“ทำความดีด้วยหัวใจ ถวายพระราชินี”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/291384

“ทำความดีด้วยหัวใจ ถวายพระราชินี”

ถวายพระราชินี, ฉลองวันแม่, วธ, ทำความดีด้วยหัวใจ, ถวายพระราชินี , รมววธ, ฝ่ายมัธยม, พระสุวรรณสาม-ความรักอันสูงสุด, องค์การมหาชน, รักของแม่, อัคราภิรักษศิลปิน

วธ.จัดแสดงโขน พิธีทางศาสนามหามงคล 5 ศาสนา จัดพิมพ์อีบุ๊คเผยแพร่พระราชประวัติ พระราชกรณียกิจเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในร.9

      นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (รมว.วธ.) เปิดเผยว่า กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) และหน่วยงานในสังกัดทุกกรม ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ เอกชน ประชาชนทั่วประเทศ จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร แบ่งเป็น 3 ส่วน ดังนี้

ส่วนที่ 1 กิจกรรมทางศาสนา 3 กิจกรรม อาทิ วันที่ 16 ส.ค. ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย พิธีทางศาสนามหามงคล 5 ศาสนา เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 และจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติฯ เกี่ยวกับพระราชกรณียกิจด้านศาสนา และจัดปฏิบัติธรรมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 “ทำความดีด้วยหัวใจ ถวายพระราชินี” ใน 76 จังหวัด อาทิ การปฏิบัติธรรม รักษาศีล เจริญจิตภาวนา และวันที่ 12 ส.ค.จัดกิจกรรมการบำเพ็ญประโยชน์ทำความดี ด้วยหัวใจ ของสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด 76 จังหวัด รวมถึงทำบุญตักบาตรและสวดสรภัญญะสดุดีเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 อาทิ วันที่ 10 ส.ค. พิธีตักบาตรอาหารแห้งแด่พระสงฆ์ สวดมนต์ทำนองสรภัญญะ ณ พระอุโบสถบวรสถานสุทธาวาส สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์

 นายวีระ กล่าวว่า ส่วนที่ 2 กิจกรรมการแสดงศิลปวัฒนธรรม มี 3 กิจกรรมย่อย 1.วันที่11 ส.ค.      ณ โรงละครแห่งชาติ จัดแสดงโขนชุด “กษิรธารามณโฑเทวี” เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 และการแสดงรำถวายพระพร และระบำชุดไทยพระราชนิยม นอกจากนี้ วันที่ 12 ส.ค. จัดแสดงโขน ตอน กระบี่สืบมรรคาอสุราพ่ายฤทธี พระจักรีคืนนคร โดยนักเรียนโรงเรียนสาธิต มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร (ฝ่ายมัธยม) 2 รอบ ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย

นอกจากนี้ ยังจัดแสดงโขนเฉลิมพระเกียรติ 4 ภาค ที่ จ.นครราชสีมา นครปฐม เชียงใหม่ ลพบุรี และ นครศรีธรรมราช วันที่ 25-28 ส.ค. 2.การแสดงดนตรี ศิลปวัฒนธรรมและศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย อาทิ วันที่ 5-7 ส.ค. การแสดงบัลเล่ต์-โอเปร่า เรื่อง “พระสุวรรณสาม-ความรักอันสูงสุด” ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย และวันที่ 11 ส.ค. ณ โรงละครแห่งชาติ จัดบรรเลงดนตรีสากล อาทิ เพลงพระราชนิพนธ์คำหวาน เพลงสมเด็จ เพลงนาฏมาตาประกอบจินตลีลา เพลงพระราชนิพนธ์ภิรมย์รัก เป็นต้น และ 3.วันที่ 26 ส.ค. จัดเสวนาวิชาการ และแสดงเพลงพื้นบ้านเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ที่ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) โดยมีกิจกรรมต่าง ๆ อาทิ เสวนาวิชาการหัวข้อ “ท่วงทำนองเพลงแหล่มรดกวัฒนธรรมไทย” เพลงแหล่เล่าขานนิทานไทย “รักของแม่” โดยศิลปินแห่งชาติ และการรำถวายพระพร

นายวีระ กล่าวว่า ส่วนที่ 3 การเผยแพร่พระราชประวัติและพระราชกรณียกิจมี 4 กิจกรรมย่อย ได้แก่ 1.วธ.ร่วมกับสำนักนายกรัฐมนตรี จัดทำสารคดีเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ   ในรัชกาลที่ 9 เผยแพร่ผ่านสื่อต่างๆ เพื่อให้ประชาชนได้รับชมและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่พระองค์ท่านมีพระราชกรณียกิจนานัปการ ก่อให้เกิดคุณประโยชน์ต่อประเทศชาติ และสนับสนุน ฟื้นฟูมรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติให้คู่แผ่นดินไทยสืบมาตราบทุกวันนี้ 2.จัดทำหนังสือเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 และจัดทำในรูปแบบ E-book เพื่อเผยแพร่คุณูปการ ต่อชาติบ้านเมืองในด้านต่างๆ เช่น ด้านศาสนา ด้านศิลปวัฒนธรรม ด้านการศึกษา ด้านการเกษตร ด้านการแพทย์ และการสาธารณสุข และด้านการต่างประเทศ

3.วันที่ 3-15 ส.ค. การจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 อาทิ นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ “สายธารพระเมตตา จากภูมิปัญญา…สู่งานศิลป์” และการแสดงงานศิลปะ  Sun Flower การแสดงนิทรรศการและกิจกรรมแม่ลูกผูกพันประดิษฐ์ดอกมะลิ/สิ่งของที่ทำด้วยผ้าไทย ชั้น 1 หอศิลป์ร่วมสมัยราชดำเนิน และวันที่ 5-6 ส.ค.จัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม ภายในเทศกาลศิลปะแห่งกรุงเทพ บริเวณสยามสแควร์วัน และสยามสแควร์

นอกจากนี้ วันที่ 11 ส.ค. ณ โรงละครแห่งชาติ ยังจัดนิทรรศการเผยแพร่พระราชประวัติ และพระมหากรุณาธิคุณด้านนาฏดุริยางคศิลป์ ส่วนวันที่ 12-31 ส.ค. ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย จัดนิทรรศการ “อัคราภิรักษศิลปิน” เพื่อเผยแพร่พระอัจฉริยภาพของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 และ 4.จัดฉายภาพยนตร์ ที่มีเนื้อหาให้ความสำคัญเกี่ยวกับตัวละครแม่ 2 เรื่อง คือ เรื่อง ฮานะมิโซะซุป ของประเทศญี่ปุ่น และเรื่อง รูม ของประเทศสหรัฐอเมริกา ณ  โรงภาพยนตร์ ศรีศาลายา หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน)

“ผุด”ไอเดีย จัดค่ายเยาวชนคนดี ศรีแผ่นดิน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/291377

“ผุด”ไอเดีย จัดค่ายเยาวชนคนดี ศรีแผ่นดิน

รรเมืองเลย, ผุดไอเดีย, จัดค่ายเยาวชนคนดี, ศรีแผ่นดิน

ร.ร.เมืองเลย จัดค่าย คุณธรรม  จริยธรรม ค่ายเยาวชนคนดี  ศรีแผ่นดิน ประจำปีการศึกษา 256

ดร.รอง ปัญสังกา  ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเลย เขต 1 เป็นประธานการอบรมเชิงปฏิบัติการคุณธรรม  จริยธรรม ค่ายเยาวชนคนดี  ศรีแผ่นดิน ประจำปีการศึกษา 2560 ณ วัดศรีสุทธาวาส  พระอารมหลวง อำเภอเมือง จังหวัดเลย
นายประวิทย์  น้อยบัวทอง  ผู้อำนวยการโรงเรียนเมืองเลยเปิดเผยว่า ในการอบรมเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้ เป็นการอบรมให้กับนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปี ที่ 5 ของโรงเรียนเมืองเลย เพื่อเป็นการฝึกฝนและพัฒนาจิตใจ ซึ่งมีรูปแบบวิธีการในหลายวิธีการ นักเรียนได้มีโอกาสฝึก การทำทาน การรักษาศีลและการฝึกสมาธิเบื้องต้น ตลอดการอบรมการเข้าร่วมกิจกรรมหล่อหลอมคุณธรรมขั้นพื้นฐาน ซึ่งสามารถให้ผู้เข้ารับการอบรมพัฒนาคุณภาพทางกายและใจได้เป็นอย่างดี

“ผุด”ไอเดีย จัดค่ายเยาวชนคนดี ศรีแผ่นดิน

“ผุด”ไอเดีย จัดค่ายเยาวชนคนดี ศรีแผ่นดิน

นักเรียนทุกคนที่เข้ารับการอบรม ณ ที่นี้จะสามารถนำหลักธรรมต่างๆที่ได้รับไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดทั้งตน และเองและครอบครัวได้เป็นอย่างดี การปลูกฝั่งให้เด็กมีคุณธรรมในระดับชั้นประถมศึกษา ก็จะโตไปเป็นนิสิต นักศึกษาและเมื่อจบการศึกษาแล้ว ก็จะเป็นบัณฑิตที่มีความรู้คู่คุณธรรม  เป็นคนดีที่สังคมต้องการต่อไป

“พระกาโม่” บิณฑบาตรที่ร.ร.สวนกุหลาบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/291382

“พระกาโม่” บิณฑบาตรที่ร.ร.สวนกุหลาบ

พระกาโม่ศิษย์เก่าสวนกุหลาบ, สวนกุหลาบ, พระกาโม่, นักเกรียนสวนกุหลาบ, 10 สค, อยู่บำรุง

เพจนักเกรียนสวนกุหลาบโพสต์ภาพ “พระกาโม่” บิณฑบาตรที่ร.ร. ผอ.ร.ร.สวนกุหลาบฯ ระบุจัดทำบุญตักบาตรทุกวันพฤหัส ถวายในหลวงร.9 ที่ผ่านมามีศิษย์เก่าฯบวชพระมาบิณฑบาตร

 

เพจนักเกรียนสวนกุหลาบโพสต์ภาพ “พระกาโม่” บิณฑบาตรที่ร.ร. ผอ.ร.ร.สวนกุหลาบฯ ระบุจัดทำบุญตักบาตรทุกวันพฤหัส ถวายในหลวงร.9 ที่ผ่านมามีศิษย์เก่าฯบวชพระมาบิณฑบาตร
เพจเฟซบุ๊ก “นักเกรียนสวนกุหลาบ” ได้โพสต์ภาพ “พระกาโม่” อาชวิน อยู่บำรุง มาบิณฑบาตรที่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ในช่วงเช้า(10 ส.ค.)ที่ผ่านมา โดยมีนายวัน อยู่บำรุง บิดามาร่วมด้วย
นายวิทยา ศรีชมภู ผู้อำนวยการโรงเรียนสวนกุหลาบ เปิดเผยว่า ทุกวันพฤหัสบดีทางโรงเรียนจะจัดให้การทำบุญตักบาตร เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9 นักเรียนทุกคนก็จะมาทำบุญใส่บาตรร่วมกัน และที่ผ่านมาศิษย์เก่าฯที่บวชเป็นพระก็จะมาบิณฑบาตร เช่น กัน เดอะสตาร์ ครั้งนี้ก็เช่นกัน “พระกาโม่” ท่านก็เป็นศิษย์เก่าฯ อีกทั้งครอบครัว “อยู่บำรุง” ก็เรียนที่นี่เป็นศิษย์เก่าฯ มีความรักผูกพันกับโรงเรียน เวลาโรงเรียนทำกิจกรรมอะไรก็มาร่วมเสมอ
“โรงเรียนจัดทำบุญใส่บาตรทุกวันพฤหัส และยังให้มีการสวดมนต์สรภัญญะหน้าเสาธงด้วย ทำแบบนี้ทุกสัปดาห์เพื่อเป็นการบ่มเพาะ ปลูกฝัง การสืบทอดพุทธศาสนาให้เด็กสวนกุหลาบด้วย” นายวิทยา กล่าว

ภาพ เพจนักเกรียนสวนกุหลาบ

กว่าจะได้เป็นอธิการบดีราชภัฎ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/291292

กว่าจะได้เป็นอธิการบดีราชภัฎ

มรภ, พรบมหาวิทยาลัยราชภัฏ พศ2547, อธิการบดี, ปลดล็อค

เปิดเผย “พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ.2547” เกี่ยวกับการแต่งตั้งอธิการบดี

       ใครๆ ก็เป็น “อธิการบดี” มหาวิทยาลัยได้ ไม่จำกัดเฉพาะข้าราชการอีกต่อไป

         หลังจากที่….ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ คําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เรื่อง การแก้ไขปัญหาการบริหารงานของสถาบันอุดมศึกษา ระบุ ให้สถาบันอุดมศึกษามาอำนาจแต่งตั้งบุคคลใดที่มิได้เป็นข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา หรือเป็นพนักงานในสถาบันอุดมศึกษามาดํารงตําแหน่งอธิการบดี รองอธิการบดี ผู้ช่วยอธิการบดี คณบดีหรือหัวหน้าหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะได้ เพื่อประโยชน์ในการบริหารงานของสถาบันอุดมศึกษาให้มีความต่อเนื่อง และเกิดประสิทธิภาพ

โดยแว่วว่า การประกาศดังกล่าวช่วย“ปลดล็อค” มหาวิทยาลัยบางแห่งที่ยังไร้ซึ่งอธิการบดี ทั้งนี้ ตาม พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ.2547 เกี่ยวกับการแต่งตั้งอธิการบดี ระบุไว้ว่า มาตรา ๒๘ อธิการบดีนั้น จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง โดยคําแนะนําของ สภามหาวิทยาลัยจากผู้มีคุณสมบัติตาม

มาตรา ๒๙ หลักเกณฑ์วิธีการได้มา และคุณสมบัติของผู้ดํารงตําแหน่งอธิการบดีให้เป็นไปตาม ข้อบังคับของมหาวิทยาลัย โดยกระบวนการสรรหาซึ่งต้องคํานึงถึงหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้
(๑) เป็นผู้มีความรู้ความชํานาญ และคุณสมบัติเหมาะสมกับวัตถุประสงค์และ ภาระหน้าที่ของมหาวิทยาลัย และเป็นที่ยอมรับนับถือของบุคลากรของมหาวิทยาลัยและบุคคลใน ท้องถิ่นที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกิจการของมหาวิทยาลัย
(๒) กระบวนการสรรหาจะต้องเน้นเรื่องการมีส่วนร่วมของบุคลากรของมหาวิทยาลัย และบุคคลในท้องถิ่นที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกิจการของมหาวิทยาลัย มาตรา ๒๙ อธิการบดีต้องสําเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่าจาก มหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาอื่นที่สภามหาวิทยาลัยรับรอง และได้ทําการสอนหรือมี ประสบการณ์ด้านการบริหารมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปีในมหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาอื่นที่สภา มหาวิทยาลัยรับรอง หรือเคยดํารงตําแหน่งกรรมการสภามหาวิทยาลัยหรือสภาสถาบันอุดมศึกษาอื่น ที่สภามหาวิทยาลัยรับรอง หรือดํารงตําแหน่งหรือเคยดํารงตําแหน่งศาสตราจารย์รวมทั้งมีคุณสมบัติ อื่นและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กําหนดในข้อบังคับของมหาวิทยาลัย
มาตรา ๓๐ อธิการบดีมีวาระการดํารงตําแหน่งคราวละสี่ปีและจะทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งใหม่อีกได้แต่จะดํารงตําแหน่งเกินสองวาระติดต่อกันมิได้ นอกจากการพ้นจากตําแหน่งตามวรรคหนึ่ง อธิการบดีพ้นจากตําแหน่ง เมื่อ (๑) ตาย (๒) ลาออก (๓) สภามหาวิทยาลัยให้ออกเพราะมีความประพฤติเสื่อมเสีย หรือบกพร่องต่อ หน้าที่หรือหย่อนความสามารถ (๔) ถูกลงโทษทางวินัยอย่างร้ายแรง หรือถูกสั่งให้ออกจากราชการเพราะเหตุมี มลทิน หรือมัวหมองในกรณีที่ถูกสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรง (๕) ถูกจําคุกโดยคําพิพากษาถึงที่สุดให้จําคุก (๖) เป็นบุคคลล้มละลาย (๗) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ การให้ออกจากตําแหน่งตาม (๓) ต้องมีคะแนนเสียงลงมติไม่น้อยกว่าสองในสามของ จํานวนกรรมการสภามหาวิทยาลัยทั้งหมดเท่าที่มีอยู่
มาตรา ๓๑ อธิการบดีมีอํานาจและหน้าที่ดังนี้ (๑) บริหารกิจการของมหาวิทยาลัยให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ ประกาศ และข้อบังคับของทางราชการและของมหาวิทยาลัย ทั้งนี้ให้สอดคล้องกับนโยบายและวัตถุประสงค์ ของมหาวิทยาลัย (๒) ควบคุมดูแลบุคลากร การเงิน การพัสดุ สถานที่และทรัพย์สินอื่นของ มหาวิทยาลัยให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ ประกาศและข้อบังคับของทางราชการและของ มหาวิทยาลัย (๓) จัดทําแผนพัฒนามหาวิทยาลัย และปฏิบัติตามนโยบายและแผนงาน รวมทั้ง ติดตามประเมินผลการดําเนินงานด้านต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัย (๔) รักษาระเบียบวินัย จรรยาบรรณ และมารยาทแห่งวิชาชีพของข้าราชการ พลเรือนในมหาวิทยาลัย (๕) เป็นผู้แทนมหาวิทยาลัยในกิจการทั่วไป (๖) เสนอรายงานประจําปีเกี่ยวกับกิจการด้านต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัยต่อสภา มหาวิทยาลัย (๗) แต่งตั้งและถอดถอนผู้ช่วยอธิการบดีรองคณบดีรองผู้อํานวยการสถาบัน รอง ผู้อํานวยการสํานัก รองผู้อํานวยการศูนย์รองหัวหน้าส่วนราชการหรือรองหัวหน้าหน่วยงานที่เรียกชื่อ อย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ และอาจารย์พิเศษ (๘) ส่งเสริมและสนับสนุนการดําเนินงานของสภาวิชาการ สภาคณาจารย์และ ข้าราชการ รวมทั้งส่งเสริมกิจการนักศึกษา (๙) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ ประกาศและข้อบังคับของ มหาวิทยาลัย หรือตามที่สภามหาวิทยาลัยมอบหมาย

สถานเลี้ยงเด็กมาตรฐานชาติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/291283

x

สถานเลี้ยงเด็กมาตรฐานชาติ

พม. เร่งยกระดับให้ได้มาตรฐานชาติ คัดเลือก 60 สถานเลี้ยงเด็กเอกชนต้นแบบรับเกียรติบัตร และ 14 แห่งรับใบอนุญาตจัดตั้ง

        เมื่อวันที่ 9 ส.ค.60-  ที่ห้องแกรนด์บอลรูม ชั้น 6 โรงแรม แกรนด์ฮาวเวิร์ด เขตบางคอแหลม กรุงเทพฯ พล.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) กล่าวระหว่างเป็นประธานพิธีเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อขับเคลื่อนมาตรฐานศูนย์เด็กเล็กแห่งชาติสู่การปฏิบัติ : สถานรับเลี้ยงเด็กเอกชนมาตรฐาน สู่ Thailand 4.0 ว่า รัฐบาลได้กำหนดยุทธศาสตร์ในการพัฒนาประเทศ ระยะ 20 ปี ในการพัฒนาประเทศสู่ Thailand 4.0 เป็นการพัฒนาสู่ความมั่นคง  มั่งคั่ง และยั่งยืน

หนึ่งในยุทธศาสตร์สำคัญคือการพัฒนาคน โดยให้การอุดหนุนเงินเด็กแรกเกิดถึง 3 ขวบให้แก่ครอบครัวยากจน เพิ่มเงินจาก 400 บาทต่อเดือนเป็น 600 บาทต่อเดือน เพื่อให้สามารถดูแลเด็กได้รับการพัฒนาที่สมวัย โดยมีเป้าหมายดูแลเด็กได้ 1.23 แสนราย

ทั้งนี้ เด็กปฐมวัยเด็กที่มีอายุตั้งแต่แรกเกิดถึง 6 ปี เป็นช่วงวัยที่สมองมีการพัฒนามากที่สุด ส่งผลต่อการพัฒนาเด็กอย่างเต็มศักยภาพ ซึ่งศูนย์เด็กเล็กเป็นหนึ่งกลไกสำคัญที่จะช่วยพัฒนาเด็กทั้งพัฒนาการเต็มศักยภาพทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม สติปัญญา คุณธรรม จริยธรรม และระเบียบวินัย ปัจจุบันทั่วประเทศมีศูนย์เด็กเล็กทั้งรัฐและเอกชน  48,000 แห่ง โดย 1,600 แห่งเป็นของเอกชนที่จดทะเบียนจัดตั้งกับกรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.)

“จากการประเมินสถานรับเลี้ยงเด็กเอกชน พบว่าผ่านเกณฑ์มาตรฐานศูนย์เด็กเล็กแห่งชาติ ระดับพอใช้ 99% โดย พม.ได้คัดเลือกสถานรับเลี้ยงเด็กเอกชนที่ดำเนินการได้ตามมาตรฐาน 60 แห่งเป็นต้นแบบเพื่อรับมอบเกียรติบัตรในวันนี้ และมอบใบอนุญาตจัดตั้งสถานรับเลี้ยงเด็กเอกชนที่ขอจดทะเบียนจัดตั้งใหม่ จำนวน 14 แห่ง พม.จะเร่งรัดการยกระดับสถานรับเลี้ยงเด็กเอกชนมาตรฐาน เพื่อช่วยพัฒนาศักยภาพเด็กให้เติบโตเป็นกำลังของประเทศ”พล.อ.อดุลย์ กล่าว

คสช.ใช้ม.44 กว่า10 ฉบับลงดาบการศึกษา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/291271

คสช.ใช้ม.44 กว่า10 ฉบับลงดาบการศึกษา

ม44, คสช, คสชใช้ม44, กว่า10, ฉบับลงดาบการศึกษา, คสช, ฉบับชั่วคราว, สกสค, สอศ

เป็นอีกครั้งที่ปัญหาในอุดมศึกษา ต้องอาศัยกฎหมายพิเศษเข้ามาปลดล็อกเพื่อแก้ไขปัญหา

       เมื่อวันที่ 8 ส.ค.ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อาศัยมาตรา 44 แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 ลงนามในคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 37/2560  เรื่อง การแก้ไขปัญหาการบริหารงานของสถาบันอุดมศึกษา

ด้วยเหตุผลว่าเพื่อให้สถาบันอุดมศึกษามีอํานาจแต่งตั้งบุคคลใดที่มิได้เป็นข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา หรือเป็นพนักงานในสถาบันอุดมศึกษามาดํารงตําแหน่งอธิการบดี รองอธิการบดี ผู้ช่วยอธิการบดี คณบดีหรือหัวหน้าหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะได้ โดยมีคุณสมบัติตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาและกฎหมาย จัดตั้งสถาบันอุดมศึกษานั้นๆ

ก่อนหน้านี้ม.44 ได้ถูกนำมาใช้กับกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เรียกได้ว่าเกินกว่า 10 ฉบับ ช่วง 3 ปีนับแต่ปี 2558 จนถึงปัจจุบัน 2560 มาแก้ปัญหาการบริหารราชการเพื่อประโยชน์และประสิทธิภาพในการปฏิรูปการศึกษา อาทิ ทั้งเรื่องบริหารงานบุคคล การปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาค มาตรการแก้ไขปัญหาการทะเลาะวิวาท ตลอดจนการแก้ไขปัญหาธรรมาภิบาลในสถาบันอุดมศึกษา

ไล่เรียงตั้งแต่คำสั่งที่ 6/2558 “โยกย้ายข้าราชการระดับสูงกระทรวงศึกษาธิการ”

คำสั่งที่ 7/2558 “การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการคุรุสภา คณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) และคณะกรรมการบริหารองค์การค้าของ สกสค.”

คำสั่งที่ 8/2559 เรื่อง “การบริหารจัดการรวมสถานศึกษาอาชีวศึกษาภาครัฐและภาคเอกชน” โดยโอนสถานศึกษาอาชีวศึกษาเอกชนจากสังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) มาอยู่ในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)

คำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 30/2559 กำหนด “มาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการทะเลาะวิวาทของนักเรียนและนักศึกษา”

คำสั่งที่ 10/2559 เรื่อง “การขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค” ที่ออกมาพร้อมกับคำสั่งที่ 11/2559 “การบริหารราชการของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค” ให้มีสำนักงานศึกษาธิการภาค 18 ภาค และให้มีสำนักงานศึกษาธิการภาคจังหวัด 77 จังหวัด ที่ต่อมาภายหลังมี คำสั่งหัวหน้า  คสช ที่ 38/2559 เรื่องแก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งหัวหน้า คสช โดยยกเลิกคำสั่งทั้ง 2 ฉบับก่อนหน้าและให้ยึดตามคำสั่งนี้เพียงฉบับเดียว

คำสั่งที่ 28/2559 เรื่อง ให้จัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน 15 ปีโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย

ประกาศ คสช.ฉบับที่ 2/2559 เรื่อง การกำหนดรายชื่อสถาบันอุดมศึกษาอื่นตามคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 39/2559 เรื่อง การจดทะเบียนและแก้ไขปัญหาธรรมาภิบาล ในสถาบันอุดมศึกษา

คำสั่งหัวหน้า  คสช.1/2560 เรื่องการแก้ไขปัญหาการบริหารงานบุคคลของกระทรวงศึกษาธิการ

คำสั่งหัวหน้า  คสช. 16/2560 เรื่อง การบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา

คำสั่งหัวหน้า  คสช. 17/2560 เรื่อง แก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 7/2558 ที่ให้มีการสรรหาเลขาธิการคุรุสภา เลขาธิการสกสค.และผู้อำนวยการองค์การค้าของ สกสค.

คำสั่งหัวหน้า  คสช. 19 /2560 เรื่อง การปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของกระทรวงศึกษาธิการ

คำสั่งหัวหน้า  คสช. 27/2560 เรื่อง การพัฒนาการศึกษาของประเทศด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

คำสั่งหัวหน้า  คสช  29/2560 เรื่อง การส่งเสริมการจัดการศึกษาโดยสถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพสูงจากต่างประเทศ

สูบบุหรี่ในบ้าน มหันตภัยสารพิษสู่ลูกน้อย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/291264

สูบบุหรี่ในบ้าน มหันตภัยสารพิษสู่ลูกน้อย

สูบบุหรี่, สูบบุหรี่ในบ้าน, โคตินิน

สถิติเด็กป่วยเพิ่มขึ้นในบ้านที่มีการสูบบุหรี่ การสูบบุหรี่ในบ้านเพิ่มความเสี่ยงเด็กติดบุหรี่ 2-3 เท่า และเกือบครึ่งของหญิงตั้งครรภ์ได้รับควันบุหรี่มือสอง

       มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่  ร่วมกับ สมาพันธ์เครือข่ายแห่งชาติเพื่อสังคมไทยปลอดบุหรี่  มูลนิธิเพื่อนหญิง  สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี   โรงพยาบาลรามาธิบดี  มูลนิธิเครือข่ายครอบครัว และภาคีเครือข่าย  ได้จัดให้มีการแถลงข่าว  เรื่อง  วิจัย : สูบบุหรี่ในบ้าน มหันตภัยสารพิษสู่ลูกน้อย เพื่อนำเสนอข้อมูลที่สำคัญและเป็นประโยชน์ต่อประชาชน  ในการที่ต้องดูแลสุขภาพของคนในครอบครัว  และร่วมกันสร้างค่านิยมให้คนไทยไม่สูบบุหรี่ในบ้าน  ซึ่งนอกจาก จะลดอันตรายของควันบุหรี่มือสองในบ้าน  ยังทำให้เด็กในบ้านมีความเสี่ยงที่จะติดบุหรี่น้อยลง  ผู้สูบบุหรี่จะสูบบุหรี่น้อยลงและเลิกสูบบุหรี่ได้ง่ายขึ้น

     ศ.นพ.ประกิต  วาทีสาธกกิจ  เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่  กล่าวว่า ควันบุหรี่เมื่อถูกหายใจเข้าสู่ปอด  สารพิษในควันบุหรี่จะถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือด  ซึ่งจะไหลเวียนไปยังทุกอวัยวะของร่างกายในเวลาอันรวดเร็ว     สารพิษซึ่งรวมสารก่อมะเร็งยังผ่านรกไปถึงทารกในครรภ์ได้  สารพิษเหล่านี้บางส่วนจะถูกทำลายโดยตับ  ที่เหลือจะถูกขจัดออกทางปัสสาวะ  การที่สารพิษและสารก่อมะเร็ง         ถูกพาไปสัมผัสกับทุกอวัยวะ  เป็นเหตุให้หลอดเลือดเสื่อม  เกิดโรคกับอวัยวะทั่วร่างกาย  รวมถึงมะเร็ง 12 ชนิด

    รศ.นพ.สุริยเดว  ทรีปาตี  ผู้อำนวยการสถาบันแห่งชำติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า  ผลการสำรวจในวัยรุ่นไทย 1,000  คน  พบว่า  วัยรุ่นที่อาศัยอยู่ในบ้านที่ห้ามสูบบุหรี่ทุกพื้นที่  สูบบุหรี่ 15.7%  ที่อาศัยในบ้านที่ห้ามสูบบุหรี่เพียงบางพื้นที่สูบบุหรี่ 31.4 %  และที่อาศัยในบ้านที่สูบบุหรี่ได้ทุกพื้นที่  มีอัตราการสูบบุหรี่เท่ากับ 51.8%    ขณะที่รายงานจากองค์การอนามัยโลก พบว่า วัยรุ่นที่ได้รับควันบุหรี่มือสองในบ้าน  มีโอกาสติดบุหรี่เพิ่มขึ้น 1.4  ถึง 2.1 เท่า เมื่อเทียบกับวัยรุ่นที่ไม่ได้รับควันบุหรี่มือสองในบ้าน

        พญ.ปองทอง ปูรานิธี  ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี  เปิดเผยถึงการตรวจปัสสาวะเด็กแรกเกิดถึงอายุ 6 ขวบ  ที่มีคนในครอบครัวสูบบุหรี่จำนวน 75 ครอบครัว พบว่า  57  รายหรือร้อยละ 76  ตรวจพบสารพิษจากควันบุหรี่ (โคตินิน)  ในระดับซึ่งบ่งบอกถึงปริมาณที่มาจากสิ่งแวดล้อมรอบตัวเด็ก  โดยพบว่าเด็กที่อาศัยในคอนโดมิเนียม   อะพาร์ตเมนต์ และแฟลต  มีสารพิษในปัสสาวะสูงกว่าเด็กในบ้านเดี่ยวหรือทาวน์เฮาส์ถึงสองเท่าตัว

      พญ.นัยนา ณีศะนันท์  สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี  กล่าวว่า  การสำรวจผู้ปกครองที่พาเด็กมาตรวจรักษาที่สถาบันสุขภาพเด็กฯ  ระหว่างเดือน พ.ค.-ก.ย.2559  จำนวน 1,022  ครอบครัว  โดยร้อยละ 96 ของเด็กได้รับการเลี้ยงดูที่บ้าน  พบว่าร้อยละ 45.6 หรือ 456 ครอบครัวมีสมาชิกที่สูบบุหรี่  ในจำนวนนี้ 101  ครอบครัวหรือ 21.5%  สูบในบ้าน  โดยส่วนใหญ่เป็นพ่อแม่หรือปู่ย่าตายาย  พบว่าเด็กที่อาศัยในบ้านที่มีคนสูบบุหรี่เป็นหวัดเจ็บคอบ่อย 268  คน  เทียบกับ 205  คนในบ้านที่ไม่มีคนสูบบุหรี่  และมีอาการหอบเหนื่อยต้องพ่นยา  96  คน  ในบ้านที่มีคนสูบบุหรี่ เทียบกับ 53  คนในบ้านที่ไม่มีคนสูบบุหรี่  เด็กที่อาศัยในบ้านที่มีผู้สูบบุหรี่  เกิดการเจ็บป่วยมากกว่าเด็กในบ้านที่ไม่มีการสูบบุหรี่  อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ

        ด้าน ดร. จักรพันธ์ เพ็ชรภูมิ ภาควิชาอนามัยชุมชน คณะสาธารณสุขศาสตร์  มหาวิทยาลัยนเรศวร  พิษณุโลก กล่าวว่า การสำรวจหญิงตั้งครรภ์ในอำเภอโกรกพระ  จ.นครสวรรค์  จำนวน 115  คน   พบว่า  กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 97.4  ไม่เคยสูบบุหรี่ และมี 3 คนที่ยังสูบบุหรี่ขณะตั้งครรภ์ แต่ร้อยละ 90.4  เคยได้รับควันบุหรี่มือสองในรอบ 30 วันที่ผ่านมา  โดยเฉพาะช่วงเวลาหลัง  16.30  น. เป็นต้นไป  โดยสถานที่ที่ได้รับควันบุหรี่  54.3%  จากตลาด  48.7%  ในบ้านของตนเอง  และ 9.6%  ในที่ทำงาน  ทั้งนี้หญิงตั้งครรภ์ 65.2% จะถอยห่างจากคนที่กำลังสูบบุหรี่  59.1%  จะหลีกเลี่ยงการเข้าไปในสถานที่ที่มักมีควันบุหรี่  และ 55.7%  จะหลีกเลี่ยงเส้นทางที่ต้องผ่านบริเวณที่มีการสูบบุหรี่เป็นประจำ

        นพ.วันชาติ ศุภจัตุรัส ผู้แทนสมาพันธ์เครือข่ายแห่งชาติเพื่อสังคมไทยปลอดบุหรี่ กล่าวว่าเนื่องในวโรกาสวันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคมที่จะถึงนี้ ขอเรียกร้องให้ผู้ใหญ่ใจดีทุกฝ่าย ไม่สูบบุหรี่ในบ้าน  ไม่สูบบุหรี่ใกล้เด็กหรือหญิงตั้งครรภ์  เพื่อปกป้องลูกหลานของพวกเราทุกคนให้ปลอดภัยจากควันพิษของบุหรี่ทุกรูปแบบ  และที่สำคัญอย่างยิ่งเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลให้สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ด้วย

ม.44เซตซีโร่”ราชภัฎ”ฟ้อง“เกษียณ”เป็นอธิการ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/291270

ม.44เซตซีโร่”ราชภัฎ”ฟ้อง“เกษียณ”เป็นอธิการ

คนนอกเป็นอธิการราชภัฏได้, อายุ60ปีเป็นอธิการราชภัฏได้, ม44ปลดล็อคราชภัฏ, ราชภัฎ, มิคสัญญี, มรสส, มรภ, วงจรอุบาทว์, ขจร จิตสุขุมมงคล, มทร, สนช, ปปช

ม.ราชภัฏไม่ต่ำกว่า10แห่งฟ้องร้องคุณสมบัติผู้ดำรงตำแหน่งอธิการบดี บ้างก็ว่าไม่เหมาะสมอายุเกิน60ปี อยู่ในขั้นตอนสอบสวนองค์กรอิสระ ศาลปกครองสั่งคุ้มครองชั่วคราว

      ทำให้สถาบันการศึกษาเหล่านั้นไม่สามารถดเดินหน้าไปได้ การที่มีคำสั่ง ม.44 ครั้งนี้เปิดกว้างให้สามารถแต่งตั้งผู้บริหารมหาวิทยาลัย ที่ไม่ใช่ขรก.-พนง.มหาลัย เป็น อธิการบดี-คณบดี ได้ ถือเป็นการปลดล็อค “มิคสัญญี”ครั้งใหญ่ของมหาวิทยาลัยราชภัฏเลยทีเดียว ไปติดตามรายละเอียดได้จาก “ทีมข่าวคุณภาพชีวิต คมชัดลึก ออนไลน์”

       รศ.ดร.ฤาเดช เกิดวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา (มร.สส.)อธิบายว่าเจตนาของ ม.44 ในครั้งนี้ชัดเจนว่าต้องการปลดล็อคการฟ้องร้องผู้ที่ดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏที่เกิดขึ้นในอดีต ที่เรื่องต่างๆอยู่ในระหว่างการดำเนินการตามขั้นตอนต่างๆของกฏหมาย ทำให้สถาบันการศึกษานั้นไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้

ม.44เซตซีโร่"ราชภัฎ"ฟ้อง“เกษียณ”เป็นอธิการ

   รศ.ดร.ฤาเดช เกิดวิชัย

       ขณะนี้มหาวิทยาลัยราชภัฏจะเรียกว่าตกอยู่ในท่ามกลางของ “มิคสัญญี”ก็ว่าได้ หลายแห่งไม่สามารถเดิินหน้าได้ เนื่องจากไม่มีอธิการบดี ทำให้งานต่างๆต้องหยุดชะงัก หัวใจหลักๆของ ม.44 ในครั้งนี้หมายความว่าจากนี้ไปผู้ที่เกษียณอายุราชการแล้ว สามารถมาดำรงตำแหน่งอธิการบดีได้

      รวมทั้ง รองอธิการบดี ผู้ช่วยอธิการบดี คณบดีหรือหัวหน้าหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะได้ ที่สำคัญได้ปลดล็อคระยะเวลารักษาการที่พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยราชภัฎ (มรภ.) 2547 กำหนดว่า 180 วันออกไปด้วย โดยให้รักษาการไปจนกว่าจะมีการแต่งตั้งอธิการบดี

ม.44เซตซีโร่"ราชภัฎ"ฟ้อง“เกษียณ”เป็นอธิการ

    อย่างไรก็ตาม เหรียญย่อมมี 2 ด้านเสมอ ด้านบวกที่มองเห็นคือการเปิดกว้างให้คนที่เกษียนอายุที่เป็นคนเก่ง คนดีมาเป็นอธิการบดีได้ รวมทั้งเปิดกว้างให้คนนอกมีโอกาสมานั่งบริหารด้วย

     แต่อีกด้านที่น่าเป็นห่วงก็คือ “วงจรอุบาทว์” ที่หลายคนมองเห็นๆกันอยู่คือสภามหาวิทยาลัยราชภัฏหลายแห่งมีอธิการ และนายกสภามหาวิทยาลัย รวมทั้งกรรมการสภามหาวิทยาลัย ที่เกษียณอายุราชการแล้ว ต่างรับรู้ดีว่าเอื้อประโยชน์ซึ่่งกันละกัน ตรงนี้ต่างหากคือสิ่งที่ผู้บริหารจะต้องหาทางแก้ไขในอนาคต

      “ไม่ใช่ว่าสถาบันการศึกษาที่มีอธิการบดีเป็นคนเกษียณอายุราชการแล้วไม่ดี คนเก่ง คนดีที่เกษียณแล้วก็มีมาก แต่ก็มีบางแห่งที่ดำรงตำแหน่งติดต่อกันมาแล้ว 2  สมัย ก็หมุนวนไปเป็นรองอธิการบดีแล้วค่อยมาเป็นต่อ หรือเป็นกรรมการสภามหาวิทยาลัย หรือนายกสภามหาวิทยาลัยแล้วค่อยวนกลับมา เป็นสภาเกาหลัง อย่างนี้ในอนาคตควรจะต้องมีการแก้ไขเกี่ยวกับธรรมาภิบาลในสถาบันการศึกษากันอีกพรบ.สถาบันอุดมศึกษาคงต้องเขียนเรื่องราวต่างๆเหล่านี้ไว้อย่างรอบด้าน” รศ.ดร.ฤาเดช กล่าว

ม.44เซตซีโร่"ราชภัฎ"ฟ้อง“เกษียณ”เป็นอธิการ

 “ขจร จิตสุขุมมงคล

“ขจร จิตสุขุมมงคล” รองเลขาธิการกกอ. กล่าวว่า พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยราชภัฎ (มรภ.)พ.ศ. 2547 พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.)พ.ศ.2547 เปิดกว้างให้คนนอกเข้ามาเป็นผู้บริหารอยู่แล้ว และคำสั่งหัวหน้าคสช. ฉบับนี้ ทำให้เกิดความชัดเจนมากยิ่งขึ้น

ส่วนกรณีที่หลายมหาวิทยาลัยมีเรื่องฟ้องร้องกันถึงเกี่ยวกับการสรรหาอธิการบดีอยู่ในศาล ก็จะต้องนำคำสั่งนี้ไปแถลงต่อศาล เพื่อให้ศาลพิจารณาต่อไป ส่วนตัวคิดว่า ศาลน่าจะพิจารณาจำหน่ายคดี และจากนี้การสรรหาอธิการบดีแต่ละแห่งก็ต้องยึดตามกฎหมายนี้

ม.44เซตซีโร่"ราชภัฎ"ฟ้อง“เกษียณ”เป็นอธิการ

    สมคิด เลิศไพฑูรย์

      “สมคิด เลิศไพฑูรย์”  อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่าเห็นด้วยกับมาตรา 44 เพราะปัญหาที่สำคัญ คือ ไม่ว่าจะเป็นคนนอกหรือคนในเขาสามารถทำงานให้มหาวิทยาลัยได้ดีหรือไม่ ถ้าคนในไม่ดีพอ หรือมีคนไม่พอ ก็ต้องไปเลือกคนนอกก็เป็นเรื่องปกติ อย่างในสหรัฐอเมริกา อังกฤษ ฝรั่งเศส ส่วนใหญ่จะห้ามไม่ให้เอาคนในมหาวิทยาลัยมาเป็นอธิการบดี โดยจะต้องเอาคนนอกต่างมหาวิทยาลัยเท่านั้นถึงจะมาเป็นอธิการบดีได้ เนื่องจากกลัวว่าคนในจะมองแคบ

      “เวลาพูดว่าคนนอก ผมอยากพูดให้ชัดเจนว่าคนนอกของมหาวิทยาลัยทั้งหลายไม่มีใครเป็นคนนอกแท้ๆ ส่วนใหญ่จะมาจากอาจารย์พิเศษที่สอนในมหาวิทยาลัยนั้น หรือเป็นกรรมการสภามหาวิทยาลัยและมาเป็นอธิการบดี ไม่มีคนนอกแท้ที่โดดมา เพราะคนนอกที่โดดมาไม่มีทางบริหารมหาวิทยาลัยนั้นได้” นายสมคิด กล่าว

ม.44เซตซีโร่"ราชภัฎ"ฟ้อง“เกษียณ”เป็นอธิการ

ผศ.นพ.เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ

    “ผศ.นพ.เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ”  สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร กล่าวว่าที่ผ่านมา สรรหาอธิการบดีก็ไม่ได้จำกัดเฉพาะคนใน และส่วนใหญ่เลือกคนในเป็นอธิการบดีอยู่แล้ว แต่บางเวลา บางจังหวะ อาจเป็นคนนอกที่เป็นคนเก่ง มีความสามารถการบริหาร มีศักยภาพรวมถึงไม่ควรจำกัดอายุ

     เนื่องจากคนอายุน้อย หรืออายุมากกว่า 60 ปี มีความเก่ง ดี และแข็งแรง ก็ควรเปิดกว้างให้พวกเขาเป็นอธิการบดีได้    ประกาศในฉบับนี้ ยังเปิดให้บุคลากรสายสนับสนุนได้มีโอกาสมาเป็นกรรมการสภาคณาจารย์ด้วย ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะสภาคณาจารย์ในมหาวิทยาลัยไทย ทำหน้าที่เป็นสภาของบุคลากรเพื่อดูแลเรื่องสิทธิ์ประโยชน์ สวัสดิการ และคงทำให้เกิดการดูแลบุคลากรสายสนับสนุนที่ดียิ่งขึ้น

ม.44เซตซีโร่"ราชภัฎ"ฟ้อง“เกษียณ”เป็นอธิการ

    ว่ากันว่าปัจจุบันมีมหาวิทยาลัยราชภัฏไม่ต่ำกว่า 10 แห่งที่ไม่สามารถแต่งตั้งอธิการบดีได้ บางแห่งมีปัญหาฟ้องร้องกรณีที่ได้รับการสรรหาเกษียณอายุราชการ บางแห่งอยู่ระหว่างการสอบสวนหาข้อเท็จจริงขององค์การอิสระ เช่นคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) หรือองค์อื่นที่จะต้องดำเนินการไปตามกฏหมายจนถึงการพิจารณาถึงที่สุดว่าไม่มีมูลพ้นข้อกล่าวหาถึงจะดำเนินการแต่งตั้งได้

ม.44เซตซีโร่"ราชภัฎ"ฟ้อง“เกษียณ”เป็นอธิการ

 ไล่เลียงมาตั้งแต่ 1.มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดร 2.มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ 3.มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด 4.มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม 5.มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ 6.มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ 7.มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี 8.มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ 9.มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี และ 10.มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต

    อย่างไรก็ตาม คำสั่งฉบับนี้ อาจจะช่วยปลดล็อคมหาวิทยาลัยบางแห่งที่ไม่มีอธิการบดีได้ส่วนหนึ่ง โดยต้องดูว่ามหาวิทยาลัยที่ไม่มีอธิการบดีนั้นเกิดจากสาเหตุอะไร ถ้าสาเหตุสอดคล้องกับคำสั่งดังกล่าวก็ช่วยได้ แต่คงไม่ได้แก้ทุกเรื่อง เพราะในส่วนการดำเนินการตามกฏหมายอื่นๆ ยังคงเป็นไป      ตามกฏหมายเดิม

มข. จัดระเบียบสุนัขจรจัด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/291258

มข. จัดระเบียบสุนัขจรจัด

สุนัข, มข, จัดระเบียบสุนัขจรจัด

มหาวิทยาลัยขอนแก่น จัดโครงการ “ควบคุมจำนวนประชากรสุนัขและปล่อยสัตว์” เพื่อดำเนินการปัญหาสุนัขและแมว

           นายสมฤกษ์  บุญพรหมมา  ผู้รับผิดชอบโครงการฯ  เผยว่า โครงการ“ควบคุมจำนวนประชากรสุนัขและปล่อยสัตว์” เป็นโครงการต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมาหลังประสบความสำเร็จอย่างมาก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินการปัญหาสุนัขและแมว ในพื้นที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น จัดทำทะเบียนประวัติควบคุมจำนวนประชากรของสัตว์เลี้ยงและสัตว์จรจัดโดยการควบคุมการขยายพันธ์และ ให้วัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าแก่สัตว์เพื่อเป็นการป้องกันการแพร่กระจายของโรค    ทั้งนี้ โครงการดังกล่าว เป็นการดำเนินงานตามนโยบาย Green and Smart Campusของมหาวิทยาลัยขอนแก่น ในการเป็นองค์กรที่มีการบริหารจัดการอย่างชาญฉลาด ที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมรวมไปถึงการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานของมหาวิทยาลัยให้ปลอดภัยและสมบูรณ์โดยมีระยะเวลาในการดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2560 ถึง วันที่ 30 กันยายน 2560 ใช้งบประมาณ 150,000บาท และมีเป้าหมายการทำหมันสุนัขประมาณ30 ตัว
      “มหาวิทยาลัยขอนแก่นได้รับข้อร้องเรียนมาโดยตลอดเกี่ยวกับปัญหาเรื่องสุนัขจรจัด ที่ขยายพันธุ์มากเพิ่มขึ้นเรื่อยๆส่งผลกระทบทั้งเขตพื้นที่พักอาศัย และ พื้นที่การศึกษา งานจัดการขยะมูลฝอยและสิ่งอันตราย  สำนักงานสุขาภิบาลและสิ่งแวดล้อม จึงจัดโครงการดังกล่าว เพื่อให้สุนัขจรจัดอยู่ในมหาวิทยาลัยได้อย่างเหมาะสม ขณะเดียวกันบุคลากรและนักศึกษาต้องได้รับความปลอดภัย เริ่มต้นนั้นเจ้าหน้าที่จะดักจับสุนัขโดยการล่ออาหารให้สุนัขเข้ากรง และส่งไปยังคณะสัตวแพทยศาสตร์ มข.เพื่อทำหมัน ฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าและวัคซีนป้องกันหัด หมัด เห็บ หลังจากพักพื้นจะนำสุนัขมาปล่อยที่จุดเดิม  โดยจะมีการใส่ปลอกคอ หรือป้ายสัญลักษณ์เพื่อที่จะไม่ได้ทำซ้ำจึงอยากฝากถึงบุคลากร นักศึกษา ให้เข้าใจเจตนารมย์ในการดำเนินโครงการ เพื่อที่จะได้ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ และเป็นการสร้างสิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัยในการอยู่ร่วมกันของมนุษย์และสัตว์” นายสมฤกษ์ กล่าว

รถตู้-สองแถวหรือรถรับส่งนักเรียน??

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/291172

รถตู้-สองแถวหรือรถรับส่งนักเรียน??

ข้อบังคับของกรมการขนส่งทางบก, รถนักเรียน, รย2

ปัจจุบันรถที่นำมาใช้รับ-ส่งนักเรียนมีทั้งรถตู้และรถสองแถว การใช้งานจะแตกต่างไปตามสภาพพื้นที่ ถ้าทำประกันชั้น1  เข้มงวดความปลอดภัย อุบัติจะลดลงหรือไม่ต้องติดตาม

       เด็กยืนโหนท้ายรถ ที่มีภาพปรากฎให้เห็นอยู่บ่อยครั้งโดยเฉพาะในต่างจังหวัดพฤติกรรมดังกล่าวจะส่งผลให้เกิดอันตรายต่อตัวเด็กและเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุหรือไม่  หน่วยงานที่เกี่ยวต้อง ต้องเข้มงวดกวดขัน เพื่อให้เหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้นน้อยที่สุด ไปติดตามรายละเอียดได้กับ        “เกศกาญจน์ บุญเพ็ญ” ทีมข่าวคุณภาพชีวิต คมชัดลึกออนไลน์  qualitylife4444@gmail.com

รถตู้-สองแถวหรือรถรับส่งนักเรียน??

      ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวว่าได้เน้นย้ำให้สถานศึกษาทุกสังกัด ปฏิบัติตามมาตรการอย่างเคร่งครัด ก่อนเปิดเทอมทุกโรงเรียนจะมีการซักซ้อมมาตรการความปลอดภัย เช่น มีครูประจำหน้าประตูโรงเรียน คนรถรับ-ส่งต้องมีใบอนุญาตจากกรมการขนส่งทางบก พ.ศ.2522 ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการควบคุมดูแลการใช้รถโรงเรียน พ.ศ.2536 และระเบียบกรมการขนส่งทางบก ว่าด้วยการขออนุญาตและการอนุญาตให้ใช้รถในการรับจ้างรับส่งนักเรียน พ.ศ.2547ถือเป็นข้อบังคับตามกฎหมาย

        ข้อปฏิบัติของผู้ให้บริการขับรถ-รับส่งนักเรียน ตลอดจนสภาพรถที่นำมาให้บริการ กรมการขนส่งทางบกจะเป็นกำหนดมาตรฐานความปลอดภัย ระเบียบของ ศธ.จะเป็นหลักเกณฑ์กลางที่ทุกโรงเรียนยึดเป็นแนวทางปฏิบัติ

รถตู้-สองแถวหรือรถรับส่งนักเรียน??

            ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)

  ซึ่งจะกำหนดไว้ เช่น การควบคุมดูแลความปลอดภัย มีแผ่นป้ายติดข้อความ “รถโรงเรียน” จัดทำทะเบียนรถโรงเรียน ทะเบียนประวัติของพนักงานขับรถ ตลอดจนรายงานผลการใช้รถโรงเรียนต่อต้นสังกัดภาคเรียนละ 1 ครั้ง เป็นต้น

     โรงเรียนบ้านควนประชาสรรค์ ต.กุแหระ อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช มีนักเรียนประมาณ 300 คนและเมื่อปีการศึกษา 2559 มีนักเรียนจากโรงเรียนวัดคงคาเลียบ มาเรียนรวมด้วย 12 คน ใช้วิธีการขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการและให้พ่อแม่ร่วมกันสอดส่องดูแลลูกหลาน

        สุทิน บุษบา ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านควนประชาสรรค์ เล่าว่ารถนักเรียนมีอยู่ 2 คัน ระยะทาง 3-6 กิโลเมตร และระยะทาง 5-10 กิโลเมตร  พ่อแม่ ผู้ปกครอง จ่ายค่ารถรับจ้างเอกชน ที่นำรถกระบะติดตั้งหลังคา มีเบาะนั่ง 3 แถว และทำประกันชั้น 1 เอง

รถตู้-สองแถวหรือรถรับส่งนักเรียน??

      ส่วนโรงเรียนมีครูประจำอยู่ที่ประตูโรงเรียนคอยดูแลให้เด็กเข้าเรียนในตอนเช้า ส่วนตอนเย็น ให้นั่งครบเต็มตามที่นั่ง ไม่ให้มีการยืน หรือ โหนท้ายรถ ซึ่งอาจจะเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติได้ ประชุมร่วมกับผู้ปกครอง สร้างความเข้าใจและขอความร่วมมือช่วยกันดูแลลูกหลาน เช่น ถ้าคนขับรถบอกว่าเด็กเล่นกันบนรถ ในลักษณะอาจก่อให้เกิดอันตรายได้ พ่อแม่ต้องตักเตือน ห้ามปรามด้วย

     ทั้งนี้การขออนุญาตนำรถไปรับจ้างรับส่งนักเรียน ต้องปฏิบัติตามข้อบังคับของกรมการขนส่งทางบกดังนี้ 

1.ยื่นคำขอตามแบบที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด

2.ต้องเป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน7คน แต่ไม่เกินสิบสองคน (รย.2)ตามกฎหมาย ว่าด้วยรถยนต์ ต้องเข้ารับการตรวจสภาพรถ

3.มีอุปกรณ์สำหรับรถครบถ้วนถูกต้อง ไม่ค้างภาษีประจำปี มีอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัย

-แผ่นป้ายพื้นสีส้มขนาดกว้างไม่น้อยกว่า25ซม. ยาวไม่น้อยกว่า60ซม.และ มีข้อความว่า“รถรับ-ส่งนักเรียน”เป็นตัวอักษรสีดำความสูงไม่น้อยกว่า15ซม. ติดด้านหน้าและด้านท้ายของตัวรถ

– ไฟสัญญาณสีเหลืองอำพันหรือสีแดงปิดเปิดเป็นระยะติดไว้ที่ด้านหน้าและ ด้านท้ายของตัวรถ

รถตู้-สองแถวหรือรถรับส่งนักเรียน??

– ต้องมีเครื่องมือเครื่องใช้ที่จำเป็นเพื่อช่วยเหลือนักเรียนเมื่อมี อุบัติเหตุหรือเหตุ ฉุกเฉินเกิดขึ้น เช่น เครื่องดับเพลิงที่มีขนาดพอสมควรและติดตั้งไว้ภายในรถที่เหมาะสม ปลอดภัย พร้อมที่จะใช้งานได้ทุกขณะ ค้อนทุบกระจก 1 อัน สำหรับรถที่มีลักษณะเป็นรถตู้โดยสารเก็บไว้ในที่ ปลอดภัย และสามารถนำมาใช้งานได้โดยสะดวก

4.ต้องไม่ยินยอมให้ผู้โดยสารอื่นปะปนไปกับนักเรียน เว้นแต่ผู้ควบคุมดูแลนักเรียนหรือผู้ปกครอง

รถตู้-สองแถวหรือรถรับส่งนักเรียน??

5.ไม่มีประวัติเสียหาย ได้รับใบอนุญาตขับรถทุกประเภท ใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะหรือมีใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคลมาแล้วไม่น้อยกว่า3ปี

6.มีผู้ควบคุมดูแลนักเรียน อายุไม่ต่ำกว่า18ปี ประจำอยู่ในรถตลอดเวลาที่ใช้รับส่งนักเรียน

7.ต้องส่งนักเรียนให้ถึงโรงเรียนหรือที่ อยู่อาศัย หรือผู้ปกครองโดยตรงตามที่ตกลง

8.หนังสืออนุญาตให้ใช้รับ-ส่งนักเรียนให้ใช้ได้ไม่เกินครั้งละ6เดือน นับแต่วันอนุญาต

9.นายทะเบียนมีอำนาจออกหนังสืออนุญาตให้ใช้รถในการรับ-ส่งนักเรียนในเขต จังหวัดที่จดทะเบียนไว้ เว้นแต่กรณีผู้ขออนุญาตมีความจำเป็นต้องใช้รถรับ – ส่งนักเรียนไปยังเขตจังหวัดอื่นที่มีพื้นที่ติดต่อกันเท่านั้น

รถตู้-สองแถวหรือรถรับส่งนักเรียน??

10.ฝ่าฝืน/ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนด จะถูกยกเลิกการขออนุญาตจากนายทะเบียน

ที่มา กรมการขนส่งทางบก