คุกกี้เนยสดดอกโสน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/290352

คุกกี้เนยสดดอกโสน

คุกกี้เนยสดดอกโสน, มทร, ตราบัวแดง, ตรา BEST FOODS, ตราออร์คิด, ตราลิน, ตราCP, ตราวินเนอร์, ระดับดีมาก

 คุกกี้เป็นผลิตภัณฑ์ที่ทุกคนรู้จักและนิยมบริโภคกันมาก มีขายทั่วไป นิยมรับประทานเป็นอาหารเช้ากับกาแฟเป็นอาหารว่างทานกับน้ำชา

 

การประชุมสัมมนา จะมีการจัดอาหารว่างประเภทคุกกี้กับน้ำชากาแฟ น้ำหวานหรือน้ำผลไม้ เนื่องจากจัดเตรียมได้สะดวก เก็บได้นาน ราคาไม่แพง มีคุณค่าทางโภชนาการมากพอควร ประกอบด้วยคาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน วิตามินและเกลือแร่

คุกกี้เนยสดดอกโสนคุกกี้เนยสดดอกโสน

จากการสำรวจแหล่งปลูกดอกโสนเพื่อจำหน่าย ส่วนใหญ่มักพบปัญหาวัตถุดิบล้นตลาด ราคาตกต่ำ และเกิดการเน่าเสีย วัชรศักดิ์  จักกิจ นักศึกษาสาขาอาหารและโภชนาการ คณะเทคโนโลยี  คหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี จึงได้หาแนวทางเพื่อไขปัญหาดังกล่าวโดยการนำดอกโสนมาตากแห้ง แล้วบดเป็นผง ผสมหรือเสริมลงในคุกกี้ ซึ่งมี อาจารย์รัตนาภรณ์     มะโนกิจ อาจารย์สาขาวิชาอาหารและโภชนาการ มทร.ธัญบุรี เป็นที่ปรึกษา

คุกกี้เนยสดดอกโสน

“ดอกโสน…เป็นพืชผักในกลุ่มผักท้องถิ่น มีดอกสีเหลืองทอง มักขึ้นบริเวณริมคลอง คนส่วนใหญ่นิยมทานในส่วนของดอกและยอดอ่อน ตัวอย่างเมนูที่ขึ้นชื่อได้แก่ ขนมดอกโสน แกงส้มดอกโสน ไข่เจียวดอกโสน หรืออาจนำมาผัดน้ำมันหรือลวกสำหรับทานคู่กับน้ำพริกนานาชนิด ซึ่งรสชาติของดอกโสนจะให้รสหวานมันและมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว” วัชรศักดิ์ อธิบาย

คุกกี้เนยสดดอกโสน

วัชรศักดิ์  จักกิจ 

สูตรที่เหมาะสมสำหรับการผลิต ผลิตภัณฑ์คุกกี้เนยสดเสริมดอกโสน ประกอบด้วยแป้งสาลี (ตราบัวแดง) 400 กรัม ผงฟู (ตรา BEST FOODS) 5 กรัม เนยสด (ตราออร์คิด) 225 กรัม น้ำตาลทราย (ตราลิน) 240 กรัม ไข่ไก่ (ตราCP)เบอร์ 1 100 กรัม กลิ่นวานิลา (ตราวินเนอร์) 3 กรัม ดอกโสนอบแห้งบดละเอียด(3%) 14.67 กรัม

คุกกี้เนยสดดอกโสน

       วิธีการผลิต เตรียมดอกโสนสด เด็ดดอกโสนส่วนที่กินได้ แล้วนำไปล้างให้สะอาด พักให้สะเด็ดน้ำ นำดอกโสนเข้าอบในตู้อบลมร้อน ที่อุณหภูมิ 50องศาเซลเซียส 8 ชั่วโมง แล้วทำการบดละเอียด ร่อนแป้ง ผงฟู และดอกโสนที่เตรียมไว้ เข้าด้วยกัน พักไว้ ตีเนยสดด้วยความเร็วปานกลางจนอ่อนตัว จากนั้นค่อยๆ เติมน้ำตาลทรายป่นจนหมด ตีด้วยความเร็วสูงให้ส่วนผสมเข้ากัน จนส่วนผสมฟูเบา

คุกกี้เนยสดดอกโสน

จากนั้นค่อยๆ ใส่ไข่ไก่แช่เย็นทีละฟองลงไปจนหมด ใส่กลิ่นวานิลา ลดความเร็วอ่อนสุด ใส่แป้งที่พักไว้จนหมด ตีให้ส่วนผสมเข้ากันนำส่วนผสมคุกกี้ที่ได้ใส่ลงในถุงบีบคุกกี้ ทาเนยขาวบางๆ บนถาดอบให้ทั่ว บีบให้เป็นรูปดอกไม้ เส้นผ่าศูนย์กลางขนาด 1 นิ้ว อบที่อุณหภูมิ 150 องศาเซลเซียส นาน 15 นาที หรืออบจนสุก พักบนตะแกรงพักขนมให้เย็น แล้วแบ่งบรรจุ

คุกกี้เนยสดดอกโสนคุกกี้เนยสดดอกโสน

       คุกกี้เนยสดเสริมดอกโสน ยังคว้ารางวัล ระดับดีมาก’ จากการประกวด The 6th RMUTT Young Talent Inventor Awards จัดโดยสถาบันวิจัยและพัฒนา มทร.ธัญบุรี นับเป็นการพัฒนาให้เกิดผลิต    ภัณฑ์ใหม่ขึ้นมา และเป็นข้อมูลพื้นฐานสำหรับชุมชนท้องถิ่นที่จะนำไปใช้ประโยชน์สำหรับสร้างอาชีพต่อไป ผู้สนใจสูตรหรือคำแนะนำเพิ่มเติม โทร.08-6114-4157

NPS NEWSจากคอซอง-สู่ตัวจริง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/290348

NPS NEWSจากคอซอง-สู่ตัวจริง

หนองไผ่ดุสิตประชาสรรค์, NPS, นักข่าวตัวจริง, NPS News

 นโยบาย “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ ร.ร.หนองไผ่ดุสิตประชาสรรค์ จ.ขอนแก่น ปั้นผู้สื่อข่าววัยกระเตาะ  ฝึกฝนและสร้างทักษะให้กับผู้เรียน

      ทักษะ ความสามารถ เกิดจากการฝึกฝน ลงมือปฏิบัติ เรียนรู้ด้วยประสบการณ์ ทดลองและค้นพบจุดเด่น พัฒนาจุดด้อยด้วยตนเอง จึงเกิดเป็นความเชี่ยวชาญ จากกิจกรรมลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ นำไปสู่การค้นพบความถนัดของผู้เรียน ประกอบกับความเพียร จากนักข่าวเยาวชนก็ไม่เกินฝันหากมุ่งมั่นก้าวสู่สนาม “นักข่าวตัวจริง”

NPS Newsจากคอซอง-สู่ตัวจริง

     วัฒนา สมหวัง ผู้อำนวยการโรงเรียนหนองไผ่ดุสิตประชาสรรค์ กล่าวว่า คณะครูและนักเรียนได้ร่วมกันออกแบบกิจกรรม ตามนโยบาย “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้” ที่นักเรียนมีความสนใจ อยากเรียนรู้ ซึ่งนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 กลุ่มหนึ่งสนใจในการสื่อสาร รายงานข่าว ประกาศข่าว โรงเรียนจึงจัด “กิจกรรมนักข่าวเยาวชนหนองไผ่ดุสิต” หรือ “NPS News” นักเรียนได้เรียนรู้การรายงานข่าว

NPS Newsจากคอซอง-สู่ตัวจริง

     เริ่มจากการจัดทำคลิปวีดีโอรายงานข่าวกิจกรรมภายในโรงเรียน และเผยแพร่ในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ โรงเรียนเล็งเห็นว่ากิจกรรมนี้สามารถพัฒนานักเรียนได้ครบทั้ง 4 ด้าน สติปัญญา จิตใจ ทักษะฝีมือ และสุขภาพ ตามนโยบาย

     วีระยุทธ ภูงามเงิน ครูผู้รับผิดชอบดูแลกิจกรรม “กิจกรรมนักข่าวเยาวชนหนองไผ่ดุสิต” กล่าวว่าการจัดกระบวนการเรียนรู้ของกิจกรรมนี้ว่า ในขั้นเริ่มต้นนั้นให้นักเรียนได้ชมรายการข่าว สารคดีข่าว เป็นแบบอย่าง เพื่อฝึกตั้งประเด็นข่าวและเขียนบทรายงานข่าว

NPS Newsจากคอซอง-สู่ตัวจริง

    วีระยุทธ ภูงามเงิน ผู้ดูแลกิจกรรม “นักข่าวเยาวชนหนองไผ่ดุสิต”

       นักเรียนที่สนใจด้านการประกาศข่าวจะฝึกการอ่านออกเสียงอย่างถูกต้อง ชัดเจน นักเรียนที่สนใจด้านการถ่ายภาพ บันทึกภาพวีดีโอจะเรียนรู้การใช้อุปกรณ์ และโปรแกรมตัดต่อวีดีโอ โดยโรงเรียนสนับสนุนงบประมาณ และจัดหาอุปกรณ์กล้องดิจิตอล ไมโครโฟน ขาตั้งกล้อง คอมพิวเตอร์สำหรับการจัดทำคลิปข่าวของ NPS News

NPS Newsจากคอซอง-สู่ตัวจริง

     อภัสรา บัวจารย์ หรือน้องเอ็ม นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 นักข่าวเยาวชนหนองไผ่ดุสิต ซึ่งรับหน้าที่ผู้รายงานข่าว ได้กล่าวถึงจุดเริ่มต้นในการเป็นนักข่าวเยาวชนว่า หลังจากที่ได้ชมผลงานข่าว NPS News ของรุ่นพี่ทำให้เกิดความสนใจในการรายงานข่าว เมื่อคุณครูรับสมัครเข้าร่วมกิจกรรม จึงสมัครเข้าร่วมโดยทันที

NPS Newsจากคอซอง-สู่ตัวจริงอภัสรา บัวจารย์ ผู้ประกาศข่าวคนเก่งของ NPS News

     ในขั้นแรกได้ฝึกอ่านข่าว รายงานข่าวกับรุ่นพี่ จากนั้นได้ฝึกการเขียนบทรายงานข่าว ทำให้มีทักษะในการพูดภาษาไทยที่ถูกต้องชัดเจน การเขียนเรียบเรียงได้ดีขึ้น ทั้งยังได้เรียนรู้คำศัพท์ใหม่ๆ ตลอดเวลา ที่สำคัญเกิดความกล้าแสดงออก สามารถพูดในที่ชุมชนได้ และสามารถรับหน้าที่เป็นผู้กล่าวนำในกิจกรรมหน้าเสาธงของโรงเรียนอีกด้วย

NPS Newsจากคอซอง-สู่ตัวจริง

      พิรุณพร ขาวสร้อย หรือน้องแตงกวา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 นักข่าวเยาวชนอีกคนหนึ่ง ทำหน้าที่เป็นผู้รายงานข่าวและจัดหาข้อมูลในการจัดทำบทรายงานข่าว   กล่าวว่าการเป็นนักข่าวเยาวชนฯ ช่วยสร้างทักษะในการฟังและจับใจความสำคัญ รวมถึงทักษะในการสืบค้นข้อมูลจากแหล่งต่างๆ มาตรวจสอบ เพื่อให้การนำเสนอข่าวนั้นถูกต้องก่อนที่จะเผยแพร่ข่าว

     ซึ่งปัจจุบัน NPS News ใช้ช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ หน้าเพจเฟซบุ๊ค ชื่อว่า โรงเรียนหนองไผ่ดุสิตประชาสรรค์ และช่องในเว็บไซต์ยูทูป ชื่อว่า NPS News เพื่อเผยแพร่คลิปรายงานข่าวกิจกรรมของโรงเรียนและกิจกรรมสำคัญในชุมชนอย่างสม่ำเสมอ

NPS Newsจากคอซอง-สู่ตัวจริง

ปิยะธิดา ประสมเพชร ตากล้องบันทึกภาพ

     สมาชิกนักข่าวเยาวชนหนองไผ่ดุสิต อีกคนหนึ่ง คือ ปิยะธิดา ประสมเพชร หรือน้องดิว ผู้รับหน้าที่เป็นตากล้องบันทึกภาพวีดีโอ กล่าวว่า ก่อนหน้าที่จะได้ร่วมกิจกรรมนี้ไม่เคยมีทักษะการถ่ายภาพหรือใช้อุปกรณ์การถ่ายภาพเลย แต่ด้วยความสนใจ อยากถ่ายทอดกิจกรรมของโรงเรียนให้เพื่อนและบุคคลภายนอกได้รับรู้ จึงตั้งใจฝึกใช้อุปกรณ์ สังเกตมุมมอง มุมภาพในสารคดีต่างๆ รวมถึงนำคำแนะนำของคุณครูและรุ่นพี่ มาพัฒนาการถ่ายภาพของตนเอง และมีความตั้งใจจะพัฒนาการตัดต่อด้วยตนเองให้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น

NPS Newsจากคอซอง-สู่ตัวจริง

      นายสงวน เสียงดัง ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาโรงเรียนหนองไผ่ดุสิตประชาสรรค์นอกจากนี้ยังเป็นผู้ติดตามชมรายงานข่าวของ NPS News กล่าวชื่นชมนักข่าวเยาวชนหนองไผ่ดุสิต ว่ามีความตั้งใจเรียนรู้และพัฒนาตนเอง ซึ่งสังเกตได้จากการติดตามชมคลิปรายงานข่าวมาโดยตลอดพบว่า นักข่าวเยาวชนมีการพัฒนาทักษะการพูด การเรียบเรียงข่าว มาเป็นลำดับ

    ปัจจุบันกิจกรรมนักข่าวเยาวชนหนองไผ่ดุสิต ได้รับคำชื่นชมทั้งจากกลุ่มผู้ปกครองนักเรียนและพี่น้องในชุมชนที่ได้รับชมคลิปข่าวต่างๆ ทางสื่อสังคมออนไลน์

NPS Newsจากคอซอง-สู่ตัวจริง

      เป็นเรื่องที่ดีที่ผู้บริหารและคุณครูโรงเรียนหนองไผ่ดุสิตประชาสรรค์ ที่ได้จัดกิจกรรมเปิดโอกาสให้นักเรียนได้มีประสบการณ์จริงในการฝึกฝนทักษะในด้านที่ตนเองสนใจ จนเป็นผลงานที่น่าชื่นชมเช่นนี้

NPS Newsจากคอซอง-สู่ตัวจริง

     0   นวพร เอกตะคุ  สพป.ขอนแก่น เขต 5 0รายงาน 

(คลิป)แม่ อาชีพที่ไม่มีวันหยุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/290313

(คลิป)แม่ อาชีพที่ไม่มีวันหยุด

ม.มหิดล เชิดชูบทบาทแม่ บุคคลดีเด่น คัดเลือก “แม่สู้ชีวิต” “แม่ 100 ปี และ”แม่อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม” จากทั่วประเทศ มอบรางวัลงาน มหิดล-แม่ ประจำปี 2560

      “แม่” คำสั้นๆ แต่ความหมายและบทบาทนั้นยิ่งใหญ่เกินจะกล่าวได้ ทำหน้าที่ของแม่ที่ไม่มีวันสิ้นสุด ดังที่ “แม่ดี-บุคคลดีเด่น” “แม่สู้ชีวิต” เพื่อตอบแทนพระคุณแม่ที่ได้อุทิศชีวิตต่อสู้เพื่อลูก ,“แม่100 ปี” แม่ที่มีอายุยืนยาวถึง 5 แผ่นดิน และ “แม่อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม” แม่ ที่มีบทบาทในการสนับสนุนลูกเห็นคุณค่าของสิ่งแวดล้อมที่ดี และมีบาทบาทสนับสนุนอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในสังคม ที่สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล (มม.) ประกาศผลรางวัล เพื่อเชิดชูเกียรติในงาน “มหิดล-วันแม่” ประจำปี 2560 ซึ่งปีนี้เป็นที่ 32

(คลิป)แม่ อาชีพที่ไม่มีวันหยุด

     ศ.คลินิก นพ.โชคชัย เมธีไตรรัตน์ รักษาการแทนอธิการบดีฝ่าบบริหาร มม. ประธานคณะกรรมการดำเนินงาน กล่าวว่า มม.จัดงานวันแม่มาตั้งแต่ปี2529 ต่อเนื่องมาทุกปี โดยปีนี้เป็นปีที่ 32 เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 และร่วมฉลองในโอกาสวันแม่แห่งชาติ   โดยในปีนี้ มีแม่ที่ได้รับรางวัล “แม่สู้ชีวิต” ทั้งหมด 8 ราย จากผู้เสนอชื่อ 62 รายทั่วประเทศ

(คลิป)แม่ อาชีพที่ไม่มีวันหยุด

              แม่จันทรา ภูนิคม อายุ 51 ปี จ.ชุมพร

        ซึ่งแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ แม่สู้ชีวิตประเภทแม่ของลูกพิการ และแม่สู้ชีวิตประเภทแม่ของลูกปกติ ได้แก่ แม่ภัทชา สุนทรนันท์ อายุ 47 ปี จ.พิษณุโลก ,แม่ประนอม พันธ์นพ อายุ 80 ปี จ.อุดรธานี ,แม่ดาราวรรณ พันสวัสดิ์ อายุ 49 ปี จ.ชลบุรี ,แม่เจือ ถาวร อายุ 82 ปี จ.ตรัง , แม่ลั่นทม จิตวิชา อายุ 44 ปี จ.พิษณุโลก ,แม่เพ็ญจวัน(คำหล้า) ภูท้าว อายุ 59 ปี จ.เลย, แม่ถนอมศรี ทองฤทธิ์ อายุ 56 ปี จ.ชลบุรี และแม่จันทรา ภูนิคม อายุ 51 ปี จ.ชุมพร

(คลิป)แม่ อาชีพที่ไม่มีวันหยุด แม่สุดใจ ถือศีล อายุ 101 ปี ปทุมธานี

(คลิป)แม่ อาชีพที่ไม่มีวันหยุด

      “แม่ 100 ปี” แม่ที่มีอายุ 100 ปีขึ้นไป ผู้ได้รับรางวัล 5 คน จากผู้เสนอชื่อ 109 รายทั่วประเทศ ได้แก่ แม่สุดใจ ถือศีล อายุ101 ปี จ.ปทุมธานี ,แม่เสาร์ กาคำ อายุ 102 ปี จ.แพร่,แม่พา แสวงสุข อายุ 104 ปี จ.หนองคาย, แม่ฝ้าย พวงทอง อายุ 104 ปี จ.ชัยนาท และแม่กร่อย บังแดงดี อายุ 106 ปี จ.ตรัง

(คลิป)แม่ อาชีพที่ไม่มีวันหยุด แม่พา แสวงสุข อายุ 104 ปี หนองคาย

     “แม่อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม” มีผู้ได้รับรางวัล 4 ราย จากมีผู้เสนอชื่อ 26 ราย ได้แก่ แม่สนิท ทิพย์นางรอง จ.บุรีรัมย์ ,แม่สำรวย ศรีมะเรือง จ.บุรีรัมย์ , แม่ประยูร กาญจนารี จ.อำนาจเจริญ และแม่บุญเยี่ยม กัญญาธิ จ.อุดรธานี

     ทั้งนี้ ผู้ที่ได้รับคัดเลือก “แม่ดี-บุคลากรเด่น”จะเข้ารับประทานรางวัล จากพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ในงาน “มหิดล-วันแม่” ประจำปี 2560 ในวันที่ 2 สิงหาคม ณ สำนักงานอธิการบดีมม.ศาลายา โดยในงานจะมีการแสดงวัฒนธรรมผ้าเฉลิมพระเกียรติ การแสดงขับร้องเพลงกล่อมลูก นิทรรศการวิชาการ บริการทันตกรรม วัดความดันโลหิต ตรวจน้ำตาลในเลือด ตรวจมวลกระดูก ทดสอบสมรรถภาพทางกาย เป็นต้น

(คลิป)แม่ อาชีพที่ไม่มีวันหยุด แม่ดาราวรรณ พันสวัสดิ์ อายุ 49 ปี จ.ชลบุรี

     แม่ประนอม พันธ์นพ อายุ 80 ปี จ.อุดรธานี ตัวแทนแม่สู้ชีวิต กล่าวว่ามีลูกทั้งหมด 8 คน ซึ่งมี 2 คน เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ และสุขภาพ โดยทุกคนล้วนจบการศึกษา มีงานทำ ประสบความสำเร็จ เพราะสิ่งหนึ่งที่แม่พยายามสอนลูกๆ อยู่เสมอ คือให้ทุกคนตั้งใจเรียนหนังสือ หาวิชาความรู้ติดตัว เนื่องจากแม่จบป.4 ไม่ได้มีทรัพย์สมบัติมากมาย อยากให้ทุกคนจบการศึกษามีงานทำ มีรายได้เลี้ยงดูตนเองและครอบครัวได้

(คลิป)แม่ อาชีพที่ไม่มีวันหยุด แม่ภัทชา สุนทรนันท์ อายุ 47 ปี จ.พิษณุโลก

     “การศึกษา ความรู้เป็นสิ่งที่ใช้ไม่หมด กินไม่หมด แม่มีอาชีพเย็บผ้า ส่วนพ่อเขาตอนมีชีวิตอยู่ก็มีอาชีพขับรถรับจ้าง การเลี้ยงลูก 8 คนจึงต้องพยายามปลูกฝังความคิด สิ่งดีๆให้แก่เขา โดยเฉพาะการมีความรัก ความสามัคคี แบ่งปันกันในครอบครัว และที่สำคัญสอนให้เขารักที่จะขวนขวายหาความรู้ใส่ตัวเอง เพื่อชีวิตที่ดีขึ้น อย่าต้องมานั่งรับจ้างเย็นได้ตัววันละ 3 บาทอย่างในอดีตเหมือนแม่” แม่ประนอม กล่าว

    ตอนนี้ “แม่ประนอม” มีความสุขมากที่ได้เห็นลูกๆ ทุกคนจบการศึกษา มีงานทำ มีฐานะที่มั่นคง เพราะต่อให้ตลอดชีวิตของแม่ต้องตรากตรำทำงานหนักเพื่อลูก แม่ก็ดีใจและภูมิใจที่ได้เห็นอนาคตที่ดีของลูก วันแม่ปีนี้ อยากให้ลูกๆ ทุกคนกอดแม่ บอกรักแม่ และดูแลแม่ให้ดี เพราะแม่ เป็นบุคคลที่เสียสละทุกอย่างเพื่อลูกได้

(คลิป)แม่ อาชีพที่ไม่มีวันหยุด แม่ลั่นทม จิตวิชา อายุ 44 ปี จ.พิษณุโลก กับลูกสาว

     แม่อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม “แม่สำรวย ศรีมะเรือง จ.บุรีรัมย์ แม่เป็นประธานกลุ่มทอผ้าบ้านเจริญสุข กล่าวว่า แม่กับชาวบ้านร่วมกันนำทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่มาใช้ให้เกิดประโยชน์ โดยเก็บดินแดงและวัตถุดิบธรรมชาติมาประยุกต์ในการย้อมผ้าที่สร้างชื่อเสียงจนกลายเป็นผลิตภัณฑ์ผ้าภูอัคนี แม่ยังเป็นผู้นำในการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ชุมชน ปกป้องไม่ให้ใครมาบุกรุก สอนลูกหลานให้เห็นคุณค่าของป่าไม้ แม่เสนอแนวคิดในการชักชวนคนในชุมชนทำโฮมสเตย์เพื่อรองรับนักท่องเที่ยว เสริมรายได้แก่คนในชุมชน

    ด้าน แม่จันทรา ภูนิคม อายุ 51 ปี จ.ชุมพร แม่สู้ชีวิต ประเภทลูกพิการ กล่าวว่ารู้สึกดีใจมากที่ได้รับรางวัลครั้งนี้ เพราะไม่ได้เป็นเพียงรางวัลที่สร้างกำลังใจให้แก่ตนเองและครอบครัว แต่ยังเป็นแรงบันดาลใจให้แก่แม่หรือครอบครัวที่มีลูกพิการเช่นเดียวกัน แม่มีลูก 2 คน และทั้ง 2 คน ก็พิการแต่แรกเกิด เนื่องจากเป็นความผิดปกติของกรรมพันธุ์ มียีนส์ด้อย ทำให้ลูกมีพัฒนาการทางกายไม่สมวัยล่าช้ากว่าเด็กปกติ ซึ่งแพทย์วินิจฉัยว่าเป็นโรคประสาทไขสันหลังฝ่อ ซึ่งแม่ก็ได้พาลูกทั้งสองไปรักษาทั้งแพทย์ปัจจุบันและแพทย์ทางเลือก รักษาทุกวิถีทางแต่ก็ไม่ดีขึ้น ไม่มียารักษาได้

(คลิป)แม่ อาชีพที่ไม่มีวันหยุด

      “แม่มีอาชีพเป็นพยาบาล เมื่อไม่มีแพทย์ที่ไหนรักษา หรือยาตัวใดช่วยลูกได้ เราก็พยายามมองหาจุดที่ทำให้ลูกสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ซึ่งลูกเรามีแขนที่ยังมีกำลัง มีสมองและความคิด จึงได้ให้พวกเขาศึกษาหาความรู้ จนตอนนี้ลูกสาวคนโต อายุ25 ปี จบปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช และลูกชายจะจบการศึกษาในปีหน้าจากมหาวิทยาลัยเดียวกัน ซึ่งถือเป็นความสำเร็จและความภาคภูมิใจของแม่ เพราะต่อให้ลูกเราร่างกายไม่พร้อม แต่เขามีจิตใจและสมองที่ดี ช่วยเหลือตัวเองได้ และแม่จะสอนเขาเสมอให้คิดบวก มองโลกตามจริงต่อให้ลูกเดินไม่ได้ แต่มีความรู้ใช้ชีวิต และมีคุณค่าต่อสังคมได้ มีโอกาสที่ดีกว่าหลายๆคน ดังนั้น ไม่ว่าวันนี้ลูกจะเป็นอย่างไร แต่เขาเป็นหัวใจของแม่ และแม่จะดูแลเขาตลอดไป” แม่จันทรา กล่าว

      แม่คือผู้เสียสละ เพื่อลูก ซึ่งก่อนที่ทุกคนจะเป็นแม่ก็ล้วนผ่านการเป็นลูก แม่จันทรา เล่าอีกว่าทุกครั้งที่เราได้เห็นรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ ความสุขของลูกก็เหมือนกำลังใจที่คอยเติมเต็มแม่ในวันที่แม่เหนื่อย หรือท้อ เพราะคนเราคงไม่มีใครเข้มแข็งตลอดเวลา เมื่อแม่เหนื่อยท้อ เราต้องมองโลกในแง่ดี และอย่ามองเพียงปัญหา หรืออุปสรรคที่อยู่ตรงหน้า

(คลิป)แม่ อาชีพที่ไม่มีวันหยุด

แม่เจือ ถาวร อายุ 82 ปี จ.ตรัง

     เพราะทุกอย่างล้วนมีมุมดีๆอยู่ อย่าง มีลูกพิการแต่พวกเขามีสมอง อารมณ์ที่ดี และเชื่อฟังเรา เขาไม่เกเร ไม่สร้างความเดือนร้อนให้แก่ใคร ดังนั้น แม่ได้มอบความรัก ความอบอุ่น และใช้หลักคำสอนทางพระพุทธศาสนามาช่วยกล่อมเกลาจิตใจให้แก่ตนเองและลูก

      “วันแม่ปีนี้ อยากให้ลูกๆทุกคน ดูแลแม่ของตัวเองให้ดีที่สุด เพราะคงไม่มีผู้หญิงคนใดนอกจากแม่ที่จะดูแลเราได้ดี และไม่เคยทอดทิ้งลูก แม่เองก็จะอยู่ดูแลน้องเขาไปตลอด” แม่จันทรา กล่าวทิ้งท้าย

ราชภัฏชูยุทธศาสตร์ใหม่ พัฒนาท้องถิ่น สนองในหลวงร.10

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/290328

ราชภัฏชูยุทธศาสตร์ใหม่ พัฒนาท้องถิ่น สนองในหลวงร.10

ราชภฏ, ครู, พัฒนาท้องถิ่น, สนองในหลวงร10, ทปอมรภ

ราชภัฏ ปรับแผนยุทธศาสตร์ใหม่ สนองในหลวงร.10 มุ่งยกระดับการผลิตครู การจัดการศึกษา ควบคู่การพัฒนาท้องถิ่น ของบ200ล้านบาท ผุดโครงการหมู่บ้านต้นแบบ -พัฒนาครู

         รศ.ดร.สมบัติ คชสิทธิ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในฐานะประธานที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วประเทศ (ทปอ.มรภ.) เปิดเผยว่า เนื่องจากด้วยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ 10 ทรงมอบพระบรมราโชบายด้านการศึกษาผ่านองคมนตรี ใจความตอนหนึ่งว่า ให้แนะนำมหาวิทยาลัยราชภัฏ ให้ทำงานให้เข้าเป้าในการยกระดับการศึกษาและพัฒนาท้องถิ่นในท้องที่ตน  ดังนั้นเพื่อเป็นการสนองพระบรมราโชบาย ทางกลุ่มมหาวิทยาลัยราชภัฎทั้ง 38 แห่ง จึงได้ร่วมจัดทำแผนยุทธศาสตร์ใหม่ เพื่อพัฒนาท้องถิ่น  4 ด้าน ได้แก่ 1.ด้านการพัฒนาท้องถิ่น 2.ด้านการผลิตและพัฒนาครู 3.ด้านการยกระดับคุณภาพการศึกษา และ4.ด้านระบบริหารจัดการ เพื่อใช้เป็นแนวทางในการขับเคลื่อนผลิตและพัฒนาครู ยกระดับคุณภาพการศึกษาของมหาวิทยาลัยราชภัฎ ควบคู่ไปกับการพัฒนาท้องถิ่นอย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนั้น ปีงบประมาณ 2561 มหาวิทยาลัยราชภัฎ เสนอของบประมาณ 200 ล้านบาท สำหรับนำมาดำเนินงาน 2 โครงการสำคัญ คือ 1. โครงการพัฒนาหมู่บ้านต้นแบบ และ2. โครงการพัฒนาครูที่จะทำให้เด็กสามารถอ่านออกเขียนได้และคิดวิเคราะห์เป็น เชื่อว่าทำให้เกิดความตื่นตัวในการระดมพลังเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นและยกระดับคุณภาพการศึกษาในท้องถิ่นได้อย่างแท้จริง

“มหาวิทยาลัยราชภัฎ ซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอย่างหาที่สุดมิได้ ที่พระองค์สนพระทัย และทรงห่วงใยมหาวิทยาลัยราชภัฎ แสดงให้เห็นชัดเจนตลอดระยะเวลากว่า 30 ปี ที่พระองค์เสด็จพระราชทานปริญญาบัตรให้แก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยราชภัฏ ดังนั้นกลุ่มมหาวิทยาลัยราชภัฎจะทุ่มเทการทำงานอย่างเต็มกำลังความสามารถในการพัฒนามหาวิทยาลัยราชภัฎให้เป็นสถาบันที่ช่วยพัฒนาท้องถิ่นและประเทศชาติอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป” รศ.ดร.สมบัติ กล่าว

สำหรับกระทรวงอุดมศึกษาที่จะเกิดขึ้นในอนาคตนั้น มหาวิทยาลัยราชภัฎก็จะเป็นส่วนหนึ่งในกระทรวงอุดมศึกษา ซึ่งจะเป็นกระทรวงที่มุ่งเน้นความเป็นอุดมศึกษาที่ชัดเจนมากขึ้น แต่ไม่ว่าจะอยู่ตรงไหนมหาวิทยาลัยราชภัฎก็ยังคงมีบทบาทที่ชัดเจนในการเป็นสถาบันอุดมศึกษาเพื่อท้องถิ่น ไม่ได้เป็นมหาวิทยาลัยที่แข่งขันกับใคร หรือจะไปเทียบกับมหาวิทยาลัยขนาดใหญ่ที่เน้นการทำงานวิจัย หรืองานระดับชาติคงไม่ได้ ดังนั้นกระทรวงอุดมศึกษาต้องส่งเสริมและสนับสนุนให้มหาวิทยาลัยราชภัฎทำงานตามบทบาทได้อย่างเต็มที่ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

แห่เรียนอนุบาล“ศพด.บ้านราชคราม”ล้น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/290319

แห่เรียนอนุบาล“ศพด.บ้านราชคราม”ล้น

ศพดบ้านราชคราม, ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก, พัฒนาเด็กปฐมวัยผ่าน, ราชครามโมเดล, ศพด, สสส

พ่อแม่ผู้ปกครองไว้วางใจ “ศพด.บ้านราชคราม” ส่งบุตรหลานเข้ามาเรียนอนุบาล ในแต่ละปีจะมีผู้สมัครเรียนอนุบาล 1 จำนวนมากเป็นหลัก 100 คนในขณะที่ศูนย์รับได้ปีละ 50 คน

         น.ส.พะเยาว์ ศรีประพันธ์ รักษาการหัวหน้าศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก(ศพด.)บ้านราชคราม กล่าวว่า ปัจจุบัน ศพด.บ้านราชคราม มีนักเรียนตั้งแต่ระดับอนุบาล 1-3 จำนวน 173 คน ครูผู้ดูแลเด็ก 10 คน ซึ่งในการพัฒนาคุณภาพเด็กปฐมวัยของทางศูนย์นั้นจะใช้รูปแบบ “ราชครามโมเดล”  ซึ่งเป็นจะมีกรอบการทำงานในด้านสำคัญๆ ได้แก่ ด้านการบริหารจัดการสถานศึกษา ด้านการมุ่งผลสัมฤทธิ์ของเด็กและครู ด้านการจัดสภาพแวดล้อมในสถานศึกษา ด้านการพัฒนาความรู้คู่คุณธรรม และด้านความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของชุมชนและสถานศึกษา

แห่เรียนอนุบาล“ศพด.บ้านราชคราม"ล้น

ทั้งนี้ การทำให้ราชครามโมเดล เป็นเรื่องง่ายต่อการเรียนรู้ จึงต้องมีการประยุกต์และปรับใช้ให้เหมาะสมกับแต่ละบริบทของผู้ที่มาเรียน ศพด.บ้านราชคราม จึงได้สร้างเครื่องมือและทำฐานการเรียนรู้เพื่อพัฒนาเด็ก เรียกว่า ต้นไม้แห่งการเรียนรู้ 12 ต้น ได้แก่ 1.ด้วยรักและห่วงใย  2.แหล่งเรียนรู้ปลอดภัย จัดสภาพแวดล้อมลดจุดเสี่ยงทั้งภายในห้องเรียนและนอกห้องเรียน 3.ใส่ใจสิ่งแวดล้อม 4.เตรียมพร้อมสู่พัฒนาการ 5.อาหารถูกหลัก 6.สวนผักปลอดสาร 7.เน้นด้านอนามัย 8.สนใจการเรียนรู้ 9.คุณครูช่วยเสริม 10.เพิ่มพูนปัญญา 11.พัฒนากายใจ และ12.ร่วมกันแก้ไขและพัฒนาศูนย์ฯ ซึ่งแนวทางนี้ ศพด.ที่มีบริบทเหมือนหรือใกล้เคียงกับ ศพด.บ้านราชคราม ก็สามารถเข้ามาเรียนรู้และนำไปปฏิบัติได้

แห่เรียนอนุบาล“ศพด.บ้านราชคราม"ล้น

น.ส.พะเยาว์ ศรีประพันธ์

ศพด.เป็นสถานที่ที่ชุมชมในพื้นที่ให้ความไว้วางใจในการนำบุตรหลานมาเข้าเรียน เพื่อเตรียมพร้อมก่อนเข้าสู่การเรียนในระดับประถมศึกษา อันเป็นที่มาของ “ราชครามโมเดล” ที่เกิดจากความร่วมมือกันของเทศบาลตำบลราชคราม ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลราชคราม ท้องที่ ผู้ปกครองและภาคประชาชน ภายใต้การสนับสนุนของ สสส. ร่วมพัฒนาให้ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านราชคราม อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา  มีความเข้มแข็ง และพัฒนาให้เป็นศูนย์เรียนรู้ในการดูแลเด็กปฐมวัย ครอบคลุมใน 5 ด้าน ได้แก่ การบริการจัดการ การจัดการสิ่งแวดล้อม หลักสูตรและการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ การดูแลสุขภาพ และการมีส่วนร่วมของครอบครัวและชุมชน

แห่เรียนอนุบาล“ศพด.บ้านราชคราม"ล้น

นายขวัญชัย เทิดทูนการค้า

นายขวัญชัย เทิดทูนการค้า นายอำเภอบางไทร กล่าวว่าการดำเนินงานของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านราชคราม ในโครงการกำกับและติดตามการดำเนินงานเพื่อพัฒนาสุขภาวะเด็กปฐมวัย ว่า ที่ผ่านมาชาวอำเภอบางไทร มีการทำงานแบบร่วมแรงร่วมใจเพื่อการพัฒนาเด็กปฐมวัย ซึ่งเป็นช่วงวัยที่ต้องวางรากฐานให้เข้มแข็ง จนเกิดเป็น “ราชครามโมเดล” ขึ้น ซึ่งเป็นระบบการดูแลเด็กปฐมวัยที่บูรณาการการทำงานทุกภาคส่วน ได้แก่ เทศบาลตำบลราชคราม ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ตลอดจนความร่วมมือจากครอบครัว ผู้ปกครอง และชุมชน ซึ่งปรากฎว่าส่งผลชัดเจนเด็กปฐมวัยของชาวราชครามมีพัฒนาการ เติบโตอย่างสมวัย เป็นพลเมืองที่มีความสามารถรองรับการก้าวไปสู่ประเทศไทย 4.0

“อยากฝากท้องถิ่นที่มีศักยภาพนำโมเดลดังกล่าวไปปรับใช้เพื่อให้เด็กเล็กในท้องถิ่นตนเองได้รับการพัฒนาและมีคุณภาพชีวิตที่ดี”นายขวัญชัย กล่าว

แห่เรียนอนุบาล“ศพด.บ้านราชคราม"ล้น

ขณะที่ นายไพฑูรย์ สุขสามดาว นายกเทศมนตรีตำบลราชคราม กล่าวว่า ศพด.บ้านราชคราม เป็นศูนย์เรียนรู้ด้านการพัฒนาเด็กปฐมวัย ในโครงการกำกับและติดตามการดำเนินงานเพื่อพัฒนาสุขภาวะเด็กปฐมวัย โดยการสนับสนุนสำนักสนับสนุนสุขภาวะเด็ก เยาวชนและครอบครัว สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และผ่านการประเมิน 5 ด้าน คือ ด้านการบริหารจัดการ การจัดการสิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัยเอื้อต่อการเรียนรู้ หลักสูตรและการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ การดูแลสุขภาพ และการมีส่วนร่วมของครอบครัวชุมชน และยังขยายเครือข่ายไปยังศูนย์พัฒนาเด็กเล็กอีก 5 ศูนย์ โดยได้มีการพัฒนาองค์ความรู้มาอย่างต่อเนื่องเรียกว่า “ราชครามโมเดล”

เด้ง “กมล รอดคล้าย” เข้ากรุสำนักนายกฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/290303

เด้ง “กมล รอดคล้าย” เข้ากรุสำนักนายกฯ

ส่ง, ที่ปรึกษาพิเศษ, สำนักนายกรัฐมนตรี, ซีซีทีวี, เด้ง, กมล, รอดคล้าย, เข้ากรุสำนักนายกฯ, กมล รอดคล้าย, หมอธี, ครม, นักบริหารระดับสูง, สกศ

มติครม.รับโอน “กมล” นั่งที่ปรึกษาพิเศษ สำนักนายกฯ ตามคำขอร้องนายกฯ “หมอธี” ยันไม่ได้เสนอ คาดติดตั้งซีซีทีวีร.ร.ใต้เป็นสาเหตุ “กมล” พูดสั้นๆยอมรับ

            เมื่อวันที่ 1 ส.ค.60- นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังการประชุมผู้บริหารองค์กรหลักของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ว่า ได้แจ้งให้ที่ประชุมทราบว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบรับโอน ดร.กมล รอดคล้าย ข้าราชการพลเรือนสามัญ ตำแหน่ง เลขาธิการสภาการศึกษา (นักบริหารระดับสูง) สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ศธ.ให้ไปดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาพิเศษ ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (นักบริหารระดับสูง) สำนักงานปลัด สำนักนายกรัฐมนตรี

“การเสนอขอรับโอนดร.กมลไปเป็นที่ปรึกษาพิเศษครั้งนี้ ดร.วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้มีหนังสือเสนอให้ ครม.พิจารณารับโอน ผมไม่ได้เสนอและเรื่องนี้อยู่นอกเหนืออำนาจของผม เพราะผมไม่สามรถสั่งให้ใครไปสำนักนายกฯได้ แต่เมื่อทางสำนักนายกรัฐมนตรีขอตัวมาก็ต้องเป็นไปตามนั้น ส่วนสาเหตุของการโอนไปเป็นที่ปรึกษาพิเศษนั้น ผมคิดว่ากรณีการติดตั้งระบบกล้องวงจรปิด หรือ ซีซีทีวี ในโครงการ Safe Zone School 12 เขตพื้นที่การศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่กำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบของคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง น่าจะเป็นเพียงสาเหตุหนึ่ง อาจจะมีเรื่องอื่นด้วย ส่วนจะเป็นเรื่องอะไรนั้นผมไม่ทราบ”

ผู้สื่อข่าวถามว่า ในส่วนของการแต่งตั้งเลขาธิการ สกศ.ซึ่งเป็นระดับ 11 จะดำเนินการเลยหรือไม่ นพ.ธีระเกียรติ กล่าวว่า ในครั้งนี้ไม่ใช่ช่วงที่มีการโยกย้ายและเกิดขึ้นเร็ว ซึ่งตำแหน่งเลขาธิการ สกศ.ที่ว่างลง เบื้องต้นรองเลขาธิการ สกศ.รักษาราชการแทนเลขาธิการ สกศ.ไปก่อน แต่การแต่งตั้งเลขาธิการ สกศ.คนใหม่ ต้องรอไปก่อน ยังไม่ได้คิดซึ่งบอกมาตลอดว่าเรื่องคนต้องคิดนานๆ

ขณะที่ ดร.กมล กล่าวว่า ยอมรับในมติ ครม.แต่ยังไม่ขอพูดอะไรในตอนนี้
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ดร.กมล ได้รับมอบหมายให้เป็นโฆษก ศธ.ซึ่งในการประชุมผู้บริหารองค์กรหลักของ ศธ.วันนี้ ดร.กมล ไม่ได้มาเข้าร่วมประชุมด้วยแต่อย่างใด

(คลิป)ต้อง”ไข่เอสพีเอฟ”เท่านั้นใช้ผลิตวัคซีนของอภ.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/290277

(คลิป)ต้อง”ไข่เอสพีเอฟ”เท่านั้นใช้ผลิตวัคซีนของอภ.

สิ่งสำคัญที่ต้องใช้ในการผลิตวัคซีนไข้หวัดใหญ่ คือ “ไข่ไก่” สีขาวที่ปลอดเชื้อใดๆทั้งสิ้น หรือ ไข่ปลอดเชื้อเฉพาะ(SPF) ไม่ใช่ไข่ธรรมดาที่วางขายตามท้องตลาดทั่วไป

หลังจากที่โรงงานผลิตวัคซีนไข้หวัดใหญ่ขององค์การเภสัชกรรม(อภ.) ที่อ.ทับกวาง จ.สระบุรี ก่อสร้างแล้วเสร็จและอยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมด้านเครื่องจักรกลในการผลิต และคาดว่าจะสามารถผลิตและคนไทยได้ใช้วัคซีนไข้หวัดใหญ่ที่ผลิตในประเทศไทยในปี 2563 โดยผลิตได้ปีละ 2 ล้านโด๊ส และกรณีเกิดการระบาดใหญ่สามารถขยายกำลังการผลิตเป็น 10 ล้านโด๊ส

(คลิป)ต้อง"ไข่เอสพีเอฟ"เท่านั้นใช้ผลิตวัคซีนของอภ.

ซึ่งวัตถุดิบสำคัญที่ใช้ในการผลิตวัคซีนนี้คือ ไข่ไก่ปลอดเชื้อ  ที่ปัจจุบันบริษัทในประเทศไทยสามารถผลิตได้เอง ไม่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ทั้งนี้  ผู้ผลิตไข่ไก่ปลอดเชื้อเฉพาะสำหรับใช้ในการผลิตวัคซีนของอภ. คือ บริษัท ไทย เอสพีเอฟ จำกัด
นายจิรวัฒน์  เกิดพาณิช ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทย เอสพีเอฟ จำกัด  กล่าวว่า สำหรับไข่ไก่ปลอดเชื้อเฉพาะที่จะใช้ในการผลิตวัคซีนไข้หวัดใหญ่ที่โรงงานวัคซีนไข้หวัดใหญ่ของอภ.นั้น บริษัท ไทย เอสพีเอฟฯ มีฟาร์มเลี้ยงเฉพาะที่จ.นครนายก โดยเป็นการสร้างโรงเรือนเลี้ยงไก่และดำเนินการทุกขั้นตอนตามมาตรฐานสากล

(คลิป)ต้อง"ไข่เอสพีเอฟ"เท่านั้นใช้ผลิตวัคซีนของอภ.(คลิป)ต้อง"ไข่เอสพีเอฟ"เท่านั้นใช้ผลิตวัคซีนของอภ.
ไข่ปลอดเชื้อเฉพาะ หรือไขเอสพีเอฟ เป็นไข่ไก่เปลือกสีขาวที่ได้มากจากพ่อแม่พันธุ์ไก่ที่ถูกพัฒนาสายพันธุ์เป็นพิเศษตามมาตรฐานสหรัฐอเมริกาและยุโรป ที่ต้องเป็นสีขาวเนื่องจากในขั้นตอนส่องไฟ เพื่อคุณภาพเปลือกไข่ หากเป็นสีน้ำตาลจะเห็นไม่ชัด และต้องมีสถานะปลอดเชื้อมาไม่น้อยกว่า 3 รุ่น ทุกขั้นตอนของการผลิตไข่ปลอดเชื้อเฉพาะ  ผ่านการควบคุมดูแลภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยทางชีวภาพสูงสุด

รวมถึง ควบคุมสภาพแวดล้อมภายในโรงเรือนให้อยู่ในสถานะปลอดเชื้อตลอดระยะเวลาในการเลี้ยง คุณภาพน้ำ อาหาร อากาศและสุขภาพไก่ ได้รับการตรวจสอบและดูแลอย่างใกล้ชิด

(คลิป)ต้อง"ไข่เอสพีเอฟ"เท่านั้นใช้ผลิตวัคซีนของอภ.
1 รอบของการเลี้ยงไก่ปลอดเชื้อเฉพาะหรือไก่เอสพีเอฟ จะใช้ระยะเวลาทั้งสิ้น 63 สัปดาห์ โดยแบ่งออกเป็น 3 ช่วง คือ ช่วงฟักไข่ ใช้เวลา 21 วันหรือ 3 สัปดาห์ ก่อนให้ผลผลิต ช่วงที่แม่ไก่ยังไม่สามารถให้ไข่หรือให้ไข่ที่ยังไม่สมบูรณ์พอที่จะนำไปผลิตวัคซีน และช่วงให้ผลผลิต แม่ไก่มีความสมบูรณ์คุณภาพของไข่มีความสมบูรณ์สามารถนำไปใช้ผลิตวัคซีนได้ แม่ไก่อายุ 24-55 สัปดาห์
ไข่ที่เก็บจากโรงเลี้ยง ต้องผ่านกานล้างทำความสะอาด ตรวจสอบคุณภาพ ตั้งแต่ชั่งน้ำหนักไข่ ส่องไฟเพื่อคัดแยกไข่ที่เปลือกไข่มีความผิดปกติออก ทำความสะอาดด้วยน้ำผสมสารฆ่าเชื้อโรคที่อุณหภูมิน้ำ 100 องศาฟาเรนไฮต์ การเป่าแห้ง คัดแยกไข่ตามขนาดและจัดเก็บในพื้นที่เฉพาะที่มีการควบคุมอุณหภูมิและความชื้น

(คลิป)ต้อง"ไข่เอสพีเอฟ"เท่านั้นใช้ผลิตวัคซีนของอภ.
นายพิฑูรย์  เหล่าวิวัฒน์  ผอ.กองผลิตชีววัตถุ อภ. กล่าวว่า หลังโรงงานวัคซีนได้รับไข่เอสพีเอฟแล้ว จะนำมาฟักในห้องที่อุณหภูมิ 37.5 องศาเซลเซียส อีก 11 วัน เพื่อให้ไข่อยู่ในระยะที่สามารถใช้ผลิตวัคซีนได้ หลังจากนั้นจะนำมาส่องไฟคุณภาพไข่อีกครั้ง ก่อนนำเข้าสู่ขั้นตอนการฉีดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ที่อภ.มีสายพันธุ์เก็บไว้

(คลิป)ต้อง"ไข่เอสพีเอฟ"เท่านั้นใช้ผลิตวัคซีนของอภ.

โดยจะฉีดไวรัสตามสายพันธุ์ที่ต้องการผลิตวัคซีน เก็บไว้ให้เชื้อเพิ่มจำนวนมากขึ้น จากนั้นดูดน้ำเลี้ยงรอบตัวอ่อนที่มีเชื้อไวรัสออกมาทำให้บริสุทธิ์  ได้ไวรัสเข้มข้น ก่อนจะทำให้บริสุทธิ์อีกครั้ง นำไวรัสแต่ละสายพันธุ์ที่ได้มาผสมรวมกันเพื่อให้ได้เป็นวัคซีนไข้หวัดใหญ่ 3 สายพันธุ์ สามารถป้องกันไข้หวัดใหญ่มี่เกิดจากไวรัส 3 สายพันธุ์ในวัคซีนได้  จะบรรจุวัคซีนแบบขวด ขนาด 2-4 โด๊ส และแบบบรรจุเข็มฉีดยา ขนาด 1 โด๊ส

(คลิป)ต้อง”ไข่เอสพีเอฟ”เท่านั้นใช้ผลิตวัคซีนของอภ.

สิ่งสำคัญที่ต้องใช้ในการผลิตวัคซีนไข้หวัดใหญ่ คือ “ไข่ไก่” สีขาวที่ปลอดเชื้อใดๆทั้งสิ้น หรือ ไข่ปลอดเชื้อเฉพาะ(SPF) ไม่ใช่ไข่ธรรมดาที่วางขายตามท้องตลาดทั่วไป

หลังจากที่โรงงานผลิตวัคซีนไข้หวัดใหญ่ขององค์การเภสัชกรรม(อภ.) ที่อ.ทับกวาง จ.สระบุรี ก่อสร้างแล้วเสร็จและอยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมด้านเครื่องจักรกลในการผลิต และคาดว่าจะสามารถผลิตและคนไทยได้ใช้วัคซีนไข้หวัดใหญ่ที่ผลิตในประเทศไทยในปี 2563 โดยผลิตได้ปีละ 2 ล้านโด๊ส และกรณีเกิดการระบาดใหญ่สามารถขยายกำลังการผลิตเป็น 10 ล้านโด๊ส

(คลิป)ต้อง"ไข่เอสพีเอฟ"เท่านั้นใช้ผลิตวัคซีนของอภ.

ซึ่งวัตถุดิบสำคัญที่ใช้ในการผลิตวัคซีนนี้คือ ไข่ไก่ปลอดเชื้อ  ที่ปัจจุบันบริษัทในประเทศไทยสามารถผลิตได้เอง ไม่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ทั้งนี้  ผู้ผลิตไข่ไก่ปลอดเชื้อเฉพาะสำหรับใช้ในการผลิตวัคซีนของอภ. คือ บริษัท ไทย เอสพีเอฟ จำกัด
นายจิรวัฒน์  เกิดพาณิช ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทย เอสพีเอฟ จำกัด  กล่าวว่า สำหรับไข่ไก่ปลอดเชื้อเฉพาะที่จะใช้ในการผลิตวัคซีนไข้หวัดใหญ่ที่โรงงานวัคซีนไข้หวัดใหญ่ของอภ.นั้น บริษัท ไทย เอสพีเอฟฯ มีฟาร์มเลี้ยงเฉพาะที่จ.นครนายก โดยเป็นการสร้างโรงเรือนเลี้ยงไก่และดำเนินการทุกขั้นตอนตามมาตรฐานสากล

(คลิป)ต้อง"ไข่เอสพีเอฟ"เท่านั้นใช้ผลิตวัคซีนของอภ.(คลิป)ต้อง"ไข่เอสพีเอฟ"เท่านั้นใช้ผลิตวัคซีนของอภ.
ไข่ปลอดเชื้อเฉพาะ หรือไขเอสพีเอฟ เป็นไข่ไก่เปลือกสีขาวที่ได้มากจากพ่อแม่พันธุ์ไก่ที่ถูกพัฒนาสายพันธุ์เป็นพิเศษตามมาตรฐานสหรัฐอเมริกาและยุโรป ที่ต้องเป็นสีขาวเนื่องจากในขั้นตอนส่องไฟ เพื่อคุณภาพเปลือกไข่ หากเป็นสีน้ำตาลจะเห็นไม่ชัด และต้องมีสถานะปลอดเชื้อมาไม่น้อยกว่า 3 รุ่น ทุกขั้นตอนของการผลิตไข่ปลอดเชื้อเฉพาะ  ผ่านการควบคุมดูแลภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยทางชีวภาพสูงสุด

รวมถึง ควบคุมสภาพแวดล้อมภายในโรงเรือนให้อยู่ในสถานะปลอดเชื้อตลอดระยะเวลาในการเลี้ยง คุณภาพน้ำ อาหาร อากาศและสุขภาพไก่ ได้รับการตรวจสอบและดูแลอย่างใกล้ชิด

(คลิป)ต้อง"ไข่เอสพีเอฟ"เท่านั้นใช้ผลิตวัคซีนของอภ.
1 รอบของการเลี้ยงไก่ปลอดเชื้อเฉพาะหรือไก่เอสพีเอฟ จะใช้ระยะเวลาทั้งสิ้น 63 สัปดาห์ โดยแบ่งออกเป็น 3 ช่วง คือ ช่วงฟักไข่ ใช้เวลา 21 วันหรือ 3 สัปดาห์ ก่อนให้ผลผลิต ช่วงที่แม่ไก่ยังไม่สามารถให้ไข่หรือให้ไข่ที่ยังไม่สมบูรณ์พอที่จะนำไปผลิตวัคซีน และช่วงให้ผลผลิต แม่ไก่มีความสมบูรณ์คุณภาพของไข่มีความสมบูรณ์สามารถนำไปใช้ผลิตวัคซีนได้ แม่ไก่อายุ 24-55 สัปดาห์
ไข่ที่เก็บจากโรงเลี้ยง ต้องผ่านกานล้างทำความสะอาด ตรวจสอบคุณภาพ ตั้งแต่ชั่งน้ำหนักไข่ ส่องไฟเพื่อคัดแยกไข่ที่เปลือกไข่มีความผิดปกติออก ทำความสะอาดด้วยน้ำผสมสารฆ่าเชื้อโรคที่อุณหภูมิน้ำ 100 องศาฟาเรนไฮต์ การเป่าแห้ง คัดแยกไข่ตามขนาดและจัดเก็บในพื้นที่เฉพาะที่มีการควบคุมอุณหภูมิและความชื้น

(คลิป)ต้อง"ไข่เอสพีเอฟ"เท่านั้นใช้ผลิตวัคซีนของอภ.
นายพิฑูรย์  เหล่าวิวัฒน์  ผอ.กองผลิตชีววัตถุ อภ. กล่าวว่า หลังโรงงานวัคซีนได้รับไข่เอสพีเอฟแล้ว จะนำมาฟักในห้องที่อุณหภูมิ 37.5 องศาเซลเซียส อีก 11 วัน เพื่อให้ไข่อยู่ในระยะที่สามารถใช้ผลิตวัคซีนได้ หลังจากนั้นจะนำมาส่องไฟคุณภาพไข่อีกครั้ง ก่อนนำเข้าสู่ขั้นตอนการฉีดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ที่อภ.มีสายพันธุ์เก็บไว้

(คลิป)ต้อง"ไข่เอสพีเอฟ"เท่านั้นใช้ผลิตวัคซีนของอภ.

โดยจะฉีดไวรัสตามสายพันธุ์ที่ต้องการผลิตวัคซีน เก็บไว้ให้เชื้อเพิ่มจำนวนมากขึ้น จากนั้นดูดน้ำเลี้ยงรอบตัวอ่อนที่มีเชื้อไวรัสออกมาทำให้บริสุทธิ์  ได้ไวรัสเข้มข้น ก่อนจะทำให้บริสุทธิ์อีกครั้ง นำไวรัสแต่ละสายพันธุ์ที่ได้มาผสมรวมกันเพื่อให้ได้เป็นวัคซีนไข้หวัดใหญ่ 3 สายพันธุ์ สามารถป้องกันไข้หวัดใหญ่มี่เกิดจากไวรัส 3 สายพันธุ์ในวัคซีนได้  จะบรรจุวัคซีนแบบขวด ขนาด 2-4 โด๊ส และแบบบรรจุเข็มฉีดยา ขนาด 1 โด๊ส

เป็นลูกพ่อรักพ่อได้ทุกคน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/290241

เป็นลูกพ่อรักพ่อได้ทุกคน

จิตอาสาทำดอกไม้จันทน์, เป็นลูกพ่อรักพ่อได้ทุกคน

มรส.ดึงนักศึกษาที่มีความบกพร่องทางร่างกายร่วมทำดอกไม้จันทน์ เพื่อใช้ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิง ร.9 สร้างกิจกรรมจิตอาสา “เป็นลูกพ่อรักพ่อได้ทุกคน”

 

มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี จัดกิจกรรม ” มรส.รวมใจ ถวายดอกไม้จันทน์ แด่พ่อหลวงสู่สรวงสวรรค์ ” เพื่อใช้ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในเดือนตุลาคมที่จะถึง เปิดโอกาสให้นักศึกษาที่มีความบกพร่องทางร่างกายทุกคนมีส่วนร่วมในกิจกรรมจิตอาสา ด้วยการจัดวิทยากรให้คำแนะนำเป็นพิเศษตามความสามารถของนักศึกษาแต่ละคน

  ผศ.สมทรง นุ่มนวล รักษาการอธิการบดี เปิดเผยว่า มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานีให้ความสำคัญกับนักศึกษาทุกคนด้วยความรักและความเท่าเทียมกัน กิจกรรมการจัดทำดอกไม้จันทน์ในครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน เราเชิญชวนนักศึกษาทุกคนให้ร่วมถวายความอาลัยและแสดงออกซึ่งความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชการที่ 9 ด้วยการร่วมแรงร่วมใจกันทำดอกไม้จันทน์จำนวน 50,000 ดอก ถือเป็นกิจกรรมจิตอาสาของชาว มรส.ทุกคน

เป็นลูกพ่อรักพ่อได้ทุกคน

สำหรับนักศึกษาที่มีความบกพร่องทางร่างกาย มหาวิทยาลัยได้จัดวิทยากรมาช่วยสอนให้เป็นพิเศษตามความสามารถของแต่ละคน เช่น ถ้ามีความบกพร่องทางสายตา ก็ให้ทำเฉพาะบางส่วนของดอกไม้จันทน์ เพื่อเอามาให้เพื่อนๆช่วยกันประกอบขึ้นให้เป็นตัวดอก แต่ถ้าใครมีทักษะที่สามารถทำออกมาเป็นตัวดอกได้เลยก็ให้ทำ ซึ่งนักศึกษาที่มีความบกพร่องทางร่างกายทุกคนมีความตั้งใจที่จะร่วมกิจกรรมจิตอาสาในครั้งนี้เป็นอย่างมาก

ด้าน นายปฐวี จันทร์ดำ นักศึกษาที่มีความบกพร่องทางสายตา คณะครุศาสตร์ มรส.หนึ่งในผู้ร่วมกิจกรรมเปิดเผยว่า ตลอดชีวิตที่ผ่านมาแม้ตัวเองจะตาบอดมองไม่เห็น แต่ก็รู้จักพระองค์ท่านผ่านการได้ยิน พระราชกรณียกิจของพระองค์ท่านฟังเท่าไหร่ก็ไม่หมด ฟังเท่าไหร่ก็ไม่เบื่อ ท่านทรงงานอย่างหนักเพื่อคนไทยทุกคน  แม้จะโชคร้ายที่เกิดมาพิการ

เป็นลูกพ่อรักพ่อได้ทุกคน

แต่ก็ตนเองก็โชคดีที่ได้เกิดมาบนแผ่นดินไทย แผ่นดินที่มีพระมหากษัตริย์ที่รักประชาชนทุกคนเหมือนลูก เหมือนเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน การได้ร่วมทำดอกไม้จันทน์ในครั้งนี้ ถือได้ว่าเป็นครั้งหนึ่งในชีวิตที่ได้มีส่วนในการถวายความอาลัยและแสดงออกซึ่งความจงรักภักดีจากหัวใจ ภูมิใจมากที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมจิตอาสาครั้งนี้

ส่วน นายอิสวัตน์ บรรลวนิช นักศึกษาที่มีความบกพร่องทางสายตา คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มรส. เป็นอีกคนที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมเปิดเผยว่า ดีใจที่มหาวิทยาลัยเปิดโอกาสให้นักศึกษาที่มีความบกพร่องทางร่างการ ได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมจิตอาสาครั้งนี้ ถือเป็นความภูมิใจที่สุดที่ตนเองตั้งใจทำ แม้ตาจะมองไม่เห็นแต่จะพยายามฝึกใช้การสัมผัสในการทำดอกไม้จันทน์แต่ละดอกให้ออกมาสวยที่สุดเท่าที่จะทำได้

เป็นลูกพ่อรักพ่อได้ทุกคน

เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการทำดอกไม้จันทน์ เพื่อใช้ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ไม่เพียงแต่ตนเองเท่านั้นที่ภาคภูมิใจคุณพ่อคุณแม่และคนในครอบครัวทุกคนก็ชื่นชมและมีความยินดีที่ตนเองได้ร่วมกิจกรรมจิตอาสาทำดอกไม้จันทน์ในครั้งนี้ด้วย

กุหลาบอบแห้งสร้างรายได้ชาวอ.พบพระ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/290238

กุหลาบอบแห้งสร้างรายได้ชาวอ.พบพระ

โรงเรียนไทยราษฎร์คีรี, กุหลาบอบแห้งสร้างรายได้ชาวอพบพระ, อพบพระแหล่งปลูกกุหลาบ, Silica Sand, Silica Jel

 โรงเรียนไทยราษฎร์คีรี จัดกิจกรรมการทำกุหลาบอบแห้งทำเป็นผลิตภัณฑ์จำน่ายให้กับนักท่องเที่ยวสร้างรายได้ให้กับชาวบ้าน

       ปัจจุบันประเทศไทยมีพื้นที่ปลูกกุหลาบตัดดอกประมาณ 5,500 ไร่ กระจายอยู่ทั่วทุกภาคของประเทศ แหล่งปลูกที่สำคัญได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย ตาก นครปฐม สมุทรสาคร ราชบุรี และกาญจนบุรีมีการขยายตัวของพื้นที่มากที่สุดใน อำเภอพบพระ จังหวัดตาก

กุหลาบอบแห้งสร้างรายได้ชาวอ.พบพระ

เนื่องจาก อ.พบพระ มีสภาพภูมิอากาศที่เหมาะสม พื้นที่ไม่สูงชัน โรงเรียนไทยราษฎร์คีรี สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตาก เขต 2 ตั้งอยู่ใน อ.พบพระ จ.ตาก ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นแหล่งผลิตดอกไม้แหล่งใหญ่ที่สำคัญของประเทศไทย หนึ่งในนั้นคือ ดอกกุหลาบ

ซึ่งผลผลิตที่ออกมานั้นมีเป็นจำนวนมาก ในบางครั้งราคาก็สูง แต่ในบางครั้งราคาก็ต่ำเมื่อผลผลิตออกมาเป็นจำนวน และประกอบด้วยในชุมชนที่โรงเรียนตั้งอยู่มีกลุ่มแม่บ้านซึ่งได้จัดทำผลิตภัณฑ์ที่นำกุหลาบมารักษาสภาพให้อยู่ได้ยาวนาน

กุหลาบอบแห้งสร้างรายได้ชาวอ.พบพระ

โรงเรียนไทยราษฎร์คีรี สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตาก เขต 2 จึงได้จัดกิจกรรมการทำกุหลาบอบแห้งขึ้น เพื่อคงรักษาดอกกุหลาบให้มีอายุยาวนานขึ้น และสามารถนำมาทำเป็นผลิตภัณฑ์จำน่ายให้กับนักท่องเที่ยวที่มายังอำเภอของตนเองได้ โดยวัตถุประสงค์ของการทำกุหลาบอบแห้งนี้ ก็เพื่อคงรักษาสภาพความสดของดอกกุหลาบให้ได้ยาวนาน และประหยัดเวลาในการดูแลรักษาดอกกุหลาบให้มีสีสวยงาม

 นงนุช ชมพูเทพ ผู้อำนวยการโรงเรียนกล่าวว่า กิจกรรมการทำดอกกุหลาบอบแห้งนั้น ครูผู้รับผิดชอบด้านการงานอาชีพจะพานักเรียนไปหาวัสดุอุปกรณ์ เช่นดอกกุหลาบ โอเอซีส สำหรับปักดอกไม้ ซิลิกาทราย(Silica Sand) และ ซิลิกาเจล(Silica Jel) ลวดสำหรับทำก้านดอกไม้ คีมปากจิ้งจก คีมตัดลวดและ ฟลอร่าเทปสำหรับพันก้านดอกไม้ เป็นต้น

กุหลาบอบแห้งสร้างรายได้ชาวอ.พบพระ

จากนั้นทางโรงเรียนโดยครูผู้สอนการงานอาชีพได้เชิญผู้ปกครองนักเรียน ซึ่งเป็นกลุ่มแม่บ้านที่ทำดอกกุหลาบอบแห้งขายเข้ามาสอนนักเรียนตั้งแต่ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 3 ให้สามารถทำเป็นและสามารถสร้างอาชีพหารายได้เสริมได้

โดยฝากขายในชุมชนและแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ นักเรียนโรงเรียนไทยราษฎร์คีรี ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องให้มีทักษะอาชีพเกิดการเรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติจริงมีสุขภาพและอนามัยที่ดี เป็นผู้มีคุณธรรม จริยธรรม อารมณ์ดี สามารถแก้ปัญหาได้ มีความมั่นคงในการดำรงชีวิต มีรายได้ระหว่างเรียน และอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างมีความสุข

ปลูกดาวเรืองให้บานสะพรั่งถวายในหลวงร.9

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/290168

ปลูกดาวเรืองให้บานสะพรั่งถวายในหลวงร.9

ร9, พระราชทานเพลิงพระบรมศพ, พระราชพิธี, ปลูกดอกดาวเรือง, เตรียมดิน, มรส, ปลูก, ดาวเรือง, ให้, บานสะพรั่ง, ถวาย, ในหลวง

มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ ลงพื้นที่สอนชุมชนให้ความรู้เตรียมดินและเทคนิคปลูกดอกดาวเรือง ให้ทันในช่วงพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ร.9

       มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี (มรส.) ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลมะขามเตี้ย อ.เมืองสุราษฎร์ธานี จัดโครงการส่งเสริมชุมชนพึ่งพาตนเองตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง ด้วยการลงพื้นที่เพื่อเผยแพร่ความรู้และเทคนิคการเตรียมดินที่ใช้ในการปลูกดอกดาวเรือง เพื่อใช้ในช่วงพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ร.9 แก่ชาวบ้านในชุมชนตลอดจนประชาชนในจังหวัดสุราษฎร์ธานีที่สนใจ

ปลูกดาวเรืองให้บานสะพรั่งถวายในหลวงร.9

ดร.สมปราชญ์ วุฒิจันทร์ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายบริการวิชาการเปิดเผยว่า วันนี้ฝ่ายบริการวิชาการและกองพัฒนานักศึกษาของมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ได้นำนักศึกษาจำนวน 100 คน ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการถ่ายทอดเทคนิคการเตรียมดินและขั้นตอนการปลูกดอกดาวเรืองที่จะทำให้ดอกดาวเรืองบานสะพรั่งทันใช้ในช่วงพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ร.9 มาเผยแพร่ความรู้ให้กับชาวบ้าน ซึ่งได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก ทั้งที่ต้องการปลูกดอกดาวเรืองเพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ทั้งที่ต้องการนำความรู้ที่ได้ไปใช้ปลูกดอกดาวเรืองสำหรับจำหน่ายเพื่อหารายได้ให้แก่ครอบครัวตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

ปลูกดาวเรืองให้บานสะพรั่งถวายในหลวงร.9

ด้านนายจารุวัฒน์ ศึกเสือ นักศึกษาชั้นปีที่ 1 คณะมนุษย์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี หนึ่งในผู้ร่วมกิจกรรมกล่าวว่า แม้จะเป็นส่วนเล็กๆของการเผยแพร่ความรู้ แต่ตนเองก็รู้สึกภูมิใจ ที่เป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้ดอกดาวเรือง ดอกไม้สีเหลืองสีประจำวันพระราชสมภพของในหลวง ร.9 ได้บานสะพรั่งไปทั่วทั้งจังหวัดสุราษฎร์ธานี เท่านี้ก็ถือว่าตนเองก็ได้มีโอกาสแสดงออกซึ่งความจงรักและภักดีจากหัวใจ ในฐานะพสกนิกรคนหนึ่งของพระองค์ท่านแล้ว

ด้านนายณัฐพงษ์ หนูสิงห์ ประชาชนที่เข้าร่วมโครงการ กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นสถาบันในท้องถิ่นให้ความสำคัญกับการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับประชาชน ที่สำคัญการปลูกดอกดาวเรืองในครั้งนี้ จะถูกใช้ในการตกแต่งในพระราชพิธีสำคัญ คือพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ร.9 ที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทย ตนเองตั้งใจจะใช้ความรู้ที่ได้มาในการเตรียมปลูกดอกดาวเรืองด้วยมือของตนเอง แทนความอาลัยและความจงรักภักดีที่มีต่อพระองค์ท่านด้วย