ติวเข้มวิทยาลัยสอนนักศึกษาพิการ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/290165

ติวเข้มวิทยาลัยสอนนักศึกษาพิการ

การศึกษาอาชีวศึกษา, พิการเรียนรวม, สอศ, การจัดการเรียนรวม  Inclusive, กอศ

สอศ.จัดอบรมวิทยาลัยอาชีวศึกษา เตรียมพร้อมจัดการศึกษาเพื่อ พัฒนาเพื่อนักศึกษาพิการเรียนรวม

      สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) มีนโยบายในการส่งเสริม สนับสนุน และเปิดโอกาสให้คนพิการได้เข้าศึกษาในระดับอาชีวศึกษา เพื่อให้ผู้เรียนทุกคนได้รับสิทธิและโอกาสในการศึกษาอย่างเสมอภาค โดยใช้วิธีจัดการอาชีวศึกษาแบบเรียนรวม (การจัดการเรียนรวม : Inclusive) อย่างต่อเนื่องเพื่อให้คนพิการสามารถเข้าถึงการศึกษาอาชีวศึกษาได้อย่างทั่วถึง

ติวเข้มวิทยาลัยสอนนักศึกษาพิการ

นายวณิชย์ อ่วมศรี รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) กล่าวว่า สอศ.มีเป้าหมายขับเคลื่อนอาชีวศึกษาเพื่อคนพิการอย่างเป็นรูปธรรม ได้จัดการศึกษาสำหรับนักเรียน นักศึกษาพิการที่มีความต้องการพิเศษทุกประเภทได้เข้าเรียนและได้รับการพัฒนาตามความต้องการจำและความเป็นเฉพาะบุคคล ให้เรียนร่วมกับเด็กปกติโดยไม่แบ่งแยกได้รับการศึกษา สอดคล้องกับบริบทของสถานศึกษา และสภาพแวดล้อม รวมถึงจัดให้มีการศึกษาอาชีวศึกษาเพื่อคนพิการในระบบทวิภาคี หลักสูตรระยะสั้น และระบบปกติ เพื่อสร้างให้เกิดอาชีพแก่นักศึกษาพิการอีกทั้งยังมีรายได้ ลดความเหลื่อมล้ำ ไม่เป็นภาระของสังคม และสามารถผลิตกำลังคนพิการที่มีความสามารถมีทักษะการทำงานเข้าสู่ตลาดแรงงานได้อีกด้วย

ติวเข้มวิทยาลัยสอนนักศึกษาพิการ

รองเลขาธิการ กอศ. กล่าวต่อไปว่า โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนาผู้บริหารสถานศึกษา ครู และบุคลากรทางการศึกษา ครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ 3 ประการ คือ 1. เป็นการพัฒนาผู้บริหารสถานศึกษา ครู และบุคลากร สังกัด สอศ. จำนวน 50 แห่ง ที่มีนักศึกษาพิการเรียนรวม เกิดองค์ความรู้ ความสามารถ และทักษะในการพัฒนาสมรรถภาพของนักเรียน นักศึกษาพิการเรียนรวมในแต่ละประเภทความพิการได้อย่างเหมาะสมและเกิดประสิทธิภาพ 2.จัดให้มีการจัดตั้งศูนย์ต้นแบบอาชีวศึกษานักศึกษาพิการสังกัด สอศ.ในการบริหารจัดการ การให้คำปรึกษา การสนับสนุนการเรียนการสอน การมีงานทำ และการจัดเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพและ 3.สร้างแบบประเมินความพร้อมของนักเรียน นักศึกษาพิการก่อนเข้าศึกษาในสถานศึกษาอาชีวศึกษา  มีผู้อำนวยการสถานศึกษา รองผู้อำนวยการ ครูและบุคลากร ในสังกัด สอศ. จำนวน 110 คน เข้าร่วมอบรม

ติวเข้มวิทยาลัยสอนนักศึกษาพิการ

ด้าน นายพรอนันต์ ภักดีบุญ ผู้อำนวยการวิทยาลัยการอาชีพพุทธมณฑล กล่าวเสริมว่า ในปีการศึกษา 2560 นี้ มีนักเรียน นักศึกษาพิการ ที่กำลังศึกษาอยู่จำนวน 1,200 คน ซึ่งที่ผ่านมา สอศ. สามารถผลิตนักศึกษาพิการเข้าทำงานในสถานประกอบการได้มากกว่า 500 คนต่อปี  จึงได้รับการยอมรับจากหน่วยงานคนพิการ อาทิ มูลนิธิคนพิการ สถาบันการศึกษาที่จัดการศึกษาคนพิการ รวมถึงกองทุนส่งเสริมและพัฒนาการศึกษาสำหรับคนพิการ

ต้องรู้ไว้!ช่วยป้องกันเหตุ ณ “ห้องฉุกเฉิน”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/290135

ต้องรู้ไว้!ช่วยป้องกันเหตุ ณ “ห้องฉุกเฉิน”

ป่วยฉุกเฉิน, ระดับสี, การเจ็บป่วย, การคัดกรอง, ห้องฉุกเฉิน, รมวสธ, ไม่มีนัดล่วงหน้า, แดง, เหลือง, เขียว, ขาว, องค์การมหาชน, 2P Safety

เกิดคำถามขึ้นมากมายต่อระบบการให้บริการผู้ป่วย ณ ห้องฉุกเเฉินของรพ.รัฐ หลังเกิดกรณีเด็กชายคนหนึ่งมีอาการปวดท้องอย่างรุนแรง. ..

       แต่เมื่อไปเข้าแผนกฉุกเฉินของรพ.รัฐแห่งหนึ่งในจ.เพชรบุรี เจ้าหน้าที่กลับให้รอๆๆๆท้ายที่สุดเด็กชายต้องเสียชีวิต แม้ต่อมารพ.จะออกมาระบุว่า “เด็กเส้นเลือดใหญ่ในทรวงอกแตก” แต่กระแสตำหนิการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ในรพ.ดังกล่าวเกิดขึ้นอย่างรุนแรง และลุกลามขยายวงไปสู่บุคลากรในรพ.รัฐอื่นๆด้วย แท้จริงแล้วการให้บริการคัดกรอง ตรวจ รักษาที่ห้องฉุกเฉินมีระบบเป็นอย่างไร และกรณีเช่นเด็กชายคนนี้มีโอกาสเกิดขึ้นมากน้อยเพียงใด?

ต้องรู้ไว้!ช่วยป้องกันเหตุ ณ “ห้องฉุกเฉิน”

      ​“ทางออกสำหรับเรื่องนี้คือ ผู้ป่วย และ บุคลากรทางการแพทย์ต้องร่วมมือกัน ถ้าผู้ป่วยรอนานต้องแจ้งให้พยาบาลทราบ ในขณะเดียวกันพยาบาลก็ต้องคอยดูแลสังเกตอาการผู้ป่วยด้วย เพื่อไม่ให้เหตุการณ์เหมือนกรณีเด็กชายรายนี้เกิดขึ้นอีก” ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(รมว.สธ.)แสดงความคิดเห็นหลังรับทราบเรื่องราว

ต้องรู้ไว้!ช่วยป้องกันเหตุ ณ “ห้องฉุกเฉิน”

ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร

        ​การที่ผู้ป่วยและญาติจะร่วมมือกับบุคลากรได้นั้น จำเป็นอยากยิ่งต้องรับรู้ระบบการทำงานห้องฉุกเฉินก่อ โดยการให้บริการคนไข้เมื่อเดินทางมาถึงรพ.ในกรณีเข้ารับบริการแบบฉุกเฉิน(ไม่มีนัดล่วงหน้า) พยาบาลจะประเมินอาการผู้ป่วยเบื้องต้น พิจารณาจากลักษณะทางกายภาพ อาการสำคัญที่แสดงความคุกคามต่อชีวิต เช่น หยุดหายใจ หัวใจหยุดเต้น หอบเหนื่อย ซึม กระสับกระส่าย เป็นต้น คัดแยกผู้ป่วยตามระดับความรุนแรงของอาการ แบ่งเป็น 5 ระดับใช้สัญลักษณ์เป็นสีแทนตามระดับความรุนแรงจ ได้แก่ ระดับ 1 (แดง) ผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤติระดับ 2 (เหลือง) ผู้ป่วยฉุกเฉินเร่งด่วนระดับ 3 (เขียว) ผู้ป่วยฉุกเฉนไม่รุนแรงระดับ 4 (ขาว) ผู้ป่วยทั่วไป และระดับ 5 (ดำ) ผู้รับบริการสาธารณสุขอื่นๆ ​

        หากเป็นในช่วงเวลาราชการ ผู้ป่วยที่มีอาการไม่ฉุกเฉินจะส่งไปรับบริการตรวจรักษาที่แผนกเฉพาะตามอาการของผู้ป่วย แต่กรณีฉุกเฉิน จะส่งตัวเข้ารับการตรวจที่ห้องฉุกเฉิน และจะมีการประเมินผู้ป่วยอีกครั้ง แยกเป็นระดับ 1-3 พิจารณาจากกายภาพ ผลแล็ป และผลเอ็กซเรย์ เป็นต้น ก่อนที่แพทย์จะตรวจรักษาตามความรุนแรงของอาการผู้ป่วย ไม่ได้ตรวจตามคิวใครมาก่อนมาหลัง  แต่ช่วงนอกเวลาราชการ ผู้ป่วยฉุกเฉินจะเข้ารับบริการที่ห้องฉุกเฉินทั้งหมด

ต้องรู้ไว้!ช่วยป้องกันเหตุ ณ “ห้องฉุกเฉิน”

       ระยะเวลาของการรอรับบริการของผู้ป่วยแต่ละระดับไม่ได้มีการกำหนดไว้อย่างชัดเจน แต่ตัวอย่างของรพ.สระบุรี ระบุไว้ว่า รพ.แบ่งผู้ป่วยฉุกเฉินเป็น 4 ประเภท 1.ผู้ป่วยวิกฤติ ได้รับการตรวจรักษาภายในทันที 0-4 นาที เช่น ไม่รู้สึกตัว ไม่หายใจ ใส่ท่อช่วยหายใจ เหนื่อย หายใจไม่ไหวหรือตัวเขียว 2.ผู้ป่วยเจ็บป่วยรุนแรง ภายใน 10 นาที เช่น สัญญาณชีพอยู่ในภาวะอันตราย ซึม สับสน เจ็บหน้าอก ปวดมากจนทนไม่ไหว 3.ผู้ป่วยเจ็บป่วยปานกลาง ภายใน 30 นาที  เช่น ผู้ป่วยจำเป็นต้องได้รับการรักษาหรือส่งตรวจที่เพิ่มเติมหลายชนิด ได้ ตรวจเลือด เอ็ซเรย์ ฉีดยา 4.ผู้ป่วยเจ็บป่วยเล็กน้อย 60 นาที ผู้ป่วยจำเป็นต้องได้รับการรักษาหรือส่งตรวจที่เพิ่มเติมเพียงชนิดเดียว ได้แก่ ตรวจเลือด หรือเอ็กซเรย์หรือฉีดยา และ5.ผู้ป่วยทั่วไป รอตรวจรักษาภายใน 2 ชั่วโมง ผู้ป่วยสามารถรอตรวจที่คลินิกทั่วไปหรือนัดมาวันอื่นได้

        ปัญหา คือ หลังคัดกรองผู้ป่วย บุคลากรทางการแพทย์มีการสื่อสารหรือแจ้งให้ผู้ป่วยหรือญาติทราบหรือไม่ว่า “อาการตอนนี้เป็นอย่างไร มีความฉุกเฉินเพียงใด จัดอยู่ในระดับสีไหน สามารถรอรับการตรวจได้ เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องให้บริการผู้ป่วยรายอื่นที่มีอาการฉุกเฉินเสี่ยงต่อชีวิตมากกว่าก่อน” และควรบอกด้วยว่า “หากญาติสังเกตเห็นผู้ป่วยมีอาการแย่ลงต้องรีบไปแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที”!!!!

ต้องรู้ไว้!ช่วยป้องกันเหตุ ณ “ห้องฉุกเฉิน”

       สิ่งนี้สำคัญอย่างยิ่ง  ถึงแม้บุคลากรทางการแพทย์จะต้องดูแลและสอดส่องอาการคนไข้ทุกราย  แต่มิอาจปฏิเสธความจริงที่ว่า ณ ห้องฉุกเฉิน มีผู้ป่วยที่ล้วนต้องได้รับการตรวจอย่างเร่งด่วนทั้งสิ้นบวกกับเจ้าหน้าที่มีอย่างจำกัด การอาศัยการสังเกตอาการผู้ป่วยโดยญาติจึงจำเป็นอย่างยิ่ง เหนืออื่นใด เมื่อญาติแจ้งให้ทราบเจ้าหน้าที่ต้องประเมินอาการผู้ป่วยอีกครั้งทันที  

        เพราะหากไม่แจ้งให้ญาติทราบถึงอาการเจ็บป่วยฉุกเฉินที่เข้าใจตรงกันแล้ว ญาติย่อมมองว่าผู้ป่วยของตนมีอาการป่วยที่ฉุกเฉินต้องได้รับการตรวจรักษาโดยด่วนทั้งสิ้น

        ฉะนั้น ในแง่ของการสอดส่อง สังเกตอาการผู้ป่วย บุคลากรทางการแพทย์และญาติจะต้องรับผิดชอบร่วมกัน เพื่อลดอันตรายที่เกิดแก่ผู้ป่วยให้ได้มากที่สุด

        อย่างไรก็ตาม ณ ห้องฉุกเฉิน ใช่เพียงแต่อันตรายที่เกิดกับผู้ป่วยเท่านั้น แพทย์และบุคลากรทางการแพทยฺ์ก็มีความเสี่ยงต่ออันตรายเช่นเดียวกัน อาทิกรณีแพทย์ถูกคนไข้เตะ หรือพยาบาลถุกคนไข้ทำร้าย เป็นต้น

ต้องรู้ไว้!ช่วยป้องกันเหตุ ณ “ห้องฉุกเฉิน”

นพ.อนุวัฒน์ ศุภชุติกุล

       แนวทางการแก้ปัญหาระยะยาว กระทรวงสาธารณสุข(สธ.)มีแผนในการเพิ่มแพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉินที่ปฏิบัติงานในห้องฉุกเฉิน รวมถึง ร่วมมือกับสถาบันรับรองคุรภาพสถานพยาบาล(องค์การมหาชน) หรือสรพ. ในการจัดทำ “ยุทธศาสตร์ความปลอดภัยของผู้ป่วยและบุคลากรสาธารณสุข” (2P Safety) ขณะนี้อยู่ระหว่างการประชาพิจารณ์ นพ.อนุวัฒน์ ศุภชุติกุล ผอ.สรพ. กล่าวว่า สรพ.ได้วางแนวทางการรักษาโดยรวบรวมจากเหตุไม่พึงประสงค์แจกจ่ายให้กับรพ.ทั่วประเทศ กับอีกประเภทคือโรคพบยาก ละเอียดอ่อน มีความไม่แน่นอนสูง ต้องเอากรณีนั้นมาศึกษา และวิเคราะห์ว่าจะป้องกันอย่างไร ถ้ามีโรงพยาบาลหนึ่งทำแล้วแบ่งปันโรงพยาบาลต่างๆ ก็จะมีแนวทางป้องกันความเสี่ยงมากขึ้นเรื่อยๆ หลังการมีมาตราฐาน 2P SAFETY จะทำให้คนไข้ได้รับความปลอดภัยในทุกด้านมากยิ่งขึ้น

      นพ.อนุวัฒน์ บอกอีกว่า นอกจากความปลอดภัยที่เน้นย้ำเป็นหัวใจหลัก ยังมีการสนับสนุนบุคคลากรให้รับมือทุกสถานการณ์ และลดการสูญเสียจากการรักษา รวมถึงย้ำในเรื่องของการปรับระบบให้รัดกุม เพื่อลดปัญหาที่จะเกิดขึ้น โดยยึดหลักวัฒนธรรมที่เป็นธรรม ที่เป็นการพิจารณาการดำเนินการกับข้อผิดพลาดที่จะเกิดขึ้นเป็น 3 ระดับ คือ 1.เกิดความผิดพลาดเพราะประมาทจงใจ จะมีบทลงโทษที่เด็ดขาด 2.เกิดความผิดพลาดเพราะคิดว่าไม่เป็นไร ทำพฤติกรรมเหล่านั้นจนชินแล้วไม่เกิดปัญหา แต่ผิดหลักวิชาการ ก็จะมีการอบรมเพื่อปรับพฤติกรรม และ3.เกิดความผิดพลาดจากภาวะแวดล้อม ออกแบบระบบไม่รัดกุม ก็ต้องดำเนินการแก้ไขระบบ

        ​“กรณีน้องนิวที่เกิดขึ้นถือว่าไม่ปกติ เป็นโรคที่หายาก ในชีวิตการเป็นแพทย์ที่ศิริราช เคยเจอ2-3ราย ยากที่จะให้การรักษา พอเกิดเรื่องเนื่องจากขาดประสบการณ์ทำให้การรักษาช้าลง ไม่มีใครอยากให้เกิดเหตุการณ์นี้ ถือเป็นอุทาหรณ์ซึ่งจะนำไปเป็นบทเรียนและรูปแบบการดูแลผู้ป่วย พร้อมกันนี้ก็เสียใจกับครอบครัวน้องนิว” ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล กล่าว

การแบ่งระดับผู้ป่วยฉุกเฉิน

     ระดับ 1 สีแดง ได้แก่ บุคคลซึ่งได้รับบาดเจ็บหรือมีอาการป่วยกะทันหัน มีภาวะคุกคามต่อชีวิต หากไม่ได้รับปฏิบัติการแพทย์ทันทีเพื่อแก้ไขระบบการหายใจ ระบบไหลเวียนเลือดหรือระบบประสาทแล้ว ผู้ป่วยมีโอกาสเสียชีิวิตได้สูง หรือทำให้การบาดเจ็บหรืออาการป่วยรุนแรงขึ้นหรือเกิดภาวะแทรกซ้อนอย่างฉับไว

      ระดับ 2 สีเหลือง ได้แก่ บุคคลที่ได้รับบาดเจ็บหรือมีอาการป่วย ซึ่งมีภาวะเฉียบพลันมาก หรือเจ็บปวดรุนแรงจำเป็นต้องได้รับปฏิบัติการแพทย์อย่างรีบด่วน มิฉะนั้น จะทำให้การบาดเจ็บหรืออาการป่วยของผู้ป่วยฉุกเฉินนั้นรุนแรงขึ้นหรือเกิดภาวะแทรกซ้อนขึ้น ส่งผลให้เสียชีวิต หรือพิการในระยะต่อมาได้

      ระดับ 3 สีเขียว ได้แก่ บุคคลที่ได้รับบาดเจ็บหรือมีอาการป่วย ซึ่งมีภาวะเฉียบพลันไม่รุนแรง อาจรอรับปฏิบัติการแพทย์ได้ในช่วงระยะเวลาหรือเดินทางไปรับบริการด้วยตนเองได้ แต่หากปล่อยไว้เกินเวลาอัยสมควรแล้วจะทำให้การบาดเจ็บหรืออาการป่วยรุนแรงขึ้นหรือเกิดภาวะแทรกซ้อนขึ้นได้

      ระดับ 4 สีขาว ได้แก่ บุคคลที่เจ็บป่วยแต่ไม่ใช่ผู้ป่วยฉุกเฉิน อาจรอรับหรือเลือกสรรบริการสาธารณสุขในเวลาทำการปกติได้ โดยไม่ก่อให้เกิดอาการที่รุนแรงขึ้นหรือภาวะแทรกซ้อนตามมา

      ระดับ 5 สีดำ ได้แก่ บุคคลซึ่งมารับบริการสาธารณสุขหรือบริการอื่นโดยไม่จำเป็นต้องใช้ทรัพยากร

0 พวงชมพู ประเสริฐ รายงาน 0

qualitylife4444@gmail.com

พนักงานส่งแมคโคตรหล่อ”เดือน”โลจิสติกส์มทร.พระนคร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/290150

พนักงานส่งแมคโคตรหล่อ”เดือน”โลจิสติกส์มทร.พระนคร

เดือนโลจิสติกส์มทรพระนคร, พนักงานส่งแมคโคตรหล่อ, เดือน, ต้อง -สมิทพงษ์  สกุลพงศ์ชัย, ต้อง-สมิทพงษ์ สกุลพงศ์ชัย, RMUTP, ต้อง

ใครจะรู้ว่าพนักงานส่งแมคโคตรหล่อแชร์ว่อนโชเชียล  “ต้อง -สมิทพงษ์  สกุลพงศ์ชัย” เป็นขวัญใจช่างภาพ-เดือน คณะบริหารธุรกิจการจัดการโลจิสติกส์และโซ่อุปทาน มทร.พระนคร

        ผ่านมาหมดแล้วการทำงานพาร์ทไทม์ ทั้งพนักงาน MK ,S&P รวมทั้งเซเวนเซ่น ด้วยความที่ต้องการทำงานหารายได้ทำตามความฝันของตัวเอง วันนี้ หนุ่มส่งแมคโดนัลที่แชร์กันว่อนเน็ต “ต้อง-สมิทพงษ์ สกุลพงศ์ชัย” ว่าหล่อโคตรๆนั้นอีกไม่กี่วัน เขาจะสำเร็จการศึกษาปริญญาตรี นศ.คณะบริหารธุรกิจ สาขาการจัดการโลจิสติกส์และโซ่อุปทาน มทร.พระนคร (RMUTP) สมกับความตั้งใจของแม่ที่เป็นห่วงเป็นใยมาโดยตลอด

พนักงานส่งแมคโคตรหล่อ"เดือน"โลจิสติกส์มทร.พระนครพนักงานส่งแมคโคตรหล่อ"เดือน"โลจิสติกส์มทร.พระนคร

      “แม่เป็นห่วงตั้งแต่เป็นวัยรุ่นแล้วอยากให้เรียนหนังสือให้จบและมีง่านดีๆมั่นคงทำ แต่ผมชอบหาประสบการณ์ทำงานและเรียนมาตลอดตั้งแต่ ปวส.ปี 1 สมัยที่เรียนวิทยาลัยเทคโนโลยีจรัลสนิทวงศ์ ก็เริ่มทำงานและเก็บเงินเองแล้ว เพราะบางทีอยากไปไหนตามประสาวัยรุ่น หรืออยากได้ของต่างๆก็ต้องเก็บเงินเอง เพราะค่าครองชีพที่เงินกู้กยศ.ให้เดือนละ 2,200 บาทไม่เพียงพอ ต้องใช้เงินประมาณวันละ 150 บาท ถ้าอยากได้อะไรก็ต้องทำงานเพิ่ม”

      พนักงานส่งแมคโคตรหล่อ"เดือน"โลจิสติกส์มทร.พระนคร

     “ต้อง” ผ่านการทำงานพาร์ทไทม์มาหลายอย่าง เขาบอกว่าต้องแบ่งเวลา เรียน ทำกิจกรรม และทำงานไปพร้อมกัน เกรดเฉลี่ยที่จบมาได้แค่ 2.00 แต่ ประสบการณ์ชีวิตนั้นโชกโชน การทำงานพิเศษมาโดยตลอดทำให้เขามีเงินเก็บจนซื้อรถมอเตอร์ไซส์ได้ด้วยน้ำพักน้ำแรงถึง 2 คัน คันแรก Honda Scoopy I ซื้อเงินสดที่สะสมมาตั้งแต่ปวส.ปี 1  ส่วนอีกคันที่กำลังผ่อนอยู่คือ Kawasaki Z300

พนักงานส่งแมคโคตรหล่อ"เดือน"โลจิสติกส์มทร.พระนคร

     การทำงานพิเศษช่วยให้มีประสบการณ์ชีวิต และการทำงาน  วันที่ 1  ส.ค.นี้ “ต้อง” จะทำงานประจำเป็นผู้ช่วยผู้จัดการร้านแมคโดนัล สาขาพาต้าปิ่นเกล้า ได้เงินเดือน 15,000 บาท ต้องทำงานทุกอย่างในร้าน และมีต้องมีความรับผิดชอบบริหารงานและดูแลเพื่อนร่วมงานอีกหลายชีวิต

พนักงานส่งแมคโคตรหล่อ"เดือน"โลจิสติกส์มทร.พระนคร

      ซึ่งเขาตั้งใจว่าจะต้องผ่านไปให้ได้ และจะแบ่งรายได้ ไว้ใช้เดือนละ 3,000 บาท ผ่อนรถเดือนละ 4,628 บาท เก็บไว้จ่ายหนี้กยศ.ประมาณ 180,000 บาท ในอีก 2 ปีข้างหน้า จ่ายค่าหอและแบ่งเก็บสะสมไว้ในอนาคต   ปัจจุบัน “ต้อง” ใช้หลักพอเพียงในการดำเนินชีวิตตามอัตภาพ ทำวันนี้ให้ดีที่สุด จะส่งผลในอนาคตที่ไม่แตกต่างในปัจจุบัน

พนักงานส่งแมคโคตรหล่อ"เดือน"โลจิสติกส์มทร.พระนคร

      “ผมตั้งใจว่าจะทำงานไปอีก 2 ปี แล้วจะเกณฑ์ทหาร จากนั้นจะบวชให้แม่ และจะทำงานเพื่อเก็บเงินสร้างฐานะและดูแลแม่ต่อไปในอนาคต การทำงานหรือการเรียนสำคัญที่สุด คือการวางแผน แบ่งเวลา และมีวินัยและความรับผิดชอบ ถ้าเราบริหารได้ก็สามารถทำทุกอย่างไปพร้อมกันๆได้ทั้งการเรียน การทำงาน ”หนุ่มส่งแมคโคตรหล่อ กล่าว

พนักงานส่งแมคโคตรหล่อ"เดือน"โลจิสติกส์มทร.พระนคร


ถอนโยกย้ายผอ.เขตฯทบทวนใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/290176

ถอนโยกย้ายผอ.เขตฯทบทวนใหม่

ผอเขตพื้นที่, โยกย้าย, กคศ, กคศ, สพฐ, สพป, สพม

บอร์ดก.ค.ศ.ชี้จำเป็นต้องโยกย้ายผอ.เขตฯ แต่ต้องดำเนินการรอบคอบ รัดกุม สพฐ.รวบรวมข้อมูล คาดเสนออีกครั้ง ก.ย.นี้

      เมื่อวันที่ 31 ก.ค.2560 ที่กระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา(ก.ค.ศ.) ว่า
ที่ประชุมได้มีการพิจารณาถึงการโยกย้ายตามที่สำนักงานคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) เสนอ ซึ่งเห็นว่ามีความจำเป็นที่ต้องมีการโยกย้ายผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษา โดยเฉพาะสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา 1 ที่ค่อนข้างใหญ่

แต่ทั้งนี้ การย้ายผอ.เขตพื้นที่การศึกษา เป็นเรื่องสำคัญและจำเป็นต้องดำเนินการอย่างรัดกุม รอบคอบ ให้ความเป็นธรรม โปร่งใส และตอบโจทย์ทางคุณภาพการศึกษา ซึ่งมีการกำหนดมาตรฐานไว้สูง ทางสพฐ. จึงขอกลับไปหาข้อมูลเพิ่มเติมในเรื่องดังกล่าว ดังนั้น ได้มีการถอดเรื่องดังกล่าวออกไปก่อน คาดว่าจะเสนอเรื่องดังกล่าวเข้าประชุมอีกครั้งในเดือนกันยายนนี้

ทั้งนี้ สำหรับกรอบอัตรากำลังของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ทั้งหมด 10,926 อัตรา แบ่งเป็นสำนักงานเขตพื้นที่ประถมศึกษา (สพป.) จำนวน 8,904  อัตรา และสำนักงานเขตพื้นที่มัธยมศึกษา (สพม.) จำนวน 2,022 อัตรา

เจ๋ง!! ทีม IRAP ROBOT คว้าที่ 2 หุ่นยนต์กู้ภัยโลกที่ญี่ปุ่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/290157

เจ๋ง!! ทีม IRAP ROBOT คว้าที่ 2 หุ่นยนต์กู้ภัยโลกที่ญี่ปุ่น

มจพ, นักศึกษาทีมหุ่นยนต์กู้ภัย iRAP ROBOT, World Robocup Rescue 2017, เจ๋ง, ทีม, iRAP, ROBOT, คว้าที่, World Robocup Rescue 2017, มจพ, Best in Class Mobility, สถานีสุดท้าย, คะแนนเต็ม 1000 คะแนน, TGGS, MPE, MAUE, MIE, InSE, ECE, WdET, MtET

ทีม iRAP ROBOT นักศึกษา มจพ.สร้างชื่อให้ไทย ได้อันที่ 2 ในการแข่งขันหุ่นยนต์กู้ภัยโลก “World Robocup Rescue 2017”ที่ญี่ปุ่น กลับถึงไทย 2 ส.ค.นี้เวลา 15.00 น.

       นักศึกษาทีมหุ่นยนต์กู้ภัย iRAP ROBOT มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) ตัวแทนประเทศไทยคว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 และรางวัล (Best in Class Mobility) รางวัลนวัตกรรมสมรรถนะการขับเคลื่อนหุ่นยนต์ยอดเยี่ยมระดับโลก จากการแข่งขันหุ่นยนต์กู้ภัยโลก “World Robocup Rescue 2017” ที่เมืองนาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 25-30 กรกฎาคม 2560 ที่ผ่านมา ซึ่งมีทีมเข้าร่วมการแข่งขันจาก 23 ทีมทั่วโลก เช่น สหรัฐอเมริกา เยอรมัน ญี่ปุ่น จีน อิหร่าน ฮังการี ตุรกี เกาหลีใต้ เม็กซิโก และไทย โดยจะเดินทางกลับถึงประเทศไทยในวันที่ 2 สิงหาคม 2560 เที่ยวบินที่ TG 645 ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ เวลา 15.00 น.

เจ๋ง!! ทีม iRAP ROBOT คว้าที่ 2 หุ่นยนต์กู้ภัยโลกที่ญี่ปุ่น

ผศ.ชัชชัย เสริมพงษ์พันธ์ ในฐานะอาจารย์ที่ปรึกษาทีมหุ่นยนต์ กล่าวว่า หุ่นยนต์ของประเทศไทยได้รางวัลรองแชมป์โลก Rescure RoboCup 2017 แพ้อิหร่านไปเพียง 2-3 คะแนน เพราะทำคะแนนในรอบชิงชนะเลิศในสถานีแรกไม่ดี เนื่องจากระบบการควบคุมหุ่นยนต์ด้วย wifi ถูกแฮก wifi การควบคุมหุ่นยนต์ จึงต้องเปลี่ยนการควบคุมโดยใช้สาย land ในสถานี 2 และ 3 เพื่อป้องกันการแทรกแซงการควบคุม และสามารถทำคะแนนทุกสถานีที่ผ่านทำคะแนนได้ดีมาก แต่เกิดปัญหาแบตเตอรี่ขัดข้อง ในสถานที่ 3 (สถานีสุดท้าย) ช่วง 12 นาที สุดท้าย ก่อนหมดเวลา ทำให้ทีมหุ่นยนต์ของประเทศไทยต้องหยุดการแข่งขันอย่างกะทันหัน จึงไม่สามารถทำคะแนนเพิ่มเติมได้อีก ต้องพลาดแชมป์โลกไปอย่างน่าเสียดาย

“ขอแสดงความยินดีและชื่นชมนักศึกษาทีมหุ่นยนต์กู้ภัย ที่สร้างผลงาน สร้างชื่อในเวทีระดับโลกและนำชื่อเสียงมาสู่ประเทศไทยและมหาวิทยาลัย ถือเป็นความสำเร็จที่น่าภาคภูมิใจของคนไทยทุกคน”ผศ.ชัชชัย กล่าว

เจ๋ง!! ทีม iRAP ROBOT คว้าที่ 2 หุ่นยนต์กู้ภัยโลกที่ญี่ปุ่น

สำหรับรอบชิงชนะเลิศ มีทีมที่ผ่านการคัดเลือก จำนวน 4 ทีม (คะแนนเต็ม 1000 คะแนน) ผลการแข่งขันปรากฎว่า ทีมชนะเลิศที่ทำคะแนนได้สูงสุด อันดับ 1 คือ ทีม YRA ประเทศอิหร่าน อันดับ 2 คือ ทีม iRap Robot ประเทศไทย และอันดับที่ 3 คือ ทีม MRL ประเทศอิหร่าน

สมาชิกในทีม iRap Robot ประกอบด้วย นายอรัญ แบล็ทเลอร์ ภาควิชาวิศวกรรมวัสดุและการผลิต (TGGS) ,นายพรอนันต์ รักตระกูลธรรม ภาควิชาTGGS, นายธนพล ศรเดช ภาควิชาวิศวกรรมการผลิต (MPE),นายนภดล พัดชื่น ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องมือวัดและอิเล็กทรอนิกส์ (MAUE),นายญาธิป เอื้ออามร ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ (MIE),นายเนตินันท์ กุตนันท์ ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องมือวัดและอิเล็กทรอนิกส์ (InSE), นายภุมมิฑล ไชยเชิดเกียรติ ภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้าและคอมพิวเตอร์ (ECE) ,นายธนวัฒน์ พงศธรพิศุทธิ์ ภาควิชาเทคโนโลยีวิศวกรรมการเชื่อม (WdET),นายพงศ์ธนา ละอองเอี่ยม ภาควิชาเทคโนโลยีวิศวกรรมเครื่องกล (MtET),นายปฏิภาณ แถวหมอ ภาควิชา MtET,นายบรรวิทย์ บุตรดี ภาควิชาวิศวกรรมการผลิต (PE) และนายธีรวัฒน์ เพ็ชรปูน เตรียมวิศวกรรมไฟฟ้า (E)

ส่วนอาจารย์ผู้ควบคุมทีม ได้แก่ ผศ.สมชาย เวชกรรม รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา, ดร.อมรพันธุ์ พันธุ์โอภาส ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายนวัตกรรมและหุ่นยนต์,ผศ.ชัชชัย เสริมพงษ์พันธ์ อาจารย์ที่ปรึกษา,อาจารย์สายันต์ พรายมี อาจารย์ที่ปรึกษา และดร.วิษณุ จิตวิริยะ อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมการผลิต

เกณฑ์ใหม่ตำแหน่งวิชาการอาจารย์มหา’ลัยยืดหยุ่นขึ้น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/290151

เกณฑ์ใหม่ตำแหน่งวิชาการอาจารย์มหา’ลัยยืดหยุ่นขึ้น

กพอ, ประกาศใช้, ผลงานวิชาการ, เกณฑ์การเข้าสู่ตำแหน่งวิชาการ, หมอธี, กพอ, QS University Rankings 201718, สกอ,  กกอ

“หมอธี” ให้สกอ.ไปหาคำตอบเหตุใดอาจารย์ที่ทำงานผลงานจนได้ตำแหน่งวิชาการถึงจุดหนึ่งถึงหยุดทำ เผยเกณฑ์ใหม่เข้าสู่ตำแหน่งวิชาการยืดหยุ่นขึ้นคาดประกาศใช้ได้ก.ย.นี

       นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยว่า จากการประชุมคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา(...) เมื่อเร็วๆนี้ ที่ประชุมได้รับทราบผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยระดับโลก ประจำปี 2017/18 (QS University Rankings 2017/18) โดยมีมหาวิทยาลัยไทยติดอับดับ 1 ใน300 คือ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ส่วนมหาวิทยาลัยอื่นๆอยู่ในอันดับคงที่ สำหรับ 10 อันดับแรกของมหาวิทยาลัยระดับโลกยังคงเป็นมหาวิทยาลัยในประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศอังกฤษ เนื่องจากผลการประเมินครึ่งหนึ่งมาจากผลการสำรวจความเห็นเกี่ยวกับคุณภาพบัณฑิตในแต่ละประเทศของตนเองจากกลุ่มนักวิชาการที่ให้น้ำหนัก 40% และนักธุรกิจที่ให้น้ำหนัก 10 % ว่า ซึ่งหากนำผลจากความเห็นมามากก็อาจไม่สอดคล้องกับข้อมูลจริง ขณะเดียวกันยังให้น้ำหนักการตีพิมพ์ผลงานวิจัยน้อยมากด้วย

         “ผมไม่อยากให้คนตื่นเต้นกับเรื่องผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยมากนัก เพราะอาจเกิดการโจมตีว่ามหาวิทยาลัยไทยแย่ลง หรือห่วย ซึ่งจะเป็นปัญหาที่ต่อว่ากันไม่จบสิ้น อยากให้คิดถึงความเป็นจริงมากกว่าไม่ดูแต่ผลการสำรวจเท่านั้น ซึ่ง ก...จะมีการศึกษาเรื่องนี้อย่างละเอียดด้วย”รมว.ศึกษาธิการ กล่าว

นพ.ธีระเกียรติ กล่าวต่อไปว่า ที่ประชุมยังได้พิจารณาถึงบทเรียนเรื่องการพัฒนาบุคลากรว่า จะมีวิธีการอย่างไรที่จะทำให้อาจารย์ที่ทำงานมานาน และได้ผลงานหรือตำแหน่งทางวิชาการแล้ว ยังคงทำผลงานวิจัยอยู่อย่างต่อเนื่อง เพราะที่ผ่านมาสังเกตได้ว่าอาจารย์ส่วนใหญ่เมื่อถึงจุดหนึ่งก็จะหยุดไม่ทำผลงานต่อ ซึ่งไม่ทราบเหตุผลที่แท้จริง ดังนั้น ที่ประชุมจึงมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.) ไปศึกษาเหตุผลว่าเกิดจากสาเหตุใด เช่น ค่าตอบแทนไม่ดี ไม่ให้ความสำคัญกับบุคคลเหล่านี้ หรือไปตอบแทนผู้ที่สอบมาก สอนเก่งเท่านั้น เป็นต้น ทั้งนี้ เพื่อหาทางสนับสนุนให้อาจารย์กลุ่มนี้มีไฟในการทำวิจัยและสร้างผลงานต่อไป

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้หารือเกี่ยวกับผลการประชุมร่วมระหว่างคณะกรรมการการอุดมศึกษา( กกอ.)กับก...เรื่องหลักเกณฑ์ใหม่ในการเข้าสู่ตำแหน่งทางวิชาการ ซึ่งเป็นไปอย่างสร้างสรรค์และมีข้อสังเกตมากมากที่เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาการเข้าสู่ตำแหน่งทางวิชาการ เช่น ระดับศาสตราจารย์ควรมีงานวิจัย 100 % หรือไม่ เป็นต้น ซึ่งในเบื้องต้นหลักเกณฑ์ใหม่จะมีความยืดหยุ่นและหลากหลายมากขึ้น และจะมีการนำเสนอรายละเอียดเข้าที่ประชุม ก...พิจารณาอีกครั้งในเดือนสิงหาคม และคาดว่าจะสามารถประกาศหลักเกณฑ์ใหม่ได้ภายในเดือนกันยายนนี้

น้ำท่วมโทร1669ฟรี24ชม.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/290127

น้ำท่วมโทร1669ฟรี24ชม.

น้ำท่วมโทร1669ฟรี24ชม, สพฉ, น้ำท่วม, โทร, 1669ฟรี24

สพฉ.เสริมทีมแพทย์ฉุกเฉินกว่า 100 คนเตรียมพร้อมช่วยเหลือประชาชนเต็มที่ .ย้ำ เจ็บป่วยฉุกเฉินโทร 1669 พร้อมให้บริการฟรีตลอด 24 ชั่วโมง

 

  ร.อ.นพ.อัจฉริยะ แพงมา เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) กล่าวว่า จากสถานการณ์การเกิดอุทกภัยในหลายจังหวัด ทางสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) ได้ส่งบุคลากรลงพื้นที่ เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะผู้ป่วยที่ต้องเคลื่อนย้ายทั้งทางเรือและรถยนต์ไปยังพื้นที่ปลอดภัยโดยในช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา มีทั้งสิ้น 73 ราย

น้ำท่วมโทร1669ฟรี24ชม.

แบ่งเป็น การย้ายผู้ป่วย จากโรงพยาบาลที่น้ำท่วม ไปยังโรงพยาบาลที่ปลอดภัย  จำนวน 50 ราย  การช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉิน 12 ราย การช่วยเหลือผู้ป่วยโรคเรื้อรังในการติดตามการรักษาที่บ้าน 11 ราย รวมทั้งมีการช่วยเหลือบุคคลทั่วไปในการย้ายหรืออพยพอีกกว่า 1,752  ราย ส่วนข้อมูลผู้ได้รับบาดเจ็บ เสียชีวิต จากการเกิดอุทกภัยในครั้งนี้ มีผู้เสียชีวิตจำนวน 2 ราย สูญหายอีก 4 ราย ส่วนใหญ่อยู่ในจังหวัดสกลนคร สาเหตุหลักมาจาก ถูกน้ำพัด และพลัดตกน้ำ

 ร.อ.นพ.อัจฉริยะ  กล่าวด้วยว่า ถึงแม้สถานการณ์ในจังหวัดสกลนครจะเริ่มคงตัวแล้วแต่ สพฉ.ยังไม่นิ่งนอนใจ ได้เตรียมความพร้อมทั้งตัวบุคลากร รวมถึงเครื่องมือแพทย์ ในการลงพื้นที่เพื่อให้การช่วยเหลืออยู่ตลอดเวลา อาทิ การจัดรถสื่อสารเฉพาะกิจ การส่งมอบเสื้อชูชีพ  และรถดาวเทียมสื่อสารเฉพาะกิจ พร้อมเจ้าหน้าที่ประจำจุดตลอดเวลา

น้ำท่วมโทร1669ฟรี24ชม.

รวมทั้งเปิดศูนย์ประสานการแพทย์ฉุกเฉินในภาวะภัยพิบัติ หรือ war room   และการนำระบบICS หรือ ระบบบัญชาการเหตุการณ์ทางด้านการแพทย์และสาธารณสุข สำหรับการจัดการในภาวะสาธารณภัย/ภัยพิบัติ มาดำเนินการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุกภัยในพื้นที่อีกด้วย

นอกจากนี้เรายังมีการประสานเพื่อทำงานร่วมกัน ทั้ง สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยประจำจังหวัด รวมทั้งมูลนิธิภาคเอกชน อาทิ มูลนิธิพุทธรรม ฮุก 31 มูลนิธิสว่างนาวาธาตุพนม มูลนิธิศิษย์พระจี้กงอุบลราชธานี มูลนิธิสว่างเที่ยงธรรม ในการอำนวยความสะดวก ซึ่งเรามีบุคลากรจำนวนกว่า 100 คน  รวมทั้งรถยนต์และเรือ ซึ่งมีอย่างเพียงพอในการเคลื่อนย้ายผู้ประสบภัยอย่างปลอดภัย

น้ำท่วมโทร1669ฟรี24ชม.

 “ กรณีผู้ป่วยที่อยู่ในพื้นที่อุทกภัย ไม่สามารถเคลื่อนย้ายมายังที่ปลอดภัยได้ สามารถโทรศัพท์ เพื่อขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่โดยโทร 1669 ตลอด 24 ชั่วโมง โดยเมื่อวานที่ผ่านมามีประชาชนโทรเข้ามาขอใช้บริการสายด่วน 1669 มากถึง 300 เคส” เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) กล่าว

ได้ใช้แน่ “วัคซีนไข้หวัดใหญ่”สัญชาติไทย(ชมคลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/290119

ได้ใช้แน่ “วัคซีนไข้หวัดใหญ่”สัญชาติไทย(ชมคลิป)

อภ.คาดได้ใช้วัคซีนมาตรฐานสากลจากฝีมือคนไทย ในปี 2563 ชี้ผลิตวัคซีนไข้หวัดใหญ่ได้ปีละ 2 ล้านโด๊ส ระบาดหนักขยายเป็น 10 ล้านโด๊ส

       เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2560 ที่โรงงานผลิตวัคซีนไข้หวัดใหญ่ องค์กรเภสัชกรรม จ.สระบุรี พล.อ.ศุภกร สงวนชาติศรไกร ประธานกรรมการองค์การเภสัชกรรม กล่าวว่า จากเหตุการณ์การระบาดของไวรัสไข้หวัดใหญ่และไข้หวัดนก คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติโครงการจัดตั้งโรงงานผลิตวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่/ไข้หวัดนกในปี 2550 ประกอบด้วยงานหลัก 2 ด้าน คือ ด้านการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตวัคซีน และด้านการก่อสร้างโรงงานผลิตวัคซีน โดยให้ดำเนินการคู่ขนานและสอดคล้องกันไป โดยได้รับอนุมัติงบประมาณ 1,411.7 ล้านบาท ในการก่อสร้างโรงงานในระดับอุตสาหกรรมมาตรฐาน WHO GMP ที่ ต.ทับกวาง อ.แก่งคอย จ.สระบุรี

จนถึงวันนี้การดำเนินการก่อสร้างตัวโรงงานและการติดตั้งระบบสนับสนุนต่างๆ เสร็จแล้ว และอยู่ระหว่างการสอบคุณภาพ รวมถึงเครื่องจักร เครื่องมือสำคัญสำคัญในการผลิตติดตั้งเสร็จเกือบทั้งหมดแล้ว สำหรับขั้นตอนการดำเนินงานต่อไปนี้ จะเป็นขั้นตอนของการสอบระบบต่างๆ อย่างเต็มรูปแบบทั้งระบบห้องผลิตและระบบสนับสนุนการผลิต ระบบเครื่องจักรผลิตและขบวนการผลิตให้ทำงานสอดประสานกันเป็นไปตามมาตรฐานสากล เพื่อให้ได้วัคซีนที่มีประสิทธิภาพตามข้อกำหนดมาตรฐาน และนำไปทดสอบทางคลินิกระยะที่3 เพื่อเป็นข้อมูลขึ้นทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.)ต่อไป และเมื่อโรงงานได้รับการตรวจรับรองตามมาตรฐานการผลิตที่ดีก็จะสามารถผลิตวัคซีนกระจายสู่ระบบสาธารณสุขของประเทศ ในปี 2563

นพ.นพพร ชื่นกลิ่น ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม(อภ.) กล่าวว่า โรงงานนี้จะใช้ผลิตวัคซีนชนิดเชื้อตายตามฤดูกาลที่อภ.ได้ทำการพัฒนาขึ้นตั้งแต่ระดับต้นน้ำจนประสบความสำเร็จแล้ว วัคซีนนี้จะมีความปลอดภัยสูงสามารถใช้ได้ทั่วไป สำหรับใช้ในแผนสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคของกระทรวงสาธารณสุข(สธ.)และเมื่อเกิดการระบาดขึ้น โรงงานสามารถปรับใช้ผลิตวัคซีนชนิดเชื้อเป็นอ่อนฤทธิ์ ที่สามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันเลียนแบบการได้รับเชื้อตามธรรมชาติ และเป็นวัคซีนที่ให้ผลผลิตสูงในระยะเวลาสั้นเหมาะกับการใช้เพื่อรองรับการระบาดใหญ่ที่ต้องมีการผลิตอย่างรวดเร็ว ซึ่งปัจจุบันมีผู้ผลิตวัคซีนเชื้อเป็นเพียง 3 รายเท่านั้น ในประเทศสหรัฐอเมริกา รัสเซีย และอินเดีย

“เมื่อผลิตวัคซีนสำเร็จและได้รับการขึ้นทะเบียนจาก อย.แล้ว โรงงานแห่งนี้จะมีศักยภาพในการผลิตวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลเริ่มต้นปีละ 2 ล้านโดส และสามารถขยายกำลังการผลิตได้ถึงปีละ 10 ล้านโดส สามารถผลิตได้ทั้งแบบเชื้อตาย และเชื้อเป็นกรณีเกิดการระบาดใหญ่ได้ปริมาณเพียงพอต่อการใช้ของประชากรในประเทศ ถือเป็นหลักประกันความมั่นคงของประเทศและภูมิภาคอาเซียน” นพ.นพพร กล่าว

เปิดตัวหนังสือ “รุกข มรดกแผนดิน ใต้ร่มพระบารมี”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/290115

เปิดตัวหนังสือ “รุกข มรดกแผนดิน ใต้ร่มพระบารมี”

น้ำท่วม, กับ, หนูมา, ฉี่, โรค, ระวัง, มรดกแผ่นดิน, ตำนานต้นไม้, เปิดตัวหนังสือ, รุกข, มรดกแผนดิน, ใต้ร่มพระบารมี, รุกข มรดกแผนดิน ใต้ร่มพระบารมี

สวธ.กระทรวงวัฒนธรรม แถลงข่าวเปิดตัวหนังสือ “รุกข มรดกของแผ่นดิน ใต้ร่มพระบารมี” มอบโล่เชิดชูเกียรติบุคคล องค์กร และชุมชน 116 โล่ใช้มิติวัฒนธรรมสืบสานตำนานต้นไม้

       ที่หอประชุมเล็ก ศูนย์วัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม(วธ.)โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ได้แถลงข่าวการจัดพิมพ์หนังสือ “รุกข มรดกของแผ่นดินฯ” เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จ
พระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา 65 พรรษา พร้อมมอบโล่ยกย่องเชิดชูเกียรติบุคคล องค์กร และชุมชน ที่ใช้มิติทางวัฒนธรรมในการสืบสานตำนานต้นไม้
นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) กล่าวว่า วธ.ได้จัดพิมพ์หนังสือ “รุกข มรดกของแผ่นดิน ใต้ร่มพระบารมี” เล่มนี้ขึ้น เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณบดินทรเทพยวรางกูร เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา 65 พรรษา 28  กรกฎาคม 2560 เป็นโครงการเฉลิมพระเกียรติและแสดงให้เห็นลักษณะเฉพาะทางวัฒนธรรม คือ พระมหากษัตริย์ในสังคมไทยเป็นศูนย์รวมความรักและความศรัทธาของคนทั้งชาติ ประชาชนอยู่เย็นเป็นสุขได้ภายใต้ร่มพระบารมี สถาบันกษัตริย์จึงเป็นสัญลักษณ์ของความร่มเย็นเหมือนร่มไม้ใหญ่ จำนวนต้นไม้ 65 ต้นเท่ากับพระชนมายุ รวมถึงเป็นแรงบันดาลใจให้ประชาชนเห็นความสำคัญในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะประชาชนในพื้นที่จะได้ร่วมกันรักษาต้นไม้ ซึ่งต้นไม้แต่ละต้นมีวัฒนธรรม มีเรื่องราว สะท้อนถึงความเชื่อ ความศรัทธา ตลอดช่วงเวลาที่ต้นไม้นั้นได้ยืนหยัดมาจนถึงปัจจุบัน เป็นการสร้างความภาคภูมิใจให้ท้องถิ่น และเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดความรักและหวงแหนมรดกทางธรรมชาติ และยังส่งผลให้มีการปลูกต้นไม้ต้นใหม่ อันจะทำให้เกิดความรักความผูกพันกับต้นไม้สืบต่อไปอย่างยาวนาน

ทั้งนี้  หนังสือ “รุกข มรดกของแผ่นดิน ใต้ร่มพระบารมี” มีเนื้อหาที่ประกอบด้วย ประวัติและเรื่องราวที่มีการบอกเล่าหรือบันทึกไว้ รวมไปถึงความรู้ทางวิชาการด้านพฤกษศาสตร์เกี่ยวกับต้นไม้ในสถานที่ต่างๆ จากทุกภูมิภาค จำนวน 65 ต้น เท่าพระชนมพรรษา มาจัดพิมพ์พร้อมภาพประกอบที่สวยงามและเผยแพร่เป็นความรู้ที่จะช่วยให้ผู้อ่านได้รู้จักต้นไม้ใหญ่ที่มีอายุยืนยาวหรือที่มีความพิเศษเหล่านี้ยิ่งขึ้น ทั้งด้านประวัติ ความเป็นมา และความหมายความเป็นต้นไม้แห่งแผ่นดินอย่างลึกซึ้ง

“วธ.ได้มีคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาภูมิปัญญาไทย และเรื่องต้นไม้เป็นภูมิปัญญาไทยที่ได้เรียนรู้มานาน การที่ประกาศให้ประชาชนเยาวชนเห็นคุณค่าของตนเองและช่วยกันอนุรักษ์ เป็นการสร้างวัฒนธรรมการอนุรักษ์ต้นไม้และสิ่งแวดล้อม ดังนั้น หนังสือเล่มนี้ซึ่งมีการคัดเลือกต้นไม้ 65 ต้น จากการค้นหาต้นไม้520 ต้น ที่ได้รวบรวมจะมีคุณค่าต่อผู้อ่านในการต่อยอด องค์ความรู้ มุ่งหวังให้เป็นจุดเริ่มต้นในการอนุรักษ์ ปลูกฝังวัฒนธรรมความรักต้นไม้และธรรมชาติแก่เด็ก เยาวชนและประชาชน และเป็นแบบอย่าง ในการรวบรวมแก่ท้องถิ่นอื่นๆ ต่อไป อันจะเป็นประโยชน์แก่การท่องเที่ยว ” นายวีระ กล่าว

หลังจากเปิดตัวหนังสือแล้ว รมว.วธ.มอบโล่ยกย่องเชิดชูเกียรติบุคคล องค์กร และชุมชน จำนวน 116 โล่ ที่ใช้มิติทางวัฒนธรรมในการสืบสานตำนานต้นไม้   ทั้งนี้ สำหรับผู้ที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามได้ที่กรมส่งเสริมวัฒนธรรม หรือดาวน์โหลด E–Book ได้จากเว็บไซต์กรมส่งเสริมวัฒนธรรม http://www.culture.go.th หรือได้มีโอกาสเดินทางไปเยี่ยมชมต้นไม้ 65 ต้นในสถานที่จริง ท่านสามารถสแกน QR Code ของหนังสือที่ป้ายชื่อต้นไม้นั้นๆ ได้

เปิด”วอร์รูม”หนุนหน่วยให้บริการพื้นที่น้ำท่วม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/290111

เปิด”วอร์รูม”หนุนหน่วยให้บริการพื้นที่น้ำท่วม

้น้ำท่วม, ให้บรืการ, ตั้งวอร์รูม, สธ, วอร์รูม, ศูนย์วอร์รูม, จมน้ำ, โรคฉี่หนู, MERT

ปลัดสธ. เผย สธ. เปิด”ศูนย์วอร์รูม”สนับสนุนหน่วยบริการในพื้นที่น้ำท่วม ให้เปิดบริการประชาชนได้ตามปกติ กำชับเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังการ”จมน้ำ”เสียชีวิตและ”โรคฉี่หนู”

        เมื่อวันที่  31 กรกฎาคม 2560สุข  นายแพทย์โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณ ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุมทางไกลผ่านระบบวิดีโอกับนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดที่ประสบภัยน้ำท่วม ทั้ง 19 จังหวัด ว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข รวมทั้งผู้บริหารทุกคนให้กำลังใจและขอบคุณเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมทุกคนที่ให้บริการประชาชน ในขณะที่ครอบครัวก็ประสบภัยน้ำท่วมเช่นกัน ซึ่งส่วนกลางพร้อมให้การสนับสนุน ขอให้สำรวจความเสียหายรวมทั้งสิ่งที่ต้องการสนับสนุนมาที่ส่วนกลาง

         นายแพทย์โสภณกล่าวต่อว่า ในวันนี้ได้เปิดศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาสาธารณภัย ด้านการแพทย์และสาธารณสุข (วอร์รูม) ส่วนกลาง เต็มรูปแบบ มอบให้นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย รองปลัดกระทรวงสาธารณสุขเป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ เพื่อรวบรวบข้อมูลทั้ง 19 จังหวัดที่ประสบภัยน้ำท่วม วางแผนการช่วยเหลือสนับสนุนพื้นที่ เช่น ยาและเวชภัณฑ์ อุปกรณ์ช่วยป้องกันควบคุมโรค สนับสนุนทีมแพทย์ฉุกเฉิน หรือทีมเมิร์ท (MERT)เป็นต้น ทั้งนี้ ได้ส่งยาช่วยน้ำท่วมไปทุกจังหวัดที่ประสบภัยแล้ว ในส่วนบุคลากรขณะนี้โรงพยาบาลในจังหวัดใกล้เคียง ได้แก่ โรงพยาบาลอุดรธานี เลย หนองบัวลำภู บึงกาฬ และหนองคาย ส่งทีมเมิร์ทและทีมมินิเมิร์ท หมุนเวียนไปตรวจรักษาประชาชนที่ศูนย์พักพิงสนับสนุนการทำงานของโรงพยาบาลสกลนคร

        สำหรับสถานการณ์ที่จังหวัดสกลนคร ได้รับรายงานจากผู้อำนวยการโรงพยาบาลสกลนครว่า ปริมาณน้ำบริเวณโดยรอบของโรงพยาบาลลดลงอย่างต่อเนื่อง ไม่เข้าในตัวอาคารโรงพยาบาลเปิดให้บริการตามปกติ ห้องฉุกเฉินเปิด 24 ชั่วโมง ประชาชนสามารถเดินทางมารับบริการได้ ขณะนี้รถฉุกเฉินของโรงพยาบาลต่างๆ สามารถเข้ามารับ-ส่งผู้ป่วยได้ ยังคงจัดหน่วยแพทย์ให้บริการประชาชนที่ศาลากลางจังหวัดสกลนคร และศูนย์พักพิงชั่วคราวทั้ง 5 แห่ง คือ ศูนย์พักพิงโรงยิม องค์การบริหารส่วนจังหวัด ศูนย์พักพิงโรงเรียนอนุบาลสกลนคร ศูนย์พักเด็กและครอบครัว ศูนย์พักพิงวัดพระธาตุเชิงชุม

        ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุข ได้ให้เจ้าหน้าที่ติดตามเฝ้าระวังและสื่อสารความเสี่ยงไปยังประชาชน ป้องกันการเสียชีวิตจากการจมน้ำ โดยเฉพาะเด็กเล็กและผู้สูงอายุ ไม่ควรลงเล่นน้ำบริเวณที่มีน้ำท่วมขัง น้ำเชี่ยว ไม่ดื่มของมึนเมา ผู้ที่มีโรคประจำตัวไม่ควรอยู่ตามลำพัง ผู้ปกครองควรดูแลเด็กอย่างใกล้ชิด อย่าปล่อยเด็กให้อยู่ตามลำพัง และควรสำรวจเฝ้าระวังบริเวณบ้าน รอบบ้าน เช่น พื้นไม้ที่ผุพังหรือที่ตะใคร่ขึ้น ทางเดินบนสะพานที่ไม่แข็งแรง เป็นต้น พร้อมกันนี้ ขอให้ระวังโรคฉี่หนูที่อาจมากับน้ำท่วม หากมีไข้ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ หลังลุยน้ำ ย่ำโคลน ให้รีบพบแพทย์ทันที ประชาชนเจ็บป่วยฉุกเฉินสามารถโทรแจ้งขอความช่วยเหลือที่สายด่วน 1669 ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง