค่าไฟ

กพฐ, ค่าน้ำ, ค่าไฟ, ค่าสาธารณูปโภค, ธีระเกียรติ,  กพฐ, สพฐ, ศธจ, สพป, สพม, Benchmarks

“ธีระเกียรติ” สั่งสพฐ.นำงบฯเหลือจ่ายมาช่วยโรงเรียนเคลียร์หนี้ค่าน้ำ ค่าไฟที่ค้างให้มากที่สุด อย่าให้เหลือค้าง เพื่อร.ร.มีเงินเหลือมาพัฒนาคุณภาพ

      เมื่อวันที่ 22 ส.ค.60 ที่จ.นครราชสีมา ดร.ชัยพฤกษ์  เสรีรักษ์  ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ ได้หารือกับนายการุณ  สกุลประดิษฐ์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน( กพฐ.) โดยมอบนโยบาย เรื่อง ในการใช้งบประมาณเหลือจ่าย ปีงบประมาณ 2560 ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ให้นำไปใช้เพื่อดูแลช่วยเหลือสถานศึกษาเป็นหลัก โดยเฉพาะการดูแลค่าใช้จ่ายเรื่องสาธารณูปโภค ในโรงเรียนที่พยายามจ่ายแล้ว แต่เกินกำลัง มีหนี้ซ้ำซากให้ดูแลช่วยเหลือให้โรงเรียนเหล่านี้สามารถล้างหนี้ได้ เพื้อจะได้ มีเงินเหลือไปพัฒนาการจัดการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ทั้งนี้ รมว.ศึกษาธิการ เน้นว่า ต้องเป็นโรงเรียนที่เดือดร้อนจริง ๆ

“นพ.ธีระเกียรติ มีนโยบายและย้ำว่าให้ช่วยเรื่องค่าสาธารณูปโภคของโรงเรียนมากกว่า ปีที่ผ่านมา ซึ่งโดยปกติเงินค่าสาธารณูปโภคของโรงเรียนจะมีเงิน พอจ่ายได้เพียง 4-5 เดือนเท่านั้น ที่เหลือต้นสังกัดอาจจะเข้ามาช่วยจ่ายให้ส่วนหนึ่ง เช่นจ่ายให้ 1 หรือ 2 เดือน แต่ปีนี้อยากให้เคลียร์หนี้ย้อนหลัง และวางบิลจ่ายให้จนถึงปัจจุบันให้มากที่สุด อาจจะช่วยจ่ายให้ได้ประมาณ  10 เดือน  และหากมีเงินเหลือจ่ายให้นำไปช่วยสนับสนุนในการปรับปรุงหรือการดำเนินการสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) ด้วย สามารถทำได้เพราะเป็นการบูรณาการการใช้งบประมาณ ภายในกระทรวงเดียวกัน”ดร.ชัยพฤกษ์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม นพ.ธีระเกียรติ ยังได้มอบนโยบายให้ ศธจ.ไป ร่วมกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.)  และโรงเรียนเอกชน  เป็นแกนหลักดำเนินการยกระดับคุณภาพโรงเรียน  โดยให้ทุกจังหวัด หาโรงเรียนที่มีมาตรฐาน หรือ ‘Benchmarks’ คือ โรงเรียนที่จัดการศึกษาโดดเด่นและเป็นที่ยอมรับทั้งรัฐและเอกชนมาจังหวัดละ 1 โรงเรียน  เพื่อช่วยพัฒนาโรงเรียนอื่นๆภายในจังหวัดให้เทียบเคียงกับโรงเรียนซึ่งเป็นที่ยอมรับ โดยทุกโรงเรียนต้องทำแผนพัฒนาที่เป็นรูปธรรม ไม่ใช่แผนยุทธศาสตร์ที่เป็นนามธรรมจับต้องไม่ได้

แห่ชมสุริยุปราคาเต็มดวงครั้งยิ่งใหญ่ของสหรัฐอเมริกา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/292855

แห่ชมสุริยุปราคาเต็มดวงครั้งยิ่งใหญ่ของสหรัฐอเมริกา

ภาพปรากฏการณ์สุริยุปราคาเต็มดวง ณ วัดพุทธโอเรกอน สหรัฐอเมริกา, องค์การมหาชน, สดร

สดร. เผยภาพสุริยุปราคาเต็มดวงครั้งยิ่งใหญ่ของสหรัฐอเมริกา

       สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.)  กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เผยภาพปรากฏการณ์สุริยุปราคาเต็มดวง ณ วัดพุทธโอเรกอน สหรัฐอเมริกา

แห่ชมสุริยุปราคาเต็มดวงครั้งยิ่งใหญ่ของสหรัฐอเมริกา 

 

แห่ชมสุริยุปราคาเต็มดวงครั้งยิ่งใหญ่ของสหรัฐอเมริกา 

สุริยุปราคาเต็มดวงครั้งนี้ มีชาวอเมริกัน นักดาราศาสตร์และนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก แห่ชมปรากฎการณ์อย่างคึกคัก คราสเต็มดวงพาดผ่านกลางสหรัฐอเมริกาตั้งแต่ฝั่งตะวันตกจนถึงตะวันออก นับเป็นสุริยุปราคาเต็มดวงครั้งยิ่งใหญ่ที่พาดผ่านแผ่นดินใหญ่ของสหรัฐอเมริกาในรอบ 38 ปี

แห่ชมสุริยุปราคาเต็มดวงครั้งยิ่งใหญ่ของสหรัฐอเมริกา 

แห่ชมสุริยุปราคาเต็มดวงครั้งยิ่งใหญ่ของสหรัฐอเมริกา